Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการสอนหน่วยที่ 3 เซลล์ของสิ่งมีชีวิต BIO1

แผนการสอนหน่วยที่ 3 เซลล์ของสิ่งมีชีวิต BIO1

Published by ida6011, 2021-05-11 11:15:14

Description: แผนการสอนหน่วยที่ 3 เซลล์ของสิ่งมีชีวิต BIO1

Search

Read the Text Version

แผนการจดั การเรยี นรู รายวิชาชวี วิทยา 1 มธั ยมศึกษาปท ี่ 4 51 แบบประเมินชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) แผน ฯ ท่ี 3 แบบประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน คาํ ชแ้ี จง : ใหผสู อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว ขีด ลงในชอ งที่ ตรงกับระดับคะแนน ลําดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 32 1 เนื้อหาละเอยี ดชัดเจน  2 ความถูกตองของเนอ้ื หา   3 ภาษาทีใ่ ชเขาใจงา ย   4 ประโยชนท ไ่ี ดจ ากการนาํ เสนอ   5 วธิ กี ารนาํ เสนอผลงาน    รวม ลงชื่อ...................................................ผูประเมิน (นางสาวสดุ าภรณ สบื บุญเปย ม) ............./................../............... เกณฑการใหค ะแนน ให 3 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ งกับรายการประเมินสมบูรณช ัดเจน ให 2 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลองกับรายการประเมินเปน สว นใหญ ให 1 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคลอ งกบั รายการประเมินบางสวน เกณฑก ารตัดสินคุณภาพ ชวงคะแนน ระดับคุณภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช ตาํ่ กวา 8 ปรบั ปรุง โดย ครสู ุดาภรณ สบื บุญเปย ม กลมุ สาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวิชาชีววิทยา 1 มัธยมศึกษาปท ่ี 4 52 แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล คาํ ช้ีแจง : ใหผ สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวางเรียนและนอกเวลาเรยี น แลวขดี ลงในชอ งที่ ตรงกับระดับคะแนน ลาํ ดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 3 21 1 การแสดงความคิดเหน็   2 การยอมรับฟง ความคดิ เห็นของผอู ่ืน   3 การทาํ งานตามหนาทท่ี ่ไี ดร ับมอบหมาย   4 ความมนี ้ําใจ   5 การตรงตอเวลา   รวม ลงชอื่ ...................................................ผูประเมนิ (นางสาวสดุ าภรณ สบื บุญเปยม) ............./................../.............. เกณฑการใหคะแนน ให 3 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา งสมาํ่ เสมอ ให 2 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบอยครั้ง ให 1 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั เกณฑก ารตัดสนิ คณุ ภาพ ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช ต่าํ กวา 8 ปรับปรงุ โดย ครูสุดาภรณ สืบบญุ เปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวชิ าชวี วิทยา 1 มธั ยมศึกษาปท ี่ 4 53 แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ คาํ ช้แี จง : ใหผ สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา งเรียนและนอกเวลาเรียน แลวขดี ลงในชองที่ ตรงกบั ระดับคะแนน การมี การแสดง การยอมรับ การทํางาน ความมี สวนรวมใน รวม ชอ่ื – สกลุ ความ ฟงคนอืน่ ตามท่ีไดรับ น้าํ ใจ การ 15 ลาํ ดบั ที่ ของนักเรียน คิดเห็น มอบหมาย ปรบั ปรุง คะแนน ผลงานกลมุ 321321321321321 ลงชื่อ...................................................ผูป ระเมนิ (นางสาวสดุ าภรณ สืบบญุ เปย ม) ............../.................../............... เกณฑก ารใหค ะแนน ให 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยางสมา่ํ เสมอ ให 2 คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ ยครงั้ ให 1 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั เกณฑก ารตัดสนิ คุณภาพ ชว งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช ต่าํ กวา 8 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ สบื บุญเปย ม กลุม สาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชวี วิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 54 แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค คําช้แี จง : ใหผูสอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวางเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว ขดี ลงในชอ งที่ ตรงกบั ระดับคะแนน คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน อันพึงประสงคด า น 321 1. มวี ินยั รบั ผดิ ชอบ 1.1 ปฏิบัติตามขอ ตกลง กฎเกณฑ ระเบยี บ ขอบังคบั ของครอบครวั มคี วามตรงตอ เวลาในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตาง ๆ ในชีวิตประจําวัน 2. ใฝเ รียนรู 2.1 รจู ักใชเวลาวางใหเปนประโยชน และนาํ ไปปฏบิ ัติได 2.2 รจู กั จดั สรรเวลาใหเ หมาะสม 2.3 เชือ่ ฟงคําสง่ั สอนของบดิ า - มารดา โดยไมโตแยง 2.4 ตง้ั ใจเรียน 3. มงุ ม่นั ในการทาํ งาน 3.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทาํ งานทีไ่ ดรับมอบหมาย 3.2 มคี วามอดทนและไมท อแทต ออปุ สรรคเพื่อใหงานสาํ เร็จ ลงชอื่ ...................................................ผปู ระเมนิ (นางสาวสดุ าภรณ สบื บญุ เปยม) ............../.................../................ เกณฑการใหคะแนน พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสมํ่าเสมอ ให 3 คะแนน พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัติชัดเจนและบอยคร้ัง ให 2 คะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัติบางครั้ง ให 1 คะแนน เกณฑการตัดสินคณุ ภาพ ชวงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 51 - 60 ดมี าก 41 - 50 ดี 30 - 40 พอใช ตํา่ กวา 30 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ุดาภรณ สบื บุญเปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 55 11. ความเห็นของผบู รหิ ารสถานศึกษาหรือผูท ่ีไดรับมอบหมาย ขอ เสนอแนะ ลงชือ่ .................................................. (นายอดศิ ร แดงเรอื น) ผอู ํานวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31 12. บันทึกผลหลังการสอน  ดา นความรู  ดา นสมรรถนะสําคัญของผเู รยี น  ดานคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค  ดานความสามารถทางวทิ ยาศาสตร  ดา นอื่น ๆ (พฤตกิ รรมเดน หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ญหาของนกั เรียนเปน รายบุคคล (ถา ม)ี )  ปญ หา/อปุ สรรค  แนวทางการแกไ ข ลงชื่อ..................................................ผูสอน (นางสาวสดุ าภรณ สืบบญุ เปย ม) ตําแหนง พนักงานราชการ โดย ครสู ดุ าภรณ สบื บุญเปย ม กลุมสาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มัธยมศึกษาปที่ 4 56 ใบงาน เร่อื ง การสอ่ื สารระหวางเซลล คําชีแ้ จง : ใหน กั เรยี นสรปุ ใจความสําคัญเรอ่ื งการสอื่ สารระหวางเซลลในรปู แบบของผังมโนทัศน วิธดี าํ เนินการ 3. ใหน กั เรยี นแบงกลมุ สรปุ ใจความสําคัญเร่อื ง การสื่อสารระหวา งเซลล ในรูปแบบของ ผังมโนทศั น ใหมีความนา สนใจ โดยควรมปี ระเดน็ ตา งๆ ดังน้ี • การส่อื สารโดยใชส ารเคมีหรือฮอรโ มน • การสื่อสารโดยผา นกระแสประสาท • ขน้ั ตอนการสือ่ สารระหวา งเซลล 4. ใหนกั เรยี นแตละกลุม นาํ เสนอผลงานหนา ชนั้ เรียน และนําผลงานติดบอรด เพอื่ เปนแหลง ทบทวนความรู โดย ครสู ุดาภรณ สืบบญุ เปย ม กลมุ สาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 57 แผนการจดั การเรยี นรู หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 เร่ือง เซลลของส่ิงมชี ีวติ แผนจดั การเรียนรทู ี่ 5 เร่อื ง การแบง เซลล รายวิชา ชีววทิ ยา1 รหสั วชิ า 31101 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2564 น้ําหนกั เวลาเรยี น 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 3 ชั่วโมง/สัปดาห เวลาท่ีใชในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู 8 ชว่ั โมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสําคญั การแบงเซลลเปน กระบวนการเพิ่มจาํ นวนเซลล ซึง่ ทาํ ใหสิ่งมีชีวิตมีการเจริญเติบโต หรือเปนการแบง เซลลเพอื่ สรางเซลลสบื พนั ธุ โดยการแบงเซลลประกอบดวยกระบวนการ 2 ข้ันตอน ไดแก การแบงนิวเคลียส และการแบงไซโทพลาซมึ 2. ผลการเรียนรู 16. สังเกตการแบงนวิ เคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซสิ จากตัวอยา งภายใตกลองจลุ ทรรศน พรอม ทัง้ อธบิ ายและเปรียบเทียบการแบงนิวเคลียสแบบไมโทซิส และแบบไมโอซสิ 3. สาระการเรียนรู 3.1 เน้อื หาสาระหลกั : Knowledge 1) สังเกตการแบง นิวเคลยี สแบบไมโทซิสและแบบไมโอซสิ จากตวั อยางภายใต กลอ งจลุ ทรรศนได 2) อธิบายและเปรยี บเทยี บการแบงนวิ เคลยี สแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซสิ ได 3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ : Process 1) ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมเพื่อศกึ ษาการแบงเซลลไ ด 3.3 คุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค : Attitude 1) สนใจใฝร ูใ นการศกึ ษา และสามารถทํางานรว มกับผูอื่นไดอยา งสรา งสรรค 4. สมรรถนะสาํ คญั ของนักเรียน 1) ความสามารถในการส่อื สาร 2) ความสามารถในการคิด 5) ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี 5. คุณลักษณะของวิชา 1) ความรบั ผิดชอบ 2) กระบวนการกลมุ 6. คณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค 1. มีวินัย 2. ใฝเรยี นรู 3. มงุ มั่นในการทํางาน โดย ครูสดุ าภรณ สืบบญุ เปยม กลุมสาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มธั ยมศึกษาปที่ 4 58 7. ช้นิ งาน/ภาระงาน : 1. กจิ กรรม เรื่อง การแบง เซลลแบบไมโทซสิ ของเซลลป ลายรากหอม 2. กิจกรรม เรื่อง การแบง เซลลแบบไมโอซิสของเซลลดอกกยุ ชา ย 3. ใบงาน เรอ่ื ง โมเดลการแบงเซลล 4. ใบงาน เรอื่ ง การแบงเซลล 8. กิจกรรมการเรยี นรู ชวั่ โมงท่ี 1-3 ขนั้ นําเขาสบู ทเรยี น/ขนั้ ตงั้ คําถาม 1. ครกู ระตนุ ความสนใจของนกั เรยี นเพ่ือเขาสเู นอื้ หา โดยการเปดภาพยนตรสารคดีสัน้ TWIG เร่อื ง การแบง เซลล : ไมโทซสิ https://www.twig-aksorn.com/film/cell-division-mitosis-7926/ จากน้นั ตัง้ คําถามใหนักเรยี นรว มกันอภปิ ราย - การแบง เซลลม ปี ระโยชนต อสง่ิ มีชีวติ อยา งไร - เซลลทกุ ชนิดมกี ารแบง เซลลในลกั ษณะเดียวกนั หรือไม อยางไร - การแบง เซลลเ กดิ ขน้ึ เม่อื ใด 2. ครูอธิบายโดยสงั เขปเกย่ี วกับการแบงเซลลว าประกอบดว ย 2 ขั้นตอน คือ การแบง นิวเคลยี ส และ การแบงไซโทพลาซมึ ซง่ึ การแบง นวิ เคลยี สมี 2 แบบ คอื การแบง นิวเคลยี สแบบไมโทซิส กับการแบงนิวเคลยี ส แบบไมโอซสิ ซึ่งการแบงนวิ เคลียสใชเวลานานกวา การแบงไซโทพลาซึมมาก ขน้ั สํารวจและคนพบ/ขนั้ การเตรยี มการคนหาคําตอบ 1. ใหน ักเรียนแบงกลมุ เพอื่ ทาํ กิจกรรม เร่อื ง การแบงเซลลแบบไมโทซิสของเซลลปลายรากหอม โดย ใหน กั เรียนแตละกลมุ อาจกาํ หนดใหส มาชกิ แตละคนมีบทบาทหนาท่ขี องตนเอง ตวั อยางเชน สมาชกิ คนที่ 1 : ทําหนาที่เตรยี มวสั ดุอุปกรณ สมาชิกคนท่ี 2 : ทําหนา ท่ีอา นวิธีการทาํ กจิ กรรม และนํามาอธิบายใหสมาชกิ ในกลุมฟง สมาชกิ คนที่ 3 : ทําหนาทีบ่ นั ทึกผลการทาํ กิจกรรม สมาชกิ คนที่ 4 : ทาํ หนา ทีห่ าแหลง ขอมลู อา งองิ เพือ่ สนับสนุนผลการทาํ กิจกรรม สมาชิกคนที่ 5 : ทาํ หนา ที่นาํ เสนอผลการทํากิจกรรม 2. ในระหวา งทํากิจกรรมครคู วรช้แี นะใหนกั เรียนเปรียบเทยี บภาพเซลลท ่ีเหน็ จากกลอ งจุลทรรศนกับ ภาพจากใบความรู เร่อื ง การแบง เซลลแ บบไมโทซสิ จากน้นั ใหนักเรยี นวาดภาพท่ีสังเกตไดและเขยี น กาํ ลังขยายของภาพกํากับไวด ว ย 3. ใหนักเรยี นแตละกลุม ศกึ ษาเรือ่ ง การแบงเซลลแบบไมโทซสิ และอภิปรายเพ่ือใหไ ดข อสรุป ขั้นอธบิ ายและลงขอ สรุป/ขนั้ ดําเนินการคนหาคาํ ตอบและตรวจสอบคาํ ตอบ 1. ครูต้ังคาํ ถามเพื่อตรวจสอบความเขาใจของนกั เรยี น โดยใหน กั เรียนรวมกนั ตอบ ดังน้ี - เซลลท ่ีมีการเปลยี่ นแปลงรปู รางไปทาํ หนาทีเ่ ฉพาะแลว สามารถเกิดการแบงเซลลไ ดห รือไม (แนวตอบ : โดยปกตเิ ซลลท่มี ีการเปลย่ี นแปลงรูปรางไปทําหนาทีเ่ ฉพาะอยาง จะไมแ บงเซลลอ ีก แต เซลลบ างชนิดสามารถแบง เซลลใ หมท ดแทนเซลลไดตลอดเวลา เชน เซลลผวิ หนงั เซลลเยื่อบุทางเดินอาหาร) โดย ครสู ุดาภรณ สืบบญุ เปยม กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชวี วิทยา 1 มธั ยมศึกษาปที่ 4 59 - เพราะเหตุใดจงึ นยิ มนบั จํานวนโครโมโซมของเซลลใ นระยะเมทาเฟส (แนวตอบ : เปน ระยะท่โี ครโมโซมหดตวั และมขี นาดใหญท ่สี ุด) - การแบง เซลลข องรากหอมในระยะเทโลเฟส พบการเปลย่ี นแปลงใดเกิดข้ึนกบั ไซโทพลาซมึ (แนวตอบ : ชว งปลายของระยะเทโลเฟสจะมีการสรางแผนกั้นเซลลค ่นั ตรงกลางระหวางนิวเคลียส ใหมทง้ั สอง) - การแบง เซลลแ บบไมโทซิสมีกระบวนการใดท่ีทําใหนิวเคลยี สที่เกดิ ใหมท ั้ง 2 นิวเคลยี ส มี ปรมิ าณสารพนั ธกุ รรมหรอื จาํ นวนโครโมโซมเทา กับเซลลเ ดิม (แนวตอบ : ชวงปลายของระยะเทโลเฟสจะมีการสรางแผนก้นั เซลลค น่ั ตรงกลางระหวา งนิวเคลยี ส ใหมทั้งสอง) 2. ครูและนักเรียนรวมกนั อภปิ รายและสรปุ ความรูจ ากการทาํ กจิ กรรมและการศกึ ษาเพิม่ เติมจาก แหลง ตางๆ เกี่ยวกับเร่ือง การแบงเซลลแบบไมโทซสิ โดยมแี นวการสรุป ดงั นี้ “การแบง เซลลแ บบไมโอซิสเปน การแบงเซลลเพือ่ การเจรญิ เติบโตของส่งิ มีชวี ิต ซงึ่ เกิดขึ้นในเซลล รา งกาย ประกอบไปดว ยระยะโพรเฟส เมทาเฟส แอนาเฟส และเทโลเฟส เมอื่ สนิ้ สุดการแบงเซลลจะไดเ ซลล ใหม 2 เซลล ทม่ี จี าํ นวนโครโมโซมเทา กบั เซลลเ ดิม ชว่ั โมงท่ี 4-6 ขั้นสาํ รวจและคน พบ/ขั้นการเตรียมการคนหาคําตอบ 1. ใหน กั เรียนกลมุ เดิมจากการทํากิจกรรมทแี่ ลว รว มกันศกึ ษาเร่ือง การแบง เซลลแบบไมโอซสิ จากใบความรู เรือ่ ง การแบงเซลลแบบไมโอซิส แลวแลกเปลย่ี นความรูซ ่งึ กนั และกนั 2. ใหนักเรียนแตละกลุมทํา กิจกรรม เรื่อง การแบงเซลลแบบไมโอซิสของเซลลดอกกุยชาย โดยให นักเรียนแตล ะกลุม อาจกาํ หนดใหส มาชิกแตละคนมีบทบาทหนาท่ีของตนเอง (ไมควรซ้ํากับกิจกรรมท่ีผานมา) ตวั อยา งเชน สมาชิกคนท่ี 5 : ทําหนา ทเี่ ตรียมวสั ดอุ ุปกรณ สมาชิกคนที่ 4 : ทาํ หนา ทอี่ า นวธิ กี ารทาํ กิจกรรม และนาํ มาอธบิ ายใหสมาชิกในกลุมฟง สมาชิกคนที่ 3 : ทําหนาทีบ่ นั ทกึ ผลการทํากจิ กรรม สมาชกิ คนที่ 2 : ทําหนา ทหี่ าแหลงขอ มูลอา งอิงเพื่อสนับสนุนผลการทาํ กิจกรรม สมาชิกคนที่ 1 : ทาํ หนา ที่นาํ เสนอผลการทํากจิ กรรม 3. ใหนักเรียนแตละกลุมทํากิจกรรมตามขั้นตอนที่กําหนด โดยอาจใชเวลามากกวากิจกรรมท่ีผาน มาแลว 4. ในระหวา งทํากิจกรรมครคู วรช้ีแนะใหนักเรียนเปรยี บเทียบภาพเซลลท่ีเห็นจากกลองจุลทรรศนกับ ภาพจากใบความรู เร่ือง การแบงเซลลแบบไมโอซิส จากนั้นใหนักเรียนวาดภาพท่ีสังเกตไดและเขียน กําลงั ขยายของภาพกาํ กบั ไวดวย ขนั้ อธิบายและลงขอ สรุป/ขนั้ ดาํ เนนิ การคน หาคาํ ตอบและตรวจสอบคําตอบ 1. ครตู ้งั คาํ ถามเพ่ือตรวจสอบความเขาใจของนักเรยี น โดยใหน กั เรียนรว มกนั ตอบ ดงั น้ี - การแบง เซลลแ บบไมโอซสิ เซลลใหมท่เี กิดขึ้นมีจํานวนโครโมโซมเปน อยางไรเมื่อเทยี บกบั เซลลเดิม (แนวตอบ : เซลลใ หมจะมีจํานวนโครโมโซมลดลงครึง่ หน่ึงเมอื่ เทยี บกับเซลลเ ดมิ ) โดย ครูสุดาภรณ สบื บญุ เปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มัธยมศึกษาปท ี่ 4 60 - การแบง เซลลแบบไมโอซสิ พบไดท ไ่ี ดบาง (แนวตอบ : บรเิ วณเนื้อเยื่อท่ีเจริญไปเพือ่ สรา งเซลลสืบพันธ)ุ - ฮอมอโลกัสโครโมโซม คืออะไร และพบในเซลลชนดิ ใด (แนวตอบ : เปน โครโมโซมท่ที รี ปู รางลกั ษณะเหมือนกันและมียนี ท่คี วบคมุ ลกั ษณะเดียวกันอยใู น ตาํ แหนงตรงกนั พบในเซลลด ิพลอยด หรอื เซลลร างกาย) - เซลลด ิพลอยดต างจากเซลลแ ฮพลอยดอยา งไร (แนวตอบ : เซลลด ิพลอยดมโี ครโมโซม 2 ชดุ หรือ 2n สวนเซลลแ ฮพลอยดมีโครโมโซม 1 ชุด หรือ n) - การเปลยี่ นแปลงของนวิ เคลยี สในการแบงเซลลแบบไมโอซสิ มคี วามแตกตางจากในการแบง เซลล แบบไมโทซิสอยา งไร (แนวตอบ : นิวเคลียสมีการเปล่ยี นแปลง 2 รอบ เมอื่ สนิ้ สุดการแบง เซลลจ ึงไดเ ซลลใหม 4 เซลล) - เพราะเหตุใดเซลลที่เกดิ จากการแบงเซลลแบบไมโอซิสจึงมีจาํ นวนโครโมโซมแตกตา งจากเซลลเดิม (แนวตอบ : เซลลท่ีเกิดจากการแบงเซลลแบบไมโอซสิ จะมีจาํ นวนโครโมโซมเปนคร่ึงหน่งึ ของเซลล เดมิ เพราะในการแบงเซลลแ บบนจี้ ะมีการแบงนวิ เคลยี ส 2 ครัง้ ครั้งแรกแบงฮอมอโลกสั โครโมโซม สว นคร้ังท่ี สองแบง โครมาทิดของแตละโครโมโซม) - การแบงเซลลแ บบไมโอซสิ เกดิ ขึ้นอยางเปน วฏั จกั รหรือไม (แนวตอบ : ไมเปนวัฏจักร เพราะเซลลใ หมทไ่ี ดจ ากการแบง เซลลจะเจรญิ ตอไปเปนเซลลสืบพันธุ ซง่ึ เซลลสืบพันธุจะไมแ บง เซลลอ กี ) 2. ใหนักเรยี นศกึ ษาเปรยี บเทียบการแบงเซลลแ บบไมโทซสิ กับแบบไมโอซสิ โดยอาจศกึ ษาจาก แหลง เรยี นรูอน่ื ๆ แลวอภิปรายเพ่ือใหไดขอ สรปุ รว มกัน ซ่งึ มีแนวการสรุป ดงั น้ี “การแบง เซลลแ บบไมโทซิส เปนการแบง เซลลร า งกายเพ่ือเพมิ่ จํานวนเซลล ทั้งนี้ เพอื่ การ เจริญเติบโตของสง่ิ มีชีวิต ไดเ ซลลใ หม 2 เซลล ที่มจี าํ นวนโครโมโซมเทา กบั เซลลเดิม สวนการแบง เซลล แบบไมโอซสิ เปน การแบงเซลลเ พอื่ สรางเซลลส บื พันธุ ไดเ ซลลใ หม 4 เซลล ที่มีจํานวนโครโมโซมลดลง คร่งึ หน่ึงเมอื่ เทยี บกับเซลลเดิม” ช่วั โมงท่ี 7-8 ขนั้ ขยายความรแู ละนําเสนอผลการคนหาคําตอบ 1. ใหนกั เรียนแตละกลมุ ทาํ ใบงาน เรื่อง โมเดลการแบงเซลล โดยการเลือกอุปกรณสรางเปนโมเดล แทนระยะตา งๆ ของการแบงเซลล จากน้ันวางโมเดลไวโ ดยไมเรยี งลําดบั ระยะ แลวใหน กั เรยี นกลุมอ่นื ๆ มา จดั เรียงโมเดลใหเปน ไปตามระยะตางๆ ของการแบง เซลลใ หถกู ตอง 2. ใหน กั เรยี นแตละกลุมนําเสนอผลงานของตนเองโดยการใชเ ทคโนโลยีเขา มาเกย่ี วขอ ง เชน อาจ ถายภาพผลงานแลวนําเสนอในรปู แบบ PowerPoint จดั ทําคลิปวิดโี อ หรอื ในรปู แบบแอนเิ มชนั ทนี่ าสนใจ โดย ครูสดุ าภรณ สบื บญุ เปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 61 ขั้นสรุปและประเมนิ ผล 1. ใหน กั เรยี นรวมกันสรุปความรูวาการแบง เซลลม ีความสาํ คญั ตอส่ิงมชี วี ิตอยางไร โดยควรมแี นวการ สรปุ ดังน้ี “การแบงเซลลเ ปนกระบวนการเพิ่มจาํ นวนเซลล ซึ่งทําใหส ง่ิ มชี ีวิตมีการเจรญิ เติบโต หรือเพอ่ื สรา งเซลลสบื พนั ธุ หากไมมีการแบง เซลลส งิ่ มชี ีวิตจะไมสามารถดาํ รงชวี ิตอยูได” 2. ครปู ระเมนิ ผล โดยการสงั เกตการตอบคําถาม การรวมกันทาํ ผลงาน และการนาํ เสนอผลงาน 3. ครูวดั และประเมนิ การปฏิบตั ิการ จากการทํา กิจกรรม เรอ่ื ง การแบงเซลลแบบไมโทซสิ ของเซลล ปลายรากหอม และการแบง เซลลแบบไมโอซสิ ของเซลลด อกกุยชา ย 4. ครตู รวจผลงานจากการทาํ ใบงาน เร่อื ง โมเดลการแบงเซลล 9. สอื่ การเรียนการสอน / แหลงเรียนรู รายการสอื่ จํานวน สภาพการใชสอ่ื 1. กจิ กรรม เร่อื ง การแบง เซลลแบบไมโทซสิ ของเซลลปลายรากหอม 1 ชุด ขั้นสํารวจและคน พบ 2. กิจกรรม เรือ่ ง การแบงเซลลแบบไมโอซสิ ของเซลลด อกกยุ ชาย 1 ชดุ ข้นั อธบิ ายและลงขอ สรปุ 3. ใบงาน เร่ือง โมเดลการแบงเซลล 1 ชดุ ขน้ั อธิบายและลงขอ สรุป 4. ใบงาน เร่ือง การแบงเซลล 1 ชดุ ขน้ั สํารวจและคนพบ 5. ใบความรู เร่อื ง การแบง เซลล 1 ชดุ ข้นั อธบิ ายและลงขอ สรุป โดย ครูสดุ าภรณ สืบบญุ เปยม กลุมสาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวิชาชวี วิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 62 10. การวดั ผลและประเมินผล ประเด็น/ เกณฑการให เปาหมาย หลกั ฐานการเรียนรู วธิ ีวัด เคร่อื งมอื วัดฯ การเรียนรู ช้ินงาน/ภาระงาน คะแนน ระดับคุณภาพ 1. สังเกตการแบง 1. ใบงาน เรือ่ ง การ ตรวจใบงาน เรือ่ ง แบบประเมินใบงาน รอ ยละ 65 นวิ เคลียสแบบไมโท แบงเซลล การแบง เซลล ผานเกณฑ ซิสและแบบไมโอซิส ระดบั คุณภาพ จากตัวอยางภายใต 2. กิจกรรม เรื่อง การ ตรวจแบบบนั ทกึ แบบบันทกึ กิจกรรม รอยละ 65 กลองจุลทรรศนไ ด แบงเซลลแ บบไมโทซิส กิจกรรม เรอ่ื ง การ เรื่อง การแบงเซลลแบบ ผานเกณฑ 2. อธิบายและ ของเซลลป ลายราก แบง เซลลแ บบไมโท ไมโทซสิ ของเซลลปลาย เปรียบเทยี บการแบง หอม ซสิ ของเซลลป ลาย รากหอม ระดับคุณภาพ นวิ เคลียสแบบไมโท รากหอม รอ ยละ 65 ซสิ และแบบไมโอซิส 3. กจิ กรรม เรอ่ื ง การ ตรวจแบบบนั ทึก แบบบนั ทึกกจิ กรรม ผานเกณฑ ได แบงเซลลแ บบไมโอซสิ กจิ กรรม เรื่อง การ เรื่อง การแบงเซลลแบบ 3. ปฏิบตั ิกจิ กรรม ของเซลลดอกกยุ ชา ย แบงเซลลแ บบไมโอ ไมโอซิสของเซลลด อก ระดับคุณภาพ 2 เพือ่ ศกึ ษาการแบง ซิสของเซลลด อก กยุ ชาย ผานเกณฑ เซลลไ ด กยุ ชาย ระดบั คณุ ภาพ 2 4. ใบงาน เร่ือง โมเดล ตรวจใบงาน เร่อื ง แบบประเมินช้นิ งาน ผา นเกณฑ การแบงเซลล โมเดลการแบง เซลล ระดบั คุณภาพ 2 ผานเกณฑ 5. การนําเสนอผลงาน ประเมินการ ผลงานทีน่ าํ เสนอ ระดับคุณภาพ 2 นําเสนอผลงาน ผานเกณฑ ระดับคณุ ภาพ 2 6. พฤตกิ รรมการ สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผา นเกณฑ ทํางานรายบคุ คล การทํางาน การทาํ งานรายบุคคล รายบุคคล 7. พฤติกรรมการ สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ทํางานรายกลมุ การทาํ งานรายกลุม การทาํ งานรายกลุม 8. คณุ ลักษณะ สังเกตความมวี นิ ยั แบบประเมิน อนั พึงประสงค ใฝเรียนรแู ละมุงม่ัน คุณลกั ษณะ ในการทํางาน อันพึงประสงค โดย ครสู ุดาภรณ สืบบญุ เปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 63 แบบประเมินชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) แผน ฯ ท่ี 3 แบบประเมินการนาํ เสนอผลงาน คาํ ชแ้ี จง : ใหผสู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวางเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว ขีด ลงในชองที่ ตรงกับระดับคะแนน ลําดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 32 1 เนื้อหาละเอยี ดชัดเจน  2 ความถกู ตองของเนื้อหา   3 ภาษาท่ใี ชเขาใจงา ย   4 ประโยชนท่ไี ดจ ากการนําเสนอ   5 วธิ กี ารนาํ เสนอผลงาน    รวม ลงช่ือ...................................................ผูประเมิน (นางสาวสดุ าภรณ สืบบุญเปย ม) ............./................../............... เกณฑการใหค ะแนน ให 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ งกบั รายการประเมินสมบูรณช ดั เจน ให 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลองกบั รายการประเมินเปนสว นใหญ ให 1 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ งกับรายการประเมินบางสว น เกณฑก ารตัดสนิ คณุ ภาพ ชวงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 14 - 15 ดมี าก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช ต่ํากวา 8 ปรับปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ สบื บญุ เปย ม กลุม สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวิชาชีววิทยา 1 มัธยมศึกษาปท่ี 4 64 แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล คาํ ช้ีแจง : ใหผสู อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวางเรียนและนอกเวลาเรยี น แลวขดี ลงในชอ งที่ ตรงกับระดับคะแนน ลาํ ดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 3 21 1 การแสดงความคิดเหน็   2 การยอมรับฟง ความคดิ เห็นของผอู ่นื   3 การทาํ งานตามหนาทท่ี ่ไี ดร ับมอบหมาย   4 ความมนี ้ําใจ   5 การตรงตอเวลา   รวม ลงชอื่ ...................................................ผูประเมนิ (นางสาวสดุ าภรณ สืบบุญเปยม) ............./................../.............. เกณฑการใหคะแนน ให 3 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา งสมาํ่ เสมอ ให 2 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบอยครั้ง ให 1 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั เกณฑก ารตัดสนิ คณุ ภาพ ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช ต่าํ กวา 8 ปรับปรงุ โดย ครูสุดาภรณ สืบบญุ เปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวชิ าชวี วิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 65 แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ คาํ ช้แี จง : ใหผ สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา งเรียนและนอกเวลาเรียน แลวขดี ลงในชองที่ ตรงกบั ระดับคะแนน การมี การแสดง การยอมรับ การทํางาน ความมี สว นรวมใน รวม ชอ่ื – สกลุ ความ ฟงคนอืน่ ตามท่ีไดรับ น้ําใจ การ 15 ลาํ ดบั ที่ ของนักเรียน คิดเห็น มอบหมาย ปรบั ปรุง คะแนน ผลงานกลมุ 321321321321321 ลงชื่อ...................................................ผูป ระเมนิ (นางสาวสดุ าภรณ สืบบญุ เปย ม) ............../.................../............... เกณฑก ารใหค ะแนน ให 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยางสมา่ํ เสมอ ให 2 คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ ยครงั้ ให 1 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั เกณฑก ารตัดสินคุณภาพ ชว งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช ต่าํ กวา 8 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ สบื บุญเปย ม กลุมสาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชวี วิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 66 แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค คําช้แี จง : ใหผ สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวางเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว ขดี ลงในชอ งที่ ตรงกับระดับคะแนน คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน อันพึงประสงคด า น 321 1. มวี ินัย รบั ผิดชอบ 1.1 ปฏิบัติตามขอ ตกลง กฎเกณฑ ระเบยี บ ขอบังคบั ของครอบครวั มคี วามตรงตอ เวลาในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตาง ๆ ในชีวิตประจําวัน 2. ใฝเ รียนรู 2.1 รจู ักใชเวลาวางใหเปนประโยชน และนาํ ไปปฏบิ ัติได 2.2 รจู กั จัดสรรเวลาใหเหมาะสม 2.3 เชือ่ ฟงคําสง่ั สอนของบดิ า - มารดา โดยไมโตแยง 2.4 ตงั้ ใจเรียน 3. มงุ มน่ั ในการทาํ งาน 3.1 มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทาํ งานทีไ่ ดรับมอบหมาย 3.2 มคี วามอดทนและไมทอแทต ออปุ สรรคเพื่อใหงานสําเร็จ ลงชอื่ ...................................................ผปู ระเมนิ (นางสาวสดุ าภรณ สบื บญุ เปยม) ............../.................../................ เกณฑการใหคะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัตชิ ัดเจนและสมํ่าเสมอ ให 3 คะแนน พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ิชัดเจนและบอยครงั้ ให 2 คะแนน พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตบิ างครั้ง ให 1 คะแนน เกณฑการตัดสินคณุ ภาพ ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 51 - 60 ดมี าก 41 - 50 ดี 30 - 40 พอใช ตํา่ กวา 30 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ สบื บุญเปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 67 11. ความเห็นของผบู รหิ ารสถานศึกษาหรือผูท ่ีไดรับมอบหมาย ขอ เสนอแนะ ลงชือ่ .................................................. (นายอดศิ ร แดงเรอื น) ผอู ํานวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห 31 12. บนั ทึกผลหลงั การสอน  ดานความรู  ดานสมรรถนะสําคัญของผเู รยี น  ดา นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค  ดานความสามารถทางวทิ ยาศาสตร  ดา นอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเดน หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ญหาของนกั เรยี นเปนรายบุคคล (ถา ม)ี )  ปญหา/อุปสรรค  แนวทางการแกไ ข ลงชื่อ..................................................ผสู อน (นางสาวสดุ าภรณ สืบบญุ เปย ม) ตําแหนง พนักงานราชการ โดย ครสู ดุ าภรณ สบื บญุ เปย ม กลุมสาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวิชาชีววิทยา 1 มธั ยมศึกษาปที่ 4 68 กจิ กรรม เรื่อง โมเดลการแบง เซลล คาํ ช้แี จง : ใหนกั เรยี นปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามข้นั ตอนที่กาํ หนดให วัสดอุ ปุ กรณ 2. กระดาษแข็ง 3. ไหมพรม 1. ดนิ นํ้ามนั 5. สีไม/ สีนํา้ /สชี อรค 6. ปนู ปลาสเตอร 4. ฟว เจอรบอรด 8. กรรไกร 9. คัตเตอร 7. กาว วธิ ปี ฏบิ ตั ิ 1. ใหนกั เรียนแบงกลมุ กลมุ ละ 5-6 คน 2. ศึกษาการแบงเซลลในระยะตางๆ โดยอาจใชใ บความรู 3. สรางโมเดลแทนระยะตา งๆ ของการแบงเซลล โดยเลอื กใชวัสดุอปุ กรณทกี่ าํ หนดให 4. นาํ โมเดลแตละช้นิ วางไวโ ดยไมเ รยี งตามระยะของการแบง เซลล 5. ใหนกั เรียนกลมุ อื่นๆ มาจัดเรียงโมเดลตามระยะตางๆ ของการแบง เซลลใหถกู ตอง โดย ครูสุดาภรณ สืบบุญเปยม กลุมสาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวิชาชวี วิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปที่ 4 69 ใบความรู เรอ่ื ง การแบง เซลล ไมโทซสิ เซนโทรเมียร์ เสน้ ใยสปินเดลิ โดย ครสู ุดาภรณ สืบบุญเปย ม กลมุ สาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชวี วิทยา 1 มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 70 ไมโอซสิ เซนทรโิ อล เสน ใยสปน เดิล เซนทรโิ อล โครมาทนิ อนิ เตอรเ ฟส เยอื่ หุมนิวเคลียส โพรเฟส I เมทาเฟส I โครโมโซม โพรเฟส II นวิ เคลยี สทม่ี ี โครโมโซมลดลง เอนาเฟส I ครง่ึ หนง่ึ เทโลเฟส I เมทาเฟส II แอนาเฟส I เทโลเฟส I โดย ครูสดุ าภรณ สืบบุญเปย ม กลมุ สาระการเรียนรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวิชาชวี วิทยา 1 มัธยมศึกษาปท่ี 4 71 แผนการจัดการเรียนรู หนว ยการเรียนรทู ่ี 3 เร่อื ง เซลลข องส่งิ มีชวี ติ แผนจดั การเรียนรทู ่ี 6 เรอ่ื ง การลําเลยี งสารผา นเซลล รายวชิ า ชีววทิ ยา1 รหสั วชิ า 31101 ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2564 นา้ํ หนักเวลาเรยี น 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 3 ชั่วโมง/สัปดาห เวลาที่ใชใ นการจัดกจิ กรรมการเรียนรู 2 ช่วั โมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสําคญั เมอ่ื ผา นกระบวนการแบงเซลล เซลลแ ตล ะชนิดจะเปล่ยี นสภาพไปเพ่ือทําหนาที่เฉพาะ เชน เซลลเม็ด เลอื ดแดงทําหนา ที่ขนสง แกสออกซเิ จน เซลลประสาททําหนาที่นําสงกระแสประสาท เปนตน และเม่ือเซลลมี อายุมากข้นึ เซลลจ ะชราภาพ ซง่ึ ประสทิ ธภิ าพการทาํ งานจะลดลงและตายในท่ีสุด 2. ผลการเรียนรู - 3. สาระการเรยี นรู 3.1 เน้ือหาสาระหลกั : Knowledge 1) อธิบายการเปล่ยี นสภาพของเซลลเพ่ือไปทําหนาทีเ่ ฉพาะอยา งได 2) อธบิ ายสาเหตุของการชราภาพของเซลลไ ด 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process 1) ใชก ระบวนการสืบเสาะหาความรูเพอ่ื ศกึ ษาการเปลยี่ นสภาพของเซลลและการชราภาพ ของเซลลไ ด 3.3 คุณลกั ษณะที่พึงประสงค : Attitude 1) สนใจใฝรูในการศกึ ษา และมีความมุงมนั่ 4. สมรรถนะสาํ คญั ของนกั เรยี น 1) ความสามารถในการสอื่ สาร 2) ความสามารถในการคิด 5) ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี 5. คณุ ลกั ษณะของวิชา 1) ความรบั ผิดชอบ 2) กระบวนการกลมุ 6. คณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค 1. มีวนิ ยั 2. ใฝเ รยี นรู 3. มุง มั่นในการทาํ งาน 7. ชน้ิ งาน/ภาระงาน : 1. ใบงาน เรื่อง การลําเลยี งสารผานเซลลพืช 2. ใบงาน เร่ือง การประยกุ ตใ ชค วามรเู รอื่ งการลาํ เลยี งสารผานเซลลในชีวิตประจําวัน โดย ครูสุดาภรณ สบื บญุ เปย ม กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวชิ าชวี วิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 72 8. กิจกรรมการเรียนรู ชั่วโมงท่ี 1-2 ข้ันนําเขา สูบทเรยี น/ขัน้ ตง้ั คําถาม 1. ครูใชคําถามกระตุนการเรยี นรขู องนักเรียน - เซลลท กุ ชนิดมีลกั ษณะเหมือนกนั หรอื ไม อยา งไร (แนวตอบ : ไมเหมือนกัน เซลลแ ตล ะชนดิ จะมลี ักษณะรูปรา งแตกตางกนั เพราะมหี นา ทต่ี า งกนั ) - การเปลี่ยนสภาพของเซลลเกิดข้ึนเม่ือใด (แนวตอบ : หลังการแบง เซลล) ขนั้ สํารวจและคน พบ/ขนั้ การเตรียมการคน หาคําตอบ 1. ใหน ักเรียนศกึ ษาเรอื่ ง การเปลี่ยนสภาพของเซลลและการชราภาพของเซลล 2. ครแู ละนกั เรียนรว มกันอภิปรายเก่ยี วกบั ผลท่ีเกิดข้นึ กบั รางกายเมอ่ื เซลลมกี ารเปลี่ยนสภาพไป เพอื่ ใหไ ดข อ สรปุ เชน “การเปลยี่ นสภาพของเซลลทาํ ใหเ ซลลม ีโครงสราง และหนาท่กี ารทาํ งานเฉพาะอยา ง เชน เซลล ประสาทมีเสน ใยประสาทเพื่อทาํ หนาทรี่ ับและสง กระแสประสาท เซลลข นรากมีผนังเซลลยนื่ ออกมาเพอื่ สะดวกตอ การดูดซึมนาํ้ และแรธ าต”ุ ขั้นอธิบายและลงขอ สรปุ /ขัน้ ดําเนินการคนหาคาํ ตอบและตรวจสอบคําตอบ 1. ครูต้ังคําถามเพอื่ ตรวจสอบความเขาใจของนกั เรยี น โดยใหน ักเรียนรว มกันตอบ ดังนี้ - การชราภาพของเซลลเกดิ ขนึ้ ไดอ ยางไร (แนวตอบ : มีการขาดหายไปของสว นปลายโครโมโซมทุกครง้ั ท่มี กี ารแบง เซลล ซ่ึงทําใหโ ครโมโซมหด สนั้ ลง ซึ่งสว นท่ขี าดหายไปน้อี าจจะเปนสวนทีค่ วบคมุ การเปลีย่ นสภาพของเซลล) - การชราภาพของเซลลเกี่ยวขอ งเกี่ยวขอ งกับอายขุ ยั ของเซลลและยีนหรอื ไม อยา งไร (แนวตอบ : เก่ียวของกนั คอื เซลลม อี ายุขยั ที่จาํ กัด ซ่งึ ถา เซลลใชเวลาในการแบง เซลลส ้ันและ บอยคร้งั จะทําใหเซลลเ กิดการชราภาพเร็วและมีอายไุ ขสน้ั สวนยนี จะเปน ตัวกาํ หนดใหเ ซลลตายลงตาม อายุขยั ของสิง่ มีชีวติ นอกจากน้ี เซลลท ่ีชราภาพจะมเี อนไซมภ ายในเซลลน อยลง ทําใหเซลลม ีการทํางานชา ลง และอาจตายในทส่ี ุด) ขนั้ ขยายความรูและนาํ เสนอผลการคนหาคาํ ตอบ 1. ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ เก่ียวกับความชราในเด็กหรือกลุมอาการโปรเจเรยี วา เกดิ จากการกลายของยีน ซง่ึ ทําใหเซลลชราภาพเร็วกวา ปกติ 2. ใหน ักเรียนแบง กลมุ ศกึ ษาเพิ่มเติมเก่ียวกบั กลุมอาการโปรเจเรีย จากใบความรู เรอ่ื ง ความชราใน เด็ก หรอื จากแหลง เรียนรอู ่ืนๆ แลวสรุปความรมู าแลกเปลีย่ นซงึ่ กันและกัน โดย ครูสดุ าภรณ สืบบญุ เปย ม กลุมสาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มธั ยมศึกษาปท ่ี 4 73 ขน้ั สรุปและประเมนิ ผล 1. ใหน ักเรียนแบง กลุมรวมกันสรุปความรูเรื่องการเปลย่ี นสภาพของเซลล และการชราภาพของเซลล ในรูปแบบผังมโนทัศนใน ใบงาน เรอื่ ง การเปล่ยี นสภาพของเซลล และการชราภาพของเซลล 2. ครปู ระเมินผล โดยการสังเกตการตอบคําถาม และการรวมกนั ทําผลงาน 3. ครูตรวจ ใบงาน เรื่อง การเปลยี่ นสภาพของเซลล และการชราภาพของเซลล 9. ส่ือการเรยี นการสอน / แหลง เรียนรู จํานวน สภาพการใชส่ือ รายการสือ่ 1 ชดุ ขนั้ ขยายความรู 1. ใบงาน เรือ่ ง การเปลย่ี นสภาพของเซลล และการชราภาพของ 1 ชดุ ข้ันอธิบายและลงขอ สรุป เซลล 1 ชุด ขน้ั อธิบายและลงขอสรุป 2. ใบความรู เร่ือง ความชราในเด็ก 3. PowerPoint เร่อื ง การชราภาพของเซลล 10. การวัดผลและประเมินผล ประเด็น/ เกณฑก ารให เปาหมาย หลักฐานการเรยี นรู วิธีวัด เครือ่ งมอื วัดฯ การเรียนรู ชิน้ งาน/ภาระงาน คะแนน ระดบั คณุ ภาพ 1. อธบิ ายการเปลี่ยน 1. ใบงาน เร่ือง การ ตรวจใบงาน เรอ่ื ง แบบประเมินใบงาน รอยละ 65 สภาพของเซลลเพื่อ เปลย่ี นสภาพของเซลล การเปลย่ี นสภาพ ผลงานทนี่ าํ เสนอ ผานเกณฑ ไปทาํ หนาที่เฉพาะ และการชราภาพของ ของเซลล และการ อยางได เซลล ชราภาพของเซลล ระดบั คณุ ภาพ 2 2. อธิบายสาเหตุของ 2. การนาํ เสนอผลงาน ประเมินการ ผา นเกณฑ การชราภาพของ นําเสนอผลงาน ระดับคณุ ภาพ 2 เซลลไ ด ผานเกณฑ 3. พฤตกิ รรมการ สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ทํางานรายบุคคล การทํางาน การทาํ งานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 รายบคุ คล ผา นเกณฑ 4. พฤติกรรมการ สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ทํางานรายกลมุ การทํางานรายกลมุ การทาํ งานรายกลุม ผา นเกณฑ 5. คณุ ลกั ษณะ สงั เกตความมีวินยั แบบประเมิน อนั พงึ ประสงค ใฝเรยี นรแู ละมุง ม่ัน คุณลกั ษณะ ในการทํางาน อนั พึงประสงค โดย ครูสดุ าภรณ สืบบญุ เปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวิชาชวี วิทยา 1 มธั ยมศึกษาปท ี่ 4 74 แบบประเมินชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) แผน ฯ ท่ี 3 แบบประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน คาํ ชแ้ี จง : ใหผสู อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวางเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว ขีด ลงในชอ งที่ ตรงกับระดับคะแนน ลําดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 32 1 เนื้อหาละเอยี ดชัดเจน  2 ความถูกตองของเนอ้ื หา   3 ภาษาทีใ่ ชเขาใจงา ย   4 ประโยชนท ไ่ี ดจ ากการนาํ เสนอ   5 วธิ กี ารนาํ เสนอผลงาน    รวม ลงชือ่ ...................................................ผูประเมิน (นางสาวสดุ าภรณ สบื บุญเปย ม) ............./................../............... เกณฑการใหค ะแนน ให 3 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ งกับรายการประเมนิ สมบูรณชัดเจน ให 2 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลองกับรายการประเมินเปน สว นใหญ ให 1 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคลอ งกบั รายการประเมนิ บางสวน เกณฑก ารตัดสินคุณภาพ ชวงคะแนน ระดับคุณภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช ตาํ่ กวา 8 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ุดาภรณ สบื บุญเปย ม กลมุ สาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวิชาชีววิทยา 1 มัธยมศึกษาปท ่ี 4 75 แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล คาํ ช้ีแจง : ใหผ สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวางเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว ขดี ลงในชอ งที่ ตรงกับระดับคะแนน ลาํ ดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 3 21 1 การแสดงความคิดเหน็   2 การยอมรับฟง ความคดิ เห็นของผูอ่นื   3 การทาํ งานตามหนาทท่ี ่ไี ดร ับมอบหมาย   4 ความมนี ้ําใจ   5 การตรงตอเวลา   รวม ลงชอื่ ...................................................ผูประเมนิ (นางสาวสดุ าภรณ สืบบุญเปยม) ............./................../.............. เกณฑการใหคะแนน ให 3 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา งสมาํ่ เสมอ ให 2 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบอยครั้ง ให 1 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั เกณฑก ารตัดสินคณุ ภาพ ชวงคะแนน ระดับคุณภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช ต่าํ กวา 8 ปรบั ปรงุ โดย ครูสุดาภรณ สืบบญุ เปย ม กลมุ สาระการเรียนรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวชิ าชวี วิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 76 แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ คาํ ชีแ้ จง : ใหผ สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา งเรียนและนอกเวลาเรียน แลวขดี ลงในชองที่ ตรงกับระดับคะแนน การมี การแสดง การยอมรับ การทํางาน ความมี สว นรวมใน รวม ชอ่ื – สกลุ ความ ฟงคนอืน่ ตามท่ีไดรับ นํ้าใจ การ 15 ลาํ ดบั ท่ี ของนกั เรยี น คิดเหน็ มอบหมาย ปรบั ปรุง คะแนน ผลงานกลมุ 321321321321321 ลงชื่อ...................................................ผูป ระเมนิ (นางสาวสุดาภรณ สืบบญุ เปย ม) ............../.................../............... เกณฑก ารใหคะแนน ให 3 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา งสม่าํ เสมอ ให 2 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบอยคร้งั ให 1 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั เกณฑก ารตัดสินคุณภาพ ชว งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช ต่าํ กวา 8 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ สบื บุญเปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชวี วิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 77 แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค คําช้แี จง : ใหผ ูสอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว ขดี ลงในชอ งที่ ตรงกบั ระดับคะแนน คณุ ลักษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อันพึงประสงคด า น 321 1. มวี ินัย รบั ผิดชอบ 1.1 ปฏิบัติตามขอ ตกลง กฎเกณฑ ระเบยี บ ขอบังคบั ของครอบครวั มีความตรงตอ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตา ง ๆ ในชีวิตประจําวัน 2. ใฝเ รียนรู 2.1 รจู ักใชเวลาวางใหเปนประโยชน และนําไปปฏบิ ัตไิ ด 2.2 รจู กั จดั สรรเวลาใหเหมาะสม 2.3 เชื่อฟง คําสง่ั สอนของบดิ า - มารดา โดยไมโตแ ยง 2.4 ต้งั ใจเรียน 3. มงุ มน่ั ในการทาํ งาน 3.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทาํ งานทไี่ ดร ับมอบหมาย 3.2 มคี วามอดทนและไมทอแทตอ อุปสรรคเพอ่ื ใหง านสําเร็จ ลงชอื่ ...................................................ผปู ระเมนิ (นางสาวสดุ าภรณ สบื บญุ เปยม) ............../.................../................ เกณฑการใหคะแนน พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัตชิ ัดเจนและสมํ่าเสมอ ให 3 คะแนน พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัตชิ ัดเจนและบอยครงั้ ให 2 คะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัติบางครัง้ ให 1 คะแนน เกณฑการตัดสินคณุ ภาพ ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 51 - 60 ดมี าก 41 - 50 ดี 30 - 40 พอใช ตํา่ กวา 30 ปรบั ปรงุ โดย ครูสุดาภรณ สืบบุญเปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 78 11. ความเหน็ ของผบู รหิ ารสถานศึกษาหรือผูท ่ีไดรับมอบหมาย ขอเสนอแนะ ลงชือ่ .................................................. (นายอดศิ ร แดงเรอื น) ผอู ํานวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห 31 12. บนั ทกึ ผลหลังการสอน  ดานความรู  ดา นสมรรถนะสําคัญของผเู รยี น  ดานคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค  ดานความสามารถทางวทิ ยาศาสตร  ดา นอนื่ ๆ (พฤตกิ รรมเดน หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ญหาของนกั เรยี นเปนรายบุคคล (ถา ม)ี )  ปญ หา/อปุ สรรค  แนวทางการแกไ ข ลงชื่อ..................................................ผสู อน (นางสาวสดุ าภรณ สืบบญุ เปย ม) ตําแหนง พนักงานราชการ โดย ครสู ดุ าภรณ สบื บญุ เปย ม กลุมสาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปที่ 4 79 ใบความรู เรอ่ื ง ความชราในเด็ก เปน ท่ที ราบดีแลว วาสตั วและมนุษยมวี ัฏจกั รชีวิตเวยี นวนกันไปตงั้ แตเ กิด แก เจ็บ ตาย ซ่ึงภายใน รางกายของสัตวและมนุษยก็เชนเดียวกันท่ีพบวา เซลลมีการแบงเซลลเกิดข้ึนใหมทดแทนเซลลเดิมที่ เสื่อมสภาพและตายไปได นอกจากนี้ เซลลที่เจรญิ เตบิ โตยอ มมีการชราภาพเกิดขึน้ ไดดวย เน่ืองจากเม่ือ เซลลมอี ายมุ ากขน้ึ มกั จะมกี ารสะสมของเสียเพ่มิ ข้ึน และการชราภาพของเซลลอาจเก่ียวของกับยีนดวย ดังนั้น การชราภาพของเซลลจึงเปนส่ิงที่กําหนดอายุขัยของสิ่งมีชีวิต นอกจากน้ีอายุขัยของส่ิงมีชีวิต ควบคุมโดยยนี และสิ่งแวดลอม ความผดิ ปกตทิ ่ีเซลลแ กต ัวเร็วกวา ปกติ ทําใหเกิดความชราในเด็ก หรือท่ีรูจักในช่ือโรคโปรเจเรีย (Progeria) หรอื เวอรเ นอรซ ินโดรม (Werner syndrome) พบในเด็กทั้งเพศหญิงและเพศชาย เปนโรค ท่ีพบไดเพียง 1 ใน 8 ลานคน โดย 90% ของเด็กท่ีปวยเปนโรคน้ีเกิดจากการกลายของยีน ทําใหการ สังเคราะหโปรตนี บางชนดิ ผิดปกติ เซลลจะแกตัวเร็วกวาคนปกติ ลักษณะของเด็กท่ีปวยเปนโรคน้ีจะ เหมือนเด็กปกติในชวง 10–24 เดือนแรก หลังจากนั้นจะเริ่มมีการเจริญเติบโตชา รูปรางแคระแกร็น เต้ีย นาํ้ หนกั นอย แกเ รว็ และเหนื่อยงาย โดยมีอาการตางๆ ท่ีปรากฏ เชน - กะโหลกศีรษะบาง ไมไดสัดสวน บริเวณหนาอกจะมีลักษณะคลายผลลูกแพร กระดูกผุ มี อาการขอ ยึดเพราะมพี ังผดื อยูบริเวณขอ กระดูกสะโพกเคลื่อน ลกั ษณะขาจะถางออกคลาย ลกั ษณะคนขม่ี า - กระดกู บริเวณหนา ไมเจรญิ ใบหนาและขากรรไกรมีขนาดเล็กกวาปกติ ตาโปน จมูกลีบเล็ก และโดงแหลม เสียงแหลมเล็ก ฟนน้ํานมและฟนแทข้ึนชากวาปกติ ฟนข้ึนไมเปนระเบียบ และหลุดงา ย ผมและขนหลุดลว ง ศีรษะลา น - ผิวหนังเหี่ยวยน คลายคนแก ผิวหนงั บริเวณศรี ษะจะบางใสจนมองเห็นเสนเลือดชัดเจน - เล็บผิดปกติ ซึง่ เริม่ สังเกตเห็นไดต ้งั แตวัยทารก เล็บหกั งายและมีสีเหลือง หรือในบางรายไม มีเลบ็ เลย เด็กท่ีปวยเปนโรคน้ีจะมีสุขภาพเสื่อมลงทุกป โดยเม่ือผูปวยมีอายุเฉลี่ยประมาณ 10 ป ก็จะมี อาการปวยตางๆ เหมือนในผูสูงอายุ เชน มีอาการของโรคหัวใจเพ่ิมมากข้ึน มีภาวะความดันโลหิตสูง โรคขออักเสบ บางรายตองทําการผาตัดหลอดเลือดหัวใจ สวนใหญผูปวยมักเสียชีวิตดวยภาวะหัวใจ ลม เหลว และโรคหลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว ปจจุบันยังไมมีวิธีรักษาโรคน้ีใหหายขาดได มีเพียงแตรักษาตามอาการ หรือการทํา Lmna testing เพื่อตรวจดูในระดับโมเลกุลของหญิงท่ีกําลังต้ังครรภ ผูปวยโรคโปรไจเรียทั่วโลกถึงแมจะ แตกตางกันในดานเชื้อชาติ แตลักษณะอาการของโรคจะแสดงออกมาเหมือนกัน และมักจะเสียชีวิต ในชวงอายุ 8–21 ป หรอื เฉลยี่ อายปุ ระมาณ 13 ป ท่มี า : เว็บไซตของสาขาชวี วิทยา สถาบนั สง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี http://biology.ipst.ac.th/?p=895 โดย ครสู ุดาภรณ สบื บุญเปย ม กลุม สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวชิ าชวี วิทยา 1 มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 80 ใบงาน เรื่อง การเปลย่ี นสภาพของเซลล และการชราภาพของเซลล คําชแ้ี จง : ใหน กั เรยี นแบงกลมุ รว มกันสรปุ ความรเู รอื่ งการเปลยี่ นสภาพของเซลล และการชราภาพของเซลล ในรปู แบบผงั มโนทัศน โดย ครูสดุ าภรณ สืบบญุ เปย ม กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 81 แผนการจดั การเรยี นรู หนวยการเรยี นรทู ี่ 3 เร่ือง เซลลของสงิ่ มีชีวติ แผนจัดการเรยี นรทู ่ี 7 เรือ่ ง การหายใจระดบั เซลล รายวชิ า ชีววทิ ยา1 รหสั วิชา 31101 ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปการศกึ ษา 2564 นํ้าหนักเวลาเรยี น 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 3 ชั่วโมง/สัปดาห เวลาทใ่ี ชในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 10 ชัว่ โมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสําคญั การดํารงชีวติ ของส่ิงมชี ีวิตตองอาศัยพลงั งานจากการสลายสารอาหาร สารอาหารที่สิ่งมีชีวิตกินเขาไป จะถูกยอ ยใหม ีโมเลกุลขนาดเลก็ จนถึงขน้ั ท่เี ซลลนําไปใชได โดยการสลายสารอาหารน้ันมีท้ังแบบใชออกซิเจน และไมใ ชออกซเิ จน 2. ผลการเรียนรู 17. อธบิ าย เปรียบเทียบ และสรุปขัน้ ตอน การหายใจระดับเซลลในภาวะที่มีออกซเิ จนเพียงพอและ ภาวะท่ีมีออกซิเจนไมเ พยี งพอ 3. สาระการเรยี นรู 3.1 เนอื้ หาสาระหลัก : Knowledge 1) อธิบายและสรุปขัน้ ตอนการหายใจระดับเซลลไ ด 2) เปรียบเทยี บขน้ั ตอนการหายใจระดบั เซลลในภาวะทีม่ ีออกซเิ จนเพยี งพอ และภาวะทม่ี ี ออกซเิ จนไมเพียงพอได 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process 1) ปฏิบตั ิกิจกรรมเพื่อศึกษากระบวนการหมักได 3.3 คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค : Attitude 1) สนใจใฝรูใ นการศึกษา และสามารถทํางานรว มกบั ผูอื่นไดอยา งสรางสรรค 4. สมรรถนะสําคัญของนกั เรยี น 1) ความสามารถในการสอ่ื สาร 2) ความสามารถในการคิด 5) ความสามารถในการใชเทคโนโลยี 5. คุณลักษณะของวิชา 1) ความรบั ผิดชอบ 2) กระบวนการกลุม 6. คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค 1. มวี ินัย 2. ใฝเรียนรู 3. มงุ มน่ั ในการทํางาน โดย ครสู ุดาภรณ สบื บุญเปย ม กลุมสาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 82 7. ชิน้ งาน/ภาระงาน : 1. ใบงาน เร่ือง การหายใจระดบั เซลล 2. กจิ กรรม เรือ่ ง การหมกั ของยสี ต 3. แบบทดสอบหลังเรยี น หนว ยที่ 3 เรือ่ ง เซลลของสิง่ มชี ีวิต 8. กิจกรรมการเรยี นรู ชัว่ โมงท่ี 1-3 ข้ันนาํ เขาสบู ทเรียน/ขั้นตั้งคาํ ถาม 1. ครกู ลาวนําเขาสูบทเรียนวา เซลลจะนาํ พลังงานจากสารอาหารมาใชใ นกจิ กรรมตางๆ ของเซลล แลว นักเรียนสงสยั หรือไมวา เซลลม วี ธิ กี ารอยางไรจึงสามารถนําพลังงานทีม่ ีอยูในสารอาหารมาใชไ ด 2. ครูยกตัวอยางสถานการณใหน กั เรียนรวมกนั พจิ ารณา ดังนี้ - เมือ่ นาํ นํา้ ตาลทรายมาเผา นักเรียนคิดวาจะเกิดการเปลย่ี นแปลงอยา งไร - การเผาไหมน ้าํ ตาลทรายตอ งการออกซิเจนหรอื ไม - ผลทไ่ี ดจ ากการเผาไหมน า้ํ ตาลทรายมอี ะไรบาง จากสถานการณขางตน นกั เรียนควรสรปุ ไดว า “การเผาไหมนํา้ ตาลทรายตองการออกซิเจน ซงึ่ หาก นาํ กระจกไปองั เหนอื บริเวณที่เผาไหม จะสงั เกตเหน็ ละอองน้าํ แสดงวาผลจาการเผาไหมจะไดนํา้ และ พลงั งาน ซ่งึ พลงั งานจะอยูในรูปของพลงั งานความรอ น นอกจากน้ี ยังไดแกส คารบอนไดออกไซดอ ีกดวย ซึง่ สงั เกตไดจากคราบสดี าํ ของคารบ อน” 3. ครูกลาวเชื่อมโยงความรูจากสถานการณการเผานํ้าตาลทรายวา การสลายสารอาหารในเซลลห รือ การหายใจระดบั เซลล มีลกั ษณะเชนเดยี วกบั การเผาไหมน้ําตาลทราย โดยตองการแกส ออกซเิ จน และไดแ กส คารบ อนไดออกไซด นํ้า และพลงั งาน 4. ครูต้งั คาํ ถามเพื่อนาํ สูการอภิปราย - หากปฏิกริ ิยาเชนเดียวกับการเผาไหมน ํา้ ตาลทรายเกิดขึน้ ภายในเซลล จะมผี ลตอเซลลอยางไร (แนวตอบ : ปฏกิ ิรยิ าการเผาไหมนํา้ ตาลทรายตอ งใชพ ลงั งานกระตุน ซง่ึ พลงั งานนน้ั อาจทาํ อนั ตราย แกเซลลได อีกทงั้ พลังงานทเ่ี กิดจากปฏิกริ ิยาอาจทําอันตรายแกเ ซลลไดเชน กัน) 5. จากการอภิปราย ครคู วรชี้แจงเพ่ิมเติมวา เซลลมีกลไกเพ่อื หลีกเลย่ี งการใชพ ลงั งานกระตนุ ที่สงู เกิน กวาความตานทางของเซลล และมีกลไกควบคุมการปลดปลอยพลังงานออกมาไมใหส งู มากจนเปน อันตรายตอ เซลลได ขัน้ สาํ รวจและคน พบ/ขั้นการเตรียมการคน หาคําตอบ 1. ครกู ลาวนําเขาสูการศึกษาวา การหายใจระดบั เซลลมีท้ังในภาวะทม่ี ีออกซิเจนเพียงพอ และภาวะที่ มีออกซิเจนไมเพียงพอ ซึง่ มกี ลไกแตกตา งกัน โดยนักเรียนจะไดศกึ ษาในลาํ ดับตอ ไป 2. ใหนักเรียนศึกษาเร่ือง การหายใจระดับเซลลในภาวะทีม่ ีออกซเิ จนเพียงพอ ข้ันอธบิ ายและลงขอสรุป/ขัน้ ดาํ เนนิ การคน หาคําตอบและตรวจสอบคําตอบ 1. ครูตัง้ คาํ ถามเพือ่ ตรวจสอบความเขาใจของนักเรยี นเรอ่ื ง ไกลโคลซิ ิส โดยใหน ักเรยี นรว มกันตอบ ดังนี้ - ไกลโคลิซิสเกิดข้ึนทีบ่ ริเวณใดของเซลล (แนวตอบ : ไซโทพลาซึม) โดย ครสู ุดาภรณ สืบบญุ เปย ม กลุมสาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวิชาชีววิทยา 1 มัธยมศึกษาปท ี่ 4 83 - ผลทเี่ กิดขึน้ จากกระบวนการไกลโคลิซิสซึ่งสลายกลูโคส 1 โมเลกลุ มสี ารใดเกดิ ข้ึน และมกี าร ปลดปลอ ยพลังงานจากปฏิกริ ิยาตางๆ หรอื ไม อยางไร (แนวตอบ : จากกระบวนการไกลโคลซิ สิ ซึ่งสลายกลูโคส 1 โมเลกุล จะไดกรดไพรวู ิก 2 โมเลกุล มกี าร ปลดปลอ ยพลังงานจากปฏกิ ริ ิยาในรปู ของ ATP 4 โมเลกลุ และ NADH 2 โมเลกุล แตเนอื่ งจากในชวงตนของ กระบวนการมกี ารใชพ ลงั งานจาก ATP ไป 2 โมเลกลุ ดงั นั้น เมือ่ ส้ินสุดปฏิกริ ิยาจงึ ได ATP 2 โมเลกุล) ชั่วโมงที่ 4-5 ขั้นอธบิ ายและลงขอ สรุป/ขั้นดาํ เนินการคนหาคาํ ตอบและตรวจสอบคําตอบ 1. ครูตั้งคําถามเพ่ือตรวจสอบความเขาใจของนักเรียนเร่ือง การสรางแอซิทิลโคเอนไซมเอ โดยให นักเรยี นรวมกนั ตอบ ดงั นี้ - การสรางแอซทิ ลิ โคเอนไซมเ อเกิดขน้ึ ที่บรเิ วณใดของเซลล (แนวตอบ : เมทริกซข องไมโทคอนเดรยี ) - ผลที่เกิดข้ึนจากการสลายกรดไพรูวิก 1 โมเลกุล จะไดสารใด และมีการปลดปลอยพลังงานจาก ปฏิกริ ยิ าหรือไม อยางไร (แนวตอบ : จากกระบวนการไกลโคลิซิสซ่ึงสลายกลูโคส 1 โมเลกุล จะไดกรดไพรูวิก 2 โมเลกุล มีการ ปลดปลอยพลงั งานจากปฏกิ ริ ิยาในรปู ของ ATP 4 โมเลกุล และ NADH 2 โมเลกุล แตเนื่องจากในชวงตนของ กระบวนการมีการใชพ ลังงานจาก ATP ไป 2 โมเลกลุ ดังนั้นเม่อื สิน้ สดุ ปฏิกิริยาจงึ ได ATP 2 โมเลกลุ ) 2. ครูต้ังคําถามเพ่อื ตรวจสอบความเขาใจของนักเรียนเร่ือง วัฏจักรเครบส โดยใหนักเรียนรวมกันตอบ ดังนี้ - วัฏจักรเครบสเกดิ ข้นึ ทบ่ี ริเวณใดของเซลล (แนวตอบ : เมทรกิ ซข องไมโทคอนเดรีย) - แอซิทิลโคเอนไซมเอ 1 โมเลกุล เม่ือเขาสูวัฏจักรเครบสแลวจะมีการปลดปลอยพลังงานจาก ปฏกิ ิริยาตา งๆ หรือไม อยา งไร (แนวตอบ : มกี ารปลดปลอยพลงั งานในรปู ATP NADH และ FADH2) - การสลายกลูโคส 1 โมเลกลุ เมอ่ื เขาสวู ฏั จักรเครบสแ ลวจะไดผ ลผลิตอยางไร (แนวตอบ : วตั ถดุ ิบ ผลผลติ 2 แอซทิ ลิ โคเอนไซมเอ 4 CO2 และ 2 CoA 6 NAD+ 6 NADH 2 FAD 2 FADH2 2 ADP 2 ATP 3. ครูตั้งคาํ ถามเพ่ือตรวจสอบความเขา ใจของนักเรียนเรื่อง กระบวนการถายทอดอิเล็กตรอน โดยให นักเรยี นรว มกนั ตอบ ดังน้ี - กระบวนการถายทอดอเิ ลก็ ตรอนเกดิ ข้ึนทีบ่ ริเวณใดของเซลล (แนวตอบ : เยอ่ื หมุ ช้นั ในของไมโทคอนเดรีย) โดย ครูสุดาภรณ สบื บุญเปย ม กลมุ สาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวิชาชวี วิทยา 1 มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 84 - เพราะเหตุใด กระบวนการถา ยทอดอิเลก็ ตรอนจงึ เกดิ ทเ่ี ยื่อหมุ ชัน้ ในของไมโทคอนเดรยี (แนวตอบ : เยอื่ หุม ช้ันในของไมโทคอนเดรียเปนบริเวณที่มีสารประกอบท่ีเก่ียวของกับกระบวนการ ถายทอดอิเล็กตรอน ซ่ึงมีท้ังสารประกอบท่ีเปนตัวนําอิเล็กตรอนหลายชนิด เชน NAD+ FAD และ สารประกอบอน่ื ๆ ทเี่ กีย่ วของ) - จากการสลายกลูโคสโดยผานกระบวนการไกลโคลิซิสและวัฏจักรเครบสตามลําดับ ได NADH 10 โมเลกลุ และ FADH2 2 โมเลกุล เม่ือเกิดกระบวนการถายทอดอิเลก็ ตรอนจะได ATP เทา ใด (แนวตอบ : 34 ATP) - แกสออกซิเจนมีบทบาทอยา งไรในการหายใจระดบั เซลล (แนวตอบ : เปน ตวั รับอเิ ล็กตรอนตวั สุดทาย แลว ไปรวมตัวกบั H+ ไดเ ปนน้ํา) 4. ครอู ธิบายเพมิ่ เตมิ เกีย่ วกบั พลงั งานท่ไี ดร ับในข้ันตอนของกระบวนการถายทอดอเิ ลก็ ตรอนวา “ในการสลายกลูโคส 1 โมเลกุล พลังงานที่ไดรับในขั้นตอนของกระบวนการถายทอดอิเล็กตรอน นั้น เนอ้ื เย่ือตางชนิดกันอาจใหพ ลงั งานตา งกัน” 5. ใหน ักเรียนศึกษาเรอื่ ง การสลายลพิ ิด และการสลายโปรตีน 6. ครูต้ังคาํ ถามเพอื่ ตรวจสอบความเขาใจของนกั เรยี นเร่ือง การสลายลิพิด โดยใหนกั เรยี นรวมกันตอบ ดังนี้ - เมื่อผานกระบวนการยอยอาหาร ลิพิดจะถกู ยอ ยเปนสารใดบา ง (แนวตอบ : กรดไขมัน และกลีเซอรอล) - การสลายกลเี ซอรอลมีกระบวนการอยา งไร (แนวตอบ : กลีเซอรอลจะเปลี่ยนเปนฟอสโฟกลีเซอรอลดีไฮด ซึ่งปกิกิริยานี้ตองใช ATP 1 โมเลกุล แลวได NADH 1 โมเลกลุ จากนนั้ ฟอสโฟกลีเซอรอลดีไฮดจะเขาสูกระบวนการไกลโคลซิ สิ ตอ ไป) - การสลายกรดไขมันมกี ระบวนการอยางไร (แนวตอบ : สลายโดยกระบวนการบีตาออกซิเดชัน ซึ่งมีการตัดโมเลกุลของกรดไขมันออกครั้งละ 2 คารบอนอะตอม เกิดเปนแอซิทิลโอเอนไซมเอ NADH และ FADH2 อยางละ 1 โมเลกุล จากน้ันแอซิทิลโอ เอนไซมเ อจะเขาสวู ัฏจักรเครบสต อ ไป) 7. ครูต้งั คาํ ถามเพอ่ื ตรวจสอบความเขาใจของนักเรียนเรื่อง การสลายโปรตีน โดยใหนักเรียนรวมกัน ตอบ ดังนี้ - เม่ือผานกระบวนการยอ ยอาหาร โปรตนี จะถูกยอยเปนสารใด (แนวตอบ : กรดอะมโิ น) - การสลายกรดอะมโิ นมีกระบวนการอยา งไร (แนวตอบ : กรดอะมิโนจะถูกดดึงหมูอะมิโนอออกจากโมเลกุลแลวไปรวมกับไฮโดรเจนกลายเปน แอมโมเนีย สวนที่เหลือของกรดอะมิโนจะเขา สวู ัฏจักรเครบส) ชัว่ โมงท่ี7-8 ขนั้ ขยายความรแู ละนําเสนอผลการคนหาคาํ ตอบ 1. ใหนักเรยี นศกึ ษาแผนภาพกระบวนการสลายโปรตนี คารโบไฮเดรต และกรดไขมนั เพือ่ ทบทวน ความรูท่ีไดศึกษามาแลว 2. ครอู าจใหนกั เรยี นศกึ ษาโครงสรา งของสารประกอบ ATP จากน้นั ใหน ักเรียนอภิปรายรว มกนั วา เพราะเหตใุ ด ATP จงึ เปนสารทมี่ พี ลงั งานสูง โดย ครสู ุดาภรณ สบื บุญเปย ม กลมุ สาระการเรียนรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวชิ าชวี วิทยา 1 มัธยมศึกษาปท ่ี 4 85 ขัน้ นําเขา สบู ทเรยี น/ขั้นตง้ั คาํ ถาม 1. ครูนําเขาสูบทเรยี นเรือ่ ง การหายใจระดบั เซลลในภาวะทม่ี ีออกซิเจนไมเ พยี งพอ โดยการทบทวน บทบาทของออกซิเจนในการหายใจระดับเซลล จากนั้นต้งั ประเดน็ ใหนักเรยี นรวมกนั วเิ คราะหวา - หากภาวะทีไ่ มมีออกซเิ จนหรือมีออกซิเจนไมเ พยี งพอ จะยังคงมีการสลายสารอาหารการหายใจ ระดบั เซลลหรอื ไม 2. ครเู ปด วีอิโอสารคดีส้ัน เรื่อง การหายใจแบบไมใ ชอ อกซิเจน เพอื่ กระตนุ ใหเ กดิ การเรยี นรู ขั้นสาํ รวจและคน พบ/ข้นั การเตรียมการคนหาคําตอบ 1. ใหนกั เรียนศกึ ษาเร่ือง การหายใจระดับเซลลใ นภาวะท่ีมอี อกซิเจนไมเพยี งพอ 2. ใหน กั เรยี นแบงกลมุ ทํากจิ กรรมเร่อื ง การหมกั ของยีสต แลวรว มกันอภิปรายและสรุปผลกจิ กรรม ขน้ั อธบิ ายและลงขอ สรปุ /ขนั้ ดําเนินการคน หาคาํ ตอบและตรวจสอบคําตอบ 1. ใหนักเรยี นแตละกลุมรว มกนั ตอบคําถามทา ยกิจกรรมเรอื่ ง การหมกั ของยีสต (1) และครอู าจตั้ง คาํ ถามเพมิ่ เตมิ ดงั นี้ - เม่ือดมของเหลวในหลอดทดลองทีม่ ียสี ตแ ละน้ําสบั ปะรดจะมกี ลิน่ หรือไม อยางไร (แนวตอบ : มีกล่ินแอลกอฮอล) - หากนาํ หลอดทดลองทม่ี ียีสตแ ละนาํ้ สบั ปะรดไปจมุ ในนาํ้ อนุ นกั เรยี นคดิ วา จะเกดิ ผลอยา งไร (แนวตอบ : ปฏกิ ริ ิยาจะเกดิ ไดเร็วขน้ึ และทําใหเกดิ แกส คารบอนไดออกไซดม ากขึ้น) 2. ใหนักเรียนแตล ะกลุมรว มกันตอบคาํ ถามทายกิจกรรมเรอ่ื ง การหมกั ของยสี ต (2) และครอู าจตั้ง คาํ ถามเพิม่ เตมิ ดงั น้ี - นักเรยี นคิดวาความแรงของการเขยา มผี ลตอปฏกิ ิริยาหรือไม อยา งไร (แนวตอบ : มีผล โดยหากเขยาแรงจะทาํ ใหป ฏกิ ริ ิยาเกดิ ไดเรว็ ขึน้ และทําใหเกิดแกส คารบ อนไดออกไซดมากขน้ึ ) 3. ครูต้งั คาํ ถามเกี่ยวกบั การหายใจระดบั เซลลในภาวะที่มีออกซเิ จนไมเ พียงพอ ดงั นี้ - การหายใจระดับเซลลในภาวะทม่ี ีออกซิเจนไมเพยี งพอเกดิ กระบวนการใดบา ง และเกดิ ขนึ้ บรเิ วณใด ของเซลล (แนวตอบ : ไกลโคลิซสิ และกระบวนการหมกั ซ่ึงเกดิ ขึน้ ในไซโทซอล) - ไมโทคอนเดรียมบี ทบาทตอการหายใจระดับเซลลในภาวะที่มีออกซเิ จนไมเพยี งพอหรอื ไม (แนวตอบ : ไมมี เพราะกระบวนการดงั กลา วเกดิ ขึ้นในไซโทซอล) - กระบวนการหมักแอลกอฮอล กระบวนการหมกั กรดแลกติก และการหายใจระดบั เซลลใ นภาวะ ทม่ี ีออกซิเจนเพยี งพอ เหมือนหรอื ตางกนั อยา งไร (แนวตอบ : สวนท่เี หมอื นกนั คือ สารตั้งตน และกระบวนการไกลโคลิซสิ จนถึงเกิดกรดไพรวู ิก สว นท่ี ตา งกัน คอื การบวนการหมกั ไมใ ชอ อกซิเจน ผลิตภัณฑท ่ไี ดอ าจเปนแอลกอฮอล และแกสคารบ อนไดออกไซด หรอื กรดแลกตกิ ข้ึนอยูกับชนดิ ของสงิ่ มชี วี ิต และยังได 2 ATP สว นการหายใจระดับเซลลในภาวะทีม่ ีออกซเิ จน พียงพอ ไดแกส คารบ อนไดออกไซด นา้ํ และได 36 หรอื 38 ATP) โดย ครูสดุ าภรณ สบื บญุ เปย ม กลุมสาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวิชาชวี วิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 86 ชั่วโมงท่ี 9-10 ขนั้ ขยายความรแู ละนาํ เสนอผลการคนหาคาํ ตอบ 1. ใหน กั เรียนรว มกนั อภิปรายวา สามารถนาํ ความรเู ร่ืองกระบวนการหมกั ไปใชประโยชนอะไรไดบา ง โดยอาจมีแนวทางอภิปราย ดังนี้ “ความรูเกี่ยวกบั กระบวนการหมกั นาํ ไปใชป ระโยชนในการผลิตเครือ่ งดืม่ แอลกอฮอล เชน เบยี ร สรุ า ไวน ใชก ารการผลิตอาหารตา งๆ เชน นมเปรี้ยว โยเกริ ต เตาเจยี้ ว เตาหยู ้ี หรือใชใ นกระบวนการผลติ ขนมปง ใชผลติ แอลกอฮอลจ ากของเหลอื ใชท างการเกษตร เปน ตน” ขัน้ สรุปและประเมนิ ผล 1. ใหน ักเรยี นแบง กลุม กลมุ ละ 5-6 คน สรปุ ความรเู รื่อง การหายใจระดับเซลลทง้ั ในภาวะทม่ี ี ออกซิเจนเพียงพอ และภาวะท่มี อี อกซเิ จนไมเ พยี งพอ โดยทาํ ใบงาน เร่ือง ผังมโนทัศนการหายใจระดับเซลล 2. ครปู ระเมินผล โดยการสังเกตการตอบคําถาม การรวมกันทาํ ผลงาน และการนําเสนอผลงาน 3. ครูวดั และประเมนิ การปฏิบตั ิการ จากการทาํ กิจกรรม เร่อื ง การหมักของยีสต 4. ครตู รวจผลงานจากการทํา ใบงาน เร่อื ง การหายใจระดับเซลล 5. ใหน ักเรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น หนวยที่ 3 เร่อื ง เซลลข องสง่ิ มชี วี ิต 9. สื่อการเรียนการสอน / แหลง เรยี นรู จํานวน สภาพการใชส ือ่ รายการสอื่ 1 ชดุ ขน้ั สาํ รวจและคนพบ 1 ชุด ขัน้ อธบิ ายและลงขอสรปุ 1. ใบงาน เร่ือง การหายใจระดับเซลล 1 ชดุ ขั้นอธิบายและลงขอสรุป 2. กจิ กรรม เร่อื ง การหมกั ของยีสต 1 ชดุ ข้ันอธบิ ายและลงขอสรปุ 3. แบบทดสอบหลงั เรียน หนว ยที่ 3 เรื่อง เซลลของส่งิ มชี วี ิต 4. PowerPoint เร่ือง การหายใจระดับเซลล โดย ครสู ดุ าภรณ สบื บุญเปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวิชาชีววิทยา 1 มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 87 10. การวัดผลและประเมนิ ผล ประเด็น/ เปาหมาย หลกั ฐานการเรยี นรู วธิ ีวดั เคร่อื งมือวัดฯ เกณฑการให การเรยี นรู ชิ้นงาน/ภาระงาน คะแนน 1. อธบิ ายและสรุป 1. ใบงาน เรือ่ ง การ ตรวจใบงาน เร่อื ง แบบประเมินใบงาน ระดบั คณุ ภาพ ข้นั ตอนการหายใจ หายใจระดบั เซลล การหายใจระดบั รอยละ 65 ระดบั เซลลได เซลล ผานเกณฑ 2. เปรยี บเทยี บ 2. กิจกรรม เรือ่ ง การ ตรวจแบบบนั ทกึ แบบประเมนิ แบบบันทึก ระดบั คุณภาพ ขนั้ ตอนการหายใจ หมักของยสี ต กจิ กรรม เร่อื ง การ กิจกรรม เรือ่ ง การหมัก รอยละ 65 ระดับเซลลในภาวะท่ี หมกั ของยีสต ของยสี ต ผา นเกณฑ มีออกซเิ จนเพียงพอ และภาวะทม่ี ี 3. แบบทดสอบหลัง ตรวจแบบทดสอบ ประเมินตามสภาพจริง ตามสภาพจรงิ ออกซิเจน เรยี น หนว ยท่ี 3 เรอ่ื ง หลงั เรียน หนวยที่ ผลงานทน่ี าํ เสนอ ไมเ พียงพอได เซลลข องสิ่งมชี วี ติ 3 เรอื่ ง เซลลของ ระดับคณุ ภาพ 2 3.ปฏบิ ัติกจิ กรรมเพอื่ สิ่งมีชีวิต ผา นเกณฑ ศึกษากระบวนการ 4. การนําเสนอผลงาน ประเมนิ การ ระดบั คุณภาพ 2 หมกั ได นาํ เสนอผลงาน ผานเกณฑ ระดบั คณุ ภาพ 2 5. พฤติกรรมการ สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ผา นเกณฑ ทํางานรายบคุ คล การทํางาน การทํางานรายบคุ คล ระดบั คณุ ภาพ 2 รายบคุ คล ผานเกณฑ 6. พฤตกิ รรมการ สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ทํางานรายกลมุ การทาํ งานรายกลมุ การทํางานรายกลมุ 7. คุณลักษณะ สังเกตความมีวินัย แบบประเมิน อนั พงึ ประสงค ใฝเ รียนรูและมุงม่นั คุณลกั ษณะ ในการทํางาน อันพึงประสงค โดย ครสู ดุ าภรณ สืบบุญเปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวิชาชวี วิทยา 1 มธั ยมศึกษาปท ี่ 4 88 แบบประเมินชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) แผน ฯ ท่ี 3 แบบประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน คาํ ชแ้ี จง : ใหผสู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว ขีด ลงในชอ งที่ ตรงกับระดับคะแนน ลําดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 32 1 เนื้อหาละเอยี ดชัดเจน  2 ความถกู ตองของเนื้อหา   3 ภาษาท่ใี ชเขาใจงา ย   4 ประโยชนท่ไี ดจ ากการนําเสนอ   5 วธิ กี ารนาํ เสนอผลงาน    รวม ลงช่ือ...................................................ผูประเมิน (นางสาวสดุ าภรณ สบื บุญเปย ม) ............./................../............... เกณฑการใหค ะแนน ให 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ งกบั รายการประเมินสมบรู ณช ดั เจน ให 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลองกบั รายการประเมนิ เปน สวนใหญ ให 1 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ งกับรายการประเมนิ บางสว น เกณฑก ารตัดสินคุณภาพ ชว งคะแนน ระดับคุณภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช ตาํ่ กวา 8 ปรบั ปรุง โดย ครสู ุดาภรณ สืบบญุ เปยม กลมุ สาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวิชาชีววิทยา 1 มัธยมศึกษาปท่ี 4 89 แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล คาํ ช้ีแจง : ใหผ ูสอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวางเรียนและนอกเวลาเรยี น แลวขดี ลงในชอ งที่ ตรงกับระดับคะแนน ลาํ ดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 3 21 1 การแสดงความคิดเหน็   2 การยอมรบั ฟง ความคิดเหน็ ของผูอ่ืน   3 การทาํ งานตามหนาทีท่ ี่ไดร บั มอบหมาย   4 ความมีน้ําใจ   5 การตรงตอเวลา   รวม ลงชอื่ ...................................................ผูประเมนิ (นางสาวสดุ าภรณ สืบบุญเปยม) ............./................../.............. เกณฑการใหคะแนน ให 3 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยางสมาํ่ เสมอ ให 2 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบอ ยครั้ง ให 1 คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครัง้ เกณฑก ารตัดสนิ คณุ ภาพ ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช ต่าํ กวา 8 ปรับปรงุ โดย ครูสุดาภรณ สืบบญุ เปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวชิ าชวี วิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 90 แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ คาํ ช้แี จง : ใหผ สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา งเรียนและนอกเวลาเรียน แลวขดี ลงในชองที่ ตรงกบั ระดับคะแนน การมี การแสดง การยอมรับ การทํางาน ความมี สว นรวมใน รวม ชอ่ื – สกลุ ความ ฟงคนอืน่ ตามท่ีไดรับ น้ําใจ การ 15 ลาํ ดบั ที่ ของนักเรียน คิดเห็น มอบหมาย ปรบั ปรุง คะแนน ผลงานกลมุ 321321321321321 ลงชื่อ...................................................ผูป ระเมนิ (นางสาวสดุ าภรณ สืบบญุ เปย ม) ............../.................../............... เกณฑก ารใหค ะแนน ให 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยางสมา่ํ เสมอ ให 2 คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ ยครงั้ ให 1 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั เกณฑก ารตัดสินคุณภาพ ชว งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14 - 15 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช ต่าํ กวา 8 ปรบั ปรงุ โดย ครสู ดุ าภรณ สบื บุญเปย ม กลุมสาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชวี วิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 91 แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค คําช้แี จง : ใหผ ูสอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว ขดี ลงในชอ งที่ ตรงกบั ระดับคะแนน คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน อันพึงประสงคด า น 321 1. มวี ินัย รบั ผิดชอบ 1.1 ปฏิบัติตามขอ ตกลง กฎเกณฑ ระเบยี บ ขอบังคบั ของครอบครวั มคี วามตรงตอ เวลาในการปฏบิ ัติกิจกรรมตา ง ๆ ในชีวิตประจําวัน 2. ใฝเ รียนรู 2.1 รจู กั ใชเวลาวางใหเปนประโยชน และนาํ ไปปฏบิ ัตไิ ด 2.2 รจู ักจัดสรรเวลาใหเหมาะสม 2.3 เชือ่ ฟงคําสง่ั สอนของบดิ า - มารดา โดยไมโตแ ยง 2.4 ตั้งใจเรียน 3. มงุ มน่ั ในการทาํ งาน 3.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทาํ งานทไี่ ดร ับมอบหมาย 3.2 มคี วามอดทนและไมทอแทต ออปุ สรรคเพอ่ื ใหง านสําเร็จ ลงชอื่ ...................................................ผปู ระเมนิ (นางสาวสดุ าภรณ สบื บญุ เปยม) ............../.................../................ เกณฑการใหคะแนน พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสมํ่าเสมอ ให 3 คะแนน พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัติชัดเจนและบอยครงั้ ให 2 คะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัติบางครั้ง ให 1 คะแนน เกณฑก ารตัดสินคณุ ภาพ ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 51 - 60 ดมี าก 41 - 50 ดี 30 - 40 พอใช ตํา่ กวา 30 ปรบั ปรงุ โดย ครูสุดาภรณ สืบบุญเปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 92 11. ความเห็นของผบู รหิ ารสถานศึกษาหรือผูท ่ีไดรับมอบหมาย ขอ เสนอแนะ ลงชือ่ .................................................. (นายอดศิ ร แดงเรอื น) ผอู ํานวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห 31 12. บนั ทึกผลหลงั การสอน  ดานความรู  ดานสมรรถนะสําคัญของผเู รยี น  ดา นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค  ดานความสามารถทางวทิ ยาศาสตร  ดา นอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเดน หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ญหาของนกั เรยี นเปนรายบุคคล (ถา ม)ี )  ปญหา/อุปสรรค  แนวทางการแกไ ข ลงชื่อ..................................................ผสู อน (นางสาวสดุ าภรณ สืบบญุ เปย ม) ตําแหนง พนักงานราชการ โดย ครสู ดุ าภรณ สบื บญุ เปย ม กลุมสาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มัธยมศึกษาปท ี่ 4 93 ใบงาน เรอ่ื ง การหายใจระดบั เซลล คาํ ชี้แจง : ใหนกั เรียนสรุปใจความสําคญั เรอื่ งการหายใจระดับเซลลในรูปแบบผงั มโนทัศน วิธีดําเนินการ 5. ใหน ักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5-6 คน สรปุ ใจความสาํ คญั เรอ่ื งการหายใจระดบั เซลลใ นรปู แบบ ผังมโนทัศนใ หม คี วามนา สนใจ โดยอาจมีประเดน็ ตางๆ ดังน้ี • การหายใจระดบั เซลลในภาวะที่มอี อกซิเจนเพียงพอ - ไกลโคลซิ สิ - การสรา งแอซิทลิ โคเอนไซมเ อ - วฏั จักรเครบส - กระบวนการถา ยทอดอิเลก็ ตรอน • การหายใจระดับเซลลใ นภาวะทีม่ อี อกซเิ จนไมเพียงพอ - กระบวนการหมักแอลกอฮอล - กระบวนการหมักกรดแลกตกิ 6. ใหน กั เรียนแตละกลมุ นําเสนอผลงานหนาช้ันเรยี น โดย ครูสุดาภรณ สบื บญุ เปยม กลมุ สาระการเรียนรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรียนรู รายวิชาชวี วิทยา 1 มัธยมศึกษาปท่ี 4 94 แบบทดสอบหลงั เรยี น หนว ยการเรยี นรูท่ี 3 คําชแี้ จง : ใหนักเรยี นเลือกคําตอบท่ีถูกตองที่สุดเพียงขอเดียว 1. เมือ่ ใชกลอ งจุลทรรศนศ ึกษาวตั ถุขนาด 5 5. เซลลเม็ดเลือดขาวมีกระบวนการทาํ ลายเชือ้ โรค ไมโครเมตร แลวเหน็ ภาพวัตถุมขี นาด 5 โดยวธิ ใี ด มลิ ลเิ มตร แสดงวากลอ งน้มี ีกําลงั ขยายเทา ใด 1. ฟาซลิ เิ ทต 1. 10 เทา 2. พโิ นไซโทซสิ 2. 100 เทา 3. ฟาโกไซโทซสิ 3. 500 เทา 4. เอกโซไซโทซสิ 4. 1,000 เทา 5. แอกทฟี ทรานสปอรต 5. 5,000 เทา 6. ชองเลก็ ๆ ท่ีเย่ือหมุ เซลลของเซลลสัตว ซึง่ เปน 2. สามารถพบรงควัตถุคลอโรฟล ลไดทบ่ี ริเวณใด ทางผานของสารเคมีโมเลกุลเล็ก มีชือ่ วาอะไร 1. บนเยือ่ ไทลาคอยด 1. กรานมุ 2. ทกุ บรเิ วณในเซลลพชื 2. สโตรมา 3. ในรูเมนของไทลาคอยด 3. แกป จังกชนั 4. ในสโตรมาของคลอโรพลาสต 4. นวิ เคลยี รพ อร 5. เยื่อหุมชน้ั นอกของคลอโรพลาสต 5. พลาสโมเดสมาตา 3. ออรแกเนลลใ ดทําหนา ท่ยี อ ยสลายส่งิ 7. ขอใดไมถูกตองเก่ียวกับการแบงเซลลแ บบ แปลกปลอมทีเ่ ขาสูภายในเซลล ไมโอซิส 1. ไลโซโซม 1. เปนการแบง เซลลท ี่เกิดในเซลลส บื พันธุ 2. ไรโบโซม 2. ในระยะโพรเฟสอาจเกดิ ครอสซงิ โอเวอร 3. นิวเคลยี ส 3. เปน การแบง เซลลเพอื่ สรา งเซลลส ืบพนั ธุ 4. ไมโทคอนเดรีย 4. ไดเซลลใหม 4 เซลลท่มี ีจํานวนโครโมโซม 5. คลอโรพลาสต เทาเดิม 4. การลาํ เลยี งเอนไซมแ ละสารส่อื ประสาทออก 5. ระยะเมทาเฟสเปน ระยะท่ีเห็นโครโมโซมได จากเซลล เปนการลําเลียงสารแบบใด ชดั เจนท่ีสุด 1. ออสโมซิส 8. การชราสภาพของเซลลเกดิ ข้ึนไดอยา งไร 2. เอกโซไซโทซิส 1. มีการถา ยทอดโครโมโซมระหวางเซลล 3. เอนโดไซโทซสิ 2. มกี ารลดจาํ นวนโครโมโซมทกุ ครง้ั ท่มี กี ารแบง 4. แอกทฟี ทรานสปอรต เซลล 5. การแพรแ บบฟาซลิ ิเทต 3. มีการเพม่ิ จาํ นวนโครโมโซมทกุ คร้ังท่มี กี าร แบงเซลล 4. มกี ารเพ่ิมขึ้นของสว นปลายโครโมโซมทกุ ครัง้ ทมี่ กี ารแบงเซลล 5. มกี ารขาดหายไปของสว นปลายโครโมโซมทุก คร้งั ที่มีการแบง เซลล โดย ครสู ุดาภรณ สืบบุญเปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

แผนการจดั การเรยี นรู รายวชิ าชีววิทยา 1 มัธยมศึกษาปท ่ี 4 95 9. การสลายกลโู คส 1 โมเลกุล ไดพ ลงั งานทั้งหมด 10. ออกซิเจนมีบทบาทอยางไรในการหายใจ กี่ ATP ระดับเซลล 1. 2 ATP 1. เปน ตัวรบั ATP ตัวสุดทา ย 2. 12 ATP 2. เปน ตวั รบั NADH ตัวสุดทาย 3. 24 ATP 3. เปน ตวั รบั ไฮโดรเจนตวั สุดทาย 4. 36 ATP 4. เปนตวั รบั อิเล็กตรอนตวั สดุ ทาย 5. 48 ATP 5. เปน ตวั รบั คารบ อนไดออกไซดตวั สุดทา ย เฉลย 1. 4 2. 1 3. 1 4. 2 5. 1 6. 3 7. 4 8. 5 9. 4 10. 4 โดย ครสู ดุ าภรณ สืบบญุ เปย ม กลมุ สาระการเรยี นรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook