(31) เพลี้ยไฟ (thrips) (5) การจัดการแมลงและไรศตั รูพชื ในมังคดุ ภาพแสดง ลักษณะการทาลายของเพล้ียไฟทผี่ ลมงั คดุ 51
(32) เพล้ยี ไฟ (thrips) (6) การจดั การแมลงและไรศตั รพู ชื ในมงั คุด พชื อาหาร : เพลี้ยไฟพริก ระบาดทา่ ลายไมผ้ ลหลายชนิด เชน่ มะม่วง เงาะ ส้มเขยี วหวาน ส้มโอ ทเุ รยี น ลิ้นจี่ และลา่ ไย เป็นต้น ส่วนเพล้ยี ไฟมังคุด อาจพบระบาดในมะม่วง ระยะการเจรญิ เติบโตของมงั คดุ ท่พี บการระบาด : ระยะใบออ่ น ดอก และผลออ่ น ศัตรธู รรมชาติ : แมงมมุ แมงชนิดต่างๆ 52
(33) เพล้ยี ไฟ (thrips) (7) การจัดการแมลงและไรศตั รูพชื ในมงั คดุ การปอ้ งกันก่าจดั : ระยะวิกฤตทคี่ วรทา่ การป้องกันกา่ จัดเพลี้ยไฟในมงั คดุ คือ ช่วงฤดแู ล้งขณะทมี่ งั คุดอย่ใู นระยะออกดอก ติดผลอ่อน การพ่นสารเคมีปอ้ งกนั กา่ จดั ศตั รูพชื ควรพน่ 3 ครง้ั คอื ระยะก่อนดอกบาน 7 วนั ขณะดอกบาน และหลงั บานแล้ว 7 วนั หากเปน็ การระบาดนอกฤดกู ารออกดอกติดผล ควรพน่ สารเคมี ปอ้ งกันก่าจดั ศัตรูพืช เมอื่ ตรวจพบเพลีย้ ไฟเฉลี่ยเกิน 1 ตัวต่อยอด 53
(34) เพลีย้ ไฟ (thrips) (8) การจดั การแมลงและไรศตั รพู ชื ในมงั คุด สารเคมีปอ้ งกันก่าจัดศัตรูพชื ทม่ี ีประสิทธภิ าพดีในการปอ้ งกนั กา่ จัดเพลย้ี ไฟ ไดแ้ ก่ - ฟิโปรนิล 5% เอสซี อัตรา 10 มิลลิกรมั ต่อนา่้ 20 ลิตร - อิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลกิ รัมต่อน้่า 20 ลติ ร - คารโ์ บซลั แฟน 20% อีซี อัตรา 50 มลิ ลิกรมั ตอ่ น่้า 20 ลิตร - ไซเพอรเ์ มทริน/โฟซาโลน 28.75% อีซี อัตรา 40 มลิ ลิกรมั ต่อน้่า 20 ลติ ร โดยไม่ควรใชส้ ารเคมปี ้องกนั กา่ จดั ศัตรูพืชชนิดใดชนิดหนงึ่ ตดิ ต่อกนั หลายครั้ง เพราะจะทา่ ให้เพล้ยี ไฟด้อื ยา และอาจเกดิ แมลงศตั รชู นดิ อ่นื ระบาดขึน้ มาได้ 54
(35) การจดั การแมลงและไรศัตรพู ชื ในมงั คุด เพลี้ยแป้ง (mealybug) (1) ภาพแสดง เพลยี้ แป้งฝงั ตัวทด่ี า้ นใต้ในผลเลก็ (ซา้ ย) และเพลี้ยแป้งฝงั ตัวใตก้ ลบี เล้ยี งในผลใหญ่ (ขวา) 55
(36) การจดั การแมลงและไรศัตรูพชื ในมงั คดุ เพลยี้ แปง้ (mealybug) (2) ช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Pseudococcus cryptus Hempel (เพลีย้ แป้งมังคดุ ) ความส่าคัญและลกั ษณะการท่าลาย : เพล้ียแปง้ ดูดกินนา้่ เล้ียงจากดอกและผลออ่ น โดยจะเรมิ่ ระบาดเมื่อผลมังคุด อายุประมาณ 2 เดือน จนถงึ ระยะเกบ็ เก่ียว เม่อื ผลโตใกล้เก็บเกยี่ ว เพลี้ยแป้ง จะไปฝังตวั ดดู กนิ นา้่ เลย้ี งอยู่ใตก้ ลีบเลย้ี ง และมลู หวานทเ่ี พล้ียแป้งขับถา่ ยออกมา จะดึงดดู ให้เกิดราดา่ ขึน้ เป็นคราบเกาะติดผวิ มงั คุด 56
(37) การจดั การแมลงและไรศตั รพู ชื ในมงั คดุ เพลย้ี แปง้ (mealybug) (3) พชื อาหาร : ใบมะพรา้ ว ใบมะมว่ ง ฝกั มะขาม และผลมังคุด ระยะการเจรญิ เติบโตของมงั คุดทีพ่ บการระบาด : ระยะผลออ่ น และผลแก่ ศัตรูธรรมชาติ : ศัตรธู รรมชาตขิ องเพลย้ี แป้งทพ่ี บ ได้แก่ แมลงช้างปีกใส Mallada basalis Walker ดว้ งเต่าลาย Nephus ryuguus (H. Kamiya) และ แตนเบียนในวงศ์ Eulophidae 57
(38) การจัดการแมลงและไรศัตรูพืชในมงั คุด เพลี้ยแปง้ (mealybug) (4) การป้องกันก่าจดั : 1. ถา้ พบระบาดไมม่ าก อยเู่ ป็นกลุ่มเฉพาะผลใดผลหน่ึงให้เก็บผล เหล่านน้ั เผาท่าลาย 2. ควรมีการส่ารวจตัง้ แต่มงั คุดเร่มิ ตดิ ผล การระบาดในมงั คุดผลเลก็ สามารถพ่นสารเคมปี อ้ งกันกา่ จดั ศตั รพู ืชได้ประสทิ ธภิ าพดกี ว่า การปอ้ งกันกา่ จัด เม่ือเพลี้ยแปง้ ระบาดในผลโต 58
(39) การจดั การแมลงและไรศัตรพู ชื ในมังคุด เพลย้ี แปง้ (mealybug) (5) การป้องกนั ก่าจดั : เม่อื พบเพลีย้ แป้งระบาดมากกวา่ รอ้ ยละ 10 ของผลส่ารวจ พ่นด้วย สารเคมปี อ้ งกันก่าจัดศัตรูพชื ได้แก่ - คารโ์ บซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 50 มลิ ลิลติ รตอ่ น่้า 20 ลิตร - อมิ ิดาโคลพรดิ 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตรตอ่ น่้า 20 ลิตร - คารบ์ ารลิ 85% ดบั บลวิ พี อัตรา 60 กรัมต่อน่้า 20 ลิตร 3. การแพร่ระบาดของเพล้ยี แป้งมกั มีมดเป็นพาหะนา่ เพลี้ยแปง้ ไป ปลอ่ ยยงั จุดตา่ งๆ จงึ ตอ้ งป้องกนั มด โดยใชเ้ ศษผ้าชบุ นา่้ มันเคร่อื งพนั รอบโคนต้น 59
(40) การจัดการแมลงและไรศัตรพู ชื ในมังคุด หนอนชอนใบ (leafminer) (1) ภาพแสดง หนอนชอนใบจะชอนไชอยู่ใตผ้ ิวใบ และลกั ษณะการทาลาย 60
(41) 61 การจัดการแมลงและไรศัตรพู ชื ในมงั คดุ หนอนชอนใบ (leafminer) (2) ชื่อวทิ ยาศาสตร์ : Acrocercops sp. และ Phyllocnistis sp. ความส่าคญั และลกั ษณะการทา่ ลาย : Acrocercops sp. ชอบทา่ ลายใบอ่อนท่มี ีอายุมาก โดยตวั หนอนทฟ่ี ักจากไข่ ชอนไชกดั กนิ และขบั ถา่ ยอยใู่ นระหวา่ งผิวใบ รอยทา่ ลายเปน็ ลกั ษณะแผ่กว้าง เปน็ แผ่นสีด่า Phyllocnistis sp. ชอนไชทา่ ลายใบออ่ นมงั คุดทีม่ อี ายนุ ้อยกว่า พบการระบาด รนุ แรงมากขณะมังคดุ แตกใบอ่อน โดยเฉพาะตน้ กลา้ ของมงั คดุ ตวั หนอนทฟ่ี ัก จากไข่ ชอนไชเปน็ ทางยาว
(42) การจัดการแมลงและไรศตั รูพืชในมังคุด หนอนกินใบอ่อน (Leaf eating caterpillar) (1) ภาพแสดง ลกั ษณะการทาลายของหนอนกินใบอ่อน 62
(43) การจดั การแมลงและไรศัตรูพืชในมงั คุด หนอนกินใบออ่ น (Leaf eating caterpillar) (2) ชือ่ วิทยาศาสตร์ : Stictoptera columba (Walker), Stictoptera cucullioides Guenee และ Stictoptera signifera (Walker) ความส่าคัญและลักษณะการทา่ ลาย : หนอนกินใบออ่ น ทา่ ลายกดั กินใบออ่ นมงั คุดจนเหลอื เฉพาะกา้ นใบหรือบางครั้ง หมดท้งั ใบ หนอนชนิดน้เี ปน็ ผีเสื้อกลางคนื ในตอนกลางวันจึงไม่คอ่ ยพบตัว โดยจะท่าลายมังคดุ ในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันหลบลงดิน หรือหลบอาศัย ตามเศษซากใบไม้ หรอื ระหว่างใบในทรงพุ่มท่ีมืด หากระบาดรุนแรงใบออ่ น จะถูกกนิ จนหมด 63
(44) การจัดการแมลงและไรศัตรูพชื ในมังคดุ หนอนกินใบออ่ น (Leaf eating caterpillar) (3) ถา้ หนอนระบาดในชว่ งเดอื นกนั ยายน - ตลุ าคม ซง่ึ เปน็ การแตกใบอ่อนชุดสุดท้าย กอ่ นการออกดอก จะมผี ลกระทบต่อการเกิดตาดอกและผลผลิต โดยพบการแพรร่ ะบาดของหนอนกนิ ใบอ่อนทกุ แหลง่ ปลกู มงั คดุ ในขณะทม่ี กี าร แตกใบอ่อน โดยเฉพาะหนอนกนิ ใบออ่ น S. cuculliodes พบระบาดรุนแรงมาก ที่ อา่ เภอหลังสวน จังหวดั ชมุ พร 64
(45) การจัดการแมลงและไรศัตรพู ชื ในมงั คุด หนอนกินใบออ่ น (Leaf eating caterpillar) (4) ภาพแสดง หนอนกนิ ใบอ่อน Stictoptera cucullioides Guenee 65
(46) การจัดการแมลงและไรศตั รพู ชื ในมังคดุ หนอนกนิ ใบอ่อน (Leaf eating caterpillar) (5) พชื อาหาร : นอกจากมังคดุ แล้วยังไม่มีรายงานวา่ แมลงชนิดนที้ ่าลายพชื ชนิดอ่นื ระยะการเจริญเติบโตของมังคดุ ทพ่ี บการระบาด : ระยะใบออ่ น ศัตรูธรรมชาติ : พบหนอนกนิ ใบออ่ นมังคุดถกู แตนเบียนทา่ ลายเปน็ จา่ นวนมาก แต่ยังไม่ได้จ่าแนกชนิดของแตนเบยี นเหลา่ น้นั 66
(47) การจัดการแมลงและไรศตั รูพชื ในมังคดุ หนอนกนิ ใบออ่ น (Leaf eating caterpillar) (6) การป้องกันก่าจัด : เนอ่ื งจากหนอนกัดกนิ ทา่ ลายใบออ่ นมงั คุดในเวลากลางคนื และท้งิ ร่องรอยการทา่ ลายใหเ้ ห็น หากส่ารวจพบใบออ่ นมงั คุด ถกู ทา่ ลายเกนิ รอ้ ยละ 20 ใหพ้ น่ ดว้ ยสารเคมีปอ้ งกนั ก่าจัดศตั รพู ชื คารบ์ ารลิ 85% ดบั บลิวพี อตั รา 60 กรัมต่อน่า้ 20 ลติ ร 67
(48) การจัดการแมลงและไรศตั รพู ชื ในมงั คุด ไรขาวพรกิ (broad mite) (1) ภาพแสดง ไรขาวพริก 68
(49) การจัดการแมลงและไรศัตรพู ืชในมงั คุด ไรขาวพริก (broad mite) (2) ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Polyphagotarsonemus latus Banks ความส่าคญั และลักษณะการทา่ ลาย : ไรขาวพรกิ ทา่ ลายบริเวณใบอ่อนหรือยอดอ่อนของมงั คุด เชอื่ กนั ว่าสามารถ ปล่อยสารพษิ ลงส่พู ืชในขณะที่ดดู กนิ จากต่อมนา่้ ลาย ท่าให้การเจรญิ เตบิ โต ของเน้ือเยอื่ ส่วนตา่ งๆ ผิดปกติ ลกั ษณะอาการผิดปกติ คือ ส่วนขอบใบออ่ น จะมว้ นลง แข็งกระด้าง หงิกงอผิดรปู และแคระแกรน หรอื ท่าใหส้ ขี องใบออ่ นซดี หรือเปลี่ยนเปน็ สเี หลือง ร่วงหลุดไปในที่สุด 69
(50) การจัดการแมลงและไรศตั รพู ชื ในมังคดุ ไรขาวพรกิ (broad mite) (3) ถา้ ไรขาวพรกิ เข้าท่าลายมังคดุ ในระยะผลออ่ น โดยจะดดู กินน้่าเล้ียงผลออ่ น ท่เี ร่มิ ตดิ ผล และหลบซอ่ นตวั อยู่ภายใต้กลบี เลี้ยง พบมากกับผลท่ีอยู่ในทรงพ่มุ ผวิ ของผลออ่ นทีถ่ กู ทา่ ลายจะคอ่ ยๆ เปลยี่ นเปน็ สีน่้าตาลอ่อน และสจี ะเข้มข้นึ เมอื่ การท่าลายรนุ แรงมากขึน้ ผวิ จะด้านสาก และเมื่อผลแก่ ผวิ ผลจะด้าน ไม่เปน็ มนั ผลผลติ ไมไ่ ดค้ ณุ ภาพ 70
(51) การจดั การแมลงและไรศตั รูพืชในมังคุด ไรขาวพรกิ (broad mite) (4) พชื อาหาร : มันฝรั่ง โหระพา กะเพรา ถว่ั ฝักยาว ถ่วั เขียว ถัว่ ลันเตา ไผ่ ปอกระเจา เยอบีร่า หมอ่ น ชา เบญจมาศ องุน่ มะม่วง มังคุด ลองกอง ส้มเขียวหวาน สม้ โอ พริกข้ีหนู พรกิ ช้ีฟา้ ฝา้ ย กหุ ลาบ ลา่ โพง ส้ม แตงกวา ระยะการเจริญเตบิ โตของมงั คดุ ทพ่ี บการระบาด : ระยะผลอ่อน ศัตรธู รรมชาติ : ศตั รูธรรมชาตขิ องไรขาวพริกท่พี บ ไดแ้ ก่ ไรตวั ห่า้ Amblyseius cinctus Corpus and Rimando 71
(52) การจดั การแมลงและไรศตั รูพชื ในมงั คุด ไรขาวพรกิ (broad mite) (5) การปอ้ งกนั ก่าจดั : สารเคมปี ้องกันก่าจัดไรหลายชนดิ ท่ีมี ประสทิ ธิภาพดใี นการปอ้ งกัน ก่าจดั ไรขาวพริก โดยฉีดพน่ 2 ครั้ง ห่างกนั 5-7 วนั และพ่นซา่้ หาก พบการระบาดอีก ไดแ้ ก่ - อามที ราซ 20% อีซี อัตรา 40-60 มลิ ลิลติ รต่อน่า้ 20 ลติ ร - กา่ มะถนั ผง อตั รา 60-80 กรมั ตอ่ นา่้ 20 ลิตร 72
(53) การจดั การวชั พืชในสวนมังคดุ สถานการณว์ ชั พืชในสวนมังคุด วชั พืชในสวนมงั คุดมคี วามหลากหลาย ทง้ั ชนดิ และปริมาณ แตกต่างกนั ไปตามสภาพพื้นท่ที ีป่ ลูกมังคุด ฤดกู าล และขนาดทรงพมุ่ ของตน้ มังคุดทีม่ ีอยใู่ นแปลง รวมถงึ การดูแลจัดการ ของเจ้าของสวน การปล่อยให้วัชพชื เจรญิ เติบโตหนาแนน่ จะก่อให้เกิดผลเสยี ตอ่ ตน้ มังคุด หลายประการ เช่น การแก่งแย่งธาตอุ าหาร เปน็ แหล่งสะสมโรค และ เป็นแหลง่ อาหารของแมลงศัตรูพชื เปน็ ตน้ 73
(54) การจัดการวชั พืชในสวนมังคุด การจา่ แนกวชั พชื ในสวนมงั คุด (1) วัชพืชที่พบในสวนมงั คดุ สามารถจา่ แนกได้ 3 ประเภท คือ 1.วัชพืชประเภทใบแคบ 2.วชั พืชประเภทใบกว้าง 3.วชั พืชประเภทกก 74
(55) การจดั การวัชพืชในสวนมงั คุด การจา่ แนกวชั พชื ในสวนมงั คุด (2) 1.วัชพชื ประเภทใบแคบ เชน่ หญ้าปากควาย หญ้าตนี กา หญา้ คา และหญ้าโขยง่ หญ้าตนี นก หญ้าปากควาย หญ้าตีนกา 75
(56) การจดั การวัชพืชในสวนมังคุด การจ่าแนกวชั พืชในสวนมังคุด (3) 2.วัชพืชประเภทใบกว้าง เชน่ กระดมุ ใบใหญ่ สาบม่วง และสาบแรง้ สาบกา สาบแร้งสาบกา สาบม่วง กระดมุ ใบใหญ่ 76
(57) การจัดการวชั พชื ในสวนมังคุด การจา่ แนกวัชพชื ในสวนมังคดุ (4) 3.วชั พืชประเภทกก เชน่ แหว้ หมู และกกตุ้มหู แหว้ หมู 77
(58) การจดั การวชั พชื ในสวนมงั คดุ แผนการจดั การวัชพืชในสวนมังคุด (1) สามารถแบ่งเป็น 3 ชว่ งเวลา 1.แปลงปลกู ใหม่ ก่อนปลูกไถพลกิ หนา้ ดินปรบั พืน้ ที่ ก่าจัดวชั พืชในพ้ืนท่อี อกให้หมด แล้วจึงกา่ หนดหลุมปลูก ขดุ หลมุ กว้าง ตากดนิ เกบ็ ชิ้นส่วนวชั พืช เช่น หวั เหงา้ ไหล ของวชั พชื และตอไมย้ นื ต้นออกใหห้ มด หลงั ปลูกคลมุ โคนต้นมังคุดดว้ ยฟางขา้ ว หรือ เศษใบไมแ้ หง้ ซ่ึงจะช่วยป้องกนั การงอกของเมล็ดวัชพชื และรักษาความชืน้ ใหต้ น้ มงั คดุ 78
(59) การจัดการวัชพืชในสวนมงั คุด แผนการจัดการวัชพืชในสวนมังคุด (2) 2.ระยะท่ีตน้ มงั คุดยังเลก็ (ช่วง 4 - 5 ปีแรก) เน่อื งจากตน้ มังคุดโตชา้ และระยะปลกู ห่าง ท่าใหม้ พี ืน้ ที่ว่างมาก วชั พชื จงึ เจริญเตบิ โตอยา่ งรวดเร็วแข่งขันกับตน้ มงั คุด จึงต้องเลอื กวิธีการควบคมุ วัชพชื ท่ีเหมาะสม เชน่ 2.1 ปลูกพืชแซม 2.2 ปลูกพืชคลมุ ดนิ เช่น ถ่วั พรา้ ถ่วั ขอ ถวั่ ซิรูเลยี่ ม โดยตอ้ งมีการดูแลไมใ่ หต้ น้ ถ่ัวเหล่านี้ข้นึ พนั ตน้ มังคดุ 2.3 ใชว้ ัสดุคลมุ ดิน เชน่ ฟางข้าว ใบหญา้ คา หญา้ แฝก แกลบ เศษซากวชั พชื 79
(60) การจัดการวัชพืชในสวนมงั คุด แผนการจดั การวัชพชื ในสวนมังคุด (3) 2.4 ใช้แรงงานตดั หรือถาก หรือใชเ้ ครือ่ งตดั หญา้ ระหว่างแถวและระหว่างตน้ มังคุด โดยต้องกา่ จดั วัชพชื ก่อนวชั พืชออกดอก 2.5 การใช้สารเคมปี ้องกนั กา่ จัดวชั พืช พน่ ก่อนวัชพืชออกดอกและความสูงไมเ่ กิน 30 เซนติเมตร และขณะพน่ ควรมลี มสงบ ใส่หวั หลอบเพอ่ื ป้องกนั ละอองสาร ปลวิ ไปสมั ผัสใบและต้นมงั คุด ไดแ้ ก่ - ไกลโฟเสต 48% เอสแอล อัตรา 150–200 มิลลิลิตร ผสมน่้า 20 ลิตร - กลโู ฟสิเนต-แอมโมเนียม 15% เอสแอล อัตรา 200 มิลลิลิตร ผสมนา้่ 20 ลติ ร - พาราควอต 27.6% เอสแอล อตั รา 150 มลิ ลิลิตร ผสมน้า่ 20 ลิตร โดยพ่นคลุมต้นวัชพืชใหท้ ว่ั ในพน้ื ที่ 1 งาน 80
(61) การจัดการวชั พชื ในสวนมงั คุด แผนการจดั การวัชพืชในสวนมงั คุด (4) 3.ระยะทตี่ น้ มังคุดมีทรงพมุ่ แผก่ ว้างแล้ว ปญั หาวชั พืชจะลดนอ้ ยลง แตส่ า่ หรับวชั พชื ท่เี หลืออยู่ในรัศมีทรงพุม่ มงั คดุ ใชว้ ธิ กี ารตดั หรือถาก 1-2 คร้ัง ชว่ ยลดปัญหาวัชพชื ได้ นอกจากนี้ การคลุมโคนต้นดว้ ยเศษซากวัชพืช แกลบ หรอื ฟางข้าว ชว่ ยลดปญั หา วชั พชื ได้ 81
(1) เกบ็ ผลในระยะสายเลือด (วัยท่ี 1) โดยเลือกแรงงานท่มี ีความช่านาญในการเก็บเก่ยี ว วยั ท่ี 0 วัยที่ 1 วยั ที่ 2 สีเขียวตองอ่อน ผลมีสายเลือด ผลมกี ารเปล่ียนสี (เกิดจดุ แต้ม หรอื ประสมี ว่ งแดง) เปน็ สีน้า่ ตาลแดงเรือ่ ๆ วัยที่ 3 วยั ท่ี 4 วัยท่ี 5 ผลมีสีน่้าตาลแดง ผลมีสีม่วงแดง ผลมีสมี ่วงเขม้ หรอื ม่วงด่า 83
(2) 84
(2) ใชอ้ ปุ กรณ์ทเ่ี หมาะสมกับการเก็บเก่ียว มีสถานท่เี หมาะสม สา่ หรับคัดแยกผลติ ผลคณุ ภาพ ใชอ้ ุปกรณ์ท่เี หมาะสมในการเกบ็ เก่ียว 85
(2) การแบ่งเกรดมงั คุด (1) ตามมาตรฐานสินคา้ เกษตรมังคุดของ สา่ นกั มาตรฐานสินค้าเกษตรและ อาหารแหง่ ชาติ (มกษ. 2-2556) แบง่ ช้นั คณุ ภาพมังคดุ เป็น 3 ชนั้ คณุ ภาพ 1. ชัน้ พเิ ศษ (Extra class) ผลมงั คดุ ช้ันน้ีต้องมีคุณภาพดีท่ีสดุ มีกลบี เล้ยี งและข้วั ผลสมบรู ณ์ ต่าหนทิ ่ีผิวโดยรวมตอ้ งไม่เกิน 10% ของพน้ื ท่ีผวิ ของผล มีเน้อื แกว้ และ/หรือเนื้อมียางสีเหลอื งในผล ไดไ้ ม่เกินรอ้ ยละ 5 ของจ่านวนผล หรือนา้่ หนกั ความคลาดเคลอ่ื นยอมให้มไี ด้ไม่เกนิ ร้อยละ 5 โดยจา่ นวน หรอื น้่าหนกั 86
(2) การแบง่ เกรดมังคุด (2) 2. ชนั้ หน่ึง (Class I ) ผลมังคุดชัน้ นตี้ ้องมีคณุ ภาพดี อาจมคี วามผิดปกติหรือตา่ หนไิ ดเ้ ลก็ นอ้ ย โดยตา่ หนิทผ่ี วิ ผลโดยรวมตอ้ งไมเ่ กนิ ร้อยละ 30 ของพน้ื ท่ีผิวผล มเี น้อื แกว้ และ/หรือเนอื้ มียางเหลืองในผลได้ไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 10 ของจา่ นวนผล หรือน่า้ หนัก ความคลาดเคล่อื นยอมใหม้ ีได้ไมเ่ กนิ ร้อยละ 10 โดยจา่ นวน หรอื นา้่ หนัก 87
(2) การแบ่งเกรดมงั คดุ (3) 3. ชน้ั สอง (Class II ) ผลมังคุดในช้ันนร้ี วมผลมงั คดุ ท่ีมีคณุ ภาพ แตม่ คี ุณภาพตามขอ้ กา่ หนด ข้ันต่า มีต่าหนิทผี่ วิ ผลโดยรวมตอ้ งไมเ่ กนิ ร้อยละ 50 ของพ้นื ที่ผิวผล และมเี น้อื แก้ว และ/หรือเน้ือมียางเหลืองในผลไดไ้ มเ่ กนิ ร้อยละ 20 ของ จา่ นวนผลหรอื น้่าหนกั ความคลาดเคลอื่ นยอมให้มไี ดไ้ ม่เกนิ ร้อยละ 10 โดยจ่านวนหรอื น่า้ หนกั 88
(2) การแบง่ ขนาดผล แบง่ เปน็ 5 รหสั ขนาด ตามนา้ หนักผล 89
(2) สถานท่เี หมาะสมสา่ หรบั คดั แยกผลิตผลคุณภาพ 90
ปยุ๋ สอบถามข้อมูลเพ่มิ เตมิ ไดท้ ห่ี นว่ ยงานของกรมวชิ าการเกษตร ดังนี้ กองวิจยั พัฒนาปัจจัยการผลติ ทางการเกษตร โทรศพั ท์ 0-2579-3577-8 สถาบนั วิจยั พืชสวน โทรศัพท์ 0-2940-5484-5 การให้นา่้ และการดูแลรกั ษา โทรศัพท์ 0-3939-7030 ศูนย์วิจยั พืชสวนจนั ทบุรี โรค แมลงศตั รู และ วชั พชื โทรศัพท์ 0-2579-8540 สา่ นกั วิจยั พัฒนาการอารกั ขาพชื การเกบ็ เกยี่ วและการปฏิบตั ิหลงั การเกบ็ เกีย่ ว 91 กองวิจยั และพัฒนาวิทยาการหลงั การเก็บเกีย่ วและแปรรปู ผลติ ผลเกษตร โทรศัพท์ 0-2940-6362-3 ต่อ 1110
Search