Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ภาษาไทย1

ภาษาไทย1

Published by joe.deemak, 2020-02-10 03:08:30

Description: รวบรวมเนื้อหาภาษาไทยเช่นสำนวน สุภาษิต วัฒธรรมในไทย ประวัติภุนทรภู่เป็นต้น

Search

Read the Text Version

คานา หนังสือภาษาไทยเล่มนีเ้ ป็ นส่วนหน่ึงของวิชาการสร้ างหนังสือ อิเลก็ ทรอนิกส์ซงึ่ ขาพเจ้าได้รับมอบหมายจากคณุ ครูให้จดั ตามหนงั สือ เล่มนีข้ ึน้ ตามความสนใจโดยบรูณาการกับวิชาภาษาไทยเนือ้ หาใน หนงั สือเล่มนี่จะจะประกอบด้วยเร่ืองภาษาไทย เช่น คาวิเศษ สานวน แม้กระทงั่ วฒั ธรรมซงึ่ ขาพเจ้าได้รวบรวมในหน้งสอื เลม่ นี ้ ขอขอบคุณประภัสสร ก๋าเขียว ที่แนะนา ปรึกษา และเพ่ือนท่ีช่วน แนะนาตลอดจนหนงั สือเล่มนีล้ ลุ ่วงไปได้ดีถ้าผิดพลาดประการใดขอ มา ณ ท่ีนี่ด้วย

สารบญั หน้า 1 คานา สารบญั หน้า 2 หน้า 3 สานวน วฒั ธรรม หน้า 4 หน้า 5 คาวิเศษ หน้า 6 การพดู หน้า 7 การฟัง หน้า 8 การอ่าน หน้า 9 กลอน หน้า 10 ประวตั สิ นุ ทรภู่ หน้า 11%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%872.JPG คานาม หน้า 12 กริยา

ความหมายของสภุ าษิต สภุ าษิต หมายถึง คาพดู ท่ีพดู ออกมา ไมว่ ่าจะเป็นทานอง สานวนโวหาร ที่มี ความหมายที่ดี สว่ นใหญ่คนไทยเราจะหยิบยกคาสภุ าษิตมาเป็นตวั อย่างใน การอบรมสงั่ สอนลกู หลาน หรือบางครัง้ ใช้แสดงเปรียบเทียบประกอบการ สนทนา สภุ าษิต แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดงั นี ้ 1. คาสุภาษิตประเภทที่พูด อ่านหรือเข้าใจเนือ้ ความได้ทันที โดยไม่ต้องแปล ความหมาย 2. คาสภุ าษิตประเภทที่พดู อ่านหรือฟังแล้วต้องนึกตรึกตรอง ตีความหมายเสียก่อน จงึ จะทราบ ความหมายของสานวน สานวน หมายถึง โวหาร ทานองพดู ถ้อยคาที่เรียบเรียง เป็ นลกั ษณะความหมายเชิง อปุ มาเปรียบเทียบ ไมแ่ ปลความหมายตามตวั อกั ษร จงึ ฟังแล้วมกั จะไมไ่ ด้ความหมาย ของตวั มนั เอง ต้องนาไปประกอบกบั เรื่อง หรือเหตกุ ารณ์จงึ จะ

วฒั นธรรมและประเพณี ของชาวไทย วัฒนธรรมและประเพณี ศิลปกรรมไทยเป็ นศิลปะที่มีความประณีตสวยงาม แสดงออกถึงความเป็ นไทยท่ีมีความอ่อนโยน และสร้างสรรค์สืบต่อกนั มาตงั ้ แต่อดีต จนได้ศิลปะประจาชาติที่มีลกั ษณะและรูปแบบเฉพาะ ส่วนใหญ่จะบอกเลา่ เร่ืองราว สงิ่ แวดล้อมและความเป็นอย่แู บบไทยตงั ้ แตค่ รัง้ เก่าก่อน สะท้อนให้เห็นความเชื่อทาง พระพทุ ธศาสนา สวยงามออ่ นช้อย และมีเร่ืองราวกึง่ ลกึ กลบั มหศั จรรย์ ศลิ ปกรรม ศิลปกรรมไทยเป็นศลิ ปะที่มีความประณีตสวยงาม แสดงออกถึงความเป็นไทยที่มี ความอ่อนโยน และสร้ างสรรค์สืบต่อกันมาตงั ้ แต่อดีต จนได้ศิลปะประจาชาติท่ีมี ลกั ษณะและรูปแบบเฉพาะ ส่วนใหญ่จะบอกเล่าเรื่องราว สิ่งแวดล้อมและความ เป็ นอยู่แบบไทยตัง้ แต่ครัง้ เก่าก่อน สะท้อนให้เห็นความเชื่อทางพระพุทธศาสนา สวยงามออ่ นช้อย และมเี ร่ืองราวกง่ึ ลกึ กลบั มหศั จรรย์

คาวิเศษ คาวิเศษณ์ คือคาท่ีทาหน้าท่ีขยายคานาม คาสรรพนาม คากริยา หรือคาวิเศษณ์ ด้วยกนั เพ่ือให้ได้ความชดั เจนยง่ิ ขนึ ้ ในภาษาไทย คาวิเศษณ์สามารถใช้ขยายได้ทัง้ นาม สรรพนาม กริยา และวิเศษณ์ ในขณะท่ีในภาษาอังกฤษจะแยกคาวิเศษณ์ออกเป็ นสองประเภทคือ คาคุณศัพท์ (adjective) ใช้ขยายได้เฉพาะคานามและสรรพนามเท่านนั ้ และคากริยาวิเศษณ์ (adverb) ใช้ขยายกริยา คณุ ศพั ท์ และกริยาวเิ ศษณ์ด้วยกนั ลกั ษณวเิ ศษณ์ คือ คาวเิ ศษณ์ท่ีบอกลกั ษณะตา่ ง ๆ

การพดู ประเภทของการพดู แบง่ ตามลกั ษณะการพดู ได้ 2 ประเภท ดงั นี ้ 1. การพดู อย่างไมเ่ ป็นทางการ คือ การพดู ในชีวติ ประจาวนั เชน่ การสนทนา การพดู โทรศพั ท์ การแนะนาตวั การซกั ถาม การตอบคาถาม เป็นต้น ผ้พู ดู ต้อง ฝึกฝนให้เป็นผ้ทู ่ีพดู ได้ถกู ต้อง น่าฟัง และเหมาะสมกบั กาลเทศะและบคุ คล 2. การพดู อย่างเป็นทางการ หมายถงึ การพดู อยา่ งเป็นพธิ ีการในท่ีประชมุ หรือ การพดู ตอ่ หน้าชมุ ชนในโอกาสต่าง ๆ และเพื่อจดุ หมายต่าง ๆ ต้องอาศยั ความรู้ ความสามารถและมีศลิ ปะในการพดู การพดู อย่างเป็นทางการ เชน่ การปาฐกถา การ อภปิ ราย บรรยาย การกลา่ วสนุ ทรพจน์ เป็นต้น

การฟังที่มปี ระสทิ ธิภาพมีดงั นี ้ · ฟังด้วยความสนใจ ไมว่ า่ เรื่องที่ฟังจะเป็นเร่ืองยาก สลบั ซบั ซ้อนอยา่ งไรก็ตาม · ฟังผ้พู ดู ทกุ คน โดยไมเ่ ลือกวา่ ผ้พู ดู คนนนั ้ เป็นคนพดู ดี หรือพดู เก่ง ให้เข้าใจ ความหมายที่ผ้พู ดู ส่อื สารออกมา · ฟังโดยจบั ใจความ เร่ืองท่ีฟัง รู้ความหมายของคาพดู และความหมายที่ผ้พู ดู แสดงออกมาทางอากปั กิริยา ท่าทาง สหี น้าหรือนยั น์ตา · ฟังด้วยความอดทน · ฟังโดยสงั เกตอย่างถี

การอา่ น การอ่าน หมายถึง การแปลความหมายของตัวอักษรที่อ่านออกมาเป็ นความรู้ ความคิด และเกิดความเข้าใจเรื่องราวที่อ่านตรงกับเรื่อราวที่ผู้เขียนเขียน ผู้อ่าน สามารถนาความรู้ ความคิด หรือสาระจากเร่ืองราวท่ีอ่านไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ การอา่ นจงึ มีความสาคญั ดงั นี ้ ๑) การอ่านเป็ นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ โดยเฉพาะผ้ทู ี่อย่ใู นวยั ศึกษา เลา่ เรียน จาเป็นต้องอ่านหนงั สือเพ่ือการศกึ ษาหาความรู้ด้านต่าง ๆ ๒) การอ่านเป็ นเคร่ืองมือช่วยให้ประสบความสาเร็จในการประกอบอาชีพ เพราะสามารถนาความรู้ท่ีได้จากการอ่านไปพฒั นางานของตนได้ ๓) การอา่ นเป็นเคร่ืองมือสบื ทอดทางวฒั นธรรมของคนรุ่นตอ่ ๆ ไป ๔) การอ่านเป็ นวิธีการส่งเสริมให้คนมีความคิดอ่านและฉลาดรอบรู้ เพราะ ประสบการณ์ท่ีได้จากการอ่านเม่ือเก็บสะสมเพ่ิมพูนนานวันเข้า ก็จะทาให้เกิด ความคดิ เกิดสตปิ ัญญา เป็นคนฉลาดรอบรู้ได้

กลอน กลอน เป็ นลักษณะคาประพันธ์ไทยท่ีฉันทลักษณ์ประกอบด้วยลักษณะบังคับ 3 ประการคือ คณะ จานวนคา และสมั ผสั [1] ไม่มีบงั คบั เอกโทและครุลห[ุ 2] เชื่อกนั ว่า เป็นคาประพนั ธ์ท้องถิ่นของไทยแถบภาคกลางและภาคใต้ โดยพจิ ารณาจากหลกั ฐาน ในวรรณกรรมทงั ้ วรรณกรรมลายลกั ษณ์(เป็ นตัวหนังสือ) และวรรณกรรมมุขปาฐะ (เป็นคาพดู ที่บอกต่อกนั มาไม่มีการจดบนั ทกึ ) โดยวรรณกรรมท่ีแต่งด้วยกลอนเก่าแก่ ที่สดุ คือ เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยธุ ยา และเพลงยาว ณ พระที่นง่ั จนั ทรพิศาล กวี แต่งในสมยั อยธุ ยาตอนปลาย ก่อนหน้านนั ้ กลอนคงอยใู่ นรูปแบบวรรณกรรมมขุ ปาฐะ เป็นร้อยกรองชาวบ้านเชน่ บทร้องเลน่ บทกลอ่ มเดก็ เพลงชาวบ้าน เป็นต้น กลอนมารุ่งเรืองในยุครัตนโกสินทร์ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลยั มีกวีสาคญั ๆ ได้แก่ องค์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลยั สนุ ทรภู่ กรมหลวงวรวงศาธิราชสนิท ฯลฯ โดยเฉพาะสนุ ทรภู่ เป็นกวีท่ีทาให้ฉันทลกั ษณ์กลอน พฒั นาถงึ ระดบั สงู สดุ มีความลงตวั ทางฉนั ทลกั ษณ์ทาให้กลอนลลี าแบบสนุ ทรภ่ไู ด้รับ การยอมรับวา่ เป็นแบบฉบบั ของกลอนท่ีไพเราะที่สดุ และนิยมแต่งจนถงึ ปัจจบุ นั [1]

ประวตั ิสนุ ภรภู่ ประวตั ิสนุ ทรภู่ หรือพระสนุ ทรโวหาร เกิดเมื่อวนั ท่ี 26 มิถนุ ายน พ.ศ. 2329 ในสมยั สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ บิดาเป็ นชาวบ้านกร่า อาเภอแกลง จ.ระยอง มารดาเป็ นคนต่างเมือง เม่ืออายไุ ด้ 2 ขวบ ได้ฝากตวั เป็นศิษย์เรียนหนงั สือกบั พระในสานกั ชีปะขาว (ตอ่ มาคือ วดั ศรีสดุ าราม ประวตั ิสนุ ทรภู่ ผลงาน รวมบทกลอน กลอน8 วรรณคดี บทกวี นิทาน ประเภทกลอนสภุ าพ กลอนแปด กลอนสี่ : นิราศภเู ขาทอง, นิราศอิเหนา, พระอภยั มณี, สภุ าษิตสอนหญิง, ขนุ ช้างขนุ แผน

คานาม หมายถึง คาพืน้ ฐานสามญั ท่ีใช้เรียกช่ือ คน สตั ว์ ส่ิงของ อาการ สถานที่ จดั เป็ นคา ชนิดแรกในภาษาไทย ชนิดของคานาม . คานามสามญั คือ คานามทวั่ ไป เชน่ นกั เรียนเขียนหนงั สือ หมากดั แมว ปากกา ดนิ สอ อย่ใู นกลอ่ ง

คากริยา คากริยา คือ คาท่ีแสดงอาการ การกระทา และสภาพของนามหรือสรรพ นาม หน้าท่ขี องคากริยา ๑. กริยาทาหน้าทเ่ี ป็นตวั แสดงของประธาน เชน่ พ่อครัวปรุงอาหารจานเดด็ ๒. กริยาทาหน้าทข่ี ยายคานามท่ีอยขู่ ้างหน้า เชน่

แหลง่ อา่ งองิ https://www.google.com/search?q=%E0%B8%A0%E0%B8 %B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8% A2&oq=%E0%B8%A0&aqs=chrome.1.69i57j69i59l3j0l4.2817j0j8 &sourceid=chrome&ie=UTF-8 ขอบคณุ เร่ืองจาก ภาษาไทยน่ารู้-วิกพีเดยี

จดั ทาโดย โรงเรียนแจ้หม่ วิทยา ด.ชคฑาวธุ ดีมากม.1/3เลขที่2 ด.ชคฑาวฒุ ิ ดีมากม.1/3เลขท่ี1 สนบั สนนุ โดย ครูประภสั สสร ก๋าเขียว


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook