เอกสารวชิ าการ การเรียนร้ตู ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว ฐานการเรียนรู้ที่ 7 การประดิษฐ์โคม – ตุงลา้ นนา จดั ทำโดย นางสาวรัชฎาภรณ์ ยอดยา ครู กศน.ตำบล ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอแมล่ าว สำนักงานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จังหวัดเชียงราย สำนักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
เอกสารวชิ าการ การเรยี นรตู้ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 1 การวิเคราะหก์ จิ กรรมการเรียนรสู้ ่หู ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ฐานการเรียนรู้ การประดษิ ฐ์โคม - ตงุ ล้านนา 2 เงื่อนไข เง่ือนไขความรู้ เง่ือนไขคุณธรรม 1. เรอื่ ง ประวัติความเป็นมาโคม ตงุ ล้านนา 1. ความชื่อสตั ย์ 2. เร่อื ง การประดษิ ฐ์ โคม - ตงุ ล้านนา แบบตา่ งๆ 2. ความขยันหมนั่ เพยี ร 3. ความอดทน 3. เรื่อง การเกบ็ รักษาชิ้นงาน 4. ความรับผดิ ชอบ ตรงตอ่ เวลา 4. เร่อื ง การบรรจโุ คม - ตงุ ลา้ นนา เพ่อื การจำหนา่ ย 5. ความสามัคคี 5. เรื่อง การทำบัญชรี ายรับ รายจ่าย 6. ความประหยัด 6. เรอ่ื ง การตลาด 7. ความเอ้อื อาทร ชว่ ยเหลือแบง่ ปนั ซ่งึ กันและกนั 1. พอประมาณ 3 หลักการ 3. มภี ูมิคุ้มกนั ในตัวทีด่ ี 1. องค์ความรู้ทั้งหมด เกี่ยวกับ การ 1. ศึกษาองค์ความรู้ทั้งหมด เกี่ยวกับ ประดิษฐ์ โคม - ตงุ ลา้ นนา 2. ความมเี หตุผล การประดษิ ฐ์ โคม - ตุงล้านนา 2. วสั ดอุ ุปกรณ์ในการประดษิ ฐ์ 1. เพ่ือใช้บริโภคในครัวเรอื น โคม - ตงุ ลา้ นนา 2. เพื่อประกอบอาชีพสร้างรายได้หลัก 2. มีการวางแผนในการประดิษฐ์ โคม - 3. วัสดุในท้องถิ่นที่ใช้ในการประดิษฐ์ หรือรายได้เสริม ตุงล้านนา โคม - ตุงล้านนา 3. เพื่อมองเห็นประโยชน์ และคุณค่า 4. การตลาด ของการประดิษฐ์ โคม - ตงุ ลา้ นนา ชวี ติ ท่ีมคี วามสมดุลและพรอ้ มรับต่อการเปล่ียนแปลงใน 4 มิติ วตั ถ/ุ เศรษฐกิจ ด้านสังคม ดา้ นวฒั นธรรม ด้านสง่ิ แวดลอ้ ม 1. การลดรายจ่าย เพิม่ รายได้ 1. สังคมแห่งการแลกเปลี่ยน 1.การประดิษฐ์ โคม - ตุงล้านนา 1. เห็ น ค ุ ณ ค ่ า ข อง ป ร า ช ญ์ ความคุ้มค่า และประหยัด เรียนรู้ ชาวบ้านภูมิปัญญาท้องถิ่นใน ตน้ ทนุ 2. ความสามัคคีในการทำงาน ไม่ให้กระทบตอ่ สงิ่ แวดล้อมตา่ งๆ การประดษิ ฐ์ โคม - ตงุ ล้านนา 2. วสั ดุในทอ้ งถิ่นในการ เปน็ กลุ่มอยา่ งมีระบบ เช่น เศษไม้ เศษกระดาษ เศษผา้ 2. เห็นคุณค่าและความสำคัญ ประดษิ ฐ์ โคม - ตงุ ลา้ นนา 3.สังคมแห่งความเอื้ออาทร ท่เี หลอื ใช้ ฯลฯ ของวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น 3. วัสดุในทอ้ งถน่ิ ท่ีใชเ้ ปน็ การ แบ่งปันซึง่ กนั และกัน 2. การใช้วัสดุธรรมชาติอย่างคุ่ม เชน่ ไมไ้ ผ่ และอ่ืนๆ ประดิษฐ์ โคม - ตงุ ลา้ นนา 4. คณุ ค่าและภูมปิ ัญญาใน ค่าให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ทอ้ งถ่นิ ในการประดษิ ฐ์ โคม - เช่น วัสดุในการประดิษฐ์ โคม - ตงุ ลา้ นนา ตงุ ลา้ นนา
เอกสารวชิ าการ การเรียนรตู้ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ ผังมโนทศั น์วิเคราะหล์ ักสตู รฐานการเรยี หลักสตู รการศึกษานอกระบบระด สาระที่ 1. ทกั ษะการเรยี นรู้ ระดบั ประถมศึกษา มัธยมศกึ ษาต รายวิชา ทกั ษะการเรียนรู้ เรือ่ ง - การเรยี นรดู้ ว้ ยตัวเอง - การใช้แหลง่ เรียนรู้ - การจัดการความรู้ - การคิดเปน็ Internet กบั การเรียนรู้ไร้พรมแดน ฐานการ เรอื่ ง การประ การสบื คน้ ข้อมูลจาก Website โคม – ตงุ สาระท่ี 2. ความรูพ้ ื้นฐาน สาระที่ 5. การพ รายวชิ า คณิตศาสตร์ รายวชิ า การพัฒ เรื่อง เร่อื ง - จำนวน และการดำเนนิ งาน - การพัฒนาตน - การวัด เรขาคณติ รายวิชา ศาสนา - การใชเ้ ครอ่ื งมือและการออกแบบผลิตภัณฑ์ เรื่อง - การใชท้ กั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ - ศาสนา วฒั นธ ในงานอาชีพ
จพอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 2 ยนรู้ การประดิษฐ์โคม – ตงุ ล้านนา ดับการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน 2551 สาระที่ 3. การประกอบอาชีพ ตอนตน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย รายวชิ า ช่องทางการเขา้ สูอ่ าชพี เร่อื ง - ชอ่ งทางการเข้าสู่อาชพี - ทกั ษะการประกอบอาชพี - พฒั นาอาชพี ให้มีอย่มู ีกนิ - ความพร้อมในการเข้าส่อู าชพี รเรียนรู้ ะดษิ ฐ์ งลา้ นนา สาระที่ 4. ทกั ษะการดำเนนิ ชีวิต รายวิชา เศรษฐกิจพอเพียง เร่อื ง - ความพอเพียงในครัวเรอื น - การนำเศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยุกต์ใช้ ในครอบครัว พฒั นาสงั คม รายวิชา ศลิ ปศึกษา ฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม เรอื่ ง - ทัศนศลิ ปไ์ ทย นเอง ชมุ ชน สังคม และหนา้ ท่พี ลเมือง ธรรม ประเพณี
เอกสารวชิ าการ การเรยี นรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 3 แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรตู้ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (ประจำฐานการเรียนร)ู้ 1. ชอ่ื ฐานการเรยี นรู้ การประดษิ ฐโ์ คม - ตงุ ลา้ นนา เวลา 5 ชั่วโมง 2. ชอ่ื ผ้จู ดั ทำ นางสาวรชั ฎาภรณ์ ยอดยา 3. สาระสำคัญ หลังเทศกาลวันออกพรรษา เมื่อปลายฝนต้นหนาว เป็นสัญญาณบอกว่าเทศกาลยี่เป็งได้เข้ามาเยือน แล้ว ชาวล้านนาต่างพากันเตรียมเครื่องใช้ ไม้สอย และเครื่องไทยทานเพื่อไปทำบุญที่วัด เพราะในช่วงเวลาน้ี ถือว่าเป็นวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน ยี่ (เหนือ) หรือ เดือน 12 ผู้เฒ่า ผู้แก่ จะถือโอกาส ไปนอนค้างแรม ที่วัด เพื่อฟังธรรมอันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนล้านนา โคมไฟกับงานประเพณียี่เป็ง ถือได้ว่าเป็นของคู่กัน แต่ ก่อนชาวล้านนามีโคมไฟใช้ไม่แพร่หลาย จุดประสงค์ ของการใช้สอยของโคมไฟโบราณ ทำขึ้นเพื่อใช้เป็น ตะเกียง หรอื สิ่งประดิษฐ์ สำหรบั จุดไฟให้สวา่ ง แตด่ ้วยเหตุผลที่โคมตงุ ล้านนามีราคาแพงตามประเพณี จึงโคม ตุงล้านนาสรา้ งรายได้ เป็นอาชพี เสริมแก่ตนเอง ครอบครวั และเป็นการสบื ทอดภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ 4. วตั ถปุ ระสงค์ 4.1 วตั ถปุ ระสงค์กิจกรรมการเรียนรู้ 4.1.1 เพอื่ ให้ผเู้ ข้ารับการอบรมมคี วามร้คู วามเขา้ ใจในการประดิษฐโ์ คม - ตงุ ล้านนา 4.1.2 เพ่อื ใหผ้ ู้เขา้ รับการอบรมมที ักษะในการประดิษฐ์โคม - ตุงลา้ นนา 4.2 วตั ถปุ ระสงคข์ องฐานการเรยี นรู้ 4.2.1 เพื่อให้ผู้เขา้ รับการอบรมเห็นตัวอย่างการประดษิ ฐ์โคม - ตงุ ล้านนา 4.2.2 เพ่ือให้ผูเ้ ขา้ รบั การอบรมได้รบั ความรเู้ กี่ยวกบั การประดษิ ฐ์โคม - ตุงล้านนา 4.2.3 เพือ่ ใหผ้ ู้เข้ารับการอบรมได้ฝกึ ทกั ษะการประดษิ ฐโ์ คม - ตงุ ลา้ นนา 5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 5.1 แนะนำวิทยากรและหลักสูตรการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ประจำฐานการเรยี นรู้) การประดษิ ฐ์โคม - ตงุ ล้านนา 5.2 ช้ีแจงวตั ถุประสงคข์ องฐานการเรียนร้เู กยี่ วกับการประดษิ ฐโ์ คม - ตงุ ล้านนา 5.3 แจ้งขอบเขตเน้อื หากิจกรรมการอบรมแก่ผเู้ ข้ารับการอบรม 5.3 ทดสอบกอ่ นเรยี น 5.4 วทิ ยากรแนะนำวสั ดุ อุปกรณใ์ นการประดิษฐ์โคม - ตุงลา้ นนา 5.5 แบ่งกลมุ่ ผเู้ ขา้ รับการอบรมฝกึ ปฏบิ ัติการประดษิ ฐ์โคม - ตุงล้านนา 5.6 ผเู้ รียนถอดบทเรียน 2 : 3 : 4 องคค์ วามรูท้ ่ไี ด้จากการเรียนรูร้ ายบุคล 5.7 แลกเปลยี่ นเรียนรู้ นำองคค์ วามร้ทู ไ่ี ด้จากการถอดบทเรยี นมาสรุปเป็นภาพรรวม สอบถาม และให้ ข้อเสนอแนะ 5.8 ทดสอบหลงั เรียน 5.9 ประเมนิ ความพงึ พอใจวิทยากร
เอกสารวชิ าการ การเรยี นรตู้ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 4 6. ส่อื / อุปกรณ์ 6.1 ปราชญ์ชาวบ้าน 6.2 แผน่ พบั องคค์ วามร้กู ารประดิษฐ์โคม - ตุงล้านนา 6.3 วัสดใุ นการประดิษฐโ์ คม - ตุงล้านนา 7. ความรู้ท่ไี ดร้ บั จากฐานการเรียนรู้ 7.1 ศาสตร์พระราชา ( 9 คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ) ขอ้ ท่ี 1 ความเพยี ร ข้อที่ 2 ความพอดี ขอ้ ที่ 3 ความรู้ตน ขอ้ ท่ี 4 คนเราจะตอ้ งรับและจะต้องให้ ข้อท่ี 8 ความซื่อสตั ย์ 7.2 ศาสตรท์ ้องถน่ิ - ปราชญช์ าวบ้าน นางบวั จันทร์ วรรณมลู ความรู้เรอื่ ง ประวัติความเปน็ มาโคม ตงุ ล้านนา นางนงนุช ภริ าษร ความรู้เรื่อง การประดษิ ฐโ์ คม - ตงุ ลา้ นนา 7.3 ศาสตรส์ ากล - สาระการเรยี นรทู้ ี่ 1 ทักษะการเรยี นรู้ รายวิชา ทักษะการเรียนรู้ Internet กับการเรียนรูไ้ รพ้ รมแดน (วิชาเลอื ก) - สาระการเรยี นร้ทู ่ี 2 ความรู้พ้ืนฐาน รายวิชา คณิตศาสตร์ - สาระการเรียนรู้ที่ 3 การประกอบอาชีพ รายวิชา ช่องการการเข้าส่อู าชพี - สาระการเรยี นรู้ท่ี 4 ทกั ษะการดำเนนิ ชีวติ รายวิชา เศรษฐกิจพอเพยี ง ศลิ ปศกึ ษา - สาระการเรียนรู้ที่ 5 สาระการพัฒนาสงั คม ชมุ ชน รายวชิ า การพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม 8. ความสอดคลอ้ งกับหลักในการทรงงานของในหลวง ข้อท่ี 1 จะทำอะไรต้องศกึ ษาข้อมูลใหเ้ ปน็ ระบบ ข้อที่ 4 ทำตามลำดบั ข้ัน ข้อท่ี 7 ไม่ติดตำรา ข้อที่ 8 ประหยัด ข้อที่ 9 ทำใหง้ า่ ย ขอ้ ที่ 10 การมสี ว่ นรว่ ม ข้อที่ 17 การพึ่งตนเอง ข้อท่ี 18 พออยพู่ อกิน ขอ้ ท่ี 19 เศรษฐกิจพอเพียง ขอ้ ท่ี 20 ความซอื่ สตั ยส์ จุ รติ จริงใจต่อกัน ขอ้ ที่ 21 ทำงานอย่างมคี วามสุข ขอ้ ที่ 22 ความเพียร ข้อท่ี 23 รู้ รัก สามัคคี
เอกสารวิชาการ การเรียนรตู้ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 5 9. ความสอดคล้องกับหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง (2 : 3 : 4) 2 เงื่อนไข เงอ่ื นไขความรู้ เงื่อนไขคณุ ธรรม 1. เรอื่ ง ประวตั คิ วามเปน็ มาโคม ตงุ ลา้ นนา 1. ความช่ือสัตย์ 2. เร่ือง การประดิษฐ์ โคม - ตุงลา้ นนา แบบตา่ งๆ 2. ความขยันหมัน่ เพยี ร 3. เร่อื ง การเกบ็ รักษาชิน้ งาน 3. ความอดทน 4. เร่ือง การบรรจโุ คม - ตงุ ล้านนา เพอื่ การจำหน่าย 4. ความรบั ผิดชอบ ตรงตอ่ เวลา 5. เรือ่ ง การทำบัญชรี ายรับ รายจ่าย 5. ความสามคั คี 6. เร่อื ง การตลาด 6. ความประหยัด 7. ความเอื้ออาทร ชว่ ยเหลือแบง่ ปันซง่ึ กันและกนั พอประมาณ 3 หลกั การ มีภูมิคุ้มกนั ในตัวท่ีดี 1. องค์ความรู้ท้ังหมด เก่ียวกับ มเี หตผุ ล 1. ศึกษาองค์ความรู้ทงั้ หมด เกีย่ วกับ การประดิษฐ์ โคม - ตงุ ลา้ นนา การประดิษฐ์ โคม - ตุงล้านนา 2. วสั ดุอปุ กรณใ์ นการประดิษฐ์ 1. เพ่ือใชบ้ ริโภคในครัวเรอื น 2. มกี ารวางแผนในการประดิษฐ์ โคม - โคม - ตงุ ล้านนา 2. เพอื่ ประกอบอาชีพสรา้ งรายได้ ตงุ ล้านนา 3. วัสดใุ นท้องถ่ินท่ีใชใ้ นการ หลัก หรือรายไดเ้ สริม ประดิษฐ์ โคม - ตุงล้านนา 3. เพ่ือมองเหน็ ประโยชน์ และ 4. การตลาด คุณคา่ ของการประดษิ ฐ์ โคม - ตงุ ลา้ นนา ด้าน ชีวิตทีเ่ กิดความสมดุลและพรอ้ มรบั ต่อการเปลี่ยนแปลงใน 4 มิติ ด้านวัตถุ ด้านสงั คม ด้านสิง่ แวดล้อม ดา้ นวัฒนธรรม ความรู้ 1. การลดรายจา่ ย เพิม่ 1. การประดษิ ฐ์ โคม - รายได้ ความคุ้มค่า และ ตงุ ล้านนา ไม่ให้ ประหยดั ตน้ ทนุ กระทบตอ่ สิ่งแวดล้อม ตา่ งๆ เช่น เศษไม้ เศษ กระดาษ เศษผา้ ท่ี เหลอื ใช้ ฯลฯ ทกั ษะ 1. วัสดุในทอ้ งถนิ่ ในการ 1. สงั คมแหง่ การ ประดิษฐ์ โคม - ตงุ แลกเปล่ยี นเรียนรู้ ล้านนา 2. ความสามัคคีในการ 2. วสั ดใุ นท้องถ่ินท่ีใช้ ทำงานเป็นกลุ่มอยา่ งมี เปน็ การประดิษฐ์ โคม - ระบบ ตุงล้านนา 3.สังคมแห่งความเอ้ือ อาทรแบ่งปันซึ่งกัน และกนั
เอกสารวชิ าการ การเรียนรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 6 เจตคติ 3. คุณคา่ และภูมปิ ญั ญา 2. การใชว้ ัสดุ 1. เหน็ คุณค่าของปราชญ์ ในทอ้ งถิน่ ในการ ธรรมชาตอิ ย่างคุ่มคา่ ชาวบา้ นภูมิปัญญาท้องถิ่น ประดิษฐ์ โคม - ตงุ ใหเ้ กิดประโยชน์อย่าง ในการประดิษฐ์ โคม - ตงุ ลา้ นนา สูงสดุ ลา้ นนา เชน่ วสั ดใุ นการ 2. เหน็ คณุ คา่ และ ประดิษฐ์ โคม - ตงุ ความสำคัญของวสั ดุ ล้านนา ธรรมชาตใิ นท้องถิน่ เชน่ ไมไ้ ผ่ และอืน่ ๆ 10. การนำไปประยกุ ต์ใช้ 10.1 การประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 10.1.1 การเลือกวัสดุ อุปกรณ์จากธรรมชาติให้คุ้มค่า และได้ประโยชน์สูงสุด ในการ ประดิษฐ์ โคม - ตุงลา้ นนา 10.1.2 รู้จกั การวางแผน การทำงาน การประดิษฐ์ โคม - ตุงล้านนา 10.1.3 การลดรายจา่ ย เพม่ิ รายได้ให้กบั ครอบครวั 10.2 การประยกุ ต์ใช้ในภารกจิ ตามหน้าท่ี 10.2.1 การวางแผนการทำงานแบบมีขั้นตอน 10.2.1 ความช่อื สตั ย์ ความขยันหม่นั เพียร ความอดทน ความรบั ผิดชอบ ตรงต่อเวลา ความ สามัคคี ความเออ้ื อาทร ชว่ ยเหลอื แบ่งปนั ซ่ึงกนั และกัน 11. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 11.1 การทดสอบก่อนเรียน-หลังเรยี น 11.2 การประเมินช้ินงาน 11.3 การประเมินความพึงพอใจ ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติม .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. . .............................................................................................................................................................................. ..............................................................................................................................................................................
เอกสารวิชาการ การเรียนรตู้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 7 ใบความรู้ เรือ่ งการประดิษฐ์โคม-ตุงล้านนา การจัดการเรียนรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ฐานการเรยี นรู้ การประดิษฐ์โคม-ตงุ ล้านนา ตำนานโคม ตำนานโคม การยกโคม หรือการลอยโคม แตเ่ ดิมเป็นพธิ ีทางศาสนาพราหมณ์ กระทำขึน้ เพ่ือบูชาพระ เจ้าทั้ง 3 คือพระนารายณ์ พระพรหม พระอิศวร ภายในโคมจุดเทียน หรือทางเปรียงหรือไขข้อพระโคซึ่ง พราหมณน์ ำมาถวายการบชู าดว้ ยน้ำมันไขขอ้ โคนี้ เป็นพธิ ีทางลัทธิพราหมณแ์ ทๆ้ ในเอกสารโบราณของล้านนาที่ได้บันทึกคติ ความเชื่อ เกี่ยวกับพิธีจุดประทีปโคมไฟนี้มีอยู่หลายฉบับ วัดหนองออน อานสิ งส์ประทปี ฉบบั วดั แมต่ ั๋ง วัดรตั นาราม วัดดวงดีเปน็ ต้น โดยเฉพาะวดั หนองออน ไดก้ ลา่ วถึง อานสิ งส์ของการจดุ ประทีปบูชาวา่ ผใู้ ดก็ตามได้จดุ ประทปี ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสองหากเกิดมาชาตหิ น้า จะได้ เกดิ ในตระกลู เศรษฐี เป็นผู้มีรปู โฉมโนมพรรณอนั สสวยงาม อดุ มไปดว้ ยทรัพย์สนิ เงนิ ทองข้าวของตา่ งๆ กล่าวได้ว่า คติความเชื่อเกี่ยวกับการจุดประทีปบูชานั้นได้รับอิทธิพลมาจากชาดกนอกนิบาตร เรอื่ ง “แมก่ าเผือก” ซง่ึ แตง่ โดยชาวล้านนา จานไวใ้ นใบลานซ่ึงบนั ทกึ เอาไวว้ า่ ในสมัยท่ีพระพุทธเจา้ ห้าพระองค์ คือ พระกกสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ พระโคตม พระศรีอาริยะเมตไตร เมื่อคร้ังเป็นพระโพธิสัตว์ ได้ จดุ ประทีปบูชาคูณผู้เป็นมารดาผู้เป็นแม่กาเผือกที่ตายไปอยบู่ นสวรรค์ พทุ ธศาสนิกชนจงึ ได้ประพฤติปฏิบัติสืบ ต่อๆกันมาและในตอนเย็นของคนื ยเี่ ป็งพระสงฆ์ตามวัดตา่ งๆ กจ็ ะมีการนำเอาพระธรรมเทศนา เร่ืองแมก่ าเผือก น้ีมาเทศนใ์ ห้ศรัทธาได้รบั ฟัง และมกี จี่ ดุ ประทีปสว่างไสว พรอ้ มทัง้ การจุดประทดั ดว้ ย ในกลางวันจะมีการปล่อยโคมลอยเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ และเพื่อบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีใน สวรรค์ รวมทั้งการแขวนโคมไฟไว้ประตู หน้าบ้าน และปักเสาสูงชักโคมแขวนไว้บนอากาศ เรื่องอานิสงส์การ จุดประทีปบูชาฉบับวัดพรหม จังหวัดน่าน ได้บันทึกเอาไว้ว่า สมัยพุทธกาลไดม้ ีการปักเสาสูงชกั โคมขึ้นไปขวน ไว้บนอากาศเป็นพทุ ธบูชามานานแล้ว ในปัจจุบันโคมนั้นทำขึ้นมาเพื่อนำไปถวายที่วัด เพราะมีความเชื่อว่าชาติหน้าเกิดมาจะมีสติปัญญา เนื่องจากแสงสวางที่ส่องเข้าไปในความมืดเปรียบกับบุคคลที่มีปัญญาจะมองเ ห็นสิ่งต่างๆตามความเป็นจริงได้ ไมม่ ดื บอดแต่เดมิ ประเพณกี ารจุดโคมจะทำขึน้ เฉพาะในบ้านของเจา้ นายใหญ่โตหรือผู้มีอนั จะกนิ เทา่ นั้น โดยจะ ใช้ประทปี ใหเ้ กดิ แสงสว่างแล้วนำไปใส่ไวใ้ นโคมหรือในประทีป ท่มี ีลกั ษณะเปน็ ผางประทีปเล็กๆแลว้ ใชน้ ้ำมันงา น้ำมันหุ่ง หรือน้ำมันมะพร้าวใส่ไปในถ้วยดิน เพื่อให้ไฟติดไส้ที่อยู่ตรงกลางถ้วยหรือประที แต่ในปัจจุบันใช้ ไฟฟ้าเสียมากกว่า ตามปกติการจุดโคมทำกันในวันพระ แต่จริงๆแล้วการจุดโคมสามารถจุดได้ทุกวัน โดยไม่ จำกัดโอกาสหรอื ทเ่ี รียกตามภาษาทางธรรมว่า อกาลโิ ก ซง่ึ แล้วแตค่ วามพอใจและความสะดวก โคมเมื่อจดุ แล้ว ก็จะนำไปแขวนตามชายคาหน้าบา้ น ใหเ้ ป็นทส่ี วยงามและเปน็ การบูชาเทพาอารกั ษ์ อีกทางหนึ่งด้วย โคม-ตงุ ลา้ นนา โคมล้านนา หรือ ภาษาทางภาคเหนือ เรียกว่า “โกม” เป็นศิลปะการประดิษฐ์ของภูมิปัญญาทางถ่นิ ของคนล้านนา และมีอทิ ธิพลตอ่ การดำรงชีวิตของคนลา้ นนาในเรอ่ื งของความเชื่อ ขนบธรรมเนยี มประเพณี ใน เทศกาลเดือนสบิ สอง หรืองานลอยกระทง การประดิษฐ์โคมล้านนา คือ การนำเอาวัสดุในท้องถิ่นเช่น ไม่ไผ่ กระดาษสา ที่เกิดจากภูมิปัญญา ชาวบ้านมาแต่โบราณกาลสืบทอดต่อๆกันมาและเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ออกแบบ ตกแต่ง ใช้ศิลปะแบบ ภมู ปิ ญั ญาไทย จุดประสงค์เดิมเพอื่ จดุ เป็นพทุ ธบชู าในความเช่ือของคนสมัยโบราณ ซง่ึ ปจั จุบันนี้ คนไทยลา้ นนา ได้นำเอาเทคโนโลยี เทคนิคใหม่ๆมาสร้างสรรคง์ านเพื่อให้เกิดความแปลกใหม่ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
เอกสารวชิ าการ การเรยี นรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 8 เช่นนำมาตกแต่งประดับประดาสถานที่ และบ้านเรือน ร้นค้า การจัดนิทรรศการในเรื่องของกรอนุรักษ์ภูมิ ปญั ญาท้องถ่นิ เปน็ ต้น ทำใหม้ ีผสู้ นใจมากขนึ้ ท้งั ในและตา่ งประเทศ ดังนั้น ในฐานะที่เราเป็นคนรุ่นหลังควรได้สืบสานความเป็นไทยล้านนาโดยการศึกษาประวัติ ความ เป็นมา รู้ขั้นตอนวิธีการประดิษฐ์ มีทักษะในการประดิษฐ์ ออกแบบด้วยความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง และ สมารถนำไปประยุกต์ใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ในชวี ิตประจำวนั ได้ ลักษณะของโคม-ตงุ ลา้ นนา ลกั ษณะของโคมลา้ นนา มีอยู่ 3 ลักษณะ 1. โคมถอื แบ่งได้ 2แบบ คือ 1.1 โคมดอกบวั รูปแบบเหมอื นดอกบัวตมู ใช้สำหรับพระ หรือตั้งพระพทุ ธรปู 1.2 โคมหูกระต่าย(อ่าน “โกมหูกระต่าย”) หมายถึง พรหมวิหารสี่ จะใช้ถือเดินในขบวนแห่ จากนั้นไปประดับบริเวณรอบโบสถ์ หรือสถานที่ๆมีพิธีการ หรือบริเวณหน้าบ้าน โคมหูกระต่ายมี 4 ด้าน ซ่ึง เปรียบกับ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นโคมที่ใช้ประดับในเทศกาลยี่เป็ง (วันลอยกระทง) หรือวันเพ็ญ เดอื นสบิ สอง สามารถแยกไดเ้ ป็นสองส่วน คือ สว่ นทใ่ี หแ้ สงสว่างและสว่ นทเี่ ปน็ เรอื นโคม ส่วนท่ีให้แสงสว่างนั้น มักใชป้ ระทปี มากกว่าตะเกียง และในระยะหลังนิยมใช้ไฟฟ้าแทนประทปี โคมหูกระต่ายมีฐานเป็นรูปสีเ่ หลี่ยมจัตุรัส กว้างประมาณ 10 เซนติเมตร เจาะรูทั้งสี่มุม ใช้ไม้ไผ่เหลา ขนาดประมาณครึ่งเซนติเมตรปักลงในรูนั้น ทำเป็นปีกขึ้นไปโดยตัดขอบบนให้โค้งและสูงประมาณ 20 เซนติเมตร ด้านบนให้กว้างประมาณ 15 เซนติเมตร จะได้เรือนโคมลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมมีปลายบานออกจาก กัน ใช้กระดาษว่าวหรือกระดาษแก้วสีต่างๆปิดทับทั้งสี่ด้านของเรือนโคมและเปิดช่องด้านบนเมื่อใช้งานก็วาง ประทีป หรอื เทยี นท่ีจุดไฟลงกลางเรือนโคม สว่ นฐานของโคมหูกระตา่ ยน้ัน อาจทำด้วยกาบกลว้ ยชิ้นจากลำต้นมะละกอหรือแผ่นไม้ ก็ได้ และอาจ ใช้วางประดับอยู่กับที่หรืออาจทำให้ถือไปได้นั้นฐานของเรือนโคมอาจทำด้วยไม้สักเจาะรูตรงกลางสำหรับใส่ ด้ามถือ ซึง่ มคี วามยาวประมาณ 25 เซนติเมตร 2. โคมแขวน หรือ โคมค้าง คือโคมที่จะต้องตดิ หรือแขวนไว้บนค้าหรือท่ีสูงๆดวงโคมท่ีนำมาติดตั้งบน ค้างนี้ มักทำโครงด้วยไม้ไผป่ ะด้วยกระดาษ เป็นโคมทรงกลมหักมมุ ทีเ่ รียกว่าโคมรงั มดส้ม มีประทีปหรือเทียน จุดใหส้ ว่าง ทง้ั นอ้ี าจทำเปน็ รปู อนื่ อาทิเชน่ รปู หมี รูปไก่ รปู นกยงู รปู ดาวห้าแฉก รูปเคร่อื งบนิ รปู จรวด ก็อาจ ทำได้ตมที่เห็นวา่ งาม และอาจยงั ต้องใชโ้ คมญี่ปุ่นหรอื จนี มาทำโคมค้างก็ได้ มดี งั นี้ 2.1 โคมเพชร หรือโคมไห หรือโคมดิ่ง เป็นโคมที่พัฒนามาจากโคมรังมดส้ม หรือโคมเสมาธรรมจักร นั่นเอง โคมเพชรเรยี กช่อื ตามลักษณะของรูปทรงท่ีมีลักษณะเหมือนของจรงิ วสั ดทุ ี่ใชใ้ นการประดิษฐ์ไม่แตกต่าง จากโคมอ่ืนๆเลย 2.2 โมดาว เป็นโคมท่ีประยกุ ต์ข้นึ มาใหมจ่ ากโคมด้งั เดิมแตย่ ังคงใชว้ ัสดุ และวิธีการเดิม แต่ดดั แปลงใน รูปแบบของโครงสร้างการขึ้นโครงของตัวโมเท่านั้นที่ต้องหักไม้ไผ่เป็นแฉก 5 แฉกคล้ายรูปดาว ส่วนลวดลาย ประดับบนตวั โคมคงใชล้ ายทแี่ ตกต่างจากโคมอ่ืน นนั้ คือ ลายแกว้ ชงิ ดวง เป็นลวดลายทค่ี งเอกลกั ษณ์ของความ เป็นล้านนา 2.3 โคมทรงกระบอก แบ่งออกเปน็ 2 แบบ คือ - โคมงวงช้าง ซ่งึ ยาวกวา่ และใชจ้ ุดบูชาหน้าพระประทาน -โคมกระบอก 2.4 โคมแปดเหล่ยี ม หรือ โคมธรรมจกั ร มีแปดดา้ น หมายถึง มรรคมอี งคแ์ ปด 2.5 โคมเจยี รนัย หรอื โคมเด่ยี ว
เอกสารวิชาการ การเรยี นรตู้ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 9 2.6 โคมผัด (หมนุ ) โดยใชค้ วามร้อนจากควันเทียนทำให้หมุน มีสองชัน้ ด้วยกนั ชั้นในจะมีแกนฝนเป็น ลักษณะเข็มวางไว้ และจะมีลวดลายต่างๆเวลาหมุนเงาลวดลายจะปรากฏที่ชั้นนอก ส่วนมากโคมผดั จะตัง้ ไว้ที่ วดั และเคล่ือนยา้ ยไม่ได้ โคมผดั เป็นโคมทีห่ มุนได้ ซ่ึงคลา้ ยกับทางภาคกลาง เรยี กวา่ โคมเวยี น โคมนี้ทำเป็นรูป ทรงกระบอก ขนาดกวา้ งประมาณ 50 เซนติเมตร สงู ประมาณ 70 เซนตเิ มตร หุ้มดว้ ยกระดาษสาหรือกระดาษ สา หรือกระดาษว่าวสีขาวอาจทำเป็นสองช้ันเดียวกันก็ได้หากทำครอบสองชั้นแล้ว ชั้นในจะมีภาพต่างๆปิดไว้ เปน็ ระยะๆพองาม มสี ายหรือซีโ่ ยงจากกรอบเขา้ หาแกนกลางซึ่งทำเปน็ ตมุ่ ใส่ไว้ในกน้ ถ้วย ปิดแถบกระดาษเข้า กับสายหรือซี่นัน้ โดยให้มีมมุ และระยะทีล่ งตัว เมื่อจุดเทียนซึง่ ตดิ ตั้งไว้กลางโคมนัน้ ความร้อนจากเปลวเยนจะ ไปกระทบกับแถบกระดาษและจะผลักให้ส่วนที่เป็นโค้งครอบนั้นให้ผัด คือหมุนไปเรื่อยๆ เงาของภาพที่ปิดไว้ จะส่องไปกระทบกับครอบช้นั นอก สร้างความเคลือ่ นไหวดว้ ยแสงเงาได้ระดบั หนึง่ 2.7 โคมรูปสตั ว์ตา่ งๆ เป็นโคมซง่ึ ไดพ้ ฒั นาดัดแปลงจาดความคิดของผูท้ ปี่ ระดษิ ฐจ์ ากโคมที่มีมาแตด่ ้งั เดมิ มาเป็นรปู สัตวต์ า่ งๆ 3.โคมลอย เป็นคำที่ภายหลงั ท่ีใช้เรยี กเครื่องเลน่ ทำด้วยกระดาษลักษณะเป็นถุงขนาดใหญ่ ใช้ลมร้อน บรรจุภายในให้ลอยขึ้นไปได้ เดิมเรียก ว่าวรม (อ่าน “ว่าวฮม”) หรือว่าวควันเป็นโคมท่ีทำจากการตอ่ กระดาษ ว่าวเป็นโคมขนาดใหญ่เป็นทรงกลม หรือสี่เหลี่ยม ตรงปากใช้ไม้ไผ่ขดเป็นวงกลมพอให้ใช้ไม้ไผ่ขดเป็นวงกลม พอใหใ้ ช้ไม้ท่ีพนั ผ้าและชุบน้ำมันใหเ้ กิดควนั นำไมจ้ ดุ ไฟนี้เข้าไปในวงกลมน้ีทำให้ควันอยู่ข้างใน เม่ือปล่อยควัน เข้าไปจนกระทั่งโคมนั้นลอยขึ้นสู่อากาศ อาจจะมีการนำเงิน หรือเขียนหนังสือติดไปด้วย หรือส่วนใหญ่มักจะ ใส่ประทดั เป็นหางเมอื่ จุดขนึ้ ไประยะหนงึ่ ก็จะเกิดเสียงดัง คติการปลอ่ ยโคมนี้เพื่อบชู าพระเกศแกว้ จุฬามณีบนสวรรค์ หรอื บูชาผู้ให้กำเนดิ ตนคือ พ่อเกิด แม่เกิด โดยเฉพาะผทู้ ีเ่ กิดปีจอ ต้องไหวบ้ ชู า พระเกศแกว้ จฬุ ามณเี จดีย์ หรอื เป็นการสะเดาะเคราะห์จงึ นิยมทำโคมลอย และในอกี ประโยชนห์ น่งึ คอื สมยั โบราณเมอื่ เกิดสงคราม ก็จะใชโ้ คมลอยไปยังเมื่อของข้าศึกพอดีกับธูปไหม้ลง ถึงดินไฟ ก็จะระเบิดตดิ กระดาษโคม ทำให้ลูกไฟตกลงยังค่าย บ้านเรือนข้าศึก โคมลอยนี้จะเป็นโคมชนดิ เดียว ที่จะจุดล่อยในเวลากลางวนั โดยเฉพาะในตอนเชา้ ถึงเทีย่ งเป็นสว่ นมาก ในปจั จุบนั ไม่ไดเ้ จาะจงใชเ้ ฉพาะงานยเ่ี ป็ง หรือ เทศมหาชาติ แตจ่ ะใชเ้ ปน็ พุทธบชู าได้ตลอดปี และยัง ใชใ้ นการประดับตกแต่งบ้านเรือน อาคารสำนกั งาน ตลอดทง้ั โรงแรมตา่ งๆ เพือ่ ใหไ้ ด้ความรูส้ ึกและบรรยากาศ แบบล้านนา อย่างสวยงาม ซึ่งโคมนีแ้ มจ้ ะรับอทิ ธิพลจากหลายๆประเทศแตใ่ นปัจจบุ นั ที่หลงเหลืออยู่ที่เห็นชัด ก็จะมีแตใ่ นจังหวัดเชียงใหม่หรอื จังหวดั ใกลเ้ คยี งเทา่ นัน้ จดุ มุ่งหมายของการจุดโคมบูชา 1. เพ่อื เป็นพทุ ธบชู า 2. เพื่อความสวยงาม 3. เพอ่ื ให้แสงสวา่ ง 4. เพ่อื เปน็ สิริมงคลแกเ่ จา้ ของบ้าน การประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวัน 1.นำไปประดับตกแต่งที่อยู่อาศัยตามบา้ นเรือนและรา้ นคา้ ให้สวยงามนา่ ดู 2.ประดิษฐเ์ ปน็ ของที่ระลึกแก่นักทอ่ งเทีย่ วในขนาดเล็กถึงใหญ่ 3.ประยกุ ต์โดยนำวสั ดุเหลือใช้เช่น เศษผา้ หรือกระดาษอ่ืนมาประดิษฐแ์ ทนกระดาษสา
เอกสารวิชาการ การเรียนรตู้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 10 ประโยชนข์ องโคมล้านนา 1.เพื่อให้แสงสว่างในเวลากลางคนื 2.เพอ่ื เป็นพุทธบูชาในเทศกาลยเี่ ป็งหรอื วันลอยกระทง 3.สบื สานและอนุรกั ษ์ประเพณีทอ้ งถน่ิ ภาคเหนือ 4.เพ่ือใหเ้ ป็นสิริมงคลแก่เจา้ ของบ้านตามความเช่ือของชาวลา้ นนา 5.เพอ่ื ตกแต่งและประดับประดาบา้ นเรอื นหรือสถานทต่ี ่างๆ ท่แี สดงถึงความเปน็ ลา้ นนา
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: