Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore CAI ประวัติศาสตร์ ตำนานเขาชุมทอง

CAI ประวัติศาสตร์ ตำนานเขาชุมทอง

Published by ห้องเรียน ออนไลน์, 2022-05-29 05:42:45

Description: CAI ประวัติศาสตร์ ตำนานเขาชุมทอง

Search

Read the Text Version

กิจกรรมสงเสรมิ การอา น ผรู วบรวมขอมูลจาก(สารนครศรีธรรมราช 12 พฤษภาคม 2020 ) โดย กศน.ตําบลควนเกย

สารนครศรีธรรมราช 12 พฤษภาคม 2020 · ตํานานเขาชมุ ทองสมัยเมื่อเจาพระยามหานครไมปรากฏพระนามองคและนามเมืองครององค หน่ึง แลนสําเภาบรรทุกทองคําและทรัพยมีคามุงมาหาหาดทรายแกวเมืองนครดอนพระ เพ่ือ สมทบกิจบุญสรางเจดียใหญบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององคสัมมาสัมพุทธเจา แลวมีเหตุ สําเภาโดนมรสุมระหวางทางตองแลนสําเภาเขาแอบเกาะ แตบุพกรรมทําใหเรือเกยหิน โสโครกแตก ตองลาํ เลยี งทองคาํ และทรัพยสนิ ท่ีตัง้ ใจจะนาํ ไปสมทบสรางเจดียใหญเปนพุทธ บูชาเขาพักไวในถ้ําบนเกาะ แลวระดมแรงกันสรางเรือลําใหมเพื่อลําเลียงทองคําและ ทรัพยสินพุทธบูชาตอไปยังหาดทรายแกวใหจงได ซ่ึงเปนเหตุใหเกาะซึ่งภายหลังกลายเปน แผนดนิ ใหญไ ดชอื่ “เขาชุมทอง” น้ัน

บรรดาวญิ ญาณผขู องวัฏฏะหลายหมนื่ หลายแสนดวง ที่ตดิ ตามสําเภาบรรทุกทองคําและเหลา มนุษยเปนๆ มา เพื่อรวมกระทําพุทธบูชาทักษิณาวรรตสลัดวงจรเวียนวายตายเกิดที่หาดทรายแกวดวย ก็พร่ังพรูข้ึนบกสมทบดวยมนุษยพุทธศาสนิกเรือแตกคลาคล่ําไปท้ังเกาะ เทดาเขาชุมทองผูสถิตเปน ใหญอยู ณ ท่ีน่นั มาชา นานก็พลันส้ินสุข เพราะความกาหลวุน วายของมนุษยและอมนุษยเ หลานน้ั แมเ ทดาเขาชมุ ทองจะทรงอิทธิฤทธ์ิเหนือกวา สามารถขจัดขัดขวางเสกสรรความสงบใหคงมีท่ี เกาะนั้นเหมือนเดิมไดโดยงาย แตความกาหลของมนุษยและอมนุษยเรือแตกเหลาน้ันก็เปนไปเพราะ ความศรัทธาเพ่ือส่ังสมบารมีในพระพุทธศาสนา ถาขัดขวางทางอันจะสิ้นสุดวัฏฏะ ซึ่งเทดาเขาชุมทอง เองก็มุงหวังและอุตสาหส่ังสมบารมีมาชานานตามวิสัยเทดาในพระพุทธศาสนาทั่วไปก็พลันจะใชเหตุ ครั้นจะสงเสริมหรือ ตนก็พนอามิสบูชาถึงข้ันปฏิบัติบูชาแลว ขืนเขายุงดวยเห็นจะไมพนวุนวาย เมื่อ พิจารณาโดยรอบคอบแลว ก็เหลือหนทางอยูเพียงทางเดียวเทานั้น คือหลีกเรน ซ่ึงจะใหความสงบสุข และเปน การดดี วยกันทั้งสองฝา ย

คิดดังนั้นแลว เทดาเขาชุมทองจึงระเห็จออกสืบเสาะแหลงสถิตใหมโดยไมรอชา วนไปเวียน มาหลายตระหลบก็เห็นวา “เขาแดง” (ปจจุบันอยูในหมูท่ี ๓ ต.หินตก อ.รอนพิบูลย) มีหวยละหารธาร ถํ้า เปนทําเลสงบรมเย็น เหมาะตอการสถิตของเทดาเปนอยางยิ่ง แตเขาแดงมี “เทดาเขาแดง” สถิตอยู แลว เขาเดยี วจะมเี ทดาสององคไ มมธี รรมเนียม เพราะจะเกิดวุน วายดวยชิงกนั เปน ใหญก ันข้นึ อีก แมตนจะมีฤทธิ์เดชเหนือกวาเทดาเขาแดง อาจขมบังคับเอาดวยอิทธิฤทธิ์ แตก็ไมใชวิสัยที่เท ดาจะพึงกระทํา จะเจรจาโดยสันติวิธี เทดาเขาแดงก็เห็นจะไมยอมดวยดีเปนแน แตอยางไรก็จําจะตอง หาเหตุขับเทดาเขาแดงใหไปอยูเสียท่ีอ่ืนโดยวิธีนิ่มนวลใหจงได เพื่อไมใหมนุษยดูหม่ินนินทาตอ ภายหลังเทดาเขาแดงนั้น เปนที่ทราบอ้ือฉาวไปทั้งในหมูมนุษยและอมนุษยวา มีนิสัยอยูอยางหน่ึง คือ ชอบเลนสะบาพนัน และฝมือก็ไมดีเดนอะไรนักดวย เพราะมักจะเปนผูแพมากกวาชนะ แพแมแตกับ มนษุ ยธ รรมดา เปน ทอี่ ับอายขายหนาเทวดาดวยกันอยเู สมอ

เทดาเขาแดงรับคําทา รับเง่ือนไขท่ีเทดาเขาชุมทองกําหนดทุกขอโดยไมร ังเกยี จรังงอน เมือ่ ตกลงแลว เทดาทัง้ สองกร็ ะเห็จไปชว ยกันเลือกสถานทส่ี ําหรับจะทําลานเลนสะบาพนัน พบ สถานท่ีเหมาะแหงหน่ึงรมิ ลาํ หว ย ซึง่ สองฝง ลาํ หว ยนน้ั เถาสะบาระยา ลูกสุกแกไดท่ี พาด เต็มไปหมด ทีห่ ลนเกลอ่ื นอยูใ ตซ มุ เถาของมันกม็ าก สามารถเกบ็ ไปเปนเครื่องมือเลน พนั ได อยางเหลือเฟอ เม่อื เลอื กไดทีเ่ หมาะ สององคกช็ วยกันปรบั แตงจนเปน ลานเรียบ“ลานสะบา” ทกี่ ลา วถงึ ในเรื่องนี้ ปจ จบุ ันกลายเปน หมูบ าน และเรียกกนั วา “บา นลาน(สะบา)” หว ยนํา้ ทีว่ า สองฝงเต็มไปดวยเถาสะบาระยาลกู กเ็ รียกกนั วา “หว ย(สะ)บา” แตป จ จบุ ันหา ไมพบเถาสะบาเลยแมส กั เถา เมื่อถามถงึ ชาวบา นทรี่ ตู ํานาน กลับช้ีเอาหนิ ใหญบาง เล็กบาง ที่ตง้ั ขวางสายน้ําและเร่ยี ราดอยใู นทองหวย บอกวา หินเหลา นน้ั แหละที่เทดาเขาแดงกบั เท ดาเขาชุมทองเก็บไปใชเปนลกู สะบาเลน พนันกัน

แลว กแ็ ปลกเสียดวย ทหี่ นิ ในลําหวยแหง นั้น นอกจากขนาดซึ่งมแี ตกตางกนั แลว สณั ฐาน และสสี นั ของมนั ดูเหมอื นลูกสะบา แทบทัง้ หมด ใครสนใจเชิญไปดู บานลาน(สะ)บา และ หว ย(สะ)บา อยูในหมูท่ี ๖ ต.รอนพิบลู ย ใกลว ัดมชั ฌมิ ภูผา หรอื ทช่ี าวบานเรียก “วัดดอน กลาง” ปจ จุบัน . คร้ันถึงวนั นัด เทดาทั้งสององคไ ดไ ปพรอมกนั ท่ลี านสะบา และเก็บลูกสะบาจากเถาท่ีข้นึ เต็มพดื ทง้ั สองฝงหวยใกลๆ ลานสะบาน้ันไปต้ังเรียงบนลาน แลว ลงมอื ยิงเลนพนันกันอยาง ต้งั อกต้ังใจ ผเู ลาตํานานไมไ ดเลา ถึงวา การเลน สะบา พนันระหวางเทดาเขาแดงกบั เทดาเขาชุมทองครั้ง นนั้ มมี นษุ ยห รืออมนษุ ยไปดูเปนสักขีพยานมากนอยเพยี งใดหรอื ไม ผูเ ขียนก็ลมื ถาม แตผเู ขียนเหน็ วา นา จะมี ไมเ ชน นั้นจะมผี ูจะเหตกุ ารณข านเลากันมาเปน เรือ่ งเปน ราวถึงทุก วนั น้ไี ดอ ยา งไร .

ผลของการเลน ปรากฏวาเทดาเขาแดงแพ แตพ อเทดาเขาชมุ ทองเรงรัดใหเ ทดาเขาแดง ปฏบิ ัตติ ามขอ ตกลง เทดาเขาแดงกลับบดิ ตะกูด ซ้าํ บังอาจทาทายเทดาเขาชมุ ทองประลอง ฤทธ์ิ ทง้ั น้ีดวยความโมโหทแี่ พส ะบา พนนั เทดาเขาแดงจงึ หนามดื ลืมสน้ิ วา ฤทธเิ์ ดชของตน นอยกวา เทดาเขาชมุ ทองเปนไหนๆ ฝา ยเทดาเขาชุมทอง เม่อื ถกู ทาแบบขี้แพช วนโย ก็โมโห โกรธาขึ้นมาบา ง โดยไมพูดพลา มทําเพลง เทดาเขาชุมทองกระโจนผึงเขาประลองฤทธ์ิกับ เทดาเขาแดงทนั ที ดว ยเหตทุ ี่มฤี ทธน์ิ อยกวา เทดาเขาแดงจึงถกู ประลม ลกุ คลกุ คลานหวิดจุตเิ ปนอยางอืน่ หลาย ครั้งหลายหน จึงเพราะเหตุน้ัน โมโหหนา มืดของเทดาเขาแดงก็หายไป แลวสํานึกไดขนึ้ มา โดยพลนั วา ห่งิ หอยหรอื จะแขง แสงอาทิตย คร้ันสาํ นกึ ได ความกลวั กล็ ะลานขึ้นสมอง ตน่ื และเพริดทีจ่ ะหนีทาเดียว พอสบโอกาสตอนหนงึ่ เทดาเขาแดงกร็ ะเห็จหนีตะลีตะลานไป ทางตะวนั ตก.

ขา งเทดาเขาชมุ ทอง ซง่ึ ความโกรธอัดแนน อยใู นองคพอๆ กับเทดาเขาแดง เม่ือเห็นเทดาเขา แดงผละหนไี ปตอหนา ตอ ตา กย็ นื งงอยูช ่วั อึดใจหนึ่ง พอนกึ ไดว าอะไรเปนอะไรก็ระเหจ็ ตาม แตเ ทดาเขาแดงไปไกลเสยี แลว เรงฤทธิ์เทา ไหรเทา ไหรก็ตามไมท ัน ประกอบกบั ความ โกรธทฮ่ี ือโหมอยคู อยๆ มอดลง จงึ ไปหยดุ ยินตาปริบๆ อยูบนยอดเขาแหงหน่ึง ดูเทดาเขา แดงเหาะระเหจ็ หนีไปเห็นลิบๆ เขาท่ีเทดาเขาแดงเหาะหนี ไดช ่อื “เขายกิ ” มาจนทุกวนั นี้ . “เขายกิ ” ปจ จบุ ันอยใู นหมูท่ี ๖ ต.ควนเกย “ยกิ ” เปนคาํ ถน่ิ เมอื งนคร แปลวาไลต าม ซ่งึ เห็น จะคอื คาํ ทีท่ างภาคกลางสะบัดสะบิ้งใชเปน “ขะยิก” หรือ “คยกิ ” และใหค ําแปลวา “ขยับเขา ไปอกี นดิ กระชน้ั ชิดเขา ไปอีกหนอ ย” น้ันกระมงั

ฝา ยเทดาเขาแดง ซึ่งตงั้ หนา ต้ังตาระเห็จหนีโดยไมห ันมองหลัง ครน้ั รูส กึ วา เทดาเขาชุมทอง ไมไ ดกระชน้ั ชดิ ตดิ ตามมาก็หยดุ บนเนินสูงแหงหน่ึง หนั มาดูตนทาง ขณะนัน้ เวลาเทยี่ ง ตะวนั อยกู ลางฟาพอดิบพอดี และฟาก็ไมมีเมฆ แสงตะวนั จงึ แผดจา เต็มที่ สง ประกาย ระยบิ ระยบั ลงมาชอนตา ทาํ ใหแมแตต าของเทดาก็ดูอะไรไกลๆ ไมถ นดั เทดาเขาแดงจึงยก มือขวาขน้ึ ปอ งเหนอื คว้ิ กํามอื ซา ยหลวมๆ เปนรปู กระบอกทาบเขากับตาขวาตางกลอ งสอ ง ทางไกล สอดสายมองหาเทดาเขาชุมทอง เห็นเทดาเขาชุมทองยืนลิบๆ อยูบนยอดเขายิก ทาํ ทา เหมอื นจะระเห็จตามไมลดละ กเ็ ตลดิ ไปทางตะวันตกอีก เนินดินสงู คนเมืองนครเรียก “ควน” ควนทเ่ี ทดาเขาแดงหยุดเอามือปอ งตางกลอ งสอ ง ทางไกลดเู ทดาเขาชุมทอง ชาวบา นเรียก “ควนสอง” มาจนทกุ วนั นี้ ปจ จบุ ันอยใู นหมูที่ ๘ ต. รอนพิบูลย

ฝา ยเทดาเขาแดง ซึง่ ตงั้ หนาตั้งตาระเห็จหนีโดยไมหันมองหลัง คร้ันรสู ึกวา เทดาเขาชมุ ทอง ไมไ ดกระชัน้ ชิดติดตามมาก็หยุดบนเนินสูงแหงหน่ึง หนั มาดตู น ทาง ขณะนั้นเวลาเท่ียง ตะวันอยูกลางฟา พอดิบพอดี และฟา ก็ไมม เี มฆ แสงตะวันจงึ แผดจาเต็มท่ี สงประกาย ระยิบระยับลงมาชอนตา ทาํ ใหแมแ ตต าของเทดาก็ดูอะไรไกลๆ ไมถนดั เทดาเขาแดงจึงยก มอื ขวาขน้ึ ปอ งเหนอื คว้ิ กํามอื ซา ยหลวมๆ เปน รปู กระบอกทาบเขากับตาขวาตางกลอ งสอ ง ทางไกล สอดสา ยมองหาเทดาเขาชุมทอง เหน็ เทดาเขาชมุ ทองยืนลิบๆ อยบู นยอดเขายิก ทําทา เหมอื นจะระเหจ็ ตามไมล ดละ กเ็ ตลิดไปทางตะวันตกอีก เนินดนิ สูง คนเมืองนครเรียก “ควน” ควนท่เี ทดาเขาแดงหยุดเอามือปองตางกลอ งสอง ทางไกลดเู ทดาเขาชุมทอง ชาวบานเรยี ก “ควนสอ ง” มาจนทุกวันนี้ ปจ จบุ ันอยูใน หมทู ่ี ๘ ต.รอ นพิบลู ย

ฝา ยเทดาเขาแดง ซึง่ ตงั้ หนาตั้งตาระเห็จหนีโดยไมหันมองหลัง คร้ันรสู ึกวา เทดาเขาชมุ ทอง ไมไ ดกระชัน้ ชิดติดตามมาก็หยุดบนเนินสูงแหงหน่ึง หนั มาดตู น ทาง ขณะนั้นเวลาเท่ียง ตะวันอยูกลางฟา พอดิบพอดี และฟา ก็ไมม เี มฆ แสงตะวันจงึ แผดจาเต็มท่ี สงประกาย ระยิบระยับลงมาชอนตา ทาํ ใหแมแ ตต าของเทดาก็ดูอะไรไกลๆ ไมถนดั เทดาเขาแดงจึงยก มอื ขวาขน้ึ ปอ งเหนอื คว้ิ กํามอื ซา ยหลวมๆ เปน รปู กระบอกทาบเขากับตาขวาตางกลอ งสอ ง ทางไกล สอดสา ยมองหาเทดาเขาชุมทอง เหน็ เทดาเขาชมุ ทองยืนลิบๆ อยบู นยอดเขายิก ทําทา เหมอื นจะระเหจ็ ตามไมล ดละ กเ็ ตลิดไปทางตะวันตกอีก เนินดนิ สูง คนเมืองนครเรียก “ควน” ควนท่เี ทดาเขาแดงหยุดเอามือปองตางกลอ งสอง ทางไกลดเู ทดาเขาชุมทอง ชาวบานเรยี ก “ควนสอ ง” มาจนทุกวันนี้ ปจ จบุ ันอยูใน หมทู ่ี ๘ ต.รอ นพิบลู ย

เทดาเขาแดงเหาะเตลดิ จนสุดฤทธิ์ คร้ันถงึ ชอ งระหวางเขาสองลูกขนาบซ่ึงรกรุงรังดวยไม ตนและสมุ ทมุ ไมเถา มีหินใหญตั้งเปนกาํ แพงเรียงรายซบั ซอ น เทดาเขาแดงเห็นเปนทําเล เหมาะแกก ารซอนตวั จงึ แหวกสุมทุมเขาไปแอบอยูหลงั หินกอนหนึ่ง จับตาดตู น ทางดว ย ความหวาดหวั่นขวัญเสยี . จากเวลาน้ันจนถึงค่าํ จากคํ่าถงึ รงุ วันใหม ยงั ไมมีวี่แวววา เทดาเขาชุมทองจะตามมา เทดา เขาแดงจงึ คอ ยคลายใจลง และมีโอกาสไดใ ครครวญพจิ ารณาภูมิประเทศโดยรอบอยางเปน ตัวของตวั เอง เม่อื เห็นวาชองของเขามีหว ยละหารธารนํ้า และสงบสงัดพอท่จี ะสถติ ไดเปน สขุ กต็ กลงใจยดึ ชอ งเขาเปนทีส่ ถิต ไมค ดิ กลับไปแกงแยงเขาแดงกับเทดาเขาชุมทองอีก จากบทความเรอ่ื ง “แดมาตุภูม”ิ โดยดเิ รก พรตตะเสน ในสารนครศรีธรรมราช ฉบับเดอื น พฤษภาคมและมิถุนายน ๒๕๑๕


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook