บทอาขยานชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ที่ ๑ – ๓ (บทเลือก) รามเกยี รต์ิ ตอน ศึกอนิ ทรชิต บุษเอยบุษบกแกว้ สีแววแสงวบั ฉายฉาน หา้ ยอดเห็นเยย่ี มเทียมวิมาน แกว้ ประพาฬกาบเพชรสลบั กนั ช้นั เหมช่อหอ้ ยลว้ นพลอยบุษย์ บลั ลงั กค์ รุฑลายเครือกระหนกคน่ั ภาพรายพ้ืนรูปเทวญั คนธรรพค์ น่ั เทพกินนร เล่ือนเมฆลอยมาในอากาศ อาไพโอภาสประภสั สร ไขแสงแข่งสีศศิธร อมั พรเอ่ียมพ้ืนโพยมพราย ดงั่ พระจนั ทร์เดินจรส่องดวง แลเฉิดลอยช่วงจารัสฉาย ดาวกลาดดาษเกลื่อนเรียงราย เร็วคลา้ ยรีบเคล่ือนเลื่อนลอย สมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้ าจุฬาโลกมหาราช
บทอาขยานชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี ๑ – ๓ (บทเลือก) บุพการี ใครแทนพอ่ แม่ได้ ไป่ มีเลยท่าน สวา่ งหลา้ คือคจู่ นั ทร์สุรียศ์ รี มืดหม่น นิ่งน้าตาไหล ฯ สิ้นท่านทวั่ ปฐพี บนสวรรค์ หมองมิ่งขวญั ซ่อนหนา้ กราบไหว้ อบร่า หอมฤา พ่อแม่เสมอพระเจา้ ท่านใหห้ มดเสมอ ฯ ไฉนสนอง ลูกน่ิงนอ้ มมิ่งขวญั สงั่ ฟ้ า น้าตาต่างรสสุคนั ธ์ ดูดด่ืม หอมค่าน้าใจไซร้ กี่หลา้ ฤาสลาย ฯ ถึงตายเกิดใหม่ซ้า เหยยี บลงใดแล คุณพอ่ แม่ท้งั สอง คา่ ไร้ น้านมที่ลกู รอง คลคู่ ใจนา หวานใหม่ในชาติหนา้ เพ่ือใหข้ วญั ขลงั ฯ รอยเทา้ พอ่ แม่ได้ อังคาร กลั ยาณพงศ์ เพียงแคฝ่ ่ นุ ธุลีผง กราบรอยท่านม่ิงมง กายสิทธ์ิใส่เกลา้ ไว้
บทอาขยานชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี ๑ – ๓ (บทเลือก) อย่าเห็นกงจกั รว่าเป็ นดอกบัว อย่า นิยมส่ิงร้ายชอบ ชมชว่ั เหน็ สนุกทุกขถ์ ึงตวั จ่ึงรู้ กง จกั รวา่ ดอกบวั บอกรับ เร็วแฮ จกั ร พดั เศียรร้องอู้ จ่ึงรู้ผดิ ตน เห็น สนุกกลบั ทุกขท์ น อย่า นิยมส่ิงทุกข์ จกั ร พดั ตนจึงรู้ตวั กง จกั รวา่ บวั จน ชอบกรรม ชว่ั นา โทษไว้ ว่า โอเ้ ราน้ีชวั่ นึกชอบ เป็ น อกตญั ญูทา ดงั่ น้ีกรรมสนอง ดอก บวั ยว่ั เนตรนา เป็ น อกตญั ญูมวั หมอง บวั กลบั เป็นจกั รได้ บวั ผดิ ปองเป็นจกั รไป ว่า โอต้ วั เราน้นั พระยาอุปกิตศิลปสาร (น่ิม กาญจนาชีวะ) ดอก บวั ยว่ั จิตจอง
บทอาขยานชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี ๑ – ๓ (บทเลือก) วฒั นธรรม ในโลกน้ีมีอะไรเป็ นไทยแท้ ของไทยแน่น้นั หรือคือภาษา ซ่ึงผลิดอกออกผลแต่ตน้ มา รวมเรียกวา่ วรรณคดีไทย อน่ึงศิลป์ งามเด่นเป็นของชาติ เช่นปราสาทปรางคท์ องอนั ผอ่ งใส อีกดนตรีราร่ายลวดลายไทย อวดโลกไดไ้ ทยแทอ้ ยา่ งแน่นอน และอยา่ ลืมจิตใจแบบไทยแท้ เช่ือพอ่ แม่ฟังธรรมคาสงั่ สอน กาเนิดธรรมจริ ยาเป็ นอาภรณ์ ประชากรโลกเห็นเราเป็ นไทย แลว้ ยงั มีประเพณีมีระเบียบ ซ่ึงไม่มีที่เปรียบในชาติไหน เป็นของร่วมรวมไทยใหค้ งไทย นี่แหละประโยชนใ์ นประเพณี ไดร้ ู้เช่นเห็นชดั สมบตั ิชาติ เหลือประหลาดลว้ นเห็นเป็นศกั ด์ิศรี ลว้ นไทยแทไ้ ทยแน่ไทยเรามี ส่ิงเหล่าน้ีคือวฒั นธรรม หม่อมหลวงปิ่ น มาลากลุ
บทอาขยานชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี ๑ – ๓ (บทเลือก) พอใจให้สุข แมม้ ิไดเ้ ป็นดอกกหุ ลาบหอม กจ็ งยอมเป็นเพียงลดาขาว แมม้ ิไดเ้ ป็นจนั ทร์อนั สกาว จงเป็ นดาวดวงแจ่มแอร่มตา กจ็ งรักเป็นโนรีท่ีหรรษา แมม้ ิไดเ้ ป็นหงส์ทะนงศกั ด์ิ จงเป็ นธาราใสที่ไหลเยน็ แมม้ ิไดเ้ ป็นน้าแม่คงคา จงพอใจจอมปลวกท่ีแลเห็น กจ็ งเป็นวนั แรมท่ีแจ่มจาง แมม้ ิไดเ้ ป็นมหาหิมาลยั จงเป็นพงออ้ สะบดั ไม่ขดั ขวาง แมม้ ิไดเ้ ป็นวนั พระจนั ทร์เพญ็ จงเป็ นนางที่มิใช่ไร้ความดี กาเนิดชาติดีทรามตามวถิ ี แมม้ ิไดเ้ ป็นตน้ สนระหง ในส่ิงท่ีเราเป็นเช่นน้นั เทอญ แมม้ ิไดเ้ ป็นนุชสุดสะอาง ฐะปะนีย์ นาครทรรพ อนั จะเป็นสิ่งใดไม่ประหลาด ถือสนั โดษบาเพญ็ ใหเ้ ด่นดี
Search
Read the Text Version
- 1 - 5
Pages: