Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือประวัติศาสตร์ชุมชนตำบลบางหิน

หนังสือประวัติศาสตร์ชุมชนตำบลบางหิน

Published by Chanikan Suksai, 2021-11-27 13:02:28

Description: หนังสือประวัติศาสตร์ชุมชนตำบลบางหิน

Search

Read the Text Version

หนังสือประวัติศาสตร์ชุมชน บางหิน BANG HIN KAPOE RANONG ตำบลบางหิน ถิ่นผักเหลียง มีชื่อเสียงเคยกะปิ มากมีผลิตภัณฑ์ จากหญ้าคา ป่าชายเลนเพลินตา แหลมพ่อตาเพลินใจ เนื้อหาในฉบับนี้ ประวัติศาสตร์ของตำบล /ประวัติชุมชน / ขนาดและที่ตั้ง / ลักษณะภูมิประเทศ / แม่น้ำสำคัญภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ / การคมนาคม / โครงสร้างของชุมชนด้านการปกครอง ความเชื่อ / ประเพณีและ พิธีกรรม สถานที่สำคัญ / โครงสร้างด้านเศรษฐกิจและอาชีพ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม



คำนำ หนังสือประวัติศาสตร์ชุมชนตำบลบางหิน จัดทำขึ้นภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจแบบบูรณาการราย ตำบล (U2T) ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ สุราษฎร์ธานี เป็นหนังสือให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของตำบล ซึ่งมีเนื้อหาโดยรวมครอบคลุมข้อมูลสำคัญ อาทิ ประวัติชุมชน ขนาดและที่ตั้ง ลักษณะภูมิประเทศ แม่น้ำสำคัญ ภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ การคมนาคม โครงสร้างของชุมชนด้านการปกครอง ด้านประชากร ด้านการศึกษา ด้านศาสนา ความเชื่อ ประเพณีและพิธีกรรม สถานที่สำคัญ โครงสร้างด้านเศรษฐกิจและอาชีพ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม คณะวิศวกรสังคมตำบลบางหินและผู้ช่วยศาสตราจารย์พงศกร ศยามล ตำแหน่งอาจารย์ที่ปรึกษา ร่วมกัน จัดทำหนังสือประวัติศาสตร์ชุมชนตำบลบางหินนี้ขึ้นเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลภาพลักษณ์ แนวทางการ พัฒนาชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญ โดยมุ่งหวังให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาข้อมูลของตำบลบางหิน ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นต่อไป คณะวิศวกรสังคมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลที่จัดทำนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่สนใจ พร้อมทั้งขอขอบคุณ ทุกท่านที่ให้ความสนใจตำบลบางหิน และขอขอบคุณการสนับสนุนข้อมูลจากส่วนราชการอำเภอ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและประชาชนตำบลบางหิน ที่ให้ข้อมูลในส่วนต่างๆ อย่างครอบคลุมและครบถ้วน หากผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย คณะวิศวกรสังคมตำบลบางหิน ณ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๔



สารบัญ ขนาดและที่ตั้ง ๑ ลักษณะภูมิประเทศ ๑ แม่น้ำสำคัญ ๒ ภูมิอากาศ ๒ ธรรมชาติ ๓ การคมนาคม ๓ ประวัติความเป็นมาของชุมชน ๔ โครงสร้างของชุมชน ๕ ๕ ด้านการปกครอง ๕ ด้านประชากร ๑๑ ด้านการศึกษา ๑๑ ด้านศาสนา ๑๒ โครงสร้างด้านเศรษฐกิจและอาชีพ ของชุมชนตำบลบางหิน ๑๒ ด้านเศรษฐกิจ ๑๒ ด้านอาชีพ ๑๒ ข้อมูลชีวภาพ ๑๕ อาชีพที่สำคัญในตำบลบางหิน ที่ควรรู้ ๑๗ ความเชื่อ ประเพณี และพิธีกรรม ๑๗ ศาสนาอิสลาม ๒๑ ศาสนาพุ ทธ ๒๓ สถานที่สำคัญ ๒๓ สถานที่ท่องเที่ยว ๒๕ วัด ๒๖ มัสยิด ๒๗ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม ๓๐ โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (๑ ตำบล ๑ มหาวิทยาลัย) ๓๒ การพัฒนาสัมมาชีพและสร้างอาชีพใหม่ (การยกระดับสินค้า OTOP/อาชีพอื่นๆ) ๓๒ การสร้างและพัฒนา Creative Economy (การยกระดับการท่องเที่ยว) ๓๒ การส่งเสริมสิ่งแวดล้อม/Circular Economy (การเพิ่มรายได้หมุนเวียนให้แก่ชุมชน) ๓๓ การนำองค์ความรู้ไปช่วยบริการชุมชน (Health Care/เทคโนโลยีด้านต่างๆ)

1 ข น า ด แ ล ะ ที่ ตั้ ง ลั ก ษ ณ ะ ภู มิ ป ร ะ เ ท ศ องค์การบริหารส่วนตำบลบางหิน มีเนื้อที่ประมาณ สภาพพื้นที่ของตำบลบางหินส่วนใหญ่มีลักษณะเป็น ๘๓,๗๕๐ ไร่ (๑๓๔ ตารางกิโลเมตร) มีพื้นที่ถือครอง ภูเขาและป่าไม้ ทั้งเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าสงวนแห่งชาติ ๓๘,๒๙๘ ไร่ พื้นที่ถือครองการเกษตร ๑๕,๖๒๘ ไร่ มีพื้นที่ มีพื้นที่ราบเหมาะสมในการทำเกษตรและมีพื้นที่ราบสูง ซึ่ง ทำการเกษตร ๑๔,๗๒๘ ไร่ องค์การบริหารส่วนตำบลบาง สามารถปลูกไม้ผลและทำสวนได้อีกส่วนหนึ่ง โดยมีสัดส่วน หินอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอกะเปอร์ ห่างจากอำเภอกะเปอร์ พื้นที่ ดังนี้ ประมาณ ๗ กิโลเมตร ส่วนตำบลบางหินไปตัวจังหวัด ระนองมีระยะทางโดยประมาณ ๕๙ กิโลเมตร โดยตำบล - พื้นที่ราบประมาณ ๑๐% บางหินมีอาณาเขตติดต่อดังนี้ - พื้นที่ราบสูงประมาณ ๓๐% - พื้นที่ภูเขาประมาณ ๖๐% - ทางทิศเหนือ ตำบลกะเปอร์ อำเภอกะเปอร์ ๑. ที่ภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเล ๓๐๑ เมตรขึ้นไป มี - ทางทิศตะวันออก อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พื้นที่ประมาณร้อยละ ๓๐ อยู่ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ - ทางทิศตะวันตก ตำบลนาคา กิ่งอำเภอสุขสำราญ อยู่ในหมู่ที่๒ และหมู่ที่๓ - ทางทิศใต้ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ๒. ที่เนินเขาสูงจากระดับน้ำทะเล ๑๐๑ – ๓๐๐ เมตร ประมาณร้อยละ ๒๕ ส่วนใหญ่มีอยู่ทั่วไป ทั้งในหมู่ที่๑ หมู่ ที่๒ และหมู่ที่ ๓ ๓. ที่ราบสูงจากน้ำทะเล ๕๑ – ๑๐๐ เมตร มีพื้นที่ ประมาณร้อยละ ๒๕ มีอยู่ทั่วไปทั้งในหมู่ที่ ๑-๕ ๔. ที่ราบจากระดับน้ำทะเล ๐ – ๕๐ เมตร มีประมาณ ร้อยละ ๒๐ ส่วนใหญ่อยู่ด้านทิศตะวันออกและตอนกลาง หมู่ที่ ๑-๕

2 แม่น้ำสำคัญ ลักษณะทางน้ำของตำบลบางหิน มีแม่น้ำหรือคลองที่สำคัญ ได้แก่ คลองบางหิน คลองวังกุ่ม คลองตะเคียนงาม คลองทรายแดง และคลองชาคลี ซึ่งมีทิศทางการไหลโดยรวมจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และผ่านพื้นที่บริเวณต่าง ๆ ของตำบล ก่อนจะไหลลงทะเลอันดามัน ในทางด้านทิศตะวันตกของตำบลบางหิน แบ่งออกเป็น ๕ สาย คลองชาคลี มีต้นกำเนิดจากแนวเขาสูงทางด้านทิศใต้ของ ตำบลบาง ในเขตหมู่ ๑ บ้านชาคลี มีทิศทางการไหลจากทิศใต้ ไปทางทิศเหนือ ผ่านตอนกลางของหมู่ ๑ บ้านชาคลี จากนั้น ไหลวนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่านด้านทิศตะวันออก เฉียงเหนือของหมู่ ๑ บ้านชาคลี แล้วไหลลงทะเลอันดามันทาง ด้านทิศเหนือของหมู่ ๓ บ้านตะเคียนงาม คลองตะเคียนงาม มีต้นกำเนิดจากภูเขาสูงทางด้านทิศตะวัน ออกเฉียงใต้ของตำบลบางหินในเขตหมู่ ๓บ้านตะเคียนงาม มี ทิศทางการไหลจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ไปทางทิศตะวันออก เฉียงเหนือ ผ่านตอนกลางหมู่ ๓ บ้านตะเคียนงาม ก่อนไหล รวมกับคลองวังกุ่มเป็นคลองบางหิน บริเวณด้านทิศตะวันออก เฉียงเหนือของหมู่ ๓ บ้านตะเคียนงาม คลองวังกุ่ม มีต้นกำเนิดจากภูเขาสูงทางด้านทิศตะวันออกของ ตำบลบางหิน ในเขตหมู่ ๔ บ้านวังกุ่ม มีทิศทางการไหลจากทิศ ตะวันออกเฉียงใต้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่านตอนกลาง ของหมู่ ๔ บ้านวังกุ่ม ผ่านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่ ๓ บ้านตะเคียนงาม ก่อนไหลรวมกับคลองตะเคียนงาม เป็นคลอง บางหิน บริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่ ๓ บ้าน ตะเคียนงาม คลองทรายแดง มีต้นกำเนิดจากแนวเขาสูงทางทิศตะวันออก ภู มิ อ า ก า ศ เฉียงเหนือของหมู่ ๕ บ้านคลองทราย ไหลจากทิศตะวันออกไป ทิศตะวันตก ผ่านตอนกลางหมู่ ๕ บ้านคลองทราย ก่อนไหลวน ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือลงทะเลอันดามัน ทางด้านทิศ ตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่ ๕ บ้านคลองทราย คลองบางหิน มีต้นกำเนิดจากการไหลรวมกันของคลองวังกุ่ม ตำบลบางหิน มีลักษณะทางภูมิอากาศเป็นแบบมรสุมเขต และคลองตะเคียน บริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่ ร้อน มี ๒ ฤดู คือ ฤดูฝน และฤดูร้อน โดยฤดูฝนยาวนานถึง ๘ เดือน ๓ บ้านตะเคียนงาม มีทิศทางการไหลจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ และฤดูร้อน ๔ เดือน เช่นเดียวกับภูมิอากาศทั่วไปของจังหวัดระนอง ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่านทางด้านทิศตะวันออกเฉียง ซึ่งเป็น “เมืองฝนแปดแดดสี่” เหนือของหมู่ ๓ บ้านตะเคียนงาม ผ่านทางด้านทิศใต้ของหมู่ ๕ บ้านคลองทราย แล้วไหลผ่านตอนกลางของหมู่ ๒ บ้านบางหิน ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ซึ่งเป็น ก่อนไหลลงทะเลอันดามันทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ ช่วงว่างของฤดูมรสุม ทำให้มีลมจากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้พัด หมู่ ๒ บ้านบางหิน ปกคลุม ทำให้มีอากาศร้อน โดยอากาศจะร้อนที่สุดในช่วงเดือนเมษายน แต่จะไม่ร้อนมากนัก เนื่องจากภูมิประเทศเป็นคาบสมุทรที่ตั้งอยู่ใกล้ ทะเล จึงได้อิทธิพลจากกระแสลมและ ไอน้ำจากทะเล ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่แต่ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม จะมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย และร่องความกด อากาศต่ำพาดผ่านภาคใต้เป็นระยะ ๆ ทำให้มีฝนตกชุกโดยในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมจะมีฝนตกชุกที่สุดในรอบปี อุณหภูมิตำบลบางหินมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ ๒๗.๙ องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด ๓๔.๕๘ องศาเซลเซียส

3 ธรรมชาติ ตำบลบางหินเป็นสถานที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางน้ำและทางบก มีแหล่งต้นน้ำที่สมบูรณ์ และ มีสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยป่าไม้ ภูเขา ที่ราบสูง และมีแหล่งน้ำลำธารจำนวน ๕ สาย มีทะเลสาบอ่าวกะเปอร์เป็นแหล่งจับ สัตว์น้ำของชาวประมง และในตำบลบางหินส่วนมากจะมีพื้นที่อยู่ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า มีสภาพอากาศที่เป็นฤดูร้อนกับ ฤดู ฝน ในตำบลบางหินยังมีแหล่งน้ำธรรมชาติ ๑๔ แห่ง และแหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นอีกจำนวน ๑๓๕ แห่ง เมื่อมีพื้นที่อุดม สมบูรณ์จึงเหมาะแก่การประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร ตามลักษณะภูมิประเทศของตำบลบางหินส่วนใหญ่จะเป็นภูเขาที่สลับซับซ้อน เป็นที่ราบสูงและยังคงมีป่าไม้ที่ยังคง ความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก จึงทำให้เกิดแหล่งน้ำตกจำนวนหลายแห่ง และยังเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำลำคลองหลายสาย ซึ่ง ได้ไหลผ่านพื้นที่ต่าง ๆ ภายในตำบลบางหินและตำบลข้างเคียงก่อนจะไหลลงสูงทะเล และในลำคลองต่าง ๆ จะมีหินชนิดหนึ่ง เรียกว่า “หินกะสะ” มีคุณสมบัติเหมาะในการนำมาใช้ในการก่อสร้างถนน พื้นที่ป่าไม้ ตำบลบางหินมีพื้นที่ป่าไม้ซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติมีพื้นที่ทั้งหมด ๓๒,๐๖๒ ไร่ การคมนาคม ถนนสายหลักในการเดินทางของทุกชุมชนในตำบลบางหินคือ ถนนเพชรเกษม​ มีรถโดยสารสาธารณะที่เดินทาง ผ่านตำบลบางหินมีรถสองแถวกำพวน (เป็นรถที่เดินทางภายในจังหวัด) รถทัวร์ที่เดินทางจากจังหวัดระนองไปสถานที่ปลาย ทาง​มีรถกรุงเทพ-ภูเก็ต,ระนอง-กระบี่,ระนอง-ภูเก็ตแ​ ละระนอง-ตะกั่วป่า​ ถนนแต่ละหมู่บ้านมีถนนจำนวน ๖๐ สาย​ จะแยกเป็น ถนนต่างๆ​ จะมีถนนกรวดกะสะ​ ๓๙ สาย,ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก​ ๑๕​ สายและถนนลาดยาง​ ๖ สาย สะพาน ๑๒ แห่งจะแยก ออกเป็นสะพานคอนกรีต​ ๗​ แห่งและสะพานไม้อีก​ ๒​ แห่ง​ ในหมู่ที่๕​ มีท่อลอดเหลี่ยมจำนวน ๓ แ​ ห่ง​ และการโทรคมนาคม สถานีโทรคมนาคม ๑ แห่ง (สถานีโทรคมนาคมเขา ๒๒๑) เสาสื่อสัญญาณโทรคมนาคม ๕ แห่ง

4 ประวัติความเป็นมาของชุมชน ในอดีตมีชาวตรัง ชื่อ ขุนหลวงภักดี (โต๊ะหลวง) และครอบครัวได้อพยพ มาทางเรือผ่านปากช่องเปี้ ยะน้ำใหญ่ผ่านหินสาม ก้อนที่ปากคลอง และขึ้นฝั่ งที่บ้านบางหิน (ในปัจจุบัน) เพราะเห็นว่าเป็นสถานที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางน้ำ และทางบก จึงได้ตั้งหลักฐานขึ้น ในภายหลังมีประชากรเพิ่มมากขึ้นจึงได้เรียกที่อยู่ใหม่ว่า “บ้านบางหิน” ต่อมามีการขยายหมู่บ้าน เพิ่มขึ้นจนสามารถตั้งเป็นตำบลได้ จึงให้ชื่อตำบลนี้ว่า “ตำบลบางหิน” จนกระทั่งปัจจุบัน สำหรับชื่อตำบลบางหิน ได้มาจากหิน สามก้อนที่ปากคลองในสมัยก่อนมีเรื่องเล่าสืบต่อมาถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหินสามก้อนที่ปากคลอง อย่างเช่นเมื่อก่อนแม้ว่าน้ำทะเล จะสูงขึ้นแค่ไหนก็ไม่เคยท่วมหินสามก้อนนี้เลย หรือเคยมีชาวประมงผู้หนึ่งเอาระเบิดไประเบิดหินสามก้อนที่ปากคลองแรงระเบิดก็ไม่ สามารถทำให้หินสามก้อนแตกสลายได้ และทำให้ชาวประมงผู้นั้นเสียชีวิตในครั้งนั้นด้วย วิสัยทัศน์ บางหินน่าอยู่ การคมนาคมสะดวก เศรษฐกิจดี มีความรู้ทันสมัย ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารกว้างไกล ใส่ใจบริการ ประชาชน รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คำขวัญประจำตำบล ตำบลบางหิน ถิ่นผักเหลียง มีชื่อเสียงเคยกะปิ มากมีผลิตภัณฑ์จากหญ้าคา ป่าชายเลนเพลินตา แหลมพ่อตาเพลินใจ พันธกิจการพัฒนาท้องถิ่น ๑. จัดให้มีและบำรุงรักษาเส้นทางคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ๒. ส่งเสริมและสนับสนุนการประกอบอาชีพและการรวมกลุ่มอาชีพของประชาชน ๓. ส่งเสริมและพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูง อายุ และผู้พิการ ๔. ส่งเสริมด้านการศึกษาทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน ๕. ส่งเสริมด้านศาสนาและฟื้ นฟูอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น ๖. พัฒนาชุมชนให้น่าอยู่ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี สะอาด สวยงาม และปลอดภัย ๗. อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๘. ส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการบริหารจัดการขององค์การบริหารส่วนตำบลบางหิน

5 โครงสร้างของชุมชน ๑. ด้านการปกครอง ตำบลบางหินมีจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด ๕ หมู่บ้าน จำนวนหมู่บ้านอยู่ในเขตการปกครองขององค์การบริหารส่วนตำบล บางหินมีทั้งหมด ๕ หมู่บ้านได้แก่ หมู่ที่ ๑ บ้านชาคลี นายเดชา หนูดำ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๒ บ้านบางหิน นายอนุชา หาญจิต ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน (กำนัน) หมู่ที่ ๓ บ้านตะเคียนงาม นางอรุณ ทองสุข ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๔ บ้านวังกุ่ม นายสุรินทร์ สังข์สี หมู่ที่ ๕ บ้านคลองทราย นายจำเนียร สาลี (ข้อมูลผู้ใหญ่บ้านและกำนันเป็นข้อมูลล่าสุด ณ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔) ๒. ด้านประชากร มีประชากรทั้งสิ้น ๔,๔๗๕ คน จำนวนครัวเรือน ๑,๖๗๓ ครัว มีความหนาแน่นเฉลี่ยของประชากรเป็น ๓๔.๓๗ คน/ตารางกิโลเมตร ปราชญ์ชาวบ้านภูมิปัญญาท้องถิ่น ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง มีศักยภาพในการบริหารจัดการ ชุมชนโดยมีปราชญ์ชาวบ้าน และ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่มีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และเกิดจากการพัฒนาตนเอง โดยมีภาคีเครือข่ายเข้ามาส่งเสริมพัฒนา จัดการอย่างเป็นระบบ หมู่ที่ ๑ บ้านชาคลี ผู้มีความรู้ ภูมิปัญญา (ปราชญ์ชาวบ้าน) ๑. แพทย์แผนไทย/สมุนไพร/หมอพื้นบ้าน ได้แก่ ชื่อ นายประสิทธิ์ ศรีจันทร์แก้ว หมายเลขโทรศัพท์ ๐๙๘-๗๑๗๕๖๘๒ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๓๒๗ ม.๑ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ความสามารถด้าน :สมุนไพร (ต้มยาดองเหล้า) ๒. ผู้อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม/ประเพณีท้องถิ่น ชื่อ: นางลำดวน ช่วยนวล หมายเลขโทรศัพท์ ๐๙๕-๔๓๕๓๖๔๓ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๘๕ ม.๑ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : เชิดหนังตะลุง ๓. งานฝีมือต่างๆ เช่น ช่างไม้ ช่างปั้ น ช่างแกะ หัตถกรรม จักสาน ทอผ้า เป็นต้น ชื่อ: นายพรสวรรค์ ราษี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๙๐-๔๙๒๘๖๗๕ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๒๒๘ ม.๑ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน :งานปั้ นปูน

6 หมู่ที่ ๒ บ้านบางหิน ผู้มีความรู้ ภูมิปัญญา (ปราชญ์ชาวบ้าน) ๑. งานฝีมือต่างๆ เช่น ช่างไม้ ช่างปั้ น ช่างแกะ หัตถกรรม จักสาน ทอผ้า เป็นต้น ชื่อ : นายถนอม วงค์นรินทร์ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๔-๘๔๙๙๑๐๔ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๑๘๑ ม.๒ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ความสามารถด้าน : ช่างต่อเรือ ชื่อ : นายสนอง เล่สำ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๙-๙๗๑๙๙๕๗ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๑๐๘/๓ ม.๒ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : ช่างต่อเรือ ๒. ผู้มีความสามารถด้านการเกษตรเช่น การเพาะปลูก ขยายพันธุ์ การปรับใช้เทคโนโลยี ชื่อ : นายส่อแล่ห์ ภักดี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๗-๒๗๘๕๖๕๗ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๕๙/๑ ม.๒ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : เกษตรหมู่บ้าน ๓. ผู้มีความสามารถด้านการถนอมอาหาร ชื่อ : นางวรรณา กุจิ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๙-๒๘๗๐๙๘๖ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๖๗/๔ ม.๒ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : ถนอมอาหาร ๔. ผู้มีความสามารถด้านการบริหารจัดการกลุ่ม ชื่อ : นายอนุชา หาญจิตร หมายเลขโทรศัพท์ ๐๙๘-๖๗๓๒๕๒๗ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๑๙๐ ม.๒ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : ประธานบริหารจัดการกลุ่มบางหิน

7 หมู่ที่ ๓ บ้านตะเคียนงาม ผู้มีความรู้ ภูมิปัญญา (ปราชญ์ชาวบ้าน) ๑. แพทย์แผนไทย/สมุนไพร/หมอพื้นบ้าน ได้แก่ ชื่อ : นางวรรณดี มากเกลี้ยง หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๗-๒๗๐๓๖๐๖๖ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๒๗๙ ม.๓ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : ทำยาสมุนไพรทานเอง ๒. ผู้อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม/ประเพณีท้องถิ่น ได้แก่ ชื่อ : นางสาวลลิตา หลานวงศ์ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๐-๑๔๖๐๑๖๕ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๑๘๙/๑ ม.๓ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : การรำเป็นเอกลักษณ์ ๓. งานฝีมือต่างๆ เช่น ช่างไม้ ช่างปั้ น ช่างแกะ หัตถกรรม จักสาน ทอผ้า เป็นต้น ได้แก่ ชื่อ : นายสุพรรณ ทะวิลา หมายเลขโทรศัพท์ ๐๙๓-๖๔๙๑๐๑๖ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๖๘ ม.๓ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : จักสาน ,ช่างไม้ ชื่อ : นายอุดมพร สิทธิ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๙๓-๒๔๙๙๙๒๓ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๑๙๙/๑ ม.๓ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : ออกแบบดีไซน์ ๔. ผู้มีความสามารถด้านการเกษตรเช่น การเพาะปลูก ขยายพันธุ์ การปรับใช้เทคโนโลยี ชื่อ : นายอธิพรรณ พลอยรัมย์ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๙๐-๑๗๔๗๕๑๔ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๑๔๗/๑ ม.๓ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : ขยายพันธุ์ไม้ทุกชนิด ๕. งานฝีมือต่างๆ เช่น ช่างไม้ ช่างปั้ น ช่างแกะ หัตถกรรม จักสาน ทอผ้า เป็นต้น ชื่อ : นางณัฐวรีย์ สำนัก หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๓-๓๙๐๑๕๖๖ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๓/๓ ม.๒ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ความสามารถด้าน : จักสาน

8 หมู่ที่ ๔ บ้านวังกุ่ม ผู้มีความรู้ ภูมิปัญญา (ปราชญ์ชาวบ้าน) ๑. แพทย์แผนไทย/สมุนไพร/หมอพื้นบ้าน ได้แก่ ชื่อ : พระชวน กตฺปุญโย หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๓-๓๙๐๒๘๘๑ ที่อยู่ : สำนักสงฆ์วังกุ่ม ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : สมุนไพร ๒. ผู้อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม/ประเพณีท้องถิ่น ได้แก่ ชื่อ : นายประสงค์ เสดแสนโม้ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๖-๑๓๑๖๖๐๖ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๑๘ ม.๔ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : ศิลปวัฒนธรรม/พิธีทางศาสนา ๓. งานฝีมือต่างๆ เช่น ช่างไม้ ช่างปั้ น ช่างแกะ หัตถกรรม จักสาน ทอผ้า เป็นต้น ชื่อ : นางพองศรี ล้วนดี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๘-๔๔๒๙๗๖๖ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๔๔ ม.๔ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : จักสาน ๔. ผู้มีความสามารถด้านการเกษตรเช่น การเพาะปลูก ขยายพันธุ์ การปรับใช้เทคโนโลยี ได้แก่ ชื่อ : นายสุวรรณ ภูมิวัง หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๗-๒๘๓๘๙๖๓ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๑๑/๑ ม.๔ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : ขยายพันธุ์พืช มีความสามารถด้าน : จัดทำปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ชื่อ : นายธนกร สุดอาราม หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๗-๒๙๔๓๖๒๕ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๕๓ ม.๔ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : แปรรูปพืชผลทางการเกษตร (น้ำอ้อยสด) ๕. ผู้มีความสามารถด้านการถนอมอาหาร ได้แก่ ชื่อ : นางสุพรรณี สังข์ทอง หมายเลขโทรศัพท์ ๐๙๐-๑๖๔๓๐๑๘ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๕๙ ม.๔ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : การประกอบอาหาร/การถนอมอาหาร

9 หมู่ ๕ บ้านคลองทราย ผู้มีความรู้ ภูมิปัญญา (ปราชญ์ชาวบ้าน) ๑. แพทย์แผนไทย/สมุนไพร/หมอพื้นบ้าน ได้แก่ ชื่อ :นางนิลมณี กิ่งแก้ว หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๐-๗๐๘๙๓๒๐ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๔๑/๑ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : นวดแผนไทย ชื่อ : นางลักษณา สาลี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๙-๙๐๙๑๘๙๘ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๔๓ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : ยาสมุนไพร ๒. ผู้อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม/ประเพณีท้องถิ่น ได้แก่ ชื่อ :นายพิพัฒน์ เพชรอาวุธ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๙๕-๒๗๙๐๑๔๑ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๓๒ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : ศิลปวัฒนธรรม ชื่อ : นายสะแลหมัน สำนัก หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๑-๐๗๙๒๔๖๙ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๒ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : ประเพณีอิสลาม ๓. งานฝีมือต่างๆ เช่น ช่างไม้ ช่างปั้ น ช่างแกะ หัตถกรรม จักสาน ทอผ้า เป็นต้น ได้แก่ ชื่อ :นางสายฝน เวหา หมายเลขโทรศัพท์ ๐๙๓-๖๘๙๐๙๕๐ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๑๔๙ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : จักสาน ชื่อ :นางเสาวลักษณ์ ณ นคร หมายเลขโทรศัพท์ ๐๙๖-๘๕๒๒๘๗๓ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๖๖/๓ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : ทอผ้า

10 หมู่ ๕ บ้านคลองทราย ผู้มีความรู้ ภูมิปัญญา (ปราชญ์ชาวบ้าน) ๔. ผู้มีความสามารถด้านการเกษตรเช่น การเพาะปลูก ขยายพันธุ์ การปรับใช้เทคโนโลยี ได้แก่ ชื่อ : นายสุมล เวหา หมายเลขโทรศัพท์ ๐๖๕-๐๕๑๑๕๓๘ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๑๔๙ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : การขยายพันธุ์ ชื่อ : นายจำเนียร สาลี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๑-๒๗๐๐๕๒๖ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๗๔/๑ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : การเพาะปลูก ๕. ผู้มีความสามารถด้านการถนอมอาหาร ได้แก่ ชื่อ : นางจินตนา ไมหมาด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๙-๙๐๙๑๗๙๘ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๗๔ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : ขนมอิสลาม ชื่อ : นางสุจิตรา แป้นถนอม หมายเลขโทรศัพท์ ๐๙๕-๒๐๔๒๖๑๙ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๑๘๐ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : การถนอมอาหาร ๖. ผู้มีความรู้ด้านความเชื่อ โหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ ได้แก่ ชื่อ : นายเจียร ฐานะจิตร ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๑๔๕ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : โหราศาสตร์ ชื่อ : นายสมพงศ์ กล้าศึก ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๔๔ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : ไสยศาสตร์ ๗. ผู้มีความสามารถด้านการบริหารจัดการกลุ่ม ได้แก่ ชื่อ : นางนัยนา สาลี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๒-๘๐๐๗๒๐๙ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๙๒/๑ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : การบริหารจัดการกลุ่ม ชื่อ : นายแสวง ทองรักษ์ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๙๓-๙๑๔๐๓๔๖ ที่อยู่ : บ้านเลขที่ ๑๙๔ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง มีความสามารถด้าน : การบริหารจัดการกลุ่ม

11 ๓. ด้านการศึกษา มีสถานศึกษาอยู่ ๒ แห่ง คือ โรงเรียนประถมศึกษา ๑ แห่ง (โรงเรียนบ้านชาคลี) โรงเรียนประถมและมัธยมศึกษา ๑ แห่ง (โรงเรียนบ้านบางหิน) ๔. ด้านศาสนา โดยประชากรที่นับถือศาสนาพุทธมีร้อยละ ๗๐ จากประชากรทั้งหมด และนับถือศาสนาอิสลามเป็นร้อยละ ๓๐ จาก ประชากรทั้งหมด ตำบลบางหินมีสถาบันและองค์กรทางศาสนาของทั้งสองศาสนา ทางศาสนาพุทธมีทั้งหมด ๔ แห่ง และ ศาสนาอิสลามมีทั้งหมด ๒ แห่ง นอกจากนั้นยังมีศาลเจ้าอีก ๑ แห่ง คือ ศาลพ่อตาเขาชาคลี จำนวนประชากรและครัวเรือนทั้ง ๕ หมู่บ้านของตำบลบางหิน ที่ หมู่บ้าน ครัวเรือนเกษตรกร ประชากร / ชาย ประชากร / หญิง ประชากรทั้งหมด ๑ บ้านชาคลี ๓๓๑ ๕๗๙ ๕๑๓ ๑,๐๙๒ ๒ บ้านบางหิน ๓๔๐ ๕๔๖ ๕๔๖ ๑,๐๙๒ ๓ บ้านตะเคียนงาม ๒๕๗ ๔๓๘ ๔๐๐ ๘๓๘ ๔ บ้านวังกุ่ม ๑๔๘ ๒๖๙ ๒๖๕ ๕๓๔ ๕ บ้านคลองทราย ๑๗๘ ๓๐๓ ๒๘๘ ๕๙๑ รวม ๑,๒๕๘ ๒,๑๓๕ ๒,๐๑๒ ๔,๑๕๖

12 โครงสร้างด้านเศรษฐกิจและอาชีพ ของชุมชนตำบลบางหิน ๑. ด้านเศรษฐกิจ ประมง หน่วยธุรกิจในเขต อบต. เกษตรกรรม - ปั๊ มน้ำมัน (หลอดแก้ว) จำนวน ๖ แห่ง - โรงสี (ขนาดเล็ก) จำนวน ๑ แห่ง รับจ้าง ค้าขาย และอื่นๆ - ร้านอาหารแบบร้านขายข้าวแกง จำนวน ๑๐ แห่ง - ร้านขายของชำ/อุปกรณ์การเกษตร จำนวน ๒๖ แห่ง ๒. ด้านอาชีพ - มินิมาร์ท จำนวน ๑ แห่ง ส่วนใหญ่ประชากรประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก - ร้านซ่อมรถ จำนวน ๕ แห่ง - ร้านตัดผม/เสริมสวย จำนวน ๔ แห่ง ประมาณร้อยละ ๗๐ ทำการประมงเป็นอาชีพเสริมประมาณร้อยละ - หน่วยบริการประชาชนตำบลบางหิน ๑ แห่ง ๒๐ และอาชีพรับจ้าง รับราชการ ค้าขาย และอื่นๆ อีกประมาณ (ป้อมตำรวจ หมู่ที่ ๒) ร้อยละ ๑๐ ๓. ข้อมูลชีวภาพ พันธุ์พืชที่ปลูกและพันธุ์สัตว์เศรษฐกิจ พื้นที่ทำการเกษตรของตำบลบางหิน ปาล์มน้ำมัน ตำบลบางหิน มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน จำนวน ๒,๑๓๑ ไร่ ตารางแสดงพื้นที่ปลูกและผลผลิตของปาล์มน้ำมัน ปาล์มน้ำมัน เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอันดับหนึ่งของตำบลบางหิน มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด จำนวน ๒,๑๓๑ ไร่ มีผลผลิตรวมประมาณ ๕,๒๕๖ ตันเกษตรกรส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวผลผลิต๒ ครั้งต่อเดือน

13 ยางพารา ตำบลบางหิน มีพื้นที่ปลูกยางพารา จำนวน ๑,๗๙๔ ไร่ ตารางแสดงพื้นที่ปลูกและผลผลิตของยางพารา ยางพารา เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอันดับสองของตำบลบางหิน มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด ๑,๗๙๔ ไร่ผลผลิตรวมประมาณ ๒๖๓ ตันเกษตรกร ชาวสวนยางพารามีข้อจำกัดเรื่อง มีจำนวนวันกรีดน้อย เนื่องจากฝนตกชุกต่อเนื่องประมาณ ๖ เดือน กาแฟ ตำบลบางหิน มีพื้นที่ปลูกกาแฟ จำนวน ๖๗๙ ไร่ ตารางแสดงพื้นที่ปลูกและผลผลิตของกาแฟ กาแฟมีพื้นที่ปลูกทั้งหมด ๖๗๙ ไร่ ผลผลิตรวมประมาณ ๑๑๒.๒๖ ตันเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกุมภาพันธ์ ของทุกปี ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์พันธุ์ที่ใช้ปลูกเป็นกาแฟพันธุ์โรบัสต้าทั้งหมด สภาพพื้นที่ ปลูกเป็นที่ราบและที่ลาดชัน มักขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง

14 ไม้ผล ตำบลบางหิน มีพื้นที่ปลูกไม้ผล จำนวน ๕๐๒ ไร่ โดยแยกเป็นพื้นที่ปลูกไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญ ดังนี้ ตารางแสดงพื้นที่ปลูกและผลผลิตของ พันธุ์สัตว์เศรษฐกิจ ข้อมูลการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของตำบลบางหิน

15 อาชีพที่สำคัญในตำบลบางหิน ที่ควรรู้ ๑. รองเท้าเชือกถัก ขั้นตอนการทำ ผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านในชุมชนและสินค้า OTOP หมู่ที่ ๑ ๑. ตัดพื้นโฟมตามไซส์ นำพื้นโฟมมาตัดเป็นพื้นรองเท้าตัว F พื้นสโลป และพื้น บ้านชาคลี เอสเต้ ตามไซส์ที่ต้องการ ๒. ถักเชือกร่ม นำเชือกร่มที่จัดเตรียมไว้มาถักตามแบบตามลายที่ต้องการ จัดเตรียมอุปกรณ์ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ได้แก่ ๓. เจาะพื้นรองเท้า นำพื้นรองเท้าเอสเต้มาเจาะรู ๔. นำเชือกที่ถักมาใส่พื้นเอสเต้ที่เจาะไว้ นำเชือกร่มที่ถักตามลายที่ต้องการมาใส่ ๑. เชือกร่ม ๒. พื้นโฟม ในรูพื้นเอสเต้ที่เจาะไว้ตามแบบ นำเข้าหุ่น และนำพื้นรองเท้าเอสเต้ที่ใส่เชือกแล้ว เอาเข้าหุ่นตามไซส์ที่ต้องการ ๓. พื้นโฟมรองเท้าตัว F ๔. พื้นสโลปส้นรองเท้า ๕. ทากาวและตัดเชือก นำพื้นเอสเต้ที่เข้าหุ่นแล้วมาทากาวและตัดเชือกที่เหลือทิ้ง ๖. ประกอบพื้นรองเท้า ๑๕ นาที นำพื้นรองเท้าตัว F และพื้นรองเท้าสโลปทากาว ๕. พื้นเอสเต้ ๖. กาว ให้แห้งหมาดๆ ประกบให้ติดกัน จากนั้นนำพื้นรองเท้าเอสเต้ที่ทากาวแล้วมา ประกบติดด้านบน ๗. นำเข้าเครื่องอัดแน่นนำรองเท้าที่ประกอบเสร็จแล้วเข้าเครื่องอัดแน่น เพื่อให้ พื้นรองเท้าที่ทากาวติดแน่นขึ้น ๘. แต่งข้างรองเท้า นำรองเท้าที่เข้าเครื่องอัดแน่นเสร็จแล้วมาเจียตกแต่ง กับ เครื่องมอเตอร์ เพื่อเก็บรายละเอียดให้สวยงาม ๙. แพ็ครองเท้า นำรองเท้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้วมาแพ็คใส่ถุงผ้า พร้อมใส่กล่อง รองเท้าเพื่อจำหน่าย ช่องทางการติดต่อ สนใจติดต่อได้ที่ คุณธวัช หนูดำ เจ้าของธุรกิจ ๐๘๑ ๒๗๑ ๔๘๑๗ ๖๙ ม.๑ ต.บางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ๘๕๑๒๐ [email protected] , WWW.CHAKESHOE.RANONG ๒. กะปิกุ้งเคย ผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านในชุมชนและสินค้า OTOP หมู่ที่ ๒ บ้านบางหิน กะปิดี ต้องกะปิบ้านบางหิน ทำมาจากกุ้งเคย เป็นสัตว์ทะเล ชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายกุ้งแต่ตัวเล็กกว่าและไม่มีกรีแหลมๆ ที่บริเวณหัว เหมือนกุ้ง ตัวสีขาวใส มีตาสีดำ อาศัยอยู่ตามบริเวณผิวทะเล หลักสำคัญในการผลิตกะปิ ๑. กุ้งเคยจะต้องใช้กุ้งเคยชนิดเดียวกัน เพราะถ้าใช้หลายชนิดรวมกันแล้วจะทำให้กะปิมีคุณภาพต่ำลง ๒. อัตราส่วนของกุ้งเคยและเกลือต้องพอดีไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป ๓. การระมัดระวังความสะอาดในระหว่างขั้นตอนการผลิต ๔. ต้องไม่มีสิ่งแปลกปลอม

16 อาชีพที่สำคัญในตำบลบางหิน ที่ควรรู้ ๓. หลังคาจากหญ้าคา ผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านในชุมชนและสินค้า OTOP หมู่ที่ ๓ บ้านตะเคียนงาม ประชาชนส่วนหนึ่งของหมู่บ้านหลังฤดูเก็บเกี่ยวจะสานไพหญ้า อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม เป็นอาชีพเสริม ถึงแม้ในปัจจุบันบ้านเรือนไม่ได้มุงหลังคาด้วยหญ้า ๑. เคียวเกี่ยวหญ้า คาแล้วแต่ผู้คนก็ยังนิยมนำไพหญ้าคาไปมุงหลังคากระท่อม ทำร้าน ๒. เชือกปอหรือเถาวัลย์ อาหารแพปลา และทำโรงเรือนต่างๆ เนื่องจากหลังคาที่มุงด้วย ๓. ไม้ไผ่ หญ้าคานั้นจะเย็นสบายประหยัดกว่ากระเบื้องและสังกะสีนี่จึงเป็น ส่วนสำคัญที่ทำให้ไพหญ้าคายังคงอยู่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ขั้นตอนการทำ ๑. นำหญ้าคาที่สางเอาไว้ มาจัดให้มีความยาวสม่ำเสมอกัน พรมน้ำ ให้อ่อนเล็กน้อย ๒. จัดหญ้าให้มีจำนวนละกำละ ๑๐ – ๑๕ เส้น เพราะจะได้ไพหญ้าที่ หนาแน่น ๓. สอดจับหญ้าใต้ไม้ก้านหญ้า แบ่งครึ่งใบ ส่วนที่แข็งและหนา โดย ให้ปลายใบอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนก้านใบอยู่ ทางขวามือ ให้ส่วนโคนชนกับ ไม้รองหัว หรือผนัง ๔. ใช้เชือกผูก (ใบลาน) จับหญ้าตรงกลางติดกับไม้ก้านหญ้าดึงให้ แน่นแล้วพับก้านใบทับไม้ก้านหญ้าไปทางด้านปลายใบใช้เชือกผูกพันไว้ ๕. ผูกจับหญ้า ต่อไปจนสุดก้านไม้หญ้า ผูกเชือกให้แน่น ๖. นำตับหญ้าที่ไพเสร็จแล้วไปผึ่งแดดให้แห้ง แล้วนำไปเก็บไว้โดย มัดตับละ ๕ ไพ *** ข้อควรระวัง เวลาสานไพหญ้าควรสวมถุงมือทุกครั้งเพื่อป้องกัน หญ้าคาบาดมือได้*** ๔. ไม้กวาดดอกอ้อ ผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านในชุมชนและสินค้า OTOP หมู่ที่ ๔ บ้านวังกุ่ม อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ๖.สว่านสำหรับเจาะ ๑.กรรไกรตัดเหล็ก ๗.ค้อน ๒.เชือก ๘.หวายสำหรับทำด้าม ๓.ริบบิ้นพันด้าม ๙.ลวดกระดาษทราย ๔.กรรไกร ๑๐.แลคเกอร์ ๕.มีด ขั้นตอน ๑. จัดเตรียมดอกอ้อเพื่อตัด และนำมาตากให้แห้ง นำดอกที่ติดกับ ก้านออกให้หมดแยกตามขนาด เพื่อให้ได้ขนาดที่เท่าๆ กัน ๒. นำดอกอ้อที่ตากแห้งเสร็จแล้วมาพรมน้ำเล็กน้อย ๓.นำดอกอ้อที่มีขนาดเท่ากันมามัดเป็นมัด โดยใช้ลวดมัดเพื่อความ คงทนของไม้กวาด ๔. นำหวายที่เกลาด้วยกระดาษทรายเรียบร้อยแล้ว พร้อมเอาดอกอ้อ ที่มัดเป็นกองๆ มามัดกับไม้หวายโดยใช้ลวดมัดให้แน่นมัดจนรอบ ตัดลวดส่วนที่เหลือออก และทุบด้วยก้อนหินให้แน่นอีกครั้ง ๕. นำด้ามที่สำเร็จแล้วมาเจาะรู มัดด้วยเชือก และนำมาทาด้วย แลคเกอร์เพื่อกันเชื้อรา พร้อมจำหน่าย

17 อาชีพที่สำคัญในตำบลบางหิน ที่ควรรู้ ๕. จักสานจากเส้นพลาสติก ผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านในชุมชนและสินค้า OTOP หมู่ที่ ๕ บ้านคลองทราย อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม ๑. เส้นพลาสติกขนาด ๘ มิลลิเมตร จำนวน ๒๕ เส้น ความยาว ๖๐ เซนติเมตร ๒. เส้นพลาสติกขนาด ๘ มิลลิเมตร จำนวน ๙ เส้น ความยาว ๖๕ เซนติเมตร ๓. เส้นพลาสติกขนาด ๑๐ มิลลิเมตร แบบมีลาย จำนวน ๒๓ เส้น ความยาว ๖๕ เซนติเมตร ๔. กรรไกร ๕. ลวดเส้นเล็ก และ คีมตัดลวด กรณี ต้องการความแข็งแรงของขอบตะกร้า หรือขอบแก้ว ขั้นตอนการทำ ๑. นำเส้นพลาสติกขนาด ๘ มิลลิเมตร จำนวน ๙ เส้น วางเรียงกันและนำ เส้น พลาสติกจำนวน ๒๕ เส้น มาสานขัดแบบยก ๑ ข่ม ๑ หรือลายขัด ๑ ๒. นำเส้นพลาสติกขนาด ๑๐ มิลลิเมตร แบบมีลายมาสานขัดขึ้นไปทีละ ชั้น จนสาน รอบขึ้นไป ๒๑ ขั้น และดึงให้เส้นพลาสติกชิดติดกัน ๓. นำเส้นพลาสติกขนาด ๑๐ มิลลิเมตร อีก ๒ เส้นมาสานทำเป็นขอบ (กรณี ต้องการความแข็งแรงของขอบให้นำลวดมาไว้ตรงกลางของเส้นพลาสติกที่สาน) ๔. เมื่อได้ตามทรงที่ต้องการแล้ว นำมาตกแต่งให้สวยงาม สนใจติดต่อ นางสุมาลี จันทร์มาศ ที่อยู่ ๘๘ หมู่ที่ ๕ ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง เบอร์โทร ๐๘๒-๙๑๐๒๘๑ ความเชื่อ ประเพณี และพิธีกรรม ๑. ศาสนาอิสลาม ถือศีลอด หมายถึง การงดอาหารเครื่องดื่ม ละการทำความชั่วทุกชนิด ตั้งแต่รุ่งสางจนตะวันลับขอบฟ้าในเดือนรอมฎอน (เดือนที่ ๙ ตามปฏิทินทางจันทรคติของอิสลาม) ของทุกปี เป็นเวลาประมาณ ๒๙ ถึง ๓๐ วัน บทบัญญัตินี้ ถูกกำหนดบังคับ ใช้สำหรับมุสลิมทุกคน ซึ่งถูกบัญญัติ ใน เดือน ซะอบาน (เดือนที่ ๘) อาหารสำหรับการละศีลอดร่วมกัน โดยมีขนมหวาน (ภาพทางซ้าย) ละศีลอดด้วยอินทผลัม

18 การฟังบรรยายธรรมก่อนกิจกรรมการละศีลอดร่วมกัน การละศีลอดร่วมกันของชาวมุสลิม วันอีด วันตรุษ ในอิสลามมี ๒ วันคือ วันอีด-ฟิตรี และวันอีด-อัฎฮา จะตรงกับวันที่ ๑ เดือนเชาวาล และวันอีดอัฎ-ฮาจะตรงกับวันที่ ๑๐ ของเดือนซุลฮิจญะฮ วันตรุษทั้ง ๒ นี้ อัลลอฮได้ทรงกำหนดให้เป็นวันรื่นเริงของมุสลิม แม้ว่าวันอีดทั้ง ๒ จะเป็นวันรื่นเริงก็ตาม แต่ท่าน นบีก็ได้กำหนดแบบอย่างในการปฏิบัติอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺไว้ด้วย คือ การกล่าวตักบีร การละหมาดอีด และการรื่นเริงนั้น จะต้องอยู่ในขอบข่าย ของศาสนาบัญญัติ การประกอบพิธีฮัจญ์ที่มักกะห์ อัลลอฮ์ทรงเลือกให้มักกะห์และบริเวณรอบมักกะห์เป็นสถานที่ประกอบพิธีฮัจญ์ เนื่องด้วยกะบะห์ซึ่งตั้ง อยู่ใจกลางมักกะห์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของพื้นโลกเป็นใจกลางของทุกทวีป ซึ่งสะดวกแก่มนุษยชาติ ที่จะเดินทางมา และแน่นอนกะบะห์เป็น มัสยิดแห่งแรกของโลกที่ถูกสร้างขึ้น อีกทั้งยังเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของบรรดาศาสดารุ่นก่อนๆ บรรดาผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ในมินา การแต่งงานนิกะฮ์ เป็นพิธีแต่งงานของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม เริ่มต้นเมื่อชายหญิงตกลงใจกันและฝ่ายชายจะส่งผู้ใหญ่ไป สู่ขอเรียกว่า มาโซะมินตะ หรือ มนีแน การสู่ขอนี้จะตกลงกันระหว่างผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย เกี่ยวกับเรื่องมะฮัร สินสอดทองหมั้น และตกลงเรื่องกำหนดวันแต่งงาน (นิกะฮ์) พิธีการนิกะฮ์

19 วาลีมะห์ หลังแต่งงานสามารถจัดงานเลี้ยงฉลองได้ เรียกว่า \"วะลีมะห์\" ซึ่งจัดเลี้ยงที่บ้าน สโมสร หรือโรงแรมก็ได้ตามสะดวก การเลี้ยง ฉลองอาจไม่ต้องทำในวันเดียวกับวันนิกะฮ์ก็ได้ แต่การเลี้ยงฉลองนั้นต้องไม่เกิน ๒ วัน เพราะอิสลามเคร่งครัดในเรื่องของงานเลี้ยงที่ฟุ่มเฟือย การแต่งกายของสตรีมุสลิม การแต่งกายของบุรุษ ๑. ปกปิดส่วนที่พึงสงวน ๑. ห้ามไม่ให้บุรุษเปลือยกาย ส่งเสริมให้สวมผ้าอาภรณ์ที่ปกปิด ๒. เสื้อผ้าต้องไม่บาง ร่างกายให้เรียบร้อย ๓. ไม่รัดรูป ๒. ห้ามไม่ให้บุรุษสวมใส่อาภรณ์และเครื่องประดับของสตรี ๔. ไม่แต่งกายเลียนแบบกาฟิรฺ มุชริกีน ๕. ไม่ใช้เครื่องหอมยกเว้นเพื่อสามีเท่านั้น ๖. ไม่เป็นการแต่งกายเพื่อโอ้อวดหรือลำพองตน ๗. สีของเสื้อผ้าควรเป็นสีทึบ การละหมาด เป็นการปฏิบัติศาสนกิจอย่างหนึ่งในศาสนาอิสลาม เพื่อเป็นการภักดีต่ออัลลอฮฺ มุสลิมทุกคนจะต้องละหมาด วันละ ๕ เวลา เรียกว่า ละหมาดฟัรดูการละหมาดเป็นการสร้างเอกภาพอย่างหนึ่งของมุสลิม เมื่อละหมาดมุสลิมทั่วโลก หันหน้าไปทางกิบละฮฺ เพื่อ เคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ การละหมาด ฝึกฝนให้เป็นคนตรงต่อเวลา มีความอดทน และขัดเกลาจิตใจ ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ไม่ประพฤติสิ่งหนึ่งสิ่ง ใดในทางชั่วร้าย การขลิบหรือสุนัต ภาษาอาหรับ เรียกว่า ทำ(คีตาน) หมายถึง การขลิบปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศชาย เป็นหลักการของศาสนา อิสลาม อันเกี่ยวเนื่องกับเรื่องความสะอาด คือการขลิบผิวหนังหุ้มส่วนปลายอวัยวะเพศชาย หรือเรียกตามภาษาท้องถิ่นว่า “มาโซะยา วี” ซึ่งจะต้องเป็นเด็กชายที่มีอายุระหว่าง ๒-๑๐ ปี ส่วนการจัดเลี้ยงอาหารในวันเข้าสุนัตถือว่าเป็นประเพณีอย่างหนึ่ง

20 วันฮารีรายอ มีอยู่ ๒ วันคือ วันอาซูรอ ๑. วันอิฏิลฟิตรี หรือที่เรียกว่า วันฮารีรายอปอซอ เป็นวัน วันอาชูรออ์นั้นมีความประเสริฐยิ่ง และมีเกียรติยิ่ง อาชู เฉลิมฉลองเนื่องจากการสิ้นสุดการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ซึ่ง รออ์ แปลว่า วันที่ ๑๐ เป็นวันที่มุสลิมในประเทศไทย มีการทำ ตรงกับวันที่หนึ่งของเดือนเชาวาล และทางราชการกำหนดให้เป็นวัน อาหารชนิดหนึ่งเรียกว่า บูโบร์อาชูรอ แปลว่า ขนมกวนวันที่สิบ หยุดราชการใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยกเว้นสงขลา) ๑ วัน นั่นเอง อาชูรออ์ ซึ่งในอิสลามหมายถึงวันที่ ๑๐ แห่งเดือน มุฮัร รอม แห่งปฏิทินอิสลาม ๒. วันอิฎิลอัตฮา หรือที่เรียกว่า วันฮารีรายอหัจญี หมายถึงวันเฉลิมฉลองเนื่องในวันเชือดสัตว์พลีเป็นทานบริจาค อาหารแก่คนยากจนและประชาชนทั่วไป เป็นเวลาเดียวกับการ ประกอบพิธีหัจญ์ ณ นครมักกะห์ของมุสลิมทั่วโลก ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องของตำบลบางหินทางด้านศาสนาอิสลาม ดังนี้ ที่ ประเพณี ช่วงเดือนที่มีกิจกรรม ลักษณะ ๑ การถือศีลอด เดือนรอมฎอน/ปี การอดอาหารตั้งแต่ดวงตะวันขึ้นจนถึงดวงตะวันตกดิน ๒ การละหมาด ๕ เวลา / วัน การละหมาดคือการขอพร ส่วนทางศาสนาหมายถึงการกล่าวและการกระทำการละหมาด จกระทำ ๕ เวลา ได้แก่ ยามรุ่งอรุณ (ซุบฮี), ยามบ่ายช่วงตะวันคล้อย (ดุฮรี), ยามเย็น (อัศรี), ยามอาทิตย์ตกดิน (มัฆริบ) และยามค่ำคืน (อิชาอ์) ซึ่งการละหมาดทุกครั้งจะ ต้องหันหน้าไปทางทิศกิบลัต ในเมืองมักกะห์ ๓ การทำพิธีฮัจญ์ ๑ ปี/ ครั้ง การเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่นครมักกะฮ.ในเดือนซุลฮิจญะฮ.ตามวันเวลาและสถานที่ ที่ถูกกำหนดไว้ หลักการข้อนี้ถือเป็นหน้าที่สำหรับมุสลิมทั้งชายหญิงทุกคนที่มีความ สามารถในด้านร่างกายและทรัพย์สิน

21 ๒. ศาสนาพุทธ ๑. ประเพณีชิงเปรต ๒. ประเพณีบังสกุลบัว การชิงเปรตเป็นประเพณีในเดือนสิบของชาวไทย จัดในวัดช่วง การบังสุกุลบัว คือ การทำบุญระลึกถึงญาติที่ล่วงลับไป วันแรม ๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ โดยทำร้านจัดสำรับอาหาร แล้ว และนำกระดูกมาบรรจุไว้ใน (ที่บรรจุอัฐิ) ประจำหมู่บ้าน ใน คาวหวาน ไปวางเพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้เปรตชน (ปู่ ย่า ตา ยาย และ แต่ละวัดหรือบัวประจำตระกูล มีขึ้นระหว่างเดือน ๕ แรม ๑ ค่ำ ของ บรรพบุรุษ ที่ล่วงลับไปแล้ว) ร้านที่วางอาหารเรียกว่า ร้านเปรต สร้าง ทุกปีเป็นต้นไป ถือเป็นการชุมนุมญาติของแต่ละหมู่บ้าน ตำบล โดย ไว้กลางวัด ยกเสาสูง ๔ เสาบ้าง เสาเดียวบ้าง และนิยมจัดทำร้าน เมื่อถึงวันบังกุลบัว ญาติพี่น้องลูกหลาน ที่ไปประกอบอาชีพหรือไป เปรต ๒ ร้าน โดยแบ่งออกเป็นร้านเสาสูง สำหรับคนหนุ่มที่มี อยู่ต่างถิ่น จะพร้อมใจกันกลับบ้าน เพื่อทำบุญในวันนี้ และจะมีการ กำลังวังชาในการปีนป่าย ส่วนอีกร้านเป็นเสาเตี้ยสูงประมาณสะเอว ทำความสะอาดตกแต่งบัว บางที่เรียกประเพณีนี้ว่า ทำบุญรดน้ำบัว สำหรับให้เด็กและผู้หญิง ได้แย่งชิงเพื่อความสนุกสนาน บนร้านเปรต จะมีสายสิญจน์วงล้อมไว้รอบ และต่อยาวไปจนถึงที่พระสงฆ์นั่ง ประกอบพิธีกรรม เมื่อทำพิธีเสร็จแล้ว จะมีผู้ตีระฆังให้สัญญาณ บรรดาผู้มาร่วมทำบุญก็จะเข้าไปรุมแย่งสิ่งของอาหารคาวหวานที่อยู่ บนร้านเปรตอย่างสนุกสนาน ซึ่งเรียกกันว่า ชิงเปรต ๓. เข้าพรรษา ความสำคัญของวันเข้าพรรษา ๑. ช่วงวันเข้าพรรษาเป็นช่วงฤดูฝน ชาวบ้านทำการเกษตร วันเข้าพรรษา ตรงกับ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ถึง วัน ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ระยะเวลาที่เข้าพรรษาเป็นช่วงเวลา ๓ ปลูกพืชผัก หากพระภิกษุสงฆ์ออกเดินธุดงค์ไปในที่ต่าง ๆ ก็จะเหยียบ เดือนตลอดฤดูฝน พุทธศาสนิกชนชาวไทยถือเป็นโอกาสอันดีที่จะ ย่ำทำให้พืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านเสียหาย ได้ทำบุญตักบาตร ถวายเทียนหรือหลอดไฟ และผ้าอาบน้ำฝน สำหรับใช้ในตลอดเวลาที่จำพรรษา ประเพณีไทยเรา เมื่อชายที่ ๒. พระภิกษุสงฆ์มีหน้าที่ธุดงค์ไปในที่ต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่คำ อายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุเพื่อทดแทน สอนของพระพุ ทธเจ้าไม่ได้พักอาศัยอยู่กับที่ในช่วงเข้าพรรษานี้จะเป็น พระคุณของพ่อแม่ โดยจะนิยมอุปสมบทในช่วงเข้าพรรษาหรือ ช่วงที่พระภิกษุได้หยุดพักผ่อนเพื่อศึกษาพระธรรมวินัยและหลักคำสอน เรียกว่า“บวชเอาพรรษา” นั่นเอง ของพระพุ ทธเจ้า ๓. เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้บำเพ็ญกุศลเป็นพิเศษ ด้วยการ ทำบุญตักบาตร ถวายเทียน ถวายผ้าอาบน้ำฝนตลอดจนถือศีลฟัง เทศน์ ฟังธรรมในช่วงเข้าพรรษา ๔. เป็นช่วงที่ได้เผยแพร่พระพุทธศาสนาให้กับบุคคลทั่วไป

22 ๔. ออกพรรษา “ วันออกพรรษา” จะตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ (ประมาณ เดือนตุลาคม) หลังวันเข้าพรรษา ๓ เดือน ตามปฏิทินจันทรคติไทย เมื่อถึงวันออกพรรษา พุทธศาสนิกชนถือเป็นโอกาสอันดีที่จะเข้าวัด เพื่อบำเพ็ญกุศลแก่ตนเองที่ตั้งใจปฏิบัติตนเป็นอุบาสก-อุบาสิกา ส่วนพระสงฆ์จำพรรษาและตั้งใจปฏิบัติธรรมมาตลอดจนครบ ไตรมาส (๓ เดือน) หรือในวันถัดไปคือ วันออกพรรษา (จริง) (คือ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑) พุทธศาสนิกชนในประเทศไทยนิยมไป ทำบุญตักบาตร เรียกว่า บุญเทศกาลบาตรเทโว หรือ บาตรเทโว โรหณะ กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันออกพรรษา ๑. ทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ ๒. ไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา ๓. ร่วมกิจกรรม \"ตักบาตรเทโว\" ๔. ปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ประดับธงชาติตามอาคารบ้าน เรือนและสถานที่ราชการและประดับธงชาติ และธงธรรมจักร ตามวัด และสถานที่สำคัญทางพระพุ ทธศาสนา ๕. ตามสถานที่ราชการ สถานที่ศึกษาและที่วัด ควรจัดให้มี นิทรรศการ การบรรยาย หรือ บรรยายธรรม เกี่ยวกับวันออก พรรษา เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้สนใจทั่วไป ๕. มาฆบูชา วันมาฆบูชาได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางศาสนา พุทธ ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๓ โดยพุทธศาสนิกชน พระสงฆ์ และประชาชนประกอบพิธีต่าง ๆ เช่น การตักบาตร การฟัง พระธรรมเทศนา การเวียนเทียน เป็นต้น เพื่อบูชารำลึกถึงพระ รัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญดังกล่าวที่ถือได้ว่า เป็นวันที่ พระพุทธเจ้าประทานโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งกล่าวถึงหลักคำสอน อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ การไม่ทำความชั่วทั้ง ปวง การบำเพ็ญความดีให้ถึงพร้อม และการทำจิตของตนให้ ผ่องใส เพื่อเป็นหลักปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนทั้งมวล ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องของตำบลบางหินทางด้านศาสนาพุทธ มีดังนี้ ที่ ประเพณี ช่วงเดือนที่มีกิจกรรม ลักษณะ หมายเหตุ ๑ ตรุษไทย เดือน ๔ / เดือน ๕ ทำบุญที่วัด - ๒ สาร์ทไทย เดือน ๕ ทำบุญที่วัด - ๓ สงกรานต์ เดือน ๕ ทำบุญที่วัด,สงฆ์น้ำพระ - ๔ ส่งตายาย เดือน ๑๐ ทำบุญที่วัด - ๕ ลงแขกปลูก/เก็บเกี่ยว พ.ค. – ต.ค. ใช้แรงงานร่วมกัน ตามช่วงเวลาปลูก

23 สถานที่สำคัญ ๑. สถานที่ท่องเที่ยว แหลมพ่อตา ตำนานหินสามก้อน แหลมพ่อตา ในสมัยก่อนมีเรื่องเล่าสืบ ต่อกันมา ถึงเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของหิน ๓ ก้อนที่ปากคลองว่า ในอดีต ไม่ว่าน้ำจะทะเลสูงขึ้นเท่าไหร่ น้ำทะเลก็ไม่สามารถท่วมหิน ๓ ก้อนนี้ได้ และยังเคยมีชาวประมงผู้หนึ่ง ได้นำระเบิดไประเบิดหิน ๓ ก้อนนี้ แต่แรง ระเบิดก็ไม่สามารถทำให้หิน ๓ ก้อนนี้แตกสลายได้ แต่กลับทำให้ชาว ประมงผู้นั้นเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย แหลมพ่อตา เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวในตำบลบางหิน ซึ่งมี ลักษณะเป็นท่าเทียบเรือ สามารถมองทัศนียภาพธรรมชาติ และชมความ หลากหลายทางชีวภาพ ณ ที่แห่งนี้ ทั้งจะได้พบกับป่าชายเลนซึ่งเป็นทั้ง แหล่งอาหาร แหล่งอนุบาล และที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ หลายๆชนิด ฤดูกาลที่น่าท่องเที่ยวคือฤดูหนาว (กลางเดือนตุลาคม-กลางเดือน กุมภาพันธ์) และฤดูร้อน (กลางเดือนกุมภาพันธ์-กลางเดือนพฤษภาคม) สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๒ ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง สนใจติดต่อที่พัก ๐๖๕-๖๒๕๑๙๒๔

24 สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ บ้านสวนทองสพรั่ง บ้านเลขที่ ๓๒๔ หมู่ที่ ๒ ตำบลบางหิน ซอยแหลมพ่อตา อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง บ้านสวนทองสพรั่งตั้งอยู่บ้านเลขที่ ๓๒๔ หมู่ที่ ๒ ตำบลบาง หิน ซอยแหลมพ่อตา อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง โดยมีนายมงคล ทองสพรั่ง เป็นเจ้าของ จากเดิมนายมงคลเป็นคนชอบปลูกต้นไม้เป็น ประจำอยู่แล้ว เลยตั้งใจว่าหลังจากลูกเรียนจบจะมาปลูกบ้านใหม่ และ เปิดร้านอาหารเล็ก ๆ ในสวนควบคู่กับทำเศรษฐกิจพอเพียงตามรอย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงนำนามสกุลมาตั้งเป็นชื่อสวน และชื่อร้านให้เป็นชื่อ เดียวกัน ในปัจจุบันริเริ่มจากการจัดวางสัดส่วนของสวน ปลูกผัก ปลูก ผลไม้ ที่คนในครอบครัวชอบทาน ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ไม้ดอก ไม้ ยืนต้น ฯลฯ โดยมีกฎในการปลูก ปลูกวันละ ๑ ต้น คือจะปลูกต้นอะไร ก็ได้อย่างน้อยวันละหนึ่งต้น ปลูกหลายๆ ต้นเผื่อวันถัดไปก็ได้ เพื่อ ตกแต่งสวนไปในตัว และอยากจะใช้พื้นที่สวนตรงนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ แบบผสมผสานรวมกันไว้ในที่เดียวกัน เพื่อสร้างอาชีพให้แก่ชุมชนได้มี รายได้เสริม เปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ มี ส่วนร่วม และสนับสนุนกันได้เต็มที่ จุดเด่นของสถานที่ เป็นธรรมชาติ ร่มรื่น มีบริการห้องพักเป็น โฮมสเตย์ และลานพักเต้นท์ มีอาหารเครื่องดื่มอีกมากมาย เป็นทาง ผ่านไปยังหน้าแหลมพ่อตาสามารถไปชมวิวทะเลและตกปลาได้ สวนลุงวร สวนลุงวร เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคม ในปี๒๕๖๓ โดยใช้ชื่อว่า สวนลุงวร ตาม ชื่อของนายถาวร ขุนทอง ซึ่งตัวสถานที่นี้เป็นลักษณะของคาเฟ่ในป่า ห้องพัก สไตล์มินิมอล มีลานกางเต็นท์ สัมผัสกับสายน้ำและไอหมอก จากขุนเขาได้ที่นี่ มีห้องพัก ๕ หลังหลากหลายสไตล์ ราคาเริ่ม ต้น ๒,๒๐๐ บาท สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๑ ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง

25 ๒. วัด วัดป่าตะเคียนงาม ปี ๒๕๒๘ ได้มีการสร้างกุฏิสำนักสงฆ์หลังแรก ต่อมาในปี ๒๕๓๐ ได้มีการจัดตั้งสำนักสงฆ์ป่าตะเคียนงามโดยมีเจ้าอาวาส ชื่อ “พระอาจารย์คำสร้อย” เป็นผู้จัดตั้ง จากนั้นในปี ๒๕๔๓ เปลี่ยนจากสำนักสงฆ์ป่าตะเคียนงามเป็นวัดป่าตะเคียนงาม เป็น วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๓ ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง - อยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ ๖๓๓ กม.ใช้เวลาเดินทางจาก กรุงเทพประมาณ ๗ ชั่วโมง ๔๙ นาที - อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๖๒.๘ กม. ใช้เวลาเดินทาง จากตัวจังหวัดประมาณ ๑ ชั่วโมง - อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ ๙.๕ กม.ใช้เวลาเดินทางจาก ตัวอำเภอประมาณ ๑๓ นาที วัดวังกุ่มเจริญธรรม ในปี ๒๕๒๕ สร้างสำนักสงฆ์บ้านวังกุ่ม ต่อมาในปี ๒๕๓๖ สำนักสงฆ์ บ้านวังกุ่ม ได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงวัฒนธรรมให้ตั้งเป็นสำนักสงฆ์บ้านวัง กุ่ม จากข้อมูลที่ได้รับเพิ่มเติมจากชาวบ้านบริเวณวัด แต่เดิมเป็น “ที่พักสงฆ์” จากนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนเป็น “สำนักสงฆ์” แล้วหลังจากนั้นไม่นาน ได้มี การบูรณะปรับปรุงมาโดยตลอด จนได้จัดตั้ง “วัดวังกุ่มเจริญธรรม”มา จนถึงปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๔ ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง - อยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ ๖๓๒ กม.ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพ ประมาณ ๗ ชั่วโมง ๔๘ นาที - อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๖๒.๔ กม.ใช้เวลาเดินทางจากตัวจังหวัด ประมาณ ๕๙ นาที - อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ ๙.๑ กม.ใช้เวลาเดินทางจากตัวอำเภอ ประมาณ ๑๑ นาที สำนักสงฆ์บ้านชาคลี ในปี ๒๕๑๙ ก่อตั้งที่พักสงฆ์บ้านชาคลี ในปี ๒๕๓๔ ได้จัดตั้ง เป็น “สำนักสงฆ์บ้านชาคลี” สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๑ ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง - อยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ ๖๓๕ กม.ใช้เวลาเดินทางจาก กรุงเทพประมาณ ๗ ชั่วโมง ๔๘ นาที - อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๖๕.๐ กม.ใช้เวลาเดินทางจาก ตัวจังหวัดประมาณ ๕๙ นาที - อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ ๑๑.๗ กม.ใช้เวลาเดินทางจาก ตัวอำเภอประมาณ ๑๑ นาที

1 26 ๓. มัสยิด มัสยิดนูรุดดีน มัสยิดนูรุดดีน เป็นมัสยิดที่ตั้งขึ้นเพื่อใช้ในการประกอบ ศาสนกิจของศาสนาอิสลาม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดศาสนสถาน (มัสยิด) ประจำปี ๒๕๕๐ และภายในมัสยิดนูรุดดีนยังมีโรงเรียน สำหรับสอนหลักศาสนาอิสลามภายใต้ชื่อ “นูรุดดีนบ้านบางหิน” สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ ที่ตั้งเลขที่ ๓๑๓ หมู่ที่ ๒ ถนนเพชรเกษม ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง รหัสไปรษณีย์ ๘๕๑๒๐ เบอร์ โทรศัพท์ ๐๘๑-๐๘๘๕๕๗๒ ประวัติความเป็นมา ปีพุทธศักราช ๒๕๒๐ นายเสะ ทรงเลิศ (อับดุลรอเชด) ได้ลาออก ในช่วงประมาณปี พุทธศักราช ๒๔๘๖ มีครอบครัวของนาย จากตำแหน่งโต๊ะอิหม่าม และได้แต่งตั้ง นายปิอี โต๊ะพ่อ เป็นอิหม่ามแทน เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๒๐ โดยมีนายเล่ง การะ เป็นฆอเตบ นายหลี เหร็ด เล่สำ เป็นชาวมุสลิมได้เดินทางมาจากตำบลนาคา (อำเภอสุข ทรงเลิศ เป็นบิหลั่น อย่างเป็นทางการ พร้อมกับจดทะเบียนแบบ ม.อ ๒ สำราญปัจจุบัน) อพยพเข้ามาอยู่อาศัย บริเวณหาดทนายความฝั่ ง ตามพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. ๒๔๙๐ (มาตรา ๓) เป็นชื่อ ตะวันตกของหมู่บ้าน โดยอาศัยมาทางเรือแจวเป็นครอบครัวแรก “ซีลาฮุดดีน” (แปลว่า ดำรงไว้ซึ่งศาสนาและสถานที่เรียนรู้) ต่อมาได้มี หลังจากนั้นมาได้มีครอบครัวอื่นเข้ามาอาศัยตามลำดับ เช่น ตระกูล การยกเลิกพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ.๒๔๙๐ (มาตรา ๓) และ โต๊ะพ่อและตระกูลทรงเลิศ ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๔๘๘ ได้มีการจัด ได้ใช้พระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ ตั้งหมู่บ้านขึ้นมาเป็นหมู่บ้าน “ชาคลี” เป็นชื่อหมู่บ้านตามตำนานเล่า (มาตรา ๑๒) แทน แต่ขณะเดียวกันนั้น ได้มีไฟฟ้าแรงสูงหรือลิกไนท์ ขานกันมา และมีผู้ใหญ่ บ้านคนแรกคือ นายไข่ โต๊ะพ่อ ต่อมาในปี พาดผ่านมาทางมัสยิดพอดี จึงจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายมัสยิดเดิมออก พุทธศักราช ๒๕๒๕ นายสมาน ดีเอง ซึ่งเป็นบุตรของนายไข่ โต๊ะพ่อ จากพื้นที่โดยปริยาย ซึ่งสร้างความลำบากกายและใจให้กับผู้นำศาสนา ก็ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านแทนจนถึงปัจจุบัน และผู้นำท้องที่เป็นอย่างมาก แต่ได้มีแนวคิดว่าการอยู่รวมกันนั้นถ้ามี ความสามัคคีอะไรก็ย่อมทำได้ จึงได้เกณฑ์คนจากหลายๆ ฝ่าย ทั้งที่เป็น ในปีพุทธศักราช ๒๕๐๗ ได้มีชุมชนมุสลิมประมาณ ๑๔-๑๕ พี่น้องศาสนาพุทธ และเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกันเคลื่อนย้ายมัสยิดโดยการ ครัวเรือน ได้รวมตัวกันสร้างสุเหร่า หลังแรกขึ้นมาเพื่อดำรงไว้ซึ่ง แบกหามไปไว้ที่ริมคลองชาคลีหรือข้างสะพานชาคลี และได้ต่อเติมบูรณะ ศาสนา โดยใช้ไม้ทั้งหลังมุงด้วยจาก (วัตถุดิบจากทะเล) หลังคา ๕ ใหม่จนเสร็จ ขณะนั้นโต๊ะอิหม่ามได้ลาออกจากตำแหน่ง จึงได้แต่งตั้ง เสา ไม้แสม ไม้ตะแบก พื้นปูด้วยไม้ไผ่ ฝากั้นด้วยไม้ไผ่ บันได ๓ ขั้น นาย ดำริห์ ภักดี เป็นโต๊ะอิหม่าม คนต่อมา ขณะเดียวกันนั้นก็ได้สร้าง กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๒ เมตร เสาไม้แสมและไม้ตะแบก ต้องใช้ช้าง มัสยิดหลังใหม่ขึ้นมาอีกหลังโดยใช้ปูน คอนกรีต (หลังปัจจุบัน) ซึ่งใน ลากมาทำเป็นเสาสุเหร่า ใช้น้ำอุปโภคบริโภคข้างริมนาซึ่งปัจจุบันไม่มี ส่วนของมัสยิดก็ได้มีงบประมาณจากส่วนต่างๆ เข้ามา อีกทั้งได้รับการ แล้ว เมื่อสุเหร่าสร้างเสร็จสมบูรณ์ได้แต่งตั้ง นายเสะ ทรงเลิศ บริจาคจากพี่น้องในท้องถิ่น ต่างท้องถิ่น และส่วนราชการ ร่วมสมทบ (อับดุลรอเชด) เป็นอิหม่ามคนแรกหรือผู้นำศาสนาประจำหมู่บ้านหรือ เข้ามาเป็นจำนวนหนึ่ง จึงได้เริ่มก่อสร้างมัสยิดหลังใหม่ ในปีพุทธศักราช ชุมชน จากสุเหร่า หลังแรกได้มีแนวคิดใหม่ๆ ของผู้นำท้องที่และผู้นำ ๒๕๔๓ และนายมูหำหมาด หยั้งกูล ก็ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำ ศาสนาในยุคนั้น ได้เปลี่ยนจากเรือนไม้ทั้งหลัง มาเป็นสุเหร่าที่มี แหน่งโต๊ะอิหม่ามแทน แต่ในส่วนตัวอาคารมัสยิดก็ได้ก่อสร้างเพิ่มเติมมา โครงสร้างเป็น มุงด้วยสังกะสี เสาไม้เหลี่ยม กั้นด้วยอิฐครึ่งหนึ่งและ โดยตลอด ต่อด้วยไม้กระดานครึ่งหนึ่ง พื้นปูน ประตูไม้ กว้าง ๙ เมตร ยาว ๑๒ เมตร (ได้รับบริจาคบางส่วน) ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๖ นายมูหำหมาด หยั้งกูล ได้ลาออกจาก ตำแหน่งด้วยเหตุผลต้องย้ายที่อยู่อาศัยออกนอกพื้นที่ นายก็หนี สำนัก ก็รับตำแหน่งโต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดซีลฮุดดีน ต่อมาได้ลาออกจาก ตำแหน่งด้วยเหตุผลเจ็บป่วย ไม่สบาย ต่อมา นาย มะเส็ม อาหลี เข้ารับ พ.ศ ๒๖๖๒ มาจนถึงปัจจุบัน โดยมีคณะกรรมการร่วมกันบริหารเพื่อให้ องค์กรอิสลามได้ก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเรื่อยมา และภายในมัสยิดซีลาฮุดดีนยังมีโรงเรียนสำหรับสอนหลักศาสนาอิสลาม ภายใต้ชื่อ “ซีลาฮุดดีนบ้านชาคลี” สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ ๔๑๓ หมู่ที่ ๑ ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง เบอร์ โทรศัพท์ ๐๘๙-๙๙๑๙๖๙๔ - อยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ ๖๓๕ กม.ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพ ประมาณ ๗ ชั่วโมง ๔๖ นาที - อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๖๕.๐ กม.ใช้เวลาเดินทางตัวจังหวัด ประมาณ ๕๗ นาที - อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ ๑๑.๘ กม.ใช้เวลาเดินทางตัวอำเภอ ประมาณ ๑๐ นาที

27 2 การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม พ.ศ. ปี เหตุการณ์สำคัญในตำบลบางหิน ๒๔๖๖ ๑ - ได้มีการก่อตั้งโรงเรียนประชาบาล (บ้านกลาง) ขึ้นมาเป็นอาคารชั่วคราวโดยมีนาย เนตร ขวัญเมือง เป็นครูใหญ่ และนายพัน นุ้ยขาว กำนันตำบลบางหินเป็นผู้สร้าง อาคาร ๒๔๘๖ ๒๔๘๘ ๒ - ครอบครัวนายเหรบ เล่สำ เข้ามาอาศัยอยู่บริเวณหาดทนายความ ๓ - นายไข่ โต๊ะพ่อ เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑/ก่อตั้งหมู่บ้าน/ก่อตั้งโรงเรียนบ้านชาคลี (อาคาร ๒๔๙๗ ๒๔๙๙ ชั่วคราวหลังคามุงจาก) ๒๕๐๐ - ได้มีการก่อตั้งหมู่บ้านบางหินหมู่ที่ ๒ ขึ้นมา ๔ - นายอำเภอ เมืองระนองได้ทำหนังสืออนุญาต ให้จัด เป็นที่ดินของโรงเรียนบ้านบางหิน ๒๕๐๑ ๕ - นางฮายะ รักษา หมอตำแยคนแรกหมู่ที่ ๑ ๖ - นายฉลาด หุนตะนี ครูใหญ่คนแรกโรงเรียนบ้านชาคลี - ในพื้นที่หมู่ที่ ๒ ได้มีการก่อสร้าง ๒๕๐๒ และจัดตั้งโรงพักไม้ ๒ ชั้น ๒๕๐๓ ๗ - นายบุญลือ เพชรสังข์ ครูใหญ่โรงเรียนบ้านชาคลี/นายฟีอี โต๊ะพ่อ โต๊ะอีหม่ำคนแรก ของ ๒๕๐๖ หมู่ที่ ๑ ๒๕๐๗ ๘ - นายอนันต์ อรุณโชติ ครูใหญ่โรงเรียนบ้านชาคลี/สร้างอาคารเรียน ๑ หลัง ๑ ห้องเรียน ๒๕๐๙ ๙ - นายเฉียบ วัฒนจิตร ครูใหญ่โรงเรียนบ้านชาคลี ๑๐ - ก่อตั้งบาหร่า (มัสยิดซีลาฮุดดีน) ๒๕๑๐ ๑๑ - มีสะพานไม้เชื่อมคลองกับถนนในตำบลบางหิน ๒๕๑๔ ๑๒ - ก่อตั้งอนามัยบางหิน (ชาคลี)/มีไฟฟ้าใช้ครั้งแรก ๒๕๑๕ - มีสะพานเชื่อมคลองกับถนนสะพายเบเล่ (เป็นโครงเหล็กปูด้วยไม้) บ้านคลองทราย ๒๕๑๖ ๑๓ - นางสะจี ชูศรี เป็นหมออนามัยคนแรกหมู่ที่ ๑ ๑๔ - นายอนันต์ อรุณโชติ รักษาการแทนครูใหญ่โรงเรียนบ้านชาคลี ๒๕๑๘ ๑๕ - สร้างอาคารเรียน ๒ หลัง ๘ ห้องเรียน/สร้างบ้านพักครู แบบกรมสามัญ ๑๖ - ได้มีการก่อสร้างอาคารเรียนขึ้นมาใหม่ โดยใช้ชื่อโรงเรียนบ้านบางหิน ๒๕๑๙ - คอมมิวนิสต์ได้เข้ามาอยู่ในหมู่บ้านหมู่ตะเคียนงาม ๒๕๒๐ ๑๗ - ทางโรงเรียนบ้านบางหินได้มีการสร้างห้องน้ำเพิ่มเติม - สร้างถนนเพชรเกษมผ่านตำบล บางหิน ๒๕๒๑ ๑๘ - นายไสว น้ำเงิน ครูใหญ่โรงเรียนบ้านชาคลี/ก่อตั้งที่พักสงฆ์บ้านชาคลี ๑๙ - ได้จดทะเบียนเป็นมัสยิดซีลาฮุดดีน ๒๕๒๓ - ทางโรงเรียนบ้านบางหินได้มีการสร้าง บ้านพักครู ขึ้นมา ๒๕๒๕ ๒๐ - ทางโรงเรียนบ้านบางหินได้มีการสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติม/อาคารอเนกประสงค์โรง อาหาร และบ้านพักครูเพิ่มขึ้นมา ๒๕๒๖ ๒๑ - เกิดการสลายตัวของกลุ่มคอมมิวนิสต์ภายในหมู่บ้านตะเคียนงาม ๒๕๒๘ ๒๒ - นายสมาน ดีเอง เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑ ๒๕๓๐ - สร้างสำนักสงฆ์บ้านวังกุ่ม ๒๓ - มีร้านเสริมสวยร้านแรกของตำบลบางหิน ๒๕๓๑ ๒๔ - ได้ทำหนังสือจดทะเบียนมัสยิดนูรุดดีนอย่างเป็นทางการ ๒๕๓๓ ๒๕ - ก่อตั้งสำนักสงฆ์เหนือคลอง - จัดตั้งสำนักสงฆ์ป่าตะเคียนงามโดยมีเจ้าอาวาส ชื่อพระอาจารย์คำสร้อย - จัดตั้งกลุ่มหญ้าคา โดยมีนาย โพธิ์ เชียงหุ่ง เป็นคนริเริ่ม ๒๖ - ก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์โดยมีนายสมาน ดีเองเป็นประธานกลุ่ม ๒๗ - ในพื้นที่หมู่บ้านได้มีการก่อสร้างและจัดตั้งป้อมตำรวจขึ้นมาอีกครั้งแทนที่โรงพักหลัง เก่าที่ ปล่อยให้ร้างมาเป็นเวลาหลายปี - จัดตั้งหน่วยพิทักษ์ป่าตะเคียนงาม

28 พ.ศ. ปี เหตุการณ์สำคัญในตำบลบางหิน ๒๕๓๔ ๒๕๓๕ ๒๘ -ทางโรงเรียนบ้านบางหินก่อสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติม ๒๙ - ได้มีการก่อสร้างและจัดตั้งอนามัย โดยใช้ชื่อว่า อนามัยตะเคียนงาม เพื่อเป็นการ ไม่ให้ใช้ชื่อ ๒๕๓๖ ซ้ำกับอนามัยบางหิน ที่จัดตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ ๑ บ้านชาคลี ๒๕๓๗ - เริ่มจัดตั้งกลุ่มไม้กวาดดอกอ้อ ๒๕๓๘ - นางพองศรี ล้วนดี เป็นคนมาจากภาคอีสานที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่บ้านวังกุ่ม ได้จัดตั้งทำ กลุ่มอาชีพ ทำไม้กวาดดอกอ้อ,เย็บหญ้าคา ๒๕๓๙ ๓๐ - ทางด้านนายหลี สมหวัง ได้ซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารและได้จัดตั้งอาคารหลังนี้ให้ เป็น ๒๕๔๐ ตลาดนัดเพื่อการเกษตร ๒๕๔๑ - สำนักสงฆ์บ้านวังกุ่มได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงวัฒนธรรม ให้ตั้งเป็นสำนักสงฆ์บ้าน วังกุ่ม ๒๕๔๒ ๓๑ - นายจเร จันทร์วัฒนเดชากุล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านชาคลี ๒๕๔๓ ๓๒ - ได้มีการก่อตั้งสภาตำบลกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ๒๕๔๔ - ทางหมู่บ้านได้เปลี่ยนจากตลาดนัดเพื่อการเกษตร มาจัดตั้งเป็นศาลาอเนกประสงค์หรือ ๒๕๔๕ ศูนย์ ประชุมหมู่บ้าน ๒๕๔๗ - ทางหมู่บ้านได้แยกศาลาอเนกประสงค์จำนวน ๑ ห้องเพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์สาธารณสุข ๒๕๔๘ มูลฐานชุมชน ๒๕๔๙ - ได้มีการแยกบ้านคลองทรายออกจากบ้านบางหิน หมู่ที่ ๒ และมีนายสะแล่หมัน สำนัก เป็น ๒๕๕๐ ผู้ปกครองหมู่บ้าน ๓๓ - ทำถนนขึ้นเขา ๒๒๑ ๒๕๕๑ - ในพื้นที่หมู่ที่ ๒ ได้มีการก่อสร้างองค์การบริหารส่วนตำบลบางหิน ๒๕๕๒ ๓๔ - ได้มีการก่อตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลบางหินโดยมี นายเจียร ฐานะจิตร เป็นนายก ๒๕๕๔ องค์การบริหารส่วนตำบลบางหินคนแรก ๒๕๕๕ ๓๕ - เปลี่ยนชื่อจากสำนักสงฆ์ป่าตะเคียนงามเป็นวัดป่าตะเคียนงาม - ได้มีการแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านคนที่ ๒ ชื่อนายสุรินทร์ สังข์สี เป็นผู้ใหญ่บ้านจนมาถึง ปัจจุบัน ๓๖ - นายธวัช หนูดำ ก่อตั้งกลุ่มรองเท้าบ้านชาคลี/สถานีโทรคมนาคม (เขา ๒๒๑) ๓๗ - ได้ตั้งนายสว่าง ยืนยง เป็นผู้ปกครองหมู่บ้าน ๓๘ - องค์การบริหารส่วนตำบลบางหินมีการก่อสร้างสะพานศาลาท่าเทียบเรือแหลม พ่อตา ๓๙ - ทางหมู่บ้านได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันผลิตภัณฑ์หมู่บ้านคือ กะปิ ๔๐ - ประชาชนที่ประกอบอาชีพชาวประมงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิ ๔๑ - นายสมาน ดีเอง ก่อตั้งศูนย์สาธิตการตลาด ๔๒ - นายสัมฤทธิ์ บัวลอย ได้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านชาคลี ๔๓ - นายวันชาติ สุทธิศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านชาคลี - ทางมัสยิดนูรุดดีนได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันด้านศาสนสถาน - ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์บ้านวังกุ่ม - หมู่บ้านได้รับการจัดตั้งให้มีศูนย์ช่างเทิดไท้องค์ราชันหรือศูนย์ฝึกอาชีพ โดยแบ่งแยก จาก อาคารอเนกประสงค์ของหมู่บ้านออกมาอีก ๑ ห้อง ๔๔ - ก่อตั้งน้ำประปาภูเขา ๔๕ - เสาสัญญาณบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ๔๖ - นายเดชา หนุดำ เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑ ชาคลีจนถึงปัจจุบัน/นายบุญยง บำรุงเพ็ชร ผู้อำนวยการโรงเรียนชาคลีจนถึงปัจจุบัน ๔๗ - พื้นที่หมู่บ้านบางหินบางส่วนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม - มีโครงการ SML เงินต้น ๓ แสนบาท (ยังดำเนินการถึงปัจจุบัน)

29 พ.ศ. ปี เหตุการณ์สำคัญในตำบลบางหิน ๒๕๕๖ ๔๘ - ได้งบซ่อมแซมอาคารอเนกประสงค์ ๒๕๕๘ ๔๙ - ประปาโรงเรียน ( ถังเก็บน้ำ,อาคารเครื่องกรองน้ำ )/เสาสัญญาณบริษัท ทรู มูฟ เอช ยู นิเวอร์เซล/เสาสัญญาณบริษัทแฟกซ์ ไลท์ จำกัด (AIS) ๒๕๖๐ ๕๐ - ทางหมู่บ้านได้มีการจัดตั้งกลุ่มบางหินสร้างสรรค์ขึ้นมา - โครงการสร้างศาลาอเนกประสงค์ของกรมปกครองส่วนท้องถิ่น ๒๕๖๑ ๕๑ - หมู่บ้านได้รับงบประมาณจาก สสส. ให้ทางหมู่บ้านได้ดำเนินโครงการเป็นระยะเวลา ๓ ปี ๒๕๖๒ ๕๒ ปีที่ ๑ ทำโครงการเกี่ยวกับสุขภาพ ปีที่ ๒ ทำโครงการการจัดการขยะ ปีที่ ๓ ทำโครงการ การขยับกาย ๒๕๖๓ ๕๓ - ได้จัดตั้งกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ (โครงการส่งเสริมรายได้ให้แก่เกษตรรายย่อย) บ้านวังกุ่ม ๒๕๖๔ ๕๔ - จดทะเบียนรองเท้าบ้านชาคลีเป็นสินค้า OTOP - หมู่บ้านได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี - ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ ๑ หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านวังกุ่ม - ได้บูรณาการน้ำตกศรีชาคลี - หมู่บ้านได้จัดตั้งชมรม TO BE NUMBER ONE และได้ส่งเข้าประกวดได้รับรางวัลรอง ชนะเลิศประเภทชุมชนในระดับจังหวัด - ได้จัดตั้งกลุ่มไม้กวาดก้านมะพร้าว ไม้กวาดดอกอ้อของกลุ่มผู้สูงอายุ - ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ ๒ โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองทราย - ได้แต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๕ นายจำเนียร สาลี - แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติสวนลุงวร/เฒ่าทะเล ฟาร์มสเตย์ระนอง - กลุ่มหญ้าคาได้รับรางวัลจากกรมพัฒนาชุมชน ระดับ ๔ ดาว - ได้มีโครงการ โคก หนอง นา โมเดล เข้ามา - กรมพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทยได้มีการขับเคลื่อนโครงการตามแนวทาง \"โคกหนองนาโมเดล\" ชาวบ้านได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจำนวน ๖ ครัวเรือนเพื่อ เป็น พื้นที่ต้นแบบ

30 โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (๑ ตำบล ๑ มหาวิทยาลัย) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ๑. พื้นที่รับผิดชอบ ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์จังหวัดระนอง ๒. ความต้องการของชุมชน/พื้นที่ที่รับผิดชอบ ในสมัยก่อนมีชาวตรัง ชื่อ ขุนหลวงภักดี (โต๊ะหลวง) และครอบครัวได้อพยพ มาทางเรือผ่านปากช่องเปี้ ยะน้ำใหญ่ผ่านหิน สามก้อนที่ปากคลอง และขึ้นฝั่ งที่บ้านบางหิน (ในปัจจุบัน) เพราะเห็นว่าเป็นสถานที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางน้ำและทาง บก จึงได้ตั้งหลักฐานขึ้น ในภายหลังมีประชากรเพิ่มมากขึ้นจึงได้เรียกที่อยู่ใหม่ว่า “บ้านบางหิน” ต่อมามีการขยายหมู่บ้านเพิ่มขึ้นจนสามารถ ตั้งเป็นตำบลได้ จึงให้ชื่อตำบลนี้ว่า “ตำบลบางหิน” จนกระทั่งปัจจุบัน องค์การบริหารส่วนตำบลบางหินอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอกะเปอร์ ห่าง จากอำเภอกะเปอร์ ประมาณ ๗ กิโลเมตรส่วนใหญ่ประชากรประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักประมาณร้อยละ ๗๐ ทำการประมงเป็น อาชีพเสริมประมาณร้อยละ ๒๐ และอาชีพรับจ้าง รับราชการ ค้าขาย และอื่นๆ อีกประมาณ ร้อยละ ๑๐ หลังจากได้ทำการลงพื้นที่เก็บเกี่ยว ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าชุมชนต้องการให้มีการยกระดับและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอันได้แก่ แหลมพ่อตาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ตลอดจนการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนอันเป็นสินค้า OTOP ซึ่งแต่ละชุมชนก็มีสินค้าที่แตกต่างกันไปจำนวนมาก โดยบูรณาการ กันระหว่าง มหาวิทยาลัย หน่วยงานราชการ หน่วยงานเอกชนผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และภาคประชาชน ๓. ชื่อโครงการ/กิจกรรมในการดำเนินการ (เน้นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสัมมาชีพและสร้างอาชีพใหม่ (การยกระดับสินค้า OTOP/ อาชีพอื่นๆ ) การสร้างและพัฒนาCreative Economy (การยกระดับการท่องเที่ยว) การนำองค์ความรู้ไปช่วยบริการชุมชน (Health Care/ เทคโนโลยีด้านต่างๆ) และการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม/Circular Economy (การเพิ่มรายได้หมุนเวียนให้แก่ชุมชน) ให้แก่ชุมชน) โครงการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวแหลมพ่อตา และผลิตภัณฑ์ กะปิ จักสานเส้นพลาสติก สินค้า OTOP ของชาวบางหิน

31 ๓.๑ วัตถุประสงค์ของโครงการ/กิจกรรมในการดำเนินการ ๑. เพื่อยกระดับสินค้า สินค้า OTOP ซึ่งได้แก่ กะปิ จักสานเส้นพลาสติก ของตำบลบางหิน ๒. เพื่อส่งเสริมแหลมพ่อตา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ๓. เพื่อพัฒนาสัมมาชีพใหม่ และเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน ของชาวบางหิน ๔. เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เข้ากับยุคสมัยและมีการปรับระดับสินค้าให้มีจุดเด่นที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ๕. เพื่อให้ชุมชนมีหนังสือประวัติชุมชนตำบลบางหินฉบับสมบูรณ์ ๓.๒ ประเภทกิจกรรมที่จะเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ (ระบุร้อยละของกิจกรรม) ๑. การพัฒนาสัมมาชีพและสร้างอาชีพใหม่ (การยกระดับสินค้า OTOP/อาชีพอื่นๆ) คิดเป็นร้อยละ ๑๕ ของกิจกรรมทั้งหมด - ให้ความรู้ในการพัฒนาอาชีพ และเพิ่มรายได้ โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาร่วมในการขายสินค้าออนไลน์และใช้สินค้าของแต่ละหมู่บ้าน เช่น กะปิ รองเท้าเชือกถัก ไม้กวาดดอกอ้อ หลังคาหญ้าคา ผลิตภัณฑ์จักสานจากเส้นพลาสติก ๒. การสร้างและพัฒนา Creative Economy (การยกระดับการท่องเที่ยว) คิดเป็นร้อยละ ๒๐ ของกิจกรรมทั้งหมด - ตำบลบางหินมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย มีจุดเด่นคือ แหลมพ่อตา อันเป็นสถานที่ ที่สามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ โดยได้มีการเข้าไปให้ความรู้ และแนะนำแนวทางในการพัฒนาให้ทันกับยุคสมัย เช่น มีการใช้สื่อออนไลน์เข้ามามีให้บทบาทในการแนะนำแหล่ง ท่องเที่ยว เพื่อเผยแพร่ข้อมูล ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้และปรับภูมิทัศน์ให้ดีขึ้น มีการรีโนเวทจุดต่างๆ ให้สามารถใช้เป็น จุดเช็กอิน และสร้าง จุดชมพระอาทิตย์ตกดินให้เป็นจุดขายได้ ๓. การนำองค์ความรู้ไปช่วยบริการชุมชน (Health Care/เทคโนโลยีด้านต่างๆ) คิดเป็นร้อยละ ๓๐ ของกิจกรรมทั้งหมด - มีการแนะนำแนวทาง ให้มีการกระจายข้อมูลและเชิญชวนนักท่องเที่ยวในสื่อต่างๆ เช่น ทางเฟซบุ๊ค ไอจี สร้างเพจแหล่งท่องเที่ยว ต่างๆ ในแหล่งท่องเที่ยวและสินค้าที่สามารถขายเพื่อเพิ่มรายได้ ๔. การส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม/Circular Economy (การเพิ่มรายได้หมุนเวียนให้แก่ชุมชน) ให้แก่ชุมชนคิดเป็นร้อยละ ๑๕ ของ กิจกรรมทั้งหมด ๕. จัดทำหนังสือประวัติชุมชนตำบลบางหิน จำนวน ๑๐๐ เล่ม -มีการเสริมความรู้ให้การพัฒนา เช่น พัฒนาบรรจุภัณฑ์ การแปรรูปเครื่องจักสานเป็นสินค้าที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด เช่น ทำกระเป๋าสานหรือทำหมวกสานต่างๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชาวบางหิน ๓.๓ รูปแบบกิจกรรมที่จะเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ (ให้ระบุกิจกรรมและงบประมาณต้องสอดคล้องกับงบประมาณในข้อ ๔) ๑. การจ้างงานตามภารกิจต่างๆ ของมหาวิทยาลัย จำนวน ๒๐ อัตรา งบประมาณ ๒,๖๔๐,๐๐๐ บาท ๒. การวิเคราะห์ข้อมูลศักยภาพตำบล การกำกับ ติดตามและประเมินผล ระดับ National System Integrator งบประมาณ ๒๕,๘๐๐ บาท ๓. การวิเคราะห์ข้อมูลศักยภาพตำบล การกำกับ ติดตามและประเมินผล ระดับ Regional SystemIntegrator งบประมาณ ๓๔,๔๐๐ บาท ๔. การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของโครงการรายตำบล (ระดับ System Integrator) งบประมาณ ๔๓,๐๐๐ บาท ๓.๔ ผลผลิต/ผลลัพธ์ของโครงการ (อธิบายถึงผลผลิตและผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับสินค้า OTOP/การท่องเที่ยว/การบริการ ชุมชน หรือการเพิ่มรายได้รูปแบบอื่น แก่ชุมชนที่มีความชัดเจน เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ) ๑. เชิงปริมาณ ๑.๑ จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ ๙๕ คน ๒. เชิงคุณภาพ ๒.๑ ผู้เข้าร่วมมีความพึงพอใจในกิจกรรม ๒.๒ ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้ สามารถนำไปปฏิบัติและต่อยอดได้ ๒.๓ ผู้เข้าร่วม สามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปสื่อสารและกระจายให้แก่คนอื่นในชุมชนได้ ๒.๔ แหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์สินค้าในชุมชน มีการพัฒนาที่ดีขึ้น

32 การพัฒนาสัมมาชีพและสร้างอาชีพใหม่ (การยกระดับสินค้า OTOP/อาชีพอื่นๆ) ชื่อโครงการ กิจกรรมย่อยที่ ๑ วัตถุประสงค์ ผลที่คาดว่าจะได้รับ ชื่อโครงการ ถ่ายทอดเพื่อยกระดับสินค้า ๑. เพื่อพัฒนาและยกระดับ ๑. ผู้เข้าร่วมโครงการมีความ โครงการยกระดับ ทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ คุณภาพและมาตรฐาน รู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการยก เศรษฐกิจรายตำบลแบบ ชุมชนและสินค้า OTOP ของ ผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP ให้มี ระดับผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP บูรณาการตำบลบางหิน ตำบลบางหิน คุณภาพและมาตรฐานที่สูงขึ้น มากขึ้น ๒. เพื่อสร้างศักยภาพ ๒. สามารถสร้างเสริมความรู้ มาตรฐานที่สังคมยอมรับ การยกระดับสินค้า OTOP สามารถกระจายสินค้าให้เป็นที่ เพื่อการพัฒนาและต่อยอด รู้จักมากขึ้น ๓. เกิดศักยภาพมาตรฐานที่ ๓. เพื่อสร้างอาชีพใหม่ให้กับ สามารถกระจายสินค้าเพื่อ คนในชุมชน การต่อยอดได้มากขึ้น การสร้างและพัฒนา CREATIVE ECONOMY (การยกระดับการท่องเที่ยว) ชื่อโครงการ กิจกรรมย่อยที่ ๑ วัตถุประสงค์ ผลที่คาดว่าจะได้รับ โครงการยกระดับ ส่งเสริมแหลมพ่อตาให้ ๑. เพื่อพัฒนาและยกระดับ ๑. นักท่องเที่ยวรู้จักแหล่ง เศรษฐกิจรายตำบลแบบ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิง คุณภาพและมาตรฐาน เที่ยวในชุมชนเพิ่มมากขึ้น บูรณาการตำบลบางหิน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP ให้มี ๒. ชาวบ้านสามารถดูแล คุณภาพและมาตรฐานที่สูงขึ้น ทรัพยากรธรรมชาติใน ๒. เพื่อสร้างศักยภาพ ชุมชนอย่างยั่งยืน มาตรฐานที่สังคมยอมรับ สามารถกระจายสินค้าให้เป็นที่ รู้จักมากขึ้น ๓. เพื่อสร้างอาชีพใหม่ให้กับ คนในชุมชน การส่งเสริมสิ่งแวดล้อม/CIRCULAR ECONOMY (การเพิ่มรายได้หมุนเวียนให้แก่ชุมชน) ชื่อโครงการ กิจกรรมย่อยที่ ๑ วัตถุประสงค์ ผลที่คาดว่าจะได้รับ โครงการยกระดับ การพัฒนาสัมมาชีพใหม่ ๑. เพื่อส่งเสริมความรู้ ๑. เกิดการส่งเสริมความรู้ เศรษฐกิจรายตำบลแบบ และเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน เกี่ยวกับอาชีพใหม่ๆ ให้ เกี่ยวกับอาชีพใหม่ๆ ให้ บูรณาการตำบลบางหิน ของชาวบางหิน ๑๕ ครัวเรือนยากจน และ ๑๕ ครัวเรือนยากจน และ ผู้ที่สนใจ ผู้ที่สนใจ ๒. เพื่อสร้างโอกาสและ ๒. ประชาชนมีโอกาส และ ทางเลือกในการประกอบ ทางเลือกในการประกอบ อาชีพเป็นการเพิ่มรายได้ อาชีพเป็นการเพิ่มรายได้ และลดรายจ่ายในครัว เพื่อลดรายจ่ายในครัว เรือน เรือน

33 การนำองค์ความรู้ไปช่วยบริการชุมชน (HEALTH CARE/เทคโนโลยีด้านต่างๆ) ชื่อโครงการ กิจกรรมย่อยที่ ๑ วัตถุประสงค์ ผลที่คาดว่าจะได้รับ โครงการยกระดับ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน ๑. เพื่อลดปัญหาความ ๑. ลดปัญหาความยากจน เศรษฐกิจรายตำบล เทคโนโลยี ด้านเทคโนโลยี ยากจนของเกษตรกร ของเกษตรกร แบบบูรณาการตำบล เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ ๒. เพื่อสร้างความยั่งยืนใน ๒. สร้างความยั่งยืนใน บางหิน หมุนเวียน และการอนุรักษ์ กระบวนการพัฒนาอาชีพ กระบวนการพัฒนาอาชีพ สิ่งแวดล้อม เกษตรกรรม โดย เกษตรกรรม โดย พัฒนาการเกษตรแบบมี พัฒนาการเกษตรแบบมีส่วน ส่วนร่วม และสร้างความเข้ม ร่วม และสร้างความเข้มแข็ง แข็งให้กับชุมชนในพื้นที่ ให้กับชุมชนในพื้นที่ ๓. เพื่อขยายผลปรัชญา ๓. ขยายผลปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงสู่การ เศรษฐกิจพอเพียงสู่การ พัฒนาเกษตรกรรมของ พัฒนาเกษตรกรรมของ คนในชุมชน คนในชุมชน ๔. เพื่อสร้างความตระหนัก ๔. สร้างความตระหนัก และ และสร้างจิตสำนึกในการ สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใน สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและ โรงเรียนและชุมชน ชุมชน ประมวลภาพโครงการ



ประมวลภาพกิจกรรม

คณะผู้จัดทำ ผศ.พงศกร ศยามล อาจารย์ที่ปรึกษาประจำตำบลบางหิน นางณัฐวรีย์ สำนัก ประธานวิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาวอานีซะห์ หะยีเจ๊ะนะ วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาวอาทิตยา ทองหุน วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาววรัญญา โรมรินทร์ วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางวรรณนภา สุริยงค์ วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นายปิยะ หนูรักษ์ วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นายมณเฑียร คงไข่ วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาวชนิตา ถาวรแก้ว วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาวใกล้รุ่ง สวัสดี วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาวจันทร์เพ็ญ ราษี วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาวอังคณา คงปาน วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาวปาจรีย์ โรมรินทร์ วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาวอัญลิตา หมัดเสี๊ยะ วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาวอุมาพร โสะอ้น วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาวอารีรัตน์ คงปาน วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาวชนิกานต์ สุขใส วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาวสุภาพร สังข์สี วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นายตะวัน ภักดี วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นายสิทธิชัย ปานจันทร์ วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นายฮาฟีซี อาลี วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นายจิระพงศ์ หนูทรัพย์ วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาวอาริญา มีเทพ วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาวภัทรนันท์ ขำอ่อน วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นางสาวรวงข้าว สุดตา วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นายจตุรงค์ ยืนยง วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นายชยพล หวั้นหนู วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นายอภิสิทธิ์ สังข์ทอง วิศวกรสังคมตำบลบางหิน นายกานต์กวิน สำนัก วิศวกรสังคมตำบลบางหิน

บรรณานุกรม จำเนียร สาลี. ( ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๔). สัมภาษณ์.ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่๕.องค์กรปกครองท้องที่. นัสรีน หะยีอาแว, และตติยา สาครวิโรจน์.(2552).วันสำคัญและประเพณีในอิสลาม.[ออนไลน์]. เข้าถึงจาก : HTTPS://SITES.GOOGLE.COM/A/THOENGWIT.AC.TH/REIYN-PHASA-THIY-KAB-KHRU-PHEIYNG- NUCH/KAR-KHEIYN-BRRNANUKRM. (วันที่สืบค้นข้อมูล: 30 สิงหาคม 2564). บางหิน STATION. (2564). รูปภาพ.[ออนไลน์]. เข้าถึงจาก : HTTPS://WWW.FACEBOOK.COM/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B 4%E0%B8%99-STATION-103107968675729/. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 18 กันยายน 2564). มงคล ทองสพรั่ง. (9 กันยายน 2564). สัมภาษณ์.เจ้าของบ้านสวนทองสพรั่ง. บ้านสวนทองสพรั่ง. วินัย บุญสุข. ( ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๔). สัมภาษณ์.ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่๒.องค์กรปกครองท้องที่. สวนลุงวรRANONGGLAMPING. ( ๔ กันยายน 256๔). สัมภาษณ์.เพจสวนลุงวรRANONGGLAMPING.สวน ลุงวร. สว่าง ยืนยง. ( ๑๗มิถุนายน ๒๕๖๔). สัมภาษณ์. อดีตกำนันตำบลบางหิน. สำนักงานเกษตรอำเภอกะเปอร์. (๒561). แผนพัฒนาการเกษตรระดับตำบลฉบับสมบูรณ์ ประจำปี ๒๕61 (แผน พ.ศ. ๒๕62 – ๒๕65) ตำบลบางหินอำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง. (เอกสารที่ไม่เป็นเล่ม). ระนอง : สำนักงาน เกษตรอำเภอกะเปอร์. สุทา ประสมทรัพย์. ( ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔). สัมภาษณ์. พนักงานป่าไม้. หน่วยพิทักษ์ป่าตะเคียนงาม สุมนตรา โต๊ะตาฮาด. ( ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔). สัมภาษณ์.กลุ่มทำกระปิ. หวันสู ทรงเลิศ. ( ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๔). สัมภาษณ์.กรรมการมัสยิดซีลาฮุดดีน.การบริหารองค์กรศาสนา อิสลาม. องค์การบริหารส่วนตำบลบางหิน. (2560).ประวัติความเป็นมา.[ออนไลน์]. เข้าถึงจาก : HTTPS://WWW.BANGHIN.GO.TH/HISTORY.PHP. (วันที่สืบค้นข้อมูล : ๑๔ พฤศจิกายน 2564). องค์การบริหารส่วนตำบลบางหิน. (2560).วิสัยทัศน์/พันธกิจ.[ออนไลน์]. เข้าถึงจาก : HTTPS://WWW.BANGHIN.GO.TH/VISTION.PHP. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 17 กันยายน 2564). องค์การบริหารส่วนตำบลบางหิน. (256๓).แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา (พ.ศ.2559 - 2563).[ออนไลน์]. เข้าถึง จาก : HTTPS://E-JODIL.STOU.AC.TH/PAGE/RESTEMPLATE2.ASPX. (วันที่สืบค้นข้อมูล : 1๔ พฤศจิกายน 2564). อรุณ ทองสุข. ( ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๔). สัมภาษณ์.ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่3.องค์กรปกครองท้องที่.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook