เ ท่ า น้ี เ อ ง พระอาจารย์สำ�ราญ ธมฺมธุโร (หลวงพอ่ กลว้ ย) เรยี บเรยี งจากโอวาทธรรมยามเช้า ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ณ ศาลาการเปรียญ วดั ปา่ ธรรมอทุ ยาน
คำ�นำ� ถึงพระอาจารย์ส�ำราญ ธมฺมธุโร หรือหลวงพ่อ กล้วย จะอบรมส่ังสอนศิษย์ท่ีมีอยู่ทั่วประเทศ มากว่าสามสิบปี แต่ส่ือโอวาทธรรมค�ำสอน ของหลวงพ่อกลับมีอยู่ไม่มาก นอกจากหนังสือ “หลวงพ่อเพียงแต่เล่าให้ฟัง” ที่พิมพ์ครั้งแรกใน ปี ๒๕๕๑ ก็มีเพียงค�ำสอนส้ันๆ ที่ลูกศิษย์ลูกหา บันทึกมาเผยแพรแ่ บ่งปันกันเองบนสื่อออนไลน์ ในเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๖๐ คุณยายต่ิง พิมพ์ พรรณ บูรณะพิมพ์ ยุวะพุกกะ ท่ีรับใช้หลวงพ่อ และดูลูกหลานวัดทุกคนมากว่าสิบปี เสียชีวิตลง คณะศษิ ย์หลวงพ่อ ทั้งลกู พระ ลูกชี ได้กราบขอ อนญุ าตจดั พมิ พ์ “เทา่ นเี้ อง” ซงึ่ เปน็ โอวาทธรรม ยามเช้าที่หลวงพ่อแสดง ณ ศาลาการเปรียญ ในวันอังคารที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เพ่ือเป็น แนวทางในการฝึกหัดปฏิบัติส�ำหรับพระสงฆ์ ที่มาจ�ำพรรษา และผู้ที่สนใจ อีกท้ังยังมอบเป็น ธรรมทานในงานฌาปนกิจ 4 : เท่าน้ีเอง
มผี ใู้ จบญุ ทเี่ หน็ ประโยชนข์ องหนงั สอื เลม่ น้ี กราบ ขออนญุ าตหลวงพอ่ จดั พมิ พเ์ พม่ิ เตมิ อกี ๑๐,๐๐๐ เล่ม อย่างไรก็ตาม ด้วยเวลาที่กระชั้นชิด ท�ำให้ ไม่สามารถพิมพ์เพิ่มเติมให้เสร็จทันวันฌาปนกิจ ทมี บรรณาธิการจึงเห็นสมควรปรับตน้ ฉบับ โดย ละค�ำอาลัยต่างๆ และเพิ่มเติมโอวาทธรรมใน ช่วงนั่งสมาธิ เพ่ือให้เข้าถึงผู้สนใจศึกษาได้กว้าง ขวางย่ิงขึ้น ท้ายสุดน้ี คณะบรรณาธิการกราบขอขมาองค์ หลวงพ่อกล้วย พระอาจารย์ส�ำราญ ธมฺมธุโร ส�ำหรับความผิดพลาดต่างๆ ท่ีอาจเกิดขึ้นใน กระบวนการเตรียมต้นฉบบั จัดพมิ พ์ หรอื แมแ้ ต่ แจกจ่ายเป็นธรรมทาน และขออาราธนาคุณ พระศรีรัตนตรัย และองค์หลวงพ่ออ�ำนวยพรให้ ทุกท่านมีฉันทะ มีความสุข และประสบความ ก้าวหน้าในการฝึกหดั ปฏบิ ตั ิ ด้วยกัลยาณมิตรภาพ พระธรรมเทศนา จากวดั ปา่ ธรรมอุทยาน : 5
มคี วามสุขกนั ทกุ คน พระเราชีเรา พระบวชใหม่ พยายามพิจารณา กะประมาณในการขบฉันของตัวเรานะพยายาม หัดสังเกตว่า ความอยากเป็นอย่างไร ความ หิวเป็นอย่างไร ความอยากเกิดข้ึนท่ีใจเรา ก็พยายามหยุดพยายามดับให้ได้ ดับไม่ได้ หยุดไมไ่ ด้ ก็น่งั ดูจนมันจบค่อยตกั อาหาร สรา้ ง ความรู้ตัวต้ังแต่ตื่นข้ึน ตั้งแต่ยังไม่ได้ลุกจากท่ี จะลุกจะก้าวจะเดิน พยายามฝึกสติให้ได้ต่อ เนอ่ื งเสยี ก่อน ไม่ว่าจะอย่ใู นอิริยาบถไหน
สร้างความรู้สึกรับรู้ให้ต่อเน่อื ง การได้เข้ามาบวช ก็น้อมกายเข้ามาศึกษาค้นคว้า แตว่ ิธีการแนวทางนนั้ รู้จกั วธิ กี ารเจรญิ สติ สรา้ ง ความรู้สึกระลึกรู้ อยู่ท่ีน่ีหลวงพ่อจะให้สังเกต ล ม ห า ย ใจ ส ร้ า ง ค ว า ม รู้ สึ ก รั บ รู้ ก า ร ห า ย ใจ เข้าออก หรือว่าสร้างความรู้สึกรับรู้เวลาเดิน เวลาเราเดิน ฝ่าเท้ากระทบพ้ืนก็มีความรู้สึก รั บ รู้ อ ยู่ ซ้ า ย ห รื อ ข ว า ก็ มี ค ว า ม รู้ สึ ก รั บ รู้ อ ยู่ พยายามรใู้ ห้ตอ่ เนอื่ ง ส่วนปัญญาทางโลกกเ็ กง่ กนั อย่แู ลว้ อยา่ เพ่ิงเอา มานกึ เอามาคดิ ปญั ญาทางโลกอยา่ เอามาตดั สนิ เ ด็ ด ข า ด ใ ห้ เร า ส ร้ า ง ค ว า ม รู้ ตั ว ทุ ก อิ ริ ย า บ ท ยืนเดินนง่ั นอน กนิ อยู่ ขับถ่าย ครองผา้ นงุ่ สบง ครองผ้าต่างๆ ใหม่ๆ ก็อาจจะพลั้งเผลอ พลัง้ เผลอก็เรม่ิ ใหม ่ พล้งั เผลอกเ็ รม่ิ ใหม่ เราจง พยายามสร้างความรู้ตัวให้ต่อเน่ืองเพ่ือท่ีจะรู้ เท่าทันใจ 8 : เท่านเี้ อง
เพียงแค่สติก็ยังขาดตกบกพร่อง บางคร้ังบาง ค ร า ว ใจ ข อ ง เร า ก็ ป ก ติ บ า ง ค รั้ ง บ า ง ค ร า ว ใจ ของเราก็สงบอยู่ เราพยายามหัดสังเกตอาการของใจ อาการ ข อ ง ค ว า ม คิ ด ตั ว สั ง เ ก ต น่ั น แ ห ล ะ ตั ว ส ติ ส่วนมากเราก็มีต้ังแต่ใจไปเลย ทั้งใจท้ังความคิด คิดก็รู้ ท�ำ ก็รู้ เราหลงอยใู่ นความคดิ นัน้ พระธรรมเทศนา จากวดั ปา่ ธรรมอุทยาน : 9
อบรมใจ สงั เกตใจ สว่ นงานสมมตุ ติ า่ งๆ ทำ�งานไปด้วย หดั สงั เกต ไปดว้ ย สรา้ งความรตู้ วั ไปด้วย ตากระทบรปู ใจ ปกติ หกู ระทบเสยี ง ใจปกติ ภาษาธรรมทท่ี ่าน เรยี กว่า สักแต่วา่ รู้ สกั แตว่ า่ ฟงั สกั แต่วา่ เหน็ น่นั แหละ ที่ทา่ นบอกวา่ ใหแ้ ยกรูปรสกลนิ่ เสียง ออกจากใจ หูตาจมกู ลิน้ เป็นทางผ่านของรูปรส กลน่ิ เสียง เราพยายามหดั สร้างความรู้ตัวให้ได้ เสยี ก่อน ดบั ความกงั วล ค วามลงั เล ความสงสัยต่างๆ ออกให้หมด สร้างความรู้สึกตัวให้ต่อเนื่อง ให้เชื่อมโยง อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด รู้ไม่ทัน ก็รู้จักดับ รู้จักหยุด สร้างความขยันหมั่นเพียร สร้างความรับผิดชอบท้ังกลางวันท้ังกลางคืน ถ้ า เร า ข า ด ค ว า ม เ พี ย ร มั น ก็ ย า ก ที่ จ ะ เข้ า ใจ ถ้าเราเจริญสติ สร้างความรู้สึกตัวไม่ต่อเน่ือง มนั ก็ยากทจ่ี ะหัดสังเกตใจของเราได้ 10 : เทา่ น้เี อง
เคยได้ยินได้ฟังได้อ่านกันมาทุกคน บางคนบาง ท่านก็ฝึกกันมา ไม่ใช่ว่าไปนึกเอา ไปคิดเอาว่า เป็นอย่างโน้นเป็นอย่างน้ี เราต้องสร้างความ รู้ตวั ใหช้ ดั เจนให้ต่อเน่ือง ส่วนการเกิดของใจการเกิดของความคิดน้ัน เขามอี ยู่เดมิ ใจน่หี ลงมาต้งั แตย่ ังไมไ่ ด้เกดิ หลง มาเกิดอยู่ในภพมนุษย์ มาสร้างขันธ์ห้าปิดก้ัน ตวั เอง แล้วกเ็ กดิ ต่อคดิ ต่อ แล้วกไ็ ปยึดสิง่ โนน้ สง่ิ นีต้ ่อ เป็นทาสกเิ ลส หลายช้ันหลายข้ันหลาย ตอน จนกว่าเราจะมาสร้างความรู้ตัวไปอบรมใจ ไปสังเกตใจ จนกว่าใจของเราจะคลายออกจากความคิด ซ่ึ ง เรี ย ก ว่ า แ ย ก รู ป แ ย ก น า ม ห รื อ วิ ปั ส ส น า ความรู้แจ้งเห็นจริงเปิดทางให้ ความรู้ตัวก็จะ รู้ เ ห็ น ก า ร เ กิ ด ก า ร ดั บ ข อ ง ขั น ธ์ ห้ า น่ั น แ ห ล ะ เรียกว่า เหน็ อนิจจงั ทุกขัง อนัตตา ในกายของ เรา พระธรรมเทศนา จากวดั ปา่ ธรรมอุทยาน : 11
อนั น้ีส่วนรปู อันน้ีส่วนนาม ส่วนนามมอี ยสู่ ี่ส่วน สว่ นรปู คือร่างกายของเรามอี ยู่หนง่ึ สว่ นสว่ นรปู ตาหจู มูกลิน้ กาย เขาทำ�หนา้ ทอ่ี ย่างไร สตเิ รา คอยสังเกตใจของเรา ไม่ต้องให้ได้ไปบังคับ เค่ียวเข็ญ พยายามสร้างความรู้ตัวให้ได้ทุก อริ ยิ าบถต้ังแตต่ น่ื ขึ้น 12 : เทา่ นเี้ อง
“กิเลสเกิดขึน้ ท่ใี จได้อย่างไร กเิ ลสละเอียดเป็นอยา่ งไร กิเลสหยาบเปน็ อย่างไร ขันธ์หา้ เป็นอยา่ งไร เราตอ้ งตามดรู ู้ใหเ้ ห็นทกุ อยา่ ง จนใจเกดิ ความเบอื่ หน่าย เบื่อหนา่ ยแลว้ กอ็ ยากหาทางหลบหลีก หลบหลีกไมไ่ ด้ กอ็ ยู่อเุ บกขา” พระธรรมเทศนา จากวัดปา่ ธรรมอทุ ยาน : 13
หยดุ ความคิด ฝืนอารมณ์ ละกิเลส ปัญญาทางโลกมีมากเท่าไหร่ก็อย่าเพ่ิงเอามา คดิ เอามาโต้แย้ง เรามาสรา้ งความรู้ตวั รู้ไม่ทัน เราก็ดับ ซึ่งเรียกว่าสมถะ ข้ึนกับวิธีการของ แต่ละคนขอให้ใจของเราได้หยุด ความคิดของ เราได้หยุดจนกว่ากำ�ลังสติของเราจะเข้มแข็ง จนกว่าก�ำ ลงั สติของเราจสังเกตทนั ถ้าสังเกตทนั เมอ่ื ไหร่ ถ้าเขาร่วมกันเมอ่ื ไหร่ เขากจ็ ะแยกกจ็ ะ หงายขึน้ มาเอง ก็ตอ้ งพยายามฝืน ฝนื ความคิด ฝืนอารมณ์จนกว่าใจจะคลาย ถึงจะตกกระแส ธรรมได้ ไมใ่ ชว่ า่ จะตอ้ งใหค้ นพาเดนิ พานงั่ พาท�ำ เรานอ้ ม กายของเราเข้ามาแลว้ เรากพ็ ยายาม วางภาระ หน้าที่ทางโลกทางสมมติท่ีเราเป็นอยู่ตั้งแต่ ฆราวาส เรากว็ างมาแลว้ ทีน้ีเรากม็ าศึกษาใจ ของเราให้ละเอยี ด ว่าทำ�ไมใจถงึ เกดิ ทำ�ไมใจถงึ รวมกับขันธ์หา้ ท�ำ ไมใจถงึ เปน็ ทาสกิเลส 14 : เท่านเ้ี อง
เราต้องดูรู้ต้ังแต่ต้นเหตุ ต้นเหตุของการเกิด รู้ไม่ทนั ก็ดับ ถา้ เรารู้ทัน เขากจ็ ะคลาย เพยี งแค่ ค ล า ย เ พี ย ง แ ค่ แ ย ก ไ ด้ อั น น้ั น เ พี ย ง แ ค่ เร่ิ ม ต้ น ยังมีอีกเยอะแยะ กิเลสเกิดข้ึนที่ใจได้อย่างไร กิเลสละเอียดเป็นอย่างไรกิเลสหยาบเป็น อย่างไร ขันธ์ห้าเป็นอย่างไร เราต้องตามดูรู้ ให้เห็นทุกอย่างจนใจเกิดความเบื่อหน่าย เบ่ือ หนา่ ยแลว้ ก็อยากหาทางหลบหลีก หลบหลีก ไม่ได้ ก็อยอู่ เุ บกขา ใจเกิดเมือ่ ไหร่ เรากใ็ ชส้ มถะ ดับ การดบั นัน้ เรียกวา่ การละ เราก็ต้องพยายามทำ�ในส่ิงที่ตรงกันข้าม ใจเกิด กเิ ลส เรากล็ ะกิเลส เรากใ็ ห้ ก็เอาออก ละความ ตระหนีเ่ หนยี วแนน่ ละความโลภ ละความโกรธ ด้วยการให้ ด้วยการเอาออก จนให้อภัยทาน อโหสิกรรม มองเหน็ โลกนเ้ี ปน็ ธรรมดา พระธรรมเทศนา จากวัดป่าธรรมอุทยาน : 15
กายนีเ้ ปน็ แคเ่ พยี งท่ีอาศยั โลกน้มี แี ตค่ วามวา่ ง ถา้ ใจของเราว่าง ถา้ ใจเรา ไม่วา่ ง โลกนก้ี ็มีต้งั แตอ่ ัตตา เพราะใจของเรายัง เป็นอตั ตาอยู่ ใจเกดิ นั่นแหละ อตั ตาเกิด ถา้ ไม่ หลงกไ็ ม่เกิด หลงมาสรา้ งกายเนื้อมาปดิ กัน้ ตวั ใจเอาไวอ้ กี ก็เลยมายึดมาติดวา่ เป็นของเรา ก็ เ ป็ น ข อ ง เร า จ ริ ง ๆ น่ั น แ ห ล ะ ใ น ท า ง ส ม ม ติ แตใ่ นทางวมิ ตุ ติน้นั เราก็ตอ้ งศึกษาคน้ คว้า กายนี้ เ ป็ น แ ค่ เ พี ย ง เ ค รื่ อ ง อ ยู่ เ ป็ น แ ค่ เ พี ย ง ที่ อ า ศั ย เวลาเขาแตกดับแล้ว ร่างกายก็อันตรธาน หายไป นั่นแหละอนัตตา แต่เราต้องแยกแยะ ใหไ้ ด้ สว่ นนามธรรม ปลอ่ ยวางความคิด แยกรปู แยกนามได้ก็วางกายได้ แต่กายสมมติก็ยังอยู่ เราก็ดูแลเขาไปจนกว่าเขาจะหมดลมหายใจ ขณะท่ียังมีลมหายใจอยู่ เราก็พยายามสร้าง ประโยชน์ ประโยชนต์ น ประโยชนท์ า่ นประโยชน์ ในโลกน้ี ประโยชน์ในโลกหน้า พยายามท�ำ เอา 16 : เท่านเ้ี อง
“ตราบใดทใี่ จยังปลอ่ ยวางไมไ่ ด้ ดับความเกดิ ไม่ได้ การหมดลมหายใจกเ็ หมือนกบั การถอดเสอ้ื ผา้ ใครสรา้ งสะสมคุณงามมาดี ก็ไดเ้ ส้ือผา้ ทีส่ วยงามไดแ้ ตส่ ิ่งดีๆ” พระธรรมเทศนา จากวดั ป่าธรรมอทุ ยาน : 17
สร้างอานิสงส์ ตบะ บารมี คนเราเกิดมามีเท่าไหร่ก็ตายหมด ขณะท่ียังมีลม หายใจ เรากย็ งั ประโยชน์ สรา้ งเครอ่ื งเดนิ ทาง สร้างเครื่องอยู่ให้ใจของเรา ตราบใดที่ใจยัง ปล่อยวางไม่ได้ ดับความเกิดไมไ่ ด้ การหมด ลมหายใจกเ็ หมอื นกบั การถอดเส้ือผ้า ใ ค ร ส ร้ า ง ส ะ ส ม คุ ณ ง า ม ม า ดี ก็ ไ ด้ เ ส้ื อ ผ้ า ท่ี สวยงามได้แต่ส่ิงดีๆ ด้วยการให้ทาน ด้วยการ รั ก ษ า ศี ล เจ ริ ญ ภ า ว น า ก า ร ทำ � ค ว า ม เข้ า ใจ การอนเุ คราะห์ พรหมวิหาร ความเมตตา ความ เสียสละ สจั จะกับตวั เรา ส่ิงพวกน้ีจะเป็นหนทางเดินท่ีจะก้าวเข้าไปสู่ ความบริสทุ ธิ์ เรียกวา่ อานสิ งส์ ตบะ บารมี ท่ี พระพุทธองค์ท่านได้ค้นพบ และก็เอามา เปดิ เผย 18 : เท่านเี้ อง
ช�ำ ระจิตใหส้ ะอาดบรสิ ทุ ธิ์ การด�ำ เนนิ ชวี ติ แต่ละวนั ตื่นขึ้นมา เราได้ทำ�บุญ อะไรบ้าง ทำ�บุญให้ตัวเรา ละความเกียจคร้าน สร้างความขยัน สร้างความรับผิดชอบ เป็นคน ที่มองโลกในทางที่ดี คิดดี เป็นผู้ให้ เป็นผู้ช่วย เหลอื ละความตระหนเ่ี หนยี วแน่น ละความเห็น แก่ตัวออกไปจากใจของเรา เราก็จะได้ทรัพย์อัน สูงส่ง คือความสะอาดความบรสิ ุทธิ์ กเิ ลสไมห่ มดวนั น้ี ก็ตอ้ งหมดพรงุ่ นี้ ไม่หมดพรุ่งน้ี ก็ต้องหมดมะรืนนี้ ไม่หมดเดือนนี้ ก็หมดเดือน หน้า เราคอ่ ยขัดคอ่ ยเกลาคอ่ ยละไปเร่ือยๆ เรารู้ ตวั กเิ ลสเกดิ ขนึ้ เมอ่ื ไหร่ เรากจ็ ดั การกบั มนั อยกู่ บั กิเลส ใช้กิเลสให้เป็นประโยชน์ มันเกิดความ โลภ เราก็ละความโลภ เอาความโลภไปสร้าง ประโยชน์ คลายออก เอาไปสร้างประโยชน์ ใหก้ บั สว่ นรวม ใหก้ บั สังคม ให้กับส่วนกลาง ชำ�ระจิตของเราใหส้ ะอาดใหบ้ ริสุทธ์ิ พระธรรมเทศนา จากวดั ป่าธรรมอุทยาน : 19
หลวงพ่อก็ได้เพียงแค่เล่าเท่าน้ันแหละ ถ้าพวก ท่านไม่ไปทำ�ก็เข้าไม่ถึง เพราะว่าตนเป็นที่พึ่ง ของตน แ น ว ท า ง ตำ � ร า ค รู บ า อ า จ า ร ย์ เ ป็ น แ ค่ เ พี ย ง แผนที่ช้ีแนะแนวทางให้ แล้วพวกท่านก็จงไป ทำ�ให้ปรากฏขึ้นท่ีใจของตัวเราเอง การสร้าง ความรู้ตัวเป็นลักษณะอย่างน้ี การขัดเกลากิเลส เป็นลกั ษณะอยา่ งนี ้ เรากต็ อ้ งพยายามเอา กิเลสของเราจะไปเท่ียวให้คนอื่นเค้าละให้ ก็ ไ ม่ ไ ด้ เร า ต้ อ ง ทำ � ค ว า ม เข้ า ใจ รู้ เ ท่ า รู้ ทั น รู้กันรู้แก้ จนอยู่เหนือกิเลสท้ังหมด ทั้งดำ� ท้ัง ขาว บาป ละบาป สร้างบุญ ไม่ยึดติดในบุญ วั น นี้ มี พ รุ่ ง นี้ มี ภ พ น้ี มี ภ พ ห น้ า มี พ่ อ แ ม่ มี พน่ี อ้ งมเี พ่ือนเกิดแก่เจ็บตายมี 20 : เท่าน้เี อง
รู้ใหร้ อบ ขณะที่เรายังอยู่กับสมมติ ท่านถึงบอกว่าให้ รอบรู้ในกองสังขาร ให้รอบรู้ในวิญญาณใน ก า ย ข อ ง ตั ว เร า ร อ บ รู้ ใ น ปั จ จั ย สี่ ร อ บ รู้ ใ น โลกธรรม รอบรใู้ นสิง่ ทเี่ ราเขา้ ไปยุ่งเกย่ี ว ขณะท่ีเรายังมีกาย กายของเราก็ยังต้องการ ปัจจัยส่ี ยังต้องการข้าวปลาอาหาร ทพ่ี ักทีอ่ าศัย ที่หลับท่ีนอน ให้อยู่ดีมีความสุขขณะท่ียังมีลม หายใจ ถ้าหมดลมหายใจเอาอะไรมาให้ก็ไม่เอา ก็ไปตามแรงเหวี่ยงของกรรม ถ้าเราเข้าใจใน เรื่องของกรรมเราก็อยู่เหนือกรรม คือใจของ เราก็ไม่หลงไม่ยึด แต่เวลาน้ีใจของเรามายึด ทั้งกาย ยึดทั้งการเกิด หลงการเกิด ความคิด ตัวเอง ทิฐิตัวเอง ไม่ดำ�เนินตามแนวทางของ พระพุทธองค์ให้ปรากฎรู้แจ้งเห็นจริง ท่านถึง บอกใหเ้ ชอื่ ก็ตอ้ งพยายามกันนะ พระธรรมเทศนา จากวดั ปา่ ธรรมอทุ ยาน : 21
แกไ้ ขตวั เอง ปรับปรุงตัวเอง พระบวชใหม่ ทั้งพระท้งั ชี รูจ้ กั วิธีการเจรญิ สติ ลักษณะของการสร้างความรู้ตัว ทั้งกลางวันทั้ง กลางคนื ทั้งเวลาทำ�การทำ�งาน เรากต็ ้องดูแลใจ ข อ ง เร า ไ ม่ ใช่ ว่ า จ ะ ไ ป โ ท ษ ค น โ น้ น โ ท ษ ค น น้ี จ ง โ ท ษ ตั ว เร า แ ก้ ไข ตั ว เร า ป รั บ ป รุ ง ตั ว เร า อยู่ด้วยกันหลายคนหลายท่าน ก็พยายามรู้จัก สมคั รสมานสามัคคีเออ้ื เฟอ้ื เราเปน็ เพ่ือนเกิดแก่ เจ็บตายด้วยกัน ก็คอยอนุเคราะห์ช่วยเหลือซึ่ง กนั และกัน อีกสักหน่อยก็ได้พลัดพรากจากกัน เพราะว่า คนเราเกิดมาเท่าไหร่ก็ตายหมด ไม่ตายช้า ก็ต้องตายเร็ว อันน้ีเป็นประกาศนียบัตรของ ทกุ คน เกดิ มาเทา่ ไหร่ก็ตายหมด กอ่ นที่จะตาย เราตอ้ งรูห้ นทางเดนิ ให้ไดเ้ สยี ก่อน ใครจะสร้าง สะสมคุณงามได้มากมายเท่าไหร่ ก็พยายาม ทำ�เอา โอกาสเปิด กาลเวลาเปิด สถานที่เปิด ไม่ วา่ อยู่ทีไ่ หน เราก็ต้องพยายามกนั นะ 22 : เทา่ น้ีเอง
พระธรรมเทศนาระหว่างนงั่ สมาธิ ขอให้ทุกคนทุกท่านจงเจริญสติ สร้างความ รู้สึกรับรู้สัมผัสของลมหายใจที่ว่ิงเข้าวิ่งออก กระทบปลายจมกู ของเราใหช้ ดั เจน นง่ั ตามสบาย วางกายใหส้ บาย ไมต่ อ้ งพนมมอื ฟงั ไปดว้ ย นอ้ ม ส�ำเหนยี กไปดว้ ย ลองสูดลมหายใจเข้าไปยาวๆ ลึกๆ แล้วก็ผ่อน ลมหายใจออกมายาวๆ ซัก 2-3 เท่ียว การสูด ลมหายใจยาวๆ กายของเราก็จะสบายขึ้นเยอะ ใจของเราก็จะสงบตั้งมั่นขึ้น ความรู้สึกสัมผัส ของลมหายใจท่ีกระทบปลายจมูกของเรา พระธรรมเทศนา จากวัดปา่ ธรรมอุทยาน : 23
นั่นแหละท่ีท่านเรียกว่า ‘สติรู้กาย’ หายใจเข้า ก็มีความรู้สึกรับรู้อยู่ หายใจออก ก็มีความรู้สึก รับรู้อยู่ เราพยายามสร้างความรู้สึกลักษณะ อยา่ งนี้ ให้ตอ่ เนอ่ื ง ใหเ้ ชอื่ มโยง ความรู้ตัว เราพยายามสร้างข้ึนมาตั้งแต่ต่ืนข้ึน จนรู้เท่าทันการเกิดของใจ รู้ลักษณะของใจ จน สังเกตรู้เท่าทันการคลายการแยกใจจากขันธ์ห้า ชว่ งน้นั เรากจ็ ะเหน็ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เขา้ ใจ ความหมายภาษาธรรม-ภาษาโลก เข้าใจค�ำสอน ของพระพทุ ธองค์ ถา้ ยงั แยกไม่ได้ กย็ งั อยใู่ นการ สร้างอานิสงส์ สร้างบุญ สร้างบารมีให้กับตัวเรา เอง การเจริญสติ ความสงบเล็กๆ น้อยๆ ก็มี อานิสงสม์ ากมาย กต็ อ้ งพยายามกัน ท�ำไมกายของเราถึงเกิด ท�ำไมกายของเราถึง เป็นก้อนทุกข์ ท�ำไมใจของเราถึงทุกข์ เราต้อง หดั วเิ คราะห์ หดั พจิ ารณา หดั ท�ำความเขา้ ใจ ถา้ เราขาดการท�ำความเขา้ ใจ มนั กย็ ากทจ่ี ะรแู้ จง้ เหน็ จรงิ เพยี งแคก่ ารเจรญิ สตกิ ท็ �ำไดย้ าก กเ็ ลยรไู้ มเ่ ทา่ ทันการเกิดของใจ รู้ไม่ทันการเกิดของความคิด 24 : เทา่ น้ีเอง
ส่วนอานิสงส์ บารมีส่วนอ่ืนนั้น ทุกคนก็สร้าง กันมาดี ฝักใฝ่ในการท�ำบุญ ในการให้ทาน ผา่ นกาลผา่ นเวลา มคี วามเชอ่ื มน่ั ละอายเกรงกลวั ต่อบาป หม่ันสร้างบุญสร้างกุศล ก็อยู่ในระดับ ของการสรา้ งบารมใี ห้กบั ตัวของเราเอง ถา้ เรามาวเิ คราะหด์ ดู ๆี ท�ำไมเราถงึ ล�ำบาก ท�ำไม เราถึงมีไม่เพียบพร้อม ท�ำไมเราถึงขัดสน เราก็ ต้องวิเคราะห์พิจารณา เราเคยท�ำบุญมาก่อน หรือไม่ ถา้ เราเคยให้ เคยเอาออก เคยช่วยเหลือ อานิสงส์ผลบุญก็จะย้อนกลับมาหาเรา ถ้าเรา เข้าใจวิธกี ารด�ำเนนิ ถา้ เราไม่มคี วามขยนั ก็ยาก ทจี่ ะเข้าถึงไดง้ ่าย เราต้องเป็นบุคคลที่มีความขยันหม่ันเพียร รู้จักลักษณะความรู้ตัวเป็นอย่างนี้ ความรู้ตัว ที่ต่อเน่ืองกันเป็นอย่างน้ี รู้เท่าทันใจเป็น อย่างนี้ กายมีหน้าที่อย่างนี้ ใจมีหน้าท่ีอย่างน้ี เราก็จะเขา้ ถงึ ค�ำสอนของพระพุทธองคท์ ่ีปรากฏ ข้ึนที่ใจของตัวเราเอง ท่านถึงบอกให้เช่ือ ก็ต้อง พยายามกัน พระธรรมเทศนา จากวดั ปา่ ธรรมอทุ ยาน : 25
ลม้ แลว้ ลกุ ขนึ้ มาใหม่ แกไ้ ขใหม่ ปรบั ปรงุ ตวั เรา ใหม่อยู่ตลอดเวลา ต้องเป็นผู้ใหม่ ผู้ใหม่ คือผู้ตื่น ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ใจของเรารับรู้ อยตู่ ลอดเวลา ใจเกดิ กเิ ลส เราก็ละกเิ ลส ใจเกิด ความหลง เราก็พยายามหดั สงั เกต หดั วเิ คราะห์ จ�ำแนกแจกแจงออกไป แต่เวลาน้ีการเจริญสติของเรามีน้อย เราก็ต้อง พยายามท�ำนะ สร้างความรู้ตัวให้ชัดเจน ท�ำใจ ให้วา่ ง สมองให้โลง่ ท�ำกายใหโ้ ปร่ง อย่หู ลายคน ก็เหมือนกับอยู่คนเดียว อยู่คนเดียวขณะนี้ ก็ให้ รู้ลมท่ีว่ิงเข้าว่ิงออกกระทบปลายจมูกของเราให้ ชัดเจน {นงั่ สมาธใิ นความเงยี บ} พากันไหว้พระพร้อมๆ กัน ค่อยไปสร้างสานต่อ ท�ำความเขา้ ใจใหร้ ู้ทุกอิรยิ าบถ 26 : เทา่ นีเ้ อง
พระธรรมเทศนา จากวัดปา่ ธรรมอุทยาน : 27
28 : เท่าน้เี อง
Search
Read the Text Version
- 1 - 28
Pages: