Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทที่ 1 หลักแนวคิดและกระบวนการศึกษาและพัฒนาชุมชน

บทที่ 1 หลักแนวคิดและกระบวนการศึกษาและพัฒนาชุมชน

Published by dumrongsak3006, 2020-03-21 02:15:03

Description: บทที่ 1 หลักแนวคิดและกระบวนการศึกษาและพัฒนาชุมชน

Search

Read the Text Version

• เดินทวั่ ทง้ั ชมุ ชน • ดูดว้ ยตาตนเองทกุ บา้ น • เหน็ พ้นื ท่ที างกายภาพ • เขา้ ใจพ้นื ท่ที างสงั คม แผนท่นี งั่ โตะ๊ ใชอ้ า่ นหาตาแหน่งท่ตี ง้ั แผนท่เี ดนิ ดนิ ใชท้ าความเขา้ ใจสงั คม

แผนท่นี งั่ โตะ๊

แผนท่เี ดนิ ดนิ

ตวั อย่างการทาแผนท่เี ดนิ ดนิ





หลกั การสาคญั ทต่ี ้องจดจาในการทาแผนทเ่ี ดนิ ดนิ 1. เดนิ ให้ทว่ั ดูให้เห็นบ้านทุกหลงั ด้วยตาเราเอง 2. มองพนื้ ท่ีทางกายภาพ เห็นพนื้ ทที่ างสังคม 3. แผนทเ่ี ดนิ ดินทาไม่มวี นั เสร็จ 4. หาบ้านคนจน คนทุกข์ยาก คนพกิ ารและผู้ป่ วยให้พบ 5. แผนทเี่ ดนิ ดินใช้ทางานไม่ใช้ใช้ประดบั สานักงาน

ข้อแนะนา  ข้อมูลบางอย่างไม่สามารถสอบถามจากการสังเกตด้วยตาเพยี งอย่าง เดียว จาเป็ นต้องสอบถามเจ้าของบ้าน ญาติ เพอ่ื นบ้าน หรือบุคคลอนื่ ใน ชุมชนประกอบการพจิ ารณา  ข้อมูลบางอย่างไม่สามารถสอบถามเจ้าของบ้านได้โดยตรง เช่น บ้านบาง หลงั มีขนาดใหญ่ผดิ ปกติ เมื่อสอบถามถึงอาชีพของสมาชิกในครอบครัว อาจได้ข้อมูลไม่ชัดเจนเนื่องจากเกย่ี วข้องกบั การค้าขายยาเสพติดและสิ่ง ผดิ กฎหมาย หรือ บ้านบางหลงั มลี กั ษณะลกึ ลบั น่ากลวั เจ้าของบ้านเกบ็ ตัวเงียบไม่ยอมคุยกบั ใคร จาเป็ นต้องสอบถามคนในชุมชนเพม่ิ เตมิ หรือ อาศัยการสังเกตเพม่ิ เตมิ ด้วยตนเอง

2.ผงั เครอื ญาติ ประธาน เป็ นโรคเบาหวาน 2 กลมุ่ แม่บา้ น 1 12 34 ปรยี า ทางาน HIV HIV? 1 2 3 ไตห้ วนั DHF ก.ค. 44 = หญงิ แตง่ งาน หยา่ (42) = อายุ = ชาย # 11/2 = บา้ นเลขท่ี มี อยู่รว่ มกนั = ตาย 1 ลาดบลั ทกู ่ี 2 ไม่ถูกกนั





ปัญหาทพ่ี บในการทางานชุมชน ปัญหาทสี่ าคญั ทมี่ ักพบในการทางานกบั ชาวบ้านในชุมชน คอื การขาดทกั ษะในการสร้างความสัมพนั ธ์อนั ดกี บั คนในชุมชน หลายคนต้องประสบปัญหาว่าถงึ แม้จะลงไปทางานกบั ชุมชน เป็ นระยะเวลานาน แต่กย็ งั ไม่เกดิ ความรู้สึกคุ้นเคยเหมือนตนเอง เป็ นสมาชิกของชุมชนคนหน่งึ ผู้ให้บริการควรเป็ นสมาชิกของ ชุมชนทตี่ นบริการ เพราะจะทาให้เกดิ ความคุ้นเคยและรู้จกั ชุมชนในระดบั ลกึ ได้ดี จนรู้ว่าใครเป็ นใครในชุมชน มีบทบาท หน้าท่ี และมคี วามสัมพนั ธ์กบั คนในครอบครัว และอนื่ ๆ ใน ชุมชน

สัญลกั ษณ์ทใี่ ช้ในผงั เครือญาติ = สัญลกั ษณ์ผู้ให้ข้อมูล (ระบายสีทบึ ) = สัญลกั ษณ์แทนผู้หญิง = สัญลกั ษณ์แทนผ้ชู าย = สัญลกั ษณ์การแต่งงาน = สัญลกั ษณ์การตาย = สัญลกั ษณ์การหย่าร้าง = สัญลกั ษณ์คนป่ วย = สัญลกั ษณ์ขัดแย้งหรือมีปัญหากนั

12 = สัญลกั ษณ์การมภี รรยาสองคน (ตวั เลขแทนลาดบั ภรรยา) = สัญลกั ษณ์การมบี ุตร (ตัวเลขแสดงลาดบั บุตร)   12 3  = สัญลกั ษณ์แสดงสมาชิกทอ่ี าศัยในบ้านหลงั เดยี วกนั (เส้นประ) 12  123 1 3 5 4 2

ผงั เครือญาตจิ ะมปี ระโยชน์ต่อเม่ือลงไปทาความรู้จกั ตวั ตน ของคนจริง ๆ ในหมู่บ้าน คล้ายกบั เวลาดูภาพยนตร์ เราต้องทา ความรู้จกั ตวั ละครต่าง ๆ จงึ เกดิ ความสนุกและชวนตดิ ตามโดย การนาผงั เครือญาตมิ าประกอบกบั การทาแผนทีเ่ ดนิ ดนิ เมือ่ นา สองสิ่งนีม้ าบวกกนั จะทาให้คุยกบั ชาวบ้านรู้เร่ือง และทาให้ทราบ ว่าใครเป็ นใครในหมู่บ้าน ดงั น้ันผงั เครือญาตจิ งึ เป็ นเคร่ืองมือท่ี จะทาให้เราทางานกบั ชาวบ้านได้ดี “การทาแผนทเ่ี ดนิ ดนิ และผงั เครือญาติ เป็ นเคร่ืองมือทม่ี พี ลงั และ ก่อประโยชน์มาก จงึ ต้องทาเป็ นสิ่งแรก ๆ ในการเข้าศึกษา ชุมชน”

3.โครงสรา้ งองคก์ รชมุ ชน โครงสรา้ งคือระบบความสมั พนั ธ์ องคก์ รท่มี ีปฏบิ ตั ิการ/ผูน้ าทางการ/ไมเ่ ป็นทางการ

อเู ส็ง บงั ส้นั กลมุ่ สานเสอ่ื , ทากลว้ ยฉาบ กลุ่มผนู้ าทางการ บงั ทอง (อสม) จะนา ดารง (อสม) จะสาว มะเหนีย บงั โอบ (อบต.) ภรรยา มะสร้อย สาแหละ ผญบ. อสั รี บังดงึ๋ จะซ้อ ผงั โครงสรา้ ง นอ้ งชาย บงั สกั บงั หลน กอเฉม องคก์ รชมุ ชน กอดาด กลมุ่ ผูน้ าไม่เป็นทางการ ปะหยดี

สัญลกั ษณ์ทใ่ี ช้ในผงั โครงสร้างองค์กรชุมชน = ผู้ชาย = ผ้หู ญิง สามารถเพม่ิ จานวนเส้นเพอื่ เน้น = แสดงความสัมพนั ธ์ทดี่ ี นา้ หนักความใกล้ชิด หรือความ = แสดงความขัดแย้ง รุนแรงได้ตามลกั ษณะความสัมพนั ธ์ = แสดงความสัมพนั ธ์ในกลุ่มเดยี วกนั

หลกั การสาคญั ทต่ี ้องจดจาในการศึกษาโครงสร้างองค์กรชุมชน 1. มองโครงสร้างองค์กรชุมชน เห็นความสัมพนั ธ์ใน แง่มุมต่าง ๆ 2. รายช่ือองค์กรในกระดาษอาจเป็ นแค่ภาพลวงตา 3. ศึกษาศักยภาพองค์กร มองทป่ี ฏบิ ัตกิ าร (organization In action)

ข้อแนะนา  การเกบ็ ข้อมูลองค์กรต้องเกบ็ ข้อมูลท้งั องค์กรทเ่ี ป็ นทางการและไม่เป็ น ทางการ เน่ืองจากเป็ นองค์กรทเ่ี กดิ ขึน้ จากความสมัครใจ และต้องการมี ส่ วนร่ วมของชาวบ้ าน  ข้อมูลบางอย่างอาจมองเห็นไม่ชัดจากการพูดคุย จึงควรใช้การสังเกต ร่วมด้วย  ควรเกบ็ ข้อมูลในระดับทเี่ ป็ นปฏบิ ตั กิ ารองค์กร ให้ได้มากทสี่ ุด  การเข้าใจโครงสร้างองค์กรชุมชนต้องอาศัยระยะเวลาจึงไม่ควรเร่งรัด เขยี นผงั โครงสร้างองค์กรชุมชน แต่ควรเน้นทก่ี ารพูดคุย สังเกตและเข้า ร่วมกจิ กรรมต่าง ๆ ของชุมชนเพอื่ เรียนรู้ระบบความสัมพนั ธ์ของชุมชน ก่อน

4. ระบบสุขภาพชมุ ชน PSOEPCUTLOARR การดูแลตนเองของภาคประชาชน 80% การแพทยพ์ ้นื บา้ น การแพทยภ์ าควชิ าชีพ PROFESSIONAL FOLK SECTOR SECTOR พหลุ กั ษณ์ทางการแพทย์ ความหลากหลายของระบบสขุ ภาพ

ระบบการแพทยใ์ นชนบทไทย ทฤษฎธี าตุ อานาจเหนือธรรมชาติ โหราศาสตร์ ประสบการณ์

Mind Mapping ระบบสขุ ภาพชมุ ชน ปจั จยั เชิงลบ ปจั จยั เชิงบวก อกศุ ลาธรรมา กศุ ลาธรรมา ปจั จยั กลาง ๆ ไม่บวกไม่ลบ อพั ยากตาธรรมา

ปัญหาทพ่ี บในการทางานชุมชน เรามักจะเข้าใจหรือรับรู้กนั เพยี งแค่ว่าชาวบ้านพง่ึ ระบบสุขภาพและ เลอื กรักษากบั ระบบการแพทย์แผนปัจจุบนั เพยี งอย่างเดียว ซึ่งในสภาพ ความเป็ นจริงแล้วระบบการแพทย์แผนปัจจุบนั ไม่สามารถตอบสนอง ความต้องการของประชาชนได้ท้งั หมด คนในชุมชนยงั ต้องไปพงึ่ แหล่ง อนื่ ๆ อย่างหลากหลายโดยเฉพาะภูมปิ ัญญาท้องถ่ินและรูปแบบการดูแล รักษาตนเองแบบพนื้ บ้าน เพอื่ ทจ่ี ะรักษาตวั เองหรือรักษาญาตพิ นี่ ้องของ ตน ในชุมชนยงั มกี จิ กรรมสุขภาพต่าง ๆ เช่น การออกกาลงั กาย กล่มุ คน เฒ่าคนแก่ หรือกล่มุ กฬี า เป็ นต้น ทาให้การวางแผนด้านสาธารณสุขที่ ผ่านมามักมุ่งเน้นการรักษาโดยพง่ึ วธิ ีการสมัยใหม่เสียเป็ นส่วนใหญ่

ระบบสุขภาพชุมชน การทางานชุมชนและการให้บริการในระดบั ปฐมภูมิ จาเป็ นต้องเข้าใจกระบวนการเยยี วยารักษาโรคทม่ี อี ยู่ใน ชุมชน โดยต้องเข้าใจถงึ วธิ ีคดิ ทศั นคติ และความรู้สึก นึกคดิ ของชุมชนเกยี่ วกบั โรค หรือความเจบ็ ป่ วยต่าง ๆ ตลอดจนวธิ ีการรักษาโรคทมี่ อี ยู่อย่างหลากหลายในชุมชน

การทาความเข้าใจโลกสุขภาพของชาวบ้านอย่างง่าย ๆ เราอาจจะ แบ่งเป็ น 3 ระบบ ดงั นี้ ระบบการแพทย์ภาคประชาชน (Popular Sector) 1. ผ้ปู ่ วย 2. ครอบครัว 3. เครือข่ายสังคม 4. ชุมชน ระบบการแพทย์สมยั ใหม่ ระบบการแพทย์พนื้ บ้าน (Professional Sector) (Folk Sector)

5.ปฏทิ ินชมุ ชน เขา้ ใจวถิ ชี ีวติ คือรากฐานการทางานเชงิ รกุ

วถิ ชี ีวติ ปฏทิ ินเศรษฐกจิ •••ปฏปปทิ•ฏฏนิทิทิ ปชนินิ ฏีวอปติทิ ารคชนิ ะรีพกเอพจิตบกณ่าครงีปรรๆวมฏั ททบิ ใ่นี าตนั ่งาติชสสา่มุ งนังชคในมๆจ ปฏทิ ินวฒั นธรรม

ปัญหาทพี่ บในการทางานชุมชน ปัญหาทเี่ กดิ จากการทเี่ จ้าหน้าทย่ี ดึ เอาเวลาการทางานของระบบ ราชการเป็ นตัวต้ัง ทาให้หลายคร้ังการกาหนดเวลาของกจิ กรรมต่าง ๆ จะไม่สอดคล้องกบั วถิ ชี ีวติ ของชุมชน บางคร้ังไปถงึ ชุมชนแล้วเจอแต่คน แก่และเดก็ อยู่บ้าน หรือเจอชาวบ้านแต่ไม่ว่างคุยด้วยเพราะง่วงอยู่กบั การ ทางาน การลงไปเกบ็ ข้อมูลในชุมชนจึงไม่ได้อะไรคบื หน้า หรือไม่ สามารถดาเนินงานตามแผนการทางานทว่ี างเอาไว้ได้ การเรียนรู้วถิ ชี ีวติ ของชุมชนจะช่วยให้เรารู้จังหวะและวงจรการทางานของชาวบ้านและ ช่วยให้เราจดั ทาแผนงานโครงการให้สอดคล้องกบั วถิ ชี ีวติ ของชาวบ้าน เครื่องมือสาคญั ในการเรียนรู้จังหวะของชีวติ และวถิ ีชุมชนคอื การทา ปฏทิ นิ ชุมชน

เป้ าหมายสาคญั 1. สร้างความเข้าใจในวถิ ีชีวติ ของชาวบ้าน เคร่ืองมือนีจ้ ะทาให้เรารู่ว่าใน แต่ละรอบปี รอบเดอื น หรือในแต่ละวนั ชาวบ้านทาอะไร อย่างไร และ เมื่อไรบ้าง การเรียนรู้เกย่ี วกบั สิ่งเหล่านีจ้ ะช่วยให้เรารู้จงั หวะชีวติ 2. เป็ นจุดเริ่มต้นของการสร้างความสัมพนั ธ์ทดี่ กี บั ชุมชน เพราะการ รู้จกั จงั หวะและวถิ ชี ุมชนคอื การรู้จักกาลเทศะในชีวติ ชาวบ้าน เมื่อเรา เข้าหาชาวบ้านได้ถูกจังหวะชาวบ้านจะเกดิ ความรู้สึกทด่ี ีและมีความ ไว้วางใจต่อกนั มากขนึ้ 3. ช่วยให้การวางแผนงานชุมชนดขี นึ้ เพราะจะทาให้เราสามารถจดั ตารางการทางานทจี่ ะสอดคล้องกบั วถิ ีชีวติ ของชาวบ้านได้ ซึ่งจะ ส่ งผลระยะยาวให้ การทางานในระบบบริการสาธารณสุ ขมี ประสิทธิภาพและเข้าถงึ ประชาชนเพมิ่ ยง่ิ ขึน้ ด้วย

ตวั อย่างผงั ปฏิทนิ ชุมชน : หมู่บ้านดอยลุ้ย เดอื น ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. กจิ กรรมด้านเศรษฐกจิ 1. ปลูกมันอะลู (มนั ฝรั่ง) 2. หาหน่อไม้ 3. ปลกู ข้าวโพด 4. ปลูกกะหลา่ ปลี 5. ปลกู มะเขือเทศ 6. รับจ้างปักผ้าใยกญั ชง 7. ค้าขาย 8. แรงงานต่างด้าว (ทาเกษตรกรรม) 9. ขับรถโดยสาร 10. รับจ้างตมี ดี กจิ กรรมด้านวฒั นธรรม 1. ปี ใหม่ม้ง 2. พธิ ีกรรม : การทาผี 3. เซ่นไหว้ผบี รรพบุรุษ

ปฏิทนิ กจิ กรรม งานสุขภาพเชิงรุก • ย่างเข้าเดอื นหกลุงบุญมากลบั จากตดั • ไปเจาะเชื้อมาเลเรีย/สุขศึกษา อ้อยที่เมืองกาญจน์ • ให้ความรู้เร่ืองโรคเอดส์/การใช้ถุงยางอนามยั ป้ องกนั โรค • ชายหนุ่มในหมู่บ้านกลุ่มหน่ึงกลบั จากเป็ น • ระมดั ระวงั เตรียมพร้อมรับอบุ ัตเิ หตุ ลูกเรือประมงที่ภาคใต้ • ให้คาแนะนาลูกสาวให้จดั ลกู อมเพอื่ ป้ องกนั การขาดนา้ ตาลใน • วนั เข้าพรรษา (มีวยั รุ่นตกี นั ) เลอื ด/การดูแลเร่ืองอาหารการกนิ • ยายหนูหลาดเป็ นโรคเบาหวาน ต้องเดนิ ไป- • แนะนาวธิ ีการใช้สารเคมอี ย่างปลอดภยั /การดูแลรักษาผู้ป่ วยจาก กลบั เพอ่ื ทานาข้าวไร่ทบี่ นเขา วนั ละ 4 ช่ัวโมง พษิ ของสารเคมี • ชาวม้งใช้สารเคมีปลูกผกั มาก (มิ.ย.- ส.ค.) • ให้ความรู้เรื่องและเฝ้ าระวงั โรคระบาดทอ่ี าจจะมาจากแรงงาน • มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาในชุมชน เช่น พม่า/ อพยพ กะเหรี่ยง • ให้ความรู้เร่ืองการป้ องกนั เชือ้ ราที่เลบ็ มอื /ความสะอาด • ชาวประมงทมี่ อี าชีพทากะปิ • ก่อนไปให้ความรู้เกยี่ วกบั ไข้กาฬหลงั แอ่นเนื่องจากเป็ นโรคท่ี • ชาวมุสลมิ ท่ีเดนิ ไปร่วมพธิ ีเมกกะ (ท้ังก่อนไป แพร่ระบาดมากในแถบตะวนั ออกกลาง เมอ่ื กลบั มาแล้วกใ็ ห้มา ตรวจสุขภาพดูว่าตดิ เชื้อหรือไม่ และกลบั มา)

6.ประวตั ศิ าสตรช์ มุ ชน เศรษฐกจิ สงั คม การเมือง สาธารณสขุ

ผงั ประวตั ศิ าสตร์ชุมชน 6 ก่ อต้ งั หมู บ่ ้านราว ปี ก่ อน ป่ าไมฯ้ ประกาศเขตป่ าสงวน เร่ิ มมีพื ชเศรษฐกิ จ ? เลื อกต้ งั ผู ใ้ หญ่ บา้ น ไ ้ า ถนนเข้า ประทว้ ง ผญบ สร้าง สอ ในหมู ่บา้ น ? เจ้ าอาวาสเก่ ามรณภาพ ไดเ้ จ้ าอาวาสใหม่ น้ าท่ วม โรคระบาด เอดสร์ ายแรก แผนพัฒนา 2516 เริ่ มเจี ยรนัยพลอย ฉ ับบ ่ีท มี อบต

ปัญหาทพี่ บในการทางานชุมชน โดยทวั่ ไปเจ้าหน้าทส่ี าธารณสุขมกั ไม่สนใจประวตั ิศาสตร์ของชุมชน ทาให้ไม่ทราบถงึ ประสบการณ์ร่วมกนั ของชุมชนทม่ี สี ่วนกาหนดความรู้สึก นึกคดิ ของชาวบ้านได้ การมีข้อมูลเชิงประวตั ิศาสตร์จึงอาจทาให้เราเข้าใจ เหตุปัจจยั ต่าง ๆ ทท่ี าให้เกดิ ปรากฏการณ์ในชุมชนได้ดี นอกจากนีป้ ระวตั ศิ าสตร์ชุมชนยงั ช่วยให้เราเข้าใจความสัมพนั ธ์ของ สิ่งต่าง ๆ ในชุมชนได้ ชุมชนบางแห่งมีประวตั ิศาสตร์ทข่ี ัดแย้งและต้องต่อสู่ กบั อานาจรัฐ บางแห่งมปี ระสบการณ์ทเี่ จ็บปวดจากหน่วยงานราชการทที่ ี่ เคยมาทางานกบั ชุมชน เป็ นอปุ สรรคในการวางแผนทางานร่วมกบั ชุมชน เจ้าหน้าทจ่ี งึ ควรทาการศึกษาประวตั ิศาสตร์ชุมชน เพอื่ ให้รู้จักชุมชนมาก ยง่ิ ขนึ้ และถ้าได้ศึกษาประวตั ศิ าสตร์ชุมชนอย่างละเอยี ด ลกึ ซึ้งและตรงกบั ความเป็ นจริงแล้ว จะสามารถมองชุมชนอย่างเห็นความเปลย่ี นแปลง และ สามารถประเมินปัญหาของชุมชนจากประวตั ศิ าสตร์ชุมชนทเี่ ราศึกษาได้

ตวั อย่างผงั ประวตั ศิ าสตร์ชุมชน : หมู่บ้านเกาะน้อย ต้ังหมู่บ้าน เปลยี่ นแปลงการปกครอง ช่วงสงครามโลกคร้ังท่ี 2 แผนพฒั นา ศงก.ฉบับ 1 ยุคเร่ิมฟองสบู่ ยคุ ฟองสบู่แตก 2484 2488 2504 2520 2533 2540 2543 2454 2475 สินค้า เช่น เสื้อผ้า อาหาร ขาดแคลน รุนอวนก้งุ เคย ทากะปิ ขาย เริ่มรับจ้างตดั ไม้หลาวชะโอนทาโป๊ ะ 2515 เริ่มมอี วนรุนเข้ามาจบั ปลา 2460 รับจ้างตัดไม้โกงกาง,เผาถ่าน เร่ิมใช้เรือหางยาวทาประมงพนื้ บ้าน เลยี้ งป2ล5า3ใน8กระชัง หอยแมลงภู่ ทามะพร้าวแห้งขาย ปลกู มะพร้าวในครัวเรือน / ทานา้ ตาล ส่ งเสริมการปลูกยางพารา 2482 ต้งั โรงเรียนในหมู่บ้าน 2526 ปลกู มะม่วงหิมพานต์ขายเมลด็ ยคุ รุ่งเรืองของการขายทด่ี นิ สร้างมสั ยดิ หลงั ปัจจุบนั 252ก6่อต้งัสกรล้าง่มุ ถอนอนมเทขร้าัพหยม์ู่บ2้า5น42 ตดิ ต้ังโซลาเซลล์ + โทรศัพท์ 2541 2470 กานันเดช ชาญนา้ ดูแลหมู่บ้าน มผี ู้ใหญ่บ้านจา2ก5ก09ารแต่งต้งั 3 คน ผู้ใหญ่อ2สั 5ร3ี8สุภาพ มาจากการเลอื กต้ัง 2490 ไข้ทรพษิ ระบาด คนตาย 60 คน 2513 การเข้ามาให้บริการของแพทย์ พอสว. 2495 มกี ารปลูกฝี ป้ องกนั ไข้ทรพษิ คร้ังแรก คนในหมู่บ้านตายเพราะเอดส์ 2500 หน่วยปราบปรามมาเลเรียเข้ามา

ข้อแนะนา 1. ควรศึกษาประวตั ิศาสตร์ชุมชนจนเกดิ ความเข้าใจก่อนจึงทาผงั ประวตั ศิ าสตร์ชุมชน เพราะการมุ่งทาผงั ประวตั ศิ าสตร์ชุมชนต้งั แต่ แรกอาจทาให้มองข้ามรายละเอยี ดทสี่ าคญั ไป 2. อย่างเพงิ่ ด่วนสรุปเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชุมชน จนกว่าจะใช้เวลาศึกษา จนเกดิ ความความเข้าใจอย่างแท้จริง 3. การศึกษาประวตั ศิ าสตร์ชุมชนนอกจากสัมภาษณ์ผู้สูงอายุแล้ว อาจจะ ศึกษาข้อมูลได้จากสมุดบนั ทกึ หรือเอกสารอ้างองิ ต่าง ๆ ทม่ี อี ยู่ใน ชุมชน 4. การศึกษาประวตั ิศาสตร์ชุมชนไม่ควรมองหาแต่ข้อเทจ็ จริงทเี่ กดิ ขนึ้ แต่ควรทาความเข้าใจกบั ความคดิ ของคนในชุมชนต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ทีเ่ กดิ ขนึ้ ด้วย

7. ประวตั ชิ ีวติ คนจน คนทุกข์ คนป่ วย หมอบ้าน คนเฒ่าคนแก่ ผู้นาทางการ/ธรรมชาติ เรยี นรูค้ วามเป็นมนุษยจ์ ากชีวติ

ประวตั ชิ ีวติ การศึกษาประวตั ชิ ีวติ คอื เครื่องมอื ทท่ี าให้เห็นรายละเอยี ดชีวติ ของผู้คน สร้างความเข้าใจในเรื่องราวชีวติ ของชาวบ้าน และเกดิ มุมมอง ทม่ี มี ิติความเป็ นมนุษย์มากขนึ้ เมื่อไปศึกษาชีวติ ผู้คนอย่างละเอยี ดลกึ ซึ้ง แล้วเราจะได้เรียนรู้และเข้าอกเข้าใจชาวบ้านมากขึน้ การศึกษาประวตั ิ ชีวติ มคี วามสาคญั ตรงทที่ าให้เราเห็นความเป็ นมนุษย์ของคนอนื่ มาก ยง่ิ ขนึ้ ได้เห็นว่าเขากเ็ ป็ นคนเหมือนเรา มีความสุขกด็ ีใจ มีความทุกข์ก็ ร้องไห้ มชี ีวติ ทต่ี ้องดนิ้ รนต่อสู้ มคี วามล้มเหลว และมีความใฝ่ ฝันเป็ นสิ่ง หล่อเลยี้ งชีวติ ไม่ผดิ ไปจากเรา “ประวตั ิชีวติ ของบุคคลจงึ เป็ นยาถอนพษิ ทดี่ ขี องการมองคนไข้แบบเห็นแต่ไข้ไม่เห็นคน”

แนวทางการศึกษาประวตั ิชีวติ เป้ าหมายของการทาประวตั ชิ ีวติ อยู่ทก่ี ารเรียนรู้ความเป็ นมนุษย์ ไม่ใช่การรวบรวมประวตั ิบุคคลเพอ่ื เกบ็ ระบบเอกสารหรือรายงาน ราชการ จึงไม่ใช่ส่ิงทจี่ ะต้องต้ังเป้ าหมาย ทาให้ครบ หรือให้ครอบคลมุ ประชากรเป็ นจานวนร้อยละเท่าไร แต่ควรเน้นการทาประวัติชีวติ เพอ่ื ให้ เกดิ การเรียนรู้ จงึ อาจมุ่งไปทกี่ ล่มุ เป้ าหมายทสี่ าคญั 4 กลุ่ม คอื 1. คนจนและคนทุกข์คนยาก 2. คนป่ วย 3. คนเฒ่าคนแก่ 4. กลุ่มผู้นา

ตวั อย่าง : เส้นชีวติ ยายทองสุข จนั ทร์หอม • คิดอยากตายเพือ่ หนีปัญหา และความลาบาก แต่กห็ ่วงลกู ๆ • ยมิ้ และมีความสุข ขณะท่ีเล่าการทาคลอดลกู ๆ ท้งั 10 คนดว้ ยตนเอง 2480 ช่วงอายุ 10 ปี 20 ปี 30 ปี 40 ปี 50 ปี 60 ปี 65 ปี • จบ ป.4 • พ่อตาย • แต่งงานอายุ • สามไี ปทางาน • สร้างบ้าน • ขายทดี่ ินใช้หนี้ • สามตี าย • รับจ้างตัด • แม่แต่งงาน 22 ปี ต่างประเทศ ปี หนีธ้ นาคาร • ลูก ๆ เรียนจบ • ลูกชายคน อ้อยช่วย • ย้ายไปอยู่กบั 2515 ครอบครัว ใหม่ สามที ี่ •เปิ ดร้านขาย มงี านทา สุดท้องบวช • ขายของชา สุพรรณ ก๋วยเด๋ยี ว •ไปวดั ทุกวนั พระ • ลกู คนท่ี 5 ประสบอบุ ัติเหตุรถชน

ประโยชน์การนาไปใช้ การทาชีวประวัตจิ ะช่วยทาหน้าทเ่ี ป็ นสื่อและเป็ นเคร่ืองมอื ที่นาไป รู้จกั มติ คิ วามเป็ นมนุษย์ของชาวบ้าน และเป็ นเครื่องมือทสี่ ามารถทาได้ใน หลายโอกาส ไม่จาเป็ นต้องเข้าไปในหมู่บ้านเพยี งอย่างเดยี ว อาทเิ ช่น น่ัง คุยข้างเตยี งผู้ป่ วยทโ่ี รงพยาบาลหรือสถานีอนามยั เขียงลงบนกระดาษวนั ละนิดละหน่อย แล้วนาไปใส่ไว้ท้ายแฟ้ มครอบครัว (family folder) เพมิ่ เติมไปเร่ือย ๆ หากมเี วลากล็ องกลบั มาพลกิ อ่านดู แล้วเราจะเกดิ ความ เข้าใจและให้บริการเขาด้วยความรู้สึกอ่อนโยนมากขนึ้ การทาชีวประวตั ิ จะมีประโยชน์มากขึน้ หากในการประชุมวชิ าการของโรงพยาบาลมกี ารนา เร่ืองราวเกย่ี วกบั ชีวติ ผู้คน เช่น ชีวติ ของคนทุกข์คนยาก คนป่ วยเรื้อรัง มา อภปิ รายพูดคุยกนั บ้าง เพอ่ื ชีวติ ของผู้คนจะได้เข้ามาเป็ นส่วนหนึ่งของวถิ ี การดูแลผู้ป่ วย ไม่ใช่ประชุมวชิ าการแต่เฉพาะเทคนิคการรักษาพยาบาล เช่น วธิ ีการทาแผลหรือผ่าตดั เลก็ เท่าน้ัน

บทสรุป จะทางานต่อไปอย่างไร

Digital Camera & Telephone Humanized Rehabilitation for 94 Chronic illness

This is Idea for “CHANGE” เรื่องครอบครวั ชาวบา้ น คอื งานของเรา

เครื่องมอื ท้งั 7 ชิ้นไม่ใช่เคร่ืองมือสมบูรณ์แบบและตายตวั เราจึงไม่ ควรยดึ ติดกบั เครื่องมอื เหล่านี้ เพราะ หัวใจสาคญั คอื การเรียนรู้และการ สร้างสัมพนั ธภาพทดี่ กี บั ชุมชน เข้าใจมติ ิทางสังคมของความเจ็บป่ วย เข้าใจวถิ ชี ีวติ และวฒั นธรรมชุมชน การเข้าใจสิ่งเหล่านีจ้ ะเป็ นรากฐาน สาคญั ของการสร้างระบบบริการทม่ี หี ัวใจของความเป็ นมนุษย์ เคร่ืองมือทก่ี ล่าวมาเป็ นเพยี งตวั ช่วยทที่ าให้กระบวนการเรียนรู้มีความ สมบูรณ์และได้ผลมากขนึ้ เท่าน้ัน แต่การใช้เคร่ืองมอื ทุกชนิดกล็ ้วนแต่ ต้องอาศัย “การรู้เท่าทนั ” เคร่ืองมือเป็ นวจิ ารณญาณท้งั สิ้น เพราะ เครื่องมือทุกชนิดมีรากฐานมาจากวธิ ีคดิ หรือ อาจกล่าวได้ว่า เครื่องมือ คอื ผล ดอก ใบ ที่งอกงามออกจากส่วนของรากเหง้า หรือ ต้นตอทางความคดิ ซึ่งกค็ อื ปรัชญาและวิธีคดิ นั่นเอง

1. Rethink คอื การคดิ ใหม่ 2. Redesign คอื การนาเอาความคดิ ใหม่มาออกแบบระบบ 3. Retool คอื การสร้างเคร่ืองมือใหม่เพอ่ื ให้ระบบ สามารถทางานได้ตามแนวคดิ ใหม่ 4. Retrain คอื การฝึ กทกั ษะใหม่ทจ่ี ะทาให้ทุกส่วนของ ระบบงานมีทกั ษะทจ่ี ะใช้เคร่ืองมอื เพอ่ื ปฏบิ ัตภิ ารกจิ ให้บรรลผุ ลได้

นอกเหนือจากแนวความคดิ ใหม่ เครื่องมือใหม่และการรวมกล่มุ กนั เพอ่ื การเรียนรู้แล้ว การจดั การความรู้ทเี่ กดิ ขนึ้ จากการเรียนรู้ในชุมชนกม็ ี ความสาคญั ข้อมูลการใช้เครื่องมืออาจประมวลเป็ นระบบและรวบรวม ไว้เป็ น 2 ประเภท คอื 1. ระบบข้อมูลครอบครัว โดยจัดทาเป็ นแฟ้ มครอบครัว (Family Folder) 2. ระบบข้อมูลชุมชน โดยจัดเป็ นแฟ้ มชุมชน (Community Folder)

จดั ทาแฟ้ มครอบครัว (Family Folder) เป็ นแฟ้ มข้อมูลทส่ี ามารถดูภาพรวมได้ท้งั ครอบครัว เพอื่ ให้มองเห็น มติ ิของสุขภาวะในครอบครัวได้ครบถ้วน โดยอาจรวบรวมข้อมูล ต่อไปนีเ้ ข้าไว้ร่วมกบั Family Folder ในระบบงานบริการ ประกอบด้วย 1. แผนทข่ี องครอบครัว เขยี นแสดงทต่ี ้งั ของครอบครัวน้ัน ๆ ว่าต้ังอยู่ใน บริเวณใดของชุมชน และระบุไว้ด้วยว่าเครือข่ายทเ่ี ขาไปมาหาสู่อยู่บ่อย ๆ มีใครบ้าง 2. ผังเครือญาติของครอบครัว เช่น หากเรามีผงั เครือญาตขิ องปรียาอยู่ใน Family Folder เม่อื ปรียามาหาเรา เรากส็ ามารถเข้าใจบุคคลใน ครอบครัวของปรียาด้วย

3. ปฏทิ นิ ชีวิตของครอบครัว เช่น ครอบครัวนางช้อยมอี าชีพ 3 อาชีพ คอื เลยี้ งโคนม ทาไร่พริก และรับจ้างทางานหัตถกรรม พอเราทราบ ข้อมูลดังนี้ เรากส็ ามารถนามาเขยี นปฏิทนิ ของครอบครัวนีไ้ ด้แล้วว่ามี กจิ กรรมในชีวติ เป็ นอย่างไรในช่วงตลอดปี ช่วงไหนเลยี้ งววั ช่วงไหน ทาไร่ ช่วงไหนทางานหัตถกรรม เพราะบางอาชีพมีช่วงเวลาจากดั 4. ประวตั ิชีวิต ไม่จาเป็ นต้องเขยี นเป็ นรายละเอยี ดแบบนิยายชีวติ เพราะเวลาเราทางานจริงจะไม่มเี วลาเขียนอย่างน้ัน เราจดเป็ น ประเด็นสาคญั เป็ น bullet point เช่น แต่งานมาแล้ว 3 คร้ัง หย่า 2 คร้ัง ลกู ฆ่าตัวตายท้งั 2 คน ทาเฉพาะประเดน็ ทเี่ ราคดิ ว่าเป็ นเร่ือง จาเป็ นทเี่ ราต้องรู้ว่าเกดิ อะไรขึน้ ในชีวติ ของเขา เราควรบันทกึ ประเดน็ สาคญั เอาไว้ แล้วรวมเอาไว้ในแฟ้ มครอบครัว


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook