น้ํา ส มุ น ไ พ ร เขยี นโดย : อรนชุ หงษาชาติ • นํ้าสมนุ ไพร • ขอแนะนําในการเตรยี มน้ําสมนุ ไพร • กระเจย๊ี บ • ขงิ • ตะไคร • เตยหอม • ทบั ทมิ • บัวบก • มะขาม • มะตูม • มะพรา ว • มะยม • สับปะรด คํานํา เอกสารเผยแพรเลม นี้ จัดทําข้ึนเพอ่ื สนบั สนนุ การใชพ ชื สมนุ ไพรเปน อาหาร เปน เครอ่ื ง ด่ืม พืชสมุนไพรตางๆ เหลา น้ี เปนพืชสมุนไพรใหถูกสุขลักษณะ โดยคํานงึ ถงึ ความสะอาด และ ใหไดคุณคาทางอาหาร การเตรยี มน้ําสมนุ ไพรไวด ม่ื เองนน้ั ราคาจะยอมเยา สะอาด ปราศจาก สารกันบูด รสชาตถิ ูกปาก สามารถปรงุ รสไดต ามความชอบของแตล ะบคุ คล นอกจากน้ันแลว สมุนไพรแตละชนิดท่ีนํามาเตรียมน้ําด่ืมยังมีสรรพคุณทางยา เชน แกกระหายน้ํา บํารงุ หวั ใจ ฯลฯ ซง่ึ ในเอกสารเลม น้ี จะไดบ อกถงึ คณุ คา ทางยาของสมนุ ไพรนน้ั ๆ รวมทั้งประโยชนอื่นๆ อีกดวยเชน สารอาหารในสว นตา ง ๆ ของพชื เปน ตน การจัดทําเอกสารเผยแพรเลมน้ี จึงมุงหวังใหอานไดคุนเคยและรูจักสมุนไพรดียิ่งขึ้น ทําใหส ามารถนําสมนุ ไพรใกลต วั มาประยกุ ตใ ชไ ดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ อรนชุ หงษาชาติ กุมภาพันธ 2540
นา้ํ สมนุ ไพร 2 นาํ้ สมุนไพร ประเทศไทยเปนประเทศที่มีอากาศรอน โดยเฉพาะอยา งยง่ิ ในชว งเดอื นเมษายน ซึ่ง เปนฤดูรอ นจะมอี ากาศรอ นจดั การที่จะชว ยทําใหค ลายความรอ นไดน น้ั มีดวยกนั หลายวธิ ไี มว า จะเปน การอาบน้ํา การใชพ ดั หรอื พดั ลม กเ็ ปน การชว ยคลายรอ นได การคลายรอ นอกี วธิ หี นง่ึ ทไ่ี ดผ ลดี ก็คือ การดม่ื น้ําเยน็ ๆ ซึ่งจะชวยทําใหจิตใจชุมชื่น รูสกึ สดชน่ื และสบาย เพราะน้ําจะชวยทดแทนเหงื่อที่ออกมา และถา ไดด ม่ื น้ําสมุนไพร ก็จะยิ่ง ชวยใหสดช่ืนมากยิ่งข้ึน เพราะน้ําสมุนไพรบางชนิดสามารถชวยผอนคลายความรอน ทําให อุณหภมู ใิ นรา งกายลดลง แกอ าการกระหายน้ําได นอกจากจะชวยในการแกกระหายนํ้าและสมนุ ไพรยงั มสี รรพคณุ อน่ื ๆ อกี มาก เชน ชวย ในการบํารงุ หวั ใจ ชว ยในการยอยอาหาร ชว ยในการรกั ษาอาการเจ็บปวยที่ไมรุนแรงได ขอ เสนอแนะในการเตรยี มน้ําสมนุ ไพร 1. การเลือกสมนุ ไพร ถาเปนสมนุ ไพรแหง เลอื กของใหม สะอาด เชน มะขามเปย ก ถาใหมจ ะมสี นี ้ําตาลแดง ถา เกา จะมสี นี ้ําตาลคล้ํา มะตมู แหง ใหมๆ สนี ้าํ ตาลเหลอื ง บางชน้ิ มี ยางแหงแขง็ ใส กระเจี๊ยบใหมๆ สแี ดงคล้ํา ถา เกา เปน สแี ดงดํา การใชส มนุ ไพรเกา มาเตรยี ม คณุ ภาพของนํ้าสมุนไพร จะลดลง สีสนั ของน้าํ สมนุ ไพรจะไมใ ส สไี มส ดเทา กบั น้ําสมุนไพรที่ เตรียม จากพืชสมุนไพรใหมๆ ถา เปน สมนุ ไพรสด ควรเลอื กซอ้ื หรอื เกบ็ มาจากตน ใหมๆ เชน มะเขอื เทศ ใบเตย วา นหางจระเข สมุนไพรท่เี กบ็ ไวน าน จะทําใหค ณุ คา ทางอาหารลดลง 2. ความสะอาด สมุนไพรที่จะนํามาใชค วรลา งใหส ะอาด ถา เปนสมนุ ไพรแหง ควรลา ง 1-2 คร้ัง และถา เปน สมนุ ไพรสด ควรลา ง 2-3 ครง้ั เพอ่ื ใหส ะอาดและลดปรมิ าณของสารฆา แมลงที่อาจหลงเหลืออยูได ภาชนะทเ่ี ตรยี มและทจ่ี ะบรรจตุ อ งสะอาด ถาไมส ะอาดอาจทําให ผูด ื่มทองเสียได และยังทําใหน ้ําสมนุ ไพรทเ่ี ตรยี มไวเ กบ็ ไวไ ดไ มน าน 3. ภาชนะที่ใช ถาเปนหมอควรใชหมอเคลือบตน โดยเฉพาะสมุนไพรบางชนิดทม่ี รี ส เปรี้ยว เชน มะขาม มะมวง กระเจี๊ยบ เพราะกรดที่มีอยูในสมุนไพรจะกัดภาชนะที่เปน อลมู เิ นยี ม ซ่ึงเปนอนั ตรายในการบรโิ ภค และยังทําใหร สของน้ําสมนุ ไพรเปลย่ี นไปไดอ กี ดว ย ภาชนะทีใ่ ชใ นการบรรจุควรจะเปน ขวดแกว เพอ่ื จะสามารถนง่ึ เพอ่ื ฆา เชอ้ื โรคได และยังทําใหทาํ ใหร สของน้ําสมุนไพรที่บรรจุ 4. การนึ่งฆาเชื้อ หลังจากลา งภาชนะทีบ่ รรจแุ ลว ควรลวกหรอื ตม ดว ยน้ําเดอื ดแลว ผง่ึ ใหแหงและเมอ่ื บรรจแุ ลว ควรนง่ึ เพอ่ื ฆา เชอ้ื อกี ไมน อ ยกวา 20-30 นาที ปลอยทิ้งใหเย็นแลวจึง นําเก็บเขา ตเู ยน็ ทต่ี อ งมกี ารนง่ึ เพราะในการทําน้าํ สมนุ ไพรนไ้ี มไ ดใ ชส ารกนั บดู จงึ ตอ งใชค วาม สะอาดเปนหลกั ถาทาํ ตามขน้ั ตอนนจ้ี ะสามารถเกบ็ ไดน านถงึ 2-3 อาทิตย
นา้ํ สมนุ ไพร 3 5. การกรอกน้ําสมนุ ไพรรอ นๆ ลงภาชนะบรรจุใหเทน้ําสมนุ ไพรรอ นๆ จํานวนเลก็ นอ ย ลงในภาชนะแลวกรอกน้ําสมุนไพรรอนๆ จํานวนเล็กนอยลงในภาชนะแลวกรอกนํ้าสมุนไพร รอนๆไปมาใหทั่วภาชนะ เพื่อใหเนื้อแกวไดรับความรอนเทาๆกัน เมื่อกรอกตอไปจะทําให ภาชนะบรรจุที่เปนแกวไมแตกราว กระเจย๊ี บ ลักษณะทั่วไป กระเจี๊ยบแดงหรือกระเจี๊ยบเปรี้ยว เปน ไมพ มุ แตกกง่ิ กา น ลําตน กง่ิ กา น มสี มี ว งแดง ใบ เปนใบเดี่ยว ออกตรงงา มใบกบั กง่ิ กลีบดอกสีชมพู หรอื สเี หลอื งออ น โคลกลบี ดอกดา นในมสี ี แดงเขม ผลมกี ลบี เลย้ี งและใบประดบั สแี ดงหมุ การขยายพนั ธุ การเพาะเมลด็ สรรพคณุ • ยาขบั ปส สาวะ ใหผ งแหง หนกั 3 กรัม ชงกับนํ้าเดอื น 1 ถวยแกว ดม่ื วนั ละ 3 เวลา • ชวยลดความดนั โลหติ ใชก ระเจี๊ยบแหง 1 กํามอื ตม กบั น้ํา ดม่ื น้ํากระเจี๊ยบ ครง้ั ละ 1 ถวยแกว วนั ละ 2 ครง้ั • แกก ระหายน้ํา ด่ืมน้ํากระเจย๊ี บวนั ละ 3-4 ครง้ั จะชว ยลดอณุ หภมู ใิ นรา งกายลงได • ใชเ ปน อาหาร สวนตางๆ ของกระเจย๊ี บนํามาใชป รงุ อาหารได - ยอดและใบออ น มรี สเปรย้ี ว ใชแกงสม - ใบประดบั และกลบี เลย้ี ง ทําแยม ทําผลไมก วน ใชผสมทาํ น้าํ หวาน น้าํ ผลไม - ใชแ ตง รสเปรย้ี วและแตง สใี นเยลล่ี และเหลา องนุ สวนผสม นํ้ากระเจย๊ี บ - กระเจี๊ยบสดหรือแหง - นา้ํ สะอาด 1 ½ ขดี - นา้ํ ตาลทราย 4 ขวดแมโ ขง - เกลอื ¾-1 กิโลกรัม 1 ชอนแกง
นา้ํ สมนุ ไพร 4 วธิ ที ํา 1. นํากระเจย๊ี บลา งน้ําใหส ะอาด ใสใ นหมอ เคลอื บ เตมิ น้ํา สะอาด 4 ขวดแมโ ขง 2. ตมเคย่ี วประมาณ 30 –40 นาที กระเจีย๊ บจะนิ่มเปอ ย สขี องน้ําจะเปน สแี ดงสด 3. กรองเอากากออก แลว เตมิ น้ําตาลทรายทลี ะนอ ย คน ใหน ้ําตาลละลาย วิธรี บั ประทาน ด่ืมไดท ง้ั รอ นและเยน็ ขงิ ลักษณะทั่วไป ขิงเปนพืชที่มีเหงาอยูใตดิน สว นเหนอื พน้ื ดนิ เหน็ เปน ลําตน คอื กาบใบทห่ี มุ กนั อดั แนน มีใบเรียวยาวออกสลบั กนั ดอกออกเปน ชอ ลกั ษณะเปน ตมุ กลม จากสว นลําตน ทอ่ี ยใู ตด นิ การขยายพนั ธุ ใชเ หงา ปลกู ประโยชนทางสมุนไพร • ใชเ ปน ยาแกอ าเจยี น ใชขิงแกส ด หรือแหง ขงิ สดขนาดหวั แมม อื (ประมาณ 5 กรัม) ทุบใหแตก ถาแหง 5-7 ชนิ้ ตม น้าํ ดม่ื นาํ ขงิ สด 3 หัว หัวโตยาวประมาณ 5 นว้ิ ใสน ้ํา 1 แกว ตม จนเหลอื ½ แกว(ประมาณ 15-20 นาที หลงั จากเดอื ดแลว ) รนิ เอาน้ําดม่ื • ใชเปน ยาขมเจรญิ อาหาร ใชเ หงา สดประมาณ 1 องคลุ ี ถาผงแหงใช ½ ชอ นโตะ หรือประมาณ 0.6 กรัม ผงแหง ชงกับนํ้าดม่ื เหงา สดตม น้ํา หรือใชป รุง อาหารเชน ผดั หรอื รบั ประทานสดๆ เชน กบั ลาบ แหนม และอน่ื ๆ • แกอาการทอ งอดื เฟอ จกุ เสยี ด และปวดทอง ใชข งิ แกต ม กบั น้ํา รนิ น้ําดื่มแกโรคจุกเสียด ทาํ ใหหลับสบาย ขิงแกย าว 2 นว้ิ ทุบพอแหลก เทน้ําเดอื ดลงไปครง่ึ แกว ปด ฝา ตง้ั ทง้ิ ไวน าน 5 นาที รนิ เอาแตน้ํามาดม่ื ระหวา งอาหารแตล ะมอ้ื • แกอ าการไอและขบั เสมหะ ใชขิงสดฝนกับมะนาว แทรกเกลอื กวาดคอหรอื จบิ บอ ยๆ • ใชเ ปน อาหาร อาหารคาว นิยมใชข งิ ออ น
นา้ํ สมนุ ไพร 5 - ใชผดั ยําบางชนดิ เปน ผกั แกลม กบั อาหาร เชน เมย่ี ง ไสก รอกอสี าน เปน ตน - ใชดอง โดยดองไดท ง้ั ดองหวาน ดองหวานเปรย้ี วเคม็ และดองเคม็ อาหารหวาน - ใชข งิ ออ น แชอิ่ม เชอ่ื ม - ใชข งิ แกท บุ ใสม นั เทศตม น้ําตาล น้าํ เตา ฮวย ไขหวาน สวนผสม นํ้าขงิ ขงิ แก นา้ํ 400 กรัม นา้ํ ตาลทรายแดง 9 ถวยตวง 1 ½ ถวยตวง วธิ ที ํา 1. ลางขิงใหสะอาด ทุบพอแตก นําไปตม จนเดอื ดนานประมาณ 20 นาที 2. ยกลงกรองใหห มดกาก 3. นําขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง ใสน ้ําตาลทรายแดง คนใหล ะลายพอเดอื ดอกี ครง้ั ยกลง วิธรี บั ประทาน ด่ืมไดท ง้ั รอ นและเยน็ กไ็ ด ตะไคร ลักษณะทั่วไป ตะไครเปน พชื ลม ลกุ ขน้ึ อยรู วมเปน กอ ใบยาวแคบและระคายใบมกี ลน่ิ หอม ลําตน สว น ท่ีออนจะมีใบเรียงซอนสลับกันแนนอนมากใบมีกาบใบเปน แผน ยาว โอบซอ นกนั แนน จนดแู ขง็ คลา ยลําตน การขยายพนั ธุ การแตกหนอ ประโยชนทางสมุนไพร • แกอาการทอ งอดื ทอ งเฟอ แนน จกุ เสยี ด ปวดทอ ง ใชล ําตน แกส ดๆ ทุบพอแหลก ประมาณ 1 กํามอื ตม เอาน้ําดม่ื หรือประกอบ • ใชเ ปน อาหาร นําตะไครท ง้ั ตน รวมทง้ั รากจํานวน 5 ตน สบั เปน ทอ นตม กบั เกลอื ตม 3 สวนใหเ หลือ 1 สวน รบั ประทาน 3 วัน จะหายปวดทอง
นา้ํ สมนุ ไพร 6 • แกอาการขบั เบา ผทู ป่ี ส สาวะไมค ลอ ง (แตตอ งไมม อี าการบวม) ใชต น แกส ดวนั ละ 1 กํามอื ตม กบั น้ําดม่ื ครง้ั ละ 1 ถว ยชาวนั ละ 3 ครง้ั กอ นอาหาร หรือ ใชเหงาแกที่อยูใตดิน ฝานเปน แวน บางๆ คว่ั ไฟออ น พอเหลอื ง ชงเปน ชาดม่ื ครง้ั ละ 1 ถวยชา วนั ละ 3 ครง้ั สวนผสม นํ้าตะไคร ตะไครส ด นา้ํ 200 กรัม 8 ถวยตวง วธิ ที ํา 1. นําตะไครม าหน่ั เปน ทอ นๆ ตม ใหน ้ําเดอื ด 1-2 นาที ยกลง 2. ถาตองการใหม รี สหวานใหเ ตมิ น้ําตาลทรายเลก็ นอ ย วิธรี บั ประทาน ใชด ม่ื ไดท ง้ั รอ นและเยน็ เตยหอม ลักษณะทั่วไป เตยหอม เปนพชื ใบเลย้ี งเดย่ี วชอบขน้ึ ใกลน ้ํา ขน้ึ เปน กอ เมอ่ื โตแลว มรี ากค้ําชวยยึด ลําตน ใบยาวเรียวคลายใบหอก ปลายใบแหลมและมีหนามตามขอบใบ เสน กลางใบเวา ลกึ ลงไป ถาดูดานทองใบมรี ปู คลา ยกระดกู งเู รอื ใบมกี ลน่ิ หอม การขยายพนั ธุ การปกชํา ประโยชนทางสมุนไพร • ใชเ ปน ยาขบั ปส สาวะ ใชต น 1 ตน หรอื ราก ครง่ึ กํามอื ตม กบั น้ําดม่ื • ใชเ ปน ยาบํารงุ หวั ใจ ใชใ บสดไมจ ํากดั ผสมในอาหาร ทําใหอ าหารมรี สเยน็ หอม รับประทานแลวทําใหหัวใจ ชุมชื่น หรอื เอาใบสดมาคน้ั น้ํารบั ประทาน ครง้ั ละ 2-4 ชอนแกง • ใชเปน ยาแกเ บาหวาน ใชร าก 1 กํามอื ตม น้าํ ดม่ื เชา-เย็น
นา้ํ สมนุ ไพร 7 • ใชเ ปน อาหาร ใบสด – ใชทํากระทงใสข นม เชน ตะโก ลมื กลนื - ใชหอไก หมู เพอ่ื นําไปอบ ทําใหอ าหารมกี ลน่ิ หอม - ใบคน่ั น้ําไดส เี ขยี วสําหรบั แตง สอี าหาร ใหก ลน่ิ หอมเยน็ - ใบสดกํารวมกบั ดอกไมใ ชบ ชู าพระ สวนผสม นํ้าใบเตยหอม ใบเตยสด นา้ํ 3-4 ถวยตวง นา้ํ ตาลทราย 8 ถวยตวง 2 ถวยตวง วธิ ที ํา 1. ใบเตยลา งใหส ะอาด หน่ั เปน ชน้ิ เลก็ เวลาตวงกดใหแ นน 2. ตม น้ําใหเ ดอื ด นําใบเตยลงใส ทิ้งไวสักรู 3. เติมน้ําตาลทรายลงไปคนใหล ะลาย 4. ยกลงนํามากรองดว ยผา ขาวบาง วิธรี บั ประทาน ด่ืมไดทัง้ รอ นและเย็น จะมกี ลน่ิ หอมเยน็ ชน่ื ใจ ทบั ทมิ ลักษณะทั่วไป ทบั ทมิ เปนไมยืนตน ขนาดเลก็ ใบเลก็ เรยี วแคบ ขอบใบเรยี บ กง่ิ มหี นาม ดอกมหี ลาย สี เชน ขาว แดง สม ผลกลม ภายในมเี มลด็ จํานวนมาก สชี มพหู รอื ขาว การขยายพนั ธุ ใชเมลด็ ปลกู หรอื กง่ิ ตอน ประโยชนทางสมุนไพร • ใชเปนยาถา ยพยาธติ วั ตดื และพยาธติ วั กลม ใชเปลอื กสดของราก ตน ที่เก็บใหมๆ ประมาณ ½ กํามอื เตมิ กานพลหู รอื กระวานลง ไปเลก็ นอ ย เพอ่ื แตง รส ตม กบั น้ํา 3 ถวยแกว เคี่ยวใหเหลือ 1 ½ ถวยแกว รบั ประทานครง้ั ละ
นา้ํ สมนุ ไพร 8 2 ชอนโตะ หลงั จากนน้ั ประมาณ 2 ชั่วโมง รับประทานยาถายเชน ดเี กลอื 2 ชอ นโตะ ตาม ควร อดอาหารกอ นรบั ประทานยา • แกท อ งรว ง ทอ งเดนิ (ไมใชบดิ หรอื หวิ าตกโรค) ใชเปลือกตามแดดใหแหงประมาณ ¼ ของผลฝนกับนํ้าฝนหรือน้ําปูนใสใหขนๆ รับประทานครง้ั ละ 1-2 ชอ นแกงหรอื ตม กบั น้ําปนู ใสแลว ดม่ื น้ําท่ีตมกไ็ ด • บดิ (มีอาการปวดเบง และมมี กู หรอื อาจมเี ลอื ดดว ย) ใชเปลอื กผลแหงของทบั ทมิ ครง้ั ละ 1 กํามอื ตม กบั น้ําดม่ื วนั ละ 2 ครง้ั อาจใชก านพลู หรืออบเชยแตง กลน่ิ ใหน า ดม่ื กไ็ ด • ใชเ ปน อาหาร ผลแกจัด - รบั ประทานเปน ผลไม หรือหมักทําสรุ าผลไม ใบสด - คนจีนนิยมปกบนอาหารที่ไหวเจา ถอื วา เปน มงคล - เปลอื กสดใชย อ มผา ใหเ ขยี ว นํ้าทบั ทมิ สวนผสม เม็ดทับทิม 2 ถวยตวง นา้ํ เชอ่ื ม 1 ถวยตวง วธิ ที ํา 1. แกะเม็ดทบั ทิมเอาเปลอื กและเนอ้ื เยอ่ื ทห่ี มุ ออกใหห มด 2. ใสน ้ําเลก็ นอ ยพอทว ม นําไปตม ใหน ม่ิ แลว คน้ั เอาแตน ้ํา 3. ผสมน้ําทับทิมกับนํ้าเชอ่ื ม อตั ราสว นน้ํา 2 สวน น้าํ ตาล 1 สวน คนใหเ ขา กนั วิธรี บั ประทาน เสิรฟโดยการแชเย็นหรือใสนํ้าแขง็ บวั บก ลักษณะทั่วไป บัวบก เปนพืชเล้ือยไปตามดินท่ีแฉะๆ จะมรี ากออกมาตามขอ ขอลําตน ใบมรี ปู คลา ยไต ปลายใบกลม กา นใบยาว ขอบใบมหี ยกั เลก็ นอ ย ดอกมสี มี ว งแดงเขม เปน พืชอยูทว่ั ไปในเขต รอ น
นา้ํ สมนุ ไพร 9 ประโยชนทางสมุนไพร • ใชเปน ยาแกป วดศรี ษะขา งเดยี ว ใชตนสดไมจํากัด รับประทาน หรอื คน้ั น้ําจากตน สดรบั ประทาน ควรรบั ประทานตดิ ตอ กัน 2-3 วัน • ใชเ ปน ยาแกเ จบ็ คอ ใชท ง้ั ตน สด 1 กํามอื ตําคน้ั น้ําเตมิ น้ําสม สายชู 1-3 ชอนแกง จบิ บอ ย ๆ • ใชเปน ยาลดความดนั โลหติ สงู ใชท ง้ั ตน สด 2 กํามอื คน้ั น้ําจากตน สด เตมิ น้ําตาลเลก็ นอ ย รับประทาน 5-7 วัน • แกชํ้าใน (พลดั ตกหอลม ) ใชต น สด 1 กํามอื ลา งใหส ะอาดตําคน้ั น้ํา เตมิ น้ําตาลเลก็ นอ ยดม่ื 1 ครง้ั รับประทาน ติดตอ กนั 5-6 ครง้ั • ถอนพษิ รักษาแผลน้ํารอ นลวก ใชท ง้ั ตน สด 2-3 ตน ลา งน้ําใหส ะอาด ตําใหล ะเอยี ด พอกแผลไฟไหม ชว ยลดอาการ ปวดแสบปวดรอ น • หามเลือด ใสแผลสด ใชใ บสด 20-30 ใบ ลา งใหส ะอาด ตําพอกแผลสดชวยหามเลือดและรักษาแผลใหหาย เรว็ ใชเ ปน อาหาร ตน สด - ใชเปนผักจิ้มใชยํา - รับประทานกับหมี่กะทิ ผัดไทย สวนผสม นํ้าใบบวั บก ใบและกา นบวั บกหน่ั ฝอย นา้ํ สกุ 2 ถวยตวง นา้ํ เชอ่ื ม 2 ถวยตวง วธิ ที ํา 1. โขลกใบและกานบัวบกใหละเอียด 2. แลว ละลายดว ยน้ําสกุ ถวยตวง กรองเอาแตน ้ําใบบวั บก วิธรี บั ประทาน ผสมน้ําเชอ่ื มใหม รี สหวาน ใสน ้ําแขง็ ดม่ื
นา้ํ สมนุ ไพร 10 มะขาม ลักษณะทั่วไป เปนไมยืนตนขนาดใหญ อายุยืน มกี ง่ิ กา นเหนยี วมาก ใบเปน ใบประกอบใบยอ ยขนาด เล็ก ยอดออนมสี แี ดงดอกชอ สน้ั ๆ ดอกยอ ย สเี หลอื งสม มจี ดุ ประสนี ้ําตาล มผี ลเปน ผกั มลี กั ษณะ เปนขอคอด โคง เปลอื กแขง็ เปราะ เนอ้ื ในสนี ้ําตาล เมลด็ แกแบนรปู สเี่ หลีย่ ม มสี นี ้าํ ตาล การขยายพนั ธุ ใชกิ่งทาบ กง่ิ ตดิ ตา และเพาะเมลด็ ประโยชนทางสมุนไพร • ถายพยาธิ ใชเมล็ดในที่มีสีขาว 20-25 เมล็ด ตมกับน้ําใสเกลือ เล็กนอยรับประทาน เนื้อทั้งหมด 1 ครง้ั หรอื คว่ั ใหเ นอ้ื ในเหลอื งกะเทาะเปลอื ก แชนํ้าใหน ม่ิ เคย้ี วรบั ประทานเชน ถว่ั • แกทองผูก ใชเน้ือหมุ เมลด็ คลกุ เกลอื รบั ประทาน ระบายทอง • แกไอ ขบั เสมหะ ใชเน้ือในฝก แกห รอื มะขามเปย ก จม้ิ เกลอื รบั ประทาน • ใบออ น ใชต ม เอาน้ําโกรกศีรษะ แกหวัด คดั จมกู • เปน อาหาร - ฝก ออ นใชต ําน้าํ พริก จม้ิ กะปห วานหรอื น้ําปลาหวาน - ฝกแก (มะขามเปย ก) ใชป รงุ รสอาหารคาว - ทาํ มะขามคลกุ มะขามแชอ ม่ิ • ประโยชนอื่นๆ - เนื้อไมใชทําเขียง มคี ณุ ภาพดี เพราะเนอ้ื ไมเ หนยี ว สวนผสม นํ้ามะขาม น้ํามะขามคน้ั อยา งใหข น มาก นา้ํ ตาลทราย 1 ถวยตวง นา้ํ 1 ½ ถวยตวง เกลอื 2 ถวยตวง 2 ชอนชา
นา้ํ สมนุ ไพร 11 วธิ ที ํา 1. มะขามเปยกที่ออกใหมเลือกที่สะอาด ลางนํ้าใหสะอาดค้ันใหไ ดข น ปานกลาง 1 ถวยตวง 2. ผสมนํ้าตาลทราย น้าํ ตามสว น คนไปเรอ่ื ยๆ จนน้ําตาลทรายละลายน้ําเขา กนั ดี กรองใหส ะอาด ดว ยผาขาวบางทบ 2 ชั้น สัก 2 ครง้ั นําไปตม ใหเ ดอื ดพลา น ทิ้งไว ใหเย็น วิธรี บั ประทาน เสริ ฟผสมกบั น้ําแขง็ สิ่งที่นารู ถามีมะขามสดก็ใชแทนไดโดยแกะเปลอื กแลเมลด็ ออก นําไปบดเตมิ น้ําเลก็ นอ ยตม ให เดอื ดกรองเอาแตน ้ํา แลว จงึ ผสมกบั น้ําเชอ่ื ม มะตมู ลักษณะทั่วไป มะตูม เปนไมย นื ตน ลําตน และกง่ิ มหี นาม ใบเปน รปู 3 แฉกในกา นหนง่ึ มี 3 ใบ ผล กลมทุย ผิวเรียบ เนอ้ื ในสนี ้ําตาลออ น เมลด็ มขี นาดเลก็ คลา ยเมลด็ สม การขยายพนั ธุ ใชเ มลด็ ปลกู ประโยชนทางสมุนไพร • แกท อ งเดนิ ทอ งเสยี ทอ งรว ง นําผลโตเตม็ ท่ี ฝานเปน ชน้ิ บางๆ ตามแหง คั่วใหเ หลือง ชงน้ําดม่ื ใช 2-3 ชิ้น • บํารงุ กําลงั รกั ษาธาตุ ขบั ลม นําผลแกจัดแตยังไมสุก นํามาเชอ่ื มรบั ประทานตา งขนมหวาน จะมกี ลน่ิ หอม • ขับเสมหะ เจรญิ อาหาร นาํ ผลออ นฝานชงน้ําดม่ื แทนน้ําชา • ใชเ ปน อาหาร - ใบสด ใสแกงบวน - ผลสุก รบั ประทานเปน ผลไม เหมาะกับผูสูงอายุ เพราะจะชวยระบาย และทําให ธาตเุ ปน ปกติ - ผลแกแ ตไมส กุ นํามาเชอ่ื มเปน ของหวาน มรี สซา กลน่ิ หอม
นา้ํ สมนุ ไพร 12 • ประโยชนอื่นๆ - ใชย างขาวใส ขน และเหนยี ว ท่ีลอ มรอบเมลด็ และยางสนี ้ําตาลแดงจากตน ทํา กาวตดิ ของ - ใชยางจากผลและเปลอื กยอมผา ได สเี หลอื ง สวนผสม นํ้ามะตมู มะตมู แหง นา้ํ 100 กรัม นา้ํ ตาลทราย 6 ถวยตวง 1 ถวยตวง วธิ ที ํา 1. นํามะตมู แหง ไปปง ไฟ จนเหลอื งจดั เกอื บใหม 2. ตมมะตูมกับน้ํา พอเดอื ดเตมิ น้ําตาลทราย คนจนละลายเขา กนั ยกลงแลวกรองดวย ผาขาวบาง วิธรี บั ประทาน จะด่ืมรอ นหรอื เยน็ กไ็ ดต ามความชอบ สิ่งที่นารู มะตูมท่ีนํามาใชทําน้าํ มะตมู จะไดจากมะตมู ออ นหน่ั เปน ชน้ิ บางๆ ตามขวาง ตากใหแหง กอนนํามาใช มรี าคาถกู มะพรา ว ลักษณะทั่วไป มะพรา ว เปนไมย นื ตน สงู 20-30 เมตร ลําตน กลมใบออกเวยี นรอบลําตนท่ยี อ เปน ใบประกอบแบบขนนก กา นใบยาว ใบยาว แคบ หนา ปลายแหลม ดอกออกเปน ชอ สเี หลอื ง ระหวางซอกใบเรียกวา “จั่น” ผลออ นสเี ขยี ว ผลแกสีนํ้าตาล การขยายพนั ธุ ใชผลแกปลูก ประโยชนทางสมุนไพร • รักษาบาดแผล
นา้ํ สมนุ ไพร 13 มะพราวเก็บในวงผลแก และนํามาเคย่ี วเปน น้ํามนั ทาแกป วดเมอ่ื ย และขดั ตามเสน เอน็ เจือกับยาที่มีรสฝาด รกั ษาบาดแผลไดด ี • รักษาแผลไฟไหมนํ้ารอ นลวด นําเอานํ้ามนั มะพรา ว 1 สว นใสใ นภาชนะคนพรอ มๆกบั เตมิ น้ําปนู ใส 1 สวน โดยเติมที่ ละสวนพรอ มกบั คนไปดวย คนจนเขา กนั ดที าทแ่ี ผลบอ ยๆ • แกท อ งเสยี ออ นเพลียไมมีแรง ใชนํามะพรา วออ นดม่ื แกท อ งเสยี หรอื ออ นเพลยี ไมม แี รง • รักษาบาดแผล แกป วดฟน นํากะลาขา งทม่ี รี ู ใสถ า นทร่ี อ นแดงจนเตม็ ตง้ั บนภาชนะรองรบั น้ํามนั สกั ครจู ะมนี ้ํามนั ไหลจากรลู งภาชนะนน้ั นําน้าํ มนั ที่ไดมาทาแผล หรอื อดุ ฟน ชวยรักษาบาดแผล และแกปวดฟน ได • ใชเ ปน อาหาร - ผลแกแ ละออ น ใชเ ปน อาหารไดท ง้ั คาวและหวาน - เนื้อไมใชทําเขยี งไดด ี เพราะเนอ้ื ไมม คี วามเหนยี วทนทาน - ทางมะพรา วใชม งุ หลงั คา หรือทําฝาบา น สวนผสม นํ้ามะพรา วทรงเครอ่ื ง เน้ือมะพรา วออ น นา้ํ มะพรา ว 1 ถวยตวง กะปสด 2 ถวยตวง นา้ํ เชอ่ื ม 2 ถวยตวง นา้ํ แขง็ 4 ถวยตวง 2-3 กอ น วธิ ที ํา 1. นําสว นผสมทง้ั หมดใสเ ครอ่ื งปน ใหเ ขา กนั ดี 2. เทใสแ กว ประดับดวยเนอื้ มะพราวใหส วยงาม สิ่งที่นารู กะทิตองคั้นดวยนํ้าสกุ เพอ่ื ไมใ หม กี ลน่ิ เหมน็ และไมค วรคน้ั ทง้ิ ไวน านๆ ใหคุณคา คอื คารโ บไฮเดรต
นา้ํ สมนุ ไพร 14 มะยม ลักษณะทั่วไป มะยม เปนไมยืนตนขนาดยอ ม สงู ประมาณ 4-5 เมตร ใบเปน ใบประกอบแบบขนนก ใบยอยปลายใบแหลม ดอกสแี ดงเรอ่ื ๆ ผลกลมมพี ู 3 พู 6 เหลี่ยม ผลออ นสเี ขยี ว ผลแกสีเหลือง นวล การขยายพนั ธุ ใชเ มลด็ ปลกู ประโยชนทางสมุนไพร • แกค นั หนื หดั อสี กุ อใี ส แกไข ใชใ บตม น้ําอาบ • ใชเ ปน อาหาร - ใบออนใชแ กงเลยี งและเปน ผกั จม้ิ - ผลแกจัดใชทําไวน แยม เชอ่ื ม ดอง สวนผสม นํ้ามะยม นา้ํ มะยม นา้ํ ตาลทราย 5 ถวยตวง 5 ถวยตวง วธิ ที ํา 1. นํามะยมมาลา งใหห มดสง่ิ สกปรก 2. ใสหมอ เคลอื บ ใสน ้ํา 2 เทา ของจํานวนมะยม ตม จนเนอ้ื มะยมนม่ิ แลวนํามาใส กระชอนกรอง สว นเนอ้ื ยดี ว ยตะแกรงหา งๆ เอาเมลด็ ออก 3. นํานํ้ามะยมท่ีไดมาผสมกับน้ําตาลทรายคนใหละลาย แลวยกข้ึนตั้งไฟ ใหเดอื ด แลว กรองอกี ครง้ั วิธรี บั ประทาน เสริ ฟเย็น โดยใสน ้ําแขง็ สิ่งที่นารู มะยมที่ใชควรเลือกมะยมที่แกพอดี ถา ดบิ รสน้ําที่ไดจะฝาด
นา้ํ สมนุ ไพร 15 สับปะรด ลักษณะทั่วไป สับปะรด เปนพืชลม ลกุ ขา มป ลําตน สน้ั แขง็ ใบเรียวยาวปลายแหลม ขอบใบมหี นาม ออกดอกเปนชอมีกานยาว ผลรปู รา งกลมทรงกระบอกมตี ารอบ การขยายพนั ธุ ใชห นอ หรอื จกุ ปลกู ประโยชนทางสมุนไพร • แกอาหารขดั เบา ชว ยขบั ปส สาวะ ใชเหงาสดหรือแหง วนั ละ 1 กอบมอื ตม กบั น้ําดม่ื ครง้ั ละ 1 ถวยชา วนั ละ 3 ครง้ั กอ น อาหาร • ผลสกุ รับประทานชวยยอยอาหาร ระงบั อาหารอกั เสบ อาการบวม ชวยซอ มแซมเนื้อเยอ่ื แก ทองอดื กดั เสมหะในลําคอ สวนผสม นํ้าสบั ปะรด น้าํ สบั ปะรดคน้ั สด นา้ํ ตาลทราย 2 ถวยตวง เกลอื 1 ถวยตวง 1 ชอนชา วธิ ที ํา 1. เอาเนอ้ื สบั ปะรดสบั ใหล ะเอยี ด คน้ั เอาแตน ้ําใหได 2 ถวยตวง 2. ผสมกบั น้ําตาล น้าํ สกุ เกลอื คนจนละลาย นําไปกรองใหส ะอาด 3. นําขน้ึ ตง้ั ไฟ พอเรม่ิ เดอื น คนใหทั่ว ยกลง วิธรี บั ประทาน พอเยน็ เสริ ฟ กบั น้ําแขง็ สิ่งที่นารู น้ําจากผลสบั ปะรดมเี อนไซมช ว ยยอ ยเนอ้ื ดงั นน้ั การรับประทานสบั ปะรดหลงั อาการ จะยอยอาหารท่ีเปนพวกท่ีเปนพวกโปรตีน ทําไมแนนทองชวยแกโรคลักปดลักเปด เพราะมี วติ ามนิ C สูง จดั ทาํ เอกสารอิเล็กทรอนิกสโดย : สาํ นกั สง เสรมิ และฝก อบรม มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร
Search
Read the Text Version
- 1 - 15
Pages: