Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือธนาคารปูม้า (เล่มที่ 1)

คู่มือธนาคารปูม้า (เล่มที่ 1)

Published by KK KooKKai, 2022-05-30 11:35:57

Description: คู่มือธนาคารปูม้า (เล่มที่ 1)

Keywords: ปูม้า

Search

Read the Text Version

คู่มอื ธนาคารปมู ้า àÃÕºàÃÕ§â´Â ¼È.´Ã. ÍÁÃÈ¡Ñ ´Ôì ÊÇÑÊ´Õ ´Ã. ÊÔÃÔÇÃó ˹àÙ «‹§ ʹѺʹ¹Ø â´Â Êӹѡ§Ò¹¡ÒÃÇ¨Ô ÑÂá˧‹ ªÒµÔ (Ǫ.)

ค่มู อื ธนาคารปมู า้

คมู่ อื ธนาคารปมู า้ คณะผู้จดั ทำ ผชู วยศาสตราจารย ดร. อมรศกั ด์ิ สวสั ดี มหาวทิ ยาลัยวลัยลักษณ ดร. สริ ิวรรณ หนูเซง กรมประมง ผูชว ยศาสตราจารย ดร. สมรักษ รอดเจรญิ ดร. วชั รี รวยร่ืน มหาวทิ ยาลัยราชภฏั นครศรธี รรมราช นายเสนห รตั นสำเนยี ง มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสรุ าษฎรธานี นายธีรพงศ ไกรนรา กรมประมง นายเจรญิ โตะ อแิ ต กรมประมง นายปยะ แซเอยี ชาวประมง นางสาวกญั ญารตั น งามเจรญิ ชาวประมง นางสาวสุดารัตน นิลรัตน มหาวทิ ยาลยั วลัยลกั ษณ นายภทั ราวธุ สมปรีดา มหาวทิ ยาลยั วลัยลกั ษณ นายชุตพิ งศ พฤษพนม มหาวทิ ยาลยั วลยั ลักษณ มหาวิทยาลัยวลยั ลกั ษณ



บทนำ ปูมา (Portunus pelagicus Linnaeus, 1758) เปน สตั วน้ำทีน่ ยิ มบรโิ ภคและพบวา ผลผลิตปมู าเกอื บทงั้ หมดไดมาจากผลจบั ในทะเล จากสถานการณทรพั ยากรปูมา เส่อื มโทรม การหาแนวทางการฟนฟูปูมาซ่งึ เปนสัตวเ ศรษฐกจิ ทส่ี ำคญั จึงเปนประเดน็ ตอ งเรง ดำเนนิ การ บนพ้นื ฐานของยทุ ธศาสตรก ารพฒั นาประเทศ และตามแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คม แหง ชาติฉบบั ที่12 ซงึ่ ใหค วามสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกจิ สงั คมและสิ่งแวดลอม ทอ่ี งคกร ระหวางประเทศกำหนดข้ึนโดยเช่อื มโยงกับการพัฒนาทยี่ ั่งยืน (Sustainable Develop- mentGoals:SDGs) การจดั การทรพั ยากรปูมา โดยใชธ นาคารปูมา เปนเคร่อื งมอื ในการฟน ฟู ทรัพยากรสงผลบวกทางออมตอการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝงประเภทอื่นๆ มีงานวจิ ัยวิชาการตางๆ รองรับวา ธนาคารปมู าสามารถเพิ่มจำนวนปมู า ในธรรมขาติไดโ ดย การนำปมู า ไขปมู านอกกระดองทถี่ ูกจับ ข้ึนมาจากเคร่อื งมอื ประมงเนอื่ งจากไมสามารถคัด กรองปูมา ไขนอกกระดองออกจากเครื่องมอื ได จากขอมูลวชิ าการท่ีวาปมู า สามารถสืบพันธุ วางไขไดท ัง้ ป ดงั น้ันหากนำไขนอกกระดอกมาเพาะฟก โดยชมุ ชนมสี วนรว มกอ นปลอยคนื สู ทะเลจะเปนแนวทางการเพิ่มอัตราการทดแทนของปูมาในระบบธรรมชาติ และเปนการแสดงใหต า งประเทศไดเ ห็นวาประเทศไทยมกี ารใชทรัพยากรควบคูไ ปกับการ อนรุ ักษฟนฟูโดยการมสี วนรว มของผมู ีสวนไดสวนเสยี ทกุ ภาคสวน สำนักวชิ าวิทยาศาสตร และศูนยบ รกิ ารวิชาการ มหาวิทยาลยั วลยั ลักษณ ในฐานะเปน สถาบนั ทางการศกึ ษาซ่งึ ทำหนา ทช่ี ว ยเหลอื ประชาชนและสงั คม “เปน หลกั ในถน่ิ ” นอกจากนม้ี หาวิทยาลัยวลัยลักษณ ยงั มีองคค วามรูท พ่ี รอ มจะถา ยทอดเพ่ือประยกุ ตใ ชใน การดำเนนิ กิจกรรมธนาคารปูมา โดยชาวประมงเพื่อสงเสริมใหช าวประมงจดั ทำธนาคารปมู า บนพ้นื ฐานของวิชาการและวิทยาศาสตร ตามบรบิ ทของพ้ืนท่ใี นระยะแรกพื้นท่ีดำเนินโครง การครอบคลมุ จงั หวัดนครศรธี รรมราชและจงั หวัดสรุ าษฎรธ านีจำนวนธนาคารปมู า ระยะ แรก 6แหง และธนาคารปูมาในระยะทสี่ องซงึ่ มีแผนงานขยายผลไปยงั พ้ืนทเ่ี กาะตางๆและพื้น ทีช่ ายฝง เพ่ิมเติมอีก จำนวน 21 แหง ดังน้ันขอมลู วิชาการจากคูมอื การจัดทำธนาคารปมู า เบ้อื งตน เลมน้จี ะมปี ระโยชนตอ การดำเนินโครงการธนาคารปูมา ของชาวประมง 1

คูมือธนาคารปูมา ฉบบั นม้ี วี ตั ถุประสงคเพื่อถายทอดองคค วามรูท่ีเกี่ยวขอ งกบั ปูมา รูปแบบ ของธนาคารปมู า แนวทางการปลอ ยปมู า ท่เี หมาะสม ชมุ ชนปมู าตนแบบที่ประสบความสำเร็จ พรอมยกตัวอยา งสือ่ ออนไลนเพิ่มเตมิ ทจ่ี ะสามารถคนหาความรปู ระกอบการจัดทำธนาคารปมู า คณะผจู ัดทำหวังเปนอยา งยิง่ วา คูมอื ธนาคารปูมา ฉบบั นี้จะเปนประโยชนแ กชาวประมงผดู ำเนนิ โครงการธนาคารปมู า และเปน ประโยชนในการสรา งองคค วามรูใหมๆ ใหกับผทู ี่สนใจ คณะผูจ ดั ทำ กรกฏาคม 2563 2

สารบัญ เร่ือง หนาที่ 1. บทนำ 1 2. รจู กั ปูมา 6 3. สภาพแวดลอ มและระบบนิเวศ 15 4. แนวทางตดิ ตั้งและรูปแบบธนาคารปมู า 19 5. การผลติ ลูกพันธุระยะปมู าวยั ออน 29 6. แนวทางการปลอ ยลกู ปมู า ทเ่ี หมาะสม 33 7. แนวทางบรหิ ารจัดการธนาคารปูมาโดยชมุ ชน 35 8. ชมุ ชนตน แบบ: บทเรียนสคู วามสำเรจ็ 39 9. สื่อเผยแพรอ อนไลน 43 10. บทสรปุ 45 11. คำขอบคุณ 46 12. บรรณานกุ รม 47 3

4

5

Ì٨¡Ñ ... »ÁÙ ÒŒ ชอ่ื วิทยาศาสตร Portunus pelagicus (Linnaeus, 1758) 6 ชือ่ สามญั Blue swimming crab, Blue crab ชื่อไทย ปูมา สถานภาพทรพั ยากรปมู า จากสถติ ิการประมงในพ.ศ. 2541 ผลผลิต ปูมา จำนวน 46,678 เมตริกตันและใน พ.ศ.2557 ลดลงเหลอื เพียง 23,890 เมตรกิ ตนั แสดงใหเ ห็น วาผลจับปมู า ของประเทศไทยในชว ง 10 ปท ี่ผา นมา มีแนวโนมลดลงรอยละ 20-30 (กรมประมง,2559) ช้ีชดั วา ทรพั ยากรปมู าของประเทศไทยถกู จับใช ประโยชนเ กินกำลงั ทดแทนตามธรรมชาตแิ ละเสอื่ ม โทรมอยา งตอเน่ือง ท้ังน้อี าจเกดิ จากสภาวะการ ประมงมากเกินกำลงั ผลิต (overfishing) รวมทัง้ มี การนำปูมาทม่ี ขี นาดเล็กท่ียงั ไมผา นวยั เจรญิ พันธุ และปูมาท่มี ีไขน อกกระดองข้นึ มาใชประโยชน ตลอดจนระบบนิเวศที่เกยี่ วขอ งกับการฟน ฟู ทรพั ยากรปูมาเส่อื มโทรม ทำใหปจ จุบันจำนวน ปมู า มจี ำนวนลดลง และสงผลกระทบตอ รายได ของชาวประมง รวมท้ังรายไดจากการสงออก ปูมากบั คคู า ตางประเทศ

สัญลักษณปมู าเพศผู การจำแนกเพศ ลกั ษณะภายนอกของปมู า เพศผู ปูมา เพศเมยี มลี ักษณะขาและกระดองเปนตมุ ขรุขระ สีน้ำตาลออนบรเิ วณปลายขามีสีแดงมวงสวนปูมา เพศ ผูม ีลักษณะมีกามยาวเรียวมสี ีฟาออ นและมจี ดุ ขาวท่วั ไปบนกระดองและกา ม พื้นทองเปน สีขาวจบั ปง เปน รปู สามเหลีย่ มเรยี วสงู และเม่ือเจริญเปนตัวเตม็ วยั สวน ของกามจะยาวกวาความยาวของกระดอง ประมาณ 3 เทา และพบวากามของปมู า เพศผจู ะยาวกวา ปูมา เพศเมีย โดยกามดานซายและดา นขวามขี นาดตา งกัน เลก็ นอ ย ความแตกตา งของปมู า เพศผแู ละปูมา เพศเมยี จะสงั เกตเห็นไดจาก บริเวณจับปง (abdomen) โดยปูมาเพศผจู ะมจี ับปง เปนรูปสามเหลย่ี ม 7

สญั ลักษณป ูมา เพศเมยี (ก) ดา นหลงั ปูมา เพศเมียสมบูรณเพศจะมลี กั ษณะจับปง จะแผก วาง และทกุ ปลองมีขนขนาดเล็กบริเวณขอบดานขา งของจบั ปง ในขณะทป่ี ูมา เพศเมียในระยะไมส มบูรณเพศหรอื ปกู ระเทย จับปงจะเปน รูปสามเหลย่ี มคลา ยเพศผแู ละไมม ีขนขนาด เลก็ อยูบริเวณจับปง (ข) ดา นทอ ง (ค) ไมส มบรู ณเ พศ ลักษณะภายนอกปูมาเพศเมยี (ก) ดานหลงั (ข) ดา นทอง (ค) ไมสมบรู ณเ พศ 8

วงจรชีวิต ชวงท่เี ปนปมู าวัยออน และมีขนาดเล็กปูมาจะอาศยั อยบู ริเวณใกลช ายฝง และจะเคลื่อนยา ยไปอาศยั ในบรเิ วณน้ำลกึ เมื่อมขี นาดโตขนึ้ โดยสามารถสังเกต ไดจากขนาดตัวของปมู า ทจ่ี ับไดในบริเวณใกลแ ละหา งจากฝง โดยสามารถแบง วงจรชีวิตของปมู าวยั ออนไดอ อกเปน 2 ระยะหลักๆ คือ ระยะซเู อยี้ (zoea) ระยะเมกะโลปา (megalopa) จากนั้นจะพฒั นาเปนลูกปมู าวัยออน (young crab)และเขา สูว ัยรนุ (juvenile) และเปน ปูมาตวั เต็มวยั (adult) 9

ขนาดตัวและฤดกู าลสบื พนั ธุ ชว งเดอื นทพี่ บปูมาไขน อกกระดองสงู สุดในแตล ะพนื้ ทข่ี องอา วไทย ปูมา สามารถเริม่ ผสมพันธุไ ดเ ม่อื มอี ายุประมาณ พืน้ ท่ีศึกษา ชว งเดอื น ที่มา 3 เดอื น ขนาดความกวา งกระดองดา นนอกประมาณ 6.5 เซนติเมตร แตหากตอ งการใหปมู าวางไขอ ยาง อาวไทยตอนบน พ.ค. - ก.ค. และ ธ.ค. (ขวัญไชย, 2521) นอย1คร้งั กอนถกู จับมาใชประโยชน ควรจับปูมา ท่ีมี อา วไทยฝงตะวันออก ม.ค. , พ.ค. , ก.ย. ,ธ.ค. (ขวัญไชย, 2521) ความกวา งกระดองดา นนอก 10 เซนตเิ มตรข้นึ ไป ตอนใตข องอาวไทย พ.ค. - ส.ค. (ขวญั ไชย, 2523) ปมู าสามารถวางไขไดตลอดปโ ดยบรเิ วณอา วไทยตอน อาวไทยตอนบน ม.ี ค. - มิ.ย. , ก.ย. - ธ.ค. (ขวัญไชย, 2523) บนพบปูมา ไขนอกกระดองมากในชว งเดอื นกุมภาพนั ธ อา วไทยฝง ตะวันออก ม.ย.- พ.ค. , พ.ย. - ม.ค. (จนิ ตนา, 2554) ถึงพฤษภาคม และเดือนพฤศจกิ ายนถงึ ธันวาคม ขณะ ตอนใตของอาวไทย ก.พ.- พ.ค. (เขียน, 2527) ท่อี าวไทยตอนลางพบปมู าไขนอกกระดองมากระหวาง ท้งั อาวไทย ม.ี ค. , ม.ิ ย. , ส.ค. (จินตนา, 2554) เดือนมกราคมถึงกรกฎาคม อาวไทยตอนบน ก.พ.-พ.ค. , ก.ย.-ธ.ค. (จินตนา, 2554) อาวบา นดอน เม.ย. , ส.ค. และ ก.ย. (สุดารัตน, 2562) ขนาดแรกสบื พันธุของปูมา ตามพืน้ ทส่ี ำรวจ ƒ´¥Š³œ£» n´£´ÅŒn ¥²Ä¤Œ›Åq ›„›´– ™Ê· ­£´²¬£§¯m ¤Å­n £» n´¬œ¹  ›³ š©qº ´‰Æ„m พน้ื ทีศ่ ึกษา ขนาดแรกสบื พันธ(ุ เซนตเิ มตร) เอกสารอางองิ ƒm¯›Šœ³ £´ÅŒn¥²Ä¤Œ››q ³œÂ|›¥²Â–É› อาวไทย 9.75 (จินตนา, 2544) ¬µ†³¬µ­¥³œƒ´¥¡›~f ¡» อาวไทยตอนบน 9.47 (จนิ ตนา, 2551) à¾èÔÁ»ÃЪҡûÁÙ ŒÒã¹·ÐàÅ ¹Í¡à˹Í× ¨Ò¡ อา วไทยฝง ตะวนั ออก 9.84 (กมลรตั น , 2555) ƒ´¥›µ»Æ„m›¯ƒƒ¥²–¯‰™Ê—· ¶–†¥¯¹Ê ‰£¯¹ อา วคุงกระเบน 8.00 (กศุ ล, 2552) จังหวัดตรัง 8.40 (Songrak el ¥²£‰£´Â Ê¹¯Š³–™µš›´†´¥»£n´ al., 2014) u†›¹ »£n´¬™»m ²Â§Æ™¤v อาวบา นดอน 7.52 (สดุ ารัตน, 2562) 10

การจำแนกเพศ พัฒนาการของไขในกระดอง รงั ไขมขี นาดเล็กและบาง ลกั ษณะเล็กเปน เสนเรยี วยาว สีขาวขนุ รังไขจะมีสีสม สวางมคี วามยาวเพิ่มขน้ึ จนสุดขอบกระดอง ขนาดรงั ไขเพิ่มขึ้นแตไ มเ ตม็ ชองวางของขอบกระดอง ยังเห็นไขลกั ษณะเปนเมด็ ไดไมช ดั เจน รังไขจ ะมสี ีเหลืองออ นถงึ สีสม ออ นและมขี นาดและความยาว รงั ไขจ ะมสี ีสม เขม ถึงสีสม แก มขี นาดและความยาวเต็มชอง เพม่ิ ขึ้นแตไมเต็มชอ งวางของขอบกระดอง วา งของขอบกระดอง เห็นไขลักษณะเปน เม็ดไดชดั เจน 11

พัฒนาการของไขน อกกระดอง เหลอื ง-สม 4-7 วันกอ นฟก น้ำตาล 2-3 วนั กอนฟก เทา 3-4 วนั กอ นฟก ดำ 1-2 วันกอนฟก 12

ความดกของไข ความดกไขของปูมา มีความสัมพันธกบั ขนาดความกวางกระดองของปูมา ความสมบรู ณ ของปมู าเพศเมยี และทอี่ ยอู าศัยซ่งึ หมายถงึ ปริมาณอาหารในระบบนเิ วศท่มี ีความแตกตาง กนั ในแตละพ้นื ท่ี โดยพบวาปมู าจะมีความดกไขต่ำสุดประมาณ 229,538 ฟอง สงู สดุ 2,859,061 ฟอง และมจี ำนวนไขเ ฉลีย่ 998,292 ฟอง (ธงชยั และคณะ, 2548; วารนิ ทร, 2556; Sudtongkong, 2006; อภิรักษ, 2558) ความดกไขของปูมา จำแนกตามพ้ืนท่สี ำรวจ พ้ืนท่ีศึกษา ความดกไข (ฟอง) ท่มี า ชุมพร 120,000-1,360,000 (สุเมธ, 2527) สงขลา 300,000-1,900,000 (สเุ มธ, 2527) อา วไทย 2,340,000 (สูงสดุ ); 710,000 (เฉล่ีย) (สเุ มธ, 2527) อา วไทย 33,268-2,340,652; 731,790 (เฉลย่ี ) (เขียน, 2520) อาวไทย 46,895-1,867,235; 789,423 (เฉลย่ี ) (ขวญั ไชย, 2521) อาวไทย 99,384-1,457,981; 724,396 (เฉลย่ี ) (ขวญั ไชย, 2520) อา วไทยตอนบน 1,413,150 (สูงสดุ ); 712,684 (เฉลีย่ ) (จินตนา, 2554) อา วบานดอน 254,612-1,872,023; 928,973(เฉลีย่ ) (สดุ ารตั น, 2562) 13

ความสมั พันธระหวางความดกไข ปมู ้าและความกวา งกระดองดา นในของ กรณีศึกษาความดกไขของปมู า เพศเมยี โดยสุม ตวั อยางปูมาเพศเมยี ที่มกี ารพัฒนาไขน อกกระดองในระยะที่ 3 (ไขส นี ้ำตาล) และระยะที่ 4 (ไขสีดำ)เกบ็ ตัวอยา งในชว ง เดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 ถึงเดอื นพฤศจกิ ายนพ.ศ. 2561 จำนวนทัง้ หมด 99 ตัว ครอบคลุมขนาดปมู าที่จบั ไดจาก ชาวประมงซึ่งมีความกวา งกระดองดานในอยูในชว ง 7.41 - 13.79 เซนตเิ มตร และมนี ้ำหนกั ตวั ระหวาง 51.56 - 153.89 กรมั พบวา รังไขข องปูมา เพศเมยี มนี ้ำหนักอยู ระหวาง 8.40-69.30 กรัม มพี สิ ัยความดกไขอ ยูในชวง 254,612 - 1,872,023 ฟอง และคาเฉลีย่ ของความดกไข 928,973±383,409 ฟองผลการวเิ คราะหการถดถอยแบบ ไมเชงิ เสน ไดสมการความสมั พนั ธของความดกไขก ับความ กวา งกระดองดานในคอื Fe = 2042.7*ICW2.6644 จำนวนไ ข (ฟอง) 2500000 Fe = 2042.7*ICW2.6644 2000000 R2= 0.544 1500000 1000000 500000 0 0 2 4 6 8 10 12 14 ความกวางกระดองดานใน (ซม.) 14

สภาพแวดลอ้ มและระบบนเิ วศ 15

ปมู า สามารถอาศยั อยูในบริเวณกวางตั้งแตบรเิ วณพ้นื ทอ งทะเลทเ่ี ปน ทราย โคลนปนทราย หรือแมก ระทงั่ พนื้ ที่โคลน อยา งไรก็ตามจากปรมิ าณผลจับของ ชาวประมงและวงจรชวี ิตของปูมา ทจ่ี ะฝงตวั ในพื้นทที่ รายในตอนกลางวนั ช้ีให เห็นวา ปมู าชอบอาศัยอยบู รเิ วณทรายหรือโคลนปนทราย โดนเฉพาะบรเิ วณสัน ดอนทรายมากกวา บรเิ วณทเ่ี ปน โคลนเลน โดยสามารถพบกระจายอยูท ่ัวไปทั้ง ฝง อาวไทยและอนั ดามนั ในระดับความลึกไมเกิน 50 เมตร พ้นื ทีส่ นั ดอนทราย (สันดอนหวั เสร็จ) จากการสำรวจพบลกู ปมู าจำนวนมากฝง ตัวอยใู นพน้ื ทรายชวงกลางวัน แหลงหญาทะเล จะเปน แหลงทีอ่ ยูอาศัยและแหลง หลบภยั ของปูมา วยั ออนทส่ี ำคญั หากมีแหลงหญา ทะเลในพืน้ ท่ใี กลเคยี งกบั จดุ ปลอยปมู า จะทำใหสามารถเพม่ิ อตั รา การรอดของปูมา วัยออ น มากข้นึ ดงั น้นั การสำรวจ ระบบนเิ วศเพ่ือรองรบั การปลอยปูมาจึงมี ความสำคัญไมน อ ย กวา การปลอ ยปมู า วัยออ นคืนสทู ะเล 16

ปจั จยั คณุ ภาพนำ้ ท่เี หมาะสม ต่อการจัดทำธนาคาร ปูม้าและอตั ราการรอดของ ปมู า สามารถจบั ไดแมกระท่ังบรเิ วณน้ำขึ้นนำ้ ลงหรือบรเิ วณน้ำกรอย บริเวณชายฝง และตามแนวปากแมนำ้ ทีร่ ะดบั ความเค็มระหวาง 28-32 และอุณหภมู ทิ ่มี ากกวา 20 องศาเซลเซยี ส โดยปกติจะพบอาศยั ในบริเวณที่ มีอณุ หภูมริ ะหวาง 28-30 องศาเซลเซียส โดยในชว งขนาดตัวเลก็ ปมู าจะอาศยั อยบู ริเวณชายฝง และจะเคลอื่ น ยา ยไปอาศยั ในบรเิ วณน้ำลึกหรอื ไกลฝงมากขนึ้ เมอื่ มขี นาดโตขึ้น ผลการสำรวจความหนาแนนของปูมา ทพี่ บใน ทะเลในพน้ื ทซี่ ง่ึ มีความเคม็ ตา งกนั พบวา ปูมาจะพบจำนวนมากที่ชว งความเค็ม 27-32 17

อณุ หภูมิของนำ้ ความเคม็ ของนำ้ —µÊ ƒ©´m ¯‰ª´Â§Â·¤¬ ˤ œ©m´Œm©‰¦–ƒ» ´§¬œ¹  ³›šqºÃ£m»£´n в©m´¤›Ëµ­´m ‰¯¯ƒ ÅÙ¡»ÁÙ ¾Õ Ѳ¹Ò¡ÒêŒÒ àËÁÒÐ Š´ƒŸ‰}z Ɲ¤‰³ †©´£Â†£É  ¹Ê¯¡zƒÆ„m­§‰³ Š´ƒ›³›Ë ¬£™ŒÊ· ©m ‰& ƄŠm ²˜ƒ» ƒ¥²Ã¬›µË  –³  ´ ˤ œ©´m ¯³—¥´ƒ´¥¥¯– £´¤³‰ ¹Ë›™ÅÊ· ƒ§Ÿn }‰z ‰Ê¸ £· —´¤„¯‰§ƒ» »£n´Š´ƒ¥²¤² ¯´­´¥¬µ­¥œ³ —©³ ¯¯m › 蝷¤˜¸‰¥²¤²—©³ —£É ©³¤Š´ƒ ç²£†· ©´£Â†£É śŒm©‰ ƒ´¥Â Ê¶£¯•º ­¢»£¶™·Ê¬‰» „Ë›¸  ¸Ê‰Â­£´²¬£ƒ³œ ƒ´¥¯›ºœ´§©³¤¯¯m › ความลึก ปริมาณออกซเิ จนละลายในน้ำ »£n´Œ¯œ–µ¥‰Œ·©—¶ ¯¤mœ» ¥Â¶ ©• ™Ê·—˹›£´ƒƒ©m´™§·Ê ¸ƒ¯³—¥´ƒ´¥ ƒ´¥–µ¥‰Œ·©¶—„¯‰£» ´n  гœ»£´n ś¥²–³œ›µË —›Ë¹   œ©´m ¥¶£´•¯¯ƒÂ¶ Š› £—¥£·¯³—¥´ƒ´¥Š³œ¬‰» ¬º– ™·Ê§²§´¤¯¤m»Å››Ëµ£´ƒƒ©m´ 粙†·Ê ©´£§ƒ¸  £¶Ê „˸›Å›¥²–œ³ SSPв£†· ©´£Â­£´² £—¥ œ©m´¯—³ ¥´ƒ´¥ ÊÁÊÓËÃѺ»ÁÙ ŒÒÁÒ¡ ÊÓËÃºÑ Šœ³ в§–§‰ ¥¶£´•¯¯ƒ¶ÂŠ›™—·Ê ʵƒ©´m  SSP œ©´m Æ£Âm ­£´²¬£ ความเปน กรดดาง (pH) ความเปน ดาง (Alkalinity) ­£´²¬£—¯m ƒ´¥Â ´²Ã§²¯›ºœ´§£» n´ †©¥¯¤m»Å›Œm©‰£§¶ §ƒ¶ ¥£³ §¶—¥ ปริมาณแอมโมเนียรวม บรเิ วณทีป่ ลอ ยตวั ออนระยะซูเอ้ยี Æ£†m ©¥¬‰» ƒ©m´£§¶ §¶ƒ¥£³ ƛė¥ÂŠ›§—¶ ¥ †©¥Â›|  ¹Ë›™Ê· ¸Ê‰£·Ã­§m‰¯›ºœ´§»£n´©¤³ ¯m¯› ʯ¹ ­§œ¯m › —´£š¥¥£Œ´—¶ Œ›m ¬³›–¯›™¥´¤í§‰m ­n´™²Â§h´Œ´¤ §›Ê‰¸ в¬m‰ž§Å­n ʣ¶ ჴ¬¥¯–ś𥥣Œ´—¬¶ ‰» „¸Ë› 18

แนวทางติดตง้ั และรปู แบบธนาคารปมู ้า การคดั เลอื กพ้นื ทเ่ี หมาะสมเพ่ือติดต้ังธนาคารปูมา พ้ืนทจี่ ดั ตงั้ ธนาคารปูมาตองมชี าวประมงทีใ่ ชเ ครอ่ื งมือ ประมงจับปูมา และหากมผี ปู ระกอบการแพปมู า อยดู วย พ้นื ทจี่ ัดตั้งธนาคารปูมา ควรเปน พ้นื ท่ซี ง่ึ อยใู กลช ายฝง ควรพิจารณาเปนพิเศษเพราะเปนดัชนีชีว้ า พ้นื ทดี่ ังกลา ว ไมหางจากทะเลมากเกนิ ไปเนอ่ื งจากมคี วามจำเปนตอง มปี ูมาในพนื้ ท่จี ำนวนมาก จะมีความเปน ไปไดทีป่ ูมา ไข ใชนำ้ ทะเลสำหรบั การเพาะฟกรวมทงั้ เพอื่ ใหงา ยตอ การ นอกกระดองจะเขา ธนาคารเยอะและสามารถดำเนินการ ปลอยลกู ปูมา และควรเปน พ้ืนทซ่ี งึ่ นำ้ ทะเลควรมคี วาม ธนาคารปมู าไดอยางตอเนือ่ ง เคม็ มากกวา 27 และไมมีการผนั แปรของความเคม็ มาก ชาวประมงปูมา รวมกลมุ กนั อยางนอย 5 ถงึ 10 คน และ ไมมรี อยตอตดิ กบั คลองทจ่ี ะระบายน้ำจืดลงทะเล มีนักวิชาการจากกรมประมง อาจารยมหาวิทยาลยั รวม กลมุ ท่ีมปี ระสบการณก ารจดั ทำธนาคารปูมา หรือกจิ กรรม ทงั้ ผนู ำสว นปกครองทองถน่ิ เปน ทีมท่ีปรึกษา เพอื่ จดั ต้งั อนุรักษอืน่ ๆทอี่ ดีตเคยประสบความสำเร็จหรือเคยลม เหลว กลมุ ธนาคารปมู า อาสาสมคั รขับเคลื่อนกจิ กรรมธนาคาร จะไดร ับการพิจารณาเปน พเิ ศษ เพราะไมวาประสบความ ปูมา ในระยะแรก และขยายผลเพมิ่ เตมิ สมาชกิ มากขน้ึ เมือ่ สำเรจ็ หรือลม เหลวกลมุ เหลา นน้ั ไดเรียนรูแนวทางการจดั ทำ กลมุ มีประสบการณมากข้นึ โดยมเี ปา หมายแมพ นั ธอุ ยาง กิจกรรมอนรุ ักษและความเสยี สละ ซง่ึ สามารถนำบทเรียน นอ ย 100 ตัวทีจ่ ะเขาธนาคารปูมาตอ ระยะเวลา 1 เดอื น ในอดีตทงั้ ท่สี ำเรจ็ หรือไมสำเรจ็ มาปรบั ปรงุ ตอ ยอดได 19

พืน้ ที่ติดต้ังธนาคารหรือพนื้ ที่ใกลเ คยี งควรมีระบบนิเวศ ทเี่ ก่ยี วขอ งกับการอยูอ าศัยของปมู า โดยเฉพาะชว งปมู า วัยออน เชน พ้ืนทส่ี ันดอนทราย พื้นทแี่ หลงหญาทะเล หรอื มกี ารจัดการระบบนิเวศชายฝง หนา บานโดยการจดั ทำบา นปลา แหลง ปะการังเทียมกำหนดพน้ื ท่ีไมท ำ ประ มงใกลฝ ง 300-500 เมตร และกำหนดเปนแหลง อนุบาล สตั วน้ำวัยออน ไมมกี ารใชเ ครอื่ งมอื ทที่ ำลายระบบนิเวศ โดยเฉพาะบริเวณหนา ดนิ บริเวณชายฝง รวมทง้ั ไมม ีการ ระบายนำ้ ทิ้งน้ำเสยี ลงสูทะเล หากเปนไปตามขอกำหนด ดังกลา ว จะทำใหลูกปมู า ทีป่ ลอยไปโดยธนาคารปูมา จะ มโี อกาสรอดเปนตัวเต็มวยั เพมิ่ ผลจบั และรายไดใ หชาว ประมงไดมากข้ึน 20

รปู แบบธนาคารปมู ้า ธนาคารปูมา้ แบบโรงเรือนบนฝัง่ ในปจ จุบันธนาคารปูมาในรปู แบบโรงเรือนบนฝง คอนขา งไดรับความนยิ ม โดยธนาคารปมู า ภายใตการสนับสนนุ จากสำนัก งานการวจิ ัยแหง ชาติ (วช.) ในทกุ จังหวัดสวนมากจะมรี ปู แบบเปนแบบโรงเรือนบนฝง ท้ังนเี้ นือ่ งจากสามารถใชธนาคารปูมา เปนเคร่ืองมือสรางความตระหนัก การเรยี นรู และเมอ่ื ปูมาฝกไขส ำเร็จสามารถนำปูมาไปจำหนา ย เพอื่ สรางกลไกความเขม แข็งของชุมชน เงินที่เหลอื จากคา ใชจ า ยในการธนาคารปู สามารถจัดสรรเปน ทุนการศกึ ษาของเด็กนักเรยี นในพื้นที่ รวมทัง้ ธนาคารปมู า แบบโรงเรือนบนฝง ยงั สามารถขยายผลตอยอดเพม่ิ รายไดด วยกิจกรรมสง เสริมเศรษฐกิจฐานราก (BCG Economy) เชน การทอ งเท่ยี วเชงิ อนรุ ักษ รานอาหารชุมชน ธรุ กิจแปรรูป ของชุมชน เปนตน ซึ่งในพ้ืนทจี่ งั หวดั นครศรีธรรมราช และจังหวดั สรุ าษฏรธานี โดยการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยวลยั ลักษณ สามารถดำเนนิ การไดใน 2 รปู แบบ คือ แบบปลอ ยปมู า ระยะซเู อีย้ และแบบปลอยลูกปูมาระยะแรกหรอื ระยะลกู ปูวยั ออน โดยรูปแบบโครงสรา งจะประกอบดวย โรงเรือนทมี่ หี ลังคาเพอื่ ชว ยปองกันแสงและความรอนในเวลากลางวนั ชุดธนาคาร ปมู า 1 ชุด จะประกอบดว ยถังฟก จำนวน 10 ใบ มรี ะบบทอ ออกซิเจนท่แี รงพอจะใหไ ขในถงั ไมตกอยทู ก่ี นถัง ใสแ มปู 1 ตวั ตอถัง และควรเตมิ น้ำ 20 ลติ ร เพ่อื ใหค วามหนาแนนของไขและตวั ออ นปมู าอยใู นระดับทเ่ี หมาะสม ขอ คดิ ท่ีพึงระวังในการ ทำธนาคารปมู า บนฝง เชน ควรใชค วามระมัดระวังในการลำเลียงแมปูไขน อกกระดองเขา ธนาคารเพราะถาไขน อกกระดอง บอบช้ำ และแมปเู กดิ ความเครียดจะทำใหม ีอตั ราการรอดต่ำ การลำเลยี งแมปใู สถ งั แยกเปนพเิ ศษ ออกซิเจนมากกวา 4 มิลลิกรมั ตอ ลิตร กรณีแมป ูหลายตัวในถังควรใสใ บไมหรอื ก่งิ ไมเ พอื่ ลดความเครียดและการตอ สู ปมู า ไขนอกกระดองสนี ้ำ ตาลหรือสีดำจะงายตอชาวประมงเนือ่ งจากปูมาจะฟก ไขภายใน 1-2 วนั ไมต อ งเปลย่ี นนำ้ กรณีไขน อกกระดองสีอื่นๆจำเปน ตองเปลีย่ นน้ำตามพัฒนาการของไขกอ นจะฟกเปนซเู อ้ยี องคป ระกอบธนาคารปูมา จะมปี ายชอ่ื ธนาคารปมู า ปา ยชอื่ สมาชกิ กลมุ รวมทง้ั ปา ยความรูเบือ้ งตนเพ่อื ดำเนนิ การธนาคารปูมา และกจิ กรรมทีเ่ กย่ี วของกบั การฟน ฟูปมู า ในพ้ืนท่ี ทง้ั น้พี บวา โดยทัว่ ไปธนาคารปมู าแบบโรงเรือนบนฝง สว นมากจะปลอยลกู ปูมาหลังจากทีฟ่ กออกจากไข ในระยะซูเอ้ยี 21

22

รปู แบบธนาคารปมู า้ แบบโรงเรอื น 23

24

ธนาคารปูม้าแบบกระชัง ธนาคารปมู า ในรูปแบบกระชงั เปนธนาคารอีกรปู แบบหนึ่งท่มี ีการจัดสรางบริเวณหา งจากชมุ ชนชายฝง ซึ่งประกอบอาชีพประมงปูมา ประมาณ 1,000 เมตร หรอื อยแู นวปากคลองติดตอกบั ทะเล เพอื่ ใหสะดวก ในการเก็บแมปูไขใ นกระชังกรณที ว่ี ง่ิ เรือกลบั จากการทำประมงรวมทงั้ ในบางพื้นท่นี ิยมทำรว มกันทั้งแบบ โรงเรือนและแบบกระชงั ในกรณีที่ไดร ับแมป มู าบรจิ าคจำนวนมากโดยเฉพาะในชว งฤดกู าลสืบพนั ธว างไข สามารถนำแมป มู าไปเก็บไวทีก่ ระชงั เพ่อื ใหฝก ไขในกระชังใกลชายฝง ทะเล โดยทั่วไปมขี นาด 4 x 4 x 1 ลูกบาศกเมตร ใชท ุนลอยซึ่งทำดว ยถังน้ำสฟี า ขนาดใหญ เพื่อใหกระชังลอยอยูกบั นำ้ และยึดกระชงั ไวกับ ทองทะเลดว ยสมอ ดา นบนของกระชังมกี ารจัดทำทางเดนิ ไวขนาดพอเดนิ เพื่อปลอ ยปมู า ธนาคารปูมาใน รปู แบบกระชังเหมาะสำหรบั ชวงการประมงทม่ี ีคล่นื ลมปกติ ไมเหมาะกับชว งมรสมุ เพราะกระชังจะเกดิ การเสยี หาย รวมท้งั วสั ดทุ ่ีเปน เหล็กจะเปน สนมิ มอี ายุการใชงานประมาณ 6 เดอื น หลงั จากนัน้ ตอ งมีการ ซอ มแซมหรอื จัดสรา งใหมเ กอื บทกุ ป 25

26

แบบเพาะฟกั จนถึงระยะลกู ปวู ยั อ่อน รวบรวมแมพ ันธปุ ูมา ไขน อกกระดองจากแพรับซื้อพันธุป มู าหรอื ชาวประมงพืน้ บาน แมพ นั ธุปูมาที่รวบรวมไดม ไี ขสีเหลือง เหลอื งอมสม เทาหรอื เทาดำ ลำเลยี งโดยใส กลอ งโฟมซง่ึ มีนำ้ ทะเลสะอาด ใหอ อกซิเจนมากกวา 4 มลิ ลกิ รมั ตอลติ รตลอดเวลา ลำเลียงแมพ ันธปุ ูมามายงั โรงเพาะพนั ธุปูมาทีม่ ีบอ หรอื อปุ กรณทีพ่ รอมสำหรบั เพาะ ลกู ปมู าระยะซูเอย้ี หรือปมู า วัยออน 27

การเพาะฟักลูกปมู า้ วยั ออ่ นระยะ Zoea การคัดแยกสไี ขน อกกระดองของแมป มู าที่รวบรวม มาเพ่ือฟกไขใ หไดล กู ปูระยะซเู อ้ีย สามารถทำได 2 วธิ ี ดังน้ี วธิ ีที่ 1 แมป ูมา ไขสีน้ำตาล หรอื สีดำ นำแมป ูมา ใสใ น ตะกรา พลาสติก 2 ช้ิน โดยนำประกบกนั เปน กลอ งบรรจุแม พันธุปูมากลองละ 1 ตวั วางตะกราแมพ ันธไุ วใ นบอ อนุบาล ซึ่งไดเ ตรยี มนำ้ ทะเลผานการฆาเช้อื โรค ดว ยคลอรนี ทมี่ คี วาม เค็มอยูระหวา ง 28 - 32 วางตะกราไว 1-2 วัน ในบอ อนบุ าล แมปมู า ก็จะฟก ไขออกเปน ตวั ออ นระยะซูเอ้ีย วิธที ี่ 2 แมป มู าไขส เี หลอื งหรอื เหลอื งอมสม นำมาฟก ในถงั ขนาด 100-150 ลิตร โดยใชนำ้ ทะเลท่ผี า น การฆา เชือ้ ดวยคลอรนี ถาไขเ ริม่ ตนจากสเี หลืองใชเ วลาประมาณ 7-9 วัน ไขจะฟก ออกเปน ตวั ออ นระยะซเู อีย้ โดยแมพ ันธปุ ูมา จะฟก เปนตวั ออ น ประมาณ 80,000 - 2,000,000 ตวั /แม (ขึน้ อยกู บั ความสมบรู ณของไขและขนาดแมพ ันธ)ุ 28

การผลิตลกู พันธุร์ ะยะปมู ้าวัยออ่ น (young crab) คุณสมบตั นิ ้ำที่ใชอ นุบาลตวั ออนมีคาความเคม็ ระหวา ง 25 – 32 ท้งั นีน้ ำ้ ทะเลตอ งผานการฆา เชอ้ื ดวยคลอรนี ใน อตั ราความเขม ขน 30 กรมั ตอ ปรมิ าตรนำ้ 1 ตันอณุ หภมู ิ น้ำท่เี หมาะสม อยูใ นชว ง 28 – 32 องศาเซลเซยี สความ เปน กรดเปน ดา ง 7.8 – 8.5 ปรมิ าณออกซิเจนทีล่ ะลาย ในน้ำไมนอ ยกวา 4 มลิ ลกิ รัมตอ ลิตร และมคี า อัลคาไลน 150-170 มลิ ลกิ รมั ตอลิตร 29

การเตรียมอาหารสำหรบั อนบุ าลลกู ปมู า้ วยั อ่อน การเตรยี มแพลงกตอนพชื (นำ้ เขยี ว) แพลงกต อนพชื ที่ใชมอี ยู 2 ชนดิ คอื Chlorella sp. และ Tetraselmis sp. เตรยี มขยายในถงั ไฟเบอรขนาด 500 ลิตร และขยายตอ ในบอ ขนาด 4 ตัน และ 18 ตนั โดยใชปุยสตู รกลางแจง ของ Sato เตรยี มไวเปน อาหารของโรตเิ ฟอรและใชเปนตวั ควบคุมความโปรง ใสของนำ้ ในบออนุบาลลกู ปมู า การเตรียมแพลงก์ตอนพืชหรือนำ้ เขยี ว การเตรยี มโรตเิ ฟอร ใชบอซิเมนตห รือถังไฟเบอร ซง่ึ ผา นการทำความสะอาด/และฆาเชื้อ ดวยคลอรนี เรียบรอ ยแลว สูบนำ้ เขียว (Chlorella sp. หรือ Tetraselmis sp.) ทเ่ี ตรยี มไวใสใ นถงั หรือบอ นำหวั เชอื้ โรตเิ ฟอรม าใส โรตเิ ฟอรเ ปน แพลงกต อนสตั วซ ึง่ กนิ แพลงกต อนพชื เปนอาหาร เกบ็ เก่ยี วโรตเิ ฟอรไ ป ใชเล้ียงลูกปมู าโดยกรองดว ยถงุ กรองทมี่ ีขนาดตาผา กรอง 60 ไมครอน และเติมนำ้ เขียวเมือ่ สีน้ำเขียวจางลง หรือทกุ ครัง้ หลังเก็บเกีย่ วโรตเิ ฟอร การเตรยี มอารท์ ีเมยี นำไขอ ารท ีเมียมาฟก ในถังกรวย ใชน ้ำทะเลความเค็ม 25-32 อัตราไขอารทเี มีย 1 – 5 กรมั ตอ นำ้ 1 ลิตร ใหเ ตมิ อากาศ ท่แี รงดนั สงู ใชเ วลา 18 - 24 ชว่ั โมง ไขอ ารท ีเมยี จะฟกเปนตัว หลงั จากนน้ั ทำการกรองเก็บตวั ออนอารทเี มีย โดยหยุดใหอ ากาศ และพักไว 15 – 20 นาที เปลือกไขอารทเี มยี จะลอยอยูผวิ นำ้ ทำ การแยกตัวออนอารท ีเมียเพือ่ ใชอ นบุ าลลกู ปูมา ระยะเวลาทใ่ี ชฟ ก ไขอ ารทีเมยี ข้นึ อยกู ับขนาดและระยะของลูกปมู าหากเปนลูกปูมา เลก็ ระยะ Zoea 1 หรือ 2 จะใชเวลาในการฟก อารท เี มยี เพอ่ื เปน อาหารประมาณ 18 – 20 ช่วั โมง ปูม้าใคนวกาามรหอนนาุบแานลน่ ลกู ทำการอนุบาลลกู ปูมาในบอ คอนกรีต ขนาดต้งั แต 2 ตนั ปลอยลกู ปมู าวัยออน ระยะซูเอยี้ ในอตั ราความหนาแนน 50,000 – 100,000 ตัวตอน้ำ 1 ตัน 30

การอนุบาลลกู ปูมา้ วยั อ่อนระยะซเู อี้ย ระยะซเู อีย้ 1 ระยะซูเอี้ย 2 ระยะซเู อย้ี 3 ระยะซูเอ้ีย 4 พฒั นาการของตัวออ่ นปูมา้ ระยะซูเอี้ย1 ถงึ ซูเอยี้ 4 ลูกปูมา วัยออนระยะซเู อ้ีย แบงออกเปน 4 ระยะยอ ย คอื ระยะ ซเู อ้ีย 1- ซเู อี้ย 4 สามารถอนบุ าลในนำ้ ทะเลความเค็ม 28-32 ทผี่ า นการฆาเช้อื โรคดว ยคลอรีนแลว ใหโ รตเิ ฟอร และอารทีเมยี และสามารถใชอาหารสำเรจ็ รปู ลกู กุงทะเลวยั ออน เปนอาหาร ใชเ ทคนิคการใสส ารปรบั สภาพนำ้ หรือสีนำ้ เทียมเปน ตัวควบคุมความโปรงใสของน้ำ ทำการเปลี่ยนถา ยนำ้ ครง้ั แรกเม่ือลกู ปมู า อายุ 4 วัน จากนนั้ จะเปลย่ี นถา ยนำ้ แบบ 1 วัน เวน 2 วัน ประมาณ 20-30% สลบั กบั การดูดตะกอน ปูมา วยั ออนระยะซูเอยี้ จะใชเ วลาประมาณ 10 – 12 วนั จะพัฒนาโดยการลอกคราบเขาสูร ะยะเมกาโลปา (megalopa) 31

การอนุบาลปมู ้าวัยอ่อนระยะเมกาโลปา (Megalopa) อนุบาลปมู า วัยออ นในนำ้ ทะเลท่ผี า นการฆา เชอ้ื ทีร่ ะดบั ความเคม็ 23 – 25 ใหอาหารทง้ั แบบอาหาร ท่ยี งั มชี ีวติ เชน อารท เี มยี ตัวเต็มวัย หนอนแดง และอาหารทีเ่ ปน แบบไมม ีชีวิต เชน อารทเี มียตัวเตม็ วยั แชแข็ง, ปลาสดบด, เนอ้ื หอยสับ เทคนคิ สำหรบั การเพิม่ อตั ราการรอดควรใสกงิ่ สน หรืออวนสำหรับใหป ูมาวัยออ นเกาะ และหลบซอนตัว ปอ งกนั การกนิ กนั เองเพราะระยะนี้ปูมาเร่มิ มีพฤตกิ รรมเปนผูล า และมีความสามารถในการหา อาหารไดม ากขนึ้ ปูมา ระยะเมกาโลปาน้ีใชเวลาประมาณ 5 – 7 วัน กอ นจะลอกคราบเขาสรู ะยะปมู า วยั ออ น (Young crab) แพลงก์ตอนโรติเฟอร์ อารท์ เี มีย ตวั อ่อนปูม้าระยะเมกาโลปา การอนบุ าลปมู ้าวยั ออ่ นระยะ Young crab อนบุ าลลกู ปมู า วัยออนดว ยปลาสดบดเสริมดว ยอารท เี มียตัวเต็มวยั จนลูกปมู า โตไดข นาด 0.5-1 เซนติเมตร นำไปเล้ยี งตอในบอดินขนาดตั้งแต 1 ไร ดว ยอัตราความหนาแนน 2 – 3 ตัวตอตารางเมตร โดยใหอาหารเปน ปลาสดตัดเปน ชนิ้ ปริมาณอาหารท่ใี หอ ยใู นชวง 7–10% ของนำ้ หนกั ตัวลูกปมู า ใชเ วลาเลี้ยงปมู าระยะ young crab ประมาณ 3-4 เดอื น ลกู ปมู าจะโตจนถงึ ขนาดตลาดที่น้ำหนกั ตวั ประมาณ 100-150 กรัม อาหารสำหรบั ตัวออ่ นปมู ้า อาร์ทีเมียตวั เตม็ วยั ปลาบด หนอนแดง ปลาสดตดั เป็นชน้ิ ตวั อ่อนปมู ้าระยะปูมา้ วัยอ่อน (young crab) ก่งิ สนทะเลสำหรับให้ปมู ้าลงเกาะและหลบซอ่ นตวั 32

แนวทางการปลอ่ ยลกู ปูม้าทีเ่ หมาะสม ปจ จุบันความตืน่ ตวั ตระหนกั รู และการมสี วนรวมตอการฟนฟูทรัพยากรปูมาเพม่ิ มากข้ึนอยา งมาก อาจจะเปน ผล มาจากการประชาสัมพนั ธ สรา งการรับรูของหลายหนว ยงานท่รี วมมือดำเนินโครงการ “คนื ปมู าสูท ะเลไทย” สนบั สนนุ โดยสำนักงานการวจิ ยั แหง ชาติ (วช.) จะเหน็ ไดว า มีการจัดต้ังธนาคารจำนวนมากตลอดแนวชายฝงทัง้ อา วไทยและอัน ดามนั มีการบรจิ าคปมู าไขน อกกระดองเขา สูธนาคารปมู า และปลอยลูกปมู า ในหลายพืน้ ท่ี อยางไรกต็ ามการจัดทำธนา คารปูเพือ่ ใหเ กิดผลสำเรจ็ ไดนนั้ แนวทางการปลอยปูมา วัยออนทถ่ี กู ตอ ง ปลอ ยในสถานทีแ่ ละเวลาท่เี หมาะสมเปน ปจจยั สำคัญและเปน ปจจัยทีต่ อ งสรา งการรับรูห ลงั จากทปี่ ระสบความสำเรจ็ ในการสรางความตระหนกั ใหทกุ คนชวยกนั ดำเนิน โครงการธนาคารปมู า ท้งั นีเ้ พ่ือลดการตายโดยธรรมชาติ เพ่มิ อตั รารอดของลกู ปูมา ในทะเล โดยการปลอยลกู ปูมา ท่ีพบ มากจะเปน การปลอยลูกปมู า ระยะซเู อ้ีย และการปลอ ยในระยะปูมา วัยออ น (young crab) หลกั การปล่อยปูมา้ ระยะซูเอยี้ และระยะปูวัยอ่อน (young crab) นำลกู ปูมาซเู อยี้ ไปปลอยคนื ธรรมชาติ ในพ้ืนที่ซ่ึง ความเค็มไมตา งกับถงั ฟกและความเค็มตางกนั ไดไมเกิน 2 สวนในพันสวนแนะนำใหชาวประมงนำลกู ปมู า ปลอย ชว งออกทำประมงบรเิ วณทช่ี าวประมงจบั ปมู าไขน อก กระดองสีดำไดโ ดยความเคม็ ในพนื้ ทีป่ ลอยควรอยูในชว ง 27-35 เพราะเปนชว งทเี่ หมาะตอการฟก ของลูกปูมา ควรปลอ ยลูกปมู าระยะซเู อยี้ ทนั ทที ีฟ่ กเสร็จ เพราะหากปลอยไวน านน้ำในถงั ฟกจะเสียงา ยเนอื่ ง จากปริมาณแอมโมเนียจะสูง และลูกปมู ามีโอกาส จะกินกันเอง 33

ควรเตมิ ออกซเิ จนในถงั ฟกโดยใช ออกซเิ จนแบบพกพา ขณะลำเลยี ง ซูเอ้ียเพ่อื ปลอยคนื สทู ะเล ปลอยลกู ปูมาระยะซูเอี้ยโดยพจิ ารณากระแสน้ำ เนื่องจาก กระแสนำ้ จะพัดพาตัวออนไปยงั แหลงอาหารเพ่ือเพ่ิมอตั รา การรอด ควรปลอ ยหา งจากฝงพอประมาณอยา งนอยเลย แนวคล่ืนหัวแตก เพ่อื ไมใหต วั ออ นท่ปี ลอยถกู คลืน่ ซดั ข้นึ ฝง คำนึงถึงความเหมาะสมของสภาพแวดลอ ม แหลง หลบภยั เชน แหลง สันดอนทราย แหลง หญาทะเล บนพนื้ ฐานของชวี วทิ ยาปมู าและ ระบบนิเวศทเ่ี กย่ี วของ แนะนำใหป ลอยลูกปมู าชวงเชาท่ีออกไปทำประมง โดยปลอ ย ในแหลง ทำประมงท่ีเจอแมปมู า หรอื ปลอยชวงเยน็ หรือคำ่ ไม ปลอยชว งแดดจัด เพราะลกู ปมู าโดยเฉพาะระยะโซเอยี้ บอบบาง จะตายทันทที ีอ่ ุณภูมนิ ้ำในทะเลสงู กวาในถังมากๆ ควรพกั ลกู ปมู า ในถงุ หรือภาชนะท่ีใสใ นน้ำทะเล ไมควรปลอยทนั ทีทนั ใด ควรปลอ ยลกู ปูมา ในลักษณะหมุนเวียน ไมควรปลอยในพื้นทเ่ี ดมิ บอยๆ เพราะจะดึง ดดู ผูลาเขา มาหาอาหารในพน้ื ทีซ่ ึง่ มแี พลงก ตอนสัตวหรือลกู ปขู นาดเลก็ จำนวนมาก ในกรณที ่ธี นาคารปูมา ตงั้ อยูบริเวณปากแมน ้ำ ควรปลอ ยลกู ปมู า ขณะทน่ี ำ้ ขน้ึ สงู สุดใกลจะเปนชวงน้ำลง เนอื่ งจากความเคม็ จะสงู และกระแสนำ้ ชว งนน้ั จะแรงสามารถพัดพาตัวออ นออกไป ชายฝง ยังแหลง อาหารได กรณีปลอยปมู า วัยออ น (young crab) เน่ืองจากปูจะหลบภัยใตพน้ื ทรายในเวลา กลางวัน ดังน้นั ควรนำลูกปูมาไปปลอย บริเวณสันดอนทราย หรือพนื้ ทีห่ ลบซอน เชน แหลง หญาทะเล 34

แนวทางบริหารจดั การธนาคารปูม้าโดยชมุ ชน ดำเนินโครงการภายใตเ งื่อนไขของการทำงาน แบบรวมกลมุ โดยมีสมาชิกกลุมอยางนอ ย 5-10 คน และมีนักวชิ าการกรมประมง อาจารยจ ากมหาวทิ ยาลัย และผนู ำสวนทอ งถน่ิ รวมเปน ทปี่ รกึ ษา ทำงานรว มกัน แบบบรู ณาการ 35

มีการบรหิ ารจัดการแมป มู าท่ไี ดรับ การบริจาคอยา งโปรง ใสรวมท้ังมกี ารจดั สรรรายไดจากขายแมปเู พ่อื สาธารณะ เชน การมอบทนุ การศกึ ษา หรอื เพ่อื ดำเนินงานสว นรวม อ่ืนๆตามความ เหมาะสมของแตล ะพน้ื ท่ี มกี ารจดบนั ทึกแมป มู าท่เี ขา ธนาคารอยา งสมำ่ เสมอ จำนวน ตวั ขนาดตัว สีไข เปนตน มีการจดบนั ทกึ ผลจับปูมา จากสมาชกิ เครือขา ยธนาคารปูมา เพอื่ ทราบถงึ แนวโนม ของจำนวนปูมา ในทะเล รวมทัง้ เพอื่ ประเมนิ ความสำเร็จเชงิ ประจักษใ นการเพม่ิ จำนวน ปมู า จากการทำธนาคารปูมา จดั กจิ กรรมฟนฟูระบบนิเวศ หญา ทะเล หรือกจิ กรรมอ่นื ๆเชน บานปลา แหลง ปะการงั เทยี ม เพ่ือเพ่มิ พ้ืนทีห่ ลบซอ นใหกับลูก ปูมาและเพ่มิ อัตราการรอด 36

รวมกำหนดเขตอนรุ กั ษปมู า ของ ชุมชน เชนพน้ื ที่หา งจากฝง 300-500 เมตร พื่อรักษาพน้ื ทไ่ี ขแ ดงสำหรับเปน แหลง อนุบาลลูกปมู า วยั ออน เพ่อื เพม่ิ ประชากรปมู าในธรรมชาติ ไมจับปมู า มีไขน อกกระดองขึน้ มาใช ประโยชน โดยเฉพาะในชว งฤดูกาลสืบพนั ธุ หากตดิ ข้นึ มาควรนำไปฟก ที่ธนาคารปูมา กอน การใชประโยชน ไมทำประมงใกลแหลง อนุบาลตัวออน เชน แหลงหญา ทะเลและแนวสนั ดอนทราย ไมใชเ คร่อื งมอื ลอบปมู า ที่มี ขนาดชอ งตาเล็กกวา 2.5 น้ิว ทำขอ ขอ ตกลงรว มชุมชนใชต า อวนขนาดใหญจ บั ปูมาขนาดโต กวา 10 เซนตเิ มตร 37

“ไมซ อ้ื ไมกินปูมาขนาดเลก็ กวา 10 เซนติเมตร และปมู าไขน อกกระดอง” บูรณาการจัดทำธนาคารปูมา แบบมีสว นรว มของทกุ ภาคสวน และมคี ณะกรรมการ ธนาคาร ปูมา อยา งชัดเจน เชื่อมโยงกจิ กรรมธนาคาร ปูมา กบั การทอ งเท่ียวเชิงนเิ วศ และกิจกรรมสรางอาชพี อ่ืนๆ เชนรา นอาหารชมุ ชน เพือ่ ทำให ชุมชนมชี อ งทางรายไดเสรมิ และ สงเสรมิ ความย่งั ยืนของกจิ กรรม ธนาคารปมู า 318

ชุมชนต้นแบบ: บทเรยี นสูค่ วามสำเร็จ ศูนย์เรียนร้ธู นาคารปูม้าและประมงชายฝ่งั บา้ นในถุง้ ชุมชนบา นในถุงอำเภอทาศาลาจงั หวัดนครศรีธรรมราช มีการจดั ทำธนาคารปูมา ท้ังรปู แบบโรงเรอื นบนฝง และรปู แบบกระชงั มีสมาชกิ กลมุ จำนวนกวา 20 คน และมีผเู ขา รว มกิจกรรมและบริจาคปูมา จำนวน 50 คน มีจำนวนแม พนั ธุป ูมา บริจาค ประมาณ 3 ,000 ตวั /ป จดั กิจกรรม อนรุ กั ษอน่ื ๆในพนื้ ที่ จดั ทำบา นปลา และไมใชเ ครอ่ื งมอื ประมงทำลายลางปลอ ยปูมาระยะซเู อี้ย อยางสมำ่ เสมอ รวมทั้งมีการประชาสัมพันธกิจกรรมปลอยปูมา เพอ่ื สรา ง ความตระหนัก ปลอ ยลูกปูมา ในชว งเวลาและบรเิ วณที่เหมาะสมหางฝง ประมาณ 1,000 เมตรจัดกจิ กรรมถา ยทอดองคความรู อยา งสม่ำเสมอ สว นตา งรายไดจากการขายแมป ูมา นอกจากนำบรหิ ารจัดการกลุมยังนำไปเปนทุนการศกึ ษาใหกบั เด็กในชมุ ชน 39

ความสำเรจ็ เชิงประจกั ษข์ องกลมุ่ ความสำเร็จจากการฟน ฟูทรัพยากรปมู าและระบบนิเวศ เพ่ิมปรมิ าณผลจับและสรางระบบนิเวศที่ ดีขน้ึ ใหก ับชายฝง อำเภอทาศาลา จนไดร บั การขนานนามวา “อาวทองคำ”จากขอมลู สถติ ผิ ลจับรวบ รวมโดยมหาวทิ ยาลยั วลัยลกั ษณ พบวา จำนวนสัตวนำ้ โดยเฉพาะ ปูมา เพิ่มจำนวนเชงิ ประจักษจ าก เดิมนอ ยกวา 10 กก./เทย่ี ว เพมิ่ เปน 15 - 30 กก./เท่ียว ทำใหชาวประมงมรี ายไดเ พิ่มข้ึนไมน อ ย กวา 15,000 - 20,000 บาท/คน นอกจากน้จี ากการสำรวจชนดิ สตั วน ำ้ บรเิ วณชายฝงพบวา มสี ัตวน้ำ กวา 200 ชนดิ แสดงถงึ ระบบนเิ วศท่ีซับซอ นมคี วามหลากหลายของชนิดสัตวนำ้ สูง ประชาชนผูท่ี ไมไดประกอบอาชพี ประมง สามารถทำอาชีพตอเนอื่ งจากการฟน ฟูของปูมา เชน อาชพี มัดปู แกะ เนื้อปู ทำความสะอาดอวน ซ่งึ สรา งรายไดใ หกบั ชมุ ชนในภาพรวม หนวยงานตางๆโดยเฉพาะภาคเอกชนประสงคจะมารวมทำงานในพน้ื ทสี่ รางกจิ กรรมตอเน่ือง ทำใหเกดิ เศรษฐกจิ หมุนเวียนในพนื้ ที่ และชาวประมงเขาถงึ โอกาสในการสรางอาชีพตอเนือ่ งจากการ ทำธนาคารปูมา มากข้ึนเชนการทอ งเท่ยี วเชงิ สรางสรรค รา นคาอาหารทอ งถิ่นเปนตน รางวัลและช่ือ เสยี งของชมุ ชนตน แบบ ขยายผลตอการเกิดเศรษฐกจิ หมนุ เวยี นในชุมชน รางวัล -รบั พระราชทานรางวลั เกษตรกรดีเดนดานการเพาะเลี้ยงและการประมงชายฝง ในป พ.ศ. 2562 จาก พระบาทสมเดจ็ พระวชิรเกลาเจา อยูหวั รัชกาลที่ 10 -รางวลั เกษตรกรดีเดน ดา นการฟน ฟแู ละอนรุ กั ษทรัพยากรประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ -รางวลั ชมุ ชนตน แบบดา นการบริหารจัดการประมงชายฝงโดยชมุ ชนระดับเขต และระดับภาค มอบโดย กรมประมง -รางวัลชมุ ชนตนแบบตนไมแหงความสขุ มอบโดย มหาวทิ ยาลัยวลยั ลักษณ -รางวัลนวัตกรรมสอ่ื เผยแพรธ นาคารปูมาตนแบบ มอบโดยสำนักงานการวิจยั แหงชาติ -รางวลั อาสาสมัครพิทักษ ทรัพยากรดีเดน มอบโดย กระทรวงทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง 40

ชุมชนตน้ แบบ: บทเรยี นสู่ความสำเรจ็ ศนู ย์เรยี นรูธ้ นาคารปมู ้าบา้ นหาดสมบรู ณ์ ชมุ ชนบา นหาดสมบูรณ อำเภอทา ชนะ จงั หวดั สุราษฎรธ านี มกี ารจดั ทำธนาคารปมู า รูปแบบโรงเรอื นบนฝงมีสมาชิกกลมุ จำนวนกวา 30 คน และมีผูเขา รว มกิจกรรมและบรจิ าคปูมา จำนวน 73 คน มจี ำนวนแมพนั ธุปมู าบริจาค จำนวนมาก ประมาณ 7,000 ตัว/ป ปลอยปูมา ระยะซูเอ้ียทุกวนั รวมทัง้ มีการประชาสมั พันธก จิ กรรมปลอ ยปมู า เพอื่ สรางความตระ หนกั ทำขอ ตกลงรวมโดยชุมชน ไมทำประมงในเขตหา งฝง 500 เมตร จัดกจิ กรรมถา ยทอดและสรางความตระหนกั แก ผูส นใจอยางสม่ำเสมอ สว นตางรายไดจ ากการขายแมป ูมา นำ ไปเปนทุนการศึกษาใหกับเด็กในชุมชนมีกิจกรรมอนรุ ักษอ่นื ๆ ในพืน้ ท่ี จัดทำบานปลา 41

ความสำเรจ็ เชงิ ประจกั ษข์ องกลุ่ม การเตรียมแพลงกต์ อนพืชหรือน้ำเขียว รางวัล -เครอื ขายอาสาสมคั รพิทักษทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมหมูบ าน ทสม. ดเี ดน มอบโดยสำนักทรัพยากรธรรมชาตเิ เละสิง่ เเวดลอ ม จงั หวัดสุราษฎรธานี -บุคคลตวั อยางทที่ ำความดแี ละคณุ ประโยชนเ เกส งั คม มอบโดย ผูวา ราชการจงั หวัดสรุ าษฎรธานี -อาสาสมัครเพื่อการทอ งเทยี่ ว (เจา บานท่ีดี) LOCAL HERO มอบโดยกการทองเทีย่ วแหงประเทศไทย -รางวัล ทสม. ดีเดน ระดับจงั หวัด มอบโดยกรมสงเสรมิ คุณภาพสิ่งเเวดลอ ม กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติ เเละสง่ิ เเวดลอม -ผรู ว มอนรุ ักษ ฟน ฟูทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝง ดีเดน มอบโดยกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติ เเละสิ่งเเวดลอม -เคร่ืองหมายรักษท ะเลชน้ั 1 มอบโดยกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ เเละสิง่ เเวดลอม 42

สอื่ เผยแพรอ่ อนไลน์ ตดิ ตามขอ้ มลู ธนาคารปมู ้าดำเนนิ การโดยมหาวทิ ยาลยั วลยั ลักษณไื ด้ทาง Facebook page ธนาคารปมู ้า มวล.วช. https://www.facebook.com ธนาคารปูมา้ -มวล-วช-1690478851056897/ วีดที ัศนง์ านบรกิ ารวชิ าการธนาคารปมู ้ากบั การพัฒนาชวี ิตที่ยั่งยนื https://www.youtube.com/watch?v=hKpvEuuvHB0&t=29s วีดที ศั น์ วลัยลกั ษณส์ ู่สังคม ตอน ปมู า้ สูท่ ะเลไทย https://www.youtube.com/watch?v=k79M89b1aP4 วีดีทศั นส์ อ่ื ความหมาย ไมจ่ ับ ไมซ่ ื้อ ไมก่ นิ ปูม้าทมี่ ไี ขน่ อกกระดอง วดี ีทัศน์ ชาวประมงเกาะสมยุ เปดิ รับธนาคารปูม้า “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” และปมู ้าขนาดเลก็ https://www.youtube.com/watch?v=f6t32YEAHDo https://www.youtube.com/watch?v=ln3jMnNDCy4 วดี ที ัศน์งานบริการวชิ าการธนาคารปูม้า ไขน่ อกกระดองกบั การฟืน้ ฟูทรพั ยากรปมู า้ https://www.youtube.com/watch?v= EHL_Ls3kelA&t=484s 43

วีดีทศั น์ มวล. หนนุ ประมงพื้นบ้าน “คนื ปูมา้ ส่ทู ะเลไทย” https://www.youtube.com/watch?v=qFbtQa-VCIE&t วดี ที ศั น์ ปูมา้ สร้างงาน ธนาคารปมู ้าแพเพชรปิยะ https://www.youtube.com/watch?v=sf4betnKKfo วีดที ศั น์ วช. กับ ธนาคารปูมา้ พ้นื ท่จี งั หวัดนครศรีธรรมราช และสรุ าษฎร์ธานี https://www.youtube.com/watch?v=RS_ L7RopVc0&t=4s วีดที ัศน์ พอกโคลน กิปมู ้า เทีย่ วปา่ โคลน พ้ืนทีจ่ ังหวัดนครศรีธรรมราช https://www.youtube.com/watch?v =oo2QycghMBM&t=113s 44

บทสรุป โครงการธนาคารปมู า คนื ปูมาสูท ะเลไทยสรา งผลกระทบทางบวกสง ผลใหชุมชนมีความตระหนักรูในการฟน ฟู ทรพั ยากรปูมา โดยใชธ นาคารปมู าเปนเคร่อื งมอื ในการบรหิ ารจัดการทรัพยากรชายฝง และเพิม่ ผลผลติ ปมู าในธรรมชาติ ทำใหช าวประมงและผมู สี ว นไดสว นเสียมีพ้นื ฐานความเขาใจทางวชิ าการที่ถกู ตองในการฟน ฟทู รพั ยากรปมู า และระบบ นเิ วศที่เกี่ยวขอ ง ชุมชนและชาวประมงมีความเขาใจสามารถนำความรูประยกุ ตใชในการปลอ ยลกู ปูมาสธู รรมชาตโิ ดย คำนงึ ถงึ อัตราการรอดที่สูงมากขึน้ จากการดำเนินโครงการธนาคารปมู าในระยะที่ 1 สนับสนุนโดยสำนักงานการวิจัย แหงชาติ (วช.) โครงการดำเนนิ การจดั สรา งศนู ยเรียนรูธนาคารปมู า จำนวน 3 แหง และธนาคารปมู า ยอยตามเปา หมาย จำนวน 57 แหง ครอบคลุ มพนื้ ทีช่ ายฝงทะเลอาวไทยตัง้ แตอ ำเภอทา ชนะ จังหวดั สรุ าษฎรธ านี ถึง อำเภอหวั ไทร จงั หวดั นครศรธี รรมราช โดยพบวา ในชุมชนชายฝง ซ่งึ มีการนำหลักวิชาการจากการฝก อบรมถายทอดโดยมหาวทิ ยาลยั วลัยลักษณไ ปบรหิ ารจัดการพนื้ ทช่ี ายฝงและจัดทำธนาคารปมู า โดยคำนงึ ถงึ จดุ ปลอ ยลกู ปมู าท่ีเหมาะสม สามารถเพม่ิ ปริมาณผลจับปูมา จากธรรมชาติไดเชิงประจกั ษ จากเดิมกอนการจัดทำธนาคารปูมา ผลจับวันละไมถ ึง 10 กโิ ลกรมั ตอ ลำเรอื เปน 15-20 กโิ ลกรัม ขนึ้ อยูกบั ฤดกู าล โดยเฉพาะอยางยง่ิ ในศูนยเรียนรูธ นาคารปูมาบา นหาดสมบูรณ อำเภอทาชนะ จงั หวัดสุราษฎรธ านี และศนู ยเรยี นรธู นาคารปูมา บานในถงุ อำเภอทา ศาลา จงั หวัดนครศรีธรรมราช ชาวประมงมกี ารบรหิ ารจดั การพื้นทชี่ ายฝงหนา บา นรว มกบั กจิ กรรมธนาคารปูมา ทำใหไดผ ลจับปูมาที่เพม่ิ ข้นึ อยางชัดเจน นอกจากนธ้ี นาคารปมู า ยงั เปน เครอื่ งมือทสี่ ำคญั ในการใชเ พอ่ื จดั การทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง ในมิติ อนื่ ๆ อกี ดวย โดยใชศ ูนยเ รยี นรูธนาคารปูมา ดงึ ดดู นักทอ งเทยี่ ว หรือชุมชนอืน่ ๆ มาเยยี่ มชม ทำใหเกดิ การทองเทย่ี วเชงิ นเิ วศ นับเปนการสรา งรายไดท างออมใหก ับชุมชน คูม ือธนาคารปมู าเลม นจี้ ัดพิมพเ พื่อถายทอดองคความรทู เี่ กีย่ วของกับการจดั ทำธนาคารปมู า เพ่ือใหช าวประมง และ ผทู ่สี นใจสามารถอา นเพิม่ เติมความรทู างวิชาการ หรือประยุกตใ ชใ นการจัดทำธนาคารปูมาในพ้ืนที่ เพอ่ื ใหการดำเนิน กจิ กรรมธนาคารปมู าเปนไปอยา งถูกตองและมปี ระสิทธิภาพ สรา งรายไดใหกบั ชมุ ชนฐานรากและเกิดเศรษฐกจิ หมนุ เวียน ของประเทศตามแนวทาง BCG Economy รวมทั้งทำใหเ กดิ การใชประโยชนท รพั ยากรปมู าอยา งยง่ั ยนื 45

คำขอบคุณ คณะผจู ัดทำขอขอบคุณ สำนักงานการวิจัยแหง ชาติ (วช.) ซงึ่ สนบั สนนุ งบประมาณในการดำเนนิ โครงการ ธนาคารปมู า คนื ปมู าสูทะเลไทย ในพ้ืนท่ีจงั หวัดนครศรีธรรมราช และจงั หวดั สรุ าษฎรธ านี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณขอขอบคณุ เครือขา ย มหาวิทยาลยั ในพืน้ ที่ ไดแ ก มหาวิทยาลยั ราชภฏั จังหวดั นครศรีธรรมราช และมหาวิทยาลัยราชภัฏจังหวดั สุราษฎรธ านี ศูนยวจิ ัยและพฒั นาการเพาะเลีย้ งสตั วน้ำชายฝง เขต 3 (สุราษฎรธ าน)ี สำนกั งานประมงสรุ าษฎรธ านี สำนักงานประมง จงั หวัดนครศรธี รรมราช แกนนำชาวประมงในจงั หวดั นครศรธี รรมราชและจงั หวดั สุราษฎรธ านี ตลอดจนชาวประมงท่ดี ำเนนิ โครงการธนาคารปูมา ในระยะแรก ทง้ั หมด 60 แหง นอกจากนค้ี ณะทำงานขอขอบคณุ ผูท รงคุณวฒุ ิของสำนักงานการวจิ ยั แหง ชาติ คณะผเู ชี่ยวชาญ และคณะทำงานทีเ่ ดนิ ทางมาตรวจเย่ียมธนาคารปมู า รวมท้งั ใหค ำแนะนำในการปรบั แกค ูมอื ธนาคารปมู า ฉบับนี้ ทำใหค ูมือฉบบั นี้สำเร็จลุลวงดวยดี และสามารถใชประโยชนเ พอ่ื ถา ยทอดองคความรเู บอ้ื งตน สำหรับ การจดั ทำธนาคารปมู าโดยชมุ ชน นอกจากน้ีคณะผูจ ัดทำขอขอบคณุ ขอมูลวิชาการจากผลงานวิจยั เรอ่ื ง การศกึ ษาชีววทิ ยาประมง สงั คมเศรษฐกจิ และ ระบบนิเวศที่เก่ยี วขอ งตอการฟน ฟูทรพั ยากรปูมาตามแนวทางการ พฒั นาทางการประมง (Fishery improvement program: FIP) ในบริเวณอาวบา นดอน จังหวดั สรุ าษฏรธานี สนับสนุนโดยสำนักงานพฒั นาการวจิ ยั การเกษตร (องคการ มหาชน) ซงึ่ เปนการใชป ระโยชนผลงานวจิ ยั เพื่อสรางผลกระทบตอสังคม นำวชิ าการจากการวิจยั เพ่อื ประกอบขอเสนอแนะ การจดั ทำธนาคารปมู า และการจดั การระบบนเิ วศรองรบั การฟน ฟูทรัพยากรปมู า ขอขอบคณุ ขอ มลู วชิ าการจากโครงการวจิ ยั 46


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook