องคป ระกอบ ตวั ชีว้ ดั เกณฑ ระดบั การประเมนิ (คะแนน) คะแนน แหลง ขอ มลู / ทีไ่ ด วิธีพสิ ูจน 8.6 มกี ารควบคมุ การจดั จาํ หนา ยหรอื มีการควบคุม มี (1) - หลกั ฐานการควบคมุ การจดั จาํ หนา ย บรกิ ารอาหาร/อาหารวา ง/เครอ่ื งดม่ื / ไมมี (0) หรอื บรกิ ารอาหาร/อาหารวา ง/เครอื่ งดมื่ / ขนมทมี่ ผี ลเสยี ตอ สขุ ภาพ ไมม คี ณุ คา ขนมทม่ี ผี ลเสยี ตอ สขุ ภาพ ไมม คี ณุ คา โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 ทางโภชนาการ และมีรสหวานจัด - สอบถามหรือสัมภาษณผูบริหาร (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) เคม็ จดั และมันจดั โรงเรียน ครหู รือนักเรียน - สาํ รวจสภาพจรงิ - ภาพกิจกรรม 8.7 โรงเรยี นมกี ารควบคุมสื่อโฆษณา มกี ารควบคมุ มี (1) - หลักฐานการควบคมุ สือ่ โฆษณาฯ ทเ่ี กยี่ วกบั อาหารทมี่ ผี ลเสยี ตอ สขุ ภาพ ไมม ี (0) - สอบถามหรือสัมภาษณผูบริหาร และไมมคี ุณคา ทางโภชนาการ มี ครบ 75 ขอ (3) โรงเรียน ครหู รือนักเรียน 8.8 โรงอาหารผานเกณฑมาตรฐาน 75 ขอ มี 68 - 74 ขอ (2) - สํารวจสภาพจริง ภาพกิจกรรม สขุ าภิบาลอาหารในโรงเรียน มี 60 - 67 ขอ (1) - รายงานผลการประเมินสุขาภิบาล ต่าํ กวา 59 ขอ (0) อาหารในโรงเรยี น - สอบถามหรือสัมภาษณครูและ นกั เรยี น คะแนนรวม 10 คะแนน สรุปผลการประเมนิ ตามองคประกอบที่ 8 (คะแนนรวม 10 คะแนน) ผา นเกณฑประเมินขั้นดีมาก (7.5 คะแนนขนึ้ ไป) ผา นเกณฑป ระเมินขน้ั ดี (6.5 - 7 คะแนน) (0 – 5 คะแนน) 44 ผา นเกณฑประเมนิ ขั้นพ้นื ฐาน (5.5 – 6 คะแนน) ควรพัฒนาตอ ไป
45 คะแนน แหลง ขอ มลู / ท่ีได วิธีพิสูจน โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 องคป ระกอบ ตวั ช้ีวัด เกณฑ ระดับการประเมนิ (คะแนน) (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) องคประกอบที่ 9 9.1 มีสถานท่ีและอุปกรณในการ มี มสี ถานท่ีและอปุ กรณ (1) - ภาพกิจกรรม กจิ กรรมทางกาย จัดกจิ กรรมทางกายเพียงพอ เพียงพอ - สาํ รวจสภาพจริง เพยี งพอ นอนหลบั ดี มี สถานทเี่ พยี งพอ หรอื (0.5) อุปกรณเ พยี งพอ (อยางใดอยา งหนง่ึ ) ไมม ี (0) 9.2 จดั ตั้งชมรมกิจกรรมทางกาย มี มี (0.5) - ภาพกิจกรรม 9.3 มรี ปู แบบสง เสรมิ การออกกาํ ลงั กาย มี ไมม ี (0) - สัมภาษณค รูและนกั เรียน 1) นักเรียนระดับประถมศึกษาหรือ - หลักฐานการเขารวมกิจกรรมผาน สําหรบั โรงเรยี นประถมศึกษา แพลตฟอรม กา วทา ใจ ประถมศึกษาขยายโอกาส รวม หรอื ประถมศกึ ษาขยายโอกาส - สมั ภาษณครแู ละนักเรียน กิจกรรมผานแพลตฟอรมกาวทาใจ รอ ยละ 80-100 (1.5) หรอื มรี ายงานผลการออกกาํ ลงั กาย รอ ยละ 60-79 (1.0) 2) นักเรียนระดับมัธยมศึกษารวม มี นอ ยกวารอ ยละ 60 (0.5) กิจกรรมผานแพลตฟอรม กา วทาใจ ไมม กี ารประเมนิ (0) สาํ หรบั โรงเรียนมัธยมศกึ ษา - หลักฐานการเขารวมกิจกรรมผาน รอ ยละ 80-100 (1.5) แพลตฟอรม กาวทา ใจ รอ ยละ 60-79 (1.0) - สมั ภาษณครแู ละนกั เรยี น นอ ยกวารอยละ 60 (0.5) ไมมกี ารประเมิน (0)
องคประกอบ ตัวชีว้ ัด เกณฑ ระดบั การประเมนิ (คะแนน) คะแนน แหลง ขอ มลู / ที่ได วธิ พี สิ จู น 9.4 มโี ปรแกรมสงเสริม มี (0.5) - หลกั ฐานการออกกาํ ลังกาย การออกกาํ ลังกาย ไมม ี (0) แบบแอโรบกิ ของนักเรียน 1) การออกกาํ ลังกายแบบแอโรบิก มี - สัมภาษณค รแู ละนักเรยี น โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 - ภาพกจิ กรรม (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) (Aerobic exercise) เชน เตนจงิ โจ FUN for FIT เตนแอโรบิก วิ่ง มี (0.5) - หลกั ฐานการออกกําลงั กายเพอ่ื เพม่ิ ปน จกั รยานกระโดดตบกระโดดเชอื ก ไมมี (0) ความแข็งแรงของกลามเนื้อของ กระโดดแทรมโพลีน บาสเกตบอล เปน ตน นกั เรยี น 2) ก า ร อ อ ก กํา ลั ง ก า ย เ พ่ื อ เ พ่ิ ม มี - สัมภาษณค รูและนกั เรยี น ความแข็งแรงและความอดทนของ - ภาพกจิ กรรม กลามเน้ือ (Muscular strength and endurance exercise) เชน มี (0.5) - หลกั ฐานการออกกําลงั กายเพอื่ เพมิ่ เกา อ.้ี ..ขยพี้ งุ ลกุ นง่ั (Sit-Up) ดนั พนื้ ไมม ี (0) ความยดื หยุน ของนักเรียน (Push Up) แพลงก (Plank) สควอช - สัมภาษณค รูและนักเรยี น (Squat) โหนบาร ยกดมั เบล เปน ตน - ภาพกิจกรรม 3) การออกกาํ ลังกายเพื่อเพิ่มความ มี ออ นตวั (Flexibility exercise) เชน จิงโจ ยืดตัว กายบริหาร ยดื เหยียด กลา มเนือ้ โยคะ เปน ตน 46
47 คะแนน แหลงขอ มูล/ ทไ่ี ด วิธีพสิ จู น โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 องคป ระกอบ ตัวช้วี ดั เกณฑ ระดบั การประเมิน (คะแนน) (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) 9.5 จดั กจิ กรรมทางกายของนกั เรยี น มี มีกิจกรรมตามตัวชวี้ ดั (2) - หลกั ฐานการจัดกิจกรรมทางกาย อยา งนอ ยวนั ละ 60 นาที (สะสมตอ เนอื่ ง มกี จิ กรรมตามตวั ชวี้ ดั (1) ของนักเรียน 10 นาทีข้ึนไป) ทุกวันหรืออยางนอย (0) - สัมภาษณครูและนกั เรยี น 5 วัน/สปั ดาห แตไ มถ งึ เกณฑท ก่ี าํ หนด - ภาพกจิ กรรม ไมมี 9.6 นกั เรียนนอนหลบั เพยี งพอ ทุกคน รอ ยละ 80 - 100 (1.5) - รายงานการนอนหลบั ของนกั เรยี น - อายุ 6 - 13 ป 9 - 11 ชว่ั โมง/วนั รอ ยละ 60 - 79 (1.0) - สัมภาษณครแู ละนกั เรียน - อายุ 14 - 17 ป 8 - 10 ชวั่ โมง/วนั นอยกวา รอยละ 60 (0.5) ไมมีการประเมิน (0) 9.7 นกั เรยี นไดร บั การทดสอบสมรรถภาพ ทกุ คน รอยละ 100 (2) - รายงานผลการทดสอบสมรรถภาพ ทางกายตามเกณฑ ภาคเรยี นละ 1 ครงั้ รอ ยละ 80 - 99 (1.5) ของนกั เรยี น รอ ยละ 60 - 79 (1.0) - สมั ภาษณครแู ละนกั เรยี น แบบทดสอบและเกณฑมาตรฐาน นอยกวารอ ยละ 60 (0.5) - ภาพกิจกรรม สมรรถภาพทางกายของนักเรียน ไมมกี ารทดสอบ (0) - สํารวจสภาพจรงิ สาํ หรบั ประถมศกึ ษา (อายุ 7-12 ป) และ สาํ หรบั มธั ยมศกึ ษา (อายุ 13-18 ป) ของ กรมพลศึกษา กระทรวงการทองเท่ียว และกฬี า พ.ศ.2562 คะแนนรวม 10 คะแนน สรปุ ผลการประเมนิ ตามองคประกอบท่ี 9 (คะแนนรวม 10 คะแนน) ผานเกณฑประเมินขน้ั ดมี าก (7.5 คะแนนข้ึนไป) ผานเกณฑประเมนิ ข้ันดี (6.5 - 7 คะแนน) (0 – 5 คะแนน) ผา นเกณฑป ระเมนิ ข้ันพ้นื ฐาน (5.5 – 6 คะแนน) ควรพฒั นาตอไป
องคประกอบ ตวั ชว้ี ัด เกณฑ ระดับการประเมนิ (คะแนน) คะแนน แหลง ขอ มูล/ ทไ่ี ด วิธพี สิ จู น องคป ระกอบที่ 10 10.1 มีคณะผูบริหารที่สนับสนุนการ มคี ณะผบู ริหาร มี ครบ 2 ขอ (2) - หลกั ฐานการสนบั สนนุ การดําเนนิ งาน บุคคลตนแบบ ดําเนินงานโรงเรยี นสงเสรมิ สขุ ภาพ ทสี่ นับสนนุ มี 1 ขอ (1) โรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพของผบู รหิ าร ดา นสขุ ภาพ 1) สนบั สนนุ งบประมาณในการพฒั นา การดาํ เนนิ งานโรงเรยี น ไมม ี (0) - สอบถามหรอื สมั ภาษณผ บู รหิ ารหรอื ในโรงเรียน ศักยภาพครูและบุคลากรดาน สง เสรมิ สุขภาพ คณะครู การสงเสริมสุขภาพและอนามัย - ภาพกจิ กรรม โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 สง่ิ แวดลอม (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) 2) สรางแรงจูงใจในการพัฒนาครูและ บคุ ลากรใหเ ปน ตน แบบดา นสขุ ภาพ เชน การใหร างวลั การเชดิ ชูเกียรติ เปนตน 10.2 ผูบริหาร ครู บุคลากร มีการ ทุกคน ทกุ คน (3) - มรี ายงานการเฝา ระวงั สขุ ภาพของครู เฝาระวังสขุ ภาพตนเอง รอยละ 80 - 99 (2) และบุคลากร เชน ตรวจสุขภาพประจาํ ป วัด BMI นอยกวา รอยละ 80 (1) - สอบถามหรือสัมภาษณผูบริหาร เสนรอบเอว รวมถึงการไดรับบริการ ไมม ีการเฝาระวัง (0) หรอื คณะครู สุขภาพตามสิทธิขั้นพื้นฐาน เปนตน - ภาพกิจกรรม ปล ะ 1 คร้ัง - มรี ายงานการเฝา ระวงั สขุ ภาพของครู และบคุ ลากร 10.3 มีครูหรือบุคลากรเปนตนแบบ มีครูหรอื บุคลากร มี ครบ 3 ขอ (3) - สอบถามหรอื สมั ภาษณผ บู รหิ ารหรอื ดานสขุ ภาพ (Role Model) ดังนี้ เปนตนแบบ มี 2 ขอ (2) คณะครู 1) ไดรับการพัฒนาศักยภาพดาน ดา นสุขภาพ มี 1 ขอ (1) - ภาพกิจกรรม ไมมี (0) การสงเสริมสุขภาพและอนามัย (Role Model) 48 สง่ิ แวดลอ ม
49 คะแนน แหลงขอ มลู / ที่ได วิธีพสิ จู น โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 องคประกอบ ตวั ช้ีวัด เกณฑ ระดับการประเมิน (คะแนน) (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) 2) เปนบุคคลที่มีการเฝาระวังสุขภาพ ตนเองอยางสมํ่าเสมอ 3) เปนผูนําการปรับเปล่ียนพฤติกรรม ดา นสขุ ภาพ เชน การออกกําลงั กาย การบรโิ ภคอาหาร เปน ตน 10.4 ครูอนามัยตองผานการอบรม ครอู นามัยตอ ง มี (2) - หลกั ฐานการอบรมหลกั สตู รครอู นามยั หลักสูตรครูอนามัยโรงเรียนของ ผานการอบรม ไมมี (0) โรงเรียน กระทรวงสาธารณสุขหรือหลักสูตร - ภาพกจิ กรรม ดานการสงเสริมสุขภาพนักเรียนและ อนามัยสงิ่ แวดลอ มในโรงเรยี น คะแนนรวม 10 คะแนน สรปุ ผลการประเมินตามองคประกอบที่ 10 (คะแนนรวม 10 คะแนน) ผานเกณฑประเมินข้ันดีมาก (8 คะแนนขึ้นไป) ผา นเกณฑป ระเมนิ ขน้ั ดี (7 คะแนน) (0 – 5 คะแนน) ผา นเกณฑป ระเมินขั้นพื้นฐาน (6 คะแนน) ควรพฒั นาตอไป
สรุปผลการประเมิน 10 องคป ระกอบ องคประกอบ คะแนนเตม็ คะแนนทไี่ ด ผา นเกณฑการประเมนิ ขนั้ ดีมาก ขั้นดี ข้นั พน้ื ฐาน โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 องคป ระกอบท่ี 1 นโยบายและทรัพยากร (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) องคประกอบท่ี 2 การขบั เคล่อื นโรงเรยี นสง เสริมสขุ ภาพ ในศตวรรษที่ 21 องคป ระกอบท่ี 3 การมีสว นรว มระหวางโรงเรยี นชุมชน และภาคประชาสังคม องคประกอบท่ี 4 โรงเรียนคือองคก รแหง ความสุข องคป ระกอบท่ี 5 สง่ิ แวดลอ มปลอดภยั โรงเรยี นปลอดโรค องคป ระกอบท่ี 6 อนามยั โรงเรยี นสูนักเรยี นสขุ ภาพดี องคประกอบท่ี 7 กระบวนการเรียนรูสเู ดก็ ไทยรอบรดู า นสขุ ภาพ องคป ระกอบที่ 8 โภชนาการดี อาหารปลอดภยั เดก็ ไทยสขุ ภาพดี องคป ระกอบท่ี 9 กจิ กรรมทางกายเพยี งพอและนอนหลับดี องคประกอบท่ี 10 บุคคลตนแบบดานสขุ ภาพในโรงเรยี น รวม 50
ส่วนที่ 4 แนวทางการดําเนนิ งานโรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล (GSHPS) ด้านกระบวนการ 10 องค์ประกอบ องค์ประกอบท่ี 1 : นโยบายและทรพั ยากร 1. ความสําคัญ การพัฒนาเปนโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ จําเปนตองกําหนดทิศทางการดาํ เนินงานที่ชัดเจน ภายใต การมสี ว นรว มของภาคเี ครอื ขา ยทเ่ี กยี่ วขอ ง โดยการกําหนดเปน นโยบายหรอื วสิ ยั ทศั น หรอื บรู ณาการประเดน็ ดา นสขุ ภาพในนโยบายหรอื วสิ ยั ทศั นข องโรงเรยี น ซง่ึ จะเชอ่ื มโยงโครงการ แผนงาน รวมถงึ การจดั สรรงบประมาณ และทรัพยากรท่ีเหมาะสม สง ผลตอ การดําเนนิ งานบรรลวุ ตั ถุประสงคทก่ี าํ หนดไว 2. วธิ ดี าํ เนินงาน (How to) 2.1 โรงเรียนมีการกาํ หนดนโยบายที่สอดคลองกับสภาพปญหาของโรงเรียน หรือชุมชน หรือ ในระดบั ประเทศ หรอื มกี ารบรู ณาการประเดน็ สขุ ภาพในนโยบายของโรงเรยี น โดยมเี ปา หมายใหน กั เรยี นสขุ ภาพดี และอยใู นสง่ิ แวดลอมทป่ี ลอดภยั เอือ้ ตอ การมสี ขุ ภาพดี เชน โรงเรยี นปลอดนํ้าอดั ลม โรงเรยี นปลอดกญั ชา สถานศกึ ษาสขี าวปลอดสารเสพตดิ และอบายมขุ เปน ตน ทงั้ นมี้ กี ารเชอื่ มโยงกบั นโยบายระดบั ประเทศ ระดบั ภาคสว น ระดบั ทอ งถ่ินและชุมชน ในการขบั เคลอื่ นงานสง เสรมิ สุขภาพในโรงเรียน ดังนี้ 1) โรงเรียนกําหนดนโยบาย หรือวสิ ยั ทศั น หรอื มีการบรู ณาการประเด็นสขุ ภาพในนโยบายหรอื วสิ ยั ทศั นข องโรงเรยี น โดยการมสี ว นรว มกบั ภาคเี ครอื ขา ยทเี่ กยี่ วขอ ง เชน คณะครู คณะกรรมการ สถานศกึ ษา ผูน าํ องคก รท้งั ภาครัฐและเอกชน รวมถงึ ทองถิน่ ชุมชน เปน ตน 2) การประกาศใชน โยบายหรอื วสิ ยั ทศั นเ ปน ลายลกั ษณอ กั ษร เชน หนงั สอื ราชการ ปา ยประกาศ เวบ็ ไซตของโรงเรียน หรือชอ งทางออนไลน เปน ตน 2.2 โรงเรยี นมีการกําหนดประเดน็ ดา นสุขภาพไวใ นแผนงานของโรงเรยี น เชน พฤติกรรมการบรโิ ภค การมีกิจกรรมทางกาย การสงเสริมสุขภาพชองปากและฟน การจัดการดานอนามัยส่ิงแวดลอมและขยะ สุขอนามัยสว นบคุ คล สุขภาพทางเพศ ความรอบรดู า นสุขภาพ เปน ตน 2.3 การแสวงหาทนุ หรือระดมทรัพยากรในการพฒั นาโรงเรียนสงเสรมิ สุขภาพ ดังนี้ 1) ทนุ มนษุ ย เชน การขอรบั การสนบั สนนุ บคุ ลากรจากหนว ยงานภายนอกในการสง เสรมิ สขุ ภาพ และอนามยั สง่ิ แวดลอ ม การใหค าํ ปรกึ ษาดา นสขุ ภาพจติ และการปอ งกนั การใชส ารเสพตดิ และ ภยั คกุ คามดา นสุขภาพ เปน ตน 2) โรงเรยี นมกี ารจดั สรรงบประมาณในการดําเนนิ งานโรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพ หรอื มกี ารแสวงหา งบประมาณจากแหลง อ่ืน เชน หนว ยงานภาครัฐ เอกชน ทองถ่นิ ชมุ ชน NGO เปน ตน 3) การขอรบั การสนบั สนนุ วสั ดุ อปุ กรณ หรอื สงิ่ ของ เชน โตะ เกา อ้ี สมดุ ปากกา ดนิ สอ อปุ กรณ กีฬา แปรงสีฟน ยาสีฟน เครอ่ื งเลน เปน ตน 3. เครอื่ งมือในการดาํ เนนิ งาน เชน 3.1 หลกั การ 4M (Man Money Materials Management) เพ่อื วิเคราะหปญ หาและสาเหตตุ า งๆ เพ่ือพัฒนาสผู ลลพั ธท ่ีดดี านสุขภาพ 3.2 วงจร PDCA (Plan Do Check Act) เปน วงจรในการบรหิ ารงานในองคก รอยา งมคี ุณภาพ 3.3 แนวทาง TQM (Total Quality Management) เปน แนวทางในการบรหิ ารขององคก รทมี่ ุงเนน คณุ ภาพ ภายใตก ารมสี ว นรวมของทกุ ภาคสว น 51 โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
องคป์ ระกอบท่ี 2 การขับเคลือ่ นโรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพในศตวรรษท่ี 21 1. ความสาํ คัญ การขบั เคลอ่ื นโรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพจาํ เปน ตอ งมกี ารถา ยทอดนโยบายและแผนสกู ารปฏบิ ตั ทิ กุ ระดบั เพอ่ื สรา งความเขา ใจแกผ เู กยี่ วขอ งใหด ําเนนิ งานไปในทศิ ทางเดยี วกนั และมเี ปา หมายรว มกนั โดยมกี ารถา ยทอด และส่ือสารนโยบาย ทั้งระดับบุคลากร ผูปกครอง ชุมชน และนักเรียน มีการแตงตั้งคณะกรรมการหรือ คณะทาํ งานในการดําเนนิ งานวเิ คราะหส ถานการณป ญ หาสขุ ภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอ ม ในโรงเรยี นหรอื ชมุ ชน และกาํ หนดแนวทางการแกไขปญหารวมกันในรูปแบบโครงการของโรงเรียนและโครงงานของนักเรียน บรู ณาการประเดน็ สขุ ภาพในหลกั สตู รการเรยี นการสอน รวมทงั้ การนเิ ทศ ตดิ ตาม ประเมนิ ผล เพอื่ ขบั เคลอ่ื น การดําเนนิ งานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพอยางตอเนือ่ งและยัง่ ยนื 2. วิธีดําเนนิ งาน (How to) 2.1 โรงเรยี นมกี ารถา ยทอดนโยบาย วสิ ยั ทศั น และแผนสกู ารปฏบิ ตั แิ กผ เู กย่ี วขอ งในระดบั ตา ง ๆ ดงั น้ี 1) ระดับบุคลากร 2) ระดบั ผูปกครองและชมุ ชน 3) ระดบั นักเรียน 2.2 การแตง ตง้ั คณะกรรมการหรอื คณะทํางานในการดาํ เนนิ งานโรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพรว มกบั ภาคี เครือขายที่เก่ยี วขอ ง เชน ผบู ริหาร ครู ผูแทนทองถิน่ ชมุ ชน ผปู กครอง เจาหนา ที่สาธารณสุข นักเรยี น ฯลฯ 2.3 การวเิ คราะหส ถานการณป ญ หาสขุ ภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอ มในโรงเรยี นหรอื ชมุ ชน และกาํ หนด แนวทางการแกไขปญหารวมกัน โดยจัดลาํ ดบั ความสําคัญในการแกไ ขปญ หา 2.4 การจดั ทาํ โครงการของโรงเรยี นทแี่ กไ ขปญ หาสขุ ภาพและอนามยั สงิ่ แวดลอ มในโรงเรยี นหรอื ชมุ ชน ตามลาํ ดับความสําคัญในการวเิ คราะหปญ หา โดยมีแนวทาง ดังน้ี 1) กาํ หนดวตั ถุประสงค กลุมเปาหมาย ระยะเวลา กจิ กรรม และบทบาทหนา ท่ใี หชดั เจน รวมท้ัง จัดทําแผนปฏบิ ตั ิงาน 2) ดําเนินงานตามแผนและบันทกึ ผลการปฏบิ ตั ิงานเปนระยะ 3) สรปุ ผลการดาํ เนนิ งานท่ีแสดงถงึ การลดลงของปญหา และนาํ เสนอผลการดาํ เนินงาน 2.5 การจัดทําโครงงานของนักเรียนที่แกไขปญหาดานสุขภาพหรือดานอนามัยส่ิงแวดลอม โดยมี ครูท่ีเปน ปรึกษา มแี นวทางดังน้ี 1) นักเรียนคนหาปญหาดานสุขภาพหรือดานอนามัยส่ิงแวดลอมไดหลายวิธี เชน การสาํ รวจ การสงั เกต การสอบถาม การคน หาขอ มูลจากแหลงทีเ่ ช่ือถือได 2) นักเรียนรวมกาํ หนดวตั ถปุ ระสงค กลุมเปาหมาย ระยะเวลา กจิ กรรม และบทบาทหนาทใ่ี ห ชดั เจน รวมทั้งจดั ทําแผนปฏิบตั งิ าน 3) นกั เรยี นดาํ เนนิ งานตามแผนและบนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั งิ านเปนระยะ 4) สรปุ ผลการดําเนนิ งานโดยเปรยี บเทยี บขอ มลู กอ นและหลงั ดําเนนิ การวา ปญ หาดา นสขุ ภาพหรอื อนามยั สง่ิ แวดลอ มลดลงหรือไม 5) จัดทาํ รายงานและนาํ เสนอผลการดําเนนิ งาน 2.6 การบรู ณาการประเดน็ สขุ ภาพหรอื อนามยั สง่ิ แวดลอ มในหลกั สตู รการเรยี นการสอนหรอื กจิ กรรม เสริมหลกั สูตร 2.7 มีการนิเทศ ตดิ ตาม ประเมนิ ผล โดยคณะกรรมการหรือคณะทํางานในการดาํ เนินงานโรงเรยี น สง เสริมสุขภาพ ภาคเรยี นละ 1 ครง้ั โดยมีแนวทาง ดังนี้ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 52 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
2.7 มีการนิเทศ ติดตาม ประเมินผล โดยคณะกรรมการหรือคณะทํางานในการดาํ เนินงานโรงเรยี น สงเสริมสุขภาพ ภาคเรยี นละ 1 ครัง้ โดยมแี นวทาง ดงั น้ี 1) กาํ หนดวธิ ีการนเิ ทศ ตดิ ตาม ประเมินผล โดยระบุผรู ับผดิ ชอบใหช ดั เจน 2) บรู ณาการงานรว มกบั การนเิ ทศ ติดตามระบบปกตขิ องโรงเรยี น 3) สรปุ รายงานผลการนเิ ทศ ตดิ ตาม ประเมนิ ผล ตอ คณะกรรมการหรอื คณะทํางานและผบู รหิ าร โรงเรียน 3. เคร่อื งมอื ในการดาํ เนินงาน เชน 3.1 หลักการ 4M (Man Money Materials Management) เพ่ือวิเคราะหปญหาและสาเหตุ เพอื่ พฒั นาสูผลลพั ธท่ดี ดี า นสขุ ภาพ 3.2 วงจร PDCA (Plan Do Check Act) เปน วงจรในการบรหิ ารงานในองคกรอยา งมีคณุ ภาพ 3.3 แนวทาง TQM (Total Quality Management) เปนแนวทางในการบรหิ ารขององคก รท่ีมงุ เนน คณุ ภาพ ภายใตการมีสว นรวมของทุกภาคสว น องค์ประกอบท่ี 3 : การมสี ่วนรว่ มระหวา่ งโรงเรียน ชุมชน และภาคประชาสังคม 1. ความสาํ คญั การมสี ว นรว มระหวา งโรงเรยี น ชมุ ชนและภาคประชาสงั คม เปน การสนบั สนนุ ใหป ระชาชนและองคก ร ในชมุ ชน มสี ว นรว มในกระบวนการดาํ เนนิ งานทกุ ขนั้ ตอนตงั้ แตก ารรบั รสู ถานการณป ญ หาในโรงเรยี น การรว ม วเิ คราะหป ญ หา วางแผนการดาํ เนนิ การ ตรวจสอบ แกไ ข พฒั นาและปรบั ปรงุ เพอ่ื ผนกึ กาํ ลงั ใหเ กดิ ความรว มมอื และขอ ตกลงรว มกันในการสรา งความเขมแข็ง ในการดําเนนิ งานโรงเรยี นสงเสรมิ สุขภาพอยางยงั่ ยนื 2. วิธีดําเนินงาน (How to) การมีสวนรวมในการดําเนินงานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ ประกอบดวยภาคสวนที่สําคัญ ไดแก ผปู กครอง ชมุ ชนและภาคประชาสงั คม รวมทง้ั ภาคเี ครอื ขา ยในชมุ ชนทโ่ี รงเรยี นสามารถดงึ เขา มามสี ว นรว มได เชน องคการบรหิ ารสว นทองถิ่น สถานบริการสาธารณสุข ศนู ยอนามัย ศนู ยสุขภาพจติ เทศบาล สาํ นกั งาน สงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ศูนยบริการวิชาการหรือสาํ นักบริการวิชาการของ มหาวทิ ยาลยั ในพ้ืนท่ี สาํ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และสาํ นักงานเขตพื้นที่การศึกษา มธั ยมศกึ ษา (สพม.) พฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ยจ งั หวดั (พจม.) แผนงานสอ่ื สรา งสขุ ภาวะเยาวชน สภาเด็กและเยาวชนแหง ประเทศไทย บรษิ ัท หางราน เปนตน โดยมีสวนรวมในการดําเนนิ งาน ดังน้ี 2.1 วิเคราะหปญหาและกําหนดประเด็นปญหา โดยศึกษาจากขอมูลการสาํ รวจหรือสารสนเทศ ในโรงเรยี นและชมุ ชน เชน สํารวจอาหารรอบรวั้ โรงเรยี น การบาดเจบ็ และอบุ ตั เิ หตทุ างถนน สาํ รวจการจําหนา ย บุหรี่ สุรา ผลิตภัณฑท ่มี าจากกญั ชา เปนตน 2.2 วางแผน และรว มแสดงความคดิ เหน็ ในการกําหนดวตั ถุประสงค กลมุ เปาหมาย กจิ กรรม และ ผรู ับผดิ ชอบ เพ่ือความชัดเจนในการปฏบิ ัตงิ าน 2.3 ดําเนินการตามบทบาทหนาท่ี รายงานผลและรายงานความกาวหนาเปน ระยะ โดยจดั ใหมเี วที แลกเปล่ียน หรอื รายงานความกาวหนา 2.4 ตรวจสอบ ทบทวนการดําเนินงานในรปู แบบตางๆ เชน จัดเสวนา ประชาคมหมบู า น สมั ภาษณ สาํ รวจความพึงพอใจ เพอื่ นาํ ไปพัฒนาปรับปรงุ การดาํ เนนิ งานใหม ปี ระสทิ ธภิ าพ 2.5 แกไ ข พฒั นา ปรบั ปรงุ การดําเนนิ งานโดยการวเิ คราะหป ญ หา อปุ สรรคและหาแนวทางแกไ ขปญ หา รว มกัน 53 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
3. เครอ่ื งมอื ในการดําเนินงาน เชน 3.1 หลกั การ 4M (Man Money Materials Management) เพอ่ื วเิ คราะหป ญ หาและสาเหตตุ า ง ๆ เพือ่ พัฒนาสผู ลลพั ธท ดี่ ีดานสขุ ภาพ 3.2 วงจร PDCA (Plan Do Check Act) เปน วงจรในการบริหารงานในองคกรอยางมคี ณุ ภาพ 3.3 แนวทาง TQM (Total Quality Management) เปนแนวทางในการบรหิ ารขององคก รท่ีมงุ เนน คณุ ภาพ ภายใตการมสี วนรวมของทกุ ภาคสวน องคป์ ระกอบที่ 4 โรงเรยี นคือองคก์ รแหง่ ความสุข 1. ความสําคญั โรงเรยี นเปน สถานทส่ี ง เสรมิ การเรยี นรคู วบคไู ปกบั สขุ ภาพ หากโรงเรยี นจดั พน้ื ทส่ี รา งสรรคใ หน กั เรยี น ไดท ํากจิ กรรมทพี่ ฒั นาทกั ษะตามชว งวยั ตอบสนองความตอ งการของนกั เรยี น จดั การเรยี นการสอนใหน กั เรยี น สามารถแสดงความคิดเห็นอยางอิสระและเทาเทียมกัน มีแนวทางการปองกันการใชความรุนแรงทุกรูปแบบ รวมทง้ั มรี ะบบดแู ลชว ยเหลอื นกั เรยี น ยอ มสง ผลในการพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นรูนกั เรยี นไดเ รยี นรอู ยา งเตม็ ศกั ยภาพ และมีความสุข สงผลใหนักเรียนมีการพัฒนาทางดานรางกาย สติปญญา และจิตใจท่ีสมบูรณ แข็งแรง สงผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษา 2. วิธดี ําเนินงาน (How to) 2.1 โรงเรยี นจดั พน้ื ทสี่ รา งสรรคส าํ หรบั นกั เรยี น โดยพน้ื ทส่ี รา งสรรค หมายถงึ พน้ื ทที่ ส่ี รา งประสบการณ สรางโอกาสในการพัฒนาอยางรอบดานตามชวงวัย และตอบสนองความตองการที่หลากหลายของนักเรียน ภายใตการมีสวนรวมของครอบครัว ชุมชน และหนวยงานที่เกี่ยวของ เพื่อสงเสริมกระบวนการเรียนรู อยา งสรางสรรค รูสึกผอ นคลายและมั่นใจในความปลอดภยั ลักษณะของพ้นื ทส่ี รา งสรรค มหี ลายมติ ิทั้งทาง ดานกายภาพ ทางความคดิ สังคมและจติ ใจ รวมถงึ สอ่ื โดยมแี นวทางการดาํ เนนิ งานดังน้ี 1) โรงเรียนเปน พนื้ ทที่ ่ีปลอดภยั สําหรบั ทกุ คน เชน มรี ะบบดแู ลความปลอดภัย มกี ลองวงจรปด เปนตน 2) โรงเรียนมีพื้นท่สี เี ขยี วสําหรบั พักผอ นหยอนใจ เปน ระเบยี บสวยงามและไมอยใู นจุดทล่ี บั ตา 3) โรงเรียนมีพ้ืนท่ีสาํ หรับการทํากิจกรรมทางกาย กิจกรรมนันทนาการ เชน สนามกีฬา ลานเอนกประสงค หองดนตรี หองศลิ ปะ หอ งสมดุ หองชมรม เปน ตน 4) โรงเรียนมีหองหรือมุมใหคําปรึกษาดานสุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาพทางเพศ การใช สารเสพตดิ ฯลฯ 2.2 โรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอนหรือการทํากิจกรรมในรูปแบบการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) หรือการเรยี นรโู ดยใชป ญหาเปน ฐาน (Problem–based Learning: PBL) หรือการสรา ง ชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชพี (Professional Learning Communication: PLC) หรอื รปู แบบทีใ่ หน ักเรียน มีสว นรว มแสดงความคดิ เห็นอยางอิสระและเทาเทียมกนั 2.3 โรงเรยี นมแี ผน หรอื มาตรการ หรอื แนวทางการปอ งกนั การใชค วามรนุ แรงทกุ รปู แบบ รวมทงั้ การ กลนั่ แกลงรังแกกัน (Bully) ในโรงเรยี น 1) มีแผน หรือมาตรการ หรือแนวทางการตอตานการกลั่นแกลงกันในโรงเรียน และภัยคุกคาม ทกุ รูปแบบ 2) มีชอ งทางการรับเรือ่ งรอ งเรยี น หรือการขอความชวยเหลอื เมอื่ มีการกลนั่ แกลงรังแกกนั โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 54 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
2.4 โรงเรยี นมีระบบการดแู ลชว ยเหลอื นกั เรียน ดงั น้ี 1) มคี รทู ค่ี อยใหค ําปรกึ ษานกั เรยี น เชน ครปู ระจาํ ชน้ั /ครทู ปี่ รกึ ษา ครอู นามยั ครแู นะแนว โดยครู ตองไดร บั การอบรมการใหคาํ ปรกึ ษาเบ้อื งตน 2) มกี ารเยยี่ มบา นนกั เรียน อยา งนอ ยภาคเรยี นละ 1 ครง้ั 3) มกี ารคดั กรองสขุ ภาพจติ เบอ้ื งตน (9S) อยา งนอ ยภาคเรียนละ 1 ครัง้ 4) มกี ารตดิ ตามชว ยเหลือนักเรียน อยางนอ ยภาคเรียนละ 1 คร้งั 3. เครือ่ งมือในการดําเนนิ งาน เชน 3.1 แนวทางการดําเนินงานตามระบบดแู ลชว ยเหลอื นักเรยี น 3.2 มาตรการโรงเรียนปลอดภัย Safety School กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 3.3 คมู ือมาตรฐานการปฏิบัตงิ าน Standard Operation Procedure : SOP ระบบการดแู ลจัดการ ปญหาความรนุ แรงในโรงเรียน 3.4 โปรแกรม School Health HERO กรมสขุ ภาพจิต 3.5 แบบคดั กรอง 9S องค์ประกอบท่ี 5 สิ่งแวดล้อมปลอดภัย โรงเรียนปลอดโรค 1. ความสาํ คัญ การจัดการส่ิงแวดลอมท่ีปลอดภยั ในโรงเรยี น เปนการดาํ เนินการควบคุมปจจัยเสย่ี งดานส่งิ แวดลอ ม ทอ่ี าจกอใหเกดิ ผลกระทบตอสุขภาพของนักเรยี นและบคุ ลากรในโรงเรยี น ทง้ั ดานกายภาพ เคมี ชวี ภาพ และ สังคม รวมถึงสงเสริมการจัดการ ควบคุม ปองกันการแพรกระจายของโรคติดตอและโรคอุบัติใหม การเกิด อุบัติเหตุและการบาดเจ็บ การใชสารเสพติด และภัยคุกคามสุขภาพจากส่ิงแวดลอม เชน โรคไขเลือดออก โรคมอื เทา ปาก โรคทมี่ อี าหารและนาํ้ เปน สอ่ื เชน โรคระบบทางเดนิ อาหาร โรคอจุ จาระรว ง ฝนุ PM 2.5 ความรอ น อนั เนอื่ งจากการเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ รวมถงึ การจดั สภาพแวดลอ มทไ่ี มเ หมาะสม เพอื่ ใหน กั เรยี นและ บคุ ลากรในโรงเรยี นใชช วี ติ อยา งปลอดภยั ปลอดโรค เสรมิ สรา งพฤตกิ รรมอนามยั สง่ิ แวดลอ มและสขุ อนามยั ทด่ี ี 2.วิธกี ารดาํ เนนิ งาน (How to) 2.1 โรงเรียนมีการจัดการอนามัยส่ิงแวดลอมในโรงเรียนที่เอ้ือตอสุขภาพ ตามแบบประเมินอนามัย ส่งิ แวดลอมในโรงเรียน (48 ขอ ) 2.2 โรงเรยี นมกี ารปองกนั ภยั จากอุบัตเิ หตแุ ละการบาดเจ็บในโรงเรียน โดยดาํ เนินการ ดังน้ี 1) มีการบันทึกการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บของนักเรียนในและนอกโรงเรียน และมีการ จัดทําสรุปรายงานประจาํ ป 2) มแี ผนเผชิญเหตแุ ละการซอมแผน 3) มแี นวทางหรอื กจิ กรรมปอ งกนั ภยั จากอบุ ตั เิ หตแุ ละการบาดเจบ็ และสาธารณะภยั ในโรงเรยี น 4) มแี นวทางการชว ยเหลอื สง ตอ เมื่อเกดิ อบุ ัตเิ หตุและการบาดเจบ็ 2.3 โรงเรียนมีการปองกนั ภยั คุกคามสขุ ภาพจากส่งิ แวดลอ ม และโรคอบุ ัติใหม ดังนี้ 1) มกี ารบนั ทกึ สถิตผิ ปู ว ยในโรงเรยี นและมกี ารจดั ทําสรปุ รายงานประจําป 2) มแี ผนเผชญิ เหตุและการซอมแผน 3) มแี นวทางและกจิ กรรมในการปอ งกนั และมีแผนการเรียนรูและสงเสรมิ สุขภาพอยา งตอเนื่อง แมในสถานการณฉุกเฉนิ ดา นสาธารณสุข 4) มีแนวทางการชว ยเหลอื สง ตอ เม่อื เกิดปญ หา 55 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
5) มกี ารควบคมุ กํากบั รา นเกมส รา นจาํ หนา ยสรุ า บหุ ร่ี และการจาํ หนา ยผลติ ภณั ฑท ม่ี าจากกญั ชา บริเวณโดยรอบรว้ั โรงเรยี น หมายเหตุ : - พรบ.ควบคุมเครือ่ งดม่ื แอลกอฮอล พ.ศ. 2551 หา มจําหนายเครือ่ งดืม่ แอลกอฮอลใ กลส ถานศกึ ษา ในระยะ 300 เมตร ตลอด 24 ช่ัวโมง - รานเกมส: ตามพรบ. ภาพยนตรและวีดิทัศน พ.ศ.2551 กําหนดชว งการใชบ ริการเด็กและเยาวชน อายตุ ํ่ากวา 15 ป วนั จนั ทร- วนั ศกุ ร 14.00-20.00 น. วนั หยุด 10.00-20.00น. อายุ 15-18 ป วันจนั ทร- วนั ศกุ ร 14.00-22.00 น. วนั หยุด 10.00-22.00 น. 2.4 โรงเรยี นมกี ารดําเนินการใหโ รงเรยี นปลอดสารเสพตดิ 1) มแี นวทางการปอ งกนั การใชส ารเสพติดในโรงเรยี น และลดการเขาถงึ สารเสพติดของนกั เรียน 2) มกี ิจกรรมเฝาระวงั ปญ หายาเสพติด 3) บันทึกรายงานการใชส ารเสพติดของนักเรยี น 4) การชวยเหลือและสง ตอ นักเรียนทตี่ ิดสารเสพตดิ 3. เครื่องมอื ในการดําเนนิ งาน เชน 3.1 พรบ.ควบคมุ เครอ่ื งดมื่ แอลกอฮอล พ.ศ.2551 และ พรบ.คมุ ครองสขุ ภาพผไู มส บู บหุ ร่ี พ.ศ.2535 3.2 คมู อื แนวทางลดและปอ งกนั ผลกระทบตอ สขุ ภาพจากฝนุ PM 2.5 สําหรบั สถานศกึ ษา กรมอนามยั 3.3 แนวทางการจดั การอนามยั ส่ิงแวดลอมในโรงเรียน กรมอนามัย 3.4 แนวทางการดแู ลปอ งกนั จากความรอ นอนั เนอ่ื งมาจากการเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ สาํ หรบั สถานศกึ ษา กรมอนามัย 3.5 มาตรการโรงเรยี นปลอดภยั Safety School กระทรวงศึกษาธิการ 3.6 แบบประเมินอนามยั สิง่ แวดลอมในโรงเรยี น (48 ขอ ) กรมอนามยั 3.7 แนวปฏบิ ตั กิ ารเฝา ระวงั ปอ งกนั ควบคมุ โรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ในสถานศกึ ษา องคป์ ระกอบที่ 6: อนามัยโรงเรียนสู่นกั เรยี นสุขภาพดี 1. ความสําคัญ งานอนามัยโรงเรียน เปน กจิ กรรมสรา งเสริมสขุ ภาพและปอ งกันโรคในเดก็ วัยเรียน โดยหนวยบรกิ าร สาธารณสขุ ในพนื้ ทแ่ี ละบคุ ลากรโรงเรยี น ภายใตส ทิ ธปิ ระโยชนท เ่ี ดก็ วยั เรยี นจะตอ งไดร บั ตามหลกั ประกนั สขุ ภาพ แหงชาติ เพอ่ื สงเสริม ปองกนั การเจบ็ ปว ยและแกไ ขปญ หาสุขภาพ ทเ่ี ปน อุปสรรคตอการเรียนรู ไดแ ก การ ตรวจคัดกรองสุขภาพเบ้ืองตนโดยครูอนามัยหรือครูประจาํ ช้ันและเจาหนาท่ีสาธารณสุข จากทีมสหวิชาชีพ รวมท้ังการใหคาํ ปรึกษาและสงตอเพ่ือการรักษา การสรางภูมิคุมกันดวยวัคซีน การไดรับบริการสรางเสริม สขุ ภาพและปอ งกนั โรคทค่ี รอบคลมุ และทว่ั ถงึ สง ผลใหน กั เรยี นมสี ขุ ภาพดใี นทกุ มติ ิ เรยี นรไู ดอ ยา งเตม็ ศกั ยภาพ และสง ผลสัมฤทธิ์ทางการศกึ ษา 2. วธิ ีดาํ เนินงาน (How to) 2.1 การตรวจคดั กรองสขุ ภาพนกั เรยี นเบอื้ งตน โดยครอู นามยั หรอื ครปู ระจาํ ชน้ั มกี ารดาํ เนนิ การ ดงั น้ี 1) ตรวจคัดกรองสายตา การไดยิน และตรวจรางกายพ้ืนฐาน 10 ทา ดําเนินการอยางนอย ปก ารศกึ ษาละ 1 คร้งั 2) ประเมินการเจรญิ เติบโตและจัดการภาวะโภชนาการ ภาคเรียนละ 1 ครง้ั โดยการช่ังนาํ้ หนัก วดั สวนสูง และแปลผล โดยใชอ ยางนอย 2 เกณฑ ไดแ ก สว นสูงตามเกณฑอ ายุ (Height for Age : H/A) นา้ํ หนกั ตามเกณฑส ว นสงู (Weight for Height : W/H) หากพบนกั เรยี นกลมุ เสย่ี ง โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 56 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
(คอนขางเต้ยี คอนขา งผอม ทว ม กลุมเตย้ี ผอม เริ่มอวนและอวน) ตองไดร ับคําแนะนาํ และ จัดการปญหาภาวะโภชนาการ โดยมีการติดตามเดอื นละ 1 ครัง้ 3) เครอ่ื งมอื และวธิ กี ารในการประเมนิ การเจรญิ เตบิ โตของนกั เรยี นถกู ตอ ง และไดม าตรฐาน ดงั น้ี - มีการทดสอบความเท่ียงตรงของเครือ่ งชง่ั นํ้าหนกั ทัง้ ชนดิ เขม็ และตวั เลข (ดิจทิ ลั ) ควรมี ความละเอยี ดในการอา นคา ทศนยิ ม 1 ตาํ แหนง (0.1 กโิ ลกรมั ) ซงึ่ ตอ งตรวจสอบโดยนาํ ลกู ตมุ ทีม่ นี า้ํ หนักมาตรฐาน (5 กโิ ลกรัม, 10 กโิ ลกรมั ) มาทดสอบกอ นใชง านทุกครั้ง ซึ่งกอ นทดสอบ เครอ่ื งชงั่ คา นํา้ หนกั ตอ งเทา กบั 0 เสมอ และทว่ี ดั สว นสงู ตอ งมตี วั เลขทชี่ ดั เจนและมคี วามละเอยี ด ในการอา นคาทศนิยม 1 ตาํ แหนง (0.1 เซนตเิ มตร) มไี มฉากสาํ หรับการวดั คา สว นสูง - วิธีการช่ังน้าํ หนัก ตองวางเคร่ืองชั่งนา้ํ หนักบนพ้ืนราบ ไมเอียง มีแสงสวางเพียงพอใน การอานคา ควรใชเคร่ืองชั่งเดิมทุกครั้งในการติดตามการเจริญเติบโต การติดตั้งที่วัดสวนสูง ใหวางทาบกับผนังหรือเสาทต่ี ั้งฉากกบั พืน้ ยึดใหแ นน พ้นื เรยี บ ไมเ อียง ไมน ูน การวดั สวนสูง ทถ่ี กู ตอ ง ตอ งยนื บนพน้ื ราบ เทา ชดิ ไมง อเขา ศรี ษะไมเ อยี ง สน เทา หลงั กน ไหล ศรี ษะ สมั ผสั กับทวี่ ัดสวนสูง และใชไ มฉ ากในการอานคาสวนสงู 4) เด็กที่มีภาวะเร่มิ อว นและอว น ตอ งไดรับการคดั กรอง obesity sign 5 ขอ ตามแบบฟอรม คัดกรองเดก็ อวนกลุมเสีย่ ง ดงั น้ี - รอยปน ดํารอบคอ หรือรักแร - นง่ั หลบั ในเวลาเรยี นเปน ประจํา - นอนกรน และหยดุ หายใจขณะหลบั - ประวัติความเจ็บปวยของบคุ คลในครอบครวั - การวดั ความดนั โลหติ (ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาคา ความดนั โลหติ ไมเ กนิ 110/70 mmHg และระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาคา ความดนั โลหติ ไมเ กนิ 120/80 mmHg) หากพบการคัดกรอง obesity sign 3 ใน 4 ขอ + และ/หรือมีความเส่ียงตอภาวะ prehypertension ใหสง ตอ รกั ษา 5) นักเรียนชั้นป.1 ขึ้นไปทุกคนตองไดรับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก จํานวน 1 เม็ด (60 มิลลิกรัม) ตอสปั ดาห โดยประสานงานขอรบั การสนับสนุนกับหนว ยบรกิ ารสาธารณสุขในพืน้ ที่ 6) นกั เรยี นไดร บั การทดสอบประสทิ ธภิ าพการแปรงฟน ภาคเรยี นละ 1 ครงั้ โดยมกี ารสมุ ตรวจฟน นักเรยี นชน้ั ป.6 รอ ยละ 10 หรืออยางนอยจํานวน 30 คน 7) คัดกรองสุขภาพจิต และเฝาระวังดานพฤติกรรม อารมณ สังคม รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยง ปการศึกษาละ 1 คร้ัง โดยใชเ ครอื่ งมอื สงั เกตอาการ 9S หากสังเกตอาการนักเรียนแลวพบวา มปี ญ หาทางดา นพฤตกิ รรม อารมณ สงั คม อยา งนอ ยหนง่ึ ดา น ใหค รใู ชแ บบประเมนิ จดุ แขง็ จดุ ออ น (SDQ) ประเมินนักเรียนซํ้า เพื่อประเมินปญหาใหละเอียดย่ิงขึ้นกอนการดูแลและติดตามผล 8) นกั เรียนทม่ี ปี ญ หาสขุ ภาพไดรบั คาํ แนะนาํ เบ้อื งตน จากครหู รอื บุคลากรในการดูแล ชว ยเหลือ สงตอเพื่อแกไขปญหาสุขภาพรายบุคคล เชน ภาวะโภชนาการ สุขภาพจิต สุขภาพทางเพศ โรคติดตอ เปนตน ภาคเรยี นละ 1 ครัง้ 9) มคี รหู รอื บคุ ลากรท่ใี หค ําปรกึ ษาปญ หาสุขภาพเบือ้ งตน ได เชน ภาวะโภชนาการ สขุ ภาพจติ สขุ ภาพทางเพศ โรคตดิ ตอ เปน ตน โดยครหู รอื บุคลากรทใ่ี หค าํ ปรกึ ษามคี ณุ สมบตั ิ ดงั นี้ - เปนผูไดรับการศกึ ษาหรอื อบรมดา นการใหคําปรกึ ษาปญหาสขุ ภาพในนักเรยี น - มศี ิลปะในการพดู การฟง ทําใหการใหคาํ ปรึกษาบรรลุผลตามจุดมุงหมาย - มีบุคลิกภาพดี มีใจกวา ง ยอมรับความคดิ เห็นของผูอ่นื รักษาความลับและไววางใจได 57 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
- มสี ขุ ภาพแข็งแรงและสุขภาพจิตดี มีอารมณม ั่นคงและมีอารมณข ัน 2.2 การตรวจคดั กรองสขุ ภาพ โดยเจาหนา ทีส่ าธารณสุข และทันตบคุ ลากร มีการดาํ เนินการ ดังน้ี 1) วัดความดันโลหิตนักเรียนช้ัน ป.5 ทุกคน และนักเรียนที่มีภาวะเร่ิมอวนและอวน รวมถึง กลมุ เสี่ยงทุกคน อยางนอ ยภาคเรยี นละ 1 ครง้ั 2) คัดกรองโลหิตจางอยางนอย 1 ครงั้ เพื่อตรวจระดบั ความเขม ขน ของเม็ดเลอื ดแดง (Hct) โดย วิธีการเจาะเลือดจากปลายนิ้ว และนําผลมาเปรียบเทียบกับเกณฑความปกติของคาความ เขมขน ของเลอื ดตามกลุมอายุ - นักเรยี นชั้น ป.3 ตองตรวจทกุ คน - กรณีทีไ่ มไดร ับการตรวจตอนอายุ 4 ป ตอ งตรวจในชั้น ป.1 หมายเหตุ : ท้งั นีน้ ักเรยี นตองไดรบั การตรวจอยา งนอ ย 1 ครั้ง ในตลอดชวงชวี ิต 3) นกั เรยี นชน้ั ป.1 ทไี่ มเ คยไดร บั วคั ซนี หรอื ฉดี ไมค รบถว นตามเกณฑ ไดแ ก วคั ซนี วณั โรค (BCG) คอตบี บาดทะยกั (dT) โปลโิ อชนดิ กนิ และฉดี (OPV และ IPV) หดั คางทมู หดั เยอรมนั (MMR) ไขสมองอักเสบ (LAJE) ไวรสั ตับอักเสบบี (HB) ตอ งไดร บั การฉดี ในชน้ั ป.1 4) นักเรียนหญิงชัน้ ป.5 ไดร บั วัคซีนปองกันโรคมะเร็งปากมดลูก (HPV) ตามความสมัครใจ 5) นกั เรยี นช้นั ป. 6 ทกุ ตองไดรับวัคซีนคอตบี บาดทะยัก (dT) 6) การสรางภูมิคุมกันโรคในสถานการณฉุกเฉินดานสาธารณสุข เชน วัคซีนโควิด-19 วัคซนี ไขห วดั ใหญ ฯลฯ 7) นักเรียนช้ันอนุบาล - ป.6 หรือนักเรียนชั้นอนุบาล - ม.3 ไดรับการตรวจสุขภาพชองปาก ภาคเรียนละ 1 ครั้ง สําหรบั โรงเรียนประถมศกึ ษา และนกั เรียนทกุ คน ไดรบั การตรวจสุขภาพ ชองปาก ปล ะ 1 คร้งั สาํ หรบั โรงเรียนมธั ยมศึกษา 8) นกั เรยี นไดร บั บรกิ ารทนั ตกรรมปอ งกนั เพอื่ ดสู ภาวะโรคฟน ผุ การไดร บั บรกิ ารฟลอู อไรดเ ฉพาะท่ี และเคลือบหลมุ รองฟน 9) นักเรียนที่มีปญหาสุขภาพไดรับคาํ แนะนําในการดูแล ชวยเหลือ สงตอ รวมทั้งการติดตาม การแกไ ขปญหาสขุ ภาพ ภาคเรียนละ 1 คร้ัง 3. เครือ่ งมือในการดําเนนิ งาน เชน 3.1 ชุดสิทธปิ ระโยชนตามหลักประกันสขุ ภาพแหง ชาติ 3.2 เกณฑอ า งองิ การเจริญเตบิ โตของเดก็ อายุ 6-19 ป (พ.ศ.2564) สํานักโภชนาการ กรมอนามยั 3.3 คมู อื การใชเ กณฑอ า งองิ การเจรญิ เตบิ โตของเดก็ อายุ 6-19 ป (พ.ศ.2564) สาํ นกั โภชนาการกรมอนามยั 3.3 แบบการแปลผลการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 6-19 ปบริบูรณ และการใชแนวทางปองกัน แกไขภาวะทพุ โภชนาการและสง เสรมิ การเจริญเติบโต และแบบคัดกรองสงตอเด็กอวนกลุมเส่ียง 3.4 องคความรูด านการสง เสรมิ สุขภาพ เชน โภชนาการ กจิ กรรมทางกาย สุขภาพชอ งปากและฟน สุขอนามยั อนามยั การเจริญพนั ธุ อนามัยสง่ิ แวดลอ ม เปน ตน 3.5 แบบคดั กรอง 9S 3.6 สมุดบนั ทึกการตรวจสุขภาพดวยตนเองสาํ หรบั นักเรยี น ช้นั ป.5 - ป.6 และ ชัน้ ม.1 - ม.6 3.7 บตั รบนั ทกึ สุขภาพประจาํ ตวั นกั เรียน (สศ.3) 3.8 แบบประเมนิ จุดแขง็ จุดออน SDQ 3.9 กําหนดการใหวคั ซีนตามแผนงานสรางเสริมภมู ิคมุ กันโรคของกระทรวงสาธารณสขุ 3.10 Line Official Teen Club (Line ID : @teen_club) L@inteeeIDn_club โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 58 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
กาํ หนดการใหว้ คั ซนี ตามแผนงานสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรคของกระทรวงสาธารณสขุ ปี 2565 อายุ วัคซีนทใ่ี ห้ ขอ้ แนะนาํ แรกเกดิ HB1 (วคั ซีนปองกนั โรคตบั อักเสบบ)ี ควรใหเร็วทสี่ ุดภายใน 24 ชั่วโมงหลงั คลอด 1 เดอื น BCG (วัคซีนปอ งกนั วณั โรค) ฉีดใหเ ดก็ กอนออกจากโรงพยาบาล 2 เดือน HB2 (วัคซนี ปองกันโรคตับอกั เสบบ)ี เฉพาะรายท่ีคลอดจากมารดาทเ่ี ปน พาหะของไวรสั ตับอกั เสบบี ตDับTPอ-กั HเสBบ-Hบibี-ฮ1บิ ()วัคซีนรวมปองกันโรคคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน- หามใหวัคซีนโรตา คร้งั ท่ี 1 ในเดก็ อายุมากกวา 15 สปั ดาห 4 เดือน OPV1 (วคั ซีนปอ งกนั โรคโปลิโอชนิรบั ประทาน) - ใหวัคซนี ปองกนั โรคโปลิโอชนดิ ฉดี 1 เขม็ Rota1 (วัคซีนโรตา) พรอ มวัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนดิ รับประทาน 1 คร้ัง 6 เดือน DTP-HB-Hib2 (วัคซีนรวมปองกนั โรคคอตบี -บาดทะยัก-ไอกรน- - หา มใหวัคซีนโรตาครัง้ สุดทา ย ในเด็กอายมุ ากกวา 32 สปั ดาห 9 เดือน ตับอักเสบบ-ี ฮบิ ) -- Rหใหoา ยมtaกใrหเiวxวน คั มกซาานีแรโลไรดว ตร า2ับควครคั รัง้ ซ้งัสีนดุ โทราตยาคใรนัง้เทด็กี่ 3อาในยมุเดาก็กทก่ีไวดา ร3ับ2วคั สซัปนี ดาห 1 ป OPV2 (วัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนดิ รับประทาน) หากไมไ ดฉ ดี เมอ่ื อายุ 9 เดอื น ใหรบี ติดตามฉีดโดยเรว็ ทส่ี ุด 1 ป 6 เดือน IPV (วัคซนี ปอ งกันโรคโปลโิ อชนดิ ฉีด) 2 ป 6 เดือน Rota2 (วัคซีนโรตา) - ตรวจสอบประวัติและใหวคั ซนี เฉพาะรายท่ไี ดร บั ไมค รบตามเกณฑ 4 ป ตDับTPอ-ักHเสBบ-Hบib-ี ฮ3บิ ()วัคซนี รวมปองกันโรคคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน- - ใหในกรณที ไ่ี มมหี ลกั ฐานวา เคยไดรับเมือ่ แรกเกิดและไมมแี ผลเปน OPV3 (วัคซีนปอ งกนั โรคโปลิโอชนิดรบั ประทาน) - ไมใ หใ นเด็กตดิ เชอื้ เอชไอวที ม่ี อี าการของโรคเอดส ประถมศกึ ษาปท ี่ 1 Rota3 (วัคซีนโรตา) - ระยะหา งระหวา งเขม็ หางกนั อยางนอย 6 เดือน MMR1 (วคั ซนี รวมปอ งกนั โรคหดั -คางทมู -หดั เยอรมนั ) - กรณเี ด็กหญิงไทยที่ไมไ ดอ ยูใ นระบบการศึกษาใหฉ ีดท่อี ายุ 11-12 ป ปร(ะนถักมเรศียกึ นษหาญปิงท )ี่ 5 LAJE1 (วคั ซนี ปอ งกนั โรคไขส มองอกั เสบเจอชี นดิ เชอ้ื เปน ออ นฤทธ)์ิ ประถมศกึ ษาปที่ 6 DTP4 (วคั ซีนรวมปองกนั โรคคอตบี -บาดทะยกั -ไอกรน) OPV4 (วคั ซนี ปอ งกันโรคโปลิโอชนิดรับประทาน) MMR2 (วคั ซีนรวมปองกนั โรคหดั -คางทูม-หัดเยอรมนั ) LAJE2 (วคั ซนี ปอ งกนั โรคไขส มองอกั เสบเจอชี นดิ เชอื้ เปน ออ นฤทธ)ิ์ DTP5 (วคั ซนี รวมปอ งกันโรคคอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน) OPV5 (วัคซนี ปอ งกันโรคโปลโิ อชนดิ รบั ประทาน) MMR (วคั ซีนรวมปอ งกันโรคหัด-คางทมู -หัดเยอรมัน) HB (วัคซีนปอ งกันโรคตบั อกั เสบบ)ี LAJE (วัคซนี ปอ งกันโรคไขสมองอักเสบเจอชี นิดเช้อื เปนออนฤทธ)์ิ IPV (วัคซีนปองกนั โรคโปลโิ อชนิดฉีด) dT (วคั ซีนรวมปอ งกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก) OPV (วคั ซีนปองกันโรคโปลโิ อชนดิ รับประทาน) BCG (วคั ซนี ปอ งกันวณั โรค) HPV1 และ HPV2 (วัคซีนปองกันมะเรง็ ปากมดลูกจากเชื้อเอชพวี )ี dT (วคั ซีนรวมปองกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก) กาํ หนดการใหว้ คั ซนี แกเ่ ดก็ ทมี่ ารบั วคั ซนี ลา่ ชา้ คร้งั ที่ ชว่ งอายุ 1-6 ปี ตั้งแต่อายุ 7 ปขี ้ึนไป ข้อแนะนาํ 1 เดือนท่ี วัคซนี เดอื นท่ี วัคซนี ใหว คั ซนี IPV เฉพาะรายทไี่ ดร บั ไมค รบตามเกณฑ ในเดก็ อายตุ า่ํ กวา 7 ป และนกั เรยี นชน้ั ป.1 - ใหในกรณีที่ไมมหี ลักฐานวาเคยไดร ับเมือ่ แรกเกิดและไมมีแผลเปน 2 0 DTP-HB-Hib1 0 dT1 - ไมใหใ นเดก็ ติดเชอื้ เอชไอวที มี่ อี าการของโรคเอดส 3 (เม่ือพบเด็ก OPV1 (เม่อื พบเดก็ OPV1 4 ครั้งแรก) IPV คร้งั แรก) IPV MMR1 MMR BCG BCG DTP-HB-Hib2 HB1 1 OPV2 1 LAJE1 LAJE1 dT2 2 OPV2 2 MMR2 HB2 4 DTP-HB-Hib3 OPV3 7 HB3 DTP4 dT3 5 12 OPV4 12 OPV3 LAJE2 LAJE2 หมายเหตุ 1. วคั ซนี ทุชนดิ ถาไมสามารถเร่ิมใหต ามกําหนด กใ็ หเ รมิ ทันทที ่พี บครง้ั แรก 2. สําหรับวคั ซนี ท่ีตองใหม ากกวา 1 คร้งั หากเด็กมารบั วคั ซนี คร้งั ตอไปลา ชา สามารถใหว คั ซนี คร้งั ตอไปไดโ ดยไมต องเริม่ ตน ครงั้ ท่ี 1 ใหม 3. กรณีการใหวัคซีนแกผ ทู ่ไี ดร ับวคั ซีนไมครบถว นหรอื ลา ชา เดก็ จะไดร ับวัคซีนตามกําหนดครบภายในระยะเวลา 1 ป จากนน้ั ใหว ัคซีนตอเน่อื งตามทีก่ าํ หนด ในกาํ หนดการใหวัคซนี ปกติ ท่ีมา : แผนงานสรางเสริมถูมิคุมกันโรค กองโรคติดตอ ท่วั ไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 59 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
องค์ประกอบที่ 7 กระบวนการเรยี นรสู้ ู่เด็กไทยรอบรดู้ ้านสุขภาพ 1. ความสําคัญ กระบวนการเรยี นรสู เู ดก็ ไทยรอบรดู า นสขุ ภาพ เปน กระบวนการทท่ี าํ ใหน กั เรยี นสามารถพฒั นาทกั ษะ ท่ีจาํ เปนตอ การดํารงชีวติ ในยุคดจิ ิทลั เพ่อื ใหนักเรียนเกิดการคิด วเิ คราะห มคี วามสามารถในการแกปญ หา สามารถสอ่ื สาร และทํางานรว มกบั ผอู นื่ ไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ประกอบกบั การสรา งความรอบรดู า นสขุ ภาพ เปนวาระแหงชาติในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุมวัย เพ่ือลดความเจ็บปวยของประชาชน ซ่ึงกระบวนการความรอบรูดานสุขภาพ (V-shape) ประกอบดวยการเขาถึง เขาใจ แลกเปลี่ยนซักถาม ตดั สนิ ใจ ปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรม และบอกตอ เพอ่ื ใหส ามารถจดั การปญ หาสขุ ภาพของตนเองไดอ ยา งเหมาะสม 2. วธิ ดี ําเนินงาน (How to) 2.1 โรงเรยี นมนี วตั กรรมเพอ่ื สรา งความรอบรดู า นสขุ ภาพ หรอื การบรู ณาการความรอบรดู า นสขุ ภาพ ในสาระการเรียนรูตางๆ เชน สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร สุขศึกษาและพลศึกษา เปนตน หรือบูรณาการ ในกิจกรรมพฒั นาผูเรยี น เชน ลกู เสอื เนตรนารี ชมรมสขุ ภาพตา ง ๆ เปนตน 2.2 มกี ารจัดกระบวนการสรา งความรอบรูดา นสุขภาพ (V-shape) 1) สรา งการเขา ถงึ ขอ มลู สขุ ภาพในโรงเรยี น เชน การสรา งการเขา ถงึ เรอื่ ง ความรเู กยี่ วกบั โภชนาการ การออกกาํ ลังกาย ยาเสพติด บหุ รี่ ผลติ ภัณฑก ญั ชา เปนตน โดยดาํ เนนิ การ ดังน้ี - มชี อ งทางการส่อื สารความรอบรูดา นสขุ ภาพ เชน Twitter, Facebook, Line วารสาร หรือ ปายประกาศ เปนตน - มีการฝกใหนกั เรียนมีการสบื คนขอ มูลดานสุขภาพจากแหลง ขอ มูลท่เี ชอ่ื ถือได - ฝก ทกั ษะการรเู ทา ทนั สอ่ื (Media Literacy) และความปลอดภยั ในโลกดจิ ทิ ลั (E-safety) 2) สรางกระบวนการเขา ใจ - โรงเรยี นมกี ารจดั การเรยี นการสอนหรอื การทาํ กจิ กรรมในรปู แบบการจดั การเรยี นรเู ชงิ รกุ (Active Learning ) หรอื การเรยี นรโู ดยใชป ญ หาเปน ฐาน (Problem–based Learning: PBL) หรอื การสรา งชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี (Professional Learning Communication: PLC) - จัดกจิ กรรมดา นสขุ ภาพเสรมิ นอกชัว่ โมงเรียน - ตรวจสอบความเขา ใจของนักเรยี นดว ย teach back (ถามกลับ) และ ask me 3 เชน ปญ หาสขุ ภาพของนกั เรยี นคอื อะไร นกั เรยี นตอ งทาํ อยา งไรเพอื่ แกไ ขปญ หาดงั กลา ว สง่ิ ทนี่ กั เรยี น ทาํ น้นั สาํ คัญอยา งไร 3) มีการแลกเปลยี่ นซักถามประเด็นดา นสขุ ภาพ - มกี ารแลกเปลีย่ นระดับกลมุ หรอื ระดับชน้ั เรยี น - สรางบรรยากาศใหเกิดการแลกเปลย่ี น ซกั ถามอยางสรา งสรรคและอสิ ระ - มีชอ งทางการถาม-ตอบ แบบออฟไลน หรอื ออนไลน เชน การสนทนากลุม Facebook Line เปน ตน 4) การฝก ทักษะการตดั สินใจ - ฝกทักษะการคิด วิเคราะหอยางมีเหตุผล โดยใชขอมูลประกอบเพื่อเปรียบเทียบใน การตัดสนิ ใจ - ฝกทักษะการตอ รองและการปฏเิ สธในสง่ิ ท่เี ปน ผลเสียตอ สขุ ภาพ - ฝก ทักษะการตง้ั เปาหมายดานสุขภาพ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 60 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
5) การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม - ฝกใหนักเรียนวางแผนในการปรับเปล่ียนพฤติกรรมท้ังในระยะสั้นและระยะยาว เชน ลดน้ําหนัก มกี จิ กรรมทางกาย ลดหวาน ลดเคม็ เปนตน - สรา งแรงจงู ใจและเสรมิ พลงั ใหน กั เรยี นสามารถปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมได เชน การมอบรางวลั การเชิดชูเกียรติ เปน ตน - ตดิ ตามการปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมของนกั เรยี นอยา งตอ เน่อื ง 6) การบอกตอ - นําเสนอเพื่อบอกตอความสําเร็จในการปรับเปล่ียนพฤติกรรมสุขภาพ เชน การนําเสนอ หนา ชนั้ เรยี น หรอื หนา เสาธง หรอื เวทแี ลกเปลย่ี นเรยี นรรู ะดบั โรงเรยี น ระอาํ เภอ ระดบั จงั หวดั เปนตน 3. เครือ่ งมอื ในการดาํ เนินงาน เชน 3.1 แผนการเรยี นการสอนของโรงเรียน 3.2 กระบวนการความรอบรดู า นสุขภาพตาม V-shape 3.3 66 Key Message เพ่อื ความรอบรูดานสุขภาพของประชาชน 3.4 องคความรูดานการสงเสริมสุขภาพและอนามัยส่ิงแวดลอม เชน โภชนาการ กิจกรรมทางกาย สุขภาพชอ งปากและฟน อนามัยการเจรญิ พันธุ สุขอนามยั สว นบคุ คล การใชห องสวม การลา งมอื การคดั แยก ขยะ การปองกนั ผลกระทบตอ สุขภาพจากฝุน PM 2.5 ความรอ นอนั เนื่องมาจากการเปลย่ี นแปลงสภาพภูมิ อากาศ เปนตน 3.5 คูมอื แนวทางการปฐมพยาบาลเบ้อื งตน การชวยชวี ติ ขั้นพืน้ ฐาน (Basic Life Support : BLS) กรอบคดิ Health Literacy ของกรมอนามยั บอกตอ เขา ถึง 16 เขา ใจ 2 5 ปรบั เปลีย่ นพฤติกรรม โตต อบ ซักถาม 3 แลกเปล่ยี น 4 By นพ.วชิระ เพง็ จันทร กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ ตัดสินใจ 25 ม.ค. 60 61 โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
องคป์ ระกอบที่ 8 โภชนาการดี อาหารปลอดภยั เดก็ ไทยสุขภาพดี 1. ความสําคญั โภชนาการ เปนรากฐานสาํ คัญของการมีสุขภาพดีและคุณภาพชีวิตที่ดี วัยเรียนเปนชวงชีวิตท่ีมี ความสําคญั เนอ่ื งจากมกี ารเจรญิ เตบิ โตอยา งรวดเรว็ หากไดร บั สารอาหารและโภชนาการทดี่ จี ะทาํ ใหน กั เรยี น มกี ารเจรญิ เตบิ โตอยา งเตม็ ศกั ยภาพทง้ั ดา นสมองและรา งกาย แตห ากปลอ ยใหน กั เรยี นขาดสารอาหารจะสง ผล ใหการเจริญเติบโตไมดี ภูมิคุมกันตา่ํ สติปญญาและการเรียนรูชา นอกจากนี้การจัดอาหารตองคาํ นึงถึง ความสะอาดและความปลอดภยั ตงั้ แตข นั้ ตอน การปรงุ และจําหนา ยอาหาร เพอื่ ใหน กั เรยี นและบคุ คลากรได รับอาหารทส่ี ะอาด ปลอดภัย ปราศจากเชื้อโรค และสารเคมีทีเ่ ปนอันตราย 2. วธิ ดี ําเนินงาน (How to) 2.1 โรงเรยี นมกี ารจดั อาหารกลางวนั ตามมาตรฐานอาหารกลางวนั สําหรบั เดก็ ไทย โดยดาํ เนนิ การดงั น้ี 1) วางแผนการจัดเมนอู าหารกลางวันลวงหนา 2) ใช Platform ในการจัดอาหารกลางวนั สาํ หรบั นักเรยี น เชน Thai School Lunch Program หรอื การจดั อาหารกลางวันตามมาตรฐานอาหารกลางวันสําหรับเดก็ ไทย 3) มกี ารกํากบั ดแู ลการตกั อาหารใหไ ดต ามปรมิ าณตามทแ่ี นะนาํ และการรบั ประทานอาหารของ นกั เรียน รวมถึงอาหารเหลือทง้ิ 2.2 โรงเรยี นมกี ารดแู ลความสะอาดและคณุ ภาพของเคร่อื งปรงุ ดังน้ี 1) มีการดแู ลความสะอาดของเครือ่ งปรงุ 2) มีการดคู ุณภาพของเครอื่ งปรุง เชน วนั หมดอายุ มเี ครอ่ื งหมายรบั รองมาตรฐาน เปน ตน 3) มคี าํ แนะนาํ เรอ่ื งลดหวาน มนั เคม็ หากมกี ารจดั วางเครอ่ื งปรงุ และเนน การปรงุ ประกอบอาหาร ลดหวาน มัน เค็ม เพ่ือปลกู ฝงพฤติกรรมการกินอาหารทเ่ี หมาะสมตั้งแตเดก็ 2.3 มกี ารใชเ กลอื ไอโอดนี หรือผลิตภัณฑเ สริมไอโอดีน 2.4 นักเรียนช้ัน ป.1 - ป.6 ไดด ื่มนมรสจืดทุกวนั 2.5 นมโรงเรียนไดร ับการเกบ็ รักษาในสถานทีแ่ ละอุณหภมู ทิ ่เี หมาะสมทุกวันเปด เรียน ดังนี้ - นมพาสเจอรไรซ เกบ็ ไวท ่ีอณุ หภมู ิ ไมเ กนิ 8 °C - นม UHT เก็บไวใ นอุณหภูมิหอ งปกติ ไมค วรโดนแสงแดด วางในท่สี ะอาดและแหง ไมอ บั ชืน้ ไมเ ก็บซอนกนั หลาย ๆ ช้นั ไมวางตดิ กบั พ้ืน ควรวางสงู จากพนื้ อยา งนอ ย 15 เซนติเมตร - โรงเรียนในกรณีพ้ืนที่ถิ่นทุรกันดาร หากมีการใชนมผง ควรเก็บนมผง ไวในอุณหภูมิหอง ไมควรโดนแสงแดด ผลิตภัณฑนมผงควรบรรจุในภาชนะท่ีปดสนิท สามารถปองกันนํา้ ได ควรเปน แบบทบึ แสง หมนั่ ดูแลไมใหชอนตวงนมผงเปยก ควรเช็ดใหแหง สนทิ กอนเก็บ วธิ ีเกบ็ นมผง แบบกระปอง 1. หลังจากเปดฝาใชงานแลวใหปดฝาใหสนิททุกครั้ง ปองกันส่ิงแปลกปลอมและความชื้น เขา ไปในกระปองนมผง เพราะจะทําใหนมผงเสยี 2. หม่ันดูแลไมใ หชอนตวงนมผงเปยก ควรเช็ดใหแ หงสนิทกอ นเกบ็ ลงกระปอง 3. ไมค วรวางกระปอ งนมผงในทเี่ ปย กชืน้ เพราะอาจทาํ ใหกระปองเปน สนมิ ได 4. ไมควรเกบ็ กระปองนมผงไวใกลความรอ น หรอื ที่ทม่ี ีอุณหภมู สิ งู โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 62 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
วิธีเก็บนมผง แบบถงุ เตมิ 1. แนะนําใหร ะมดั ระวังเวลาฉกี ถงุ นมผง ไมใหฉ กี วันหมดอายุ หรือชื่อผลิตภณั ฑบ นถุง เพราะเปนขอ มูลท่คี วรรเู วลาหยิบใชน มผง 2. นมผงแบบถงุ อาจฉีกขาดไดงา ย แนะนําใหระมัดระวังเวลาหยบิ ออกมาใชงาน หรอื หาภาชนะมีฝาปด มาใสอีกชั้นหนงึ่ โดยไมตองเทนมผงออกจากถุง ใหมัดปากถุงแลว ใสน มผงทั้งถงุ ลงในภาชนะปด ฝา 3. เกบ็ ถงุ นมผงในท่ี ๆ แหง สนทิ ไมอ บั ชน้ื และควรพบั หรอื ปด ถงุ นมใหเ รยี บรอ ยมดิ ชดิ ทกุ ครง้ั หลงั ใชง าน เพอ่ื ปอ งกนั สง่ิ แปลกปลอมตกลงไป หรอื อาจเปน สาเหตทุ าํ ใหเ กดิ ความชน้ื ขน้ึ ได 4. ดแู ลชอนใหแหงเสมอกอ นใชตกั นมผง 5. ไมค วรเกบ็ ถุงนมไวใ กลค วามรอน หรอื ที่ท่ีมีอณุ หภูมสิ งู - นมทุกประเภทควร ตรวจดวู ัน เดอื น ป หมดอายุ สงั เกตลักษณะนม สีตอ งไมผดิ ปกติ เนื้อนม ปกติ ไมมีตะกอนแยกชน้ั ไมเ ปน ยางเหนียว ไมมีกลิ่น/รส ผดิ ปกติ กอ นใหนกั เรยี นดม่ื 2.6 มกี ารควบคมุ การจดั จาํ หนา ยหรอื บรกิ ารอาหาร/อาหารวา ง/เครอื่ งดมื่ /ขนม ทม่ี ผี ลเสยี ตอ สขุ ภาพ ไมม ีคณุ คา ทางโภชนาการ และมรี สหวานจัด เคม็ จัด และมนั จดั เชน ขนมถุง ลูกอม ไอศกรมี ขนมกรุบกรอบ นา้ํ อัดลม นํ้าหวาน อาหารทอดนาํ้ มนั ซํ้า เชน ไกท อด ไสกรอกทอด เฟรนสฟราย เปนตน 2.7โรงเรยี นมกี ารควบคมุ สอื่ โฆษณาทเี่ กย่ี วกบั อาหารทมี่ ผี ลเสยี ตอ สขุ ภาพและไมม คี ณุ คา ทางโภชนาการ 2.8 โรงอาหารผานเกณฑมาตรฐานสุขาภบิ าลอาหารในโรงเรยี น 75 ขอ 3. เคร่ืองมอื ในการดาํ เนินงาน เชน 3.1 เกณฑอ า งองิ การเจริญเตบิ โตสาํ หรับเด็กไทยอายุ 6-19 ปบรบิ รู ณ ดาวนโ หลดคูมือการใชเ กณฑอางองิ การเจริญเติบโตของเด็กอายุ 6 - 19 ป และกราฟแสดงเกณฑอา งองิ การเจรญิ เตบิ โตเด็ก ไดทเ่ี ว็บไซตสาํ นักโภชนาการ กรมอนามยั https://nutrition2.anamai.moph.go.th/th/kidgraph 3.2 มาตรฐานกลางวนั สําหรับเด็กไทย หรือ Thai School Lunch Program 3.3 แบบสรปุ รายงานผลการจดั อาหารกลางวนั ตามมาตรฐานกลางวนั สาํ หรับเด็กไทย หรือจาก Thai School Lunch Program 3.4 แบบประเมินพฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารของนกั เรยี นอายุ 6-18 ป 3.5 แบบฟอรม คดั กรองเด็กอว นกลุมเสยี่ ง (สําหรบั คร)ู (สาํ หรับเจาหนา ทส่ี าธารณสขุ ) 3.6 แบบตรวจมาตรฐานสขุ าภบิ าลอาหารสาํ หรบั โรงอาหารในโรงเรยี น (ตามกฎกระทรวง สขุ ลกั ษณะ ของสถานที่จาํ หนายอาหาร พ.ศ.2561) 63 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
มาตรฐานอาหารกลางวนั โรงเรยี นไทย สาํ หรบั เดก็ ไทยแตล ะวยั ใน 1 สัปดาห “มาตรฐานอาหารกลางวันโรงเรยี นไทย” สําหรบั เด็กไทยแตล่ ะวัย ใน 1 สัปดาห์ (ปรมิ าณและความถ่ขี องอาหารกลุ่มต่างๆ ทจี่ ดั เสิร์ฟเป็นอาหารกลางวนั และอาหารเสริมระหวา่ งมือ้ ) 3 – 5 ปี 6 – 12 ปี 13 – 18 ปี กลุ่มอาหาร ปรมิ าณ ครั้ง ปริมาณ ครั้ง ปริมาณ ครั้ง ต่อครัง้ ตอ่ สัปดาห์ ตอ่ คร้ัง ตอ่ สัปดาห์ ต่อคร้ัง ต่อสัปดาห์ ขาวสวย 1.5 ทัพพี (40) 5 2.5 ทพั พี (65) 5 3 ทพั พี (80) 5 (ขา วสารเปนกรัม) ผกั * 0.5 ทัพพี 3 – 5 1 ทัพพี 4 - 5 1 -1.5 ทัพพี 5 ผลไม* 0.5 สวน 3 – 5 1 สว น 3 - 5 1 สวน 5 ปลา 2 ชอนกินขา ว 1 2 ชอ นกนิ ขา ว 1 3 ชอ นกินชาว 1 เนอ้ื สัตวต างๆ 2 ชอนกนิ ขา ว 1 2 ชอ นกินขาว 2 3 ชอ นกินชา ว 2 ไข 1 ฟอง 2 1 ฟอง 2 1 ฟอง 3 ตบั สัตวตา งๆ 0.25 ชอ นกนิ ขา ว 0 – 1 0.25 ชอ นกนิ ขา ว 0 - 1 1 ชอนกนิ ชา ว 0-1 เตาหตู า งๆ ** 2 ชอ นกนิ ขา ว 0 – 1 2 ชอ นกนิ ขาว 0 - 1 3 ชอนกนิ ชาว 0-2 ปลาเลก็ ปลานอยที่ 2 ชอนกนิ ขา ว 0 - 1 กนิ ทัง้ กางได ** เลือดสัตวตางๆ *** 2 ชอนกนิ ขา ว 1 - 2 นํ้ามนั พชื 1 ชอนชา 5 1.5 ชอนชา 5 2 ชอ นชา 1 - 2 ขา ว-แปง 1 ทัพพี 2 1 ทัพพี 2 1 ทพั พี 2 จากอาหารวา ง-ขนม ถ่วั เมลด็ แหง 6 ชอ นกนิ ขาว 1 6 ชอ นกินขา ว 1 6 ชอนกินขาว 3 (เขยี ว- แดง-ดาํ ) สุก เผือก-มนั ตา งๆ 1 ทพั พี 1 1 ทพั พี 1 1 ทพั พี 2 นา้ํ ตาล ไมเ กนิ 3 ชอ นชา 5 ไมเ กนิ 3 ชอ นชา 5 ไมเ กนิ 3 ชอ นชา 5 นํ้าด่มื ทส่ี ะอาด 1 แกว 5 1 แกว 5 1 แกว 5 นมจืดครบสวน 200 มล. 5 200 มล. 5 250 มล. 5 (นมถ่ัวเหลือง) **** 200 มล. (2) 200 มล. (2) 250 มล. (2) ท่มี า : หลกั การการพฒั นาและคุณคา สารอาหารของมาตรฐานอาหารกลางวันสาํ หรบั เดก็ ไทย. สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลยั มหิดล. 2548 โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 64 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
หมายเหตุ * ผัก - ผลไมครบทุกวันควรไดไมนอยกวา ความถ่ีขน้ั ตาํ่ เพราะเม่อื รวมกบั กลมุ อาหารอน่ื ๆ แลว ปริมาณ ใยอาหารจะยงั ผา นเกณฑ ไมนอ ยกวา รอยละ 70 ของเปาหมาย ** กลมุ อาหารท่ีมคี วามเขมขน ของสารอาหารสงู ซงึ่ เสริมใหสารอาหารพวกแรธาตุเหลก็ แคลเซียม และ วติ ามนิ เอ เขา ใกลป รมิ าณสารอาหารเปา หมาย ในกรณที ไ่ี มม กี ารใชก ลมุ อาหารนเ้ี ลย สารอาหารตา ง ๆ น้ี ยงั ผานเกณฑข้นั ตํ่าคอื ไมน อยกวา รอยละ 70 ของเปา หมาย แตลดความหลากหลายไปบา ง *** ถา จดั ผกั - ผลไมไ มค รบทกุ วนั (*) และไมม กี ารจดั กลมุ อาหารทม่ี คี วามเขม เขน สารสงู (**) ควรมเี ลอื ด สปั ดาหล ะ 2 ครง้ั ถา นอ ยกวา นมี้ คี วามเสยี่ งตอ การขาดธาตเุ หลก็ โดยเฉพาะอยา งยงิ่ ในเพศหญงิ และหาก ไมใ ชเลยควรไดยาเมด็ เสริมธาตเุ หลก็ 60 มก. อยา งนอยสปั ดาหละคร้ังทัง้ หญงิ และชาย **** ถาเลอื กจดั ดว ยความถี่ต่ําสุดทุกกลุม อาหาร ตอ งมกี ารทดแทนพลังงานสวนท่ขี าดไป เชน การเสริม ดว ยนมถว่ั เหลอื งสปั ดาหละ 2 แกว ทม่ี า : หลกั การการพฒั นาและคณุ คา สารอาหารของมาตรฐานอาหารกลางวนั สําหรบั เดก็ ไทย. สถาบนั โภชนาการ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล. 2548 65 โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
ประกาศกรมอนามัย เร่ือง เกณฑคุณภาพนา้ํ ประปาดื่มได กรมอนามยั พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยทเ่ี ปน การสมควรปรบั ปรงุ เกณฑค ณุ ภาพน้ําประปาดมื่ ได พ.ศ. ๒๕๕๓ ใหท นั สมยั ตอ สถานการณ การเปล่ียนแปลงในปจจุบัน สนับสนุนนโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการจัดสภาวะแวดลอมที่เอ้ือตอ การมสี ขุ ภาพดขี องประชาชน รวมทง้ั เปน การยกระดบั คณุ ภาพมาตรฐานนํ้าประปาตามชนบทตามบทบาทภารกจิ ของกรมอนามยั เพื่อใหป ระชาชนมนี าํ้ บริโภคที่สะอาดและปลอดภัย อันจะสงผลใหป ระชาชนมคี ุณภาพชวี ติ ทด่ี ีขึ้น อาศัยอํานาจความในมาตรา ๓๒ แหง พระราชบญั ญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผน ดนิ พ.ศ. ๒๕๓๔ อธิบดกี รมอนามัยจึงออกประกาศไว ดงั ตอ ไปนี้ ขอ ๑ ประกาศนเ้ี รยี กวา “ประกาศกรมอนามัย เรือ่ ง เกณฑคณุ ภาพน้ําประปาดม่ื ได กรมอนามัย พ.ศ. ๒๕๖๓” ขอ ๒ ใหย กเลกิ ประกาศกรมอนามยั เรอ่ื ง เกณฑค ณุ ภาพน้ําประปาดมื่ ได ลงวนั ที่ ๑๓ ตลุ าคม ๒๕๕๓ ขอ ๓ ในประกาศน้ี “นาํ้ ประปาด่ืมได” หมายถงึ ความวา นํ้าประปาท่ีมีการควบคุมคุณภาพตง้ั แตระบบผลิตจนถึงบานผูใ ชน้าํ ให มคี ณุ ภาพเปน ไปตามประกาศนี้ ขอ ๔ กาํ หนดคุณภาพน้าํ ประปา เพ่ือรับรองเปนนา้ํ ประปาดื่มได โดยตองมีคุณภาพไมดอยไปกวา เกณฑก ําหนด ดังตอ ไปนี้ (๑) คุณภาพนํา้ ทางกายภาพ (ก) ความขุน (Turbidity) ตองมีคาไมเกิน ๕ เอน็ ทียู (ข) สีปรากฏ (Apparent color) ตอ งมีคา ไมเ กิน ๑๕ แพลตตินัมโคบอลท (ค) ความเปน กรดและดา ง (pH) ตองมคี าอยูร ะหวา ง ๖.๕ - ๘.๕ (๒) คณุ ภาพน้าํ ทางเคมที ่วั ไป (ก) ของแขง็ ละลายนาํ้ ทงั้ หมด (Total dissolved solids) ตอ งมคี า ไมเ กนิ ๕๐๐ มลิ ลกิ รมั ตอ ลติ ร (ข) คซัลวาเฟมตกร(ะSดuาlfงat(He)arตdอ nงeมsีคsา aไมsเCกaินC๒O๕3)๐ตมอิลงมลีคกิ ารไมั มตเ กอนิลติ ๓ร๐๐ มลิ ลกิ รัมตอลติ ร (ค) (ง) คลอไรด (Chloride) ตอ งมีคา ไมเกนิ ๒๕๐ มลิ ลกิ รมั ตอ ลิตร (จ) ไนเตรท (Nitrate as NNOO23-)-) ตอ งมคี า ไมเกนิ ๕๐ มิลลิกรัมตอ ลติ ร (ฉ) ไนไตรท (Nitrite as ตองมีคาไมเกิน ๓ มลิ ลิกรมั ตอ ลติ ร (ช) ฟลูออไรด (Fluoride) ตอ งมีคา ไมเกนิ ๐.๗ มลิ ลกิ รัมตอลิตร (๓) คุณภาพนาํ้ ... โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 66 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
(๓) คุณภาพน้าํ ทางโลหะหนกั ทัว่ ไป (ก) เหลก็ (Iron) ตอ งมีคา ไมเกิน ๐.๓ มลิ ลกิ รมั ตอลิตร (ข) แมงกานีส (Manganese) ตองมคี าไมเ กนิ ๐.๓ มลิ ลกิ รัมตอลิตร (ค) ทองแดง (Copper) ตองมีคาไมเ กนิ ๑ มลิ ลิกรมั ตอ ลิตร (ง) สังกะสี (Zinc) ตอ งมคี า ไมเ กนิ ๓ มลิ ลิกรัมตอ ลิตร (๔) คุณภาพน้าํ ทางโลหะหนกั เปนพิษ (ก) ตะกว่ั (Lead) ตองมคี าไมเกนิ ๐.๐๑ มิลลกิ รมั ตอ ลิตร (ข) โครเมียมรวม (Total chromium) ตองมีคาไมเ กิน ๐.๐๕ มิลลิกรัมตอ ลิตร (ค) แคดเมยี ม (Cadmium) ตอ งมคี าไมเ กิน ๐.๐๐๓ มิลลิกรัมตอลติ ร (ง) สารหนู (Arsenic) ตองมีคาไมเกนิ ๐.๐๑ มิลลกิ รมั ตอลิตร (จ) ปรอท (Mercury) ตองมคี าไมเ กนิ ๐.๐๐๑ มลิ ลกิ รมั ตอลิตร (๕) คุณภาพนํ้าทางแบคทเี รยี (ก) โคลฟิ อรม แบคทีเรีย (Total coliforms bacteria) ตองตรวจไมพ บตอ ๑๐๐ มลิ ลิลติ ร หรอื ตองมีคา < ๑.๑ เอ็มพีเอ็นตอ ๑๐๐ มิลลิลิตร (ข) อโี คไล (Escherichia coli) ตอ งตรวจไมพ บตอ ๑๐๐ มลิ ลลิ ติ ร หรอื ตอ งมคี า < ๑.๑ เอม็ พเี อ็นตอ ๑๐๐ มิลลลิ ติ ร ขอ ๕ การตรวจวิเคราะห วธิ ีการเก็บและรักษาตัวอยางคณุ ภาพนา้ํ ประปาตามขอ ๔ ตอ งเปนไปตาม วธิ กี ารตามหนงั สอื Standard Methods for the Examination of Water and Wastewater Edition 23rd ed., 2017 APHA AWWA WEF ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นางพรรณพิมล วิปุลากร อธบิ ดกี รมอนามยั 67 โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
เกณฑคณุ ภาพน้ําประปาดื่มได พารามเิ ตอร หนว ยวดั คา มาตรฐาน คา มาตรฐาน ดานกายภาพ เอ็นทียู ไมเกนิ 5 Nephelometry 1. ความขุน (Turbidity) แพลตตินัมโคบอลท ไมเ กิน 15 Spectrophotometric-single-wavelength, 2. สีปรากฏ 6.5 – 8.5 visual comparison method - Electrometric method (Apparent color) มลิ ลิกรมั ตอลติ ร 3. ความเปน กรดและดา ง (pH) มิลลกิ รัมตอลิตร ไมเกนิ 500 TDS dried at 180 องศาเซลเซียส, ดานเคมีทวั่ ไป มิล(aลsกิ รCมั aตCอOล3)ติ ร Gravimetric, Electrometric method 4. ของแขง็ ละลายนํา้ ทง้ั หมด มิลลิกรัมตอ ลติ ร มลิ ลิกรัมตอ ลิตร ไมเ กิน 300 EDTA titrimetric (Total dissolved solids) 5. ความกระดาง (Hardness) (as NO3-) ไมเ กิน 250 Turbidimetry, ion chromatography มิลลิกรมั ตอ ลติ ร ไมเกิน 250 Argentometry, ion chromatography 6. ซัลเฟต (Sulfate) มลิ ล(aกิ sรNัมตOอ2-ล) ิตร ไมเกิน 50 Cadmium reduction, ion chromatography, 7. คลอไรด (Chloride) ไมเ กิน 3 spectrophotometry 8. ไนเตรท (Nitrate) ไมเกิน 0.7 Cadmium reduction, ion chromatography, spectrophotometry 9. ไนไตรท (Nitrite) ion chromatography, SPADNS colori- metric method, ion-selective electrode 10. ฟลอู อไรด (Fluoride) ดา นเคมี (โลหะหนกั ) มลิ ลกิ รัมตอ ลิตร ไมเกนิ 0.3 AAS (flame), ICP, spectrophotometry 11. เหล็ก (Iron) มลิ ลิกรมั ตอลิตร ไมเ กนิ 0.3 AAS (flame), ICP, spectrophotometry 12. แมงกานสี (Manganese) มิลลกิ รัมตอลิตร ไมเกิน 1 AAS (flame), ICP, spectrophotometry 13. ทองแดง (Copper) มลิ ลิกรัมตอลติ ร ไมเกนิ 3 AAS (flame), ICP, spectrophotometry 14. สงั กะสี (Zinc) มลิ ลกิ รัมตอ ลิตร ดานเคมี (โลหะหนกั ทเ่ี ปนพษิ ) มลิ ลกิ รัมตอ ลิตร ไมเ กิน 0.01 AAS (graphite furnace), ICP 15. ตะก่วั (Lead) มลิ ลกิ รัมตอลติ ร ไมเกนิ 0.05 AAS (graphite furnace), ICP 16. โครเมยี มรวม (Total chromium) มิลลิกรมั ตอลิตร ไมเ กิน 0.003 AAS (graphite furnace), ICP 17. แคดเมยี ม (Cadmium) ไมเกนิ 0.01 AAS (vapor generation technique), ICP, 18. สารหนู (Arsenic) graphite furnace 19. ปรอท (Mercury) มลิ ลิกรัมตอลิตร ไมเกิน 0.001 AAS (vapor generation technique), ICP, Automatic direct mercury analyzer ดา นชวี ภาพ ตอ 100 มิลลลิ ิตร ไมพ บ Presence-Absence Test 20. โคลฟิ อรมแบคทีเรีย เอม็ พเี อน็ ตอ 100 มลิ ลลิ ติ ร นอยกวา 1.1 MPN method (Total coliforms bacteria) 21. อี.โคไล (Escherichia coli) ตอ 100 มลิ ลลิ ติ ร ไมพบ Presence-Absence Test เอม็ พเี อน็ ตอ 100 มลิ ลลิ ติ ร นอยกวา 1.1 MPN method หมายเหต:ุ - วธิ วี ิเคราะหในแตล ะพารามิเตอร ใหเลอื กใชอ ยา งใดอยางหน่ึงในการตรวจวัด - คลอรนี อสิ ระคงเหลือ (Residual chlorine) กาํ หนดใหม ที ่ีปลายเสนทอ 0.2 – 0.5 มิลลิกรมั ตอ ลิตรใชในระบบการเฝา ระวงั คณุ ภาพนํ้าประปา โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 68 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
องค์ประกอบท่ี 9 กจิ กรรมทางกายเพียงพอ และนอนหลับดี 1. ความสําคัญ 1.1 กิจกรรมทางกาย (Physical Activity) กิจกรรมทางกาย (Physical Activity) หมายถึง การขยับเคลื่อนไหวรางกายท้ังหมดในชีวิต ประจําวนั ในอริ ยิ าบถตา ง ๆ ซงึ่ กอ ใหเ กดิ การใชแ ละเผาผลาญพลงั งานโดยกลา มเนอื้ อนั ครอบคลมุ การเคลอ่ื นไหว รา งกายทงั้ หมด ในชวี ติ ประจาํ วนั ไมว า จะเปน การทาํ งาน การเดนิ ทาง กจิ กรรมนนั ทนาการ การออกกาํ ลงั กาย และการเลนกฬี า องคก ารอนามยั โลก (WHO) ไดมีคําแนะนาํ กจิ กรรมทางกายสําหรบั วยั เรยี นและวยั รุน ดงั นี้ เดก็ อายุ 6-17 ป ควรมกี จิ กรรมทางกายอยา งนอ ย วนั ละ 60 นาที ทกุ วนั ซงึ่ การทํากจิ กรรมทางกายเปน ประจํา สง ผลตอการมสี ขุ ภาพดี ดงั นี้ 1) ชวยในการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการ เพิ่มการสรา งมวลกระดกู ซง่ึ มีผลตอความสงู สง เสริม ความแขง็ แรงของระบบกลา มเนอ้ื และขอ ตอ ตา งๆ ของรา งกาย พฒั นาระบบประสาทสงั่ การ ทําใหร ะบบหวั ใจ และหลอดเลอื ดแข็งแรงขึ้น มีผลตอการหลัง่ ฮอรโ มนเพ่ือการเจรญิ เตบิ โต (Growth Hormone) 2) ชว ยใหสมองสวนการเรยี นรู ทํางานไดอยา งมปี ระสทิ ธิภาพมากขนึ้ 3) ลดโอกาสการปวยดวยโรคไมติดตอเรื้อรัง เชน โรคอวน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เปนตน 4) สง เสรมิ สุขภาพจติ ลดความตึงเครียด ทําใหเกิดความสนุกสนาน 5) ควบคุมนํ้าหนักตวั จากการชว ยเผาผลาญไขมนั สว นเกิน 1.2 การนอนหลบั (Sleep) การนอนหลับ (sleep) หมายถึง ภาวะทร่ี า งกายมีระดับการรสู ติ และมกี ารตอบสนองตอส่ิงเรา ลดลง เปน กระบวนการทเ่ี กดิ ขนึ้ ตามธรรมชาติ มลู นธิ กิ ารนอนหลบั แหง ชาติ (National Sleep Foundation) ไดม คี าํ แนะนําการนอนหลบั เพยี งพอสําหรับวยั เรยี นและวัยรนุ ดังน้ี เดก็ อายุ 6 -13 ป ควรนอนหลับวนั ละ 9 -11 ช่วั โมง และเดก็ อายุ 14 -17 ป ควรนอนหลบั วนั ละ 8-10 ช่ัวโมง การนอนหลบั เพยี งพอเปน ประจาํ สงผลตอการมสี ุขภาพดี ดงั นี้ 1) สมองมคี วามจาํ ดขี ึ้นและมสี มาธมิ ากขน้ึ 2) รางกายไดซอมแซมในสว นท่ีสกึ หรอ 3) สงเสรมิ การเจริญเติบโตของรางกาย 4) สง เสรมิ ระบบภมู ิคมุ กนั ของรางกาย 5) เพิม่ ประสิทธิภาพความคดิ สรา งสรรค 6) ชวยใหอารมณแจม ใส 7) ชวยใหน ้าํ หนกั คงทแี่ ละทําใหมีรูปรางทด่ี ี 2. วิธดี าํ เนินงาน (How to) 2.1 โรงเรียนจัดสถานที่ในการทํากิจกรรมทางกายของนักเรียนอยางเพียงพอ เชน สนามกีฬา ลานเอนกประสงค หอประชุม สนามเดก็ เลน บนั ได ทางเดนิ เปนตน และมีอุปกรณสนบั สนุนการทํากจิ กรรม ทางกายที่เพียงพอ นักเรียนสามารถเบิกอุปกรณใชงานในการทํากิจกรรมทางกายไดตามความเหมาะสม มผี รู บั ผดิ ชอบในการเบกิ คนื อปุ กรณ รวมทง้ั การบาํ รงุ รกั ษาอปุ กรณใ นการทํากจิ กรรมทางกายใหพ รอ มใชง าน 2.2 สนับสนุนใหมีการจัดต้ังชมรมกิจกรรมทางกาย เชน ชมรมออกกาํ ลงั กาย ชมรมกฬี า ชมรมอาสา ชมรมสนั ทนาการ ชมรมดนตรี ชมรมทําอาหาร เปน ตน ใหน กั เรยี นและบคุ ลากรทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น มสี ว นรว มในการทาํ กจิ กรรมอยา งตอ เนอื่ ง รวมทงั้ การมสี ว นรว มกบั เครอื ขา ยในการจดั การแขง ขนั กฬี าภายใน และกีฬาเชื่อมสมั พันธร ะหวางโรงเรียนกับชมุ ชน 69 โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
2.3 มีรปู แบบสง เสรมิ การออกกําลงั กาย ดงั น้ี 2.3.1 นกั เรยี นระดบั ประถมศกึ ษาหรอื ประถมศกึ ษาขยายโอกาสเขา รว มกจิ กรรมผา นแพลตฟอรม กาวทาใจ หรือมีรายงานผลการออกกําลงั กาย 2.3.2 นักเรยี นระดับมัธยมศกึ ษาเขารวมกิจกรรมผานแพลตฟอรมกา วทา ใจ 2.3.3 กรณเี ขารวมกิจกรรมผานแพลตฟอรม กา วทา ใจ รายละเอียดดังน้ี - นกั เรยี น รวมท้งั บคุ ลากร ผปู กครอง และชุมชน ไดทํากจิ กรรมทางกายรวมกันโดย สามารถลงทะเบยี นกา วทาใจ ไดทาง Line ID : @thnvr หรือ https://lin.ee/aO1A5yt - สามารถดวู ธิ กี ารลงทะเบียน ไดท าง https://activefam.anamai.moph.go.th หรอื https://www.youtube.com/watch?v=tv66vCA7gTk - ผูดูแลกลมุ โรงเรียน สรา งกลุมและตั้งชือ่ กลุมของโรงเรียน พรอ มทงั้ ใหน กั เรียน บคุ ลากร ผูปกครอง และชุมชน เขากลุมเพ่อื ใหต ดิ ตามการรายงานผลการออกกําลังกาย - การประเมนิ คะแนน คดิ รอ ยละจากจํานวนทง้ั หมดของผเู ขา รว มในกลมุ โรงเรยี น (นกั เรยี น บุคลากร ผปู กครอง และชุมชน) ยกตวั อยา ง เชน รอยละ = ผเู ขา รวมในกลุมโรงเรียน x 100 จาํ นวนนกั เรยี นทงั้ หมด รอยละ = 500 x 100 200 รอยละ = 250 *** กรณีจาํ นวนผูเขารวมในกลุมโรงเรียน มากกวารอยละ 100 ใหผลประเมินเต็ม (1.5 คะแนน) - ติดตามขาวสารและกจิ กรรมลุน รางวลั ผา น FACEBOOK กาวทา ใจ ไดท าง https://www.facebook.com/kaotajai 2.3.4 กรณีรายงานผลการออกกาํ ลังกาย นกั เรยี นบนั ทกึ การออกกาํ ลงั กายประจาํ วนั ตามแบบฟอรม ทปี่ รากฏในขอ ที่ 3. เครอ่ื งมอื ใน การดาํ เนนิ งาน 2.4 จัดใหมีโปรแกรมสงเสริมการออกกําลังกายใหนักเรียนทุกคนเปนประจํา และหลากหลาย รปู แบบรวมกัน โดยเนนการออกกาํ ลงั กายแบบแอโรบกิ เปนหลกั ดงั นี้ 2.4.1 ออกกาํ ลงั กายแบบแอโรบกิ (Aerobic exercise) อยา งนอ ย 60 นาที (สะสมตอ เนอ่ื ง 10 นาที ขนึ้ ไป) ทกุ วนั หรอื อยา งนอ ย 5 วนั /สปั ดาห เชน เตน จงิ โจ FUN for FIT เตน แอโรบกิ วงิ่ ปน จกั รยาน กระโดดตบ กระโดดเชอื ก กระโดดแทรมโพลนี บาสเกตบอล เปนตน 2.4.2 ออกกาํ ลงั กายเพอื่ เพมิ่ ความแขง็ แรงและความอดทนของกลา มเนอื้ (Muscular strength and endurance exercise) วนั เวน วนั หรืออยา งนอย 3 วนั /สปั ดาห เชน เกาอี้...ขยพ้ี ุง ลุกนงั่ (Sit-Up) ดนั พ้ืน (Push Up) แพลงก (Plank) สควอช (Squat) โหนบาร ยกดัมเบล เปนตน 2.4.3 ออกกําลังกายเพื่อเพิ่มความออนตัว (Flexibility exercise) ทุกวัน หรืออยางนอย 5 วนั /สปั ดาห เชน จิงโจยืดตัว กายบรหิ าร ยืดเหยียดกลา มเนอ้ื โยคะ เปน ตน โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 70 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
2.6 ประชาสัมพันธและสง เสรมิ ใหน ักเรยี นนอนหลบั เพียงพอ ดงั น้ี เดก็ อายุ 6-13 ป ควรนอนหลับ 9-11 ช่ัวโมง/วัน และเด็กอายุ 14-17 ป ควรนอนหลับ 8-10 ช่ัวโมง/วัน และใหนักเรียนบันทึกรายงาน การนอนหลบั ของนกั เรยี น ตามแบบฟอรม ทีป่ รากฏในขอที่ 3. เคร่อื งมือในการดาํ เนินงาน 2.7 นักเรยี นไดร บั การทดสอบสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ ภาคเรียนละ 1 ครั้ง ใชแบบทดสอบ และเกณฑม าตรฐานสมรรถภาพทางกายของนกั เรยี น สาํ หรบั ประถมศกึ ษา (อายุ 7-12 ป) และสาํ หรบั มธั ยมศกึ ษา (อายุ 13-18 ป) ของกรมพลศกึ ษา กระทรวงการทอ งเที่ยวและกีฬา พ.ศ. 2562 3. เครอ่ื งมอื ในการดําเนนิ งาน เชน 3.1 แผนการสงเสริมกจิ กรรมทางกาย พ.ศ. 2561 – 2573 3.2 สอ่ื องคความรู สอ่ื ประชาสัมพันธการสง เสริมกจิ กรรมทางกายและการนอน สําหรบั เดก็ วยั เรยี น วัยรนุ สืบคนไดจ าก https://www.chopachipa.org/Home/content/commu 3.3 สมคั รกาวทาใจ ไดทาง Line ID : @thnvr หรือ https://lin.ee/aO1A5yt 3.4 วิธีการลงทะเบียนกาวทา ใจ สืบคนไดจ าก https://activefam.anamai.moph.go.th/KTJSS4 หรอื https://www.youtube.com/watch?v=tv66vCA7gTk www.activefam.anamai.moph.go.th 3.5 ตดิ ตามขาวสารและกจิ กรรมลุนรางวลั กา วทา ใจ สบื คนไดจาก https://www.facebook.com/kaotajai 3.6 รายงานผลการออกกาํ ลงั กาย สบื คน ไดจ าก https://www.chopachipa.org//Home/news/340 3.7 มลู นิธกิ ารนอนหลบั แหงชาติ (National Sleep Foundation) สืบคนไดจ าก https://www.thensf.org/ และ https://www.thensf.org/how-many-hours-of-sleep-do-you-real- ly-need/ 3.8 รายงานการนอนหลับ สืบคน ไดจ าก https://www.chopachipa.org//Home/news/339 3.9 แบบทดสอบและเกณฑมาตรฐานสมรรถภาพทางกายของนักเรยี น สําหรับประถมศกึ ษา (อายุ 7-12 ป) ของกรมพลศึกษา กระทรวงการทองเที่ยวและกฬี า พ.ศ.2562 สบื คนไดจาก https://www.dpe.go.th/manual-files-411291791794 3.10 แบบทดสอบและเกณฑมาตรฐานสมรรถภาพทางกายของนกั เรยี น สาํ หรบั มธั ยมศึกษา (อายุ 13–18 ป) ของกรมพลศึกษา กระทรวงการทองเท่ียวและกฬี า พ.ศ.2562 สบื คนไดจ าก https://www.dpe.go.th/manual-files-411291791795 71 โรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
องคป์ ระกอบที่ 10 : บุคคลต้นแบบดา้ นสุขภาพในโรงเรยี น 1. ความสําคญั ครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา มบี ทบาทสําคญั อยา งยงิ่ ในการพฒั นาประเทศทงั้ ดา น พฒั นาการศกึ ษา พฒั นาการเรยี นรแู ละสขุ ภาพ รวมถงึ การเปน แบบอยา งทด่ี ขี องนกั เรยี น ซงึ่ มอี ทิ ธพิ ลตอ นกั เรยี นในดา นพฤตกิ รรม ทักษะ และการแสดงออกตาง ๆ ดังนั้นจําเปนตองเตรียมความพรอมของครูและบุคลากรทางการศึกษา ท้ังดานการศึกษาและดานสุขภาพ โดยสงเสริมการเฝาระวังสุขภาพตนเองและการพัฒนาศักยภาพดานการ สง เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สงิ่ แวดลอ ม รวมถงึ การสนบั สนนุ ใหค รทู มี่ สี ขุ ภาพดมี าแลกเปลยี่ น บอกตอ เคลด็ ลบั การมีสุขภาพดี เพื่อเปน ตน แบบท่ดี ีแกนกั เรยี น 2. วธิ ดี ําเนินงาน (How to) 2.1 คณะผบู ริหารทีส่ นับสนุนการดาํ เนนิ งานโรงเรียนสง เสรมิ สุขภาพ โดยดาํ เนนิ การ ดงั น้ี 1) สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรดานการสงเสริมสุขภาพและ อนามยั สิง่ แวดลอ ม (โดยบรรจุในแผนการดําเนนิ การประจาํ ปของโรงเรียน) 2) สรางแรงจูงใจในการพัฒนาครูและบุคลากรใหเปนตนแบบดานสุขภาพ เชน การใหรางวัล การเชดิ ชูเกยี รติ เปนตน 2.2 ผูบริหาร ครู บุคลากร มีการเฝาระวังสุขภาพตนเอง โดยการตรวจสุขภาพประจําป วัด BMI วดั รอบเอว รวมถึงการไดร ับบรกิ ารสุขภาพตามสิทธขิ ัน้ พนื้ ฐาน ปล ะ 1 ครง้ั 2.3 มีครูหรือบุคลากรเปน ตน แบบดา นสุขภาพ (Role Model) ดงั นี้ 1) ไดร บั การพฒั นาศกั ยภาพดา นการสง เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอ ม เชน ดา นโภชนาการ กจิ กรรมทางกาย สขุ ภาพชอ งปากและฟน สขุ ภาพทางเพศ สขุ ภาพจติ การปอ งกนั ควบคมุ โรค เปนตน 2) เปน บคุ คลท่ีมกี ารเฝาระวงั สขุ ภาพตนเองอยา งสม่ําเสมอ 2.4 ครูอนามัยตองผานการอบรมหลักสูตรครูอนามัยโรงเรียนของกระทรวงสาธารณสุขหรือ หลักสูตรดานการสงเสริมสุขภาพนักเรียนและอนามัยสิ่งแวดลอมในโรงเรียน เชน เรื่องการปฐมพยาบาล เบ้ืองตนการชวยชีวิตข้ันพื้นฐาน (Basic Life Support : BLS) การจัดการสุขภาพกายและสุขภาพจิต เด็กวยั เรียนวัยรุน เปนตน 3. เคร่อื งมือในการดาํ เนนิ งาน เชน 3.1 ชดุ สทิ ธิประโยชนตามหลักประกนั สขุ ภาพแหง ชาติ 3.2 คูมอื 10 Package สรางสขุ ภาพดีในท่ีทํางาน กรมอนามัย 3.3 หลักสตู รครูอนามัยโรงเรยี น กระทรวงสาธารณสขุ 3.4 องคความรูดานการสงเสริมสุขภาพและอนามัยส่ิงแวดลอม เชน โภชนาการ กิจกรรมทางกาย สขุ ภาพชองปากและฟน สขุ อนามัย อนามัยการเจริญพนั ธุ อนามัยส่ิงแวดลอ ม เปนตน 3.5 โปรแกรมคาํ นวณหาคาดัชนีมวลกาย (BMI) 3.6 สมุดบันทึกสุขภาพประจําตวั ครูและบคุ ลากร โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 72 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
73 โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 ส่วนที่ 5 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) มาตรฐานโรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล (GSHPS) ด้านผลลัพธ์สุขภาพนกั เรยี น 6 ตัวชว้ี ดั ตัวช้วี ัด เกณฑ ผลการประเมิน วธิ ีการเก็บรวบรวมขอ มูล แหลงขอมูล/วธิ ีพิสจู น 1. ภาวะ ผาน ไมผ าน โภชนาการ 1.1 นกั เรยี นสูงดีสมสว น มากกวา หรอื เทากับ - ช่ังนํา้ หนัก วดั สว นสูง นกั เรยี นทุกคน 1. รายงานผลการประเมนิ การเจรญิ เตบิ โต รอยละ 57 (ป 2566) โดยวัดผลตามเกณฑอ า งองิ การ และภาวะโภชนาการ รอ ยละ 59 (ป 2567) เจรญิ เติบโตของเดก็ อายุ 6 -19 ป รอยละ 61 (ป 2568) พ.ศ 2564 โดยใชก ราฟนํา้ หนกั ตาม 2. แนวทางการสง เสรมิ โภชนาการ/แกไ ข รอยละ 63 (ป 2569) เกณฑส ว นสงู และกราฟสว นสงู ตาม ภาวะทุพโภชนาการของนักเรียน รอยละ 65 (ป 2570) เกณฑอายุ แยกเพศชายและหญงิ 1.2 นักเรียนเต้ีย ไมเ กิน 3. ตรวจสอบคุณภาพการจัดการอาหาร รอยละ 10 (ป 2566) - สมั ภาษณครแู ละนักเรยี น กลางวนั รอ ยละ 9.5 (ป 2567) รอ ยละ 9 (ป 2568) 4. สํารวจหรือสังเกตสภาพจริง เชน รอ ยละ 8.5 (ป 2569) การจําหนา ยอาหารวา งและเครอ่ื งดม่ื รอยละ 8 (ป 2570) การจดั อาหารกลางวนั ปรมิ าณผกั และ 1.3 นกั เรยี นเริ่มอวนและอวน เนื้อสัตวต ามคาํ แนะนาํ ไมเกินรอยละ 10 5. สัมภาษณครแู ละนกั เรียน 1.4 นักเรียนผอม ไมเกินรอ ยละ 5
ตวั ชว้ี ัด เกณฑ ผลการประเมนิ วธิ ีการเกบ็ รวบรวมขอ มลู แหลงขอมลู /วธิ ีพิสูจน ผา น ไมผ า น ตรวจฟน นกั เรยี นช้ัน ป.6 และ ชัน้ 1. หลกั ฐานการตรวจสขุ ภาพชอ งปาก ม.3 (สมุ ชั้นละ 1 หอ งเรียน) 2. สุขภาพ 2.1 นกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 6 ของทันตบคุ ลากรในหนว ยบรกิ าร โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 ชองปากและฟน ปราศจากฟนผุ (Caries free) - รายงานผลการทดสอบสมรรถภาพ สาธารณสขุ ทร่ี ับผดิ ชอบ (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) ของนักเรยี น 2. รายการดาํ เนนิ งานและการแกไ ขปญ หา มากกวา หรอื เทา กบั รอ ยละ 45 - ภาพกิจกรรม นักเรียนที่มีปญหาสุขภาพชองปาก 2.2 นักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 3 - สัมภาษณค รแู ละนกั เรยี น และฟน - สาํ รวจสภาพจริง ปราศจากฟนผุ (Caries free) 1. ตรวจสอบเอกสารรายงาน สมรรถภาพ มากกวาหรอื เทา กบั รอ ยละ 35 ทางกายผานเกณฑ ในภาพรวมของ 2.3 นักเรียนชั้น ป.1-ป.6 ไดร บั โรงเรียน ตั้งแตนักเรยี นชนั้ ป.1 ข้ึนไป การบูรณะฟน ถาวร (ไมน บั รวม และมตี วั อยา งรายงานผลการทดสอบ กรณีถอนฟน ) (Cavity free) สมรรถภาพทางกายนกั เรยี นรายบคุ คล มากกวาหรอื เทา กับรอยละ 60 74 2.4 นักเรียนชั้น ม.1-ม.3 ไดร บั การ บรู ณะฟน ถาวร (ไมนบั รวมกรณี ถอนฟน) (Cavity free) มากกวา หรอื เทา กับรอยละ 50 3. สมรรถภาพ นักเรียนผานเกณฑการประเมิน ทางกายทสี่ มั พนั ธ สมรรถภาพทางกาย ทั้ง 3 ดาน กับสุขภาพ รอ ยละ 80 (Health-related 1) ความอดทนของระบบหัวใจและ physical fitness) ไหลเวียนเลอื ด (cardiovascular endurance)
75 ผลการประเมิน ผาน ไมผา น โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 ตวั ชี้วัด เกณฑ วธิ ีการเกบ็ รวบรวมขอมลู แหลงขอมูล/วิธพี ิสูจน (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) 2) ความแขง็ แรงของกลา มเนือ้ 2. ตรวจสอบความถูกตองของการเลือก (muscle strength) และ กจิ กรรมแตล ะดา นทน่ี าํ มาทดสอบและ ความอดทนของกลา มเน้ือ แปลผล (muscle endurance) 3) ความออนตัว (flexibility) 3. สอบถามครูและนักเรียนเก่ียวกับ การดําเนนิ งานพฒั นา และแกไ ขปญ หา นักเรียนท่ีไมผานเกณฑการทดสอบ สมรรถภาพทางกาย 4. นกั เรยี น นักเรยี นทุกคนที่มปี ญ หาตองไดร ับ - สมุ ดรู ายงานการดแู ลชว ยเหลอื นกั เรยี น 1. รายงานการดูแล/ชวยเหลือนักเรียน ทม่ี ีปญ หา การดแู ลชว ยเหลือจนดขี น้ึ รายบคุ คล ทม่ี ปี ญหารายบคุ คล ดา นพฤติกรรม - สุมดูรายงานผลการเฝาระวังปญหา 2. รายงานหรือขอมูลดิจิทัลผานระบบ อารมณ สงั คม พฤตกิ รรม อารมณ สงั คม ดว ยเครอ่ื งมอื สุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหมบนระบบ ไดรบั การดแู ล สังเกตอาการ 9S หรือแบบประเมิน ดิจิทัล (School Health HERO) ชว ยเหลอื จนดขี นึ้ SDQ ในนักเรียนชนั้ ป.1 ขน้ึ ไป ผานการใชเครอื่ งมือสงั เกตอาการ 9S หรือการประเมิน SDQ ในนักเรียน ช้ันป.1 ขน้ึ ไป โดยครใู นภาพรวมของ โรงเรียนในปก ารศึกษาปจจุบัน 3. สอบถามสถานการณป ญ หาพฤตกิ รรม อารมณ สังคมของนักเรียน จากการ เฝา ระวงั และการดแู ลชว ยเหลอื รวมทง้ั ตรวจสอบความถกู ตอ งของการแปลผล จากแบบประเมิน SDQ (25 ขอ) ฉบบั ครเู ปนผูประเมิน
ตัวชีว้ ดั เกณฑ ผลการประเมิน วธิ กี ารเกบ็ รวบรวมขอมูล แหลง ขอมลู /วิธพี สิ จู น ผา น ไมผา น 4. สอบถามครูผูรับผิดชอบเกี่ยวกับ การดาํ เนินงานเพื่อสงเสริม/แกไข นักเรียนทั้งกลุมปกติ กลุมเสี่ยงและ กลมุ มปี ญหา โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 5. นักเรียนท่ี ในรอบ 1 ปท่ีผา นมา นบั ถงึ วันทไ่ี ดร ับ - สมุ ดรู ายงานการเกดิ อบุ ตั เิ หต/ุ บาดเจบ็ 1. รายงานการเกดิ อบุ ตั เิ หต/ุ บาดเจบ็ หรอื (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS) เจบ็ ปว ย บาดเจบ็ การประเมิน ไมมีนักเรียนที่เจ็บปวย หรอื เจบ็ ปว ยจากสง่ิ แวดลอ มของนกั เรยี น เจ็บปวยจากส่งิ แวดลอมของนักเรยี น หรือไดร ัอุบตั เิ หตุ บาดเจ็บหรอื อุบตั เิ หตุ จากสิง่ แวดลอม - สมุ ดรู ายงานการใชบ รกิ ารหอ งพยาบาล 2. รายงานการใชบริการหองพยาบาล จากสงิ่ แวดลอ มใน ในโรงเรียนท่ีทําใหตองพักรักษาตัว ของนกั เรียน ของนักเรียน โรงเรียนทที่ ําให กรณี มีนกั เรียนเจ็บปวย บาดเจ็บหรือ - สุมดูแบบบันทึกความปลอดภัยและ 3. แบบบันทึกความปลอดภัยและ ตอ งพักรกั ษาตวั ไดร บั อบุ ตั เิ หตุ โรงเรยี นตอ งมมี าตรการ การปรับปรุงสภาพแวดลอ ม การปรับปรุงสภาพแวดลอม - สุมดูมาตรการ การดาํ เนินงานใน 4. สอบถามเกี่ยวกับมาตรการ กิจกรรม หรือแนวทางการปองกัน จนสามารถ การจัดการส่ิงแวดลอม เพื่อไมใหเกิด ในการปองกัน ควบคุม หรือจัดการ แกไ ขปญ หาดังกลาวได ความเส่ียงตอสุขภาพและการจัดการ การเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ 6. นกั เรียนมี นักเรยี นมีพฤตกิ รรมสขุ ภาพ ปญหา การเจบ็ ปว ยจากสง่ิ แวดลอ มในโรงเรยี น พฤตกิ รรมสขุ ภาพ ทพ่ี ึงประสงค รอยละ 50 ท่พี ึงประสงค - สมุ ดรู ายงานผลการประเมนิ พฤตกิ รรม 1. รายงานผลการประเมินพฤติกรรม สขุ ภาพทพี่ งึ ประสงคข องนกั เรยี น สุขภาพ ทพ่ี ึงประสงคข องนักเรียน 2. สอบถามครหู รอื นกั เรยี นชนั้ ป.4 ขน้ึ ไป จาํ นวนตามขนาดโรงเรยี น 76
ส่วนท่ี 6 แนวทางการดาํ เนินงานโรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล (GSHPS) ด้านผลลัพธ์สุขภาพนักเรยี น 6 ตวั ชว้ี ดั ตวั ชว้ี ัดท่ี 1 ภาวะโภชนาการ 1. ความสําคัญ การเจริญเติบโตในเด็กวัยเรียนเปนชวงที่มีความสาํ คัญ เน่ืองจากมีการเจริญเติบโตอยางรวดเร็ว (Growth spurt) เปนชวงเวลาท่ีเหมาะสมในการสงเสริมใหนักเรียนมีการเจริญเติบโตอยางเต็มศักยภาพทั้ง สมองและรางกาย ดังน้ันจึงจําเปนตองมีการเฝาระวังการเจริญเติบโต เพ่ือแกไขปญหาภาวะโภชนาการได ทนั เวลา หากพน ชว งวยั นจ้ี ะสง ผลใหน กั เรยี นเตบิ โตไมเ ตม็ ศกั ยภาพ ทง้ั ดา นสตปิ ญ ญา การเรยี นรู ภมู ติ า นทานโรค และสง ผลใหเ กดิ ความเสีย่ งตอ โรคไมต ิดตอ เรอื้ รงั ในอนาคต ซ่ึงการชัง่ นา้ํ หนัก วัดสว นสูง เปน วิธกี ารประเมิน การเจรญิ เตบิ โตของนกั เรยี นทง่ี า ยทส่ี ดุ โดยใชว ธิ กี ารและเครอื่ งมอื ทถี่ กู ตอ งแมน ยาํ เปน การสะทอ นใหน กั เรยี น ทราบถึงภาวะการเจริญเติบโตของตนเอง และมีการติดตามภาวะการเจริญเติบโตภายใตระบบงานอนามัย โรงเรยี นทกุ ภาคเรยี น ทง้ั นหี้ ากพบนกั เรยี นกลมุ เสยี่ งหรอื มภี าวะทพุ โภชนาการ ใหม กี ารตดิ ตาม แกไ ขทกุ เดอื น หากนกั เรยี นทีม่ ีภาวะเริ่มอว นและอวน คัดกรอง obesity sign แลวพบปญ หา ตองสงตอ ไปยังหนวยบรกิ าร สาธารณสุขในพืน้ ท่ี นิยามเกณฑอา งอิงการเจริญเตบิ โต สวนสงู ตามเกณฑอายุ (Height for Age : H/A) เปนการนําคาสวนสูง อายุ มาเทียบกับกราฟแสดงเกณฑอางอิงการเจริญเติบโตของกรมอนามัย ป 2564 กราฟสวนสงู ตามเกณฑอายุ (Height for Age : H/A) แยกเพศชาย หญิง ใชด กู ารเจริญเตบิ โตไดดี ที่สดุ และบอกลักษณะของการเจรญิ เตบิ โตไดวา เปน เดก็ สูง คอ นขางสูง สูงตามเกณฑ คอ นขางเต้ยี เตย้ี น้าํ หนกั ตามเกณฑสว นสูง (Weight for Height : W/H) เปนการนาํ นํา้ หนัก สวนสูง มาเทียบกับกราฟแสดงเกณฑอางอิงการเจริญเติบโตของกรมอนามัย ป 2564 กราฟนํ้าหนกั ตามเกณฑสว นสูง (Weight for Height : W/H ) แยกเพศชาย หญงิ ใชดูลักษณะ การเจรญิ เตบิ โตวา เดก็ มนี ํ้าหนกั เหมาะสมกบั สว นสงู หรอื ไม เพอ่ื บอกวา เดก็ มรี ปู รา งสมสว น คอ นขา งผอม ผอม ทวม เรม่ิ อวน อวน เกณฑการประเมิน นักเรียนอายุ 6-14 ป และอายุ 15-18 ป 1. สูงดีสมสวน มากกวาหรอื เทากับ รอยละ 57 (ป 2566) รอยละ 59 ( ป 2567) รอยละ 61 (ป 2568) รอ ยละ 63 (ป 2569) รอ ยละ 65 (ป 2570) 2. เตี้ย ไมเกนิ รอ ยละ 10 (ป 2566) รอ ยละ 9.5 (ป 2567) รอ ยละ 9 (ป 2568) รอยละ 8.5 (ป 2569) รอ ยละ 8 (ป 2570) 3. ผอม ไมเกิน รอ ยละ 5 4. เรม่ิ อวนและอว น ไมเกิน รอ ยละ 10 2.วิธีดําเนนิ งาน (How to) นาํ รายงานจากผลการประเมินการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการ โดยการชั่งน้ําหนัก วัดสวนสูง และการแปลผล ภาคเรียนละ 1 ครัง้ (องคป ระกอบที่ 6 อนามัยโรงเรียนสูน ักเรียนสุขภาพด)ี ดงั น้ี 77 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
2.1 การดาํ เนินการในนกั เรียนทกุ คน 1) มกี ารตดิ ตามเฝา ระวงั ภาวะการเจรญิ เตบิ โต ชงั่ น้ําหนกั วดั สว นสงู สง เสรมิ และจดั การแกไ ขภาวะ โภชนาการ ทกุ ภาคเรยี น และวเิ คราะหข อ มลู ภาวะโภชนาการยอ นหลงั เพอื่ ดแู นวโนม สถานการณ ปญหา สาํ หรับนํามาวางแผนงาน โครงการ มาตรการ ใหม ีความเหมาะสม 2) จัดบรกิ ารอาหารกลางวันใหเ ปน ไปตามมาตรฐานอาหารกลางวนั สาํ หรบั เดก็ ไทย 3) นกั เรยี นอายุ 6 - 12 ป ไดร บั ยาเมด็ เสรมิ ธาตเุ หลก็ (60 มลิ ลกิ รมั ตอ สปั ดาห) โดยประสานขอรบั การสนับสนุนไปยงั หนวยงานสาธารณสขุ ในพ้ืนที่ 4) ดาํ เนินการใหนักเรียนอายุ 6 ป ไดรับการตรวจคัดกรองโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (ถา ไมไ ดตรวจเมือ่ ตอนอายุ 3 - 5 ป) 5) สงเสริมความรูและขอแนะนําการบริโภคอาหารเพ่ือสุขภาพที่ดีของนักเรียน และสารอาหาร ท่ีจําเปนตอการเจริญเติบโต การอานฉลากโภชนาการในการเลือกและบริโภคอาหารได อยา งเหมาะสม การเลอื กกนิ อาหาร ลดหวาน ลดมนั ลดเคม็ เพม่ิ ผัก ผลไม หา งไกลโรค 6) สรา งความรอบรดู านโภชนาการและพฤติกรรมการบริโภคท่ถี ูกตอง 7) เสรมิ สรา งสภาพแวดลอ มทเี่ ออื้ ตอ การมพี ฤตกิ รรมการบรโิ ภคทเ่ี หมาะสม เชน การปลกู ผกั สวนครวั การจดั อาหารมอื้ หลกั และอาหารวา งในสดั สว นทเ่ี หมาะสม อาหารในโรงเรยี นและรอบรวั้ โรงเรยี น ลดหวาน ลดมนั ลดเคม็ ปลอดนาํ้ อดั ลม การควบคมุ การตลาดและโฆษณา อาหารและเครอื่ งดม่ื ทไี่ มเ หมาะสมตอสขุ ภาพในโรงเรียน 2.2 ดาํ เนนิ การในนกั เรยี นทม่ี ภี าวะทพุ โภชนาการ (คอ นขา งเตย้ี เตย้ี ทว ม เรมิ่ อว น อว น คอ นขา งผอม และผอม) และสงเสริมโภชนาการนักเรยี นท่มี ีภาวะโภชนาการดี (สงู ตามเกณฑข ึน้ ไป สมสวน) - เฝา ระวงั ภาวะโภชนาการในนักเรยี นทีม่ ภี าวะทพุ โภชนาการอยา งตอเนอ่ื งทุกเดอื น - เฝา ระวงั ภาวะโภชนาการในนักเรยี นทมี่ ภี าวะโภชนาการดีอยา งตอเนอ่ื ง ทกุ 3 – 6 เดอื น - จดั การภาวะโภชนาการตามกลุมเส่ยี ง อวน ผอม เตี้ย รวมถึงการสงตอ เพอื่ การรักษา 2.3 รายงานขอมูลผลการดาํ เนินงานแกไ ขนักเรยี นทมี่ ภี าวะทพุ โภชนาการ 3. เครื่องมือในการดําเนนิ งาน เชน 3.1 เกณฑอ า งอิงการเจริญเตบิ โตของเด็กอายุ 6 - 19 ป (พ.ศ.2564) สาํ นักโภชนาการ กรมอนามยั 3.2 แบบการแปลผลการเจรญิ เติบโตของเด็กอายุ 6-19 ปบริบูรณ และการใชแนวทางปองกนั แกไ ข ภาวะทุพโภชนาการและสง เสริมการเจริญเตบิ โต และแบบคัดกรองสงตอ เด็กอว นกลุมเสี่ยง 3.3 องคความรูดานการสงเสริมสุขภาพ เชน โภชนาการ สืบคนไดท่ี เว็บไซดสํานักโภชนาการ https://nutrition2.anamai.moph.go.th/th/ และส่ือกจิ กรรมทางกาย การนอนหลับ เปน ตน 3.4 มาตรฐานอาหารกลางวนั สําหรบั เดก็ ไทย เชน Thai School Lunch Program หรอื โปรแกรมอน่ื ท่ไี ดม าตรฐาน 3.5 ชุดสิทธปิ ระโยชนตามหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง ชาติ 3.6 แบบสรปุ รายงานผลการจดั อาหารกลางวนั ตามมาตรฐานกลางวนั สําหรบั เดก็ ไทย หรอื จาก Thai School Lunch Program 3.7 แบบประเมินพฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารของนกั เรียนอายุ 6 - 18 ป 3.8 แบบตรวจมาตรฐานสขุ าภบิ าลอาหารสาํ หรบั โรงอาหารในโรงเรยี น (ตามกฎกระทรวง สขุ ลกั ษณะ ของสถานทจ่ี าํ หนา ยอาหาร พ.ศ.2561 โรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 78 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
ตวั ช้วี ดั ท่ี 2 สุขภาพภาพชอ่ งปากและฟนั 1. ความสาํ คญั โรคฟน ผเุ ปน โรคทส่ี ามารถปอ งกนั ไดโ ดยการดแู ลสขุ ภาพชอ งปากและฟน รวมถงึ การควบคมุ การบรโิ ภค อาหารท่ีเสี่ยงตอการเกิดโรคฟนผุ ซ่ึงปญหาฟนผุสวนใหญจะพบในนักเรียนที่ไมแปรงฟนและมีพฤติกรรม การบริโภคที่เส่ียงตอโรคฟนผุ ทําใหสงผลตอการเรียนรูและคุณภาพชีวิต ถาไมไดรับการรักษาทันเวลาจะ สูญเสียฟน ถาวรได ทัง้ นี้ โรงเรยี นมบี ทบาทสาํ คัญในการสง เสรมิ ใหนกั เรยี นมสี ขุ ภาพชองปากและฟน ที่ดแี ละ มพี ฤตกิ รรมการบรโิ ภคทเี่ หมาะสม รวมถงึ การไดร บั บรกิ ารทนั ตกรรมปอ งกนั ซงึ่ จะทาํ ใหน กั เรยี นปราศจากฟน ผุ (Caries free) ความหมายตวั ชวี้ ดั นกั เรยี นปราศจากฟน ผุ (Caries free) หมายถงึ นักเรยี นทมี่ ีฟน ถาวร (ฟนแท) ท่ีปกติ ไมมรี อยโรค ฟนผุ ฟน ถกู อุดและถอนเน่อื งจากฟนผุ นกั เรยี นไดร ับการบรู ณะฟน ถาวร (Cavity free) หมายถึง นกั เรยี นทมี่ ีฟน แทใ นชอ งปากท่ีปกตหิ รอื ผุ และไดร บั การรกั ษาแลว โดยไมม คี วามจําเปนตอ งอุด ถอน รกั ษาคลองรากฟนหรอื บูรณะอืน่ ใด เกณฑก ารประเมิน 1. นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที่ 6 ปราศจากฟน ผุ มากกวา หรือเทากบั รอ ยละ 45 2. นกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 3 ปราศจากฟนผุ มากกวาหรอื เทา กับ รอยละ 35 3. นกั เรียนชน้ั ป.1 - ป.6 ไดร ับการบรู ณะฟน ถาวร (ไมน บั รวมกรณถี อนฟน ) (Cavity free) มากกวา หรอื เทากบั รอ ยละ 60 4. นักเรยี นชน้ั ม.1 - ม.3 ไดร ับการบรู ณะฟน ถาวร (ไมน บั รวมกรณถี อนฟน ) (Cavity free) มากกวา หรือเทา กับรอ ยละ 50 2.วิธดี ําเนินงาน (How to) นํารายงานจากผลการตรวจสุขภาพชองปากโดยทันตบุคลากร (องคประกอบท่ี 6 อนามัยโรงเรียน สนู ักเรยี นสุขภาพดี) ดงั น้ี 2.1 การสง เสริมสขุ ภาพชองปากและฟน - บรู ณาการเรอ่ื งสขุ ภาพชอ งปากและฟน ในหลกั สตู รการเรยี นการสอนและกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น - พฒั นาแกนนํานักเรียนดานสุขภาพชอ งปากและฟน - จดั กจิ กรรมแปรงฟน หลงั อาหารกลางวนั ทกุ ชน้ั เรยี น โดยมกี ารฝก ทกั ษะการแปรงฟน (2 - 2 - 2) รวมทง้ั ทดสอบประสทิ ธิภาพการแปรงฟน - จัดสภาพแวดลอ มท่เี ออ้ื ตอสขุ ภาพชองปาก เชน 1) ไมจ ัดและจําหนา ยลูกอม ขนมกรุบกรอบ นา้ํ อดั ลม และเครอ่ื งดมื่ ทม่ี ปี รมิ าณนํา้ ตาล > 5% 2) จดั สถานทแ่ี ปรงฟน ใหถ กู สขุ ลกั ษณะและ เพยี งพอกบั จํานวนนกั เรยี น 3) จดั หานาํ้ ดม่ื ทสี่ ะอาด ปลอดภยั 4) จดั สนามเดก็ เลน ทปี่ ลอดภยั ตอ ชอ งปากและฟน 2.2 การไดร ับบริการทนั ตกรรม - การตรวจสุขภาพชองปากและประเมินความเส่ียงตอโรคฟนผุของนักเรียนโดยหนวยบริการ สาธารณสุข ภาคเรยี นละ 1 ครั้ง 79 โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
2.3 ผูปกครองมีสวนรวมในการดูแลสุขภาพชองปากนักเรียนที่บาน โดยมีการกํากับการแปรงฟน ทง้ั เวลาเชา และกอ นนอน ควบคมุ การบรโิ ภคขนมและเครอ่ื งดม่ื ทเ่ี สย่ี งตอ โรคฟน ผุ รวมทง้ั นาํ นกั เรยี นไปรบั บรกิ าร สขุ ภาพชอ งปากทห่ี นวยบริการสาธารณสขุ 2.4 ภาคเี ครือขายรว มสนบั สนนุ เชน อุปกรณแปรงฟน ยาสีฟน และพาหนะในการนาํ นกั เรียน ไปรบั บริการทหี่ นว ยบรกิ ารสาธารณสขุ เปนตน 3. เครือ่ งมือในการดําเนินงาน เชน 3.1 เครือ่ งมือประเมินความเสย่ี งโรคฟนผุ 3.2 เคร่ืองมือประเมนิ ความรอบรูดา นสุขภาพชอ งปาก 3.3 Application Food choice โดยสามารถดาวนโ หลดไดผาน App Store และ Google play ตวั ชว้ี ดั ท่ี 3 สมรรถภาพทางกายทสี่ ัมพันธก์ ับสุขภาพ (Health-related physical fitness) ผ่านเกณฑ์ 1. ความสําคัญ สมรรถภาพทางกายท่ีดี ชว ยใหน ักเรยี นสามารถทาํ กิจกรรมในชวี ติ ประจาํ วนั ไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ ลดพฤตกิ รรมเนอื ยนิง่ และปญหาสขุ ภาพ โดยการมีกิจกรรมทางกายทเ่ี พยี งพอและเหมาะสม จะชว ยกระตุน และพัฒนาระบบตางๆ ในรางกายใหเจริญเติบโตเหมาะสมตามวัย ทาํ ใหรางกายสมบูรณแข็งแรง สงผลให นกั เรยี นสูงดสี มสวน แขง็ แรง และฉลาด ความหมายตวั ชว้ี ดั สมรรถภาพทางกายสัมพันธก บั สุขภาพ (Health-related physical fitness) ผานเกณฑ หมายถึง นกั เรยี นไดร บั การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทงั้ 3 ดา น ไดแ ก 1) ดา นระบบไหลเวยี นโลหติ และระบบหายใจ (Cardiovascular endurance) 2) ดา นความแขง็ แรงและความอดทนของกลา มเนอื้ (Muscle strength and endurance) และ 3) ดา นความออ นตวั (Flexibility) โดยผลการทดสอบทงั้ 3 ดา น ตอ งผา นเกณฑต งั้ แตร ะดบั ปานกลางข้นึ ไป (ปานกลาง ดี หรอื ดมี าก) เกณฑการประเมนิ นักเรียนผานเกณฑในระดับปานกลาง ดี หรือดมี าก ครบท้งั 3 ดา น รอยละ 80 2.วิธดี ําเนินงาน (How to) นาํ รายงานจากผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย (องคประกอบที่ 9 กิจกรรมทางกายเพียงพอ นอนหลับดี) มาดําเนนิ การ ดงั นี้ 1. การทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักเรียน ทั้ง 3 ดาน ครูสามารถเลือกกิจกรรมการทดสอบ สมรรถภาพทางกายแตละดานได และการแปลผลวานักเรียนแตละคนตองมีผลการทดสอบสมรรถภาพ ทางกาย โดยมีเง่อื นไขดังน้ี 1.1 เลอื กรายการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ท้งั 3 ดาน ดา นละ 1 กิจกรรม 1.2 นักเรียนแตละคนจะตองมีผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายผานเกณฑการประเมิน ในระดบั ปานกลาง ดี หรอื ดมี าก และตอ งผา นเกณฑค รบทงั้ 3 ดา น จงึ ถอื วา นกั เรยี นผา นเกณฑ 2. มกี ารดาํ เนนิ การจดั การแกไ ขปญ หา ชว ยเหลอื ใหค าํ แนะนาํ นกั เรยี นทมี่ ผี ลการทดสอบสมรรถภาพ ทางกายไมผา นเกณฑ และตดิ ตามผลการทดสอบอยางตอ เนอื่ ง โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 80 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
3. มีการจดั กิจกรรมทางกายเพื่อแกไขปญหานกั เรยี น อว น ผอม เต้ีย โดยใหออกกาํ ลงั กายตามชนดิ ทช่ี อบและถนดั หลากหลายรูปแบบรวมกนั เนน การออกกาํ ลงั กายแบบแอโรบิกเปนหลัก จนรูสกึ เหนื่อยหรือ หอบ อยางนอย 60 นาที ทุกวนั หรืออยา งนอย 5 วนั /สัปดาห เชน เตน จิงโจ FUN for FIT เตน แอโรบิก ว่งิ ปน จกั รยาน กระโดดตบ กระโดดเชอื ก กระโดดแทรมโพลนี บาสเกตบอล เปน ตน รว มกบั การเสรมิ สรา งความ แขง็ แรงกลา มเนือ้ และความออนตัว เพ่อื การเจรญิ เตบิ โตที่สมบรู ณ 4. ประชาสมั พันธใ หน ักเรยี น บุคลากร ผปู กครอง และชุมชนไดอ อกกาํ ลังกายรว มกนั 3. เคร่อื งมือในการดาํ เนินงาน เชน 3.1 สอื่ องคค วามรู สอื่ ประชาสมั พนั ธก ารสง เสรมิ กจิ กรรมทางกายสาํ หรบั เดก็ วยั เรยี นวยั รนุ สบื คน ได จาก https://www.chopachipa.org/Home/content/commu 3.2 แบบทดสอบและเกณฑมาตรฐานสมรรถภาพทางกายของนักเรียน สาํ หรับประถมศกึ ษา (อายุ 7-12 ป) ของกรมพลศึกษา กระทรวงการทองเท่ียวและกีฬา พ.ศ.2562 สบื คนไดจ าก https://www.dpe.go.th/manual-files-411291791794 3.3 แบบทดสอบและเกณฑมาตรฐานสมรรถภาพทางกายของนักเรียน สาํ หรับมัธยมศึกษา (อายุ 13 –18 ป) ของกรมพลศึกษา กระทรวงการทองเทยี่ วและกฬี า พ.ศ.2562 สืบคนไดจ าก https://www.dpe.go.th/manual-files-411291791795 ตวั ช้วี ัดท่ี 4 นกั เรียนทม่ี ปี ัญหาดา้ นพฤติกรรม อารมณ์ สังคม ไดร้ บั การดูแลชว่ ยเหลอื จนดขี น้ึ 1. ความสําคัญ การพฒั นานกั เรยี นใหเ ปน บคุ คลทมี่ คี ณุ ภาพทง้ั ดา นรา งกาย จติ ใจ สตปิ ญ ญา ความสามารถ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและมคี วามสขุ โดยผา นกระบวนการทางการศกึ ษานน้ั นอกจากการสง เสรมิ สนบั สนนุ ดา นการเรยี น การสอนแลว จําเปน ตอ งมกี ารปอ งกนั และการชว ยเหลอื ปญ หาดา นพฤตกิ รรม อารมณ และสงั คมดว ย เนอื่ งจาก สภาพสังคมท่ีเปล่ยี นแปลงไป ทั้งดา นเทคโนโลยีดจิ ิทัล และปญ หาภยั คุกคามในปจ จบุ นั รวมถงึ การแขงขันใน รูปแบบตาง ๆ สงผลใหนักเรยี นและครอบครัวเกดิ ความเครียด ความวิตกกงั วล ดงั นั้นการพฒั นานักเรียนให มีสุขภาพจิตดี สามารถปรับตัวไดกับทุกสถานการณตองอาศัยความรวมมือจากทุกภาคสวนที่เก่ียวของ โดย เฉพาะครแู ละบคุ ลากรทุกคนในโรงเรียน ซ่ึงเปนทปี่ รึกษาเปน หลกั ในการดูแลชว ยเหลอื นักเรียนอยางใกลช ิด การประเมนิ ดานสขุ ภาพจติ เปน การเฝาระวังเพอ่ื คน หาปญหาพฤติกรรม อารมณ สงั คมของนักเรยี น ซ่ึงเปน สัญญานสะทอนปญหาสขุ ภาพจติ เพ่อื ใหสามารถจดั กลุม นักเรียน (กลมุ ปกติ กลุม เสย่ี ง กลมุ มีปญหา) โดยครูดําเนินการดูแลชวยเหลือนักเรียนกลุมเส่ียงและใหการดูแลชวยเหลือนักเรียนท่ีมีปญหาไดอยางท่ัวถึง และตรงตามสภาพปญหา รวมทั้งสงเสริมกิจกรรมพัฒนาสุขภาพจิตอยางตอเนื่อง สรางบรรยากาศและ ส่งิ แวดลอ มทางสังคมภายในโรงเรยี นใหนาอยู เพื่อใหนักเรยี นมสี ขุ ภาพจิตดีและมีความสุข ความหมายตัวช้วี ดั นกั เรยี นทม่ี ปี ญหาดา นพฤตกิ รรม อารมณ สงั คม ไดร บั การดูแลชวยเหลอื จนดขี น้ึ หมายถงึ นักเรียน ทม่ี ผี ลการเฝาระวงั ปญหาพฤตกิ รรม อารมณ สงั คม ดว ยเคร่อื งมือสังเกตอาการ 9S หรือแบบประเมนิ จุดแข็ง จุดออ น (Strengths and Difficulties Questionnaire : SDQ) และจัดนกั เรยี นเปน “กลมุ ควรดแู ล” หรือ “กลมุ มีปญหา” โรงเรยี นจงึ ดําเนินการดูแลชว ยเหลอื นกั เรียนอยางทวั่ ถึงและตรงตามสภาพปญหาจนดีขนึ้ เกณฑการประเมิน นกั เรยี นทมี่ ีปญหาสขุ ภาพจิตทกุ คนไดร ับการดแู ลชวยเหลอื จนดขี ้ึน 81 โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
2. วธิ ีดาํ เนินงาน (How to) ดําเนินการผานระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหมบนระบบดิจิทัล (School Health HERO) http://www.schoolhealthhero.obec.go.th โดยดําเนนิ การดงั น้ี 2.1 ครูประจําชั้นหรือครูที่ปรึกษา สังเกตพฤติกรรมและทําความรูจักนักเรียนเปนรายบุคคล ในชว งระยะเวลาหนงึ่ จนมน่ั ใจวา รจู กั นกั เรยี นดแี ลว จงึ เฝา ระวงั ปญ หาพฤตกิ รรม อารมณ สงั คม ดว ยเครอื่ งมอื สงั เกตอาการ 9S หรือเคร่ืองมือทีไ่ ดมาตรฐาน เชน SDQ ท่ปี ระเมินโดยครู 2.2 สรุปผลการประเมินปญหาสุขภาพจิตของนักเรียนเปนระดับช้ันเรียนและภาพรวมของโรงเรียน ทง้ั น้ี 1) กลมุ ปกตแิ ละกลมุ เส่ยี งจะนํามาคดิ รวมเปนรอ ยละของนกั เรียนที่มสี ขุ ภาพจิตปกติ 2) นกั เรยี นกลมุ มปี ญหาตองไดรบั การดแู ลชวยเหลอื 2.3 มกี ารเฝา ระวงั นกั เรยี นกลมุ เสย่ี ง และชว ยเหลอื นกั เรยี นกลมุ ทมี่ ปี ญ หาสขุ ภาพจติ พรอ มทงั้ ตดิ ตาม และประเมนิ สถานการณ เพ่อื ใหก ารชว ยเหลือนักเรียนเปน รายบุคคลอยางเหมาะสม 2.4 ครปู ระเมนิ นักเรียนกลุม เส่ียงซ้ํา หลังจากดแู ลชว ยเหลอื ดวย SDQ คร้ังที่ 2 สรปุ ผลการประเมนิ ปญ หาสุขภาพจติ ของนักเรียนเปนรายบุคคลและจดั กลุม 2.5 จัดกจิ กรรมสง เสริมสขุ ภาพจิตโดยสรางบรรยากาศและส่ิงแวดลอมทางสังคมภายในโรงเรยี นให นา อยู มสี มั พันธภาพทด่ี ีระหวางครู บคุ ลากร นกั เรียน และชุมชน เพ่ือการอยูรวมกนั อยางมคี วามสขุ 2.6 มีการประสานงานความรว มมือระหวา งครู ผูปกครอง หนว ยงานสาธารณสุข และองคก รตางๆ ท่ีเก่ยี วขอ งเพอ่ื หาแนวทางแกไ ขรวมกนั รวมทง้ั การติดตามประเมนิ ผลเปนระยะ 2.7 จดั ใหม ชี อ งทางการเขา ถงึ ขอ มลู ขา วสารและความรทู ถ่ี กู ตอ ง มกี ารตดิ ตอ สอ่ื สารแลกเปลย่ี นเรยี น รูระหวางเครอื ขา ย ท่ัวประเทศ เชน www.tobenumber1.net/ www.tobefriend.in.th, Line Official Teen Club (Line ID : teen_club) @LinteeeIDn_club 2.8 บคุ ลากรสาธารณสขุ เขา ไปสนบั สนนุ การดแู ลชว ยเหลอื นกั เรยี นกลมุ เสยี่ งจาก 9S ดว ยการพฒั นา ศักยภาพครูดานการใหก ารปรึกษา หรือการปรบั พฤตกิ รรม 3. เครือ่ งมือในการดาํ เนินงาน เชน 3.1 ระบบสขุ ภาพจติ โรงเรียนวถิ ใี หมบนระบบดิจิทลั (School Health HERO) 3.2 หลกั สตู รพฒั นาศกั ยภาพครู E-learning 3.3 เครอื่ งมือสังเกตอาการ 9S 3.4 แบบประเมนิ จดุ แข็งจดุ ออ น (Strengths and Difficulties Questionnaire : SDQ) ตัวชว้ี ัดท่ี 5 นักเรียนที่เจบ็ ป่วย บาดเจ็บหรอื ได้รับอบุ ัตเิ หตุจากส่ิงแวดลอ้ ม ในโรงเรียนท่ที ําให้ตอ้ งพักรักษาตวั 1. ความสําคัญ การเกิดอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บในโรงเรียนสวนใหญเกิดจากการพลัดตกหกลมจากการว่ิงเลน หรือ การเลนกีฬา ท่ีทําใหเกิดบาดแผล กระดูกหัก ขอเคลื่อน หรือเกิดบาดแผลจากของมีคมหรือวัสดุอุปกรณ การบาดเจ็บจากเคร่ืองใชไฟฟา สารเคมีท่ีเปนอันตราย การขับข่ียานพาหนะ รวมถึงการจราจรในโรงเรียน นอกจากนย้ี งั มกี ารเจบ็ ปว ยจากปจ จยั เสย่ี งดา นสงิ่ แวดลอ ม เชน อาหารและนาํ้ ทไี่ มป ลอดภยั แสงสวา ง ไมเ พยี งพอ การระบายอากาศไมดี มีแหลงเพาะพันธุสัตวและแมลงพาหะนาํ โรค ความรอนจากการเปล่ียนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ ฝุน PM2.5 เปนตน ซ่ึงอาจกอใหเกิดการเจ็บปวย เชน โรคระบบทางเดินอาหาร โรคระบบ ทางเดนิ หายใจ โรคไขเ ลอื ดออก โรคมอื เทา ปาก เปน ตน ทง้ั น้ี การบาดเจบ็ หรอื เจบ็ ปว ยจากสงิ่ แวดลอ มทเ่ี กดิ ขนึ้ โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 82 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
ไมวาจะมีอาการเล็กนอยหรืออาการรุนแรง ลวนสงผลกระทบตอสุขภาพของนักเรียนทั้งในระยะส้ันและ ระยะยาว ทงั้ สุขภาพกาย สขุ ภาพจติ รวมถึงอาจสง ผลตอการเรียนรูของนักเรยี นดวย ความหมายตัวชีว้ ดั นักเรียนที่เจ็บปวย บาดเจ็บหรือไดรับอุบัติเหตุจากส่ิงแวดลอมในโรงเรียนที่ทาํ ใหตองพักรักษาตัว หมายถงึ นกั เรยี นมกี ารเจบ็ ปว ย บาดเจบ็ หรอื ไดร บั อบุ ตั เิ หตจุ ากสงิ่ แวดลอ มขณะอยภู ายในโรงเรยี น และแพทย ผูรักษามีความเห็นวาตอ งพกั รกั ษาตวั ในโรงพยาบาลหรือทีบ่ า น ในรอบ 1 ปทผี่ านมา โดยนบั ยอนหลงั 1 ป ถัดจากวันประเมนิ การบาดเจบ็ หรอื อบุ ตั เิ หตใุ นโรงเรยี น หมายถงึ อบุ ตั เิ หตแุ ละการบาดเจบ็ ทที่ ํานกั เรยี นตอ งพกั รกั ษาตวั ในโรงพยาบาลหรอื ทบ่ี า น ไดแ ก อบุ ตั เิ หตแุ ละการบาดเจบ็ ทเี่ กดิ จากอาคารเรยี น บอ /สระนาํ้ สนามและเครอ่ื งเลน วัสดุอุปกรณเคร่ืองใชไฟฟา สารเคมีท่ีเปนอันตราย การขับขี่ยานพาหนะ การจราจรในโรงเรียน รวมท้ัง การทะเลาะวิวาทหรือพฤติกรรมรนุ แรง ฯลฯ เกณฑการประเมนิ ในรอบ 1 ปทผี่ านมา นับถงึ วันทไี่ ดรบั การประเมิน ไมมนี ักเรยี นทีเ่ จ็บปว ย บาดเจ็บหรอื อบุ ตั ิเหตุ จากสง่ิ แวดลอ มในโรงเรยี นทท่ี าํ ใหต อ งพกั รกั ษาตวั กรณี มนี กั เรยี นเจบ็ ปว ย บาดเจบ็ หรอื ไดร บั อบุ ตั เิ หตุ โรงเรยี น ตอ งมมี าตรการหรอื แนวทางการปอ งกนั จนสามารถแกไขปญหาดังกลา วได 2. วิธีดาํ เนนิ งาน (How to) 1. การเฝา ระวังและการจัดการปจจยั เสีย่ งดานสิง่ แวดลอมในโรงเรยี น ไดแ ก - การเฝา ระวงั ประเมนิ อนามยั สง่ิ แวดลอ มและจดุ เสย่ี งทจี่ ะทําใหเ กดิ อบุ ตั เิ หตหุ รอื บาดเจบ็ เชน ประตูรั้ว ทางตางระดับ ทอ/รางระบายนาํ้ สวิตช/สายไฟ ตูทําน้าํ เย็น(ตองตอสายดิน ทกุ จุด) เครือ่ งเลนชาํ รุด/ผกุ รอ นเปน สนมิ ฯลฯ เพ่อื วิเคราะหห าจุด/พน้ื ท่ีที่มีความเส่ียง เพอื่ นําสกู ารจัดการตอ ไป - การเฝาระวัง ประเมินปจ จยั เสี่ยงดา นสิ่งแวดลอมดว ยวิธีการตาง ๆ เชน ติดตามขอ มูล สํารวจ บริเวณโดยรอบ สังเกตความเส่ียงทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน นาํ มาวิเคราะหเพื่อหา ความเสย่ี ง นําไปสกู ารหาแนวทางลดและปอ งกนั การเกดิ ผลกระทบตอ สขุ ภาพจากปจ จยั เสยี่ ง ดา นสง่ิ แวดลอม - มมี าตรการ แนวทางในการลดและปอ งกนั ผลกระทบตอ สขุ ภาพจากปจ จยั เสย่ี งดา นสง่ิ แวดลอ ม เชน การจดั สภาพแวดลอ ม การจดั การดา นความสะอาด การจดั การขยะ การสํารวจแหลง ลกู นํา้ ยุงลาย การปองกนั ฝนุ ละออง เปนตน - มีระบบการกาํ กับ ติดตาม และประเมินผลสภาพแวดลอมและความปลอดภัยทั้งภายในและ ภายนอกโรงเรยี น รวมถงึ มกี ารประสานงานกบั ผกู อ ใหเ กดิ ปจ จยั เสยี่ งดา นสงิ่ แวดลอ ม หรอื แจง หนว ยงานที่เกี่ยวของในการแกไขปญ หารว มกัน และติดตามผลการแกไ ข 2. การสง เสรมิ ความปลอดภัยและมาตรการความปลอดภยั และคมุ ครองนักเรยี น ไดแ ก - การหา มใชค วามรนุ แรง เชน นกั เรยี นรงั แกกนั โดยใชค วามรนุ แรง การลงโทษ การทํารา ยจติ ใจ การพกพาอาวุธ ฯลฯ - การเฝา ระวังสุขภาพของนักเรยี น มีการจดบันทกึ การเกิดอุบตั ิเหต/ุ บาดเจ็บ หรือเจ็บปวยจาก ส่ิงแวดลอมของนักเรียนเพ่ือใชวางแผน ปองกันและแกไข รวมถึงมีชองทางประสานงานกับ โรงพยาบาลเพื่อสงตอ นกั เรยี น ในกรณฉี ุกเฉนิ หรอื มอี าการรุนแรง 83 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
- มกี ารกําหนดมาตรการหรือกิจกรรมปอ งกนั ภยั จากอุบตั ิเหตุ การบาดเจบ็ เชน กจิ กรรมอาสา จราจร การรณรงคก ารสวมหมวกนริ ภยั ในการเดนิ ทาง การจดั การสภาพสง่ิ แวดลอ มปลอดภยั ในโรงเรียน เปนตน - มีการปองกนั อนั ตรายจากการเกิดอบุ ตั ิเหต/ุ บาดเจบ็ เชน การพลัดตก หกลม ชน กระแทก การจมนํา้ การสมั ผสั สารพษิ สตั วแ ละแมลงกดั ตอ ย น้ํารอ นลวก อบุ ตั เิ หตจุ ากไฟฟา และอบุ ตั เิ หตุ จากการจราจร 3. มีกจิ กรรมเสริมหลกั สูตรและจดั กจิ กรรมใหค วามรู เพอื่ ฝกทักษะใหแ กนกั เรียนเกี่ยวกบั กฎจราจร การสวมหมวกนริ ภยั การจมน้ํา หรอื ภยั พบิ ตั ติ า ง ๆ การคดั แยกขยะ หลกั 3R รวมถงึ การดแู ลและปอ งกนั ตนเอง จากปจจัยเสี่ยงดานสิ่งแวดลอม เชน ฝุน PM2.5 ความรอนอันเนื่องจากมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภมู ิอากาศ เปนตน 4. มีแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณะภัย เชน อัคคีภัย อุทกภัย เปนตน มีการจัดทาํ แผนเผชิญเหตุและการฝกซอ มแผน อยา งนอ ยปละ 1 ครงั้ 5. มีการฝกการปฐมพยาบาลและการกูชีพเบื้องตนแกบุคลากรในโรงเรียน และมีระบบสงตอไปยัง สถานบริการ/โรงพยาบาลใกลเคยี ง 6. สง เสรมิ และรณรงคร ว มกบั ชมุ ชนเกย่ี วกบั การลดและปอ งกนั ผลกระทบตอ สขุ ภาพจากปจ จยั เสย่ี ง ดานสงิ่ แวดลอม อุบัติเหต/ุ การบาดเจบ็ ในและนอกโรงเรียน 3. เคร่อื งมือในการดาํ เนินงาน เชน 3.1 แบบบนั ทกึ หรอื รายงานการเกดิ อบุ ตั เิ หต/ุ บาดเจบ็ หรอื การเจบ็ ปว ยจากสงิ่ แวดลอ มของนกั เรยี น 3.2 รายงานการใชบริการหองพยาบาลของนกั เรยี น 3.3 แบบบนั ทึกความปลอดภยั และการปรบั ปรงุ สภาพแวดลอ ม 3.4 รายงานผลการประเมินอนามยั ส่ิงแวดลอมในโรงเรยี น (48 ขอ ) ตัวช้วี ดั ท่ี 6 นกั เรียนมีพฤติกรรมสุขภาพทพ่ี ึงประสงค์ 1. ความสาํ คัญ พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค เปนพฤติกรรมที่บุคคลปฏิบัติแลวสงผลดีตอสุขภาพของบุคคล น้ัน ๆ เอง ซ่ึงเปนทักษะท่ีสําคัญและจาํ เปนในการสรางพฤติกรรมสุขภาพและสงเสริมใหประชาชนพัฒนา ขดี ความสามารถของตนเองเพือ่ การมสี ุขภาพท่ีดอี ยางยง่ั ยนื ความหมายตัวช้ีวัด พฤติกรรมสุขภาพทพ่ี ึงประสงค หมายถึง การมีพฤติกรรมสขุ ภาพท่ีพึงประสงคทั้งดา นการบริโภค อาหาร กจิ กรรมทางกาย ทนั ตสุขภาพ สุขอนามยั เพศวถิ ี ส่งิ แวดลอมเปนหลัก พฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารทพี่ งึ ประสงค หมายถงึ การบรโิ ภคอาหารตามคาํ แนะนาํ ในธงโภชนาการ เดก็ วยั เรียนท่ีเหมาะสม ทัง้ ปริมาณสัดสวนและความหลากหลาย ดงั น้ี - กนิ อาหารครบ 3 ม้อื ทกุ วัน (มอื้ เชา มือ้ กลางวนั และมื้อเยน็ ) - กินขาว-แปง มอื้ ละ 2-3 ทพั พี - กินเน้ือสัตวเ พยี งพอตามสัดสว นทีแ่ นะนาํ (เฉพาะม้ือกลางวนั 2-3 ชอ นกนิ ขา ว) - กินผกั เพียงพอตามสดั สว นท่แี นะนาํ (เฉพาะมือ้ กลางวัน 4 ชอ นกินขาว) - กินผลไม 1 มอ้ื ข้ึนไป ตอ วนั - ดื่มนมวนั ละ 2 แกว โรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 84 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
- ลดขนม ลดนาํ้ หวาน ลดของทอด ลดการเติมเครอื่ งปรุงรส อา นฉลากทกุ คร้ังกอนซื้อ นํา้ ตาล : นาํ้ มนั : เกลือ ไมเ กิน 4 : 4 : 1 ชอนชา พฤตกิ รรมทนั ตสขุ ภาพทพี่ งึ ประสงค หมายถงึ การแปรงฟน ตนเองไดส ะอาดทวั่ ทงั้ ปาก โดยใชย าสฟี น ผสมฟลอู อไรดนานครง้ั ละ 2 นาที วนั ละ 2 ครั้ง (เนนกอ นนอน) และไมก นิ อะไรหลังแปรงฟน นาน 2 ชว่ั โมง เพอื่ ใหฟ ลอู อไรดคงอยใู นชองปากนานเพยี งพอตอการกระตนุ การคืนกลบั แรธาตุ ชว ยปองกันโรคฟน ผุ พฤตกิ รรมการทาํ กจิ กรรมทางกาย (Physical Activity : PA) ทพี่ งึ ประสงคส าํ หรบั วยั เดก็ (5 - 17 ป) หมายถงึ การกระโดดโลดเตน เลนสนกุ จนรูส ึกเหน่ือยหอบ อยางนอย วันละ 60 นาที ทุกวนั (สะสมตอเนอื่ ง 10 นาทีขึน้ ไป) เชน วง่ิ เลน เลนไลจ บั กระโดด เลน บาสเกตบอล ปนจกั รยาน และเตน จิงโจ FUN for FIT เปน ตน รว มกบั ฝก ความแข็งแรงของกลามเนื้อ วนั ละ 20 นาที วนั เวนวนั เชน ดนั พนื้ ซทิ อพั สควอช แพลงก ยกดมั เบล และเกา อขี้ ยพี้ งุ เปน ตน และฝก ความยดื หยนุ ของกลา มเนอื้ วนั ละ 20 นาที ทกุ วนั เชน ฝก ทา โยคะ ทา ยิมนาสติก จิงโจยดื ตัว และยืดกลา มเนื้อเฉพาะสวน เปน ตน การนอนหลบั หมายถงึ กระบวนการทางสรรี วทิ ยาพน้ื ฐานทซ่ี บั ซอ นและสอดคลอ งกบั จงั หวะชวี ภาพ ของสงิ่ มชี วี ติ โดยมกี ารเปลยี่ นแปลงทางสรรี วทิ ยาของอวยั วะตา ง ๆ ไปในทางผอ นคลายลกั ษณะการนอนหลบั คอื ระดบั ความรสู กึ ตวั ลดลง มกี ารตอบสนองตอ สงิ่ เรา และการเคลอ่ื นไหวรา งกายนอ ยลงหรอื ไมม เี ลย โดยแสดง พฤติกรรมออกมาในลักษณะสงบน่ิงและหลับตา มีการหยุดพักของรางกาย หัวใจเตนชาลง หายใจชาลง เปนภาวะท่ีเกิดข้ึนเพียงชั่วคราวเปล่ียนแปลงไดงาย ถูกปลุกใหต่ืนได โดยการกระตุนจากสิ่งเราที่เหมาะสม เดก็ วยั เรยี น (อายุ 6 - 14 ป) ควรนอนหลบั สนทิ วนั ละ 9 - 11 ชว่ั โมง และวยั รนุ (อายุ 15 - 17 ป) ควรนอนหลบั สนทิ วันละ 8 - 10 ชว่ั โมง พฤตกิ รรมอนามยั สว นบคุ คล หมายถงึ การปฏบิ ตั หิ รอื การแสดงออกของบคุ คลทส่ี ง ผลใหม สี ขุ ภาพ ดี เชน การดแู ลรกั ษาและของใชใหส ะอาด ไดแก การอาบนํ้าวนั ละ 2 ครัง้ สระผมอยา งนอ ยสปั ดาหล ะ 2 ครั้ง การลา งมอื กอนรับประทานอาหารและหลงั ใชสว ม ใสเสือ้ ผา สะอาดไมอับช้ืน ตดั เล็บใหสน้ั และสะอาด ถงุ เทา -รองเทา สะอาดไมมีกลิ่นเหมน็ พฤตกิ รรมปอ งกนั ทอ ง ปอ งกนั โรคทางเพศสมั พนั ธ หมายถงึ นกั เรยี นไดร บั กระบวนการเรยี นรเู รอ่ื ง ทกั ษะการปอ งกนั ทอ งและปอ งกนั โรคทางเพศสมั พนั ธท ส่ี อดคลอ งตามหลกั สตู รการสอนเพศวถิ ศี กึ ษาและทกั ษะ ชีวิตที่เหมาะสมกับชวงวัย ของกระทรวงศึกษาธิการ (ตามพระราชบัญญัติการปองกันและแกไขปญหา การต้ังครรภในวยั รนุ พ.ศ. 2559) เพศวถิ ศี กึ ษาและทักษะชีวติ หมายถึง กระบวนการเรยี นรใู นเร่อื งเพศท่ีครอบคลมุ ถงึ พฒั นาการใน แตล ะชว งวยั การมสี มั พนั ธภาพกบั ผอู น่ื การพฒั นาทกั ษะสว นบคุ คล พฤตกิ รรมทางเพศ สขุ ภาวะทางเพศและ มติ ทิ างสงั คมและวฒั นธรรมทส่ี ง ผลกระทบตอ เรอื่ งเพศ รวมทง้ั สทิ ธกิ ารรบั รขู อ มลู ขา วสารและความรเู กย่ี วกบั อนามยั การเจริญพนั ธทุ ี่ใหความสําคัญกบั ความหลากหลายและความเสมอภาคทางเพศ พฤตกิ รรมอนามยั สง่ิ แวดลอ ม หมายถงึ การกระทําทบ่ี คุ คลแสดงออกใหเ หน็ ถงึ การปฏบิ ตั ติ นถกู ตอ ง ตามหลกั สขุ อนามยั มผี ลทาํ ใหบ คุ คลนนั้ มสี ขุ ภาพอนามยั ดที งั้ รา งกาย จติ ใจ และสงั คม ไมเ จบ็ ปว ยและปอ งกนั ไมใ หเ กดิ โรค การเกดิ โรคมสี าเหตมุ าจากพฤตกิ รรมอนามยั สว นบคุ คลสง่ิ แวดลอ มทเี่ ออื้ อาํ นวยและตวั เชอื้ โรค เชน - กนิ อาหารทปี่ รงุ สกุ ใหม ใชช อ นกลาง และลา งมอื ใหส ะอาด - การใชส ว มอยา งถกู ตอ ง และไมข บั ถา ยบนพน้ื ดนิ หรอื แหลง นาํ้ - รกั ษาสง่ิ แวดลอ มดว ยการลดปรมิ าณขยะ และคดั แยกขยะกอ นทงิ้ - ทาํ ความสะอาดบา นเปน ประจาํ เพอื่ ลดฝนุ และเชอ้ื โรค - เมอ่ื ไอหรอื จาม ควรปอ งกนั ตนเองและผอู นื่ ดว ยการใสห นา กากและลา งมอื อยา งถกู วธิ ี 85 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
- ลางมืออยางถูกวิธี (ลางมือ 7 ข้ันตอน) กอนรับประทานอาหาร หลังใชสวม และหลังสัมผัส ส่ิงสกปรก - ไมใชม ือเปลา หยบิ จับอาหารทปี่ รุงสาํ เรจ็ สําเรจ็ และมกี ารปกปด อาหาร - ตรวจสอบความปลอดภัย อุปกรณ เครือ่ งเลน ใหอ ยใู นสภาพดีกอ นเลน เกณฑก ารประเมนิ นักเรียนมพี ฤติกรมสุขภาพทีพ่ งึ ประสงค รอ ยละ 50 2. วิธดี าํ เนินงาน (How to) 2.1 โรงเรยี นดาํ เนินการจัดกระบวนการสรา งสรรคความรูดานสุขภาพ (V-Shape) 2.2 สนับสนุนสง เสรมิ ใหมกี ารสือ่ สารขอ มูลดา นสขุ ภาพในโรงเรยี น เชน กิจกรรมเสยี งตามสายและ หนาเสาธง กจิ กรรมวนั สําคัญในโรงเรยี น เชน วนั เดก็ วันครู วนั วิทยาศาสตร เปน ตน รวมถงึ ชอ งทางออนไลน (Facebook Youtube ไลน) เพ่ือใหนักเรียน บุคลากร ครอบครัว ชุมชน มีการเขาถึงขอมูลดานสุขภาพ เขา ใจโรค และปญหาการจัดการดานสุขภาพ 2.3 สนับสนุนใหม ีแกนนํานกั เรยี นดานสุขภาพ เปน ตนแบบและเปน ผสู ือ่ สารดา นสุขภาพในโรงเรยี น และชุมชน รวมทัง้ การจัดกจิ กรรมท่ดี ตี อสุขภาพ 2.4 ใหน ักเรยี นชัน้ ป.4 - 6 และ/หรอื ชั้น ม.1 - 3 ทาํ การประเมนิ พฤติกรรมสุขภาพทพี่ งึ ประสงค ตามระบบประเมนิ โรงเรียนสงเสรมิ สุขภาพมาตรฐานสากล 3. เคร่อื งมือในการดาํ เนินงาน เชน 3.1 ชุดความรูเพือ่ การดแู ลสขุ ภาพเดก็ วยั เรียนแบบองคร วม (NuPETHS) 3.2 โปรแกรมประเมนิ ความรอบรดู า นสุขภาพในโรงเรยี น 3.3 กระบวนการความรอบรดู า นสขุ ภาพ (V-shape) 3.4 แบบประเมนิ พฤติกรรมท่ีพึงประสงคในนกั เรยี น โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 86 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
บรรณานกุ รม 1. กลมุ อนามยั เดก็ วยั เรยี นวยั รนุ สํานกั สง เสรมิ สขุ ภาพ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ . รายงานการสาํ รวจ ภาวะสุขภาพนักเรียนในประเทศไทย พ.ศ. 2564. กรุงเทพฯ: มนิ น่กี รุป ; 2565. 2. กองโรคตดิ ตอ ทวั่ ไป กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารรสขุ . กําหนดการใหวคั ซีนตามแผนงานสรางเสรมิ ภูมิคมุ กันโรค ของกระทรวงสาธารณสขุ ป 2565. เขาถงึ ไดจาก https://ddc.moph.go.th/dcd/journal_detail.php?publish=12225 3. กลมุ พฒั นาระบบการจดั การคณุ ภาพนํ้าบรโิ ภค สาํ นกั สขุ าภบิ าลอาหารและน้ํา กรมอนามยั . คมู อื การเฝา ระวงั คณุ ภาพน้าํ ในโรงเรยี น. เขา ถงึ ไดจ าก https://foodsan.anamai.moph.go.th/th/main-php-file- name-media2018-2/download/?did=195133&id=48755&reload= 4 กลมุ พฒั นาระบบการจดั การคณุ ภาพนํา้ บรโิ ภค สํานกั สขุ าภบิ าลอาหารและนํ้า กรมอนามยั . คมู อื การควบคมุ และเฝา ระวังคุณภาพน้าํ ดม่ื ในโรงเรยี น. เขาถึงไดจาก https://foodsan.anamai.moph.go.th/th/main-php-filename-me- dia2018-2/download/?did=195133&id=48754&reload= 5. แบบทดสอบและเกณฑม าตรฐานสมรรถภาพทางกายของนกั เรยี น สาํ หรบั ประถมศกึ ษา (อายุ 7 - 12 ป) ของกรมพลศกึ ษา กระทรวงการทอ งเท่ยี วและกฬี า พ.ศ.2562 เขาถึงไดจาก https://www.dpe.go.th/manual-files-411291791794 6. แบบทดสอบและเกณฑม าตรฐานสมรรถภาพทางกายของนกั เรยี น สาํ หรบั มธั ยมศกึ ษา (อายุ 13 – 18 ป) ของกรมพลศกึ ษา กระทรวงการทอ งเท่ยี วและกฬี า พ.ศ.2562 เขา ถงึ ไดจาก https://www.dpe.go.th/manual-files-411291791795 7. แผนสงเสริมกจิ กรรมทางกาย พ.ศ. 2561-2573 เขา ถงึ ไดจาก https://dopah.anamai.moph.go.th/th/activity-plan/185662411291791795 8. พ.ร.บ.การปอ งกนั และแกไ ขปญหาการตงั้ ครรภในวัยรุน เขา ถงึ ไดจ าก https://www.mhesi.go.th/images/2563/pusit/legal-all/67p2559.pdf 9. แพลตฟอรม “กา วทา ใจ” เขาถงึ ไดจ าก https://www.kaotajai.com/ 10. ยุทธศาสตรการปองกันและแกไขปญหาการตั้งครรภใ นวยั รนุ . เขาถงึ ไดจ าก http://203.157.71.139/group_sr/allfile/1611217699.pdf 11. สาํ นกั งานใหญอ งคก ารอนามยั โลกและองคก ารเพอ่ื การศกึ ษา วทิ ยาศาสตร และวฒั นธรรมแหง สหประชาชาต.ิ การทําใหทุกโรงเรียนเปนโรงเรียนสงเสริมสุขภาพแนวทางการดาํ เนินการโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ. แปลโดย ชอแกว ดะหลัน เชค็ . กรุงเทพฯ: เดอะ กราฟโก วิสเตมส; 2564. 12. สาํ นกั งานใหญอ งคก ารอนามยั โลกและองคก ารเพอ่ื การศกึ ษา วทิ ยาศาสตร และวฒั นธรรมแหง สหประชาชาต.ิ การทาํ ใหท กุ โรงเรยี นเปน โรงเรยี นสง เสรมิ สขุ ภาพมาตรฐานและตวั ชวี้ ดั ระดบั โลก. แปลโดย ชอ แกว ดะห ลัน เชค็ . กรงุ เทพฯ: เดอะ กราฟโ ก วิสเตมส; 2564. 13. สํานักสงเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คูมือการดาํ เนินงานโรงเรียนสงเสริมสุขภาพ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2558). กรุงเทพฯ: สํานกั งานกจิ การโรงพมิ พองคก รสงเคราะหทหารผานศกึ ; 2558. 87 โรงเรียนส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
14. สํานักสงเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการพัฒนาโรงเรียนรอบรู (Health Literate School : HLS). กรุงเทพฯ: สํานกั งานกิจการโรงพมิ พองคกรสงเคราะหท หารผานศกึ ; 2563. 15. สาํ นักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน. คูมือสรางความเขมแข็ง โรงเรยี นตน แบบนกั เรยี นไทยสขุ ภาพด.ี กรงุ เทพฯ: สาํ นกั พฒั นากจิ กรรมนกั เรยี น สาํ นกั งานคณะกรรมการ การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน; 2556. 16. สํานกั งานใหญอ งคก รอนามยั โลก.ขอ แนะนําขององคก ารอนามยั โลกสําหรบั กจิ กรรมทางกายและพฤตกิ รรม เนือยน่งิ . แปลโดย เพ็ญลัดดา ไลเ ลิศ. กรงุ เทพฯ: มนิ นก่ี รปุ ; 2564 17. สื่อองคค วามรู ส่ือประชาสมั พนั ธ การสงเสริมกิจกรรมทางกายสําหรบั เด็กวัยเรยี นวยั รุน เขา ถงึ ไดจาก www.chopachipa.org 18. สื่อเสริมสรา งความฉลาดทางการเคลอื่ นไหว www.chopachipa.org 19. สาํ นักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. คูมือแนวทางการจัดบริการสรางเสริมสุขภาพและปองกันโรค ในชอ งปากภายใตว ถิ ชี วี ติ ใหม (New normal) เขา ถงึ ไดจ าก https://dental.anamai.moph.go.th/th/ handbook/download?id=82269&mid=35799&mkey=m_document&lang=th&did=26622 20. สาํ นกั อนามยั สง่ิ แวดลอ ม กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ .คมู อื การจดั การอนามยั สงิ่ แวดลอ มในโรงเรยี น. เขา ถงึ ไดจ าก http://203.157.71.139/group_sr/allfile/1611217222.pdf โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 88 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
ภาคผนวก รวมแบบฟอรมการรายงานองคป ระกอบและตวั ช้ีวัด มาตรฐานโรงเรยี นสง เสรมิ สุขภาพระดบั มาตรฐานสากล (GSHPS) https://hp.anamai.moph.go.th/th/manuals-of-official/211663 หรือ https://bit.ly/3SYfnYk การยกระดับตอยอด/เทียบเคียงสูมาตรฐานโรงเรียนสง เสรมิ สุขภาพ ระดบั มาตรฐานสากล ป 2565 https://hp.anamai.moph.go.th/th/manuals-of-official/211724 หรอื https://bit.ly/3sYOUiB คณะผู้จัดทํามาตรฐานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล พ.ศ.2565 Global Standards for Health Promoting Schools 2022 คณะท่ปี รึกษา นายแพทยส ุวรรณชยั วฒั นายงิ่ เจรญิ ชัย อธิบดีกรมอนามยั นายแพทยส ราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย นายแพทยเ อกชยั เพียรศรีวชั รา รองอธิบดีกรมอนามยั นายแพทยมณเฑยี ร คณาสวัสด์ิ รองอธิบดกี รมอนามยั ดร.จินตนา พัฒนพงศธร นักวชิ าการสาธารณสขุ ทรงคณุ วฒุ ิ (ดา นสาธารณสขุ ) นายแพทยพ รี ะยทุ ธ สานกุ ลู ผูอาํ นวยการสํานักสง เสริมสขุ ภาพ คณะผจู ดั ทาํ รามเกียรตศิ กั ด์ิ หัวหนากลุมอนามัยเดก็ วยั เรียนวัยรุน โภคสมบัติ สาํ นักสงเสริมสขุ ภาพ นายแพทยมนสั เมาะสนิ สาํ นกั สง เสริมสุขภาพ นางสาวอรอมุ า เช่ียวชาญ สํานกั สง เสรมิ สขุ ภาพ นางสาวฟารีดา ภูป ระสม สํานักสง เสรมิ สุขภาพ นางสาวศิริลกั ษณ โสดาปด ชา สาํ นักสงเสริมสุขภาพ นายเนต์ิ แกวโมรา ศูนยอ นามยั ที่ 4 สระบุรี นางสาวคัทลยี า สุโอสถ สาํ นักสงเสรมิ สุขภาพ นางสาวนฤมล นางสาวภทั รจิราพร 89 โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพระดบั มาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
รายชื่อผู้ร่วมวิพากษ์มาตรฐานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล เมื่อวนั ที่ 23-24 กมุ ภาพันธ 2565 ณ โรงแรม ทีเค พาเลซ & คอนเวนช่นั กรุงเทพมหานคร โดยประชมุ ผานทาง Online Video Conference : Cisco WebEx แพทยหญงิ ศทุ รา เออ้ื อภสิ ทิ ธิ์วงศ สถาบนั สุขภาพจติ เดก็ และวัยรุนราชนครินทร กรมสุขภาพจิต แพทยหญงิ สธุ าทพิ ย เอมเปรมศิลป คณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี รศ.ดร.มนสกิ าร กาญจนะจิตรา สถาบนั วิจัยประชากรและสงั คม มหาวิทยาลัยมหิดล นายชาญณรงค ศรจี นั ทร สาํ นกั พัฒนากิจกรรมนกั เรียน (สพฐ.) ดร.สชุ รี า บันลือสินธุ ผูแทนองคการอนามยั โลกประจาํ ประเทศไทย นางสาวอรณา จนั ทรศริ ิ สาํ นักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหวา งประเทศ (IHPP) ดร.สชุ าติ เอกปชชา ผอู ํานวยการสาํ นักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษา ดร.ยมนพร เอกปชชา ยะลา เขต 3 ดร.สเุ วช กลับศรี ศกึ ษานิเทศกชาํ นาญการพเิ ศษ นายทรงศกั ดิ์ พนมเขต สํานักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษายะลา เขต 3 นางวลิ าวลั ย ปาลี ผูอาํ นวยการสํานักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา นายวรรณรัตน เหลือศิริ นครศรีธรรมราช เขต 4 นายพลภทั ร โสมี ผอู าํ นวยการโรงเรียนบา นหนองแวงหนองหวั คน จังหวัดรอยเอด็ นางสาวบญุ สม แซต ง้ั ผูอาํ นวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห 24 จงั หวัดพะเยา ดร.วนั ชยั เยี่ยงกุลเชาว โรงเรยี นหนองไมแ กนวทิ ยา จงั หวัดฉะเชงิ เทรา นางสาวกุลธิดา อว มอม่ิ รองผูอาํ นวยการโรงเรียนบานหนองปลาดุก จงั หวดั นครพนม แพทยหญิงพรเลขา บรรหารศภุ วาท ครโู รงเรียนวัดชุมนุมสงู จังหวดั ระยอง ดร.ศรชั ฌา กาญจนสิงห ศูนยอนามยั ที่ 11 นครศรธี รรมราช นางสาวชณญั ณิศา เลศิ สโุ ภชวณิชย สํานักพัฒนากจิ กรรมนกั เรยี น สพฐ. นางกานตณ ชั ชา สรอ ยเพชร รักษาการผอู ํานวยการสํานักสงเสรมิ สขุ ภาพ ดร.ปท มาภรณ อกั ษรชู กองสงเสรมิ ความรอบรูแ ละสอ่ื สารสุขภาพ กรมอนามัย นางสาวทพิ รดี คงสวุ รรณ สํานกั สุขาภิบาลอาหารและน้าํ กรมอนามยั นางสาวปรียนิตย ใหมเ จริญศรี สาํ นักโภชนาการ กรมอนามยั นางสาวอไุ รพร ถินสถิตย สํานักโภชนาการ กรมอนามัย นางสาวขนิษฐา ระโหฐาน สํานักโภชนาการ กรมอนามัย นางสมนึก เลศิ สโุ ภชวณิชย สาํ นักอนามยั ส่ิงแวดลอ ม กรมอนามัย นางสาวพูนศิริ ฤทธิรอน สาํ นักอนามยั สิ่งแวดลอม กรมอนามัย นางจตุ พิ ร นงษร กั กองกจิ กรรมทางกายเพือ่ สุขภาพ กรมอนามยั นางสาวเกษร กําลังหาญ กองโรคตดิ ตอ ทั่วไป กรมควบคุมโรค นางบังอร กลํา่ สวุ รรณ ศนู ยอนามยั ท่ี 2 พษิ ณุโลก นางสาวสุภาวดี ฟองฟงุ ศนู ยอนามยั ที่ 5 ราชบรุ ี นางรุสนานีย ขํานรุ ักษ ศนู ยอ นามัยที่ 5 ราชบุรี ศูนยอนามัยท่ี 7 ขอนแกน ศูนยอ นามัยท่ี 8 อุดรธานี รายชื่อผเู ขา รวมประชมุ ศูนยอ นามยั ท่ี 12 ยะลา ทาง Online Video Conference : Cisco WebEx โรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565 90 (Global Standards for Health Promoting School,2022 : GSHPS)
Best Practice 1. ศูนยการศึกษาพิเศษประจาํ จงั หวัดบุรรี ัมย จงั หวดั บรุ ีรมั ย (สถานศกึ ษาสาํ หรบั เดก็ พเิ ศษ) - ไดรับรางวัลองคก รทีม่ วี ิธปี ฏิบตั ิเปน เลศิ (Best Practice) ดา นการสงเสริมกจิ กรรมทางกาย เพือ่ เด็กไทย สงู สมสว น แข็งแรง IQ EQ ดี ประจําป 2563 2. โรงเรยี นเทศบาลวดั โขดทิมทาราม จงั หวดั ระยอง - ไดร บั รางวัลองคกรทมี่ ีวิธปี ฏบิ ัตเิ ปน เลิศ (Best Practice) ดานการสง เสรมิ กจิ กรรมทางกาย เพื่อเดก็ ไทย สูง สมสว น แข็งแรง IQ EQ ดี ประจาํ ป 2560 - ไดร บั รางวลั องคก รรอบรสู ขุ ภาพ (Health Literate Organization) ดา นการสง เสรมิ กจิ กรรมทางกาย เพือ่ เดก็ ไทย สูง สมสว น แขง็ แรง IQ EQ ดี ประจําป 2561
Search