ทุ ก ล ม ห า ย ใ จ พระอาจารย์ส�ำ ราญ ธมฺมธโุ ร (หลวงพ่อกลว้ ย) เรียบเรยี งจากโอวาทธรรมยามเช้า ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๑ ณ ศาลาการเปรยี ญ วดั ปา่ ธรรมอทุ ยาน 2 : ทกุ ลมหายใจ
มีความสขุ กนั ทุกคน วันน้ีมีโอกาสได้เข้ามาวัด ได้เข้ามาท�ำบุญ ถวายทาน ทานให้หมดออกจากใจของเรา ทาน ความคิด ทานอารมณ์ ทานความเห็นแก่ตัว ทานความโลภ ความโกรธ เจริญสติเข้าไปคลาย ความหลง แยกรูปแยกนาม ตามดูรู้เห็นความ เป็นจริงทกุ เรือ่ งในชีวติ ตัง้ แตต่ น่ื ข้ึน พระธรรมเทศนา จากวดั ป่าธรรมอุทยาน : 3
กายหิวหรอื ใจอยาก พระเรา ชเี รา สามเณรพยายามพจิ ารณานะ กอ่ น ทจี่ ะขบจะฉนั ทา่ นใหป้ ฏสิ งั ขาโย ความอยากเปน็ อย่างไร ความหิวเป็นอย่างไร ใจเกิดความอยาก กายเกิดความหิว กายเกิดความหิว ท�ำให้ใจเกิด ความอยากพงุ่ แรง ในหลักธรรม ทั้งความอยากท้ังไม่อยากคือ ความเกดิ ความเกดิ ปดิ กนั้ ตวั เองเอาไว้ ความเกดิ คอื ความหลงอนั ละเอยี ด ถา้ ใจไมเ่ กดิ ใจกไ็ มห่ ลง ใจนห้ี ลงมาเกดิ ตง้ั แตย่ งั ไมไ่ ดเ้ กดิ หลงมาสรา้ งภพ มนษุ ย์ มาอยใู่ นภพมนษุ ย์ มาสรา้ งขนั ธ์ห้า แลว้ ก็ มาอาศัยขันธ์ห้าก้อนน้ีอยู่ แล้วก็เกิดต่อ เกิดต่อ แล้วก็กลับมาอยใู่ นกายก้อนนใ้ี หม่ 4 : ทกุ ลมหายใจ
ทาน ศีล ภาวนา ในหลักธรรมนั้น มีท้ังเกิดทางด้านรูปธรรมและ นามธรรม ทางด้านรูปธรรมนี้เกิดมาอยู่ในภพ มนุษย์ ทีนี้ความเกิดทางด้านจิตวิญญาณ ตั้งแต่ เช้ามาใจเกิดสักก่ีเร่ือง เหตุจากภายนอกท�ำให้ เกิด หรือเกิดข้ึนจากภายใน ความคิดที่เราไม่ได้ ตง้ั ใจคดิ หรอื อาการของขนั ธห์ า้ นนั้ มอี ยกู่ นั ทกุ คน ถ้าเราเจรญิ สติลงทกี่ ายให้ตอ่ เน่ือง เราก็จะเหน็ แตส่ ว่ นมากกไ็ มค่ อ่ ยจะสนใจกนั สนใจกนั เฉพาะ เร่ืองการท�ำบุญ ให้ทาน รักษาศีล อยู่ในระดับน้ี กันเยอะ เราต้องให้ครบหมดทุกองค์ประกอบ ท้ังทาน ท้ังศีล ทั้งการเจริญภาวนา การเดิน ปญั ญา การละกเิ ลส ตอ้ งใหค้ รบหมด เหมอื นกบั การขนึ้ บนบา้ น กต็ อ้ งอาศยั บนั ได อาศยั ราวบนั ได มาประกอบกันเข้า ข้ึนถึงตัวเรือน การขัดเกลา กิเลส กิเลสหยาบกม็ ี กเิ ลสละเอียดก็มี จิตหลอก จติ กม็ ี หลอกตวั เองกม็ ี หลอกคนอน่ื กม็ ี ทกุ อยา่ ง สารพดั อยา่ ง กเิ ลสมนั เลน่ งานเรา ทงั้ กเิ ลสหยาบ ท้งั กิเลสละเอียด พระธรรมเทศนา จากวัดป่าธรรมอทุ ยาน : 5
รูเ้ ทา่ ร้ทู ัน พระพุทธองค์ได้ค้นพบแนวทาง แล้วเอามา เปดิ เผยใหส้ ตั วโ์ ลก กค็ อื พวกเรานแ่ี หละ ไดป้ ฏบิ ตั ิ ตาม การเจรญิ สติเปน็ อยา่ งน้ี ก�ำลงั สตทิ ีต่ อ่ เนอ่ื ง เป็นอย่างน้ี การสังเกตการวิเคราะห์ใจของเรา เป็นอย่างนี้ ใจท่ีปกติเป็นลักษณะอย่างนี้ ใจที่ คลายออกจากขันธ์ห้า หรือว่าแยกรูปแยกนาม เป็นลักษณะอย่างนี้ การละกิเลส กิเลสหยาบ กิเลสละเอียดเป็นลักษณะอย่างน้ี มีเป็นช้ันเป็น ข้ันเป็นตอนอยู่ แต่พวกเราขาดการสนใจ เพียง แคก่ ารเจรญิ สตใิ หม้ ใี หเ้ กดิ ใหต้ อ่ เนอ่ื งใหเ้ ชอื่ มโยง กนั สักนาทสี องนาทีก็ยงั ยาก ทา่ นถงึ บอกใหส้ รา้ งสตใิ หเ้ ปน็ อตั โนมตั ิ กอ่ นทส่ี ติ จะเปน็ อตั โนมตั ิ กต็ อ้ งรทู้ นั รเู้ ทา่ รทู้ นั จนรทู้ นั ใจ เกดิ รทู้ นั ใจคลายออกจากขนั ธห์ า้ ใจหงายขนึ้ มา ตามเห็นการเกิด การดับของขันธ์ห้า เข้าใจใน เรื่องอัตตาอนัตตา เข้าใจในค�ำสอน ในความ หมายในค�ำสอนของพระพุทธองค์ อัตตาเป็น 6 : ทกุ ลมหายใจ
อย่างน้ี อนัตตาเป็นอย่างน้ี สมมุติเป็นอย่างน้ี วิมุตติเป็นอย่างน้ี ก�ำลังสติของเราก็จะพุ่งแรง ค้นคว้าตามดูรู้ทุกอย่างว่า ไม่มีอะไรเป็นสาระ แกน่ สารเลย มตี ้งั แตค่ วามวา่ ง ถ้าใจคลายออกจากขันธ์ห้า ใจก็ว่างจากขันธ์ห้า ถ้าใจไม่มีกิเลส เขาก็บริสุทธิ์ ใจไม่เกิด เขาก็น่ิง ที่ทา่ นบอกวา่ นพิ พาน พระธรรมเทศนา จากวัดป่าธรรมอุทยาน : 7
รูป้ ลอ่ ย ร้วู าง การเกดิ ของจติ ของวิญญาณ เขาเกิดอยู่ บางคน เขาเกิดเร็วไว บางคนเขาเกิดช้า พระพุทธองค์ ท่านเนน้ ตรงความเกิดของจติ วิญญาณ ถ้าไม่อยากจะเกิด ก็ต้องดับความเกิด กว่าเรา จะดบั ความเกิดได้นี่ เราตอ้ งสะสางกิเลสให้หมด ใจมันสะสมกิเลสความทะเยอทะยานอยาก ทั้งโลภทั้งโกรธ ทั้งยินดียินร้าย ท้ังผลักไสทั้งดึง เขา้ มา สารพัดอย่าง เขากไ็ มอ่ ยากจะปล่อยวาง งา่ ยๆ เพราะวา่ เขาหลงมานาน เขาเกดิ มานาน เขาหลงมาสรา้ งขนั ธห์ า้ ขนั ธห์ า้ นเี้ ปรยี บเสมอื น เพ่อื นของเขา กายของคนเรานี้มีอะไรบ้าง ท่านบอกว่ามีอยู่ ห้าก้อน มีอยู่ห้าขันธ์ ห้ากอง ห้าก้อนอยู่ในกาย ของเรา ทา่ นถงึ ใหเ้ จรญิ สตติ วั ใหมเ่ ขา้ ไปวเิ คราะห์ จนเอาก�ำลังสติปัญญาไปท�ำหน้าที่ ไปใช้การ ใช้งานได้ ไปช้ีเหตุชี้ผล เห็นเหตุเห็นผล ไม่ใช่ว่า ไปปลอ่ ยปละละเลย 8 : ทุกลมหายใจ
ท่านถึงบอกว่า ตนเป็นท่ีพ่ึงของตน ตนตัวแรก คอื ตวั สตทิ เ่ี ราสรา้ งขน้ึ มา ตนตวั ทสี่ องคอื ตวั ใจ แต่เวลาน้ีใจของเราขาดท่ีพ่ึง มันถึงหันไปพ่ึง อนั โน้นหันไปพึ่งอนั นี้ แม้แต่ความเกิด ถ้าไม่อยากจะเกิด ก็ต้องคลาย ความหลง ละกเิ ลสดบั ความเกดิ ใหห้ มดจดขณะที่ ยังมลี มหายใจ เอาขณะปัจจุบันน่แี หละ ขณะอยู่ ในภพมนุษย์นี่แหละ ช้ีให้เห็นเหตุเห็นผล ต้องรู้ ด้วยปัญญาเท่าน้ัน พระธรรมเทศนา จากวดั ป่าธรรมอุทยาน : 9
ส่คู วามบรสิ ุทธิ์ เราไปมองด้วยตาเน้ือมองไม่เห็น นอกจากตา ปญั ญาทเี่ ราสรา้ งขน้ึ มา เจรญิ สตขิ นึ้ มา เจรญิ สติ ให้ตอ่ เน่อื ง ให้เขม้ แข็ง เอาไปใช้การใช้งาน ชเ้ี หตุ ช้ีผล ขัดเกลากิเลสออกจากใจของเราให้เข้าสู่ ความบรสิ ุทธ์ิเหมอื นเดมิ เวลาน้ีใจมันเกิด กิเลสมันก็มีหลายช้ันอยู่จริงๆ ชั้นสมมตุ ิ ช้นั วมิ ตุ ติ ชั้นสมมตุ ิ ก็โลกธรรมแปด ทงั้ ปจั จยั สี่ มารวมกนั ทับถมดวงใจเอาไว้ กายเน้อื กท็ บั ถมปิดบงั ดวงใจ เอาไว้ กิเลสก็มาปิดบังดวงใจเอาไว้ กิเลสหยาบ กิเลสละเอียด ขันธ์หาก็มาปิดบังดวงใจเอาไว้ ความเกิดของใจกม็ าปดิ กนั้ ตวั ใจเอาไว้ หลายช้ัน หลายชน้ั จรงิ ๆ 10 : ทุกลมหายใจ
ถ้าบุคคลใดไม่มีความเพียรให้เป็นเลิศ ก็ยากท่ี จะเข้าถึง นอกจากบุคคลท่ีมีความเพียรเป็นเลิศ ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ ง ไมเ่ อาอะไรสกั อยา่ ง จากใจทส่ี รา้ ง สั่งสมมา คลายออกให้หมด จนไม่เหลืออะไร ทใ่ี จแลว้ จะเอาจะมจี ะเปน็ กเ็ ปน็ เรอื่ งของปญั ญา ท�ำหนา้ ทแี่ ทน ขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่ ยังสมมุติให้เกิด ประโยชน์ เรายมื โลกเขามาใช้ เรายมื สมมุติมาใช้ เขาเรยี กวา่ ดนิ น�ำ้ ลม ไฟ ในกายน่แี หละ ก็มีอยู่ แค่นี้ หมดลมหายใจ เขาก็กลับคืนสู่สภาพเดิม เรามาแกไ้ ขใจของเราใหไ้ ด้ ใชใ้ จของเราใหเ้ ปน็ ช้ีเหตุชี้ผล เห็นเหตุเห็นผล ทุกเรื่องตั้งแต่ตื่นข้ึน ไม่ใช่ว่าปลอ่ ยวันเวลาทิง้ พระธรรมเทศนา จากวดั ปา่ ธรรมอทุ ยาน : 11
รู้แจ้งเห็นจริง แนวทางนั้น พระพุทธองค์ท่านได้ค้นพบ เอามา เปดิ เผยตง้ั นาน ตง้ั หลายรอ้ ยหลายพนั ปี ทา่ นกไ็ ด้ ชแี้ นะแนวทาง ท�ำอยา่ งไรใจถงึ จะสะอาด ใจถงึ จะ บรสิ ทุ ธิ์ เรากป็ ฏบิ ตั ติ าม ท�ำตาม จนปรากฏขน้ึ ทใี่ จ ท่านถึงบอกใหเ้ ช่ือ ถ้าใจคลายจากขันธ์ห้า แยกรูปแยกนามได้ก็ เพยี งแคเ่ รม่ิ ตน้ เหน็ ความเหน็ ถกู ซงึ่ ทา่ นเรยี กวา่ “สมั มาทฐิ ”ิ ความเหน็ ถูก เหน็ ถูกตง้ั แต่ข้อแรก ตามดตู ามรตู้ ามเหน็ กจ็ ะถกู ไปทกุ เรอ่ื ง แลว้ กล็ ะ กเิ ลสออกใหม้ ันหมด แต่สว่ นมากก็ไม่คอ่ ยจะละ มีตง้ั แต่ส่งเสรมิ ใหม้ ีให้เกิด 12 : ทกุ ลมหายใจ
ทกุ ลมหายใจคือโอกาส คนเราน่เี สื่อมมาตงั้ แต่วนั เกดิ จากเดก็ เปน็ ผู้ใหญ่ เสอ่ื มขน้ึ บา้ งเสอื่ มลงบา้ ง ถงึ เวลากต็ อ้ งไป ไมร่ วู้ า่ จะไปวนั ไหน ใหเ้ ราพยายามสรา้ งคณุ งามความดี เอาไว้ ถ้าหมดลมหายใจ คนเรานี้ก็มแี ต่เรื่องบุญ กับเรอื่ งบาปเทา่ นัน้ แหละ สูงขึ้นไปก็สร้างบุญ ละบาป ไม่ยึดติดในบุญ ท�ำความเข้าใจของหลักอนัตตา รู้เห็นตามความ เปน็ จรงิ ไมต่ ้องกลับมาเกดิ ให้เป็นทกุ ข์ ก็ต้องพยายามขยันหมั่นเพียร อย่าไปปิดกั้น ตัวเองว่าไม่มีโอกาสไม่มีเวลา ตราบใดที่มี ลมหายใจอยู่ ทุกขณะจิตทุกขณะลมหายใจ เข้าออก เรามีโอกาสมีเวลา น่ันแหละคือ หลักธรรมของพระพทุ ธองค์ พระธรรมเทศนา จากวัดปา่ ธรรมอุทยาน : 13
ศาสนาของผรู้ ู้ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ทันสมัยท่ีสุดในโลก ท�ำไมถึงพูดอย่างนั้น ท่านให้ปฏิบัติให้ปรากฏให้ รู้ให้เห็นทุกขณะจิต ทุกขณะลมหายใจเข้าออก ลมหายใจเข้ามีความรู้สึกรับรู้อยู่ ลมหายใจออก มีความรู้สึกรับรู้อยู่ ทุกขณะจิต ทุกขณะลม หายใจเขา้ ออก นนั่ แหละปัจจบุ นั ธรรม ไมใ่ ชว่ า่ วนั นที้ งั้ วนั เดอื นนที้ งั้ เดอื น อนั นนั้ ปจั จบุ นั ทางโลก ปัจจุบันทางธรรมคือทุกขณะทุกเวลา ฝึกจนเป็นอตั โนมตั ใิ นการดใู นการรู้ ความรู้ตัวไม่มี สติไม่มี เราก็สร้างขึ้นมาให้มี เราก็รู้จักเอาไปใช้การใช้งาน ปรับระบบใจของ ตัวเรา คลายใจออกจากขันธ์ห้า สร้างความ เข้มแข็ง อ่อนน้อม อ่อนโยน ไม่หว่ันไหวต่อ ส่ิงตา่ งๆ พยายามท�ำกนั นะ 14 : ทกุ ลมหายใจ
อยา่ ท้อถอย ทั้งพระทั้งโยมท้ังชี ทุกคนก็มีกาย มีขันธ์ห้า เหมือนกันหมด จะถึงช้าหรือว่าถึงเร็ว เราก็ ต้องพยายาม ไม่เข้าใจวันนี้ ก็อาจเป็นวันพรุ่งน้ี ยิ่งไม่เข้าใจ เราก็ยิ่งพยายามเพิ่มความเพียร เพม่ิ ศรทั ธาความเชอื่ มน่ั เชอ่ื บญุ เชอ่ื บาปเชอ่ื กรรม เชื่อความตรสั รขู้ องพระพุทธองค์ ย่งิ บคุ คลใดมาเจริญสติ ใจคลายออกจากขันธ์หา้ แยกรูปแยกนาม ตามเห็นความเกิดความดับ เขา้ ใจในเรอื่ งหลกั ของอรยิ สจั เขา้ ใจในเรอื่ งอตั ตา อนตั ตา เขา้ ใจในเรอ่ื งสมมตุ วิ มิ ตุ ติ จะระลกึ นกึ ถงึ พระพทุ ธองคท์ นั ทวี า่ พระพทุ ธเจา้ มจี รงิ หากทา่ น ไมม่ จี รงิ หากทา่ นไมไ่ ดป้ ระกาศธรรม ชาวโลกคง ไม่ไดร้ ู้หลักอริยสจั หรอื ความจริงอันประเสรฐิ ใจทสี่ ง่ ไปภายนอกเปน็ ลกั ษณะอยา่ งน้ี แตเ่ วลานี้ ใจท้ังเกิด ความเกิดน่ันแหละคือความหลงอัน พระธรรมเทศนา จากวดั ป่าธรรมอทุ ยาน : 15
ละเอยี ด แลว้ กม็ ายดึ เอาขนั ธห์ า้ อกี แลว้ กเ็ กดิ ตอ่ เปน็ ทาสของกเิ ลสอกี หลายชน้ั จริงๆ แต่ก็อย่าไปท้อถอย ตราบใดท่ียังเกิดอยู่ ต้อง พยายามสรา้ งความเพยี ร ไมถ่ งึ วนั นี้ กถ็ งึ วนั พรงุ่ น้ี ไม่ถึงเดือนน้ี ก็ถึงเดือนหน้า ไม่ถึงจริงๆ ก็ไปต่อ เอาภพหน้า ไมอ่ ยากจะเกดิ กต็ ้องขัดเกลา ละกเิ ลสออกให้ มันหมด อยู่เหนือบุญเหนือบาป สร้างบุญ ไม่ ยึดติดในบุญ ยังประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ประโยชน์ใกล้ ประโยชนไ์ กล ประโยชน์ส่วนรวม ให้เต็มเปี่ยม 16 : ทุกลมหายใจ
เข้าถึงค�ำสอน มโี อกาส พวกเรากไ็ ดส้ รา้ งประโยชนก์ นั มากมาย หลวงพ่อก็พาท�ำพาสร้างอยู่ทุกอย่าง อะไรที่ จะเป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นอยู่ใกล้อยู่ไกล ประโยชนส์ มมุตปิ ระโยชน์วิมตุ ติ สว่ นกเิ ลส เราตอ้ งละเอา จะไปเทย่ี วใหค้ นอน่ื เขา ละให้ไม่ได้ เราต้องเจริญสติเป็นครูบาอาจารย์ คอยตรวจสอบใจของเรา คอยอบรมใจของเรา ดังท่ที ่านบอกว่า ตนเป็นทพ่ี ่งึ ของตน พระพุทธองค์ท่านสอนเรื่องอะไร เราก็ต้อง พยายามท�ำความเขา้ ใจใหเ้ ขา้ ถงึ ความหมายนน้ั ๆ ใจท่ีไม่เกิดเป็นอย่างน้ี ใจท่ีไม่มีกิเลสเป็นอย่างน้ี กายวิเวกเปน็ อยา่ งน้ี ใจวิเวกเปน็ อย่างน้ี ใจวเิ วก จากการเกิดจากกิเลสจากอารมณ์ ในหลักธรรม ทั้งความอยากทง้ั ไมอ่ ยากคอื ความเกิดทงั้ หมด พระธรรมเทศนา จากวดั ปา่ ธรรมอุทยาน : 17
ไมเ่ หลอื วสิ ัย น้อยคนนักท่ีจะด�ำเนินให้ถึงจุดหมายปลายทาง แต่ก็ไม่เหลือวิสัย ก็ต้องพยายามกัน ทุกเรื่อง ตั้งแต่ตื่นขึ้นมา รู้ตัวปุ๊บ รู้ใจปั๊บ รู้ลมหายใจเข้า ออกปบุ๊ จะท�ำโนน่ ท�ำน่ี จะกา้ วจะเดนิ จะเขา้ หอ้ ง ส้วมห้องน้�ำ ใจยังว่างยังโล่งยังโปร่งรับรู้อยู่ สติ ปัญญาพากายไป ใจรับรู้ ท�ำโน่นท�ำนี่ เราท�ำไป เพอ่ื อะไร เพอ่ื ใหเ้ กดิ ประโยชน์ กต็ อ้ งพยายามกนั เวลาจะขบ จะฉันก็เหมือนกัน กายหิวหรือว่าใจ เกิดความอยาก ความอยากกับความหิวน้ีมีอยู่ ตลอดเวลา ถ้าเรามาละความอยาก ดับความ อยากได้ ความหิวก็ยังปรากฏข้ึนที่กาย จะเอา จะมจี ะเป็น กด็ ้วยสตดิ ้วยปัญญา กต็ ้องพยายาม กันนะ 18 : ทุกลมหายใจ
พระธรรมเทศนาระหว่างน่ังสมาธิ ขอให้ทุกท่านจงเจริญสติ สร้างความรู้สึกรับรู้ สัมผัสถึงลมหายใจที่วิ่งเข้าว่ิงออกกระทบ อยู่ที่ปลายจมูกของเราให้ต่อเนื่องให้ชัดเจน นั่งตามสบาย วางกายให้สบาย แล้วก็วางใจ ให้สบาย ไม่ต้องประนมมือ ฟังไปด้วย น้อม ส�ำเหนียกไปด้วย พระธรรมเทศนา จากวัดป่าธรรมอทุ ยาน : 19
สติรกู้ าย ลองสูดลมหายใจเข้าไปยาวๆ ลกึ ๆ แล้วก็ผอ่ น ลมหายใจออกมายาวๆ สักสองสามเท่ียว ความนึกคิดปรุงแต่งที่เกิดจากใจก็จะสงบ ระงับลงไป ความคิดทจ่ี ะผดุ ข้ึนมาปรุงแตง่ ใจ กส็ งบระงบั ลงไป ความรสู้ กึ สมั ผสั ของลมหายใจ ทว่ี งิ่ เขา้ วง่ิ ออกกระทบปลายจมกู กจ็ ะชดั เจน การ สูดลมหายใจยาว ผ่อนลมหายใจยาวน้ี สัมผัส ของลมหายใจท่ีว่ิงเข้ากระทบปลายจมูกของเรา จะชัดเจน เพียงแค่เร่ืองการหายใจเข้าออก พวกเราก็ พยายามศึกษา พยายามสังเกตให้ชัดเจนให้รู้ เท่ารู้ทัน การหายใจท่ีเป็นธรรมชาติเป็นอย่างไร หายใจสน้ั เป็นอยา่ งไร หายใจยาวเปน็ อย่างไร ส่วนมากเวลาจะท�ำแล้วก็อึดอัด เราพยายามท�ำ บอ่ ยๆ หายใจธรรมชาตเิ ปน็ ลกั ษณะอยา่ งนี้ สมั ผสั ของลมหายใจที่วิ่งเข้ากระทบปลายจมูกเป็น 20 : ทุกลมหายใจ
ลักษณะอย่างนี้ ถ้าเรารู้ให้ต่อเนื่อง เขาเรียกว่า สมั ปชญั ญะ มคี วามรตู้ วั ทว่ั พรอ้ ม ถา้ กำ� ลงั สตขิ อง เราเข้มแขง็ เราก็จะร้ลู กึ ลงไป รู้การเกดิ ของใจ รู้การเกิดของขันธ์ห้า มันจะแยกกันอยู่คนละ ส่วน แต่อาศัยอยู่ในกายน้ีอยู่ เราก็ต้องพยายาม หัดท�ำความเขา้ ใจบ่อยๆ พระธรรมเทศนา จากวัดป่าธรรมอุทยาน : 21
เชอื กห้าเกลยี ว ใจเดิมแท้น้ันไม่เกิด แต่เขาหลงเขาถึงเกิด เขา หลงมาเกิดอยู่ในภพมนุษย์ พระพุทธองค์ท่าน ถึงให้จ�ำแนกแจกแจงว่า ในภพมนุษย์น้ีมีอะไร บ้าง มีวิญญาณเข้ามาครอบครอง กายประกอบ ข้ึนมาด้วยธาตุสี่ขันธ์ห้า ค�ำว่าวิญญาณในกาย เป็นอย่างไร หรือว่าตัวใจซ่ึงอาศัยอยู่ในกายนี้ เป็นอย่างไร ใจท่ีปราศจากกิเลสเป็นอย่างไร ใจ ทไ่ี มเ่ กดิ เปน็ อยา่ งไร เวลานใ้ี จทง้ั เกดิ ทง้ั หลงทงั้ ยดึ กวา่ เราจะมาขดั เกลาเอาออกแตล่ ะชนิ้ แตล่ ะชนั้ คือการสรา้ งบารมใี ห้มใี หเ้ กิดขึ้น ใจของเราเกิดความโลภ เราก็พยายามละความ โลภ ใจเกิดความโกรธ ก็พยายามละความโกรธ ด้วยการให้อภัย อโหสิกรรม ท�ำในสิ่งตรงกัน ข้ามกับกิเลส กิเลสเกดิ ขน้ึ ท่ีกาย ใจส่งเสริมหรือ ไม่ เหตจุ ากภายนอกท�ำใหใ้ จเกดิ หรอื วา่ เกดิ จาก ภายใน 22 : ทุกลมหายใจ
ค�ำว่าขันธ์ห้า ความคิดที่ไม่ได้ตั้งใจเป็นลักษณะ อย่างไร อะไรคือส่วนรูป อะไรคือส่วนนาม ทุก เร่อื งเราต้องศึกษาให้ละเอยี ด ในกายของเรามีอยหู่ า้ กอง ห้าขนั ธ์ ทท่ี ่านวา่ เป็น ขันธ์ เป็นกอง เป็นลักษณะอย่างไร เหมือนกับ เชอื กเสน้ ใหญ่ มองดดู ว้ ยตาเนอื้ กม็ องเหน็ เปน็ เชือกเส้นเดียว แต่เราวิเคราะห์ให้ละเอียดลึก ลงไป ในเชือกเส้นเดียวนั้น มีหลายเส้นหลาย เกลียว มีอยู่ห้าเกลียวรวมกันอยู่ กายของเราก็ เหมือนกัน กองวิญญาณ กองรูป กองนาม กอง ความคิด กองกุศล กองอกุศล มีหมดอยู่ในกาย ของเรา เราพยายามศกึ ษาใหล้ ะเอยี ด แลว้ กข็ ยนั หม่ันเพยี ร ทั้งสมมตุ ิทงั้ วิมุตติ พระธรรมเทศนา จากวัดปา่ ธรรมอุทยาน : 23
ทวนกระแสกเิ ลส ถ้าสมมุติเราไม่เพียงพอ สมมุติเราก็ล�ำบาก ท่านให้ขยันหมั่นเพียรท้ังภายนอกทั้งภายใน ท่านถึงบอกให้รอบรู้ในกองสังขาร ให้รอบรู้ใน ดวงวิญญาณ ให้รอบรู้ในปัจจัยส่ี ให้รอบรู้ใน โลกธรรม ในสิ่งที่เราเข้าไปยุ่งเก่ียว รู้เห็นตาม ความเปน็ จรงิ กวา่ จะปลอ่ ยจะวางได้ เราตอ้ งรจู้ กั จดุ ปลอ่ ยจุดวาง ก็ตอ้ งพยายามกันนะ ไมเ่ หลอื วสิ ยั อยา่ ไปปดิ กน้ั ตวั เราเองวา่ ไมม่ โี อกาส กิเลสเขาก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เหมือนกัน เขาก็ หาเหตุหาผลมาต่อสู้เหมือนกัน แต่ส่วนมากก็มี แต่จะแพต้ ามใจกิเลสเสียมากกว่า การฝึกหัดปฏิบัติธรรมช่วงใหม่ๆ น่ีจะเป็นการ ฝนื การทวนกระแสกเิ ลส ถา้ เราเขา้ ใจ แยกแยะ เดินปัญญาได้ ใจของเราก็จะตกกระแสธรรม จนกว่าจะเข้าถึงความบริสุทธิ์ หลดุ พน้ ดบั ความ เกดิ ไม่ตอ้ งกลบั มาเกิด ก็ตอ้ งพยายามกัน 24 : ทกุ ลมหายใจ
ขอฝากไว้ สร้างความรู้สึกรับรู้ให้ชัดเจนให้ต่อเนื่องให้เช่ือม โยง อยู่หลายคนก็เหมือนกับอยู่คนเดียว อยู่ คนเดียวขณะน้ี ก็ให้รู้ลมวิ่งเข้าว่ิงออกที่กระทบ ปลายจมูกของเราให้ชัดเจน เหมือนนายประตู ทวารทีค่ อยดคู อยรู้ รถคนั ไหนวงิ่ เขา้ กร็ ู้ รถคัน ไหนวิง่ ออกก็รู้ ต่อไปข้างหน้า ใจมันก่อตัวปุ๊บ ความรู้ตัวตรงน้ี ก็เข้าไปดูที่ใจ จัดการกับใจ มีความคิดที่เราไม่ ตง้ั ใจคดิ ผุดข้ึนมา ใจเคลือ่ นเขา้ ไปรวมไดอ้ ย่างไร ถ้าเราสังเกตทันตรงนั้นปุ๊บ ใจก็จะหงายออกมา กายกจ็ ะวา่ ง ใจก็จะเบา เรากจ็ ะเข้าใจในค�ำสอน ของพระพุทธองค์ ระลึกนึกถึงพระคุณของท่าน อยากจะตอบแทนคุณของท่านทันทีเลยทีเดียว ก็ตอ้ งพยายามกนั นะ ไหว้พระพร้อมๆ กัน ค่อยไปท�ำ สร้างความรู้ตัว ใหร้ ทู้ ุกอิรยิ าบถ พระธรรมเทศนา จากวัดป่าธรรมอทุ ยาน : 25
26 : ทกุ ลมหายใจ
Search
Read the Text Version
- 1 - 26
Pages: