Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การพัฒนาบุคลิกภาพในการทำงาน

การพัฒนาบุคลิกภาพในการทำงาน

Published by พัชราภา ประทุมมา, 2021-09-02 10:35:15

Description: การพัฒนาบุคลิกภาพในการทำงาน

Search

Read the Text Version

การพฒั นาบุคลิกภาพในการทางาน จัดทาโดย นางสาวพิมญาดา ภปู รางค์ เลขท่ี 18 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ ชั้นปีท่ี 3 / 1 วชิ า ฝึกงาน (2000-7001) เสนอ อาจารยภ์ ัทราวธุ วริ ิยสกลุ วฒั นา วิทยาลยั เทคนคิ วงั น้าเยน็ สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา

ก คานา รายงานนจ้ี ัดทาขึน้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวชิ า ฝกึ งาน ชน้ั ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ปที ่ี 3 เพ่ือใหไ้ ด้ศกึ ษาหาคามร้ใู นเรื่อง การพัฒนาบุคลิกภาพในการทางาน และได้ศึกษาอย่างเขา้ ใจ เพื่อเปน็ ประโยชนก์ ับการเรยี น ผจู้ ดั ทาหวงั วา่ รายงานเลม่ น้ีจะเปน็ ประโยชน์กบั ผู้อา่ น หรอื นกั เรียน นกั ศึกษา ที่กาลังหา ขอ้ มูลในเรื่องน้ีอยู่ หากมขี ้อเสนอแนะ หรือข้อผิดพลาดประการใด ผูจ้ ดั ทาขอน้อมรบั ไว้ และขออภยั มา ณ ทีน่ ้ีดว้ ย นางสาวพมิ ญาดา ภปู รางค์

สารบัญ ข คานา ก สารบัญ ข การพัฒนาบุคลิกภาพในกรทางาน 1 ความหมายของบุคลกิ ภาพ 2 ความสาคัญของบุคลิกภาพ 3 บคุ ลิกภาพที่พึงประสงค์ในการทางาน 4 การพฒั นาบุคลิกภาพในการทางาน 6 การแสดงออกสาหรบั บคุ ลกิ ภาพทดี่ ี 13 เทคนคิ มีบุคลิกภาพทด่ี ีในท่ที างาน 15 บรรณานกุ รม ค

1 การพัฒนาบคุ ลกิ ภาพในการทางาน บคุ ลกิ ภาพ (Personality) วงการธรุ กจิ และอตุ สาหกรรมยคุ ปจั จุบันใหค้ วามสนใจกบั บุคลากรในองค์กร เนือ่ งจากเป็นหัวใจสาคัญ อกี ประการหน่งึ ของความสาเร็จหรอื ลม้ เหลวขององค์กร บุคลากรในองค์กรทจี่ ะถือไดว้ า่ มคี ุณภาพ นอกจาก จะตอ้ งมที ักษะประสบการณแ์ ละความรู้ความสามารถในการทางาน ตามภาระหนา้ ท่แี ลว้ ควรตอ้ งมีบุคลิกภาพ ที่เหมาะสมสอดคลอ้ งกับงาน บุคลกิ ภาพซึ่งเนน้ คุณลักษณะเฉพาะตวั ของบุคคล จะมีผลต่อประสิทธภิ าพการ ทางาน และปฏิสมั พันธก์ บั ผอู้ ื่นท้งั ในองค์กรและนอกองค์กร และยงั เป็นภาพลักษณ์ทสี่ าคญั ขององค์กรดว้ ย อย่างไรกต็ าม คนไทยเราส่วนใหญท่ ้งั ท่ดี าเนินงานธรุ กิจหรอื อตุ สาหกรรมเอง และท่ีทางาน เกี่ยวข้องกับ อตุ สาหกรรม อาจขาดลักษณะที่จาเปน็ หลายประการ เพอื่ การดาเนินงานให้เจรญิ ก้าวหนา้ ทันกบั วทิ ยาการ สมยั ใหม่ ทนั กับเหตุการณ์ความเปน็ ไปของโลกท่ีมกี ารเคลื่อนไหว เปลย่ี นแปลงอย่างรวดเร็ว ลักษณะทจี่ าเปน็ ดงั กล่าวน้นั สว่ นหนึง่ คอื บคุ ลิกภาพ ซ่ึงเปน็ เรื่องทเี่ รยี นรู้ ฝึกฝน และพัฒนาได้ แม้บางลักษณะอาจจะต้องใช้ เวลา และพฒั นาไดไ้ ม่งา่ ยนักกต็ าม ทีจ่ ะกลา่ วต่อไปนีจ้ ะวา่ ดว้ ยความหมายของบุคลกิ ภาพ ความสาคัญของบุคลิกภาพ การหลอ่ หลอม บคุ ลิกภาพ ทฤษฎบี คุ ลิกภาพ บุคลิกภาพท่ีพงึ ประสงค์ขององคก์ ร และการพัฒนาบคุ ลกิ ภาพ เพื่อให้ผู้ศึกษา เกิดความเขา้ ใจเร่ืองราวเก่ยี วกับบุคลกิ ภาพ และไดแ้ นวทางในการพฒั นาบคุ ลกิ ภาพต่อไป

2 ความหมายของบคุ ลกิ ภาพ คาวา่ “บคุ ลิกภาพ” (personality) ซ่ึงเป็นลกั ษณะเฉพาะของบุคคลท่ีบง่ บอกความแตกต่างระหว่าง บคุ คล ได้มผี ู้ใหค้ วามหมายไว้ต่างๆ จากคาจากดั ความและความหมายของ “บคุ ลิกภาพ” ที่กล่าวมา สรุปไดว้ ่า บุคลกิ ภาพ คือตวั บุคคล โดยสว่ นรวม ท้งั ลกั ษณะทางกาย ซง่ึ สงั เกตไดง้ า่ ย อนั ไดแ้ กร่ ูปรา่ งหน้าตากริ ยิ าท่าทาง น้าเสยี ง คาพูด ความสามารถทางสมอง ทักษะการทากจิ กรรมตา่ งๆ และลักษณะทางจติ ซ่ึงสงั เกตได้ค่อนขา้ งยาก ไดแ้ ก่ ความร้สู กึ นึกคิด เจตคติ ค่านิยม ความสนใจ ความมุ่งหวัง อุดมคติ เป้าหมาย และความสามารถในการปรบั ตวั ให้เขา้ กบั ส่ิงแวดลอ้ ม ลกั ษณะดังกล่าวมีท่มี าจากพนั ธกุ รรมและสิ่งแวดล้อมของแตล่ ะคน สง่ ผลสูค่ วามสามารถ ในการปรับตัวตอ่ สงิ่ แวดลอ้ มและความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล จากความหมายของบคุ ลกิ ภาพดังกล่าว เมื่อนามาวิเคราะห์ใหส้ มั พนั ธ์กับองค์การทเี่ กี่ยวข้องกับการ ดาเนินงาน ทงั้ ด้านการบริหาร การผลติ การจาหนา่ ย และการให้บริการ โดยพิจารณาบุคลิกภาพท่ีส่งผลต่อ การดาเนนิ งาน จะพบว่าทุกลักษณะของบุคลกิ ภาพมอี ิทธพิ ลต่อผลการดาเนินงาน โดยมีอิทธพิ ลมากบา้ งน้อย บ้าง จงึ อาจให้ความหมายของบคุ ลิกภาพเชงิ อตุ สาหกรรมได้ว่า เป็นลักษณะสว่ นรวมของบคุ คลทัง้ ทางดา้ น รา่ งกายและจติ ใจ ซึง่ เอือ้ อานวยใหเ้ กิดผลดตี อ่ การดาเนนิ งานอุตสาหกรรม ทั้งในแง่ของการบรหิ าร การผลิต การจาหนา่ ย และการให้บรกิ ารในงานอุตสาหกรรม

3 ความสาคญั ของบคุ ลกิ ภาพ ไดด้ ังนี้ 1. บุคลกิ ภาพมีอิทธิพลตอ่ ประสิทธภิ าพการปฏิบัตงิ าน บคุ ลกิ ภาพในส่วนที่เกย่ี วกับแรงจูงใจ มอี ิทธพิ ลสงู มากตอ่ การทางาน ถา้ บุคคลมีแรงจูงใจใฝส่ มั ฤทธิ์สูง จะเปน็ แรงพลังกระตนุ้ ให้มานะพยายาม ดาเนินงานสู่ความสาเรจ็ ทาใหบ้ ุคคลมีความอดทน ต่อสู้ บากบั่น ใช้ความสามารถ ลงทนุ ลงแรง สนใจใฝ่รูใ้ นทุกส่งิ ที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนางานให้เจริญกา้ วหนา้ แต่ถ้าบคุ คลมแี รงจูงใจใฝส่ ัมฤทธิ์ต่า กจ็ ะลงทุนลงแรงน้อยเพื่อให้งานบรรลุเปา้ หมายน้อยลงไป ทาให้ งานขาดประสิทธิภาพ 2. บคุ ลิกภาพกาหนดทิศทางการดาเนนิ งาน บุคลกิ ภาพทางดา้ นความคิดริเรม่ิ ด้านกล้าได้กล้าเสยี และดา้ นความระมัดระวงั รอบคอบ มผี ลต่อทศิ ทางการดาเนินงาน ถ้าบุคคลมีความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์สูง มักดาเนนิ งานโดยคิดค้นความแปลกใหม่ ใหก้ ับผลผลติ หรือการให้บริการรวมทั้งการ ใช้กลยุทธ์หลากหลายเพื่อการตลาดและการโฆษณา ประชาสัมพนั ธ์ เพ่ือเอาชนะคู่แขง่ ขนั และดารงงานให้คงอยู่หรอื กา้ วหน้าต่อไป หรอื ถา้ มีบุคลกิ ภาพ แบบกล้าได้กล้าเสีย บุคคลนี้มักจะยอมลงทนุ เส่ยี ง กล้าเผชิญกับความล้มเหลว เพราะถ้าไดก้ ็จะได้ มากจนขั้นพลิกผันชีวติ ของตนเองได้ แตจ่ ะมีบุคคลบางประเภทท่ีมีบุคลิกภาพด้านความระมัด รอบคอบสูง บคุ คลประเภทนี้ มักจะไม่ลงทุนกบั สงิ่ ท่ีไม่แนน่ อน และจะทางานประเภทที่ก้าวไดเ้ รอ่ื ยๆ คือ กา้ วชา้ แต่ตนเองรสู้ ึกวา่ มั่นคง 3. บคุ ลกิ ภาพมผี ลต่อความน่าเช่อื ถือ บุคลกิ ภาพบางดา้ น มีสว่ นช่วยสรา้ งเสริมความน่าเชอื่ ถอื หรือทาใหบ้ ุคคลมี “เครดิต” ในความรสู้ ึก ของผทู้ ีเ่ กีย่ วข้อง เชน่ ถา้ บุคคลเป็นผทู้ ่รี กั ษาคาพูด อารมณ์ม่นั คง มีเหตุมีผล วางตนได้ถูกตอ้ งตาม กาลเทศะ มีนา้ ใจ ทาอะไรโดยนกึ ถงึ ใจเขาใจเรา บุคคลประเภทนถี้ า้ เป็นหัวหน้ากจ็ ะเป็นทยี่ อมรับของ ลูกน้อง เปน็ มติ รท่ีดี และสรา้ งความรู้สึกชอบพอไวว้ างใจให้แก่ลูกค้าได้ แต่ถา้ บคุ คลมลี ักษณะตรงกนั ขา้ ม คือไมน่ า่ เชื่อถือ ก็มกั เกิดปญั หาอุปสรรคในการดาเนินงาน คอื ผู้อ่ืนอาจไมไ่ ว้วางใจ ไม่เชอื่ ถอื ศรัทธา ไม่ยอมรบั ไม่ร่วมงานดว้ ย ซึง่ อาจสร้างความเสยี หายให้กบั งานได้ เพราะถา้ ไม่เป็นทีน่ ่าเชือ่ ถือ ก็ยอ่ มไมส่ ามารถดาเนินงานร่วมกบั ผู้อื่นได้โดยราบร่ืน

4 บุคลกิ ภาพทีพ่ ึงประสงคใ์ นการทางาน ในการดาเนินงาน จะมีทงั้ งานการผลิต การบรหิ ารการขาย การให้บริการ และอ่ืนๆ ทเ่ี ก่ยี วข้อง ในแต่ ละงานจะอาศยั คุณลักษณะท่ีแตกต่างกนั ไป บางงานอาศยั ลกั ษณะส่วนทเ่ี ป็นบคุ ลิกภาพภายในมาก บางงาน อาศัยสว่ นที่เป็นบุคลิกภาพภายนอกมาก แตโ่ ดยภาพรวมแล้วกลา่ วได้ว่าบคุ ลิกภาพที่พึงประสงค์ในงาน อุตสาหกรรมควร ประกอบด้วยลกั ษณะดงั ต่อไปน้ี 1. ความเปน็ คนชา่ งสังเกต ชา่ งคดิ ช่างสืบค้น ชา่ งแสวงหาคาตอบในปัญหาทกุ สิง่ ทุกอยา่ ง บุคคลท่ี ประสบความสาเร็จ มักเปน็ คนประเภททบ่ี อกตนเองอยู่เสมอว่า ไมม่ ีส่งิ ใดทีเ่ ขาไมร่ ู้ ไม่มปี ัญหาใดท่ี ตอบไม่ได้ ไมม่ ีงานใดที่ทาไมไ่ ด้ ไม่มสี ง่ิ ใดที่จะเอาชนะไม่ได้ ฯลฯ ลกั ษณะดังกลา่ วสง่ ผลให้บคุ คลมีการ เคลื่อนไหวตลอดเวลา ท้ังทางด้านความคิดและการกระทา 2. ความเป็นผู้ไม่อยูน่ ิง่ เฉยกบั ท่ี แตห่ นักแนน่ คือ ชอบการเปล่ียนแปลงและปรบั ปรุงให้ได้อะไรแปลกใหม่ อย่เู สมอ แต่จะยังไมเ่ ปลีย่ นหากยังขาดข้อมูลทเี่ ด่นชัดวา่ เปลี่ยนแลว้ จะต้องไปเผชิญอะไรข้างหนา้ 3. มีความคิดรเิ ร่ิมสร้างสรรค์ ทง้ั นีเ้ นอ่ื งจากงานในอุตสาหกรรมเป็นงานทแ่ี ขง่ ขัน ถา้ องค์กรใดมีบุคคลท่ีมี ความคิดริเริม่ สรา้ งสรรค์ หาวิธีการแปลกใหม่ก็จะทาให้งานก้าวหน้าไปอย่างรวดเรว็ 4. มีหัวใจเปน็ คนทางาน คือใช้สมองและความคิดในการทางาน คานวณผลประโยชน์ท่ีได้รับ คานงึ ถงึ ผลเสยี ท่อี าจ จะเกิดขนึ้

5 5. มีหวั ใจเพ่ืองาน คอื มใี จรักในการทางาน ทางานเพื่องาน มิใช่ทางานเพ่ือแลกกับคา่ แรงหรือเงนิ เดือน เพียงอย่างเดียว แต่มีความตัง้ ใจทางาน สูง้ าน และผูกพนั กับงานท่ีตนรับผิดชอบอยู่ 6. มมี นษุ ยสมั พันธด์ ี ท้ังน้จี ะพบวา่ ในวงการการทางานเนน้ มนุษยสัมพนั ธ์มากโดยเฉพาะในเรื่องของการ สือ่ สาร เน่ืองจากการทางานไมเ่ พยี งแตจ่ ะเข้ากับบุคคลอื่นได้ ยังต้องส่อื สารใหผ้ อู้ ่ืนเข้าใจไดเ้ ปน็ อย่างดี และสอนงานคนอน่ื ไดด้ ้วย องคก์ ารทางานมักไมน่ ยิ มคนเกง่ ที่ถา่ ยทอดหรอื สอนงานหรือ ทางานกลุ่ม ไม่เปน็ 7. มลี ักษณะผู้นา ทัง้ น้ีเนอ่ื งจากความสามารถในการนาเป็นส่ิงจาเป็นมากสาหรบั ผู้ทางาน เนอื่ งจากงาน ที่ดจี ะต้องมีความเจริญก้าวหน้า ขยายกิจการและสาขาใหมเ่ พิ่มข้นึ เรื่อยๆ ผู้ที่มีความรู้ความสามรถ และมปี ระสบการณ์ในการทางานมานาน เม่ือไดร้ บั การพิจารณาคัดเลือกให้ดารงตาแหน่งผบู้ รหิ าร ถ้า หากเขาเป็นผูบ้ ริหารท่ีมคี วามเป็นผนู้ าสงู ยอ่ มนาพาธรุ กิจให้กา้ วหนา้ ได้ ดีกวา่ 8. มคี วามเปน็ ระเบียบและมวี ินัย ลกั ษณะในสว่ นน้ีจะสง่ ผลให้มีความรบั ผิดชอบ ตรงเวลา ทางานอย่างมี เป้าหมาย ทีช่ ัดเจน สามารถคาดคะเนความสาเรจ็ ไดล้ ว่ งหน้าและรูจ้ กั ทางานอยา่ งมีแผน มีระบบงาน ทด่ี ี 9. แสดงออกได้โดยเหมาะสมตามกาลเทศะอันควร ผูบ้ รหิ ารแสดงตนได้เหมาะสมทั้งการแต่งกาย การ เข้าสมาคม ทา่ ทางการเดนิ การพูด อิรยิ าบถตา่ งๆ ตลอดจนความสามารถในการควบคุมอารมณ์ และ การแสดงออกทางอารมณอ์ ย่างเหมาะสม จะชว่ ยเสรงิ สรา้ งตนเองให้เป็นทยี่ อมรับของ ผ้ใู ตบ้ ังคับบัญชาและผทู้ ่ตี ้อง ติดตอ่ เกีย่ วข้อง 10. มีความสามารถในการปรับตวั ให้เข้ากับภาวะแวดล้อมไดด้ ี คอื มีความสามารถในการวางตนและ ปฏิบตั งิ านให้ผสมกลมกลนื กับ สภาพแวดลอ้ มทั้งบคุ คล เวลา สถานท่ี และสถานการณต์ ่างๆ ท่ี เปลย่ี นแปลงตลอดเวลา

6 การพฒั นาบุคลกิ ภาพในการทางาน บคุ ลกิ ภาพของบุคคลมิใช่เร่อื งตายตัวเสมอไป เปล่ียนแปลงได้ พัฒนาได้ ตามบทบาทและอาชีพที่ ดาเนินอยู่ การพัฒนาบุคลิกภาพในการทางาน อาจแบง่ ได้เป็น 3 ด้าน ด้วยกันคือ การพัฒนาบคุ ลิกภาพ โดยทัว่ ไป การพัฒนาบุคลกิ ภาพดา้ นการเป็นผู้นา และการพัฒนาบุคลกิ ภาพดา้ นความเป็นผใู้ หญ่ สาหรับความ เป็นผู้นาน้ัน ได้กลา่ วไวแ้ ล้วในบทที่ผ่านมา ดังนนั้ ในทีน่ ี้จะกล่าวถึงการพัฒนาบุคลิกภาพโดยท่วั ไปและ บคุ ลิกภาพดา้ นความ เปน็ ผู้ใหญ่ ซงึ่ มีแนวทางการพัฒนา ดังต่อไปน้ี 1 การพัฒนาบุคลกิ ภาพโดยท่ัวไป 1.1 การพฒั นาบุคลกิ ภาพทางกาย ควรใชเ้ คร่ืองแต่งกายที่สะอาดเรยี บรอ้ ย ใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั รปู รา่ ง ของตน ไม่ฟูฟ่ า่ หรือนาสมัยจนเกนิ ไป บุคลิกภาพทางกายเป็นสง่ิ ประทับใจครั้งแรก ถ้าใครโดนวิจารณว์ ่าเห็น ใหม่ๆ ไมช่ อบ แต่พอใกลช้ ดิ แล้วจึงรู้วา่ น่าคบ นอกจากการดูแลตนเอง เร่ืองการแต่งกายและความสะอาด ควรตรวจสอบตนเองเกีย่ วกับภาษาและ กริ ยิ าท่าทางดว้ ย ดงั คาพังเพยที่ว่า “สาเนยี งบอกภาษา กิริยาบอกสกุล” คาพังเพยนย้ี งั ใช้ไดด้ อี ยู่แต่บุคคลก็ ต้องไมล่ ืมว่า หากใครมีชาติกาเนดิ หรือมีพนื้ ฐานดั้งเดิมท่ไี มด่ ีนกั กิริยาท่าทางและภาษาท่ีใชป้ ระจาของตน ก็ สามารถปรบั ปรุงให้ดีขน้ึ ได้ มารยาทดี ภาษาดี ไมจ่ าเป็นต้องมาจากรากฐานชาตสิ กลุ ทีด่ เี สมอไปทกุ คนพัฒนา ได้

7 1.2 การพัฒนาบุคลิกภาพทางสตปิ ญั ญา ความรสู้ กึ นึกคดิ เจตคติ และความสนใจ ผทู้ างานโดยท่ัวไป ไม่จาเปน็ จะต้องฉลาดเฉลียวมไี หวพรบิ สงู เสมอไป จึงจดั วา่ มบี ุคลิกภาพดี ถ้าทุกคนฉลาดมากเทา่ กนั ไปหมด คิดอะไรเหมือนๆ กัน สนใจส่ิงคลา้ ยๆ กนั โลกคงน่าเบ่ือ ดงั น้นั เมอ่ื บคุ คลคดิ ว่าตนเองมีความสามารถดา้ นใด เป็นพิเศษกม็ ุพฒั นาด้านนัน้ แตก่ ็ไม่ควรละเลยท่ีจะสะสมความรอบร้หู รอื ความสนใจดา้ นอ่ืนๆ ด้วย เพราะจะ ทาให้มคี วามคดิ และความสนใจทกี่ ว้างขึ้น อันเปน็ ส่งิ จงู ใจให้มเี พื่อนใหม่เพิม่ ขึ้น มีคนอยากคบอยากสนทนา ด้วยมากขน้ึ และมีความมัน่ ใจในตนเอง คุยกบั ใครๆ คบกับใครๆ ได้สบายใจ ดังนั้นการมสี ่วนร่วมในการทางาน ของสโมสร สมาคม และองค์การต่างๆ รว่ มในการกีฬาการละเลน่ หรอื ในกจิ กรรมต่างๆ จะทาใหเ้ ปน็ บุคคลที่มี ความรอบรู้ กว้างขวางข้นึ เชื่อม่นั ในตนเอง 1.3 การพฒั นาบุคลิกภาพทางอารมณ์ บคุ คลท่ตี ้องการจะพัฒนาบคุ ลิกภาพทางอารมณ์ อาจเร่ิมตน้ โดยสังเกตและคิดหาเหตผุ ลจากพฤตกิ รรมของเด็กในตวั เด็กจะมีการแสดง อารมณต์ า่ งๆ การแสดงออกทาง อารมณ์ของเด็กจะเป็นไปตามธรรมชาติ เชน่ เม่ือรักเมื่อชอบกจ็ ะแสดงความเป็นเจ้าของในสง่ิ ท่ีรักหรอื ชอบ อย่างเต็มท่ี เมื่อโกรธ เกลยี ดไม่ชอบก็แสดงออกมาไมป่ ิดบงั อารมณเ์ หล่าน้เี มอ่ื บุคคลเหน็ เด็กแสดง มักร้สู ึกว่า ไมส่ มควรทาและพยายามใหเ้ ด็กหยดุ พฤตกิ รรมดงั กลา่ วน้นั ซึ่งถา้ ผใู้ หญเ่ ปน็ ผแู้ สดงพฤติกรรมดังกล่าวเสียเอง สงั คมก็นา่ จะไม่ยอมรบั ดังนนั้ วธิ ีการท่ีดีก็คืออย่าปลอ่ ยให้มีอารมณ์พล่งุ พลา่ น เพราะจะทาให้บุคคลก้าวร้าว หยาบคายตอ่ เพื่อนรว่ มงาน ต่อผ้บู ริหาร ลูกคา้ และบุคคลท่ัวไป หรอื แมแ้ ต่การแสดงออกซงึ่ ความรกั ความชอบ ก็ควรจะสารวมให้อยูใ่ นระดบั ท่พี อดี เพื่อใหเ้ ป็นทยี่ อมรบั ของบุคคลท่ัวไปดว้ ย 1.4 การพัฒนาบุคลิกภาพทางสังคม บุคลกิ ภาพทางสังคม เช่น กริ ิยาท่าทาง นา้ เสยี ง ภาษาพดู การ แต่งกาย และการวางตน เปน็ ปจั จัยเบื้องตน้ ทจี่ ูงใจ ให้บุคคลอื่นๆ อยากคบหาสมาคมด้วย แตก่ ็เป็นเพยี ง เบอ้ื งต้น เท่านั้น ปจั จยั ที่จะทาให้มิตรภาพย่ังยนื มาจากคณุ สมบัติที่อยภู่ ายในตัวบุคคล เช่น น้าใจทใี่ ห้ผ้อู นื่ ความไมเ่ หน็ แก่ตวั ความซอ่ื สัตย์ ความบรสิ ุทธใ์ิ จ การรจู้ ักใจเขาใจเรา ความเป็นคนตรงต่อเวลา ซึง่ ส่ิงเหล่านี้ บุคคลควบคุมตนเองให้ประพฤติปฏบิ ตั ิได้ และเม่ือทาไปนานๆ ก็จะเกิดความเคยชนิ และกลายเป็นลักษณะ ประจาตวั

8 การแสดงออกทางสงั คมน้ี มแี นวคดิ ท่ีไม่ตาย ยงั เปน็ ที่ยอมรับนบั ถอื ในสงั คมสมยั ใหม่ ได้แก่ หลักการ พฒั นาบคุ ลกิ ภาพตามแนวของยอรช์ วอชงิ ตนั ทา่ นประธานาธบิ ดีคนแรกของสหรฐั อเมริกา ดงั น้ี 1. การกระทาทุกอย่างในหมู่คณะ ควรท่ีจะทาโดยแสดงให้เห็นวา่ เราเคารพผูท้ รี่ ว่ ม 2. อยา่ หลบั ในเม่ือคนอ่นื ๆ กาลงั พดู อยู่ อย่านงั่ เม่ือผู้อน่ื ยืน อย่าพดู ในเมอ่ื ควรจะนิง่ อย่าเดนิ ใน เมื่อคน อนื่ ๆ หยุดเดนิ 3. ทาสหี น้าใหช้ ื่นบาน แตใ่ นกรณที ม่ี ีเร่ืองร้ายแรงพงึ ทาสหี นา้ ใหเ้ ครง่ ขรมึ บา้ ง 4. อยา่ โต้เถียงกบั ผทู้ ีอ่ ยู่เหนือกว่า แต่พงึ เสนอข้อวินจิ ฉยั ของตนแก่ผ้นู ้ันอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน 5. เมอื่ ผใู้ ดพยายามทางานจนสุดความสามารถแลว้ แม้จะไมไ่ ด้รับผลสาเรจ็ เปน็ อย่างดี ก็ไม่ควรจะตาหนิ ตเิ ตยี นเขา 6. อย่าใช้ถ้อยคารุนแรงติเตยี นหรือดุด่าผู้หนึ่งผ้ใู ด 7. อย่าผลผี ลามเช่ือขา่ วลอื ทีก่ ่อความกระทบกระเทือนให้แก่ผหู้ น่งึ ผใู้ ด 8. อย่ารบั ทาในสิ่งท่ีตนไม่สามารถทาได้ แต่เม่ือสัญญาอย่างใดแลว้ กต็ อ้ งทาตามสญั ญานั้น หลกั การพฒั นาบคุ ลกิ ภาพทางสงั คมทั้ง 8 ประการของท่านอดีตประธานาธบิ ดยี อร์ช วอชงิ ตนั ดังกล่าวนี้หากปฏิบัตไิ ดค้ รบถ้วนไม่วา่ จะเปน็ นกั ธรุ กิจหรือ ผ้ทู างานอ่นื ใด กน็ า่ จะมีแนวโน้มไดร้ ับความสาเรจ็ ในชีวิตที่นอกเหนือจากการมีบคุ ลกิ ภาพดี

9 2. การพฒั นาความเป็นผใู้ หญ่ ผู้ทท่ี างานควรฝึกตนให้มีความเป็นผู้ใหญ่ ดังนี้ 1. สร้างความเช่ือม่นั ในตนเอง คือ พ่ึงตนเอง มีความร้สู กึ มน่ั คง วนิ จิ ฉยั ปญั หาได้ด้วยตนเอง ตัดสนิ ใจได้ ด้วยตนเอง สามารถคาดการณ์ลว่ งหน้าได้พอประมาณว่า ถา้ ลงมือกระทาไปแล้วจะได้รบั ผลอย่างไร 2. พยายามวเิ คราะหป์ ระเมินตนเองอย่างแทจ้ ริง คอื พจิ ารณาว่าตนมคี วามสามารถใดและขาด ความสามารถทางใด แลว้ ใช้ความสามารถท่ีมอี ย่ใู ห้ได้ประโยชน์มากทีส่ ุด พยายามเปล่ียนสิง่ ท่พี อจะ เปลี่ยนได้ สงิ่ ท่เี ปล่ียนไม่ได้ สิ่งทเ่ี ปล่ยี นไม่ไดก้ ็อย่านามาคานึงถึงจนกลายเปน็ ความวติ กกังวล 3. ทาใจใหพ้ ร้อมในการเผชิญความจริง โดยคิดวา่ ในโลกนมี้ ีขึน้ มีลงมที ั้งสง่ิ ดีและไมด่ ี มีทั้งคนดมี ากและ คนดีนอ้ ย เราก็เหมือนคนอ่ืนๆ คอื ประสบทั้งส่ิงดีและไมด่ ีในชีวิต เราอาจพบหวั หนา้ งาน เพือ่ น รว่ มงาน และลกู น้องบางคนท่ีดีมาก แต่บางคนกท็ าใหเ้ รายุ่งยากใจในการทางานร่วมดว้ ย คนบางคน เป็นคนดตี ามท่ีเราต้องการ แต่บางคนถึงกับทาใหเ้ ราล้มหมอนนอนเสื่อ ส่วนชีวติ ของเราน้ัน บางตอนก็ ดรู าบรน่ื มน่ั คง บางตอนกท็ าทา่ จะไปไม่ไหว คนที่มคี วามเป็นผูใ้ หญค่ ือ คนซง่ึ ไมว่ ่าจะอยใู่ น สถานการณ์ใดยงั พรอ้ มอยูเ่ สมอทจ่ี ะปรับปรุงชวี ติ ของตน เองใหด้ ีขึ้น ไม่หวน่ั ไหวไปกับการ เปลีย่ นแปลงทีเ่ ปน็ ไปตามกฎธรรมชาตจิ นเกินกวา่ เหตุ

10 4. ฝึกตนใหม้ คี วามสามารถในการควบคมุ อารมณ์ของตนเองไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณใ์ ด คือ มีอารมณ์ ม่นั คง ไม่ปล่อยตนเปน็ ทาสของอารมณ์ตามธรรมชาตไิ ปเสียหมด โดยธรรมชาติของชีวิตนัน้ บางคนก็ รา่ เริงมีความสุข บางครง้ั ก็เศร้าหมองหดหู่ บางคร้งั ก็โกรธเกลยี ดไม่ชอบใจ แตก่ ็ต้องทาใจว่าชวี ติ ใครๆ ก็เป็นอย่างนี้ “ชว่ั เจด็ ที ดีเจด็ หน” การมดี บี ้างชั่วบ้างก็ทาให้ชีวิตมีรสชาติ ดงั น้นั เมือ่ มีความสุขก็อย่า ปลอ่ ยใหค้ วามปิติ ยินดีมาทาให้เราร่าเริงจนผดิ กาลเทศะ หรอื เม่ือเศร้าหมองหดห่ใู จกอ็ ย่าปล่อยตน จมอยู่กับ ความเศร้าโศกจนทาอะไรไม่ได้หรือขาดสมาธใิ นการทางาน การยิ้มสู้เขา้ ไวก้ ็นา่ จะเปน็ ทางออกทด่ี แี ละอย่าคดิ สัน้ ควรให้โอกาสแกต่ นเองในการเผชญิ กบั ปญั หา การฆ่าตวั ตายหนีความ ล้มเหลวเป็นวิสัยของผูท้ ี่ไม่มคี วามเปน็ ผ้ใู หญ่ 5. ฝกึ ตนใหท้ างานโดยมกี ารวางแผนและเป้าหมาย คือ ไม่ปล่อยชีวติ ใหเ้ ปน็ ไปตามลมเพลมพดั เมื่อจะ ทางานก็ควรจะถามตัวเองวา่ ทาเพ่ือใคร ทาอะไร ทาเมื่อใด และทาอย่างไร มีการเตรยี มการลว่ งหนา้ กาหนดกจิ กรรมต่างๆ ไว้ล่วงหนา้ วธิ ีการดังกลา่ วนี้ จะช่วยให้กา้ วหน้าอย่างมีจงั หวะ และทาให้ชีวติ ใน แตล่ ะวนั มีความหมายสาหรบั ตน 6. รจู้ กั บังคับใจตนเอง คอื ทาตนให้มีความสามารถในการ”รอ” ส่งิ ทต่ี ้องการได้ ผู้ใดก็ตามถา้ ไมส่ ามารถ รอสง่ิ ทตี่ ้องการได้ นับวา่ ยงั ไม่เป็นผใู้ หญ่ ทง้ั ยงั มีผลทาใหบ้ คุ ลิกภาพดา้ นอน่ื ๆ พลอยเสียไปด้วย และ แสดงว่ายังไม่พรอ้ มสาหรับการมบี คุ ลกิ ภาพทด่ี ี ความสามารถในการรอคอย ยงั ช่วยใหม้ สี มั พันธภาพท่ี ดีกับผอู้ ่ืน และแก้ปัญหาทางอารมณไ์ ด้มาก เช่น สามารถรอคอยผู้ทผ่ี ิดนดั ได้ หรืออดทนรอการอนมุ ตั ิ ในบางเร่ืองทส่ี าคัญตอ่

11 7. ตระหนักในคณุ คา่ ของตนเองและของผอู้ ื่น คือ ร้จู กั ยอมรบั ในคณุ ค่าของผู้อ่ืนทีไ่ ม่เหมือนตน เช่น คนบางคนเหน็ วา่ เงินและทรพั ย์สมบตั ิคอื จดุ หมายปลายทางของชีวิตบางคนเหน็ วา่ คุณค่าท่ี สาคญั สาหรบั เขาคือมีความรู้สูง มีผลสาเรจ็ ทางธุรกจิ บางคนยดึ ถืออดุ มการณห์ รืออดุ มคตบิ างอย่าง แล้วกม็ ุง่ ม่นั ไปสู่แนวความคดิ น้นั บางคนหาความพอใจให้ชีวติ โดยแตง่ กายสวยหรู ในสิง่ ของราคา แพง แต่บางคนชอบความเป็นอยงู่ ่ายๆ วันหยุดก็ยิงนกตกปลาไปตามเร่ือง ความแตกตา่ งระหว่าง บุคคลดงั กลา่ ว ถา้ ทาใจให้ยอมรับ ไมม่ องคนอนื่ ทไี่ ม่เหมือนเราว่าผดิ ไมพ่ ยายามเปลย่ี นคนอน่ื ให้ ยึดถอื เหมือนเราไปเสยี หมด ก็จะทาให้เราอยกู่ บั เขาไดส้ บายใจขึน้ ทาให้มสี ุขภาพจิตดี บุคลิกภาพของ เราก็ดขี ึ้น 8. พยายามปรบั ชวี ติ ใหเ้ ข้ากับสังคม คือ ทาตนให้มคี วามสุขในทุกสภาพของสง่ิ แวดล้อม เราอาจเป็นคน ชอบสนั โดษ แตถ่ ้าเขามีงานรื่นเริงในท่ที างานไมว่ ่าจะในระหวา่ งเพ่อื น ระหวา่ งผ้บู งั คับบัญชากบั ผู้ใต้บงั คบั บัญชา เราก็ต้องแสดงความพอใจทจี่ ะร่วมดว้ ยได้ หรอื เราอาจมวี ิธที างานท่ีตา่ งไปจากคนอืน่ แต่เราก็ต้องสามารถผอ่ นปรนได้บา้ งโดยไม่กระทบกระเทือนถึงอสิ ระในความคดิ อ่าน ของผู้อ่นื 9. ควบคมุ ตนให้คิดถงึ ผู้อืน่ มากกวา่ คิดถงึ ตนเอง คือ สนใจผอู้ ่นื มากกว่าสนใจตนเอง ชว่ ยเหลอื การงาน ของผู้อืน่ เอาใจใสใ่ นสารทุกข์สกุ ดบิ ของผอู้ น่ื เชน่ น้อี าจจะทาใหเ้ รามีความสุขได้ ความสุขใจเปน็ ปัจจยั ของการมบี ุคลกิ ภาพดีได้อกี ประการหนงึ่

12 10. ฝึกความอดทนและอดกลัน้ ให้กบั ตนเอง คือ อดทนต่อความคดิ ของผู้อื่นท่ีขัดแย้งกบั ตน อดทนกับ พฤติกรรมของคนบางคน อดทนกับการถกู มองข้ามในส่งิ ทไ่ี มอ่ ยากให้เขามองข้าม ยอมรับฟังคา วจิ ารณ์จากคนอืน่ โดยพยายามคิดวา่ คาวิจารณ์ต่างๆ เหล่านั้นจะทาให้ตนไดป้ รับปรุง เรื่องท่ีไม่พอใจ บางเร่อื งควรพยายามลืม เมอื่ ไม่ชอบใจใครไมค่ วรใชว้ ิธพี รา่ บ่น เนื่องจากอาจสรา้ งความราคาญให้ ผู้อน่ื และพลอยทาให้ผู้อนื่ มปี ัญหาทางอารมณ์ไปดว้ ย 11. มคี วามสามารถในการรับและแก้ไขสง่ิ ท่ีไมช่ อบ คือไม่ควรหัวเสียหรอื พรา่ พรรณนาในโชคชะตาของ ตนเองใหผ้ ู้อนื่ รับฟังไม่หยุด หย่อน เพราะไมว่ า่ จะทาอะไร มอี าชพี อย่างไร อยใู่ นตาแหน่งใด หรอื สมั พันธเ์ ก่ยี วข้องกบั ใครกจ็ ะต้องมสี ิ่งไม่ชอบรวมอยู่ด้วยทงั้ สิ้น 12. ใชค้ วามสามารถท่มี ีอยใู่ ห้เป็นประโยชน์ทั้งตนเองและองค์การใหม้ ากทีส่ ุด ดังตัวอยา่ งในชีวิตประจาวนั ทมี่ กั พบว่า มคี นมากมายท่ีมีทักษะทางานเก่ง แต่เก็บความรู้ความสามารถเหลา่ นน้ั ใสล่ ิน้ ชักไว้ แล้ว ทางานเท่าท่ไี ดร้ ับคาส่งั ใหท้ า ทางานเพียงเพ่ือแลกกับค่าตอบแทนให้พออย่ไู ด้ การดาเนินงานดังกลา่ ว นี้ มกั ไมน่ าพาไปสูค่ วามก้าวหน้าหรอื ความสาเร็จในชีวิต 13. สรา้ งความรูส้ กึ พอใจท่จี ะไดป้ ฏบิ ัติตามระเบยี บข้อบังคับ ทงั้ น้ี เพราะกฎและระเบยี บทาให้อย่รู ่วมกนั ได้อยา่ งปกตสิ ขุ ถ้าหากทุกคนเคารพใน กฎและระเบียบน้ัน กฎเกณฑ์ใดในองค์การท่เี รารู้สกึ ว่ามัน เปน็ ไปได้ในแง่ของการปฏิบัติ ผู้ทม่ี ีลกั ษณะเป็นผู้ใหญแ่ ลว้ ควรสามารถที่จะเสนอ ข้อปรับปรงุ เปล่ยี นแปลงได้โดยสันติวธิ ี โดยออ่ นน้อมถ่อมตน และโดยเลือกจังหวะเวลาทีเ่ หมาะสมในการนาเสนอ ข้อคิดเหน็ วธิ ีการดังกล่าวน้ี จะชว่ ยสรา้ งบรรยากาศที่ดีได้ในองค์การ สง่ ผลให้ทางานร่วมกันได้โดย ราบรนื่ ซึง่ จะนามาสู่ผลดใี นการปฏิบัติงาน ประสิทธิภาพ และประสทิ ธิผลของงาน

13 การแสดงออกสาหรบั บคุ ลกิ ภาพทดี่ ี เป็นการแสดงออกทางดา้ นพฤติกรรมของบคุ คล ไดแ้ ก่ มารยาท ทา่ ทาง การสารวม ลว้ นเป็น พฤติกรรมทงั้ สิน้ บุคลิกภาพท่ีดีคอื 1. การแต่งกาย เปน็ การแสดงออกทางด้านหนึ่งทางจิตใจเก่ียวกบั อารมณ์ ความร้สู ึก เจตคติ รสนยิ มของ แต่ละบุคคล การร้จู กั การแต่งกายที่ดีให้เหมาะสมกบั กาลเทศะ มีความสะอาดเรียบร้อย เหมาะสมกับ รูปรา่ ง จงึ เป็นการแสดงออกถึงจติ ใจที่ดี มีพ้ืนฐานการอบรมมาเปน็ อย่างดจี ากครอบครวั และ สถาบนั การศึกษา นอกจากน้ียังแสดงออกถึงความมีระเบียบ 2. การมองบุคคล จะต้องใชส้ ายตาแสดงความเป็นมติ ร ความมีเมตตา ความสภุ าพ ซ่งึ บุคคลท่พี บเห็นก็ จะแสดงความเปน็ มิตรและให้การตอ้ นรับ 3. การพดู เป็นการตดิ ต่อสื่อสาร สื่อความหมายไดด้ ีที่สุด การพูดใหผ้ ูอ้ ื่นฟงั เกดิ ความรู้สึกท่ีดี มีความ เขา้ ใจ และมีความสบายใจ ผู้พดู จงึ ต้องรู้จักศลิ ปะในการพูด รู้จักสภาวะของผู้ฟัง สามารถพดู ชนะใจ ผฟู้ ังได้ 4. การเดนิ ควรจะเดินให้ดูแลว้ สงา่ งาม กลา่ วคือ เดนิ ตวั ตรง รู้จกั จงั หวะในการเดนิ เดินอย่าใหม้ เี สยี งดงั 5. การยืน ควรยนื ให้ดูมีลักษณะสวยงาม กล่าวคอื ยนื ตวั ตรง แขนวางลงขา้ งตัวตามธรรมชาติ การยนื จะตอ้ งระวงั ไม่คา้ ศรี ษะของบุคคลอ่นื

14 6. การนง่ั ในขณะทน่ี งั่ บนเก้าอี้ ควรจะสารวมกริ ยิ าอาการให้มาก มองดูแล้วให้เห็นว่ามีความสภุ าพ เช่น นงั่ ตวั ตรง หวั เข่าแนบชดิ กนั 7. การไอหรือจาม จะต้องระมัดระวังให้มาก เมอ่ื จะไอหรือจาม จะต้องรู้จกั ใชผ้ ้าเช็ดหนา้ ปิดปากหรอื ปดิ จมูก และจะต้องระมดั ระวงั ไมใ่ ห้ไปไอหรือจามรดหนา้ ผู้อื่น 8. การรบั ประทานอาหาร ในขณะรว่ มโต๊ะอาหาร ผูช้ ายต้องให้เกยี รติผู้หญงิ โดยเชญิ รับประทานอาหาร และช่วยบรกิ ารชว่ ยตักอาหารส่งใหโ้ ดยใช้ชอ้ นกลาง หรือเมื่อต้องการจะตักอาหารท่ีอยไู่ กลและต้อง ผา่ นหน้าบคุ คลอ่นื จะต้องกล่าวคาขอโทษก่อนแล้วค่อยใชช้ ้อนกลางตัก ขณะรบั ประทานอาหาร ระงัง อยา่ ใหห้ ก อยา่ เคี้ยวอาหารเสียงดงั อย่าคายเศษอาหารลงบนโตะ๊ อย่าพูดเวลามีอาหารอยู่ในปาก 9. การหยิบของหรือสิง่ ต่าง ๆ ไม่ควรเอื้อมมือหยบิ ผ่านหนา้ หรอื คร่อมศีรษะบุคคลอ่นื ทอี่ ยู่ข้างหน้า จะต้องร้องขอด้วยคาพดู ทส่ี ภุ าพ เพ่ือขอให้บุคคลอ่ืนชว่ ยหยบิ สิ่งของสง่ ให้ เมือ่ ได้รบั แลว้ จะต้องกลา่ ว คาวา่ ขอบคณุ เสมอ

15 เทคนคิ และหลกั ปฏิบตั งิ า่ ยๆ ในการปรบั ปรุงและพัฒนาตนเอง ดงั ตอ่ ไปน้ี การจดั ทรงผม ลองคิดดูว่า หากคณุ ติดตอ่ กับคณุ ก เพอ่ื ขอข้อมลู เมือ่ คุณเดนิ เขา้ ไปในห้องคณุ ก แล้วเหลอื บมองข้นึ ไปที่ทรงผมทรี่ กรงุ รัง ดเู หมือนวา่ จะลืมหวีผม ผมเผา้ ยุ่งเหยิง คุณจะรู้สึกอย่างไร? แน่นอนว่าหลายคนคงจะไม่ ยากคุยดว้ ย หรือ รีบๆ คยุ เพ่ือใหเ้ สรจ็ ธรุ ะของตน เหตุเพราะดเู หมือนว่าผู้ให้บรกิ ารจะไมค่ อ่ ยเต็มใจหรือขาด ความพร้อมทีจ่ ะให้ความช่วยเหลือหรอื ใหข้ ้อมูลทต่ี นต้องการ เหน็ ไหมว่า คณุ จะเสยี ลูกคา้ ไปโดยคดิ ไมถ่ ึงเลย เชยี ว แนวทางพัฒนาตนเอง : ก่อนออกจากบา้ นทุกครงั้ คุณควรสงั เกตการจัดทรงผมของตนว่าดเู รยี บร้อย หรือไม่ ทั้งนี้ขอให้คุณเลือกทรงผมให้เหมาะสมกบั กาลเทศะ โอกาส และบุคลิกภาพของตนเองดว้ ย เช่น หาก คณุ (ผู้หญงิ ) จะเข้าพบลกู คา้ ที่เปน็ ผูบ้ ริหารระดบั สูงขององค์กร คณุ ไม่ควรเลอื กแต่งทรงผมแบบเอากิ๊บมาติดไว้ ข้างๆ หู เพราะคดิ ว่าจะได้ดูอาโนะเน๊ะ ผูใ้ หญ่จะได้เอ็นดเู รา ขอบอกไดเ้ ลยวา่ “คิดผดิ ถนดั ”

16 การแต่งกาย คณุ จะรสู้ ึกอยา่ งไร หากหัวหน้างานเดนิ เขา้ ทักทาย ในขณะทีเ่ สอ้ื ผา้ หลุดลยุ่ หรอื เพ่ือนร่วมงานใส่ เสอ้ื ผา้ ท่ีมีกลิ่นเหมน็ อบั หรือลกู นอ้ งใสเ่ สื้อผา้ ดเู ซ็กซี่ กระโปรงสน้ั จู๋ เสื้อแขนกุด มีเว้าๆ แวมๆ พบวา่ การแต่ง กายเช่นท่ีวา่ น้จี ะทาใหเ้ กิดความคิดมากมายของผพู้ บเห็นท่ีมตี อ่ การแต่งกายเชน่ นั้น บางคนคิดอาจคิดอนาจาร จินตนาการเลยเถิดกันเขา้ ไปใหญ่ ลูกคา้ บางคนอาจไม่ชอบใจพลอยทาให้ไม่อยากพูดคยุ ด้วยกเ็ ป็นได้ แนวทางพัฒนาตนเอง: การแต่งกายถือวา่ เปน็ เรื่องสาคญั มาก คุณควรเลอื กใสเ่ สื้อผ้าทเี่ หมาะสมกบั รปู รา่ งและบุคลิกลกั ษณะของตน ท้ังน้ขี อให้ดคู วามเหมาะสมของบคุ คลและสถานทีท่ ค่ี ุณจะเข้าไปพบดว้ ย เชน่ บรษิ ทั อนุญาตใหแ้ ต่งชดุ ฟรีสไตล์มาทางานในวันศกุ ร์ได้ คุณกก็ ลบั ใสก่ างเกงขาสนั้ เส้อื แขนกุด ไปหาลูกค้า ภายนอก เหตุเพราะบริษทั ให้แตง่ กายแบบสบายๆ ในวันน้ันได้ นอกจากการเลือกซอื้ เสื้อผา้ ใหเ้ หมาะสมแลว้ คณุ ควรจะดูแลสภาพความเรียบรอ้ ยของเสือ้ ผ้าทแี่ ตง่ ดว้ ย ควรจะรดี และจัดเสื้อใหเ้ รียบร้อย ทสี่ าคัญคุณไมค่ วร ปลอ่ ยให้เส้อื ผ้าสง่ กล่ินเหมน็ อับหรือมีกลิน่ ท่ีไม่น่าพึง ประสงค์

17 การเดิน นงั่ และยืน ทา่ เดนิ น่งั และยนื จะบง่ บอกได้ถึงลักษณะนิสัยใจคอของคุณว่าคณุ เป็นคนอยา่ งไร มีอารมณ์ ความรู้สกึ และความต้องการเป็นอยา่ งไร คนบางคนเดนิ แกวง่ แขนไปมา มกี ารยกไหลเ่ ล็กน้อยในขณะแกว่ง แขน พบว่าท่าเดินแบบนีด้ ูเหมอื นจะหาเรอ่ื งใส่ตัวเอง บอกใหค้ นอื่นรู้ว่า “ข้าใหญ่ ข้าแน่” ในขณะท่ีคนบาง คนยนื หรือเดนิ ห่อไหล่ แบบหมดอาลยั ตายอยาก พบว่าท่าเดินแบบนจ้ี ะแสดงให้เหน็ วา่ คนๆ น้ันเป็นคนท่ขี าด ความเชือ่ มนั่ ในตนเอง ไม่กล้าทจ่ี ะแสดงออก แล้วคณุ ยังอยากจะมีทา่ เดนิ นง่ั และยนื แบบน้หี รอื ไม่ แนวทางพัฒนาตนเอง: การพัฒนาตนเองดว้ ยทา่ เดิน นง่ั และยนื ท่ีดดู ีจึงเป็นสงิ่ ทไี่ ม่สามารถหลีกเล่ยี ง ได้ เพราะการแสดงออกเหลา่ น้จี ะบ่งบอกถึงบคุ ลกิ ภาพทีม่ ีความม่นั ใจและเช่ือมน่ั ในตนเอง หลกั งา่ ยๆ ของการ เดิน นั่ง และยนื ทด่ี ูดีกค็ ือ ยดื ตัว หน้าตรง เดนิ แกว่งแขนไปมาเล็กน้อย ทัง้ นก้ี ารมีท่าเดิน น่งั และยนื ท่ถี ูก ลกั ษณะ นอกจากจะสง่ ผลตอ่ ภาพลกั ษณ์ของตนเองแล้ว ยังส่งผลดตี อ่ สุขภาพของคุณเอง ไม่เป็นโรคตา่ งๆ ที่ เกีย่ วขอ้ งกบั กระดูก เชน่ ปวดหลัง ปวดข้อตอ่ เป็นต้น

18 การใช้สายตา และแววตา หากคณุ คุยอยู่กบั ใครสกั คน แลว้ เคา้ มองออกไปทอ่ี ่นื แลดูเหมอื นจะสนใจคนอนื่ มากกว่าตัวคุณเอง หรือคนบางคนท่คี ุณคุยด้วยมีแววตาเศรา้ หมอง สลดหดหู่ สหี นา้ อิดโรย ดูแล้วเหมอื นจะไม่ไดห้ ลบั ได้นอน และ ยิ่งถ้าคุณเจอลกู น้อง ลูกค้า หรือหัวหนา้ งานมสี ายตาและแววตาเช่นทว่ี า่ น้ี คุณจะรสู้ ึกอย่างไร คงจะมีน้อยคน นักท่ยี ังอยากจะคยุ กบั บคุ คลเหลา่ น้ดี ว้ ย เฉกเช่นเดยี วกนั หากคุณแสดงออกดว้ ยสายตาและแววตาเชน่ น้ี ก็คง จะมีคนบางคน หรือหลายคนทไ่ี ม่อยากจะคยุ ด้วย แนวทางพฒั นาตนเอง: สายตาและแววตาท่แี สดงออกมาจะเปน็ เสน่ห์ดึงดดู ใจผู้อน่ื ได้ ดงั นัน้ สงิ่ แรก เลยกค็ ือ คุณจะต้องสบตากับผู้ท่พี ูดด้วย ไม่หลบหรือหลีกเล่ยี งการปะทะสายตา การสบสายตาน้ันมใิ ช่การจ้อง มองแบบเอาเลือดเอาเนอ้ื ควรเป็นการแสดงออกดว้ ยความร้สู ึกเอาใจใส่ และความปรารถนาท่ีอยากจะพูดคุย ด้วย รวมถงึ การมแี ววตาที่พร้อมจะใหค้ วามช่วยเหลอื ความเป็นกนั เอง และความรว่ มมือตา่ งๆ ดงั นน้ั การนอน หลบั พักผ่อน การดแู ลสุขภาพของตน และการมสี ภาพจติ ใจที่ดีจะชว่ ยทาใหค้ ุณสามารถมีสายตาและแววตาที่ดี สดใส และแจม่ ใสอย่เู สมอ

19 การใช้คาพูด และนา้ เสยี ง คงไม่มีใครชอบพูดคุยกับคนท่ีใชน้ ้าเสยี งหรือคาพูดท่ีไม่ถกู กาลเทศะ คนบางคนทารา้ ยตนเองด้วย คาพดู และน้าเสยี งทสี่ อ่ื ออกมา เปน็ คาพดู ท่แี สดงความไมส่ ภุ าพ กา้ วรา้ ว สกั แต่ว่าจะพูด โดยไมค่ านงึ ว่าผู้ฟังจะ รู้สกึ อยา่ งไร เช่น หากหัวหนา้ พูดกับคุณวา่ “พูดหลายหนแล้วนะงานนี้ สอนแลว้ ไมร่ ้จู ักจา มีสมองไวค้ ่นั หหู รือ ไงเน่ยี ” ถา้ คุณไดย้ ินคาพูดแบบน้ี คุณจะร้สู กึ อยา่ งไร? แนวทางพัฒนาตนเอง: มีหลากหลายวธิ ีเพ่ือป้องกันมใิ ห้คุณตายเพราะคาพดู ทางแรกคือ นงิ่ เงยี บ ใช้ สถานการณ์ของการเงยี บสยบความรู้สกึ ไม่พูดจะดีกว่าพดู ออกมา แตถ่ า้ คณุ รสู้ กึ อึดอดั ใจทนไม่ไหวจะต้องพูด แลว้ ล่ะก็ ขอใหเ้ ลอื กใช้คาพูดแบบบัวไม่ใหช้ า้ น้าไม่ใหข้ ุ่นจะดกี วา่ หลกี เล่ยี งการใช้คาพูดดูถกู ดหู มิน่ เหน็บแนม หรือใชค้ าพูดก้าวร้าว เอ๊ะอะโวยวาย

20 การแสดงพฤตกิ รรมอ่ืนๆ ทีไ่ ม่ธรรมดา การแสดงพฤติกรรมอื่นๆ ท่ผี ิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการเอามือลว้ งกระเปา๋ ผิวปาก หรอื ยักค้วิ ยกั ไหล่ เวลาพดู คยุ กับผ้อู ื่น หรือแสดงพฤติกรรมอ่นื ๆ ทแี่ ปลกไปจากคนอนื่ ซึ่งพฤติกรรมเหลา่ น้ีไมค่ วรกระทา เป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทาใหด้ ูแล้วเสยี บุคลกิ ภาพ เสียภาพลักษณ์ ทาใหข้ าดความนา่ เช่อื ถือ ขาดความเล่ือมใส และศรทั ธาต่อผู้พบเหน็ แนวทางพฒั นาตนเอง: คุณควรสังเกตตนเองวา่ ได้แสดงพฤตกิ รรมผดิ ปกติท่ีแปลกไปจากคนอนื่ หรือไม่ รวมถึงการยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผู้อ่ืน ไม่ควรต่อว่าหรอื แสดงความโกรธเคือง หากมีเพื่อน หรือ บุคคลอื่นตักเตือนหรือบอกกล่าวว่าคุณแสดงพฤตกิ รรมบางอย่างที่ไม่ควรทา ซ่ึงคุณอาจแสดงจนเปน็ นิสยั ไป แลว้ แต่ทวา่ พฤติกรรมเหล่านี้จะไมส่ ่งผลดตี ่อภาพพจนแ์ ละบุคลกิ ภาพของตนเอง ดังน้นั คุณควรพยายามท่ีจะ ละเลกิ และยกเลกิ การแสดงออกถึงพฤติกรรมทีไ่ ม่ดเี หลา่ นั้น พฤตกิ รรมบางอยา่ งอาจใชเ้ วลา แต่กย็ ังดกี ว่าท่ี คณุ ไมเ่ คยให้เวลาและใสค่ วามพยายามท่ีจะละท้ิงพฤติกรรม เหล่าน้ันลงไป ดงั นั้น การมบี คุ ลกิ ภาพท่ดี ี ยอ่ มสง่ ผลโดยตรงต่อภาพพจน์ท่ีดีท่ีมตี ่อสายตาของลูกคา้ ถือว่าเป็นภาพ ภายนอกที่คุณจะตอ้ งแต่งแต้ม เติมสสี นั เข้าไป เพื่อให้ลกู ค้าชอบและประทับใจ และนนั่ หมายความว่า คุณจะ เป็นผหู้ น่ึงทีส่ ามารถผกู จิต ผกู ใจลกู ค้าดว้ ยภาพลักษณภ์ ายนอกท่ีคุณเองเปน็ ผูส้ ร้างขึ้นมา

ค บรรณานุกรม ท่ีมา : http://www.novabizz.com/NovaAce/Behavior/personality-development.htm#ixzz3WXdTXfXa https://sites.google.com/site/darunsitpattanarangsan/sara-na-ru/kar-phathna-bukhlikphaph-ni- kar-thangan การแสดงออกทางบุคลกิ ภาพท่ดี ี https://sites.google.com/site/personality009/kar-phathna-bukhlikphaph เทคนิคและหลกั ปฏบิ ตั งิ า่ ยๆ ในการปรบั ปรงุ และพฒั นาตนเอง https://www.impressionconsult.com/web/articles/1377- %E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%A1% E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E 0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0 %B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0% B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99.html


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook