Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แบบฝึกหัด หน่วยที่ 3 การดำรงชีวิตของมนุษย์

แบบฝึกหัด หน่วยที่ 3 การดำรงชีวิตของมนุษย์

Published by ida6011, 2021-05-19 10:15:59

Description: แบบฝึกหัด หน่วยที่ 3 การดำรงชีวิตของมนุษย์

Search

Read the Text Version

แบบฝกทกั ษะ รายวิชาวิทยาศาสตรช ีวภาพ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 1 โดย ครูสดุ าภรณ สืบบญุ เปย ม กลุม สาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เบอรโ ทร 0808546113)

แบบฝก ทักษะ รายวิชาวิทยาศาสตรช ีวภาพ มธั ยมศึกษาปท ี่ 4 2 แบบทดสอบกอ นเรียน หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 คาํ ช้ีแจง : ใหน กั เรียนเลือกคําตอบท่ีถูกตองที่สุดเพียงขอเดียว 1. สว นประกอบใดของหนว ยไตทาํ หนา ท่ีกรองของเสีย 6. ขอใดเปน การปองกันเชอื้ โรคและสง่ิ แปลกปลอมทางกาย ออกจากเลือด วิภาค 1.ทอรวม 2. ทอ หนว ยไต 1. การไอ จาม หรอื ขบั เสมหะ 3. โกลเมอรูรสั 4. รนี ัลอารเตอรี 2. การหลงั่ เหงื่อของตอ มเหงื่อ 5. โบวแ มนสแ คปซูล 3. การยับย้งั การเจริญของจุลินทรียในน้ําลาย 2. สารชนดิ ใดบา งจะไมถ ูกดดู กลบั เขา สหู ลอดเลอื ด 4. การปองกนั เชือ้ จลุ ินทรยี จากการหล่ังน้ําตา 1. นํ้า 2. โปรตีน 5. การทําลายแบคทีเรียจากนาํ้ ยอ ยของกระเพาะอาหาร 3. กลโู คส 4. กรดอะมิโน 7. เซลลเมด็ เลือดขาวในขอ ใดมีการทําลายเช้อื โรคอยางจาํ เพาะ 5. ไอออนของเกลือแร 1. เบโซฟล 2. โมโนไซต 3. สมองสว นใดทาํ หนาทีค่ วบคุมสมดุลน้าํ และเกลอื ใน 3. ลมิ โฟไซต 4. นิวโทรฟล เลือด 5. อีโอซโิ นฟล 1. พอนด 2. ซรี บี รัม 8. ขอ ใดไมใ ชหนา ท่ขี องเซลลท ี 3. ซีรีเบลลมั 4. ไฮโพทาลามสั 1. ควบคมุ การทํางานของเซลลบี 5. เมดลั ลาออบลองกาตา 2. ทําลายแอนตเิ จนท่เี ขา สรู างกาย 4. รางกายลดความเปนกรดของกระแสเลอื ดอยา งไร 3. กระตนุ เซลลบใี หส รา งแอนติบอดี 1. ขับ Na+ ออกจากเลือด 4. พัฒนาเปนเซลลพลาสมาเพือ่ สรา งแอนตบิ อดี 2. ดขับดู กHลCบั ON3-Hอ4อ+กเขจาาสกูเ เลลืออื ดด 5. ควบคุมการทํางานของเซลลท ีทําลายส่งิ แปลกปลอม 3. ขลบัดกสาารรหทาี่มยสี ใวจนอปอรกะเพกอือ่ บขบัขอCงOH2+ 9. โรคเอดสเกิดจากการติดเชอ้ื ประเภทใด 4. 1. รา 2. ยีสต 5. ออกจากเลือด 3. ไวรัส 4. พยาธิ 5. เมอ่ื อณุ หภมู ิรางกายสงู กวาปกติ รา งกายมีการ 5. แบคทีเรยี ตอบสนองอยางไร 10. ขอใดมโี อกาสตดิ เชอ้ื HIV นอยทสี่ ดุ 1. เพ่ิมอัตราเมแทบอลิซมึ 1. การมีเพศสมั พนั ธุ 2. ขนลกุ และเกิดอาหารหนาวสั้น 2. การรับบริจาคเลือด 3. ลดการขยายจวั ของหลอดเลือด 3. การติดตอ จากมสลู กุ 4. ตอมเหงือ่ สรางเหงอื่ เพ่ิมมากข้ึน 4. การใชเ ขม็ ฉดี ยารว มกัน 5. ลดการระเหยและพาความรอ นออกจากรา งกาย 5. การรับประทานอาหารรว มโตะกนั โดย ครสู ดุ าภรณ สบื บญุ เปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เบอรโ ทร 0808546113)

แบบฝกทักษะ รายวชิ าวิทยาศาสตรช ีวภาพ มัธยมศึกษาปที่ 4 3 ใบงาน เรื่อง สว นประกอบและการทาํ งานของหนวยไต คําชแี้ จง : จงระบโุ ครงสรา งของหนว ยไตตอ ไปน้ี และอธบิ ายขนั้ ตอนการกรองของเสยี ออกจากหนว ยไต 1. โครงสราง...................................................................... 2 ลักษณะสาํ คญั ............................................................... 1 ...................................................................................... ..................................................................................... 2. โครงสรา ง...................................................................... ลกั ษณะสาํ คัญ............................................................... 3 ...................................................................................... ..................................................................................... 3. โครงสราง...................................................................... 4 ลักษณะสาํ คญั ............................................................... ...................................................................................... ..................................................................................... 4. โครงสรา ง...................................................................... ลกั ษณะสาํ คญั ............................................................... ...................................................................................... ..................................................................................... 5. การกรองของเสยี ทห่ี นว ยไต.................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... โดย ครสู ดุ าภรณ สืบบุญเปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เบอรโ ทร 0808546113)

แบบฝก ทักษะ รายวชิ าวทิ ยาศาสตรช ีวภาพ มธั ยมศึกษาปท ่ี 4 4 แบบฝก ทักษะ เรอ่ื ง การรกั ษาดลุ ยภาพของรา งกาย คาํ ชี้แจง : ใหนักเรยี นเลือกคําตอบท่ีกาํ หนดใหใ นแตล ะขอ เตมิ ลงในชองวางใหถกู ตอง 1. ปรมิ าตรและความเขมขนของเลือดลดลง/ ปรมื าตรของเลอื ดลดลง/ ความเขมขนของเลือดลดลง/ ปรมิ าตร และความเขม ขน ของเลือดเพ่ิมข้นึ 2. แรงดนั ออสโมติกของเลือดลดลง/ แรงดันออสโมติกของเลือดสูงขึ้น/ แรงดันออสโมตกิ ของเลอื ดคงท่ี 3. กระตนุ / ยับยัง้ 4. ตอ มใตสมองสว นหนา / ตอ มใตสมองสว นกลาง/ ตอ มใตสมองสวนหลัง 5. หลงั่ / ไมห ลั่ง 6. โฮรโมนแอลโดสเทอโรน/ โฮรโ มนโพรแลคตนิ / โฮรโมนแอนติไดยเู รติก 7. กระตนุ / ยบั ยัง้ 8. การดดู กลบั นา้ํ ลดลง/ การดดู กลบั นาํ้ เพม่ิ ขึ้น/ การดูดกลบั นาํ้ เพ่มิ ขึ้น แตล ดการดูดกลับกลูโคส 9. ปรมิ าตรและความเขม ขนของเลอื ดลดลง/ ปรมิ าตรของเลอื ดเพิ่มขนึ้ ความเขม ขน ของเลอื ดลดลง/ ปรมิ าตร และความเขม ขนของเลอื ดเพิ่มขึ้น 10. แรงดันออสโมตกิ ของเลอื ดลดลง/ แรงดนั ออสโมตกิ ของเลอื ดสงู ขึ้น/ แรงดันออสโมตกิ ของเลือดคงที่ เมอื่ มนี าํ้ ในเลือดนอย การขับถา ยปสสาวะลดลง 1. ………………………………………….. 10. …………………………………………. ………………………………………….. ………………………………………….. 2. ………………………………………….. 9. ………………………………………….. ………………………………………….. ………………………………………….. 3…………… 8. ………………………………………….. 4. ………………………………………….. 7. …………………………… ………………………………………….. 5. ……………………………… 6. ………………………………………….. โดย ครสู ุดาภรณ สบื บญุ เปย ม กลุมสาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เบอรโ ทร 0808546113)

แบบฝก ทกั ษะ รายวิชาวทิ ยาศาสตรช ีวภาพ มัธยมศึกษาปที่ 4 5 แบบฝกทักษะ เร่อื ง การรักษาดุลยภาพของรางกาย คาํ ช้แี จง ใหนักเรียนนําคาํ ศพั ทท กี่ าํ หนดใหเ ตมิ หนาขอ ความทม่ี คี วามสัมพนั ธกัน ก กลโคส ข. โกลเมอรลู สั ค. ไฮโดรเจนคารบ อเนตไอออน จ. ไฮโพทาลามัส ฉ. โบวแ มนสแ คปซูล ง. ทอ หนวยไต ช. ทอรวม ซ. ฮอรโ มนแอนติไดยเู รติก ฌ. ตอมเหง่ือ ฎ. ตอมใตสมองสวนหลัง ฏ. แอมโมเนยี มไอออน ฐ. เมดัลลาออบลองกาตา ฑ. ตอ มใตส มองสว นหนา ฒ. ฮอรโมนแอนโดสเทอโรน ณ. ยูเรยี …………………….. 1. สารท่ีรา งกายดดู กลบั เขากระแสเลือดเพอื่ ลดความเปนกรดของเลือด …………………….. 2. ทาํ หนา ที่ควบคุมสมดุลนํา้ และอุณหภูมใิ นรางกาย …………………….. 3. ทาํ หนาท่ีดดู กลับสารท่มี ีประโยชน เชน กลโู คส กรดอะมิโน เขา สกู ระแสเลอื ด …………………….. 4. สารที่ปนออกมาพรอมกบั นํา้ ปสสาวะ …………………….. 5. กลมุ เสนเลอื ดฝอยทีท่ ําหนาทก่ี รองน้าํ เลอื ดเขาสโู บวแ มนสแคปซูล …………………….. 6. สารทร่ี า งกายดดู กลบั เขากระแสเลอื ดเพอื่ ลดความเปน เบสของเลือด …………………….. 7. ทําหนาที่หอ หมุ กลมุ เสนเลอื ดฝอยของหนว ยไต …………………….. 8. ทําหนา ท่ีหล่ังฮอรโมนแอนติไดยูเรตกิ เพอื่ กระตุนการดูดกลบั น้ําที่ทอ หนว ยไต …………………….. 9. บรเิ วณทรี่ วมของเหลวท่ีมีลักษณะคลา ยปสสาวะจากการทํางานของหนวยไต …………………….. 10. สารที่ทอหนว ยไตดดู กลับเพื่อนํากลบั มาใชประโยชน โดย ครูสุดาภรณ สบื บุญเปย ม กลุมสาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เบอรโ ทร 0808546113)

แบบฝกทกั ษะ รายวชิ าวิทยาศาสตรช ีวภาพ มธั ยมศึกษาปท ่ี 4 6 แบบฝกทักษะ เรือ่ ง การรกั ษาดลุ ยภาพอุณหภมู ใิ นรา งกาย คําชี้แจง ใหน กั เรียนเปรียบเทยี บกลไกการรกั ษาดุลยภาพของอุณหภมู ิในรางกายตอ ไปนี้ โครงสรางของรา งกาย อณุ หภูมิภายนอกสงู กวา อุณหภมู ิ อณุ หภูมภิ ายนอกตํา่ กวา อุณหภมู ิ 1. ตอ มเหงือ่ ภายในรางกาย ภายในรางกาย ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... 2. หลอดเลือดฝอยทผี่ วิ หนงั ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... 3. กลามเนือ้ โครงรา ง ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... 4. รูขมุ ขน ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... 5. อัตราเมแทบอลซิ มึ ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... โดย ครสู ุดาภรณ สบื บญุ เปย ม กลุมสาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เบอรโ ทร 0808546113)

แบบฝกทักษะ รายวิชาวิทยาศาสตรช ีวภาพ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 7 แบบฝกทักษะ เร่อื ง การรักษาดลุ ยภาพของอณุ หภูมใิ นรา งกาย คาํ ชี้แจง ใหน กั เรยี นเขยี นเครื่องหมาย  หนาขอ ความท่ีถกู ตอ ง และเขียนเคร่ืองหมาย × หนา ขอ ความ ท่ไี มถ กู ตอง พรอมทงั้ แกไ ขขอ ความน้นั ใหถูกตอง ………. 1. การหายใจออกเปน กลไกในการรักษาดลุ ยภาพของกรด-เบสในรา งกายประเภทหนงึ่ ……………………………………………………………………………………………………………………… ………. 2. ปริมาณ CO2 จากกระบวนการเมแทบอลิซมึ ของรางกาย มีผลตอ ปรมิ าณ H+ ในเลือด ……………………………………………………………………………………………………………………… ………. 3. เมอ่ื เลือดมี pH ตํ่า หนวยไตจะดูดกลับ NH4+ เขา สเู ลือด และขบั HCO3- ออกจากเลอื ด ……………………………………………………………………………………………………………………… ………. 4. ปอดและไตเปน อวยั วะสําคญั ในการรักษาดลุ ยภาพของกรด-เบสของรางกาย ……………………………………………………………………………………………………………………… ………. 5. ศนู ยก ลางควบคมุ ดลุ ยภาพของอุณหภมู ิในรา งกายอยูทีส่ มองสว นเซรีเบลลัม ……………………………………………………………………………………………………………………… ………. 6. ตอ มหง่อื ทท่ี าํ หนา ท่ีหล่ังเหง่ือเพ่อื พาความรอนออกจากรา งกายพบอยูใ นชน้ั หนังกําพรา ……………………………………………………………………………………………………………………… ………. 7. โครงสรา งทชี่ วยรกั ษาดุลยภาพของอณุ หภมู ใิ นรางกาย ประกอบดวยระบบหมนุ เวียนเลือด ผิวหนัง และกลา มเนอ้ื โครงรา ง ……………………………………………………………………………………………………………………… ………. 8. หากอณุ หภมู ิในรางกายสงู กวาภายนอกรา งกาย รางกายจะมอี ัตราเมแทบอลซิ ึมตางๆ เพิม่ ข้ึน เพือ่ พา ความรอ นออกจากรา งกาย ……………………………………………………………………………………………………………………… ………. 9. เมือ่ ภายนอกมีอุณหภูมิตํ่ากวาภายในรา งกาย รา งกายจะตอบสนองโดยการขยายตัวของหลอดเลอื ด ตอ มเหง่ือสรา งเหงื่อลดลง และเกดิ อาการหนาวสั่น ……………………………………………………………………………………………………………………… ………. 10. สิ่งมีชวี ิตกลุมสตั วเลือ้ ยคลานและสตั วสะเทนิ น้าํ สะเทินบก จดั อยูในกลมุ สัตวเ ลอื ดอนุ ที่สามารถ รกั ษาอณุ หภมู ิของรางกายใหค งทีไ่ ด ……………………………………………………………………………………………………………………… โดย ครสู ุดาภรณ สบื บญุ เปยม กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เบอรโ ทร 0808546113)

แบบฝกทกั ษะ รายวชิ าวิทยาศาสตรช ีวภาพ มธั ยมศึกษาปท ่ี 4 8 ใบงาน เรือ่ ง เซลลเ มด็ เลอื ดขาวกลมุ ฟาโกไซต คาํ ช้ีแจง : จงระบุชนดิ และอธิบายลักษณะสาํ คญั ของเซลลเม็ดเลอื ดขาวกลุมฟาโกไซตแ ตละชนดิ พรอ ม อธบิ ายกลไกการทาํ งานในการทําลายเชอ้ื โรคและสิง่ แปลกปลอม 1. เซลลเม็ดเลือดขาวชนดิ ..................................................................................... ลักษณะสาํ คญั ................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... 2. เซลลเม็ดเลอื ดขาวชนิด..................................................................................... ลักษณะสาํ คัญ................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... 3. เซลลเม็ดเลือดขาวชนิด..................................................................................... ลักษณะสาํ คญั ................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... 4. เซลลเ ม็ดเลือดขาวชนดิ ..................................................................................... ลกั ษณะสําคัญ................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... 5. การทํางานของเซลลเ ม็ดเลอื ดขาวกลมุ ฟาโกไซต ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... โดย ครสู ุดาภรณ สบื บญุ เปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เบอรโ ทร 0808546113)

แบบฝกทกั ษะ รายวชิ าวทิ ยาศาสตรช ีวภาพ มธั ยมศึกษาปท ่ี 4 9 ใบงาน เรอื่ ง การทาํ งานของเซลลบ แี ละเซลลที คาํ ชแี้ จง : จงอธิบายหนา ท่ี และการทาํ งานของเซลลเ ม็ดเลือดขาวลิมโฟไซตช นดิ เซลลบแี ละเซลลทีให ถูกตอ ง 1. เซลลเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซตช นิดเซลลบ ี 2. เซลลเม็ดเลอื ดขาวลิมโฟไซตช นิดเซลลที .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. 3. การทํางานของเซลลเ มด็ เลือดขาวลมิ โฟไซตช นิดเซลลบแี ละเซลลท ี ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... โดย ครสู ุดาภรณ สืบบุญเปยม กลุม สาระการเรียนรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เบอรโ ทร 0808546113)

แบบฝก ทกั ษะ รายวชิ าวิทยาศาสตรช ีวภาพ มธั ยมศึกษาปท ่ี 4 10 แผนผัง เร่อื ง เซลลเ ม็ดเลือดขาว คาํ ชีแ้ จง : ใหน ักเรียนจัดทําแผนผังความคิดเกีย่ วกบั เซลลเม็ดเลือดขาวตามองคประกอบทีก่ าํ หนดให 1. ประเภทของเซลลเม็ดเลือดขาว 2. ลักษณะของเซลลเม็ดเลอื ดขาว 3. หนา ท่แี ละการทาํ งานของเซลลเมด็ เลือดขาว 4. ความผดิ ปกติของเซลลเ มด็ เลอื ดขาว โดย ครสู ดุ าภรณ สบื บุญเปยม กลุมสาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เบอรโ ทร 0808546113)

แบบฝก ทักษะ รายวิชาวทิ ยาศาสตรช ีวภาพ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 11 แบบฝก ทักษะ เร่อื ง ภูมิคมุ กัน คาํ ชีแ้ จง ใหน ักเรียนนําคาํ ศัพทท ก่ี ําหนดใหเ ติมหนา ขอความที่กําหนดให 1. ซีเลีย 2. เฮปาริน 3. เซลลที 4. เซลลทีผชู ว ย 5. แอนติบอดี 6. ไลโซไซม 7. โมโนไซม 8. เซลลบ ี 9. เซลลท ีกดภมู ิคุมกนั 10. แมคโครฟาจ 11. ฟาโกไซโทซสิ 12. เบโซฟล 13. เซลลเมมอรี 14. แอนตเิ จน 15. อะไมเลส 16. ฮีสตามีน 17. อโี อซิโนฟล 18. เซลลพ ลาสมา 19. ฟโ นไซโทซิส 20. เซลลที …………………………. 1. สารเคมีท่ีถูกหลั่งจากเซลลเม็ดเลอื ดขาวชนิดเบโซฟล มีผลทําใหเกิดการอกั เสบบริเวณ แผล …………………………. 2. ขนขนาดเลก็ บรเิ วณเยื่อผิว ทาํ หนา ทีพ่ ดั โบกสิ่งแปลกปลอมใหเคลื่อนที่ไปสูหลอดลม หรือกระเพาะอาหาร …………………………. 3. เซลลท ีทําหนาทจี่ ดจําชนิดแอนตเิ จนท่ีเคยเขาสรู างกาย …………………………. 4. เซลลที่กระตุนเซลลบีใหสรา งแอนติบอดเี ขา ทําลายออกซเิ จนท่ีเขาสูรางกายอยาง จาํ เพาะ …………………………. 5. เอนไซมทพี่ บในนาํ้ ลาย มีฤทธเิ์ ปนดาง ชวยยับย้ังการเจรญิ ของเชือ้ จุลินทรยี บางชนิด …………………………. 6. เชือ้ โรคและสิง่ แปลกปลอมตา งๆ ท่ีเขาสรู างกาย เชน ไวรัส แบคทีเรยี น เกสรดอกไม ละอองสารเคมี …………………………. 7. เซลลเ ม็ดเลือดขาวที่มขี นาดใหญท สี่ ุด มนี ิวเคลียสรปู เกือกมา ทําหนา ที่ทําลายเช้อื โรค และสิ่งแปลกปลอมดวยวิธีฟาโกไซโทซิส …………………………. 8. เซลลท ่ีควบคุมการทาํ งานของเซลลบี เซลลท ีผชู ว ย และเซลลท ที ําลายสง่ิ แปลกปลอม …………………………. 9. การทาํ งานของเมด็ เลอื ดขาว โดยการโอบลอมและกนิ เชอ้ื โรคและสง่ิ แปลกปลอมท่ีเขา สูรา งกาย …………………………. 10. เซลลเมด็ เลอื ดขาวที่สามารถแบง เซลลแ ละพฒั นาเปนเซลลพลาสมาเพื่อสราง แอนตเิ จน และพัฒนาเปนเซลลเมมอรเี พ่ือจดจําเช้อื โรค โดย ครูสุดาภรณ สืบบญุ เปย ม กลมุ สาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เบอรโ ทร 0808546113)

แบบฝกทกั ษะ รายวิชาวิทยาศาสตรช ีวภาพ มัธยมศกึ ษาปที่ 4 12 ใบงาน เรอ่ื ง โรคภมู คิ มุ กนั บกพรอง คําช้แี จง : จงระบสุ าเหตุของโรค อาการของโรค การตดิ ตอ สผู ูอ ่ืน และแนวทางปอ งกนั ของโรคภูมิคมุ กัน บกพรอ ง 1. สาเหตุของโรค ............................................................................................................................................. ...................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... 2. อาการของโรค ........................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... 3. การตดิ ตอสผู ูอ ่นื ......................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... 4. แนวทางปอ งกนั โรค.................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... โดย ครสู ดุ าภรณ สบื บญุ เปยม กลมุ สาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เบอรโ ทร 0808546113)

แบบฝกทกั ษะ รายวิชาวทิ ยาศาสตรช ีวภาพ มธั ยมศึกษาปที่ 4 13 แบบทดสอบหลังเรยี น หนว ยการเรยี นรูท่ี 3 คาํ ชแี้ จง : ใหน ักเรียนเลือกคําตอบท่ีถูกตองท่ีสุดเพียงขอเดียว 1. สว นประกอบใดของหนว ยไตทําหนา ท่ีดูกกลับสารทีม่ ี 7. เซลลเม็ดเลอื ดขาวชนิดใดมกี ารทาํ ลายเชอื้ โรคและส่งิ ประโยชนเ ขา สูกระแสเลือด แปลกปลอมตางจากขออนื่ 1. ทอรวม 2. ทอหนว ยไต 1. เบโซฟล 2. โมโนไซต 3. โกลเมอรูรสั 4. รีนัลอารเตอรี 3. ลิมโฟไซต 4. นิวโทรฟล 5. โบวแมนสแ คปซูล 5. อีโอซิโนฟล 2. สารชนิดใดไมสามารถกรองผานโกลเมอรลู สั ได 8. ขอใดกลาวถึงหนาท่ขี องเซลลเ ม็ดเลือดขาวลมิ โฟไซตไ ด 1. นาํ้ 2. โปรตนี ถกู ตอ ง 3. เกลอื แร 4. กรดอะมิโน 1. เซลลบ ี : ควบคมุ การทํางานของเซลลท ี 5. นํ้าตาลกลูโคส 2. เซลลทีผชู วย : สรางแอนตบิ อดีทําลายแอนติเจน 3. ฮอรโมนชนดิ ใดทาํ หนา ทีก่ ระตนุ /ยบั ยง้ั การดูดกลบั น้าํ ทท่ี อ 3. เซลลท ีผูช วย : พฒั นาเปน เซลลเมมอรที จ่ี ดจําเช้ือโรค หนวยไต 4. เซลลบี : พฒั นาเปน เซลลพ ลาสมาเพอื่ สรางแอนตเิ จน 1. อินซูลิน 2. อสี โทรเจน 5. เซลลท ที าํ ลายสิง่ แปลกปลอม : กระตนุ เซลลบ ีใหสรา ง 3. เอนโดรฟน 4. แอนติไดยเู รตกิ แอนตบิ อดี 5. เทสโทสเทอโรน 9. เซลลเ ปา หมายของเชือ้ ไวรัส HIV คอื เซลลใด 4. หากในเลือดมคี า pH สงู รา งกายจะมกี ลไกตอบสนองอยา งไร 1. เซลลบี 2. เซลลท ี 1. ขับ H+ ออกจากเลอื ด 3. เซลลป ระสาท 4. เซลลเ ม็ดเลอื ดขาว 2. ขบั Na+ ออกจากเลือด 5. เซลลเ มด็ เลอื ดขาว 3. ขหดบัูดายกNใลจHับอ4อ+HกอCเอOพกอื่3จ-ขเาขับกาเสCลูเOือลด2ือด 10. ขอใดไมจ ดั เปนวิธกี ารปองกนั การตดิ เชื้อ HIV 4. 1. หลีกเลีย่ งพฤติกรรมสําสอ นทางเพศ 5. 2. หลกี เลย่ี งการใชเ ขม็ ฉีดยารวมกบั ผอู น่ื 5. เม่ืออุณหภมู ิรางกายตํา่ กวาปกติ รา งกายมีการตอบสนอง 3. หลกี เล่ยี งการสัมผสั สารคัดหลัง่ ของผูอ่นื อยางไร 4. หลกี เลีย่ งการตรวจเลอื ดทาํ การกอ นสมรส 1. ลดอัตราเมแทบอลิซึม 5. หลกี เล่ยี งการใชสิง่ ของสวนตัวรว มกับผูอน่ื 2. ขนลุกและเกิดอาหารหนาวสนั้ 3. เพมิ่ การขยายจวั ของหลอดเลอื ด 4. ตอ มเหงื่อสรางเหง่ือนอ ยลงหรอื ไมสรางเลย 5. เพิ่มการระเหยและพาความรอ นออกจากรา งกาย 6. สารในขอ ใดไมจดั เปนการปองกนั โดยสารเคมีในรา งกาย 1. เคราตนิ 2. กรดไขมัน 3. กรดแลคตกิ 4. กรดไฮโดรคลอริก 5. เอนไซมไลโซไซม โดย ครูสดุ าภรณ สืบบญุ เปย ม กลุม สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เบอรโ ทร 0808546113)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook