สรุปผลการดาเนินงาน โครงการการใชช้ ีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง วันท่ี 19 พฤษภาคม 2563 ณ ศาลา SML หมทู่ ี่ 4 ตาบลไผ่พระ อาเภอบางไทร จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา กศน.ตาบลไผพ่ ระ ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอบางไทร จงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา ประจาปงี บประมาณ 2562
คานา เอกสาร รายงานผลการดาเนินงานการจัดและส่งเสริมกระบวนการเรยี นรู้ตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจ พอเพียงโครงการการใช้ชีวิตแบบเเศรษฐกิจพอเพียงนี้ จัดทาขึ้นเพ่ือรายงานผลการดาเนินงานด้านการจัด การศึกษาต่อเน่ือง ของ กศน.ตาบล ภายใต้การดูแลของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อาเภอบางไทร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบข้ันตอนการดาเนินกิจกรรม ประเมินผลและพัฒนาการ ดาเนนิ กจิ กรรมของ ,กศน.ตาบลไผพ่ ระ ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่า เอกสารรายงานผลการดาเนินงานการจัดกิจกรรมการจัดกิจกรรมใน ครัง้ น้ี จะเป็นแนวทางในการพฒั นางานและการจดั กิจกรรมในคร้งั ตอ่ ไป ผจู้ ัดทา นายธนสาร โกพฒั น์ตา ครอู าสาสมัครฯ
สารบญั หนา้ คานา 1 สารบัญ 1 บทที่ 1 บทนา 1 1 เหตผุ ลและความจาเป็น 3 วัตถุประสงค์ 3 ประโยชนท์ ค่ี าดว่าจะได้รบั บทที่ 2 เอกสารท่เี ก่ียวข้อง 4 ความสาคัญของการจดั และส่งกระบวนการเรยี นรู้ 5 ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 10 ท่ีมาและความสาคญั ของกิจกรรม 15 บทที่ 3 วธิ ีการดาเนินงาน 15 บทท่ี 4 ผลการดาเนนิ งาน 15 บทที่ 5 สรุป อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ 15 วัตถุประสงคก์ ารดาเนินงาน 16 วิธีดาเนินการ อภิปรายผล ข้อเสนอแนะ และแนวทางในการพัฒนากิจกรรม ภาคผนวก ภาพโครงการพระราชดาริตามแนวคดิ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แบบประเมนิ ความพึงพอใจ รายช่ือผเู้ ข้ารว่ มกจิ กรรม
บทที่ 1 บทนา เหตผุ ลและความจาเป็น เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดาเนินชีวิตและการปฏิบัติตนของประชาชนทุกระดับ ตั้งแต่ตนเอง ครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับรัฐท้ังในการดาเนินชีวิตประจาวันการพัฒนาและการบริหาร ประเทศให้ดาเนินไปในทางสายกลาง เพ่ือให้ก้าวหน้าต่อการเปลยี่ นแปลงของโลก เศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนว ปรัชญาท่ีทุก ๆคนสามารถนาไปปฏิบัติในชีวิตประจาวันได้ไม่ว่าจะเป็นตัวท่านเอง นักศึกษา เกษตรกร ข้าราชการ และประชาชนท่ัวไป ตลอดจนบริษัท ห้างร้าน สถาบันต่าง ๆ สามารถนาปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงไปปฏิบัติเพื่อดาเนินชีวิตและการพัฒนาธุรกิจการค้าได้จริง หลักการดาเนินชีวิตตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงต้องต้ังอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท มีหลัก 3 ประการ คือ ความ พอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หลักปรัชญาเศรษฐกิจนามาประยุกต์ใช้กับการ ทาการเกษตรธรรมชาติ โดยเร่ิมจากการเข้าใจธรรมชาตเิ ข้าใจผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึนกับตัวเองและผู้บริโภคทา ให้เกษตรกรรู้ว่าการทาการเกษตรแบบผสมผสานแบบพ่ึงพาธรรมชาติจะส่งผลดีให้กับตนเองอย่างไรนาไปสู่ การพัฒนาชมุ ชนสังคมและประเทศชาติต่อไป ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอบางไทร โดย กศน.ตาบลไผ่พระจึงได้ ตระหนักและเลง็ เหน็ ความสาคัญของการจดั กระบวนการเรียนร้แู ละสง่ เสริมการทาเกษตรผสมผสานพึ่งพา ธรรมชาติบนพน้ื ฐานของความพอเพียง นาไปส่กู ารพฒั นาท่ยี ัง่ ยนื ต่อไป วตั ถุประสงค์ 1. เพอื่ ใหป้ ระชาชนนาความรู้และน้อมนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งตามศาสตรพ์ ระราชา 2.เพ่อื ส่งเสรมิ การทาเกษตรแบผสมผสานพงึ่ พาธรรมชาติบนพนื้ ฐานของความพอเพียง ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะไดร้ บั 1. เชงิ ปริมาณ 1.1 ประชาชนตาบลไผพ่ ระ จานวน ๒๕ คน เข้าร่วมโครงการ 2. เชงิ คุณภาพ 2.1 ร้อยละ 80 ของประชาชน ท่ีเข้าร่วมโครงการนาความรแู้ ละเขา้ ใจและน้อมนาหลักปรัชญา ของเศรษฐกจิ พอเพยี งตามศาสตรพ์ ระราชาไปปรบั ใช้กบั ชีวติ ประจาวนั 2.2 ร้อยละ 80 ของ ท่เี ข้ารว่ มโครงการ เขา้ ใจการทาเกษตรแบบผสมผสานพง่ึ พาธรรมชาตบิ น พน้ื ฐานหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
บทที่ 2 เอกสารท่เี กี่ยวข้อง การจัดและส่งเสริมกระบวนการเรียนรตู้ ามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง โครงการอบรมความรู้ให้แก่ เกษตรกรตาบลไผ่พระเพื่อเพ่ิมประสทิ ธภิ าพการปลกู พืชผกั สวน ครัวตามแนวคดิ ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง ไดเ้ สนอแนวคดิ หลักการและเอกสารทเี่ กี่ยวข้อง ตามลาดบั ดังตอ่ ไปนี้ 1. ความสาคญั ของการจัดและสง่ กระบวนการเรยี นรตู้ ามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2. ท่มี าและความสาคญั ของกิจกรรม 1. ความสาคัญของการจัดและสง่ กระบวนการเรยี นร้ตู ามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดารงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ ระดบั ครอบครวั ระดับชุมชน จนถงึ ระดับรัฐ ท้ังในการพฒั นาและบริหารประเทศให้ดาเนนิ ไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ความพอเพียง หมายถึง ความ พอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจาเป็นท่ีจะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการกระทบ ใดๆ อันเกิดจากการเปล่ียนแปลงทั้งภายในภายนอก ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความ ระมัดระวังอย่างย่ิงในการนาวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดาเนินการ ทุกข้ันตอน และ ขณะเดียวกัน จะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนัก ธรุ กิจในทุกระดับ ให้มีสานึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดาเนินชีวิตด้วย ความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการ เปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ท้ังด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้ เป็นอย่างดี ความหมายของเศรษฐกจิ พอเพยี ง จงึ ประกอบดว้ ยคณุ สมบัติ ดังนี้ 1. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีท่ีไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเอง และผอู้ นื่ เชน่ การผลติ และการบรโิ ภคทอี่ ยู่ในระดับพอประมาณ 2. ความมีเหตผุ ล หมายถึง การตัดสินใจเก่ียวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมเี หตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยท่ีเก่ียวข้อง ตลอดจนคานึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดข้ึนจากการกระทานั้นๆ อย่าง รอบคอบ 3. ภมู ิคุม้ กัน หมายถึง การเตรยี มตัวใหพ้ ร้อมรบั ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงดา้ นต่างๆ ทีจ่ ะเกิดข้ึน โดยคานึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ท่ีคาดว่าจะเกดิ ข้ึนในอนาคต โดยมี เงอื่ นไข ของการตดั สินใจและดาเนนิ กิจกรรมตา่ งๆ ใหอ้ ย่ใู นระดบั พอเพยี ง 2 ประการ ดงั นี้ 1. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เก่ียวกับวิชาการต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องรอบด้าน ความ รอบคอบที่จะนาความรู้เหล่าน้ันมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพ่ือประกอบการวางแผนและความระมัดระวังใน การปฏิบตั ิ 2. เงื่อนไขคุณรรม ท่ีจะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซ่ือสัตย์ สุจรติ และมีความอดทน มีควาธมเพยี ร ใช้สตปิ ญั ญาในการดาเนินชวี ติ
2. ที่มาและความสาคัญของกจิ กรรมเศรษฐกจิ พอเพียง การปลูกผักปลอดสารพิษ พชื ผักเป็นพืชอาหารทคี่ นไทยนิยมนา มาใช้รับประทานกนั มากเนอ่ื งจากมีคุณคา่ ทางอาการทัง้ วิตามิน และแรธ่ าตุต่างๆ ทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อรา่ งกายสูง แต่คา่ นิยมในการบริโภคผกั น้ัน มกั จะเลือกบริโภคผักท่ีสวยงาม ไม่มีร่องรอยการทา ลายของหนอนและแมลงศัตรูพืช จึงทา ให้เกษตรกรท่ีปลูกผักจะต้องใช้สารเคมีป้องกัน และกาจัดแมลงฉีดพ่นในปริมาณท่ีมาก เพื่อให้ได้ผักที่สวยงามตามความต้องการของตลาด เมื่อผู้ซื้อนา มา บริโภคแล้วอาจได้รับอันตรายจากสารพิษท่ีตกค้างอยู่ในพืชผักน้ันได้เพ่ือเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว เกษตรกร จึงควรหันมา ทาการปลูกผักปลอกภัยจากสารพิษ โดยนา เอาวิธีการป้องกันและกา จัดศัตรูพืชหลายวิธีมา ประยุกต์ใช้ร่วมกัน เป็นการทดแทนหรือลดปริมาณการใช้สารเคมีให้น้อยลง เพ่ือความปลอดภัยของเกษตรกร ผู้บรโิ ภคและสิ่งแวดลอ้ ม ข้อดขี องการปลกู ผกั ปลอดภัยจากสารพิษ 1. ทา ใหไ้ ดพ้ ืชผักที่มคี ณุ ภาพ ไม่มีสารพิษตกค้าง เกดิ ความปลอดภัยแกผ่ ู้บรโิ ภค 2. ชว่ ยใหเ้ กษตรกรผปู้ ลกู ผักมีสขุ ภาพอนามยั ทดี่ ีข้ึนเนอ่ื งจากไมม่ กี ารฉดี พน่ สารเคมีป้องกันและกาจดั ศัตรพู ชื ทา ใหเ้ กษตรกรปลอดภัยจากสารพษิ เหล่าน้ดี ว้ ย 3. ลดตน้ ทุนการผลติ ของเกษตรกรดา้ นค่าใช้จา่ ยในการซือ้ สารเคมปี ้องกันและกา จัดศตั รพู ชื 4. ลดปรมิ าณการนา เข้าสารเคมปี อ้ งกันและกา จัดศัตรูพืช 5. เกษตรกรจะมรี ายไดเ้ พม่ิ มากขน้ึ เนือ่ งจากผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ ทา ใหส้ ามารถขายผลผลติ ได้ใน ราคาสูงขึน้ 6. ลดปริมาณสารเคมปี ้องกันและกา จดั ศัตรูพืชทจี่ ะปนเปื้อนเข้าไปในอากาศและนา้ ซึ่งเป็นการ อนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติและลดมลพิษของสิ่งแวดล้อมได้ทางหน่ึง
บทท่ี 3 วิธกี ารดาเนนิ งาน ด้วย กศน.ตาบล ได้จัดกิจกรรมจดั และส่งเสริมกระบวนการเรียนรูต้ ามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยยึดประชาชนในตาบลเปน็ สาคญั ทาให้เกิดเน้ือหาสาระ ระยะเวลาการจัดกิจกรรม สถานที่ และลักษณะ กิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ศักยภาพและความพร้อมของประชาชนกลุ่มเป้าหมายซ่ึงเป็นการ ตอบสนองนโยบายของสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งได้ดาเนินการ โครงการ การใช้ชวี ิตแบบเศรษฐกิจพอเพยี ง สาระสาคัญ เศรษฐกิจพอเพยี ง เป็นปรัชญาท่ีชี้แนวทางการดารงชีวิต ท่ีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอ ดุลยเดชมีพระราชดารัสแก่ชาวไทยนับต้ังแต่ปี พ.ศ. 2517 เป็นต้นมาและถูกพูดถึงอย่างชัดเจนในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 เพ่ือเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้สามารถดารงอยูไ่ ด้อย่าง ม่ันคงและย่ังยนื ในกระแสโลกาภิวัฒน์และความเปล่ียนแปลงตา่ งๆ เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาท่ียึดหลักทางสายกลาง ที่ชี้แนวทางการดารงอยู่และปฏิบัติของ ประชาชนในทุกระดับให้ดาเนินไปในทางสายกลาง มีความพอเพียง และมีความพร้อมท่ีจะจัดการต่อ ผลกระทบจากการเปล่ียนแปลง ซึ่งจะต้องอาศัยความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง ในการวางแผนและ ดาเนินการทุกข้ันตอน ท้ังน้ี เศรษฐกิจพอเพียงเป็นการดาเนินชีวิตอย่างสมดุลและย่ังยืน เพื่อให้สามารถอยู่ได้ แม้ในโลกโลกาภวิ ัตนท์ ีม่ กี ารแข่งขันสงู วัตถปุ ระสงค์ 1. เพอื่ เสรมิ สร้างกจิ กรรมเพิม่ รายได้ ลดรายจ่ายแกค่ รอบครวั 2. เพอ่ื นาหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาใช้ในพืน้ ท่ี 3. เพอ่ื พฒั นาการประกอบอาชีพทางการเกษตรใหก้ บั คนในชมุ ชน กิจกรรมท่ดี าเนนิ การ จัดกจิ กรรมใหป้ ระชาชนกลุ่มเป้าหมายในตาบล ได้แก่ วิทยากรบรรยายความรู้เกี่ยวกับ 1. จดุ เรม่ิ ต้นแนวคิดเศรษฐกิจพอเพยี ง 2. พระราชดาริวา่ ดว้ ยเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3. เศรษฐกจิ พอเพยี งกบั การเกษตรผสมผสาน 4. การดาเนินชีวิตตามแนวพระราชดารพิ อเพียง ผลทไ่ี ดร้ ับจากการดาเนนิ กิจกรรม ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมการจัดและส่งเสริมการเรียนรู้ตาม แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงท่ีเหมาะสม ได้รับความสนใจ ได้รบั ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง เกษตร ทฤษฎีใหม่ การปลูกผักปลอดสารพิษ รวมทั้งได้พัฒนาทักษะด้านต่างๆ ตลอดจนได้เพ่ิมพูนประสบการณ์ และสร้างความคนุ้ เคยระหวา่ งประชาชนและ กศน.ตาบลมากย่งิ ข้ึน
บทที่ 4 ผลการดาเนินงาน จากการสารวจความพึงพอใจ โครงการการใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงโครงการพระราชดาริตาม แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของผู้เข้าร่วมโครงการ โดยใช้แบบประเมินความพึงพอใจ จานวน 10 ฉบับ และได้รับกลับคืนมา จานวน 10 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมExcel ตามข้ันตอนต่าง ๆ ดังต่อไปน้ี 1. วเิ คราะหข์ อ้ มลู จากแบบสอบถามตอนท่ี 1 โดยแจกแจงความถแี่ ละค่าร้อยละ 2. วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามตอนที่ 2 โดยหาค่าเฉลี่ย (X ) แปลความหมายข้อมูลเชิง ปริมาณ ให้ระดับคะแนนในแบบสอบถามทเ่ี ป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตามเกณฑ์ประเมินความ คิดเห็นของเบสท์ (Best. 1981 :182) ดงั น้ี 4.51–5.00 หมายถึง ความพึงพอใจอยใู่ นระดับดมี าก 3.51–4.50 หมายถึง ความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั ดี 2.51–3.50 หมายถึง ความพึงพอใจอย่ใู นระดบั ปานกลาง 1.51–2.50 หมายถึง ความพงึ พอใจอยใู่ นระดับพอใช้ 1.00–1.50 หมายถึง ความพงึ พอใจอยใู่ นระดับปรบั ปรุง 3. วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามตอนท่ี 3 ข้อมูลที่เป็นมาตราส่วนประมาณค่า (RatingScale) โดยหาค่าเฉล่ีย ( X ) แปลความหมายข้อมูล แปลความหมายข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้เกณฑ์ข้อ 2 ข้อมูล ท่ีเป็นความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา(Content Analysis)จัดกลุ่มคาตอบและหา คา่ ความถ่ี สรุปผลการประเมินความพึงพอใจ กิจกรรมการจัดและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ตามแนวปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงโครงการพระราชดาริตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของตาบลที่เข้าร่วมโครงการ ดงั นี้
บทที่ 5 สรุป อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ ผลการดาเนินโครงการพระราชดาริตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของตาบลที่เข้าร่วม โครงการครง้ั นี้มีวัตถุประสงค์เพอื่ ประเมนิ ผลความพึงพอใจของผู้เรียน/ผู้รบั บรกิ ารที่มีต่อโครงการโดยรวมและ แยกเป็นรายด้าน โดยใช้แบบสอบถามจานวน 10 ฉบับ เคร่ืองมือท่ีใช้เป็นแบบสอบถามที่เป็นแบบมาตรา ส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตามเกณฑ์ประเมินความคิดเห็นของเบสท์ (Best. 1981 : 182) วิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าเฉลี่ย (X) แปลความหมายข้อมูล แปลความหมายข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้เกณฑ์ข้อ 2 ข้อมูลท่ี เป็นความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ใช้วิธีการวิเคราะห์เน้ือหา (Content Analysis) จัดกลุ่มคาตอบ และหา ค่าความถี่ สรปุ ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของผู้เรียน/ผรู้ บั บรกิ าร จากแบบประเมนิ ความพึงพอใจสรุปผลได้ ดังนี้ 1. ด้านหลกั สตู ร พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจท่ีมีต่อโครงการด้านหลักสูตร โดยรวม และรายดา้ น อยใู่ นระดบั ดี เมื่อพจิ ารณาเป็นรายข้อ พบว่า อันดับหน่ึงคอื ผู้เรียน/ผู้รบั บรกิ ารสามารถนา ความรูไ้ ปปรับใช้ใน ชีวติ ประจาวันรองมาอันดับสองคือ กจิ กรรมที่จัดสอดคลอ้ งกับวัตถปุ ระสงค์ของหลักสตู ร อนั ดบั สามและสีเ่ ทา่ กนั คอื การจัดกิจกรรมทาใหผ้ ู้เรียน/ผ้รู ับบรกิ ารสามารถคดิ เป็น ทาเป็น แกป้ ญั หาเปน็ และ ผู้เรียน/ผู้รบั บริการมีส่วนรว่ ม แสดงความคิดเห็นต่อการจัดทาหลักสูตร อนั ดบั สุดท้ายคือ ส่ือ/เอกสาร ประกอบการจดั กิจกรรมมีความเหมาะสมตามลาดบั 2. ด้านวิทยากร พบวา่ ผู้ตอบแบบสอบถามมคี วามพึงพอใจที่มตี ่อโครงการด้านวทิ ยากรโดยรวมและ รายด้านอยู่ในระดับ ดี เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อันดับหนึ่งคือ มีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม อันดับสองคือวิทยากรมีคุณธรรม จริยธรรม อันดับสาม คือ วิทยากรมีเทคนิค กระบวนการจัด กิจกรรม อันดับส่ี คือ บุคลิกภาพของวิทยากร และอันดับสุดท้าย คือวิทยากรมีการใช้ส่ือท่ีสอดคล้องและ เหมาะสมกบั กิจกรรม ตามลาดับ 3. ด้านสถานที่/ระยะเวลา/ความพึงพอใจ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจท่ีมีต่อ โครงการด้านสถานท่ี/ระยะเวลา/ความพึงพอใจ โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับดี เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อันดับหนึ่งคือ ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรมอันดับสองคือ ระยะเวลาในการจดั กจิ กรรมเหมาะสม และอนั ดบั สดุ ทา้ ย คอื สถานทใ่ี นการจัดกจิ กรรม ตามลาดับ
ผลการดาเนินงาน 1. จานวนผู้เข้าร่วมโครงการ 10 คน ปลูกพืชผักอินทรีย์สาหรับบริโภคในครัวเรือนประชาชนใน ตาบลสามารถลดรายจ่ายทไ่ี ม่จาเป็นประชาชนเขา้ ใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ตามกลุ่มเป้าหมายร้อย ละ 80 2. ผูเ้ ข้ารว่ มโครงการฯ ได้ให้ความร่วมมอื ร่วมใจ และลงมือทาเป็นอยา่ งดี 3. ผูเ้ ขา้ ร่วมโครงการฯ มคี วามพึงพอใจในการจัดกจิ กรรม ในระดับดี
ภาคผนวก
ภาพการจัดกจิ กรรม
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: