4.2 พัสดุ รายการ 51 ที่ รหสั จำนวน หมายเหตุ 4.3 อาคารสถานท่ี 1) …………………………………………. 2) …………………………………………. 3) …………………………………………. 4) ………………………………………….
52 4.4 รายนามข้าราชการ ตำแหนง่ เงินเดือน หมายเหตุ ท่ี ช่ือ - ชอ่ื สกุล 4.5 หนังสือราชการท่ดี ำเนินการค้าง ผ้สู ง่ มอบงาน 1) เร่ืองปกติ จำนวน..........เร่อื ง คอื ) 1.1) ………………………………………. ผรู้ ับมอบงาน 1.2) ………………………………………. 1.3) ………………………………………. ) 2) เรอื่ งดว่ น จำนวน..........เรือ่ ง คือ พยาน 2.1) ………………………………………. 2.2) ………………………………………. ) 2.3) ………………………………………. พยาน 4.6 รายงานทีก่ ำลงั ดำเนินการค้างอยู่ ) 1) เร่อื งปกติ จำนวน..........เรื่อง คอื 1.1) ………………………………………. 1.2) ………………………………………. 1.3) ………………………………………. 2) เรื่องดว่ น จำนวน..........เรอ่ื ง คือ 2.1) ………………………………………. 2.2) ………………………………………. 2.3) ………………………………………. ลงช่อื ( ลงชื่อ ( ลงชอ่ื ( ลงช่อื (
53 สารสนเทศการรบั ส่ง มอบงานในหน้าท่ีราชการ ตำแหน่ง ……………………………………………………………………………….. ผสู้ ่งมอบงาน ……………………………………………………………………………….. ผู้รบั มอบงาน ………………………………………………………………………………. ได้สง่ มอบหมายงานในหนา้ ที่ ต้งั แตว่ นั ที่ ..................................................... เวลา ……………..น. เปน็ ต้นไปจนเสรจ็ เรยี บรอ้ ย ตามรายการต่อไปน้ี 1. ………………………………………………….. 2. ………………………………………………….. 3. ………………………………………………….. 4. ………………………………………………….. ผสู้ ่งมอบงาน () ผรู้ บั มอบงาน () พยาน () พยาน () ปี....................................... มกี ารรับ – ส่งมอบงานในหน้าท่ี........... ครงั้ 1. ระหวา่ ง...............................................กับ............................................. เม่ือ............................... 2. ระหว่าง...............................................กบั ............................................. เมอ่ื ............................... 3. ระหว่าง...............................................กับ............................................. เม่อื ............................... 4. ระหวา่ ง...............................................กับ............................................. เมอื่ ............................... 5. ระหว่าง...............................................กบั ............................................. เมื่อ...............................
54 งานอาคารสถานท่ีของสถานศึกษา กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ประกาศ คำสัง่ ทเี่ กย่ี วข้อง ระเบียบ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ว่าด้วยการใช้อาคารสถานท่ีของสถานศึกษา พ.ศ. 2539 ข้อ 4 ผใู้ ดประสงค์จะขอใช้อาคารสถานท่ีของสถานศึกษา ให้ยื่นคำขอต่อหัวหน้าสถานศึกษานน้ั ตามแบบ ทก่ี ำหนด ข้อ 5 การขอใช้อาคารสถานท่ี อนญุ าตให้ใช้เป็นการชั่วคราวเท่านนั้ และต้องอยู่ในเงื่อนไขดังต่อไปน้ี 5.1 ไม่ใชอ้ าคารสถานท่ีกระทำในส่งิ ผิดกฎหมาย 5.2 ไม่ใชอ้ าคารสถานทใ่ี นการแสดงท่ขี ัดตอ่ ความสงบเรียบรอ้ ยหรือศลี ธรรมอันดตี ่อ ประชาชน 5.3 ไมใ่ ช้อาคารสถานท่เี พ่ือจดั งานรน่ื เรงิ ในรปู แบบต่างๆ ท่จี ะก่อใหเ้ กดิ เสียงดงั จนเป็นเหตุ เดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อยู่อาศัยในบรเิ วณใกลเ้ คยี ง 5.4 ไมใ่ ชอ้ าคารสถานทีจ่ ัดกิจกรรมบางประเภท เชน่ ดสิ โกเธค หรอื กจิ กรรมอ่ืนๆ ในทำนอง เดยี วกันในอาคารสถานท่ีของสถานศึกษา 5.5 ไมใ่ ชอ้ าคารสถานท่ีเพื่อการอย่างอื่นนอกเหนือไปจากที่ระบไุ วใ้ นคำขออาคารสถานที่ 5.6 โดยทส่ี ถานศกึ ษาเป็นสถานทีร่ าชการ บุคคลอื่นจะเข้ามาต้องปฏิบัตติ นใหช้ อบดว้ ย วฒั นธรรมและศีลธรรมอันดี ตลอดทั้งต้องเช่ือฟงั หวั หน้าสถานศกึ ษา หรอื ผทู้ ี่ได้รบั มอบหมาย ซึง่ เปน็ ผู้รบั ผดิ ชอบ รักษาสถานที่นน้ั 5.7 การใช้อาคารสถานที่เพื่อหาเสยี งเลอื กตงั้ หรือดำเนนิ กจิ กรรมทางการเมือง จะต้อง ไม่กระทบต่อการเรยี นการสอนของสถานศกึ ษานัน้ ๆ ต้องใหค้ วามเป็นธรรมและเสมอภาคกับทุก พรรคการเมอื ง ขอ้ 6 ให้หัวหนา้ สถานศึกษาเปน็ ผู้พิจารณาอนญุ าตการขอใชอ้ าคารสถานท่ี คร้งั ละไมเ่ กนิ เจด็ วัน หากเกิน กำหนดตอ้ งเสนอต่อผู้มีอำนาจ เพ่ือพิจารณาอนญุ าต การอนญุ าตให้ใช้อาคารสถานท่ตี ามขอ้ 5.7 จะอนุญาตเป็นระยะเวลาเท่าใด ให้อย่ใู นดุลยพนิ จิ ของหัวหน้าสถานศกึ ษาน้ัน ขอ้ 7 การอนุญาตใหใ้ ช้อาคารสถานท่หี ากเกนิ อำนาจของหัวหน้าสถานศกึ ษา ใหผ้ ้มู ีอำนาจดังต่อไปนี้เป็น ผพู้ ิจารณาอนญุ าต 7.1 สถานศึกษาสงั กัดส่วนกลาง ให้เปน็ อำนาจของอธิบดีกรมเจ้าสงั กดั หรือหวั หนา้ ส่วนราชการทเ่ี รียกช่อื อย่างอ่ืนทมี่ ีฐานะเป็นกรม 7.2 สถานศึกษาสังกัดสว่ นกลาง ต้งั อยูใ่ นส่วนภมู ิภาค และอยใู่ นความควบคุมดูแล ของผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ใหเ้ ป็นอำนาจผวู้ ่าราชการจังหวัด 7.3 สถานศกึ ษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ให้เป็นอำนาจ ของผู้อำนวยการการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร หรือผู้อำนวยการการประถมศกึ ษาจังหวดั แล้วแต่กรณี ผู้มอี ำนาจอนญุ าตให้ใชอ้ าคารสถานที่ อาจมอบหมายผู้ทเี่ หน็ สมควรอนุญาตแทนก็ได้ ขอ้ 8 เม่ือปรากฏโดยชัดแจ้งวา่ การใช้อาคารสถานที่เป็นการผิดเงื่อนไขอย่างใดอย่างหน่ึงตามทีร่ ะบุไวใ้ น ข้อ 5 ใหห้ วั หนา้ สถานศึกษาหรอื ผมู้ อี ำนาจอนุญาตสงั่ ระงบั การใชน้ ั้นได้
55 ข้อ 9 ในระหวา่ งการใช้อาคารสถานที่ หากเกิดความชำรุดเสียหายแก่ทรพั ย์สินทีใ่ ชน้ ้นั ผูข้ อใช้อาคาร สถานที่ตอ้ งรบั ผิดชอบต่อความชำรุดเสยี หาย และจัดการซ่อมแซมให้อยใู่ นสภาพเดิม ขอ้ 10 การขอใชอ้ าคารสถานท่ีน้ัน ผขู้ อใช้ต้องชำระคา่ บำรุงดังต่อไปน้ี คือ 10.1 คา่ นำ้ คา่ ไฟ ตามความสน้ิ เปลือง 10.2 ค่าบำรุงอาคารสถานทีแ่ ละอปุ กรณ์ 10.3 ค่าตอบแทนคนงานภารโรง หวั หน้าสถานศกึ ษาเป็นผู้กำหนดคา่ บำรุง และอาจพจิ ารณายกเวน้ ค่าบำรงุ ได้ และสง่ เงนิ คา่ บำรุงเขา้ เป็นเงนิ บำรงุ การศึกษาของสถานศึกษา แบบคำขอใช้อาคารสถานที่ เขยี นท่ี............................................... วนั ท่ี ............................................................................ เรยี น ............................................................. ข้าพเจ้า(นาย/นาง/นางสาว) ..........................................................นามสกลุ .................................... อาย.ุ .................ปี อยู่บ้านเลขท่ี.................หมทู่ ่.ี ............ตำบล/แขวง............................................................. อำเภอ........................................จังหวัด................................... มีความประสงค์ขอใช้อาคารสถานทีข่ อง .............................................................................. ดงั ต่อไปน้ี 1. ข้าพเจ้าขอใชอ้ าคารสถานทีเ่ พื่อ.................................................................................................. มกี ำหนดเวลา..............วัน ตั้งแต่วนั ท่ี.............เดือน...............................พ.ศ.................... ถึงวันที.่ ..............เดือน ................................พ.ศ...................... มบี ุคคลทจี่ ะมาร่วมใชอ้ าคารสถานทีป่ ระมาณ..................คน 2. ยินดีชำระเงินค่าบำรงุ ตามทส่ี ถานศึกษากำหนด คือ 2.1 ค่านำ้ ค่าไฟ ตามความส้นิ เปลอื ง 2.2 ค่าตอบแทนคนงานภารโรง .........................บาท 2.3 ค่าบำรงุ อาคารสถานท่ตี ลอดถึงการใชท้ รัพยส์ นิ และอุปกรณ์จำนวน.......................บาท 2.4 คา่ บำรงุ อื่น ๆ (ถา้ มี) 3. หากการใชอ้ าคารสถานท่ีตลอดจนทรัพยส์ ินและอปุ กรณต์ ่าง ๆ เสยี หาย ข้าพเจ้ายินดีชดใช้ให้และ จดั การซ่อมแซมใหอ้ ยู่ในสภาพเดิม 4. ข้าพเจ้ารบั ทราบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้อาคารสถานทีแ่ ล้ว และจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบยี บ ของทางราชการ หากมกี ารฝา่ ฝนื หรอื กระทำการใด ๆ อันเป็นการผดิ ระเบยี บยินดีใหบ้ อกเลกิ การใช้อาคารสถานท่ี ดงั กลา่ วได้ ลงชื่อ..........................................................ผู้ย่ืนคำขอ ความเห็นหัวหน้าสถานศึกษาหรอื ผมู้ อี ำนาจอนุญาต .......................................................................................................................................... ............................. ลงช่อื ............................................................... (................................................................)
56 สารสนเทศงานอาคารสถานที่ โรงเรียน...............................................ปีการศึกษา................... ที่ รายการ ครั้ง หมายเหตุ 1 การขอใชอ้ าคารเอกประสงค์ เพ่อื ........................................ 2 การขอใชส้ นามกีฬา O ฟุตบอล O วอลเล่ย์บอล O เปตอง O บาสเกตบอล O ตะกรอ้ O อน่ื ๆ.................................. 3 การขอใชห้ อ้ งประชมุ เพื่อ.................................................... 4 การขอใชห้ อ้ งสมุด เพอ่ื .......................................................... 5 การขอใชห้ อ้ งปฏิบตั ิการทางภาษา เพือ่ ................................... ขอใช้อน่ื ๆ 5.1 .......................................................................................... 5.2 .......................................................................................... 5.3 .......................................................................................... 5.4 .......................................................................................... การให้บริการแก่ชุมชน สูงสุดไดแ้ ก่ รายการ............................................................ คร้งั /ปี รองลงมาไดแ้ ก่ รายการ............................................................ ครั้ง/ปี ตำ่ สุดไดแ้ ก่ รายการ............................................................ ครง้ั /ปี การอยเู่ วรรักษาการณ์สถานที่ราชการ ระเบยี บทเ่ี ก่ียวขอ้ ง 1. ระเบยี บสำนกั นายกรัฐมนตรี วา่ ดว้ ยการรกั ษาความปลอดภยั แหง่ ชาติ พ.ศ.2552 ตวั อยา่ งเอกสารท่ีเก่ียวขอ้ ง
57 ท่ี ศธ 04099.085/134 โรงเรียนบ้านสมศรี หม่ทู ี่ 16 ตำบลโคกก่อ อำเภอเมือง จงั หวัดมหาสารคาม 44000 31 สงิ หาคม 2553 เร่อื ง สง่ คำส่งั แต่งตงั้ ครูเวรรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ ประจำเดือน กนั ยายน 2552 เรยี น ผู้อำนวยการสำนกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาการประถมศึกษาพจิ ิตร เขต 1 ส่ิงทส่ี ่งมาดว้ ย คำสง่ั แต่งต้ังครเู วรรักษาความปลอดภัยของสถานทรี่ าชการ จำนวน 1 ชดุ ด้วยโรงเรยี นวดั วงั มะเดื่อ ได้แต่งตงั้ ครเู วรรกั ษาความปลอดภัยสถานที่ราชการประจำเดอื น กนั ยายน 2553 เสร็จเรยี บร้อยแลว้ จงึ สง่ คำส่ังแตง่ ต้ังมาพร้อมหนังสอื น้ี จงึ เรยี นมาเพื่อโปรดทราบ ขอแสดงความนับถือ ( นายสรวทิ ย์ โรจนะ) ผู้อำนวยการโรงเรยี นบ้านสมศรี งานบริหารทั่วไป โทรศพั ท์ 0815341165
58 คำสง่ั โรงเรยี นบา้ นสมศรี ท่ี 49 / 2565 เรื่อง แตง่ ตัง้ ครเู วรรักษาความปลอดภัยสถานทรี่ าชการ ประจำเดือน กันยายน 2565 ………………………………………………………….…………… ตามมติคณะรัฐมนตรไี ดม้ มี ตเิ ม่อื วนั ท่ี 5 มถิ ุนายน 2552 ใหก้ ระทรวง ทบวง กรม และสว่ นราชการตา่ งๆ จดั เวรยาม รักษาสถานทร่ี าชการใหเ้ ปน็ ไปด้วยความเรียบร้อย ดังนนั้ เพ่อื ใหก้ ารอยู่เวรยามรกั ษาสถานที่ราชการโรงเรยี นบา้ นสมศรี เป็นไป ดว้ ยความเรยี บรอ้ ยและให้เป็นไปตาม ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรวี ่าดว้ ยการรักษาความปลอดภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2552 เกีย่ วกบั การรกั ษาความปลอดภัยสถานท่รี าชการของผู้อย่เู วร จงึ สมควรท่ีจะตอ้ งระมดั ระวงั การอยู่เวรรักษาสถานทร่ี าชการโดยเครง่ ครดั เพอ่ื ปอ้ งกันการกอ่ วนิ าศกรรม และเตรียมพรอ้ มในการรกั ษาสถานการณ์อ่นื ๆ จงึ ให้บุคคลท่มี ชี ่ือต่อไปนอ้ี ยูเ่ วรและตรวจเวร ประจำเดอื น กันยายน 2565 ดังนี้ วนั ที่ ช่ือ – สกุล ผอู้ ยเู่ วร อาคาร ชอื่ - สกลุ ผู้ตรวจ หมายเหตุ ท่ีอยเู่ วร ท่ีรับผดิ ชอบ เวร เวรกลางวนั วนั ทำการ (จนั ทร์ - ศุกร)์ 1, 3, 5, 7, 9, 11, 13, 15, 17, 19, นางจิตติมา โตนาราง อาคาร 1 อาคาร 1 21, 23, 25, 27 และ 29 นายกาสิทธิ์ สิงหด์ ี 2, 4, 6, 8, 10, 12, 14, 16, 18, 20, นางนิลาวรรณ พกุ นุช 22, 24, 26, 28 และ 30 เวรกลางวนั วันหยุดเสาร์ - อาทติ ย์ 4, 11, 18 และ 25 นางจิตตมิ า โตนาราง อาคาร 1 นายกาสิทธิ์ สงิ ห์ดี อาคาร 1 5, 12, 19 และ 26 นางนิลาวรรณ พกุ นชุ 1-30 กันยายน 2565 เวรกลางคืน อาคาร 1 นายกาสทิ ธิ์ สิงห์ดี นายสมชาติ วริ ญั จันทร์ ใหเ้ วรยามรักษาความปลอดภัย ผตู้ รวจเวร มีหนา้ ท่รี ับผิดชอบและปฏิบัตติ ามระเบยี บสำนักนายกรฐั มนตรี วา่ ด้วยการ รักษาความปลอดภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2552 ว่าดว้ ย การรักษาความปลอดภัยเกย่ี วกบั สถานทรี่ าชการ เกย่ี วกบั การรกั ษาความ ปลอดภัย ผู้ตรวจเวรยามและยามรกั ษาการณ์ปฏบิ ตั ิ ดังนี้ 1. ดแู ลสถานทร่ี าชการและทรพั ยส์ ินให้อยใู่ นความเรยี บรอ้ ย 2. จดั ทำบญั ชผี ูอ้ ยเู่ วรยาม บนั ทกึ เหตกุ ารณ์ทเ่ี กดิ ข้ึนแกท่ รัพย์สินและสถานทร่ี าชการ รวมทงั้ เหตุอ่นื ๆ อันควร เวรใน วนั หยุดราชการหรือเวรกลางคืนใหบ้ ันทึกการรับโทรศัพท์ โทรเลข จดหมาย และหนังสือราชการ ที่มมี าถึงหนว่ ยงานดว้ ย 3. กอ่ นสง่ เวรยาม ให้ผมู้ ีหน้าทเี่ วรยามตอ่ ไปสอบถามเหตุการณ์ทีผ่ า่ นมา และตรวจสอบสภาพความเสยี หายทเ่ี กดิ แก่ ทรพั ย์สินและสถานทร่ี าชการกอ่ นรบั เวรด้วย หากมคี วามชำรดุ เสยี หาย หรือมเี หตุอ่ืนๆ อนั ควรให้บนั ทกึ ไว้เป็นหลักฐานดว้ ย 4. ในขณะอยู่เวรยามหากมเี หตกุ ารณผ์ ดิ ปกติหรอื มเี ร่อื งด่วนพิเศษ อาจทำใหท้ รพั ย์สินหรอื สถานท่ีราชการไดร้ บั ความ เสียหาย ให้รายงานทางโทรศัพท์แจ้งเจา้ หนา้ ที่ตำรวจทอ้ งที่ เพอื่ ทำการระงับเหตุทันทีด้วย
59 5. ผู้ทไ่ี ด้รบั แต่งต้ังเปน็ ผตู้ รวจเวรยามรกั ษาความปลอดภยั หากมีกรณีเกดิ ความเสยี หายแก่ทรัพยส์ ินหรือสถานท่ีราชการ ด้วยเหตุทเ่ี วรยามรกั ษาความปลอดภยั และผตู้ รวจเวรยามไมม่ าปฏิบตั ิหนา้ ที่ ให้ผู้ตรวจเวรรว่ มรบั ผิดชอบดว้ ย 6. ปฏิบัติหนา้ ทอี่ ่นื ๆ ตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย และประสานกบั เจา้ หน้าท่ี หรือเวรยามท่เี กย่ี วข้องท่ีจะมาปฏบิ ัตหิ น้าที่ ร่วมกัน 7. ให้อยเู่ วรยามรกั ษาความปลอดภยั สถานทร่ี าชการทไ่ี ดร้ บั มอบหมายและรับผดิ ชอบโดยเครง่ ครัด กลา่ วคือ เวรชายตงั้ แต่เวลา 18.00 – 07.00 น. ของวันรุง่ ขึน้ เวรสตรี (วนั หยดุ ราชการ) ตง้ั แตเ่ วลา 07.00 – 18.00 น. หากตรวจพบวา่ ใคร ละทง้ิ หน้าทเ่ี วรยามจะพจิ ารณาโทษตามสมควรแก่กรณี 8. ผอู้ ยเู่ วรยามตอ้ งเตรียมทะเบยี นท่อี ยแู่ ละหมายเลขโทรศัพทข์ องข้าราชการในโรงเรียนวัดวงั มะเดื่อไว้ หากมีเหตุการณ์ ไมป่ กตเิ กิดขึ้นจะไดต้ ิดตอ่ ได้ และการมอบเวรจะต้องบันทกึ ในสมดุ เวรว่ามอบให้ใคร และใหผ้ รู้ บั มอบเวรเซ็นรับทราบดว้ ยทกุ คร้งั กรณที ่ีไมส่ ามารถอยเู่ วรไดใ้ หบ้ นั ทกึ เสนอขออนญุ าตก่อนเปลีย่ นเวรต่อผบู้ ริหารสถานศึกษากอ่ น 9. ให้ผู้อยูเ่ วรกลางวันและกลางคนื ดูแลความสะอาดบรเิ วณโรงเรยี น โดยเฉพาะกน้ บหุ รี่ เมื่อพบเหน็ ใหเ้ ก็บทง้ิ ทันที 10. เมือ่ ผ้มู าตรวจเวรมาตรวจแลว้ ไมพ่ บผ้อู ยเู่ วร ให้ตามเพือ่ ใหม้ าปฏิบตั ิหนา้ ทเี่ วร หากไม่พบให้ผตู้ รวจเวรบันทึกไวด้ ว้ ย และให้ผลู้ ะทิง้ หนา้ ทเ่ี วรบนั ทึกชีแ้ จงผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดวงั มะเด่ือ ส่ัง ณ วนั ท่ี 31 เดอื น สิงหาคม พ.ศ. 2565 ( นายสรวิทย์ โรจนะ) ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบ้านสมศรี
60 ตัวอย่างแบบบนั ทกึ การอยูเ่ วรรักษาการณ์ สถานทร่ี าชการ โรงเรียน......................................................... อำเภอ................................. สพป. มหาสารคาม เขต 1 วัน เดอื น ปี บนั ทึกเหตกุ ารณ์ประจำวัน ผูอ้ ยูเ่ วร ผู้ตรวจเวร หมายเหตุ ......./......../........ วนั นี้ ข้าพเจา้ .................................. เวลา.........น. .................. เวลา............. น. และ.................................................... ผูส้ ง่ เวร ถงึ เวลา......... น. ได้มาอยเู่ วรรกั ษาสถานที่ราชการ เวลา.........น. .................. ......./......../........ เพื่อดแู ลความปลอดภัย/ทรัพยส์ ิน ผู้รบั เวร เวลา............. น. ของทางราชการ ปรากฏวา่ เวลา.........น. เวลา.........น. ถงึ เวลา......... น. เหตกุ ารณป์ กติ .................. ......./......../........ เหตกุ ารณไ์ มป่ กต.ิ ........................ เวลา.........น. ผสู้ ง่ เวร เวลา............. น. ..................................................... .................. ถงึ เวลา......... น. วันนี้ ข้าพเจา้ .................................. ผู้รบั เวร ......./......../........ และ.................................................... เวลา.........น. เวลา............. น. ได้มาอยเู่ วรรักษาสถานทร่ี าชการ .................. ถงึ เวลา......... น. เพ่ือดแู ลความปลอดภยั /ทรพั ยส์ ิน ผู้ส่งเวร ของทางราชการ ปรากฏว่า .................. เหตุการณ์ปกติ ผ้รู บั เวร เหตุการณไ์ มป่ กติ......................... เวลา.........น. ..................................................... .................. วนั น้ี ข้าพเจ้า.................................. ผู้ส่งเวร และ.................................................... .................. ไดม้ าอยเู่ วรรกั ษาสถานทรี่ าชการ ผูร้ บั เวร เพ่อื ดแู ลความปลอดภยั /ทรัพย์สนิ เวลา.........น. ของทางราชการ ปรากฏวา่ เหตุการณ์ปกติ เหตุการณไ์ ม่ปกติ......................... ..................................................... วนั น้ี ขา้ พเจา้ .................................. และ.................................................... ได้มาอยเู่ วรรกั ษาสถานท่ีราชการ เพอื่ ดแู ลความปลอดภยั /ทรัพย์สิน ของทางราชการ ปรากฏวา่ เหตกุ ารณ์ปกติ เหตุการณไ์ ม่ปกต.ิ ........................
61 งานเลขานุการคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พื้นฐาน กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คบั ประกาศ คำสงั่ ที่เกยี่ วข้อง กฎกระทรวง กำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วธิ กี ารสรรหา การเลือกประธาน กรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง ของคณะกรรมการสถานศึกษา ข้นั พื้นฐาน พ.ศ. 2546 ขอ้ 2 ในสถานศึกษาขนาดเล็ก ใหม้ คี ณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พน้ื ฐาน จำนวนเก้าคน และสถานศึกษาขนาดใหญ่ ใหม้ ีคณะกรรมการสถานศกึ ษาจำนวนสบิ หา้ คน ประกอบดว้ ย 1. ประธานกรรมการ 2. กรรมการทเี่ ป็นผู้แทนผปู้ กครอง จำนวนหนึ่งคน 3. กรรมการทเ่ี ป็นผู้แทนครู จำนวนหนง่ึ คน 4. กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรชมุ ชน จำนวนหนึ่งคน 5. กรรมการทเี่ ป็นผู้แทนองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ จำนวนหนง่ึ คน 6. กรรมการที่เปน็ ผู้แทนศิษยเ์ กา่ จำนวนหน่งึ คน 7. กรรมการที่เป็นผู้แทนพระภกิ ษสุ งฆ์ หรือผู้แทนองค์กรศาสนาในพ้ืนที่ จำนวนหนงึ่ รปู หรือหนึ่งคน สำหรับสถานศึกษาขนาดเล็ก และจำนวนสองรปู หรือสองคน สำหรบั สถานศึกษาขนาดใหญ่ 8. กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิจำนวนหนงึ่ คน สำหรบั สถานศึกษาขนาดเล็ก และจำนวนหกคน สำหรบั สถานศึกษาขนาดใหญ่ 9. ผู้อำนวยการ เปน็ กรรมการและเลขานุการ ข้อ 4 คุณสมบตั เิ ฉพาะ (กฎกระทรวงข้อ 4) 1) กรรมการท่ีเป็นผู้แทนผปู้ กครอง 1.1) เป็นผ้ปู กครองตามทะเบยี นนกั เรยี นท่กี ำลังศึกษาอยู่ในสถานศกึ ษานน้ั 1.2) ไม่เป็นครู เจ้าหน้าท่ี หรือลูกจ้างของสถานศึกษา หรือที่ปรึกษา หรือผู้เชยี่ วชาญ ซึง่ มสี ญั ญาจา้ งกับสถานศกึ ษาน้ัน 2) กรรมการทเ่ี ป็นผู้แทนครู ต้องเป็นครูซึ่งทำหน้าท่ีหลักด้านการเรยี นการสอนและการสง่ เสรมิ การเรียนรู้ของผูเ้ รียน ดว้ ยวิธตี า่ งๆ ในสถานศกึ ษานั้น 3) กรรมการท่ีเปน็ ผู้แทนองคก์ รชุมชน 3.1) เป็นสมาชิกขององค์กรของชุมชน หรือองค์กรท่ีเรียกชื่ออย่างอ่ืน ที่มสี มาชิกรวมตวั กันไมน่ ้อย กว่า 15 คน เพ่ือดำเนนิ กิจกรรมทเี่ ป็นประโยชนต์ ่อสังคมและชมุ ชนโดยส่วนรวมอย่างต่อเน่ือง เปน็ ระยะเวลาไม่น้อย กว่า 1 ปี มีผลงานที่หน่วยงานท่เี ก่ียวข้องหรือสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษารับรอง และมีทีต่ ้ังแน่นอนอยู่ในทอ้ งท่ี ตำบลหรอื แขวงทเี่ ป็นภมู ิลำเนาของนักเรียนในสถานศึกษาหรอื ท้องทตี่ ำบลหรือแขวงที่สถานศกึ ษาตง้ั อยู่ 3.2) ไม่เป็นครู เจ้าหน้าท่ี หรือลูกจ้างของสถานศึกษา หรือที่ปรึกษา หรือผู้เช่ยี วชาญซงึ่ มี สญั ญาจ้างกับสถานศึกษานัน้ 4) กรรมการทเี่ ป็นผแู้ ทนศิษย์เก่า 4.1) เป็นผทู้ ่ีเคยศึกษาหรือสำเรจ็ การศกึ ษาจากสถานศึกษาน้นั 4.2) ไม่เป็นครู เจ้าหน้าท่ี หรือลกู จ้างของสถานศกึ ษา ที่ปรึกษาหรอื ผู้เชีย่ วชาญซึ่งมี
62 สญั ญาจา้ งกับสถานศึกษาน้นั 5) กรรมการท่ีเปน็ ผู้แทนพระภกิ ษุสงฆ์หรือผแู้ ทนองค์กรศาสนาอนื่ ท่ีทางราชการรับรอง ในพื้นที่ ได้แก่ พระภิกษสุ งฆ์ หรอื ผ้นู บั ถือศาสนาที่ทางราชการรับรอง (ศาสนาท่ีทางราชการรบั รอง ได้แก่ พุทธ ครสิ ต์ อสิ ลาม พราหมณ์ - ฮินดู และซกิ ข์) 6) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 6.1) ไม่เป็นครู เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างของสถานศึกษา หรือท่ีปรึกษาหรือผู้เชีย่ วชาญ ซึ่งมีสญั ญาจา้ งกับสถานศกึ ษาน้ัน 6.2) ไม่เปน็ กรรมการสถานศกึ ษาในเขตพืน้ ที่การศึกษา เกนิ กว่า 3 แหง่ ในเวลาเดยี วกัน 7) กรรมการทเี่ ป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ประธานสภาองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นเสนอช่อื ผู้แทนองคก์ รทีผ่ า่ นการพิจารณา ของสภาองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน องคก์ รละ 1 คน (ต้องเปน็ องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินท่ีได้รับ การจดั ต้ังตามกฎหมาย ได้แก่ องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั เทศบาล องค์การบริหารสว่ นตำบล กรงุ เทพ มหานคร เมืองพัทยา และองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ อื่นที่ไดร้ บั การจดั ต้ังตามกฎหมาย ซ่งึ สถานศึกษาตัง้ อยู่ ขอ้ 5 ใหผ้ ู้อำนวยการดำเนินการสรรหาและเลือกประธานกรรมการและกรรมการตามหลักเกณฑ์ ข้อ 7 ประธานกรรมการและกรรมการมีวาระการดำรงตำแหนง่ คราวละส่ีปี และอาจไดร้ ับ การแต่งต้งั ใหม่อกี กไ็ ด้ แตจ่ ะดำรงตำแหนง่ เกนิ สองวาระติดต่อกนั ไม่ได้ การดำเนนิ การประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 1) สถานศึกษาจัดให้มกี ารประชมุ คณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน อย่างน้อยภาคเรียนละ 2 คร้ัง 2) เรื่องท่ตี ้องนำเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน เชน่ แผนพัฒนาของสถานศึกษา แผนปฏิบัติ การประจำปี การจัดทำสาระหลกั สตู ร การรายงานผลการดำเนนิ งานประจำปี 3) รายงานผลการประชุมต่อผอู้ ำนวยการสำนักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษา ภายใน 15 วัน นบั แตว่ นั ทม่ี กี าร ประชุม สารสนเทศงานเลขานุการคณะกรรมสถานศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน โรงเรียน........................................................ป.ี ............................. ที่ รายการ ครั้ง หมายเหตุ 1 การประชุมคณะกรรมฯ 2 ข้อเสนอแนะทีไ่ ดร้ บั จากคณะกรรมการฯในการพฒั นา การศกึ ษาของสถานศกึ ษา ได้แก่ 2.1 .......................................................................................... 2.2 .......................................................................................... 2.3 ..........................................................................................
63 2.4 .......................................................................................... 2.5 .......................................................................................... 3 มตคิ ณะกรรมการฯพิจารณาอนมุ ตั ิ แผนงาน โครงการ O แผนงาน โครงการ O ใหค้ วามเหน็ การย้ายคร/ู ผู้บริหาร O การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา O อน่ื ๆ ระบ.ุ ................................................................... การพฒั นาระบบและเครือข่ายข้อมลู สารสนเทศ กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคบั ประกาศ คำสงั่ ที่เกี่ยวขอ้ ง 1) พ.ร.บ. ข้อมลู ข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 2) ระเบียบสำนกั นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความลบั ของทางราชการ พ.ศ.2544 3) ระเบยี บสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2546 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2548 4) ระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรี วา่ ด้วยการรกั ษาความปลอดภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2517 5) ระเบยี บกระทรวงศึกษาธกิ ารวา่ ดว้ ยการประชาสมั พนั ธ์และการให้ข่าวราชการ พ.ศ.2548 ขนั้ ตอนการดำเนนิ งาน 1) สำรวจระบบและจดั ทำทะเบยี นการเชื่อมโยงขอ้ มูลสารสนเทศกับหน่วยงานหรือองค์กรท่เี ก่ียวข้อง และเปน็ ประโยชน์ตอ่ ภารกิจการจดั การศึกษาของสถานศึกษา 2) ออกแบบและจัดทำระบบฐานขอ้ มลู ของสถานศกึ ษา เช่น ฐานข้อมลู นกั เรียน ข้อมูลบุคลากร ข้อมลู สื่อ การเรียนการสอน ข้อมลู ครุภณั ฑ์ อาคารสถานท่ี ขอ้ มูลชมุ ชน ฯลฯ เพ่อื ใชใ้ นการบริหารจดั การภายในสถานศึกษา ใหส้ อดคล้องกบั ระบบฐานข้อมลู ของสำนักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษา และสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พืน้ ฐาน 3) พฒั นาบคุ ลากรผู้รบั ผิดชอบระบบเครือขา่ ยข้อมูลสารสนเทศ ใหม้ ีความรู้ ความสามารถ และทักษะใน การปฏิบัติภารกจิ และสง่ เสริมสนบั สนนุ ใหบ้ คุ ลากรในสถานศกึ ษาใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศ 4) จดั ระบบเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศ เชอื่ มโยงกับสถานศึกษาอนื่ สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษา และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน 5) นำเสนอและเผยแพร่ขอ้ มูลสารสนเทศ เพอื่ การบริหารบรกิ ารและการประชาสมั พันธ์ 6) ทำการประเมินและประสานงานระบบเครอื ข่ายข้อมลู สารสนเทศ และปรบั ปรงุ พฒั นาเป็นระยะๆ
64 สารสนเทศการพัฒนาระบบและเครือขา่ ยข้อมลู สารสนเทศ ท่ี รายการ รปู แบบ รูปแบบ หมายเหตุ เอกสาร Digital 1 สารสนเทศงานวิชาการ รหสั V V 001 = ………………………………………………….. V 002 = ………………………………………………….. V 003 = ………………………………………………….. V 004 = ………………………………………………….. 2 สารสนเทศงานบริหารบุคคล รหสั P P 001 = ………………………………………………….. P 002 = ………………………………………………….. P 003 = ………………………………………………….. P 004 = ………………………………………………….. 3 สารสนเทศงานบริหารงบประมาณ รหสั B B 001 = ………………………………………………….. B 002 = ………………………………………………….. B 003 = ………………………………………………….. B 004 = ………………………………………………….. 4 สารสนเทศงานบรหิ ารทั่วไป รหัส G G 001 = ………………………………………………….. G 002 = ………………………………………………….. G 003 = ………………………………………………….. G 004 = ………………………………………………….. การประสานงานและพฒั นาเครอื ขา่ ยการศึกษา กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคับ ประกาศ คำสง่ั ท่เี กี่ยวขอ้ ง 1) พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และท่ีแกไ้ ขเพ่ิมเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 2) พระราชบญั ญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 ขั้นตอนการดำเนนิ งาน 1) กำหนดรปู แบบเครือข่ายและวตั ถปุ ระสงค์ในการประสาน ให้สอดคลอ้ งและเหมาะสมกับภารกิจงานจัด การศึกษา 2) จัดทำแผนประสานงานและพัฒนาเครือข่าย 3) ประสานงานกับหน่วยงานและสถาบันทีเ่ กย่ี วข้อง เพ่ือจัดทำข้อตกลงและการพัฒนาเครือขา่ ยร่วมกัน
65 4) กำหนดบคุ ลากรผู้รบั ผิดชอบการประสานงานตามภารกิจอย่างชัดเจน และเหมาะสม 5) ประสานงานกับเครือข่ายการศกึ ษา เพื่อแสวงหาความรว่ มมอื ความช่วยเหลือ สง่ เสริมสนับสนุนการ บรหิ ารและจดั การศกึ ษาของสถานศึกษา 6) เผยแพรข่ ้อมูลเครอื ข่ายการศึกษาให้บคุ ลากรในสถานศึกษาและผเู้ กยี่ วข้องทราบ 7) กำหนดแผนโครงการหรือกจิ กรรม เพื่อแลกเปล่ียนเรยี นรู้ระหวา่ งเครอื ข่ายการศกึ ษาทเี่ กย่ี วข้องกบั สถานศึกษา 8) ใหค้ วามร่วมมือและสนับสนนุ ทางวิชาการแก่เครือข่ายการศึกษาของสถานศึกษา และสำนักงานเขต พน้ื ทกี่ ารศกึ ษาอยา่ งต่อเนื่อง สารสนเทศงานการประสานและพฒั นาเครอื ข่ายการศกึ ษา โรงเรียน..........................................................ปี............................... ที่ รายการ มี ไม่มี หมายเหตุ 1 รปู แบบเครือข่ายภายในโรงเรียน - แผนภมู ิโครงสร้างบรหิ าร - ชมุ นุม/ชมรม/สายช้ัน 2 รูปแบบเครอื ขา่ ยภายนอก - โรงเรยี นในกลุ่ม/อำเภอ/ในเขต สพท./ต่างเขต สพท. - หน่วยงานอื่น.............................. 3 กิจกรรมทปี่ ฏบิ ัติ - แผนงานการประสานการพัฒนาเครือข่าย - มีผรู้ ับผดิ ชอบชัดเจน - การเผยแพร่ข้อมูลให้กับบคุ ลากรผู้เกีย่ วขอ้ งทราบ - การแลกเปลยี่ นเรียนรรู้ ะหวา่ งเครือข่าย - การใหค้ วามร่วมมือ สนบั สนุนทางวิชาการและอ่นื ๆ แกค่ รือขา่ ย - การใหค้ วามร่วมมือ ระดมทรพั ยากรเพ่ือการศึกษา มกี ารดำเนนิ กิจกรรมของเครือขา่ ยภายใน ............. คร้งั /ปี ภายนอก.............. ครัง้ /ปี มกี ารแลกเปล่ียนเรียนรรู้ ะหวา่ งเครอื ขา่ ย ............. ครัง้ /ปี ภายนอก.............. ครั้ง/ปี มีการใหค้ วามร่วมมือ สนับสนนุ ทางวิชาการและอืน่ ๆ............. คร้งั /ปี ภายนอก.............. ครง้ั /ปี มกี ารให้ความร่วมมือ ระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา ............. คร้ัง/ปี ภายนอก.............. คร้ัง/ปี
66 สารสนเทศการวางแผนบรหิ ารการศกึ ษา โรงเรยี น..................................... ปกี ารศกึ ษา............................ ที่ รายการ มี ไมม่ ี หมายเหตุ 1 มาตรฐานสถานศึกษา กำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายความสำเรจ็ ม.ท.ี่ ....... ม.ที.่ ....... 2 การวดั ผลประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ าน ระดบั ดมี าก ม.ท.่ี ....... ระดบั ดี ม.ที่........ ระดับพอใช้ ระดับปรับปรงุ 3 การวิเคราะหผ์ ลสำเรจ็ พบว่าจดุ แขง็ ของโรงเรยี นปฏบิ ัติได้ การวเิ คราะห์ผลสำเร็จ พบว่าจดุ ควรพฒั นาของโรงเรยี น 4 การรายงานผลการประเมินตนเอง SAR 5 แผนกลยทุ ธ์ โครงการ กจิ กรรม มเี ป้าหมายในการยกระดับการพฒั นาคณุ ภาพ ในปี……………………. ดา้ นผ้เู รียน ม.1 = ,ม.2 = ,ม.3 = ,ม.4 = ,ม.5 = ,ม.6 = ,ม.7 = ,ม.8 = ดา้ นครู ม.9 = ,ม.10 = ด้านผู้บริหาร ม.11 = ,ม.12 = ,ม.13 = ,ม.14 = ,ม.15 = ,ม.16 = ด้านชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้ ม.17 = ,ม.18 = มจี ุดเดน่ เปน็ แบบอย่างได้ ดา้ นผูเ้ รียน, ด้านคร,ู ด้านผบู้ รหิ าร, ดา้ นชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ ด้านผูเ้ รยี น 1. ………………… 2. …………………….. 3. ……………………… ด้านครู 1. ………………… 2. …………………….. 3. ……………………… ดา้ นผ้บู รหิ าร 1. ………………… 2. …………………….. 3. ……………………… ด้านชุมชนแหง่ การเรียนรู้ 1. ………………… 2. …………………….. 3. ……………………… การวางแผนการบริหารการศึกษา กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คับ ประกาศ คำสัง่ ทเ่ี กี่ยวข้อง 1) พ.ร.บ. การศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพมิ่ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 2) พระราชบัญญัติระเบยี บบริหารราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ. 2546 3) พระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2547 4) ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ด้วยการบริหารจัดการและขอบเขตการปฏิบตั ิหน้าที่ ของสถานศึกษาข้นั พื้นฐานทเ่ี ป็นนติ ิบคุ คล ในสำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา พ.ศ. 2546 5) กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์การแบง่ ส่วนราชการภายในสถานศึกษาทจ่ี ัดการศึกษา ข้นั พน้ื ฐาน หรือสว่ นราชการท่ีเรยี กชื่ออย่างอื่น พ.ศ. 2547 ข้นั ตอนการดำเนินงาน
67 1) กำหนดมาตรฐานการปฏิบัตงิ านตามโครงสรา้ งและตวั ชี้วดั ตามความสำเรจ็ 2) วัดและประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านตามมาตรฐานการปฏิบตั ิงาน บรรลตุ ัวชวี้ ดั ระดบั ดมี าก ดี พอใช้ หรอื ปรับปรุง 3) วเิ คราะห์จดุ แข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค รายมาตรฐานการปฏบิ ัติงาน เพื่อหาเหตปุ จั จยั และ กำหนดแนวทางการผดงุ รกั ษา การพัฒนา และการปรับปรงุ ตามกรณี จดั ทำเปน็ ข้อเสนอการจัดทำแผนพฒั นา การศึกษาของสถานศึกษา และแผนปฏิบตั กิ ารประจำปงี บประมาณ 4) ปรับโครงสร้างการปฏบิ ัติงานตามข้อมลู การวเิ คราะห์ ให้รองรบั ภารกิจทีจ่ ำเป็นและนโยบายสำคญั 5) กำหนดประเด็นตัวชี้วัด เกณฑ์ความสำเร็จ การกำกบั ติดตามให้สอดคลอ้ งกับแผนปฏิบตั ิการประจำปี งบประมาณ และประเดน็ การประเมินผล ตามแผนพฒั นาการศึกษาของสถานศึกษาประจำปี 6) กลมุ่ งานและฝา่ ยประเมนิ ผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบตั งิ านดว้ ยตนเอง และคณะบริหาร สถานศกึ ษานำผลประเมนิ พจิ ารณา รบั ฟงั คำชแี้ จง เพื่อประเมนิ ภาพความสำเร็จระดบั สถานศึกษา รายมาตรฐาน การปฏบิ ตั ิงาน 7) จดั ทำรายงานและรายงานสาธารณชน เสนอคณะกรรมการสถานศึกษาและคณะกรรมการ เขตพน้ื ท่กี ารศึกษา เพ่ือใชเ้ ป็นการกำหนดนโยบายของสถานศึกษา และพฒั นาระบบโครงสร้างการปฏบิ ตั งิ านต่อไป งานวิจัยเพ่อื พัฒนานโยบายและแผน กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคบั ประกาศ คำส่งั ทเ่ี กี่ยวข้อง 1) พ.ร.บ. การศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 ขน้ั ตอนการดำเนนิ งาน 1. ตรวจสอบ วิเคราะห์ ผลการดำเนินงานตามเป้าหมายผลผลติ ตวั ชวี้ ดั ความสำเร็จรายกลยทุ ธ์ และมาตรฐานการศึกษาขั้นพ้ืนฐานทีย่ ังไมบ่ รรลุผลสำเร็จ 2. ตั้งประเดน็ หรือสมมตุ ฐิ าน เพ่ือเปน็ แนวทางในการหาคำตอบ โดยศกึ ษาองค์ประกอบ ตวั แปรของ ปจั จยั ภายนอก (ชุมชน ท้องถิ่น) และองค์ประกอบภายในสถานศึกษา 3. ศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาตามกรณี และดำเนนิ การวจิ ัยเชงิ พัฒนา 4. นำผลการวิจัยมาปรบั ใช้ในการจดั ทำแผนพฒั นาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา การจดั ระบบการบริหารและพัฒนาองค์กร กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคบั ประกาศ คำส่งั ที่เก่ียวข้อง 1) พระราชบัญญตั ิระเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 2) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2547 3) พระราชกฤษฎีกาวา่ ดว้ ยหลักเกณฑ์และวธิ ีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ดี ี พ.ศ. 2546 4) ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการ ว่าดว้ ยการบรหิ ารจดั การและขอบเขตการปฏิบัตหิ น้าท่ี ของสถานศึกษาข้นั พืน้ ฐานทีเ่ ปน็ นิตบิ คุ คล ในสำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา พ.ศ. 2546 5) กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการภายในสถานศึกษาทีจ่ ัดการศึกษา ขัน้ พ้นื ฐานหรอื ส่วนราชการที่เรียกชือ่ อย่างอืน่ พ.ศ. 2547 6) คมู่ ือหรอื แนวทางการจัดการความรู้ สำหรับสำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาและสถานศึกษา
68 ขัน้ ตอนการดำเนินงาน 11.1 การจดั ระบบการบริหาร 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปญั หา ตามภารกิจทเี่ ป็นพันธกิจ ทัง้ 4 ด้าน ของสถานศึกษา 2) วางแผนออกแบบจดั ระบบการบริหารงานบคุ คล โครงสร้างการแบง่ ส่วนงานและมาตรฐานสาย งานของสถานศึกษา 3) ประกาศ ประชาสัมพนั ธ์การแบ่งสว่ นงานให้หน่วยงานทเี่ กย่ี วข้อง ตลอดจนสาธารณชนทราบ 4) ดำเนนิ การบริหารจดั การใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานสายงาน 5) ศึกษาและพัฒนาให้สอดคล้องกับนโยบายและสภาพการณ์ที่เปล่ยี นแปลงไป 11.2 การพฒั นาองค์กร 1) จดั ทำขอ้ มลู สารสนเทศสมรรถนะครูและบุคลากรทางการศึกษารายบุคคล 2) พัฒนาสมรรถนะครูและบคุ ลากรทางการศึกษา โดยใชข้ ้อมลู สารสนเทศรายบุคคล ใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานสายงาน 3) จัดสง่ิ อำนวยความสะดวก ใหเ้ หมาะสมกับมาตรฐานการปฏบิ ัตงิ าน 4) จดั บรรยากาศและวฒั นธรรมการทำงานของสถานศกึ ษา ใหเ้ ปน็ องคก์ รแห่งการเรียนรู้ 5) จัดสวสั ดกิ าร เพ่ือเปน็ แรงจงู ใจให้การปฏิบัติงานบรรลุตามมาตรฐานสายงาน ของสถานศกึ ษา สารสนเทศการจดั ระบบการบริหารและการพฒั นาองค์กร ท่ี รายการ มี ไมม่ ี 1 จัดระบบการบรหิ าร - ออกแบบโครงแผนภมู กิ ารแบง่ งานและมาตรฐานสายงานของสถานศกึ ษา - การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปญั หา ตามภารกิจ 4 งาน - ประชาสัมพนั ธ์ ประกาศ ผเู้ กย่ี วขอ้ ง สาธารณชน ทราบ 2 การพฒั นาองค์กร - การจัดทำข้อมูลสารสนเทศและสมรรถนะครแู ละบคุ ลากร - พัฒนาครู ให้เปน็ ไปตามมาตรฐานสายงาน - จดั ส่งิ อำนวยความสะดวกในการทำงาน ใหเ้ หมาะสมกับมาตรฐานการปฏิบัตงิ าน - จัดบรรยากาศ วัฒนธรรมการทำงาน ของโรงเรียน ให้เป็นองค์กรแห่งการเรยี นรู้ - จัดสวสั ดกิ าร แรงจงู ใจใหบ้ รรลุตามมาตรฐาน 1 แผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัตงิ าน โครงการ ประจำปี กลยุทธ.์ ......................... ได้แก่ - ....................................................................................................................................................... - ....................................................................................................................................................... - .............................................................................................................................................. ......... - ...................................................................................................................................................... 2 มีโครงการ กจิ กรรม สอดคลอ้ งนโยบาย มาตรฐาน เป้าหมาย จำนวน...........โครงการ...........กิจกรรม
69 3 มกี ารประชาสัมพันธ์ ประกาศ ใหผ้ เู้ กีย่ วขอ้ ง สาธารณชน ทราบ จำนวน...........คร้งั 4 วเิ คราะห์ ID Plan ของครู พบวา่ สมรรถนะใดที่ครตู ้องการพัฒนา สงู สุด.................................................................................................................................................... รองลงมา.............................................................................................................................................. ตำ่ สุด.................................................................................................................................................... 5 ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของครูในการบริการอำนวยความสะดวกในการทำงาน.................% 6 บรรยากาศ วัฒนธรรมการทำงาน ใหเ้ ปน็ องคก์ รแหง่ การเรียนรู้ ระดับ..................... 7 การจดั สวสั ดกิ าร แรงจูงใจ ให้แก่ครู ได้รับความพึงพอใจ ร้อยละ.....................% สารสนเทศการพฒั นามาตรฐานการปฏบิ ัตงิ าน โรงเรียน........................................ ปี......................... ท่ี รายการ มี ไมม่ ี หมายเหตุ 1 กำหนดมาตรฐาน ตวั บ่งช้ี การวัดผล การปฏิบัติงานโดยการมีสว่ นร่วม 2 สร้างความเข้าใจในการประเมิน 3 สร้างเครอ่ื งมือในการประเมนิ 4 ประเมนิ การปฏิบัตงิ าน นำผลมาใช้พฒั นางาน 5 บนั ทึกความดี การพฒั นามาตรฐานการปฏิบตั ิงาน กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ ประกาศ คำสัง่ ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง 1) พระราชบญั ญตั ิระเบียบข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 2) พระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2546 3) มาตรฐานการศึกษาขนั้ พื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน ข้ันตอนการดำเนนิ งาน 1) ศกึ ษาระเบยี บ กฎหมาย และมาตรฐานการปฏบิ ตั งิ าน ท่เี ก่ียวข้อง 2) กำหนดมาตรฐานและตวั บ่งชห้ี รือดัชนีช้วี ัดผลการปฏบิ ตั งิ านของงาน ตามโครงสรา้ ง และรายบุคคล โดยการมีสว่ นรว่ มของบุคคลากรทกุ ฝา่ ย 3) สร้างความเขา้ ใจการประเมินผลการปฏิบตั ิงาน โดยให้เปน็ ข้อตกลงรว่ มกันของบุคลากรทกุ คน 4) สร้างเครือ่ งมือในการประเมินมาตรฐาน ควบคุม กำกับติดตาม การปฏิบตั ิงาน 5) ประเมนิ การปฏิบตั งิ านตามเคร่ืองมอื ของสถานศึกษาท่ีจัดทำขนึ้ 6) นำผลการประเมินมาใชใ้ นการปรบั ปรงุ พัฒนามาตรฐานและระบบการประเมินผล การปฏิบตั ิงานใหม้ ปี ระสิทธภิ าพมากข้นึ
70 งานเทคโนโลยเี พอ่ื การศกึ ษา กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคบั ประกาศ คำส่งั ท่เี กยี่ วข้อง 1) พระราชบัญญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และทแ่ี ก้ไขเพิ่มเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 2) หลักเกณฑ์แนวปฏิบตั เิ กยี่ วกับการพัฒนาดา้ นเทคโนโลยีการศึกษา ขัน้ ตอนการดำเนินงาน 1) ศกึ ษาความต้องการจำเป็นด้านเทคโนโลยที ีเ่ กี่ยวข้องกับการจดั การศกึ ษาของสถานศึกษา 2) วางแผนดำเนินการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพ่ือการศกึ ษามาใชใ้ นการบรหิ ารและพฒั นาการศึกษา ของสถานศึกษา 3) ระดมการจดั หาเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษาในงานด้านต่างๆ ของสถานศึกษา 4) พัฒนาบคุ ลากรให้มีความร้คู วามสามารถในการใช้ บำรุงรกั ษา และส่งเสรมิ สนบั สนนุ ใหบ้ คุ ลากรนำเทคโนโลยมี าใช้ในการบริหาร และพฒั นาการศึกษา 5) ส่งเสรมิ ให้มกี ารศึกษาวิจยั และพฒั นาการผลิตสอ่ื นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อการศกึ ษา รวมท้ัง เผยแพรแ่ ลกเปลยี่ นเรียนรรู้ ะหว่างสถานศึกษา 6) ตดิ ตาม ประเมนิ ผล การใช้เทคโนโลยกี ารศึกษา เพ่ือความคมุ้ ค่าและเหมาะสมกบั กระบวนการ พฒั นาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา สารสนเทศเทคโนโลยเี พ่ือการศึกษา 1. สำรวจ ศึกษา สภาพความต้องการดา้ น IT ปจั จบุ ันต้องการ ได้แก่ ....................................................... 2. การนำนวตั กรรมและเทคโนโลยมี าใช้บริหารจดั การ ได้แก่ ....................................................... 3. การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยมี าใช้ในการจดั การเรียนการสอน ได้แก่ ................................. 4. จำนวนอปุ กรณ์เทคโนโลยี - Hard ware จำนวน .................. ใชก้ ารได.้ ............ ชำรดุ ................. - Soft ware จำนวน .................. ใชก้ ารได.้ ............ ชำรดุ ................. 5. บคุ ลากรมคี วามรูส้ ามารถ - ใช้คอมพวิ เตอร.์ ....................... คน .....................% - ซ่อมบำรุงรกั ษา........................ คน .....................% 6. การประเมินการใช้ IT ของโรงเรยี น O คุ้มคา่ O ไมค่ มุ้ ค่า O ควรพัฒนา.............. ตวั อย่างแบบประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงานครู มาตรฐานการปฏบิ ตั งิ านครู ตามแนวหลักสูตรใหม่ มาตรฐาน ภาระงาน ขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิ ผลผลติ /ตวั ชี้วัด การพฒั นา 1. การเตรยี ม 1. สำรวจความต้องการชุมชนในการจดั การเรยี น 1. แบบสรปุ การสำรวจ การจัด การสอน การเรยี น การสอน 2. เอกสาร/ภาพถ่าย การ 2. วิเคราะหห์ ลกั สตู ร วเิ คราะห์
71 การสอน 3. จดั ทำหลักสตู ร/สาระการเรยี นร้รู ายป/ี หลกั สตู ร 2. การวเิ คราะห์ รายภาค/จดั ทำหน่วยการเรยี นรู้ 3. การจดั หนว่ ยการเรยี นรู้ ผ้เู รียน 4. จัดทำแผนการจดั การเรียนรู้ 3. การจัด การเรียน 5. กำหนดเกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล 4. แผนการจดั การเรยี นรู้ การสอน ท่เี นน้ ผ้เู รียน 6. มีบรู ณาการภายในกลุ่มสาระฯ 5. เกณฑก์ ารประเมนิ เป็นสำคัญ และขา้ มกล่มุ สาระ 6. แผนการเรยี นรู้แบบบรู ณาการ มาตรฐาน ภาระงาน 4. ส่อื การเรยี น 1. รวบรวมขอ้ มูลพนื้ ฐานเกี่ยวกบั ผู้เรยี น 1. ขอ้ มูลพื้นฐานเกี่ยวกับผเู้ รียน การสอน เปน็ รายบคุ คลอยา่ งเปน็ ระบบ เป็นรายบุคคล 2. วเิ คราะหแ์ ละจดั กล่มุ ตามความแตกตา่ ง 2. แผนการจัดการเรียนการสอน ระหวา่ งบุคคล สำหรบั ผูเ้ รียนกลมุ่ ต่างฯ 3. นำผลการวเิ คราะห์ไปใชใ้ นการกำหนดกิจกรรม 3. รายงานผลการจัดกจิ กรรม พัฒนาการเรียนการสอน 1. การวิเคราะห์คำอธบิ ายรายวิชา 1. เอกสารหลักฐานการวเิ คราะห์ 2. จดั ทำแผนการเรยี นรู้ โดยใช้กจิ กรรมการสอน คำอธิบายรายวิชา ทหี่ ลากหลาย 2. แผนผังความคดิ ในการจัด 3. กิจกรรมการสอนมคี วามเหมาะสมและ กจิ กรรม สอดคล้องกับความสามารถของผูเ้ รียน 3. แผนการสอนท่เี น้นผู้เรียน 4. กจิ กรรมกลมุ่ เน้นกระบวนการคิด ลงมือปฏิบตั ิ เปน็ สำคญั (คิดเป็น ทำเป็น) 4. โครงงานนกั เรยี น 5. ใหน้ กั เรียนเรยี นรสู้ โู่ ครงงาน 6. กิจกรรมทเ่ี นน้ ใหผ้ เู้ รยี นสร้างองคค์ วามรู้ ดว้ ยตนเอง (ศกึ ษา ค้นคว้า เพือ่ หาคำตอบ ดว้ ยตนเอง) 7. กิจกรรมสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม มาตรฐานการปฏบิ ัติงานครู ตามแนวหลักสตู รใหม่ ขัน้ ตอนการปฏบิ ัติ ผลผลิต/ตวั ช้ีวัด 1. ใชอ้ ปุ กรณ์ สือ่ แหลง่ เรยี นรู้ ทหี่ ลากหลาย 1. แผนผงั ความคดิ เกีย่ วกับการใช้ สอดคล้องกับกจิ กรรมการเรยี นการสอน ส่ือฯ/แหลง่ เรียนรู้ 2. ใช้สื่อภูมปิ ญั ญาและสอ่ื นวัตกรรม เทคโนโลยี 2. ทะเบียนส่อื และอุปกรณ์ ในการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน 3. บันทกึ การใชส้ ือ่ /แหลง่ เรยี นรู้ 3. นกั เรยี นมสี ว่ นร่วมในการผลติ หรือจดั ทำสื่อ 4. รายงานและสรุปการทดลอง การสอน ใช้สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 4. จดั หาหรอื ผลติ ส่อื /อปุ กรณ์ 5. ระบบการจดั เกบ็ ส่อื 5. ทดลองการใช้สื่อฯ เพอ่ื หาคณุ ภาพของสอื่ ฯ 6. นำสือ่ ฯ ไปใช้ 7. รายงานการใชส้ ่ือฯ 8. จัดระบบการใช้สอ่ื ฯ
72 การพฒั นา 5. การวดั และ 1. ผูเ้ รยี นมีสว่ นร่วมในการกำหนดเกณฑก์ ารวัด 1. แบบสำรวจความตอ้ งการ ตนเอง ประเมนิ ผล และประเมนิ ผล และกำหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ตามสภาพจรงิ 2. จัดทำเกณฑป์ ระเมนิ (Rubric)ไวช้ ัดเจน 2. เกณฑก์ ารประเมนิ ท่คี รบ 1. ศึกษา อบรม ทกุ ข้ันตอน/ทุกหนว่ ยการเรียน ทง้ั K, P และ A แสวงหา 3. ประเมินผลอยา่ งหลากหลายและครบ 3. แบบประเมนิ ของผเู้ กย่ี วข้อง ความรู้ ท้งั ดา้ นความรู้ (K) ทกั ษะกระบวนการ (P) ครู ผปู้ กครอง นักเรยี น เพอ่ื พัฒนา และเจตคติ (A) เพื่อนนักเรยี น ตนเอง 4. ครู นักเรียน ผปู้ กครอง หรือผทู้ เี่ กีย่ วข้อง 1. เกียรติบัตร หรือหลักฐาน มีส่วนร่วมในการวดั และประเมนิ ผล การอบรม หรอื การศกึ ษา หาความรู้ 1. เข้ารับการฝกึ อบรม ศึกษา หาความรู้เพ่ือพัฒนา การสอนอยา่ งสมำ่ เสมอ 2. เอกสารเผยแพร่ ประชาสัมพนั ธ์ 2. นำความรู้ท่ีไดม้ าใชพ้ ัฒนาการเรยี นการสอน 3. เผยแพรค่ วามรู้หรอื ผลงานให้ผอู้ ื่น 3. แบบสรปุ การประเมนิ ตนเอง 4. รายงานผลการวิจยั และพฒั นางานอยา่ งต่อเนอ่ื ง 4. ประเมินผลการจดั การเรยี นการสอนของตนเอง 5. นำผลการประเมินไปพฒั นาการเรยี นการสอน ของตนเองตอ่ ไป 6. จดั ทำวจิ ยั ในชน้ั เรียน มาตรฐานการปฏบิ ัติงานครู ตามแนวหลักสูตรใหม่ มาตรฐาน ภาระงาน ขั้นตอนการปฏบิ ัติ ผลผลติ /ตัวช้ีวัด 2. ปฏบิ ตั ิตน 1. เข้าสอนตรงเวลาและออกตรงเวลา 1. แบบบันทึกการเข้าสอน เปน็ แบบอยา่ ง ทีด่ ี 2. อุทศิ เวลาการสอนเพ่มิ เตมิ 2. แบบบันทึกการสอนซอ่ มเสรมิ 3. ดูแลเอาใจใสผ่ ้เู รยี นอย่างสมำ่ เสมอและท่วั ถงึ 3. แบบสำรวจความคดิ เหน็ ของผู้เรยี น
73 แบบประเมนิ ผลการดำเนนิ งาน ตามมาตรฐานครู ชอ่ื .....................................................กล่มุ สาระการเรียนร.ู้ ................................................ รายการประเมิน การปฏิบตั ิ ระดับความพอใจ มี ไมม่ ี 4 3 2 1 ดา้ นการเตรยี มการสอน 1. ศึกษาหลักสตู รและค่เู มือครูจนเขา้ ใจ ก่อนลงมือเตรียมการสอน 2. คน้ ควา้ และทำความเขา้ ใจในเนอื้ หาสาระทจี่ ะสอนจากคมู่ อื หนงั สอื หลายๆ เล่ม 3. ศกึ ษา หาความรู้ เพ่ิมเติมในวชิ าอน่ื นอกเหนอื จากวิชาที่สอน 4. อา่ นวารสารทางการศกึ ษา เชน่ วารสารวชิ าการ วารสารครศุ าสตรป์ รทิ ัศน์ ฯลฯ เปน็ ประจำ 5. ศกึ ษาคน้ คว้าเพ่ือหาเทคนคิ ใหมๆ่ มาใช้ในการพฒั นาการเรยี นการสอน 6. มกี ารศกึ ษานโยบาย การจัดการเรยี นการสอนของโรงเรยี น 7. วิเคราะหค์ ำอธบิ ายรายวิชา กอ่ นจดั ทำแผนการเรียนรู้ 8. วิเคราะห์ผู้เรยี นก่อนจัดทำแผนการเรยี นรู้ 9. จัดทำแผนการจัดการเรยี นครบทุกหนว่ ย 10. กำหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลมุ ท้ัง 3 ดา้ น (K/ P /A) 11. เตรยี มวัสดุ อุปกรณ์ ส่อื การสอน กจิ กรรมตามแผน กอ่ นเข้าสอน 12. จดั ทำแผนการเรยี นรู้ครบทกุ วชิ า 13. มกี ารบรู ณาการหลกั สตู รภายในกลมุ่ สาระฯ 14. มกี ารบูรณาการหลกั สตู รขา้ มกลุ่มสาระฯ ดา้ นการสอน 15. ใช้วธิ ีการนำเข้าสบู่ ทเรียนท่ีนา่ สนใจ 16. ใช้กจิ กรรมทีห่ ลากหลายทชี่ ว่ ยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ 17. นกั เรยี นมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมการเรยี นการสอน 18. จดั กจิ กรรมท่ีเน้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั (กจิ กรรมกลมุ่ ) 19. จัดกิจกรรมท่เี นน้ กระบวนการคิด (คิดวเิ คราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คิดสรา้ งสรรค)์ 20. กระตุน้ ใหผ้ ูเ้ รียนแสดงความคิดเหน็ อยา่ งเสรี 21. ให้กำลงั ใจเม่ือนักเรยี นปฏบิ ัตหิ รือตอบคำถามถกู ตอ้ ง 22. มอบหมายงานใหผ้ ้เู รียนเหมาะสมกบั ศักยภาพ 23. จัดกจิ กรรมท่ีสง่ เสรมิ ให้ผ้เู รยี นคน้ คว้าเพ่ือหาคำตอบดว้ ยตวั เอง 24. จัดกิจกรรมการสอนแบบโครงงาน 25. จดั กิจกรรมการเรียนการสอนโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม ทุกแผนการจัดการเรียนรู้ 26. ใช้เวลาสอนอยา่ งเตม็ เวลา 27. มบี ันทกึ ผลการสอนทกุ คร้งั
74 รายการประเมิน การปฏิบัติ ระดับความพอใจ มี ไมม่ ี 4 3 2 1 ดา้ นสื่อแหลง่ เรยี นรูแ้ ละอุปกรณก์ ารสอน 28. ใช้ส่อื นวตั กรรม เทคโนโลยี ในการเรียนการสอน 29. ใชส้ ื่อแหล่งเรยี นรทู้ ี่หลากหลาย (บคุ คล สถานที่ วัตถุ เอกสาร) 30. ใช้ส่ือและอุปกรณท์ ีห่ ลากหลาย 31. ผลติ ส่อื และทดลองการใช้ 32. บันทึกผลการใชส้ ือ่ และรายงานผลการใช้ 33. จัดทำทะเบียนสือ่ แหล่งเรยี นรู้ และสื่ออุปกรณ์ 34. จัดเก็บสอื่ อยา่ งเปน็ ระบบ ดา้ นการวดั และประเมินผล 35. ผู้เรยี นมีสว่ นรว่ มในการกำหนดเกณฑก์ ารวดั ผลประเมินผล 36. จดั ทำเกณฑก์ ารประเมินไวช้ ัดเจนทกุ ขน้ั ตอน / ทุกหนว่ ยการเรียนรู้ 37. ประเมินผลอย่างหลากหลาย และครบทง้ั 3 ด้าน (K, P, A) 38. ครู ผู้เรียน ผู้ปกครอง หรอื ผู้ที่มีสว่ นเกย่ี วขอ้ ง มสี ่วนร่วมในการวัดและประเมินผล ดา้ นการพฒั นาตนเอง 39. เข้ารับการฝกึ อบรม ศกึ ษาหาความรู้ เพื่อพัฒนาการสอนสม่ำเสมอ 40. นำความรทู้ ่ีได้มาพฒั นาการเรยี นการสอน 41. เผยแพร่ความรู้หรือผลงานใหก้ บั ผู้อนื่ และพฒั นาอยา่ งตอ่ เน่ือง 42. ประเมินผลการจดั การเรียนการสอนของตนเอง 43. นำผลการประเมนิ ไปพัฒนาการเรยี นการสอนของตนเอง 44. จัดทำวจิ ยั ในช้นั เรียน 45. เข้าสอนตรงเวลา และออกตรงเวลา 46. อทุ ศิ เวลาการสอนเพิม่ เติม 47. เอาใจใสด่ แู ลผูเ้ รยี นอย่างสมำ่ เสมอและทัว่ ถึง รวมความถี่ รอ้ ยละ จุดเด่น : .................................................................................................................................................................................................................. จุดด้อย : .................................................................................................................................................................................................................. แนวทางการแกป้ ัญหา : .................................................................................................................................................................................................................. การสง่ เสรมิ งานกจิ การนกั เรยี น กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ ประกาศ คำส่งั ทเี่ ก่ยี วข้อง 1) พระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545 2) ระเบยี บสำนกั นายกรัฐมนตรี วา่ ด้วยการจดั กจิ กรรมของสถานศึกษาสงั กัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2532 ข้นั ตอนการดำเนินงาน 1) สรา้ งความเขา้ ใจใหเ้ หน็ ความสำคัญของการดำเนนิ งานกิจการนักเรยี น 1.1) งานสง่ เสริมสุขภาพอนามยั (โครงการอาหารกลางวนั /โครงการอาหารเสรมิ (นม)) 1.2) งานแนะแนว
75 1.3) งานกฬี าและนนั ทนาการ 1.4) งานลูกเสอื เนตรนารี ยวุ กาชาด ผู้บำเพญ็ ประโยชน์ และนักศึกษาวิชาทหาร 1.5) งานประชาธิปไตยในโรงเรยี น 2) กำหนดแนวทางส่งเสรมิ การดำเนนิ งานกิจกรรมนักเรียน 3) ดำเนินการจดั กจิ กรรมนักเรยี น 4) ประสาน ตดิ ตาม และประเมนิ ผล 5) ปรบั ปรุง รายงานผ สารสนเทศดา้ นการส่งเสริมกจิ กรรมนักเรียน โรงเรยี น.............................................ป.ี ............................ ที่ รายการ มี ไมม่ ี 1 เขา้ ใจเหน็ ความสำคญั ของการดำเนนิ งานกิจการนักเรียน ดา้ น - การส่งเสรมิ สขุ ภาพอนามยั - งานแนะแนว - งานกีฬาและนันทนาการ - งานลูกเสอื เนตรนารี ยวุ กาชาด ผูบ้ ำเพ็ญประโยชน์ นักศกึ ษาวิชาทหาร - งานประชาธปิ ไตยในโรงเรยี น - งานชมุ นุม 2 มแี นวทางการสง่ เสริมการดำเนินงาน 3 มกี ารดำเนนิ การกิจกรรมดังกลา่ ว 4 มกี ารประสาน ตดิ ตาม ประเมนิ ผล 5 มีการปรับปรงุ รายงานผล 1. รูปแบบการจัดโครงการอาหารกลางวนั ของโรงเรยี น O นร. นำมาจากบา้ น รร. ทำสมทบ O รร. จัดดำเนินการให้ นร. ไมต่ ้องนำมา 2. นำ้ หนักนกั เรยี นตำ่ กวา่ เกณฑม์ าตรฐาน.............คน รอ้ ยละ ........................ 3. ส่วนสงู นักเรียนตำ่ กว่าเกณฑม์ าตรฐาน.............คน รอ้ ยละ ........................ 4. นักเรียนไดร้ ับบรกิ ารแนะแนวจากครแู นะแนวหรือครูประจำช้นั ................ครั้ง/เดือน 5. นักเรยี นไดเ้ ขา้ รว่ มกฬี าและนนั ทนาการ .................ครั้ง/เดือน 6. นักเรยี นไดเ้ ล่นกฬี า – กรฑี า อย่างน้อย 1 อยา่ ง คิดเป็น ฟุตบอล .............% วอลเลย่ ์ .............% ตะกรอ้ .............% เปตอง .............% อ่นื ๆ .............% 7. นกั เรยี นไดเ้ ข้าร่วมกจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี 8. นกั เรยี นมีคารวะธรรม ...........คน................% สามัคคีธรรม...........คน................% ปัญญาธรรม..........คน.............% 9. สรปุ รายงานผลการนำไปใชป้ รบั ปรงุ พฒั นาระดบั คุณภาพ เพ่ิม..........% ลดลง..........% คงท.่ี ...........%
76 การประชาสัมพันธ์ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คบั ประกาศ คำสง่ั ที่เกีย่ วข้อง 1) พระราชบัญญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และทแี่ กไ้ ขเพิม่ เตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 2) พระราชบญั ญตั ิข้อมลู ข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 3) ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ ว่าดว้ ยการประชาสัมพนั ธ์และการให้ข่าวราชการ พ.ศ. 2548 4) ระเบยี บกระทรวงศึกษาธกิ าร ว่าดว้ ยการจัดกิจกรรมของสถานศึกษาสังกดั กระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ. 2542 ขน้ั ตอนการดำเนนิ งาน 1) ศกึ ษาความต้องการจำเป็นในการเผยแพรข่ ้อมลู ขา่ วสาร และความต้องการรับขอ้ มูลข่าวสาร ของชุมชน 2) วางแผนการประชาสัมพันธง์ านการศึกษาของสถานศึกษา โดยการประสานงานกับทุกฝ่าย 3) จัดให้มีเครือข่ายการประสานงาน การประชาสัมพันธ์ 4) พฒั นาบคุ ลากรที่รับผดิ ชอบงานประชาสมั พันธ์ 5) ดำเนนิ การประชาสัมพนั ธ์ 6) สรา้ งกิจกรรมประชาสัมพันธ์หลายรูปแบบ โดยยดึ หลกั การมสี ่วนรว่ ม 7) ตดิ ตาม ประเมนิ ผล สารสนเทศด้านการประชาสมั พันธ์ โรงเรยี น......................................... ปีการศึกษา ....................................... รายการ มี ไม่มี หมายเหตุ - จัดวางแผนประชาสัมพันธ์ - ตั้งเครอื ข่ายการประสานงานการประชาสัมพันธ์ - ประชาสัมพันธ์หลากหลายรปู แบบ - ประเมนิ ผล รายงานผล - มแี ผนงานโครงการดา้ นการประชาสัมพนั ธ.์ ....................................โครงการ - จำนวนเครอื ข่าย……………………………….เครอื ข่าย - จำนวนครง้ั ที่ประชาสัมพนั ธ์...............................คร้งั .........................เร่อื ง - รปู แบบวิธกี ารประชาสัมพันธ์ 1. ................................................................................................................................................ 2. ................................................................................................................................................ 3. ................................................................................................................................................ 4. ................................................................................................................................................ - ผลการปฏิบัติ ประเมนิ อยูใ่ นระดบั ...............................................
77 การส่งเสริมสนับสนนุ และประสานการจดั การศกึ ษาของบคุ คล ชมุ ชน องค์กรหน่วยงาน และสถาบันสังคมอื่นที่จดั การศึกษา กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ ประกาศ คำส่ัง ทเ่ี กย่ี วข้อง 1) พระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และทีแ่ ก้ไขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545 2) หลักสตู รการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พ.ศ. 2544 และ พ.ศ. 2551 3) กฎกระทรวง ว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานในครอบครวั พ.ศ. 2547 ข้นั ตอนการดำเนินงาน 1) ประสาน ประชาสัมพันธ์ สร้างความเขา้ ใจ ในสิทธแิ ละหน้าท่ี ในการจดั การศึกษาของบคุ คล ครอบครัว ชุมชน สถาบนั ทางศาสนา และสถานประกอบการ ฯลฯ 2) ประสานใหค้ วามร่วมมอื กับสำนักงานเขตพน้ื ที่การศึกษา ในการสง่ เสริมและพฒั นาความสามารถใน การจดั การศึกษาของบุคคล ครอบครัว ชุมชน สถาบนั ทางศาสนา และสถานประกอบการ เปน็ ตน้ 3) สนับสนุนใหบ้ ิดามารดาหรอื ผ้ปู กครองมีความรู้ ความสามารถ ในการอบรมเล้ยี งดู และใหก้ ารศกึ ษาแกบ่ ตุ รหรือบคุ คลซงึ่ อยู่ในการปกครองดูแล 4) ให้ความรว่ มมือกับสำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษา ติดตามผลการจดั การศึกษาของบุคคล ครอบครัว ชมุ ชน สถาบันทางศาสนา และสถานประกอบการ สารสนเทศด้านส่งเสรมิ สนบั สนนุ และประสานการจัดการศกึ ษาของ บุคคล ชุมชน องคก์ ร หนว่ ยงานและสถาบนั สังคมอน่ื ท่จี ัดการศกึ ษา โรงเรยี น......................................... ปีการศึกษา ....................................... - การประสาน ประชาสัมพนั ธ์ สรา้ งความเขา้ ใจในสทิ ธิ/หน้าท่.ี .................................ครงั้ /ปี - ให้ความร่วมมือกับเขตพนื้ ที่ฯ ส่งเสรมิ พัฒนา ความสามารถจดั การศึกษาของบุคคล ครอบครวั ชุมชน ................................คร้ัง/ปี - สนับสนุนบิดา มารดา ผปู้ กครอง ให้ร้เู ร่ืองการดแู ล..................................คร้งั /ปี - มผี ปู้ กครองจดั HOME SCHOOL ………………คน ระดบั ชัน้ ................................... - มีการอบรมให้ความรู้ดา้ นต่างๆ กบั ผปู้ กครอง..................................ครั้ง/ปี งานประสานราชการกับส่วนภมู ิภาคและทอ้ งถ่นิ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำส่ัง ที่เกยี่ วข้อง 1) พระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และทีแ่ ก้ไขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545 ขน้ั ตอนการดำเนินงาน 1) ศึกษา สำรวจ และกำหนดภารกจิ ท้งั ภารกจิ หลกั และภารกิจท่ีได้รบั มอบหมาย ทจ่ี ะต้องประสานกับ หน่วยราชการกบั สว่ นภมู ิภาคและสว่ นทอ้ งถน่ิ 2) กำหนดรูปแบบภารกิจ ข้ันตอน วิธีการ ตลอดจนเทคนิคตา่ งๆ ในการประสานงาน ให้สอดคล้อง เหมาะสมกบั เรื่องทจี่ ะประสานงาน
78 3) จดั เตรยี มเอกสาร สื่อ เครื่องมือ และช่องทางการประสานงาน ใหม้ คี วามพร้อม เอื้อประโยชนแ์ ละ สะดวกตอ่ การประสานงาน 4) กำหนดบุคลากรผู้รบั ผิดชอบการประสานงานตามภารกิจอยา่ งชัดเจน เหมาะสม 5) ประสานความร่วมมือกับหน่วยราชการสว่ นภูมิภาคและส่วนทอ้ งถน่ิ ในการจดั และพัฒนาการศึกษา รว่ มกัน 6) ประเมนิ ผลการดำเนนิ การ สารสนเทศดา้ นงานประสานกบั สว่ นราชการภมู ิภาคและทอ้ งถนิ่ โรงเรยี น......................................... ปีการศึกษา ....................................... - มีการสำรวจและกำหนดภารกิจหลักทจี่ ะตอ้ งประสานกบั หนว่ ยงานภูมภิ าคและท้องถนิ่ เรือ่ ง........................................ประสานกบั หน่วยงาน............................................ เมื่อ.................................................. - ภารกิจท่ีได้รับมอบหมายจากหนว่ ยงาน ผูบ้ งั คับบัญชา เร่อื ง.............................................. - มีการเตรยี มเอกสาร เครื่องมือ ช่องทาง การประสานงานให้พรอ้ ม ไดแ้ ก่............................ เร่ือง...................................................................หนว่ ยงาน................................................... เมอ่ื ................................................. - ป.ี ...................... มกี ารประสานงานกบั หนว่ ยงานภายนอก................................................. เรอ่ื ง ..................................................................................................................................... การรายงานผลการปฏิบตั ิงาน กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คับ ประกาศ คำสง่ั ที่เก่ียวข้อง 1) พระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และทีแ่ ก้ไขเพ่มิ เตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 2) พระราชบญั ญัติระเบียบบรหิ ารราชการ กระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ. 2546 ขั้นตอนการดำเนนิ งาน 1) จดั ระบบการตดิ ตาม ตรวจสอบ ประเมนิ ผล และการรายงาน ผลการพฒั นาการศึกษา 2) จดั ทำเกณฑม์ าตรฐาน ตัวบ่งช้ี และเกณฑ์ การตดิ ตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การพัฒนา การศกึ ษาของสถานศกึ ษา 3) ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาตามระบบ ทีก่ ำหนดไว้ 4) จดั ทำรายงานผลการพฒั นาการศึกษาประจำปขี องสถานศึกษา เสนอตอ่ คณะกรรมการสถานศึกษา ได้รบั ทราบ และเผยแพร่ประชาสมั พันธใ์ ห้สาธารณชนได้รับทราบ 5) ปรับปรุงและพฒั นาระบบการตดิ ตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และการรายงานผล การพฒั นาการศึกษา ของสถานศึกษา
79 สารสนเทศดา้ นรายงานผลการปฏบิ ตั ิงาน โรงเรียน......................................... ปีการศกึ ษา ....................................... ที่ รายการ มี ไมม่ ี หมายเหตุ 1 จัดทำการประเมนิ ตนเอง SAR รายงานหน่วยเหนือ หรอื สาธารณะชน 2 นำผลประเมินไปใช้ในการพัฒนา การจดั กิจกรรมเพื่อปรับเปลย่ี นพฤติกรรมการลงโทษนักเรียน กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ประกาศ คำส่ังทเ่ี ก่ยี วข้อง 1) พระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545 2) พระราชบญั ญตั คิ มุ้ ครองเดก็ พ.ศ. 2546 3) ระเบียบกระทรวงศกึ ษาธกิ าร วา่ ด้วยการปฏบิ ัตหิ น้าทีข่ องพนักงานเจา้ หน้าทส่ี ่งเสริม ความประพฤตินักเรียนนักศกึ ษา พ.ศ. 2548 ข้ันตอนการดำเนนิ งาน 1) ศึกษาสภาพปัญหาเก่ยี วกับพฤติกรรมของนักเรียน ระเบียบกฎหมายท่เี กยี่ วข้อง 2) ประชุมชี้แจงใหผ้ ้เู กี่ยวข้องทุกฝา่ ย เพื่อสรา้ งความเขา้ ใจ และให้ความรว่ มมือ ในการดูแล ชว่ ยเหลือ และพฒั นาพฤตกิ รรมนักเรียน 3) วางแผนกำหนดนโยบายการดำเนินงานปกครองนักเรยี น เพื่อ 3.1) การสง่ เสริมใหน้ ักเรยี นมวี นิ ัย คณุ ธรรม จริยธรรม 3.2) การป้องกันและการแกไ้ ขพฤตกิ รรมทไี่ มเ่ หมาะสม การปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหายาเสพตดิ ในโรงเรยี น การป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคเอดส์ในโรงเรยี น 4) ดำเนินการบริหารงานปกครองนักเรยี น โดยกำหนดหน้าทคี่ วามรับผดิ ชอบให้ชัดเจน และประสานการดำเนินการปกครองร่วมกนั ระหว่างสถานศึกษา และทุกฝ่ายท่ีเกี่ยวข้อง 5) ประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงาน ความพงึ พอใจของบคุ ลากร ให้ดำเนินไปตามระเบียบอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ 6) ประเมินผลการปฏิบตั ิงานและความพึงพอใจของบุคลากรและผู้ที่เก่ียวข้องทกุ ฝา่ ย เพ่ือการปรับปรุงพัฒนาการดำเนนิ งานเป็นระยะๆ
80 สารสนเทศดา้ นการจดั กิจกรรมเพ่ือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลงโทษนกั เรียน โรงเรยี น......................................... ปกี ารศึกษา ....................................... 1. สภาพปญั หาพฤติกรรมนกั เรยี น ได้แก่................................................................................................................. 2. แนวทางทจี่ ะป้องกนั แก้ไขพฤติกรรมนักเรยี นที่ไมเ่ หมาะสม ไดแ้ ก่...................................................................... 3. ผลการประเมินความพึงพอใจของบุคลากรในการดำเนินกิจกรรมน้ี ร้อยละ………..................................……....... สำมะโนนกั เรียน/รบั นกั เรยี น มีหน้าที่ 1. วางแผนในการจดั ทำสำมะโนนกั เรยี น 2. สำมะโนนกั เรยี นในเขตหมู่ 4 , 5 และหมู่ 6 ซง่ึ เป็นเขตบริการของโรงเรียน 3. จดั ทำเอกสารการรบั สมัครนกั เรยี น เด็กเลก็ ช้นั อนุบาล 1 ประถมศึกษาปีที่ 1 และช้นั มัธยมศกึ ษา ปีท่ี 1 4. เปิดรับสมคั รนกั เรยี น เด็กเล็ก ชน้ั อนุบาล 1 ประถมศึกษาปีที่ 1 และช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 5. จดั ทำแฟ้มนกั เรียน เด็กเล็ก ช้ันอนุบาล 1 ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 และชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 6. สรปุ การจดั ทำสำมะโนนกั เรยี นรายงานหนว่ ยงานต้นสังกดั
Search