Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือสหกิจศึกษา ปีการศึกษา 2564

คู่มือสหกิจศึกษา ปีการศึกษา 2564

Published by Thanyatron Theprak, 2022-10-27 07:19:55

Description: คู่มือสหกิจศึกษา ปีการศึกษา 2564

Search

Read the Text Version

24 ตวั อยา่ งรปู แบบการเขียนเอกสารอา้ งอิง เอกสารอ้างอิง เรียงลาดบั ตามตัวอกั ษร และไทย-อังกฤษ ขนาด 16 ปกติ เวน้ 2 บรรทัด กิตติศักดิ์ วิธินันทกิตต์, ณรงค์ อึ้งกิมบ้วน, และสิทธิชัย รุ่งสว่าง. (2562). แบบจาลองทางคณิตศาสตร์ของ üćøÿćø การอบแห้งเห็ดหอมด้วยเทคนิคสุญญากาศร่วมกับอินฟราเรด. วารสารวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ, 14(3), 1-13. จิรวัฒน์ สติ รานนท์, อมร จิตรวิโรจน์, พิชัย นามประกาย, และกิตติศักด์ิ วิธินันทกิตต์. การศึกษาระบบการส่ง วารสาร ถ่ายความร้อนโดยใช้ไอน้าเป็นสารทางานหมุนเวียนในแนวราบ. วิศวกรรมสารเกษมบัณฑิต, 9(3), 238-252. ดวงกมล แก้วพิมพา, นิศารัตน์ ตามสมัคร, และสุรัตน์ สุขต้อ. (2548). การปฏิบัติเบ้ืองต้นในการลดความช้ืน ðøâĉ âćîóĉ îíŤ ของเหด็ หอมดว้ ยสารละลายเกลือแกงเพ่อื ลดระยะเวลาในการอบแหง้ ด้วยเครอื่ งอบแห้งแบบถาด (üĉì÷ćýćÿêøïĆèæêĉ ). öĀćüìĉ ÷ćú÷Ć đß÷Ċ ÜĔĀöŠ, đßĊ÷ÜĔĀöŠ. นนพุวนงธศ์ ชลคุป. (2562, พฤศจิกายน). 10 แหล่งพลังงานทดแทน เพ่ือการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต. สืบค้น 10 เว็บไซต์ เมษายน 2563, จาก https://greennetworkthailand/พลังงานทดแทน-แห่งอนาคต/ ศรมี า แจ้คา. (2546). การอบแห้งผลไม้และสมุนไพรโดยใช้ปั๊มความร้อนร่วมกับอินฟราเรดไกล (วิทยานิพนธ์ วิทยานพิ นธ์ วิศวกรรมศาสตรมหาบณั ฑิต) มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ ธนบุรี, กรุงเทพมหานคร. สธม์ ชาติ โสภณ รณ ฤทธ์ิ. (2540). การอบแห้งเมล็ดพืชและอาหารบางประเภท (พิมพ์ครั้งท่ี 7). หนังสือ กรงุ เทพมหานคร: สถาบนั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ ธนบรุ ี. อังคณา มากมี, จิรวัฒน์ สิตรานนท์, กิตติศักดิ์ วิธินันทกิตต์, และวรีภรณ์ รัตนิสสัย. (2559). การศึกษาระบบ Öćøðøąßčö ĀöčîđüĊ÷îÿćøìĞćÜćîéšü÷óúĆÜÜćîÙüćöøšĂî. Ĕî ÖćøðøąßčöüĉßćÖćøđÙøČĂ׊ć÷óúĆÜÜćîĒĀŠÜðøąđìý ประชุม ĕì÷ ÙøĆĚÜìĊę 12 (น. 1450-1457). óĉþèčēúÖ: ēøÜĒøöüĆÜÝĆîìøŤøĉđüĂøŤüĉü. AOAC. (2000). Official methods of analysis. (17thed.) association of official analytical chemists. หนงั สือ Maryland: Gaithersburg. CNN Wire Staff. (2011). How U.S. forces killed Osama bin Laden. Retrieved May 3, 2011, from เวN็บinไซdตo์ , http://www.cnn.com/2011/WORLD/asiapcf/05/02/bin.laden. raid/index.html rice using C. I., Kudo, Y., & Bekki, E. (1995). Test model for studying sun drying of rough วารสาร far-infrared radiation. Drying Technology, 13(1&2), 225-238. Sandu, C. (1986). Infrared radiative drying in food engineering: process analysis. Biotechnology วารสาร Progress, 2, 109-119. Supakanapitak, S., & Jarudilokkul, S. (2017). Preparation and characterization of Pt/CeO2-ZrO2 nanoparticles by different methods. Proceeding of Pure and Applied Chemistry การประชุม International Conference 2017 (PACCON2017) (pp. MS1-6). Bangkok: Centra ประชมุ Government Complex Hotel & Convention Centre Chaeng Watthana. ยอ่ หนา้ 1.27 àö.

25 ตัวอย่างหนา้ ภาคผนวก กง่ึ กลาง ภาคผนวก 20 points ตวั หนา หนา้ กระดาษ

26 ตวั อยา่ งภาคผนวก หา่ งจากขอบกระดาษ 2 นวิ้ เฉพาะหนา้ แรก ภาคผนวก ก 18 points ตวั หนา เวน้ 1 บรรทดั ข้อมลู เว้น 1 บรรทดั 1.ข้อมลู สถานประกอบการ 16 points ตวั หนา 1.1 ช่อื และท่ีต้งั ของสถานประกอบการ 161234 points ตวั หนา ....................................................................................................................................... 1.2 ¨„´ ¬–³„µ¦ž¦³„°„µ¦ เน้ือหา 16 points ตวั ปกติ .................................................................................................................................. 1.3 รูปแบบการจัดองคก์ รและการบรหิ ารงานข ององคก์ ¦(ถา้ มี ) ....................................................................................................................................... 1.4 ตาํ แหนง่ และลกั ษณะงานทีไ่ ดร้ ับม อบหมา ย ....................................................................................................................................... 1.5 ผนู้ เิ ทศงาน (พนักงานพ่ีเลี้ยง) ....................................................................................................................................... 1.6 ระยะเวลาทป่ี ฏบิ ตั งิ าน ....................................................................................................................................... 2. งานที่ได้รบั มอบหมาย ....................................................................................................................................... 3. สงิ่ ทไ่ี ดร้ บั จากการป’· ˜´ Š· µœ ....................................................................................................................................... 4. ปัญหาทพ่ี บจากการป’· ˜´ Š· µœ ....................................................................................................................................... 5. แนวทางการแกไ้ ข .......................................................................................................................................

27 ตวั อย่างประวตั ิผูจ้ ัดทา ประวตั ิผจู้ ดั ทา 18 points ตัวหนา เวน้ 1 บรรทดั ชื่อ-นามสกลุ เวน้ 1 บรรทดั วนั เดือน ปี เกิด ที่อยู่ : นาย/นางสาว.................................................... ประวตั ิการศึกษา : ....................................................................... ...: ........................................................................... : ปรญิ ญาตรี มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก คณะ/สถาบนั /สาํ นกั วชิ า ................................. สาขาวชิ า/วิชาเอก/แขนงวชิ า..............……..... สถานที่ทางานปัจจบุ นั (ถ้ามี) : ........................................................................... 16 points ตัวหนา เนอื้ หา 16 points ตวั ปกติ

ตัวอย่างปกนอก/ใน 28 ขนาด กวา้ ง 1.25 นิ้ว สูง 2.16 นว้ิ ช่ือโครงงาน 18 points ตวั หนา 1.5 น้ิว นับ Project name (ภาษาองั กฤษ) เวน้ 1 บรรทดั จากขอบซา้ ย 1 นิ้ว นับ จากขอบขวา เว้น 2 บรรทัด ชื่อ-นามสกลุ ......(ไม่ต้องใส่นาย/นางสาว)........... 18 points ตวั หนา 18 points ตัวปกติ โครงงานน้ีเป็นสว่ นหน่ึงของการศกึ ษาตามหลกั สตู ร........................................ สาขาวิชา................................... คณะ/สถาบนั /สาํ นกั วชิ า.............................. มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก ปีการศกึ ษา 256x 1 นิ้ว นบั จากขอบลา่ ง

ตัวอย่างปกใน 29 ขนาด กวา้ ง 1.25 นวิ้ สูง 2.16 นวิ้ ชื่อโครงงาน 18 points ตัวหนา 1.5 นว้ิ นับ Project name (ภาษาองั กฤษ) เวน้ 1 บรรทัด จากขอบซา้ ย 1 น้วิ นับ จากขอบขวา เว้น 2 บรรทัด ช่ือ-นามสกลุ ......(ไม่ต้องใส่นาย/นางสาว)........... 18 points ตวั หนา 18 points ตวั ปกติ โครงงานน้ีเป็นสว่ นหน่ึงของการศกึ ษาตามหลกั สตู ร...................................... สาขาวชิ า..............................คณะ/สถาบนั /สาํ นกั วชิ า......................... มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก ปีการศกึ ษา 256x ตวั อกั ษร TH SarabunPSK ขนาด 18 ปกติ (ลขิ สทิ ธ์ิเป็นของมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก)

30 หวั ข้อโครงงาน ช่อื หวั ขอ้ โครงงาน ตวั อยา่ งอนุมัตริ ายงงาน โดย ชอ่ื -นามสกุล นกั ศกึ ษา ปรญิ ญานิพนธ์ หลกั สตู ร ................................... สาขาวชิ า..............…………….. 16 points ตวั ปกติ อาจารยท์ ่ีปรึกษา ชอ่ื -นามสกุล อาจารยท์ ป่ี รกึ ษาโครงงาน อาจารยท์ ี่ปรึกษารว่ ม ช่อื -นามสกุล อาจารยท์ ป่ี รกึ ษาโครงงานรว่ ม (ถา้ ม)ี ปี การศึกษา 256x 16 points ตัวหนา เวน้ 1 บรรทดั โครงงานน้ีได้รบั อนุมตั ิให้เป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาตามหลกั สูตร................................... สาขาวชิ า...................……. คณะ/สถาบนั /สาํ นกั วชิ า ........................มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล ตะวนั ออก กรรมการสอบโครงงาน 16 points ตวั ปกติ เวน้ 1 บรรทดั ประธานกรรมการ อาจารยท์ ีป่ รึกษาโครงงาน ............................................ ( ...................................... ) เวน้ 2 บรรทดั ............................................ กรรมการ ( ................................... ) กรรมการสอบโครงงาน เวน้ 2 บรรทดั ............................................ กรรมการ ( ....................................... ) กรรมการสอบโครงงาน เวน้ 3 บรรทดั ............................................ ( ........................................ ) ประธานหลกั สตู ร..............……………

หวั ข้อโครงงาน ชอ่ื หวั ขอ้ โครงงาน ตวั อย่างบทคัดย่อภาษาไทย 31 โดย ช่อื -นามสกุล นกั ศกึ ษา 16 points ตัวปกติ หลกั สตู ร .............................. สาขาวชิ า................……………… อาจารยท์ ่ีปรึกษา ช่อื -นามสกุล อาจารยท์ ป่ี รกึ ษาโครงงาน อาจารยท์ ่ีปรึกษาร่วม ช่อื -นามสกุล อาจารยท์ ป่ี รกึ ษาโครงงานรว่ ม (ถา้ ม)ี ปี การศึกษา 256x 16 points ตัวหนา บทคดั ย่อ 18 points ตัวหนา 16 points ตัวหนา คาสาคญั อย่างน้อย 3 คา ใชข้ นาดอักษร 16 point ตวั ปกติ เวน้ 1 บรรทดั คาสาคญั : xxxxxxxxx, yyyyyyyyy, zzzzzzzz

ตัวอย่างบทคดั ย่อภาษาองั กฤษ 32 Project Project name Name Name-Surname Degree ......................................................................................................... Project Advisor ……………………………………………….. 16 points ตวั Project Co-Advisor ……………………………………………….. ปกติ Academic Year 201x 16 points ตัวหนา Abstract 18 points ตวั หนา Keywords: xxxxxxxxx, yyyyyyyyy, zzzzzzzz คาสาคญั อย่างน้อย 3 คา ใชข้ นาดอักษร 16 16 points ตัวหนา point ตัวปกติ ตอ้ งเปน็ คาเดียวกับภาษาไทย

33 ภาคผนวก ข การทารายการอา้ งองิ

34 การทารายการอา้ งอิง รายการอ้างอิง (reference list) เป็นส่วนประกอบที่สาคัญส่วนหนึ่งของงานเขียน ไม่ว่าจะเป็น เอกสารวิชาการ ตารา หนังสือวิชาการท่ัวไป วิทยานิพนธ์ รายงานวิจัย ซึ่งจะปรากฏ อยู่ส่วนท้ายเล่มเป็น แหล่งรวบรวมรายการอ้างอิงทง้ั หมดท่ีผู้เขียนใช้เป็นแหล่งความรู้ในการศึกษา ค้นควา้ วิจัย ซ่งึ แหล่งความรู้นั้น ได้ĒÖŠหนังสือ บทความจากวารสารหรือ หนังสือพิมพ์ ส่ือโสตทัศน์ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนรายการ อา้ งอิงตา่ งๆ ที่ปรากฏในส่วนเนื้อหาของงานเขียน รูปแบบการทารายการอ้างอิงตามแบบ APA, 6thEdition ใชเ้ ปน็ แนวทางในการจัดทาโครงงาน 1. ขอ้ กาหนดการเขียนรายการอา้ งอิงในเน้อื หา การเขียนรายการอา้ งอิงเป็นแบบ ระบบนาม -ปี (Name-Year System) เป็นการอ้างอิงเอกสารโดย การแทรกเน้ือหาของเอกสารไว้ในเน้ือหา และระบุช่ือผู้เขียนกับปีท่ีพิมพ์เผยแพร่ไว้ในêĞćแหน่งที่เหมาะสม ซ่ึงอาจเป็นตอนต้นหรือตอนท้ายของเนื้อหา ส่วนรายละเอียดอ่ืน ๆ ของเอกสาร เช่น ชื่อส่งิ พมิ พ์ สถานที่พิมพ์ สานกั พมิ พ์ จะปรากฏในเอกสารอา้ งอิงท้ายเล่มรายงาน 1.1 การระบุชื่อผเู้ ขียนกบั ปีท่พี ิมพไ์ ว้ตอนต้นและตอนทา้ ย ตวั อยา่ ง บัณฑิต และบุศรากรณ์ (2558) ได้อธิบายว่า หลักการของสเปกโทรสโกปี คือ เม่ือลาแสงของค ลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Incident) ผ่านเข้าไปยังสารละลายหรือวตั ถุจะเกิดอนั ตรกิรยิ ากับอะตอม และโมเลกุลทาให้ มีแสงบางส่วนท่ีจะถูกดูดกลืน (Absorption) บางส่วนผ่านทะลุออกมา (Transition) บางส่วนเกิดการสะท้ อนกลับ (Reflection) บางส่วนเกิดการวาวแสง (Fluorescence) และบางส่วนอาจเกิดการกระเจิงแสง (S cattering) หรอื หลักการของสเปกโทรสโกปี คือ เม่ือลาแสงของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Incident) ผ่านเข้าไปยังส ารละลายหรือวัตถุจะเกิดอันตรกิริยากับอะตอม และโมเลกุลทาให้มีแสงบางส่วนท่ีจะถูกดูดกลืน (Absorption) บางส่วนผ่านทะลุออกมา (Transition) บางส่วนเกิดการสะท้อนกลับ (Reflection) บางส่วน เกิดการวาวแสง (Fluorescence) และบางส่วนอาจเกิดการกระเจิงแสง (Scattering) (บัณฑติ และบศุ รากรณ์, 2558) 1.2 การอ้างอิงขอ้ มลู จากแหลง่ ขอ้ มูลในระดับทตุ ยิ ภูมิ (Secondary Sources) เป็นการอ้างถึงงานท่ีถูกอ้างอิงอยู่ในงานเขียนอ่ืนท่ีเราได้อ่าน และประสงค์จะอ้างอิงงานน้ันด้วย หรือในกรณีท่ีไม่สามารถหางานดั้งเดิมได้ เนื่องจากงานนั้นไม่มกี ารพิมพ์แล้ว งานเดิมนั้นไม่มีการให้บริการตามวิ ธีการใช้งานปกติ หรือไม่สามารถเข้าใช้งานได้ สามารถใช้แหล่งฯ ระดับทุติยภูมิได้ ทั้งการอ้างอิงในเน้ือหาแล ะในรายการอา้ งองิ ท้ายเรอื่ ง โดยระบทุ ้ังชื่องานด้ังเดิมและขอ้ มลู แหลง่ ฯ ระดบั ทุติยภูมไิ ด้

35 ตวั อย่าง อา้ งอิงในเนือ้ หา รายการอา้ งอิงท้ายเล่ม หนา้ ข้อความ ทา้ ยข้อความ ผนู้ ิพนธ์อา้ งอิงเอกสารทุตยิ ภูมเิ พราะ ไม่สามารถค้นหาต้นฉบบั เดมิ ได้ ชื่อผ้แู ต่งตน้ ฉบับ (อ้างถึงใน (ช่อื ผ้แู ต่งต้นฉบับ, ปพี ิมพ์ การเขยี นรายการอา้ งองิ เหมือนกับ รายการหนงั สอื ท่ัวไป หรอื as cited in ชื่อผู้แตง่ , ปี พิมพ์ ต้นฉบับ อ้างถงึ ใน หรอื as พนม คลี่ฉายา. (2539). อิทธิพลและ ประสิทธภิ าพของสอื่ เกีย่ วกับข่าวสาร เอกสารทุติยภมู ,ิ หนา้ ) cited in ช่ือผ้แู ต่งทตุ ยิ ภูมิ, ปี การเลอื กตั้งสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร ตอ่ ผมู้ ีสทิ ธิ 18 -19 ปี เขตกรุงเทพ พิมพท์ ตุ ิยภมู ,ิ หนา้ ) มหานคร ในปี พ.ศ.2538. กรงุ เทพฯ: สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัย ชัยอนันต์ สมุทวณชิ (อา้ งถงึ ใน พนม (Reynolds et al., 2004 as เก่ียวกับอสิ ลาม. , 2542) cited in Belinda et al., Seidenberg and McClelland’s 2007) study (as cited in Coltheart, Curtis, Atkins, & Haller, 1993) 2. ขอ้ กาหนดในการเขียนรายการอา้ งอิง 2.1 ช่ือผูแ้ ต่ง กรณที ี่ ข้อมูล ลงรายการเป็น ไมต่ อ้ งลงÙĞćîĞćĀîćš îćö êĞćĒĀîÜŠ ìćÜ พลเรือตรี สมภพ ภริ มย์ สมภพ ภิรมย. วชิ าการ ยศตา่ ง ๆ ศาสตราจารยไพฑูรย สนิ ลารัตน ไพฑูรย สนิ ลารตั น. ่ ผู้แต่งเป็นชาวต่างประเทศ ให้ลง John Campbell Campbell, J นามสกลุ ตามดว้ ยเคร่ืองจุลภาค C. D. Huang Huang, C. D. และต่อดว้ ย อักษรยอ่ ของชื่อตน W. R. King King, W. R. และชื่อรอง Chanokphat Phadungath Phadungath, C. (ผู้แต่งชาวไทยทเี่ ขยี นหนงั สอื เป็น ภาษาอังกฤษ) ผู้แตง่ ใช้นามแฝง ให้ใส่ชือ่ นามแฝง ดอกไม้สด ดอกไมส้ ด. (2542). ตามทปี่ รากฏ ทมยนั ตี ทมยันต.ี (2547). Ba Jin Ba Jin. (2005). ผแู้ ตง่ คนเดยี วกัน แต่งหนงั สือหลาย สมยศ นาวีการ. (2543 ก). ชอ่ื เรือ่ งและพิมพ์ในปีเดยี วกนั Frang, C. R. (1986 a). ไมป่ รากฏช่อื ผู้แตง่ ให้ใส่ชื่อหนังสอื หลากความคิด ชีวิตคนทางาน. หรือ ช่อื บท หรอื ชื่อบทความ แทน (2551). Art of Display: Culture shows.

กรณีท่ี ขอ้ มลู 36 ĀîĆÜÿČĂìĊĕę öŠöñĊ ĎĒš êÜŠ ĒêŠöïĊ øøèćíĉÖćø ลงรายการเป็น ĔĀšúÜßČęĂïøøèćíĉÖćøĒìî Ēúąêćö éšü÷ÙĞć÷ĂŠ ×ĂÜïøøèćíÖĉ ćø ÙĂČ (ï.Ö.) ปรุงศรีวลั ลิโภดม, และพรรณภิ า ĀøĂČ (Eds.) นิลณรงค์ (บ.ก.). Saranwong, S., Kasemsumran, S., Thanapase, W., & Williams, P. (Eds.). 2.2 ปีพิมพ์ ขอ้ มลู ลงรายการเป็น กรรณกิ าร สุขเกษม. (2550). กรณีท่ี ใส่ปีท่ีพิมพใ์ นเครือ่ งหมายวงเล็บ David, A. (2006) หนงั สอื ตามหลงั ชอื่ ผูแ้ ต่ง และตามดว้ ย เครื่องหมายมหัพภาค ( . ) (กาลงั จัดพิมพ)์ หนังสอื อยู่ในระหวา่ งการพมิ พ์ (in press) ใหล้ งคาว่า กาลังจดั พิมพ์ หรือ in press (ม.ป.ป.) แทนคาเต็มว่า ไมป่ รากฏปีพิมพ์ (n.d.) แทนคาเต็มว่า no date หนังสือไม่ปรากฏปีพิมพ์ 2.3 ชื่อหนงั สือ ชื่อวารสาร ช่อื บทความ กรณที ่ี ขอ้ มูล ลงรายการเปน็ พมิ พ์éšวยตวั เอนและลงท้าย ด้วย สู่แดนพทุ ธองค์ กุสินารา. ช่อื หนงั สือ เครอื่ งหมายมหัพภาค “.” ตัวแรก Study guide: Marketing communication. ของช่ือ พมิ พ์ตวั พิมพใ์ หญค่ าอ่นื ๆ พมิ พต์ วั พิมพเ์ ล็กทง้ั หมด ยกเว้นช่ือ หนังสอื ที่มีชอื่ เร่ืองย่อย (Sub title) ให้พมิ พต์ ัวอักษรตวั แรกของช่ือเรื่อง ย่อยด้วยตัวพิมพใ์ หญ่ ช่ือวารสาร พิมพด์ ว้ ยตัวเอน สาหรับช่ือ วารสารวิธีวทิ ยาการวิจัย, ภาษาองั กฤษ ตัวแรกของทุกคาหลกั Journal of College Admissions, พิมพด์ ว้ ยตัวพมิ พใ์ หญ่ และลงทา้ ย ดว้ ยเครือ่ งหมายจุลภาค ชื่อบทความ พมิ พต์ ัวธรรมดาตามด้วยเคร่ืองหมาย มหาวิทยาลัยของรัฐ: การประยกุ ต์ใชโ้ มเดล มหพั ภาค “.” สาหรับชอื่ สมการโครงสร้างแบบอทิ ธิพลย้อนกลบั พหุกลมุ่ ภาษาอังกฤษตัวแรกของคาแรกพมิ พ์ .Higher education marketing: A ดว้ ยตวั พิมพใ์ หญ่ และถา้ มีช่ือเร่อื ง challenge. ยอ่ ย อกั ษรตัวแรกของชอื่ เรื่องย่อย óĉöóéŤ วš ยตัวพมิ พ์ใหญ่ นอกนั้นพมิ พ์ ตัวพิมพ์เลก็

37 2.4 ครง้ั ท่ีพิมพ์ ข้อมูล ลงรายการเปน็ กรณที ี่ พิมพ์คร้ังแรก ไมใสค่ รง้ั ท่ีพิมพ์ (พิมพค์ รั้งที่ 3). หนงั สอื (3rd ed.). หนังสือ พิมพค์ รั้งท่ี 2 เปน็ ต้นไปใสค่ รั้ง สถติ ปิ ระยกุ ตส์ าหรบั การวจิ ยั (พมิ พ์คร้ังท่ี 3). ที่พิมพ์ตอ่ จากชื่อเรื่อง โดยครั้ง Management: Building competitive ทีพ่ มิ พ์ จะอยู่ในเครอ่ื งหมาย advantage (4th ed.). วงเล็บและตามด้วยเครื่องหมาย มหพั ภาค 2.5 ปีที่ ฉบับที่ และหน้า ของวารสาร ข้อมูล ลงรายการเป็น พิมพเ์ ลข ปที ี่ของวารสาร ดว้ ยตวั เอนตอ่ จากชอ่ื วารสาร โดย วารสารวธิ ีวิทยาการวิจัย, 19 (3), คนั่ ดว้ ย เครือ่ งหมายจุลภาค ถ้ามีฉบับท่ีให้ใส่เลขของฉบับที่ Journal of College Admissions, 165, ในเครอื่ งหมายวงเลบ็ ต่อจากเลขของปีที่ แตไม่ใช่ตัวเอน ใสเ่ ลขหน้าของบทความท่ีอ้างอิงต่อจากเครื่องหมายจลุ ภาค วารสารวธิ ีวทิ ยาการวิจัย, 19 (3), 292-314. และจบทา้ ยด้วยเครื่องหมายมหพั ภาค Journal of College Admissions, 165, 22- 30. บทความจากหนังสอื พิมพ์ ĔĀšĔÿŠêüĆ ĂĆÖþø÷ŠĂ×ĂÜÙĞćüćŠ Āîšć มติชน, 34 (12097), น. 17-18. คือ น. หรอื p. (1 หน้า) หรือ pp. (มากกว่า 1 หน้า) ก่อนระบุ สยามรัฐ, 61 (21186), น. 39. เลขหน้า Bangkok Post, pp. 3-5. The Nation, 36 (52937), p. 12A. 2.6 สถานท่ีพิมพ์ ลงรายการเป็น ข้อมูล Amsterdam, London, New York, Singapore ลงเมืองแรก คือ Amsterdam ส่ิงพมิ พท์ ่ีปรากฏชือ่ เมืองที่พมิ พ์หลายชอื่ ใหใ้ ส่เมืองแรกที่ ปรากฏ หรอื ชื่อเมือง ของสานักพมิ พท์ ่ีพมิ พห์ นงั สอื หรือส่ิง เชน่ New York พิมพน์ น้ั ๆ Paris สถานทพี่ ิมพท์ ีเ่ ปน็ ช่อื เมืองซ่ึงรูจ้ กั กนั ทว่ั ไป ลงรายการตามชือ่ Philadelphia ท่ปี รากฏ ไม่êอš งลงช่ือประเทศหรือรฐั Rome Tokyo ไมป่ รากฏสถานท่ีพิมพ์ ใหใ้ ชอ้ กั ษรยอ่ ดงั นแ้ี ทน ม.ป.ท. หมายถงึ ไมป่ รากฏสถานที่พิมพ์ N.P. หมายถงึ No place of publication

38 ข้อมลู ลงรายการเป็น พิมพเ์ ครื่องหมายทวภิ าค (colon) “ : ” ต่อจากช่ือสถาน กรุงเทพฯ: ทพ่ี มิ พโ์ ดยไมเ่ ว้นระยะ ปทุมธาน:ี Cambridge, MA: Milan: West Sussex, UK: 2.7 สานกั พิมพ์ ลงรายการเปน็ ขอ้ มูล มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่. University of Wisconsin. ถ้าสานกั พิมพเ์ ปน็ มหาวิทยาลัยและมีชอื่ ของรฐั หรือจงั หวัดเป็นส่วนหน่งึ ของช่อื มหาวทิ ยาลยั สานักพมิ พ์ดวงกมล ลงรายการเปน็ ดวงกมล. ไมต่ ้องระบุชอ่ื ของรฐั หรอื จังหวดั ในสว่ นของ บริษทั ดีเอ็มจี ลงรายการเป็ น ดเี อม็ จ.ี สถานที่พิมพ์ บรษิ ัทโรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานชิ จากดั ลงรายการเป็น ลงชือ่ ของสานักพิมพอ์ ยา่ งสนั้ และเข้าใจได้ โรงพิมพ์ไทยวฒั นาพานชิ . ชดั เจน เขยี นชอ่ื สมาคม บรษิ ัท และ โรงพมิ พ์ Harper Collins Publishers, Inc. ลงรายการเป็น Harper มหาวิทยาลัย แตใหต้ ดั คาว่าÿĞćîÖĆ óĉöóŤ Āćš Ü Collins. Āčšîสว่ นÝćĞ ÖĆé บริษัทหรอื คาว่า Prentice-Hall, Inc. ลงรายการเป็น Prentice-Hall. Publishers, Co., และ Inc. ซ่ึงไม่จาเป็น John Wiley & Sons, Inc. ลงรายการเป็น John Wiley & ต้องระบุ แตใ่ หÙ้ ÜÙĞćüŠć Books คาวา Press Sons. ในช่ือของสานกั พิมพ์ไว้ โรงพิมพเ์ ลย่ี งเซียงจงเจรญิ โรงพมิ พ์มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ไมม่ ชี ือ่ สานักพิมพ์ใสโ่ รงพมิ พแ์ ทนโดยให้คง Cambridge University Press คาวา่ โรงพมิ óŤ ม.ป.พ. หมายถึง ไมป่ รากฏสานักพมิ พ์ n.p. หมายถงึ no publisher ĕöðŠ øćÖäßĂČę ÿĞćîÖĆ óöĉ óŤĒúąēøÜóĉöóŤĔĀšĔßš อักษรย่อ

39 3. การเรียงรายการอา้ งอิงท้ายเลม่ โครงงาน ขอ้ มูล ลงรายการเป็น เรยี งรายการภาษาไทยกอ่ นรายการภาษาอังกฤษ เรียงรายการแตล่ ะรายการตามตัวอกั ษรของชื่อและ นามสกุลของผู้แตง่ คนแรก โดยภาษาไทย เรียงจาก ก-ฮ และภาษาอังกฤษ เรียงจาก A-Z เรยี งตามลาดับอักษรต่ออกั ษร นงลักษณ วิรชั ชยั . (2545). นงลักษณ วิรัชชยั , ดรณุ ี รักษพุทธ, และสวุ ิมล วอ่ งวาณชิ . (2544). นงลักษณ วิรัชชัย, และสวุ มิ ล วอ่ งวาณิช. (2545). Hoban, J. P. (2001). Hoban, J. P., & Sydie, R. A. (1989). Hoban, J. P., Yadin, D., & Tabory, M. (1999). ในการเรยี งลาดบั ชื่อผู้แตง่ ชาวต่างประเทศ ทมี่ ีคา MacGee นาชื่อ M’, Mc และ Mac ใหเ้ รียง ตามลาดบั M’ Neel ตวั อักษรทป่ี รากฏ ไม่ตอ้ งถอดเปน็ คาเตม็ วา่ Mac ทุกคา และไม่นบั เคร่ืองหมาย ’ เอกสารหลายเรื่องแต่งโดยผู้แตง่ คนเดยี วกนั เพญ็ พรรณ เจรญิ พร. (2548). เรียงลาดบั ตามปีพิมพ์ ปพี ิมพก์ อ่ น เรยี งลาดับ เพญ็ พรรณ เจรญิ พร. (2550). ไว้กอ่ น เพญ็ พรรณ เจรญิ พร. (2552). Nardini, R. F. (2001). Nardini, R. F. (2004). Nardini, R. F. (2008). รายการชื่อผู้แตง่ คนแรกคนเดียวกนั รายการทม่ี ผี ู้ ถริ นนั ท์ อนวัชศริ ิวงศ์, (2550). แต่งคนเดียว เรียงลาดบั ไวก้ ่อนรายการทมี่ ี ถิรนันìŤ อนวัชศิริวงศ์, และพิรณุ อนวัชศริ วิ งศ์, (2552). ผู้แตง่ ร่วม Orlikowski, W. (1996). Orlikowski, W., & Baroudi, J. (1991). รายการแรกช่ือผูแ้ ต่งคนเดยี วกนั ตามดว้ ย จกั ร ตงิ ศภทั ย, จุฑา เทยี นไทย, และคานวณ บัญชา. ผแู้ ตง่ ร่วมคนที่ 2 คนท่ี 3 และต่อไป (2549). ตามลาดบั ให้เรียงตามลาดับอักษรของช่ือ จักร ติงศภัทย, จฑุ า เทยี นไทย, และพิบูล ทรี ขันธ์. และนามสกลุ หรือนามสกุลของผแู้ ต่งคนท่ี 2 (2551). และคนท่ี 3 หรอื คนตอ่ ไปตามลาดับ ชาย โพธิสติ า, และไชยยศ ไชยมั่นคง. (2550). ชาย โพธสิ ติ า, สมยศ ชูทรัพย, และปรีชา ปรียากร. (2552). Miles, R., & Mintzberg, H. (1990). Miles, R., Snow, C. C., & Quinn, J. B. (1994). Wilcox, D. L., Ault, P. H., & Agee, W. K. (1992). Wilcox, D. L., Ault, P. H., & Cameron, G. T. (2006).

40 ผู้แต่งตัง้ แต่ 2 คนขึน้ ไป ข้อมูลตรงกัน ให้เรยี ง อัจฉรา ธารอไุ ร, ทดั ดาว ศลี คณุ , และภคนิ ี อุปถัมภ์. ตามปพี ิมพ์ ปพี มิ พก์ ่อนมากอ่ น (2544). อจั ฉรา ธารอุไร, ทัดดาว ศลี คุณ, และภคินี อุปถมั ภ์. (2549). Roger, E. M., Mantel, S. J., & Servaes, J. (1995). Roger, E. M., Mantel, S. J., & Servaes, J. (1999). ถ้าช่อื ของผแู้ ต่งทุกชอ่ื แต่ละรายการตรงกนั ธงชัย สันตวิ งษ.์ (2539ก). การตลาดยุคโลกาภวิ ัตน์. ปีพิมพ์กต็ รงกัน ให้เรียงตามลาดับตวั อกั ษรของ ธงชยั สนั ตวิ งษ.์ (2539ข). การบรหิ ารเชงิ กลยทุ ธ์. ชอ่ื หนังสอื (ยกเว้นคานาหน้า คอื A หรือ The Kotler, P. (1989a). Marketing management. ไมน่ ับ) Kotler, P. (1989b). Social marketing. การเรยี งลาดับของงานเขยี นหลายงานโดยผู้แตง่ Dess, G. D., & Lumpkin, G. T. (1999). คนแรกไม่ใช่คนเดียวกนั แต่นามสกลุ เดยี วกนั ให้ Dess, H. G., & Gunduz, U. (2005). เรยี งลาดับผู้แต่งทม่ี นี ามสกุลเหมือนกนั ตาม Dess, J. P., & McFarlin, D. (2008). ตวั อกั ษรยอ่ ของชือ่ ตน และชื่อกลาง ตามลาดบั ผแู้ ตง่ ที่เปน็ ชอื่ หน่วยงาน สมาคม สโมสร ให้ลง สมาคมคอมพิวเตอร์แหง่ ประเทศไทย. ชอ่ื ของหน่วยงาน เป็นคาเต็ม ไม่ใช่ตวั อักษร สมาคมห้องสมดุ แห่งประเทศไทย. ย่อและเรยี งตามลาดับตัวอกั ษรตัวแรกของชอ่ื American Library Association. หน่วยงาน American Psychological Association. ถ้ามีหน่วยงานย่อยรับผดิ ชอบงานเขยี น ให้ลงชอื่ กรมศลิ ปากร, สานักวรรณกรรมและประวตั ิศาสตร์. หน่วยงานใหญ่ ตามดว้ ยเครื่องหมาย จลุ ภาค ชอ่ื มหาวทิ ยาลยั ธุรกจิ บัณฑิตย,์ บณั ฑติ วิทยาลัย. หน่วยงานย่อย งานเขียนที่ไมป่ รากฏช่ือผู้แต่ง ให้ใช้ช่ือเร่ืองหรอื ทรรศนะ ใจชุมชืน่ . (2543). ชือ่ บทความ เรยี งตามลาดบั อักษรของช่ือเรื่อง นวรัตน เจียรนัย. (2545). บทบาทของผู้ปกครองในการส่งเสริมการเรียนของนกั เรียน และรายการจะเรียงปนกบั ช่ือผู้แต่ง ในโครงการขยายโอกาสทางการศกึ ษา. (2542). 4. ตวั อย่างการรายการอ้างอิงท้ายเลม่ ของสอ่ื ประเภทตา่ งๆ ข้อมูล ลงรายการเปน็ หนังสอื ผู้แต่ง. (ปีพิมพ)์ . ช่ือเร่ือง (พิมพค์ ร้งั ท่ี). สถานที่พิมพ:์ สานกั พมิ พ์. จมุ พต สายสุนทร. (2552). กฎหมายระหวางประเทศ (พิมพค์ รง้ั ที่ 8) กรงุ เทพฯ: วญิ ูชน. ðŗ÷ą îćÖÿÜÙ, ĒúąóîĆ íčøüĊ üøÿĉìíĉÖúč . (2545). éĎĀîÜĆ ôÜŦ đóúÜđúîŠ đÖöøĂš ÜÙćøćēĂđÖą กรุงเทพฯ: ซคั เซส มีเดยี . สภุ มาส องั ศโุ ชติ, สมถวลิ วจิ ิตรวรรณา, และรัชชนีกูล ภญิ โญภานวุ ฒั น.์ (2551). สถติ ิ วเิ คราะห์สาํ หรับการวจิ ัยทางสังคมศาสตรแ์ ละพฤติกรรมศาสตร์: เทคนคิ การใช้ โปรแกรม LISREL. กรงุ เทพฯ: มสิ ชัน่ มเี ดีย. หลากความคดิ ชวี ติ คนทํางาน. (2551). กรุงเทพฯ: แผนงานสขุ ภาวะองค์กรภาคเอกชน สานักงานกองทนุ สนับสนนุ การสร้างเสริมสขุ ภาพ. ปรงุ ศรี วัลลโิ ภดม, ผกาวรรณ เดชเทวพร, และพรรณภิ า นิลณรงค. (บ.ก.). (2527).

41 วารสาร สรุปผลการสัมมนาเร่อื งไตรภูมพิ ระร่วง. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร. (Journals) กรมศลิ ปากร. สานักโบราณคดีและพิพิธภณั ฑสถานแห่งชาติ. (2543). ปราสาทพนมรุ้ง วารสาร (พมิ พครง้ั ที่ 4). กรงุ เทพฯ: ผู้แตง่ . อิเล็กทรอนิกส์ กรย, เจ. (2552). ผู้ชายมาจากดาวองั คารผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ [Men are from mars, (บทความจาก women are from venus] (สงกรานต์ จิตสทุ ธภิ ากร, ผแู้ ปลและเรยี บเรยี ง) (พมิ พ์ วารสารเลก็ ทรอ ครง้ั ท่ี 26). กรุงเทพฯ: ซเี อด็ ยูเคช่ัน. นิกส์ทไี่ มม่ ีวารสา รฉบบั พิมพ)์ Harris, M. B. (1995). Basic statistics for behavioral science research. Boston: Allyn and Bacon. Magee, J., & Kramer, J. (2006). Concurrency state models & Java programs. West Sussex, UK: John Wiley. John, J. A., Whitaker, D., & Johnson, D. G. (2001). Statistical thinking for managers. Boca Raton, FL: Chapman & Hall/CRC. สุเนตร สืบคา้ , พรฉวี กลิ่นสคุ นธ์, กรวรรณ ท้วมเงิน, ทัศน์วรรณ ใจบุญ, และระวนิ สืบคา้ . (2561). กระบวนการอบแหง้ เครือ่ งเทศและสมนุ ไพรเพ่ือ SMEs. วารสาร วิทยาศาสตร์เกษตร, 49(4) พิเศษ, 339-342. กรรณพต แกว้ สอน, ศภุ สทิ ธิ์ ประเสรฐิ ลาภ, คมกฤช กติ ติพร, ศรีมา แจ้คา, สุพัตรา พลู พชื ชนม์, และ วรนิ ธร พลู ศร.ี (2562). การควบคุมคุณภาพของเพอ่ื การสง่ ออกโดย ใชเ้ นียรอ์ นิ ฟราเรดสเปกโทรสโกป.ี วารสารวทิ ยาศาสตรเ์ กษตร, 50(3) พิเศษ, 203-206. Sirisomboon, P., Kaewsorn, K., Thanimkarn, S. & Phetpan, K. (2016). Non- linear viscoelastic behavior of cooked white, brown and germinated brown thai jasmine rice by large deformation relaxation test. International Journal of Food Properties. 20(7), 1547-1557. Prasertlarp, S. & Putivisutisak, S. (2015). Numerical simulation of fluid mixing in micro-mixers. Key Engineering Materials, 659, 671-675. Putivisutisak, S. & Prasertlarp, S. (2013). Calculation of heat transfer and fluid flow in complex geometries using a finite volume method in body- fitted coordinates. KMUTNB International Journal of Applied Science and Technology, 6(3), 1-9. ผู้แต่ง. (ปพี ิมพ์. ชือ่ บทความ. ชอ่ื วารสาร, เลขปที ี่ (ฉบบั ท่ี), เลขหน้า. สืบค้น วนั เดือน ป,ี จาก http://www.xxxxxxxxxx บงการ หอมนาน. (2551). เทคโนโลยีกบั การควบคมุ ดวยตรรกะฟซซี ตามขั้นตอนและ ฟงั กช์ นั่ สมาชกิ . ไมโครคอมพิวเตอร,์ 26(271), 153-156. สืบค้น 22 มิถนุ ายน 2554, จาก http://www.dpu.ac.th/laic/page.php?id=5753 สนุ นั ทา เลาวัณยศิริ. (2553). ธาตอุ าหารหลักของîćĚĞ สกัดชีวภาพแบบเข้มขน้ จากขยะ ครวั เรอื น. วารสารออนไลน์มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, 29(2). สืบคน้ 21 มิถนุ ายน 2554, จาก http://www.journal.msu.ac.th/index.php?option=com_ content&task=

42 (บทความจาก ทัณฑกานต ดวงรัตน.์ (2548, 30 มกราคม). ส่ือสารการตลาดในระดบั รากหญ้า. ฐานขอมูล) ฐานเศรษฐกจิ . จากฐานขอ้ มูลบทความอาจารย์ มธบ. Gurbani, V. K., Garvert, A., & Herbsleb, J. D. (2010). Managing a corporate open source software asset. Communications of the ACM, 53(2), 155- 159. Retrieved June 22, 2011, from Business Source Premier Database. รายงานการวิจัย พนิ จิ ทิพยมณี. (2553). การวิเคราะหป์ ญั หาทางกฎหมายท่เี ก่ยี วกบั การตายของประเทศ ไทย (รายงานผลการวจิ ัย). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. เฉลิมสนิ สิงหส์ นอง. (2553). การพฒั นาชุดการเรียนโดยใชป้ ัญหาเปน็ ฐานในรายวิชาคณิต ศาสตร์ธุรกิจสําหรับนักศึกษาระดบั ปริญญาบัณฑิต มหาวทิ ยาลยั ธรุ กจิ บณั ฑิตย์ (รายงานผลการวจิ ยั ). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั ธรุ กิจบณั ฑิตย.์ Chitnomrath, T. (2011). A study of factors regarding firm characteristics that affect financing decisions of public companies listed on the stock exchange of Thailand (Research report). Bangkok: Dhurakij Pundit University. เอกสารการ ชชั พล มงคลกิ . (2552). การประยุกตใ์ ชก้ ระบวนการลาดับช้ันเชงิ วิเคราะห์ในการจัดตาราง ประชุมวิชาการ การผลิตแบบพหุเกณฑ:์ กรณีศึกษาโรงงานอุตสาหกรรมผลิตยา. ใน การประชมุ วชิ าการการบรหิ ารและการจดั การ คร้ังที่ 5 (น. 46). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรุ กิจ บัณฑติ ย.์ Krongtaew, C., Messner, K., Hinterstoisser, B., & Fackler, K. (2010). Lignocellulosic structural changes after physico-chemical pretreatment monitored by near infrared spectroscopy. In S. Saranwong, S. Kasemsumran, W. Thanapase, & P. Williams (Eds.), Near infrared spectroscopy: Proceedings of the 14th International conference (pp. 193-198). West Sussex, UK: IMP. วิทยานพิ นธ์และ กีระติ จิรัตกิติวงศ์, และธนพงษ์ อภินนพงษ์. (2558). การพัฒนาเคร่ืองเขย่าตะแกรง. ปริญญานพิ นธ์ (ปริญญานิพนธ์วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต) ชลบุรี: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ตะวนั ออก. ชลาพร มารคทรพั ย์. (2551). ผลของชนิดเคร่ืองบดและขนาดของอนภุ าคข้าวโพดต่อ ลักษณะทางการภาพและเคมีของอาหารผง คุณภาพไข่ และสมรรถภาพการผลติ ของไข่ไกภ่ ายใต้การเลีย้ งแบบหนาแนน่ . (วิทยานิพนธว์ ิทยาศาสตรมหาบณั ฑติ ) กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ (จากฐานข้อมลู วลัย วฒั นะศริ .ิ (2553). การสอื่ สารการตลาดแบบบูรณาการเพ่ือสง่ เสริมอุดมศึกษา ของ นานาชาติของไทยในประเทศอนุภมู ภิ าคลุมนาํ้ โขง (ปริญญานพิ นธปริญญาดุษฎี สถาบันการศกึ ษา) บัณฑิต, มหาวทิ ยาลยั ธุรกจิ บัณฑิตย,์ กรุงเทพฯ). สบื คน้ จาก http://www.dpu.ac.th/laic (ปริญญานพิ นธ์ มานพ จนั ทรเทศ. (2544). การนําเสนอรูปแบบการพัฒนานโยบายของสถาบันราชภฏั ปริญญาดุษฎี (ปริญญานพิ นธป์ ริญญาดุษฎีบัณฑติ , จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , กรงุ เทพฯ). บณั ฑิตจากเว็บ) สืบค้นจาก http://tdc.thailis.or.th/tdc

43 สทิ ธบิ ตั ร อาริมาสะ คากะ. (2553). สิทธิบตั รไทย เลขที่ 28634. กรุงเทพฯ: กรมทรพั ยส์ ินทาง ปญั ญา กระทรวงพาณิชย.์ สอื่ โสตทัศน์ และ อน่ื ๆ Aquilina, P., Ell, T., & Li, L. (2011). U.S. Patent No. D636, 492. Washington, เอกสาร DC: U.S. Patent and Trademark office. อเิ ล็กทรอนิกส์ ประสาน องิ คนันท, ภัทราพร สงั ข์พวงทอง, และปวีณา รงุ่ เครือ. (ผจู้ ดั รายการ). (2550, 25 พฤษภาคม). ดินสอ [กบนอกกะลา]. กรุงเทพฯ: โมเดริ นไนน์ทวี ี (ชอ่ ง 9). ธนิตย จิตนกุ ลู . (ผู้กากับ). (2546). ขุนศึก [ภาพยนตร์]. กรุงเทพฯ: พรเี มย่ี มเรคคอรด์ . สรุ ชยั เลย้ี งบุญเลศิ ชัย. (2554). จดั ระเบยี บสํานกั งานทนายความ. สบื คน้ 21 มิถุนายน 2554, จาก http://www.lawyerscouncil.or.th/2011/index.php?name= knowledge CNN Wire Staff. (2011). How U.S. forces killed Osama bin Laden. Retrieved May 3, 2011, from http://www.cnn.com/2011/WORLD/ asiapcf/05/02/bin.laden. raid/index.html

ตวั อยา่ ง การเขียนรายงาน ปฏิบัติงานสหกจิ ศกึ ษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก

ตวั อยา่ งปกนอก รายงานปฏบิ ตั ิงานสหกจิ ศึกษา (Font TH Sarabun PSK ขนาด 20 ตวั เขม้ ) “ประมวลผลการวิเคราะห์และติดตามลูกคา้ ของบรษิ ทั ซีที จาํ กัด” (Font TH Sarabun PSK ขนาด 18 ตัวเข้ม) โดย สุรศกั ด์ิ เสมอใจ ซื่อตรง เชยี่ วชาญ (Font TH Sarabun PSK ขนาด 18 ตวั เข้ม) ปฏบิ ตั ิงาน ณ แผนกลกู คา้ สมั พนั ธ์ บรษิ ัทซีที จาํ กัด เลขท่ี 80 นิคมอตุ สาหกรรมนวนคร หมู่ 5 ถนน พหลโยธนิ ต. คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทมุ ธานี 12120 (Font TH Sarabun PSK ขนาด 18 ตวั เขม้ )

ตวั อย่างปกใน รายงานปฏิบตั งิ านสหกจิ ศกึ ษา (Font TH Sarabun PSK ขนาด 20 ตัวเขม้ ) “ประมวลผลการวิเคราะหแ์ ละตดิ ตามลูกคา้ ของบริษัทซที ี จาํ กัด” (Font TH Sarabun PSK ขนาด 18 ตัวเขม้ ) โดย สุรศกั ด์ิ เสมอใจ รหัสนกั ศกึ ษา 014920001001-0 ซ่ือตรง เชยี่ วชาญ รหสั นกั ศกึ ษา 014920001010-2 (Font TH Sarabun PSK ขนาด 18 ตวั เข้ม)

รายงานน้เี ปน็ ส่วนหนึง่ ของวชิ าสหกจิ ศึกษา 1 สาขาวชิ า………………………………………………………………………… คณะ/สถาบนั /สํานักวิชา…………………………………………………………… มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก 5 พฤษภาคม 2565 (Font TH Sarabun PSK ขนาด 18 ตัวเข้ม) 1. ส่วนนํา ส่วนประกอบก่อนที่จะเขา้ ถงึ เนื้อหาของรายงาน ประกอบดว้ ย ปกนอก ปกใน จดหมายนาํ สง่ รายงาน กติ ตกิ รรมประกาศ บทคัดย่อภาษาไทย สารบัญเร่ือง สารบัญตาราง (ถ้ามี) สารบัญรปู ภาพ (ถ้าม)ี 2. ส่วนเนือ้ เร่อื ง ประกอบด้วย บทที่ 1 บทนํา 1.1 ที่มาและความสําคัญของปญั หา 1.2 วตั ถปุ ระสงคข์ องการศึกษา 1.3 ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะไดร้ บั 1.4 ขอบเขตของการทาํ วจิ ยั 1.5 นิยามศัพทเ์ ฉพาะทใ่ี ช้ในการศกึ ษา บทที่ 2 แนวคดิ ทฤษฎแี ละงานวิจัยทเี่ กยี่ วข้อง 2.1 แนวคดิ ทฤษฎี 2.2 งานวิจยั ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง บทท่ี 3 แผนการปฏิบตั งิ านและวิธดี ําเนินการศึกษา 3.1 แผนปฏบิ ตั ิงาน 3.2 รายละเอยี ดงานทีศ่ ึกษาปฏิบัตใิ นงานสหกจิ ศกึ ษา 3.3 ข้ันตอนการดาํ เนินงานวิจัย 3.3.1 วิธกี ารศึกษา 3.3.2 การรวบรวมขอ้ มูลทีใ่ ช้ในการศึกษา 3.3.3 เคร่ืองมือท่ใี ชใ้ นการศกึ ษา 3.3.4 การวเิ คราะห์ขอ้ มลู

บทท่ี 4 ผลการศกึ ษา บทท่ี 5 สรปุ ผลการศึกษาและขอ้ เสนอแนะ 5.1 สรุปผลการศกึ ษา 5.2 อภิปรายผล 5.3 ขอ้ เสนอแนะจากผลการศึกษา 3. ส่วนประกอบตอนทา้ ย เพอ่ื ให้รายงานสมบรู ณข์ นึ้ ประกอบดว้ ย บรรณานุกรม ภาคผนวก ภาคผนวก ก 1. ตวั อย่างเครอื่ งมอื ทใ่ี ช้ในการศึกษา 2. ภาพประกอบ ภาคผนวก ข 1. ชอ่ื ท่ีต้งั และรายละเอยี ดของสถานประกอบการ 2. ลกั ษณะของการประกอบการ ผลติ ภณั ฑ์ /ผลติ ผล /การใหบ้ ริการหลักของ กิจการ 3. รูปแบบของการจดั องคก์ ร และการบริหารงานขององคก์ ร 4. พนกั งานท่ีปรึกษาและตาํ แหน่งงานของพนักงานท่ปี รกึ ษา 5. ระยะเวลาทีป่ ฏบิ ตั งิ าน 6. สรปุ ผลการปฏบิ ัติงานสหกจิ ศกึ ษา 6.1 ดา้ นสังคม 6.2 ดา้ นทฤษฎี 6.3 ดา้ นปฏบิ ัติ 7. ปญั หาและขอ้ เสนอแนะจากการปฏบิ ัติงานสหกิจศกึ ษา ประวัตผิ ู้จดั ทํา เนื้อหาของรายงานอาจมีข้อมูลที่สถานประกอบการไม่ต้องการเปิดเผย ขอให้ นักศึกษาได้ส่งรายงานให้สถานประกอบการ โดยให้ผู้ท่ีมีอํานาจ หรือ พนักงาน ทปี่ รกึ ษาตรวจสอบและลงลายชื่อรับรองกอ่ นการนาํ มาเผยแพร่

คําอธิบาย บทที่ 1 บทนํา 1.1 ท่มี าและความสําคัญของปัญหา อะไรคือเหตผุ ล หรอื ความสนใจทีท่ าํ ใหน้ ักศกึ ษาทาํ การศึกษาเรื่องดงั กล่าว 1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของการศึกษา จุดประสงค์/จุดมุ่งหมายที่นักศึกษา หรือพนักงานที่ปรึกษาได้กําหนดไว้ในการศึกษา/ วิจัยว่าจะต้องให้สําเร็จภายในระยะเวลาท่ีกําหนด อาจจะจัดลําดับความสําคัญของวัตถุประสงค์ที่ สาํ คญั ท่ีสุดไว้ก่อน 1.3 ประโยชน์ท่คี าดวา่ จะไดร้ ับ ผลท่ีคาดว่าจะได้รับจากการศึกษา/วิจัย ท้ังในส่วนตัวของนักศึกษาเอง และส่วนที่ สถานประกอบการจะได้รบั 1.4 ขอบเขตของการทําวิจัย 1.4.1 ขอบเขตท่เี กี่ยวกับเน้ือหาที่ศึกษา 1.4.2 ขอบเขตทเ่ี กี่ยวกบั กลุ่มตวั อย่าง 1.4.3 ขอบเขตที่เก่ียวกับเวลา 1.4.4 ขอบเขตทเ่ี ก่ยี วกับวธิ ีการรวบรวมข้อมลู 1.5 นยิ ามศพั ท์เฉพาะ ใหอ้ ธบิ ายความหมายศัพทเ์ ฉพาะในเรอื่ งทที่ ําการศกึ ษา บทที่ 2 แนวคดิ ทฤษฎแี ละงานวิจัยท่เี กี่ยวขอ้ ง - รายละเอียดของทฤษฎีท่ีใช้ประกอบการศึกษา หรือเอกสารประกอบอื่น ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง กับการศกึ ษา/วิจัย - งานวิจัยท่ีเกี่ยวข้อง 3 เรื่อง ย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี เช่น 2560-2565 เรียงลําดับ พ.ศ. ก่อนหลงั บทที่ 3 แผนการปฏิบตั ิงานและวิธดี ําเนนิ การศกึ ษา 3.1 แผนปฏิบัตงิ าน - ตารางแสดงรายละเอยี ดการปฏิบตั งิ านสหกจิ ศึกษา 3.2 รายละเอียดงานท่ศี ึกษาปฏิบัตใิ นงานสหกิจศึกษา 3.3 ข้ันตอนการดําเนินงานวจิ ัย 3.3.1 วิธกี ารศกึ ษา 3.3.2 การรวบรวมขอ้ มูลท่ใี ช้ในการศึกษา

- มีข้นั ตอนในการดําเนนิ การเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างไร 3.3.3 เครอื่ งมือทใี่ ช้ในการศึกษา - เคร่ืองมือมีส่วนประกอบอะไรบ้าง เช่น เครื่องมือเป็นแบบสอบถาม ประกอบด้วย ข้อคําถามข้อมูลทั่วไป ข้อคําถามเก่ียวกับเร่ืองที่จะศึกษา/วิจัย ท่ีนักศึกษาสร้างขึ้นจาก การศกึ ษาจากทฤษฎีและเอกสารทเี่ กย่ี วข้อง เป็นต้น 3.3.4 การวิเคราะหข์ อ้ มูล - มีการดําเนินการอย่างไร เช่น ตรวจสอบจํานวนและความสมบูรณ์ของ เครื่องมอื ทไ่ี ด้รบั กลับคืนมา - วเิ คราะหข์ อ้ มูลด้วยสถติ ิหรือไม่ ถา้ ไม่ใชส้ ถติ วิ ิเคราะห์ข้อมูลอยา่ งไร ถา้ ใชส้ ถติ ิ ใชส้ ถติ ิอะไรบ้างในการวเิ คราะหข์ ้อมลู บทท่ี 4 ผลการศกึ ษา ประกอบด้วย 4.1 การนาํ เสนอผลการศกึ ษา นําเสนอผลการศึกษาในสว่ นใดบ้าง เชน่ ขอ้ มลู ท่ัวไป ข้อมลู เก่ยี วกบั เร่ืองท่ีศึกษา/วิจยั 4.2 ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล - รายละเอียดของผลการศึกษา/วจิ ัย - แสดงภาพ แผนภูมิ หรอื ตารางท่จี ําเปน็ ประกอบคาํ อธบิ าย - แสดงการคํานวณหรือท่ีมาของสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ที่ชัดเจน ถูกต้องตามหลัก วิชาการและง่ายตอ่ การเขา้ ใจ - หากเป็นงานปฏิบัตกิ ารทดลอง จะต้องอธิบายเครอ่ื งมือปฏบิ ตั กิ ารทใ่ี ช้อย่างชัดเจน บทที่ 5 สรปุ ผลการศกึ ษาและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการศกึ ษา - รวบรวมและสรปุ ผลขอ้ มูลท่ไี ด้จากการศกึ ษา/วจิ ัย - เปรียบเทียบผลท่ีได้รับจากการศึกษา/วิจัย กับวัตถุประสงค์/จุดมุ่งหมายของ การศึกษา/วจิ ัย 5.2 อภปิ รายผล - อภิปรายว่าผลจากการศึกษา/วิจัย สอดคล้องหรือไม่กับทฤษฎีใด เอกสารที่ เกี่ยวขอ้ ง/งานวิจัยใด ของผูใ้ ด ถา้ สอดคล้อง สอดคล้องอย่างไร หากไม่สอดคล้อง ไม่สอดคลอ้ งอย่างไร 5.3 ขอ้ เสนอแนะจากผลการศกึ ษา

- วิเคราะห์และวิจารณ์ข้อมูลท่ีได้โดยมีข้อเสนอแนะ และแนวทางในการแก้ไข ปัญหา หรอื ขอ้ ผิดพลาดที่เกดิ ขน้ึ โดยเนน้ ในแงข่ องการนําไปใช้ประโยชนไ์ ดใ้ นอนาคต รปู แบบบรรณานกุ รม เวน้ 2 เคาะ เวน้ 1 เคาะ ชื่อ-นามสกุลผู้แต่ง. (ปีท่ีพิมพ์). ชือ่ หนังสือ. เมืองทีพ่ ิมพ์: ผู้รับผดิ ชอบในการพมิ พ์. ตวั หนาหรอื ขดี เส้นใต้ ตวั อยา่ ง คณุ ากร จันทร. (2557). การใชเ้ ครือ่ งมือการเกษตร. กรุงเทพมหานคร: พิมพ์ดกี ารพมิ พ์.

ความสาํ คญั และความเป็นมาของปญั หาวจิ ัย การกําหนดปัญหาในการวิจัยนับว่าเป็นเร่ืองสําคัญที่นักวิจัยจะต้องคิดพิจารณาให้รอบคอบ รัดกุม เพราะถ้าเลือกเร่ืองปัญหาวิจัยที่เหมาะสมก็จะเอื้อต่อการวิจัยนั้นได้ สําเร็จด้วยดี มีปัญหาหรือ อุปสรรคน้อย แต่ถ้าเลือกเรื่องท่ีไม่เหมาะสมก็อาจพบปัญหามากมายทําให้เกิดความยุ่งยาก ลําบากใจ ในการดําเนินการ ทําให้เสียเวลาในการคิดค้นกําหนดปัญหาการวิจัยกันใหม่ หรืออาจล้มเลิกไป ส่วน การเขียนเค้าโครงการวิจัยเป็นการเพิ่มส่วนนิยามปัญหาให้สมบูรณ์ทําให้ผู้วิจัยมองเห็นแนวทางการ ปฏิบตั ิในแต่ละขัน้ ตอนได้ชดั เจนยิง่ ขึ้น ความสาํ คญั และความเปน็ มาของปญั หาการวิจยั ปญั หาท่ีนาํ มาทาํ การวจิ ัย ถ้าพจิ ารณาถงึ แหลง่ ต่าง ๆ แบ่งเป็นหวั ขอ้ ไดด้ งั นี้ 1. จากประสบการณ์ของผู้วิจัยเอง ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาในการทํางานของผู้วิจัย ปัญหาใน ชีวิตประจาํ วัน หรือจากการสงั เกตสภาพสิ่งแวดลอ้ มต่าง ๆ ในสังคม เป็นต้น 2. จากการอ่านเอกสาร ได้แก่ ตํารา วารสาร บทความ และรายงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเร่ือง ที่ผู้วิจัยสนใจ โดยเฉพาะท่ีกล่าวถึงทฤษฎี หลักการ ที่เก่ียวข้องกับเรื่องท่ีตนสนใจ ทฤษฎีจะช่วยช้ีนําว่า มีส่ิงที่ควรทําวิจัย หรือในบางกรณีท่ีผู้วิจัยสงสัย ผู้วิจัยก็อาจทําการวิจัยเพื่อตรวจสอบหรือทําการวิจัย ในประเด็นทแี่ ตกตา่ งไปก็ได้ 3. จากการอ่านวิทยานิพนธ์ หรือรายงานการวิจัยท่ีมีบุคคลอ่ืนทําไว้แล้วในส่วนท้ายของ รายงานและมีข้อเสนอแนะที่สามารถเลือกปัญหาการวิจัย หรือเป็นแนวทางทําให้เกิดแนวคิดเกี่ยวกับ เรอ่ื งทีจ่ ะทาํ วจิ ัยได้ 4. จากการอ่านบทคัดย่อวิทยานิพนธ์ หรือบทคัดย่อรายงานการวิจัย ซ่ึงนอกจากจะก่อให้เกิด แนวความคิดท่ีจะเลือกปัญหาวิจัยได้แล้ว ก็ยังได้ทราบว่ามีงานวิจัยอะไรบ้างท่ีมีผู้อื่นทําไว้แล้ว เพ่ือมิให้ เกิดความซาํ้ ซอ้ นในหัวข้อการวจิ ัยอกี ดว้ ย 5. จากข้อเสนอหรือขอ้ คดิ ของผรู้ ู้ ผ้ชู ํานาญ ทค่ี ลกุ คลกี บั งานวิจยั ในสาขาทตี่ นสนใจ 6. จากข้อโต้แย้งหรือการวิพากษ์วิจารณ์ของบุคคลท่ีอยู่ในวงการในเรื่องใดเรื่องหน่ึงท่ีตรงกับ เรือ่ งท่ผี ู้วจิ ยั กําลงั ใหค้ วามสนใจอยู่ 7. จากการเข้าร่วมประชุม สัมมนาทางวิชาการในเร่ืองต่าง ๆ อาจช่วยให้พบปัญหาท่ีควรทํา การวจิ ัยได้ 8. จากการเสนอหัวข้อท่ีควรทําวิจัยของหน่วยงานต่าง ๆ ที่สนับสนุนแหล่งเงินทุนในการทํา วจิ ัย 9. จากการวิเคราะห์ผลงานวิจัยของคนอ่ืน หรือจากการวิเคราะห์เหตุการณ์ทางสังคมปัจจุบัน และแนวโน้มทจ่ี ะเกดิ ขึน้ อาจกอ่ ใหเ้ กดิ แนวคดิ ในปัญหาของการวจิ ัยได้ 10. จากการปรึกษาผรู้ ู้ ผเู้ ชย่ี วชาญแลว้ ไดแ้ งค่ ดิ ในการนําปญั หามาทาํ การวิจัยได้

หลักเกณฑใ์ นการพิจารณาเลอื กหัวข้อการวิจยั 1. ควรเป็นหัวเรื่องที่น่าสนใจ ตรงกับความสนใจ และความถนัดของผู้วิจัยมากท่ีสุด โดยมี ความสนใจในลักษณะความอยากรู้อยากเห็นเชิงวิชาการหรือมีความต้องการและปรารถนาท่ีจะ แสวงหาคําตอบปัญหานั้น เช่น นักศึกษาวิชาเอกการการตลาด ก็ควรทําการวิจัยในเชิงการศึกษาด้าน การตลาดและพฤติกรรมการบรโิ ภคของลกู ค้า เปน็ ต้น 2. ควรเป็นหัวข้อการวิจัยท่ีมีคุณค่า มีประโยชน์ท่ีสามารถนําผลการวิจัยไปใช้ปรับปรุงชีวิต หรอื พัฒนาระบบงานใหด้ ยี ิ่งขึ้นได้ 3. ควรเลือกทําการวิจัยในเรืองท่ีไม่ซ้ํากับคนอ่ืน เพราะจะไม่ได้รับความรู้ใหม่ ๆ เพ่ิมขึ้น แต่อาจกระทําได้โดยเพ่ือท่ีจะทดสอบว่าข้อความจริงหรือผลการวิจัยนั้นเปล่ียนแปลงไปตามกาลเวลา หรือไม่ เพียงใด 4. หัวข้อการวิจัยไม่ควรกว้างหรือใหญ่เกินไป ควรเป็นหัวข้อการวิจัยที่ส้ันกระทัดรัด ชัดเจน ในปญั หาทจ่ี ะทําการวจิ ัย 5. การเลือกหัวข้อการวิจัย ควรจะพิจารณาถึงเวลา กําลังคน งบประมาณ และการดําเนิน การวา่ เหมาะสมหรือไมเ่ พยี งใด 6. ปญั หาท่ีจะวจิ ยั จะต้องสามารถสรา้ งเครื่องมอื เพอื่ ใช้ในการรวบรวมขอ้ มูลได้ 7. ในการคิดปัญหาของการวิจัย ควรจะให้เหมาะสมกับข้อมูลท่ีมีอยู่ หรือแหล่งข้อมูลท่ี สามารถเก็บรวมรวมไดง้ า่ ย สะดวกและเหมาะสม 8. การเลือกหัวข้อการวิจัย ควรคํานึงถึงแหล่งวิชาการ เอกสาร และงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้องที่จะ สามารถค้นควา้ หาความรเู้ พม่ิ เติมในปัญหาท่ีจะทาํ การวจิ ยั ได้ 9. การเลือกปัญหาการวิจัย ควรจะคํานึงถึงความร่วมมือจากผู้ท่ีเก่ียวข้องในการวิจัยด้วย เช่น กลมุ่ ตัวอยา่ ง ผ้สู รา้ งเครื่องมอื การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล และวิธีการวเิ คราะหข์ อ้ มลู เปน็ ตน้ 10. ไม่ควรเลือกหัวข้อที่ยาก หรือเป็นหัวข้อท่ีเพ้อฝันมากจนเกินไป เพราะอาจทําให้ผู้วิจัยไม่ สามารถตอบปัญหาไดต้ รงตามเปา้ หมายทวี่ างไว้ ขอ้ ผิดพลาดตา่ ง ๆ ในการเลือกปัญหาการวิจัย 1. ขาดการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเร่ืองท่ีตนสนใจ ทําให้ไม่มีความรู้ใน ระเบยี บวธิ กี ารวจิ ัยหรือแนวทางทช่ี ดั เจนในการทําวิจัย 2. รีบเร่งส่งหัวข้อการวิจัยเพ่ือให้ทันตามเวลาที่กําหนด โดยตัวเองมิได้มีความสนใจ หรือมี ความถนัดอย่างแท้จรงิ 3. กําหนดปัญหาการวิจัยกว้างเกินไป ไม่เหมาะกับระยะเวลาที่กําหนด หรืองบประมาณที่มี อยู่อยา่ งจํากดั 4. เลอื กปัญหาการวจิ ยั โดยไม่ไดว้ างแผนหรอื คดิ พจิ ารณาใหร้ อบคอบ 5. กําหนดปัญหาการวิจัยที่ไม่สามารถหาข้อมูลมาทําการทดสอบได้ หรือไม่สามารถหาข้อมูล ทแี่ ท้จริงมาทําการทดสอบได้

การกําหนดชื่อเรอ่ื งการวจิ ยั การกําหนดช่ือเรื่องการวิจัย ควรจะกําหนดให้เป็นท่ีน่าสนใจและดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน ควรจะอ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่คลุมเครือและชัดเจนในปัญหาที่จะทําการวิจัย โดยทั่วไปมักนิยมต้ังชื่อ ปัญหาการวจิ ัย ดังน้ี 1. ควรตั้งช่ือเร่ืองให้ส้ัน ใช้คําเฉพาะเจาะจง หรือส่ือความหมายเฉพาะเรื่อง หรือตัวแปรท่ีจะ ศกึ ษาเท่านั้น 2. ควรต้ังชื่อเร่ืองวิจัยให้ตรงกับประเด็นของปัญหา อ่านแล้วสื่อความหมายทิศทางเดียว ไมค่ วรใช้คําสื่อความหมายไดห้ ลายทิศทาง วกไปเวียนมาและไม่มุง่ สูป่ ระเด็นของปัญหา 3. ควรตง้ั เปน็ ข้อความเชิงบอกเลา่ ถ้าไมจ่ ําเปน็ อย่าตั้งเปน็ เชงิ คาํ ถามหรือขอ้ ความเชิงปฏิเสธ 4. หัวข้อปัญหาที่ดีจะต้องแสดงถึงมโนภาพของตัวแปร หรือความสัมพันธ์ของตัวแปรของ ปัญหานน้ั ๆ 5. การต้ังช่ือหัวข้อปัญหาจะต้องระมัดระวังไม่ให้ซ้ําซ้อนกับผู้อ่ืน แม้ว่าประเด็นศึกษาจะ คลา้ ยกนั ก็ตาม 6. หัวข้อปัญหามีความหมายชัดเจนในตัวของมันเอง สามารถสื่อให้ผู้อ่านทราบประเด็น สาํ คญั วา่ ศกึ ษาเรอื่ งอะไร และจะศกึ ษากบั ใคร ตัวอย่างควรนาํ มาจากงานปฏบิ ัตสิ หกิจศกึ ษาของนกั ศกึ ษาสาขาวชิ าตา่ งๆ ตวั อยา่ ง : ชื่อหวั ข้อปัญหาการวิจยั ท่ดี ี 1. การศึกษารูปแบบการบริหารจัดการระบบการศึกษาของสถาบันการศึกษาระดับอุดม ศกึ ษา 2. พัฒนาการระบบอุดมศกึ ษาของไทย 3. รปู แบบการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ของประชาชนรมิ แม่น้าํ โขง เขตจงั หวดั เชียงราย 4. การศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาระเบียบวิธีวิจัยระหว่างนักศึกษาคณะ ศิลปศาสตรก์ บั นกั ศกึ ษาคณะบริหารธรุ กิจมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา 5. การศึกษาเปรียบเทียบผลการสอนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 3 เรอื่ งสมการ โดยใชบ้ ทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนกบั การเรียนแบบปกติ การเขียนโครงรา่ งการวิจยั โครงร่างการวิจัย (Research Proposal) หรือเค้าโครงปริญญานิพนธ์ (Thesis Proposal) เป็นการวางแผนที่จะทําการวิจัย ซ่ึงเปรียบเทียบได้กับแบบพิมพ์เขียว (Blueprint) ในการก่อสร้าง บ้านของสถาปนิกท่ีได้ทําขึ้นก่อนลงมือปลูกบ้านจริง ในแบบพิมพ์เขียวของบ้านซ่ึงจะแสดงถึง ส่วนประกอบต่าง ๆ ภายในบ้าน เช่น เนื้อท่ี ห้องน้ํา ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องครัว ห้องเก็บของ อย่างละกหี่ ้อง และจะอย่สู ่วนไหนของบา้ น เป็นตน้ การเขียนโครงรา่ งการวจิ ัยกเ็ ช่นเดยี วกัน

จะเป็นการบอกว่าในการทําวิจัยคร้ังนี้จะต้องมีรูปร่างลักษณะอย่างไร ใครเป็นกลุ่มตัวอย่าง ประชากร จะมีวิธีการคัดเลือกมาด้วยวิธีใด จะดําเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือแบบใด ได้ข้อมูล มาแล้วจะทําการวิเคราะห์อย่างไร ซึ่งจะทําให้ผู้วิจัยทราบรายละเอียดของแต่ละข้ันตอนในการวิจัยได้ เปน็ อย่างดี ในการเขยี นโครงร่างการวิจัย ประกอบด้วยหัวขอ้ ตา่ ง ๆ ดังต่อไปนี้ 1. ชือ่ เรอ่ื งหรือหัวข้อปัญหาการวจิ ยั 2. ความเป็นมาและความสาํ คัญของปญั หาในการวิจยั 3. วัตถุประสงค์ของการวจิ ยั 4. สมมุตฐิ านของการวิจัย 5. ขอบเขตของการศกึ ษาค้นคว้า 6. นยิ ามศพั ท์เฉพาะ 7. ขอ้ ตกลงเบอื้ งต้น 8. ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะไดร้ ับ 9. เอกสารและงานวจิ ัยทีเ่ กี่ยวขอ้ ง 10. วธิ ดี าํ เนนิ การวิจัย 11. บรรณานุกรม 12. ภาคผนวก (ถ้ามี) วธิ ีการและเทคนิคการเขียนโครงร่างการวิจัย 1. ชื่อเรื่องหรือหัวข้อปัญหา วิธีการกําหนดชื่อเรื่องหรือหัวข้อปัญหาการวิจัยได้กล่าวไป แล้วนั้น แต่เทคนิคที่สําคัญก็คือหัวข้อเมื่ออ่านแล้วจะต้องน่าสนใจ ชัดเจน และเนื้อความสมบูรณ์โดย ใหเ้ ขยี นทง้ั ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 2. ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหาในการวิจัย ส่วนที่เป็นความเป็นมาและ ความสําคัญของปัญหาที่จะวิจัยนั้น เป็นการชี้ให้เห็นถึงต้นตอของปัญหาว่าปัญหานั้นคืออะไร มีจุดเร่ิมต้นหรือแหล่งกําเนิดอย่างไร ซ่ึงผู้วิจัยควรอ้างทฤษฎีพ้ืนฐานที่เกี่ยวข้องด้วย หรืออาจ สอดแทรกผลงานการวิจัยบางเรื่องท่ีเด่น ๆ ที่เก่ียวข้องโดยตรงลงไปด้วยก็ได้ ในตอนท้ายของ ความเป็นมามักนิยมบอกเหตุผลหรือแรงจูงใจท่ีทําให้ตัดสินใจทําการวิจัยเรื่องน้ัน กล่าวโดยสรุปก็คือ การเขียนความเป็นมาก็เพื่อให้รู้ถึงต้นตอของปัญหา หลักการและเหตุผลที่เป็นพื้นฐานของปัญหา นั่นเอง ดังนั้นเนือ้ หาทีม่ ุ่งเสนอก็คือ 1. ทฤษฎี หลักการ ขอ้ เท็จจรงิ ทีเ่ ปน็ พ้นื ฐานเก่ียวกบั ปญั หาท่ีจะวิจยั 2. งานวิจัย หรอื ผลงานการศึกษาคน้ คว้าทเ่ี ด่น ๆ ท่มี ีผู้ทํามาแลว้ 3. วิเคราะห์หรืออภิปรายปัญหา เพ่ือเวียนสู่กรณีเฉพาะในเรื่องที่ตนสนใจ เพื่อจะชี้ให้เห็น ประเด็นของปัญหา ความสนใจ ความจําเป็นท่ีจะต้องทําการวิจัย และประโยชน์ที่อาจจะเกิดข้ึนในการ วจิ ัยนี้

ตวั อย่าง การเขียนความเปน็ มาและความสําคัญของปญั หาของวจิ ยั เร่ือง “การพัฒนาบทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนวชิ าการพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตและสังคม เรือ่ ง มารยาท ไทยสําหรบั นกั ศกึ ษา มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย” ความเปน็ มาและความสาํ คัญของปัญหา ปัจจุบันการศึกษาได้กล่าวถึงบทบาทเทคโนโลยี สารสนเทศกับการศึกษาว่าสามารถนํา เทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้กับการศึกษาในลักษณะต่าง ๆ ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instructor) ระบบสื่อประสม (Multimedia) ระบบสารสนเทศ (Information System) ระบบฐานข้อมูล (Data System) ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และ ระบบอินเทอร์เน็ต (Internet ) เป็นต้น จากผลกระทบของความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี สารสนเทศส่งผลให้รูปแบบหรือวิธีการจัดการศึกษารูปแบบเดิมคือ ยึดครูหรือผู้สอนเป็นศูนย์กลางใน การเรียนรู้ เป็นการจัดการศึกษาในระบบเดิม ไม่ตอบสนองต่อการจัดการศึกษาอย่างแท้จริง การจัดการศึกษาในปัจจุบันต้องมีลักษณะที่เป็นระบบเปิดมากข้ึน ส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต เน้นการศึกษาเป็นรายบุคคล เน้นเทคโนโลยีทางการศึกษา เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง เน้นคุณธรรมและจริยธรรม ส่งเสริมนันทนาการและการพักผ่อนหย่อนใจมากย่ิงขึ้น โปรแกรม คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นสื่อประเภทสองทาง (Two Way Communication) ซ่ึงเป็นสื่อที่ผู้เรียน สามารถพิมพ์โต้ตอบ หรือใช้เมาส์คลิกเพ่ือเลือกตอบคําถาม ซ่ึงถือเป็นการมีปฏิสัมพันธ์ (Interaction) นอกจากน้ีคอมพิวเตอร์ช่วยสอนยังเปรียบเสมือนการนําเอาส่ือท้ังหลายในอดีตมาบูรณาการ (Integrate) เข้าด้วยกัน เช่น แทรกภาพเคลื่อนไหวแทนการสอนโดยใช้วิดีทัศน์ แทรกเสียงที่บันทึกไว้ แทนการใช้เครื่องเล่นเทป ทําภาพท่ีแสดงทีละกรอบแทนการใช้แผ่นโปร่งใสหรือสไลด์ นอกจากน้ีใน ปัจจุบันยังสามารถสร้างส่ือคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Web base Instruction -WBI) ซ่งึ ผเู้ รียนสามารถเรียนได้ทุกสถานท่ี ทกุ เวลา และไมจ่ ํากัดจาํ นวนผเู้ รยี น ลักษณะการจัดการศึกษาในปัจจุบันและอนาคตควรจะเป็นการจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็น ศูนย์กลางในการเรียนรู้ในลักษณะการศึกษาเป็นรายบุคคล (Individual Study) โดยนําเทคโนโลยี สมัยใหม่มาใช้ ได้แก่ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการส่ือสาร โทรคมนาคมเข้ามาประยุกต์ในทางการศึกษา ซ่ึงกิดานันท์ มะลิทอง (2536, 163-164) ได้กล่าวถึง การจัดการศึกษารายบุคคลว่าเป็นการจัดการศึกษาที่พิจารณาถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ความต้องการและความสามารถ เพื่อให้ผู้เรียนแต่ละคนเรียนรู้ในส่ิงท่ีตนสนใจตามกําลังความสามารถ ของตน ตามวิธีการและสื่อการสอนท่ีเหมาะสม เพื่อบรรลุถึงวัตถุประสงค์การเรียนที่กําหนดไว้และ การท่ีจะสําเร็จได้นั้นย่อมต้องอาศัยการจัดระบบการจัดการและการวางแผนการสอนที่ดี โดยจัดให้ ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียน มีการจัดเตรียมทรัพยากรสําหรับการศึกษา คือ สื่อการเรียน ประเภทต่าง ๆ ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์โสตทัศนวัสดุ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิดีโอ เป็นต้น โดยเฉพาะสื่อที่ เป็นบทเรยี นคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน นับเปน็ สอื่ ท่ีกําลงั มบี ทบาทสําคัญ ท้ังน้ีเน่ืองจากขอ้ ไดเ้ ปรียบของ

บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่เหนือกว่าส่ือการเรียนประเภทอ่ืน ก็คือ การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมี ปฏิสัมพันธ์ (Interaction) กับบทเรียนไดต้ ลอดเวลา ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดผลกระทบ ท้ังทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะการรับเอาวัฒนธรรมของตะวันตกจนลืมวัฒนธรรมไทยอันดีงามที่ ได้สั่งสม ไม่ว่าจะเป็นการไหว้ การเดิน การนั่ง การยืน และการรับของ ส่งของ เป็นต้น ดังนั้นใน การป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว จําเป็นต้องใช้ยุทธวิธีหลายด้านควบคู่กัน ท้ังยุทธวิธีการขัดเกลา ทางสังคม โดยผ่านตัวแทนที่ทําหน้าที่ขัดเกลาทางสังคมไม่ว่าจะเป็นสถาบันครอบครัว สถาบันศาสนา สถาบันการเมืองการปกครอง และสถาบันทางการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันทางการศึกษาถือ เป็นหน้าที่โดยตรงท่ีจะต้องทําหน้าท่ีปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมท่ีถูกต้องควบคู่ไปกับการสร้าง ความเจริญงอกงามทางด้านสติปัญญาและอารมณ์ การใช้มาตรการทางการศึกษาเพ่ือขัดเกลาทาง สังคมกับเยาวชนไทยให้ตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรมและประเพณีให้คงอยู่ต่อไปได้น้ัน จึงเป็น หน้าที่ของครูโดยตรงท่ีจะต้องใช้วิธีการสอนท่ีหลากหลาย เพ่ือป้องกันและแก้ไขพฤติกรรมการแสดงที่ ไม่เหมาะสมของนักเรียนและนักศึกษา ซ่ึงกระทรวงศึกษาธิการได้การบรรจุไว้ในหลักสูตรทุกระดับ การศึกษา รวมท้ังหลักสูตรของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล โดยมีการจัดไว้ทั้งเป็นรายวิชาเด่ียว และรายวิชาบูรณาการของแผนกวิชาสังคมศาสตร์โดยมีเน้ือหาอยู่ไว้ในรายวิชาการพัฒนาคุณภาพชีวิต และสังคม เรื่อง การปฏิบัติมารยาทไทย เพ่ือให้นักศึกษาได้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถนําไป ปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย ฉะนั้นส่ือการสอนจึงเป็นส่ือกลางในการนําความรู้ ความเข้าใจไปสู่ผู้เรียนและทําให้การเรียนการสอนมีความหมายมากย่ิงขึ้น เนื่องด้วยส่ือการสอนได้ ช่วยจัดประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียนได้ใกล้เคียงความจริง ช่วยเพ่ิมพูนความเข้าใจในสิ่งที่เรียนไปแล้ว เพราะสื่อคือตัวกลางที่นําสารจากผู้ส่งไปยังผู้รับได้ถูกต้องและรวดเร็วที่สุด (นิพนธ์ ศุขปรีดี 2530, 23) จะเห็นได้ว่าการใช้สื่อการสอนเป็นสิ่งท่ีจําเป็นและมีผลต่อความคงทนในการเรียนรู้อีกด้วย ซ่ึงสอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้ของ John Dewey ท่ีกล่าวว่า การเรียนรู้ท่ีดี คือ การเรียนรู้ท่ีให้ นักศึกษาลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง (Learning by Doing) นอกจากน้ันผู้เรียนยังเรียนรู้ได้ตาม ความสามารถของตนเอง โดยไมม่ ีข้อจํากัดในเรอื่ งความแตกต่างระหว่างบุคคล จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยจึงสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน วิชาการพัฒนา คุณภาพชีวิตและสังคม เร่ือง มารยาทไทย โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนให้มีประสิทธิภาพ สูงสุด เพ่ือแก้ปัญหาการเรียนการสอนท่ีกําลังเกิดข้ึน ประกอบกับให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนใน ยคุ ปฏิรูปการศึกษาซง่ึ ใช้ปรัชญา “ยดึ ผเู้ รียนเป็นสําคัญ” วัตถุประสงคข์ องการวจิ ยั การเขียนวัตถุประสงค์ของการวิจัยเป็นการนําเอาปัญหาน้ันมาแยกเป็นปัญหาย่อย ๆ ได้ แจ่มชัดเป็นปรนัย และเฉพาะเจาะจง ทําให้ผู้วิจัยมีแนวปฏิบัติได้ตรงเป้าและสามารถดําเนินการวิจัย ในแตล่ ะขัน้ ตอน ได้อยา่ งถกู ต้อง โดยท่วั ไปนิยมเขยี นในรูปแบบตา่ ง ๆ ดังน้ี 1. เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิชาการพัฒนาคุณภาพ ชีวติ และสงั คม เรื่อง มารยาทไทย

2. เพ่ือศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรีปีที่ 1 วิชาการพัฒนา คุณภาพชีวิตและสังคม เร่ือง มารยาทไทย ซ่ึงเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่มีรูปแบบการ นําเสนอบทสรุปตา่ งกนั 3. เพ่ือเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรีปี ท่ี 1 วิชาการ พัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม เรื่อง มารยาทไทย ซึ่งเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่มี รูปแบบการนาํ เสนอบทสรุปต่างกัน ตวั อย่าง การเขียนวตั ถปุ ระสงคก์ ารวจิ ยั หัวข้อการวิจัย : ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อสภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา วัตถปุ ระสงค์ของการวจิ ยั 1. ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาต่อสภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัย 5 ด้าน คือ ด้าน ความสนใจในมหาวิทยาลัย ด้านการเรียนการสอน ด้านเกี่ยวกับเพื่อน ด้านการบริหาร และด้าน การบริการวิชาการ 2. เพ่ือศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบสภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัยกับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน เปน็ ต้น หัวข้อการวิจัย : ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อสภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา วัตถปุ ระสงคข์ องการวิจัย 1. เพอ่ื ศึกษาปัญหาและการปฏบิ ัติงานการศึกษาของผู้บรหิ ารของมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลล้านนา เกีย่ วกบั ดา้ นธรุ การ ดา้ นการเงิน ด้านการบริหารงานบคุ คล และดา้ นวชิ าการ 2. เพื่อเปรียบเทยี บปัญหาและการปฏบิ ตั งิ านการศึกษาของผ้บู ริหารของมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนาท่ีมปี ระสบการณใ์ นการบริหารตาํ่ กว่า 10 ปี กบั ท่มี ีประสบการณต์ งั้ แต่ 10 ปีข้ึนไป 3. เพอื่ เปรียบเทียบปญั หาและการปฏบิ ตั ิงานการศกึ ษาของผบู้ รหิ ารของมหาวิทยาลัย เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนาท่มี ีอายุต่ํากว่า 40 ปี กับท่ีมอี ายตุ งั้ แต่ 40 ปีขน้ึ ไป สมมตุ ฐิ านของการวิจยั สมมุติฐานในการวิจัยไม่จําเป็นต้องมีในการทําวิจัยทุกเร่ืองเสมอไป การวิจัยในลักษณะสํารวจ เพื่อหาข้อมูลพ้ืนฐานท่ัวไปมักจะไม่มีสมมุติฐานตั้งไว้ก่อน แต่เป็นการสํารวจเพื่อตั้งเป็นสมมุติฐานขึ้น ภายหลัง การต้ังสมมุติฐานการวิจัยจะต้องมีเหตุมีผลที่เป็นไปได้ โดยส่วนใหญ่มักจะเขียนสมมุติฐาน การวิจัยหลงั จากทไี่ ด้ศึกษาเอกสารและงานวจิ ัยที่เก่ยี วข้องแล้ว

ตวั อย่าง การเขียนสมมุติฐานการวิจัย หัวข้อการวิจัย : การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม เรื่อง มารยาทไทย สําหรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย สมมตุ ิฐานการวจิ ยั 1. นักศึกษาท่ีเรียนดว้ ยบทเรียนคอมพวิ เตอรช์ ่วยสอนทม่ี รี ูปแบบการนาํ เสนอบทสรปุ ต่างกันมี ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนตา่ งกัน 2. นักศึกษาหญิงมีผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นสงู กวา่ นักศกึ ษาชาย ขอบเขตของการศกึ ษาคน้ คว้า การจํากัดขอบเขตของการศึกษาเป็นการวางกรอบปัญหาให้เด่นชัดมากย่ิงข้ึน การจํากัดขอบเขต ของการวิจัยส่วนใหญ่จะจํากัดในเร่ืองของประชากร กลุ่มตัวอย่างและตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย ทั้งนี้ ก็เพ่ือให้ผู้วิจัยและผู้อ่านให้ความสนใจที่ปัญหาได้ตรงประเด็นยิ่งข้ึน ช่วยให้ผลการวิจัยมีความเป็นปรนัยดี ยงิ่ ขน้ึ และช่วยให้ข้อสรุปมคี วามเชื่อถอื ไดม้ ากยิง่ ขึน้ ตัวอยา่ ง การเขียนขอบเขตของการวจิ ยั อาจเขยี นเป็นข้อความรวม ๆ หรอื เขียนเป็นประโยคย่อย ๆ ก็ได้ หวั ขอ้ การวจิ ยั : ความพึงพอใจของนกั ศึกษาต่อสภาพแวดลอ้ ม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคล วิทยาเขตเชยี งราย การเขียนขอบเขตการวจิ ยั สามารถเขยี นไดด้ งั นี้ 1. การศึกษาคร้ังนี้ มุ่งศึกษาเฉพาะสภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัย 5 ด้าน คือ สภาพแวดล้อมด้าน ความประทับใจในมหาวิทยาลัย, ด้านการเรียนการสอน, ด้านเกี่ยวกับเพื่อน, ด้านการบริหารและด้าน บรกิ ารวชิ าการ 2. ผู้วิจัยทําการศึกษาสภาพแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขต เชียงราย เฉพาะอาคารเรียนรวม คณะวิชาศึกษาทั่วไป อาคารคณะวิชาโยธา และคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น 3. กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการศึกษาคือ เฉพาะนักศึกษาภาคปกติ ชั้นปีท่ี 2-4 มหาวิทยาลัย เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา วทิ ยาเขตเชียงราย เป็นต้น คาํ นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ เปน็ การใหค้ าํ นยิ ามศพั ท์เฉพาะคําท่ไี ม่คนุ้ เคย และเป็นคําสําคญั ทีต่ อ้ งการจํากดั ความหมายให้ เฉพาะเจาะจงในประเด็นทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั การวจิ ัย การใหน้ ิยามศพั ท์ทด่ี นี ัน้ ควรจะนิยามในรูปคําปฏบิ ตั ิการ ชัดเจน ไม่กาํ กวมหรือคลุมกว้างเกินไป เพ่ือใหผ้ ้วู ิจัยและผูอ้ ่านมีความเขา้ ใจตรงกนั

ตวั อยา่ ง การเขียนคาํ นิยามศพั ท์เฉพาะ หวั ขอ้ การวิจยั : ความพงึ พอใจของนักศึกษาตอ่ สภาพแวดล้อม มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล วทิ ยาเขตเชียงราย คาํ นิยามศพั ท์เฉพาะ สามารถเขยี นได้ดงั นี้ - ความพงึ พอใจ หมายถงึ ความรสู้ กึ นึกคดิ ของนกั ศึกษาวา่ ดีหรือไมด่ ีต่อสภาพแวดลอ้ ม มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา เชียงราย - สภาพแวดล้อมมหาวทิ ยาลยั หมายถงึ สภาพแวดล้อมด้านความประทับใจมหาวทิ ยาลยั ดา้ นการเรียนการสอน ด้านเกย่ี วกับเพอ่ื น ด้านการบริหารและดา้ นการบรกิ ารวชิ าการ เป็นต้น ข้อตกลงเบอื้ งตน้ ข้อตกลงเบ้ืองตน้ เปน็ ข้อความเงื่อนไขท่ีต้องการให้ผู้อ่านยอมรับ โดยไม่ต้องมีการพสิ จู นเ์ ปน็ ขอ้ เท็จจริง ท่ียอมรับกันโดยท่ัวไปในสังคมเพื่อให้ผู้อ่านรายงานการวิจัยเข้าใจโดยไม่มีข้อขัดแย้งใด ๆ ซ่ึงส่วนใหญ่ จะเปน็ ขอ้ ตกลงในเร่ืองของตัวแปร การจัดกระทาํ ขอ้ มลู วธิ วี ิจัยและกลุม่ ตวั อย่าง ตวั อยา่ ง การเขยี นขอ้ ตกลงเบื้องต้น หวั ข้อการวจิ ัย : ความพึงพอใจของนกั ศกึ ษาตอ่ สภาพแวดลอ้ ม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเชยี งราย ข้อตกลงเบือ้ งตน้ สามารถเขียนไดด้ ังน้ี - นักศึกษาทกุ คนตอบแบบสอบถามด้วยความเขา้ ใจและดว้ ยความจริงใจ - การวจิ ัยในครัง้ น้ถี อื วา่ ความแตกต่างในเรอ่ื งเพศ อายุ เช้ือชาติ ฐานะทางเศรษฐกจิ ตลอดจนอาชพี ของบดิ ามารดาไมม่ ีผลกระทบต่อการเรยี น ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะไดร้ ับจากการวิจัย เปน็ การเขยี นเก่ยี วกับความสําคญั ที่คาดว่าจะได้รบั จากการวิจัยว่ามีอะไรบ้าง โดยการคาดคะเน ในแง่ของความรู้และการนําผลการวจิ ยั ไปใชป้ ระโยชน์หรือใชใ้ นการแก้ปญั หา ซึง่ จะต้องเขยี นให้สอดคลอ้ ง กบั วตั ถปุ ระสงค์ของการวิจัย เพอ่ื ให้ผ้อู า่ นมองเห็นขอบเขตของการทําวิจัยอย่างชัดเจน ตัวอย่าง การเขียนประโยชน์ทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั จากการวิจัย เรื่องท่ีจะศึกษา : ความคิดเห็นของครูเกี่ยวกับพฤติกรรมด้านมนุษย์สัมพันธ์ของ ผู้บริหารของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา วัตถุประสงค์ของการวิจัย คอื 1. เพอื่ ศึกษาพฤติกรรมด้านมนุษย์สัมพันธข์ องผูบ้ รหิ ารมหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนาโดย ยึดหลักธรรม 3 หมวด คอื 1) พรหมวิหารธรรม 2) สังคหวตั ถธุ รรม 3) อิทธิบาทธรรม

2. เพ่ือเปรียบเทียบพฤติกรรมด้านมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารตามความคิดเห็นของครูที่มีภูมิหลัง ตา่ งกันในเร่ือง เพศ อายุ สถานภาพสมรส ประสบการณ์ วุฒกิ ารศกึ ษา ดังนั้น แนวทางในการเขยี นความสําคัญหรอื ประโยชนข์ องการวิจยั มีดงั น้ี 1. เสนอผลการวิจัยนี้ให้กับผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลเป็นแนวทางในการแก้ไข ปัญหา 2. ผลการวิจัยน้ีจะกระตุ้นผู้บริหารให้มี ความกระตือรือร้นท่ีจะเข้าใจปัญหาและความต้องการของ ครู อันจะเปน็ แนวทางไปสกู่ ารสร้างบรรยากาศการมีมนุษยสมั พันธท์ ีด่ ี 3. เปน็ แนวทางในการจัดฝกึ อบรมผู้บริหารสถาบันในเรือ่ งมนษุ ย์สมั พันธ์ การศึกษาเอกสารและงานวจิ ัยทเี่ กยี่ วข้อง เป็นการบอกถึงแนวความคิดทางทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะทําการวิจัย รวมทั้งบทความและ แนวความคิดต่าง ๆ ของผู้ทรงคุณวุฒิและข้อค้นพบหรือผลงานวิจัยท่ีมีผู้ทําไว้ก่อนแล้วว่ามีอย่างไรบ้าง สรุป นํามาเสนอให้เห็นเด่นชัดและแยกเป็นประเด็น ๆ ไป การเขียนก็ควรจะเขียนในลักษณะสรุปย่อใจความเป็น ภาษาของผวู้ จิ ัยเอง และเชอื่ มโยงติดต่อกันตลอดท้งั เรื่อง วิธีการดําเนนิ การวจิ ยั วิธีการดําเนินการวิจัย ในส่วนน้ีโดยท่ัวไปแล้วผู้เขียนจําเป็นต้องเขียนให้ครอบคลุมเร่ืองต่าง ๆ ดงั ต่อไปน้ี 1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัย โดยการกล่าวถึงลักษณะของประชากรท่ีจะใช้ในการวิจัย จํานวน ประชากรแต่ละประเภท วิธีการเลือกประชากร เกณฑ์ในการเลือกประชากรและรายละเอียดอื่น ๆ ที่จําเป็น เก่ียวกับเรือ่ งประชากรทจี่ ะใช้ในการวจิ ัยน้ัน 2. เคร่ืองมือที่ใช้ในการวิจัย โดยการกล่าวถึงลักษณะและประเภทของเคร่ืองมือที่จะใช้ในการวิจัย จํานวนของเครื่องมือท่ีจะนํามาใช้กระบวนการหรือวิธีการในการพัฒนาเคร่ืองมือ การหาประสิทธิภาพของ เครอ่ื งมือ การทดลองเคร่อื งมอื และรายละเอยี ดอ่นื ๆ ที่จาํ เป็น 3. การเก็บข้อมูลการวิจัย เป็นการกล่าวถึงวิธีการท่ีจะใช้ในการเก็บข้อมูล เก็บข้อมูลอย่างไร ที่ ไหน และเมื่อไร 4. การวิเคราะห์ข้อมูล โดยการกล่าวถึงวิธีการที่จะใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ท่ีเก็บรวบรวมมา ได้ ซ่ึงหมายรวมถึงการให้คําอธิบายว่าจะใช้หลักสูตร เกณฑ์หรือวิธีการใดในการวิเคราะห์ข้อมูลและแปล ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล 5. การเสนอผลงานวิจัย โดยการกล่าวถึงรูปลักษณะวิธีการในการเสนอผลงาน เช่น การเสนอ ผลงานในรูปตาราง ความเรยี ง หรอื วธิ ีอ่ืน ๆ 6. สถานที่ท่ีจะใช้ในการวิจัย ซ่ึงมักจะหมายถึง สํานักงาน สถานท่ีทําการ หรือ สถานที่ที่ใช้ ประสานงานหรืออํานวยการใหง้ านวิจยั ดาํ เนินไปได้ดว้ ยดี 7. งบประมาณที่ใช้ในการวิจัย โดยการระบุรายการต่าง ๆ ที่จําเป็นต้องเสียค่าใช้จ่าย เพ่ือให้ งานวิจัยบรรลุผลตามเป้าหมาย สําหรับเค้าโครงการวิจัยซึ่งเสนอเพื่อขอทุนสนับสนุนการวิจัย จําเป็นต้อง ศึกษาเรื่องน้ีเป็นพิเศษ โดยการศึกษาถึงลักษณะและรายละเอียดท่ีแหล่งทุนต้องการ ผู้เขียนเค้า โครงการวิจัยจําเป็นต้องแสดงรายการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ชัดเจน และถูกต้องตามความต้องการของแหล่ง ทนุ นนั้

8. ระยะเวลาดําเนินการ โดยการทําวิจัย ผู้วิจัยจะต้องทําตารางการปฏิบัติงานในของแต่ละข้ันตอน ให้ชัดเจน เพ่ือให้การดําเนินการต่าง ๆ เสร็จส้ินสมบูรณ์ภายในระยะเวลาที่กําหนด โดยอาจแบ่งเป็นช่วง ๆ ต้ังแต่การเร่ิมต้นงานวิจัยการศึกษาเอกสารท่ีเก่ียวข้อง การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ การ เขียนรายงาน และการจัดพมิ พ์ฉบบั สมบรู ณ์ โดยวางแผนเก่ยี วกบั วนั เวลาในการดําเนินกิจกรรมตา่ ง ๆ ตวั อย่าง ผลการดาํ เนนิ การในระยะเวลา 8 เดอื น 9. คณะผู้ดําเนินงานวิจัย โดยการระบุช่ือ สกุล หรือตําแหน่งของบุคคลท่ีทําหน้าที่ต่าง ๆ เพื่อให้ งานวิจัยสําเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งการวิจัยแต่ละเร่ืองอาจจะมีวิธีการจัดคณะผู้ดําเนินงานแตกต่างกัน บาง งานวิจัยอาจมีคณะผู้ดําเนินงานแบ่งแยกเป็นกรรมการชุดต่าง ๆ หลายชุด แต่บางงานวิจัยอาจมีคณะผู้ ดําเนินงานเพยี งชุดเดยี ว เป็นต้น บรรณานุกรม เป็นรายการของส่ิงพิมพ์ เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ รวมทั้งโสตทัศนูปกรณ์ทุกประเภทที่ นํามาใช้อ้างอิง หรือใช้ประกอบการศึกษาค้นคว้า โดยผู้วิจัยจะต้องทําการรวบรวมจัดเรียงลําดับตาม อักษรและจัดเรยี งภาษาไทยก่อน แล้วตามด้วยภาษาองั กฤษ โดยสรุปก็คือ เมื่อผู้วิจัยได้กําหนดคิดค้นปัญหาการวิจัยได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ดังที่ กล่าวข้างต้นแล้ว การเขียนเค้าโครงการวิจัยมีความจําเป็นอย่างท่ีสุดที่จะต้องเขียนนิยามปัญหา ของการ วิจัยออกมาให้ชัดเจนทุกหัวข้อ ตั้งแต่ช่ือปัญหา ความเป็นมา จุดมุ่งหมาย ความสําคัญ ขอบเขตการศึกษา นิยามศัพท์เฉพาะ ข้อตกลงเบ้ืองต้น เอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวข้อง สมมุติฐานการวิจัย วิธีดําเนินการ และบรรณานุกรม เพ่ือให้เห็นแนวทางการศึกษาปัญหาท่ีชัดเจนมากยิ่งขึ้น เห็นแนวทางการปฏิบัติท่ีเป็น ขน้ั เป็นตอน และเปน็ แนวทางในการป้องกันและแกไ้ ขปญั หาการวจิ ัย


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook