Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทที่ 10 การกำจัดแมลงและสัตว์นำโรค

บทที่ 10 การกำจัดแมลงและสัตว์นำโรค

Published by dumrongsak3006, 2020-03-25 00:20:38

Description: บทที่ 10 การกำจัดแมลงและสัตว์นำโรค

Search

Read the Text Version

แผนการสอน รายวชิ าอนามยั ส่ิงแวดล้อม บทที่ 10 เรื่องการควบคุมและป้ องกนั แมลงและสัตว์นาโรค หวั ขอ้ 10.1 แนวคิดและหลกั การ 10.2 นิยามความหมาย 10.3 ยงุ (Mosquitoes) 10.4 แมลงวนั (Flies) 10.5 แมลงสาบ (Cockroaches) 10.6 เห็บ ( Ticks ) 10.7 หนู (Rat) 10.8 กิจกรรมสารวจ ควบคุม ป้ องกนั แมลงและสัตวน์ าโรคในที่พกั อาศยั 10.9 แบบฝึกหดั ประจาบทที่ 10 10.1 แนวคิดและหลกั การ แมลงและสัตวน์ าโรคบางประเภท นอกจากจะทาลายสุขภาพอนามยั แลว้ ยงั สร้างความเสียหายต่าง ๆ ให้แก่คนดว้ ย การกาจดั และควบคุมแมลงและสัตวน์ าโรคจึงมีความสาคญั เนื่องจาก ช่วยป้ องกนั สาเหตุที่ ทาให้เกิดโรค เพราะแมลงและสัตวน์ าโรคบางชนิดเป็ น ตวั พาเช้ือโรคจากคนหรือสัตวท์ ่ีมีเช้ือโรคมาสู่คน ได้ เช่น ยงุ กน้ ปล่องนาเช้ือ โรคมาเลเรียแมลงวนั นาโรค อหิวาตห์ รือทอ้ งร่วง แมลงสาบนาโรคคอตีบ อีกท้งั ช่วยป้ องกนั เหตุราคาญ การกาจดั และควบคุมแมลงและสัตวน์ าโรค เป็ นการช่วยลดจานวนของแมลงและ สัตวน์ าโรคลงไดแ้ ละส่งผลใหเ้ หตุราคาญจากสัตวต์ ่าง ๆเหล่าน้ีลดลง เช่น ยงุ ท่ีกดั กินเลือดทาใหร้ าคาญนอน ไม่หลบั แมลงวนั ท่ีตอมอาหารทาให้เกิดความราคาญในขณะรับประทาน และยงั ช่วยลดความสูญเสียทาง เศรษฐกิจ เนื่องจากแมลงสัตวน์ าโรคบางประเภทจะกดั กินหรือทาลายอาหาร อาคาร วสั ดุต่าง ๆ เช่น ปลวก ท่ีกดั กินเน้ือไมห้ รือกระดาษหนูที่กดั กินทาลาย อาหารและผลิตผลทางการเกษตรหรือเครื่องมือเครื่องใชต้ ่าง ๆทาให้ผลผลิตหรือเครื่องใชเ้ สียหาย ก่อใหเ้ กิดการสูญเสียค่าใชจ้ ่าย และอาจทาใหเ้ กิดอนั ตรายหรือโรคต่าง ๆ ข้ึนดว้ ย 10.2 จานวนช่ัวโมงเรียน ภาคบรรยาย 2 ชวั่ โมง 10.3 จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้นักศึกษามีความรู้พ้ืนฐานเกี่ยวกับแมลงที่เป็ นเป็ นสาเหตุท่ีทาให้เกิดโรคในมนุษย์ ยุง แมลงวนั แมลงสาบ หนู การควบคุมและป้ องกนั โรค 10.4 จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม เม่ือนิสิตเรียนวชิ าน้ีแลว้ นกั ศึกษามีความรู้ ความสามารถและทกั ษะ ดงั น้ี 1. สามารถบอกความหมาย ความสาคญั ของ แมลงและสตั วน์ าโรค [Date] 1

2. สามารถอธิบายองคป์ ระกอบทางสรีรวทิ ยาของแมลงและสัตวน์ าโรคแตล่ ะชนิด 3. สามารถบอกและอธิบายหลกั การป้ องกนั ควบคุมกาจดั แมลงและสตั วน์ าโรค 10.5 เนือ้ หาสาระ ภาคบรรยาย ความหมาย ความสาคญั ของเก่ียวกบั แมลง หลกั การควบคุมและวธิ ีการกาจดั แมลงและสตั วน์ าโรค 10.6 กจิ กรรมการเรียนการสอน ภาคบรรยาย ทาการสอนในหอ้ งเรียนแบบบรรยาย 2 ชวั่ โมง และฝึกปฏิบตั ิตามกิจกรรมที่ 1-3 10.7 สื่อการเรียนการสอน แผน่ สไลดบ์ รรยาย (power point) เอกสารประกอบการสอน เอกสารประกอบการสอน ประกอบดว้ ยรูปภาพและตารางประกอบคาบรรยาย 10.8 การวดั ผลและประเมินผล สอบขอ้ เขียนกลางภาค ปลายภาค สรุปเน้ือหาที่เรียน / ความรู้ที่ไดร้ ับลงสมุดบนั ทึกทา้ ยชวั่ โมงบรรยาย [Date] 2

บทที่ 10 การควบคุมและป้ องกนั แมลงและสัตวน์ าโรค หวั ขอ้ หนา้ 10.1 แนวคิด 3 10.2 นิยามความหมาย 3 10.3 ยงุ (Mosquitoes) 4 10.4 แมลงวนั (Flies) 8 10.5 แมลงสาบ (Cockroaches) 12 10.6 เห็บ ( Ticks ) 14 10.7 หนู (Rat) 15 10.8 กิจกรรมสารวจ ควบคุม ป้ องกนั แมลงและสัตวน์ าโรคในท่ีพกั อาศยั 18 10.9 แบบฝึกหดั ประจาบทท่ี 10 19 10.1 แนวคิดและหลกั การ แมลงและสัตวน์ าโรคบางประเภท นอกจากจะทาลายสุขภาพอนามยั แลว้ ยงั สร้างความเสียหายต่าง ๆ ให้แก่คนดว้ ย การกาจดั และควบคุมแมลงและสัตวน์ าโรคจึงมีความสาคญั เนื่องจาก ช่วยป้ องกนั สาเหตุที่ ทาให้เกิดโรค เพราะแมลงและสัตวน์ าโรคบางชนิดเป็ น ตวั พาเช้ือโรคจากคนหรือสัตวท์ ี่มีเช้ือโรคมาสู่คน ได้ เช่น ยุงกน้ ปล่องนาเช้ือ โรคมาเลเรียแมลงวนั นาโรค อหิวาตห์ รือทอ้ งร่วง แมลงสาบนาโรคคอตีบ อีกท้งั ช่วยป้ องกนั เหตุราคาญ การกาจดั และควบคุมแมลงและสัตวน์ าโรค เป็ นการช่วยลดจานวนของแมลงและ สตั วน์ าโรคลงไดแ้ ละส่งผลใหเ้ หตุราคาญจากสตั วต์ า่ ง ๆเหล่าน้ีลดลง เช่น ยงุ ที่กดั กินเลือดทาใหร้ าคาญนอน ไม่หลบั แมลงวนั ท่ีตอมอาหารทาให้เกิดความราคาญในขณะรับประทาน และยงั ช่วยลดความสูญเสียทาง เศรษฐกิจ เน่ืองจากแมลงสัตวน์ าโรคบางประเภทจะกดั กินหรือทาลายอาหาร อาคาร วสั ดุต่าง ๆ เช่น ปลวก ท่ีกดั กินเน้ือไมห้ รือกระดาษหนูที่กดั กินทาลาย อาหารและผลิตผลทางการเกษตรหรือเคร่ืองมือเครื่องใชต้ ่าง ๆทาให้ผลผลิตหรือเคร่ืองใช้เสียหาย ตอ้ งจัดซ้ือหรือซ่อมแซมใหม่ ก่อให้เกิดการสูญเสียเงินเพื่อใช้จ่าย ดงั กล่าว และอาจทาใหเ้ กิดอนั ตรายหรือโรคต่าง ๆ ข้ึนดว้ ย 10.2 นิยามความหมาย แมลง หมายถึงสัตวท์ ี่ไม่มีกระดูกสันหลงั ร่างกายแบ่งออกเป็ น 3 ส่วนคือ ส่วนหวั ส่วนอก และส่วน ทอ้ งมี 6 ขา อาจมีปี กหรือไม่มีปี กก็ไดพ้ าหะนาโรค หมายถึงส่ิงท่ีเป็ นตวั นาพาเอาเช้ือโรคจากส่ิงมีชีวิตหน่ึงสู่ อีกส่ิงมีชีวติ หน่ึง ซ่ึงทาใหเ้ กิดโรคข้ึน Host หมายถึงที่อยู่อาศัยของพาหะนาโรคโดยที่อาจก่อหรือไม่ก่อโรคในส่ิ งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ ความสาคญั ของแมลงและสัตวน์ าโรค 1. เป็นสาเหตุท่ีทาให้เกิดโรคในมนุษย์ แมลงเป็นตวั นาพาเช้ือโรคจากมนุษยห์ รือสัตวท์ ่ีมีเช้ือโรคมายงั มนุษยห์ รือสัตวป์ กติอื่นๆ เช้ือโรคที่นามาอาจเป็นเช้ือ แบคทีเรีย 2. เป็ นสาเหตุที่ทาให้เกิดความเดือดร้อนราคาญ สาเหตุที่ทาให้มนุษยแ์ ละสัตวเ์ กิดความเดือดร้อน [Date] 3

ราคาญไดแ้ ก่ การท่ีพาหะนาโรคมากดั ทาใหเ้ กิดแผลอกั เสบหรือมีอาการแพต้ ่าง ๆ เช่น ยงุ หรือตวั เรือดกดั กิน เลือดทาใหเ้ กิดผนื่ คนั หรือนอนไม่หลบั ดว้ ยความราคาญ 3. เป็ นสาเหตุให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจ เนื่องจากแมลง เช่น หนู มากดั กินตน้ ขา้ วของเกษตรกร ตวั อยา่ งของแมลงและสตั วท์ ี่ตอ้ งควบคุมและป้ องกนั 8.3 ยงุ (Mosquitoes) ภาพที่10.1แสดงวงจรชีวติ ของยงุ ยุงจดั เป็ นสัตวใ์ น Phylum Arthropoda จดั อยู่ใน Class Insecta, Family Culicidae และ Order Diptera ยงุ เป็ นแมลงขนาดเล็กลาตวั ยาว 3-6 มิลลิเมตร มีปี ก 1 คู่ หนวดยาว ขนท่ีหนวดของตวั เมียส้ันกวา่ ตวั ผู้ ปาก เป็ นชนิดเจาะดูด วงจรชีวิติของยุง จะมี 4 ระยะไดแ้ ก่ ระยะเป็ นไข่ (egg stage) ระยะตวั อ่อน (larva stage) ระยะเป็ นดักแด้(pupa stage) และระยะตวั เต็มวยั (adult stage) ซ่ึงยุงจะมีวงจรชีวิต 9-14 วนั ตวั เมียอายุ ประมาณ 1 เดือนตวั ผอู้ ายปุ ระมาณ 6-7 วนั ยงุ แตล่ ะตวั วางไขไ่ ด้ 3-4 คร้ังจานวน 50-200 ฟองตอ่ คร้ัง ยงุ ที่เป็นพาหะนาโรคมาสู่มนุษย์ 1. ยุงก้นปล่อง (Anopheles) ภาพที่10.2 อธิบายวงจรชีวิตยุง 4 ข้นั ตอน ยงุ กน้ ปล่องอยูใ่ นกลุ่ม Anophelini สกุล Anopheles เป็ นยุงท่ีนาเช้ือโรคมาลาเรียมาสู่คน โดยการกดั [Date] 4

คนท่ีป่ วยเป็ นโรคมาลาเรีย ซ่ึงมีปรสิตอยใู่ นเซลลเ์ มด็ เลือดแดงของคนเขา้ สู่กระเพาะของยุง แลว้ ทาใหป้ รสิต เจริญเติบโตและเพ่ิมจานวน แลว้ เคลื่อนท่ีไปยงั ต่อมน้าลายของยุง ซ่ึงวงจรในการสืบพนั ธุ์ของโรคมาลาเรีย จะเกิดอยา่ งสมบูรณ์ข้ึนภายในตวั ยงุ เมื่อยงุ กดั คนก็จะปล่อยปรสิตของเช้ือมาลาเรียเขา้ สู่ระบบไหลเวยี นเลือด ของคน ทาใหค้ นคนน้นั เป็นโรคมาลาเรีย วงจรชีวติ ของยงุ กน้ ปล่อง มี 4 ระยะ ระยะเป็ นไข่ การวางไข่มกั จะวางไข่แบบฟองเดี่ยวในเวลากลางคืน คร้ังละประมาณ 50-150 ฟอง รูปร่างของไขเ่ พรียวเหมือนเรือบดมีทุ่นทาใหล้ อยน้าได้ มีสีขาวในระยะแรก ต่อไปจะเป็ นสีน้าตาลแก่และดา ในที่สุด มีขนาดประมาณ 1 มิลลิเมตร ไขข่ องยงุ กน้ ปล่องจะกลายเป็นตวั อ่อนภายใน 1-3 วนั ระยะเป็ นตวั อ่อน ตวั อ่อนของยงุ กน้ ปล่องจะมีขนท่ีมีลกั ษณะคลา้ ยใบตาลช่วยในการเคล่ือนที่ข้ึนอยู่ ตามลาตวั ตวั อ่อนของยุงกน้ ปล่องจะมีการลอกคราบ 4 คร้ัง ก่อนที่จะกลายเป็ นดกั แด้ ระยะเวลาท่ีเป็ นตวั อ่อนใช้เวลาต้งั แต่ 4-5 วนั ไปจนถึงหลายสัปดาห์ข้ึนอยู่กบั ชนิดของยุงกน้ ปล่องและสภาพแวดลอ้ มที่มนั อาศยั อยู่ ระยะเป็ นดกั แด้ ดกั แดข้ องยุงก้นปล่องมีรูปร่างเหมือนจุลภาค มีส่วนหัวและอกท่ีโต ส่วนทอ้ งแบ่ง ออกเป็ น 8 ปล้อง มีความต้องการอากาศสาหรับหายใจแต่ไม่ต้องการอาหาร และจะกลายเป็ นตวั แก่ใน ระยะเวลาประมาณ 2-3 วนั ระยะตวั แก่ ตวั แก่ของยุงกน้ ปล่องจะมีจุดสีดาแตม้ อยบู่ นปี กเป็ นหยอ่ ม ๆ ส่วนใหญ่จะออกหากินใน เวลากลางคืน 2. ยุงลาย (Aedes) ภาพที่10.2 แสดงวงจรชีวติ ยงุ ลาย ยุงลายเป็ นยุงท่ีอยู่ในกลุ่ม Culicine ในสกุล Aedes เป็ นสาเหตุของโรคหลายอย่างเช่น โรค ไขเ้ ลือดออก โรคไขเ้ หลือง โรคเทา้ ชา้ ง เป็นตน้ วงจรชีวติ ของยุงลาย มี 4 ระยะ [Date] 5

ระยะเป็นไข่ ไข่ของยุงลายจะอยกู่ นั แบบฟองเด่ียว มีรูปร่างคลา้ ยกระสวยมีความทนทานต่อความแหง้ แลง้ อาจอยไู่ ดน้ านเป็นเดือน จนกวา่ จะมีน้าซ่ึงอาจมีเพียงเล็กนอ้ ยก็จะทาใหม้ นั แตกตวั ออกมาเป็นตวั อ่อน ระยะเป็ นตวั อ่อน ตวั อ่อนของยุงลายมกั อาศยั ตามแหล่งน้าขงั ชว่ั คราวหรือน้าน่ิงที่มีความใสสะอาด เช่นแจกนั โอ่งน้า เป็ นตน้ ตอ้ งการอากาศหายใจโดยมีท่อหายใจแบบ siphon ขนาดส้ันอยทู่ ี่ช่วงทอ้ ง ปลอ้ งที่ 8 มีการเปล่ียนแปลงเป็น 4 ระยะเหมือนยงุ กน้ ปล่อง ระยะดักแด้ เป็ นระยะท่ีไม่กินอาหาร ต้องการอากาศหายใจโดยอาศยั ท่อหายใจคล้ายรูปร่างแตร ทรัมเปตแต่มีขนาดส้ัน ระยะตวั แก่ ตวั แก่ของยุงลาย จะมีลาตวั ทอ้ ง และขามีลายดาสลบั ขาวยกเวน้ ท่ีปี ก ออกหากินในเวลา กลางวนั ออกหากินบริเวณใกลแ้ หล่งกาเนิดของมนั อาจบินไดต้ ้งั แต่ 100 ฟุต ถึง 300 ฟุต ตวั แก่ของมนั อาจมี ชีวติ ยนื ยาวประมาณ 4 เดือน 3. ยงุ ราคาญ (Culex) ภาพท่ี10.3 ภาพลกั ษณะยงุ ราคาญ ยงุ ราคาญหรือบางคร้ังเรียกวา่ ยุงบา้ น ซ่ึงพบมีในโลกประมาณ 400 ชนิดเป็ นยุงที่จดั อยใู่ นกลุ่มคูลิซินี หรือคิวลิซินี(Culicini) ในสกุลคิวเลกซ์ (Culex) ท่ีมีความสาคญั ไดแ้ ก่ ยุง Culex pipiens ยุง Culex fatigans เป็นตน้ เป็นพาหะนาโรคเยอื่ หุม้ สมองอกั เสบ (Encephalitis)และในประเทศไทยมีจานวน 80 ชนิดหลายชนิด มีความสาคญั ทางการแพทย์ ในการเป็นพาหะนาโรคไขส้ มองอกั เสบมาสู่มนุษย์ ลกั ษณะสาคญั ของยงุ ราคาญ จะสังเกตได้ โดยยุงตวั เมียมีส่วนรยางคข์ องปาก คือ maxillary palp ซ่ึงมีความยาวเพียงคร่ึงหน่ึงของความ ยาวของงวงดูดเลือด ขอบดา้ นทา้ ยสุดของส่วนอกดา้ นหลงั จะหยกั แยกออกเป็ น 3 พูชดั เจนปลายส่วนทอ้ งมี ลกั ษณะทู่และปกคลุมดว้ ยเกล็ดแบนราบติดกบั ผนงั ลาตวั โรคไขส้ มองอกั เสบมียุงราคาญเป็ นพาหะนาโรค มกั แพร่พนั ธุ์ในทุ่งนา อาศยั ตามแหล่งน้าสกปรก วงจรชีวติ ของยุงราคาญ มี 4 ระยะ ระยะเป็ นไข่ ไข่ของยุงราคาญมีรูปร่างคลา้ ยตอร์ปิ โด เช่นเดียวกบั ไข่ยุงลายปลายขา้ งหน่ึงจะมีปลอก คลา้ ยหมวกแก๊ปหรือถว้ ยครอบอยโู่ ดยใชส้ ่วนน้ีแตะกบั ผวิ น้าในขณะท่ีลอยอยใู่ นน้า ไข่ไม่ค่อยทนต่อความ แหง้ แลง้ ในระยะ 2-3 วนั จะแตกตวั เป็นตวั อ่อน ระยะเป็ นตวั อ่อน ตวั อ่อนของยุงราคาญมีท่อหายใจแบบ siphon ที่ยาวเรียวและมีกระจุกขนข้ึนอยู่ [Date] 6

ดา้ นล่างของทอ่ หายใจหลายจุก ตวั อ่อนไมจ่ บั เหยอ่ื เป็นอาหาร ระยะเป็นดกั แด้ ดกั แดค้ ลา้ ยกนั กบั ยงุ ลาย ระยะเป็ นตวั แก่ ตวั แก่ของยงุ ราคาญลาตวั จะมีสีดาหรือสีน้าตาลอ่อน ปี กลาตวั หรือขาหรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกายไม่มีจุดหรือแตม้ ที่มองเห็นไดด้ ว้ ยตาเปล่า นอกจากมองผา่ นแวน่ ขยาย ในขณะดูดเลือดจะมีส่วน ของลาตวั ขนานกบั พ้นื ผวิ ส่วนใหญ่ออกหากินในเวลากลางคืนเพราะไมช่ อบแสงสวา่ ง 4. ยงุ เสือ (Mansonia) ภาพที่10.4 ภาพลกั ษณะยงุ เสือ ยุงเสือหรือบางทีเรียกว่ายุงป่ าเพราะมีความดุร้าย จะดูดกินอยา่ งหิวกระหายอยู่ตลอดเวลา จดั อยู่ใน สกุลแมนโซเนีย (Mansonia) เป็ นพาหะนาโรคเทา้ ช้าง ซ่ึงยุงเสือน้ีถือเป็ นโฮสต์ก่ึงกลางของหนอนพยาธิ Brugia malayi และ Wuchereria brancrofti ท่ีทาให้คนเกิดโรคเทา้ ช้าง นอกจากน้ียงั ทาให้เกิดโรคไขเ้ หลือง และไข้สมองอักเสบ ยุงในสกุลน้ีท่ีมีความสาคัญได้แก่ Mansonia uniformis, Mansonia bonnae, และ Mansonia annulata เป็นตน้ วงจรชีวติ ของยงุ เสือ มี 4 ระยะ ระยะเป็นไข่ ไข่ของยงุ เสือมีลกั ษณะคลา้ ยกระสวยรวมเป็นแพติดอยกู่ บั วชั พืช มกั อยใู่ ตท้ อ้ งใบของพืช หรือลอยอยเู่ หนือน้า ระยะเป็ นตวั อ่อน ตวั อ่อนของยุงเสือมีความตอ้ งการอากาศหายใจโดยผา่ นท่ออากาศที่ถูกดดั แปลงให้ สามารถเจาะพืชหรือรากพืชและรับอากาศจากพืชที่เกาะติดอยู่ จึงไม่ตอ้ งลอยสู่ผิวน้าเพ่ือหายใจ แต่การลอก คราบเป็นดกั แดต้ อ้ งลอยข้ึนเหนือผวิ น้า ระยะเป็ นดกั แด้ ดักแด้ของยุงเสือคล้ายกบั ดกั แด้ของยุงชนิดอื่น เพียงแต่มีความแตกต่างกนั ตรงที่ สามารถเจาะพชื หรือรากพชื และรับอากาศจากพชื ท่ีเกาะติดอยู่ จึงไมต่ อ้ งลอยสู่ผวิ น้าเพอ่ื หายใจ ระยะเป็นตวั แก่ ตวั แก่ของยงุ เสือมีสีดาหรือสีน้าตาล ลาตวั และขามองดูเป็ นแถบสลบั สีเขม้ และจางเกิด จากเกล็ดสีขาวและสีดา มีเกล็ดคลา้ ยหวั ใจกระจายอยทู่ ี่ปี กของยงุ มกั ออกหากินตอนกลางคืน ส่วนใหญ่ออก หากินนอกบา้ น แต่ก็อาจหากินในบา้ นที่พกั อาศยั ได้ การควบคุมและป้ องกนั ยงุ [Date] 7

การควบคุมไม่ให้มียุงเกิดข้ึนในโลกเลยถือวา่ เป็ นเรื่องที่ทาไดย้ ากหรืออาจกล่าวไดว้ ่าไม่สามารถทา ได้ อาจเป็ นเพราะวา่ ยงุ มีการแพร่พนั ธุ์ไดง้ ่ายและคร้ังละปริมาณมาก และชอบออกหา กินตอนกลางคืนเป็ น ส่วนใหญ่ จึงทาให้การดาเนินการกาจดั ไม่ให้มียุงน้ันเป็ นไปไม่ได้ จึงกระทาไดเ้ พียงควบคุมไม่ให้มียุง ปริมาณมากและป้ องกนั ไม่ใหย้ งุ กดั ซ่ึงมีวธิ ีการดงั ตอ่ ไปน้ี 1. การควบคุมยงุ ในบ้านหรือทพี่ กั อาศัย คือการที่ป้ องกนั ไม่ใหม้ ีแหล่งเพะพนั ธุ์ของยงุ ภายในตวั ท่ีพกั อาศยั ซ่ึงแหล่งที่มกั พบการเพาะพนั ธุ์ของ ยงุ ไดแ้ ก่ถงั เกบ็ น้า โอง่ น้า ขวดน้า แจกนั ขารองตกู้ บั ขา้ ว ถาดรองกระถางตน้ ไม้ เป็นตน้ นอกจากน้ีตอ้ งมีการ ควบคุมไมใ่ หม้ ียงุ เขา้ มาในบา้ นไดแ้ ก่การติดมุง้ ลวด การใชย้ าฆ่าแมลงเพือ่ ไมใ่ หย้ งุ มารบกวน 2. การป้ องกนั ยุงบริเวณบ้านหรืออาคารทพี่ กั อาศัย บริเวณอาคารหรือที่พกั อาศยั อาจเป็นแหล่งเพาะพนั ธุ์ของยุงซ่ึงเป็ นพาหะนาโรคมาสู่เรา ดงั น้นั จึงตอ้ ง มีการควบคุมไม่ใหม้ ียุงหรือมีนอ้ ยที่สุด ไดแ้ ก่ การคว่าภาชนะทุกชนิดท่ียงุ จะสามารถวางไข่ได้ มีการกาจดั ขยะมูลฝอยบริเวณอาคารหรือท่ีพกั อาศยั ใหส้ ะอาด ภาชนะที่ใส่น้าไม่วา่ จะเป็ นโอง่ น้า ถงั น้า ตอ้ งมีฝาปิ ดให้ มิดชิด หรือถ้าเป็ นสระน้ าหรือบ่อน้ าสวนหย่อมในอาคาร อาจเล้ียงปลาหางนกยุงเพ่ือกินลูกน้ าก็ได้ นอกจากน้ีอาจใชย้ าฆ่าแมลงช่วยเพื่อกาจดั และไล่ยงุ ไม่ใหเ้ ขา้ มาในบริเวณอาคารหรือท่ีพกั อาศยั 3. การป้ องกนั และควบคุมยุงในชุมชน การป้ องกนั ยงุ ในชุมชนน้นั มีความจาเป็ นอยา่ งยงิ่ เพราะยงุ สามารถบินไดไ้ กลจากแหล่งกาเนิดของมนั ถา้ ไม่ร่วมมือกนั ท้งั ชุมชนก็ไมส่ ามารถที่จะลดจานวนของยงุ ไดซ้ ่ึงท่ีเพาะพนั ธุ์ของยงุ ในชุมชนไดแ้ ก่ หนอง คลอง บึงแม่น้า ลาธาร เป็ นตน้ ซ่ึงชุมชนตอ้ งมีการถ่ายเทและไหลเวยี นน้าเป็ นประจาเพื่อไม่ให้ยงุ วางไข่ได้ สาหรับแหล่งน้าที่มีขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนชลประทาน อ่างเก็บน้า เป็ นตน้ จะตอ้ งมีประตูน้าเพ่ือการปรับ ระดบั น้าในแหล่งน้าไม่ให้เกิดน้าน่ิง ถา้ แหล่งน้าไม่มีการนามาใชป้ ระโยชน์ ตอ้ งทาการถมเพ่ือไม่ใหม้ ีน้าขงั นอกจากน้ีระบบประปาในชุมชนตอ้ งป้ องกนั ไม่ใหเ้ กิดการร่ัวซึมของท่อ เพื่อไม่ให้เกิดการเฉอะแฉะเป็ นท่ี เพาะพนั ธุ์ของยงุ 8.4 แมลงวนั (Flies) ภาพที่10.5 ภาพลกั ษณะแมลงวนั [Date] 8

แมล งวัน จัดอยู่ใน Phylum Arthropoda จัดอยู่ใน Class Insecta Order Diptera แล ะ Suborder Cyclorrhapha มีการเจริญเติบโตเป็ น 4 ระยะ เช่นเดียวกบั ยงุ คือ ระยะ ไข่ ตวั อ่อน ดกั แด้ และตวั แก่ ถา้ อยใู่ น สภาวะท่ีเหมาะสมแมลงวนั จะวางไข่คร้ังละ 100-150 ฟอง แมลงวนั มีปาก 2 แบบคือ แบบท่ีใช้ดูด ไดแ้ ก่ แมลงวนั คอก และแบบท่ีใช้ขูดหรือครูด ได้แก่แมลงวนั บ้าน เป็ นต้น แมลงวนั ที่เป็ นปัญหาต่อการ สาธารณสุขคือแมลงวนั บา้ น และแมลงวนั หวั เขียว 1.แมลงวนั บ้าน ( House Flies ) ภาพท่ี10.6 ภาพวงจรชีวติ ของแมลงวนั บา้ น แมลงวนั บ้าน (House fly) มีชื่อสามัญ “common house fly” และชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Musca domestica เป็ นแมลงท่ีพบไดท้ วั่ โลกยกเวน้ บริเวณท่ีมีอากาศหนาวจดั ซ่ึงเป็ นพาหะนาโรคหลายชนิด ไดแ้ ก่ อหิวาตกโรค ไขร้ ากสาด บิด เป็ นตน้ และเป็ น Intermediate host ของหนอนพยาธิบางชนิด ซ่ึงแมลงวนั นา เช้ือโรคมาสู่คนไดโ้ ดย การสารอกน้ายอ่ ยและน้าลายออกมาปนเป้ื อนอาหารของมนุษย์ จึงทาใหเ้ ป็ นโรคใน ประเทศไทยพบแมลงวนั บา้ นมีการกระจายตวั ทุกพ้ืนที่ พบมากในฤดูร้อนตามกองขยะมูลฝอย คอกสัตว์ ตามร้านคา้ และอุจจาระสตั ว์ เป็นตน้ ในคอกสัตวส์ ามารถพบแมลงวนั บา้ นได้ เช่น ตามคอกไก่ คอกสุกร คอกววั และคอกควาย เป็ นตน้ เพราะมีเศษอาหารตกหล่นบนพ้ืนคอกและมีกองอุจจาระสัตวบ์ ริเวณใกล้ คอก แมลงวนั เหล่าน้ีรบกวนสัตวต์ ลอดเวลา ทาให้สัตวไ์ ม่สามารถพกั ผอ่ นไดเ้ ต็มที่ ส่งผลให้ไดผ้ ลผลิต จากสัตวท์ ี่นอ้ ยลงไปดว้ ย ตวั เต็มวยั ของแมลงวนั บา้ นมีขนาด 5-8 มิลลิเมตร ตาสีแดง ส่วนอกมีสีเทาและมีเส้นตามยาวสีดา 4 เส้น ส่วนท้องมีสีน้าตาลเหลืองและมีเส้นตามยาวตรงกลางสีดา แมลงวนั บ้านที่พบมากท่ีสุดคือ Musca domestica วงจรชีวติ ของแมลงวนั บา้ น ระยะเป็ นไข่ แมลงวนั บา้ นมกั จะวางไข่ตามมูลสตั ว์ สิ่งปฏิกลู มูลฝอยเปี ยก น้าเสีย และสารอินทรียเ์ น่า เป่ื อยอ่ืน ๆ ไข่มีรูปร่างเป็ นวงรี สีขาวนวล ขนาดประมาณ 1 มิลลิเมตร ถ้าหากอากาศอบอุ่นจะแตกตัว ออกเป็นตวั ออ่ นภายใน 1/2-1 วนั ระยะตวั อ่อน ตวั อ่อนของแมลงวนั บา้ นมีรูปร่างทรงกระบอกปลายขา้ งหน่ึงเป็นรูปกรวย ยาวประมาณ 10-12 มิลลิเมตร ตวั อ่อนลอกคราบ 3 คร้ัง ถา้ อากาศอบอุ่นภายในเวลา 4-7 วนั มนั จะคลานออกมาจากสิ่ง [Date] 9

ปฏิกลู ตกลงสู่พ้นื กลายเป็นดกั แด้ ระยะดกั แด้ ดกั แดข้ องแมลงวนั บา้ นมกั อยใู่ นท่ีสงบ เช่น ในดิน กองเศษไมใ้ บหญา้ เป็ นตน้ ไม่มีการ เคล่ือนไหวไปไหน อายุการเป็ นดกั แดข้ ้ึนอยกู่ บั ภูมิอากาศ ถา้ อากาศอบอุ่นเป็ นเวลา 3 วนั ก็จะลอกคราบ กลายเป็นดกั แด้ แตถ่ า้ อากาศเยน็ อาจนานถึง 26 วนั จึงจะกลายเป็นตวั แก่ ระยะตวั แก่ ตวั แก่ของแมลงวนั บา้ นตวั ผมู้ ีลาตวั ยาวประมาณ 5.8-6.5 มิลลิเมตร ตวั เมียยาวประมาณ 6- 9มิลลิเมตร มีสีเทาหมน่ มีหนวดเส้นเล็ก ๆ 2 เส้น สาหรับรับความรู้สึก มีปี ก 2 คู่ มีลกั ษณะใสไม่มีเกล็ด มีขา 3 คู่ส่วนท้องและอกมีสี เหลืองปนเทา มีรอยเส้นตามยาวแคบ ๆ อยู่ 4 เส้น สามารถบินได้ไกลจาก แหล่งกาเนิดในระยะประมาณ 6 ไมล์ ภายใน 24 ชั่วโมง แต่โดยทวั่ ไปมกั บินวนหากินในระยะ 100-500 เมตร ตวั แก่ของแมลงวนั บา้ นมีอายปุ ระมาณ 1 เดือน 2. แมลงวนั หวั เขยี ว (Blow Flies) ภาพที่10.7 ภาพแมลงวนั หวั เขียว มี 2 พนั ธุ์ คือแมลงวนั หวั เขียวท่ีมีสีของลาตวั เป็ นเขียวมันแวววาว (Chrysomyia) และอีกพนั ธุ์หน่ึงมีสี ของลาตวั เป็ นสีนา้ เงินเงาและวาว (Calliphora) แมลงวนั หวั เขียวจะวางไข่บนสิ่งสกปรกเน่าเหม็น เช่น ซาก สัตว์ ในช่วงชีวิตของมนั สามารถวางไข่ไดป้ ระมาณ1,000-3,000 ฟอง โดยวางไข่คร้ังละ 50-150 ฟอง มีการ แพร่พนั ธุ์ได้ 9-10 คร้ังตวั แก่มีอายุ ประมาณ 1 เดือน วงจรชีวติ ของแมลงวนั หัวเขยี ว ระยะเป็ นไข่ แมลงวนั หวั เขียวจะวางไข่เป็ นกระจุกหรือเป็ นกลุ่มบนซากสัตว์ หรือ บางคร้ังอาจพบใน เน้ือสด ไข่จะมีสีเหลืองอ่อน ภายในเวลา 8 ชวั่ โมง ถึง 3 วนั จะแตกออกมาเป็ นตวั อ่อนระยะตวั อ่อน มีขนาด ความยาวประมาณ 10-14 มิลลิเมตร มีสีเทาปนเหลือง ด้านหน้าสุดจะมีตาขออยู่ 1 คู่ส่วนทา้ ยของลาตวั มี ลกั ษณะเป็ นป้ านและกวา้ ง ตวั อ่อนของมนั แบ่งเป็ น 2 กลุ่ม คือ มีขน และไม่มีขน ใชเ้ วลา 2-19วนั ข้ึนกบั อุณหภูมิ จึงจะกลายเป็ นดกั แด้โดยการตกลงสู่พ้ืนแลว้ ชอนไชหาสถานที่แห้งแล้งทาการฝังตวั ใตด้ ินระยะ ดกั แด้ ดกั แดข้ องแมลงวนั หวั เขียวมีลกั ษณะคลา้ ยตวั อ่อน แต่มีขนาดใหญก่ วา่ ปลาย 2 ขา้ งมีลกั ษณะมน ระยะตวั แก่ ตวั แก่ของแมลงวนั หัวเขียวมีความแตกต่างกนั ตามสกุล และชนิด แต่โดยทว่ั ไปส่วนอก และส่วนทอ้ งมีสีน้าเงินหรือสีเขียวเหลือง บางชนิดอาจมีสีเขียวปนโลหะ หรือสีบรอนซ์ แวววาว [Date] 10

3. แมลงวนั ลายเสือ (Sacophaga) ลกั ษณะลาตวั มีสีเทาแถบสีดาบนส่วนอก 3 แถบ ที่ส่วนทอ้ งจะมีลายหมากรุกขนาดตวั แก่ 10 – 16 มม. ไมว่ างไขแ่ ตไ่ ข่จะฟักเป็นตวั หนอนในทอ้ งแลว้ ออกลูกเป็นตวั หนอนคร้ังละ 2 – 3 ตวั ภาพท่ี10.8 ภาพแมลงวนั ลายเสือ การควบคุมและป้ องกนั แมลงวนั แมลงวนั เป็ นพาหะนาโรคร้ายแรงหลายชนิดมาสู่มนุษย์ และนาสิ่งสกปรกมาปนเป้ื อนอาหารโดยขา ของมนั จึงมีความจาเป็ นที่จะตอ้ งมีการควบคุมและป้ องกนั การแพร่กระจายของแมลงวนั ซ่ึงมีหลกั การ ดงั ตอ่ ไปน้ี การควบคุมแมลงวนั ภายในอาคารและทพี่ กั อาศัย 1. การปรับปรุงสุขาภิบาลและสิ่งแวดลอ้ ม โดยการกาจดั มูลฝอยและส่ิงปฏิกลู ภายในอาคารและท่ีพกั อาศยั ใหส้ ะอาด เช่น ถงั ขยะภายในหอ้ งครัวของบา้ นหรืออาคารควรมีฝาปิ ดใหม้ ิดชิดไมร่ ั่วซึม 2. การใชก้ ลวธิ ีทางกายภาพ เช่น ประตูหนา้ ต่าง ตอ้ งมีตระแกรงหรือมุง้ ลวดไวเ้ พื่อไม่ให้แมลงวนั เขา้ บา้ น ทาลายโดยใชก้ าวดกั แมลงวนั ตวั แก่ หรือในหอ้ งครัวตอ้ งมีตูห้ รือฝาชีครอบอาหารเพ่ือป้ องกนั แมลงวนั เป็ นตน้ 3. การใช้วิธีทางเคมีโดยการใชย้ าฆ่าแมลงวนั ตวั อ่อน และตวั แก่ เช่น 0.1% ของไพรีทมั ผสมกบั 1% ของมาลาไทออน 4.การกาจดั แมลงวนั ตวั แก่ โดยการใช้กบั ดกั จบั แมลงวนั ใช้กาวดกั แมลงวนั หรือใช้สารเคมีพวก malathaion diazenon DDVP โดยใหม้ ีความเขม้ ขน้ ตามที่ระบุไวใ้ นฉลาก 5.การบารุงรักษาความสะอาดในสถานท่ีต่าง ๆ เช่นการดูแลรักษาความสะอาดของร้านอาหารให้ สะอาดเรียบร้อย ไม่มีเศษอาหารท่ีเป็นตวั นาใหม้ ีแมลงวนั 6.การมีระบบกาจดั สิ่งปฏิกลู ท่ีดี เช่นหลุมเก็บกกั สิ่งปฏิกลู ตอ้ งปิ ดมิดชิดท่อระบายน้า ควรมีตระแกรง [Date] 11

ครอบขนาด16 mesh เพื่อไมใ่ หแ้ มลงวนั สามารถเขา้ ไปได้ 8.5 แมลงสาบ (Cockroaches) ภาพท่ี10.9 ภาพแมลงสาบ แมลงสาบ ( Cockroaches) แมลงสาบจดั อย่ใู น Class Insecta , Oder Blattaria, Family Blattidae ขนาด แตกตา่ งข้ึนกบั ชนิดของมนั ยาวต้งั แต่ 10-50 มิลลิเมตร แมลงสาบท่ีพบและเป็ นพาหะนาโรคมี 4 ชนิด ไดแ้ ก่ แมลงสาบเอเชียหรือแมลงสาบตะวนั ออก แมลงสาบอเมริกนั แมลงสาบเยอรมนั และแมลงสาบลายน้าตาล แมลงสาบเอเชียหรือแมลงสาบตะวนั ออก (Oriental cockroach)พบไดท้ ว่ั โลก มกั อาศยั อยตู่ ามฐานเข่ือน หรือ ใตพ้ ้ืนอาคาร ตวั ยาวประมาณ 22-27มิลลิเมตร มีปี กส้ันบินไม่ได้ ตวั แก่มีสีน้าตาลหรือดา มีลายสีเหลืองและ ขาวบนส่วนอกและขอบดา้ นนอกของส่วนทอ้ ง วงจรชีวติ ของแมลงสาบ วงจรชีวิต (life cycle) ประกอบดว้ ย 3 ระยะ คือ ไข่ (egg), ตวั อ่อนหรือตวั กลางวยั (nymph), และตวั เตม็ วยั (adult) ตวั อ่อนจะมีรูปร่างลกั ษณะคลา้ ยตวั เตม็ วยั มาก ต่างกนั ท่ีขนาด ปี ก และอวยั วะสืบพนั ธุ์เท่าน้นั แมลงสาบ วางไข่เป็ นกลุ่ม กลุ่มละหลายฟอง และจะเชื่อมติดกันเป็ นกลุ่มด้วยสารเหนียวมีลกั ษณะเป็ น แคปซูล หรือกระเปาะ รูปร่างเหมือนเมลด็ ถว่ั (ootheca) รูปร่างลกั ษณะของแคปซูลจะแตกตา่ งกบั ไปไม่แน่น นอนแลว้ แต่ชนิดของ แมลงสาบ แมลงสาบ บางชนิดจะนากระเปาะไข่ติดตวั ไปดว้ ยจนไข่ใกล้จะฟักจึง ปล่อยออกจากลาตวั แต่บางชนิดอาจมีการสืบพนั ธุ์แบบไมอ่ าศยั เพศ (parthenogenesis) ก็ได้ ลกั ษณะ การวางไข่ของ แมลงสาบ แตกต่างกัน บางชนิดจะวางไข่ตามซอกมุมหรือในดิน หรือ อาจจะวางติดกบั ฝาผนงั บา้ น หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ จานวนไข่ในแต่ละกระเปาะจะแตกต่างกนั ตามแต่ชนิด ของ แมลงสาบดว้ ย โดยทวั่ ไปจะมีประมาณ 16/18 ฟอง แต่อาจจะวางไดห้ ลายชุด บางชนิดอาจจะวางเพียง 4-6 ชุด แต่บางชนิดอาจวางมากถึง 90 ชุด ก็ได้ อายุของไข่จะแตกต่างกนั ข้ึนอยู่กบั อุณหภูมิและความช้ืน ปกติไข่จะฟักไดเ้ ร็วในที่ๆมีอุณหภมู ิสูง ตวั อ่อนท่ีฟักออกจากไข่ใหม่ๆจะมีสีขาวและไม่มีปี ก มีการดารงชีพ แบบอิสระ (free living) เมื่อมีอายไุ ด้ 3-4 สัปดาห์ ก็จะมีการลอกคราบเกิดข้ึน การลอกคราบน้ีจะเกิดข้ึนอีก หลายคร้ังจนกระทง่ั เป็ นตวั เต็มวยั ใน แมลงสาบ ที่มีปี กเกิดข้ึนมีลกั ษณะเป็ นแผ่นเล็กๆอยูท่ างดา้ นขา้ งขอ งอกปลอ้ งที่ 2 และ 3 และจะค่อยๆมีขนาดใหญ่ข้ึนจนกระทงั่ เจริญเตม็ ท่ีเมือเป็นตวั เตม็ วยั [Date] 12

ภาพที่10.10 ภาพวงจรชีวติ ของแมลงสาบ 1. แมลงสาบอเมริกนั (American cockroach) พบมากท่ีสุดในประเทศไทย มีความยาวประมาณ 1.5-2 นิ้ว ตวั แก่มีสีน้าตาลแดงไปจนถึงน้าตาลดา ปกติบินไม่ไดแ้ ต่อาจบินไดใ้ นระยะใกล้ ๆ อาศยั ตามท่อระบายน้าเสียอุโมงคน์ ้า ห้องน้าห้องส้วม และห้อง ใตด้ ินหรือใตถ้ ุนตึก มกั อาศยั อยกู่ นั เป็นกลุ่มหรือเป็นกอง 2. แมลงสาบเยอรมัน (German cockroach) เป็ นแมลงสาบท่ีมีขนาดเล็กกวา่ 2 ชนิดที่ไดก้ ล่าวมาแลว้ มีขนาดความยาวประมาณ 1/2- 6/10 นิ้ว มีสี น้าตาลแก่มีแถบสีน้าตาลอ่อนบนส่วนอก 2 แถบ มีตาขนาดใหญ่ มีแส้ 1 คู่มกั อาศยั อยใู่ กลช้ ิดมนุษยใ์ นที่ที่มี ความอบอุน่ และความเปี ยกช้ืน เช่น ในหอ้ งครัว ตเู้ ส้ือผา้ เป็นตน้ 3.แมลงสาบลายนา้ ตาล (Brown-banded cockroach) พบไดท้ วั่ โลก มกั อาศยั อยใู่ นเขตอบอุ่น มีขนาดเล็กประมาณ 1-1.25 นิ้ว มีสีน้าตาลแดงอ่อน พบไดท้ ุก แห่งของบา้ น เป็ นแมลงสาบท่ีค่อนขา้ งเกียจคร้านวงจรชีวติ ของแมลงสาบวงจรชีวิตของแมลงสาบมี 3 ระยะ คือ ระยะเป็ นไข่ ระยะเป็ นตวั อ่อน และระยะเป็ นตวั แก่ ไข่ของแมลงสาบจะอยใู่ นแคปซูลเรียก “ oothecae “ มกั เก็บไข่ไวใ้ นสถานที่อบอุ่น แมลงสาบสามารถกินอาหารไดท้ ุกชนิด ไดแ้ ก่เมล็ดพืช แป้ ง ไขมนั ขนม สิ่ง ปฏิกูล ซากสัตว์ กระดาษ กาว เลือดแห้ง เสมหะ เป็ นตน้ และในระหว่างที่มนั กินอาหารมนั จะสารอกเอา ของเหลวสีน้าตาลออกมาปนเป้ื อนกบั อาหารทาให้มีกลิ่นเหมน็ มกั ออกหากินในเวลากลางคืนและไม่ชอบ แสงสวา่ ง การควบคุมและป้ องกนั แมลงสาบ แมลงสาบกเ็ ป็ นพาหะนาโรคเช่นเดียวกบั แมลงวนั และยงั ทาใหเ้ กิดการปนเป้ื อนส่ิงสกปรกสู่อาหารที่ มนุษยต์ อ้ งการใชบ้ ริโภค รวมถึงทาความเสียหายให้แก่ เคร่ืองใช้ เส้ือผา้ ขา้ วของต่าง ๆ เป็ นตน้ จึงมีความ จาเป็นอยา่ งยงิ่ ท่ีจะตอ้ งดาเนินการควบคุมและป้ องกนั แมลงสาบ ซ่ึงมีวธิ ีดงั ตอ่ ไปน้ี 1. การป้ องกนั ไมใ่ หแ้ มลงสาบเขา้ สู่ตวั อาคาร -การมีมุง้ ลวดหรือตระแกรงป้ องกนั ไม่ใหแ้ มลงสาบเขา้ มา - ใชไ้ พเรธิน ฉีดพน่ ตามแนวผงั และพ้นื รอบผนงั นอกบา้ น [Date] 13

2. การควบคุมและกาจดั แมลงสาบภายในอาคารหรือที่พกั อาศยั เช่น การใชก้ าวดกั แมลงสาบ ใชย้ าฆ่า แมลง การซ่อมแซมรอยร่ัวของบา้ นเรือนเพื่อทาลายแหล่งท่ีอยขู่ องแมลงสาบ การเก็บส่ิงของหรืออาหารให้ มิดชิด - ใชก้ บั ดกั - ใชส้ ารเคมีพวกคาร์บาเมต ออกาโนฟอสเฟต - กาจดั ไขแ่ มลงสาบ โดยการเผาทิ้ง - ทาลายแหล่งอาหารของแมลงสาบ โดยการการกาจดั เศษอาหารลงในถงั ขยะปิ ดมิดชิด - ทาความสะอาดรางระบายน้าและหอ้ งส้วม - จดั เก็บอาหารที่ปรุงเสร็จแลว้ ใหม้ ิดชิด - อาหารที่รับประทานไมห่ มดไมค่ วรวางทิ้งไว้ หรือเก็บไม่มิดชิด 8.6 เหบ็ (Ticks ) ภาพที่10.11 ภาพวงจรชีวติ ของเห็บ เห็บเป็ นปรสิตชนิดใช้ปากดูดเลือดมนุษยแ์ ละสัตว์ อยู่ใน Class Arachnida มีลกั ษณะแตกต่างจาก แมลงคือ ลาตวั แบ่งออกเป็ น 2 ส่วน คือ ส่วนหัวและส่วนอกรวมกนั เป็ นส่วนเดียว เรียกว่า Cephalothorax และมีส่วนทอ้ งแยกจากกนั บางชนิดมีส่วนหัว ส่วนอก และส่วนทอ้ งติดกนั ไม่มีหนวด มีขา 4 คู่ รูปร่าง คอ่ นขา้ งกลม วงจรชีวติ ของเห็บ มี 3 ระยะ คือ ระยะเป็ นไข่ ระยะเป็ นตวั อ่อน และระยะเป็ นตวั แก่ กินเวลาประมาณ 2-3 ปี ข้ึนอยกู่ บั สภาพแวดลอ้ มท่ีมนั อยู่ เห็บทุกตวั ก่อนท่ีจะผสมพนั ธุ์กนั จะตอ้ งเกาะดูดเลือดโฮสตเ์ สียก่อน แลว้ จึงไปวางไข่ นอกโฮสต์ ส่วนใหญ่วางไข่บนดิน การวางไข่ของเห็บบางชนิดจะวางไข่ติดต่อกนั หลายสัปดาห์จนไข่หมด จะวางไข่ไดห้ ลายพนั ฟองโดยเฉพาะเห็บแขง็ เมื่อวางไข่หมดแลว้ ก็จะตาย ส่วนเห็บอ่อนจะวางไข่หลายคร้ัง ๆ ละประมาณ90-100 ฟอง ไขเ่ ห็บจะถูกเคลือบดว้ ยข้ีผ้งึ ป้ องกนั การระเหยของน้าและทาใหไ้ ข่เกาะกลุ่มกนั การควบคุมและป้ องกนั เหบ็ การควบคุมและป้ องกนั เห็บ ทาไดโ้ ดยการตดั วงจรชีวิตของมนั ไดแ้ ก่ การแยกโฮสตอ์ อกจากเห็บ การ [Date] 14

ทาความสะอาดคอกเล้ียงสัตว์ การทาลายวชั พืชในคอกสัตว์ การใชย้ าฆ่าแมลง เช่น ใช้ผงมาลาไทออน 4 % ทาความสะอาดเส้ือผา้ อยเู่ สมอ เป็นตน้ 8.7 หนู(Rat) ภาพที่10.12 ภาพหนูชนิดหน่ึง หนูเป็ นสัตวท์ ี่เล้ียงลูกดว้ ยนม อยใู่ น Oder Rodentia มีวงจรชีวติ 3-4 เดือน มีฟันแหลม 2 คู่ ซ่ึงฟันของ หนูจะมีการงอกอยตู่ ลอดเวลา หนูมีการแพร่พนั ธุ์อยา่ งรวดเร็ว ซ่ึงอายปุ ระมาณ 3-4 เดือนก็สามารถแพร่พนั ธุ์ ไดห้ นูเป็ นสัตวแ์ ทะที่ชอบออกหากินในเวลากลางคืน ซ่ึงหนูท่ีมีความสาคญั ตอ่ สุขภาพอนามยั ของมนุษยม์ ี 3 ชนิดคือ หนูนอรเวย์ หนูหลงั คา และหนูหริ่ง ซ่ึงหนูเป็ นสัตวท์ ่ีนาโรคมาสู่มนุษย์ เช่น กาฬโรค มูรีนไทฟัส Salmonellosis นาเช้ือโรค Leptospirosis ไขห้ นูกดั ( rat-bite fever ) นอกจากน้ียงั ปล่อยของเสีย ทาให้เป็ น แหล่งของพยาธิดว้ ย เป็นตน้ 1. หนูนอรเวย์ (Norway rat หรือ Rattus norvegicus ) เป็ นหนูท่ีมีขนาดใหญ่ มีจมูกป้ าน ส่วนหางยาวประมาณ 15-22 เซ็นติเมตร ลาตวั อว้ นมีน้าหนัก มากกวา่ หนูหลงั คา ตาและจมูกเล็ก มีขนหยาบสีน้าตาลปนเทา ส่วนทอ้ งสีเทาอาศยั ตามรูที่ขุดไวใ้ นดิน หรือ ช่องวา่ งตามผนงั และพ้ืน 2. หนูหลงั คา (Roof rat หรือ Rattus rattus ) บางทีเรียกหนูทอ้ งขาวเพราะมีขนสีขาวปนเทาหรือครีมใตท้ อ้ ง มีจมกู แหลม ตาและหูใหญก่ วา่ หนู นอรเวย์ ลาตวั เพรียว หางยาว 18.8 เซ็นติเมตร จะยาวกว่าส่วนหัวและลาตวั รวมกนั มกั อาศยั ตามช่องว่าง หลงั คาหรือเพดาน อาจทารังอยนู่ อกบา้ นตามใบไมใ้ บหญา้ 3. หนูหริ่ง (House mouse หรือ Mus musculus) เป็ นหนูท่ีมีขนาดเล็กท่ีสุด มีน้าหนักตวั ประมาณ 10-15 กรัม ส่วนหัวและลาตวั ยาวประมาณ 7.5 เซ็นติเมตร หางจะยาวกวา่ ส่วนหวั และลาตวั รวมกนั เล็กนอ้ ย ขนดา้ นหลงั มีสีเทาหรือสีเทาปนน้าตาล ขนส่วน ทอ้ งมีสีขาว [Date] 15

ภาพที่10.13 ภาพแสดงลกั ษณะหนูชนิดต่างๆ การควบคุมและป้ องกนั หนู 1. การควบคุมป้ องกนั หนูในบ้านพัก ไดแ้ ก่ การเก็บอาหารใหม้ ิดชิด เก็บมลู ฝอยท่ีเปี ยกในภาชนะที่ทน ตอ่ การกดั แทะของหนู เกบ็ ผา้ กระดาษ ในท่ีท่ีหนูไม่สามารถกดั แทะได้ อุดรูร่ัวผนงั ในท่ีพกั อาศยั เพื่อทาลาย ท่ีอยขู่ องหนู เป็ นตน้ นอกจากน้ีอาจมีการสร้างเคร่ืองกีดขวางทางเดินของหนูตามสายไฟในท่ีพกั อาศยั หรือ การติดต้งั มุง้ ลวดบา้ นพกั กส็ ามารถช่วยป้ องกนั หนูได้ 2. การควบคุมป้ องกันหนูในชุมชน ได้แก่ การออกกฎหมายหรือข้อบังคบั เพื่อให้ประชาชนได้ ตระหนักถึงการดูแลบ้านและสถานท่ีสาธารณะให้สะอาด สร้างเครื่องป้ องกันหนู ในโกดงั ร้านอาหาร โรงเรียนโรงพยาบาล เป็นตน้ 3.การกาจัด โดย -ใชย้ าฆ่าหนูในรูปของเหยอื่ ล่อ เช่น การใช้ แอนติโคแอกกลูแลนท์ ซึงเม่ือหนูกินเขา้ ไปเป็นระยะเวลา หลายวนั หนูก็จะตกเลือด และตายในท่ีสุด -การใช้ Red Squill เป็นสารเคมีที่สกดั จากหวั ของพืชตระกลู ลิลลี่ คือ Urginea martima ใชไ้ ดเ้ พียงคร้ัง เดียวและใช้ได้ผลกับหนูนอเวย์เท่าน้ัน และจะตายอย่างรวดเร็ว การใช้Sodium Fluoroacetate และ Fluoroacetamide ซ่ึงสารฆ่าหนูท้งั 2 ชนิดน้ีสามารถฆ่าหนูไดภ้ ายใน 2-3 ชว่ั โมงหลงั จากกินเขา้ ไป โดยสาร น้ีจะทาใหห้ วั ใจและระบบประสาทเกิดอมั พาต เป็นตน้ -ใชก้ รงดกั กบั ดกั -ใชค้ ลื่นเสียง [Date] 16

ภาพที่10.14 ภาพแสดงเครื่องไล่หนูชนิดใชค้ ล่ืนความถ่ี บรรณานุกรม Wikipedia: www.wikipedia.com US Centers for Disease Control: http://www.cdc.gov/ WHO. Public Health Significance of Urban Pests. WHO, Copenhagen, 2008. European Centre for Disease Prevention and Control: http://ecdc.europa.eu/ WHO. A global brief on vector-borne diseases. WHO, Geneva, 2014. [Date] 17

10.8 กิจกรรมสารวจ ควบคุม ป้ องกนั แมลงและสัตวน์ าโรคในท่ีพกั อาศยั กิจกรรมท่ี1. กิจกรรมการรณรงคก์ าจดั หนูในบา้ นพกั ,สถานที่ทาการ,สถานพยาบาล โดยการ -วางแผนการดาเนินงานโดยทาผงั ควบคุมกากบั งาน -อธิบายวธิ ีการกาจดั /ขบั ไล่/การจบั /ทาลายหนู/การใชเ้ คร่ืองมือ -ร่างคาพดู ท่ีจะใส่ในการทาป้ ายแจง้ เตือน กิจกรรมที่ 2. กิจกรรมการฝึกกาจดั การกาจดั ยงุ /ลูกน้ายงุ ในบา้ นพกั ,สถานท่ีทาการ,สถานพยาบาล -ดาเนินการสารวจจานวนภาชนะแหล่งน้าขงั ภายในบา้ นพกั ,สถานที่ทาการ,สถานพยาบาล -จดั เตรียมทรายอะเบท สาหรับใส่ในบา้ นพกั และหอ้ งน้า,สถานที่ทาการ,สถานพยาบาล -ติดตามประเมินผลจากสารวจลูกน้ายงุ ลายในบา้ นพกั และหอ้ งน้า,สถานที่ทาการ,สถานพยาบาล การตรวจสอบ อตั ราการพบยงุ คิดเป็นร้อยละ(HI) = % อตั ราการพบภาชนะร้อยละ(CI) = % อตั ราส่วนบา้ นต่อภาชนะร้อยละ(BI) = % กิจกรรมท่ี3. กิจกรรมการฝึกกาจดั การกาจดั แมลงวนั ในบา้ นพกั ,สถานที่ทาการ,สถานพยาบาล - ดาเนินการสารวจพ้นื ท่ีพบแมลงวนั และกาจดั - หนงั สือขอรับการสนบั สนุนในการจดั ซ้ือวสั ดุอุปกรณ์ในการดกั จบั แมลงวนั - ดาเนินการกาจดั แมลงวนั การตรวจสอบ อตั ราการพบแมลงวนั คิดเป็น ร้อยละ % [Date] 18

10.9แบบฝึกหดั บทท่ี 10 1.จงบอกวธิ ีการป้ องกนั และควบคุมสัตวน์ าโรคตอ่ ไปน้ีดว้ ยวธิ ีที่ไดผ้ ลและมีความปลอดภยั ต่อมนุษย์ ยงุ แมลงวนั แมลงสาบ เห็บ หนู นกพิราบ ปลวก [Date] 19


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook