ความรู้เกย่ี วกบั ภาษมี ลู คา่ เพิ่ม อาจารย์ทศั นีย์ อินแสน วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษากาญจนบรุ ี
ภาษีมูลคา่ เพมิ่ (Value Added Tax หรือใชต้ ัวยอ่ ว่า VAT) คือภาษีท่ีรัฐบาลเรียกเก็บจากมูลค่าส่วนที่เพ่ิมขึ้นในแต่ละข้ันตอนการผลิตสินค้าหรือบริการ และการจาหน่ายสินค้าหรือบริการชนิดต่าง ๆ โดยผู้ประกอบการเป็นผู้มีหน้าท่ีเก็บจากลูกค้า แล้วนาภาษีมูลค่าเพ่ิมไปชาระให้แก่รัฐบาล ผกาพรรณ พรหมสาขา ณ สกลนคร ให้ความหมายภาษีมลู ค่าเพิม่ ว่า ภาษมี ลู คา่ เพิ่ม หมายถึง ภาษีที่เก็บจากการขายสินค้าและบริการของผู้ผลิตสินค้า หรือผู้บริการ ผู้นาเข้า โดยจัดเก็บเฉพาะมูลค่าที่เพิ่มขึ้น การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มมีขอบเขตกว้างขวาง และครอบคลุมทุกข้ันตอนในการผลิตการจาหน่ายและให้บริการ เบญจมาศ อภิสิทธ์ิภิญโญ และคณะกล่าวถึงภาษีมูลค่าเพิ่มว่า ภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นการเก็บภาษีจากการขายสินค้าหรือการให้บริการในแต่ละข้ันตอน การผลิตและจาหน่ายสินค้าหรือบริการเหล่าน้ัน ทั้งที่ผ ลิ ต ภ า ย ใ น ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ น า เ ข้ า จ า ก ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ โ ด ย ส่ ว น ที่ เ ก็ บ เ พ่ิ ม นั้ นเรียกว่า “มูลค่าเพ่ิม” ภาษีมูลค่าเพิ่มจึงเป็นภาษีท่ีผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่ิมจะทาการเรียกเก็บจากผู้ซ้ือสินค้าหรือรับบริการต่างๆ ท่ีเป็นคนสุดท้ายรวมถึงการเก็บภาษีทุกขั้นตอนของการผลิตหรือการขายสินค้าหรือการให้บริการจากนนั้ ผ้ปู ระกอบการจะนาภาษที ่เี ก็บได้สง่ ใหก้ ับสรรพากรทกุ เดอื น
สรปุ ภาษมี ูลค่าเพิ่มเปน็ ภาษีที่เรยี กเก็บจากผู้บริโภคท่ี เป็นผู้ซื้อสินค้าทั้งที่ผลิตในประเทศและต่างประเทศหรือเป็น ผู้ได้รับบริการคนสุดท้าย ผู้ประกอบการท่ีไม่ใช่ผู้บริโภคคน สุดท้ายจะจ่ายภาษีซ้ือ 7% ในตอนซื้อสินค้า และเรียกเก็บ ภาษีขาย 7% ในตอนขายสินค้า เมื่อส้ินเดือนจะนาภาษีซื้อ และภาษีขายมาหักลบกัน ผลต่าง หากภาษีซื้อมากกว่าภาษี ขายจะเป็น ลูกหนี้-สรรพากร หรือ ภาษีขายมากกว่าภาษี ซอ้ื จะเป็น เจ้าหน-้ี สรรพากร ผูม้ หี น้าท่ีเสยี ภาษมี ูลค่าเพม่ิ ผู้ประกอบการท่ีขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพเป็นปกติธุระ ไม่ว่าจะประกอบกิจการในรูปของบุคคลธรรมดา คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล หรือนิติบุคคลใด ๆ หากมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าท่ีต้องย่ืนคาขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน โดยคานวณภาษที ตี่ อ้ งเสียจากภาษีขายหักด้วยภาษีซือ้ผูป้ ระกอบการทไ่ี มต่ ้องจดทะเบียนภาษีมลู ค่าเพ่ิม 1. ผู้ประกอบการทีม่ ีรายรับจากการขายสนิ ค้าหรือให้บริการไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี 2. ผู้ประกอบการท่ีขายสินค้าหรือให้บริการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพ่ิมตามกฎหมาย 3. ผู้ประกอบการที่ให้บริการจากต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจกั ร 4. ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรและเข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว ท้ังน้ี ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเง่อื นไข ทก่ี าหนดไวใ้ นประกาศอธบิ ดีกรมสรรพากร เก่ียวกับภาษีมูลค่าเพ่ิม ( ฉบับที่43) ฯ ลงวนั ท่ี 29 มกราคม พ . ศ . 2536 5. ผ้ปู ระกอบการอน่ื ตามทอ่ี ธบิ ดีจะประกาศกาหนดเม่ือมีเหตอุ ันสมควร
ผู้ประกอบการทไ่ี ด้รบั การยกเวน้ ภาษมี ูลค่าเพิม่ ตามกฎหมาย แต่สามารถขอจดทะเบยี นภาษีมลู ค่าเพ่ิมได้ 1. ผู้ประกอบกจิ การ ขายพืชผลทางการเกษตร สตั ว์ ไม่ว่ามีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ปุ๋ยปลาป่น อาหารสัตว์ ยาหรือเคมีภัณฑ์ท่ีใช้สาหรับพืชหรือสัตว์ หนังสือพิมพ์ นิตยสารหรือตาราเรียน ฯลฯ 2. ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการซ่ึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพ่ิมตามกฎหมายและมีรายรบั ไมเ่ กนิ 1.8 ล้านบาทตอ่ ปี 3. การให้บรกิ ารขนส่งในราชอาณาจักร โดยอากาศยาน 4. การส่งออกของผู้ประกอบการในเขตอุตสาหกรรมส่งออกตามกฎหมายว่าดว้ ยการนิคมอตุ สาหกรรมแหง่ ประเทศไทย 5. การให้บริการขนสง่ นา้ มันเชอื้ เพลงิ ทางทอ่ ในราชอาณาจกั
วิธกี ารจดทะเบียนภาษมี ูลคา่ เพมิ่ 1. แบบคาขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิม่ แบบคาขอท่ีใช้ในการขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่ิม ได้แก่ แบบ ภ.พ.01 ซ่ึงในเขตกรุงเทพมหานครขอรับได้ท่ีสานักงานสรรพากรพ้ืนท่ีสาขา(เขต/อาเภอ) หรือสานักงานสรรพากรพื้นที่ สาหรับในจังหวัดอ่ืนขอรับได้ที่สานักงานสรรพากรพื้นท่ีสาขา(อาเภอ)ทกุ แห่ง 2. เอกสารทต่ี อ้ งใชใ้ นการจดทะเบยี นภาษมี ูลคา่ เพ่มิ (1) คาขอจดทะเบยี นภาษมี ูลค่าเพ่มิ ตามแบบ ภ.พ.01 จานวน 3 ฉบบั (2) สาเนาทะเบียนบา้ นหรือหลักฐานแสดงการอยูอ่ าศัยจริง พร้อมภาพถา่ ยสาเนาดังกล่าว (3) บัตรประจาตัวประชาชนและบตั รประจาตวั ผเู้ สยี ภาษีอากร พร้อมภาพถ่ายบัตรดงั กล่าว (4) สัญญาเช่าอาคารอันเป็นที่ต้ังสถานประกอบการ (กรณีเช่า) หรือหนังสือยินยอมใหใ้ ชส้ ถานประกอบการ และหลกั ฐานแสดงกรรมสิทธิ์ เช่น เป็นเจ้าบ้าน, สัญญาซ้ือขาย, คาขอหมายเลขบ้าน, ใบโอนกรรมสิทธิ์, สัญญาเช่าช่วง พร้อมสาเนาทะเบียนบา้ นอันเปน็ ทีต่ ง้ั สถานประกอบการและภาพถ่ายเอกสารดงั กล่าว (5) หนังสือจัดตั้งห้างหุ้นส่วน พร้อมภาพถ่ายหนังสือดังกล่าว (กรณีเป็นห้างหนุ้ ส่วนสามญั หรอื คณะบุคคล) (6) หนังสือรับรองของนายทะเบียนห้างหุ้นส่วน บริษัท พร้อมวัตถุประสงค์หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ และใบทะเบียนพาณิชย์พร้อมภาพถ่ายหนังสือดังกล่าว (กรณเี ป็นนิตบิ คุ คล) (7) บัตรประจาตัวประชาชนของกรรมการผู้จัดการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ และสาเนาทะเบียนบ้าน พร้อมภาพถ่ายเอกสารดังกล่าว (8) แผนท่ีซึ่งแสดงที่ตั้งของสถานประกอบการโดยสังเขป และภาพถ่ายสถานประกอบการจานวน 2 ชุด (9) กรณีมอบอานาจให้ผู้อ่ืนทาการแทน ต้องมีหนังสือมอบอานาจปิดอากรแสตมป์ 10 บาท บัตรประจาตัวประชาชนของผู้มอบอานาจและผู้รับมอบอานาจพร้อมภาพถ่ายบตั รดังกล่าว โดยผู้รับมอบอานาจตอ้ งมอี ายุ 20 ปีขน้ึ ไป
กาหนดเวลาจดทะเบยี น 1. ผู้ประกอบการต้องย่ืนคาขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่ิมเม่ือเร่ิมประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ เว้นแต่กรณีท่ีผู้ประกอบการมีแผนงานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้เตรียมการเพ่ือประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและมีการดาเนินการเพ่ือเตรียมประกอบกิจการอันเป็นเหตุให้ต้องมีการซ้ือสินค้าหรือรับบริการท่ีอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น การก่อสร้างโรงงานการสร้างอาคารสานักงานหรือการติดตั้งเครื่องจักร ให้ผู้ประกอบการมีสิทธิยื่นคาขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่ิมได้ภายในกาหนด 6 เดือนก่อนวันเริ่มประกอบกิจการขายสินค้าหรอื ใหบ้ รกิ าร 2. ผู้ประกอบการที่มีรายรับเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นคาขอจดทะเบียนภาษี-มูลค่าเพมิ่ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีมูลค่าของฐานภาษี (รายรับ) เกินกว่า1.8 ล้านบาทตอ่ ปีสถานทจี่ ดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่ิม การจดทะเบียนภาษมี ูลคา่ เพม่ิ ของผู้ประกอบการให้ย่ืนคาขอจดทะเบยี นภาษีมลู ค่าเพม่ิ ตามแบบ ภ.พ.01 ณ สถานทดี่ งั ตอ่ ไปน้ี 1. กรณีสถานประกอบการต้ังอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ย่ืน ณ สานักงานสรรพากรพ้ืนท่ี หรือ สานักงานสรรพากรพื้นท่ีสาขาในเขตท้องท่ีท่ี สถานประกอบการตงั้ อยู่ 2. กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณสานักงานสรรพากรพ้ืนท่ีสาขา(อาเภอ) ในเขตท้องท่ีท่ีสถานประกอบการต้ังอยู่ และกรณีสถานประกอบการต้ังในท้องที่อาเภอหรือกิ่งอาเภอต้ังใหม่ท่ีกรมสรรพากรมิได้จัดอัตรากาลังไว้ ให้ย่ืน ณ สานักงานสรรพากรพ้ืนท่ีสาขา(อาเภอ) ท่ีเคยควบคุมพื้นท่ีเดิมของอาเภอหรือกิ่งอาเภอต้งั ใหมน่ น้ั กรณีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้ยื่นคาขอจดทะเบียนได้ที่ สานักงานสรรพากรพ้ืนท่ี หรือ สานักงานสรรพากรพ้ืนที่สาขา ในท้องที่ท่ีสถานประกอบการอันเป็นท่ตี ัง้ ของสานกั งานใหญเ่ พยี งแหง่ เดียว
3. กรณีสถานประกอบการที่อยู่ในความดูแลของสานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ให้ยื่น ณ สานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ หรือจะยื่นผ่านสานักงานสรรพากรพ้ืนท่ี หรือสานกั งานสรรพากรพื้นที่สาขาทีส่ ถานประกอบการตั้งอยูก่ ็ได้หน้าท่ีของผู้ประกอบการจดทะเบยี นภาษีมลู ค่าเพ่ิม 1. เรยี กเก็บภาษมี ูลค่าเพม่ิ จากผู้ซ้อื สินค้าหรือผรู้ บั บริการ และออกใบกากบัภาษเี พือ่ เปน็ หลักฐานในการเรียกเก็บภาษมี ูลค่าเพ่มิ 2. จดั ทารายงานตามทีก่ ฎหมายกาหนด ซงึ่ ได้แก่ (1) รายงานภาษซี ้ือ (2) รายงานภาษีขาย (3) รายงานสนิ ค้าและวตั ถุดิบ 3. ยน่ื แบบแสดงรายการเพ่ือเสียภาษีตามแบบ ภ.พ.30การยื่นแบบแสดงรายการภาษมี ูลค่าเพ่ิม 1. ผู้มีหน้าทย่ี ื่นแบบ ผู้ประกอบการจดทะเบียนทเ่ี สียภาษีมูลคา่ เพ่ิมในอัตราร้อยละ 10 (ปจั จุบนั อัตราภาษีมลู ค่าเพ่มิ ลดลงเหลอื อัตรารอ้ ยละ 7.0 ตามพระราชกฤษฎกี าฯ (ฉบับที่ 440) พ.ศ.2548 มีผลใช้บงั คบั จนถึงวันท่ี 30 กันยายน 2550) หรือผู้ประกอบการจดทะเบยี นภาษมี ลู ค่าเพ่ิมในอตั ราร้อยละ 0 โดยคานวณภาษีมลู ค่าเพิม่ จากภาษีขายหักด้วยภาษซี ้ือในแต่ละเดอื นภาษี ทั้งน้ี ไมว่ า่ ผ้ปู ระกอบการดงั กล่าวจะประกอบการในรูปของบคุ คลธรรมดา คณะบุคคล ห้างห้นุ ส่วนสามัญ กองมรดก บรษิ ัทหรอื ห้างหุน้ สว่ นนติ ิบุคคลองคก์ ารของรัฐบาล หรือนิตบิ ุคคลในรปู แบบใดก็ตาม
2. แบบแสดงรายการท่ใี ช้ (1) แบบ ภ.พ.01 แบบคาขอจดทะเบยี นภาษมี ูลค่าเพ่ิม (2) แบบ ภ.พ.02 แบบคาขอยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มรวมกัน (3) แบบ ภ.พ.02.1 แบบคาขอยกเลิกการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพมิ่ รวมกนั (4) แบบ ภ.พ.04 แบบคาขอรับใบแทนใบทะเบียนภาษีมูลคา่ เพ่มิ (5) แบบ ภ.พ.08 แบบคาขอถอนทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิม่ (6) แบบ ภ.พ.09 แบบคาขอแจ้งการเปลีย่ นแปลงทะเบยี นภาษีมูลคา่ เพ่ิม (7) แบบ ภ.พ. 30 ใช้สาหรบั ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เสียภาษีมูลค่าเพ่ิมโดยคานวณภาษีมูลค่าเพ่ิมจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี กรณีเดือนภาษีใดมีจานวนภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ผู้ประกอบการจะได้รับคืนภาษีและสามารถใชแ้ บบ ภ.พ. 30 นเี้ ป็นคาขอคืนภาษมี ลู ค่าเพม่ิ (8) แบบ ภ.พ.30.2 แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ในกรณีปรับปรุงภาษซี ้อื ท่ีเฉล่ยี ตามส่วน ของรายได้ (9) แบบ ภ.พ.30.3 แบบแสดงรายการภาษีมูลคา่ เพม่ิ ในกรณีปรับปรุงภาษีซ้อื ทีเ่ ฉลย่ี ตามสว่ น ของการใชพ้ ื้นที่อาคาร (10) แบบใบขนสินค้าขาเข้า ใช้สาหรับผู้มีหน้าท่ีเสียภาษีมูลค่าเพ่ิมที่เป็นผู้นาเข้า ไม่วา่ จะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือไม่ก็ตาม ผู้นาเข้าต้องชาระภาษีพรอ้ มกับการชาระอากรขาเขา้ ตามกฎหมายว่าดว้ ยศลุ กากร (11) แบบ ภ.พ.36 ใช้สาหรบั ผู้มีหนา้ ท่ีนาส่งภาษีมลู ค่าเพิ่ม กรณีดงั ตอ่ ไปน้ี (ก) ผจู้ า่ ยเงินที่จ่ายค่าซ้อื สินค้าหรอื ค่าบริการให้แก่ – ผู้ประกอบการทอ่ี ยู่นอกราชอาณาจักร ซง่ึ ได้เขา้ มาประกอบกิจการขายสนิ คา้ หรอื ให้บรกิ ารในราชอาณาจกั รเป็นการช่ัวคราว และไม่ได้จดทะเบียนภาษมี ลู ค่าเพมิ่ เปน็ การช่ัวคราว หรือ – ผปู้ ระกอบการทไี่ ดใ้ หบ้ ริการในต่างประเทศและได้มกี ารใช้บรกิ ารนั้นในราชอาณาจักร (ข) ผู้รับโอนสินค้าหรือผู้รับโอนสิทธิในบริการท่ีได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มไปแล้วในอัตราร้อยละ 0 ได้แก่ การรับโอนสินค้าหรือรับโอนสิทธิในบริการ ท่ีได้มี
การขายหรือให้บริการกับองค์การสหประชาชาติ ทบวงการชานัญพิเศษของ สหประชาชาติ สถานเอกอัครราชทูต สถานทูต สถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล ทั้งน้ีเฉพาะการขายสินค้าหรือการให้บริการท่ีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงือ่ นไขทีอ่ ธิบดกี าหนด (ค) ผู้ทอดตลาดซ่งึ ขายทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบยี นกาหนดเวลา สถานที่ย่ืนแบบและการชาระภาษี 1. กาหนดเวลาย่ืนแบบ (1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 พร้อมชาระ ภาษีมูลค่าเพ่ิม (ถ้ามี) เป็นรายเดือนทุกเดือนภาษี ไม่ว่าจะมีการขายสินค้าหรือ ให้บริการในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม โดยให้ย่ืนแบบภายในวันที่ 15 ของเดือน ถดั ไป ในกรณีผู้ประกอบการมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้แยกย่ืนแบบ แสดงรายการภาษีและชาระภาษีเป็นรายสถานประกอบการ เว้นแต่ได้ย่ืนคาร้อง ขออนุมัติยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชาระภาษีรวมกัน (ภ.พ.02) เมื่อได้รับ อนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรแล้ว ก็สามารถย่ืนแบบ ภ.พ.30 รวมกันได้ตั้งแต่ เดือนภาษที ่อี ธิบดีกาหนดเป็นต้นไป (2) การนาเข้าสินค้า ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้นาเข้าต้องย่ืนแบบ ใบขนสินค้าขาเข้าและชาระภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมกับการชาระอากรขาเข้าตาม กฎหมายว่าดว้ ยศลุ กากร ณ ด่านศลุ กากรท่ีมกี ารนาเข้าสินค้า (3) ผู้มีหน้าท่ีนาส่งภาษีมูลค่าเพ่ิม กรณีผู้ประกอบการที่ให้บริการใน ต่างประเทศและได้มีการใช้บริการน้ันในราชอาณาจักร หรือผู้ทอดตลาดซ่ึงขาย ทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียน ต้องยื่นแบบนาส่ง ภาษีมูลค่าเพ่ิมภายใน 7 วันนับแต่วันที่จ่ายเงินหรือวันรับเงินจากการขาย ทอดตลาดแล้วแต่กรณี ปัจจุบันได้มีประกาศกระทรวงการคลังขยายกาหนดเวลา การนาสง่ เงินภาษมี ูลค่าเพ่ิมโดยใหน้ าสง่ ภายใน 7 วนั นับแต่วันส้ินเดือนของเดือน ที่จ่ายเงินให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียน หรือผู้ประกอบการ และยื่นรายการ แล้วแต่กรณี ( 4) กร ณีผู้รับโอ นสินค้า หรือผู้รับ โอนสิทธิ ในบริกา รท่ีได้เสี ย ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ให้นาส่งภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วัน ค ว า ม รั บ ผิ ด ใ น ก า ร เ สี ย ภ า ษี มู ล ค่ า เ พ่ิ ม เ กิ ด ขึ้ น ปั จ จุ บั น ไ ด้ มี ป ร ะ ก า ศ
กระทรวงการคลงั ขยายกาหนดเวลาการนาส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยให้นาส่งและ ยื่นรายการภายใน 7 วัน นับแต่วันส้ืนเดือนของเดือนที่ครบกาหนด 30 วันท่ี ความรบั ผดิ ในการเสียภาษีมลู ค่าเพิ่มเกิดข้ึน ( 5 ) ก ร ณี ที่ ผู้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร จ ด ท ะ เ บี ย น ยื่ น แ บ บ แ ส ด ง ร า ย ก า ร ภาษีมูลค่าเพ่ิมไว้ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่ว่าการคลาดเคล่ือนน้ันจะเป็นเหตุให้ จานวนภาษีในเดือนภาษีเปล่ียนแปลงไปหรือไม่ก็ตาม จะย่ืนแบบแสดงรายการ ภาษีมูลค่าเพิ่ม เพ่ิมเติมได้อีกพร้อมกับชาระภาษี (ถ้ามี) ให้ถูกต้องครบถ้วน ณ หนว่ ยงานที่ไดย้ ่ืนแบบแสดงรายการภาษมี ลู ค่าเพมิ่ ไวก้ อ่ น2. สถานทยี่ ่ืนแบบ (1) กรณีสถานประกอบการต้ังอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สานักงานสรรพากรพืน้ ที่สาขา(เขต/อาเภอ) ในทอ้ งทีท่ ส่ี ถานประกอบการตง้ั อยู่ (2) กรณีสถานประกอบการต้ังอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณสานกั งานสรรพากรพ้ืนที่สาขา(อาเภอ) ในทอ้ งทท่ี ่สี ถานประกอบการตง้ั อยู่3. การชาระภาษี (1) ชาระเป็นเงินสด (2) ชาระด้วยเช็คขดี คร่อม ส่ังจ่ายแก่กรมสรรพากร โดยขดี ฆ่าคาว่า ผถู้ อื และหรอื ตามคาสงั่หมายเหตุ การย่ืนแบบแสดงรายการและชาระภาษี สามารถย่ืนผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากรได้
Search
Read the Text Version
- 1 - 10
Pages: