ขัน้ ตอนการพัฒนาโปรแกรม 6 ขัน้ ตอน
จดั ทำโดย นางสาวมูรณีย์ สะมะแอ ปวส. 2/1 เลขาท่ี 16 แผนก คอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ
1. การวเิ คราะห์ความตอ้ งการของ ผู้ใช้ • การวเิ คราะห์ความต้องการเป็นกระบวนการที่ เก่ียวข้องกบั การจดั ทาเอกสารเพ่ือให้ • ทราบถงึ ความต้องการใช้งานข้อมลู จากฐานข้อมลู ของผ้ใู ช้ ทงั้ ในปัจจบุ นั และอนาคต ซงึ่ ในขนั้ ตอนนีผ้ ู้ • วิเคราะห์ฐานข้อมลู จะทาการศกึ ษาเกี่ยวกบั ข้อมลู ท่ีอยใู่ นระบบ
2.ข้นั วำงแผนแกไ้ ขปัญหำ หรือกำรออกแบบโปรแกรม (Algorithm Design) • ขนั้ ตอนการวางแผนแก้ไขปัญหา เป็นขนั้ ท่ีมีการใช้เคร่ืองมือ มา ช่วยในการแก้ไขปัญหา จะทาให้ขนั้ ตอนการเขียน โปรแกรมมีความผิดพลาด น้อยลง ซงึ่ เครื่องมือท่ีใช้ในการ ตรวจสอบการทางานของโปรแกรม นนั้ จะ ทาให้ ทราบ ขนั้ ตอน การทางานของโปรแกรมได้อยา่ งรวดเร็ว • ถ้าเราจะเปรียบเทียบการเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างบ้าน แล้ว ขนั้ ตอนการวางแผนแก้ไขปัญหานี ้เป็นเหมือนการ ออกแบบแปลนบ้าน ลงใน กระดาษ เพ่ือจะได้นาไปสร้าง บ้าน ในลาดบั ไป ซง่ึ ขนั้ ตอนการวางแผนแก้ไขปัญหานี ้ ผ้อู อกแบบการแก้ไขปัญหา สามารถนาเครื่องมือมาช่วยใน การแก้ไขปัญหาได้ โดยมีอย่หู ลายตวั ตามความถนดั หรือ ความชอบ ซง่ึ เครื่องมือเหลา่ นีไ้ ด้แก่ • 2.1 อลั กอริทมึ (Algorithm) 2.2 ผงั งาน (Flowchart) 2.3 รหสั จาลอง หรือรหสั เทียม (Pseudo-code)
3. ข้นั ดำเนินกำรเขียนโปรแกรม (Program Coding) • ขนั้ ตอนนีเ้ป็นการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพวิ เตอร์ ภาษาใดภาษาหน่ึง ขนึ ้ มา โดยเลือกใช้ภาษาท่ีเหมาะสมกบั ลกั ษณะ ประเภทของงาน และความ ถนดั ของผ้เู ขียน เช่นถ้าเป็นงานทางด้าน ธุรกิจ ก็เลือกภาษาโคบอล ถ้าเป็นการ พมิ พ์รายงาน ก็เลือกภาษา อาร์พีจี หรือถ้าจะเขียนโปรแกรมบนเว็บก็จะใช้ ภาษา ASP , PHP เป็นต้น
4. ข้นั ทดสอบและแกไ้ ขโปรแกรม (Program Testing and Debugging) • ขนั้ ตอนนีเ้ป็นการตรวจสอบจดุ ผิดพลาดของโปรแกรม (Bugs) ท่ีเขียนขนึ ้ และดาเนินการแก้ไขข้อผิดพลาดนนั้ เรียกกระบวนการนีก้ าร Debugs โปรแกรมที่ทางาน ไม่ได้ตามวตั ถปุ ระสงค์ เรียกวา่ โปรแกรมมี Error เกิดขนึ ้ Error ของโปรแกรมมกั มีมาจาก 3 สาเหตใุ หญ่ ๆ คือ • 4.1 ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ของภาษา (Syntax Error) • 4.2 ข้อผิดพลาดที่เกิดจากตรรกะโปรแกรมผดิ (Logical Error) • 4.3 ข้อผิดพลาดในระหวา่ งการรันโปรแกรม (Run- time Error)
5. ข้นั กำรเขียนเอกสำรประกอบ (Documentation) • การทาเอกสารประกอบโปรแกรม คือ การอธิบายรายละเอียดของ โปรแกรมว่า จดุ ประสงค์ของโปรแกรมคอื อะไร สามารถทางานอะไรได้ บ้าง และมขี นั ้ ตอนการทางานของโปรแกรมเป็นอย่างไร ฯลฯ เครื่องมอื ท่ี ช่วยในการออกแบบโปรแกรมเชน่ ผงั งาน หรือ รหสั จาลอง ก็สามารถ นามาประกอบกนั เป็นเอกสารประกอบโปรแกรมได้ ซงึ่ เอกสารประกอบ โปรแกรมโดยทวั่ ไป ด้วยกนั 2 แบบคือ • 5.1 เอกสารประกอบโปรแกรมสาหรับผ้ใู ช้ (User Documentation) จะเหมาะสาหรับผ้ใู ช้ที่ไมต่ ้องเก่ียวข้องกบั การพฒั นาโปรแกรม แต่เป็นผ้ทู ี่ใช้งานโปรแกรมอยา่ งเดยี ว จะเน้นการ อธิบายเก่ียวกบั การใช้งานโปรแกรม • 5.2 เอกสารประกอบโปรแกรมสาหรับผ้เู ขียนโปรแกรม (Technical Documentation) จะเหมาะสาหรับผ้ใู ช้ที่ไมต่ ้องเก่ียวข้องกบั การพฒั นาโปรแกรม แตเ่ ป็นผ้ทู ี่ใช้งานโปรแกรมอยา่ งเดียว จะเน้นการ อธิบายเก่ียวกบั การใช้งานโปรแกรมเป็นหลกั
6. ข้นั บำรุงรักษำโปรแกรม (Program Maintenance) • ขนั้ ตอนนีค้ ือขนั้ ตอนสดุ ท้ายเม่ือโปรแกรมผา่ นการ ตรวจสอบตามขนั้ ตอนเรียบร้อยแล้ว และถกู นามาให้ผ้ใู ช้ได้ ใช้งาน ในชว่ งแรกผ้ใู ช้อาจจะยงั ไมค่ ้นุ เคยก็อาจทาให้เกิด ปัญหาขนึ ้ มาบ้าง ดงั นนั้ จงึ ต้องมีผ้คู อยควบคมุ ดแู ลและคอย ตรวจสอบการทางาน การบารุงรักษาโปรแกรมจงึ เป็น ขนั้ ตอนที่ผ้เู ขียนโปรแกรม ต้องคอยเฝ้ าดู และหา ข้อผิดพลาด ของโปรแกรมในระหวา่ งที่ผ้ใู ช้ใช้งานโปรแกรม และปรับปรุงแก้ไขโปรแกรมเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึน้ • หรือในการใช้งานโปรแกรมไปนาน ๆ ผ้ใู ช้อาจต้องการ เปล่ยี นแปลงการทางานของระบบเดิมเพ่อื ให้เหมาะสมกบั เหตกุ ารณ์ เช่น ต้องการเปลย่ี นแปลงหน้าตาของรายงาน มี การเพ่ิมเติมข้อมลู หรือลบข้อมลู เดิมนกั เขียนโปรแกรมก็ จะต้องคอยปรับปรุงแก้ไขโปรแกรมตามความต้องการของ ผ้ใู ช้ที่เปลยี่ นแปลงไปนนั้
อำ้ งอิง • https://www.google.com
Search
Read the Text Version
- 1 - 9
Pages: