Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิชาการตลาดเบื้องต้น ม.ต้น 8

วิชาการตลาดเบื้องต้น ม.ต้น 8

Published by nanny256, 2023-07-04 01:40:32

Description: วิชาการตลาดเบื้องต้น ม.ต้น 8

Search

Read the Text Version

1

2 หนงั สอื เรยี น กศน.หลกั สตู รรายวิชาเลอื ก สาระการประกอบอาชีพ ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น การตลาดเบอ้ื งตน้ ๒ รหัส อช 23๕๘๖ หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ระดับระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอสงู เมน่ สานักงานการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยจงั หวดั แพร่ สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงศกึ ษาธิการ

ก คานา กระทรวงศึกษาธิการได๎ประกาศใช๎หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 เมือ่ วันที่ 18 กนั ยายน 2551 ซงึ่ ไดก๎ ําหนดสาระวิชาบงั คบั และวิชาเลือก โดยสถานศึกษา มีสวํ นรวํ มในการพฒั นาหลกั สูตรในสวํ นของวชิ าเลือกท่ีมีเน้ือหาทันสมัย ทันเหตุการณ๑ และสอดคล๎องกับสภาพ ปัญหาของผู๎เรยี น ชมุ ชน และสังคม กศน.อําเภอสูงเมํน มีบทบาทหน๎าที่ในการพัฒนาหลักสูตร ส่ือ และจัดกระบวนการเรียนการสอนที่ ตอบสนองนโยบายข๎างต๎น จําได๎กําหนดให๎มีโครงการสํงเสริมคุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยมีวัตถุประสงค๑เพ่ือพัฒนาหลักสูตร และส่ือประกอบการเรียน รายวิชาเลอื ก สาระการประกอบอาชพี ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต๎น เร่อื งการตลาดเบ้ืองต๎น ๒ ส่ือเลํมนี้ใช๎สําหรับ ศึกษาเรื่องราวตํางๆ ของการตลาดเบื้องต๎น ๒ อันจะเป็นประโยชน๑ตํอสถานศึกษา ครู กศน. ผู๎เรียน และ ผ๎ูเกี่ยวข๎องในการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ตอํ ไป หลักสูตร และเอกสารดังกลําว สําเร็จลุลํวงตามวัตถุประสงค๑ได๎ด๎วยความรํวมมือของคณะทํางานทุก ทํานทีไ่ ดใ๎ ห๎ข๎อคิดเห็นอนั สาํ คญั และเป็นประโยชน๑อยํางยิ่ง กศน.อาํ เภอสูงเมนํ จงึ ขอขอบคุณไว๎ ณ ทน่ี ้ี กศน.อำเภอสงู เม่น เดอื นมีนาคม พ.ศ.๒๕๖๔

สารบัญ ข คานา หน้า สารบัญ ก คาแนะนาการใช้หนงั สือเรียน ข โครงสรา้ ง รายวชิ าการตลาดเบอ้ื งต๎น ๒ ง แบบทดสอบก่อนเรียน ช บทที่ ๑ ความรพู้ ื้นฐานทางการตลาด ฐ 1 เรื่องที่ ๑ ความหมายและความสาํ คญั ของการตลาด ๒ เรอื่ งท่ี ๒ ความจาํ เป็นในการพฒั นาอาชีพให๎มผี ลติ ภณั ฑ๑หรืองานบริการสรา๎ งรายได๎ ๓ เรอ่ื งท่ี ๓ หน๎าทท่ี างการตลาด ๕ บทท่ี ๒ หลักการขายเบ้ืองต้น ๘ เร่อื งที่ ๑ ขน้ั ตอนของเทคนคิ การขาย ๙ เรื่องท่ี ๒ ชํองทางการขาย วิธีการขาย ๑๒ เรอ่ื งที่ ๓ ประเภทและลกั ษณะของงานขาย ๑๖ เรื่องที่ ๔ คุณสมบตั ิ จรรยาบรรณ ของการเป็นนักขายท่ีดี ๑๘ บทท่ี ๓ การตลาดผลิตภัณฑ์ท้องถิน่ ๒๒ เรอ่ื งท่ี ๑ ความหมายของผลิตภณั ฑ๑ ๒๓ เรอ่ื งท่ี ๒ การจัดจําหนํายผลิตภณั ฑ๑ท๎องถนิ่ ๒๔ เร่ืองที่ ๓ การออกแบบบรรจุภณั ฑ๑ให๎สอดคลอ๎ งกบั ความต๎องการของตลาด ๒๗ เรื่องที่ ๔ แนวทางการบริหารการตลาดผลติ ภณั ฑท๑ ๎องถนิ่ ๓๐ บทที่ ๔ ความรู้เก่ยี วกับจดั ทาบญั ชคี รวั เรือน ๓๓ เรื่องที่ ๑ หลักการจัดทาํ บัญชีครัวเรอื น เพื่อการประกอบอาชพี ๓๔ เรื่องที่ 2 ข้นั ตอนการทําจดั ทําบัญชีครวั เรือน ๔๐ เรอื่ งท่ี 3 ประโยชนข๑ องการบญั ชคี รวั เรือน ๔๐ เร่ืองที่ 4 การจัดทําบัญชีครวั เรอื น รายรับ-รายจาํ ย ๔๐

บทท่ี ๕ ระบบข๎อมูลและการวิเคราะหข๑ ๎อมลู ทางการตลาด ค เรื่องที่ ๑ ระบบข๎อมลู ทางการตลาด เร่อื งที่ 2 การวเิ คราะห๑ข๎อมลู ทางการตลาด ๔๒ เรอ่ื งท่ี 3 การวเิ คราะห๑ปัจจัยสภาพทางธรุ กจิ ๔๓ ๔๓ บทท่ี ๖ ความรู้การวางแผนการตลาดเบื้องตน้ ๔๔ เรื่องที่ ๑ การวางแผนการตลาดเบ้ืองตน๎ ๔๗ เร่ืองที่ 2 การออกแบบ และพัฒนารปู แบบผลิตภัณฑ๑ ๔๘ เร่อื งท่ี 3 การสงํ เสรมิ การขาย ๔๘ เรื่องท่ี 4 การจดั ระบบการพัฒนาอาชพี สคํู วามเขม๎ แข็ง ๔๘ ๔๘ บทที่ ๗ การบรหิ ารสัญญาเชิงธุรกิจ ๕๒ เรือ่ งท่ี ๑ การบริหารสญั ญา ๕๓ เรอ่ื งท่ี 2 แหลงํ ทม่ี าของเงนิ ทุน ๕๖ เรื่องท่ี 3 หลักการทําสัญญากู๎ยืมเงนิ และแบบฟอร๑มสญั ญายมื เงนิ ๕๘

ง คาแนะนาการใช้หนงั สือเรยี น หนังสือเลํมน้เี ป็นหนงั สือที่ใช๎ประกอบการเรยี น สาระการประกอบอาชีพ รายวิชาการตลาดเบื้องต๎น ๒ จัดทําขึ้นเพื่อใช๎สําหรับผู๎เรียนที่เป็นนักศึกษาการศึกษานอกระบบ ซึ่งใช๎จัดการเรียนร๎ูในระดับมัธยมศึกษา ตอนต๎น ในการศึกษาหนังสือประกอบการเรียน สาระการประกอบอาชีพ รายวิชาการตลาดเบ้ืองต๎น ๒ ผู๎เรยี นควรปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี 1. ศึกษาโครงสร๎างรายวิชาให๎เขา๎ ใจหวั ข๎อ สาระสาํ คญั ผลการเรยี นรู๎ทีค่ าดหวงั และขอบขํายเนอื้ หา 2. ศึกษารายละเอียดเนื้อหาของแตํละบทอยํางละเอียด และทํากิจกรรมตามที่กําหนดไว๎ในท๎าย บทเรยี น ซง่ึ ผูเ๎ รียนสามารถตรวจคาํ ตอบทถี่ กู ต๎องได๎จากเฉลยท่ีมีอยํูในท๎ายเลํม หากผู๎เรียนตอบคําถามกิจกรรม ท๎ายบทผดิ ผเู๎ รียนควรกลับไปทบทวนเนือ้ หาใหมใํ หเ๎ ข๎าใจ และแก๎ไขใหถ๎ ูกต๎อง กํอนที่จะศกึ ษาเรือ่ งตอํ ไป 3. ควรทาํ กจิ กรรมท๎ายบทเรียนให๎ครบทุกกิจกรรม เพื่อเป็นการสรุปความรู๎ ความเข๎าใจของเนื้อหาใน เร่ืองทเ่ี รียนอีกคร้ัง 4. หนงั สอื ประกอบการเรียนเลมํ นี้ มี ๗ บท ไดแ๎ กํ บทท่ี ๑ ความรพ๎ู ื้นฐานทางการตลาด บทที่ ๒ หลักการขายเบ้ืองต๎น บทที่ ๓ การตลาดผลติ ภัณฑท๑ อ๎ งถ่นิ บทที่ ๔ ความรเ๎ู ก่ยี วกับจดั ทําบัญชคี รวั เรือน บทที่ ๕ ระบบข๎อมลู และการวิเคราะหข๑ ๎อมูลทางการตลาด บทที่ ๖ ความรูก๎ ารวางแผนการตลาดเบอื้ งตน๎ บทท่ี ๗ การบรหิ ารสญั ญาเชิงธุรกจิ

จ รายวิชา อช 23๕๘๖ การตลาดเบอื้ งตน้ 2 สาระการประกอบอาชีพ ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น จานวน 3 หนว่ ยกิต (120ชวั่ โมง) เค้าโครงเน้ือหา โครงสร้างของหนังสือ ๑.ความร๎ูเบ้ืองตน๎ ทางการตลาด บทที่ ๑ ความรูพ๎ ืน้ ฐานทางการตลาด เน้อื หา 1.๑ ความหมายและความสําคัญของการตลาด ๑.1ความหมายของการตลาด ๑.๒ ความจําเปน็ ในการพัฒนาอาชพี ให๎มผี ลิตภัณฑห๑ รือ ๑.2 ความสาํ คัญของการตลาด ๑.3 ความจําเปน็ ในการพัฒนาอาชพี ให๎มีผลติ ภัณฑ๑ งานบรกิ ารสรา๎ งรายได๎ หรอื งานบรกิ ารสร๎างรายได๎ ๑.3 หนา๎ ทที่ างการตลาด ๑.4 หน๎าทีท่ างการตลาด ๒.เทคนิคการขาย บทที่ ๒ หลกั การขายเบอ้ื งต๎น เนือ้ หา ๒.๑ ขนั้ ตอนของเทคนิคการขาย ๒.๑เทคนิคการขาย 2.๒ ชํองทางการขาย วธิ กี ารขาย 2.๒ ลําดบั ขัน้ ตอนกระบวนการขาย ๒.๓ ประเภทและลักษณะของงานขาย ๒.3 ชอํ งทางการขาย ๒.๔ คุณสมบัติ จรรยาบรรณ ของการเป็นนักขายท่ีดี ๒.4 วธิ ีการขาย ๓.การตลาดผลิตภัณฑช๑ มุ ชน บทที่ ๓ การตลาดผลติ ภณั ฑ๑ทอ๎ งถน่ิ เนอ้ื หา ๓.๑ ความหมายของผลิตภัณฑ๑ ๓.1ผลติ ภัณฑ๑ชุมชน ๓.๒ การจดั จาํ หนํายผลิตภณั ฑท๑ ๎องถ่ิน ๓.2รูปแบบการบรหิ ารจดั การตลาดผลิตภณั ฑช๑ มุ ชน ๓.๓ การออกแบบบรรจภุ ัณฑ๑ใหส๎ อดคลอ๎ งกับความ ตอ๎ งการของตลาด ๔.การทําบญั ชคี รัวเรือน ๓.๔ แนวทางการบริหารการตลาดผลิตภัณฑท๑ อ๎ งถิน่ เนื้อหา บทที่ ๔ ความรเ๎ู ก่ียวกบั จัดทําบญั ชคี รัวเรอื น ๔.1หลกั การจดั ทาํ บัญชคี รัวเรอื น ๔.1หลกั การจัดทาํ บัญชคี รวั เรอื นเพื่อการประกอบอาชีพ ๔.2ขัน้ ตอนการทําจดั ทําบัญชีครัวเรอื น ๔.2ข้นั ตอนการทําจดั ทําบัญชคี รวั เรอื น ๔.3ประโยชน๑ของการบญั ชีครวั เรอื น ๔.3ประโยชนข๑ องการบัญชีครวั เรอื น ๔.4การจดั ทาํ บัญชคี รัวเรือน รายรบั -รายจําย ๔.4การจัดทาํ บญั ชคี รัวเรือน รายรับ-รายจาํ ย ๕. การวเิ คราะห๑การตลาดเบ้ืองต๎น เนือ้ หา บทท่ี ๕ ระบบข้อมลู และการวิเคราะหข์ ้อมลู ทาง ๕.๑ การวิเคราะห๑การตลาด การตลาด ๕.2 การวเิ คราะห๑ปจั จยั สภาพทางธุรกิจ ๕.๑ ระบบข๎อมลู ทางการตลาด ๕.2 การวเิ คราะห๑ข๎อมลู ทางการตลาด ๕.๓ การวเิ คราะห๑ปัจจัยสภาพทางธุรกจิ

ฉ รายวชิ า อช 23๕๘๖ การตลาดเบอ้ื งต้น 2 สาระการประกอบอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ จานวน 3 หนว่ ยกติ (120ช่ัวโมง) เค๎าโครงเนื้อหา โครงสร๎างของหนังสอื ๖.การวางแผนการตลาดเบ้ืองตน๎ บทที่ ๖ ความร๎กู ารวางแผนการตลาดเบื้องตน๎ เนอ้ื หา ๖.1 การวางแผนการตลาดเบือ้ งตน๎ ๖.1การวางแผนการตลาดเบื้องตน๎ ๖.2 การออกแบบ และพฒั นารปู แบบผลติ ภัณฑ๑ ๖.2 การออกแบบ และพฒั นารูปแบบผลิตภณั ฑ๑ ๖.3 การสํงเสรมิ การขาย ๖.3 การสํงเสริมการขาย ๖.4 การจดั ระบบการพฒั นาอาชีพสคํู วามเขม๎ แข็ง ๖.4การจดั ระบบการพฒั นาอาชพี สูํความเข๎มแข็ง ๗.การบริหารสญั ญา บทท่ี ๗ การบริหารสญั ญาเชิงธุรกจิ เนื้อหา ๗.1 การบริหารสญั ญา ๗.1 การบริหารสญั ญา ๗.2 แหลงํ ที่มาของเงินทนุ ๗.2 แหลงํ ทม่ี าของเงินทนุ ๗.3 หลักการทําสัญญากยู๎ ืมเงินและแบบฟอร๑ม ๗.3 หลักการทําสัญญากู๎ยืมเงิน สญั ญายมื เงนิ ๗.4 แบบฟอร๑มสญั ญายมื เงิน

ช โครงสรา๎ งรายวชิ า รายวชิ า อช 23๕๘๖ การตลาดเบือ้ งตน๎ 2 สาระการประกอบอาชพี ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน๎ จํานวน 3 หนํวยกติ (120ชว่ั โมง) สาระสาคัญ ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวัง ๑. มคี วามรู๎ ความเขา๎ ใจ ในการพัฒนาอาชีพใหม๎ ผี ลิตภัณฑ๑สร๎างรายได๎ ๒. มีความรู๎ ความเขา๎ ใจเกยี่ วกบั การขาย ๓. มคี วามร๎ู ความเข๎าใจการตลาดผลิตภัณฑท๑ อ๎ งถิ่น ๔. มีความรู๎ ความเขา๎ ใจการจดั ทาํ บัญชคี รวั เรือน ๕. มคี วามรู๎ ความเข๎าใจการวิเคราะห๑ การวางแผนตลาดเบื้องตน๎ ๖. มคี วามร๎ู ความเขา๎ ใจการบรหิ ารสญั ญาเชงิ ธุรกิจ ขอบขา่ ยเนอ้ื หา บทท่ี ๑ ความรพู๎ ืน้ ฐานทางการตลาด เรื่องที่ ๑ ความหมายและความสําคัญของการตลาด เรื่องท่ี ๒ ความจําเป็นในการพฒั นาอาชีพใหม๎ ผี ลติ ภณั ฑ๑หรืองานบรกิ ารสรา๎ งรายได๎ เรอ่ื งท่ี ๓ หนา๎ ทที่ างการตลาด บทที่ ๒ หลกั การขายเบ้อื งต๎น เรื่องท่ี ๑ ขน้ั ตอนของเทคนิคการขาย เร่อื งท่ี ๒ ชํองทางการขาย วิธีการขาย เรื่องท่ี ๓ ประเภทและลักษณะของงานขาย เรื่องที่ ๔ คุณสมบัติ จรรยาบรรณ ของการเป็นนักขายที่ดี บทท่ี ๓ การตลาดผลิตภณั ฑ๑ทอ๎ งถน่ิ เรือ่ งที่ ๑ ความหมายของผลติ ภัณฑ๑ เรอ่ื งท่ี ๒ การจดั จําหนาํ ยผลิตภัณฑ๑ท๎องถ่นิ เรื่องท่ี ๓ การออกแบบบรรจุภณั ฑ๑ใหส๎ อดคลอ๎ งกบั ความต๎องการของตลาด เรอ่ื งท่ี ๔ แนวทางการบริหารการตลาดผลิตภณั ฑ๑ท๎องถิ่น

ซ บทท่ี ๔ ความรเ๎ู กี่ยวกับจัดทําบญั ชีครวั เรอื น เรื่องที่ ๑ หลกั การจดั ทําบัญชีครวั เรอื นเพื่อการประกอบอาชีพ เรือ่ งที่ 2 ขัน้ ตอนการทําจัดทาํ บญั ชคี รวั เรอื น เรื่องที่ 3 ประโยชน๑ของการบญั ชีครวั เรือน เรอ่ื งที่ 4 การจดั ทาํ บัญชคี รวั เรอื น รายรบั -รายจําย บทท่ี ๕ ระบบข้อมูลและการวเิ คราะห์ข้อมูลทางการตลาด เรื่องที่ ๑ ระบบขอ๎ มลู ทางการตลาด เรื่องที่ 2 การวเิ คราะห๑ข๎อมูลทางการตลาด เรื่องที่ 3 การวิเคราะหป๑ ัจจัยสภาพทางธรุ กิจ บทที่ ๖ ความรู้การวางแผนการตลาดเบ้ืองตน้ เรื่องท่ี ๑ การวางแผนการตลาดเบอื้ งต๎น เรอ่ื งที่ 2 การออกแบบ และพฒั นารปู แบบผลติ ภัณฑ๑ เรือ่ งท่ี 3 การสํงเสริมการขาย เรื่องที่ 4 การจัดระบบการพัฒนาอาชพี สูคํ วามเข๎มแขง็ บทที่ ๗ การบริหารสัญญาเชงิ ธุรกิจ เรอ่ื งท่ี ๑ การบรหิ ารสัญญา เรอ่ื งท่ี 2 แหลงํ ทีม่ าของเงินทุน เรือ่ งที่ 3 หลกั การทําสญั ญาก๎ูยมื เงินตามแบบฟอรม๑ สญั ญายมื เงนิ

ฌ คาอธบิ ายรายวิชา อช 23๕๘๖ การตลาดเบ้อื งต้น 2 สาระการประกอบอาชีพ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น จานวน 3 หน่วยกติ (120ชัว่ โมง) มาตรฐานท่ี 3.4 มีความรู๎ ความเข๎าใจในการพฒั นามีความมน่ั คง มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ มาตรฐานท่ี 3.4 มคี วามร๎ูความเข๎าใจในการพฒั นาอาชพี ให๎มผี ลิตภณั ฑ๑ หรืองานบริการสร๎างรายได๎ พอเพยี งตํอการดํารงชีวติ และเหลอื เงินออมตามศักยภาพ ศึกษาและฝึกทกั ษะเก่ียวกับเร่อื งตอ่ ไปน้ี ความรูเ๎ บื้องต๎นทางการตลาด เทคนิคการขายการตลาดผลิตภณั ฑ๑ชมุ ชน การทาํ บญั ชีครวั เรอื นการ วิเคราะหก๑ ารตลาดเบอ้ื งต๎นการวางแผนการตลาดเบ้ืองตน๎ การบรหิ ารสญั ญา ความรูเ้ บอื้ งต้นทางการตลาด 1.ความหมายของการตลาด 2. ความสาํ คญั ของการตลาด 3.ความจําเป็นในการพัฒนาอาชพี ให๎มีผลิตภณั ฑ๑หรืองานบริการสรา๎ งรายได๎ 4.หน๎าทีท่ างการตลาด เทคนคิ การขาย 1.เทคนิคการขาย 2.ลําดบั ขั้นตอนกระบวนการขาย 3.ชํองทางการขาย 4.วิธีการขาย การตลาดผลิตภณั ฑช์ ุมชน 1.ผลติ ภัณฑช๑ ุมชน 2.รปู แบบการบรหิ ารจดั การตลาดผลิตภณั ฑช๑ ุมชน การทาบญั ชคี รัวเรอื น 1. หลักการจัดทําบญั ชคี รัวเรือน 2. ขนั้ ตอนการทําจัดทําบัญชีครวั เรอื น 3.ประโยชน๑ของการบัญชีครัวเรือน 4.การจัดทําบัญชีครวั เรือน รายรบั -รายจาํ ย การวิเคราะหก์ ารตลาดเบ้อื งตน้ 1. การวิเคราะห๑การตลาด 2.การวเิ คราะหป๑ จั จัยสภาพทางธรุ กจิ

ญ การวางแผนการตลาดเบ้ืองต้น 1.การวางแผนการตลาดเบื้องต๎น 2. การออกแบบ และพฒั นารูปแบบผลิตภณั ฑ๑ 3. การสํงเสรมิ การขาย 4.การจัดระบบการพฒั นาอาชพี สคํู วามเขม๎ แขง็ การบริหารสัญญา 1.การบรหิ ารสัญญา 2. แหลํงทีม่ าของเงนิ ทนุ 3. หลกั การทาํ สญั ญากู๎ยืมเงิน 4.แบบฟอรม๑ สัญญายมื เงิน การจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้ 1. เรียนรู๎และวเิ คราะห๑กําหนด แนวทางการพัฒนาการตลาด เพอื่ วางแผนการขาย 2. พัฒนาอาชีพใหเ๎ กิดรายได๎ แกํชุมชน 3. ศกึ ษากระบวนเรียนร๎จู าก ภูมปิ ญั ญาท๎องถ่ิน ,แหลํงเรียนรูช๎ ุมชน,ศึกษาเรียนรู๎ด๎วยตนเอง จาก อินเตอรเ๑ น็ต ธนาคาร ธกส. และธนาคารออมสิน 4. ฝึกปฏิบัตแิ ละนําเสนอดว๎ ยโครงงาน,อินเตอร๑เน็ต และการจัดกิจกรรมสํงเสรมิ กระบวนการเรยี นร๎ู เพื่อพฒั นาการ ตลาดให๎ดีขึ้น การวัดและประเมินผล 1.ประเมนิ จากช้ินงานและโครงงาน 2.ประเมินผลจากการจาํ หนาํ ยผลติ ภัณฑจ๑ ากรายไดท๎ ่ีไดร๎ ับ 3.การอธิบายรายละเอียดของบัญชี 4.จากการทดสอบ/สมั ภาษณ๑

ฎ รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ า อช 23๕๘๖ การตลาดเบื้องต้น 2 สาระความรู้ การประกอบอาชีพ ระดับระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ จานวน 3 หนว่ ยกติ (120ชวั่ โมง) มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดับ มาตรฐานท่ี 3.4 มคี วามร๎ูความเข๎าใจในการพัฒนาอาชีพใหม๎ ผี ลิตภัณฑ๑ หรอื งานบรกิ ารสรา๎ งรายได๎ พอเพยี งตํอการดํารงชวี ติ และเหลอื เงินออมตามศักยภาพ ที่ หวั เรอื่ ง ตัวชี้วดั จานวน เนอ้ื หา (ชั่วโมง) 1 ความรู๎เบื้องตน๎ 1.อธิบายความหมาย 1.ความหมายของการตลาด 10 ทางการตลาด ความสาํ คัญ ความจําเป็นในการ 2. ความสําคัญของการตลาด พฒั นาอาชีพใหม๎ ีผลติ ภณั ฑ๑หรอื 3.ความจาํ เป็นในการพัฒนาอาชพี ใหม๎ ี งานบริการสร๎างรายได๎ ผลิตภัณฑห๑ รืองานบริการสรา๎ งรายได๎ ๒.หน๎าท่ที างการตลาด 4.หน๎าทท่ี างการตลาด 2 เทคนคิ การขาย 1.อธบิ ายเทคนคิ การขาย/ลําดบั 1.เทคนิคการขาย 20 20 ขัน้ ตอนกระบวนการขาย/ชอํ ง 2.ลาํ ดบั ข้ันตอนกระบวนการขาย ทางการจําหนาํ ย/วิธีการขาย 3.ชอํ งทางการขาย 2.สามารถขายสินคา๎ ไดต๎ าม 4.วิธีการขาย ขัน้ ตอนของการขาย 3 การตลาด 1.อธบิ ายผลิตภัณฑช๑ ุมชน/ 1.ผลติ ภัณฑ๑ชมุ ชน ผลิตภณั ฑช๑ มุ ชน รปู แบบการบริหารจดั การตลาด 2.รปู แบบการบริหารจัดการตลาด ผลติ ภัณฑ๑ชุมชน ผลติ ภณั ฑ๑ชุมชน 4. การทําบญั ชี 1.อธิบายหลักการ/ขั้นตอน/ 1.หลักการจดั ทาํ บญั ชคี รัวเรือน 20 ครัวเรือน ประโยชนก๑ ารจัดทาํ บญั ชี 2.ขนั้ ตอนการทําจดั ทําบญั ชีครวั เรอื น ครวั เรอื น 3.ประโยชนข๑ องการบัญชีครวั เรือน 2.สามารถจัดทําบญั ชคี รวั เรือน 4.การจดั ทําบัญชีครวั เรอื น รายรับ-รายจาํ ยไดอ๎ ยํางถูกตอ๎ ง รายรบั -รายจําย 5 การวเิ คราะห๑ 1.วเิ คราะหก๑ ารตลาด และปัจจัย 1. การวเิ คราะหก๑ ารตลาด 10 การตลาดเบื้องตน๎ สภาพทางธรุ กจิ 2.การวิเคราะหป๑ จั จัยสภาพทางธุรกิจ

ฏ ที่ หัวเรื่อง ตัวช้ีวดั เนอื้ หา จานวน (ชัว่ โมง) 6. การวางแผน 1.อธบิ ายการวางแผนการตลาด 1.การวางแผนการตลาดเบ้ืองต๎น 20 การตลาดเบอ้ื งต๎น เบอ้ื งต๎น/การออกแบบ และ 2. การออกแบบ และพัฒนารูปแบบ พฒั นารปู แบบผลิตภณั ฑ๑/การ ผลิตภัณฑ๑ สํงเสรมิ การขาย/การจัดระบบ 3. การสงํ เสริมการขาย การพัฒนาอาชีพสูคํ วามเขม๎ แขง็ 4.การจัดระบบการพัฒนาอาชีพสูํ 2.สามารถวางแผนการตลาด ความเขม๎ แขง็ เบอ้ื งตน๎ /การออกแบบ และ พัฒนารูปแบบผลิตภณั ฑ/๑ การ สงํ เสรมิ การขาย/การจัดระบบ การพัฒนาอาชพี สํูความเขม๎ แข็ง ได๎ 7. การบรหิ ารสญั ญา 1.อธบิ ายการบรหิ ารสญั ญา/ 1.การบรหิ ารสญั ญา 20 แหลงํ ทีม่ าของเงินทนุ /หลกั การ 2. แหลงํ ที่มาของเงนิ ทนุ ทําสัญญากย๎ู ืมเงิน/แบบฟอรม๑ 3.หลกั การทาํ สัญญากู๎ยมื เงนิ สญั ญายืมเงนิ 4.แบบฟอรม๑ สัญญายมื เงนิ 2.สามารถทําสญั ญากย๎ู ืมเงินตาม . แบบฟอร๑มสัญญายืมเงนิ ได๎อยําง ถกู ต๎อง

ฐ แบบทดสอบก่อนเรยี นระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น รายวชิ าการตลาดเบื้องต้น ๒ รหสั อช 23๕๘๖ ๑.การตลาดหมายถงึ อะไร ๖.องคป๑ ระกอบของระบบการตลาดข๎อใดที่มผี ลตํอ ก. สถานท่ซี อื้ ขายสนิ ค๎า การกําหนดราคาสนิ ค๎า ข. กลํมุ ผูซ๎ อื้ สนิ คา๎ ทง้ั หมด ก.เศรษฐกจิ ค. กลํุมผผู๎ ลติ และผขู๎ ายสนิ คา๎ ท้ังหมด ข. คูํแขงํ ขัน ง.กระบวนการวางแผนและดําเนินการตาม ค. เทคโนโลยี แนวความคิด ง. กลํมุ ตลาดเปาู หมาย กาํ หนดราคา การจดั จําหนาํ ย และสร๎างความพอใจ ใหก๎ ับบุคคลและองค๑กร ๗.การใชค๎ วามพยายามทางการขายและสํงเสริม การตลาดรปู แบบตาํ งๆ เพื่อชํวยใหข๎ ายสินคา๎ ๒.ความหมายของการตลาด (Marketing) ในแงํ ได๎มากขึ้นเปน็ แนวความคิดทางการตลาดข๎อใด สังคม ก. กิจกรรมทุกอยาํ งของธุรกิจ ก. แนวความคดิ มงํุ การผลิต ข. กจิ กรรมหนง่ึ ของการดาํ เนินธุรกิจ ข. แนวความคดิ มํงุ การขาย ค. การแลกเปล่ียนสง่ิ ที่มีคุณคําตอํ กัน ค. แนวความคดิ มงํุ การตลาด ง. ความอยูํดกี นิ ดีของประชาชนท่ัวไป ง. แนวความคดิ มุํงตัวผลติ ภัณฑ๑ ๓.การตลาดกอํ ให๎เกดิ การจ๎างงานเปน็ ความสําคัญ ๘.ผลิตภัณฑ๑ หมายถึงข๎อใดมากท่สี ดุ ของการตลาดตํอหนํวยงานใดมากทส่ี ุด ก.สินค๎า ก.ผ๎ูบริโภค ข.บรกิ าร ข.องค๑กรธุรกจิ ค.ความคิด ค.องค๑กรท่ีไมแํ สวงหาผลกําไร ง.สิ่งที่เปน็ ท้งั รปู ธรรมและนามธรรมท่พี ฒั นาข้ึนมาเพ่อื ตอบ ง.ระบบเศรษฐกิจของประเทศชาติ สนองความต๎องการของผบู๎ ริโภค ๔. ขอ๎ ใดคือจุดแข็ง (strength)ของรา๎ นสะดวกซื้อ ๙.กลยทุ ธ๑การบรรจุภณั ฑ๑ข๎อใดทชี่ ํวยเพ่ิมปรมิ าณ ก.สนิ คา๎ ราคาถูก การขายให๎กจิ การมากท่สี ุด ข.ต้งั อยูํในยํานชุมชน ก.การพัฒนาบรรจุภัณฑ๑ใหท๎ นั สมัย ค.การบริการที่ดีเยยี่ ม ข.การทําบรรจุภณั ฑ๑ให๎นํากลับมาใชใ๎ หมํ ง.มสี นิ คา๎ ใหเ๎ ลอื กมาก ค.การเปลย่ี นแปลงบรรจภุ ัณฑต๑ ลอดเวลา ง.การบรรจภุ ัณฑร๑ วมหลายหนํวยเข๎าดว๎ ยกัน ๕.ขอ๎ ใดคือจุดอํอน (Weakness) ของเครื่องด่ืม นาํ้ อดั ลม ๑๐.การสํงเสรมิ การขายมํุงสูพํ อํ ค๎าคนกลางข๎อใด ก.ราคาถูก ทจ่ี ะทําให๎พํอคา๎ คนกลางรับสินคา๎ ไปจําหนํายมาก ข.เป็นสนิ คา๎ ควบคมุ ราคา ขึ้น ค.การรณรงค๑ไมํด่ืมนาํ้ อัดลม ก. การให๎สวํ นลด ง.ต๎นทนุ การสํงเสรมิ การตลาดสูง ข. การแจกของแถม ค. การประชุมสมั มนา ง. การจัดนทิ รรศการ

๑๑.ความหมายของ “บัญชคี รวั เรอื น” คือขอ๎ ใด ฑ ก.เป็นบัญชสี าํ หรับบันทึก รายได๎ของครัวเรอื น ข.เป็นบญั ชีสาํ หรบั บนั ทกึ รายจํายของครัวเรือน ๑๖.วตั ถปุ ระสงค๑ของสญั ญาท่ีคํสู ญั ญาได๎ตกลงกนั ค.เปน็ บัญชีสําหรับบันทึก รายการเคร่ืองใช๎ใน ไว๎คอื อะไร ครัวเรือน ก. ขอ๎ ตกลงสญั ญา ง.เป็นบัญชีสําหรับบนั ทึก รายได๎และรายจาํ ยของ ข. การลงนามสญั ญา ตนเองหรือครวั เรือน ค.การบรหิ ารสญั ญา ง. ไมมํ ีข๎อถกู ขายสนิ ค๎าและบรกิ ารในราคาที่ยตุ ธิ รรม ๑๒.ขอ๎ ใดไมํควรทาํ ถา๎ รายจาํ ยเกินรายรบั ก.หารายไดเ๎ สรมิ ๑๗.ข๎อใดจดั เปน็ การวเิ คราะห๑ปัจจัยภายนอก ข.ยมื เงนิ เพื่อนที่โรงเรยี น ก.ผลิตภัณฑ๑ ค.ตดั รายจาํ ยทไ่ี มํจําเปน็ ออก ข.การเงนิ ง.ใช๎จาํ ยอยาํ งประหยัดมากขึ้น ค.โครงสร๎างองค๑การ ง.แนวโน๎มเศรษฐกจิ ๑๓.นักการตลาดต๎องการวางแผนกลยุทธด๑ ๎านราคา (Price) เพือ่ บรรลวุ ัตถุประสงคใ๑ ดมากที่สดุ ๑๘.วิธีการต้ังราคาสนิ ค๎าสง่ิ สาํ คัญในการ ก. กําหนดราคาเพ่ือใหม๎ กี ําไร ราคาคืออะไร ข. เพอื่ ตงั้ ราคาให๎ตํ่ากวําคํูแขํงขนั ก. ยอดขาย ค. กําหนดราคาเพือ่ นําไปคาํ นวณสํวนลด ข. ราคาขน้ั สงู ง. เพอื่ ใหม๎ ีราคาสินคา๎ ตํา่ ทาํ ให๎ลกู คา๎ มีความพงึ ค.ราคาข้นั ตํ่า พอใจ ง.กําไรสงู สุด ๑๔.ขอ๎ ใดเปน็ งานแสดงสินค๎าระดับท๎องถน่ิ ๑๙.สิ่งหนงึ่ ทีต่ ๎องคํานึงถึงในการเลอื กสรรสนิ คา๎ ที่ ก. งานแสดงสินคา๎ นานาชาติสอํู าเซียน นํามาจัดแสดงคือข๎อใด ข. งานแสดงสนิ ค๎าเฟอร๑นิเจอรท๑ อี่ ิมแพค เมืองทอง ก. สินค๎าที่นาํ มาจัดแสดงต๎องมสี สี นั สวยงาม ธานี ข. สนิ คา๎ ท่ีนาํ มาจดั แสดงตอ๎ งแตกตาํ งจากรา๎ นอน่ื ค. งานเทศกาลอาหารไทยที่กรุงลอนดอน ประเทศ ในยํานเดียวกัน อังกฤษ ค. สนิ คา๎ ท่นี ํามาจดั แสดงต๎องมีปรมิ าณเพยี งพอ ง. งานแสดงสนิ คา๎ ผลิตภัณฑ๑ชุมชนของจังหวดั สําหรบั การจําหนํายด๎วย ปทมุ ธานี ง. สนิ คา๎ ทนี่ ํามาจดั แสดงตอ๎ งไมํทนั สมยั จนเกินไป เพราะผู๎บริโภคจะไมรํ ูจ๎ ัก ๑๕. ผ๎มู ีหน๎าท่ีบรหิ ารสญั ญาคือใคร ก.เจ๎าหน๎าท่พี สั ดุ ๒๐.หวั หน๎าสํวนราชการตอ๎ งสํงสาํ เนาสัญญาหรอื ข.คณะกรรมการตรวจรบั พัสดุ ข๎อตกลงเป็นหนังสือ ซ่ึงมมี ูลคําตั้งแตํ 1 ลา๎ นบาท ค. หรือคณะกรรมการตรวจการจา๎ ง ขนึ้ ไป ใหก๎ ับหนวํ ยงานใด ง. ถกู ทกุ ข๎อ ก.กรมธนารกั ษ๑ ข.กรมบญั ชีกลาง ค. กระทรวงการคลัง ง. สาํ นกั งานตรวจเงินแผํนดิน

1 บทท่ี ๑ ความรพู้ ้ืนฐานทางการตลาด สาระสาคัญ การตลาด คือ การทํากิจกรรมตําง ๆ ในทางธุรกิจที่มีผลให๎เกิดการนําสินค๎าหรือบริการ จากผู๎ผลิตไปสํูผ๎ูบริโภค และมีความสําคัญตํอความเจริญเติบโต และพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศ เน่ืองจากการตลาดเป็นตัวกระต๎ุนให๎เกิดการวิจัยและพัฒนาหาสิ่งแปลกใหมํ ทําให๎ผ๎ูบริโภคมีโอกาสเลือกใช๎ ผลิตภัณฑ๑ที่ต๎องการได๎ สํงผลทําให๎เกิดการจ๎างงาน เกิดรายได๎กับแรงงานและธุรกิจ ทําให๎ประชาชนมีกําลัง การซื้อ และสามารถสนองความต๎องการในการบริโภค ซ่ึงทําให๎มาตรฐานการครองชีพของบุคคลในสังคมมี ระดบั สูงขึน้ และมคี ณุ ภาพชวี ิตทด่ี ีข้นึ ผลการเรียนรทู้ ค่ี าดหวงั 1. บอกความหมายและความสาํ คญั ของการตลาดได๎ ๒. อธบิ ายความจาํ เปน็ ในการพัฒนาอาชีพให๎มผี ลิตภัณฑห๑ รืองานบริการสร๎างรายได๎ ๓. อธิบายหนา๎ ท่ีทางการตลาดได๎ ขอบข่ายเนื้อหา เรื่องท่ี ๑ ความหมายและความสาํ คญั ของการตลาด เรือ่ งที่ ๒ ความจาํ เปน็ ในการพัฒนาอาชีพให๎มีผลติ ภัณฑห๑ รอื งานบรกิ ารสร๎างรายได๎ เรือ่ งที่ ๓ หน๎าท่ที างการตลาด

2 เรื่องท่ี ๑ ความหมายและความสาคัญของการตลาด 1. ความหมายของการตลาด การตลาด คือ การกระทํากิจกรรมตําง ๆ ในทางธุรกิจท่ีมีผลให๎เกิดการนําสินค๎าหรือบริการ จากผู๎ผลิตไปสูํผู๎บริโภคหรือผ๎ูใช๎บริการน้ัน ๆ ให๎ได๎รับความพึงพอใจ ขณะเดียวกันก็บรรลุวัตถุประสงค๑ของ กิจการ 2. ความสาคญั ของการตลาด การตลาดมีบทบาทสําคัญตํอการพัฒนาคุณภาพชีวิต และยกระดับความเป็นอยํูของมนุษย๑ในสังคม ทําให๎เกิดการพึ่งพาอาศัยกันอยํางเป็นระบบในสังคมมนุษย๑แตํละคน สามารถประกอบอาชีพท่ีตนเองถนัดและ ได๎ใช๎ความร๎ูความสามารถของแตํละบุคคลได๎อยํางเต็มกําลังความสามารถ และการตลาดมีบทบาทอยํางใหญํ หลวงตํอความเจริญเติบโต และพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศ เน่ืองจากการตลาดเป็นตัวกระต๎ุนให๎เกิด การวจิ ัย และพัฒนาหาส่ิงแปลกใหมํมาสนองความต๎องการของตลาดและสังคม ทําให๎ผู๎บริโภคมีโอกาสเลือกใช๎ ผลิตภัณฑ๑ที่ต๎องการได๎หลายทาง และผลิตภัณฑ๑ที่สามารถตอบสนองความต๎องการ สร๎างความพึงพอใจให๎แกํ ผ๎ูบริโภค จึงมีผลทําให๎เกิดการจ๎างงาน เกิดรายได๎กับแรงงานและธุรกิจ ทําให๎ประชาชนมีกําลังการซื้อ และ สามารถสนองความตอ๎ งการในการบริโภค ซ่งึ ทําให๎มาตรฐานการครองชีพของบุคคลในสังคมมีระดับสูงข้ึน และ มีคุณภาพชวี ิตท่ดี ขี นึ้ ความสาํ คัญของการตลาดอาจกลําวได๎ ดังน้ี 2.1 การตลาดเป็นเครื่องมือท่ีทาให้เกิดการแลกเปล่ียน การดําเนินการตลาดของธุรกิจจะทํา ให๎ผ๎ูผลิตกับผ๎ูบริโภคเข๎ามาใกล๎กัน และสร๎างความพึงพอใจให๎กับผู๎บริโภค ด๎วยการเสนอผลิตภัณฑ๑ที่ตรงตํอ ความต๎องการของผ๎ูบริโภค จนทําให๎เกิดการแลกเปลี่ยนในระดับผู๎ซ้ือและผ๎ูขายเกิดความพึงพอใจ การตลาด ไมํได๎เป็นเพียงเครื่องมือทําให๎เกิดการแลกเปล่ียนเทํานั้น แตํยังเป็นเคร่ืองมือที่สร๎างความพึงพอใจให๎กับ ผู๎บริโภคอยํางตํอเน่ือง ทําให๎ผ๎ูบริโภคเกิดความซ่ือสัตย๑ภักดีตํอผลิตภัณฑ๑ ทําให๎ผ๎ูบริโภคกลับมาใช๎ หรือซ้ือซ้ํา เม่ือมคี วามตอ๎ งการ 2.2 การตลาดเป็นตัวเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของผลิตภัณฑ์กับผู้บริโภค การ ดําเนินการทางการตลาดทําให๎ผ๎ูเป็นเจ๎าของผลิตภัณฑ๑สามารถตอบสนอง และสร๎างความพึงพอใจให๎กับ ผ๎ูบริโภคได๎ ด๎วยการเชื่อมโยงความสัมพันธ๑ให๎สอดคล๎องกับภาวการณ๑ สถานภาพ ของผู๎บริโภคด๎วยการจัด จาํ หนํายผลิตภณั ฑ๑ในปริมาณ ในเวลา ในสถานท่ีท่ีผู๎บริโภคต๎องการ ในราคาที่ผู๎บริโภคมีกําลังการซ้ือ และโอน ความเป็นเจ๎าของได๎ การเชื่อมโยงความสัมพันธ๑ระหวํางผ๎ูเป็นเจ๎าของผลิตภัณฑ๑กับผ๎ูบริโภค นอกจากจะ ดําเนินการในหน๎าทางการตลาดให๎เกิดการเช่ือมโยงสัมพันธ๑กันในเร่ืองดังกลําวแล๎ว ส่ิงท่ีสําคัญจะต๎องกระทํา อกี ประการหนง่ึ กค็ ือ การสร๎างการรบั ร๎ูใหก๎ บั ผบู๎ ริโภคในกจิ กรรมดงั กลําว 2.3 การตลาดเป็นตัวผลักดันให้มีการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ด๎วยแนวคิดของการตลาด ในการมุํงสนองความต๎องการและสร๎างความพึงพอใจให๎กับผ๎ูบริโภค และรับผิดชอบตํอสังคม ผลักดันให๎ผู๎ผลิต ต๎องพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ๑ ให๎ตรงตํอความต๎องการ และสร๎างความพึงพอใจให๎กับผู๎บริโภค ตลอดจนจูงใจ ผู๎บริโภคด๎วยการเสนอผลิตภัณฑ๑ใหมํ ๆ อยูํเสมอ และการตลาดระบบการตลาดเสรี ซึ่งมีการแขํงขันกันมาก ในการสร๎างความพึงพอใจ และจูงใจผ๎ูบริโภค จึงยิ่งเป็นแรงผลักดันให๎มีการพัฒนาปรับปรุง ผลิตภัณฑ๑เพ่ือการ แขงํ ขนั ในตลาดเสรี

3 2.4 การตลาดเป็นกลไกในการเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจ ด๎วยการกํอให๎เกิดการบริโภค และ การพึ่งพากันอยํางเป็นระบบ มีความเช่ือมโยงสัมพันธ๑กับระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ การสร๎างความต๎องการและ การสนองความต๎องการในการบริโภค ผลิตภัณฑ๑ทําให๎เกิดการไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ คือ เกิดการจ๎างงาน เกิดรายได๎ เกิดการบริโภค และเกิดการใช๎แรงงาน ซ่ึงจะมีการพ่ึงพากันและเชื่อมโยงไหลเวียนตามลําดับอยํา ง เป็นระบบ ผลจะทําให๎การดํารงชีวิตของมนุษยชาติในสังคมอยูํในระดับท่ีมีการกินดีอยํูดี มีความเป็นอยูํ อยําง เป็นสขุ โดยทวั่ กนั ความสาํ คญั ของการตลาดอาจจําแนกให๎เห็นชัดเจนย่ิงข้ึน โดยพิจารณาจากการตลาดมีความสําคัญ ตํอสังคมและบคุ คล ดงั นี้ 1. การยกระดับมาตรฐานความเป็นอยขํู องบคุ คลในสงั คมให๎สูงข้นึ 2. ทําให๎พฤติกรรม อุปนิสัย ความเชื่อ คํานิยมและลักษณะการดํารงชีพของบุคคล ในสังคม เปลยี่ นไป 3. เกดิ อาชีพตาํ ง ๆ แกบํ คุ คลในสงั คมเพิ่มมากข้นึ นอกจากความสําคญั ตํอบคุ คลและสงั คมแล๎ว การตลาดยังมีความสาํ คัญตอํ ระบบ เศรษฐกิจโดยตรง ดงั น้ี 1. ชํวยให๎รายได๎ประชากรสูงข้นึ 2. ทาํ ใหเ๎ กิดการหมนุ เวียนของปัจจยั การผลิต 3. ชวํ ยสร๎างความตอ๎ งการในสนิ คา๎ และบริการ 4. ทําใหเ๎ กดิ การเปลยี่ นแปลงและการพัฒนาของเศรษฐกจิ 5. ทาํ ให๎เกิดการคา๎ ระหวาํ งประเทศ

4 เรอื่ งท่ี ๒ ความจาเปน็ ในการพัฒนาอาชีพให้มผี ลติ ภัณฑห์ รอื งานบรกิ ารสร้างรายได้ 1. การตลาดเป็นตัวเชือ่ มโยงความสัมพนั ธ์ระหวา่ งเจา้ ของผลิตภณั ฑ์กบั ผู้บริโภค การดําเนินการทางการตลาดทําให๎ผ๎ูเป็นเจ๎าของผลิตภัณฑ๑สามารถตอบสนอง และสร๎างความ พึงพอใจให๎กับผู๎บริโภคได๎ ด๎วยการเช่ือมโยงความสัมพันธ๑ให๎สอดคล๎องกับภาวการณ๑ สถานภาพของผ๎ูบริโภค ด๎วยการจัดจําหนํายผลิตภัณฑ๑ในปริมาณ ในเวลา ในสถานที่ที่ผ๎ูบริโภคต๎องการ ในราคา ท่ีผู๎บริโภคมีกําลัง การซื้อ และโอนความเป็นเจ๎าของได๎ การเชื่อมโยงความสัมพันธ๑ระหวํางผู๎เป็นเจ๎าของผลิตภัณฑ๑กับผู๎บริโภค นอกจากจะดําเนินการในหน๎าทางการตลาด ให๎เกิดการเชื่อมโยงสัมพันธ๑กันในเรื่องดังกลําว ส่ิงสําคัญที่จะต๎อง กระทําอกี ประการหนง่ึ กค็ อื การสร๎างการรับรูใ๎ หก๎ ับผ๎บู ริโภคในกจิ กรรมดงั กลาํ ว 2. การตลาดเปน็ ตัวผลกั ดันให้มกี ารพัฒนาปรับปรุงผลิตภณั ฑ์ ดว๎ ยแนวคิดของการตลาด ในการมํงุ สนองความต๎องการและสร๎างความพึงพอใจให๎กับผ๎ูบริโภค และ รับผิดชอบตํอสังคม ผลักดันให๎ผลิตต๎องพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ๑ ให๎ตรงตํอความต๎องการ และสร๎างความ พึงพอใจให๎กับผ๎ูบริโภค ตลอดจนจูงใจผ๎ูบริโภคด๎วยการเสนอผลิตภัณฑ๑ใหมํ ๆ อยํูเสมอ และการตลาดระบบ การตลาดเสรี ซ่ึงมีการแขํงขันกันมากในการสร๎างความพึงพอใจ และจูงใจผ๎ูบริโภค จึงยิ่งเป็นแรงผลักดันให๎มี การพัฒนาปรับปรงุ ผลติ ภณั ฑเ๑ พ่ือการแขํงขันในตลาดเสรี 3. การตลาดเป็นกลไกในการเสรมิ สร้างระบบเศรษฐกิจ ด๎วยการกํอให๎เกิดการบริโภคและการพึ่งพากันอยํางเป็นระบบมีความเชื่อมโยงสัมพันธ๑กับระบบ เศรษฐกิจทั้งระบบ การสร๎างความต๎องการและการสนองความต๎องการในการบริโภค ผลิตภัณฑ๑ทําให๎เกิดการ ไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ คือเกิดการจ๎างงาน เกิดรายได๎ เกิดการบริโภค และเกิดการใช๎แรงงาน ซ่ึงจะมีการ พ่ึงพากันและเชื่อมโยงไหลเวียนตามลําดับอยํางเป็นระบบ ผลจะทําให๎การดํารงชีวิตของมนุษยชาติในสังคม อยใูํ นระดบั ทมี่ กี ารกินดอี ยดูํ ี มคี วามเปน็ อยูํ อยาํ งเปน็ สุขโดยทวั่ กนั

5 เรือ่ งท่ี ๓ หน้าทที่ างการตลาด หน๎าที่ทางการตลาด หมายถึง กิจกรรมท่ีเกิดการเคล่ือนย๎ายสินค๎าหรือผลิตภัณฑ๑ของบริษัทไปยัง ลูกค๎าหรือผู๎บริโภคเพ่ือกํอให๎เกิดการเปล่ียนแปลงกรรมสิทธิ์ในสินค๎าหรือผลิตภัณฑ๑ เม่ือใดก็ตามที่การตลาด เปน็ ระบบที่มีคณุ ภาพยอํ มสงํ ผลให๎ประชาชน สังคม และชุมชนมีคุณภาพไปด๎วย ดังน้ัน ในระบบของการตลาด โดยทั่วไปแลว๎ จะมหี น๎าท่ีสําคญั ดงั น้ี ๑. การจัดการเก่ียวกับสินคา้ และบรกิ าร การจัดการเกี่ยวกับสินค๎าและบริการ เป็นการดําเนินการเกี่ยวกับการเปล่ียนแปลงกรรมสิทธิ์ ในสินค๎าและบรกิ าร เพื่อให๎เกดิ ความพอใจและตรงกับความตอ๎ งการของผู๎บริโภคหรือลูกค๎ามากที่สุด ซ่ึงวิธีท่ีจะ จัดการในเรือ่ งนี้ มดี ังตํอไปนี้ 1.1 การพัฒนาและกาหนดมาตรฐานสินค้าและบริการ (Development and Standard Goods) หน๎าท่ีโดยตรงของการตลาด คือ การจัดหาสินค๎าและบริการให๎ตรงกับความต๎องการของผู๎บริโภค โดยการพัฒนาและกําหนดสินค๎าให๎ทันสมัย กําหนดรายละเอียดของสินค๎าและบริการ ไมํวําจะเป็นคุณภาพ ปรมิ าณ ลกั ษณะ รูปรํางและมาตรฐานตามกําหนด ซึ่งจะต๎องมีการศึกษาหาข๎อมูล เพ่ือกําหนดสินค๎าท่ีจะผลิต ออกมาตอบสนองความต๎องการของผูบ๎ รโิ ภค 1.2 การขาย (Selling ) หน๎าท่ีโดยตรงของการตลาด คือ การจัดให๎มีการถํายโอน หรือ เปล่ียนแปลงกรรมสิทธิ์อันจําเป็นตํอการหมุนเวียนสินค๎าและบริการ ทําให๎เกิดความคลํองตัวด๎านธุรกิจ ท่ีดําเนินการอยูํ ซ่ึงอาจจะมีเจ๎าหน๎าที่ฝุายขายติดตํอโดยตรง หรืออาจจะมีการประสานงานกันทางโทรศัพท๑ หรอื ระบบสารสนเทศตําง ๆ 1.3 การซ้ือ (Buying) กิจกรรมในสํวนของการซื้อก็คือ การศึกษาข๎อมูลเกี่ยวกับสินค๎า ท่ีต๎องการซ้ือให๎ตรงกับความต๎องการของลูกค๎าเป็นหลัก โดยในการซ้ือสินค๎าน้ันจะต๎องศึกษาหาข๎อมูลกํอนวํา มคี ุณภาพหรือมาตรฐานมากนอ๎ ยเพยี งใด 2. การแจกจ่ายสินค้าและบรกิ ารสนิ ค้าทผ่ี ลิตขึน้ มาแลว้ การแจกจาํ ยสินค๎าและบริการสนิ คา๎ ที่ผลิตขน้ึ มาแลว๎ จาํ เป็นต๎องมีการจัดสํงไปยังผบู๎ รโิ ภค ซึ่งการ เคลอื่ นยา๎ ยสนิ ค๎าดงั กลําวต๎องอาศัยกจิ กรรมตําง ๆ ดังน้ี 2.1 การขนส่ง (Transportation) สินค๎าจะไปถึงมือผู๎บริโภคหรือลูกค๎าท่ีอยํูหํางไกล ซ่ึงกระจายกันในแตํละท๎องถิ่นได๎ จะต๎องอาศัยการขนสํง โดยจะต๎องเลือกวิธีการให๎เหมาะสมกับสภาพของ สินคา๎ ผลติ ภัณฑ๑ ระยะเวลาและสภาพของท๎องถ่ิน รวมท้ังความเหมาะสมของคําใช๎จํายในการขนสํง เชํน สินค๎า ทีม่ ีนํ้าหนักและปริมาณมาก ควรจะเลือกการขนสํงโดยทางรถยนต๑ 2.2 การเก็บรักษาสินค้า (Storage) เป็นกิจกรรมเพ่ือตอบสนองความต๎องการให๎แกํลูกค๎า ด๎วยการเก็บรักษาสินค๎าไว๎ เพื่อให๎สินค๎ามีคุณคํา คุณภาพดีสม่ําเสมอ หรือรอโอกาสที่เหมาะสมในการ จาํ หนาํ ยให๎แกลํ กู คา๎ ซึ่งการเก็บรกั ษาสนิ ค๎าของตลาดนน้ั เป็นไปใน 2 ลักษณะ ดังนี้ 1) เกบ็ รกั ษาเพ่อื เพิม่ คุณภาพสนิ ค๎าและบรกิ ารบางอยําง หากเก็บรักษาไว๎นานจะทําให๎มี ราคาสงู ขึ้น เชนํ ทด่ี ิน บ๎าน เปน็ ต๎น 2) เก็บรักษาเพื่อคาดหวังผลกําไร เชํน กรณีสินค๎าราคาตกตํ่า หน๎าท่ีการตลาด (ผู๎ขาย) จะเก็บสินคา๎ นัน้ ๆ ไว๎กํอนจนกวาํ สินค๎าจะมีราคาสงู ขึน้ จงึ จะนําออกมาจาํ หนําย

6 3. หนา้ ท่ีการบริการให้ความสะดวก การบริการให๎ความสะดวก เพื่อให๎ธุรกิจตําง ๆ สามารถดําเนินตํอไปได๎อยํางมั่นคง และ ถาวร การตลาดจึงต๎องให๎การบริการและอํานวยความสะดวกให๎กับธุรกิจตําง ๆ ได๎แกํ ด๎านการเงิน โดยมี สถาบันการเงิน คือ ธนาคารเข๎ามาจัดบริการด๎านสินเช่ือ เพ่ือให๎มีการก๎ูยืมเงินมาใช๎ในการลงทุน นอกจากน้ี ยงั จัดใหม๎ ีการบรกิ ารอํานวยความสะดวก เพอื่ ลดความเสี่ยงของธรุ กจิ เชนํ บรกิ ารด๎านการประกนั ตาํ ง ๆ 4. หนา้ ที่การสอ่ื สารข้อมูลทางการตลาด เม่ือเจ๎าหน๎าที่ฝุายการตลาดวิเคราะห๑ข๎อมูลทางการตลาดได๎แล๎ว จะต๎องนําข๎อมูลความต๎องการ สินค๎าหรือผลิตภัณฑ๑ใหมํให๎แกํผ๎ูผลิต เพื่อจะได๎นําข๎อมูลท่ีได๎ไปปรับปรุงสินค๎าและบริการให๎ตรงกับความ ต๎องการของลูกค๎าหรือผู๎ผลิต จะมีฝุายการผลิตเป็นผ๎ูดําเนินการปรับปรุงสินค๎า และฝุายประชาสัมพันธ๑ภายใน บริษัทจะทาํ หน๎าทปี่ ระชาสมั พนั ธ๑สนิ คา๎ ตวั ใหมํไปยงั ลกู คา๎ และผ๎อู ุปโภค บริโภค เพื่อให๎ลูกค๎าหรือผู๎บริโภคได๎ ทราบถึงสินค๎าหรือบริการใหมํ ผู๎ผลิตต๎องทราบความเคล่ือนไหวทางการตลาดได๎ถูกต๎อง เพื่อเป็นข๎อมูลที่จะ นาํ ไปสูกํ ารผลิตสินคา๎ และบริการมาสนองใหต๎ รงกบั ความต๎องการของประชาชนได๎อยํางแทจ๎ รงิ 5. หน้าทใ่ี นการวเิ คราะห์ตลาด การวิเคราะห๑ตลาดเป็นกระบวนการท่ีต๎องดําเนินการอยํางตํอเน่ืองตลอดเวลา เพื่อทราบข๎อมูล เกย่ี วกบั ความตอ๎ งการของตลาด อันจะทําใหผ๎ ๎ูผลติ สามารถผลติ สินค๎าและบริการได๎ตรงความต๎องการของลูกค๎า ไดต๎ ลอดเวลา และการวเิ คราะห๑ตลาดยงั เป็นการชวํ ยแกไ๎ ขปัญหาทางเศรษฐกจิ ของประเทศได๎ เพราะผ๎ูผลิตและ ผ๎บู ริโภคสามารถทราบขอ๎ มูลท่ีเป็นปัจจุบัน และคาดคะเนผลท่ีอาจเกิดขึ้นในอนาคตได๎ ทําให๎มีการเตรียมแก๎ไข ปัญหาได๎อยํางถกู ต๎องและถกู วธิ ีดว๎ ย 6. หนา้ ทใี่ นการทาใหส้ ินคา้ ตา่ งกนั เม่ือไดร้ บั ขอ้ มูลจากการวเิ คราะห์ การทําให๎สินค๎าตํางกันเม่ือได๎รับข๎อมูลจากการวิเคราะห๑ แล๎วหน๎าท่ีของตลาดก็จะต๎องปรับปรุง เปลี่ยนแปลงสินค๎าและบริการขึ้นใหมํ เพื่อสนองความต๎องการและสร๎างความพึงพอใจให๎แกํผู๎ซื้อ ซึ่งการ ปรับปรงุ เปลี่ยนแปลงทาํ ไดด๎ ังรายละเอียดตอํ ไปนี้ 6.1 เปล่ยี นแปลงตัวสนิ คา๎ ใหมํแทนสินคา๎ ตัวเดมิ 6.2 เปลยี่ นแปลงราคาสนิ คา๎ หรอื ผลิตภัณฑ๑ 6.3 เปลีย่ นแปลงทัศนคตขิ องผบู๎ รโิ ภค เชํน ซ้อื สินค๎าเพราะของแถมหรอื การออกสลากรางวัลนําโชค 6.4 เปล่ยี นแปลงขอ๎ มลู ใหผ๎ ๎ซู ้ือได๎รบั ร๎ู 6.5 เปล่ียนแปลงการบรรจหุ บี หอํ หรือตราย่ีหอ๎ ใหมํ 7. หน้าท่ใี นการตีราคา การตีราคาจะชํวยในการพิจารณาจุดค๎ุมทุนวําการซื้อขายแลกเปลี่ยนที่เกิดข้ึน ทางการตลาดน้ัน มีประโยชน๑ค๎ุมคําหรือไมํ หรือสร๎างความพอใจให๎กับผู๎ซ้ือ-ขายหรือไมํหรือหากต๎นทุนสูงกวําผลประโยชน๑ของ สังคมกค็ วรจะต๎องมี การปรบั ปรงุ คุณภาพของสนิ คา๎ หรือผลติ ภณั ฑ๑และการตลาดให๎เหมาะสม 8. หน้าทใี่ นการแบ่งสว่ นตลาด เป็นการทําให๎ตลาดมีขนาดเล็กลง เพ่ือสะดวกในการแลกเปลี่ยน ซื้อขายสินค๎า เน่ืองจากผ๎ูผลิต สามารถเจาะจงลูกค๎าได๎ ในขณะท่ีผ๎ูบริโภคเองก็สามารถเลือกสินค๎าและบริการเฉพาะอยํางได๎มากขึ้น ทําให๎ เกิดการประหยัดทัง้ การผลติ และบริโภคด๎วย

7 กิจกรรมทา้ ยบทท่ี ๑ คาช้แี จง : ให๎ผ๎เู รยี นตอบคาํ ถามตํอไปนี้ มาพอสังเขป ๑. บอกความหมายและความสาํ คัญของการตลาด …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๒. อธิบายความจาํ เป็นในการพัฒนาอาชีพให๎มีผลติ ภัณฑ๑ งานบริการสรา๎ งรายได๎ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………. ๓. อธิบายหน๎าท่ีทางการตลาด มอี ะไรบ๎าง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

8 บทที่ ๒ หลกั การขายเบอ้ื งต้น สาระสาคัญ งานขายเป็นงานท่ีสร๎างคุณคําตํอสังคมโดยรวมและตํอธุรกิจ การขายท่ีประสบความสําเร็จจัดเป็น ความสําเร็จของกิจการ ผู๎เกี่ยวข๎องจะต๎องการมีความรู๎เบื้องต๎นเกี่ยวกับเทคนิคการขาย ชํองทางและวิธีการ ขาย ประเภทและลักษณะของงานขาย นอกจากน้ีจะต๎องมีจรรยาบรรณของการเป็นนักขายท่ีดีได๎ มีความ ซอ่ื สตั ย๑ สจุ รติ ท้ังตอํ เจา๎ ของกจิ การและตอํ ลกู คา๎ โดยยึดถอื ความถกู ต๎องและเปน็ ธรรม ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวงั ๑. อธิบายความร๎ูทว่ั ไปเก่ียวกบั เทคนคิ การขายได๎ 2. อธบิ ายชํองทางและวิธีการขายได๎ ๓. บอกประเภทและลกั ษณะของงานขายได๎ ๔. อธิบายคุณสมบตั ิ จรรยาบรรณ ของการเป็นนักขายท่ีดีได๎ ขอบข่ายเนื้อหา เรอื่ งท่ี ๑ ขน้ั ตอนของเทคนิคการขาย เรอื่ งที่ ๒ ชํองทางและวธิ ีการขาย เรื่องท่ี ๓ ประเภทและลักษณะของงานขาย เร่อื งท่ี ๔ คุณสมบตั ิ จรรยาบรรณ ของการเปน็ นักขายที่ดี

9 เรอื่ งท่ี ๑ ข้ันตอนของเทคนคิ การขาย 1. บทบาทของการขายในสังคม งานขาย เป็นงานท่ีสร๎างคุณคําตํอสังคมโดยรวมและตํอธุรกิจ การขายท่ีประสบความสําเร็จจัดเป็น ความสาํ เร็จของกิจการ เนื่องจากองค๑กรธรุ กจิ จะตอ๎ งอาศยั การขาย จงึ จะสามารถดําเนินธุรกิจตอํ ไปได๎ พนักงานขาย มีบทบาทสําคัญในการเข๎าพบลูกค๎าเพื่อค๎นหาปัญหาที่ลูกค๎ากําลังประสบอยํู ศึกษา วิเคราะห๑ปัญหาน้ันเพ่ือหาทางออก และนําเสนอสินค๎าท่ีสามารถชํวยแก๎ปัญหาของลูกค๎าได๎ พนักงานขายจึงมี บทบาทสําคัญ ดงั นี้ 1.๑ พนักงานขายช่วยพัฒนาและแนะนานวัตกรรมใหม่ พนักงานขายเป็นผ๎ูท่ีอยูํใกล๎ชิดกับ ลูกค๎ามากที่สุด จึงทราบถึงปัญหาท่ีลูกค๎ากําลังประสบอยูํ พนักงานขายจึงเป็นแหลํงข๎อมูลเก่ียวกับลูกค๎า ที่สําคัญในการนําเสนอข๎อมูลสําหรับการผลิตหรือพัฒนาผลิตภัณฑ๑ เพื่อตอบสนองความต๎องการของลูกค๎า ใหเ๎ กดิ ความพอใจสงู สดุ 1.๒ พนักงานขายช่วยเพ่ิมคุณค่าแก่ผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต สามารถเพ่ิมคุณคํา แกผํ ลิตภณั ฑ๑ได๎ กลําวคือ ผู๎ผลิตสามารถนําวัตถุดิบมาแปรรูปให๎เป็นสินค๎าสําเร็จรูป ซ่ึงสินค๎าสําเร็จรูปสามารถ ใช๎ทําประโยชน๑ได๎มากกวํา และสามารถสร๎างความพึงพอใจให๎แกํลูกค๎าได๎มากกวําเชํนกัน จึงกลําวได๎วํา กระบวนการผลิตสร๎างประโยชน๑ด๎านรูปรํางแกํลูกค๎า สํวนการขายโดยพนักงานขาย ชํวยสร๎างอรรถประโยชน๑ ด๎านสถานท่ี เวลา และความเป็นเจ๎าของ กลําวคือ สินค๎าท่ีผลิตเสร็จแล๎วจะเก็บไว๎ในคลัง ไมํสามารถสร๎าง ประโยชน๑หรือความพึงพอใจแกํลูกค๎าได๎ ประโยชน๑และความพอใจจะเกิดข้ึนเมื่อสินค๎าได๎เคลื่อนย๎ายมาถึง สถานที่ลูกค๎าในเวลาที่ลูกค๎าต๎องการ และเม่ือลูกค๎าต๎องการเป็นเจ๎าของ ซ่ึงผู๎ท่ีมีบทบาทสําคัญเหลํานี้ คือ พนกั งานขาย พนกั งานขายมีบทบาทสาคัญในการแนะนาผลิตภณั ฑ์ใหม่ แหลํงอา๎ งอิง https://sites.google.com/site/rabobpatibatkan/kar-khay-beuxng-tn-2/chxng-thangkar-cad-cahnay-1

10 2. บทบาทของพนกั งานขายในกจิ การ การขายเป็นสิ่งสําคัญของกิจการ ตามท่ีกลําวกันไว๎วํา \"การขายเป็นหัวใจของกิจการ\" ดังนั้น ในการ ดําเนินกิจการขององค๑กร มีการจัดการเก่ียวกับสํวนประสมทางการตลาด ซ่ึงประกอบด๎วย ผลิตภัณฑ๑ ราคา ชํองทางการจัดจําหนําย และการสํงเสริมการตลาด กิจกรรมการสํงเสริมการตลาดมีหลายท าง ได๎แกํ การประชาสัมพันธ๑ การโฆษณา การสํงเสริมการขาย และการขายโดยพนักงานขาย จะเห็นได๎วําการขายโดย พนกั งานขาย เปน็ สวํ นหนงึ่ ทท่ี าํ ให๎การดําเนนิ งานของกิจการประสบความสาํ เร็จได๎ การขายโดยพนักงานขาย มีบทบาทสําคัญตํอการขายสินค๎าอุตสาหกรรมมากกวําการขายสินค๎า อุปโภคบริโภค เนื่องจากสินค๎าอุตสาหกรรมมีความซับซ๎อนมากกวํา ดังนั้น ลูกค๎าจึงต๎องการข๎อมูลที่เพียงพอ และเกิดความเข๎าใจอยํางชัดเจนกํอนการตัดสินใจซื้อ อีกทั้งการตัดสินใจซ้ือสินค๎าอุตสาหกรรมมีผลกระทบ ตอํ การดาํ เนินงานของกจิ การ มีผ๎ูรวํ มเก่ียวข๎องหลายฝุาย นอกจากนกี้ ารขายโดยพนกั งานขายมีความยืดหยํุน และมีประสิทธิภาพมากกวํากิจกรรมการสํงเสริม การตลาดอื่น ๆ กลําวคือ การขายโดยพนักงานขายเป็นการส่ือสารแบบสองทาง พนักงานขายสามารถตอบ คาํ ถามของลกู ค๎าระหวาํ งการนาํ เสนอ และสามารถปรบั ปรุงการนาํ เสนอให๎เหมาะสมกบั ลูกคา๎ แตํละรายอีกด๎วย พนักงานขายสนิ คา้ อตุ สาหกรรมมบี ทบาทมากกวา่ พนกั งานขายสนิ ค้าอุปโภคบริโภค แหลํงอา๎ งอิง https://sites.google.com/site/rabobpatibatkan/kar-khay-beuxng-tn-2/chxng-thangkar-cad-cahnay-1

11 3. กระบวนการขาย กระบวนการขาย เป็นแผนการเสนอขายอยํางมีระบบ ซึ่งการปฏิบัติตามกระบวนการขาย ตามขน้ั ตอนที่วางแผนไว๎ ชวํ ยให๎พนักงานขายประสบความสาํ เรจ็ กระบวนการขายประกอบดว๎ ยข้ันตอน ดงั นี้ 3.1 การแสวงหาผู้มุ่งหวัง บุคคลท่ีเป็นผ๎ูมํุงหวัง และจะกลายเป็นลูกค๎าในท่ีสุด จะต๎องมี คุณสมบัติ คือ มีความตอ๎ งการสนิ ค๎า มีอํานาจในการซอื้ และมีอํานาจในการตัดสินใจซ้ือ ซึ่งพนักงานขายจะต๎อง แสวงหารายชือ่ ผม๎ู ุํงหวงั จากแหลํงตําง ๆ เชนํ งานแสดงสนิ ค๎า สมดุ โทรศพั ท๑ ลูกคา๎ เกํา เปน็ ตน๎ 3.2 การเตรยี มตัวกอ่ นเขา้ พบ เปน็ การเตรยี มความพรอ๎ มดา๎ นตาํ ง ๆ ของพนักงานขาย เพื่อให๎ การนําเสนอขายเป็นไปด๎วยความราบร่ืนและประสบความสําเร็จ ซ่ึงพนักงานขายต๎องเตรียม ทั้งด๎านความรู๎ เกี่ยวกับสินค๎า ความรู๎เกี่ยวกับสินค๎า ตลอดจนเตรียมข๎อมูลและเทคนิคตําง ๆ สําหรับตอบข๎อโต๎แย๎งของลูกค๎า และวิธีการเปดิ การขายที่มีประสทิ ธิภาพ 3.3 การเข้าพบ การเข๎าพบผ๎ูมุํงหวังครั้งแรก อาจไมํได๎มุํงแตํการเสนอขายเพียงอยํางเดียว อาจเข๎าไปเพ่ือทําความรู๎จัก ความคุ๎นเคย พนักงานขายจะต๎องสร๎างความประทับใจให๎เกิดข้ึน ซ่ึงถือเป็น จดุ เริม่ ตน๎ ของความสาํ เรจ็ ในการขาย 3.4 การเสนอขายและการสาธิต การเสนอขายเป็นข้ันตอนท่ีพนักงานขายนําเสนอคุณสมบัติ ของสินค๎า กลําวถึงประโยชน๑ท่ีผ๎ูซื้อจะได๎รับ พร๎อมท้ังโน๎มน๎าวให๎ผู๎มุํงหวังคล๎อยตาม การสาธิตชํวยให๎ผู๎มํุงหวัง เข๎าใจรายละเอียดและคุณสมบัติของสินค๎ามากขึ้น การสาธิตท่ีมีประสิทธิภาพทําให๎ผ๎ูมุํงหวังตัดสินใจซื้อ ได๎ไมยํ ากนกั 3.5 การตอบข้อโต้แย้ง เป็นข๎อแตกตํางระหวํางความคิดเห็นของผู๎มุํงหวังและพนักงานขาย ในเรื่องเกี่ยวกับสินค๎า ข๎อโต๎แย๎งถือเป็นอุปสรรคของการขาย พนักงานขายสามารถจัดการกับข๎อโต๎แย๎งของ ลูกค๎าได๎ด๎วยการเตรียมตนเองให๎พร๎อม ทั้งในด๎านความร๎ูเก่ียวกับสินค๎า ความรู๎เก่ียวกับลูกค๎า ความร๎ูเก่ียวกับ กจิ การ และความรเ๎ู ก่ยี วกบั คูํแขงํ ขนั 3.6 การปิดการขาย เป็นเทคนิคหรือวิธีการที่พนักงานขายนําเอาออกมา หรือกระต๎ุนให๎ ผม๎ู ํุงหวังเกิดการตดั สินใจซอื้ หรอื แสดงสัญญาณการซ้อื ออกมาให๎พนกั งานขายทราบ 3.7 การติดตามผลหลังการขาย เป็นการตรวจสอบวําสินค๎าท่ีขายไปแล๎วน้ัน สร๎างความ พึงพอใจให๎แกํลูกค๎ามากน๎อยเพียงใด มีปัญหาเกี่ยวกับการขายอยํางไรบ๎าง เพ่ือเป็นประโยชน๑ตํอการพัฒนา การขายให๎ประสบความสําเร็จในครั้งตํอไป และการติดตามผลการขายน้ียังรวมถึงการเยี่ยมเยียนลูกค๎าที่ซ้ือ สินคา๎ ไปแล๎วดว๎ ย แหลงํ อา๎ งอิง https://sites.google.com/site/rabobpatibatkan/kar-khay-beuxng-tn-2/krabwn

12 เร่ืองท่ี ๒ ช่องทางและวิธกี ารขาย 1. ความสาคญั ของช่องทางการจัดจาหน่าย ชํองทางการจัดจําหนําย หมายถึง เส๎นทางการเคลื่อนย๎ายสินค๎าหรือบริการจากผ๎ูผลิตกระจายไปสํู ผ๎บู ริโภค หรอื ผใู๎ ช๎ทางอุตสาหกรรมทเ่ี ป็นกลุมํ เปูาหมาย โดยอาจจะอาศัยการดําเนนิ งานของคนกลางชํวยในการ กระจายสินค๎าหรือบริการ เรียกวํา ชํองทางอ๎อม หรือผู๎ผลิตดําเนินงานเองโดยไมํผํานคนกลาง เรียกวํา ชํองทางตรง ชํองทางการจัดจําหนําย ถือเป็นกระบวนการหนึ่งของระบบตลาดท่ีมีความสําคัญ เพราะจะเป็น แนวทางให๎เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยน หรือเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธ์ิได๎มากและรวดเร็ว การจัดจําหนํายที่ดี จะตอ๎ งทาํ ใหผ๎ ูบ๎ รโิ ภคได๎รับสินค๎าหรือบริการที่รวดเร็ว และสร๎างความพึงพอใจให๎กับผ๎ูบริโภคได๎มากท่ีสุด ซึ่งมี ความสําคญั ดงั น้ี 1. ชํวยขยายตลาด และขยายชอํ งทางการขายได๎มากขนึ้ จากระดับทอ๎ งถิน่ สรํู ะดับชาติ 2. ชํวยทําให๎ผู๎ผลิตกระจายสินค๎า หรือบริการเข๎าไปในชํองทางการขาย และนําไปสูํผู๎บริโภค ได๎อยาํ งทวั่ ถึง 3. ชํวยทําให๎ผู๎บริโภคในขั้นสุดท๎ายมีสินค๎าหรือบริการใช๎ในการอุปโภคบริโภคในเวลาท่ีต๎องการ ได๎ทนั ที 4. ชํวยทําให๎ผู๎บริโภคได๎ใช๎สินค๎าหรือบริการท่ีมีการพัฒนาอยํางตํอเน่ือง เพราะมีการแขํงขัน ของผ๎ูผลิตทีต่ ๎องพยายามใช๎กลยุทธ๑ตําง ๆ ในการผลักดันผลติ ภณั ฑ๑เขา๎ ไปในตลาด โดยต๎องอาศัยชํองทางการจัด จําหนําย 5. ชํวยทําให๎ปริมาณสินค๎าคงคลังลดลง เพราะถ๎าผ๎ูผลิตใช๎ชํองทางการจัดจําหนํายที่มี ประสทิ ธภิ าพแลว๎ ปริมาณสนิ ค๎าคงคลงั กจ็ ะลดระดับลง ทาํ ให๎คาํ ใชจ๎ าํ ยในการเก็บรกั ษาลดลงด๎วย 6. ชํวยทําให๎ผ๎ูบริโภคไมํต๎องไปแสวงหาซื้อสินค๎าหรือบริการถึงแหลํงผลิต เพราะผ๎ูผลิตจะใช๎ ชํองทางการจัดจาํ หนํายในรูปแบบตําง ๆ เปน็ เคร่อื งมอื ในการนาํ สนิ คา๎ หรือบริการไปสผํู บ๎ู ริโภค 7. ชํวยทําให๎สินค๎าไมํเสียหายกํอนอายุการใช๎งาน เพราะสินค๎าบางประเภทมีอายุการใช๎งานส้ัน ผูผ๎ ลิตจงึ จําเปน็ ตอ๎ งอาศยั ชอํ งทางการจดั จําหนํายนาํ สนิ ค๎าไปสูํผ๎ูบรโิ ภคโดยเร็วท่ีสุด 8. ชํวยทาํ ใหผ๎ ู๎บรโิ ภคมีสทิ ธใิ์ นการใชส๎ ินค๎าหรอื บรกิ าร 2. รปู แบบชอ่ งทางการจัดจาหน่าย สินค๎าหรือบริการท่ีจําหนํายมีอยํูหลายประเภท แตํละประเภทจะมีรูปแบบของชํองทางการจัด จาํ หนํายที่แตกตํางกันไปตามความเหมาะสม สินค๎าที่มีอายุการใช๎งานส้ัน หรือเสียงํายจะต๎องใช๎ชํองทางการจัด จําหนํายที่สั้น เพ่ือให๎ถึงมือผู๎บริโภคให๎เร็วที่สุด ซึ่งอาจใช๎ชํองทางตรงโดย ไมํต๎องมีคนกลางเข๎ามาเก่ียวข๎อง สินค๎าที่ใช๎งานยากหรือสินค๎าที่ต๎องใช๎เทคนิคพิเศษ ต๎องมีพนักงานเข๎าไปแนะนําการใช๎งาน พร๎อมทั้งดูแล อยํางใกล๎ชิดกํอนที่ผ๎ูบริโภคจะใช๎งานอยํางชํานาญ จึงต๎องใช๎ชํองทางอ๎อมโดยอาศัยคนกลาง สินค๎าที่ขาย ผํานชอํ งทางการจัดจาํ หนํายในตลาด มีดังนี้

13 1. สินคา้ อุปโภคบริโภค (Consumer Goods) หมายถงึ สนิ ค๎าทีผ่ ู๎ซ้ือ ซอื้ ไปเพือ่ สนองความต๎องการของ ตนเองหรือครอบครัว ไมไํ ดน๎ าํ ไปผลิตหรอื จาํ หนํายใหก๎ ับผอ๎ู น่ื ชํองทางการจัดจาํ หนํายสินค๎าอุปโภคบริโภค มี 5 ชํองทาง ดงั น้ี ช่องทางท่ี 1 เป็นชํองทางตรง หรือชํองทางศูนย๑ระดับ เป็นการจําหนํายสิ นค๎าจากผู๎ผลิต สํูผู๎บริโภคโดยตรง โดยไมํผํานคนกลาง ผ๎ูบริโภคจะนําสินค๎าไปใช๎เพ่ือตอบสนองความต๎องการของตนเองอยําง แท๎จริง สนิ คา๎ ทใี่ ชช๎ ํองทางนี้ มีลักษณะ ดังน้ี 1) เปน็ สนิ คา๎ ท่เี นําเสยี งําย ตอ๎ งรบี จาํ หนาํ ยใหถ๎ ึงผู๎บรโิ ภคโดยเร็วทีส่ ุด 2) เปน็ สนิ คา๎ ทม่ี ีเทคโนโลยีชนั้ สงู ตอ๎ งอาศยั ผู๎เชย่ี วชาญอธิบายและสาธิตวธิ กี ารใช๎งาน 3) เปน็ สนิ คา๎ ราคาแพง ตอ๎ งใชค๎ วามระมัดระวังในการนําสนิ คา๎ ไปสูผํ บู๎ ริโภค 4) เป็นสินค๎าขนาดใหญํมีน้ําหนักมาก ผ๎ูผลิตจําเป็นต๎องจัดจําหนํายเอง เพ่ือลดปัญหาเร่ือง ความไมํสะดวกในการขนสํงหรือขนถาํ ยสนิ คา๎ ช่องทางที่ 2 เป็นชํองทางอ๎อม ท่ีผ๎ูผลิตจําหนํายสินค๎าให๎กับผู๎บริโภค โดยอาศัยคนกลางหน่ึง ระดับ ซึ่งเป็นผ๎ูค๎าปลีก ผู๎ค๎าปลีกมีหลายประเภท ต้ังแตํหาบแรํ แผงลอย ไปจนถึงห๎างสรรพสินค๎าขนาดใหญํ สินค๎าท่ใี ช๎ชํองทางน้ี จะมีลักษณะ ดังน้ี 1) เปน็ สินค๎าทม่ี วี งจรชีวิตของผลติ ภณั ฑส๑ ั้น ซึง่ เสอื่ มคุณภาพงํายไมสํ ามารถเกบ็ รักษาไว๎ไดน๎ าน 2) เป็นสนิ คา๎ ที่ลา๎ สมัยงาํ ย ประเภทแฟชัน่ จึงต๎องกระจายสินค๎าให๎ทั่วถึงอยาํ งรวดเรว็ 3) เป็นสินคา๎ ทีต่ อ๎ งเปรยี บเทยี บในการซื้อ (Shopping Goods) จากหลาย ๆ รา๎ น ช่องทางท่ี 3 เป็นชํองทางอ๎อม ท่ีผู๎ผลิตจําหนํายสินค๎าให๎กับผ๎ูบริโภค โดยอาศัยคนกลางสอง ระดับ ซ่ึงเป็นผู๎ค๎าสํงและค๎าปลีก ผ๎ูผลิตที่มีฐานะทางการเงินไมํม่ันคงพอที่จะจัดจําหนํายไปยังพํอค๎าปลีก อาจจะต๎องอาศัยผู๎ค๎าสํงชํวยแบํงเบาภาระด๎านเงินทุน และในบางกรณีที่ผู๎ผลิตไมํสามารถติดตํอกับผู๎ค๎าปลีก ได๎อยาํ งสะดวก ก็จําเปน็ ต๎องอาศัยผคู๎ ๎าสํงเชํนกนั สนิ คา๎ ทใี่ ชช๎ ํองทางนจ้ี ะมลี กั ษณะ ดงั น้ี 1) เป็นสินค๎าสะดวกซื้อ (Convenience Goods) ที่ต๎องจัดจําหนํายผํานร๎านค๎าปลีกจํานวน มากเน่อื งจากมลี ูกคา๎ อยกูํ ระจดั กระจายทั่วไป 2) เป็นสินคา๎ ที่ไมเํ ปลีย่ นแปลงตามสมัยนยิ ม สามารถอยูํในตลาดไดน๎ าน 3) เป็นสนิ ค๎าทมี่ คี วามทนทาน ไมํเนําเสยี งาํ ย ช่องทางที่ 4 เป็นชอํ งทางออ๎ ม ทผ่ี ผ๎ู ลติ จาํ หนาํ ยสนิ ค๎าให๎กบั ผ๎ูบริโภคโดยอาศัยคนกลางสองระดับ ซึ่งเป็นตัวแทนจําหนํายและผู๎ค๎าปลีก ชํองทางการจัดจําหนํายนี้จะชํวยให๎ผ๎ูผลิตสามารถทําหน๎าท่ีผลิตและ พัฒนาสนิ ค๎าได๎อยํางเตม็ ที่ สนิ คา๎ ทใี่ ช๎ชํองทางนจี้ ะมีลกั ษณะ ดังนี้ 1) เปน็ สินคา๎ เปรยี บเทยี บซื้อ ทตี่ ๎องอาศยั ตวั แทนท่มี ีความสามารถในการนําเสนอสนิ ค๎า 2) เป็นสินคา๎ เจาะจงซ้ือ (Specialty Goods) ท่ีตอ๎ งอาศัยตวั แทนทม่ี ีความใกลช๎ ดิ และร๎จู กั กับ ผค๎ู า๎ ปลกี ในแตลํ ะท๎องถนิ่ 3) เป็นสนิ ค๎าสงํ ออกจําหนาํ ยตํางประเทศ โดยอาศัยตวั แทนจําหนํายทาํ หน๎าทีค่ วบคมุ ดูแล รกั ษาภาพลักษณ๑ของสนิ ค๎า

14 ช่องทางท่ี 5 เป็นชํองทางอ๎อม ท่ีผ๎ูผลิตจําหนํายสินค๎าให๎กับผู๎บริโภค โดยอาศัยคนกลางสาม ระดับซ่ึงเป็นตัวแทนจําหนําย ผู๎ค๎าสํง และผู๎ค๎าปลีก ชํองทางการจัดจําหนํายนี้เหมาะสําหรับผ๎ูผลิตท่ีไมํมีความ ชํานาญด๎านการจัดจําหนําย แตํต๎องการกระจายสินค๎าให๎ท่ัวถึง ผ๎ูผลิตจะแตํงตั้งตัวแทนจําหนํายทําหน๎าท่ี กระจายสินค๎าในเขตที่รับผิดชอบโดยมีผู๎ค๎าสํง และผู๎ค๎าปลีกชํวยรับภาระด๎านการเก็บรักษาสินค๎าชํวยในการ ขนสํงและชวํ ยกระจาย สนิ ค๎าทใ่ี ชช๎ อํ งทางน้จี ะมลี กั ษณะ ดงั นี้ 1) เป็นสนิ ค๎าท่ีไมํเปลี่ยนแปลงตามสมยั นิยม 2) เป็นสนิ คา๎ ที่ไมเํ นําเสียงําย สามารถเกบ็ รักษาไวไ๎ ด๎นาน 3) เปน็ สนิ คา๎ สะดวกซอื้ ซึ่งมีลกู คา๎ เปูาหมายอยํกู ระจายจาํ นวนมาก 2. สนิ คา้ อตุ สาหกรรม (Industrial Goods) หมายถึง สนิ ค๎าทผ่ี ซู๎ ื้อ ซ้ือไปเพ่ือใชเ๎ ปน็ วัตถุดิบในการ ผลติ สินค๎าและจาํ หนํายตํอ หรือใช๎ในการดําเนินงานของกิจการ ชํองทางการจัดหนํายสนิ ค๎าอุตสาหกรรม มีดงั น้ี แหลํงอา๎ งองิ https://www.brandexdirectory.com/Weblog/BlogIndustry-n-833 ช่องทางที่ 1 เป็นชํองทางตรง ที่ผู๎ผลิตจําหนํายสินค๎าให๎กับผ๎ูใช๎ทางอุตสาหกรรม โดยไมํผํานคนกลาง เป็นชํองทางศูนย๑ระดับ ซึ่งผู๎ผลิตมีฐานการเงินสูง มีกําลังความสามารถจัดจําหนํายสินค๎าได๎เอง โดยอาจจะจัดหาพนักงานขายของผู๎ผลิตท่ีผํานการอบรมมาเป็นอยํางดี กลุํมเปูาหมายของผ๎ูผลิตในชํองทางนี้ จะเป็นลูกค๎ารายใหญํ ซึ่งมีมูลคําการซ้ือขายสูง แตํมีความถ่ีในการซื้อตํ่า กลําวคือ มีจํานวนผู๎ซื้อหรือผ๎ูใช๎น๎อย ราย สนิ ค๎าทใ่ี ช๎ชอํ งทางนี้ จะมลี ักษณะดังนี้ 1) เป็นสนิ ค๎าประเภทเครือ่ งจกั รขนาดใหญํ น้ําหนกั มาก 2) เป็นสินค๎าที่ต๎องอาศยั การตดิ ต้ัง และตอ๎ งมกี ารบรกิ ารหลังการขาย 3) เปน็ สนิ คา๎ ประเภทวัตถุดบิ ท่มี ีปริมาณการซอ้ื ขายจํานวนมาก 4) เปน็ สินคา๎ เทคโนโลยี ทีม่ เี ทคนิคในการใช๎งานสมยั ซบั ซ๎อน ผ๎ูใชท๎ างอุตสาหกรรมจําเป็นต๎อง ได๎รับการอบรมจากโรงงานผผ๎ู ลติ ช่องทางที่ 2 เป็นชํองทางอ๎อม ท่ีผ๎ูผลิตจําหนํายสินค๎าให๎กับผู๎ใช๎ทางอุตสาหกรรมโดยอาศัย คนกลางหนง่ึ ระดบั ซึ่งเป็นผู๎ค๎าสํงที่ลักษณะคล๎ายกับร๎านค๎าปลีกท่ัว ๆ ไป แตํจําหนํายสินค๎าอุตสาหกรรม ผ๎ูค๎า สํงเป็นผ๎ูท่ีชํวยในการจัดจําหนํายให๎กับผู๎ผลิตได๎อยํางมาก เนื่องจากผู๎ค๎าสํงแตํละรายจะมีความสามารถในการ เขา๎ ถึงผู๎ใช๎ทางอตุ สาหกรรมได๎เป็นอยาํ งดี สินค๎าทใี่ ชช๎ อํ งทางนี้ จะมลี กั ษณะดังน้ี

15 1) เป็นสินค๎าที่มีมูลคําไมํสูงมาก ซ่ึงทําให๎ผ๎ูค๎าสํงท่ีมีข๎อจํากัดในด๎านของเงินทุนสามารถซ้ือ สนิ คา๎ เกบ็ รกั ษาไวร๎ อการจัดจําหนาํ ยได๎ 2) เป็นสินค๎าที่มีขนาดเล็ก สะดวกตํอการขนสํงเคล่ือนย๎ายไปยังผู๎ค๎าสํงและผู๎ใช๎ทาง อุตสาหกรรมทอ่ี ยํกู ระจายทัว่ ไป 3) เปน็ สนิ คา๎ ทไ่ี มํตอ๎ งอาศยั การติดต้ังและบรกิ ารหลงั การขาย ช่องทางท่ี 3 เป็นชํองทางอ๎อม ที่ผู๎ผลิตจําหนํายสินค๎าให๎กับผู๎ใช๎ทางอุตสาหกรรม โดยอาศัยคน กลางหน่ึงระดับ ซ่ึงเป็นตัวแทนจําหนํายที่ได๎รับการแตํงต้ังจากผู๎ผลิตให๎จัดจําหนํายสินค๎าอุตสาหกรรมแทน ผู๎ผลิต เนื่องจากผู๎ผลิตไมํสามารถจัดจําหนํายได๎เอง ด๎วยสาเหตุบางประการ เชํน ไมํมีความชํานาญด๎าน การตลาด มเี งนิ ทนุ นอ๎ ย หรือผ๎ูใช๎ทางอุตสาหกรรมอยํูตํางประเทศ เปน็ ตน๎ สนิ ค๎าทใี่ ชช๎ อํ งทางน้ี มีลกั ษณะดังนี้ 1) เป็นสนิ คา๎ ประเภทเครื่องจักรกล ทใ่ี ช๎ในธุรกจิ อุตสาหกรรมท่ัวไป 2) เปน็ สินค๎าประเภทเคร่อื งมอื และอุปกรณ๑ที่มมี ูลคําสูง แตํมคี วามถ่ีในการซ้อื ขาย ช่องทางท่ี 4 เป็นชํองทางอ๎อม ที่ผ๎ูผลิตจําหนํายสินค๎าให๎กับผู๎ใช๎ทางอุตสาหกรรม โดยอาศัยคน กลางสองระดับ ซ่ึงเป็นตัวแทนจําหนํายและผ๎ูค๎าสํง เน่ืองจากมีผ๎ูซ้ือหรือผู๎ใช๎ทางอุตสาหกรรมเป็นจํานวนมาก และอยูํกระจายทั่วไปในอาณาเขตตําง ๆ โดยมีการแตํงต้ังตัวแทนให๎ประจําอยํูในแตํละเขต เพื่อรับข๎อมูล ขําวสารและนโยบายการจัดจําหนํายของผู๎ผลิต และพร๎อมท่ีจะกระจายสินค๎าไปยังผู๎ค๎าสํงที่อยํูกระจายตาม ท๎องที่ท่ัวไป ซ่ึงผู๎ค๎าสํงในแตํละท๎องที่น้ีจะมีความเข๎าใจในกลํุมลูกค๎าเปูาหมายเป็นอยํางดี สินค๎าท่ีใช๎ชํองทางน้ี มลี ักษณะดงั นี้ 1) เปน็ สนิ ทีม่ คี ณุ ลักษณะเฉพาะในการใช๎งาน 2) เป็นสนิ ค๎าทต่ี ๎องการการบรกิ ารทางเทคนิคเป็นพเิ ศษ 3. บริการ (Service) หมายถึง สินค๎าที่จับต๎องไมํได๎ ผ๎ูซื้อจะซื้อเพ่ือตอบสนองความพอใจความ สะดวกสบายและความบันเทิงของตนเอง เชํน การเสริมความงาม การสื่อสาร การประกันภัย การขนสํง การรักษาความปลอดภัย การทอํ งเที่ยว เป็นตน๎ ชํองทางการจัดจาํ หนํายบริการ มดี ังนี้ แหลํงอ๎างองิ : https://th.lovepik.com/image-501124927/hotel-managers-welcome-gestures.html

16 ช่องทางที่ 1 เป็นชํองทางตรง ท่ีผู๎ผลิตติดตํอกับผู๎ใช๎บริการโดยตรง ไมํผํานคนกลางหรือเป็นชํองทาง ศูนย๑ระดบั เชํน การรักษาความปลอดภัย การขนสงํ เป็นตน๎ ช่องทางท่ี 2 เป็นชํองทางอ๎อม ท่ีผู๎ผลิตจัดจําหนํายบริการให๎กับผ๎ูใช๎บริการ โดยอาศัยคนกลาง ท่เี ป็นตัวแทนหรอื เป็นสาขา ซ่ึงเป็นชํองทางหน่ึงระดับ เพื่อให๎ผ๎ูใช๎บริการได๎รับความสะดวกมากขึ้น เชํน สถาน เสริมความงาม การสอ่ื สาร การทํองเท่ียว โรงแรม เป็นต๎น เร่อื งท่ี ๓ ประเภทและลกั ษณะของงานขาย ประเภทและลักษณะของงานขาย การอาชีพขายในปัจจุบันมีอยํูหลายประเภท สิ่งท่ีเสนอขายมีทั้ง สินค๎าซ่ึงเป็นส่ิงที่สามารถจับต๎องได๎ และสินค๎าท่ีไมํสามารถจับต๎องได๎ ได๎แกํ การบริการ กลํุมผู๎ซ้ือเองก็มี หลากหลายโดยแตลํ ะกลํมุ กม็ ีความแตกตํางกนั ออกไป ผูท๎ ี่จะเป็นนักขายจะต๎องศึกษาข๎อมูลตําง ๆ ไมํวําจะเป็น ข๎อมลู เกย่ี วกบั สนิ ค๎า/บริการ ขอ๎ มลู เกี่ยวกับลูกคา๎ รวมถึงข๎อมูลเก่ียวกับผู๎แขํงขัน เพ่ือจะทําให๎การเสนอขายนั้น เปน็ ไปอยํางสมบูรณ๑ ซ่ึงแบงํ ประเภทได๎ ดังน้ี 1. การขายปลีก เป็นการขายสินค๎าและบริการให๎แกํผ๎ูบริโภคเป็นคนสุดท๎ายท่ีซ้ือไปเพ่ือสนอง ความต๎องการของตนเองและบุคคลในครอบครัว ปริมาณการซ้ือแตํละคร้ังไมํมากนัก พนักงานขายปลีกจะมี หน๎าท่ีรับผิดชอบหลายอยําง ไมํวําจะเป็นการตกแตํงหน๎าร๎าน การแสวงหาลูกค๎าและออกไปนําเสนอสินค๎า แกลํ ูกคา๎ ในพนื้ ทตี่ ําง ๆ 1.1 การขายปลีกแบบมีร๎านค๎า เชํน ร๎านขายของชํา ร๎านสะดวกซื้อ ร๎านขายยา ร๎าน สรรพสนิ ค๎า เปน็ ต๎น แหลงํ อา๎ งองิ : http://imcdekmass57.blogspot.com/2016/08/

17 1.2 การค๎าปลีกแบบไมํมีร๎านค๎า เชํน การขายทางไปรษณีย๑ การขายผํานเครื่องจักรอัตโนมัติ การ ขายทางโทรศัพท๑ การขายสินค๎าตามบ๎าน เปน็ ต๎น แหลงํ อา๎ งอิง : https://sites.google.com/site/basicseling/hnwy-thi-2 2. การขายส่ง (Wholesale) เป็นการขายสินค๎าคราวละมาก ๆ ให๎แกํผู๎ซ้ือที่ซื้อสินค๎าไปเพ่ือ จําหนํายตอํ เชํน ผู๎ผลติ ขายสินค๎าให๎แกผํ ู๎ค๎าปลีก หรอื ผ๎คู ๎าสํง เพื่อให๎ผคู๎ ๎าเหลํานัน้ นําไปจาํ หนาํ ยตอํ อีกทีหน่ึง ผ๎ูท่ี ทาํ หนา๎ ท่ีขายสงํ นอกจากจะมพี นักงานขายของผผ๎ู ลติ แลว๎ ยังมผี ปู๎ ระกอบอาชพี ขายสํงอีก ได๎แกํ 2.1 พํอค๎าขายสํง เป็นผ๎ูที่มีกรรมสิทธ๑ในสินค๎า ซื้อสินค๎ามาเพ่ือขายตํอ โดยยอมรับภาระ ความเสีย่ งทงั้ หมดไว๎ 2.2 ตัวแทนและนายหน๎า เป็นผู๎ที่ไมํมีกรรมสิทธ๑ในสินค๎า ได๎รับเปอร๑เซ็นต๑หรือคําคอมมิช ชันจากการจัดการให๎ผ๎ูซื้อกบั ผ๎ขู ายมาพบกันและชวํ ยเจรจาตํอรองให๎ 2.3 สาขาและสาํ นกั งานขายของผูผ๎ ลิต 3. การขายอุตสาหกรรม เป็นการขายสินค๎า เชํน เคร่ืองจักร อะไหลํ วัสดุอุปกรณ๑ตําง ๆ เป็น ต๎น ให๎แกํองค๑กรการธุรกิจ เพื่อนําไปใช๎ในการผลิตสินค๎าอื่นเพื่อการจําหนํายตํอ หรือขายให๎แกํสถาบันตําง ๆ เพอื่ จะได๎นาํ สนิ คา๎ ไปใชภ๎ ายในสถาบนั ตํอไป แหลงํ อา๎ งอิง : https://sites.google.com/site/basicseling/hnwy-thi-2

18 เรือ่ งท่ี ๔ คณุ สมบตั ิ จรรยาบรรณ ของการเป็นนักขายทดี่ ี 1. ความหมายของจรรยาบรรณ จรรยาบรรณ หมายถึง ระเบียบ กรอบ หรือแนวทางในการปฏิบัติสําหรับอาชีพใดอาชีพหนึ่ง โดยยดึ ถอื ความถกู ตอ๎ งและเปน็ ธรรม 2. ลักษณะของจรรยาบรรณนกั ขาย ปัจจุบัน มีการแขํงขันกันผลิตสินค๎าเข๎าสํูตลาดเป็นจํานวนมาก ฉะนั้นนักขายท่ีจะประสบผลสําเร็จ ทางการขายได๎ จะต๎องมจี รรยาบรรณ เชํน ต๎องไมํเอาเปรียบสังคม มีความซื่อสัตย๑ มีวินัยในการทํางาน มีความ รบั ผดิ ชอบตํอกจิ การ ตอํ สังคม และตอํ ลกู ค๎า ดงั น้ี ๒.๑ จรรยาบรรณและความรับผิดชอบต่อกิจการ ในฐานะเป็นสํวนหน่ึงของกิจการจะต๎อง รับผิดชอบตอํ กจิ การ ในเร่อื งตํอไปน้ี ๑) การรักษาความลับของกิจการ นักขายเป็นสํวนหน่ึงของกิจการ จึงยํอมทราบความลับ ของกิจการ ฉะนั้นจะต๎องรักษาความลับน้ัน ๆ จะต๎องไมํขายความลับ หรือนําเอา แผนงานขายไปบอกคํูแขํงขัน การขายความลับให๎คูํแขํงขันจะเป็นการทําลายตนเอง จะไมมํ ีกจิ การอะไรมารับคนเหลาํ นเี้ ข๎าทาํ งาน ๒) การอุทิศตนเพื่อกิจการ นักขายที่ดีต๎องอุทิศตนให๎กิจการ ทุํมเทความรู๎ ความสามารถ ในการปฏิบตั ิงานอยาํ งเตม็ ที่ ทํางานให๎ค๎ุมกับเงนิ เดอื น มีความขยนั หมั่นเพยี ร แหลํงอา๎ งองิ : https://www.cvc.ac.th/cvc2011/files/1609052323014456_19043021211846.pdf 3) การเปลย่ี นงาน กจิ การขนาดเลก็ หลายแหํงประสบปญั หาขาดคนทํางาน เพราะพนักงานไป ทํางานอื่นทีม่ นั่ คงกวํา แหลํงอา๎ งองิ :https://www.cvc.ac.th/cvc2011/files/1609052323014456_19043021211846.pdf

19 4) การรกั ษาภาพพจน๑ของกจิ การ การใหบ๎ ริการที่ดแี กลํ ูกค๎าดว๎ ยความเต็มใจและเสมอภาค จะเป็นการรักษาช่ือเสียงและภาพพจน๑ของกิจการ ด๎วยการไมํกลําวร๎าย นินทาลูกค๎า การชํวยเหลือลูกค๎าด๎วย การแกไ๎ ขปญั หา การคาํ นงึ ถงึ ประโยชน๑สํวนรวมมากกวําสวํ นตน แหลํงอ๎างอิง : https://www.cvc.ac.th/cvc2011/files/1609052323014456_19043021211846.pdf 5) การไมํยักยอกทรัพย๑สินไปใช๎สํวนตัว นักขายท่ีดีจะไมํยักยอกทรัพย๑สินของกิจการ ไปใช๎สํวนตวั รวมถึงการทาํ งานสํวนตวั โดยใชอ๎ ุปกรณ๑ของกิจการ แหลงํ อ๎างองิ : https://www.cvc.ac.th/cvc2011/files/1609052323014456_19043021211846.pdf ๒.๒ จรรยาบรรณและความรับผิดชอบต่อสังคม เปน็ สิ่งจําเปน็ ในสังคมปัจจุบัน โดย รบั ผดิ ชอบ 2 เรอื่ ง คอื 1) การชวํ ยเหลือสงั คม ในปจั จบุ นั ต๎องมีการชวํ ยเหลอื สงั คมเป็นการคืนกําไรแกํลูกค๎า เชํน การตง้ั ราคาตาํ่ เอากําไรน๎อย การชวํ ยเหลือผ๎ปู ระสบภยั การสรา๎ งโรงเรยี น การ แจกผา๎ หํม ฯลฯ ๒) การไมํเอาเปรียบสังคม นกั ขายต๎องปฏบิ ัตงิ านด๎วยความซ่ือสัตย๑ การไมตํ งั้ ราคาสงู เกดิ ไป การปลอมปน การโฆษณาเกินความเป็นจริง แหลงํ อ๎างองิ : https://www.cvc.ac.th/cvc2011/files/1609052323014456_19043021211846.pdf

20 ๒.๓ จรรยาบรรณของพนกั งานขายต่อลูกค้า เน่ืองจากงานขายเป็นงานเก่ียวกับหลายฝุาย และเป็นงานที่ต๎องมีความรับผิดชอบสูง ทั้งตํอตนเองและสํวนรวม ดังนั้นแนวทางการปฏิบัติโดยท่ัวไปท่ีบริษัทสามารถนํามาใช๎เป็นพื้นฐานในการขาย สําหรบั พนักงาน มีดังตอํ ไปน้ี ๑) ใช๎วธิ กี ารท่ีซอ่ื สัตย๑ ๒) ให๎ความใสใํ จแกคํ วามสนใจของลูกค๎า ๓) ปฏบิ ตั งิ านหลงั การขายอยาํ งสมํ่าเสมอ แหลํงอ๎างองิ : https://www.cvc.ac.th/cvc2011/files/1609052323014456_19043021211846.pdf ๓. ประโยชน์ของจรรยาบรรณ ๓.๑ ประโยชนต์ ่อตนเอง ๑) ไดร๎ ับการยอมรบั จากสังคม ๒) ไดร๎ ับความไวว๎ างใจจากลูกค๎า ๓) เปน็ ตัวอยาํ งทดี่ ีแกเํ พือ่ นรวํ มงาน ๔) กํอให๎เกิดความม่ันใจ ดํารงตนได๎อยํางภาคภูมิ ได๎รับการยกยํองจากผู๎อ่นื ๓.๒ ประโยชนต๑ ํอกจิ การ ๑) กิจการเป็นท่ยี อมรับ สํงผลให๎มกี ารขยายกิจการ ๒) กจิ การมยี อดขายสูง สงํ ผลให๎มีกาํ ไรเพิ่มข้นึ ๓) เมือ่ กิจการมีความมนั่ คงแลว๎ สํงผลใหเ๎ กดิ ความมน่ั คงทัง้ กิจการและนักขาย แหลํงอ๎างอิง : https://www.cvc.ac.th/cvc2011/files/1609052323014456_19043021211846.pdf

21 กจิ กรรมท้ายบทท่ี ๒ คาชี้แจง : ให๎ผู๎เรยี นตอบคาํ ถามตํอไปนี้ มาพอสงั เขป 1. ผ๎เู รยี นบอกขั้นตอนของเทคนคิ การขาย ชํองทางและวิธีการขาย …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………......... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๒. ผ๎เู รยี นบอกประเภทและลกั ษณะของงานขาย …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. ผูเ๎ รยี นอธิบาย คุณสมบตั ิ จรรยาบรรณ ของการเป็นนักขายที่ดี …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

22 บทท่ี ๓ การตลาดผลิตภัณฑ์ท้องถน่ิ สาระสาคญั การดําเนนิ การเกี่ยวกบั การจัดการผลติ ภณั ฑ๑ท๎องถน่ิ เป็นการคิดและสรา๎ งสรรค๑โดยชุมชนทพ่ี ิจารณา ทรพั ยากรในท๎องถิ่นผสานเข๎ากับวัฒนธรรมและอตั ลักษณ๑ของท๎องถิน่ ออกมาเปน็ ผลติ ภัณฑท๑ ่ีมีความ แตกตําง จากผลิตภณั ฑ๑ของชุมชนอน่ื โดยมรี ฐั บาลใหค๎ วามชวํ ยเหลือ ใหค๎ าํ ปรึกษาดา๎ นตาํ ง ๆ ท้ังนี้รัฐบาล ได๎มีการ จดั การเพ่ือสนบั สนนุ ใหช๎ มุ ชนมีความรู๎ ทักษะ และวิธกี ารดําเนนิ งานท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพเพื่อให๎ ประสบ ความสาํ เร็จ สามารถพง่ึ พาตนเองได๎ และทาํ ใหช๎ ุมชนเข๎มแข็ง ผลการเรยี นรทู้ ีค่ าดหวงั ๑. บอกความหมายของผลติ ภัณฑไ๑ ด๎ ๒. บอกวธิ กี ารจดั จําหนาํ ยผลติ ภัณฑ๑ท๎องถน่ิ ได๎ ๓. สามารถออกแบบบรรจภุ ณั ฑ๑ให๎สอดคล๎องกบั ความต๎องการของตลาดได๎ ๔. อธิบายแนวทางการบริหารการตลาดผลติ ภณั ฑท๑ อ๎ งถ่ินได๎ ขอบขา่ ยเนอ้ื หา เรอ่ื งที่ ๑ ความหมายของผลติ ภณั ฑ๑ เรื่องที่ ๒ การจัดจําหนํายผลิตภัณฑ๑ท๎องถ่นิ เรื่องที่ ๓ การออกแบบบรรจุภณั ฑ๑ให๎สอดคลอ๎ งกบั ความต๎องการของตลาด เรอื่ งท่ี ๔ แนวทางการบรหิ ารการตลาดผลติ ภณั ฑ๑ท๎องถ่นิ

23 เรอ่ื งที่ ๑ ความหมายของผลิตภณั ฑ์ 1. ความหมายของผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ๑ หมายถึง ทุกส่ิงที่นักการตลาดนํามาเสนอกับตลาด เพ่ือเรียกร๎องความสนใจ เพ่ือการได๎ กรรมสิทธ์ิ หรอื เพื่อการอุปโภคบริโภค ซงึ่ สามารถตอบสนองความตอ๎ งการของตลาดได๎ 2. องคป์ ระกอบผลิตภัณฑ์ 2.1 ผลิตภัณฑ๑หลัก บริษัทต๎องมีความร๎ูวํา อะไรเป็นสิ่งที่ตอบสนองความต๎องการของผู๎บริโภคได๎ 2.2 คุณสมบัติผลิตภัณฑ๑ เราต๎องทราบวําผลิตภัณฑ๑น้ันผลิตมาจากอะไร มีคุณสมบัติอยํางไร รปู แบบของผลิตภัณฑ๑ที่มีอยใํู นตวั ของมันเอง 2.3 จดุ เดนํ ของผลิตภัณฑ๑ เราต๎องรูว๎ ําสินคา๎ เรามีอะไรเดนํ เปน็ พเิ ศษกวาํ สินคา๎ อื่น เพื่อดึงดูดลูกค๎า 2.4 ผลประโยชน๑ทไ่ี ด๎รบั จากผลติ ภณั ฑ๑ ลูกค๎าสํวนใหญํมกั จะสับสนระหวํางจุดเดํนผลิตภัณฑ๑ และ ผลประโยชน๑ท่ีได๎รับจากผลิตภัณฑ๑ ซึ่งจะตํางกัน จุดเดํนผลิตภัณฑ๑ คือ ส่ิงท่ีอยํูในตัวสินค๎า สํวนสิ่งที่เป็น ประโยชนแ๑ กํลูกคา๎ เกดิ ข้ึนในความร๎สู ึกของลูกคา๎ เรยี กวําผลประโยชน๑ทไ่ี ดร๎ บั จากผลิตภัณฑต๑ วั อยาํ ง 3. ประเภทของผลิตภณั ฑ์ 3.1 สินค๎าอปุ โภคบรโิ ภค หมายถงึ สนิ ค๎าหรอื บริการทีซ่ ้ือโดยผ๎ูบริโภคขั้นสุดท๎าย ความต๎องการใน การบรโิ ภคสินค๎าประเภทน้ี มกั เกิดข้ึนอยาํ งอิสระจากความตอ๎ งการและความคดิ สวํ นตวั 3.2 สินค๎าอุตสาหกรรม หมายถึง สินค๎าในตลาดอุตสาหกรรม ผู๎ซื้อจะซื้อไปเพ่ือเป็นปัจจัยในการ ผลิต เพือ่ การขายตํอ ผซ๎ู อื้ สนิ ค๎าประเภทนเี้ รียกวาํ ผ๎ซู ื้อทางอตุ สาหกรรม

24 เรื่องท่ี ๒ การจัดจาหนา่ ยผลิตภัณฑท์ อ้ งถนิ่ กรมการพฒั นาชุมชนได๎มกี ารจัดกลํมุ ผลิตภณั ฑ๑ เพ่ือใหง๎ ํายตํอการพัฒนาด๎านตําง ๆ รวมถึง ดา๎ นการตลาดและการจดั จําหนาํ ย สินคา๎ กลมํุ A คอื กลุมํ ดาวเดนํ สูํ สนิ ค๎ากลํมุ B คอื กลํุมเอกลักษณ๑สรา๎ ง คุณคํา สินค๎ากลมุํ C คอื กลํุมพัฒนาสํกู ารแขงํ ขัน และสินค๎ากลํุม D คอื กลุํมปรับตวั การพัฒนา การจดั จาํ หนาํ ย ผลติ ภัณฑ๑สามารถดาํ เนินการได๎ ดงั นี้ 1. ตัง้ ศนู ย์จาหนา่ ยประจาทอ้ งถ่ิน แตํละท๎องถ่ินมีศูนย๑จําหนํายผลิตภัณฑ๑ TOP เพ่ือให๎ผ๎ูบริโภค หรือนักทํองเท่ยี วทีเ่ ดินทางไปทอํ งเท่ยี วในแหลงํ น้นั ได๎เลือกซ้ือ ตวั อย่างศนู ย์ OTOP แหลํงอ๎างองิ : https://sites.google.com/site/karcadkarphlitphanththxxngthin/kar-cad-cahnay-phlitphanth-thxng-thin 2. จดั กิจกรรมในท้องถิน่ ปัจจุบนั ทอ๎ งถ่นิ มักมีการจดั งานตําง ๆ ที่แสดงถึงเอกลักษณ๑ หรือแสดง ถึงจดุ เดํนของชุมชน เชํน งานกนิ ปลา จังหวัดสงิ หบ๑ ุรี ประเพณีแขํงเรือยาว จังหวัดพิจิตร งานประเพณีผีตาโขน เป็นตน๎ รวมถึงงานกิจกรรมพิเศษทีจ่ ัดข้ึนเพื่อสํงเสริมการทํองเที่ยวท๎องถิ่น งานเหลํานี้สามารถเชื่อมโยงการจัด จําหนํายผลิตภัณฑ๑ท๎องถิ่นเข๎าไปด๎วย โดยเฉพาะสินค๎ากลํุม C ที่เป็นสินค๎าคุณภาพตํ่า ราคาต่ํา ผลิตได๎ ในปริมาณมาก เหมาะสมกับการจดั จําหนํายโดยการจดั กิจกรรมในทอ๎ งถน่ิ มาก ตวั อย่างการจดั กิจกรรมในท้องถ่ินพรอ้ มกับการจาหน่ายผลติ ภัณฑ์ท้องถิน่ แหลํงอ๎างอิง : https://sites.google.com/site/karcadkarphlitphanththxxngthin/kar-cad-cahnay-phlitphanth-thxng-thin

25 3. เช่ือมโยงกับอุตสาหกรรมท่องเท่ียว จากโครงการพัฒนาหมูํบ๎าน OTOP เพื่อการทํองเที่ยว ได๎มีการสํงเสริมและพัฒนาหมํูบ๎านหลายแหํงให๎เป็นแหลํงทํองเที่ยว โดยมีการจัดประกวดหมํูบ๎าน OTOP เพ่อื สงํ เสรมิ ใหห๎ มํบู า๎ นดงั กลําว รับนักทํองเทีย่ วทเี่ ขา๎ มาเยย่ี มชม และมาใช๎จาํ ยในหมูํบ๎าน รวมถึงการใช๎จํายเพื่อ ซ้ือผลิตภัณฑ๑ท๎องถ่ินด๎วย นอกจากนี้การจัดจําหนํายโดยการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมทํองเท่ียว ยังสามารถ ใช๎วิธีการนําสินค๎าไปวางจําหนํายบริเวณท่ีเป็นสถานที่ที่เป็นศูนย๑รวมการเดินทาง หรือสถานที่ท่ีมีนักทํองเที่ยว จํานวนมาก เชํน สถานีขนสํง สนามบิน เป็นต๎น ซึ่งการจัดจําหนํายโดยชํองทางการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม ทํองเทยี่ ว เหมาะกับสินค๎ากลมุํ C ทส่ี ามารถผลิตไดจ๎ ํานวนมาก และตอ๎ งการพัฒนาเขา๎ สตูํ ลาดการแขํงขัน ตวั อย่างหมูบ่ า้ นโอทอป เพื่อการทอ่ งเทย่ี วพร้อมกับการจัดจาหนา่ ยผลิตภัณฑท์ ้องถิน่ แหลํงอ๎างอิง : https://sites.google.com/site/karcadkarphlitphanththxxngthin/kar-cad-cahnay-phlitphanth-thxng-thin 4. การจัดงานนิทรรศการ การรํวมงานแสดงสินค๎าเป็นชํองทางการจําหนํายที่ทําให๎ผ๎ูบริโภค ไดร๎ ๎จู ักผลิตภัณฑ๑มากข้ึน การรํวมงานจัดแสดงสินค๎า สามารถนํามาใช๎ได๎กับสินค๎าทุกกลํุม โดยสามารถเข๎ารํวม ในงานแสดงสินค๎าท่ีตรงกับกลุํมเปูาหมายท่ีต๎องการ ได๎แกํ สินค๎ากลํุม A เข๎ารํวมงานแสดงสินค๎านานาชาติ สนิ ค๎ากลํมุ B เขา๎ รวํ มงานนทิ รรศการและจําหนํายสินค๎าในตาํ งประเทศรวํ มกับสถานทตู ไทยในตํางประเทศ เพ่ือ แสดงสินค๎าเฉพาะกลุํมอนุรักษ๑ สินค๎ากลุํม C เข๎ารํวมแสดงสินค๎าในระดับท๎องถ่ิน ระดับกลํุมจังหวัด ระดับประเทศ สินค๎ากลํุม D เข๎ารํวมงานแสดงและจาํ หนาํ ยสินค๎าระดับท๎องถ่ิน ตวั อย่างการจดั งานนิทรรศการ/งานแสดงสินค้า แหลํงอา๎ งองิ : https://sites.google.com/site/karcadkarphlitphanththxxngthin/kar-cad-cahnay-phlitphanth-thxng-thin

26 5. การวางขายในรา้ นค้าปลีก เป็นชํองทางการจัดจําหนํายท่ีสามารถเข๎าถึงกลุํมลูกค๎าเปูาหมาย ได๎ โดยที่ลูกค๎าไมํต๎องเดินทางมายังแหลํงผลิต จากการจัดกลุํมสินค๎า ผ๎ูผลิต ผู๎ประกอบการ OTOP สามารถ นําสินค๎าวางจําหนํายได๎อยํางเหมาะสมกับกลุํมเปูาหมาย สินค๎ากลุํม A เหมาะสมกับการวางจําหนํายผําน ร๎านคา๎ ปลกี สมยั ใหมทํ ่ีมสี าขาในตาํ งประเทศด๎วย สินค๎ากลํุม C วางจําหนํายผํานร๎านค๎าปลีกประเภทตําง ๆ ทั้ง ขนาดใหญํ และขนาดเล็ก รวมถึงร๎านสะดวกซ้ือด๎วย ร๎านค๎าปลีกท่ีวางจําหนําย เชํน เซเวํนอีเลฟเวํน บ๊ิกซี โลตัส ท็อปสซ๑ เู ปอรม๑ าร๑เกต็ วลิ ลาํ มาร๑เก็ต เป็นต๎น การวางขายในร๎านค๎าปลีก ทําให๎ได๎รับรู๎ข๎อมูลเกี่ยวกับความ ต๎องการของผูบ๎ รโิ ภค เพราะร๎านค๎าปลีกได๎ใกล๎ชิดกับผู๎บริโภคโดยตรง จึงเปน็ แหลงํ ขอ๎ มูลที่ดแี หลํงหนงึ่ ตวั อยาํ งรา๎ นค๎าปลีกทสี ามารถนําผลิตภณั ฑเ๑ ข๎าไปวํางจาํ หนาํ ย แหลํงอ๎างองิ : https://sites.google.com/site/karcadkarphlitphanththxxngthin/kar-cad-cahnay-phlitphanth-thxng-thin 6. การส่งออก ผูผ๎ ลิตสนิ ค๎า กลมุํ A ซ่ึงเป็นสินค๎าดาวเดํน สามารถเข๎าแขํงขันทางธุรกิจได๎ หากมี ศักยภาพ มีความพร๎อม อาจใช๎การจัดจําหนํายไปยังตํางประเทศด๎วยตนเอง ซึ่งผู๎ผลิต ผู๎ประกอบการ OTOP จะต๎องมีความร๎ูด๎านกฎระเบียบเก่ียวกับการสํงออก ภาษี ธุรกรรมตํางประเทศ พฤติกรรมผู๎บริโภค แนวโน๎ม สนิ ค๎าในอนาคต สถานการณก๑ ารแขํงขัน เปน็ ต๎น 7. การจาหนา่ ยทางเว็บไซต์ กรมการพัฒนาชุมชนได๎จัดทําเว็บไซต๑ www. thaitambon.com เพื่อจําหนํายผลิตภัณฑ๑ท๎องถ่ิน หรือผลิตภัณฑ๑ OTOP โดยผ๎ูผลิต ผู๎ประกอบการ OTOP สามารถเข๎ารํวมโดย การแจ๎งรายละเอียดของสนิ ค๎า ผ๎บู ริโภคสามารถเขา๎ มาเยยี่ มชม และส่ังซ้ือสินค๎าตามรายละเอียดที่แจ๎ง โดยเสีย คําสมาชกิ เปน็ รายปี 8. วางขาย ณ ท่ีทาการไปรษณีย์ ที่ทําการไปรษณีย๑เป็นแหลํงหน่ึงท่ีผ๎ูบริโภคเข๎ามาใช๎บริการ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ๑ท๎องถ่ินหลายประเภทที่นํามาวางขายผํานที่ทําการไปรษณีย๑ ซึ่งสามารถสร๎างความสะดวก ใหแ๎ กผํ ๎บู ริโภค เชํนเดียวกับการวางจาํ หนาํ ยในร๎านคา๎ ปลีก การวางจาหนา่ ยสินคา้ ณ ทที่ าการไปรษณยี ์ แหลํงอ๎างอิง : https://sites.google.com/site/karcadkarphlitphanththxxngthin/kar-cad-cahnay-phlitphanth-thxng-thin 9. การจาหน่ายผ่านสอ่ื เชนํ TV Shop Channels เป็นตน๎

27 เร่ืองท่ี ๓ การออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ใหส้ อดคล้องกบั ความตอ้ งการของตลาด 1. หลกั การออกแบบบรรจุภัณฑ์ แหลํงที่มา : https://sites.google.com/site/thanyalak12557/naewthang-kar-xxkbaeb-brrcu-phanth- 1?tmpl=%2Fsystem%2Fapp%2Ftemplates%2Fprint%2F&showPrintDialog=1 ในการออกแบบบรรจุภัณฑ๑ นักออกแบบต๎องคํานึงถึงศาสตร๑และศิลป์สําหรับใช๎แก๎ปัญหาการออกแบบ บรรจุภัณฑ๑แตํละด๎าน ให๎เกิดผลลัพธ๑การออกแบบบรรจุภัณฑ๑ท่ีมีประสิทธิภาพ ในการบรรลุวัตถุประสงค๑หลัก ของบรรจภุ ณั ฑ๑สองขอ๎ คือ การออกแบบโครงสร๎างบรรจุภัณฑ๑ และการออกแบบกราฟิกบรรจภุ ณั ฑ๑ 1.1 การออกแบบโครงสร๎างบรรจุภณั ฑ๑ 1) ชนดิ ของวสั ดุมคี วามเหมาะสม ปูองกนั สินค๎าไดต๎ ลอดอายุการวางขาย 2) รปู แบบกลมกลนื สอดคล๎องกับสินค๎า 3) ขนาดพอดแี ละสามารถรบั น้ําหนักสินคา๎ ได๎ 4) การข้นึ รูป การบรรจุ เปดิ -ปดิ สะดวก ไมยํ ํุงยาก 1.2 การออกแบบกราฟิกบนบรรจุภัณฑ๑ การออกแบบและการจัดวางรูปประกอบตัวอักษร ลวดลาย ถ๎อยคํา เคร่ืองหมายหรือตรา สัญลักษณ๑ทางการค๎า โดยใช๎หลักวิชาการทางศิลปะ การจัดภาพองค๑ประกอบศิลป์เพื่อให๎ผลงานมีความ ประสานกลมกลนื กนั อยาํ งสวยงามและสามารถบรรลวุ ตั ถุประสงค๑ที่วางไว๎ 2. ข้อมลู ประกอบการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ 2.1 ขอ๎ มลู ด๎านการตลาด ไดแ๎ กํ สถานทีจ่ ดั จําหนําย ฤดูกาล 2.2 รปู แบบการกระจายสินค๎า (ปลกี /สงํ ) พฤติกรรมผู๎บรโิ ภค 2.3 ปริมาณและมูลคาํ ของสินคา๎ ในตลาด (สํวนแบงํ ทางการตลาด ) 2.4 ขอ๎ มลู เกี่ยวกบั ผลิตภณั ฑ๑ ไดแ๎ กํ ประวตั คิ วามเป็นมา 2.5 คําอธิบาย จุดเดํน ประโยชน๑ ขนาดปริมาณบรรจุ ความถ่ี/ปริมาณการใช๎ท่ีใช๎ตํอคร้ัง ข๎อ ควรระวังในการใช๎ ราคาและตน๎ ทนุ

28 3. ข้ันตอนการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ 3.1 กําหนดกลุํมเปูาหมาย ถือเป็นเร่ืองสําคัญของการออกแบบบรรจุภัณฑ๑ เพราะ กลุํมเปูาหมายสามารถสํงผลกระทบตํอผลิตภัณฑ๑ได๎โดยตรง ผู๎ประกอบการจะต๎องศึกษาและเรียนร๎ูความ ต๎องการของตลาดและความต๎องการของผ๎ูบริโภค โดยกําหนดกลุํมเปูาหมายให๎ชัดเจน เพ่ือท่ีจะได๎สามารถ ออกแบบบรรจุภัณฑ๑ให๎ตรงตํอความต๎องการของกลํุมเปูาหมายให๎มากท่ีสุด ตัวอยําง กลํุมเปูาหมาย เชํน วยั รํุน วัยทํางาน แมํบ๎าน เดก็ ฯลฯ เป็นตน๎ กลํุมเปูาหมายที่ได๎ยกตัวอยํางนี้ นอกจากจะมีความสนใจและความต๎องการที่แตกตํางกัน แล๎ว กลํุมเปูาหมายเดียวกันแตํชํวงอายุตํางกัน และมีสถานะทางสังคมที่แตกตํางกัน ก็ยํอมมีความต๎องการ แตกตํางกันด๎วยเชํนกัน ซึ่งทําให๎ลักษณะของบรรจุภัณฑ๑ก็ต๎องมีความแตกตํางกันไปตามกลุํมเปูาหมายน้ัน ๆ หรอื บางครัง้ ผลิตภัณฑ๑บางอยํางผลิตข้ึนมาเพ่ือผู๎บริโภคกลุํมหน่ึง แตํผู๎บริโภคอีกกลุํมหน่ึงกลับเป็นผ๎ูเลือกและ ตดั สินใจซอื้ เชํน อาหารเสริมสําหรับเด็ก หรือนมผงสําหรับทารก จะเห็นได๎วําผลิตภัณฑ๑เหลําน้ี ทารกและเด็ก มิได๎เป็นผ๎ูเลือกซื้อ แตํผ๎ูเลือกและตัดสินใจซ้ือกลับเป็นผ๎ูปกครองซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให๎เห็นวํากํอนการออกแบบ บรรจุภัณฑ๑ผ๎ูประกอบการจําเป็นต๎องกําหนดกลํุมเปูาหมาย เพื่อทําการศึกษาความต๎องการของกลุํมเปูาหมาย อยํางละเอียดรอบครอบ และค๎นหาวิธีวําจะออกแบบอยํางไรให๎บรรจุภัณฑ๑ของทํานสามารถดึงดูดความสนใจ ของผบู๎ ริโภคตามกลุํมเปูาหมายใหต๎ ัดสนิ ใจเลือกซือ้ ผลิตภัณฑ๑ของทําน 3.2 กําหนดชื่อตราสินค๎า (Brand) ตราสินค๎าใช๎เป็นชื่อหรือเคร่ืองหมายสําหรับการเรียกขาน ผลิตภัณฑ๑ ผู๎ประกอบการจะต๎องทําการกําหนดชื่อตราสินค๎าให๎เรียบร๎อยกํอนการออกแบบบรรจุภัณฑ๑ โดย กําหนดให๎ช่ือตราสินค๎ามีความเป็นเอกลักษณ๑ ชัดเจน นําสนใจ ที่สําคัญจะต๎องเป็นที่จดจําได๎งํายแกํผู๎บริโภค ตราสินค๎าท่ดี นี นั้ สามารถยกตวั อยาํ งได๎ ดังนี้ คือต้งั ตามชื่อเจ๎าของกิจการ ต้ังตามความเช่ืออันเป็นมงคล ตั้งตาม แหลํงท่มี าของผลิตภัณฑ๑ หรอื ตงั้ โดยการผสมคําทมี่ ีความหมายให๎เกดิ เปน็ คาํ ใหมํทม่ี ีเอกลักษณ๑ เป็นตน๎ 3.3 วัสดุท่ีใช๎ทําบรรจุภัณฑ๑ วัสดุมีความจําเป็นอยํางยิ่งตํอการออกแบบบรรจุภัณฑ๑ การท่ี ผ๎ูประกอบการตัดสินใจวําจะใช๎วัสดุอะไรมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ๑น้ัน ควรคํานึงถึงความปลอดภัยของผู๎บริโภค ความรับผิดชอบตํอส่ิงแวดล๎อม และคุณสมบัติของวัสดุแตํละประเภท ที่จะนํามาผลิตบรรจุภัณฑ๑เป็น สําคัญ เน่ืองจากวัสดุแตํละชนิดจะมีคุณสมบัติท่ีเป็นข๎อดีและข๎อเสีย ในการคุ๎มครองผลิตภัณฑ๑ให๎คงคุณภาพ การยืดอายุผลิตภัณฑ๑ และการนํากลับมาใช๎ใหมํ (Recycle) ที่แตกตํางกันไป หากทํานเลือกใช๎วัสดุไมํถูกต๎อง นอกจากจะทําให๎เกิดผลกระทบตํอตัวผลิตภัณฑ๑ ผู๎บริโภคและสิ่งแวดล๎อมแล๎ว ยังเป็นสาเหตุให๎เกิดต๎นทุนใน การผลิตบรรจภุ ัณฑ๑ท่เี พิม่ ขึน้ อีกดว๎ ย 3.4 รปู ทรง บรรจภุ ัณฑ๑ ที่มีรูปรํางสวยงาม สามารถสร๎างความประทับใจให๎กับผู๎บริโภค ถึงแม๎ ผ๎ูบริโภคจะยังมิได๎สัมผัสกับตัวผลิตภัณฑ๑ที่อยูํภายใน รูปทรงของบรรจุภัณฑ๑สามารถสร๎างความเป็นเอกลักษณ๑ ได๎ กลําวคือ เมื่อผู๎บริโภคเห็นรูปทรงสามารถรับร๎ูได๎ทันทีวํา เป็นผลิตภัณฑ๑อะไรและมีช่ือตราสินค๎าอะไร หรือ จะเป็นผลติ ภณั ฑ๑เดยี วแตกตาํ งกันท่ชี ่ือตราสนิ คา๎ 3.5 สีสันและกราฟิก สีสันและกราฟิกน้ี คือ การรวมของการใช๎สัญลักษณ๑ ตัวอักษร ภาพประกอบ ลวดลายและพื้นผิว ซึ่งสํวนประกอบทั้งหมดสามารถบํงบอกถึงช่ือตราสินค๎า ลักษณะผลิตภัณฑ๑ ทบ่ี รรจอุ ยูํภายในไดแ๎ ละสามารถแสดงถึงแหลงํ ที่มาของผลติ ภัณฑ๑ได๎

29 4. ลกั ษณะของตราสินค้าท่ีดี 4.1 ส้นั กะทดั รัด จดจาํ ได๎งาํ ย ออกเสยี งไดง๎ ําย มีความโดดเดํนเปน็ เอกลักษณ๑เฉพาะตวั 4.2 แปลเป็นภาษาตาํ งประเทศได๎งําย มีความหมายท่ีเหมาะสม 4.3 สามารถบอกถึงคุณสมบตั ทิ ี่สาํ คญั ของผลติ ภณั ฑ๑ 4.4 สอดคล๎องกบั คํานิยมและวฒั นธรรมของกลุํมลูกค๎าเปาู หมาย สามารถนําไปจดทะเบยี น การค๎าได๎ ตอ๎ งไมํซํ้ากับของเดิมทม่ี ีอยูํ แหลํงทมี่ า : https://sites.google.com/site/thanyalak12557/naewthang-kar-xxkbaeb-brrcu-phanth- 1?tmpl=%2Fsystem%2Fapp%2Ftemplates%2Fprint%2F&showPrintDialog=1 5. การออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ท่ีดี การออกแบบบรรจุภัณฑ๑ ให๎มีความสวยงามและความแปลกตา เทํานี้คงไมํเพียงพอสําหรับบรรจุ ภัณฑ๑ท่ีดี เพราะหัวใจของบรรจุภัณฑ๑ คือ การเก็บรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ๑ให๎คงอยํูยืนยาว ดังนั้น การ ออกแบบทด่ี ี ผ๎ูประกอบการควรคํานึงถงึ หนา๎ ที่ของบรรจุภณั ฑ๑เปน็ สําคัญ ดังนี้ 5.1 ปูองกันผลิตภัณฑ๑ บรรจุภัณฑ๑ที่เหมาะสมในการบรรจุอาหารจะต๎องสามารถปูองกันไมํให๎ อาหารสมั ผัสกบั บรรยากาศภายนอก ซึ่งอาจจะเกดิ การร่ัว การซึม แสง ความรอ๎ นเย็น 5.2 เก็บรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ๑ บรรจุภัณฑ๑ที่ต๎องสามารถรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ๑มิ ให๎เปล่ยี นแปลงไป ไมวํ ําจะเปน็ กลิน่ หรอื รสชาติ 5.3 ยืดอายุผลิตภัณฑ๑ จะต๎องสามารถนําเทคโนโลยีที่สลับซับซ๎อนมาชํวยในการออกแบบ เพื่อใหบ๎ รรจุภณั ฑ๑ สามารถยดื อายกุ ารเก็บรกั ษาผลิตภัณฑใ๑ ห๎มีอายยุ นื ยาว 5.4 ความสะดวกในการใชง๎ าน 5.5 ความประหยดั ในการขนสํง

30 เรอื่ งที่ ๔ แนวทางการบริหารการตลาดผลิตภณั ฑ์ทอ้ งถ่ิน ผ๎ูผลิต ผ๎ูประกอบการ OTOP ท่ีมีศักยภาพเพียงพอสามารถดําเนินการด๎านการตลาด หรือการจัด จาํ หนํายด๎วยตนเอง มีแนวทางการดําเนนิ การ ดงั นี้ 1. เป็นผจู้ ัดจาหน่ายเอง ผลิตภัณฑ๑บางประเภท จําเป็นต๎องมีการควบคุมด๎านคุณภาพ หรือการ ให๎บรกิ ารอยํางเขม๎ งวด เชํน กจิ การสปา การนวดแผนโบราณ เปน็ ตน๎ เจ๎าของจงึ ควรเปน็ ผู๎จัดจําหนาํ ยเอง ดงั น้ี 1.1 ต้ังร้านเอง ผผ๎ู ลติ ผป๎ู ระกอบการ OTOP ที่ตัง้ ร๎านเอง จะต๎องมีความร๎ูพ้ืนฐานด๎าน การจัดการร๎านค๎าปลีก ทั้งในเรื่องการเงิน การจัดการ และการตลาด มีการสํารวจความต๎องการของผู๎บริโภค ท้ังภายในและภายนอกชุมชน เพ่ือหาข๎อมูลสําหรับการพยากรณ๑รายได๎ของกิจการ นํามาเปรียบเทียบกับ รายจาํ ยทค่ี าดวําจะเกิดข้ึน เปน็ แนวทางการตดั สนิ ใจการดาํ เนินกจิ การให๎มีกําไร หลังจากการเปิดดําเนินกิจการ แล๎วจะต๎องพยายามสร๎างความสัมพันธ๑กับผู๎บริโภค ท่ีคาดวําจะเป็นลูกค๎าหลักของกิจการ เพื่อรายได๎ท่ียั่งยืน ตํอไป 1.2 ขายโดยพนกั งานขาย ใช๎พนักงานขายของกิจการเป็นผู๎นําสินค๎าไปเสนอขายสํูคน กลาง ท่ีเป็นพํอค๎าสํง เพื่อให๎นําสินค๎าไปจําหนํายตํอ คูํค๎าอาจเป็นผู๎ค๎ารายใหญํ หรือรายยํอยลงมาซ่ึงมี ความสําคัญแตกตํางกนั ออกไป 1.3 การสร้างร้านค้าออนไลน์ หากผู๎ผลิต ผู๎ประกอบการ OTOP ไมํได๎เข๎ารํวมเป็น สมาชิก ในการนํารายละเอียดสินค๎าเข๎ามาบรรจุไว๎ใน www.thaitambon.com ก็สามารถสร๎างเว็บไซต๑ของ ตนเองได๎ 2. ให้พนั ธมิตรชว่ ยกระจายสินค้า พันธมิตรท่ชี วํ ยกระจายสินค๎า ได๎แกํ คนกลางประเภทตําง ๆ ซึ่งมคี วามสัมพนั ธ๑ใกล๎ชิดกบั ผู๎บริโภคในพืน้ ทีม่ ากกวํา จงึ สามารถกระจายสินคา๎ ได๎ดีกวํา พันธมิตรที่ชํวยกระจาย สินค๎า มดี งั นี้ 2.1 คนกลาง คนกลางท่ีชํวยกระจายสินค๎าเป็นได๎ท้ังพํอค๎าปลีก ซึ่งได๎แกํ การนําสินค๎า ไปวางจําหนาํ ยในรา๎ นค๎าปลกี ประเภทตาํ ง ๆ ท้งั ร๎านคา๎ ปลีกขนาดใหญํ รา๎ นสะดวกซื้อ รวมถึงร๎านค๎าปลอดภาษี ซ่ึงเป็นแหลํงที่มีนักทํองเท่ียวผํานเข๎าออกเป็นจํานวนมาก ตัวแทนจําหนํายท่ีรับสินค๎าจากแหลํงผลิตเพื่อนําไป จําหนํายทวั่ ประเทศ เชํน บริษัทดีทแฮล๑ม บรษิ ัทยูนลิ ีเวอร๑ เปน็ ต๎น 2.2 การขายผ่านบริษัทขายตรง ปัจจุบันมีบริษัทขายตรงเกิดขึ้นเป็นจํานวนมาก การจะเลือกบริษัทให๎เป็นพันธมิตรข้ึนอยํูกับการวางตําแหนํงผลิตภัณฑ๑ หากเป็นผลิตภัณฑ๑ราคาต่ํา ใช๎ได๎ในหมูํ ผู๎บริโภคทั่วไป อาจเลือกบริษัทเอวอน กิฟฟารีน มิสทิน เป็นต๎น หากผลิตภัณฑ๑ราคาสูงข้ึนมาอาจเลือก บริษัท แอมเวย๑ บริษทั นสู กิน เป็นตน๎ 3. การรว่ มทุนเพอ่ื สร้างตลาดใหม่ สามารถกระทําได๎ ดงั นี้ 3.1 การให้สิทธิทางการค้า เม่ือผู๎ผลิต ผู๎ประกอบการ OTOP ประสบความสําเร็จแล๎ว อาจใหส๎ ิทธทิ างการค๎าแกผํ ๎อู ่ืนท่ีสนใจ และอยํูในพ้ืนท่ีท่ีหํางไกลออกไป หรือไมํมีความชํานาญ อาจใช๎วิธีให๎สิทธิ ทางการค๎าซง่ึ นอกจากจะทําให๎สินค๎าเข๎าถึงกลํมุ เปาู หมายแล๎ว ยังมรี ายไดจ๎ ากการใหส๎ ทิ ธิทางการค๎าดว๎ ย 3.2 การให้สิทธิในการดูแลเฉพาะพื้นที่ (Concessionaire Model)เป็นการให๎สิทธิ ทางการค๎าเพื่อผูกขาดหรือให๎สัมปทานในการดูแลพื้นท่ีเฉพาะ คือการเปิดโอกาสให๎ผ๎ูอื่นท่ีสนใจรับสัมปทาน การจําหนํายผลิตภัณฑ๑ ตลอดจนดูแลผลิตภัณฑ๑ให๎มีจําหนํายเมื่อมีผ๎ูบริโภคต๎องการ เชํน การให๎สิทธิตัวแทน ในการดูแลบรหิ าร และจัดจาํ หนํายผลติ ภณั ฑ๑ประจําภาคเหนอื ผร๎ู ับสิทธิจะมหี นา๎ ทบ่ี ริหารจดั การ ในพื้นทีข่ อง

31 ตนให๎มปี ระสิทธภิ าพ และสัง่ ผลติ ภณั ฑใ๑ ห๎เพยี งพอกับความตอ๎ งการของลูกค๎า เป็นต๎น การกระทําเชํนน้ีชํวยให๎มี ผลิตภณั ฑ๑จําหนาํ ยครอบคลุมไปทุกพน้ื ที่ ผลิตภณั ฑท๑ ่เี หมาะกบั การจาํ หนาํ ย วิธีการน้ี เชํน ผลไมอ๎ บแห๎ง ทุเรียน ทอด มะขามแกว๎ เป็นตน๎ 3.3 การสร้างตัวแทนคู่ค้า เป็นกระบวนการผลิต อยํางครบวงจร ตั้งแตํการสร๎างและ จัดหาวัตถุดิบ จนผลิตภัณฑ๑ถึงมือผ๎ูบริโภค ตัวอยํางการจัดจําหนํายวิธีน้ี เชํน บริษัทเจริญโภคภัณฑ๑ จํากัด (มหาชน) ผ๎ูผลิตผลิตภัณฑ๑จากไกํ มีกระบวนการดําเนินงานที่ครบวงจร เริ่มตั้งแตํการให๎ความรู๎เกี่ยวกับการ เ ลี้ ย ง ไ กํ แ กํ ผู๎ ท่ี ส น ใ จ เ ป็ น พ่ี เ ล้ี ย ง ใ น ก า ร จั ด ห า พั น ธ๑ุ ไ กํ ดู แ ล เ ร่ื อ ง อ า ห า ร ย า รั ก ษ า โ ร ค เมื่อไกํโตเต็มที่ บริษัทจะประกันราคาและรับซื้อ นอกจากนี้ยังตั้งโรงเชือดไกํเอง ดําเนินการทางการตลาดเอง ผู๎ผลิต ผ๎ูประกอบการ OTOP สามารถดําเนินการตามรูปแบบดังกลําวได๎ โดยเร่ิมต้ังแตํการจัดหาวัตถุดิบจากผ๎ู จดั หาวตั ถุดบิ รายอื่น ๆ ในทอ๎ งถิ่น นาํ มาผลติ และจดั การด๎านการตลาดด๎วยตนเอง 3.4 การสร้างจุดแข็งทางการตลาด เป็นการอาศัย ความเชี่ยวชาญของพันธมิตรท่ี เก่ยี วข๎องเพ่อื สรา๎ งความไดเ๎ ปรียบทางการตลาด ดังนี้ 1) พันธมิตรต๎นน้ํา ได๎แกํ การรํวมมือกับผู๎ผลิตในการวิจัย และพัฒนาวัตถุดิบให๎มี ประสทิ ธภิ าพหรือมีมาตรฐานยิ่งขึน้ 2) พันธมติ รกลางน้ํา ได๎แกํ รํวมมือกับตัวแทนจําหนํายในการคิดหาวิธีการกระจาย ผลิตภัณฑส๑ ูผํ ู๎บรโิ ภคให๎เร็วทีส่ ุด 3) พันธมติ รปลายน้ํา ไดแ๎ กํ การรํวมมือเพื่อสร๎างจุดแข็งในการบริการลูกค๎า เพื่อให๎ ลกู คา๎ ได๎รับความสะดวก ความพึงพอใจ เปน็ ต๎น สําหรับผลิตภัณฑ๑ท๎องถิ่น สามารถสร๎างจุดแข็งทางการตลาดได๎เชํนเดียวกัน เชํน ผ๎ูผลิต ผ๎ูประกอบการ OTOP ด๎านการบริการ การทํองเที่ยว ศิลปหัตถกรรม ร๎านอาหาร สปา จะต๎องพิจารณา องค๑ประกอบต้ังแตตํ น๎ นาํ้ จนถงึ ปลายนํา้ ดงั น้ี 1. พนั ธมิตรต๎นนํา้ รวํ มมอื กับบุคคลในทอ๎ งถ่ินเพ่ือปลูกพืชสมุนไพร คัดเลือกและพัฒนา แหลํง ทอํ งเทย่ี ว พัฒนาศนู ย๑หัตถกรรมภมู ปิ ัญญาทอ๎ งถ่นิ ผา๎ ทอท๎องถิน่ พัฒนาอาหารแปรรูปพน้ื บ๎าน 2. พนั ธมิตรกลางนํ้า โดยการจดั ตงั้ บริษทั นําเท่ียว อบรมมัคคุเทศก๑ท๎องถ่ิน หรือจัดตั้งตัวแทน บรษิ ทั นําเทยี่ ว เพื่อเชิญชวนลกู คา๎ เข๎ามาทํองเทีย่ วเปน็ ประจาํ 3. พันธมติ รปลายนํ้า โดยการสนับสนุนสํงเสริมการทํองเที่ยวในท๎องถ่ิน จัดงานเทศกาล เพื่อ แนะนาํ ผลิตภัณฑท๑ อ๎ งถน่ิ ประสานงานด๎านการใหบ๎ ริการกบั โรงแรมในท๎องถิ่น เป็นตน๎

32 กิจกรรมท้ายบทท่ี ๓ คาชีแ้ จง : ใหผ๎ ๎ูเรยี นตอบคาํ ถามตํอไปนี้ มาพอสงั เขป 1. บอกความหมายของผลิตภณั ฑ๑ การจัดจําหนาํ ยผลติ ภัณฑ๑ท๎องถ่นิ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. อธบิ ายการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ๑ใหส๎ อดคลอ๎ งกับความตอ๎ งการของตลาด …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. อธบิ าย แนวทางการบรหิ ารการตลาดผลิตภัณฑท๑ ๎องถ่ิน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

33 บทที่ ๔ ความรู้เก่ียวกบั จัดทาบญั ชคี รวั เรือน สาระสาคัญ การทําบัญชีครัวเรือน เป็นการจดบันทึกรายรับรายจํายประจําวันของครัวเรือน และสามารถนําข๎อมูล มาวางแผนการใชจ๎ ํายเงินในอนาคตได๎อยาํ งเหมาะสม ประโยชน์ของการทาบัญชีครัวเรือน ทําให๎เกิดการออม และการใชจ๎ ํายเงินอยาํ งประหยดั คุ๎มคาํ ไมฟํ มุ เฟือย การจดั ทาํ บญั ชีรายรับ เป็นข๎อมูลท้ังหมดท่ีได๎รับเงินเข๎ามา เชํน คําหุ๎น เงินกู๎ คําขายของ คําขายผลผลิต ฯลฯ สํวนรายจําย เป็นข๎อมูลรายจํายท้ังหมดในการประกอบ กิจการนั้น ๆ เชํน คําขนสํง คําซื้อวัตถุดิบ คําจ๎างแรงงาน ฯลฯ สํวนเงินคงเหลือ คือผลตํางระหวํางรายรับกับ รายจํายทง้ั หมด ผลการเรียนรทู้ ีค่ าดหวัง ๑. อธบิ ายหลกั การจดั ทําบญั ชีครัวเรือนได๎ ๒. อธิบายประโยชนแ๑ ละขั้นตอนของการทาํ บญั ชคี รัวเรือนได๎ ๓. สามารถจดั ทําบัญชคี รวั เรือน รายรบั -รายจาํ ยได๎ ขอบข่ายเนอ้ื หา เร่ืองที่ ๑ หลักการจดั ทาํ บญั ชคี รวั เรอื น เรื่องที่ 2 การจัดทําบัญชีครวั เรอื น รายรบั -รายจาํ ย

34 เรอ่ื งท่ี ๑ หลกั การจดั ทาบัญชคี รัวเรือน จากสภาวะสังคมปัจจุบันท่ีเต็มไปด๎วยกระแสวัตถุนิยม และความฟุมเฟือย ฟุูงเฟูอ ทําให๎คนไทยหลง เดินทางผิดไปตามกระแสนิยมจนกลายเป็นปัญหา โดยเฉพาะปัญหาหน้ีสินท่ีไมํมีวันจบสิ้น ซ่ึงการจะดํารงชีวิต ให๎อยูํรอดภายใต๎สังคมในปัจจุบัน แนวทางหน่ึงที่ประชาชนไทยควรยึดถือคือการพึ่งตนเอง รู๎จักความ พอประมาณ และไมํประมาท ตามแนวปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยํูหัวท่ีทรง มองเห็นถึงความสําคัญของการสร๎างภูมิคุ๎มกันให๎กับตัวเอง ร๎ูจักความพอมีพอกิน พอมีพอใช๎ คํานึงถึงหลัก เหตุผลและการประมาณตนเอง พร๎อมกับทรงเตือนสติประชาชนคนไทยไมํให๎ประมาท โดยเฉพาะการใช๎ จาํ ยเงนิ อนั เป็นปจั จัยสาํ คญั ในการดาํ เนนิ ชีวิต 1. การจดั ทาบัญชีครัวเรือน บญั ชคี รวั เรอื น คอื การทาํ บัญชเี พอ่ื บันทึกข๎อมลู รายรบั รายจํายประจาํ วนั หรือบันทึกข๎อมูลอ่ืน ๆ ใน ชีวติ และในครอบครัว เชํน บัญชที รพั ยส๑ ิน พนั ธ๑พุ ชื พนั ธ๑ุไม๎ บัญชคี วามรู๎ความคิดของเรา บญั ชีผ๎ูทรงคุณ บญั ชี เดก็ และเยาชนของเรา หรอื จะเป็นบญั ชีภมู ิปญั ญาด๎านตํางๆ ซง่ึ เราสามารถจดบันทึกเร่ืองราว สิง่ หรอื เร่อื งราว ในชีวิตได๎เชนํ กนั 2. ความสาคญั ของการทาบัญชีครัวเรอื น 2.1 ทําให๎ตนเองและครอบครัวทราบรายรับ รายจําย หนส้ี ิน และเงนิ คงเหลอื ในแตลํ ะวนั รายรับ หรือ รายได๎ คือ เงิน หรือสินทรัพย๑ที่วัดมูลคําได๎ ท่ีได๎รับจากการประกอบอาชีพ หรือ ผลตอบแทนท่ีได๎รับจากการให๎ผู๎อ่ืนใช๎สินทรัพย๑ หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบตําง ๆ เชํน รายได๎ จากคําจ๎างแรงงาน เงินเดือน ดอกเบ้ียรับจากเงินฝากธนาคาร หรือ จากเงินให๎กู๎ยืม รายได๎จากการขายสินค๎า หรือบรกิ าร เป็นตน๎ รายจ่าย หรือ คําใช๎จําย คือ เงิน หรือสินทรัพย๑ท่ีวัดมูลคําได๎ ที่จํายออกไปเพื่อให๎ได๎ส่ิงตอบ แทนกลับมา สง่ิ ตอบแทนอาจเป็นสนิ ค๎าหรือบริการ เชํน คาํ อาหาร คาํ นํ้าคําไฟฟูา (คําสาธารณูปโภค) คําน้ํามัน คาํ หนงั สือตาํ รา เปน็ ต๎น หรือรายจาํ ย อาจไมํไดร๎ ับสง่ิ ตอบแทนคอื สินค๎าหรอื บริการก็ได๎ เชนํ เงินบริจาคเพื่อการ กุศล เงินทาํ บุญทอดกฐิน ทอดผา๎ ปุา เปน็ ตน๎ หนี้สิน คือ ภาระผูกพันที่ต๎องชดใช๎คืนในอนาคต การชดใช๎อาจจํายเป็นเงินหรือของมีคําท่ี ครอบครวั หรอื ตนเองมีอยูํ หนี้สนิ เป็น เงนิ หรอื ส่ิงของที่มคี ําท่คี รอบครัวหรอื ตนเองได๎รับมาจากบุคคลหรือแหลํง เงินภายนอก เชํน การก๎ูยืมเงินจากเพ่ือนบ๎าน การก๎ูยืมเงินจากกองทุนตําง ๆ การซ้ือสินค๎าหรือบริการเป็นเงิน เช่ือ การซื้อสินทรัพยเ๑ ป็นเงนิ ผอํ นชาํ ระ หรอื การเชําซอื้ เป็นตน๎ เงินคงเหลือ คือ เงิน หรือ ทรัพย๑สินที่วัดมูลคําได๎ หลังจากนํารายรับลบด๎วยรายจํายแล๎ว ปรากฏรายรับมากกวํารายจํายจะทําให๎มีเงินคงเหลือ หรือในหลักทางบัญชีเรียกวํา กําไร แตํหากหลังจากนํา รายรับลบด๎วยรายจํายแล๎ว ปรากฏวํารายจํายมากกวํารายรับจะทําให๎เงินคงเหลือติดลบหรือทางบัญชีเรียกวํา ขาดทุน นน่ั เอง 2.2 นาํ ข๎อมูลการใช๎จาํ ยเงินภายในครอบครัวมาจัดเรียงลําดับความสําคัญของรายจําย และวางแผน การใช๎จาํ ยเงนิ โดยพจิ ารณาแตลํ ะรายการในแตลํ ะวนั มีรายจํายใดท่ีมีความสําคัญมาก และรายจํายใดไมํจําเป็น ให๎ตัดออก เพ่ือให๎การใช๎จํายเงินภายในครอบครัวมีพอใช๎และเหลือเก็บเพื่อการออมทรัพย๑สําหรับใช๎จํายส่ิงที่ จาํ เปน็ ในอนาคต บัญชีครวั เรอื นถอื เป็นสวํ นสําคัญในการปฏบิ ัตติ ามแนวเศรษฐกิจพอเพยี ง โดยยึดหลกั 3 ข๎อ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook