Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ฐานการเรียนรู้พืชสมุนไพร

ฐานการเรียนรู้พืชสมุนไพร

Published by witad123, 2022-08-08 07:10:22

Description: ฐานการเรียนรู้พืชสมุนไพร

Search

Read the Text Version

คู่มอื ประจำฐำน ฐำนกำรเรียนรู้ พชื สมุนไพร ศนู ยก์ ำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศกึ ษำนำมอัธยำศยั อำเภอวงั นำ้ เย็น สำนักงำนส่งเสรมิ กำรศึกษำศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศยั จงั หวัด สระแกว้

คํานาํ เอกสารคู่มอื การปฏบิ ัติงานเล่มนี้ เป็นการรวบรวมความรู้จากเอกสาร ตาํ รา แนวปฏิบตั ิท่ีดโี ดยนาํ ความร้เู หล่าน้ันมาประมวลเปน็ คู่มอื การปฏบิ ตั งิ าน เร่ือง “ฐานการเรยี นรู้ พืชสมุนไพร” สําหรับให้ ผู้ท่ี รบั ผดิ ชอบได้ ศึกษาแนวทาง สามารถปฏิบัตงิ านได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ และประสทิ ธผิ ลยง่ิ ขนึ้ โดยแสดง แผนผงั เสน้ ทางการทาํ งาน ที่มีจดุ เริ่มต้นและจุดส้ินสดุ ของกระบวนการ ระบุถงึ ขั้นตอนและรายละเอยี ดของ กระบวนการ ทั้งน้ีเพื่ออให้การปฏบิ ัติงาน เปน็ ระบบและมีมาตรฐานเดยี วกนั คณะผจู้ ัดทำหวงั เปน็ อย่างยยิ่งว่าเอกสารคู่มือการปฏบิ ตั ิงานนจี้ ะเป็นประโยชนใ์ ชเ้ ปน็ แนวทางในการ ใหข้ ้อมูลทีค่ รบถว้ นชดั เจน และมปี ระสิทธภิ าพย่งิ ข้ึนตอ่ ไป คณะผจู้ ดั ทำ มีนาคม 2565

ฐำนกำรเรียนรู้พืชสมุนไพร คำว่ำ “สมุนไพร” หมำยควำมว่ำ ยำท่ไี ดม้ ำจำกพชื สตั ว์ แรธ่ ำตจุ ำกธรรมชำตทิ ่ไี ม่มีกำร เปล่ยี นแปลงสภำพโครงสรำ้ งภำยใน สำมำรถนำมำใชเ้ ป็นยำรกั ษำโรคต่ำงๆ และบำรุงรำ่ งกำยได้ ประเภท ของสมนุ ไพร สมนุ ไพรท่ไี ดจ้ ำกสว่ นของพืชโดยตรง (พชื วตั ถ)ุ โดยสว่ นต่ำงๆ ท่ีนำมำนนั้ มสี ำรท่ีสำมำรถใช้ เป็นยำได้ ไดแ้ ก่ ใบ ดอก ผล เปลือกผล เมล็ด เปลอื กเมล็ด รำกหรือหวั ตน้ แก่น กระพี้ เนอื้ ไม้ เปลือกไม้ สมนุ ไพรท่ไี ดจ้ ำกอวยั วะของสตั ว์ (สตั วว์ ตั ถ)ุ ไดแ้ ก่ ตบั ดี นอ เขำ เอน็ เลอื ด นำ้ มนั มลู ฯลฯ เชน่ ขผี้ งึ้ รงั นก นำ้ มนั ตบั ปลำ สมนุ ไพรท่ไี ดจ้ ำกแรโ่ ดยธรรมชำติหรือสิ่งท่ปี ระกอบขนึ้ จำกแรธ่ ำตตุ ่ำงๆ ตำมกรรมวธิ ี (ธำตุ วตั ถ)ุ นำมำใชเ้ ป็นยำ เช่น เกลือ กำมะถนั นำ้ ประสำนทอง ดเี กลือ สำรสม้ กำรจำแนกรูปแบบของสมุนไพรทใ่ี ชเ้ ป็ นยำ สมนุ ไพรไม่ว่ำจะเป็นสว่ นท่มี ำจำกพชื วตั ถุ สตั วว์ ตั ถุ หรือธำตวุ ตั ถกุ ็ตำม เวลำจะนำมำใชเ้ พ่อื บรโิ ภค หรือเพ่อื กำรรกั ษำตำมกรรมวิธีจำเพำะอนั ใดกต็ ำม พอจะจำแนกรูปแบบของสมนุ ไพรท่ใี ชเ้ ป็นยำไดด้ งั นีค้ ือ 1. รูปแบบท่ีเป็นของเหลว ยำเหลำ่ นมี้ กั ไดจ้ ำกกรรมวิธีต่ำงๆ กนั เช่น ยำตม้ คอื ห่ันตน้ ยำแลว้ ตม้ กบั นำ้ ยำชงเป็นยำแหง้ ห่นั เป็นชิน้ เล็กๆ ค่วั แลว้ นำไปชงกบั นำ้ นำ้ คนั้ สมนุ ไพรเตรยี มโดยกำรเอำตน้ สมนุ ไพร สดๆ ตำใหล้ ะเอียด เตมิ นำ้ แลว้ คนั้ เอำนำ้ ยำมำรบั ประทำน และยำดองเตรยี มโดยบดสมนุ ไพรใหแ้ หง้ ห่อดว้ ย ผำ้ ขำวบำงดองในสรุ ำ 2. รูปแบบท่เี ป็นของแข็ง ยำปั้นลกู กลอน เตรยี มโดยห่นั ตน้ ไมย้ ำสดใหเ้ ป็นแว่นบำงๆ ตำกแดดให้ แหง้ บดเป็นผง ผสมกบั นำ้ ผงึ้ หรอื นำ้ เช่ือม 1 สว่ น ป้ันเป็นลกู กลมๆ เล็กๆ ขนำดเสน้ ผำ่ ศนู ยก์ ลำง 1 เซนติเมตรป้ันเสรจ็ ผ่งึ แดดจนแหง้ 3. รูปแบบกง่ึ แขง็ ก่งึ เหลว สมนุ ไพรเหลำ่ นจี้ ะทำใหอ้ ย่ใู นลกั ษณะพอทรงตวั ได้ มกั ใชเ้ พ่อื กำรรกั ษำ ภำยนอกเชน่ ยำพอกเตรียมโดยใชต้ น้ สดตำใหแ้ หลกหรือเหลว 4. รูปแบบอ่นื ๆ ท่มี ีลกั ษณะกำรใชพ้ ิเศษ เชน่ ใชว้ ธิ ีรมควนั เพ่อื รกั ษำโรคของทำงเดินหำยใจ หรอื กำร รมควนั เพ่อื รกั ษำแผลและใหม้ ดลกู เขำ้ อ่ใู นสตรีภำยหลงั คลอด

ควำมเป็ นมำและควำมเชอ่ื เกยี่ วกับสมุนไพร ควำมเช่ือและกำรใชส้ มนุ ไพรนนั้ มมี ำตงั้ แต่สมยั โบรำณ ควำมรูเ้ กี่ยวกบั สมนุ ไพรมีในตำรำแพทย์ ตงั้ แต่สมยั กรกี อินเดยี จีน และโดยเฉพำะอยำ่ งยง่ิ กำรแพทยไ์ ทยแผนโบรำณ นอกจำกนกี้ ็มีกำรศกึ ษำ คน้ ควำ้ ตอ่ เน่ืองจนถงึ ปัจจบุ นั ถำ้ จะพดู ถงึ ประโยชนข์ องสมนุ ไพร ในปัจจบุ นั ยำตำ่ งๆ ท่ใี ชก้ นั อย่มู จี ำนวนไม่ นอ้ ยท่ไี ดม้ ำจำกสมนุ ไพรโดยตรง เช่น ยำแกป้ วด aspirin มำจำกเปลือกไมข้ องพชื ชนดิ หนง่ึ ยำแกป้ วด morphine กม็ ำจำกตน้ ฝ่ิน ยำควินินรกั ษำโรคมำลำเรียก็ไดม้ ำจำกกำรสกดั เปลือกไม้ cinchona ยำรกั ษำ โรคหวั ใจลม้ เหลว digitalis ก็ไดม้ ำจำกตน้ foxglove เป็นตน้ โทษและอนั ตรำยจำกกำรใชย้ ำสมุนไพร สมนุ ไพรนอกจำกจะมปี ระโยชนใ์ นกำรรกั ษำโรคภยั ไขเ้ จ็บแลว้ ในทำงตรงกนั ขำ้ ม ถำ้ ใชไ้ ม่ถกู ตอ้ งก็ อำจมีโทษและอนั ตรำยไดเ้ ช่นกนั อนั ตรำยจำกสมนุ ไพรนนั้ อำจแยกออกเป็น 3 ประกำรคือ ประกำรท่ีหน่ึง อนั ตรำยท่เี กิดจำกโรคท่ีขำดกำรรกั ษำเช่น โรคควำมดนั โลหติ สงู โรคเบำหวำน หรือโรคหืด ซง่ึ กำรแพทยป์ ัจจบุ นั ยงั ไมส่ ำมำรถรกั ษำใหห้ ำยขำดได้ กำรใหย้ ำนนั้ เพ่อื บรรเทำอำกำรและ ปอ้ งกนั โรคแทรกซอ้ นท่ีอำจจะเกดิ ขนึ้ ถำ้ ไม่เขำ้ ใจเก่ียวกบั โรคท่ีถกู ตอ้ งอำจจะเบ่ือก็เลยหยดุ ยำ แลว้ รกั ษำ ดว้ ยสมนุ ไพร มยี ำสมนุ ไพรหลำยชนิดท่ีอำจจะไมม่ ปี ระสิทธิภำพในกำรรกั ษำโรค นอกจำกนนั้ โรคท่ที ำ่ น เป็นอย่บู ำงครงั้ ก็อำจจะไมม่ ีอำกำรเดน่ ชดั ทำใหเ้ ขำ้ ใจผิดคิดว่ำโรคหำยแลว้ กล็ ะเลยกบั กำรรกั ษำท่ถี กู ตอ้ ง นำนๆ ไปโรคเดิมอำจจะกำเรบิ เชน่ เป็นควำมดนั โลหิตสงู มำกๆ ไม่ไดร้ กั ษำก็อำจจะทำใหเ้ สน้ เลือดแตกใน สมองเป็นอมั พฤกษอ์ มั พำตได้ ประกำรทสี่ อง เป็นอนั ตรำยท่เี กิดจำกฤทธิ์ของสมนุ ไพรโดยตรง มีสมนุ ไพรหลำยชนิดท่มี สี ำรเคมี ท่เี ป็นพิษรำ้ ยแรง ถำ้ ไดร้ บั เขำ้ ไปจะทำใหเ้ กิดอำกำรจำกพษิ ของสำรชนิดนนั้ ๆ ยกตวั อยำ่ งเช่น มะเกลือ (มะเกลือเป็นไมย้ นื ตน้ ขนำดกลำง) เป็นท่ที รำบกนั มำนำนแลว้ วำ่ ผลมะเกลือมสี ำรเคมที ่ีสำคญั หลำยชนิด

ท่มี สี รรพคณุ ในกำรขบั ถ่ำยพยำธิ์ ตำรบั ยำกลำงบำ้ นไดแ้ นะนำใหใ้ ชผ้ ลมะเกลือสดตำคนั้ ผสมกระทิ ไดม้ ี รำยงำนผปู้ ่ วยหลำยรำยท่ไี ดร้ บั พษิ จำกมะเกลือ ผปู้ ่วยมีอำกำรไข้ อำเจียน ทอ้ งเดิน หลงั จำกนนั้ จะมีอำกำร ตำมวั ตำมองไมเ่ ห็น ตำบอดได้ จำกกำรศึกษำวจิ ยั พบว่ำ ผลมะเกลอื ท่แี ก่เตม็ ท่จี นมีสีดำนนั้ อำจจะมสี ำร nepthaleneซง่ึ เป็นพษิ ต่อประสำทตำโดยตรง ย่โี ถ เป็นไมพ้ ่มุ ประดบั ท่นี ิยมปลกู กนั ตำมบำ้ นเรือน เคยมีผแู้ นะนำใหเ้ อำใบย่โี ถตม้ นำ้ รบั ประทำน เพ่อื แกโ้ รคพษิ สรุ ำเรือ้ รงั หลงั จำกรบั ประทำนเขำ้ ไปแลว้ คนไขม้ ีอำกำรอำเจยี น ทอ้ งเดิน ปวดศีรษะ และ ปวดทอ้ ง ถำ้ รบั ประทำนมำกพษิ ของสำรเคมีในใบย่ีโถจะกดกำรเตน้ ของหวั ใจ ทำใหห้ วั ใจเตน้ ชำ้ ลง และ อำจจะหยดุ ได้ ดงั นนั้ จงึ ควรจะตอ้ งระมดั ระวงั โดยเฉพำะอย่ำงย่งิ ในเดก็ ซง่ึ อำจจะรบั ประทำนเขำ้ ไปโดย รูเ้ ท่ำไม่ถงึ กำรณ์ นอกจำกนพี้ ชื อ่นื ๆ อกี หลำยชนดิ ก็อำจจะมพี ษิ เช่น ลำโพงมีพิษต่อระบบประสำทโดยตรง ถำ้ ไดร้ บั เขำ้ ไปมำกคนไขจ้ ะมอี ำกำรตำพรำ่ มวั ปำกแหง้ กระหำยนำ้ ม่ำนตำขยำย ไม่สแู้ สง ผวิ หนงั รอ้ นแดง ถำ้ เป็น มำกอำจถงึ ขนั้ สบั สนจิตประสำทหลอนและคลมุ้ คล่งั ประกำรทส่ี ำม อนั ตรำยจำกสำรเจือปนในสมนุ ไพร ทำงคณะแพทยศำสตรโ์ รงพยำบำลรำมำธิบดี ไดท้ ำกำรตรวจวเิ ครำะหย์ ำสมนุ ไพร เพ่ือจะหำสำรเจือปนท่อี ำจจะเป็นอนั ตรำยจำกตวั อยำ่ งจำนวนรว่ มรอ้ ย พบว่ำมี arsenic 60% มีสำร steroids 30% นอกจำกนนั้ มสี ำรปรอทและตะก่วั ประปรำย Arsenic ใน สมยั กอ่ นนิยมใชเ้ ป็นยำรกั ษำโรคผิวหนงั เรอื้ นกวำง และรกั ษำโรค syphilis ในปัจจบุ นั เลิกใชเ้ พรำะเป็นยำ อนั ตรำย ในตำรำแพทยโ์ บรำณทงั้ ของไทยและจีนเช่อื ว่ำ arsenic มคี ณุ สมบตั ิกระตนุ้ ใหก้ ระชมุ่ กระชวย แต่ ถำ้ ผปู้ ่วยไดร้ บั มำกเกินไปกอ็ ำจจะเกดิ พษิ ของ arsenic ได้ ในระยะแรกผปู้ ่ วยจะมีอำกำรเจ็บคอ ปวดทอ้ ง ทอ้ งเสยี ตอ่ มำผปู้ ่วยมีอำกำรปวดแสบปวดรอ้ นบรเิ วณปลำยประสำทแปร๊บๆ แบบถกู ไฟฟ้ำช๊อต ระยะหลงั จะมีผ่นื ตำมตวั สดี ำ ผวิ หนงั หนำขนึ้ ผปู้ ่วยท่ไี ดร้ บั arsenic อำจจะมีโอกำสเป็นมะเรง็ ไดม้ ำกขนึ้ เช่น มะเรง็ ผิวหนงั มะเรง็ ปอดเป็นตน้ สำรปรอท ปรอทท่ผี สมในสมนุ ไพร อำจจะทำใหเ้ ป็นพษิ โดยมีอำกำรปำกเป่ือย เหงือกอกั เสบ ฟันหลดุ นำ้ ลำยไหลมำกผิดปกติและไตวำยเป็นตน้ Steroids มคี ณุ สมบตั ิบรรเทำอำกำรของโรคหลำยชนิด จึงนิยมเจอื ปนในสมนุ ไพร ทำใหโ้ รคบำงอย่ำงดู เหมือนดขี ึน้ เช่น โรคหดื โรคไขขอ้ อกั เสบ แต่ถำ้ ใชน้ ำนๆ จะมอี ำกำรขำ้ งเคยี งและอนั ตรำยอย่ำงมำก ผปู้ ่ วย มีหนำ้ บวมฉุ เป็นสวิ ลำตวั อว้ นกลม ผวิ หนงั ลำยเป็นจำ้ เลือดไดง้ ่ำย และกระดกู ผุ เป็นตน้ ถำ้ ใชต้ ิดตอ่ กนั นำนทำใหต้ ิดยำและถำ้ หยุดยำเฉียบพลนั อำจทำใหช้ ็อคได้ สำรตะก่ัว พิษของสำรตะก่วั เป็นท่รี ูจ้ กั กนั ดี ตะก่วั เป็นพษิ ทำใหม้ อี ำกำรปวดทอ้ ง โลหิตจำง กลำ้ มเนือ้ อ่อน แรงจำกปลำยประสำทผดิ ปกติเป็นตน้

คำแนะนำในกำรใชส้ มุนไพร สมนุ ไพรเป็นดำบสองคม พงึ ระลกึ เสมอวำ่ อะไรก็ตำมท่มี ีประโยชนม์ ำก ก็อำจมโี ทษไดเ้ ชน่ กนั กำรใช้ สมนุ ไพรควรจะตอ้ งระมดั ระวงั หลักกำรในกำรใชส้ มุนไพรคอื 1. ถำ้ เป็นโรคท่ยี งั พิสจู นไ์ มไ่ ดแ้ น่ชดั วำ่ รกั ษำดว้ ยสมนุ ไพรไดผ้ ลดี กไ็ ม่ควรรกั ษำดว้ ยสมนุ ไพร เช่น งพู ิษกดั สนุ ขั บำ้ กดั โรคบำดทะยกั กระดกู หกั วณั โรค เบำหวำน เป็นตน้ 2. กลมุ่ อำกำรบำงอย่ำงท่ีบง่ ชีว้ ่ำ อำจจะเป็นโรครำ้ ยแรงท่ีจำเป็นตอ้ งรกั ษำอย่ำงรีบดว่ นเช่น ไขส้ งู ซมึ ไม่รูส้ กึ ตวั ปวดอย่ำงรุนแรง อำเจยี นเป็นเลอื ด ตกเลือดจำกช่องคลอด ทอ้ งเดินอย่ำงรุนแรง หรือคนไข้ เป็นเดก็ และสตรีมีครรภ์ ควรรีบนำปรกึ ษำแพทย์ แทนท่จี ะรกั ษำดว้ ยสมนุ ไพร 3. กำรใชย้ ำสมนุ ไพรนนั้ ควรคน้ ควำ้ จำกตำรำ หรือปรกึ ษำท่ำนผรู้ ู้ โดยใชใ้ หถ้ กู ตอ้ ง ใชใ้ หถ้ กู สว่ น ใชใ้ หถ้ กู ขนำด ใชใ้ หถ้ กู วิธี ใชใ้ หถ้ กู โรค ใชใ้ หถ้ กู คน 4. ไมค่ วรใชส้ มนุ ไพรติดต่อกนั เป็นเวลำนำนๆ เพรำะพิษอำจจะสะสมได้ เม่ือใชย้ ำหลำยสปั ดำห์ อำกำรไมด่ ขี นึ้ ควรปรกึ ษำแพทย์ 5. ถำ้ มีอำกำรพิษท่เี กดิ ขึน้ จำกยำสมนุ ไพร ตำมท่ไี ดก้ ลำ่ วมำแลว้ ควรรบี หยุดยำโดยเร็ว กำรปลกู และบำรุงรกั ษำพืชสมนุ ไพร หลกั กำรท่วั ไปของกำรปลกู และบำรุงรกั ษำพืชท่วั ไปและพืชสมนุ ไพร ไม่แตกต่ำงกนั แต่ควำมอดุ ม สมบรู ณข์ องพืชสมนุ ไพร จะเป็นเคร่ืองชบี้ อกคณุ ภำพของสมนุ ไพรได้ พืชสมนุ ไพรตอ้ งกำรกำรปลกู และ บำรุงรกั ษำใกลเ้ คยี งกบั ลกั ษณะธรรำชำติของพชื สมนุ ไพรนนั้ มำกท่สี ดุ เชน่ ว่ำนหำงจระเข้ ตอ้ งกำรดินปน ทรำย และอดุ มสมบรู ณ์ แดดพอเหมำะ หรือตน้ เหงือกปลำหมอชอบขนึ้ ในท่ดี ินเป็นเลน และท่ีดนิ กรอ่ ยชมุ่ ชืน้ เป็นตน้ หำกผปู้ ลกู สมนุ ไพรเขำ้ ใจสง่ิ เหลำ่ นจี้ ะทำใหส้ ำมำรถเลือกวิธีปลกู และจดั สภำพแวดลอ้ มของ ตน้ ไมไ้ ดเ้ หมำะกบั พชื สมนุ ไพร กจ็ ะเจรญิ เติบโตได้ เป็นผลทำใหค้ ณุ ภำพพืชสมนุ ไพรท่ีนำมำรกั ษำโรคมี ฤทธิด์ ขี ึน้ ดว้ ย กำรปลกู และกำรบำรุงรกั ษำพชื สมนุ ไพร โดยอำศยั วธิ ีกำรทำงวทิ ยำศำสตรใ์ นประเทศไทย ไม่ จรงิ จงั เทำ่ ท่คี วร บำงประเทศไดท้ ดลองเพ่อื หำคำตอบว่ำ สภำพแวดลอ้ มอยำ่ งไรจงึ จะทำใหส้ ำระสำคญั ใน พชื สมนุ ไพรชนดิ นนั้ ๆ มำกท่ีสดุ ซ่งึ ตอ้ งอำศยั ควำมรว่ มมือมำกกวำ่ หนง่ึ หน่วยงำน หรือกำรหำคำตอบว่ำ วธิ ีกำรขยำยพนั ธุพ์ ชื สมนุ ไพรแตล่ ะชนิด จะทำอยำ่ งไรจงึ จะเหมำะสมและประหยดั มำกท่สี ดุ ในประเทศ ไทย หน่วยงำนของกระทรวงเกษตรและสหกรณม์ งี ำนวจิ ยั ดำ้ นนอี้ ย่บู ำ้ งและกำลงั คน้ ควำ้ ต่อไป

กำรปลูก เป็นกำรนำเอำสว่ นของพืช เชน่ เมล็ด ก่งิ หวั ผ่ำนกำรเพำะหรือกำรชำ หรือวิธีกำรอ่ืนๆ ใสล่ งในดิน หรอื วสั ดอุ ่ืนเพ่อื งอกหรือเจรญิ เติบโตต่อไป กำรปลกู ทำไดห้ ลำยวธิ ีคือ กำรปลกู ด้วยเมลด็ โดยตรง วธิ ีนไี้ ม่ตอ้ งเพำะเป็นตน้ กลำ้ กอ่ น นำเมล็ดมำหวำ่ นลงแปลงไดเ้ ลย หลงั จำกนนั้ ใชด้ นิ รว่ นหรอื ทรำยหยำบโรยทบั บำงๆ รดนำ้ ใหช้ นื้ ตลอดทุกวนั เม่ือเมลด็ งอกเป็นตน้ อ่อนจงึ ถอนตน้ ท่ีออ่ นแอออกเพ่ือใหม้ ีระยะหำ่ งตำมสมควร ปกติมกั ใชใ้ นกำรปลกู ผกั หรือพชื ลม้ ลกุ และพืชอำยสุ นั้ เชน่ กะเพรำ โหระพำ สว่ นกำรหยอดลงหลมุ โดยตรงมกั ใชก้ บั พชื ท่ีมเี มล็ดใหญ่ เชน่ ฟักทอง ละห่งุ โดย หยอดในแต่ละหลมุ มำกว่ำจำนวนตอ้ นท่ีตอ้ งกำร แลว้ ถอนออกภำยหลงั กำรปลกู ด้วยต้นกลำ้ หรอื ก่งิ ชำ ปลกู โดยกำรนำเมล็ด หรอื ก่งิ ชำปลกู ใหแ้ ข็งแรงดใี นถงุ พลำสตกิ หรือในกระถำง แลว้ ยำ้ ยปลกู ในพืน้ ท่ที ่ตี อ้ งกำร กำรยำ้ ยตน้ ออ่ นจำกภำชนะเดิมไปยงั พนื้ ท่ที ่ตี อ้ งกำร ตอ้ ง ไมท่ ำลำยรำก ถำ้ เป็นถงุ พลำสติกก็ใชม้ ีดกรีดถงุ ออก ถำ้ เป็นกระถำง ถอดกระถำงออกโดยใชม้ ือดนั รูกลมท่ี กน้ กระถำง ถำ้ ดินแนน่ มำก ใหใ้ ชเ้ สยี มเซำะดินแลว้ ใชน้ ำ้ หลอ่ กอ่ น จะทำใหถ้ อนงำ่ ยขนึ้ หลมุ ท่ีเตรยี มปลกู ควรกวำ้ งกวำ่ กระถำงหรือถงุ พลำสติกเล็กนอ้ ย จงึ ทำใหต้ น้ ออ่ นเจริญเติบโตไดส้ ะดวก วำงตน้ ไมใ้ หร้ ะดบั รอยต่อระหวำ่ งลำตน้ กบั รำกอยเู่ สมอกบั ระดบั ของขอบหลมุ พอดี แลว้ กลบดว้ ยดนิ รว่ นซุย หรือดนิ รว่ มปน ทรำย กดดนิ ใหแ้ นน่ พอประมำณ นำเศษไมใ้ บหญำ้ มำคลมุ ไวร้ อบโคนตน้ เพ่ือรกั ษำควำมชมุ่ ชนื้ และ ปอ้ งกนั แรงกระแทกเวลำรดนำ้ หำไมห้ ลกั ซ่งึ สงู มำกกวำ่ ตน้ ไมม้ ำปักไวข้ ำ้ งๆ ผกู เชือกยดึ กบั ตน้ ไม้ คอยพยุ งมใหต้ น้ ไมล้ ม้ หรอื โยกคลอนได้ ปกตใิ ชก้ บั ตน้ ไมย้ นื ตน้ เช่น คนู แคบำ้ น ชมุ เหด็ เทศ สะแก ขเี้ หล็ก เป็นตน้ หรอื ใชก้ บั พนั ธุไ์ มท้ ่งี อกยำกหรือมีรำคำแพง จงึ จำเป็นตอ้ งเพำะเมลด็ กอ่ น กำรปลกู ด้วยหวั ปกตจิ ะมีหวั ท่เี กิดจำกรำก และลำตน้ เรยี กช่ือแตกต่ำงกนั ในท่นี จี้ ะรวมเรยี ก เป็นหวั หมด โดยไม่แยกรำยละเอียดไว้ สำหรบั กำรปลกู ไมป้ ระเภทหวั ควรปลกู ในท่รี ะบำยนำ้ ไดด้ ี มฉิ ะนนั้ จะเน่ำได้ กำรปลกู โดยกำรฝังหวั ใหล้ กึ พอประมำณ (ปกติลกึ ไม่เกิน 3 เทำ่ ของควำมกวำ้ งหวั ) กดดินให้ แน่นพอสมควร คลมุ แปลงปลกู ดว้ ยฟำง หรือหญำ้ แหง้ เช่น กำรปลกู หอม กระเทียม กำรปลกู ดว้ ยหน่อหรือเหงำ้ ปลกู โดยอำศยั หน่อหรือเหงำ้ อ่ำนรำยละเอียดในกำรขยำยพนั ธุพ์ ืชสมนุ ไพร ขอ้ 2.1 กำรปลกู ดว้ ยไหล ปกตินิยมเอำสว่ นของไหลมำชำไวก้ ่อน จะยำ้ ยปลกู ในพนื้ ท่ีท่เี ตรียมไวอ้ ีกครงั้ หนงึ่ เชน่ บวั บก แหว้ หมู กำรปลกู ด้วยจกุ หรือตะเกยี ง โดยกำรนำจกุ หรือตะเกียงมำชำในดนิ ท่เี ตรยี มไว้ โดยใชต้ ะเกียง ตงั้ ขึน้ ตำมปกติ กลบดนิ เฉพำะดำ้ นลำ่ ง เช่น สบั ประรด กำรปลูกดว้ ยใบ เหมำะสำหรบั พืชท่ีมีใบหนำใหญ่ และแข็งแรง คลำ้ ยกบั กำรปลกู ดว้ ยสว่ นของ ก่งิ และลำตน้ คือกำรตดั ใบไปปักหรือวำงบนดินท่ชี มุ่ ชนื้ ใหเ้ กดิ ตน้ ใหม่ เชน่ วำ่ นลิน้ มงั กร

กำรปลูกดว้ ยรำก โดยตดั ส่วนของรำกไปปักชำใหเ้ กิดตน้ ใหมข่ ึน้ เชน่ ดปี ลี เป็นตน้ กำรบำรุงรักษำ เป็นกำรกระทำใหพ้ นั ธุไ์ มท้ ่ปี ลกู ไวเ้ จรญิ งอกงำมต่อไป ซ่งึ จะเก่ียวขอ้ งกบั เรอ่ื ง ตอ่ ไปนี้ กำรพรำงแสง พนั ธุไ์ มต้ อ้ งกำรแสงนอ้ ยหรือพนั ธุไ์ มท้ ่ยี งั อ่อนแออยู่ ควรจะไดม้ กี ำรพรำงแสง หำก ตอ้ งปลกู พชื ดงั กลำ่ วในท่โี ลง่ เกินไป กำรพรำงแสงปกตจิ ะทำช่วั ระยะเวลำหนงึ่ จนพืชนนั้ ตงั้ ตวั ได้ แต่ถำ้ เป็น พืชท่ีตอ้ งกำรแสงนอ้ ย ก็ตอ้ งมกี ำรพรำงแสงไวต้ ลอดเวลำ หรือปลกู ใตต้ น้ ไมท้ ่ใี หร้ ม่ เงำไดจ้ ะเหมำะสมกว่ำ กำรให้น้ำ ปกตกิ ำรปลกู ควรปลกู ในช่วงตน้ ฤดฝู น เพรำะจะทำใหป้ ระหยดั ค่ำใชจ้ ำ่ ยในกำรใหน้ ำ้ สำหรบั กำรใหน้ ำ้ จะตอ้ งพจิ ำรณำลกั ษณะของพชื แต่ละชนดิ ประกอบดว้ ยวำ่ ตอ้ งกำรนำ้ มำกหรือนอ้ ย จงึ จำเป็นตอ้ งศึกษำลกั ษณะของพนั ธุไ์ มท้ ่ปี ลกู บำ้ งตำมสมควร แต่โดยหลกั กำรแลว้ เม่ือปลกู ตน้ ไมใ้ หญ่ๆ ก็ ควรจะใหน้ ำ้ ใหม้ ีควำมช่มุ ชนื้ อย่เู สมอ ปกตใิ หน้ ำ้ อย่ำงนอ้ ยวนั ละครงั้ แต่หำกพจิ ำณำเหน็ วำ่ แฉะเกนิ ไปก็ เวน้ ช่วงได้ หรือหำกแหง้ เกนิ ไปก็ตอ้ งใหน้ ำ้ เพ่ิมเตมิ คือตอ้ งคอยสงั เกตดว้ ย ทงั้ นีเ้ พรำะแตล่ ะทอ้ งท่ีจะมี สภำพดนิ และอำกำศแตกต่ำงกนั สว่ นกำรใหน้ ำ้ กต็ อ้ งใหจ้ นกว่ำพืชจะตงั้ ตวั ได้ ซ่งึ ขึน้ อย่กู บั พืชแต่ละชนดิ แตก่ พ็ อสงั เกตจำกลกั ษณะของพชื นนั้ ได้ หำกแสดงลกั ษณะเห่ยี วเฉำก็แสดงว่ำยงั ตงั้ ตวั ไมไ่ ด้ กำรระบำยน้ำ จะตอ้ งหำวิธีกำรท่จี ะตอ้ งระบำยนำ้ ออกจำกพืน้ ท่ใี หไ้ ด้ ถำ้ ฝนตกนำ้ ท่วม โคนพืชท่ี ปลกู ไว้ เพรำะจะเป็นอนั ตรำยตอ่ ระบบรำกของพชื ได้ ทงั้ นอี้ ำจทำโดยกำรยกรอ่ งปลกู หรือพนู ดนิ ใหส้ งู ขึน้ กอ่ นปลกู กจ็ ะชว่ ยแกป้ ัญหำนำ้ ขงั ไดถ้ ำ้ มีปัญหำ กำรพรวนดิน จะชว่ ยทำใหด้ นิ รว่ นซุยเก็บควำมชืน้ ดี กำรระบำยนำ้ และกำรถ่ำยเทอำกำศเป็นไป ไดด้ ี อกี ทงั้ เป็นกำรกำจดั วชั พชื ไปดว้ ย จึงควรมกี ำรพรวนดินใหพ้ ืชท่ีปลกู บำ้ งเป็นครงั้ ครำว แตพ่ ยำยำมอยำ่ ใหก้ ระทบกระเทอื นรำกมำกนกั และควรพรวนในขณะท่ีดินแหง้ พอควร กำรใหป้ ๋ ยุ ปกตจิ ะใหก้ ่อนปลกู อย่แู ลว้ โดยใส่ป๋ ยุ อินทรียห์ รือป๋ ยุ วทิ ยำศำสตร์ (สตู รเสมอ เชน่ 15- 15-15 ) รองกน้ หลมุ แตเ่ น่ืองจำกมกี ำรสญู เสยี ไปและพชื นำไปใชด้ ว้ ย จงึ จำเป็นตอ้ งใสเ่ พิม่ เติมโดยอำจจะ ใสก่ ่อนฤดฝู น 1 ครงั้ และใส่หลงั ฤดฝู น 1 ครงั้ ซง่ึ อำจใสแ่ บบเป็นแถวระหวำ่ งพชื หรือหว่ำนท่วั แปลง หรือใส่ รอบๆ โคนตน้ บรเิ วณของทรงพมุ่ หรอื ใชป้ ๋ ยุ เกล็ดผสมนำ้ ฉีดใหท้ ำงใบ กำรบำรุงรกั ษำพชื สมนุ ไพรควร หลกี เล่ียงสำรเคมี ไม่ว่ำดำ้ นกำรใหป้ ๋ ยุ หรือกำรกำจดั วชั พืช ศตั รูพชื เน่อื งจำกสำรเคมีอำจมผี ลทำให้ ปรมิ ำณสำระสำคญั ในสมนุ ไพรเปล่ียนแปลง หรอื อำจมพี ิษตกคำ้ ง เป็นอนั ตรำยต่อกำรใชส้ มนุ ไพร ควรจะ เลอื กวิธีดแู ลรกั ษำใหเ้ ป็นไปตำมธรรมชำติใหม้ ำกท่สี ดุ

สมุนไพรภำยในฐำนกำรเรียนรู้ รำงจดื รำงจดื (ช่ือวิทยำศำสตร:์ Thunbergia laurifolia) เป็นช่ือของพชื สมนุ ไพรประเภทไมเ้ ลือ้ ยหรือไม้ เถำในวงศเ์ หงือกปลำหมอ มีลกั ษณะเนอื้ แข็ง เลอื้ ยพำดพนั ไปตำมตน้ ไม้ เถำจะมีลกั ษณะเป็นขอ้ ปลอ้ ง กลมมีสีเขยี วสดหรือสีเขียวเขม้ ดอกจะเป็นสีมว่ งอ่อนๆหรือสีครำม ออกดอกเป็นช่อหอ้ ยลงตำมซอกใบ รำงจดื ไดร้ บั กำรขนำนนำมว่ำเป็น \"รำชำแห่งกำรถอนพิษ มสี รรพคณุ ทำงยำในดำ้ นกำรถอนพิษต่ำงๆ หรอื ใชเ้ ป็นยำพอกบำดแผล นำ้ รอ้ นลวก ไฟไหม้ รวมถึงใชเ้ ป็นยำรบั ประทำนเป็นยำแกร้ อ้ นในกระหำยนำ้ รำงจืดมีชอื่ พืน้ เมอื งอนื่ ๆ ไดแ้ ก่ กำลงั ชำ้ งเผือก เครือเขำเขยี ว ขอบชะนำง ยำเขียว (ภำคกลำง) คำย รำงเยน็ (ยะลำ) จอลอดิเออ ซง้ั กะ ป้ังกะละ่ พอหนอ่ เตอ (กะเหร่ยี ง-แม่ฮ่องสอน) ดเุ หวำ่ (ปัตตำน)ี ทิด พดุ (นครศรีธรรมรำช) นำ้ นอง (สระบรุ ี) ย่ำแย้ แอดแอ (เพชรบรู ณ)์ ลักษณะทำงพฤษศำสตร์ ไมเ้ ลือ้ ยหรอื ไมเ้ ถำ มีลกั ษณะเนือ้ แข็ง ลำตน้ หรือเถำนนั้ จะกลมเป็นปลอ้ ง มีสีเขยี วสดหรอื สีเขยี ว เขม้ ใบ จะมีลกั ษณะเป็นใบเดีย่ ว ลกั ษณะของใบเป็นรูปหวั ใจ ตรงโคนใบจะเวำ้ ปลำยใบจะเรียวแหลม กวำ้ ง 4-7 ซม. ยำว 8-14 ซม. สว่ นดอกจะมสี มี ว่ งอมฟำ้ ใบประดบั สีเขียวประสนี ำ้ ตำลแดง ออกเป็นชอ่ หอ้ ยลงตำมซอกใบ

กำรปลกู เลยี้ ง นยิ มใชเ้ ถำในกำรปักชำ ในกำรชำเถำ ใหเ้ ลอื กเถำแกม่ ำตดั เป็นท่อน ยำวประมำณ 6-8 นวิ้ ใหม้ ีตำติดอย่2ู -3 ตำ ถำ้ ชำเถำในฤดฝู นจะออกรำกเรว็ กวำ่ สรรพคุณ รำกและใบ รบั ประทำนเป็นยำแกร้ อ้ นใน กระหำยนำ้ ใบและรำกใชป้ รุงเป็นยำถอนพษิ ไข้ ยำพอก บำดแผล ใชส้ ำหรบั ถอนพิษยำฆำ่ แมลง สำหรบั ผปู้ ่ วยท่ีดื่มยำฆำ่ แมลงเขำ้ ไปเป็นกำรบรรเทำอำกำรก่อนถงึ โรงพยำบำล แกพ้ ิษแอลกอฮอล์ บรรเทำอำกำรเมำคำ้ ง บรรเทำอำกำรผ่นื แพ้ ชำวกะเหรยี่ งเรียกว่ำจอลอดี่ เดอตดั ลำตน้ เป็นชนิ้ เลก็ พกติดตวั เช่ือว่ำป้องกนั งไู ด้ ฟ้ำทะลำยโจร ฟ้ำทะลำยโจร (ช่ือวทิ ยำศำสตร:์ Andrographis paniculata ( Burm.f. ) Wall ex Nees.) เป็นพืช ลม้ ลกุ ฤดเู ดียว ในตระกลู Acanthaceae มถี ่นิ กำเนดิ ในอินเดียและศรีลงั กำ โดยในตำรำยำโบรำณของไทย จดั ใหเ้ ป็นสมนุ ไพรพืน้ บำ้ นท่ีสำมำรถหำมำรบั ประทำนแกโ้ รคไดเ้ อง สงู ประมำณ 30-70 ซม. ลำตน้ เป็น สี่เหล่ยี ม แตกก่งิ มำก ใบรียำว ปลำยใบแหลม ดอกขนำดเลก็ สีขำว มรี อยกระสีม่วงแดง ลกั ษณะเป็นหลอด ฝักคลำ้ ยฝักตอ้ ยตง่ิ เมล็ดสีนำ้ ตำลอ่อน ใบมสี ำรประกอบแลกโตน ซง่ึ มีฤทธิเ์ ป็นยำแกไ้ ข้ โรคทำงเดนิ หำยใจ แกเ้ จบ็ คอ แต่บำงคนอำจเกิดอำกำรแพไ้ ด้ ซ่งึ ตอ้ งหยดุ ยำทนั ที ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ ฟำ้ ทะลำยโจรเป็นพชื ลม้ ลกุ มคี วำมสงู ประมำณ 30 - 70 เซนติเมตร หรอื ประมำณ 1-2 ศอก ลำตน้ เป็นเหลยี่ มสี่มมุ ปำ้ น ใบเป็นใบเดี่ยวรูปรำ่ งเรยี วยำวสีเขียวเขม้ เป็นมนั ปลำยแหลม กวำ้ งประมำณ 1 เซนตเิ มตร ดอกช่อออกท่ปี ลำยก่งิ และซอกใบ มีดอกย่อยขนำดเลก็ สีขำว ดำ้ นในสีม่วง โคนกลบี ติดกนั

กลบี ดอกดำ้ นบนมี 3 หยกั ดำ้ นลำ่ งมี 2 หยกั ผลเป็นฝักเม่ือผลแก่จะมีสนี ำ้ ตำล ภำยในมีเมล็ดสนี ำ้ ตำลอ่อน จำนวนมำก กำรใช้ประโยชน์ ฟำ้ ทะลำยโจรมสี รรพคณุ หลำยประกำร เชน่ แกไ้ ขท้ ่วั ๆ ไป เชน่ ไขห้ วดั ไขห้ วดั ใหญ่ ระงบั อำกำรอกั เสบ ไอ เจ็บคอ คออกั เสบ ต่อมทอนซิล หลอดลมอกั เสบ ขบั เสมหะ รกั ษำโรคผวิ หนงั ฝี แกต้ ิดเชือ้ ท่ที ำใหป้ วดทอ้ ง ทอ้ งเสยี บิด และแกก้ ระเพำะลำไสอ้ กั เสบ เป็นยำขมเจรญิ อำหำร มฤี ทธิร์ ะงบั กำรติดเชือ้ หรือระงบั กำร เจรญิ เติบโตของเชอื้ โรคได้ ซ่งึ ควรใชใ้ หถ้ กู ตอ้ งดว้ ยจะไดผ้ ลดีมำก สำรสกดั ดว้ ยนำ้ ของฟ้ำทะลำยโจรท่ีควำมเขม้ ขน้ 31.25 ไมโครกรมั ต่อมลิ ลิลติ รยบั ยงั้ กำรเจรญิ ของ Streptococcus agalactiae ในอำหำรเลยี้ งเชอื้ ได้ ปลำนิล ท่เี ลีย้ งดว้ ยอำหำรท่ผี สมกบั สำรสกดั ฟำ้ ทะลำย โจร 4:36 (w/w) และ 5:35 (w/w) ตำยเน่ืองจำกกำรติดเชือ้ S. agalactiae นอ้ ยลง เป็นตน้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook