ตามท่ี ก.ค.ศ.ได้กาหนดหลกั เกณฑ์และวธิ ีการพัฒนาตนเองและวิชาชีพครู (ว22/2560) เมอื่ วนั ที่ 5 กรกฎาคม 2560 ข้อ 1. ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ต้องได้รับการพฒั นาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยให้ประเมนิ ตนเอง ตามแบบ ที่ ก.ค.ศ. กาหนด พร้อมท้ังจัด ทาแผนการพฒั นาตนเองเป็นรายปี ตามแบบทสี่ ่วนราชการกาหนด และเข้า รับการพัฒนาตามแผนอย่างเป็นระบบ และต่อเน่ืองฉะน้ัน ก่อนจะเลือกหลักสูตรคูปอง ครูจะต้องประเมินตนเอง จดั ทาแผนพัฒนาตนเอง เพือ่ ให้ผู้บริหารอนมุ ัตหิ ลกั สูตร ตาม ID Plan สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานได้กาหนดแผนการพัฒนาตนเองของข้าราชการครู (ID Plan : INDIVIDUAL DEVELOPMENT PLAN) สาหรับข้าราชการครูในสังกัดไว้ในเอกสารแนวทางการปฏิบัติงานตามโครงการ พัฒนาคปู องครูรูปแบบครบวงจร ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2562 มีสาระประกอบด้วย ส่วนท่ี 1 ข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วยช่ือ - ช่ือสกุล วิทยฐานะ วุฒิการศึกษา วันเดือนปีที่เข้ารับราชการ โรงเรียน สังกัด อายุราชการ ข้ันและอัตราเงินเดือน สถานท่ีทางาน งานในหน้าที่รับผิดชอบ งานที่ได้รับมอบหมาย ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าท่ีในตาแหน่งปัจจุบัน รายละเอียดการพัฒนาตนเอง ประวัติการเข้ารับการพัฒนา (ในรอบ 2 ปีทผี่ ่านมา) ส่วนที่ 2 ความต้องการในการพัฒนา ประกอบด้วยสาระ หลักสูตรที่ต้องการพัฒนา เพราะเหตุใดท่านจึง ต้องการเข้ารับการพัฒนาในหลักสูตรน้ี ท่านคาดหวังส่ิงใดจากการเข้ารับการพัฒนาในหลักสูตรน้ี ท่านจะนาความรู้ จากหลกั สูตรไปพัฒนาการสอนของทา่ นอย่างไร เมื่อครูได้ไปเข้ารับการพัฒนามาแล้วต้องรายงานผลการอบรม ตามโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร ปกี ารศกึ ษา 2562 ของสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน ตามระเบียบราชการตอ่ ไป
1. ข้อมลู ทวั่ ไป ชื่อ-สกุล นางสาวนารา อ่าศรี ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐำนะ - กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ การงานอาชพี และเทคโนโลยี เลขทต่ี ำแหนง่ 0035119 เงนิ เดือน 17,910 บำท เงนิ วิทยฐำนะ - บำท วนั / เดือน / ปี เกิด 22 พฤษภาคม พ.ศ.2536 อำยุ 26 ปี วนั / เดอื น / ปี ทีบ่ รรจุ 25 ตุลาคม พ.ศ.2559 อำยุรำชกำร/ประสบกำรณ์กำรทำงำน 3 ปี วุฒกิ ำรศึกษำ ปริญญาตรี ค.บ. วิชาเอกคอมพวิ เตอร์ศึกษา จากสถาบนั ราชภฎั พระนครศรอี ยุธยา ปริญญาโท................ วิชาเอก จาก............................................... ปรญิ ญาเอก.............. วิชาเอก จาก............................................... อน่ื ๆ ระบุ................. วิชาเอก จาก............................................... สถำนท่ที ำงำน สังกดั จังหวดั สถำนศึกษำ/ หนว่ ยงำน สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 1 ชลบุรี พ.ศ. โรงเรยี น 2559 บ้านหนองตะโก 2. วิชำ/สำขำ/กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ที่ทำกำรสอน ภำคเรยี น ช่อื วิชำ ชนั้ จำนวนช่วั โมง/สัปดำห์ อนบุ าล 2 - 3 8 1 คอมพวิ เตอร์เสรมิ ทักษะ ประถมศกึ ษาปที ี่ 1/1-2 4 ประถมศึกษาปที ี่ 2/1-2 4 ง11201 คอมพิวเตอร์เสริมทักษะ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4-6 1 ประถมศึกษาปที ่ี 5/2 4 ง12201 คอมพวิ เตอรเ์ สริมทกั ษะ 2 - 23 ลูกเสือ 4 ประถมศึกษาปีที่ 1/1-2 4 โฮมรูม/ชมุ นุม-ลดเวลาเรียนเพิม่ เวลารู้/ซอ่ มเสริม ประถมศกึ ษาปีที่ 2/1-2 4 ประถมศกึ ษาปที ่ี 5/1-2 4 PLC ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาตอนต้น ประถมศกึ ษาปีที่ 6/1-2 1 ประถมศกึ ษาปีท่ี 4-6 5 รวม ประถมศึกษาปีที่ 5/2 2 24 2 ง11201 คอมพวิ เตอร์เสรมิ ทักษะ - ง12201 คอมพิวเตอรเ์ สรมิ ทกั ษะ อ15201 ภาษาองั กฤษเพอื่ การสือ่ สาร อ16201 ภาษาอังกฤษเพือ่ การสื่อสาร ลกู เสือ โฮมรูม/ชมุ นมุ -ลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลาร/ู้ ซ่อมเสริม PLC ระดับช้ันประถมศกึ ษาตอนต้น รวม 1
3. ผลงำนทเี่ กดิ จำกกำรปฏบิ ตั ิหน้ำที่ในตำแหนง่ ปัจจุบนั (ยอ้ นหลังไมเ่ กิน 5 ป)ี 1. ผลที่เกิดจำกกำรจัดกำรเรยี นรู้ ได้ดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับนักเรียน มีการวัดผลประเมินผลตามสภาพจริง โดยใช้แฟ้มสะสม ผลงาน ชิ้นงาน แบบฝึกทักษะ โดยการวัดผลประเมินผลดังกล่าวครอบคลุมทุกๆด้าน ได้แก่ ด้านความรู้ การปฏิบัติ กระบวนการและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของนักเรียนท้ัง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา และมีคณุ ธรรม จริยธรรม ท้ังนเ้ี พอ่ื ให้นกั เรียนมีพฒั นาการท่ีดี มคี ณุ ลกั ษณะที่พึง ประสงค์ ตลอดจนมีการบันทกึ หลังการจัดกิจกรรมการสอนอย่างสม่าเสมอ ทัง้ นีเ้ พอ่ื จะได้ช่วยแกไ้ ขขอ้ บกพร่องให้กับ นักเรียนทม่ี ปี ัญหา สามารถสรปุ ผลการดาเนินงานได้ดังน้ี 1.1 มีแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาคอมพิวเตอร์เสริมทักษะ รหัสวิชา ง11201 และ รหัสวิชา ง12201 ที่มีการวิเคราะหห์ ลกั สตู รสถานศกึ ษา มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง 1.2 มีการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้โดยการปฏิบัติ (Active Learning) โดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญด้วยกิจกรรมท่ี หลากหลายและสอดคลอ้ งกับธรรมชาตวิ ชิ าคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี 1.3 มีแนวทางในการบริหารจัดการชัน้ เรยี นและจัดบรรยากาศในชน้ั เรียนท่เี หมาะสมและชว่ ยส่งเสริมการ เรยี นรู้ของนักเรยี น 1.4 มีเครื่องมือการวัดและประเมินผลท่ีมีคุณภาพ ผ่านการหาคุณภาพเคร่ืองมือวัดผลเบื้องต้น และมีความ หลากหลายในการประเมินอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะและกระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รวมไปถงึ สมรรถนะที่สาคัญของผู้เรยี น 1.5 มีการแก้ปัญหาในชั้นเรียนด้วยกระบวนการวิจัยในช้ันเรียน เร่ือง การศึกษาความสามารถในการคิด แก้ปัญหา โดยการจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา ใช้ส่ือการสอน code.org ในการจัดการเรียนรู้ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรยี นบ้านหนองตะโก 1.6 มีส่ือการเรียนรู้ และแหล่งการเรียนสาหรับใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้ และให้นักเรียนไว้สืบค้นเพิ่มเติม เชน่ เอกสารประกอบการเรียน ส่อื สไลด์ คลปิ วดิ โี อ และเว็บไซตร์ ายวิชาที่จดั การเรยี นการสอนเพ่มิ เติม 1.7 ใชร้ ะบบอนิ เทอรเ์ น็ต และ ICT เพ่ือการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน 1.8 ประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรียนท่มี ีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนประเมนิ ความพึงพอใจหลังจาก สอนโดยหาค่าคะแนนเฉลี่ย (X) และค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) 2. ผลทเ่ี กิดจำกกำรพฒั นำวิชำกำร ผลท่ีเกิดจากการพัฒนาทางด้านวิชาการ พัฒนาผู้เรียนด้านคุณธรรม จริยธรรม ความมีวินัยในตนเอง ตลอดจนจดั ทาส่ือประชาสมั พนั ธต์ ่างๆ อีกทงั้ ข้าพเจ้าเปน็ ผสู้ นใจใฝร่ ู้ โดยได้ศกึ ษาหาความรวู้ ิทยาการใหม่ ๆ มาพฒั นา งานตนเองและเป็นแบบอย่างให้เพื่อนร่วมงาน มีวิสัยทัศน์ กล้าพูดกล้าตัดสินใจ มีความรับผิดชอบต่องานในหนา้ ทไี่ ม่ ยอ่ ท้อต่ออุปสรรค มคี วามเอาใจใส่ตอ่ งานในหนา้ ท่ีและยงั ให้คาแนะนา สนับสนนุ เพ่ือนครูทั้งในและนอกสถานศึกษา ในด้านข้อมูล ข่าวสาร ที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการให้การสนับสนุนด้านวิชาการโดยเป็นวิทยากรอบรมพัฒนาส่อื การเรียนการสอน โดยใช้ส่ือมัลติมีเดียและเทคโนโลยีเป็นส่ือในการพัฒนานักเรียนเข้าแข่งขันงานทักษะทางวิชาการ อยา่ งสมา่ เสมอทกุ ปี ซงึ่ มีผลงานเปน็ ที่ประจักษ์ มีการเข้ารบั การอบรมต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา เพื่อ พัฒนาตนเองอยเู่ สมอ สามารถสรปุ ผลการดาเนินงานได้ดงั น้ี 2.1 มีกิจกรรมและการแข่งขันที่ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้ควา มคิดและทักษะที่ได้ฝึก ประสบการณม์ า เช่น การใชง้ านโปรแกรมกราฟิกในการสรา้ งภาพ 2 มติ ิ เชน่ งานศลิ ปหตั ถกรรมในระดบั ต่างๆ 2
2.2 ครูมีความเข้าใจในการนากระบวนการ PLC เข้ามาใชใ้ นการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี น 2.3 การนาความรู้ดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาระบบการจัดการเรยี นรไู้ ด้ 2.4 การนาวธิ ีการวิจัยและพัฒนามาแกป้ ัญหา พรอ้ มทง้ั พัฒนางานอย่างครบวงจร 3. ผลทเี่ กิดกบั ผู้เรยี น ได้ดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ มีการให้นักเรียนได้ฝึกการปฏิบัติจริง เพ่ือใหน้ ักเรียนได้มีทักษะต่างๆ ตลอดจนสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมท่ีดีงาม ความมีวนิ ัยในตนเอง สง่ ผลให้ผู้เรียนมี คุณธรรมจริยธรรม มวี ินัยในตนเอง มสี ัมมาคารวะ มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทย มีความสามารถในการใชภ้ าษาในการ ส่ือสาร และการมีจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งท่ีผู้เรยี นสามารถนาความรู้ความเข้าใจและทักษะไป บูรณาการ และประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั เปน็ การเพมิ่ พูนสมรรถนะตนเองให้มากขน้ึ สามารถสรปุ ผลการดาเนนิ งาน ได้ดังนี้ 3.1 นักเรยี นมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนตามเกณฑ์ทก่ี าหนด 3.2 นกั เรยี นมีระดบั ทกั ษะและกระบวนการทางเทคโนโลยี ผา่ นเกณฑท์ ี่ครผู ้สู อนกาหนดไว้ 3.3 นกั เรยี นมรี ะดบั คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผ่านทเี่ กณฑท์ ี่ครผู ู้สอนกาหนดไว้ 3.4 นักเรยี นมีชนิ้ งาน/ผลงาน ทีส่ ะทอ้ นความคิดข้ันสูง เชน่ การคิดวเิ คราะห์ การสงั เคราะห์ การประเมนิ คา่ และความคิดสรา้ งสรรค์ช้นั งาน โดยใชค้ วามรู้และเน้อื หาทางเทคโนโลยี 3.5 นักเรยี นสามารถคน้ ควา้ หาความร้จู ากแหลง่ เรยี นรทู้ คี่ รไู ด้รวบรวมและแนะนาใหไ้ ดอ้ ยา่ งถกู ต้อง 4. ผลทเ่ี กดิ กบั สถำนศกึ ษำ จากการท่ีสถานศึกษามีแผนกลยุทธ์ในการพัฒนา มีเป้าหมาย มีทิศทางในการดาเนินงานเพ่ือพัฒนา สถานศึกษา นักเรียน โดยมีการจัดกิจกรรม โครงการต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนักเรียนและครูมีส่วนร่วมในการ ปฏิบัติกิจกรรม ทาให้ผลการดาเนินงานเป็นท่ียอมรับของผู้ปกครอง ชุมชน ท้องถ่ิน ตลอดจน การจัดทาสื่อ ประชาสมั พนั ธ์ตา่ งๆ เช่น วารสารประชาสัมพนั ธโ์ รงเรียน แผ่นพับประชาสัมพนั ธ์โรงเรียน และเวบ็ ไซตป์ ระชาสมั พันธ์ และแหล่งข้อมูลเพื่อสืบค้นสาหรบั ครูและนักเรยี น เพื่อให้โรงเรยี นมกี ารเปลี่ยนแปลงไปในทางท่ีดีข้ึน และให้การดแู ล นกั เรียนโดยการเยีย่ มบ้านนักเรยี นในความดูแล และใหค้ าแนะนาในดา้ นต่างๆ ให้แกน่ ักเรยี นและผูป้ กครอง ไดร้ บั การ ยอมรับจากผู้ปกครองและชุมชนในด้านการดูแลเอาใจใส่ของครูที่มีต่อนกั เรียนในด้านการจัดการดูแลด้านพฤตกิ รรม คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ด้านกริ ยิ า มารยาท ความมวี นิ ัยในตนเอง ความรบั ผดิ ชอบ สามารถสรปุ ผลการดาเนนิ งานได้ ดังนี้ 4.1 มีระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ที่อยู่ในรูปแบบเว็บไซต์ เช่น ระบบแฟ้มสะสมผลงานครู (Teacher e-Portfolio) 4.2 มีการพัฒนากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมลูกเสือและชุมนุมที่จัดให้สอดคล้องกับหลักสูตรและผู้เรียน เปน็ ศูนย์กลาง 4.3 มีระบบการทางานที่เปน็ ทมี และมีแนวทางการทางานท่เี ป็นข้ันตอนชัดเจน 4.4 การนิเทศติดตามผลการปฏิบัติงานของครูทาให้การปฏิบัติงานมีความสมบูรณ์ และเป็นไปตามเวลาที่ กาหนด 4.5 มรี ะบบการทางานเป็นทมี มากขึน้ 4.6 มแี นวปฏบิ ัตดิ ้านเอกสาร หลกั ฐานทางการศึกษาท่ีถูกต้อง 4.7 การพัฒนางานมีระบบถกู ตอ้ งและครบวงจร 3
5. ผลทีเ่ กดิ กับชมุ ชน สถานศึกษามีส่วนรว่ มกับชุมชน ในกิจกรรมตา่ งๆ ตลอดปีการศกึ ษา โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกย่ี วกบั วัฒนธรรม ประเพณี และพิธีกรรมทางศาสนา ตลอดจนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ กิจกรรมวันสาคัญ จนทาให้เกิดความร่วมมือ ความเข้าใจที่ดีตอ่ กัน เกดิ ความรกั และความภาคภมู ใิ จในโรงเรียนและท้องถนิ่ นอกจากน้โี รงเรียนยงั ไดจ้ ดั กจิ กรรมการ ประชุมผู้ปกครอง ประชุมคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานในแต่ละภาคเรียนเพื่อช้ีแจงนโยบายของโรงเรียน และ เพื่อหาแนวทางในการร่วมพัฒนาโรงเรียน ทั้งพัฒนาอาคารสถานท่ี และพัฒนาทางวิชาการให้เป็นไปในทางทิศทาง เดยี วกนั สามารถสรุปผลการดาเนนิ งานไดด้ ังน้ี 5.1 เกิดความสมั พนั ธ์ท่ีดีกบั ผปู้ กครองนกั เรยี น และชุมชน มีการประชมุ ทกุ ภาคเรียน 5.2 มีกิจกรรมทางสังคมในด้านต่างๆ รว่ มกบั ชมุ ชนอยา่ งสมา่ เสมอ 5.3 เปน็ แหล่งเรียนรทู้ ่สี ามารถใหบ้ ุคคลภายนอกเข้ามาศึกษาได้ 5.4 มีการแลกเปล่ียนเรียนรู้ทางเครอื ขา่ ยวชิ าการ และชมุ ชนการเรียนรู้ทางวชิ าชพี 5.5 เขา้ ร่วมเปน็ สมาชิกเครอื ข่ายแลกเปล่ียนเรยี นรูท้ างวชิ าชพี ทาง Facebook และ Line@ 5.6 ร่วมการประกวดแขง่ ขนั ทักษะวชิ าการ ระดับเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษา ปกี ารศกึ ษา 2561 5.7 โรงเรยี นใหบ้ รกิ ารแหล่งเรียนรแู้ ก่ชุมชนในด้านต่างๆ รวมท้ังสง่ เสรมิ สนบั สนุนใหช้ ุมชนมคี วามเข้มแขง็ อกี ท้งั ชมุ ชนยังให้ความรว่ มมอื และสนบั สนุนกจิ กรรมตา่ งๆ ของโรงเรียนดว้ ยดี งำนที่ได้รบั มอบหมำย 1. ปฏิบัติหนา้ ที่ครูท่ปี รกึ ษานกั เรยี นระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5/2 2. ปฏบิ ตั หิ น้าท่ีคณะกรรมการบรหิ ารวิชาการ 3. ปฏิบตั หิ น้าท่ีงานวัดและประเมินผล 4. ปฏบิ ตั หิ นา้ ที่คณะกรรมการงานจัดตารางเรียนตารางสอน 5. ปฏิบตั หิ น้าท่อี ่ืนๆ ตามคาสงั่ ของโรงเรยี น 4
ตอนที่ 1 ผลกำรประเมนิ ตนเองตำมกรอบของ กคศ. ระดบั ควำมรู้ ด้ำนที่ 1 ความรคู้ วามสามารถในการปฏิบัตงิ านในหนา้ ท่ี มำก ปำนกลำง นอ้ ย รำยกำรพจิ ำรณำ 1. เน้ือหา ในรายวชิ า/กลุม่ สาระการเรียนรู้ ท่สี อน 2. วิธีสอน ถ่ายทอดความรู้เชิงเนื้อหา กิจกรรม บริบท เป้าหมายการเรียนรู้ ความรูพ้ ื้นฐาน การปรับพน้ื ฐาน และอปุ สรรคการเรยี นรูข้ องผเู้ รยี น 3. หลักการสอน และกระบวนการเรียนรู้ 4. หลักสูตร การออกแบบ วางแผนการใช้ ประเมิน และแนวทางการเรยี นรู้ ในแต่ละเนื้อหา 5. พืน้ ฐานการศกึ ษา หลกั การศึกษา ปรชั ญาการศกึ ษา จิตวิทยาสังคม นโยบาย การศกึ ษา จุดมุง่ หมายการจัดการศึกษาต้ังแตร่ ะดบั ชาติจนถึงระดบั หลักสตู ร 6. การจดั การศึกษาแบบรวม และการตอบสนองตอ่ ความหลากหลายของผูเ้ รียน 7. ทฤษฎีการเรียนรู้ และจติ วิทยาการเรียนรู้ 8. การใชเ้ ทคโนโลยี และส่อื นวตั กรรมเพือ่ การเรยี นรู้ 9. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ ดำ้ นท่ี 2 ทักษะกำรปฏิบตั งิ ำน ระดบั ควำมรู้ รำยกำรพิจำรณำ ทำไดด้ ี ทำไดป้ ำน ไม่คอ่ ย กลำง ทำ 1. การสร้างและหรือพฒั นาหลกั สูตร 2. การออกแบบหน่วยการเรยี นรู้ 3. การจดั ทาแผนการจดั การเรยี นรู้ 4. กลยุทธใ์ นการจดั การเรยี นรู้ 5. การสร้างและการพฒั นาส่ือ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศกึ ษาและแหล่งเรียนรู้ 6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ดำ้ นท่ี 3 ควำมเปน็ ครู ระดับควำมรู้ สงู มำก ปำนกลำง ปรับปรงุ รำยกำรพิจำรณำ 1. ยึดมนั่ ผูกพัน ศรทั ธาในวชิ าชีพ และทุม่ เทเพ่อื การเรยี นรูข้ องผู้เรยี น 2. มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และปฏบิ ตั ิตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ทง้ั กาย วาจา และ จติ ใจ ดารงตนให้เปน็ ท่ีเคารพ ศรทั ธา และนา่ เช่ือถือท้งั ใน และนอกสถานศึกษา 5
รำยกำรพิจำรณำ ระดบั ควำมรู้ สงู มำก ปำนกลำง ปรบั ปรุง 3. ปฏบิ ตั ิตนตามจรรยาบรรณวิชาชพี ครู 4. มีวินัยและการรักษาวินัย 5. เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ปรบั ปรงุ และพฒั นาตนเองอย่างตอ่ เนื่อง ให้มคี วามรู้ ความชานาญในวิชาชีพ เพ่มิ ข้นึ 6. ปฏบิ ัตติ นโดยนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใช้ 7. มีทศั นคตทิ ่ดี ีตอ่ บา้ นเมอื ง ตอนที่ 2 ผลการประเมนิ ศักยภาพของผเู้ รียนในสถานศกึ ษาตามจุดเน้นของ สพฐ. รำยกำรศักยภำพผู้เรยี นตำมจดุ เน้น ระดบั ควำมรู้ ปรับปรงุ 1. ด้านอา่ นออก อา่ นคล่อง เขียนได้ เขยี นคล่อง สูงมำก ปำนกลำง 2. ด้านคดิ เลขเป็น คดิ เลขคลอ่ ง 3. ด้านการคดิ ขั้นพ้ืนฐาน 4. ด้านการคิดขัน้ สงู 5. ดา้ นการสื่อสารอยา่ งสรา้ งสรรค์ตามชว่ งวัย 6. ด้านการใชภ้ าษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) 7. ด้านการใช้เทคโนโลยเี พอ่ื การเรียนรู้ 8. ดา้ นการแสวงหาความรูด้ ้วยตนเอง 9. ด้านใฝ่เรียนรู้ 10. ด้านใฝ่ดี 11. ด้านทกั ษะชีวติ 12. ดา้ นอยู่อย่างพอเพยี ง ม่งุ ม่นั ในการศึกษาและการทางาน ตอนท่ี 3 ผลการประเมินศาสตรก์ ารสอน ตามกรอบแนวคดิ ของหลักสตู รของสถาบนั คุรุพฒั นา รำยกำรศักยภำพผูเ้ รียนตำมจดุ เนน้ ระดับควำมรู้ ปรบั ปรุง 1. การสอนในศตวรรษท่ี 21 สูงมำก ปำนกลำง 2. การแก้ปญั หาผู้เรียน 3. จิตวิทยาการแนะแนว/จิตวิทยาการจดั การเรยี นรู้ 4. การจัดการชั้นเรยี น 5. การวจิ ยั พฒั นาการเรียนการสอน/ชุมชนแห่งการเรยี นรูทางวชิ าชีพ 6. การพัฒนาหลกั สตู ร 6
รำยกำรศักยภำพผ้เู รียนตำมจดุ เน้น ระดับควำมรู้ 7. สะเต็มศกึ ษา (STEM Education) สูงมำก ปำนกลำง ปรับปรงุ 8. การใชส้ ื่อและเทคโนโลยีในการจดั การเรยี น 9. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ 10. การออกแบบการเรยี นรู้ สรปุ ผลกำรประเมนิ ตนเอง ตอนที่ 1 ผลการประเมนิ ตนเองตามกรอบของ กคศ. อยใู่ นระดบั ดี มกี ารพฒั นาหลกั สตู ร ออกแบบการจดั การ เรียนรู้ ยึดมั่น ผูกพัน ศรัทธาในวิชาชีพ และทุ่มเทเพ่ือการเรียนรู้ของผู้เรียน มีคุณธรรม จริยธรรม และปฏิบัติตนเป็น แบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ท้ังกาย วาจา และจิตใจ ดารงตนให้เป็นที่เคารพ ศรัทธา และน่าเช่ือถือท้ังใน และนอก สถานศึกษา เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ปรับปรุง และพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ือง ให้มีความรู้ความชานาญในวิชาชีพ เพิ่มขึ้น และปฏิบตั ิตนโดยนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ตอนท่ี 2 ผลการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในสถานศึกษาตามจุดเนน้ ของ สพฐ. อยใู่ นระดบั ดี และในส่วนท่ี ต้องปรับปรงุ คอื ดา้ นการคดิ เลขเป็น คดิ เลขคลอ่ ง และด้านการคิดขั้นสงู ตอนท่ี 3 ผลการประเมินศาสตร์การสอน ตามกรอบแนวคิดของหลักสูตรของสถาบันคุรุพัฒนา อยู่ในระดับ ปานกลาง จึงควรเขา้ รับการอบรมเพ่อื พัฒนาความรคู้ วามสามารถ และนามาปรบั ใช้ในการจดั การเรียนร้ใู ห้กับนักเรียน ต่อไป 7
1. อันดบั ควำมสำคญั / สมรรถนะที่จะพัฒนำ ( 2 ) การสอนในศตวรรษท่ี 21 ( 3 ) การแก้ปัญหาผูเ้ รยี น ( 10 ) จติ วิทยาการแนะแนว/จิตวิทยาการจัดการเรยี นรู้ ( 4 ) การจัดการชน้ั เรยี น ( 6 ) การวิจยั พฒั นาการเรยี นการสอน/ชมุ ชนแหง่ การเรียนร้ทู างวชิ าชพี ( 7 ) การพฒั นาหลักสูตร ( 9 ) สะเต็มศึกษา (STEM Education) ( 1 ) การใช้สื่อและเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ ( 8 ) การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ ( 5 ) การออกแบบการเรยี นรู้ 2. ตำรำงสรปุ วิธกี ำร/รูปแบบกำรพฒั นำ ท่ี สมรรถนะทจ่ี ะพฒั นำ วิธกี ำร / รปู แบบกำรพัฒนำ ประโยชน์ท่ีคำดว่ำจะไดร้ ับ - ตนเองมคี วามสามารถในการจดั 1 การใช้สือ่ และเทคโนโลยี - เขา้ รับการอบรมเกย่ี วกบั การผลติ สื่อ การใช้สือ่ กจิ กรรมการเรียนรู้ โดยมคี วามรเู้ รอื่ ง การเขียนแผนการจัดประสบการณ์ ในการจัดการเรยี นรู ประเภท ICT การวดั ผลประเมนิ ผล ตลอดจนการผลิต ส่ือ การใช้ส่ือ ประเภท ICT สง่ ผลต่อ - สร้างสือ่ และนวตั กรรมในการจดั การเรยี นการสอน การจดั กิจกรรมใหก้ ับผเู้ รยี นอยา่ งสูงสดุ - ตนเองเปน็ ผ้มู ีคุณภาพ ได้รบั การพัฒนา 2 การสอนในศตวรรษท่ี 21 - เขา้ รับการอบรม สมั มนาทีห่ นว่ ยงานต้นสังกดั ไปในทิศทางทด่ี ขี ้ึน ส่งผลและเกิด ประโยชน์ตอ่ ผเู้ รียน และโรงเรยี น หนว่ ยงานอื่นๆจัดขึน้ - ผเู้ รยี นมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ - ศกึ ษาดูงานโรงเรียนต้นแบบ บุคลากรต้นแบบเพือ่ คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ มที ักษะชวี ิต เป็นท่ียอมรับของสงั คม นามาพัฒนาตนเอง - หอ้ งเรยี นมบี รรยากาศที่เอื้อต่อการ - แลกเปล่ยี นเรียนรู้กบั บคุ ลากรในโรงเรยี น เรยี นรู้ ผ้เู รยี นมคี วามสุขในการเรียนรู้ ครูมขี อ้ มูลตา่ งๆ เปน็ ปจั จบุ ัน สามารถ - ศกึ ษาเอกสาร ผลงานทางวิชาการจากตารา วารสาร เปน็ แบบอยา่ งได้ - สืบคน้ ความรูท้ างอินเตอรเ์ นต็ 3 การแก้ปญั หาผูเ้ รยี น - จัดกจิ กรรมสง่ เสริม ปลูกฝงั คณุ ธรรม จริยธรรมที่ดี งามให้กับผูเ้ รยี นอยเู่ สมอ โดยการอบรมหนา้ เสาธง กจิ กรรมโฮมรูม และเย่ยี มบ้านนกั เรียน - ส่งเสริมผู้เรยี นตามความถนัด ความสามารถแต่ละ บคุ คล - ศึกษาผู้เรียนเปน็ รายบคุ คล 4 การจัดการช้นั เรียน - จดั บรรยากาศในชน้ั เรยี นให้เอ้อื ต่อการเรยี นรู้ - จดั มุมประสบการณ์ตา่ งๆเพือ่ ให้เปน็ แหล่งเรียนรู้ - จดั ป้ายนิเทศเพื่อเป็นข้อมลู ข่าวสารสาหรบั การ เรยี นรู้ - จดั ทาเอกสารงานธรุ การในชนั้ เรยี นให้เปน็ ปัจจบุ ัน 8
ท่ี สมรรถนะทจี่ ะพฒั นำ วิธกี ำร / รปู แบบกำรพฒั นำ ประโยชน์ที่คำดวำ่ จะได้รับ - จัดระบบการดูแลช่วยเหลอื ผู้เรยี นและนาข้อมลู ไปใช้ ในการพัฒนาผูเ้ รยี น 5 การออกแบบการเรยี นรู้ - เข้ารับการอบรมการออกแบบการเรยี นรู - ครมู คี วามรู้และทักษะกระบวนการใน - เลือกใช้เทคนคิ กระบวนการจัดการเรียนรทู้ ่ีเหมาะสม การออกแบบการเรียนรู้ เลอื กใช้สอ่ื และแหลง่ เรยี นรทู้ ่ีจะช่วยสนบั สนุนการ - ครูเลือกใชส้ ื่อท่ีเหมาะสมกับผู้เรยี น เรียนร้ขู องผเู้ รียน และใชว้ ธิ ีการวัดผลประเมินผลท่ี หลากหลาย ท้งั น้โี ดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญเพื่อให้ ผเู้ รยี นได้พัฒนาเต็มตามศกั ยภาพของแตล่ ะคน และสามารถนาสิ่งทีไ่ ด้เรียนร้ไู ปใชใ้ นชวี ิตจรงิ ได้ 6 การวิจยั พฒั นาการเรียน - เข้ารับการอบรม การวิจยั พัฒนาการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ - ครมู ีความรคู้ วามสามารถในการเขยี น การสอน/ชมุ ชนแห่งการ จัดทาสอ่ื การเรียนรู้ เพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพของครูและผเู้ รียน ผลงานทางวิชาการและวิจยั ในช้ันเรยี น เรยี นรูทางวชิ าชีพ - ศึกษาเอกสาร ตาราในการจัดทาเอกสารทางวิชาการ แบบง่ายได้ - ศกึ ษาผลงานตัวอยา่ งในการทาผลงานทางวชิ าการ - ผเู้ รียนไดร้ ับการแกป้ ัญหาท่ถี กู วธิ ีโดยครู - ดาเนินการวิจัยในช้นั เรยี นเพ่อื แก้ปัญหาตลอดจน ทาการวิจัยในชนั้ เรียน พัฒนาผเู้ รียน - ครมู กี ารทาวิจยั ในชัน้ เรยี นอยา่ งตอ่ เน่ือง 7 การพฒั นาหลกั สูตร - เขา้ รบั การอบรม สมั มนา ศึกษาดูงาน ศึกษาเอกสาร - ครมู คี วามรู้ ความสามารถในการพัฒนา เกย่ี วกับหลกั สูตรการออกแบบการเรยี นรกู้ ารเขยี น หลักสตู รเพ่มิ ขึ้น แผนการจัดประสบการณ์ การวดั ผลประเมินผลเพ่อื พัฒนาตนเอง 8 การวดั และประเมนิ ผลการ - จัดกจิ กรรมการเรียนรู้ทเ่ี น้นผู้เรียนเป็นสาคญั - ผู้เรียนให้ความสนใจ ตงั้ ใจ มีความ เรยี นรู้ - จดั กิจกรรมการเรียนร้ทู ี่เนน้ ให้ผเู้ รียนไดป้ ฏบิ ตั ิจริง กระตือรือร้นทจ่ี ะเรียนรู้ มีผลสมั ฤทธิ์ - จัดกจิ กรรมการเรียนรโู้ ดยใชส้ อื่ นวัตกรรม ทางการเรยี นทด่ี ีข้ึน มที กั ษะในการปฏิบัติ เทคโนโลยีและแหลง่ เรียนรู้ ท่นี า่ สนใจ กิจกรรมตามศกั ยภาพของแต่ละบคุ คล - วดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้อย่างหลากหลาย และ และสามารถหาความรู้เพิ่มเตมิ ได้ นาผลไปใช้ในการพัฒนาผเู้ รยี น ตลอดเวลาทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรียน 9 สะเตม็ ศึกษา (STEM - เข้ารับการอบรมสะเตม็ ศึกษา (STEM Education) - ครูไดร้ บั ความรู้สะเต็มศึกษา Education) - จดั กจิ กรรมบูรณาการ - ผูเ้ รียนเกิดการเรียนรู้ทหี่ ลากหลาย 10 จิตวิทยาการแนะแนว/ - เข้ารับการอบรมจติ วิทยาการแนะแนว/จติ วิทยาการ - ครูมคี วามรคู้ วามเข้าใจการเรยี นรแู้ ละ จติ วทิ ยาการจดั การเรยี นรู้ จดั การเรียนรู้ พฒั นาการของผ้เู รียน - ศึกษาผู้เรียนเปน็ รายบุคคล - ผเู้ รยี นได้รบั การสง่ เสรมิ เพม่ิ ข้ึน - ศึกษาวิจยั เก่ียวกับการเรียนรูแ้ ละพัฒนาการของ ผู้เรียน ในสภาพการเรยี นการสอนหรือในช้นั เรยี น เพื่อนามาช่วยแกป้ ญั หาทางการศึกษาและส่งเสริม การเรียนการสอนใหม้ ีประสิทธิภาพ 3. ระยะเวลำในกำรพฒั นำ เริ่มต้น 16 พฤษภาคม 2562 ส้นิ สุด 31 มีนาคม 2563 4. กำรขอรับกำรสนบั สนนุ จำกหนว่ ยงำน ขอรบั การสนบั สนุนดา้ นงบประมาณจากโครงการพฒั นาครแู บบครบวงจร 10,000 บาท 9
5. ประโยชน์ทคี่ ำดว่ำจะได้รับ 5.1 ผลลพั ธ์ท่คี ำดหวัง ด้ำนควำมรู้ : เกิดการเรียนรู้ นาผลการพัฒนาสู่การเปลี่ยนแปลงผู้เรียน และนาประสบการณ์เข้า แลกเปล่ียนเรยี นรแู้ ก่เพ่อื นร่วมวชิ าชีพ จนเกดิ องคค์ วามรู้ที่ได้จากการเขา้ ร่วมชุมชนการเรยี นรู้ทางวิชาชีพไปใชใ้ นการ จัดการเรียนการสอน ทักษะ : มีความสามารถบูรณาการความรู้สู่การปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนได้เต็มตามศักยภาพ สร้างนวัตกรรมจากการปฏิบัติที่ส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน และสร้างนวัตกรรมท่ีได้จากการเข้าร่วมในชุมชนการ เรียนร้ทู างวชิ าชพี และพัฒนานวัตกรรมให้เปน็ ต้นแบบการเรยี นรู้แก่เพอ่ื นรว่ มวิชาชพี ควำมเป็นครู : ดารงชีวิตอย่างมีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยการเป็นผู้ท่ีมีวนิ ยั ตรงต่อเวลา ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ กติกาของสังคม มีความประพฤติท่ีเป็นแบบอย่างท่ีดีทั้งทางกาย แต่งกาย เหมาะสมกับกาลเทศะ มีมารยาท และเป็นมิตรกับลูกศิษย์ ตามบทบาทและสถานการณ์ ทางวาจา สุภาพ จริงใจและ สรา้ งสรรค์ ทก่ี อ่ ให้เกดิ กาลังใจ และเปน็ ประโยชนต์ ่อผอู้ ื่น และทางใจ มคี วามเมตตา กรุณา กตัญญกู ตเวที ซ่อื สตั ย์สุจริต มีความเป็นกัลยาณมิตร อดทน มีอุดมการณ์เพ่ือส่วนรวม ตลอดจนดารงชีวิตอย่างเหมาะสมกับฐานะ และมีความรัก ศรัทธา และยึดม่ันในอุดมการณ์แห่งวิชาชีพ เข้าร่วมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพสร้างเครือข่ายชุมชนการเรียนรู้ทาง วชิ าชีพสรา้ งวัฒนธรรมทางการเรยี นรูใ้ นสถานศกึ ษาและเป็นผู้นาการเปลย่ี นแปลงต่อวงการวิชาชีพ ลงชอ่ื .............................................................. (นางสาวนารา อา่ ศรี) ตาแหน่งครู กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ผจู้ ดั ทาแผนการพัฒนาตนเอง ลงชอื่ ................................................................ (นายอดิศักดิ์ ทิพยสูตร) ตาแหน่ง หวั หน้างานวิชาการ ควำมเหน็ ของผบู้ งั คบั บัญชำ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอื่ ........................................................................ (นายอดิศักด์ิ ทิพยสูตร) รองผอู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นหนองตะโก 10
6. ประวตั ิกำรเขำ้ รบั กำรพัฒนำ (ในรอบ 2 ปี ทีผ่ ำ่ นมำ) ลำดับที่ เรอ่ื งทจ่ี ัดอบรม หน่วยงำนทีจ่ ดั อบรม จำนวนชั่วโมง หมำยเหตุ 6 ปกี ำรศกึ ษำ 2560 12 6 1 การอบรมระบบนาสง่ ข้อมูลการบริหารการ สานกั งานเขตพน้ื ท่ี 12 12 จดั การคุณภาพการศึกษา QAMS การศึกษาประถมศึกษา 6 6 ชลบรุ ี เขต 1 12 12 2 การอบรมเชิงปฏิบัตกิ ารพัฒนาบคุ ลากร สานกั งานเขตพื้นที่ โรงเรยี นในโครงการ “ลดเวลาเรียน เพม่ิ การศกึ ษาประถมศึกษา เวลารู้” รนุ่ ท่ี ๓ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ ชลบรุ ี เขต 1 3 การอบรมปฏิบัตกิ าร “ขยายผล DLIT และ สานกั งานเขตพ้ืนท่ี DLTV ไปสโู่ รงเรยี น” การศกึ ษาประถมศึกษา ชลบรุ ี เขต 1 4 การพัฒนาบทเรยี นออนไลน์แบบ คณะศึกษาศาสตร์ ปฏิสัมพนั ธด์ ้วย Google Apps for มหาวิทยาลยั บูรพา Education 5 การอบรมเชงิ ปฏิบัติการการจัดทาหน่วยการเรียนรูบ้ ูรณา สานักงานเขตพ้นื ท่ี การ โดยใช้กระบวนการ Problem & Projecct-based Learning โครงการจัดการศกึ ษาเพื่อการมีงานทา การศกึ ษาประถมศึกษา ชลบรุ ี เขต 1 6 งานมหกรรมการจัดการศกึ ษาเพ่ืออาชีพ มหาวทิ ยาลยั บูรพา จังหวัดชลบุรี ปีกำรศึกษำ 2561 หอประชมุ บัวชมพู 1 การอบรมเชิงปฏบิ ัตกิ ารขบั เคลือ่ น กระบวนการชุมชนการเรียนรทู้ างวิชาชีพ โรงเรยี นอนบุ าลชลบรุ ี PLC 2 อบรมหลกั สตู รการพัฒนาครใู นโครงการ โรงแรมแอมบาสเดอร์ ผลติ ครเู พอื่ พัฒนาท้องถ่นิ ระยะการเข้าสู้ วิชาชพี ร่นุ ปี 2559 3 อบรมหลักสตู รการปรกึ ษาเชงิ จติ วทิ ยา โรงแรมบางแสน เฮริเทจ สาหรับเด็กในยุค 4.0 11
7. กำรเขำ้ รับกำรพัฒนำในปกี ำรศึกษำ 2561 ท่ี เรือ่ งทจี่ ัดอบรม หน่วยงำนทจ่ี ดั อบรม วนั ทจ่ี ัดอบรม จำนวน หมำย 24 กุมภาพันธ์ ชวั่ โมง เหตุ 1 การอบรมเชงิ ปฏบิ ัติการ สานักงานเขตพ้นื ท่ี 7-8 กรกฎาคม ขับเคลือ่ นกระบวนการชุมชน การศกึ ษาประถมศึกษา 6 การเรียนร้ทู างวชิ าชีพ PLC 21-22กรกฎาคม ชลบรุ ี เขต 1 12 2 อบรมหลักสูตรการพฒั นาครูใน โครงการผลิตครูเพ่ือ 12 30 ชัว่ โมง โครงการผลติ ครเู พื่อพฒั นา พัฒนาท้องถ่นิ ทอ้ งถนิ่ ระยะการเข้าสวู้ ชิ าชพี รุน่ ปี 2559 3 อบรมหลกั สตู รการปรึกษาเชงิ มหาวทิ ยาลัยบรู พา จติ วิทยา สาหรับเด็กในยุค 4.0 รวมจำนวนทัง้ หมด 1. หลกั สูตรใดท่ีท่ำนต้องกำรพัฒนำ 1.1 หลกั สูตร “เทคนิคกำรใช้โปรแกรม Google Application เพื่อกำรจัดกำรเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี 21” 1.2 หลักสตู ร “วทิ ยาการคานวณ ระดับประถมศกึ ษา หลกั สูตร 1 รนุ่ ท่ี 3” 2. เพรำะเหตุใดทำ่ นจึงต้องกำรเขำ้ รับกำรพัฒนำในหลักสตู รนี้ เน่ืองด้วยความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ในปัจจุบันมีบทบาทสาคัญต่อการจัดการเรียนรู้ การเข้าถึง องคค์ วามร้ตู ่างๆ เป็นเรือ่ งง่ายดาย เพียงการสบื คน้ ผ่านเครือข่ายอนิ เตอร์เน็ต กส็ ามารถแสวงหาความรู้ตามความ สนใจได้ทุกเวลา ดังน้ันจึงต้องการเข้ารับการพัฒนาหลักสูตร “เทคนิคกำรใช้โปรแกรม Google Application เพ่ือกำรจดั กำรเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21” และ “วทิ ยาการคานวณ ระดบั ประถมศกึ ษา หลกั สูตร 1 ร่นุ ที่ 3” เพอื่ นาวธิ ีการออกแบบสอื่ การเรียนการสอนแบบออนไลนม์ าใช้ในการจดั การเรยี นรู้ในรายวิชาท่สี อน อีกทง้ั ยงั สอดคล้องกับกรอบยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี, แผนการศึกษาชาติ, นโยบายศธ. และนโยบาย สพฐ. ยุทธศาสตร์ที่ 4 ข้อ 2. การลดความเหล่อื มลา้ ทางการศึกษา ขอ้ 2.2 สง่ เสรมิ สนบั สนุนการใช้เทคโนโลยีใน การจัดการศึกษาให้ครอบคลุมทุกพื้นท่อี ย่างทวั่ ถึง ข้อ 2.7 สนับสนุนการผลิต จดั หา และใชส้ ือ่ การเรยี นการสอน เทคโนโลยี นวัตกรรม ยุทธศาสตร์ท่ี 3 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาฯ ข้อ 1.2 ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ข้อ 1.3 การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการปฏิบัติจริง (Active Learning) ข้อ 1.4 การพัฒนาครูทั้งระบบที่เช่ือมโยงกับ การเล่ือนวทิ ยฐานะ 12
3. ท่ำนคำดหวังสิ่งใดจำกกำรเขำ้ รับกำรพฒั นำในหลกั สูตรน้ี ด้ำนควำมรู้ 1. ดา้ นการจัดการเรยี นการสอน 1.1 การสร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร การวิเคราะห์หลักสูตร มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ใน หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน การงานพนื้ ฐานอาชีพ เพอ่ื พฒั นาหลักสตู ร แล้วใช้เป็นข้อสนเทศในการจัดทา คาอธิบายรายวชิ าทีข่ า้ พเจา้ ปฏิบตั ิการสอน 2. การจดั การเรียนรู้ 2.1 การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ให้เหมาะสม 2.2 การจัดทาแผนนวัตกรรมการจัดการเรยี นรู้ ให้สอดคลอ้ งกับการออกแบบหน่วยการเรยี นรู้ มกี ารจัด กจิ กรรมการเรียนร้ทู ี่หลากหลาย ตลอดจนวธิ กี ารบนั ทกึ หลงั สอนให้สอดคล้องกับจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.3 ประมวลความรู้ในประเด็นกลยุทธ์ในการจัดการเรียนรู้ ทั้งน้ีจักได้ใช้เป็นแนวทางในการพฒั นาการ จดั การเรียนรู้ ทขี่ ้าพเจ้าปฏบิ ตั ิการสอน 3. การสร้างและการพฒั นา สือ่ นวัตกรรม เทคโนโลยที างการศึกษา และแหลง่ เรยี นรู้ 4. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ คดั สรรและพัฒนาเคร่ืองมือวัดผล ในการพฒั นากจิ กรรมการเรยี นรู้ ตาม พสิ ัย ทงั้ 3 ด้าน คอื พุทธพิ ิสยั จิตพิสยั และทักษะพิสยั ซ่ึงประกอบดว้ ยแบบประเมนิ ทีห่ ลากหลาย 5. การวิจัยเพอ่ื พฒั นาการเรยี นรู้ ด้ำนทกั ษะ 1. ด้านการบรหิ ารจดั การชัน้ เรยี น 1.1 ความร้กู ารบริหารจัดการชนั้ เรยี น เพอื่ เป็นแนวทางในการจัดการเรยี นรู้ วชิ าทขี่ ้าพเจ้าปฏิบตั กิ าร สอน ใหผ้ ู้เรยี นมีส่วนรว่ มอยา่ งสร้างสรรคใ์ นการเรยี นรู้ มีความปลอดภัยและมีความสุข ตลอดจนส่งเสริมให้ผเู้ รียนเกิด กระบวนการคดิ มีทักษะชวี ิตและทกั ษะการทางาน 1.2 ความรกู้ ารจดั ระบบดแู ลช่วยเหลอื ผู้เรียน 1.3 การจัดทาข้อมลู สารสนเทศ และเอกสารประจาวิชา อย่างเป็นระบบถกู ตอ้ งและเป็นปจั จุบนั ตลอดจนใชข้ อ้ มลู สารสนเทศในการเสรมิ สร้างและพัฒนาผเู้ รียน ด้ำนควำมเป็นครู 1. ด้านการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชพี 1.1 การพัฒนาตนเอง และพฒั นาการจดั การเรียนรู้ท่ีสอดคลอ้ งกบั สภาพการปฏิบัติงาน 1.2 ขอ้ สนเทศในการขอมแี ละเล่ือนวิทยฐานะ ผ่านการสรา้ งชุมชนแหง่ การเรยี นรูท้ างวชิ าชพี (PLC) 4. ทำ่ นจะนำควำมรู้จำกหลกั สูตรไปพัฒนำกำรสอนของทำ่ นอยำ่ งไร 1. ข้าพเจา้ จะนาองค์ความรจู้ ากหลักสูตรไปใช้ในการจัดทาและพฒั นาหลักสูตรรายวิชา กลมุ่ สาระการเรียนรู้ การงานอาชพี และเทคโนโลยี ที่ข้าพเจ้าปฏบิ ัตกิ ารสอน โดยมีการวเิ คราะห์มาตรฐานการเรยี นรู้ และตัวช้วี ดั เพ่ือจัดทา คาอธบิ ายรายวชิ า หนว่ ยการเรยี นรู้ รวมถงึ ประเมนิ ความสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั 2. ข้าพเจ้าจะนาองค์ความรู้จากหลักสูตร ไปใช้ในการจัดทาและพัฒนาหน่วยการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับ คาอธบิ ายรายวชิ า ธรรมชาติของสาระการงานพื้นฐานอาชีพและเทคโนโลยี โดยจะได้นารปู แบบการจัดการเรียนรู้ สือ่ นวัตกรรม เทคโนโลยี และการวัดและประเมินผลมาจากการพัฒนาตนเองตามหลักสูตร มาเป็นข้อมูลสารสนเทศใน การจดั การเรียนรู้ 13
3. ข้าพเจ้าจะนาองค์ความรจู้ ากหลักสตู ร มาใช้ในการจัดกิจกรรมเพ่อื พฒั นาผูเ้ รียนการงานพ้นื ฐานอาชพี และ เทคโนโลยี ให้มีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะ ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้วี ดั สมรรถนะสาคญั และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ โดยไม่ฝนื ธรรมชาตผิ ู้เรียนและเต็มตามศกั ยภาพของผเู้ รยี นต่อไป 4. ขา้ พเจ้าจะนาความรู้และทกั ษะท่ไี ดร้ ับการพฒั นาระหวา่ งการฝึกอบรมไปประยุกต์ใชใ้ นการปฏบิ ัติงานจริงใน ห้องเรียนของตนเอง โดยเสนอผลปฏิบัติตามแผนการจัดกจิ กรรม แบบคู่ Buddy ผ่านระบบออนไลน์ (Line/Facebook) เพ่อื ร่วมแลกเปลยี่ นเรยี นรู้กบั เพอื่ นร่วมวชิ าชีพในอนั ทจี่ ะปรบั ปรุงการเรียนรู้ และการปฏบิ ตั ิงานอยา่ งตอ่ เน่อื งต่อไป 14
Search
Read the Text Version
- 1 - 16
Pages: