Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565

โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565

Published by artwork minniegroup, 2022-11-11 03:41:40

Description: โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565

Search

Read the Text Version

องคป ระกอบ ตวั ชีว้ ดั เกณฑ ระดบั การประเมนิ (คะแนน) คะแนน แหลง ขอ มลู / ทีไ่ ด วิธีพสิ ูจน 8.6 มกี ารควบคมุ การจดั จาํ หนา ยหรอื มีการควบคุม  มี (1) - หลกั ฐานการควบคมุ การจดั จาํ หนา ย บรกิ ารอาหาร/อาหารวา ง/เครอ่ื งดม่ื /  ไมมี (0) หรอื บรกิ ารอาหาร/อาหารวา ง/เครอื่ งดมื่ / ขนมทมี่ ผี ลเสยี ตอ สขุ ภาพ ไมม คี ณุ คา ขนมทม่ี ผี ลเสยี ตอ สขุ ภาพ ไมม คี ณุ คา โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 ทางโภชนาการ และมีรสหวานจัด - สอบถามหรือสัมภาษณผูบริหาร (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) เคม็ จดั และมันจดั โรงเรียน ครหู รือนักเรียน - สาํ รวจสภาพจรงิ - ภาพกิจกรรม 8.7 โรงเรยี นมกี ารควบคุมสื่อโฆษณา มกี ารควบคมุ  มี (1) - หลักฐานการควบคมุ สือ่ โฆษณาฯ ทเ่ี กยี่ วกบั อาหารทมี่ ผี ลเสยี ตอ สขุ ภาพ  ไมม ี (0) - สอบถามหรือสัมภาษณผูบริหาร และไมมคี ุณคา ทางโภชนาการ  มี ครบ 75 ขอ (3) โรงเรียน ครหู รือนักเรียน 8.8 โรงอาหารผานเกณฑมาตรฐาน 75 ขอ  มี 68 - 74 ขอ (2) - สํารวจสภาพจริง ภาพกิจกรรม สขุ าภิบาลอาหารในโรงเรียน  มี 60 - 67 ขอ (1) - รายงานผลการประเมินสุขาภิบาล  ต่าํ กวา 59 ขอ (0) อาหารในโรงเรยี น - สอบถามหรือสัมภาษณครูและ นกั เรยี น คะแนนรวม 10 คะแนน สรุปผลการประเมนิ ตามองคประกอบที่ 8 (คะแนนรวม 10 คะแนน)  ผา นเกณฑประเมินขั้นดีมาก (7.5 คะแนนขนึ้ ไป)  ผา นเกณฑป ระเมินขน้ั ดี (6.5 - 7 คะแนน) (0 – 5 คะแนน) 44  ผา นเกณฑประเมนิ ขั้นพ้นื ฐาน (5.5 – 6 คะแนน)  ควรพัฒนาตอ ไป

45 คะแนน แหลง ขอ มลู / ท่ีได วิธีพิสูจน โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 องคป ระกอบ ตวั ช้ีวัด เกณฑ ระดับการประเมนิ (คะแนน) (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) องคประกอบที่ 9 9.1 มีสถานท่ีและอุปกรณในการ มี  มสี ถานท่ีและอปุ กรณ (1) - ภาพกิจกรรม กจิ กรรมทางกาย จัดกจิ กรรมทางกายเพียงพอ เพียงพอ - สาํ รวจสภาพจริง เพยี งพอ นอนหลบั ดี  มี สถานทเี่ พยี งพอ หรอื (0.5) อุปกรณเ พยี งพอ (อยางใดอยา งหนง่ึ )  ไมม ี (0) 9.2 จดั ตั้งชมรมกิจกรรมทางกาย มี  มี (0.5) - ภาพกิจกรรม 9.3 มรี ปู แบบสง เสรมิ การออกกาํ ลงั กาย มี  ไมม ี (0) - สัมภาษณค รูและนกั เรียน 1) นักเรียนระดับประถมศึกษาหรือ - หลักฐานการเขารวมกิจกรรมผาน สําหรบั โรงเรยี นประถมศึกษา แพลตฟอรม กา วทา ใจ ประถมศึกษาขยายโอกาส รวม หรอื ประถมศกึ ษาขยายโอกาส - สมั ภาษณครแู ละนักเรียน กิจกรรมผานแพลตฟอรมกาวทาใจ  รอ ยละ 80-100 (1.5) หรอื มรี ายงานผลการออกกาํ ลงั กาย  รอ ยละ 60-79 (1.0) 2) นักเรียนระดับมัธยมศึกษารวม มี  นอ ยกวารอ ยละ 60 (0.5) กิจกรรมผานแพลตฟอรม กา วทาใจ  ไมม กี ารประเมนิ (0) สาํ หรบั โรงเรียนมัธยมศกึ ษา - หลักฐานการเขารวมกิจกรรมผาน  รอ ยละ 80-100 (1.5) แพลตฟอรม กาวทา ใจ  รอ ยละ 60-79 (1.0) - สมั ภาษณครแู ละนกั เรยี น  นอ ยกวารอยละ 60 (0.5)  ไมมกี ารประเมิน (0)

องคประกอบ ตัวชีว้ ัด เกณฑ ระดบั การประเมนิ (คะแนน) คะแนน แหลง ขอ มลู / ที่ได วธิ พี สิ จู น 9.4 มโี ปรแกรมสงเสริม  มี (0.5) - หลกั ฐานการออกกาํ ลังกาย การออกกาํ ลังกาย  ไมม ี (0) แบบแอโรบกิ ของนักเรียน 1) การออกกาํ ลังกายแบบแอโรบิก มี - สัมภาษณค รแู ละนักเรยี น โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 - ภาพกจิ กรรม (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) (Aerobic exercise) เชน เตนจงิ โจ FUN for FIT เตนแอโรบิก วิ่ง  มี (0.5) - หลกั ฐานการออกกําลงั กายเพอ่ื เพม่ิ ปน จกั รยานกระโดดตบกระโดดเชอื ก  ไมมี (0) ความแข็งแรงของกลามเนื้อของ กระโดดแทรมโพลีน บาสเกตบอล เปน ตน นกั เรยี น 2) ก า ร อ อ ก กํา ลั ง ก า ย เ พ่ื อ เ พ่ิ ม มี - สัมภาษณค รูและนกั เรยี น ความแข็งแรงและความอดทนของ - ภาพกจิ กรรม กลามเน้ือ (Muscular strength and endurance exercise) เชน  มี (0.5) - หลกั ฐานการออกกําลงั กายเพอื่ เพมิ่ เกา อ.้ี ..ขยพี้ งุ ลกุ นง่ั (Sit-Up) ดนั พนื้  ไมม ี (0) ความยดื หยุน ของนักเรียน (Push Up) แพลงก (Plank) สควอช - สัมภาษณค รูและนักเรยี น (Squat) โหนบาร ยกดมั เบล เปน ตน - ภาพกิจกรรม 3) การออกกาํ ลังกายเพื่อเพิ่มความ มี ออ นตวั (Flexibility exercise) เชน จิงโจ ยืดตัว กายบริหาร ยดื เหยียด กลา มเนือ้ โยคะ เปน ตน 46

47 คะแนน แหลงขอ มูล/ ทไ่ี ด วิธีพสิ จู น โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 องคป ระกอบ ตัวช้วี ดั เกณฑ ระดบั การประเมิน (คะแนน) (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) 9.5 จดั กจิ กรรมทางกายของนกั เรยี น มี  มีกิจกรรมตามตัวชวี้ ดั (2) - หลกั ฐานการจัดกิจกรรมทางกาย อยา งนอ ยวนั ละ 60 นาที (สะสมตอ เนอื่ ง  มกี จิ กรรมตามตวั ชวี้ ดั (1) ของนักเรียน 10 นาทีข้ึนไป) ทุกวันหรืออยางนอย (0) - สัมภาษณครูและนกั เรยี น 5 วัน/สปั ดาห แตไ มถ งึ เกณฑท ก่ี าํ หนด - ภาพกจิ กรรม  ไมมี 9.6 นกั เรียนนอนหลบั เพยี งพอ ทุกคน  รอ ยละ 80 - 100 (1.5) - รายงานการนอนหลบั ของนกั เรยี น - อายุ 6 - 13 ป 9 - 11 ชว่ั โมง/วนั  รอ ยละ 60 - 79 (1.0) - สัมภาษณครแู ละนกั เรียน - อายุ 14 - 17 ป 8 - 10 ชวั่ โมง/วนั  นอยกวา รอยละ 60 (0.5)  ไมมีการประเมิน (0) 9.7 นกั เรยี นไดร บั การทดสอบสมรรถภาพ ทกุ คน  รอยละ 100 (2) - รายงานผลการทดสอบสมรรถภาพ ทางกายตามเกณฑ ภาคเรยี นละ 1 ครงั้  รอ ยละ 80 - 99 (1.5) ของนกั เรยี น  รอ ยละ 60 - 79 (1.0) - สมั ภาษณครแู ละนกั เรยี น แบบทดสอบและเกณฑมาตรฐาน  นอยกวารอ ยละ 60 (0.5) - ภาพกิจกรรม สมรรถภาพทางกายของนักเรียน  ไมมกี ารทดสอบ (0) - สํารวจสภาพจรงิ สาํ หรบั ประถมศกึ ษา (อายุ 7-12 ป) และ สาํ หรบั มธั ยมศกึ ษา (อายุ 13-18 ป) ของ กรมพลศึกษา กระทรวงการทองเท่ียว และกฬี า พ.ศ.2562 คะแนนรวม 10 คะแนน สรปุ ผลการประเมนิ ตามองคประกอบท่ี 9 (คะแนนรวม 10 คะแนน)  ผานเกณฑประเมินขน้ั ดมี าก (7.5 คะแนนข้ึนไป)  ผานเกณฑประเมนิ ข้ันดี (6.5 - 7 คะแนน) (0 – 5 คะแนน)  ผา นเกณฑป ระเมนิ ข้ันพ้นื ฐาน (5.5 – 6 คะแนน)  ควรพฒั นาตอไป

องคประกอบ ตวั ชว้ี ัด เกณฑ ระดับการประเมนิ (คะแนน) คะแนน แหลง ขอ มูล/ ทไ่ี ด วิธพี สิ จู น องคป ระกอบที่ 10 10.1 มีคณะผูบริหารที่สนับสนุนการ มคี ณะผบู ริหาร  มี ครบ 2 ขอ (2) - หลกั ฐานการสนบั สนนุ การดําเนนิ งาน บุคคลตนแบบ ดําเนินงานโรงเรยี นสงเสรมิ สขุ ภาพ ทสี่ นับสนนุ  มี 1 ขอ (1) โรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพของผบู รหิ าร ดา นสขุ ภาพ 1) สนบั สนนุ งบประมาณในการพฒั นา การดาํ เนนิ งานโรงเรยี น  ไมม ี (0) - สอบถามหรอื สมั ภาษณผ บู รหิ ารหรอื ในโรงเรียน ศักยภาพครูและบุคลากรดาน สง เสรมิ สุขภาพ คณะครู การสงเสริมสุขภาพและอนามัย - ภาพกจิ กรรม โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 สง่ิ แวดลอม (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) 2) สรางแรงจูงใจในการพัฒนาครูและ บคุ ลากรใหเ ปน ตน แบบดา นสขุ ภาพ เชน การใหร างวลั การเชดิ ชูเกียรติ เปนตน 10.2 ผูบริหาร ครู บุคลากร มีการ ทุกคน  ทกุ คน (3) - มรี ายงานการเฝา ระวงั สขุ ภาพของครู เฝาระวังสขุ ภาพตนเอง  รอยละ 80 - 99 (2) และบุคลากร เชน ตรวจสุขภาพประจาํ ป วัด BMI  นอยกวา รอยละ 80 (1) - สอบถามหรือสัมภาษณผูบริหาร เสนรอบเอว รวมถึงการไดรับบริการ  ไมม ีการเฝาระวัง (0) หรอื คณะครู สุขภาพตามสิทธิขั้นพื้นฐาน เปนตน - ภาพกิจกรรม ปล ะ 1 คร้ัง - มรี ายงานการเฝา ระวงั สขุ ภาพของครู และบคุ ลากร 10.3 มีครูหรือบุคลากรเปนตนแบบ มีครูหรอื บุคลากร  มี ครบ 3 ขอ (3) - สอบถามหรอื สมั ภาษณผ บู รหิ ารหรอื ดานสขุ ภาพ (Role Model) ดังนี้ เปนตนแบบ  มี 2 ขอ (2) คณะครู 1) ไดรับการพัฒนาศักยภาพดาน ดา นสุขภาพ  มี 1 ขอ (1) - ภาพกิจกรรม  ไมมี (0) การสงเสริมสุขภาพและอนามัย (Role Model) 48 สง่ิ แวดลอ ม

49 คะแนน แหลงขอ มลู / ที่ได วิธีพสิ จู น โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 องคประกอบ ตวั ช้ีวัด เกณฑ ระดับการประเมิน (คะแนน) (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) 2) เปนบุคคลที่มีการเฝาระวังสุขภาพ ตนเองอยางสมํ่าเสมอ 3) เปนผูนําการปรับเปล่ียนพฤติกรรม ดา นสขุ ภาพ เชน การออกกําลงั กาย การบรโิ ภคอาหาร เปน ตน 10.4 ครูอนามัยตองผานการอบรม ครอู นามัยตอ ง  มี (2) - หลกั ฐานการอบรมหลกั สตู รครอู นามยั หลักสูตรครูอนามัยโรงเรียนของ ผานการอบรม  ไมมี (0) โรงเรียน กระทรวงสาธารณสุขหรือหลักสูตร - ภาพกจิ กรรม ดานการสงเสริมสุขภาพนักเรียนและ อนามัยสงิ่ แวดลอ มในโรงเรยี น คะแนนรวม 10 คะแนน สรปุ ผลการประเมินตามองคประกอบที่ 10 (คะแนนรวม 10 คะแนน)  ผานเกณฑประเมินข้ันดีมาก (8 คะแนนขึ้นไป)  ผา นเกณฑป ระเมนิ ขน้ั ดี (7 คะแนน) (0 – 5 คะแนน)  ผา นเกณฑป ระเมินขั้นพื้นฐาน (6 คะแนน)  ควรพฒั นาตอไป

สรุปผลการประเมิน 10 องคป ระกอบ องคประกอบ คะแนนเตม็ คะแนนทไี่ ด ผา นเกณฑการประเมนิ ขนั้ ดีมาก ขั้นดี ข้นั พน้ื ฐาน โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 องคป ระกอบท่ี 1 นโยบายและทรัพยากร (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) องคประกอบท่ี 2 การขบั เคล่อื นโรงเรยี นสง เสริมสขุ ภาพ ในศตวรรษที่ 21 องคป ระกอบท่ี 3 การมีสว นรว มระหวางโรงเรยี นชุมชน และภาคประชาสังคม องคประกอบท่ี 4 โรงเรียนคือองคก รแหง ความสุข องคป ระกอบท่ี 5 สง่ิ แวดลอ มปลอดภยั โรงเรยี นปลอดโรค องคป ระกอบท่ี 6 อนามยั โรงเรยี นสูนักเรยี นสขุ ภาพดี องคประกอบท่ี 7 กระบวนการเรียนรูสเู ดก็ ไทยรอบรดู า นสขุ ภาพ องคป ระกอบที่ 8 โภชนาการดี อาหารปลอดภยั เดก็ ไทยสขุ ภาพดี องคป ระกอบท่ี 9 กจิ กรรมทางกายเพยี งพอและนอนหลับดี องคประกอบท่ี 10 บุคคลตนแบบดานสขุ ภาพในโรงเรยี น รวม 50

ส่วนที่ 4 แนวทางการดําเนนิ งานโรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล (GSHPS) ด้านกระบวนการ 10 องค์ประกอบ องค์ประกอบท่ี 1 : นโยบายและทรพั ยากร 1. ความสําคัญ การพัฒนาเปนโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ จําเปนตองกําหนดทิศทางการดาํ เนินงานที่ชัดเจน ภายใต การมสี ว นรว มของภาคเี ครอื ขา ยทเ่ี กยี่ วขอ ง โดยการกําหนดเปน นโยบายหรอื วสิ ยั ทศั น หรอื บรู ณาการประเดน็ ดา นสขุ ภาพในนโยบายหรอื วสิ ยั ทศั นข องโรงเรยี น ซง่ึ จะเชอ่ื มโยงโครงการ แผนงาน รวมถงึ การจดั สรรงบประมาณ และทรัพยากรท่ีเหมาะสม สง ผลตอ การดําเนนิ งานบรรลวุ ตั ถุประสงคทก่ี าํ หนดไว 2. วธิ ดี าํ เนินงาน (How to) 2.1 โรงเรียนมีการกาํ หนดนโยบายที่สอดคลองกับสภาพปญหาของโรงเรียน หรือชุมชน หรือ ในระดบั ประเทศ หรอื มกี ารบรู ณาการประเดน็ สขุ ภาพในนโยบายของโรงเรยี น โดยมเี ปา หมายใหน กั เรยี นสขุ ภาพดี และอยใู นสง่ิ แวดลอมทป่ี ลอดภยั เอือ้ ตอ การมสี ขุ ภาพดี เชน โรงเรยี นปลอดนํ้าอดั ลม โรงเรยี นปลอดกญั ชา สถานศกึ ษาสขี าวปลอดสารเสพตดิ และอบายมขุ เปน ตน ทงั้ นมี้ กี ารเชอื่ มโยงกบั นโยบายระดบั ประเทศ ระดบั ภาคสว น ระดบั ทอ งถ่ินและชุมชน ในการขบั เคลอื่ นงานสง เสรมิ สุขภาพในโรงเรียน ดังนี้ 1) โรงเรียนกําหนดนโยบาย หรือวสิ ยั ทศั น หรอื มีการบรู ณาการประเด็นสขุ ภาพในนโยบายหรอื วสิ ยั ทศั นข องโรงเรยี น โดยการมสี ว นรว มกบั ภาคเี ครอื ขา ยทเี่ กยี่ วขอ ง เชน คณะครู คณะกรรมการ สถานศกึ ษา ผูน าํ องคก รท้งั ภาครัฐและเอกชน รวมถงึ ทองถิน่ ชุมชน เปน ตน 2) การประกาศใชน โยบายหรอื วสิ ยั ทศั นเ ปน ลายลกั ษณอ กั ษร เชน หนงั สอื ราชการ ปา ยประกาศ เวบ็ ไซตของโรงเรียน หรือชอ งทางออนไลน เปน ตน 2.2 โรงเรยี นมีการกําหนดประเดน็ ดา นสุขภาพไวใ นแผนงานของโรงเรยี น เชน พฤติกรรมการบรโิ ภค การมีกิจกรรมทางกาย การสงเสริมสุขภาพชองปากและฟน การจัดการดานอนามัยส่ิงแวดลอมและขยะ สุขอนามัยสว นบคุ คล สุขภาพทางเพศ ความรอบรดู า นสุขภาพ เปน ตน 2.3 การแสวงหาทนุ หรือระดมทรัพยากรในการพฒั นาโรงเรียนสงเสรมิ สุขภาพ ดังนี้ 1) ทนุ มนษุ ย เชน การขอรบั การสนบั สนนุ บคุ ลากรจากหนว ยงานภายนอกในการสง เสรมิ สขุ ภาพ และอนามยั สง่ิ แวดลอ ม การใหค าํ ปรกึ ษาดา นสขุ ภาพจติ และการปอ งกนั การใชส ารเสพตดิ และ ภยั คกุ คามดา นสุขภาพ เปน ตน 2) โรงเรยี นมกี ารจดั สรรงบประมาณในการดําเนนิ งานโรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพ หรอื มกี ารแสวงหา งบประมาณจากแหลง อ่ืน เชน หนว ยงานภาครัฐ เอกชน ทองถ่นิ ชมุ ชน NGO เปน ตน 3) การขอรบั การสนบั สนนุ วสั ดุ อปุ กรณ หรอื สงิ่ ของ เชน โตะ เกา อ้ี สมดุ ปากกา ดนิ สอ อปุ กรณ กีฬา แปรงสีฟน ยาสีฟน เครอ่ื งเลน เปน ตน 3. เครอื่ งมือในการดาํ เนนิ งาน เชน 3.1 หลกั การ 4M (Man Money Materials Management) เพ่อื วิเคราะหปญ หาและสาเหตตุ า งๆ เพ่ือพัฒนาสผู ลลพั ธท ่ีดดี านสุขภาพ 3.2 วงจร PDCA (Plan Do Check Act) เปน วงจรในการบรหิ ารงานในองคก รอยา งมคี ุณภาพ 3.3 แนวทาง TQM (Total Quality Management) เปน แนวทางในการบรหิ ารขององคก รทมี่ ุงเนน คณุ ภาพ ภายใตก ารมสี ว นรวมของทกุ ภาคสว น 51 โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

องคป์ ระกอบท่ี 2 การขับเคลือ่ นโรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพในศตวรรษท่ี 21 1. ความสาํ คัญ การขบั เคลอ่ื นโรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพจาํ เปน ตอ งมกี ารถา ยทอดนโยบายและแผนสกู ารปฏบิ ตั ทิ กุ ระดบั เพอ่ื สรา งความเขา ใจแกผ เู กยี่ วขอ งใหด ําเนนิ งานไปในทศิ ทางเดยี วกนั และมเี ปา หมายรว มกนั โดยมกี ารถา ยทอด และส่ือสารนโยบาย ทั้งระดับบุคลากร ผูปกครอง ชุมชน และนักเรียน มีการแตงตั้งคณะกรรมการหรือ คณะทาํ งานในการดําเนนิ งานวเิ คราะหส ถานการณป ญ หาสขุ ภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอ ม ในโรงเรยี นหรอื ชมุ ชน และกาํ หนดแนวทางการแกไขปญหารวมกันในรูปแบบโครงการของโรงเรียนและโครงงานของนักเรียน บรู ณาการประเดน็ สขุ ภาพในหลกั สตู รการเรยี นการสอน รวมทงั้ การนเิ ทศ ตดิ ตาม ประเมนิ ผล เพอื่ ขบั เคลอ่ื น การดําเนนิ งานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพอยางตอเนือ่ งและยัง่ ยนื 2. วิธีดําเนนิ งาน (How to) 2.1 โรงเรยี นมกี ารถา ยทอดนโยบาย วสิ ยั ทศั น และแผนสกู ารปฏบิ ตั แิ กผ เู กย่ี วขอ งในระดบั ตา ง ๆ ดงั น้ี 1) ระดับบุคลากร 2) ระดบั ผูปกครองและชมุ ชน 3) ระดบั นักเรียน 2.2 การแตง ตง้ั คณะกรรมการหรอื คณะทํางานในการดาํ เนนิ งานโรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพรว มกบั ภาคี เครือขายที่เก่ยี วขอ ง เชน ผบู ริหาร ครู ผูแทนทองถิน่ ชมุ ชน ผปู กครอง เจาหนา ที่สาธารณสุข นักเรยี น ฯลฯ 2.3 การวเิ คราะหส ถานการณป ญ หาสขุ ภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอ มในโรงเรยี นหรอื ชมุ ชน และกาํ หนด แนวทางการแกไขปญหารวมกัน โดยจัดลาํ ดบั ความสําคัญในการแกไ ขปญ หา 2.4 การจดั ทาํ โครงการของโรงเรยี นทแี่ กไ ขปญ หาสขุ ภาพและอนามยั สงิ่ แวดลอ มในโรงเรยี นหรอื ชมุ ชน ตามลาํ ดับความสําคัญในการวเิ คราะหปญ หา โดยมีแนวทาง ดังน้ี 1) กาํ หนดวตั ถุประสงค กลุมเปาหมาย ระยะเวลา กจิ กรรม และบทบาทหนา ท่ใี หชดั เจน รวมท้ัง จัดทําแผนปฏบิ ตั ิงาน 2) ดําเนินงานตามแผนและบันทกึ ผลการปฏบิ ตั ิงานเปนระยะ 3) สรปุ ผลการดาํ เนนิ งานท่ีแสดงถงึ การลดลงของปญหา และนาํ เสนอผลการดาํ เนินงาน 2.5 การจัดทําโครงงานของนักเรียนที่แกไขปญหาดานสุขภาพหรือดานอนามัยส่ิงแวดลอม โดยมี ครูท่ีเปน ปรึกษา มแี นวทางดังน้ี 1) นักเรียนคนหาปญหาดานสุขภาพหรือดานอนามัยส่ิงแวดลอมไดหลายวิธี เชน การสาํ รวจ การสงั เกต การสอบถาม การคน หาขอ มูลจากแหลงทีเ่ ช่ือถือได 2) นักเรียนรวมกาํ หนดวตั ถปุ ระสงค กลุมเปาหมาย ระยะเวลา กจิ กรรม และบทบาทหนาทใ่ี ห ชดั เจน รวมทั้งจดั ทําแผนปฏิบตั งิ าน 3) นกั เรยี นดาํ เนนิ งานตามแผนและบนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั งิ านเปนระยะ 4) สรปุ ผลการดําเนนิ งานโดยเปรยี บเทยี บขอ มลู กอ นและหลงั ดําเนนิ การวา ปญ หาดา นสขุ ภาพหรอื อนามยั สง่ิ แวดลอ มลดลงหรือไม 5) จัดทาํ รายงานและนาํ เสนอผลการดําเนนิ งาน 2.6 การบรู ณาการประเดน็ สขุ ภาพหรอื อนามยั สง่ิ แวดลอ มในหลกั สตู รการเรยี นการสอนหรอื กจิ กรรม เสริมหลกั สูตร 2.7 มีการนิเทศ ตดิ ตาม ประเมนิ ผล โดยคณะกรรมการหรือคณะทํางานในการดาํ เนินงานโรงเรยี น สง เสริมสุขภาพ ภาคเรยี นละ 1 ครง้ั โดยมีแนวทาง ดังนี้ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 52 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

2.7 มีการนิเทศ ติดตาม ประเมินผล โดยคณะกรรมการหรือคณะทํางานในการดาํ เนินงานโรงเรยี น สงเสริมสุขภาพ ภาคเรยี นละ 1 ครัง้ โดยมแี นวทาง ดงั น้ี 1) กาํ หนดวธิ ีการนเิ ทศ ตดิ ตาม ประเมินผล โดยระบุผรู ับผดิ ชอบใหช ดั เจน 2) บรู ณาการงานรว มกบั การนเิ ทศ ติดตามระบบปกตขิ องโรงเรยี น 3) สรปุ รายงานผลการนเิ ทศ ตดิ ตาม ประเมนิ ผล ตอ คณะกรรมการหรอื คณะทํางานและผบู รหิ าร โรงเรียน 3. เคร่อื งมอื ในการดาํ เนินงาน เชน 3.1 หลักการ 4M (Man Money Materials Management) เพ่ือวิเคราะหปญหาและสาเหตุ เพอื่ พฒั นาสูผลลพั ธท่ดี ดี า นสขุ ภาพ 3.2 วงจร PDCA (Plan Do Check Act) เปน วงจรในการบรหิ ารงานในองคกรอยา งมีคณุ ภาพ 3.3 แนวทาง TQM (Total Quality Management) เปนแนวทางในการบรหิ ารขององคก รท่ีมงุ เนน คณุ ภาพ ภายใตการมีสว นรวมของทุกภาคสว น องค์ประกอบท่ี 3 : การมสี ่วนรว่ มระหวา่ งโรงเรียน ชุมชน และภาคประชาสังคม 1. ความสาํ คญั การมสี ว นรว มระหวา งโรงเรยี น ชมุ ชนและภาคประชาสงั คม เปน การสนบั สนนุ ใหป ระชาชนและองคก ร ในชมุ ชน มสี ว นรว มในกระบวนการดาํ เนนิ งานทกุ ขนั้ ตอนตงั้ แตก ารรบั รสู ถานการณป ญ หาในโรงเรยี น การรว ม วเิ คราะหป ญ หา วางแผนการดาํ เนนิ การ ตรวจสอบ แกไ ข พฒั นาและปรบั ปรงุ เพอ่ื ผนกึ กาํ ลงั ใหเ กดิ ความรว มมอื และขอ ตกลงรว มกันในการสรา งความเขมแข็ง ในการดําเนนิ งานโรงเรยี นสงเสรมิ สุขภาพอยางยงั่ ยนื 2. วิธีดําเนินงาน (How to) การมีสวนรวมในการดําเนินงานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ ประกอบดวยภาคสวนที่สําคัญ ไดแก ผปู กครอง ชมุ ชนและภาคประชาสงั คม รวมทง้ั ภาคเี ครอื ขา ยในชมุ ชนทโ่ี รงเรยี นสามารถดงึ เขา มามสี ว นรว มได เชน องคการบรหิ ารสว นทองถิ่น สถานบริการสาธารณสุข ศนู ยอนามัย ศนู ยสุขภาพจติ เทศบาล สาํ นกั งาน สงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ศูนยบริการวิชาการหรือสาํ นักบริการวิชาการของ มหาวทิ ยาลยั ในพ้ืนท่ี สาํ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และสาํ นักงานเขตพื้นที่การศึกษา มธั ยมศกึ ษา (สพม.) พฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ยจ งั หวดั (พจม.) แผนงานสอ่ื สรา งสขุ ภาวะเยาวชน สภาเด็กและเยาวชนแหง ประเทศไทย บรษิ ัท หางราน เปนตน โดยมีสวนรวมในการดําเนนิ งาน ดังน้ี 2.1 วิเคราะหปญหาและกําหนดประเด็นปญหา โดยศึกษาจากขอมูลการสาํ รวจหรือสารสนเทศ ในโรงเรยี นและชมุ ชน เชน สํารวจอาหารรอบรวั้ โรงเรยี น การบาดเจบ็ และอบุ ตั เิ หตทุ างถนน สาํ รวจการจําหนา ย บุหรี่ สุรา ผลิตภัณฑท ่มี าจากกญั ชา เปนตน 2.2 วางแผน และรว มแสดงความคดิ เหน็ ในการกําหนดวตั ถุประสงค กลมุ เปาหมาย กจิ กรรม และ ผรู ับผดิ ชอบ เพ่ือความชัดเจนในการปฏบิ ัตงิ าน 2.3 ดําเนินการตามบทบาทหนาท่ี รายงานผลและรายงานความกาวหนาเปน ระยะ โดยจดั ใหมเี วที แลกเปล่ียน หรอื รายงานความกาวหนา 2.4 ตรวจสอบ ทบทวนการดําเนินงานในรปู แบบตางๆ เชน จัดเสวนา ประชาคมหมบู า น สมั ภาษณ สาํ รวจความพึงพอใจ เพอื่ นาํ ไปพัฒนาปรับปรงุ การดาํ เนนิ งานใหม ปี ระสทิ ธภิ าพ 2.5 แกไ ข พฒั นา ปรบั ปรงุ การดําเนนิ งานโดยการวเิ คราะหป ญ หา อปุ สรรคและหาแนวทางแกไ ขปญ หา รว มกัน 53 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

3. เครอ่ื งมอื ในการดําเนินงาน เชน 3.1 หลกั การ 4M (Man Money Materials Management) เพอ่ื วเิ คราะหป ญ หาและสาเหตตุ า ง ๆ เพือ่ พัฒนาสผู ลลพั ธท ดี่ ีดานสขุ ภาพ 3.2 วงจร PDCA (Plan Do Check Act) เปน วงจรในการบริหารงานในองคกรอยางมคี ณุ ภาพ 3.3 แนวทาง TQM (Total Quality Management) เปนแนวทางในการบรหิ ารขององคก รท่ีมงุ เนน คณุ ภาพ ภายใตการมสี วนรวมของทกุ ภาคสวน องคป์ ระกอบที่ 4 โรงเรยี นคือองคก์ รแหง่ ความสุข 1. ความสําคญั โรงเรยี นเปน สถานทส่ี ง เสรมิ การเรยี นรคู วบคไู ปกบั สขุ ภาพ หากโรงเรยี นจดั พน้ื ทส่ี รา งสรรคใ หน กั เรยี น ไดท ํากจิ กรรมทพี่ ฒั นาทกั ษะตามชว งวยั ตอบสนองความตอ งการของนกั เรยี น จดั การเรยี นการสอนใหน กั เรยี น สามารถแสดงความคิดเห็นอยางอิสระและเทาเทียมกัน มีแนวทางการปองกันการใชความรุนแรงทุกรูปแบบ รวมทง้ั มรี ะบบดแู ลชว ยเหลอื นกั เรยี น ยอ มสง ผลในการพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นรูนกั เรยี นไดเ รยี นรอู ยา งเตม็ ศกั ยภาพ และมีความสุข สงผลใหนักเรียนมีการพัฒนาทางดานรางกาย สติปญญา และจิตใจท่ีสมบูรณ แข็งแรง สงผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษา 2. วิธดี ําเนินงาน (How to) 2.1 โรงเรยี นจดั พน้ื ทสี่ รา งสรรคส าํ หรบั นกั เรยี น โดยพน้ื ทส่ี รา งสรรค หมายถงึ พน้ื ทที่ ส่ี รา งประสบการณ สรางโอกาสในการพัฒนาอยางรอบดานตามชวงวัย และตอบสนองความตองการที่หลากหลายของนักเรียน ภายใตการมีสวนรวมของครอบครัว ชุมชน และหนวยงานที่เกี่ยวของ เพื่อสงเสริมกระบวนการเรียนรู อยา งสรางสรรค รูสึกผอ นคลายและมั่นใจในความปลอดภยั ลักษณะของพ้นื ทส่ี รา งสรรค มหี ลายมติ ิทั้งทาง ดานกายภาพ ทางความคดิ สังคมและจติ ใจ รวมถงึ สอ่ื โดยมแี นวทางการดาํ เนนิ งานดังน้ี 1) โรงเรียนเปน พนื้ ทที่ ่ีปลอดภยั สําหรบั ทกุ คน เชน มรี ะบบดแู ลความปลอดภัย มกี ลองวงจรปด เปนตน 2) โรงเรียนมีพื้นท่สี เี ขยี วสําหรบั พักผอ นหยอนใจ เปน ระเบยี บสวยงามและไมอยใู นจุดทล่ี บั ตา 3) โรงเรียนมีพ้ืนท่ีสาํ หรับการทํากิจกรรมทางกาย กิจกรรมนันทนาการ เชน สนามกีฬา ลานเอนกประสงค หองดนตรี หองศลิ ปะ หอ งสมดุ หองชมรม เปน ตน 4) โรงเรียนมีหองหรือมุมใหคําปรึกษาดานสุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาพทางเพศ การใช สารเสพตดิ ฯลฯ 2.2 โรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอนหรือการทํากิจกรรมในรูปแบบการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) หรือการเรยี นรโู ดยใชป ญหาเปน ฐาน (Problem–based Learning: PBL) หรือการสรา ง ชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชพี (Professional Learning Communication: PLC) หรอื รปู แบบทีใ่ หน ักเรียน มีสว นรว มแสดงความคดิ เห็นอยางอิสระและเทาเทียมกนั 2.3 โรงเรยี นมแี ผน หรอื มาตรการ หรอื แนวทางการปอ งกนั การใชค วามรนุ แรงทกุ รปู แบบ รวมทงั้ การ กลนั่ แกลงรังแกกัน (Bully) ในโรงเรยี น 1) มีแผน หรือมาตรการ หรือแนวทางการตอตานการกลั่นแกลงกันในโรงเรียน และภัยคุกคาม ทกุ รูปแบบ 2) มีชอ งทางการรับเรือ่ งรอ งเรยี น หรือการขอความชวยเหลอื เมอื่ มีการกลนั่ แกลงรังแกกนั โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 54 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

2.4 โรงเรยี นมีระบบการดแู ลชว ยเหลอื นกั เรียน ดงั น้ี 1) มคี รทู ค่ี อยใหค ําปรกึ ษานกั เรยี น เชน ครปู ระจาํ ชน้ั /ครทู ปี่ รกึ ษา ครอู นามยั ครแู นะแนว โดยครู ตองไดร บั การอบรมการใหคาํ ปรกึ ษาเบ้อื งตน 2) มกี ารเยยี่ มบา นนกั เรียน อยา งนอ ยภาคเรยี นละ 1 ครง้ั 3) มกี ารคดั กรองสขุ ภาพจติ เบอ้ื งตน (9S) อยา งนอ ยภาคเรียนละ 1 ครัง้ 4) มกี ารตดิ ตามชว ยเหลือนักเรียน อยางนอ ยภาคเรียนละ 1 คร้งั 3. เครือ่ งมือในการดําเนนิ งาน เชน 3.1 แนวทางการดําเนินงานตามระบบดแู ลชว ยเหลอื นักเรยี น 3.2 มาตรการโรงเรียนปลอดภัย Safety School กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 3.3 คมู ือมาตรฐานการปฏิบัตงิ าน Standard Operation Procedure : SOP ระบบการดแู ลจัดการ ปญหาความรนุ แรงในโรงเรียน 3.4 โปรแกรม School Health HERO กรมสขุ ภาพจิต 3.5 แบบคดั กรอง 9S องค์ประกอบท่ี 5 สิ่งแวดล้อมปลอดภัย โรงเรียนปลอดโรค 1. ความสาํ คัญ การจัดการส่ิงแวดลอมท่ีปลอดภยั ในโรงเรยี น เปนการดาํ เนินการควบคุมปจจัยเสย่ี งดานส่งิ แวดลอ ม ทอ่ี าจกอใหเกดิ ผลกระทบตอสุขภาพของนักเรยี นและบคุ ลากรในโรงเรยี น ทง้ั ดานกายภาพ เคมี ชวี ภาพ และ สังคม รวมถึงสงเสริมการจัดการ ควบคุม ปองกันการแพรกระจายของโรคติดตอและโรคอุบัติใหม การเกิด อุบัติเหตุและการบาดเจ็บ การใชสารเสพติด และภัยคุกคามสุขภาพจากส่ิงแวดลอม เชน โรคไขเลือดออก โรคมอื เทา ปาก โรคทมี่ อี าหารและนาํ้ เปน สอ่ื เชน โรคระบบทางเดนิ อาหาร โรคอจุ จาระรว ง ฝนุ PM 2.5 ความรอ น อนั เนอื่ งจากการเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ รวมถงึ การจดั สภาพแวดลอ มทไ่ี มเ หมาะสม เพอื่ ใหน กั เรยี นและ บคุ ลากรในโรงเรยี นใชช วี ติ อยา งปลอดภยั ปลอดโรค เสรมิ สรา งพฤตกิ รรมอนามยั สง่ิ แวดลอ มและสขุ อนามยั ทด่ี ี 2.วิธกี ารดาํ เนนิ งาน (How to) 2.1 โรงเรียนมีการจัดการอนามัยส่ิงแวดลอมในโรงเรียนที่เอ้ือตอสุขภาพ ตามแบบประเมินอนามัย ส่งิ แวดลอมในโรงเรียน (48 ขอ ) 2.2 โรงเรยี นมกี ารปองกนั ภยั จากอุบัตเิ หตแุ ละการบาดเจ็บในโรงเรียน โดยดาํ เนินการ ดังน้ี 1) มีการบันทึกการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บของนักเรียนในและนอกโรงเรียน และมีการ จัดทําสรุปรายงานประจาํ ป 2) มแี ผนเผชิญเหตแุ ละการซอมแผน 3) มแี นวทางหรอื กจิ กรรมปอ งกนั ภยั จากอบุ ตั เิ หตแุ ละการบาดเจบ็ และสาธารณะภยั ในโรงเรยี น 4) มแี นวทางการชว ยเหลอื สง ตอ เมื่อเกดิ อบุ ัตเิ หตุและการบาดเจบ็ 2.3 โรงเรียนมีการปองกนั ภยั คุกคามสขุ ภาพจากส่งิ แวดลอ ม และโรคอบุ ัติใหม ดังนี้ 1) มกี ารบนั ทกึ สถิตผิ ปู ว ยในโรงเรยี นและมกี ารจดั ทําสรปุ รายงานประจําป 2) มแี ผนเผชญิ เหตุและการซอมแผน 3) มแี นวทางและกจิ กรรมในการปอ งกนั และมีแผนการเรียนรูและสงเสรมิ สุขภาพอยา งตอเนื่อง แมในสถานการณฉุกเฉนิ ดา นสาธารณสุข 4) มีแนวทางการชว ยเหลอื สง ตอ เม่อื เกิดปญ หา 55 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

5) มกี ารควบคมุ กํากบั รา นเกมส รา นจาํ หนา ยสรุ า บหุ ร่ี และการจาํ หนา ยผลติ ภณั ฑท ม่ี าจากกญั ชา บริเวณโดยรอบรว้ั โรงเรยี น หมายเหตุ : - พรบ.ควบคุมเครือ่ งดม่ื แอลกอฮอล พ.ศ. 2551 หา มจําหนายเครือ่ งดืม่ แอลกอฮอลใ กลส ถานศกึ ษา ในระยะ 300 เมตร ตลอด 24 ช่ัวโมง - รานเกมส: ตามพรบ. ภาพยนตรและวีดิทัศน พ.ศ.2551 กําหนดชว งการใชบ ริการเด็กและเยาวชน อายตุ ํ่ากวา 15 ป วนั จนั ทร- วนั ศกุ ร 14.00-20.00 น. วนั หยุด 10.00-20.00น. อายุ 15-18 ป วันจนั ทร- วนั ศกุ ร 14.00-22.00 น. วนั หยุด 10.00-22.00 น. 2.4 โรงเรยี นมกี ารดําเนินการใหโ รงเรยี นปลอดสารเสพตดิ 1) มแี นวทางการปอ งกนั การใชส ารเสพติดในโรงเรยี น และลดการเขาถงึ สารเสพติดของนกั เรียน 2) มกี ิจกรรมเฝาระวงั ปญ หายาเสพติด 3) บันทึกรายงานการใชส ารเสพติดของนักเรยี น 4) การชวยเหลือและสง ตอ นักเรียนทตี่ ิดสารเสพตดิ 3. เครื่องมอื ในการดําเนนิ งาน เชน 3.1 พรบ.ควบคมุ เครอ่ื งดมื่ แอลกอฮอล พ.ศ.2551 และ พรบ.คมุ ครองสขุ ภาพผไู มส บู บหุ ร่ี พ.ศ.2535 3.2 คมู อื แนวทางลดและปอ งกนั ผลกระทบตอ สขุ ภาพจากฝนุ PM 2.5 สําหรบั สถานศกึ ษา กรมอนามยั 3.3 แนวทางการจดั การอนามยั ส่ิงแวดลอมในโรงเรียน กรมอนามัย 3.4 แนวทางการดแู ลปอ งกนั จากความรอ นอนั เนอ่ื งมาจากการเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ สาํ หรบั สถานศกึ ษา กรมอนามัย 3.5 มาตรการโรงเรยี นปลอดภยั Safety School กระทรวงศึกษาธิการ 3.6 แบบประเมินอนามยั สิง่ แวดลอมในโรงเรยี น (48 ขอ ) กรมอนามยั 3.7 แนวปฏบิ ตั กิ ารเฝา ระวงั ปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ในสถานศกึ ษา องคป์ ระกอบที่ 6: อนามัยโรงเรียนสู่นกั เรยี นสุขภาพดี 1. ความสําคัญ งานอนามัยโรงเรียน เปน กจิ กรรมสรา งเสริมสขุ ภาพและปอ งกันโรคในเดก็ วัยเรียน โดยหนวยบรกิ าร สาธารณสขุ ในพนื้ ทแ่ี ละบคุ ลากรโรงเรยี น ภายใตส ทิ ธปิ ระโยชนท เ่ี ดก็ วยั เรยี นจะตอ งไดร บั ตามหลกั ประกนั สขุ ภาพ แหงชาติ เพอ่ื สงเสริม ปองกนั การเจบ็ ปว ยและแกไ ขปญ หาสุขภาพ ทเ่ี ปน อุปสรรคตอการเรียนรู ไดแ ก การ ตรวจคัดกรองสุขภาพเบ้ืองตนโดยครูอนามัยหรือครูประจาํ ช้ันและเจาหนาท่ีสาธารณสุข จากทีมสหวิชาชีพ รวมท้ังการใหคาํ ปรึกษาและสงตอเพ่ือการรักษา การสรางภูมิคุมกันดวยวัคซีน การไดรับบริการสรางเสริม สขุ ภาพและปอ งกนั โรคทค่ี รอบคลมุ และทว่ั ถงึ สง ผลใหน กั เรยี นมสี ขุ ภาพดใี นทกุ มติ ิ เรยี นรไู ดอ ยา งเตม็ ศกั ยภาพ และสง ผลสัมฤทธิ์ทางการศกึ ษา 2. วธิ ีดาํ เนินงาน (How to) 2.1 การตรวจคดั กรองสขุ ภาพนกั เรยี นเบอื้ งตน โดยครอู นามยั หรอื ครปู ระจาํ ชน้ั มกี ารดาํ เนนิ การ ดงั น้ี 1) ตรวจคัดกรองสายตา การไดยิน และตรวจรางกายพ้ืนฐาน 10 ทา ดําเนินการอยางนอย ปก ารศกึ ษาละ 1 คร้งั 2) ประเมินการเจรญิ เติบโตและจัดการภาวะโภชนาการ ภาคเรียนละ 1 ครง้ั โดยการช่ังนาํ้ หนัก วดั สวนสูง และแปลผล โดยใชอ ยางนอย 2 เกณฑ ไดแ ก สว นสูงตามเกณฑอ ายุ (Height for Age : H/A) นา้ํ หนกั ตามเกณฑส ว นสงู (Weight for Height : W/H) หากพบนกั เรยี นกลมุ เสย่ี ง โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 56 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

(คอนขางเต้ยี คอนขา งผอม ทว ม กลุมเตย้ี ผอม เริ่มอวนและอวน) ตองไดร ับคําแนะนาํ และ จัดการปญหาภาวะโภชนาการ โดยมีการติดตามเดอื นละ 1 ครัง้ 3) เครอ่ื งมอื และวธิ กี ารในการประเมนิ การเจรญิ เตบิ โตของนกั เรยี นถกู ตอ ง และไดม าตรฐาน ดงั น้ี - มีการทดสอบความเท่ียงตรงของเครือ่ งชง่ั นํ้าหนกั ทัง้ ชนดิ เขม็ และตวั เลข (ดิจทิ ลั ) ควรมี ความละเอยี ดในการอา นคา ทศนยิ ม 1 ตาํ แหนง (0.1 กโิ ลกรมั ) ซงึ่ ตอ งตรวจสอบโดยนาํ ลกู ตมุ ทีม่ นี า้ํ หนักมาตรฐาน (5 กโิ ลกรัม, 10 กโิ ลกรมั ) มาทดสอบกอ นใชง านทุกครั้ง ซึ่งกอ นทดสอบ เครอ่ื งชงั่ คา นํา้ หนกั ตอ งเทา กบั 0 เสมอ และทว่ี ดั สว นสงู ตอ งมตี วั เลขทชี่ ดั เจนและมคี วามละเอยี ด ในการอา นคาทศนิยม 1 ตาํ แหนง (0.1 เซนตเิ มตร) มไี มฉากสาํ หรับการวดั คา สว นสูง - วิธีการช่ังน้าํ หนัก ตองวางเคร่ืองชั่งนา้ํ หนักบนพ้ืนราบ ไมเอียง มีแสงสวางเพียงพอใน การอานคา ควรใชเคร่ืองชั่งเดิมทุกครั้งในการติดตามการเจริญเติบโต การติดตั้งที่วัดสวนสูง ใหวางทาบกับผนังหรือเสาทต่ี ั้งฉากกบั พืน้ ยึดใหแ นน พ้นื เรยี บ ไมเ อียง ไมน ูน การวดั สวนสูง ทถ่ี กู ตอ ง ตอ งยนื บนพน้ื ราบ เทา ชดิ ไมง อเขา ศรี ษะไมเ อยี ง สน เทา หลงั กน ไหล ศรี ษะ สมั ผสั กับทวี่ ัดสวนสูง และใชไ มฉ ากในการอานคาสวนสงู 4) เด็กที่มีภาวะเร่มิ อว นและอว น ตอ งไดรับการคดั กรอง obesity sign 5 ขอ ตามแบบฟอรม คัดกรองเดก็ อวนกลุมเสีย่ ง ดงั น้ี - รอยปน ดํารอบคอ หรือรักแร - นง่ั หลบั ในเวลาเรยี นเปน ประจํา - นอนกรน และหยดุ หายใจขณะหลบั - ประวัติความเจ็บปวยของบคุ คลในครอบครวั - การวดั ความดนั โลหติ (ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาคา ความดนั โลหติ ไมเ กนิ 110/70 mmHg และระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาคา ความดนั โลหติ ไมเ กนิ 120/80 mmHg) หากพบการคัดกรอง obesity sign 3 ใน 4 ขอ + และ/หรือมีความเส่ียงตอภาวะ prehypertension ใหสง ตอ รกั ษา 5) นักเรียนชั้นป.1 ขึ้นไปทุกคนตองไดรับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก จํานวน 1 เม็ด (60 มิลลิกรัม) ตอสปั ดาห โดยประสานงานขอรบั การสนับสนุนกับหนว ยบรกิ ารสาธารณสุขในพืน้ ที่ 6) นกั เรยี นไดร บั การทดสอบประสทิ ธภิ าพการแปรงฟน ภาคเรยี นละ 1 ครงั้ โดยมกี ารสมุ ตรวจฟน นักเรยี นชน้ั ป.6 รอ ยละ 10 หรืออยางนอยจํานวน 30 คน 7) คัดกรองสุขภาพจิต และเฝาระวังดานพฤติกรรม อารมณ สังคม รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยง ปการศึกษาละ 1 คร้ัง โดยใชเ ครอื่ งมอื สงั เกตอาการ 9S หากสังเกตอาการนักเรียนแลวพบวา มปี ญ หาทางดา นพฤตกิ รรม อารมณ สงั คม อยา งนอ ยหนง่ึ ดา น ใหค รใู ชแ บบประเมนิ จดุ แขง็ จดุ ออ น (SDQ) ประเมินนักเรียนซํ้า เพื่อประเมินปญหาใหละเอียดย่ิงขึ้นกอนการดูแลและติดตามผล 8) นกั เรียนทม่ี ปี ญ หาสขุ ภาพไดรบั คาํ แนะนาํ เบ้อื งตน จากครหู รอื บุคลากรในการดูแล ชว ยเหลือ สงตอเพื่อแกไขปญหาสุขภาพรายบุคคล เชน ภาวะโภชนาการ สุขภาพจิต สุขภาพทางเพศ โรคติดตอ เปนตน ภาคเรยี นละ 1 ครัง้ 9) มคี รหู รอื บคุ ลากรท่ใี หค ําปรกึ ษาปญ หาสุขภาพเบือ้ งตน ได เชน ภาวะโภชนาการ สขุ ภาพจติ สขุ ภาพทางเพศ โรคตดิ ตอ เปน ตน โดยครหู รอื บุคลากรทใ่ี หค าํ ปรกึ ษามคี ณุ สมบตั ิ ดงั นี้ - เปนผูไดรับการศกึ ษาหรอื อบรมดา นการใหคําปรกึ ษาปญหาสขุ ภาพในนักเรยี น - มศี ิลปะในการพดู การฟง ทําใหการใหคาํ ปรึกษาบรรลุผลตามจุดมุงหมาย - มีบุคลิกภาพดี มีใจกวา ง ยอมรับความคดิ เห็นของผูอ่นื รักษาความลับและไววางใจได 57 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

- มสี ขุ ภาพแข็งแรงและสุขภาพจิตดี มีอารมณม ั่นคงและมีอารมณข ัน 2.2 การตรวจคดั กรองสขุ ภาพ โดยเจาหนา ทีส่ าธารณสุข และทันตบคุ ลากร มีการดาํ เนินการ ดังน้ี 1) วัดความดันโลหิตนักเรียนช้ัน ป.5 ทุกคน และนักเรียนที่มีภาวะเร่ิมอวนและอวน รวมถึง กลมุ เสี่ยงทุกคน อยางนอ ยภาคเรยี นละ 1 ครง้ั 2) คัดกรองโลหิตจางอยางนอย 1 ครงั้ เพื่อตรวจระดบั ความเขม ขน ของเม็ดเลอื ดแดง (Hct) โดย วิธีการเจาะเลือดจากปลายนิ้ว และนําผลมาเปรียบเทียบกับเกณฑความปกติของคาความ เขมขน ของเลอื ดตามกลุมอายุ - นักเรยี นชั้น ป.3 ตองตรวจทกุ คน - กรณีทีไ่ มไดร ับการตรวจตอนอายุ 4 ป ตอ งตรวจในชั้น ป.1 หมายเหตุ : ท้งั นีน้ ักเรยี นตองไดรบั การตรวจอยา งนอ ย 1 ครั้ง ในตลอดชวงชวี ิต 3) นกั เรยี นชน้ั ป.1 ทไี่ มเ คยไดร บั วคั ซนี หรอื ฉดี ไมค รบถว นตามเกณฑ ไดแ ก วคั ซนี วณั โรค (BCG) คอตบี บาดทะยกั (dT) โปลโิ อชนดิ กนิ และฉดี (OPV และ IPV) หดั คางทมู หดั เยอรมนั (MMR) ไขสมองอักเสบ (LAJE) ไวรสั ตับอักเสบบี (HB) ตอ งไดร บั การฉดี ในชน้ั ป.1 4) นักเรียนหญิงชัน้ ป.5 ไดร บั วัคซีนปองกันโรคมะเร็งปากมดลูก (HPV) ตามความสมัครใจ 5) นกั เรยี นช้นั ป. 6 ทกุ ตองไดรับวัคซีนคอตบี บาดทะยัก (dT) 6) การสรางภูมิคุมกันโรคในสถานการณฉุกเฉินดานสาธารณสุข เชน วัคซีนโควิด-19 วัคซนี ไขห วดั ใหญ ฯลฯ 7) นักเรียนช้ันอนุบาล - ป.6 หรือนักเรียนชั้นอนุบาล - ม.3 ไดรับการตรวจสุขภาพชองปาก ภาคเรียนละ 1 ครั้ง สําหรบั โรงเรียนประถมศกึ ษา และนกั เรียนทกุ คน ไดรบั การตรวจสุขภาพ ชองปาก ปล ะ 1 คร้งั สาํ หรบั โรงเรียนมธั ยมศึกษา 8) นกั เรยี นไดร บั บรกิ ารทนั ตกรรมปอ งกนั เพอื่ ดสู ภาวะโรคฟน ผุ การไดร บั บรกิ ารฟลอู อไรดเ ฉพาะท่ี และเคลือบหลมุ รองฟน 9) นักเรียนที่มีปญหาสุขภาพไดรับคาํ แนะนําในการดูแล ชวยเหลือ สงตอ รวมทั้งการติดตาม การแกไ ขปญหาสขุ ภาพ ภาคเรียนละ 1 คร้ัง 3. เครือ่ งมือในการดําเนนิ งาน เชน 3.1 ชุดสิทธปิ ระโยชนตามหลักประกันสขุ ภาพแหง ชาติ 3.2 เกณฑอ า งองิ การเจริญเตบิ โตของเดก็ อายุ 6-19 ป (พ.ศ.2564) สํานักโภชนาการ กรมอนามยั 3.3 คมู อื การใชเ กณฑอ า งองิ การเจรญิ เตบิ โตของเดก็ อายุ 6-19 ป (พ.ศ.2564) สาํ นกั โภชนาการกรมอนามยั 3.3 แบบการแปลผลการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 6-19 ปบริบูรณ และการใชแนวทางปองกัน แกไขภาวะทพุ โภชนาการและสง เสรมิ การเจริญเติบโต และแบบคัดกรองสงตอเด็กอวนกลุมเส่ียง 3.4 องคความรูด านการสง เสรมิ สุขภาพ เชน โภชนาการ กจิ กรรมทางกาย สุขภาพชอ งปากและฟน สุขอนามยั อนามยั การเจริญพนั ธุ อนามัยสง่ิ แวดลอ ม เปน ตน 3.5 แบบคดั กรอง 9S 3.6 สมุดบนั ทึกการตรวจสุขภาพดวยตนเองสาํ หรบั นักเรยี น ช้นั ป.5 - ป.6 และ ชัน้ ม.1 - ม.6 3.7 บตั รบนั ทกึ สุขภาพประจาํ ตวั นกั เรียน (สศ.3) 3.8 แบบประเมนิ จุดแขง็ จุดออน SDQ 3.9 กําหนดการใหวคั ซีนตามแผนงานสรางเสริมภมู ิคมุ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ 3.10 Line Official Teen Club (Line ID : @teen_club) L@inteeeIDn_club โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 58 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

กาํ หนดการใหว้ คั ซนี ตามแผนงานสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรคของกระทรวงสาธารณสขุ ปี 2565 อายุ วัคซีนทใ่ี ห้ ขอ้ แนะนาํ แรกเกดิ HB1 (วคั ซีนปองกนั โรคตบั อักเสบบ)ี ควรใหเร็วทสี่ ุดภายใน 24 ชั่วโมงหลงั คลอด 1 เดอื น BCG (วัคซีนปอ งกนั วณั โรค) ฉีดใหเ ดก็ กอนออกจากโรงพยาบาล 2 เดือน HB2 (วัคซนี ปองกันโรคตับอกั เสบบ)ี เฉพาะรายท่ีคลอดจากมารดาทเ่ี ปน พาหะของไวรสั ตับอกั เสบบี ตDับTPอ-กั HเสBบ-Hบibี-ฮ1บิ ()วัคซีนรวมปองกันโรคคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน- หามใหวัคซีนโรตา คร้งั ท่ี 1 ในเดก็ อายุมากกวา 15 สปั ดาห 4 เดือน OPV1 (วคั ซีนปอ งกนั โรคโปลิโอชนิรบั ประทาน) - ใหวัคซนี ปองกนั โรคโปลิโอชนดิ ฉดี 1 เขม็ Rota1 (วัคซีนโรตา) พรอ มวัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนดิ รับประทาน 1 คร้ัง 6 เดือน DTP-HB-Hib2 (วัคซีนรวมปองกนั โรคคอตบี -บาดทะยัก-ไอกรน- - หา มใหวัคซีนโรตาครัง้ สุดทา ย ในเด็กอายมุ ากกวา 32 สปั ดาห 9 เดือน ตับอักเสบบ-ี ฮบิ ) -- Rหใหoา ยมtaกใrหเiวxวน คั มกซาานีแรโลไรดว ตร า2ับควครคั รัง้ ซ้งัสีนดุ โทราตยาคใรนัง้เทด็กี่ 3อาในยมุเดาก็กทก่ีไวดา ร3ับ2วคั สซัปนี ดาห 1 ป OPV2 (วัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนดิ รับประทาน) หากไมไ ดฉ ดี เมอ่ื อายุ 9 เดอื น ใหรบี ติดตามฉีดโดยเรว็ ทส่ี ุด 1 ป 6 เดือน IPV (วัคซนี ปอ งกันโรคโปลโิ อชนดิ ฉีด) 2 ป 6 เดือน Rota2 (วัคซีนโรตา) - ตรวจสอบประวัติและใหวคั ซนี เฉพาะรายท่ไี ดร บั ไมค รบตามเกณฑ 4 ป ตDับTPอ-ักHเสBบ-Hบib-ี ฮ3บิ ()วัคซนี รวมปองกันโรคคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน- - ใหในกรณที ไ่ี มมหี ลกั ฐานวา เคยไดรับเมือ่ แรกเกิดและไมมแี ผลเปน OPV3 (วัคซีนปอ งกนั โรคโปลิโอชนิดรบั ประทาน) - ไมใ หใ นเด็กตดิ เชอื้ เอชไอวที ม่ี อี าการของโรคเอดส ประถมศกึ ษาปท ี่ 1 Rota3 (วัคซีนโรตา) - ระยะหา งระหวา งเขม็ หางกนั อยางนอย 6 เดือน MMR1 (วคั ซนี รวมปอ งกนั โรคหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั ) - กรณเี ด็กหญิงไทยที่ไมไ ดอ ยูใ นระบบการศึกษาใหฉ ีดท่อี ายุ 11-12 ป ปร(ะนถักมเรศียกึ นษหาญปิงท )ี่ 5 LAJE1 (วคั ซนี ปอ งกนั โรคไขส มองอกั เสบเจอชี นดิ เชอ้ื เปน ออ นฤทธ)์ิ ประถมศกึ ษาปที่ 6 DTP4 (วคั ซีนรวมปองกนั โรคคอตบี -บาดทะยกั -ไอกรน) OPV4 (วคั ซนี ปอ งกันโรคโปลิโอชนิดรับประทาน) MMR2 (วคั ซีนรวมปองกนั โรคหดั -คางทูม-หัดเยอรมนั ) LAJE2 (วคั ซนี ปอ งกนั โรคไขส มองอกั เสบเจอชี นดิ เชอื้ เปน ออ นฤทธ)ิ์ DTP5 (วคั ซนี รวมปอ งกันโรคคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน) OPV5 (วัคซนี ปอ งกันโรคโปลโิ อชนดิ รบั ประทาน) MMR (วคั ซีนรวมปอ งกันโรคหัด-คางทมู -หัดเยอรมัน) HB (วัคซีนปอ งกันโรคตบั อกั เสบบ)ี LAJE (วัคซนี ปอ งกันโรคไขสมองอักเสบเจอชี นิดเช้อื เปนออนฤทธ)์ิ IPV (วัคซีนปองกนั โรคโปลโิ อชนิดฉีด) dT (วคั ซีนรวมปอ งกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก) OPV (วคั ซีนปองกันโรคโปลโิ อชนดิ รับประทาน) BCG (วคั ซนี ปอ งกันวณั โรค) HPV1 และ HPV2 (วัคซีนปองกันมะเรง็ ปากมดลูกจากเชื้อเอชพวี )ี dT (วคั ซีนรวมปองกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก) กาํ หนดการใหว้ คั ซนี แกเ่ ดก็ ทมี่ ารบั วคั ซนี ลา่ ชา้ คร้งั ที่ ชว่ งอายุ 1-6 ปี ตั้งแต่อายุ 7 ปขี ้ึนไป ข้อแนะนาํ 1 เดือนท่ี วัคซนี เดอื นท่ี วัคซนี ใหว คั ซนี IPV เฉพาะรายทไี่ ดร บั ไมค รบตามเกณฑ ในเดก็ อายตุ า่ํ กวา 7 ป และนกั เรยี นชน้ั ป.1 - ใหในกรณีที่ไมมหี ลักฐานวาเคยไดร ับเมือ่ แรกเกิดและไมมีแผลเปน 2 0 DTP-HB-Hib1 0 dT1 - ไมใหใ นเดก็ ติดเชอื้ เอชไอวที มี่ อี าการของโรคเอดส 3 (เม่ือพบเด็ก OPV1 (เม่อื พบเดก็ OPV1 4 ครั้งแรก) IPV คร้งั แรก) IPV MMR1 MMR BCG BCG DTP-HB-Hib2 HB1 1 OPV2 1 LAJE1 LAJE1 dT2 2 OPV2 2 MMR2 HB2 4 DTP-HB-Hib3 OPV3 7 HB3 DTP4 dT3 5 12 OPV4 12 OPV3 LAJE2 LAJE2 หมายเหตุ 1. วคั ซนี ทุชนดิ ถาไมสามารถเร่ิมใหต ามกําหนด กใ็ หเ รมิ ทันทที ่พี บครง้ั แรก 2. สําหรับวคั ซนี ท่ีตองใหม ากกวา 1 คร้งั หากเด็กมารบั วคั ซนี คร้งั ตอไปลา ชา สามารถใหว คั ซนี คร้งั ตอไปไดโ ดยไมต องเริม่ ตน ครงั้ ท่ี 1 ใหม 3. กรณีการใหวัคซีนแกผ ทู ่ไี ดร ับวคั ซีนไมครบถว นหรอื ลา ชา เดก็ จะไดร ับวัคซีนตามกําหนดครบภายในระยะเวลา 1 ป จากนน้ั ใหว ัคซีนตอเน่อื งตามทีก่ าํ หนด ในกาํ หนดการใหวัคซนี ปกติ ท่ีมา : แผนงานสรางเสริมถูมิคุมกันโรค กองโรคติดตอ ท่วั ไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 59 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

องค์ประกอบที่ 7 กระบวนการเรยี นรสู้ ู่เด็กไทยรอบรดู้ ้านสุขภาพ 1. ความสําคัญ กระบวนการเรยี นรสู เู ดก็ ไทยรอบรดู า นสขุ ภาพ เปน กระบวนการทท่ี าํ ใหน กั เรยี นสามารถพฒั นาทกั ษะ ท่ีจาํ เปนตอ การดํารงชีวติ ในยุคดจิ ิทลั เพ่อื ใหนักเรียนเกิดการคิด วเิ คราะห มคี วามสามารถในการแกปญ หา สามารถสอ่ื สาร และทํางานรว มกบั ผอู นื่ ไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ประกอบกบั การสรา งความรอบรดู า นสขุ ภาพ เปนวาระแหงชาติในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุมวัย เพ่ือลดความเจ็บปวยของประชาชน ซ่ึงกระบวนการความรอบรูดานสุขภาพ (V-shape) ประกอบดวยการเขาถึง เขาใจ แลกเปลี่ยนซักถาม ตดั สนิ ใจ ปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรม และบอกตอ เพอ่ื ใหส ามารถจดั การปญ หาสขุ ภาพของตนเองไดอ ยา งเหมาะสม 2. วธิ ดี ําเนินงาน (How to) 2.1 โรงเรยี นมนี วตั กรรมเพอ่ื สรา งความรอบรดู า นสขุ ภาพ หรอื การบรู ณาการความรอบรดู า นสขุ ภาพ ในสาระการเรียนรูตางๆ เชน สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร สุขศึกษาและพลศึกษา เปนตน หรือบูรณาการ ในกิจกรรมพฒั นาผูเรยี น เชน ลกู เสอื เนตรนารี ชมรมสขุ ภาพตา ง ๆ เปนตน 2.2 มกี ารจัดกระบวนการสรา งความรอบรูดา นสุขภาพ (V-shape) 1) สรา งการเขา ถงึ ขอ มลู สขุ ภาพในโรงเรยี น เชน การสรา งการเขา ถงึ เรอื่ ง ความรเู กยี่ วกบั โภชนาการ การออกกาํ ลังกาย ยาเสพติด บหุ รี่ ผลติ ภัณฑก ญั ชา เปนตน โดยดาํ เนนิ การ ดังน้ี - มชี อ งทางการส่อื สารความรอบรูดา นสขุ ภาพ เชน Twitter, Facebook, Line วารสาร หรือ ปายประกาศ เปนตน - มีการฝกใหนกั เรียนมีการสบื คนขอ มูลดานสุขภาพจากแหลง ขอ มูลท่เี ชอ่ื ถือได - ฝก ทกั ษะการรเู ทา ทนั สอ่ื (Media Literacy) และความปลอดภยั ในโลกดจิ ทิ ลั (E-safety) 2) สรางกระบวนการเขา ใจ - โรงเรยี นมกี ารจดั การเรยี นการสอนหรอื การทาํ กจิ กรรมในรปู แบบการจดั การเรยี นรเู ชงิ รกุ (Active Learning ) หรอื การเรยี นรโู ดยใชป ญ หาเปน ฐาน (Problem–based Learning: PBL) หรอื การสรา งชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี (Professional Learning Communication: PLC) - จัดกจิ กรรมดา นสขุ ภาพเสรมิ นอกชัว่ โมงเรียน - ตรวจสอบความเขา ใจของนักเรยี นดว ย teach back (ถามกลับ) และ ask me 3 เชน ปญ หาสขุ ภาพของนกั เรยี นคอื อะไร นกั เรยี นตอ งทาํ อยา งไรเพอื่ แกไ ขปญ หาดงั กลา ว สง่ิ ทนี่ กั เรยี น ทาํ น้นั สาํ คัญอยา งไร 3) มีการแลกเปลยี่ นซักถามประเด็นดา นสขุ ภาพ - มกี ารแลกเปลีย่ นระดับกลมุ หรอื ระดับชน้ั เรยี น - สรางบรรยากาศใหเกิดการแลกเปลย่ี น ซกั ถามอยางสรา งสรรคและอสิ ระ - มีชอ งทางการถาม-ตอบ แบบออฟไลน หรอื ออนไลน เชน การสนทนากลุม Facebook Line เปน ตน 4) การฝก ทักษะการตดั สินใจ - ฝกทักษะการคิด วิเคราะหอยางมีเหตุผล โดยใชขอมูลประกอบเพื่อเปรียบเทียบใน การตัดสนิ ใจ - ฝกทักษะการตอ รองและการปฏเิ สธในสง่ิ ท่เี ปน ผลเสียตอ สขุ ภาพ - ฝก ทักษะการตง้ั เปาหมายดานสุขภาพ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 60 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

5) การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม - ฝกใหนักเรียนวางแผนในการปรับเปล่ียนพฤติกรรมท้ังในระยะสั้นและระยะยาว เชน ลดน้ําหนัก มกี จิ กรรมทางกาย ลดหวาน ลดเคม็ เปนตน - สรา งแรงจงู ใจและเสรมิ พลงั ใหน กั เรยี นสามารถปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมได เชน การมอบรางวลั การเชิดชูเกียรติ เปน ตน - ตดิ ตามการปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมของนกั เรยี นอยา งตอ เน่อื ง 6) การบอกตอ - นําเสนอเพื่อบอกตอความสําเร็จในการปรับเปล่ียนพฤติกรรมสุขภาพ เชน การนําเสนอ หนา ชนั้ เรยี น หรอื หนา เสาธง หรอื เวทแี ลกเปลย่ี นเรยี นรรู ะดบั โรงเรยี น ระอาํ เภอ ระดบั จงั หวดั เปนตน 3. เครือ่ งมอื ในการดาํ เนินงาน เชน 3.1 แผนการเรยี นการสอนของโรงเรียน 3.2 กระบวนการความรอบรดู า นสุขภาพตาม V-shape 3.3 66 Key Message เพ่อื ความรอบรูดานสุขภาพของประชาชน 3.4 องคความรูดานการสงเสริมสุขภาพและอนามัยส่ิงแวดลอม เชน โภชนาการ กิจกรรมทางกาย สุขภาพชอ งปากและฟน อนามัยการเจรญิ พันธุ สุขอนามยั สว นบคุ คล การใชห องสวม การลา งมอื การคดั แยก ขยะ การปองกนั ผลกระทบตอ สุขภาพจากฝุน PM 2.5 ความรอ นอนั เนื่องมาจากการเปลย่ี นแปลงสภาพภูมิ อากาศ เปนตน 3.5 คูมอื แนวทางการปฐมพยาบาลเบ้อื งตน การชวยชวี ติ ขั้นพืน้ ฐาน (Basic Life Support : BLS) กรอบคดิ Health Literacy ของกรมอนามยั บอกตอ เขา ถึง 16 เขา ใจ 2 5 ปรบั เปลีย่ นพฤติกรรม โตต อบ ซักถาม 3 แลกเปล่ยี น 4 By นพ.วชิระ เพง็ จันทร กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ ตัดสินใจ 25 ม.ค. 60 61 โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

องคป์ ระกอบที่ 8 โภชนาการดี อาหารปลอดภยั เดก็ ไทยสุขภาพดี 1. ความสําคญั โภชนาการ เปนรากฐานสาํ คัญของการมีสุขภาพดีและคุณภาพชีวิตที่ดี วัยเรียนเปนชวงชีวิตท่ีมี ความสําคญั เนอ่ื งจากมกี ารเจรญิ เตบิ โตอยา งรวดเรว็ หากไดร บั สารอาหารและโภชนาการทดี่ จี ะทาํ ใหน กั เรยี น มกี ารเจรญิ เตบิ โตอยา งเตม็ ศกั ยภาพทง้ั ดา นสมองและรา งกาย แตห ากปลอ ยใหน กั เรยี นขาดสารอาหารจะสง ผล ใหการเจริญเติบโตไมดี ภูมิคุมกันตา่ํ สติปญญาและการเรียนรูชา นอกจากนี้การจัดอาหารตองคาํ นึงถึง ความสะอาดและความปลอดภยั ตงั้ แตข นั้ ตอน การปรงุ และจําหนา ยอาหาร เพอื่ ใหน กั เรยี นและบคุ คลากรได รับอาหารทส่ี ะอาด ปลอดภัย ปราศจากเชื้อโรค และสารเคมีทีเ่ ปนอันตราย 2. วธิ ดี ําเนินงาน (How to) 2.1 โรงเรยี นมกี ารจดั อาหารกลางวนั ตามมาตรฐานอาหารกลางวนั สําหรบั เดก็ ไทย โดยดาํ เนนิ การดงั น้ี 1) วางแผนการจัดเมนอู าหารกลางวันลวงหนา 2) ใช Platform ในการจัดอาหารกลางวนั สาํ หรบั นักเรยี น เชน Thai School Lunch Program หรอื การจดั อาหารกลางวันตามมาตรฐานอาหารกลางวันสําหรับเดก็ ไทย 3) มกี ารกํากบั ดแู ลการตกั อาหารใหไ ดต ามปรมิ าณตามทแ่ี นะนาํ และการรบั ประทานอาหารของ นกั เรียน รวมถึงอาหารเหลือทง้ิ 2.2 โรงเรยี นมกี ารดแู ลความสะอาดและคณุ ภาพของเคร่อื งปรงุ ดังน้ี 1) มีการดแู ลความสะอาดของเครือ่ งปรงุ 2) มีการดคู ุณภาพของเครอื่ งปรุง เชน วนั หมดอายุ มเี ครอ่ื งหมายรบั รองมาตรฐาน เปน ตน 3) มคี าํ แนะนาํ เรอ่ื งลดหวาน มนั เคม็ หากมกี ารจดั วางเครอ่ื งปรงุ และเนน การปรงุ ประกอบอาหาร ลดหวาน มัน เค็ม เพ่ือปลกู ฝงพฤติกรรมการกินอาหารทเ่ี หมาะสมตั้งแตเดก็ 2.3 มกี ารใชเ กลอื ไอโอดนี หรือผลิตภัณฑเ สริมไอโอดีน 2.4 นักเรียนช้ัน ป.1 - ป.6 ไดด ื่มนมรสจืดทุกวนั 2.5 นมโรงเรียนไดร ับการเกบ็ รักษาในสถานทีแ่ ละอุณหภมู ทิ ่เี หมาะสมทุกวันเปด เรียน ดังนี้ - นมพาสเจอรไรซ เกบ็ ไวท ่ีอณุ หภมู ิ ไมเ กนิ 8 °C - นม UHT เก็บไวใ นอุณหภูมิหอ งปกติ ไมค วรโดนแสงแดด วางในท่สี ะอาดและแหง ไมอ บั ชืน้ ไมเ ก็บซอนกนั หลาย ๆ ช้นั ไมวางตดิ กบั พ้ืน ควรวางสงู จากพนื้ อยา งนอ ย 15 เซนติเมตร - โรงเรียนในกรณีพ้ืนที่ถิ่นทุรกันดาร หากมีการใชนมผง ควรเก็บนมผง ไวในอุณหภูมิหอง ไมควรโดนแสงแดด ผลิตภัณฑนมผงควรบรรจุในภาชนะท่ีปดสนิท สามารถปองกันนํา้ ได ควรเปน แบบทบึ แสง หมนั่ ดูแลไมใหชอนตวงนมผงเปยก ควรเช็ดใหแหง สนทิ กอนเก็บ วธิ ีเกบ็ นมผง แบบกระปอง 1. หลังจากเปดฝาใชงานแลวใหปดฝาใหสนิททุกครั้ง ปองกันส่ิงแปลกปลอมและความชื้น เขา ไปในกระปองนมผง เพราะจะทําใหนมผงเสยี 2. หม่ันดูแลไมใ หชอนตวงนมผงเปยก ควรเช็ดใหแ หงสนิทกอ นเกบ็ ลงกระปอง 3. ไมค วรวางกระปอ งนมผงในทเี่ ปย กชืน้ เพราะอาจทาํ ใหกระปองเปน สนมิ ได 4. ไมควรเกบ็ กระปองนมผงไวใกลความรอ น หรอื ที่ทม่ี ีอุณหภมู สิ งู โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 62 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

วิธีเก็บนมผง แบบถงุ เตมิ 1. แนะนําใหร ะมดั ระวังเวลาฉกี ถงุ นมผง ไมใหฉ กี วันหมดอายุ หรือชื่อผลิตภณั ฑบ นถุง เพราะเปนขอ มูลท่คี วรรเู วลาหยิบใชน มผง 2. นมผงแบบถงุ อาจฉีกขาดไดงา ย แนะนําใหระมัดระวังเวลาหยบิ ออกมาใชงาน หรอื หาภาชนะมีฝาปด มาใสอีกชั้นหนงึ่ โดยไมตองเทนมผงออกจากถุง ใหมัดปากถุงแลว ใสน มผงทั้งถงุ ลงในภาชนะปด ฝา 3. เกบ็ ถงุ นมผงในท่ี ๆ แหง สนทิ ไมอ บั ชน้ื และควรพบั หรอื ปด ถงุ นมใหเ รยี บรอ ยมดิ ชดิ ทกุ ครง้ั หลงั ใชง าน เพอ่ื ปอ งกนั สง่ิ แปลกปลอมตกลงไป หรอื อาจเปน สาเหตทุ าํ ใหเ กดิ ความชน้ื ขน้ึ ได 4. ดแู ลชอนใหแหงเสมอกอ นใชตกั นมผง 5. ไมค วรเกบ็ ถุงนมไวใ กลค วามรอน หรอื ที่ท่ีมีอณุ หภูมสิ งู - นมทุกประเภทควร ตรวจดวู ัน เดอื น ป หมดอายุ สงั เกตลักษณะนม สีตอ งไมผดิ ปกติ เนื้อนม ปกติ ไมมีตะกอนแยกชน้ั ไมเ ปน ยางเหนียว ไมมีกลิ่น/รส ผดิ ปกติ กอ นใหนกั เรยี นดม่ื 2.6 มกี ารควบคมุ การจดั จาํ หนา ยหรอื บรกิ ารอาหาร/อาหารวา ง/เครอื่ งดมื่ /ขนม ทม่ี ผี ลเสยี ตอ สขุ ภาพ ไมม ีคณุ คา ทางโภชนาการ และมรี สหวานจัด เคม็ จัด และมนั จดั เชน ขนมถุง ลูกอม ไอศกรมี ขนมกรุบกรอบ นา้ํ อัดลม นํ้าหวาน อาหารทอดนาํ้ มนั ซํ้า เชน ไกท อด ไสกรอกทอด เฟรนสฟราย เปนตน 2.7โรงเรยี นมกี ารควบคมุ สอื่ โฆษณาทเี่ กย่ี วกบั อาหารทมี่ ผี ลเสยี ตอ สขุ ภาพและไมม คี ณุ คา ทางโภชนาการ 2.8 โรงอาหารผานเกณฑมาตรฐานสุขาภบิ าลอาหารในโรงเรยี น 75 ขอ 3. เคร่ืองมอื ในการดาํ เนินงาน เชน 3.1 เกณฑอ า งองิ การเจริญเตบิ โตสาํ หรับเด็กไทยอายุ 6-19 ปบรบิ รู ณ ดาวนโ หลดคูมือการใชเ กณฑอางองิ การเจริญเติบโตของเด็กอายุ 6 - 19 ป และกราฟแสดงเกณฑอา งองิ การเจรญิ เตบิ โตเด็ก ไดทเ่ี ว็บไซตสาํ นักโภชนาการ กรมอนามยั https://nutrition2.anamai.moph.go.th/th/kidgraph 3.2 มาตรฐานกลางวนั สําหรับเด็กไทย หรือ Thai School Lunch Program 3.3 แบบสรปุ รายงานผลการจดั อาหารกลางวนั ตามมาตรฐานกลางวนั สาํ หรับเด็กไทย หรือจาก Thai School Lunch Program 3.4 แบบประเมินพฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารของนกั เรยี นอายุ 6-18 ป 3.5 แบบฟอรม คดั กรองเด็กอว นกลุมเสยี่ ง (สําหรบั คร)ู (สาํ หรับเจาหนา ทส่ี าธารณสขุ ) 3.6 แบบตรวจมาตรฐานสขุ าภบิ าลอาหารสาํ หรบั โรงอาหารในโรงเรยี น (ตามกฎกระทรวง สขุ ลกั ษณะ ของสถานที่จาํ หนายอาหาร พ.ศ.2561) 63 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

มาตรฐานอาหารกลางวนั โรงเรยี นไทย สาํ หรบั เดก็ ไทยแตล ะวยั ใน 1 สัปดาห “มาตรฐานอาหารกลางวันโรงเรยี นไทย” สําหรบั เด็กไทยแตล่ ะวัย ใน 1 สัปดาห์ (ปรมิ าณและความถ่ขี องอาหารกลุ่มต่างๆ ทจี่ ดั เสิร์ฟเป็นอาหารกลางวนั และอาหารเสริมระหวา่ งมือ้ ) 3 – 5 ปี 6 – 12 ปี 13 – 18 ปี กลุ่มอาหาร ปรมิ าณ ครั้ง ปริมาณ ครั้ง ปริมาณ ครั้ง ต่อครัง้ ตอ่ สัปดาห์ ตอ่ คร้ัง ตอ่ สัปดาห์ ต่อคร้ัง ต่อสัปดาห์ ขาวสวย 1.5 ทัพพี (40) 5 2.5 ทพั พี (65) 5 3 ทพั พี (80) 5 (ขา วสารเปนกรัม) ผกั * 0.5 ทัพพี 3 – 5 1 ทัพพี 4 - 5 1 -1.5 ทัพพี 5 ผลไม* 0.5 สวน 3 – 5 1 สว น 3 - 5 1 สวน 5 ปลา 2 ชอนกินขา ว 1 2 ชอ นกนิ ขา ว 1 3 ชอ นกินชาว 1 เนอ้ื สัตวต างๆ 2 ชอนกนิ ขา ว 1 2 ชอ นกินขาว 2 3 ชอ นกินชา ว 2 ไข 1 ฟอง 2 1 ฟอง 2 1 ฟอง 3 ตบั สัตวตา งๆ 0.25 ชอ นกนิ ขา ว 0 – 1 0.25 ชอ นกนิ ขา ว 0 - 1 1 ชอนกนิ ชา ว 0-1 เตาหตู า งๆ ** 2 ชอ นกนิ ขา ว 0 – 1 2 ชอ นกนิ ขาว 0 - 1 3 ชอนกนิ ชาว 0-2 ปลาเลก็ ปลานอยที่ 2 ชอนกนิ ขา ว 0 - 1 กนิ ทัง้ กางได ** เลือดสัตวตางๆ *** 2 ชอนกนิ ขา ว 1 - 2 นํ้ามนั พชื 1 ชอนชา 5 1.5 ชอนชา 5 2 ชอ นชา 1 - 2 ขา ว-แปง 1 ทัพพี 2 1 ทัพพี 2 1 ทพั พี 2 จากอาหารวา ง-ขนม ถ่วั เมลด็ แหง 6 ชอ นกนิ ขาว 1 6 ชอ นกินขา ว 1 6 ชอนกินขาว 3 (เขยี ว- แดง-ดาํ ) สุก เผือก-มนั ตา งๆ 1 ทพั พี 1 1 ทพั พี 1 1 ทพั พี 2 นา้ํ ตาล ไมเ กนิ 3 ชอ นชา 5 ไมเ กนิ 3 ชอ นชา 5 ไมเ กนิ 3 ชอ นชา 5 นํ้าด่มื ทส่ี ะอาด 1 แกว 5 1 แกว 5 1 แกว 5 นมจืดครบสวน 200 มล. 5 200 มล. 5 250 มล. 5 (นมถ่ัวเหลือง) **** 200 มล. (2) 200 มล. (2) 250 มล. (2) ท่มี า : หลกั การการพฒั นาและคุณคา สารอาหารของมาตรฐานอาหารกลางวันสาํ หรบั เดก็ ไทย. สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลยั มหิดล. 2548 โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 64 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

หมายเหตุ * ผัก - ผลไมครบทุกวันควรไดไมนอยกวา ความถ่ีขน้ั ตาํ่ เพราะเม่อื รวมกบั กลมุ อาหารอน่ื ๆ แลว ปริมาณ ใยอาหารจะยงั ผา นเกณฑ ไมนอ ยกวา รอยละ 70 ของเปาหมาย ** กลมุ อาหารท่ีมคี วามเขมขน ของสารอาหารสงู ซงึ่ เสริมใหสารอาหารพวกแรธาตุเหลก็ แคลเซียม และ วติ ามนิ เอ เขา ใกลป รมิ าณสารอาหารเปา หมาย ในกรณที ไ่ี มม กี ารใชก ลมุ อาหารนเ้ี ลย สารอาหารตา ง ๆ น้ี ยงั ผานเกณฑข้นั ตํ่าคอื ไมน อยกวา รอยละ 70 ของเปา หมาย แตลดความหลากหลายไปบา ง *** ถา จดั ผกั - ผลไมไ มค รบทกุ วนั (*) และไมม กี ารจดั กลมุ อาหารทม่ี คี วามเขม เขน สารสงู (**) ควรมเี ลอื ด สปั ดาหล ะ 2 ครง้ั ถา นอ ยกวา นมี้ คี วามเสยี่ งตอ การขาดธาตเุ หลก็ โดยเฉพาะอยา งยงิ่ ในเพศหญงิ และหาก ไมใ ชเลยควรไดยาเมด็ เสริมธาตเุ หลก็ 60 มก. อยา งนอยสปั ดาหละคร้ังทัง้ หญงิ และชาย **** ถาเลอื กจดั ดว ยความถี่ต่ําสุดทุกกลุม อาหาร ตอ งมกี ารทดแทนพลังงานสวนท่ขี าดไป เชน การเสริม ดว ยนมถว่ั เหลอื งสปั ดาหละ 2 แกว ทม่ี า : หลกั การการพฒั นาและคณุ คา สารอาหารของมาตรฐานอาหารกลางวนั สําหรบั เดก็ ไทย. สถาบนั โภชนาการ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล. 2548 65 โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

ประกาศกรมอนามัย เร่ือง เกณฑคุณภาพนา้ํ ประปาดื่มได กรมอนามยั พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยทเ่ี ปน การสมควรปรบั ปรงุ เกณฑค ณุ ภาพน้ําประปาดมื่ ได พ.ศ. ๒๕๕๓ ใหท นั สมยั ตอ สถานการณ การเปล่ียนแปลงในปจจุบัน สนับสนุนนโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการจัดสภาวะแวดลอมที่เอ้ือตอ การมสี ขุ ภาพดขี องประชาชน รวมทง้ั เปน การยกระดบั คณุ ภาพมาตรฐานนํ้าประปาตามชนบทตามบทบาทภารกจิ ของกรมอนามยั เพื่อใหป ระชาชนมนี าํ้ บริโภคที่สะอาดและปลอดภัย อันจะสงผลใหป ระชาชนมคี ุณภาพชวี ติ ทด่ี ีขึ้น อาศัยอํานาจความในมาตรา ๓๒ แหง พระราชบญั ญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผน ดนิ พ.ศ. ๒๕๓๔ อธิบดกี รมอนามัยจึงออกประกาศไว ดงั ตอ ไปนี้ ขอ ๑ ประกาศนเ้ี รยี กวา “ประกาศกรมอนามัย เรือ่ ง เกณฑคณุ ภาพน้ําประปาดม่ื ได กรมอนามัย พ.ศ. ๒๕๖๓” ขอ ๒ ใหย กเลกิ ประกาศกรมอนามยั เรอ่ื ง เกณฑค ณุ ภาพน้ําประปาดมื่ ได ลงวนั ที่ ๑๓ ตลุ าคม ๒๕๕๓ ขอ ๓ ในประกาศน้ี “นาํ้ ประปาด่ืมได” หมายถงึ ความวา นํ้าประปาท่ีมีการควบคุมคุณภาพตง้ั แตระบบผลิตจนถึงบานผูใ ชน้าํ ให มคี ณุ ภาพเปน ไปตามประกาศนี้ ขอ ๔ กาํ หนดคุณภาพน้าํ ประปา เพ่ือรับรองเปนนา้ํ ประปาดื่มได โดยตองมีคุณภาพไมดอยไปกวา เกณฑก ําหนด ดังตอ ไปนี้ (๑) คุณภาพนํา้ ทางกายภาพ (ก) ความขุน (Turbidity) ตองมีคาไมเกิน ๕ เอน็ ทียู (ข) สีปรากฏ (Apparent color) ตอ งมีคา ไมเ กิน ๑๕ แพลตตินัมโคบอลท (ค) ความเปน กรดและดา ง (pH) ตองมคี าอยูร ะหวา ง ๖.๕ - ๘.๕ (๒) คณุ ภาพน้าํ ทางเคมที ่วั ไป (ก) ของแขง็ ละลายนาํ้ ทงั้ หมด (Total dissolved solids) ตอ งมคี า ไมเ กนิ ๕๐๐ มลิ ลกิ รมั ตอ ลติ ร (ข) คซัลวาเฟมตกร(ะSดuาlfงat(He)arตdอ nงeมsีคsา aไมsเCกaินC๒O๕3)๐ตมอิลงมลีคกิ ารไมั มตเ กอนิลติ ๓ร๐๐ มลิ ลกิ รัมตอลติ ร (ค) (ง) คลอไรด (Chloride) ตอ งมีคา ไมเกนิ ๒๕๐ มลิ ลกิ รมั ตอ ลิตร (จ) ไนเตรท (Nitrate as NNOO23-)-) ตอ งมคี า ไมเกนิ ๕๐ มิลลิกรัมตอ ลติ ร (ฉ) ไนไตรท (Nitrite as ตองมีคาไมเกิน ๓ มลิ ลิกรมั ตอ ลติ ร (ช) ฟลูออไรด (Fluoride) ตอ งมีคา ไมเกนิ ๐.๗ มลิ ลกิ รัมตอลิตร (๓) คุณภาพนาํ้ ... โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 66 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

(๓) คุณภาพน้าํ ทางโลหะหนกั ทัว่ ไป (ก) เหลก็ (Iron) ตอ งมีคา ไมเกิน ๐.๓ มลิ ลกิ รมั ตอลิตร (ข) แมงกานีส (Manganese) ตองมคี าไมเ กนิ ๐.๓ มลิ ลกิ รัมตอลิตร (ค) ทองแดง (Copper) ตองมีคาไมเ กนิ ๑ มลิ ลิกรมั ตอ ลิตร (ง) สังกะสี (Zinc) ตอ งมคี า ไมเ กนิ ๓ มลิ ลิกรัมตอ ลิตร (๔) คุณภาพน้าํ ทางโลหะหนกั เปนพิษ (ก) ตะกว่ั (Lead) ตองมคี าไมเกนิ ๐.๐๑ มิลลกิ รมั ตอ ลิตร (ข) โครเมียมรวม (Total chromium) ตองมีคาไมเ กิน ๐.๐๕ มิลลิกรัมตอ ลิตร (ค) แคดเมยี ม (Cadmium) ตอ งมคี าไมเ กิน ๐.๐๐๓ มิลลิกรัมตอลติ ร (ง) สารหนู (Arsenic) ตองมีคาไมเกนิ ๐.๐๑ มิลลกิ รมั ตอลิตร (จ) ปรอท (Mercury) ตองมคี าไมเ กนิ ๐.๐๐๑ มลิ ลกิ รมั ตอลิตร (๕) คุณภาพนํ้าทางแบคทเี รยี (ก) โคลฟิ อรม แบคทีเรีย (Total coliforms bacteria) ตองตรวจไมพ บตอ ๑๐๐ มลิ ลิลติ ร หรอื ตองมีคา < ๑.๑ เอ็มพีเอ็นตอ ๑๐๐ มิลลิลิตร (ข) อโี คไล (Escherichia coli) ตอ งตรวจไมพ บตอ ๑๐๐ มลิ ลลิ ติ ร หรอื ตอ งมคี า < ๑.๑ เอม็ พเี อ็นตอ ๑๐๐ มิลลลิ ติ ร ขอ ๕ การตรวจวิเคราะห วธิ ีการเก็บและรักษาตัวอยางคณุ ภาพนา้ํ ประปาตามขอ ๔ ตอ งเปนไปตาม วธิ กี ารตามหนงั สอื Standard Methods for the Examination of Water and Wastewater Edition 23rd ed., 2017 APHA AWWA WEF ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นางพรรณพิมล วิปุลากร อธบิ ดกี รมอนามยั 67 โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

เกณฑคณุ ภาพน้ําประปาดื่มได พารามเิ ตอร หนว ยวดั คา มาตรฐาน คา มาตรฐาน ดานกายภาพ เอ็นทียู ไมเกนิ 5 Nephelometry 1. ความขุน (Turbidity) แพลตตินัมโคบอลท ไมเ กิน 15 Spectrophotometric-single-wavelength, 2. สีปรากฏ 6.5 – 8.5 visual comparison method - Electrometric method (Apparent color) มลิ ลิกรมั ตอลติ ร 3. ความเปน กรดและดา ง (pH) มิลลกิ รัมตอลิตร ไมเกนิ 500 TDS dried at 180 องศาเซลเซียส, ดานเคมีทวั่ ไป มิล(aลsกิ รCมั aตCอOล3)ติ ร Gravimetric, Electrometric method 4. ของแขง็ ละลายนํา้ ทง้ั หมด มิลลิกรัมตอ ลติ ร มลิ ลิกรัมตอ ลิตร ไมเ กิน 300 EDTA titrimetric (Total dissolved solids) 5. ความกระดาง (Hardness) (as NO3-) ไมเ กิน 250 Turbidimetry, ion chromatography มิลลิกรมั ตอ ลติ ร ไมเกิน 250 Argentometry, ion chromatography 6. ซัลเฟต (Sulfate) มลิ ล(aกิ sรNัมตOอ2-ล) ิตร ไมเกิน 50 Cadmium reduction, ion chromatography, 7. คลอไรด (Chloride) ไมเ กิน 3 spectrophotometry 8. ไนเตรท (Nitrate) ไมเกิน 0.7 Cadmium reduction, ion chromatography, spectrophotometry 9. ไนไตรท (Nitrite) ion chromatography, SPADNS colori- metric method, ion-selective electrode 10. ฟลอู อไรด (Fluoride) ดา นเคมี (โลหะหนกั ) มลิ ลกิ รัมตอ ลิตร ไมเกนิ 0.3 AAS (flame), ICP, spectrophotometry 11. เหล็ก (Iron) มลิ ลิกรมั ตอลิตร ไมเ กนิ 0.3 AAS (flame), ICP, spectrophotometry 12. แมงกานสี (Manganese) มิลลกิ รัมตอลิตร ไมเกิน 1 AAS (flame), ICP, spectrophotometry 13. ทองแดง (Copper) มลิ ลิกรัมตอลติ ร ไมเกนิ 3 AAS (flame), ICP, spectrophotometry 14. สงั กะสี (Zinc) มลิ ลกิ รัมตอ ลิตร ดานเคมี (โลหะหนกั ทเ่ี ปนพษิ ) มลิ ลกิ รัมตอ ลิตร ไมเ กิน 0.01 AAS (graphite furnace), ICP 15. ตะก่วั (Lead) มลิ ลกิ รัมตอลติ ร ไมเกนิ 0.05 AAS (graphite furnace), ICP 16. โครเมยี มรวม (Total chromium) มิลลิกรมั ตอลิตร ไมเ กิน 0.003 AAS (graphite furnace), ICP 17. แคดเมยี ม (Cadmium) ไมเกนิ 0.01 AAS (vapor generation technique), ICP, 18. สารหนู (Arsenic) graphite furnace 19. ปรอท (Mercury) มลิ ลิกรัมตอลิตร ไมเกิน 0.001 AAS (vapor generation technique), ICP, Automatic direct mercury analyzer ดา นชวี ภาพ ตอ 100 มิลลลิ ิตร ไมพ บ Presence-Absence Test 20. โคลฟิ อรมแบคทีเรีย เอม็ พเี อน็ ตอ 100 มลิ ลลิ ติ ร นอยกวา 1.1 MPN method (Total coliforms bacteria) 21. อี.โคไล (Escherichia coli) ตอ 100 มลิ ลลิ ติ ร ไมพบ Presence-Absence Test เอม็ พเี อน็ ตอ 100 มลิ ลลิ ติ ร นอยกวา 1.1 MPN method หมายเหต:ุ - วธิ วี ิเคราะหในแตล ะพารามิเตอร ใหเลอื กใชอ ยา งใดอยางหน่ึงในการตรวจวัด - คลอรนี อสิ ระคงเหลือ (Residual chlorine) กาํ หนดใหม ที ่ีปลายเสนทอ 0.2 – 0.5 มิลลิกรมั ตอ ลิตรใชในระบบการเฝา ระวงั คณุ ภาพนํ้าประปา โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 68 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

องค์ประกอบท่ี 9 กจิ กรรมทางกายเพียงพอ และนอนหลับดี 1. ความสําคัญ 1.1 กิจกรรมทางกาย (Physical Activity) กิจกรรมทางกาย (Physical Activity) หมายถึง การขยับเคลื่อนไหวรางกายท้ังหมดในชีวิต ประจําวนั ในอริ ยิ าบถตา ง ๆ ซงึ่ กอ ใหเ กดิ การใชแ ละเผาผลาญพลงั งานโดยกลา มเนอื้ อนั ครอบคลมุ การเคลอ่ื นไหว รา งกายทงั้ หมด ในชวี ติ ประจาํ วนั ไมว า จะเปน การทาํ งาน การเดนิ ทาง กจิ กรรมนนั ทนาการ การออกกาํ ลงั กาย และการเลนกฬี า องคก ารอนามยั โลก (WHO) ไดมีคําแนะนาํ กจิ กรรมทางกายสําหรบั วยั เรยี นและวยั รุน ดงั นี้ เดก็ อายุ 6-17 ป ควรมกี จิ กรรมทางกายอยา งนอ ย วนั ละ 60 นาที ทกุ วนั ซงึ่ การทํากจิ กรรมทางกายเปน ประจํา สง ผลตอการมสี ขุ ภาพดี ดงั นี้ 1) ชวยในการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการ เพิ่มการสรา งมวลกระดกู ซง่ึ มีผลตอความสงู สง เสริม ความแขง็ แรงของระบบกลา มเนอ้ื และขอ ตอ ตา งๆ ของรา งกาย พฒั นาระบบประสาทสงั่ การ ทําใหร ะบบหวั ใจ และหลอดเลอื ดแข็งแรงขึ้น มีผลตอการหลัง่ ฮอรโ มนเพ่ือการเจรญิ เตบิ โต (Growth Hormone) 2) ชว ยใหสมองสวนการเรยี นรู ทํางานไดอยา งมปี ระสทิ ธิภาพมากขนึ้ 3) ลดโอกาสการปวยดวยโรคไมติดตอเรื้อรัง เชน โรคอวน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เปนตน 4) สง เสรมิ สุขภาพจติ ลดความตึงเครียด ทําใหเกิดความสนุกสนาน 5) ควบคุมนํ้าหนักตวั จากการชว ยเผาผลาญไขมนั สว นเกิน 1.2 การนอนหลบั (Sleep) การนอนหลับ (sleep) หมายถึง ภาวะทร่ี า งกายมีระดับการรสู ติ และมกี ารตอบสนองตอส่ิงเรา ลดลง เปน กระบวนการทเ่ี กดิ ขนึ้ ตามธรรมชาติ มลู นธิ กิ ารนอนหลบั แหง ชาติ (National Sleep Foundation) ไดม คี าํ แนะนําการนอนหลบั เพยี งพอสําหรับวยั เรยี นและวัยรนุ ดังน้ี เดก็ อายุ 6 -13 ป ควรนอนหลับวนั ละ 9 -11 ช่วั โมง และเดก็ อายุ 14 -17 ป ควรนอนหลบั วนั ละ 8-10 ช่ัวโมง การนอนหลบั เพยี งพอเปน ประจาํ สงผลตอการมสี ุขภาพดี ดงั นี้ 1) สมองมคี วามจาํ ดขี ึ้นและมสี มาธมิ ากขน้ึ 2) รางกายไดซอมแซมในสว นท่ีสกึ หรอ 3) สงเสรมิ การเจริญเติบโตของรางกาย 4) สง เสรมิ ระบบภมู ิคมุ กนั ของรางกาย 5) เพิม่ ประสิทธิภาพความคดิ สรา งสรรค 6) ชวยใหอารมณแจม ใส 7) ชวยใหน ้าํ หนกั คงทแี่ ละทําใหมีรูปรางทด่ี ี 2. วิธดี าํ เนินงาน (How to) 2.1 โรงเรียนจัดสถานที่ในการทํากิจกรรมทางกายของนักเรียนอยางเพียงพอ เชน สนามกีฬา ลานเอนกประสงค หอประชุม สนามเดก็ เลน บนั ได ทางเดนิ เปนตน และมีอุปกรณสนบั สนุนการทํากจิ กรรม ทางกายที่เพียงพอ นักเรียนสามารถเบิกอุปกรณใชงานในการทํากิจกรรมทางกายไดตามความเหมาะสม มผี รู บั ผดิ ชอบในการเบกิ คนื อปุ กรณ รวมทง้ั การบาํ รงุ รกั ษาอปุ กรณใ นการทํากจิ กรรมทางกายใหพ รอ มใชง าน 2.2 สนับสนุนใหมีการจัดต้ังชมรมกิจกรรมทางกาย เชน ชมรมออกกาํ ลงั กาย ชมรมกฬี า ชมรมอาสา ชมรมสนั ทนาการ ชมรมดนตรี ชมรมทําอาหาร เปน ตน ใหน กั เรยี นและบคุ ลากรทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น มสี ว นรว มในการทาํ กจิ กรรมอยา งตอ เนอื่ ง รวมทงั้ การมสี ว นรว มกบั เครอื ขา ยในการจดั การแขง ขนั กฬี าภายใน และกีฬาเชื่อมสมั พันธร ะหวางโรงเรียนกับชมุ ชน 69 โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

2.3 มีรปู แบบสง เสรมิ การออกกําลงั กาย ดงั น้ี 2.3.1 นกั เรยี นระดบั ประถมศกึ ษาหรอื ประถมศกึ ษาขยายโอกาสเขา รว มกจิ กรรมผา นแพลตฟอรม กาวทาใจ หรือมีรายงานผลการออกกําลงั กาย 2.3.2 นักเรยี นระดับมัธยมศกึ ษาเขารวมกิจกรรมผานแพลตฟอรมกา วทา ใจ 2.3.3 กรณเี ขารวมกิจกรรมผานแพลตฟอรม กา วทา ใจ รายละเอียดดังน้ี - นกั เรยี น รวมท้งั บคุ ลากร ผปู กครอง และชุมชน ไดทํากจิ กรรมทางกายรวมกันโดย สามารถลงทะเบยี นกา วทาใจ ไดทาง Line ID : @thnvr หรือ https://lin.ee/aO1A5yt - สามารถดวู ธิ กี ารลงทะเบียน ไดท าง https://activefam.anamai.moph.go.th หรอื https://www.youtube.com/watch?v=tv66vCA7gTk - ผูดูแลกลมุ โรงเรียน สรา งกลุมและตั้งชือ่ กลุมของโรงเรียน พรอ มทงั้ ใหน กั เรียน บคุ ลากร ผูปกครอง และชุมชน เขากลุมเพ่อื ใหต ดิ ตามการรายงานผลการออกกําลังกาย - การประเมนิ คะแนน คดิ รอ ยละจากจํานวนทง้ั หมดของผเู ขา รว มในกลมุ โรงเรยี น (นกั เรยี น บุคลากร ผปู กครอง และชุมชน) ยกตวั อยา ง เชน รอยละ = ผเู ขา รวมในกลุมโรงเรียน x 100 จาํ นวนนกั เรยี นทงั้ หมด รอยละ = 500 x 100 200 รอยละ = 250 *** กรณีจาํ นวนผูเขารวมในกลุมโรงเรียน มากกวารอยละ 100 ใหผลประเมินเต็ม (1.5 คะแนน) - ติดตามขาวสารและกจิ กรรมลุน รางวลั ผา น FACEBOOK กาวทา ใจ ไดท าง https://www.facebook.com/kaotajai 2.3.4 กรณีรายงานผลการออกกาํ ลังกาย นกั เรยี นบนั ทกึ การออกกาํ ลงั กายประจาํ วนั ตามแบบฟอรม ทปี่ รากฏในขอ ที่ 3. เครอ่ื งมอื ใน การดาํ เนนิ งาน 2.4 จัดใหมีโปรแกรมสงเสริมการออกกําลังกายใหนักเรียนทุกคนเปนประจํา และหลากหลาย รปู แบบรวมกัน โดยเนนการออกกาํ ลงั กายแบบแอโรบกิ เปนหลกั ดงั นี้ 2.4.1 ออกกาํ ลงั กายแบบแอโรบกิ (Aerobic exercise) อยา งนอ ย 60 นาที (สะสมตอ เนอ่ื ง 10 นาที ขนึ้ ไป) ทกุ วนั หรอื อยา งนอ ย 5 วนั /สปั ดาห เชน เตน จงิ โจ FUN for FIT เตน แอโรบกิ วงิ่ ปน จกั รยาน กระโดดตบ กระโดดเชอื ก กระโดดแทรมโพลนี บาสเกตบอล เปนตน 2.4.2 ออกกาํ ลงั กายเพอื่ เพมิ่ ความแขง็ แรงและความอดทนของกลา มเนอื้ (Muscular strength and endurance exercise) วนั เวน วนั หรืออยา งนอย 3 วนั /สปั ดาห เชน เกาอี้...ขยพ้ี ุง ลุกนงั่ (Sit-Up) ดนั พ้ืน (Push Up) แพลงก (Plank) สควอช (Squat) โหนบาร ยกดัมเบล เปนตน 2.4.3 ออกกําลังกายเพื่อเพิ่มความออนตัว (Flexibility exercise) ทุกวัน หรืออยางนอย 5 วนั /สปั ดาห เชน จิงโจยืดตัว กายบรหิ าร ยืดเหยียดกลา มเนอ้ื โยคะ เปน ตน โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 70 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

2.6 ประชาสัมพันธและสง เสรมิ ใหน ักเรยี นนอนหลบั เพียงพอ ดงั น้ี เดก็ อายุ 6-13 ป ควรนอนหลับ 9-11 ช่ัวโมง/วัน และเด็กอายุ 14-17 ป ควรนอนหลับ 8-10 ช่ัวโมง/วัน และใหนักเรียนบันทึกรายงาน การนอนหลบั ของนกั เรยี น ตามแบบฟอรม ทีป่ รากฏในขอที่ 3. เคร่อื งมือในการดาํ เนินงาน 2.7 นักเรยี นไดร บั การทดสอบสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ ภาคเรียนละ 1 ครั้ง ใชแบบทดสอบ และเกณฑม าตรฐานสมรรถภาพทางกายของนกั เรยี น สาํ หรบั ประถมศกึ ษา (อายุ 7-12 ป) และสาํ หรบั มธั ยมศกึ ษา (อายุ 13-18 ป) ของกรมพลศกึ ษา กระทรวงการทอ งเที่ยวและกีฬา พ.ศ. 2562 3. เครอ่ื งมอื ในการดําเนนิ งาน เชน 3.1 แผนการสงเสริมกจิ กรรมทางกาย พ.ศ. 2561 – 2573 3.2 สอ่ื องคความรู สอ่ื ประชาสัมพันธการสง เสริมกจิ กรรมทางกายและการนอน สําหรบั เดก็ วยั เรยี น วัยรนุ สืบคนไดจ าก https://www.chopachipa.org/Home/content/commu 3.3 สมคั รกาวทาใจ ไดทาง Line ID : @thnvr หรือ https://lin.ee/aO1A5yt 3.4 วิธีการลงทะเบียนกาวทา ใจ สืบคนไดจ าก https://activefam.anamai.moph.go.th/KTJSS4 หรอื https://www.youtube.com/watch?v=tv66vCA7gTk www.activefam.anamai.moph.go.th 3.5 ตดิ ตามขาวสารและกจิ กรรมลุนรางวลั กา วทา ใจ สบื คนไดจาก https://www.facebook.com/kaotajai 3.6 รายงานผลการออกกาํ ลงั กาย สบื คน ไดจ าก https://www.chopachipa.org//Home/news/340 3.7 มลู นิธกิ ารนอนหลบั แหงชาติ (National Sleep Foundation) สืบคนไดจ าก https://www.thensf.org/ และ https://www.thensf.org/how-many-hours-of-sleep-do-you-real- ly-need/ 3.8 รายงานการนอนหลับ สืบคน ไดจ าก https://www.chopachipa.org//Home/news/339 3.9 แบบทดสอบและเกณฑมาตรฐานสมรรถภาพทางกายของนักเรยี น สําหรับประถมศกึ ษา (อายุ 7-12 ป) ของกรมพลศึกษา กระทรวงการทองเที่ยวและกฬี า พ.ศ.2562 สบื คนไดจาก https://www.dpe.go.th/manual-files-411291791794 3.10 แบบทดสอบและเกณฑมาตรฐานสมรรถภาพทางกายของนกั เรยี น สาํ หรบั มธั ยมศึกษา (อายุ 13–18 ป) ของกรมพลศึกษา กระทรวงการทองเท่ียวและกฬี า พ.ศ.2562 สบื คนไดจ าก https://www.dpe.go.th/manual-files-411291791795 71 โรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

องคป์ ระกอบที่ 10 : บุคคลต้นแบบดา้ นสุขภาพในโรงเรยี น 1. ความสําคญั ครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา มบี ทบาทสําคญั อยา งยงิ่ ในการพฒั นาประเทศทงั้ ดา น พฒั นาการศกึ ษา พฒั นาการเรยี นรแู ละสขุ ภาพ รวมถงึ การเปน แบบอยา งทด่ี ขี องนกั เรยี น ซงึ่ มอี ทิ ธพิ ลตอ นกั เรยี นในดา นพฤตกิ รรม ทักษะ และการแสดงออกตาง ๆ ดังนั้นจําเปนตองเตรียมความพรอมของครูและบุคลากรทางการศึกษา ท้ังดานการศึกษาและดานสุขภาพ โดยสงเสริมการเฝาระวังสุขภาพตนเองและการพัฒนาศักยภาพดานการ สง เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สงิ่ แวดลอ ม รวมถงึ การสนบั สนนุ ใหค รทู มี่ สี ขุ ภาพดมี าแลกเปลยี่ น บอกตอ เคลด็ ลบั การมีสุขภาพดี เพื่อเปน ตน แบบท่ดี ีแกนกั เรยี น 2. วธิ ดี ําเนินงาน (How to) 2.1 คณะผบู ริหารทีส่ นับสนุนการดาํ เนนิ งานโรงเรียนสง เสรมิ สุขภาพ โดยดาํ เนนิ การ ดงั น้ี 1) สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรดานการสงเสริมสุขภาพและ อนามยั สิง่ แวดลอ ม (โดยบรรจุในแผนการดําเนนิ การประจาํ ปของโรงเรียน) 2) สรางแรงจูงใจในการพัฒนาครูและบุคลากรใหเปนตนแบบดานสุขภาพ เชน การใหรางวัล การเชดิ ชูเกยี รติ เปนตน 2.2 ผูบริหาร ครู บุคลากร มีการเฝาระวังสุขภาพตนเอง โดยการตรวจสุขภาพประจําป วัด BMI วดั รอบเอว รวมถึงการไดร ับบรกิ ารสุขภาพตามสิทธขิ ัน้ พนื้ ฐาน ปล ะ 1 ครง้ั 2.3 มีครูหรือบุคลากรเปน ตน แบบดา นสุขภาพ (Role Model) ดงั นี้ 1) ไดร บั การพฒั นาศกั ยภาพดา นการสง เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอ ม เชน ดา นโภชนาการ กจิ กรรมทางกาย สขุ ภาพชอ งปากและฟน สขุ ภาพทางเพศ สขุ ภาพจติ การปอ งกนั ควบคมุ โรค เปนตน 2) เปน บคุ คลท่ีมกี ารเฝาระวงั สขุ ภาพตนเองอยา งสม่ําเสมอ 2.4 ครูอนามัยตองผานการอบรมหลักสูตรครูอนามัยโรงเรียนของกระทรวงสาธารณสุขหรือ หลักสูตรดานการสงเสริมสุขภาพนักเรียนและอนามัยสิ่งแวดลอมในโรงเรียน เชน เรื่องการปฐมพยาบาล เบ้ืองตนการชวยชีวิตข้ันพื้นฐาน (Basic Life Support : BLS) การจัดการสุขภาพกายและสุขภาพจิต เด็กวยั เรียนวัยรุน เปนตน 3. เคร่อื งมือในการดาํ เนนิ งาน เชน 3.1 ชดุ สทิ ธิประโยชนตามหลักประกนั สขุ ภาพแหง ชาติ 3.2 คูมอื 10 Package สรางสขุ ภาพดีในท่ีทํางาน กรมอนามัย 3.3 หลักสตู รครูอนามัยโรงเรยี น กระทรวงสาธารณสขุ 3.4 องคความรูดานการสงเสริมสุขภาพและอนามัยส่ิงแวดลอม เชน โภชนาการ กิจกรรมทางกาย สขุ ภาพชองปากและฟน สขุ อนามัย อนามัยการเจริญพนั ธุ อนามัยส่ิงแวดลอ ม เปนตน 3.5 โปรแกรมคาํ นวณหาคาดัชนีมวลกาย (BMI) 3.6 สมุดบันทึกสุขภาพประจําตวั ครูและบคุ ลากร โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 72 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

73 โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 ส่วนที่ 5 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) มาตรฐานโรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล (GSHPS) ด้านผลลัพธ์สุขภาพนกั เรยี น 6 ตัวชว้ี ดั ตัวช้วี ัด เกณฑ ผลการประเมิน วธิ ีการเก็บรวบรวมขอ มูล แหลงขอมูล/วธิ ีพิสจู น 1. ภาวะ ผาน ไมผ าน โภชนาการ 1.1 นกั เรยี นสูงดีสมสว น มากกวา หรอื เทากับ - ช่ังนํา้ หนัก วดั สว นสูง นกั เรยี นทุกคน 1. รายงานผลการประเมนิ การเจรญิ เตบิ โต รอยละ 57 (ป 2566) โดยวัดผลตามเกณฑอ า งองิ การ และภาวะโภชนาการ รอ ยละ 59 (ป 2567) เจรญิ เติบโตของเดก็ อายุ 6 -19 ป รอยละ 61 (ป 2568) พ.ศ 2564 โดยใชก ราฟนํา้ หนกั ตาม 2. แนวทางการสง เสรมิ โภชนาการ/แกไ ข รอยละ 63 (ป 2569) เกณฑส ว นสงู และกราฟสว นสงู ตาม ภาวะทุพโภชนาการของนักเรียน รอยละ 65 (ป 2570) เกณฑอายุ แยกเพศชายและหญงิ 1.2 นักเรียนเต้ีย ไมเ กิน 3. ตรวจสอบคุณภาพการจัดการอาหาร รอยละ 10 (ป 2566) - สมั ภาษณครแู ละนักเรยี น กลางวนั รอ ยละ 9.5 (ป 2567) รอ ยละ 9 (ป 2568) 4. สํารวจหรือสังเกตสภาพจริง เชน รอ ยละ 8.5 (ป 2569) การจําหนา ยอาหารวา งและเครอ่ื งดม่ื รอยละ 8 (ป 2570) การจดั อาหารกลางวนั ปรมิ าณผกั และ 1.3 นกั เรยี นเริ่มอวนและอวน เนื้อสัตวต ามคาํ แนะนาํ ไมเกินรอยละ 10 5. สัมภาษณครแู ละนกั เรียน 1.4 นักเรียนผอม ไมเกินรอ ยละ 5

ตวั ชว้ี ัด เกณฑ ผลการประเมนิ วธิ ีการเกบ็ รวบรวมขอ มลู แหลงขอมลู /วธิ ีพิสูจน ผา น ไมผ า น ตรวจฟน นกั เรยี นช้ัน ป.6 และ ชัน้ 1. หลกั ฐานการตรวจสขุ ภาพชอ งปาก ม.3 (สมุ ชั้นละ 1 หอ งเรียน) 2. สุขภาพ 2.1 นกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 6 ของทันตบคุ ลากรในหนว ยบรกิ าร โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 ชองปากและฟน ปราศจากฟนผุ (Caries free) - รายงานผลการทดสอบสมรรถภาพ สาธารณสขุ ทร่ี ับผดิ ชอบ (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) ของนักเรยี น 2. รายการดาํ เนนิ งานและการแกไ ขปญ หา มากกวา หรอื เทา กบั รอ ยละ 45 - ภาพกิจกรรม นักเรียนที่มีปญหาสุขภาพชองปาก 2.2 นักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 3 - สัมภาษณค รแู ละนกั เรยี น และฟน - สาํ รวจสภาพจริง ปราศจากฟนผุ (Caries free) 1. ตรวจสอบเอกสารรายงาน สมรรถภาพ มากกวาหรอื เทา กบั รอ ยละ 35 ทางกายผานเกณฑ ในภาพรวมของ 2.3 นักเรียนชั้น ป.1-ป.6 ไดร บั โรงเรียน ตั้งแตนักเรยี นชนั้ ป.1 ข้ึนไป การบูรณะฟน ถาวร (ไมน บั รวม และมตี วั อยา งรายงานผลการทดสอบ กรณีถอนฟน ) (Cavity free) สมรรถภาพทางกายนกั เรยี นรายบคุ คล มากกวาหรอื เทา กับรอยละ 60 74 2.4 นักเรียนชั้น ม.1-ม.3 ไดร บั การ บรู ณะฟน ถาวร (ไมนบั รวมกรณี ถอนฟน) (Cavity free) มากกวา หรอื เทา กับรอยละ 50 3. สมรรถภาพ นักเรียนผานเกณฑการประเมิน ทางกายทสี่ มั พนั ธ สมรรถภาพทางกาย ทั้ง 3 ดาน กับสุขภาพ รอ ยละ 80 (Health-related 1) ความอดทนของระบบหัวใจและ physical fitness) ไหลเวียนเลอื ด (cardiovascular endurance)

75 ผลการประเมิน ผาน ไมผา น โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 ตวั ชี้วัด เกณฑ วธิ ีการเกบ็ รวบรวมขอมลู แหลงขอมูล/วิธพี ิสูจน (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) 2) ความแขง็ แรงของกลา มเนือ้ 2. ตรวจสอบความถูกตองของการเลือก (muscle strength) และ กจิ กรรมแตล ะดา นทน่ี าํ มาทดสอบและ ความอดทนของกลา มเน้ือ แปลผล (muscle endurance) 3) ความออนตัว (flexibility) 3. สอบถามครูและนักเรียนเก่ียวกับ การดําเนนิ งานพฒั นา และแกไ ขปญ หา นักเรียนท่ีไมผานเกณฑการทดสอบ สมรรถภาพทางกาย 4. นกั เรยี น นักเรยี นทุกคนที่มปี ญ หาตองไดร ับ - สมุ ดรู ายงานการดแู ลชว ยเหลอื นกั เรยี น 1. รายงานการดูแล/ชวยเหลือนักเรียน ทม่ี ีปญ หา การดแู ลชว ยเหลือจนดขี น้ึ รายบคุ คล ทม่ี ปี ญหารายบคุ คล ดา นพฤติกรรม - สุมดูรายงานผลการเฝาระวังปญหา 2. รายงานหรือขอมูลดิจิทัลผานระบบ อารมณ สงั คม พฤตกิ รรม อารมณ สงั คม ดว ยเครอ่ื งมอื สุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหมบนระบบ ไดรบั การดแู ล สังเกตอาการ 9S หรือแบบประเมิน ดิจิทัล (School Health HERO) ชว ยเหลอื จนดขี นึ้ SDQ ในนักเรียนชนั้ ป.1 ขน้ึ ไป ผานการใชเครอื่ งมือสงั เกตอาการ 9S หรือการประเมิน SDQ ในนักเรียน ช้ันป.1 ขน้ึ ไป โดยครใู นภาพรวมของ โรงเรียนในปก ารศึกษาปจจุบัน 3. สอบถามสถานการณป ญ หาพฤตกิ รรม อารมณ สังคมของนักเรียน จากการ เฝา ระวงั และการดแู ลชว ยเหลอื รวมทง้ั ตรวจสอบความถกู ตอ งของการแปลผล จากแบบประเมิน SDQ (25 ขอ) ฉบบั ครเู ปนผูประเมิน

ตัวชีว้ ดั เกณฑ ผลการประเมิน วธิ กี ารเกบ็ รวบรวมขอมูล แหลง ขอมลู /วิธพี สิ จู น ผา น ไมผา น 4. สอบถามครูผูรับผิดชอบเกี่ยวกับ การดาํ เนินงานเพื่อสงเสริม/แกไข นักเรียนทั้งกลุมปกติ กลุมเสี่ยงและ กลมุ มปี ญหา โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 5. นักเรียนท่ี ในรอบ 1 ปท่ีผา นมา นบั ถงึ วันทไ่ี ดร ับ - สมุ ดรู ายงานการเกดิ อบุ ตั เิ หต/ุ บาดเจบ็ 1. รายงานการเกดิ อบุ ตั เิ หต/ุ บาดเจบ็ หรอื (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) เจบ็ ปว ย บาดเจบ็ การประเมิน ไมมีนักเรียนที่เจ็บปวย หรอื เจบ็ ปว ยจากสง่ิ แวดลอ มของนกั เรยี น เจ็บปวยจากส่งิ แวดลอมของนักเรยี น หรือไดร ัอุบตั เิ หตุ บาดเจ็บหรอื อุบตั เิ หตุ จากสิง่ แวดลอม - สมุ ดรู ายงานการใชบ รกิ ารหอ งพยาบาล 2. รายงานการใชบริการหองพยาบาล จากสงิ่ แวดลอ มใน ในโรงเรียนท่ีทําใหตองพักรักษาตัว ของนกั เรียน ของนักเรียน โรงเรียนทที่ ําให กรณี มีนกั เรียนเจ็บปวย บาดเจ็บหรือ - สุมดูแบบบันทึกความปลอดภัยและ 3. แบบบันทึกความปลอดภัยและ ตอ งพักรกั ษาตวั ไดร บั อบุ ตั เิ หตุ โรงเรยี นตอ งมมี าตรการ การปรับปรุงสภาพแวดลอ ม การปรับปรุงสภาพแวดลอม - สุมดูมาตรการ การดาํ เนินงานใน 4. สอบถามเกี่ยวกับมาตรการ กิจกรรม หรือแนวทางการปองกัน จนสามารถ การจัดการส่ิงแวดลอม เพื่อไมใหเกิด ในการปองกัน ควบคุม หรือจัดการ แกไ ขปญ หาดังกลาวได ความเส่ียงตอสุขภาพและการจัดการ การเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ 6. นกั เรียนมี นักเรยี นมีพฤตกิ รรมสขุ ภาพ ปญหา การเจบ็ ปว ยจากสง่ิ แวดลอ มในโรงเรยี น พฤตกิ รรมสขุ ภาพ ทพ่ี ึงประสงค รอยละ 50 ท่พี ึงประสงค - สมุ ดรู ายงานผลการประเมนิ พฤตกิ รรม 1. รายงานผลการประเมินพฤติกรรม สขุ ภาพทพี่ งึ ประสงคข องนกั เรยี น สุขภาพ ทพ่ี ึงประสงคข องนักเรียน 2. สอบถามครหู รอื นกั เรยี นชนั้ ป.4 ขน้ึ ไป จาํ นวนตามขนาดโรงเรยี น 76

ส่วนท่ี 6 แนวทางการดาํ เนินงานโรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล (GSHPS) ด้านผลลัพธ์สุขภาพนักเรยี น 6 ตวั ชว้ี ดั ตวั ชว้ี ัดท่ี 1 ภาวะโภชนาการ 1. ความสําคัญ การเจริญเติบโตในเด็กวัยเรียนเปนชวงที่มีความสาํ คัญ เน่ืองจากมีการเจริญเติบโตอยางรวดเร็ว (Growth spurt) เปนชวงเวลาท่ีเหมาะสมในการสงเสริมใหนักเรียนมีการเจริญเติบโตอยางเต็มศักยภาพทั้ง สมองและรางกาย ดังน้ันจึงจําเปนตองมีการเฝาระวังการเจริญเติบโต เพ่ือแกไขปญหาภาวะโภชนาการได ทนั เวลา หากพน ชว งวยั นจ้ี ะสง ผลใหน กั เรยี นเตบิ โตไมเ ตม็ ศกั ยภาพ ทง้ั ดา นสตปิ ญ ญา การเรยี นรู ภมู ติ า นทานโรค และสง ผลใหเ กดิ ความเสีย่ งตอ โรคไมต ิดตอ เรอื้ รงั ในอนาคต ซ่ึงการชัง่ นา้ํ หนัก วัดสว นสูง เปน วิธกี ารประเมิน การเจรญิ เตบิ โตของนกั เรยี นทง่ี า ยทส่ี ดุ โดยใชว ธิ กี ารและเครอื่ งมอื ทถี่ กู ตอ งแมน ยาํ เปน การสะทอ นใหน กั เรยี น ทราบถึงภาวะการเจริญเติบโตของตนเอง และมีการติดตามภาวะการเจริญเติบโตภายใตระบบงานอนามัย โรงเรยี นทกุ ภาคเรยี น ทง้ั นหี้ ากพบนกั เรยี นกลมุ เสยี่ งหรอื มภี าวะทพุ โภชนาการ ใหม กี ารตดิ ตาม แกไ ขทกุ เดอื น หากนกั เรยี นทีม่ ีภาวะเริ่มอว นและอวน คัดกรอง obesity sign แลวพบปญ หา ตองสงตอ ไปยังหนวยบรกิ าร สาธารณสุขในพืน้ ท่ี นิยามเกณฑอา งอิงการเจริญเตบิ โต สวนสงู ตามเกณฑอายุ (Height for Age : H/A) เปนการนําคาสวนสูง อายุ มาเทียบกับกราฟแสดงเกณฑอางอิงการเจริญเติบโตของกรมอนามัย ป 2564 กราฟสวนสงู ตามเกณฑอายุ (Height for Age : H/A) แยกเพศชาย หญิง ใชด กู ารเจริญเตบิ โตไดดี ที่สดุ และบอกลักษณะของการเจรญิ เตบิ โตไดวา เปน เดก็ สูง คอ นขางสูง สูงตามเกณฑ คอ นขางเต้ยี เตย้ี น้าํ หนกั ตามเกณฑสว นสูง (Weight for Height : W/H) เปนการนาํ นํา้ หนัก สวนสูง มาเทียบกับกราฟแสดงเกณฑอางอิงการเจริญเติบโตของกรมอนามัย ป 2564 กราฟนํ้าหนกั ตามเกณฑสว นสูง (Weight for Height : W/H ) แยกเพศชาย หญงิ ใชดูลักษณะ การเจรญิ เตบิ โตวา เดก็ มนี ํ้าหนกั เหมาะสมกบั สว นสงู หรอื ไม เพอ่ื บอกวา เดก็ มรี ปู รา งสมสว น คอ นขา งผอม ผอม ทวม เรม่ิ อวน อวน เกณฑการประเมิน นักเรียนอายุ 6-14 ป และอายุ 15-18 ป 1. สูงดีสมสวน มากกวาหรอื เทากับ รอยละ 57 (ป 2566) รอยละ 59 ( ป 2567) รอยละ 61 (ป 2568) รอ ยละ 63 (ป 2569) รอ ยละ 65 (ป 2570) 2. เตี้ย ไมเกนิ รอ ยละ 10 (ป 2566) รอ ยละ 9.5 (ป 2567) รอ ยละ 9 (ป 2568) รอยละ 8.5 (ป 2569) รอ ยละ 8 (ป 2570) 3. ผอม ไมเกิน รอ ยละ 5 4. เรม่ิ อวนและอว น ไมเกิน รอ ยละ 10 2.วิธีดําเนนิ งาน (How to) นาํ รายงานจากผลการประเมินการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการ โดยการชั่งน้ําหนัก วัดสวนสูง และการแปลผล ภาคเรียนละ 1 ครัง้ (องคป ระกอบที่ 6 อนามัยโรงเรียนสูน ักเรียนสุขภาพด)ี ดงั น้ี 77 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

2.1 การดาํ เนินการในนกั เรียนทกุ คน 1) มกี ารตดิ ตามเฝา ระวงั ภาวะการเจรญิ เตบิ โต ชงั่ น้ําหนกั วดั สว นสงู สง เสรมิ และจดั การแกไ ขภาวะ โภชนาการ ทกุ ภาคเรยี น และวเิ คราะหข อ มลู ภาวะโภชนาการยอ นหลงั เพอื่ ดแู นวโนม สถานการณ ปญหา สาํ หรับนํามาวางแผนงาน โครงการ มาตรการ ใหม ีความเหมาะสม 2) จัดบรกิ ารอาหารกลางวันใหเ ปน ไปตามมาตรฐานอาหารกลางวนั สาํ หรบั เดก็ ไทย 3) นกั เรยี นอายุ 6 - 12 ป ไดร บั ยาเมด็ เสรมิ ธาตเุ หลก็ (60 มลิ ลกิ รมั ตอ สปั ดาห) โดยประสานขอรบั การสนับสนุนไปยงั หนวยงานสาธารณสขุ ในพ้ืนที่ 4) ดาํ เนินการใหนักเรียนอายุ 6 ป ไดรับการตรวจคัดกรองโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (ถา ไมไ ดตรวจเมือ่ ตอนอายุ 3 - 5 ป) 5) สงเสริมความรูและขอแนะนําการบริโภคอาหารเพ่ือสุขภาพที่ดีของนักเรียน และสารอาหาร ท่ีจําเปนตอการเจริญเติบโต การอานฉลากโภชนาการในการเลือกและบริโภคอาหารได อยา งเหมาะสม การเลอื กกนิ อาหาร ลดหวาน ลดมนั ลดเคม็ เพม่ิ ผัก ผลไม หา งไกลโรค 6) สรา งความรอบรดู านโภชนาการและพฤติกรรมการบริโภคท่ถี ูกตอง 7) เสรมิ สรา งสภาพแวดลอ มทเี่ ออื้ ตอ การมพี ฤตกิ รรมการบรโิ ภคทเ่ี หมาะสม เชน การปลกู ผกั สวนครวั การจดั อาหารมอื้ หลกั และอาหารวา งในสดั สว นทเ่ี หมาะสม อาหารในโรงเรยี นและรอบรวั้ โรงเรยี น ลดหวาน ลดมนั ลดเคม็ ปลอดนาํ้ อดั ลม การควบคมุ การตลาดและโฆษณา อาหารและเครอื่ งดม่ื ทไี่ มเ หมาะสมตอสขุ ภาพในโรงเรียน 2.2 ดาํ เนนิ การในนกั เรยี นทม่ี ภี าวะทพุ โภชนาการ (คอ นขา งเตย้ี เตย้ี ทว ม เรมิ่ อว น อว น คอ นขา งผอม และผอม) และสงเสริมโภชนาการนักเรยี นท่มี ีภาวะโภชนาการดี (สงู ตามเกณฑข ึน้ ไป สมสวน) - เฝา ระวงั ภาวะโภชนาการในนักเรยี นทีม่ ภี าวะทพุ โภชนาการอยา งตอเนอ่ื งทุกเดอื น - เฝา ระวงั ภาวะโภชนาการในนักเรยี นทมี่ ภี าวะโภชนาการดีอยา งตอเนอ่ื ง ทกุ 3 – 6 เดอื น - จดั การภาวะโภชนาการตามกลุมเส่ยี ง อวน ผอม เตี้ย รวมถึงการสงตอ เพอื่ การรักษา 2.3 รายงานขอมูลผลการดาํ เนินงานแกไ ขนักเรยี นทมี่ ภี าวะทพุ โภชนาการ 3. เครื่องมือในการดําเนนิ งาน เชน 3.1 เกณฑอ า งอิงการเจริญเตบิ โตของเด็กอายุ 6 - 19 ป (พ.ศ.2564) สาํ นักโภชนาการ กรมอนามยั 3.2 แบบการแปลผลการเจรญิ เติบโตของเด็กอายุ 6-19 ปบริบูรณ และการใชแนวทางปองกนั แกไ ข ภาวะทุพโภชนาการและสง เสริมการเจริญเตบิ โต และแบบคัดกรองสงตอ เด็กอว นกลุมเสี่ยง 3.3 องคความรูดานการสงเสริมสุขภาพ เชน โภชนาการ สืบคนไดท่ี เว็บไซดสํานักโภชนาการ https://nutrition2.anamai.moph.go.th/th/ และส่ือกจิ กรรมทางกาย การนอนหลับ เปน ตน 3.4 มาตรฐานอาหารกลางวนั สําหรบั เดก็ ไทย เชน Thai School Lunch Program หรอื โปรแกรมอน่ื ท่ไี ดม าตรฐาน 3.5 ชุดสิทธปิ ระโยชนตามหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง ชาติ 3.6 แบบสรปุ รายงานผลการจดั อาหารกลางวนั ตามมาตรฐานกลางวนั สําหรบั เดก็ ไทย หรอื จาก Thai School Lunch Program 3.7 แบบประเมินพฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารของนกั เรียนอายุ 6 - 18 ป 3.8 แบบตรวจมาตรฐานสขุ าภบิ าลอาหารสาํ หรบั โรงอาหารในโรงเรยี น (ตามกฎกระทรวง สขุ ลกั ษณะ ของสถานทจ่ี าํ หนา ยอาหาร พ.ศ.2561 โรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 78 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

ตวั ช้วี ดั ท่ี 2 สุขภาพภาพชอ่ งปากและฟนั 1. ความสาํ คญั โรคฟน ผเุ ปน โรคทส่ี ามารถปอ งกนั ไดโ ดยการดแู ลสขุ ภาพชอ งปากและฟน รวมถงึ การควบคมุ การบรโิ ภค อาหารท่ีเสี่ยงตอการเกิดโรคฟนผุ ซ่ึงปญหาฟนผุสวนใหญจะพบในนักเรียนที่ไมแปรงฟนและมีพฤติกรรม การบริโภคที่เส่ียงตอโรคฟนผุ ทําใหสงผลตอการเรียนรูและคุณภาพชีวิต ถาไมไดรับการรักษาทันเวลาจะ สูญเสียฟน ถาวรได ทัง้ นี้ โรงเรยี นมบี ทบาทสาํ คัญในการสง เสรมิ ใหนกั เรยี นมสี ขุ ภาพชองปากและฟน ที่ดแี ละ มพี ฤตกิ รรมการบรโิ ภคทเี่ หมาะสม รวมถงึ การไดร บั บรกิ ารทนั ตกรรมปอ งกนั ซงึ่ จะทาํ ใหน กั เรยี นปราศจากฟน ผุ (Caries free) ความหมายตวั ชวี้ ดั นกั เรยี นปราศจากฟน ผุ (Caries free) หมายถงึ นักเรยี นทมี่ ีฟน ถาวร (ฟนแท) ท่ีปกติ ไมมรี อยโรค ฟนผุ ฟน ถกู อุดและถอนเน่อื งจากฟนผุ นกั เรยี นไดร ับการบรู ณะฟน ถาวร (Cavity free) หมายถึง นกั เรยี นทมี่ ีฟน แทใ นชอ งปากท่ีปกตหิ รอื ผุ และไดร บั การรกั ษาแลว โดยไมม คี วามจําเปนตอ งอุด ถอน รกั ษาคลองรากฟนหรอื บูรณะอืน่ ใด เกณฑก ารประเมิน 1. นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที่ 6 ปราศจากฟน ผุ มากกวา หรือเทากบั รอ ยละ 45 2. นกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 3 ปราศจากฟนผุ มากกวาหรอื เทา กับ รอยละ 35 3. นกั เรียนชน้ั ป.1 - ป.6 ไดร ับการบรู ณะฟน ถาวร (ไมน บั รวมกรณถี อนฟน ) (Cavity free) มากกวา หรอื เทากบั รอ ยละ 60 4. นักเรยี นชน้ั ม.1 - ม.3 ไดร ับการบรู ณะฟน ถาวร (ไมน บั รวมกรณถี อนฟน ) (Cavity free) มากกวา หรือเทา กับรอ ยละ 50 2.วิธดี ําเนินงาน (How to) นํารายงานจากผลการตรวจสุขภาพชองปากโดยทันตบุคลากร (องคประกอบท่ี 6 อนามัยโรงเรียน สนู ักเรยี นสุขภาพดี) ดงั น้ี 2.1 การสง เสริมสขุ ภาพชองปากและฟน - บรู ณาการเรอ่ื งสขุ ภาพชอ งปากและฟน ในหลกั สตู รการเรยี นการสอนและกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น - พฒั นาแกนนํานักเรียนดานสุขภาพชอ งปากและฟน - จดั กจิ กรรมแปรงฟน หลงั อาหารกลางวนั ทกุ ชน้ั เรยี น โดยมกี ารฝก ทกั ษะการแปรงฟน (2 - 2 - 2) รวมทง้ั ทดสอบประสทิ ธิภาพการแปรงฟน - จัดสภาพแวดลอ มท่เี ออ้ื ตอสขุ ภาพชองปาก เชน 1) ไมจ ัดและจําหนา ยลูกอม ขนมกรุบกรอบ นา้ํ อดั ลม และเครอ่ื งดมื่ ทม่ี ปี รมิ าณนํา้ ตาล > 5% 2) จดั สถานทแ่ี ปรงฟน ใหถ กู สขุ ลกั ษณะและ เพยี งพอกบั จํานวนนกั เรยี น 3) จดั หานาํ้ ดม่ื ทสี่ ะอาด ปลอดภยั 4) จดั สนามเดก็ เลน ทปี่ ลอดภยั ตอ ชอ งปากและฟน 2.2 การไดร ับบริการทนั ตกรรม - การตรวจสุขภาพชองปากและประเมินความเส่ียงตอโรคฟนผุของนักเรียนโดยหนวยบริการ สาธารณสุข ภาคเรยี นละ 1 ครั้ง 79 โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

2.3 ผูปกครองมีสวนรวมในการดูแลสุขภาพชองปากนักเรียนที่บาน โดยมีการกํากับการแปรงฟน ทง้ั เวลาเชา และกอ นนอน ควบคมุ การบรโิ ภคขนมและเครอ่ื งดม่ื ทเ่ี สย่ี งตอ โรคฟน ผุ รวมทง้ั นาํ นกั เรยี นไปรบั บรกิ าร สขุ ภาพชอ งปากทห่ี นวยบริการสาธารณสขุ 2.4 ภาคเี ครือขายรว มสนบั สนนุ เชน อุปกรณแปรงฟน ยาสีฟน และพาหนะในการนาํ นกั เรียน ไปรบั บริการทหี่ นว ยบรกิ ารสาธารณสขุ เปนตน 3. เครือ่ งมือในการดําเนินงาน เชน 3.1 เครือ่ งมือประเมินความเสย่ี งโรคฟนผุ 3.2 เคร่ืองมือประเมนิ ความรอบรูดา นสุขภาพชอ งปาก 3.3 Application Food choice โดยสามารถดาวนโ หลดไดผาน App Store และ Google play ตวั ชว้ี ดั ท่ี 3 สมรรถภาพทางกายทสี่ ัมพันธก์ ับสุขภาพ (Health-related physical fitness) ผ่านเกณฑ์ 1. ความสําคัญ สมรรถภาพทางกายท่ีดี ชว ยใหน ักเรยี นสามารถทาํ กิจกรรมในชวี ติ ประจาํ วนั ไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ ลดพฤตกิ รรมเนอื ยนิง่ และปญหาสขุ ภาพ โดยการมีกิจกรรมทางกายทเ่ี พยี งพอและเหมาะสม จะชว ยกระตุน และพัฒนาระบบตางๆ ในรางกายใหเจริญเติบโตเหมาะสมตามวัย ทาํ ใหรางกายสมบูรณแข็งแรง สงผลให นกั เรยี นสูงดสี มสวน แขง็ แรง และฉลาด ความหมายตวั ชว้ี ดั สมรรถภาพทางกายสัมพันธก บั สุขภาพ (Health-related physical fitness) ผานเกณฑ หมายถึง นกั เรยี นไดร บั การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทงั้ 3 ดา น ไดแ ก 1) ดา นระบบไหลเวยี นโลหติ และระบบหายใจ (Cardiovascular endurance) 2) ดา นความแขง็ แรงและความอดทนของกลา มเนอื้ (Muscle strength and endurance) และ 3) ดา นความออ นตวั (Flexibility) โดยผลการทดสอบทงั้ 3 ดา น ตอ งผา นเกณฑต งั้ แตร ะดบั ปานกลางข้นึ ไป (ปานกลาง ดี หรอื ดมี าก) เกณฑการประเมนิ นักเรียนผานเกณฑในระดับปานกลาง ดี หรือดมี าก ครบท้งั 3 ดา น รอยละ 80 2.วิธดี ําเนินงาน (How to) นาํ รายงานจากผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย (องคประกอบที่ 9 กิจกรรมทางกายเพียงพอ นอนหลับดี) มาดําเนนิ การ ดงั นี้ 1. การทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักเรียน ทั้ง 3 ดาน ครูสามารถเลือกกิจกรรมการทดสอบ สมรรถภาพทางกายแตละดานได และการแปลผลวานักเรียนแตละคนตองมีผลการทดสอบสมรรถภาพ ทางกาย โดยมีเง่อื นไขดังน้ี 1.1 เลอื กรายการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ท้งั 3 ดาน ดา นละ 1 กิจกรรม 1.2 นักเรียนแตละคนจะตองมีผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายผานเกณฑการประเมิน ในระดบั ปานกลาง ดี หรอื ดมี าก และตอ งผา นเกณฑค รบทงั้ 3 ดา น จงึ ถอื วา นกั เรยี นผา นเกณฑ 2. มกี ารดาํ เนนิ การจดั การแกไ ขปญ หา ชว ยเหลอื ใหค าํ แนะนาํ นกั เรยี นทมี่ ผี ลการทดสอบสมรรถภาพ ทางกายไมผา นเกณฑ และตดิ ตามผลการทดสอบอยางตอ เนอื่ ง โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 80 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

3. มีการจดั กิจกรรมทางกายเพื่อแกไขปญหานกั เรยี น อว น ผอม เต้ีย โดยใหออกกาํ ลงั กายตามชนดิ ทช่ี อบและถนดั หลากหลายรูปแบบรวมกนั เนน การออกกาํ ลงั กายแบบแอโรบิกเปนหลัก จนรูสกึ เหนื่อยหรือ หอบ อยางนอย 60 นาที ทุกวนั หรืออยา งนอย 5 วนั /สัปดาห เชน เตน จิงโจ FUN for FIT เตน แอโรบิก ว่งิ ปน จกั รยาน กระโดดตบ กระโดดเชอื ก กระโดดแทรมโพลนี บาสเกตบอล เปน ตน รว มกบั การเสรมิ สรา งความ แขง็ แรงกลา มเนือ้ และความออนตัว เพ่อื การเจรญิ เตบิ โตที่สมบรู ณ 4. ประชาสมั พันธใ หน ักเรยี น บุคลากร ผปู กครอง และชุมชนไดอ อกกาํ ลังกายรว มกนั 3. เคร่อื งมือในการดาํ เนินงาน เชน 3.1 สอื่ องคค วามรู สอื่ ประชาสมั พนั ธก ารสง เสรมิ กจิ กรรมทางกายสาํ หรบั เดก็ วยั เรยี นวยั รนุ สบื คน ได จาก https://www.chopachipa.org/Home/content/commu 3.2 แบบทดสอบและเกณฑมาตรฐานสมรรถภาพทางกายของนักเรียน สาํ หรับประถมศกึ ษา (อายุ 7-12 ป) ของกรมพลศึกษา กระทรวงการทองเท่ียวและกีฬา พ.ศ.2562 สบื คนไดจ าก https://www.dpe.go.th/manual-files-411291791794 3.3 แบบทดสอบและเกณฑมาตรฐานสมรรถภาพทางกายของนักเรียน สาํ หรับมัธยมศึกษา (อายุ 13 –18 ป) ของกรมพลศึกษา กระทรวงการทองเทยี่ วและกฬี า พ.ศ.2562 สืบคนไดจ าก https://www.dpe.go.th/manual-files-411291791795 ตวั ช้วี ัดท่ี 4 นกั เรียนทม่ี ปี ัญหาดา้ นพฤติกรรม อารมณ์ สังคม ไดร้ บั การดูแลชว่ ยเหลอื จนดขี น้ึ 1. ความสําคัญ การพฒั นานกั เรยี นใหเ ปน บคุ คลทมี่ คี ณุ ภาพทง้ั ดา นรา งกาย จติ ใจ สตปิ ญ ญา ความสามารถ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและมคี วามสขุ โดยผา นกระบวนการทางการศกึ ษานน้ั นอกจากการสง เสรมิ สนบั สนนุ ดา นการเรยี น การสอนแลว จําเปน ตอ งมกี ารปอ งกนั และการชว ยเหลอื ปญ หาดา นพฤตกิ รรม อารมณ และสงั คมดว ย เนอื่ งจาก สภาพสังคมท่ีเปล่ยี นแปลงไป ทั้งดา นเทคโนโลยีดจิ ิทัล และปญ หาภยั คุกคามในปจ จบุ นั รวมถงึ การแขงขันใน รูปแบบตาง ๆ สงผลใหนักเรยี นและครอบครัวเกดิ ความเครียด ความวิตกกงั วล ดงั นั้นการพฒั นานักเรียนให มีสุขภาพจิตดี สามารถปรับตัวไดกับทุกสถานการณตองอาศัยความรวมมือจากทุกภาคสวนที่เก่ียวของ โดย เฉพาะครแู ละบคุ ลากรทุกคนในโรงเรียน ซ่ึงเปนทปี่ รึกษาเปน หลกั ในการดูแลชว ยเหลอื นักเรียนอยางใกลช ิด การประเมนิ ดานสขุ ภาพจติ เปน การเฝาระวังเพอ่ื คน หาปญหาพฤติกรรม อารมณ สงั คมของนักเรยี น ซ่ึงเปน สัญญานสะทอนปญหาสขุ ภาพจติ เพ่อื ใหสามารถจดั กลุม นักเรียน (กลมุ ปกติ กลุม เสย่ี ง กลมุ มีปญหา) โดยครูดําเนินการดูแลชวยเหลือนักเรียนกลุมเส่ียงและใหการดูแลชวยเหลือนักเรียนท่ีมีปญหาไดอยางท่ัวถึง และตรงตามสภาพปญหา รวมทั้งสงเสริมกิจกรรมพัฒนาสุขภาพจิตอยางตอเนื่อง สรางบรรยากาศและ ส่งิ แวดลอ มทางสังคมภายในโรงเรยี นใหนาอยู เพื่อใหนักเรยี นมสี ขุ ภาพจิตดีและมีความสุข ความหมายตัวช้วี ดั นกั เรยี นทม่ี ปี ญหาดา นพฤตกิ รรม อารมณ สงั คม ไดร บั การดูแลชวยเหลอื จนดขี น้ึ หมายถงึ นักเรียน ทม่ี ผี ลการเฝาระวงั ปญหาพฤตกิ รรม อารมณ สงั คม ดว ยเคร่อื งมือสังเกตอาการ 9S หรือแบบประเมนิ จุดแข็ง จุดออ น (Strengths and Difficulties Questionnaire : SDQ) และจัดนกั เรยี นเปน “กลมุ ควรดแู ล” หรือ “กลมุ มีปญหา” โรงเรยี นจงึ ดําเนินการดูแลชว ยเหลอื นกั เรียนอยางทวั่ ถึงและตรงตามสภาพปญหาจนดีขนึ้ เกณฑการประเมิน นกั เรยี นทมี่ ีปญหาสขุ ภาพจิตทกุ คนไดร ับการดแู ลชวยเหลอื จนดขี ้ึน 81 โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

2. วธิ ีดาํ เนินงาน (How to) ดําเนินการผานระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหมบนระบบดิจิทัล (School Health HERO) http://www.schoolhealthhero.obec.go.th โดยดําเนนิ การดงั น้ี 2.1 ครูประจําชั้นหรือครูที่ปรึกษา สังเกตพฤติกรรมและทําความรูจักนักเรียนเปนรายบุคคล ในชว งระยะเวลาหนงึ่ จนมน่ั ใจวา รจู กั นกั เรยี นดแี ลว จงึ เฝา ระวงั ปญ หาพฤตกิ รรม อารมณ สงั คม ดว ยเครอื่ งมอื สงั เกตอาการ 9S หรือเคร่ืองมือทีไ่ ดมาตรฐาน เชน SDQ ท่ปี ระเมินโดยครู 2.2 สรุปผลการประเมินปญหาสุขภาพจิตของนักเรียนเปนระดับช้ันเรียนและภาพรวมของโรงเรียน ทง้ั น้ี 1) กลมุ ปกตแิ ละกลมุ เส่ยี งจะนํามาคดิ รวมเปนรอ ยละของนกั เรียนที่มสี ขุ ภาพจิตปกติ 2) นกั เรยี นกลมุ มปี ญหาตองไดรบั การดแู ลชวยเหลอื 2.3 มกี ารเฝา ระวงั นกั เรยี นกลมุ เสย่ี ง และชว ยเหลอื นกั เรยี นกลมุ ทมี่ ปี ญ หาสขุ ภาพจติ พรอ มทงั้ ตดิ ตาม และประเมนิ สถานการณ เพ่อื ใหก ารชว ยเหลือนักเรียนเปน รายบุคคลอยางเหมาะสม 2.4 ครปู ระเมนิ นักเรียนกลุม เส่ียงซ้ํา หลังจากดแู ลชว ยเหลอื ดวย SDQ คร้ังที่ 2 สรปุ ผลการประเมนิ ปญ หาสุขภาพจติ ของนักเรียนเปนรายบุคคลและจดั กลุม 2.5 จัดกจิ กรรมสง เสริมสขุ ภาพจิตโดยสรางบรรยากาศและส่ิงแวดลอมทางสังคมภายในโรงเรยี นให นา อยู มสี มั พันธภาพทด่ี ีระหวางครู บคุ ลากร นกั เรียน และชุมชน เพ่ือการอยูรวมกนั อยางมคี วามสขุ 2.6 มีการประสานงานความรว มมือระหวา งครู ผูปกครอง หนว ยงานสาธารณสุข และองคก รตางๆ ท่ีเก่ยี วขอ งเพอ่ื หาแนวทางแกไ ขรวมกนั รวมทง้ั การติดตามประเมนิ ผลเปนระยะ 2.7 จดั ใหม ชี อ งทางการเขา ถงึ ขอ มลู ขา วสารและความรทู ถ่ี กู ตอ ง มกี ารตดิ ตอ สอ่ื สารแลกเปลย่ี นเรยี น รูระหวางเครอื ขา ย ท่ัวประเทศ เชน www.tobenumber1.net/ www.tobefriend.in.th, Line Official Teen Club (Line ID : teen_club) @LinteeeIDn_club 2.8 บคุ ลากรสาธารณสขุ เขา ไปสนบั สนนุ การดแู ลชว ยเหลอื นกั เรยี นกลมุ เสยี่ งจาก 9S ดว ยการพฒั นา ศักยภาพครูดานการใหก ารปรึกษา หรือการปรบั พฤตกิ รรม 3. เครือ่ งมือในการดาํ เนินงาน เชน 3.1 ระบบสขุ ภาพจติ โรงเรียนวถิ ใี หมบนระบบดิจิทลั (School Health HERO) 3.2 หลกั สตู รพฒั นาศกั ยภาพครู E-learning 3.3 เครอื่ งมือสังเกตอาการ 9S 3.4 แบบประเมนิ จดุ แข็งจดุ ออ น (Strengths and Difficulties Questionnaire : SDQ) ตัวชว้ี ัดท่ี 5 นักเรียนที่เจบ็ ป่วย บาดเจ็บหรอื ได้รับอบุ ัตเิ หตุจากส่ิงแวดลอ้ ม ในโรงเรียนท่ที ําให้ตอ้ งพักรักษาตวั 1. ความสําคัญ การเกิดอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บในโรงเรียนสวนใหญเกิดจากการพลัดตกหกลมจากการว่ิงเลน หรือ การเลนกีฬา ท่ีทําใหเกิดบาดแผล กระดูกหัก ขอเคลื่อน หรือเกิดบาดแผลจากของมีคมหรือวัสดุอุปกรณ การบาดเจ็บจากเคร่ืองใชไฟฟา สารเคมีท่ีเปนอันตราย การขับข่ียานพาหนะ รวมถึงการจราจรในโรงเรียน นอกจากนย้ี งั มกี ารเจบ็ ปว ยจากปจ จยั เสย่ี งดา นสงิ่ แวดลอ ม เชน อาหารและนาํ้ ทไี่ มป ลอดภยั แสงสวา ง ไมเ พยี งพอ การระบายอากาศไมดี มีแหลงเพาะพันธุสัตวและแมลงพาหะนาํ โรค ความรอนจากการเปล่ียนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ ฝุน PM2.5 เปนตน ซ่ึงอาจกอใหเกิดการเจ็บปวย เชน โรคระบบทางเดินอาหาร โรคระบบ ทางเดนิ หายใจ โรคไขเ ลอื ดออก โรคมอื เทา ปาก เปน ตน ทง้ั น้ี การบาดเจบ็ หรอื เจบ็ ปว ยจากสงิ่ แวดลอ มทเ่ี กดิ ขนึ้ โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 82 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

ไมวาจะมีอาการเล็กนอยหรืออาการรุนแรง ลวนสงผลกระทบตอสุขภาพของนักเรียนทั้งในระยะส้ันและ ระยะยาว ทงั้ สุขภาพกาย สขุ ภาพจติ รวมถึงอาจสง ผลตอการเรียนรูของนักเรยี นดวย ความหมายตัวชีว้ ดั นักเรียนที่เจ็บปวย บาดเจ็บหรือไดรับอุบัติเหตุจากส่ิงแวดลอมในโรงเรียนที่ทาํ ใหตองพักรักษาตัว หมายถงึ นกั เรยี นมกี ารเจบ็ ปว ย บาดเจบ็ หรอื ไดร บั อบุ ตั เิ หตจุ ากสงิ่ แวดลอ มขณะอยภู ายในโรงเรยี น และแพทย ผูรักษามีความเห็นวาตอ งพกั รกั ษาตวั ในโรงพยาบาลหรือทีบ่ า น ในรอบ 1 ปทผี่ านมา โดยนบั ยอนหลงั 1 ป ถัดจากวันประเมนิ การบาดเจบ็ หรอื อบุ ตั เิ หตใุ นโรงเรยี น หมายถงึ อบุ ตั เิ หตแุ ละการบาดเจบ็ ทที่ ํานกั เรยี นตอ งพกั รกั ษาตวั ในโรงพยาบาลหรอื ทบ่ี า น ไดแ ก อบุ ตั เิ หตแุ ละการบาดเจบ็ ทเี่ กดิ จากอาคารเรยี น บอ /สระนาํ้ สนามและเครอ่ื งเลน วัสดุอุปกรณเคร่ืองใชไฟฟา สารเคมีท่ีเปนอันตราย การขับขี่ยานพาหนะ การจราจรในโรงเรียน รวมท้ัง การทะเลาะวิวาทหรือพฤติกรรมรนุ แรง ฯลฯ เกณฑการประเมนิ ในรอบ 1 ปทผี่ านมา นับถงึ วันทไี่ ดรบั การประเมิน ไมมนี ักเรยี นทีเ่ จ็บปว ย บาดเจ็บหรอื อบุ ตั ิเหตุ จากสง่ิ แวดลอ มในโรงเรยี นทท่ี าํ ใหต อ งพกั รกั ษาตวั กรณี มนี กั เรยี นเจบ็ ปว ย บาดเจบ็ หรอื ไดร บั อบุ ตั เิ หตุ โรงเรยี น ตอ งมมี าตรการหรอื แนวทางการปอ งกนั จนสามารถแกไขปญหาดังกลา วได 2. วิธีดาํ เนนิ งาน (How to) 1. การเฝา ระวังและการจัดการปจจยั เสีย่ งดานสิง่ แวดลอมในโรงเรยี น ไดแ ก - การเฝา ระวงั ประเมนิ อนามยั สง่ิ แวดลอ มและจดุ เสย่ี งทจี่ ะทําใหเ กดิ อบุ ตั เิ หตหุ รอื บาดเจบ็ เชน ประตูรั้ว ทางตางระดับ ทอ/รางระบายนาํ้ สวิตช/สายไฟ ตูทําน้าํ เย็น(ตองตอสายดิน ทกุ จุด) เครือ่ งเลนชาํ รุด/ผกุ รอ นเปน สนมิ ฯลฯ เพ่อื วิเคราะหห าจุด/พน้ื ท่ีที่มีความเส่ียง เพอื่ นําสกู ารจัดการตอ ไป - การเฝาระวัง ประเมินปจ จยั เสี่ยงดา นสิ่งแวดลอมดว ยวิธีการตาง ๆ เชน ติดตามขอ มูล สํารวจ บริเวณโดยรอบ สังเกตความเส่ียงทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน นาํ มาวิเคราะหเพื่อหา ความเสย่ี ง นําไปสกู ารหาแนวทางลดและปอ งกนั การเกดิ ผลกระทบตอ สขุ ภาพจากปจ จยั เสยี่ ง ดา นสง่ิ แวดลอม - มมี าตรการ แนวทางในการลดและปอ งกนั ผลกระทบตอ สขุ ภาพจากปจ จยั เสย่ี งดา นสง่ิ แวดลอ ม เชน การจดั สภาพแวดลอ ม การจดั การดา นความสะอาด การจดั การขยะ การสํารวจแหลง ลกู นํา้ ยุงลาย การปองกนั ฝนุ ละออง เปนตน - มีระบบการกาํ กับ ติดตาม และประเมินผลสภาพแวดลอมและความปลอดภัยทั้งภายในและ ภายนอกโรงเรยี น รวมถงึ มกี ารประสานงานกบั ผกู อ ใหเ กดิ ปจ จยั เสยี่ งดา นสงิ่ แวดลอ ม หรอื แจง หนว ยงานที่เกี่ยวของในการแกไขปญ หารว มกัน และติดตามผลการแกไ ข 2. การสง เสรมิ ความปลอดภัยและมาตรการความปลอดภยั และคมุ ครองนักเรยี น ไดแ ก - การหา มใชค วามรนุ แรง เชน นกั เรยี นรงั แกกนั โดยใชค วามรนุ แรง การลงโทษ การทํารา ยจติ ใจ การพกพาอาวุธ ฯลฯ - การเฝา ระวังสุขภาพของนักเรยี น มีการจดบันทกึ การเกิดอุบตั ิเหต/ุ บาดเจ็บ หรือเจ็บปวยจาก ส่ิงแวดลอมของนักเรียนเพ่ือใชวางแผน ปองกันและแกไข รวมถึงมีชองทางประสานงานกับ โรงพยาบาลเพื่อสงตอ นกั เรยี น ในกรณฉี ุกเฉนิ หรอื มอี าการรุนแรง 83 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

- มกี ารกําหนดมาตรการหรือกิจกรรมปอ งกนั ภยั จากอุบตั ิเหตุ การบาดเจบ็ เชน กจิ กรรมอาสา จราจร การรณรงคก ารสวมหมวกนริ ภยั ในการเดนิ ทาง การจดั การสภาพสง่ิ แวดลอ มปลอดภยั ในโรงเรียน เปนตน - มีการปองกนั อนั ตรายจากการเกิดอบุ ตั ิเหต/ุ บาดเจบ็ เชน การพลัดตก หกลม ชน กระแทก การจมนํา้ การสมั ผสั สารพษิ สตั วแ ละแมลงกดั ตอ ย น้ํารอ นลวก อบุ ตั เิ หตจุ ากไฟฟา และอบุ ตั เิ หตุ จากการจราจร 3. มีกจิ กรรมเสริมหลกั สูตรและจดั กจิ กรรมใหค วามรู เพอื่ ฝกทักษะใหแ กนกั เรียนเกี่ยวกบั กฎจราจร การสวมหมวกนริ ภยั การจมน้ํา หรอื ภยั พบิ ตั ติ า ง ๆ การคดั แยกขยะ หลกั 3R รวมถงึ การดแู ลและปอ งกนั ตนเอง จากปจจัยเสี่ยงดานสิ่งแวดลอม เชน ฝุน PM2.5 ความรอนอันเนื่องจากมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภมู ิอากาศ เปนตน 4. มีแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณะภัย เชน อัคคีภัย อุทกภัย เปนตน มีการจัดทาํ แผนเผชิญเหตุและการฝกซอ มแผน อยา งนอ ยปละ 1 ครงั้ 5. มีการฝกการปฐมพยาบาลและการกูชีพเบื้องตนแกบุคลากรในโรงเรียน และมีระบบสงตอไปยัง สถานบริการ/โรงพยาบาลใกลเคยี ง 6. สง เสรมิ และรณรงคร ว มกบั ชมุ ชนเกย่ี วกบั การลดและปอ งกนั ผลกระทบตอ สขุ ภาพจากปจ จยั เสย่ี ง ดานสงิ่ แวดลอม อุบัติเหต/ุ การบาดเจบ็ ในและนอกโรงเรียน 3. เคร่อื งมือในการดาํ เนินงาน เชน 3.1 แบบบนั ทกึ หรอื รายงานการเกดิ อบุ ตั เิ หต/ุ บาดเจบ็ หรอื การเจบ็ ปว ยจากสงิ่ แวดลอ มของนกั เรยี น 3.2 รายงานการใชบริการหองพยาบาลของนกั เรยี น 3.3 แบบบนั ทึกความปลอดภยั และการปรบั ปรงุ สภาพแวดลอ ม 3.4 รายงานผลการประเมินอนามยั ส่ิงแวดลอมในโรงเรยี น (48 ขอ ) ตัวช้วี ดั ท่ี 6 นกั เรียนมีพฤติกรรมสุขภาพทพ่ี ึงประสงค์ 1. ความสาํ คัญ พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค เปนพฤติกรรมที่บุคคลปฏิบัติแลวสงผลดีตอสุขภาพของบุคคล น้ัน ๆ เอง ซ่ึงเปนทักษะท่ีสําคัญและจาํ เปนในการสรางพฤติกรรมสุขภาพและสงเสริมใหประชาชนพัฒนา ขดี ความสามารถของตนเองเพือ่ การมสี ุขภาพท่ีดอี ยางยง่ั ยนื ความหมายตัวช้ีวัด พฤติกรรมสุขภาพทพ่ี ึงประสงค หมายถึง การมีพฤติกรรมสขุ ภาพท่ีพึงประสงคทั้งดา นการบริโภค อาหาร กจิ กรรมทางกาย ทนั ตสุขภาพ สุขอนามยั เพศวถิ ี ส่งิ แวดลอมเปนหลัก พฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารทพี่ งึ ประสงค หมายถงึ การบรโิ ภคอาหารตามคาํ แนะนาํ ในธงโภชนาการ เดก็ วยั เรียนท่ีเหมาะสม ทัง้ ปริมาณสัดสวนและความหลากหลาย ดงั น้ี - กนิ อาหารครบ 3 ม้อื ทกุ วัน (มอื้ เชา มือ้ กลางวนั และมื้อเยน็ ) - กินขาว-แปง มอื้ ละ 2-3 ทพั พี - กินเน้ือสัตวเ พยี งพอตามสัดสว นทีแ่ นะนาํ (เฉพาะม้ือกลางวนั 2-3 ชอ นกนิ ขา ว) - กินผกั เพียงพอตามสดั สว นท่แี นะนาํ (เฉพาะมือ้ กลางวัน 4 ชอ นกินขาว) - กินผลไม 1 มอ้ื ข้ึนไป ตอ วนั - ดื่มนมวนั ละ 2 แกว โรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 84 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

- ลดขนม ลดนาํ้ หวาน ลดของทอด ลดการเติมเครอื่ งปรุงรส อา นฉลากทกุ คร้ังกอนซื้อ นํา้ ตาล : นาํ้ มนั : เกลือ ไมเ กิน 4 : 4 : 1 ชอนชา พฤตกิ รรมทนั ตสขุ ภาพทพี่ งึ ประสงค หมายถงึ การแปรงฟน ตนเองไดส ะอาดทวั่ ทงั้ ปาก โดยใชย าสฟี น ผสมฟลอู อไรดนานครง้ั ละ 2 นาที วนั ละ 2 ครั้ง (เนนกอ นนอน) และไมก นิ อะไรหลังแปรงฟน นาน 2 ชว่ั โมง เพอื่ ใหฟ ลอู อไรดคงอยใู นชองปากนานเพยี งพอตอการกระตนุ การคืนกลบั แรธาตุ ชว ยปองกันโรคฟน ผุ พฤตกิ รรมการทาํ กจิ กรรมทางกาย (Physical Activity : PA) ทพี่ งึ ประสงคส าํ หรบั วยั เดก็ (5 - 17 ป) หมายถงึ การกระโดดโลดเตน เลนสนกุ จนรูส ึกเหน่ือยหอบ อยางนอย วันละ 60 นาที ทุกวนั (สะสมตอเนอื่ ง 10 นาทีขึน้ ไป) เชน วง่ิ เลน เลนไลจ บั กระโดด เลน บาสเกตบอล ปนจกั รยาน และเตน จิงโจ FUN for FIT เปน ตน รว มกบั ฝก ความแข็งแรงของกลามเนื้อ วนั ละ 20 นาที วนั เวนวนั เชน ดนั พนื้ ซทิ อพั สควอช แพลงก ยกดมั เบล และเกา อขี้ ยพี้ งุ เปน ตน และฝก ความยดื หยนุ ของกลา มเนอื้ วนั ละ 20 นาที ทกุ วนั เชน ฝก ทา โยคะ ทา ยิมนาสติก จิงโจยดื ตัว และยืดกลา มเนื้อเฉพาะสวน เปน ตน การนอนหลบั หมายถงึ กระบวนการทางสรรี วทิ ยาพน้ื ฐานทซ่ี บั ซอ นและสอดคลอ งกบั จงั หวะชวี ภาพ ของสงิ่ มชี วี ติ โดยมกี ารเปลยี่ นแปลงทางสรรี วทิ ยาของอวยั วะตา ง ๆ ไปในทางผอ นคลายลกั ษณะการนอนหลบั คอื ระดบั ความรสู กึ ตวั ลดลง มกี ารตอบสนองตอ สงิ่ เรา และการเคลอ่ื นไหวรา งกายนอ ยลงหรอื ไมม เี ลย โดยแสดง พฤติกรรมออกมาในลักษณะสงบน่ิงและหลับตา มีการหยุดพักของรางกาย หัวใจเตนชาลง หายใจชาลง เปนภาวะท่ีเกิดข้ึนเพียงชั่วคราวเปล่ียนแปลงไดงาย ถูกปลุกใหต่ืนได โดยการกระตุนจากสิ่งเราที่เหมาะสม เดก็ วยั เรยี น (อายุ 6 - 14 ป) ควรนอนหลบั สนทิ วนั ละ 9 - 11 ชว่ั โมง และวยั รนุ (อายุ 15 - 17 ป) ควรนอนหลบั สนทิ วันละ 8 - 10 ชว่ั โมง พฤตกิ รรมอนามยั สว นบคุ คล หมายถงึ การปฏบิ ตั หิ รอื การแสดงออกของบคุ คลทส่ี ง ผลใหม สี ขุ ภาพ ดี เชน การดแู ลรกั ษาและของใชใหส ะอาด ไดแก การอาบนํ้าวนั ละ 2 ครัง้ สระผมอยา งนอ ยสปั ดาหล ะ 2 ครั้ง การลา งมอื กอนรับประทานอาหารและหลงั ใชสว ม ใสเสือ้ ผา สะอาดไมอับช้ืน ตดั เล็บใหสน้ั และสะอาด ถงุ เทา -รองเทา สะอาดไมมีกลิ่นเหมน็ พฤตกิ รรมปอ งกนั ทอ ง ปอ งกนั โรคทางเพศสมั พนั ธ หมายถงึ นกั เรยี นไดร บั กระบวนการเรยี นรเู รอ่ื ง ทกั ษะการปอ งกนั ทอ งและปอ งกนั โรคทางเพศสมั พนั ธท ส่ี อดคลอ งตามหลกั สตู รการสอนเพศวถิ ศี กึ ษาและทกั ษะ ชีวิตที่เหมาะสมกับชวงวัย ของกระทรวงศึกษาธิการ (ตามพระราชบัญญัติการปองกันและแกไขปญหา การต้ังครรภในวยั รนุ พ.ศ. 2559) เพศวถิ ศี กึ ษาและทักษะชีวติ หมายถึง กระบวนการเรยี นรใู นเร่อื งเพศท่ีครอบคลมุ ถงึ พฒั นาการใน แตล ะชว งวยั การมสี มั พนั ธภาพกบั ผอู น่ื การพฒั นาทกั ษะสว นบคุ คล พฤตกิ รรมทางเพศ สขุ ภาวะทางเพศและ มติ ทิ างสงั คมและวฒั นธรรมทส่ี ง ผลกระทบตอ เรอื่ งเพศ รวมทง้ั สทิ ธกิ ารรบั รขู อ มลู ขา วสารและความรเู กย่ี วกบั อนามยั การเจริญพนั ธทุ ี่ใหความสําคัญกบั ความหลากหลายและความเสมอภาคทางเพศ พฤตกิ รรมอนามยั สง่ิ แวดลอ ม หมายถงึ การกระทําทบ่ี คุ คลแสดงออกใหเ หน็ ถงึ การปฏบิ ตั ติ นถกู ตอ ง ตามหลกั สขุ อนามยั มผี ลทาํ ใหบ คุ คลนนั้ มสี ขุ ภาพอนามยั ดที งั้ รา งกาย จติ ใจ และสงั คม ไมเ จบ็ ปว ยและปอ งกนั ไมใ หเ กดิ โรค การเกดิ โรคมสี าเหตมุ าจากพฤตกิ รรมอนามยั สว นบคุ คลสง่ิ แวดลอ มทเี่ ออื้ อาํ นวยและตวั เชอื้ โรค เชน - กนิ อาหารทปี่ รงุ สกุ ใหม ใชช อ นกลาง และลา งมอื ใหส ะอาด - การใชส ว มอยา งถกู ตอ ง และไมข บั ถา ยบนพน้ื ดนิ หรอื แหลง นาํ้ - รกั ษาสง่ิ แวดลอ มดว ยการลดปรมิ าณขยะ และคดั แยกขยะกอ นทงิ้ - ทาํ ความสะอาดบา นเปน ประจาํ เพอื่ ลดฝนุ และเชอ้ื โรค - เมอ่ื ไอหรอื จาม ควรปอ งกนั ตนเองและผอู นื่ ดว ยการใสห นา กากและลา งมอื อยา งถกู วธิ ี 85 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

- ลางมืออยางถูกวิธี (ลางมือ 7 ข้ันตอน) กอนรับประทานอาหาร หลังใชสวม และหลังสัมผัส ส่ิงสกปรก - ไมใชม ือเปลา หยบิ จับอาหารทปี่ รุงสาํ เรจ็ สําเรจ็ และมกี ารปกปด อาหาร - ตรวจสอบความปลอดภัย อุปกรณ เครือ่ งเลน ใหอ ยใู นสภาพดีกอ นเลน เกณฑก ารประเมนิ นักเรียนมพี ฤติกรมสุขภาพทีพ่ งึ ประสงค รอ ยละ 50 2. วิธดี าํ เนินงาน (How to) 2.1 โรงเรยี นดาํ เนินการจัดกระบวนการสรา งสรรคความรูดานสุขภาพ (V-Shape) 2.2 สนับสนุนสง เสรมิ ใหมกี ารสือ่ สารขอ มูลดา นสขุ ภาพในโรงเรยี น เชน กิจกรรมเสยี งตามสายและ หนาเสาธง กจิ กรรมวนั สําคัญในโรงเรยี น เชน วนั เดก็ วันครู วนั วิทยาศาสตร เปน ตน รวมถงึ ชอ งทางออนไลน (Facebook Youtube ไลน) เพ่ือใหนักเรียน บุคลากร ครอบครัว ชุมชน มีการเขาถึงขอมูลดานสุขภาพ เขา ใจโรค และปญหาการจัดการดานสุขภาพ 2.3 สนับสนุนใหม ีแกนนํานกั เรยี นดานสุขภาพ เปน ตนแบบและเปน ผสู ือ่ สารดา นสุขภาพในโรงเรยี น และชุมชน รวมทัง้ การจัดกจิ กรรมท่ดี ตี อสุขภาพ 2.4 ใหน ักเรยี นชัน้ ป.4 - 6 และ/หรอื ชั้น ม.1 - 3 ทาํ การประเมนิ พฤติกรรมสุขภาพทพี่ งึ ประสงค ตามระบบประเมนิ โรงเรียนสงเสรมิ สุขภาพมาตรฐานสากล 3. เคร่อื งมือในการดาํ เนินงาน เชน 3.1 ชุดความรูเพือ่ การดแู ลสขุ ภาพเดก็ วยั เรียนแบบองคร วม (NuPETHS) 3.2 โปรแกรมประเมนิ ความรอบรดู า นสุขภาพในโรงเรยี น 3.3 กระบวนการความรอบรดู า นสขุ ภาพ (V-shape) 3.4 แบบประเมนิ พฤติกรรมท่ีพึงประสงคในนกั เรยี น โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 86 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

บรรณานกุ รม 1. กลมุ อนามยั เดก็ วยั เรยี นวยั รนุ สํานกั สง เสรมิ สขุ ภาพ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ . รายงานการสาํ รวจ ภาวะสุขภาพนักเรียนในประเทศไทย พ.ศ. 2564. กรุงเทพฯ: มนิ น่กี รุป ; 2565. 2. กองโรคตดิ ตอ ทวั่ ไป กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารรสขุ . กําหนดการใหวคั ซีนตามแผนงานสรางเสรมิ ภูมิคมุ กันโรค ของกระทรวงสาธารณสขุ ป 2565. เขาถงึ ไดจาก https://ddc.moph.go.th/dcd/journal_detail.php?publish=12225 3. กลมุ พฒั นาระบบการจดั การคณุ ภาพนํ้าบรโิ ภค สาํ นกั สขุ าภบิ าลอาหารและน้ํา กรมอนามยั . คมู อื การเฝา ระวงั คณุ ภาพน้าํ ในโรงเรยี น. เขา ถงึ ไดจ าก https://foodsan.anamai.moph.go.th/th/main-php-file- name-media2018-2/download/?did=195133&id=48755&reload= 4 กลมุ พฒั นาระบบการจดั การคณุ ภาพนํา้ บรโิ ภค สํานกั สขุ าภบิ าลอาหารและนํ้า กรมอนามยั . คมู อื การควบคมุ และเฝา ระวังคุณภาพน้าํ ดม่ื ในโรงเรยี น. เขาถึงไดจาก https://foodsan.anamai.moph.go.th/th/main-php-filename-me- dia2018-2/download/?did=195133&id=48754&reload= 5. แบบทดสอบและเกณฑม าตรฐานสมรรถภาพทางกายของนกั เรยี น สาํ หรบั ประถมศกึ ษา (อายุ 7 - 12 ป) ของกรมพลศกึ ษา กระทรวงการทอ งเท่ยี วและกฬี า พ.ศ.2562 เขาถึงไดจาก https://www.dpe.go.th/manual-files-411291791794 6. แบบทดสอบและเกณฑม าตรฐานสมรรถภาพทางกายของนกั เรยี น สาํ หรบั มธั ยมศกึ ษา (อายุ 13 – 18 ป) ของกรมพลศกึ ษา กระทรวงการทอ งเท่ยี วและกฬี า พ.ศ.2562 เขา ถงึ ไดจาก https://www.dpe.go.th/manual-files-411291791795 7. แผนสงเสริมกจิ กรรมทางกาย พ.ศ. 2561-2573 เขา ถงึ ไดจาก https://dopah.anamai.moph.go.th/th/activity-plan/185662411291791795 8. พ.ร.บ.การปอ งกนั และแกไ ขปญหาการตงั้ ครรภในวัยรุน เขา ถงึ ไดจ าก https://www.mhesi.go.th/images/2563/pusit/legal-all/67p2559.pdf 9. แพลตฟอรม “กา วทา ใจ” เขาถงึ ไดจ าก https://www.kaotajai.com/ 10. ยุทธศาสตรการปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภใ นวยั รนุ . เขาถงึ ไดจ าก http://203.157.71.139/group_sr/allfile/1611217699.pdf 11. สาํ นกั งานใหญอ งคก ารอนามยั โลกและองคก ารเพอ่ื การศกึ ษา วทิ ยาศาสตร และวฒั นธรรมแหง สหประชาชาต.ิ การทําใหทุกโรงเรียนเปนโรงเรียนสงเสริมสุขภาพแนวทางการดาํ เนินการโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ. แปลโดย ชอแกว ดะหลัน เชค็ . กรุงเทพฯ: เดอะ กราฟโก วิสเตมส; 2564. 12. สาํ นกั งานใหญอ งคก ารอนามยั โลกและองคก ารเพอ่ื การศกึ ษา วทิ ยาศาสตร และวฒั นธรรมแหง สหประชาชาต.ิ การทาํ ใหท กุ โรงเรยี นเปน โรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพมาตรฐานและตวั ชวี้ ดั ระดบั โลก. แปลโดย ชอ แกว ดะห ลัน เชค็ . กรงุ เทพฯ: เดอะ กราฟโ ก วิสเตมส; 2564. 13. สํานักสงเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คูมือการดาํ เนินงานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2558). กรุงเทพฯ: สํานกั งานกจิ การโรงพมิ พองคก รสงเคราะหทหารผานศกึ ; 2558. 87 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

14. สํานักสงเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการพัฒนาโรงเรียนรอบรู (Health Literate School : HLS). กรุงเทพฯ: สํานกั งานกิจการโรงพมิ พองคกรสงเคราะหท หารผานศกึ ; 2563. 15. สาํ นักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน. คูมือสรางความเขมแข็ง โรงเรยี นตน แบบนกั เรยี นไทยสขุ ภาพด.ี กรงุ เทพฯ: สาํ นกั พฒั นากจิ กรรมนกั เรยี น สาํ นกั งานคณะกรรมการ การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน; 2556. 16. สํานกั งานใหญอ งคก รอนามยั โลก.ขอ แนะนําขององคก ารอนามยั โลกสําหรบั กจิ กรรมทางกายและพฤตกิ รรม เนือยน่งิ . แปลโดย เพ็ญลัดดา ไลเ ลิศ. กรงุ เทพฯ: มนิ นก่ี รปุ ; 2564 17. สื่อองคค วามรู ส่ือประชาสมั พนั ธ การสงเสริมกิจกรรมทางกายสําหรบั เด็กวัยเรยี นวยั รุน เขา ถงึ ไดจาก www.chopachipa.org 18. สื่อเสริมสรา งความฉลาดทางการเคลอื่ นไหว www.chopachipa.org 19. สาํ นักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. คูมือแนวทางการจัดบริการสรางเสริมสุขภาพและปองกันโรค ในชอ งปากภายใตว ถิ ชี วี ติ ใหม (New normal) เขา ถงึ ไดจ าก https://dental.anamai.moph.go.th/th/ handbook/download?id=82269&mid=35799&mkey=m_document&lang=th&did=26622 20. สาํ นกั อนามยั สง่ิ แวดลอ ม กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ .คมู อื การจดั การอนามยั สงิ่ แวดลอ มในโรงเรยี น. เขา ถงึ ไดจ าก http://203.157.71.139/group_sr/allfile/1611217222.pdf โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 88 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

ภาคผนวก รวมแบบฟอรมการรายงานองคป ระกอบและตวั ช้ีวัด มาตรฐานโรงเรยี นสง เสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล (GSHPS) https://hp.anamai.moph.go.th/th/manuals-of-official/211663 หรือ https://bit.ly/3SYfnYk การยกระดับตอยอด/เทียบเคียงสูมาตรฐานโรงเรียนสง เสรมิ สุขภาพ ระดบั มาตรฐานสากล ป 2565 https://hp.anamai.moph.go.th/th/manuals-of-official/211724 หรอื https://bit.ly/3sYOUiB คณะผู้จัดทํามาตรฐานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล พ.ศ.2565 Global Standards for Health Promoting Schools 2022 คณะท่ปี รึกษา นายแพทยส ุวรรณชยั วฒั นายงิ่ เจรญิ ชัย อธิบดีกรมอนามยั นายแพทยส ราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย นายแพทยเ อกชยั เพียรศรีวชั รา รองอธิบดีกรมอนามยั นายแพทยมณเฑยี ร คณาสวัสด์ิ รองอธิบดกี รมอนามยั ดร.จินตนา พัฒนพงศธร นักวชิ าการสาธารณสขุ ทรงคณุ วฒุ ิ (ดา นสาธารณสขุ ) นายแพทยพ รี ะยทุ ธ สานกุ ลู ผูอาํ นวยการสํานักสง เสริมสขุ ภาพ คณะผจู ดั ทาํ รามเกียรตศิ กั ด์ิ หัวหนากลุมอนามัยเดก็ วยั เรียนวัยรุน โภคสมบัติ สาํ นักสงเสริมสขุ ภาพ นายแพทยมนสั เมาะสนิ สาํ นกั สง เสริมสุขภาพ นางสาวอรอมุ า เช่ียวชาญ สํานกั สง เสรมิ สขุ ภาพ นางสาวฟารีดา ภูป ระสม สํานักสง เสรมิ สุขภาพ นางสาวศิริลกั ษณ โสดาปด ชา สาํ นักสงเสริมสุขภาพ นายเนต์ิ แกวโมรา ศูนยอ นามยั ที่ 4 สระบุรี นางสาวคัทลยี า สุโอสถ สาํ นักสงเสรมิ สุขภาพ นางสาวนฤมล นางสาวภทั รจิราพร 89 โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

รายชื่อผู้ร่วมวิพากษ์มาตรฐานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล เมื่อวนั ที่ 23-24 กมุ ภาพันธ 2565 ณ โรงแรม ทีเค พาเลซ & คอนเวนช่นั กรุงเทพมหานคร โดยประชมุ ผานทาง Online Video Conference : Cisco WebEx แพทยหญงิ ศทุ รา เออ้ื อภสิ ทิ ธิ์วงศ สถาบนั สุขภาพจติ เดก็ และวัยรุนราชนครินทร กรมสุขภาพจิต แพทยหญงิ สธุ าทพิ ย เอมเปรมศิลป คณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี รศ.ดร.มนสกิ าร กาญจนะจิตรา สถาบนั วิจัยประชากรและสงั คม มหาวิทยาลัยมหิดล นายชาญณรงค ศรจี นั ทร สาํ นกั พัฒนากิจกรรมนกั เรียน (สพฐ.) ดร.สชุ รี า บันลือสินธุ ผูแทนองคการอนามยั โลกประจาํ ประเทศไทย นางสาวอรณา จนั ทรศริ ิ สาํ นักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหวา งประเทศ (IHPP) ดร.สชุ าติ เอกปชชา ผอู ํานวยการสาํ นักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษา ดร.ยมนพร เอกปชชา ยะลา เขต 3 ดร.สเุ วช กลับศรี ศกึ ษานิเทศกชาํ นาญการพเิ ศษ นายทรงศกั ดิ์ พนมเขต สํานักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษายะลา เขต 3 นางวลิ าวลั ย ปาลี ผูอาํ นวยการสํานักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา นายวรรณรัตน เหลือศิริ นครศรีธรรมราช เขต 4 นายพลภทั ร โสมี ผอู าํ นวยการโรงเรียนบา นหนองแวงหนองหวั คน จังหวัดรอยเอด็ นางสาวบญุ สม แซต ง้ั ผูอาํ นวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห 24 จงั หวัดพะเยา ดร.วนั ชยั เยี่ยงกุลเชาว โรงเรยี นหนองไมแ กนวทิ ยา จงั หวัดฉะเชงิ เทรา นางสาวกุลธิดา อว มอม่ิ รองผูอาํ นวยการโรงเรียนบานหนองปลาดุก จงั หวดั นครพนม แพทยหญิงพรเลขา บรรหารศภุ วาท ครโู รงเรียนวัดชุมนุมสงู จังหวดั ระยอง ดร.ศรชั ฌา กาญจนสิงห ศูนยอนามยั ที่ 11 นครศรธี รรมราช นางสาวชณญั ณิศา เลศิ สโุ ภชวณิชย สํานักพัฒนากจิ กรรมนกั เรยี น สพฐ. นางกานตณ ชั ชา สรอ ยเพชร รักษาการผอู ํานวยการสํานักสงเสรมิ สขุ ภาพ ดร.ปท มาภรณ อกั ษรชู กองสงเสรมิ ความรอบรูแ ละสอ่ื สารสุขภาพ กรมอนามัย นางสาวทพิ รดี คงสวุ รรณ สํานกั สุขาภิบาลอาหารและน้าํ กรมอนามยั นางสาวปรียนิตย ใหมเ จริญศรี สาํ นักโภชนาการ กรมอนามยั นางสาวอไุ รพร ถินสถิตย สํานักโภชนาการ กรมอนามัย นางสาวขนิษฐา ระโหฐาน สํานักโภชนาการ กรมอนามัย นางสมนึก เลศิ สโุ ภชวณิชย สาํ นักอนามยั ส่ิงแวดลอ ม กรมอนามัย นางสาวพูนศิริ ฤทธิรอน สาํ นักอนามยั สิ่งแวดลอม กรมอนามัย นางจตุ พิ ร นงษร กั กองกจิ กรรมทางกายเพือ่ สุขภาพ กรมอนามยั นางสาวเกษร กําลังหาญ กองโรคตดิ ตอ ทั่วไป กรมควบคุมโรค นางบังอร กลํา่ สวุ รรณ ศนู ยอนามยั ท่ี 2 พษิ ณุโลก นางสาวสุภาวดี ฟองฟงุ ศนู ยอนามยั ที่ 5 ราชบรุ ี นางรุสนานีย ขํานรุ ักษ ศนู ยอ นามัยที่ 5 ราชบุรี ศูนยอนามัยท่ี 7 ขอนแกน ศูนยอ นามัยท่ี 8 อุดรธานี รายชื่อผเู ขา รวมประชมุ ศูนยอ นามยั ท่ี 12 ยะลา ทาง Online Video Conference : Cisco WebEx โรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 90 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)

Best Practice 1. ศูนยการศึกษาพิเศษประจาํ จงั หวัดบุรรี ัมย จงั หวดั บรุ ีรมั ย (สถานศกึ ษาสาํ หรบั เดก็ พเิ ศษ) - ไดรับรางวัลองคก รทีม่ วี ิธปี ฏิบตั ิเปน เลศิ (Best Practice) ดา นการสงเสริมกจิ กรรมทางกาย เพือ่ เด็กไทย สงู สมสว น แข็งแรง IQ EQ ดี ประจําป 2563 2. โรงเรยี นเทศบาลวดั โขดทิมทาราม จงั หวดั ระยอง - ไดร บั รางวัลองคกรทมี่ ีวิธปี ฏบิ ัตเิ ปน เลิศ (Best Practice) ดานการสง เสรมิ กจิ กรรมทางกาย เพื่อเดก็ ไทย สูง สมสว น แข็งแรง IQ EQ ดี ประจาํ ป 2560 - ไดร บั รางวลั องคก รรอบรสู ขุ ภาพ (Health Literate Organization) ดา นการสง เสรมิ กจิ กรรมทางกาย เพือ่ เดก็ ไทย สูง สมสว น แขง็ แรง IQ EQ ดี ประจําป 2561




Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook