ปรัชญาพนื้ ฐาน กอนจะพูดถึงหลักการสอนและวิธีสอน สมควรกล าวถึงปรัชญาที่เปนพื้นฐานเสียกอน เพราะ หลกั การสอนยอมดําเนินไป จากจุดเริ่ม ตามแนวทาง และสูจุดหมายตามที่ปรัชญากําหนดใหอยางไรก็ดี เม่ือมองในแงปรัชญา การศึกษา พุทธธรรมก็เปนเร่ืองกวางขวางมากอีก เพราะพุทธธรรมท้ังหมด เปนเร่ืองของระบบการศึกษา ระบบหน่งึ นนั่ เอง ในที่น้ี จงึ ขอนาํ มากลาวเฉพาะทีเ่ กี่ยวกบั การสอนแตสั้น ๆ ตามหลักพระพุทธศาสนาถือวา ในการดํารงชีวิตของมนุษยน้ันความขัดของปรวนแปร ความเดือดร อนลาํ บาก ความเจบ็ ปวดความสูญเสีย ความพลัดพราก และปญหาชีวิตตางๆ ซึ่งทางพุทธศาสนาเรียกรวมว่า ความทุกขน้ัน เปนสิ่งที่มอี ยู มนุษยจะตองเขาไปเกี่ยวของและไดประสบแนนอน ไมว่ามนุษยจะตองการหรือไม ตองการ จะยอมรับวามันมอี ยูหรอื ไมยอมรบั หรอื แมจะเบือนหนาหนีอยางไรก็ตาม เม่ือเปนเชนนี้ หากมนุษยต องการมีชีวิตอยูอยางดีที่สุด มนุษยจะตองยอมรับความจริงอันนี้ จะรับรูสูหนา และพรอมที่จะจัดการแกไข ปัญหาที่เกิดขึน้ ใหดีทีส่ ุด ชีวิตที่เปนอยูอยางดีและมีความสุขที่สุด คือ ชีวิตที่กลารับรูตอปญหาทุกอยาง ต้ังทัศนคติที่ถูกตอง ตอ่ ปญหาเหลานน้ั และจัดการแกไขดวยวิธีที่ถูกตอง การหลีกเลี่ยงที่จะรับรูก็ดี การนึกวาดภาพใหเปนอยางที่ ตนชอบก็ดี เปนการปดตาหรือหลอกตนเอง ไมชวยใหพนจากความทุกข์ ไมเปนการแกปัญหา และใหไดพบ ความสุขอยางแทจรงิ อยางนอยกเ็ ปนการฝงเอาความกลัว ซึ่งเปนเช้ือแหงความทกุ ขเขาไวในจิตใจอยางลกึ ซึง้ ดวยเหตุนี้ สิ่งที่พระพุทธศาสนาสอนเปนขอแรก ก็คือ ความทุกข์อันเป็นปัญหาที่มนุษย์พึงรับรูและ จัดการแกไขโดยถูกตองและถือวาภารกิจของพระพุทธศาสนาและระบบการศึกษาของพระพุทธศาสนา ก็คือ การชวยมนุษยใหแกปญหาของตนไดความทุกข ความเดือดรอน และปญหาชีวิตนานาประการของมนุษยน้ัน เกิดจากตัณหา คือ ความอยาก ความตองการความเห็นแกตัว ซึ่งทําใหมนุษยมีทัศนคติตอสิ่งตางๆ เคลื่อน คลาดจากที่มันเปนจริง และเปนไปในรูปตางๆ กันตามระดับความอยากและความยึดของตนตอสิ่งนั้นๆ เม่ือมี ทศั นคตทิ ี่เคลื่อนคลาดไป ก็ทาํ ใหเกิดความขดั แยงข้นึ ในตนเอง และความขัดแยงระหวางตนกบั ผูอื่น แล้วปฏิบัติ หรือจัดการกับสิ่งน้ันๆ ดวยอํานาจความอยากและความยึดของตน คือ ไมจัดการตามที่มันควรจะเปนโดย เหตุผลแทๆ เมื่อเปนเชนนี้ กย็ อมเปนการสรางปญหาใหเกิดขึ้น เกิดความขัดของขัดแยง และความทุกข ท้ังแก ตน และผอู ื่น ตามระดบั ของตณั หาและขอบเขตของเรื่องทีป่ ฏิบัติ ตัณหาน้ัน เกิดจากความไมรู ไมเขาใจ ไมมองเห็นสิ่งท้ังหลายตามที่มันเปน มีทัศนคติตอสิ่งท้ังหลาย อยางไมถูกตอง ซึ่งเรียกวาอวิชชา จึงเปนเหตุใหไมจัดการกับสิ่งน้ันๆ ตามที่มันควรจะเปนโดยเหตุผลบริสุทธิ์ การทีจ่ ะแกปญหาหรอื แกความทุกข จึงตองกําจัดอวิชชาสรางวิชชาใหเกิดข้ึน
โดยนยั นี้ ภารกิจสําคญั ของการศกึ ษากค็ ือ การฝกอบรมบุคคลใหพัฒนาปญญา ใหเกิดความรูความ เขาใจในข้อเท็จจริงและสภาวะของสิ่งท้ังหลาย มีทัศนคติตอสิ่งทั้งหลายอยางถูกตองปฏิบัติและจัดการกับสิ่ง ท้ังหลายตามที่ควรจะเปนเพื่อใหเกิดเปนประโยชนตน คือ ความมีชีวิตอยูอยางสําเร็จผลดีที่สุด มีจิตใจเป็น พทุ ธวิธีในการสอนอิสระ มีสุขภาพจิตสมบูรณ และประโยชนผูอื่น คือสามารถชวยสรางสรรคประโยชนสุขแก ชนทั้งหลายทีอ่ ยูรวมกนั เปนสงั คมไดจากขอความที่กลาวมามีขอทีค่ วรกาํ หนดคือ:- ๑. ภารกิจสําคัญของการศึกษา ไดแก การชวยใหบุคคลเกิดทัศนคติที่ถูกตอง คือ รูจักมองสิ่ง ทั้งหลายตามที่มันเปน และสามารถจัดการกับสิ่งเหลานั้นตามที่ควรจะเปน ใหเกิดเปนประโยชนท้ังแกตนและ สังคม ไมใหมองเหน็ และจดั การสิ่งท้ังหลายตามอํานาจกิเลสตณั หา ๒. ทัศนคติที่ถูกตอง และความสามารถจัดการดังกลาวน้ันเกิดขึ้นไดดวยการพัฒนาปญญา และ ปัญญา เปนความรคู วามเขาใจทีเ่ กิดขึน้ ในตวั บุคคลน้ันเองเทานั้น ผูอื่นจะนํามายัดเยียดใหหรือบังคับใหรับเข้า ไวไมได ๓. ในเม่ือปญญาตองเกิดจากความรูความเขาใจที่พัฒนาขึ้นในตัวบุคคลเอง ภารกิจของผูสอน และใหการศึกษาทั้งหลาย จึงเปนเพียงผูชี้นําทางหรืออํานวยโอกาส ชวยใหผูเรียนหรือผูรับการศึกษาอบรม ดําเนินเขาสูปญญาสิ่งที่ดีที่สุดที่ผูสอนที่ดีจะทําไดก็คือ ตั้งใจชวยเหลือพยายามสรรหาอุบาย กลวิธี และอุป กรณตางๆ ทีจ่ ะมาชวยผเู รียนใหเขาถึงปญญาอยางไดผลดที ี่สุด อยางที่สํานวนบาลีเรียกวาเปน กลั ยาณมิตร ๔. โดยเหตุผลเดียวกัน ในระบบการศึกษาเชนนี้ ผูเรียนเปนผูมีบทบาทสําคัญในฐานะเปนผูสร้าง ปัญญาใหเกิดแกตน จึงตองเปนผมู ีสวนรวม และเปนผูไดลงมือกระทําใหมากที่สุดเทาที่จะชวยใหตัวเขาเกิด ปัญญาน้ันขึ้นได และโดยนัยนี้ ความสามารถ ความถนัด อุปนิสัยตางๆ ของผูเรียน จึงเปนสิ่งที่ผูสอนจะตอง คาํ นงึ อยางสาํ คัญ เพือ่ จดั สภาพการเรียนและกลวิธีสอนตางๆเปนตนใหผเู รียนเรียนอย่างไดผลดที ี่สุด ๕. ในเม่ือปญญาเปนของยัดเยียดบังคับใหรับเอาไมได การเรียนการสอนจึงตองใชวิธีการแห่ง ปัญญา คือ ผูเรียนตองเปนอิสระในการใชความคิด และในการที่จะซักถามโตตอบสืบเสาะคนหาความจริง ต่างๆ ใหไดรบั ความรคู วามเขาใจขึ้นในตน ในระบบการศกึ ษาแบบนีจ้ งึ มกี ารปฏิบัติอยาง กาลามสูตร ไมมีการ บังคับใหเชื่อความเชื่อหรือศรัทธาในระบบการศึกษานี้ หมายเพียงความเชื่อมั่นในหลักการ วิธีการและ สมมติฐานตาง ๆ ที่ตนไดต้ังขึ้น โดยมีเหตุผลเปนฐานรองรับอยางเพียงพอแลววาจะนําใหดําเนินไปสูจุดหมาย ไดอยางแทจริงและเปนสิ่งที่จะพิสูจนไดตอไปตามลําดับในระหวางดําเนินไปสูเปาหมายน้ันวางเปนขอสรุปที่ เกีย่ วกบั การสอนดังน้:ี - ๑. ปญญาเปนสิง่ สรางสรรคขึ้นภายในตัวผเู รียนเอง ๒. ผสู อนทาํ หนาที่เปนกลั ยาณมิตรชวยชนี้ ําทางการเรียน ๓. วิธีสอน อบุ าย และกลวิธีตางๆ เปนสื่อหรอื เปนเครือ่ งผอนแรงการเรียนการสอนพุทธวิธีในการ สอน ๔. อิสรภาพในทางความคิด เปนอปุ กรณสาํ คญั ในการสรางปญญา โดยท่านพระพรหมคณุ าภรณ (ป. อ. ปยุตโฺ ต) พระไตรปฎกบาลีอกั ษรไทย จํานวน ๒๒,๓๗๙ หนา อรรถกถา และคัมภีรเ์ ฉพาะที่พิมพเ์ ป็นเล่ม แลว ๒๘,๓๑๘ หนา
Search
Read the Text Version
- 1 - 2
Pages: