เท่ากับไปฟังคอนเสิร์ต โดยเฉพาะเมื่อได้ร่วมเต้นกันเป็นพันๆ คน ดูโทรทัศน์ยังไงก็ไม่ให้ความรู้สึกเท่ากับการท่ีไปเป็น สว่ นหนงึ่ ของคอนเสริ ต์ คอนเสริ ต์ จงึ กลายเปน็ พธิ กี รรมอยา่ งหนง่ึ ที่ขาดไม่ไดข้ องศาสนาบริโภคนยิ ม แล้วสิ่งศักดิ์สิทธ์ิของบริโภคนิยมคืออะไร สมัยก่อน ส่ิงศักดิ์สิทธ์ิคือพระธาตุ สมัยนี้ต้องเป็นลายเซ็นดาราใช่ไหม ยิ่งเป็นดารานอกยิ่งศักดิ์สิทธ์ิใหญ่ เด๋ียวนี้แม้แต่กางเกงชั้นใน ของดาราฟุตบอลอย่างเบ็คแคมที่ยังไม่ได้ซัก ใครๆก็อยากได้ เวลาเขามาเมืองไทย หรือไปเมืองจีน เสื้อผ้าและข้าวของ เคร่ืองใช้ของเขาในโรงแรมมีคนแย่งกันประมูล ยอมจ่ายเงิน เป็นหมื่นเป็นแสน พวกน้ีให้ความรู้สึกทางจิตใจแก่คนรุ่นใหม่ ไมต่ า่ งจากทชี่ านหมาก หรอื น้�ำบว้ นปากของเกจอิ าจารยช์ อื่ ดงั มีค่าส�ำหรับคนเฒ่าคนแก่ ของใช้พวกนี้กลายเป็นส่ิงศักด์ิสิทธ์ิ ไปไดก้ เ็ พราะคนรนุ่ ใหมเ่ หน็ ดาราเหลา่ นไ้ี มต่ า่ งจากพระเจา้ พอ นักร้องดนตรีเอ็กซ์แจแปนฆ่าตัวตาย วัยรุ่นญ่ีปุ่นหลายคนก็ ฆ่าตวั ตายตาม เหมอื นกบั การพลีชีพเพ่อื พระเจ้า 100 พ ร ะ ไ พ ศ า ล วิ ส า โ ล
ท่ีทางของศาสนาในยุคบรโิ ภคนิยม มาถึงจุดน้ีแล้ว ค�ำถามมีอยู่ว่า แล้วศาสนาจะไปอยู่ ตรงไหน เราเคยเช่ือกันว่า ถ้าวัตถุนิยม หรือบริโภคนิยมมา ศาสนาหมด อาตมาก็เคยเชื่อเช่นน้ัน แต่หลังจากที่ได้ศึกษา ค้นคว้าและมีประสบการณ์ในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ชัก ไมค่ อ่ ยแนใ่ จแลว้ วา่ บรโิ ภคนยิ มมา ศาสนาจะหมด ยกตวั อยา่ ง ลาสเวกัส หลายคนคงนึกออกว่าเป็นแดนกาสิโน เป็นเมือง เ ป ลี่ ย น ใ จ 101
ประโลมโลกแทๆ้ เลย เตม็ ไปดว้ ยอบายมขุ ทกุ อยา่ งเทา่ ทจี่ ะมไี ด้ ในโลกน ้ี เชน่ การพนนั ซอ่ งโสเภณ ี เหลา้ แหลง่ บนั เทงิ เรงิ รมย์ จะหายากหน่อยก็คือยาเสพติด ปรากฏว่าเมืองนี้มีโบสถ์ถึง ๕๐๐ แห่ง แสดงว่าแหล่งอบายมุขกับโบสถ์อยู่ด้วยกันได้ ศาสนาไมห่ มด แตถ่ กู เลย้ี งไวเ้ พอ่ื รบั ใชบ้ รโิ ภคนยิ ม ลาสเวกสั ตอ้ งการโบสถไ์ ปทำ� ไม โบสถเ์ ปน็ ทตี่ อ้ งการมากในเมอื งนเี้ พราะ วา่ คนทมี่ าเทย่ี วจากทว่ั โลก เมอ่ื มาเลน่ การพนนั แลว้ มนั ตอ้ งมี บางคนทหี่ มดตวั หรอื ลม้ ละลาย คนพวกนเี้ วลาหมดตวั แลว้ ท�ำ อยา่ งไร หลายคนคดิ ฆา่ ตวั ตาย บางคนกอ็ ยากกอ่ อาชญากรรม เช่น ปล้นธนาคาร ตรงนี้แหละท่ีเป็นบทบาทของศาสนาใน ลาสเวกสั คอื ปลอบประโลมใจผคู้ นจะไดไ้ มค่ ดิ สน้ั หรอื ไมก่ ช็ ว่ ย ยับย้ังช่ังใจไม่ให้ไปปล้นใครเขา ถ้าอยากรวยก็ให้พยายาม ตอ่ ไป อยากเลน่ กไ็ มว่ า่ แตอ่ ยา่ ฆา่ กนั นะ บางทกี ท็ ำ� หนา้ ทเี่ ตอื นให้ เพลาๆหนอ่ ย อยา่ เลน่ แบบหนา้ มดื ตามวั นกึ ถงึ ครอบครวั บา้ ง อยา่ ใหค้ นอนื่ เดอื ดรอ้ น ศาสนากลายเปน็ ตวั รบั ใชบ้ รโิ ภคนยิ ม โดยท�ำให้ลาสเวกัสเป็นเมืองท่ีสงบสุข ไม่ค่อยมีอาชญากรรม พอไมม่ อี าชญากรรมคนทวั่ โลกกน็ ยิ มไปเทยี่ ว ไปเลน่ การพนนั หลายคนก็ไปแต่งงาน หรือฮันนีมูนกันที่นั่น ลองคิดดูว่าหาก ลาสเวกัสมีการฆ่าตัวตายไม่เว้นแต่ละวัน มีการปล้นจี้กัน เกลื่อนเมือง ใครจะไปเท่ียว อบายมุขที่นั่นจะเจริญเฟื่องฟูได้ อยา่ งไร ศาสนาทำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ ตวั เบรกหรอื เตอื นสตผิ คู้ น ทำ� ให ้ 102 พ ร ะ ไ พ ศ า ล วิ ส า โ ล
สงั คมสงบสขุ เพอื่ วา่ เราจะไดบ้ รโิ ภคกนั อยา่ งเตม็ ท ่ี นค่ี อื หนา้ ท่ี ของศาสนาในยคุ บริโภคนยิ ม เปน็ หน้าทีท่ จ่ี ำ� เปน็ ตอ้ งมีอยู่ อ า ต ม า เ ค ย ไ ป ญี่ ปุ ่ น ญ่ี ปุ ่ น เ ป ็ น ป ร ะ เ ท ศ บ ริ โ ภ ค นิ ย ม อย่างย่ิง แต่ปรากฏว่าศาสนาอยู่ได้ มีคนไปวัดเป็นประจ�ำ หลายวดั มคี นเขา้ ไปสวดมนตเ์ ยอะแยะ ถามวา่ เขามาสวดอะไร มาสวดขอพรจากสง่ิ ศกั ดสิ์ ทิ ธ ์ิ ศาสนาเปน็ ทที่ ใ่ี หค้ วามหวงั แกเ่ ขา วัดจ�ำนวนไม่น้อยเป็นท่ีท่ีให้ความหวังว่า คุณมีโอกาสรวย ถ้าคุณบวงสรวงอ้อนวอน ยิ่งอยากรวยมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้อง พ่ึงพาสิ่งศักด์ิสิทธ์ิมากเท่าน้ัน เพราะยุคน้ีมีความผันผวนมาก เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเฮงด้วย ในแง่น้ีศาสนาได้กลายเป็น ตัวสง่ เสรมิ บรโิ ภคนยิ มและวัตถุนยิ มไปแลว้ ในอกี ดา้ นหนงึ่ ศาสนากท็ ำ� หนา้ ทเี่ สรมิ สรา้ งภาพลกั ษณ์ หรือตัวตนให้ดูดีขึ้น เวลานี้ในอเมริกามีแฟช่ันใหม่ คือแฟชั่น สายประค�ำ สายประค�ำก�ำลังฮิตในอเมริกา นิตยสารไทม์เม่ือ เรว็ ๆน ี้ ลงภาพมาดอนนา่ รชิ ารด์ เกยี ร ์ รคิ ก ้ี มารต์ นิ สวมสาย ประคำ� กนั ดเู หมอื นจะเปน็ สายประคำ� แบบพทุ ธมหายานหรอื ธิเบตด้วยซ�้ำ อีกไม่นานวัยรุ่นทั่วโลกก็คงจะสวมสายประค�ำ ตามอย่างดาราดังๆเหล่านั้น เดี๋ยวนี้พุทธศาสนาก�ำลังเป็นท่ี นิยมในอเมริกา มีดาราฮอลลีวู้ดหลายคนหันมานับถือพุทธ เ ป ล่ี ย น ใ จ 103
ศาสนา ใครท่ีชอบท�ำสมาธิภาวนาก็ซ้ือสายประค�ำแบบธิเบต มาใส ่ และมคี วามเชอ่ื วา่ สายประคำ� แตล่ ะอยา่ งมพี ลงั บางอยา่ ง เ ช ่ น สี เ ขี ย ว ใ ส ่ แ ล ้ ว ก า ร ง า น จ ะ ส� ำ เ ร็ จ สี ม ่ ว ง ใ ส ่ แ ล ้ ว ฉ ล า ด สีน�้ำตาลใส่แล้วบรรลุธรรมไดง้ า่ ย ตรงนี้คงเป็นค�ำตอบได้ว่าศาสนาในยุคบริโภคนิยมจะ เป็นอย่างไร ศาสนาจะไม่สูญ แต่จะกลมกลืนกับบริโภคนิยม นพี่ ดู ถงึ ศาสนาสว่ นใหญจ่ ะกลมกลนื กบั บรโิ ภคนยิ ม โดยมกี าร ปรบั เปลย่ี นหลกั ธรรม หรอื เปลยี่ นจดุ เนน้ เพอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั บริโภคนิยม พูดง่ายๆคือจะเป็น “ร่างทรงของบริโภคนิยม” กนั มากขน้ึ แมไ้ มต่ อ้ งพดู ถงึ ธรรมกายเลยกไ็ ด ้ มอี กี หลายส�ำนกั เลยที่กลายเป็นร่างทรงของบริโภคนิยมไปแล้ว คือมีพระเป็น ผปู้ ระกอบพธิ กี รรม แตว่ า่ ทง้ั หมดนลี้ ว้ นตอบสนองบรโิ ภคนยิ ม คือสนองความต้องการอยากรำ่� รวย มีโชค ขณะเดยี วกนั ก็เอา บุญหรือสัญลักษณ์ทางศาสนามาขาย เรื่องลดละกิเลสหรือ ความเห็นแก่ตัวเป็นอันเก็บไว้ก่อน ย่ิงนิพพานด้วยแล้วลืมไป ได้เลย 104 พ ร ะ ไ พ ศ า ล วิ ส า โ ล
น้ีคือส่ิงที่ก�ำลังจะเกิดกับพุทธศาสนาในเมืองไทย พุทธ ศาสนาก�ำลังจะกลายเป็นร่างทรงของบริโภคนิยมมากขึ้น อย่าลืมว่าบริโภคนิยมตัวมันเองก็เป็นศาสนาอย่างหน่ึง จึงเป็นไปไม่ได้ที่คนจะถือลัทธิบริโภคนิยมและสมาทาน พุทธศาสนาไปในเวลาเดียวกัน ลัทธิบริโภคนิยมเวลาน้ีไม่ได้ เปน็ แคไ่ ลฟส์ ไตล ์ หรอื รปู แบบการดำ� เนนิ ชวี ติ มนั ไมใ่ ชง่ านอดเิ รก เหมอื นกบั การไปดนู กตกปลา เดนิ ปา่ หรอื ปน่ั จกั รยานเสอื ภเู ขา งานอดเิ รกอยา่ งนนั้ เราสามารถทำ� ไปพรอ้ มๆ ในขณะทย่ี ังเป็น พทุ ธอยไู่ ด ้ คณุ ยงั เปน็ พทุ ธอยไู่ ดพ้ รอ้ มๆกบั ทย่ี งั ชอบเกบ็ ของเกา่ อย ู่ แตค่ ณุ ทำ� อยา่ งนน้ั กบั บรโิ ภคนยิ มไมไ่ ด ้ เพราะบรโิ ภคนยิ ม มนั เปน็ ศาสนาหนง่ึ ไปแลว้ ถา้ คณุ สมาทานศาสนาบรโิ ภคนยิ ม อยา่ งเตม็ ตวั แลว้ คณุ จะเปน็ พทุ ธไมไ่ ดเ้ ลย และถา้ เปน็ พทุ ธ แล้วจะฝกั ใฝ่บริโภคนยิ มอยา่ งเต็มตวั ก็ไม่ได้ เ ป ลี่ ย น ใ จ 105
อยู่อย่างพุทธในยคุ บรโิ ภคนิยม อาตมามองลัทธิบริโภคนิยมเวลานี้คล้ายๆกับลัทธิผี ในสมยั กอ่ น โดยหลกั การสำ� คญั แลว้ ผกี บั พทุ ธไปดว้ ยกนั ไมไ่ ด้ แต่พุทธศาสนาเมื่อแพร่เข้ามาในเมืองไทยครั้งแรกน้ัน ต้อง เจอกับลัทธิผีซึ่งแพร่หลายมาก่อนแล้ว ทีนี้พุทธศาสนาจะ ท�ำอย่างไร ท่าทีของพุทธศาสนาคือไม่ต่อต้านหรือปฏิเสธ ลัทธิผี แต่พยายามกลมกลืนกับลัทธิผี โดยเอาความเชื่อเรื่อง 106 พ ร ะ ไ พ ศ า ล วิ ส า โ ล
ไสยศาสตร์บางอย่างมาใช้ เอาผีบางตัว หรือส่ิงศักด์ิสิทธิ์ บางอย่างในลัทธิผี เข้ามาเป็นส่วนหน่ึงของพุทธศาสนา เช่น เ อ า น า ค ห รื อ เ จ ้ า พ ่ อ เ จ ้ า แ ม ่ ทั้ ง ห ล า ย เ ข ้ า ม า เ ป ็ น ผู ้ พิ ทั ก ษ ์ พทุ ธศาสนาเชน่ เดยี วกบั พระอนิ ทรซ์ ง่ึ มาจากคตพิ ราหมณ ์ กถ็ กู กลนื เขา้ มาเปน็ พระอนิ ทรแ์ บบพทุ ธ เปน็ ผพู้ ทิ กั ษค์ วามด ี เวลา คนดีเดือดร้อนพระอินทร์ก็จะร้อนอาสน์ และต้องลงมาช่วย คนดี นเี่ ป็นคติพทุ ธทเี่ อาเทวดาแบบพราหมณ์มารบั ใช้ธรรมะ อาตมาคิดว่าพุทธศาสนาเวลาน้ีก็มีสภาพบางอย่าง คล้ายๆกับสมัยก่อน ตอนท่ีมาเจอลัทธิผีใหม่ๆในดินแดน แถบน ี้ ตอนนพี้ ดู ไดว้ า่ พทุ ธศาสนาเปน็ ศาสนาของคนสว่ นนอ้ ย ศาสนาของคนสว่ นใหญใ่ นเมืองไทยตอนนี้คือบริโภคนิยม เรา อาจจะบอกว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจ�ำชาติก็ได้ แต่ เหนอื ฟา้ ยงั มฟี า้ เหนอื พทุ ธศาสนายงั มบี รโิ ภคนยิ ม เวลานล้ี ทั ธิ บรโิ ภคนยิ มไดค้ รอบพทุ ธศาสนาเปน็ สว่ นใหญ ่ จนเรยี กไดว้ า่ บริโภคนิยมเป็นศาสนาประจ�ำชาติที่แท้จริงไปแล้ว ไม่เชื่อ กล็ องเปรยี บเทยี บจ�ำนวนสถานเรงิ รมยก์ บั จ�ำนวนวดั อยา่ งใน จงั หวดั นครศรธี รรมราช มผี บั บาร ์ คาราโอเกะ และซอ่ งเกอื บ ๑,๓๐๐ แห่ง ขณะท่ีวัดมีไม่ถึง ๕๒๐ วัด ย่ิงจ�ำนวนโสเภณี ท่ัวประเทศดว้ ยแลว้ มีเกอื บสิบเท่าของจำ� นวนพระ เ ป ล่ี ย น ใ จ 107
ในเม่ือศาสนาบริโภคนิยมเป็นศาสนาคู่แข่งกับพุทธ ศาสนาแลว้ เราจะมที า่ ทอี ยา่ งไรกบั บรโิ ภคนยิ ม เราคงปฏเิ สธ บริโภคนิยมอย่างเด็ดขาดไม่ได้ เราต้องเกี่ยวข้องกับบริโภค นิยมอย่างปฏิเสธไม่ได้ ปัญหามีอยู่ว่า แล้วเราจะเก่ียวข้องกับ บริโภคนิยมอยา่ งไร ถึงจะถูกตอ้ งเหมาะสม เมอื่ พดู ถงึ วถิ พี ทุ ธในยคุ บรโิ ภคนยิ ม อาตมาคดิ วา่ มอี ย่ ู สามระดบั คอื วถิ พี ทุ ธระดบั บคุ คล และวถิ พี ทุ ธในระดบั สงั คม กบั วถิ พี ทุ ธในเชงิ ธรรมะและสถาบนั เมอ่ื เราตระหนกั วา่ บรโิ ภค นิยมกับพุทธศาสนามันไปด้วยกันไม่ได้ในแง่หลักการ ขณะ เดียวกันเราก็ปฏิเสธบริโภคนิยมไม่ได้ เพราะมันคือความจริง ของสงั คมไทยเวลาน ี้ ในทางปฏบิ ตั ิ คงมคี นจำ� นวนนอ้ ยเทา่ นน้ั ท่ีปฏิเสธบริโภคนิยมได้ อาจมีคนบางคนหรือพระบางรูป เท่าน้ันท่ีท�ำได้ อย่างพระป่า หรือคนท่ีเป็นแกนกลางของ สันติอโศกคงท�ำเช่นนี้ได้ แต่คนอย่างน้ีจะมีน้อย คนส่วนใหญ่ จะต้องเก่ียวข้องกับบริโภคนิยม อย่างน้อยคุณต้องใช้เงินซ้ือ อาหารและของใช ้ ตอ้ งดโู ทรทศั น ์ หรอื เจอโฆษณาทก่ี ระตนุ้ ให้ คณุ บริโภคตลอดเวลา ในเมื่อเราหรือคนส่วนใหญ่ต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลาง กระแสบริโภคนิยม เราจะรักษาความเป็นพุทธไว้ได้อย่างไร 108 พ ร ะ ไ พ ศ า ล วิ ส า โ ล
และเราจะมหี ลกั การในการเกยี่ วขอ้ งกบั บรโิ ภคนยิ มอยา่ งไร หลักการที่คิดว่าส�ำคัญคือ สันโดษ และหลักการอื่นๆท่ี เชอ่ื มโยงกนั เชน่ เรอื่ งอสิ รภาพ การพงึ่ ตน การฝกึ ตน อสิ รภาพ ในที่นี้หมายถึงอิสรภาพทางจิตวิญญาณ พึ่งตนและฝึกฝนตน คือเร่ืองไตรสิกขา อาตมาเช่ือว่าเราต้องจับหลักการน้ีให้ได้ ถา้ จะอยอู่ ยา่ งพทุ ธ เราตอ้ งยดึ หลกั ตรงนไี้ วใ้ หม้ น่ั คง คราวนเี้ รา ต้องมาดูว่า ถ้ายึดหลักดังกล่าวเอาไว้ เราจะฝึกฝนตนอย่างไร ถึงจะเจริญก้าวหน้า ถึงจะไม่ถูกบริโภคนิยมครอบง�ำ อาตมา คดิ วา่ คงตอ้ งซอยออกมาสามสว่ น คอื ศลี สมาธ ิ และปญั ญา ศีล เป็นเรื่องเก่ียวกับพฤติกรรม อาตมาคิดว่าล�ำพัง ศลี หา้ คงไมพ่ อทจี่ ะทำ� ใหเ้ ราเผชญิ หนา้ กบั บรโิ ภคนยิ มได ้ ศลี หา้ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดปด ไมพ่ ดู จาสอ่ เสยี ด ไมด่ ม่ื นำ้� เมา อาจมศี ลี ขอ้ สามและขอ้ สดุ ทา้ ยท่ี กันเราไม่ให้ไปยุ่งเก่ียวกับอบายมุข ซึ่งก�ำลังเต็มบ้านเต็มเมือง แต่ว่าเท่าน้ียังไม่พอ อาตมาคิดว่า ที่ผ่านมาเราไปยึดติดกับ ศลี หา้ มากเกนิ ไป แลว้ คดิ วา่ เพยี งศลี หา้ เทา่ นน้ั กพ็ อ ทจ่ี รงิ ใน สมยั พทุ ธกาลใหค้ วามสำ� คญั กบั “กศุ ลกรรมบถสบิ ” มากกวา่ ศีลห้าด้วยซ�้ำ กุศลกรรมบถสิบครอบคลุมศีลสี่ข้อแรก และ รวมถงึ การวางจติ ใจใหถ้ กู ตอ้ ง คอื ไมค่ ดิ เอาของเขา หรอื ไมโ่ ลภ น่ันเอง แล้วก็ไม่มีจิตพยาบาท คือไม่โกรธ และท่ีส�ำคัญคือมี เ ป ลี่ ย น ใ จ 109
ความเหน็ ทถ่ี กู ตอ้ ง เปน็ สมั มาทฏิ ฐ ิ จะเหน็ วา่ กศุ ลกรรมบถสบิ กวา้ งขวางและลุ่มลึกกวา่ ศลี หา้ มาก อาตมาคดิ วา่ ถงึ เวลานเี้ ราจำ� ตอ้ งมวี ตั รปฏบิ ตั ทิ เ่ี ขม้ งวด ท่ีจะช่วยให้เราต้านทานกับแรงดึงดูดของบริโภคนิยมได้ อาตมายอมรับว่าบริโภคนิยมมีแรงดึงดูดมาก มันมีเสน่ห์ ท่ีดงึ ดดู ใจผู้คนมาก เสนห่ ข์ องบรโิ ภคนิยมมีอยู่สี่ประการคอื เสรภี าพ ความหลากหลาย ความสะดวก หรอื ความเพลดิ เพลิน อำ� นาจ หรือสถานภาพ ประการแรก บรโิ ภคนยิ มทำ� ใหเ้ ราเชอื่ วา่ เรามเี สรภี าพ มากมายที่จะซ้ือหาอะไรก็ได้ จะเสพอะไรก็ได้ จะมีไลฟ์สไตล์ แบบไหนก็ได้ บริโภคนิยมให้เสรีภาพมากมายจนเรารู้สึกว่า เรามีอ�ำนาจ แต่เสรภี าพทีว่ ่าเปน็ เสรีภาพลวงตา เป็นเสรีภาพ ทอี่ ยใู่ นขอบเขตจำ� กดั เสรภี าพในยคุ บรโิ ภคนยิ ม คอื เสรภี าพที่ จะเลอื กซอื้ ยาสฟี นั ยห่ี อ้ ใดยห่ี อ้ หนงึ่ กไ็ ดใ้ นจ�ำนวนสองรอ้ ยยหี่ อ้ 110 พ ร ะ ไ พ ศ า ล วิ ส า โ ล
ทมี่ ขี ายแตถ่ า้ คณุ ไมใ่ ชย้ าสฟี นั คณุ สามารถหา หรอื ทำ� ยาสฟี นั แบบอื่นมาใช้แทนได้หรือไม่ บริโภคนิยมท�ำให้เราคิดว่าเรามี เสรภี าพในการเดนิ ทาง จะไปไหนมาไหนกไ็ ดใ้ นเมอื งไทย หรอื ในโลก แตถ่ ามวา่ ถา้ คณุ ไมใ่ ชร้ ถ คณุ จะใชเ้ กวยี นไดใ้ นกรงุ เทพฯ คุณไมส่ ามารถทำ� เชน่ นน้ั ได ้ นนั่ เปน็ เสรภี าพแบบจำ� กดั แตค่ น คดิ วา่ เป็นเสรีภาพจริง ประการทสี่ อง คอื ความหลากหลาย ความหลากหลาย ท�ำให้เรารู้สึกว่าท�ำอะไรก็ได้ คนสมัยนี้ต้องการความหลาก หลาย อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ท�ำให้เรารู้สึกว่ามีเสรีภาพ จะฟัง ดนตรีแบบไหนก็มีให้เลือกฟังได้มากมาย ไม่ว่าลูกทุ่ง ลูกกรุง แจ๊ซ ป๊อป พังค์ เฮฟว่ี เรกเก้ ท้ังหมดนี้เกิดขึ้นได้ตราบใดที่มี คนพร้อมจะจ่ายเงินซื้อเทป หรือตั๋วเข้าชม แต่ถ้าไม่มีเงินก็ หมดสทิ ธิ จะเล่นเองกเ็ ล่นไม่เปน็ เสยี แลว้ ป ร ะ ก า ร ที่ ส า ม คื อ ค ว า ม ส ะ ด ว ก ส บ า ย แ ล ะ ค ว า ม เพลิดเพลิน บริโภคนิยมทำ� ให้เรารู้สึกว่าชีวิตนี้มีความสะดวก สบายมากขึ้น แต่เราไม่ค่อยได้คิดว่าเราต้องสูญเสียอะไร ไปบ้าง เพ่ือแลกกับความสะดวกสบาย รถยนต์ท�ำให้เรา เดินทางได้สะดวกข้ึน แต่กลับท�ำให้เราต้องมีเวลาว่างน้อยลง เพราะต้องท�ำมาหากินเพื่อไปผ่อนรถ รวมทั้งเสียเวลาดูแลรถ เ ป ล่ี ย น ใ จ 111
หาที่จอดรถเวลาเข้าเมือง ไม่ต้องพูดถึงการพึ่งล�ำแข้งตัวเอง ได้น้อยลง จะไปแค่ปากซอยก็ต้องขับรถแล้ว เดินเองไม่เป็น โทรศพั ทม์ อื ถอื กเ็ ชน่ กนั เราตดิ ตอ่ ใครไดส้ ะดวกขนึ้ กจ็ รงิ แตเ่ รา ก็สูญเสียความเป็นส่วนตัวไปได้ และท�ำให้คนในครอบครัว เหนิ หา่ งกนั ไมค่ อ่ ยมเี วลาพดู คยุ หรอื เจอหนา้ กนั นอกจากนน้ั ยงั ท�ำให้เราคอยกันไม่เป็นแล้ว ใกล้ถึงเวลานัดแต่ยังไม่เห็นหน้า ก็โทรไปถามแล้วว่าอยู่ไหน หลายคนต้องทะเลาะกันก็เพราะ เวลาไมพ่ อใจอะไรกร็ บี โทรไปดา่ แลว้ แทนทจี่ ะสะกดกลนั้ อารมณ์ ไว้ก่อน แต่ก่อนเราต้องใช้โทรศัพท์สาธารณะ หรือโทรศัพท์ บา้ น กวา่ จะเดนิ ไปหาโทรศพั ทอ์ ารมณก์ เ็ ยน็ ลงแลว้ แตเ่ ดยี๋ วนี้ โทรศัพท์มือถือท�ำให้ผู้คนระบายอารมณ์ดิบๆใส่กันมากขึ้น อยา่ งไมย่ ง้ั ประการทสี่ ่ี คอื อำ� นาจ คณุ ซอ้ื อะไรกต็ าม คณุ จะรสู้ กึ วา่ คุณมีอ�ำนาจในส่ิงน้ัน คุณซ้ือหมา คุณก็มีอ�ำนาจในตัวหมา คุณซื้อรถคุณก็มีอ�ำนาจในตัวรถ คนสมัยน้ีต้องการมีอ�ำนาจ และการได้เป็นเจ้าของอะไรสักอย่างหนึ่ง ท�ำให้รู้สึกมีอ�ำนาจ แม้ไม่ได้ซื้ออะไรสักอย่าง เพียงแต่ไปใช้บริการก็รู้สึกมีอ�ำนาจ เมอื่ คณุ อยบู่ นรถทวั รห์ รอื อยบู่ นเครอ่ื งบนิ คณุ รสู้ กึ ยดื ไดเ้ ตม็ ท่ี เพราะมีคนมาคอยให้บริการคุณ เสิร์ฟน้�ำและอาหารให้คุณ จะสง่ั อะไรเขากต็ อ้ งทำ� ใหค้ ณุ เรารสู้ กึ ยดื แตพ่ อลงรถ หรอื ลง 112 พ ร ะ ไ พ ศ า ล วิ ส า โ ล
จากเครือ่ งบินก็ร้สู กึ จ๋อย เพราะต้องหวิ้ กระเปา๋ เอง ชอ็ ปปง้ิ เปน็ ยาเสพตดิ อกี อยา่ งหนง่ึ ทป่ี ฏเิ สธยาก แมแ้ ต่ พระ เวลามาหาดใหญ่ยังต้องต่อสู้กับแรงดึงดูดให้ไปช็อปปิ้ง ในกระแสแบบน้ีเราต้องมีวินัย หรือมีข้อวัตรในการช็อปปิ้ง เช่น ก�ำหนดตัวเองว่าจะช็อปปิ้งได้เดือนละครั้ง หรือเข้า ศูนย์การค้าได้อาทิตย์ละคร้ัง หรือว่าจะไม่เข้าศูนย์การค้า ตราบใดทยี่ งั ไมม่ รี ายการสนิ คา้ ทจี่ ะซอื้ ไมใ่ ชว่ า่ เขา้ ไปถงึ ในนนั้ แลว้ จงึ คอ่ ยคดิ วา่ จะซอื้ อะไร แบบนเี้ สรจ็ ทกุ ราย ตอ้ งรกู้ อ่ นวา่ จะซ้ืออะไรแล้วจึงเข้าไป และต้องมีวินัยว่าจะไม่ซื้อของท่ีเกิน จากรายการ หรือมีข้อก�ำหนดว่า ถ้าหมดเงินแล้วจะไม่ซ้ือ หรือไม่ยืมใคร ต้องมีวินัยอย่างนี้ถึงจะสู้กับบริโภคนิยมได้ ถา้ คณุ ไมม่ วี นิ ยั แลว้ พอเขา้ ไปในหา้ ง หรอื ศนู ยก์ ารคา้ กเ็ สรจ็ เลย เจอประกาศลดครึ่งราคาก็รีบซ้ือไว้ก่อน ท้ังท่ีไม่รู้ว่าจะได้ใช้ หรือเปล่า บางทีก็หลอกตัวเองว่าอีก ๒-๓ เดือนคงได้ใช้ หรอื ปหี นา้ จะไดใ้ ช ้ แตพ่ อถงึ เวลาจรงิ ๆ กไ็ มไ่ ดใ้ ชห้ รอก เพราะ มนั เกา่ หรอื ตกรนุ่ ไปแลว้ ตอ้ งไปซอื้ ของใหมม่ าแทน เปน็ อยา่ งน้ี มาหลายรายแล้ว ท่ีส�ำคัญอยา่ งยิง่ ก็คอื เครดิตการด์ เราต้อง มวี นิ ยั ในการใชม้ าก เพราะสามารถทำ� ใหเ้ ราหมดเนอื้ หมดตวั อย่างไม่รูต้ ัว เ ป ลี่ ย น ใ จ 113
นเี่ ปน็ เรอื่ งทเี่ ราตอ้ งคดิ กนั ใหจ้ รงิ จงั นอกจากการใชจ้ า่ ย เงนิ แลว้ การเลอื กใชเ้ ทคโนโลยเี ปน็ สง่ิ สำ� คญั บางครอบครวั มีข้อตกลงเลยว่า จะไม่ซ้ือโทรทัศน์เข้าบ้าน หรือถ้ามี ก็เปิด เฉพาะบางรายการ เพราะเด๋ยี วน้โี ทรทศั นก์ ลายเป็นอุปกรณ์ ล้างสมองให้กับบริโภคนิยมอย่างชัดเจน ยังไม่ต้องพูดถึง การกระตุ้นโทสะ เร่ืองอาชีพก็ส�ำคัญ เวลาน้ีมีอาชีพจ�ำนวนมาก ท่ีถึงแม้ พทุ ธศาสนาไมร่ ะบวุ า่ เปน็ มจิ ฉาอาชวี ะ แตม่ นั เปน็ วธิ กี ารหาเงนิ ที่ไม่ชอบ สร้างปัญหาแก่ส่วนรวม เช่น การปั่นหุ้น หรือการ ลงทนุ ในกจิ กรรมทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การละเมดิ ศลี หา้ อาชพี แบบนี้ เรากค็ วรหลกี เลย่ี งดว้ ย เรอื่ งศลี สมยั ใหมเ่ ปน็ เรอื่ งทชี่ าวพทุ ธ ตอ้ งใหค้ วามใสใ่ จกนั มาก ไมเ่ ชน่ นน้ั แลว้ ยากมากทจี่ ะหลดุ พน้ จากแรงยัว่ ยวนของบริโภคนิยมได้ อย่างไรก็ตาม ศีล หรือการก�ำกับพฤติกรรมอย่างเดียว ไม่พอ ต้องมีเร่ืองของสมาธิด้วย สมาธิ คืออะไร คือเร่ืองของ สภาวะจติ ศลี อยา่ งเดยี ว ถา้ ไมม่ สี ภาวะจติ หลอ่ เลย้ี งกอ็ ยไู่ มไ่ ด้ คราวนค้ี นเขา้ หาบรโิ ภคนยิ มกเ็ พราะตอ้ งการความสขุ จากวตั ถุ แตจ่ รงิ ๆแลว้ ความสขุ จากจติ ใจมนั ดกี วา่ มาก ประณตี และโปรง่ โล่งใจกว่ามาก ใครๆก็เข้าถึงได้ ไม่ว่าจะรวยหรือจน ถ้าเรา 114 พ ร ะ ไ พ ศ า ล วิ ส า โ ล
รู้จักท�ำสมาธิให้เข้าถึงความสงบทางจิตใจ ความสุขที่ประณีต จะเข้ามาแทนที่ความสุขอย่างหยาบๆจากวัตถุได้ ถ้าเราได้ สัมผัสกับความสงบเย็นในจิตใจ เราจะรู้เลยว่าความสุขทาง วัตถุมันหยาบ มันเทียบไม่ได้เลยกับความสุขทางจิตใจ เทียบ ไม่ได้กับความโปร่งเบาภายใน คนเรายอมตกเป็นทาสของ บรโิ ภคนยิ มเพราะไมส่ ามารถเขา้ ถงึ ความสขุ สงบเยน็ ทางจติ ใจ ได ้ แตถ่ า้ หากเรารจู้ กั การท�ำสมาธ ิ ซงึ่ ท�ำใหห้ ลายแบบ โดย ไมต่ อ้ งนง่ั หลบั ตากไ็ ด ้ ถา้ เรารจู้ กั การทำ� ความสงบใหบ้ งั เกดิ กบั จติ ใจได ้ เราจะเปน็ อสิ ระจากบรโิ ภคนยิ มไดม้ ากขนึ้ เพราะ ความสุขของเราไม่อิงวตั ถุ ประการทสี่ าม ไดแ้ กก่ ารเสรมิ สรา้ งปญั ญา ปญั ญา คอื ความร ู้ ความเขา้ ใจในคณุ คา่ แท ้ คณุ คา่ เทยี ม หรอื ความรคู้ วาม เข้าใจในความหมายของชีวิต เวลาจะซ้ือของอะไรเราเคยคิด บา้ งหรอื เปลา่ วา่ ของชนิ้ นน้ั เราตอ้ งการจรงิ ๆหรอื เปลา่ เราเคย คดิ ถงึ ขอ้ ด ี และขอ้ เสยี ของการเขา้ ศนู ยก์ ารคา้ บา้ งไหม เราเคย คิดชั่งน้�ำหนักระหว่างความสะดวกที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ กบั สงิ่ ดๆี ทเี่ ราตอ้ งเสยี เวลาไปหากซอื้ โทรศพั ทม์ อื ถอื มาใชบ้ า้ ง ไหม เราคิดไหมว่าเราเสียเวลาแค่ไหนในการไปศูนย์การค้า แต่ละครั้ง และส่ิงที่เราได้นี่มันคุ้มไหม เราเคยทบทวนไหมว่า ของที่เราซอื้ ไป เราไดใ้ ชม้ ากน้อยเพียงใด เ ป ลี่ ย น ใ จ 115
อั น นี้ คื อ ก า ร ใ ช ้ ป ั ญ ญ า พิ จ า ร ณ า เ พื่ อ เ ก่ี ย ว ข ้ อ ง กั บ สิ่งต่างๆอย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นประโยชน์มากที่สุด โดยคำ� นงึ ถงึ ความถกู ตอ้ งมากกวา่ ความถกู ใจ เวลาเราจะเสพ หรือบริโภคอะไรก็ตาม เราถามตัวเองหรือเปล่าว่า คุณค่าแท้ กับคุณค่าเทียม อันไหนส�ำคัญกว่ากัน เราบริโภคอาหารเพ่ือ อะไรกันแน่ เราสวมใส่เส้ือเพ่ืออะไรกันแน่ เรามีคอมพิวเตอร์ เราใช้เคเบิลทีวีเพื่ออะไรกันแน่ เพ่ือปรนเปรอกิเลส หรือเพื่อ พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของเราใหด้ ขี นึ้ สง่ิ เหลา่ นถ้ี า้ เราไมพ่ จิ ารณา ให้กระจ่างและรอบคอบ เราจะถูกความหลงชักจูงไป เมื่อเรา ไปตาม สตกิ ไ็ มเ่ กดิ เมอื่ สตไิ มเ่ กดิ เรากห็ ลงไปตามแรงเยา้ ยวน ของบริโภคนิยม อันนี้เป็นเร่ืองที่ต้องท�ำให้เกิดความกระจ่าง ซ่ึงไม่ใช่เร่ืองท่ีลึกซึ้ง หรือยากเย็นเลย แต่เป็นเรื่องท่ีปุถุชน ธรรมดานี้สามารถเข้าใจได้ นเ่ี ป็นเรื่องระดบั บุคคล 116 พ ร ะ ไ พ ศ า ล วิ ส า โ ล
สร้างสงั คมเขม้ แขง็ ฟืน้ พลงั ให้พุทธศาสนา ทีนี้มาพูดถึง วิถีพุทธในระดับสังคม อาตมาคิดว่าเป็น เร่ืองส�ำคัญ พุทธศาสนาท่ีสอนกันส่วนใหญ่ไปเน้นการปฏิบัติ ระดับบุคคลมาก โดยมองข้ามในระดับสังคม เราอย่าลืมว่า บรโิ ภคนยิ มกำ� ลงั มาแรงมาก ไมไ่ ดม้ าทางวฒั นธรรมอยา่ งเดยี ว แตย่ งั มาพรอ้ มกบั การรกุ รานของอำ� นาจทนุ ทนุ นมี้ อี ำ� นาจมาก มันแย่งป่า แย่งน้�ำ แย่งทรัพยากรต่างๆของชุมชนไป จน ชาวบา้ นเขา้ ไมถ่ งึ ขณะท่ีส่ิงแวดลอ้ มก็เสอื่ มโทรมลงเรอื่ ยๆ เราเคยหวังพึ่งรัฐบาลว่าจะควบคุมนายทุนไม่ให้เข้ามา ทำ� ลายทรพั ยากรธรรมชาต ิ ไมใ่ หม้ าทำ� ลายวฒั นธรรมประเพณี ของชุมชน แต่ก็ต้องผิดหวัง รัฐบาลเวลาน้ีกลับเป็นเคร่ืองมือ ของนายทนุ เสยี เอง กลายเปน็ ตวั รบั ใชบ้ ริโภคนิยม ดว้ ยเหตุนี้ เ ป ล่ี ย น ใ จ 117
เราจงึ ตอ้ งคดิ ถงึ การสรา้ งสงั คมใหเ้ ขม้ แขง็ เพอ่ื ตา้ นทานบรโิ ภค นยิ มทเ่ี ขา้ มาโดยอาศยั นายทนุ ในทอ้ งถน่ิ และนายทนุ ตา่ งชาติ พวกน้ีท�ำให้บริโภคนิยมสยายกรงเล็บ แย่งชิงทรัพยากรจาก ชาวบา้ นและสนิ ทรพั ยข์ องชาตไิ ป ทำ� ใหช้ าวบา้ นไมม่ ปี ลา ไมม่ ี น้�ำ ไม่มีป่าที่พึ่งพิงได้ ในเม่ือเราพ่ึงรัฐบาลไม่ได้ เราจึงต้อง พงึ่ สงั คม หรอื ประชาชนดว้ ยกนั ดงั นน้ั การท�ำสงั คมใหเ้ ขม้ แขง็ เป็นเร่ืองจ�ำเป็นมาก ท�ำอย่างไรสังคมถึงจะเข้มแข็ง อาตมา ของฝากเรอื่ งน้ีทิ้งไว้ ประการที่สามเป็นเร่ืองเก่ียวกับ สถาบันพุทธศาสนา โดยตรง คือการพยายามท�ำให้พุทธศาสนาเป็นแรงบันดาลใจ ทงั้ ในระดบั บคุ คลและระดบั สงั คม เราจ�ำเปน็ ตอ้ งฟน้ื ฟศู าสนา เป็นการใหญ่และอย่างเร่งด่วน พุทธศาสนาในเวลานี้ไม่เอื้อ ทั้งสองอย่าง คนท่ีได้รับแรงบันดาลใจจากพุทธศาสนานับวัน มีแต่จะน้อยลง ส่วนคนที่เสียความรู้สึกกับพุทธศาสนาโดย เฉพาะคณะสงฆก์ ลบั มมี ากขนึ้ ในขณะทส่ี งั คมมปี ญั หามากมาย แตพ่ ทุ ธศาสนาเวลานไี้ มไ่ ดเ้ ปน็ แหลง่ ทผี่ คู้ นจะไปหาคำ� ตอบ หรอื หาแรงบนั ดาลใจเลย คนสว่ นใหญก่ ลบั นกึ ถงึ เทคโนโลยี นึกถึงการทุ่มเงินลงไป โดยมีรัฐบาลหรือนายทุนเป็นตัวนำ� พทุ ธศาสนาออ่ นกำ� ลงั ลงมาก ดว้ ยเหตนุ จี้ งึ จำ� ตอ้ งมกี ารฟน้ื ฟ ู พุทธศาสนากันอย่างเร่งด่วน ท้ังในเร่ืองหลักธรรมค�ำสอน 118 พ ร ะ ไ พ ศ า ล วิ ส า โ ล
ย่ิงคณะสงฆ์ด้วยแล้ว ต้องมีการปฏิรูปกันอย่างจริงจัง ท้ังใน ด้านการปกครองและการศึกษาของสงฆ์ เร่ืองความสัมพันธ์ ระหว่างพระกับชาวบ้านก็เปน็ อีกเร่ืองหนงึ่ ท่ีตอ้ งแก้ไข เพราะ นับวนั จะเหนิ ห่างและไม่ใส่ใจกนั และกัน ทำ� ใหต้ กตำ่� ย�ำ่ แย่กนั ท้ังสองฝ่าย เร่ืองน้ีอาตมาได้กล่าวไว้ในท่ีอ่ืนแล้ว จึงไม่ขอ ลงรายละเอียดท่นี ่ี การสร้างวิถีพุทธให้เกิดข้ึนทั้งในระดับบุคคลและระดับ สังคม เป็นเรื่องท่ีแยกไม่ออกจากการฟื้นฟูพุทธศาสนา ทั้ง ในทางหลักธรรมและสถาบัน ให้เป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้คน อันท่ีจริงแล้ว พุทธศาสนามีศักยภาพท่ีจะเป็นทางเลือกที่ดี กวา่ บรโิ ภคนยิ มมาก โดยเฉพาะในดา้ นการตอบสนองความ ตอ้ งการทางจติ วญิ ญาณทลี่ มุ่ ลกึ และยง่ั ยนื กวา่ บรโิ ภคนยิ มนน้ั ท�ำได้อย่างมากเพียงแค่ตอบสนองความต้องการชั่วครู่ช่ัวยาม เท่านนั้ แต่สุดทา้ ย ก็ไม่อาจระงบั ความหิวโหยไดอ้ ย่างแท้จรงิ มันไม่อาจแก้ปัญหาตัวตนที่คอยก่อกวนผู้คนอยู่ตลอดเวลา ไมส่ ามารถทำ� ใหผ้ คู้ นรสู้ กึ เตม็ อม่ิ กบั ชวี ติ และเลกิ ดนิ้ รนทะยาน อยากอกี ตอ่ ไป ตรงขา้ ม กลบั เพมิ่ ใหเ้ กดิ แรงทะยานอยากมาก ขึ้นและไม่รู้จักพอเสียที ในขณะที่พุทธศาสนาสามารถท�ำให้ ผคู้ นขา้ มพน้ ปญั หาตวั ตนไปไดอ้ ยา่ งถงึ ทส่ี ดุ อยา่ งนอ้ ยกท็ �ำให้ ผคู้ นรสู้ ึกพอและมีความเต็มอม่ิ กับชวี ติ แตพ่ ุทธศาสนาเวลานี้ เ ป ล่ี ย น ใ จ 119
ได้สูญเสียความสามารถที่จะท�ำเช่นนั้นไป เพราะสถาบันสงฆ์ อ่อนแอและตกต�่ำลงไปมาก ขณะท่ีหลักธรรมที่สอนกันส่วน ใหญ่ ก็จ�ำกัดอยู่เพียงเรื่องของทานและศีล ขาดส่วนที่เป็น โลกตุ ตรธรรมหรอื การสรา้ งอสิ รภาพทางจติ ใจ ในอกี ดา้ นหนง่ึ ก็ละเลยมิติทางด้านสังคม ท�ำให้ชาวพุทธในปัจจุบันสนใจ ท�ำความดีแต่เฉพาะตัวบุคคล และเป็นความดีท่ีหวังผล ประโยชนแ์ บบโลกๆ คอื ไดง้ านด ี มเี งนิ ใช ้ ไรโ้ รคา ครอบครวั ผาสกุ เทา่ นน้ั เลยถกู บรโิ ภคนยิ มปดิ ลอ้ มใหม้ ที ท่ี างแคบลงทกุ ที อย่างไรก็ตาม ศักยภาพในการเป็นพลังทางสังคมและ จิตวิญญาณ เพ่ือผลักดันให้เกิดชีวิตและสังคมที่ดีงามยังมี อยู่ในพุทธศาสนา ตรงน้ีเป็นภาระท่ีเราจะต้องช่วยกันน�ำ ศกั ยภาพดงั กลา่ วออกมา โดยเรม่ิ จากการนำ� มาใชใ้ หเ้ กดิ ความ เปล่ียนแปลงกับตนเองก่อน แล้วขยายไปสู่แวดวงควบคู่กับ การสร้างสังคมให้เข้มแข็ง ขณะเดียวกันก็ช่วยกันผลักดันให้ เกดิ การฟืน้ ฟูพทุ ธศาสนาไปพร้อมๆกนั ด้วย ถ้าท�ำเช่นน้ีได้ วิถีพุทธในยุคบริโภคนิยมจึงจะมีอนาคต ที่หวงั ได้ 120 พ ร ะ ไ พ ศ า ล วิ ส า โ ล
ประวตั ิพระไพศาล วสิ าโล พระไพศาล วิสาโล นามเดิม ไพศาล วงศ์วรวิสิทธ์ิ เปน็ ชาวกรงุ เทพ เกดิ เมอ่ื พทุ ธศกั ราช ๒๕๐๐ สำ� เรจ็ การศกึ ษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ แผนกศิลปะ จากโรงเรียนอัสสัมชัญ และสำ� เรจ็ การศกึ ษาชนั้ อดุ มศกึ ษา จากมหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ สาขาประวัตศิ าสตร์ สมยั ทเี่ ปน็ เดก็ นกั เรยี น ทา่ นชอบทำ� กจิ กรรมดา้ นวทิ ยา- ศาสตร์มาก่อน ต่อมาเร่ิมสนใจปัญหาด้านสังคม จึงเข้าร่วม กิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาชนบทและกิจกรรมอาสาสมัครใน โรงเรยี นอกี หลายรปู แบบ เมอ่ื อาย ุ ๑๕ ป ี ทา่ นไดอ้ า่ นงานเขยี น ของท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ จึงได้ปลูกฝังความเป็นพุทธ แตน่ นั้ มา ทง้ั ยงั สนใจงานหนงั สอื โดยเรมิ่ จากการเขยี นบทความ ต้ังแต่สมัยเรียนช้ันมัธยม ต่อเนื่องเรื่อยมา ท้ังในระหว่างที่ ศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านเคยเป็นสาราณียกร วารสารปาจารยสารอยูถ่ งึ ๑ ปีเต็ม เ ป ล่ี ย น ใ จ 121
ท่านมีความสนใจด้านการเมือง ได้เข้าร่วมประท้วงใน เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาฯ ๒๕๑๖ ต่อมาช่วง ๖ ตุลาฯ ๒๕๑๙ เคยไปร่วมอดอาหารประท้วงในแนวทางอหิงสา จนกระทั่ง ถูกล้อมปราบภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และถูกคุมขัง เปน็ เวลา ๓ วนั เมอ่ื ออกจากคกุ แลว้ ไดม้ าทำ� งานเปน็ เจา้ หนา้ ท่ี กลุ่มประสานงานศาสนาเพื่อสังคม ต้ังแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๑๙ ถึง พุทธศักราช ๒๕๒๖ เน้นงานด้านสิทธิมนุษยชน ช่วยเหลือผู้ถูกคุมขังด้วยสาเหตุทางการเมือง ซึ่งสามารถ ด�ำเนินการประสบผลส�ำเร็จ เม่ือรัฐบาลออกกฎหมายนิรโทษ กรรมผู้ต้องหา กรณี ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ประมาณ ๓,๐๐๐ กวา่ คน จนเป็นข่าวไปทวั่ โลก พระไพศาล วิสาโล อุปสมบทเมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๖ ณ วั ด ท อ ง น พ คุ ณ ก รุ ง เ ท พ ม ห า น ค ร เ รี ย น ก ร ร ม ฐ า น จ า ก หลวงพ่อเทียน จิตตฺสุโภ วัดสนามใน ก่อนไปจ�ำพรรษาแรก ณ วดั ปา่ สคุ ะโต อำ� เภอแกง้ ครอ้ จงั หวดั ชยั ภมู ิ โดยศกึ ษาธรรม กับหลวงพ่อค�ำเขียน สุวณฺโณ ซึ่งท่านได้รู้จัก จากการไป ช่วยงานพัฒนาชมุ ชนของหลวงพ่อ ๓ ปีกอ่ นหน้าน้ัน ทา่ นเลา่ วา่ หลงั จากทไ่ี ดท้ ำ� งานกลมุ่ ประสานงานศาสนา เพื่อสังคม ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยปีท่ี ๒ จนเรียนจบและท�ำ 122 พ ร ะ ไ พ ศ า ล วิ ส า โ ล
ต่อเนื่องมารวมท้ังหมด ๗ ปี เกิดความเครียดต่อเนื่อง จึง แก้ปัญหาโดยมาบวช แต่แรกตั้งใจจะบวชเพียง ๓ เดือน แต่ เม่ือการปฏิบัติธรรมเกิดความก้าวหน้า จึงมีความอาลัยใน ผ้าเหลือง บวชต่อเร่ือยมา จนครบรอบ ๒๗ พรรษาในต้นปี พุทธศกั ราช ๒๕๕๓ นี้ ปจั จบุ นั ทา่ นเปน็ เจา้ อาวาสวดั ปา่ สคุ ะโต แตส่ ว่ นใหญจ่ ะ จำ� พรรษาอยทู่ วี่ ดั ปา่ มหาวนั (ภหู ลง) เพอ่ื รกั ษาและอนรุ กั ษป์ า่ ตามโครงการวนาพิทักษ์ภูหลง ทำ� ให้ชาวบ้านมีความเกรงใจ ไมก่ ลา้ ตดั ไมท้ ำ� ลายปา่ วดั ปา่ มหาวนั อยไู่ กล เดนิ ทางไปมายาก ทำ� ใหม้ เี วลาท�ำงานเขยี นและปฏบิ ัตธิ รรมได้มาก นอกจากการจัดอบรมปฏิบัติธรรม พัฒนาจริยธรรม และอบรมโครงการเผชญิ ความตายอยา่ งสงบตอ่ เนอื่ งตลอดมา แล้ว ท่านยังเป็นประธานเครือข่ายพุทธิกา กรรมการมูลนิธิ โกมลคีมทอง กรรมการสถาบันสันติศึกษา กรรมการมูลนิธิ สนั ตวิ ถิ ี และกรรมการสภาสถาบนั อาศรมศลิ ป ์ ลา่ สดุ ทา่ นเปน็ กำ� ลงั สำ� คญั ในเครอื ขา่ ยสนั ตวิ ธิ ี ซง่ึ รณรงคใ์ หค้ นไทยแกป้ ญั หา ความขดั แยง้ โดยไมใ่ ชค่ วามรนุ แรง เ ป ลี่ ย น ใ จ 123
พระไพศาล วิสาโล ได้ช่ือว่าเป็นพระสงฆ์นักกิจกรรม หวั กา้ วหนา้ ในจำ� นวนนอ้ ยนดิ ทสี่ ามารถเชอื่ มโยงความรทู้ าง ด้านพุทธธรรมมาอธิบายปรากฏการณ์ของชีวิตและสังคม ใน บริบทของสังคมสมัยใหม่อย่างเข้าใจง่าย ชัดเจนเป็นรูปธรรม มีทักษะในการอธิบายหลักธรรมท่ียากและลึกซึ้งให้เห็นเป็น เรอ่ื งงา่ ยตอ่ การทำ� ความเขา้ ใจ ทำ� ใหค้ นรนุ่ ใหมเ่ กดิ ศรทั ธาและ เหน็ ความสำ� คญั ของธรรมวา่ เปน็ เรอ่ื งนา่ ใครค่ รวญศกึ ษา และ ปฏิบตั ิได้ไมย่ าก นอกจากน้ีท่านยังได้ชื่อว่าเป็นนักปราชญ์ ปัญญาชน สยาม เป็นนักคิด นักวิชาการ รากแก้วแห่งภูมิปัญญา และ นักเขียนช้ันแนวหน้าท่านหนึ่ง และเป็นก�ำลังส�ำคัญในหมู่ ผู้แสวงหาทางออกให้สังคมไทยและโลกโดยสันติวิธี ท่านมี งานเขยี นตอ่ เนอ่ื งสมำ่� เสมอ ทงั้ หนงั สอื งานแปลและบทความ ปัจจุบันมีผลงานหนังสือของท่านมากกว่าร้อยเล่ม นอกจากนี้ ยังเปน็ บรรณาธกิ ารหนงั สอื หลายฉบบั ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๔๘ ทา่ นไดร้ บั รางวลั ชเู กยี รต ิ อทุ กะ- พันธ์ ในสาขาศาสนาและปรัชญา จากผลงานหนังสือ “พุทธ ศาสนาไทยในอนาคต:แนวโนม้ และทางออกจากวกิ ฤต” ลา่ สดุ ท่ีเป็นเกียรติประวัติส�ำคัญคือ ท่านเป็นพระสงฆ์องค์แรกท่ี 124 พ ร ะ ไ พ ศ า ล วิ ส า โ ล
ได้รับรางวัลศรีบูรพา ประจ�ำปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ โดยมติ เอกฉันท์ โดยรางวลั น ี้ จดั ท�ำขน้ึ เพอ่ื เปน็ ทรี่ ะลกึ และเผยแพร่ เกยี รตปิ ระวตั ขิ องกหุ ลาบ สายประดษิ ฐ ์ หรอื ศรบี รู พา นกั คดิ นกั เขยี น นกั หนงั สอื พมิ พ ์ นกั ประชาธปิ ไตยคนสำ� คญั ของไทย และของโลก ผทู้ เ่ี คยไดร้ บั รางวลั ศรบี รู พา ลว้ นแตเ่ ปน็ นกั เขยี น ชั้นครู หรือผู้ท่ีผ่านงานเขียนมายาวนานทั้งสิ้น เช่น ศักดิ์ชัย บำ� รงุ พงศ ์ ส.ศวิ รกั ษ ์ นลิ วรรณ ปน่ิ ทอง อ.ไชยวรศลิ ป ์ นธิ ิ เอียวศรีวงศ์ เปน็ ตน้ แม้จะมีผลงานช่วยเหลือสังคม อนุรักษ์ธรรมชาติและ ส่งเสริมการปฏิบัติภาวนามากมาย แต่ท้ังหมดทั้งปวงที่กล่าว มาแลว้ พระไพศาล วสิ าโล ยงั คงยนื ยนั วา่ “ชวี ติ อาตมา เปน็ แคพ่ ระอยา่ งเดยี ว กเ็ ปน็ เกยี รต ิ และประเสรฐิ สดุ ในชวี ติ แลว้ ไมม่ อี ะไรสูงสดุ กวา่ การเป็นพระ ทเี่ หลอื เปน็ สว่ นเกนิ ” เ ป ลี่ ย น ใ จ 125
รายนามผู้รว่ มศรทั ธา พิมพ์หนงั สอื “เปลี่ยนใจ” ลำ� ดับ ช่อื -สกลุ จ�ำนวนเงิน ลำ� ดับ ช่อื -สกลุ จ�ำนวนเงิน ๑ คณุ สงิ ห์ สขุ วัจน์ ๑๕,๐๐๐ ๒๙ คุณสรุ ยี ์ เหลา่ วรวิทย์ ๑,๕๐๐ ๓๐ ผไู้ ม่ประสงคอ์ อกนาม ๑,๒๖๐ ๒ บริษัทมหพันธ์ไฟเบอรซ์ เี มนต์ ๑๓,๘๔๐ ๓๑ คณุ บญุ ชัย บุญพาล้ำ� เลศิ ๑,๑๔๐ (มหาชน) จำ� กดั ๓๒ คุณวีระพล วัฒนายากร ๑,๑๐๐ ๓๓ คุณปรียา โอสถานนท์ ๑,๐๐๐ ๓ คุณดนุชัย สรุ างค์ศรรี ฐั ๑๓,๑๗๐ ๓๔ พระชยั พร จนฺทวโํ ส ๑,๐๐๐ ๓๕ คุณเกณฑด์ ี บัวอนันต์ ๑,๐๐๐ ๔ คณุ ศริ สิ วสั ดิ์ อารยวุฒิกุล ๑๒,๕๐๐ ๓๖ คุณณัฏฐพ์ ฒั น์ ส�ำราญสนทิ ๑,๐๐๐ ๓๗ ครอบครัวพลเอกวัฒนะ- ๑,๐๐๐ ๕ คณุ มนตรี จึงมานะกิจ ๑๐,๑๔๐ คุณนภาพร กาญจนะวสติ ๑,๐๐๐ ๖ คณุ มาลนิ ี บุญชใู จ ๗,๘๕๐ ๓๘ คณุ ธวัชชัย ดขี จรเดช ๑,๐๐๐ ๓๙ พ.อ.หญิง รัตตินันท์ นาครัตนพาณชิ ย์ ๑,๐๐๐ ๗ Mr. Ian gebbes และคุณคงษร เก็ดเดส ๗,๓๖๐ ๔๐ คณุ จริ นุช ทองกลิ่น ๑,๐๐๐ ๔๑ คณุ ภคกรณ์ รุจาธนนันท์ ๑,๐๐๐ ๘ คุณศศธิ ร เถยี รถาวร ๕,๗๕๐ ๔๒ คุณเดือนเพญ็ อนิ ทุเศรษฐ์ ๔๓ คุณโชตริ ะพี ค�ำฟู ๙๗๐ ๙ คุณบษุ กร วัฒนไวฑูรย์ชัย ๕,๔๐๐ ๔๔ พลโทไกรฤกษ์ วนั ทองค�ำ ๙๖๐ ๔๕ คณุ ฐติ ิพนั ธ์ คัมภีระนนท์ ๙๔๐ ๑๐ คณุ ปราณี ชวนปกรณ์ ๔,๐๘๐ ๔๖ คุณสุภาวดี เสรีรมย์ ๙๓๐ ๔๗ คณุ เกรยี งศกั ด์ิ อารีย์จิตเกษม ๙๐๐ ๑๑ คณุ เชาวลิต เรืองธง ๔,๐๐๐ ๔๘ คณุ อมรรัตน์ ม่นั เจ็ก ๘๘๐ ๔๙ ผ้ไู ม่ประสงคอ์ อกนาม ๘๗๐ ๑๒ คุณสญั ลักษณ์ ทำ� บญุ ๔,๐๐๐ ๕๐ คณุ ศุภเลศิ กิจขจรไพบลู ย์ ๘๐๐ ๕๑ คุณธัญญพัทย์ วงศ์มงคลธรณ์ ๗๙๐ ๑๓ คณุ บญุ ยนชุ ทับทิม ๓,๕๑๐ ๕๒ คณุ สริ ิลกั ษณ์ ๗๖๐ ๕๓ คณุ ธนู สวุ รรณณิน ๗๐๐ ๑๔ ผไู้ มป่ ระสงค์ออกนาม ๓,๒๗๕ ๕๔ คณุ รวสิ ดุ ไกรรวี ๖๘๐ ๕๕ คณุ ฐิติพนั ธ์ คัมภิระนนท์ ๖๘๐ ๑๕ พระมาโนช ปญญฺ าวฑุ โฆ ๒,๙๙๐ ๕๖ คณุ ณัฐา อนนั รตั น ๖๒๐ ๑๖ คุณฤทธิชัย งดงาม ๒,๗๖๐ ๑๗ คณุ สา่ ย ไกรวีระเดชาชัย ๒,๖๗๐ ๑๘ พระมาโนช ปญั ฺญวฑุ ฺโฒ ๒,๓๗๐ ๑๙ คณุ สุเทพ มานะสุนทร ๒,๓๔๐ ๒๐ คณุ มาลี พีรพิสุทธ์ิ ๒,๐๖๐ ๒๑ คุณลักขณา ๒,๐๐๐ ๒๒ คณุ พรพพิ ฒั น์ กลนิ่ พลษา ๒,๐๐๐ ๒๓ คุณฐิตาภรณ์ พลัสสินทร์และครอบครัว ๒,๐๐๐ ๒๔ มูลนิธเิ ผยแผพ่ ระสัทธรรม ๒,๐๐๐ ๒๕ คณุ พิพัฒน์ ๑,๙๐๐ ๒๖ คุณรววี รรณ เขมะสริ ิ ๑,๗๐๐ ๒๗ คณุ เฉวยี นวงศ์ จงจรูญ ๑,๕๐๐ ๒๘ คณุ ฤดี ๑,๕๐๐ 126 พ ร ะ ไ พ ศ า ล วิ ส า โ ล
ล�ำดับ ช่ือ-สกลุ จำ� นวนเงิน ล�ำดับ ชือ่ -สกุล จำ� นวนเงิน ๕๗ คุณวัชระ ทวแี สง ๖๐๐ ๘๕ คุณอรพุ ร วิวัฒนเ์ ศรษฐ์ ๓๖๐ ๕๘ คณุ จฑุ ารตั น์- ๖๐๐ ๘๖ คณุ พลขรรค์ กาญจนสถติ ย์ ๓๕๐ ๘๗ คณุ สมพศิ พนั ธเ์ุ จรญิ ศรี ๓๔๐ คุณพวงทิพย์ นิลประดบั แกว้ ๕๙๕ ๘๘ คุณเกสร สำ� รวมจิตร ๓๒๐ ๕๙ คณุ สนุ ีย์ เอกภาพสกุลวงศ์ ๕๕๐ ๘๙ คุณปรญิ ญา-คณุ กมุ ารี จนั ทร์อาหาร ๓๐๐ ๖๐ คณุ บญุ เตอื น ศรพี นม ๕๓๐ ๙๐ คุณอุกฤษฎ-์ คุณเขษมศกั ด์ิ อายตวงษ์ ๓๐๐ ๖๑ คณุ ทวิชา ตณั สถติ ย์ ๕๒๐ ๙๑ คณุ สมพร นิสยั สขุ ๓๐๐ ๖๒ คณุ ธฤดี เกษมสุข ๕๐๐ ๙๒ คุณจินต์ศจุ ี โคง้ สูงเนิน- ๓๐๐ ๖๓ คณุ ลดั ดาวลั ย์ ผลเงาะ ๕๐๐ ๖๔ คุณกัญญารัตน์ ยิ้มกยุ่ ๕๐๐ คณุ รจชินารถ นาถอนงค์ ทรงบรรพต ๓๐๐ ๖๕ คุณศริ ิวรรณ หริ ญั กิตติ ๕๐๐ ๙๓ คุณกนกอร หาญวงศ์ไพบลู ย์ ๓๐๐ ๖๖ คุณวราพร มณรี ตั น์ ๕๐๐ ๙๔ คณุ สิริกุล ธรรมสนุ ทร ๒๖๐ ๖๗ พ.ต.อ.บุญเสริม-คุณยพุ ดี ศรีชมภู ๕๐๐ ๙๕ คณุ ธนสรวง โพธท์ิ อง ๒๕๐ ๖๘ คณุ มณนี ุช ทรงแสงธรรม ๕๐๐ ๙๖ คุณทิวาพร หลวงบำ� รงุ ๒๔๐ ๖๙ คุณภาณวิทย์ เกียรติธนวชั ร์ ๕๐๐ ๙๗ คณุ พฤหัส แซ่อึง้ ๒๓๐ ๗๐ คุณสนุ ีย์ อินทร์แก้ว ๕๐๐ ๙๘ คุณคะนงึ นิจ หะรญิ สุด ๒๓๐ ๗๑ พญ.วมิ ล ชนิ กลุ กจิ นวิ ัฒน์ ๕๐๐ ๙๙ คณุ วรพล แซ่จู ๒๓๐ ๗๒ คุณลกั ษกิ า แสงเดอื น ๕๐๐ ๑๐๐ คุณจรรยา ศรีบณั ฑติ ๒๐๐ ๗๓ คุณจิต ศรทั ธาธรรม ๔๖๐ ๑๐๑ คุณรัชนี โพธิ์เจรญิ ๒๐๐ ๗๔ นพ.อนนั ต์ วรวัฒนสันต์ ๔๕๐ ๑๐๒ คุณเกรยี งไกร คุณมงคลวฒุ ิ ๒๐๐ ๗๕ คุณชมกิ านต์ อย่พู ุม่ ๔๓๐ ๑๐๓ น.อ.ทศพล ฉายานนท์ ๒๐๐ ๗๖ คณุ ปิยาภรณ์ เอกธนะชยั ๔๑๐ ๑๐๔ คุณพนิ ทิพย์ ประมลู วงศ์และครอบครัว ๒๐๐ ๗๗ คุณฉลองชัย คงบนั เทิง ๔๐๐ ๑๐๕ คณุ พีรญา มาทวโี ชตกิ ุล ๑๙๐ ๗๘ คุณวชิ ุณี ๔๐๐ ๑๐๖ คุณยพุ ร รัตนผล ๑๗๐ ๗๙ คณุ กฤตภาส หลักหนองจิก ๔๐๐ ๑๐๗ คณุ จริ พัฒน์ คนั ทพั ไทย ๑๖๐ ๘๐ คณุ ชรนิ ทร์ สวุ ชั รงั กูร ๔๐๐ ๑๐๘ คุณสันติ ทิพยจนั ทร์ ๕๐๐ ๘๑ คณุ ธรี ะวุฒิ ศรปี ญั จณั ฑา ๔๐๐ ๑๐๙ คณุ สมจิตร ตอเสนา ๑๕๐ ๘๒ คณุ เสน่ห์ ชอบสะอาด ๓๘๐ ๑๑๐ คณุ พชั ร ศิรชิ ยั วัฒน์ ๑๔๐ ๘๓ คณุ ทรงพล มงคลปรดี าไชย ๓๗๐ ๑๑๑ คุณสุนยี ์ เอกภาพสกุลวงศ์ ๑๒๐ ๘๔ คณุ ภาวดี กอบโคกรวด ๑๑๒ คณุ สิริพงษ์ พงค์ภิญโญภาพ เ ป ลี่ ย น ใ จ 127
ลำ� ดับ ช่อื -สกุล จำ� นวนเงิน ลำ� ดับ ชื่อ-สกุล จ�ำนวนเงิน ๑๑๓ คณุ ทวิพร โสพรรณพนิชกุล ๑๒๐ ๑๔๔ คุณสชุ น อนันตพิพฒั น์ ๕๐ ๑๑๔ คณุ ชลิต สเี สอื ๑๑๕ ๑๔๕ คุณเบญจรตั น์ สุทธิชูจิต ๕๐ ๑๑๕ คุณวรรณกร คงบนั เทงิ ๑๑๐ ๑๔๖ คณุ วิลาส ศรพี รหม ๕๐ ๑๑๖ คณุ ทุษฏี วงษศ์ รี ๑๑๐ ๑๔๗ คุณพิชญด์ ารนิ ทร์ แสงประสิทธิ์ ๔๐ ๑๑๗ พ.ต.ท.หญงิ ประณตี เพงิ ระนัย ๑๐๐ ๑๔๘ คณุ อารี แกว้ กังวาล ๕๐ ๑๑๘ พ.ต.อ.กติ ตพิ งศ์ วิเศษสงวน ๑๐๐ ๑๔๙ คุณอรพรรณ์ หลวงอุดม ๕๐ ๑๑๙ คณุ จารวุ รรณ พรเจรญิ เอกชัย ๑๐๐ ๑๕๐ คุณจตรุ งค์ เพ่มิ พนู ๕๐ ๑๒๐ คณุ อาร-ี คณุ นพพร นภามรกต ๑๐๐ ๑๕๑ คณุ สิรพิ งษ์ พงษ์ภิญโญภาพ ๔๐ ๑๒๑ คุณวริษฐพร กลึงวิจติ ร ๑๐๐ ๑๕๒ คุณสมเกียรติ อนิ ตะ๊ ชยั วงศ์ ๔๐ ๑๒๒ คุณแสวง-คณุ สมบุญ โค้งสงู เนิน ๑๐๐ ๑๕๓ คณุ ทวพิ ร โสพรรณพนิฐกลุ ๔๐ ๑๒๓ คณุ ลิลล่ี ภัทรโชคช่วย ๑๐๐ ๑๕๔ คุณอธิกา วานิชบุตร ๓๐ ๑๒๔ น.ท.สมหุ ์ แกว้ จินดา ๑๐๐ ๑๕๕ คุณเลก็ เถาสวุ รรณ์ ๓๐ ๑๒๕ พ.ต.ท.หญงิ ประณีต เพิงระนัย ๑๐๐ ๑๕๖ คุณสุวณิ ี กิตตวิ ิบลู ย์ ๒๐ ๑๒๖ คุณบุษกร วัฒนไวฑรู ยช์ ัย ๑๐๐ ๑๕๗ คุณอาภรณ์ จีนยงค์ ๒๐ ๑๒๗ พ.ต.อ.กติ ติพงษ์ วิเศษสงวน ๑๐๐ ๑๕๘ คุณสิริกร พุทธพิ งศ์การณั ย์ ๒๐ ๑๒๘ คณุ ชาติประชา สอนกลนิ่ ๑๐๐ ๑๕๙ คุณราฟเจรญิ เอราวาโล่ ๑๕ ๑๒๙ คุณจันทราภรณ์ งามสอาด ๙๐ ๑๖๐ คณุ เพิ่มพงศ-์ ด.ช.เอกสหัส ๑๕ ๑๓๐ คณุ อำ� นาจ ปลอดโปร่ง ๑๐๐ ๑๓๑ คุณยพุ ยงค์ ประเสริฐถาวร ๙๐ ธนพิพัฒน์สัจจา ๑๗๖,๗๓๕ ๑๓๒ คณุ ดาวเรือง นวลเดช ๙๐ รวมศรัทธาท้งั สิ้น ๑๓๓ คณุ อมรรัตน์ มัน่ เจก๊ ๘๐ ๑๓๔ คณุ วรรณกร คงบนั เทงิ ๘๐ ๑๓๕ คณุ ชศู กั ด์ิ ฮวดสุนทร ๘๐ ๑๓๖ คุณอทิ ธพิ์ ัทธ์ หโยดม ๘๐ ๑๓๗ คุณเกวลี บัวเล้ียง ๘๐ ๑๓๘ คณุ รุ่งพันธ์ วงษส์ วุ รรณ ๗๐ ๑๓๙ คุณอนนั ต์ โภคาแสง ๗๐ ๑๔๐ คณุ เตอื นใจ ศภุ วเิ ศษ ๗๐ ๑๔๑ คุณสวา หมอรัตน์ ๖๐ ๑๔๒ คณุ จนั ทราภรณ์ งามสอาด ๑๔๓ คณุ จตรุ งค์ เพ่มิ พูล ๖๐ ๕๐ 128 พ ร ะ ไ พ ศ า ล วิ ส า โ ล
เ ป ล่ี ย น ใ จ 129
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131