Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสารประกอบการสอน เรื่อง การถ่ายทอดทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ประถมศึกษาปีที่ 5

เอกสารประกอบการสอน เรื่อง การถ่ายทอดทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ประถมศึกษาปีที่ 5

Published by Milk Phannaphat, 2020-11-06 09:08:59

Description: ebook

Search

Read the Text Version

เอกสารประกอบการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เรื่อง การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรมของสงิ่ มีชวี ติ ตามมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชีว้ ดั กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) จดั ทาโดย นางสาวพรรณภทั ร แสงสวา่ ง รหัสนกั ศึกษา 60131113008 นายวชั รวิชช์ วฒั นมั่นคง รหัสนกั ศกึ ษา 60131113048 นางสาวสุจริ าภรณ์ ธรรมาพศิ ษิ ฐ์ รหสั นักศึกษา 60131113052 หมู่เรยี นที 02 สาขาวชิ าวทิ ยาศาตรท์ ่ัวไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสนุ นั ทา

คานา เอกสารประกอบการเรยี น กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 ประกอบดว้ ยเอกสารประกอบการเรียน 1 เล่ม ดังน้ี เน้ือหาสาระ เรื่อง การถ่ายทอด ลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต กล่าวถึง การสืบพันธ์ุของสิ่งมีชีวิต โดยมีเน้ือหา เรื่อง การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ และพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ที่จะมี เน้ือหาสาระย่อยลงไปในเร่ือง กฎของเมนเดล ยีนและโครโมโซม ลักษณะทาง พันธุกรรมของส่ิงมีชวี ติ โดยรวบรวมเน้ือหาสาระให้กระชบั เหมาะสมกับวัยของนักเรียน ช่วยใหอ้ ่านและเข้าใจได้ง่ายรวมท้ังมีภาพประกอบและคาอธิบาย ทาให้นักเรียนได้รับ ความสนุกสนาน คณะผูจ้ ดั ทาหวังอย่างยง่ิ วา่ เอกสารประกอบการเรยี นเล่มนี้ จะเปน็ ประโยชนต์ ่อ ครผู ู้สอน นักเรยี นที่สนใจในการศึกษาคน้ ควา้ เพ่ิมเติมดว้ ยตนเอง คณะผู้จดั ทา

คาช้ีแจงในการใชห้ นังสือ หนงั สือเลม่ นไี้ ด้ออกแบบมาทาใหน้ ักเรยี นมีความรู้ความเข้าใจ ความคดิ อ่าน ทางดา้ นวิทยาศาสตรท์ ่ดี แี ละชดั เจนมากขึ้นจากเนือ้ หาหลัก ซ่ึงสามารถแยกอธิบายได้ ดงั นี้ ความรเู้ พ่มิ เตมิ หรอื ความรตู้ ่อยอดจากเนอ้ื หาการเรียนรู้ QR CODE ท่สี ามารถแสกนแล้วนาไปสคู่ ลิปวดิ ีโออธบิ าย เน้ือหาเพิ่มเตมิ จากYOUTUBE โจทย์ทใ่ี ห้ผ้เู รียนแตล่ ะคนฝกึ การสังเกตและการวเิ คราะห์ ลองทาดู แบบฝกึ หัดทีแ่ ทรกระหว่างเน้ือหาเพือ่ ทดสอบความรู้ ความเขา้ ใจเนือ้ หาทเ่ี รียนและชว่ ยเนน้ ประเดน็ สาคัญ

สารบัญ 2 3 การถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมของสิง่ มชี ีวิต 5 แผนผังมโนทัศน์ การถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมของสิ่งมีชีวิต 7 ลองทาดู 9 การสืบพนั ธ์ุของส่ิงมชี ีวิต 12 การสบื พนั ธ์แุ บบไมอ่ าศยั เพศ การสบื พนั ธ์แุ บบไมอ่ าศัยเพศของพืช 15 การสบื พนั ธแ์ุ บบไมอ่ าศยั เพศของสัตว์ 16 การสืบพันธุแ์ บบอาศัยเพศ 19 การสบื พนั ธ์ุแบบอาศัยเพศของพืช 21 การสืบพันธแ์ุ บบอาศัยเพศของสตั ว์ 23 พนั ธกุ รรมของสิง่ มีชวี ิต 27 กฎของเมนเดล 31 ยนี และโครโมโซม ยีน โครโมโซม ลักษณะทางพันธกุ รรมของสง่ิ มีชีวิต ลกั ษณะทางพันธกุ รรมของพืช ลักษณะทางพันธกุ รรมของสตั ว์ แบบฝกึ หัด การถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของมนุษย์ ลองทาดู การแปรผันทางพันธุกรรม การแปรผนั แบบไมต่ อ่ เนื่อง การแปรผนั ทางพนั ธุกรรมแบบตอ่ เนอ่ื ง แบบฝึกหดั แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน บรรณานุกรม



การถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชวี ิต การสบื พนั ธุข์ องสิ่งมชี ีวิต พันธุกรรมของส่งิ มีชวี ิต การสืบพันธแ์ุ บบไมอ่ าศยั เพศ กฎของเมนเดล การสบื พันธแุ์ บบอาศยั เพศ ลกั ษณะทางพันธุกรรม ของสงิ่ มีชวี ิต ยีนและโครโมโซม ตวั ชว้ี ัด ว 1.3 ป. 5/1 อธบิ ายลักษณะทางพันธกุ รรมท่ีมีการถา่ ยทอดจากพอ่ แมส่ ลู่ ูกของพชื สัตว์ และ มนุษย์ ว 1.3 ป. 5/2 แสดงความอยากรู้อยากเห็น โดยการถามคาถามเกย่ี วกบั ลกั ษณะท่คี ลา้ ยคลงึ กนั ของ ตนเองกับพอ่ แม่ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ • มีความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั การสบื พันธ์ุเพือ่ เพ่ิมจานวนและการถ่ายทอดลักษณะทางพันธกุ รรม จากพอ่ แม่ • อธบิ ายการถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรมของพชื สตั ว์ และมนุษยไ์ ด้ • บรรยายลกั ษณะของส่งิ มีชีวิตทีเ่ กดิ จากการถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมได้ 1 • เปรียบเทยี บลกั ษณะทค่ี ล้ายคลงึ ของตนเองกบั คนในครอบครัวได้ • อธิบายลักษณะของยีนเดน่ -ยีนด้อยได

การถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุกรรมของส่ิงมชี ีวิต สง่ิ มีชวี ิตแต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะ และแตกต่างจากส่ิงมีชีวิตชนิดอ่ืน ๆ ถ้าลองสังเกตเพื่อน ๆ ในห้องเรียนจะพบว่า ลักษณะส่วนประกอบโดยรวมจะคล้ายกัน แต่เอกลักษณ์รายบุคคลจะ แตกตา่ งกันออกไป เช่น บางคนมีจมูกโด่ง บางคนมีหนังตาชั้นเดียว บางคนตาสีน้าตาล บางคน ผิวดา ลักษณะตา่ ง ๆ เหลา่ นไ้ี ด้รบั การถา่ ยทอดจากพ่อแมแ่ ละสามารถถ่ายทอดจากรุ่นหน่ึงไปยัง รุ่นต่อ ๆ ไปได้เรียกว่า “ลักษณะทางพันธุกรรม” ในปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้ความรู้ทางพันธุ ศาสตร์ในด้านต่างๆ มากมาย เช่น การตรวจดีเอ็นเอเพื่อหาความสัมพันธ์พ่อ-แม่ ลูก ดังน้ันจึง จาเป็นอย่างย่งิ ท่ีเราจะต้องเรียนรเู้ กี่ยวกับพันธุกรรมของส่ิงมีชีวิตให้มากยิ่งขึ้น รูปท่ี 1 : ลกู ได้รับการถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรมมาจาก พอ่ - แม่ ทาใหม้ ลี กั ษณะ บางอย่างเหมือนพอ่ แม่ 2

ลองทำ ดู คาชี้แจง ให้นกั เรียนดภู าพต่อไปนี้ แล้ววเิ คราะห์ลกั ษณะท่ีเหมือนกบั พ่อ หรอื แม่โดยทาเคร่ืองหมาย ✓ ลงในตารางให้ถกู ตอ้ ง 3

ตารางบนั ทกึ ผลการสังเกตลักษณะทางพันธุกรรม ลักษณะทางพนั ธกุ รรม คล้ายพอ่ หรือแม่ ลูกผหู้ ญิง ลกู ผู้ชาย ตา พอ่ หู แม่ จมกู พอ่ ปาก แม่ พอ่ ลกั ษณะใบหนา้ แม่ พ่อ แม่ พอ่ แม่ สรุปผลจากการสงั เกต ………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………… …4………………………………………………………………………………

การสบื พนั ธขุ์ องส่ิงมชี ีวิต (Reproduction) การสบื พันธ์ุ (Reproduction) หมายถึง ขบวนการในการผลิต หรือเกิดหน่วยสง่ิ มีชีวติ ใหมท่ ี่ เหมอื นตนเอง ซ่งึ เปน็ คณุ สมบัติที่สาคญั ทสี่ ดุ ของสงิ่ มชี วี ติ ทจ่ี ะดารงพันธุ์หรอื สปชี ีส์ (species) ให้คงอยใู่ นโลกสืบต่อไป 1.1 การสืบพันธ์ุแบบไม่อาศัยเพศ (Asexual reproduction) การสืบพนั ธุ์โดยไม่ใช้เซลลส์ ืบพนั ธ์ุ แตใ่ ชเ้ ซลลร์ ่างกายหรอื สว่ นใดสว่ นหนึ่งของรา่ งกายเพ่อื การเพิม่ จานวน ดังนน้ั ลกู ทีเ่ กิดข้ึนจึงมลี ักษณะพนั ธกุ รรมเหมือนผู้ใหก้ าเนิด ไมก่ ลายพนั ธุ์ และ ลูกปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กับสง่ิ แวดล้อมไดน้ ้อย 1) การสบื พนั ธ์ุแบบไม่อาศยั เพศของพืช เปน็ การสืบพันธขุ์ องพืชโดยไม่ใช้เซลลส์ บื พันธ์ุเเตใ่ ช้สว่ นประกอบต่าง ๆ ของ ต้นเดิม ไดแ้ ก่ การไหล การเเตกหน่อ การเกิดต้นใหม่จากใบ รากหรือลาตน้ อกี ทัง้ มนษุ ย์ ยังสามารถนาส่วน ต่าง ๆ ของพืช เช่น ราก ลาต้น กงิ่ ใบ มาทาให้เจริญเปน็ ตน้ ใหมไ่ ดอ้ ีกด้วย รปู ท่ี 2 : ตวั อย่างการสบื พนั ธแ์ุ บบไม่อาศัยเพศ 5 ของพืช

2) การสบื พนั ธ์แุ บบไม่อาศยั เพศ (Asexual reproduction) การสบื พนั ธแุ์ บบไมอ่ าศยั เพศ เปน็ การสืบพนั ธุ์ของสตั ว์ท่ีเกิดขึ้นโดยไม่ต้องมีการผสมกัน ระหวา่ ง อสุจขิ องสตั วเ์ พศผู้และไขข่ องสตั ว์เพศเมยี เป็นการเพมิ่ จานวนลูกหลานทีไ่ มต่ อ้ งอาศยั เพศเข้ามาเกยี่ วขอ้ ง และไมม่ กี ารผสมกันของเซลล์สืบพนั ธุ์ เชน่ การงอกใหมข่ องดาวทะเล การ แตกหนอ่ ของไฮดรา ไฮดรากาลงั เเตกหน่อให้ ไฮดราตวั ใหม่ทีม่ าจากการเเตกหน่อ มี ไฮดราตัวใหม่ ลักษณะเหมือนไฮดราตัวเดิม (A) ดาวทะเลตวั ใหมม่ ลี ักษณะ เหมือนกับดาวทะเลตวั เดิม ดาวทะเลตวั ใหมท่ งั้ 2 ตวั มีลกั ษณะ ที่เหมือนกนั ทกุ ประการ (B) รปู ท่ี 3 : ตัวอยา่ งการสบื พนั ธุแ์ บบไมอ่ าศัยเพศของสตั ว์ 6 (A) การเเตกหนอ่ ของไฮดรา (B) การงอกใหมข่ องดาวทะเล

1.2 การสบื พันธุแ์ บบอาศยั เพศ (Sexual reproduction) เป็นการสืบพันธุ์โดยใช้เซลล์สืบพันธุ์ (sex cell) เป็นกระบวนการสืบพันธ์ุโดยอาศัยเซลล์ สืบพันธุ์ เพศผู้ (อสุจิ) เข้าไปผสมกับเซลล์สืบพันธ์ุเพศเมีย (เซลล์ไข่) เรียกว่า การปฏิสนธิ (fertilization) เพ่อื การเพิ่มจานวน 1) การสบื พันธแ์ุ บบอาศัยเพศของพืช เมื่อพชื มีการเจรญิ เติบโตเต็มท่ีแล้วจะเริม่ ออกดอก ซ่ึงภายในดอกจะสร้างเซลล์สืบพันธุ์โดย เกสรเพศผจู้ ะสร้างเรณูที่ภายในทาหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธ์ุเพศผู้ได้ ส่วนเกสรเพศเมียจะมีรังไข่ ภายในรังไข่จะมีออวุลซ่ึงทาหน้าที่เก็บเซลล์สืบพันธ์ุเพศเมีย เมื่อเกิดการถ่ายเรณูไปตกบนยอด เกสรเพศเมียแลว้ เรณจู ะเริ่มงอกหลอดไปตามก้านชูเกสรเพศเมียจนถึงออวุลจากนั้นอสุจิจะเข้า ผสมกับเซลล์ไขภ่ ายในออวุล รูปท่ี 4 : แผนภาพการสืบพนั ธแ์ุ บบอาศยั เพศของพืชดอก หลังจากเกิดการปฏิสนธิของสเปิร์มกับเซลล์ไข่แล้ว เซลล์ไข่จะเจริญเป็นเอ็มบริโอ ออวุล พฒั นาไปเป็นเมลด็ รงั ไขเ่ จรญิ ไปเป็นผล เมื่อมีปจั จยั ในการงอกที่เหมาะสมเอ็มบริโอ จะงอกออก จากเมล็ดเเล้วเจริญเติบโตเป็นพืชต้นใหม่ พืชต้นใหม่ท่ีเกิดจากการสืบพันธุ์ แบบอาศัยเพศจะมี ลักษณะท่ีหลากหลายและอาจจะเเตกตา่ งไปจากพชื ตน้ เดมิ 7

2) การสบื พันธแ์ุ บบอาศัยเพศของสตั ว์ สัตว์ต่าง ๆ เม่ือถึงวัยท่ีเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยจะมีการสืบพันธ์ุ โดยสัตว์เพศผู้ จะสร้าง อสุจิ สว่ นสตั วเ์ พศเมียจะสร้างเซลลไ์ ขแ่ ล้วเกดิ การปฏสิ นธิพัฒนาไปเป็นเอม็ บริโอ ซง่ึ จะเจริญไป เปน็ ตวั เต็มวยั ต่อไป (A) (B) รปู ที่ 5 : ตัวอย่างการสืบพนั ธ์แุ บบอาศยั เพศของสตั ว์ (A) การปฏสิ นธภิ ายนอกของสัตว์ (B) การปฏสิ นธภิ ายในของสตั ว์ การสบื พนั ธจ์ุ ะเกดิ วิธีใดก็ตามจะตอ้ งมีการแบง่ เซลล์ เพ่ือการเพ่ิมจานวน เซลล์ โดยการแบ่งเซลล์จะชว่ ยให้สดั ส่วนของพน้ื ทีผ่ ิวรอบเซลลต์ ่อปรมิ าตร เพมิ่ ข้นึ ชว่ ยให้โอกาสแลกเปลีย่ นสารกับสิง่ แวดล้อมไดม้ ากขนึ้ ตามไปดว้ ย 8

พันธุกรรมของสิ่งมชี วี ติ 2.1 กฎของเมนเดล เกรเกอร์ เมนเดล (Gregor Mendel) นกั บวชชาวออสเตรียได้รับการยกย่องวา่ เปน็ บิดาแห่งวชิ าพนั ธศุ าสตรเ์ พราะเปน็ ผู้คน้ พบว่าลักษณะทปี่ รากฏในรุ่นลูกเปน็ ผลมาจาก การถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมซึง่ ไดจ้ ากพอ่ และแมโ่ ดยผ่านเซลล์สบื พนั ธ์ุ เกรเกอร์ เมนเดล เปน็ ผทู้ ี่ทาการศกึ ษาเกย่ี วกับการถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรม จากการทดลองปลกู ถัว่ ลันเตา เมนเดลได้ขอ้ สรปุ ดงั น้ี 1. ลักษณะต่าง ๆ ของส่ิงมีชีวิตจะถูกควบคุมด้วยยีนและจะถูกถ่ายทอดไปยังรุ่น ถัดไปผ่าน กระบวนการสบื พนั ธุ์ 2. การถ่ายทอดลักษณะแต่ละลกั ษณะจะเป็นอสิ ระตอ่ กัน 3. ลักษณะท่ีปรากฏให้เห็นบ่อยคร้ังเรียกว่า ลักษณะเด่นลักษณะที่ปรากฏให้เห็นน้อยคร้ัง เรียกวา่ ลกั ษณะดอ้ ย 4. สัดส่วนลักษณะเด่นต่อลักษณะด้อยจะเปน็ 3:1 เสมอ เหตผุ ลทเี่ มนเดลเลือกใช้ถ่ัวลันเตาในการทดลอง 1. เปน็ พชื ทผ่ี สมตัวเอง 2. เปน็ พืชทปี่ ลูกง่ายและอายุสัน้ 3. เป็นพชื ที่มลี ักษณะทางพนั ธกุ รรมชดั เจน 9

10 รปู ท่ี 6 : แสดงลักษณะทงั้ 7 ของถว่ั ทีเ่ มนเดลศกึ ษา

รูปที่ 7 : การผสมพันธ์ขุ องตน้ ถั่วดอกสมี ว่ ง กับต้นถัว่ ดอกสีขาว การทดลองของเมนเดลเป็นประโยชนส์ งู สุดต่อการศกึ ษาทางวิทยาศาสตร์ ซ่งึ ตอ่ มา วิชาท่ี ศกึ ษาเกย่ี วกบั ลกั ษณะทางพันธุกรรมและการถา่ ยทอดพันธุกรรมของสิ่งมีชวี ิต เรียกว่า วิชาพันธศุ าสตร์(Genetics) นักพนั ธศุ าสตร์ไดใ้ ชต้ ัวอักษรหรือสัญลกั ษณแ์ ทนยนี แต่ละยีน โดยแต่ละยีนจะมีรูปแบบ ท่ี เป็นลักษณะเด่น ลักษณะด้อยหรือลักษณะที่แตกต่างกันเรียกว่า แอลลีล (allele) กาหนดให้ อกั ษรภาษาองั กฤษตัวพิมพ์ใหญ่แทนลักษณะเด่น และอักษรตัวพิมพ์เล็กแทนลักษณะด้อย เช่น แอลลีล Tแทนลกั ษณะสงู ท่ีเปน็ ลักษณะเดน่ และแอลลลี t แทนลกั ษณะเต้ียท่เี ปน็ ลักษณะด้อย รูปที่ 8 : แผนภาพการผสมพนั ธขุ์ องถ่วั ตน้ สูงพันธแ์ุ ท้ 11 (TT) กับถว่ั ต้นเตี้ยพนั ธุแ์ ท้ (tt)

2.2 ยนี และโครโมโซม 1) ยีน (gene) คือ หน่วยพันธุกรรมที่อยู่บนโครโมโซมทาหน้าที่ควบคุมลักษณะทาง พันธุกรรมต่าง ๆ ของส่ิงมีชีวิต ยีนท่ีอยู่ในเซลล์สืบพันธ์ุจะนาข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทาง พนั ธุกรรมสง่ ต่อใหร้ ุน่ ลกู โดยในแตล่ ะยนี อาจมีรปู แบบไดต้ ั้งแต่ 1 แบบขึ้นไป เราเรียกรูปแบบนี้ ว่า แอลลีล เช่น ยีนเอ มี 2 แอลลีล คือ A และ a ส่ิงมีชีวิตท่ีเกิดจากการสืบพันธ์ุเเบบไม่อาศัย เพศจะได้รับยีนท้ังหมดจากสิ่งมีชีวิตเดิมส่วนส่ิงมีชีวิตท่ีเกิดจากการสืบพันธุ์ เเบบอาศัยเพศจะ ไดร้ ับยีนจากพ่อคร่ึงหน่ึงเเละเเม่ครึง่ หนง่ึ 12 รูปท่ี 9 : ยีนและโครโมโซม

2) โครโมโซม (chromosome) คือ โครงสร้างทีม่ ลี กั ษณะเปน็ แทง่ อยู่ในนวิ เคลียสของแต่ ละเซลล์ ในมนุษยม์ ีโครโมโซมอยู่ 46 แท่ง แบ่งออกเป็น 2 ชนดิ ดังนี้ • โครโมโซมรา่ งกาย เปน็ โครโมโซมท่มี ียีนควบคมุ ลักษณะตา่ ง ๆ ของร่างกาย ไมเ่ ก่ยี วขอ้ งกับการ กาหนดเพศ เช่น สผี วิ สีผม สตี า มี 44 แทง่ • โครโมโซมเพศ เปน็ โครโมโซมทีค่ วบคมุ ลักษณะเพศของผู้หญงิ และผชู้ าย ซึ่งมีอยู่ 2 แท่งที่ แตกต่างกนั โดยในเพศชายเป็น XY และในเพศหญงิ เป็น XX (A) เพศชายมโี ครโมโซมเพศเปน็ XY (B) เพศหญงิ มีโครโมโซมเพศเปน็ XX 13 รปู ที่ 10 : รูปแบบของโครโซมเพศทม่ี คี วามแตกต่างกนั ระหว่างชายเเละหญงิ (A) เพศชาย และ (B) เพศหญงิ

มนุษย์จะถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน เช่น หนังตา ชั้นเดียว หนงั ตาสองชนั้ มีลกั ยมิ้ ไมม่ ลี ักยิม้ น้วิ โปง้ งอน น้ิวโปง้ ไมง่ อน มตี ิ่งหู ไม่มีติ่งหู ผมหยิก ผมเหยียด ห่อล้ินได้ ห่อล้ินไม่ได้ ลักษณะจมูก สีตา สีผม สีผิว ความสูง หรือหมู่เลือด เป็นต้น ซ่ึงลักษณะ บางอยา่ งของลูกอาจเหมือนหรอื แตกต่างจากพอ่ แม่ ปู่ ย่า ตา หรือยายกไ็ ด้ ซ่งึ ลักษณะทางพนั ธุกรรมนนั้ มคี วามหลากหลายเเละยังมีส่งิ เเวดล้อมเขา้ มาเกี่ยวข้องด้วย หนังตาบนชัน้ เดียว หนังตาบนสองชัน้ มลี ักย้มิ ไม่มีลักย้มิ รูปท่ี 12 : ตัวอย่างลกั ษณะทสี่ ามารถถา่ ยทอดทางพนั ธุกรรม ของมนษุ ย์ ลกั ษณะทางพันธกุ รรมของตวั เรานอกจากจะเหมือน หรือคลา้ ยคลงึ กบั พอ่ เเมเ่ เลว้ เรายังมบี างลักษณะทเ่ี หมือน หรอื คลา้ ยคลงึ กบั ลกั ษณะทางพันธกุ รรมของคณุ ปู่ คุณย่า คณุ ตา คุณยายกไ็ ด้ค่ะ 14

2.3 ลักษณะทางพนั ธุกรรมของส่งิ มชี วี ติ ลักษณะทางพนั ธุกรรม หมายถึง ลกั ษณะที่ได้รบั ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ ไปสู่ลกู หลานได้ ส่งต่อ จากรนุ่ หนึ่งไปยงั อกี รนุ่ หนงึ่ เกดิ ขนึ้ กับทุกกลุ่มสง่ิ มีชวี ิต เช่น พชื สัตว์ และมนษุ ย์ ลักษณะต่าง ๆ จะถูกถ่ายทอดไปสู่สง่ิ มชี วี ิตรุ่นต่อไป ลกั ษณะเดน่ กจ็ ะถา่ ยทอดออกมาในรุ่นลกู เสมอและ ลักษณะด้วยจะแฝงอยู่ เพ่ือ แสดงออกในรุ่นต่อไป ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของพืชและสตั วท์ ่ีปรากฏ ออกมาใหเ้ ห็นนนั้ จะมีความแตกต่างออกไป ลกั ษณะทาง พนั ธุกรรมของพืชเช่นความสงู ของลาตน้ สดี อก การออกผล มากนอ้ ย ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของสตั วเ์ ชน่ สีขน ลกั ษณะ ขน โครงหนา้ (A) (B) 15 รปู ท่ี 14 : ตัวอย่างลักษณะทางพันธกุ รรมของโพด A ) ข้าวโพดหวาน B) ขา้ วโพดหวานม่วง

ลักษณะทางพนั ธกุ รรมของพชื พืชสามารถสืบพันธ์ุได้ทั้งเเบบอาศัยเพศ เเละไม่อาศัยเพศพืชต้นใหม่ที่เกิดจากการ สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศจะมีลักษณะทาง พันธุกรรมที่เหมือนกับพืชต้นเดิม เน่ืองจากพืช ท่ี เกิดข้ึนมาใหม่ได้รับยีนทั้งหมดมาจากพืชต้น เดิม พืชสืบพันธุ์ด้วยกระบวนการสืบพันธุ์แบบ ไม่อาศัยเพศที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น การ ไหลของสตรอเบอร์รี การเกิดต้นอ่อนท่ีใบของ ตน้ เศรษฐีพันล้าน รวมท้ังพืชท่ีเกิดจากการช่วย ขยายพันธุ์โดยมนุษย์ด้วยวิธีการต่าง ๆ ได้แก่ การปักชา การติดตา การตอนก่ิง การทาบกิ่ง การโน้มก่ิง การเสียบยอด เเละการเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อ ซึ่งนิยมทากันในพืชเศรษฐกิจ เช่น รปู ที่ 15 : การไหลของสตรอเบอร์รีเปน็ ตวั อย่าง ทเุ รียน อ้อยหรอื มันสาปะหลัง โดยการสืบพันธ์ุ ของพชื ต้นใหม่ทีเ่ กดิ จากการสืบพันธ์ุ แบบไม่อาศัย แบบไม่อาศัยเพศน้ันจะได้พืชต้นใหม่ปริมาณ เพศมลี ักษณะทางพันธกุ รรมที่เหมอื นกันทกุ ประการ มากซึ่งใช้เวลาในการขยายพันธุ์ไม่นาน ทั้งยังมี กับพชื ต้นเดมิ ลักษณะทางพันธุกรรมท่ีดีเหมือนกับพืชต้นเดิม และไม่กลายพันธุ์ไปจากลักษณะของต้นพันธุ์ เดมิ ตน้ หากเกษตรกรต้องการขยายพันธ์พุ ืชโดยไม่กลายพนั ธ์ุไปจาก ตลาด พนั ธเุ์ ดมิ และมลี กั ษณะทางพันธกุ รรมท่ีดีเป็นท่ตี อ้ งการของ ศตั รพู ืช เช่น ผลดก รสชาติดีทนต่อสภาพอากาศเเละทนต่อเเมลง เกษตรกรควร ขยายพันธพุ์ ืชด้ว กระบวนการสืบพนั ธุ์แบบไม่ 16 อาศัยเพศ เชน่ สม้ โอ อ้อย

พืชต้นใหมท่ เี่ กิดจากการสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศจะมีลักษณะทางพันธุกรรมท่ีคล้ายคลึงหรือ เเตกต่างไปจากลักษณะทางพันธุกรรมของพืชต้นพ่อและต้นเเม่ เนื่องจากพืชต้นใหม่นั้น เจรญิ เตบิ โตมาจากเมลด็ ซ่งึ เมลด็ เกดิ จากการผสมกนั ของอสุจิและเซลล์ไข่ทาให้พืชต้นใหม่ได้รับ ยีนคร่ึงหนึ่งจากอสุจิและอีกครึ่งหนึ่งจากเซลล์ไข่ ทาให้พืชต้นใหม่ที่เกิดมาน้ันจะมีความ หลากหลายของลักษณะทางพันธุกรรม นกั ปรบั ปรุงพนั ธพุ์ ืช (plant breeder) สามารถปรบั ปรุง ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของพืชเศรษฐกจิ โดยการนาพืชท่ีมี ลกั ษณะดีมากผสมเกสรกนั ทาใหไ้ ดพ้ ืชตน้ ใหม่ที่ลกั ษณะที่ดี เป็นประโยชนต์ อ่ การคา้ เชน่ ขา้ วทนนา้ ทว่ ม กลว้ ยไมท้ ่ีมีสสี นั สวยงาม (A) (B) 17 รูปที่ 16 : ความหลากหลายของลักษณะทางพันธกุ รรมในกล้วยไม้ A กล้วยไมเ้ อื้องฟา้ มยุ่ Bกล้วยไม้แวนดา้

ลกั ษณะทางพันธุกรรมของพืช มีความหลากหลายสูงมาก บางคร้ังอาจจะเเยกลักษณะเด่น และลกั ษณะด้อยไดไ้ มช่ ดั เจน เช่น ในกรณที ี่ตน้ พ่อพนั ธุ์ดอกสีแดงผสมกับต้นแม่พันธุ์ดอกสีขาว ได้ ต้นลกู ทีม่ ีดอกสชี มพู เรยี กลกั ษณะทางพนั ธุกรรมน้นั วา่ ลกั ษณะเด่นไม่สมบูรณ์ คือลักษณะท่ีข่มกัน ไม่ลง จึงทาใหต้ น้ ลกู ปรากฏทงั้ ลักษณะของตน้ พ่อและต้นแม่ “ ขม่ สมบรู ณ์ ” หรอื “ ข่มไม่สมบูรณ์ ” การข่มสมบรู ณ์ หมายถงึ เมอ่ื มีแอลลลี เดน่ เขา้ คู่อยกู่ ับแอลลลี ด้อย การแสดงออกจะมผี ลมาจาก แอลลีลเด่นเพยี งอย่างเดยี ว เชน่ ต้นไมท้ ่มี คี แู่ อลลลี ของยนี เป็น Rr จะมดี อกสีเเดง R=ลักษณะสี เเดงเเละ r = ลกั ษณะสีขาว การขม่ ไม่สมบรู ณ์ หมายถงึ การเเสดงออกทเ่ี ป็นผลมาจากแอลลลี เด่นและแอลลีลด้อยเทา่ ๆ กัน 18 เช่น ต้นไมท้ ี่มคี ู่แอลลลี ของยนี เป็น Rr จะมสี ีชมพู เนื่องจากแอลลีล R ขม่ แอลลีล r ได้ไม่สมบูรณ

ลักษณะทางพนั ธกุ รรมของสตั ว์ ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของสัตว์ที่เกิดจากการสืบพันธ์ุเเบบไมอ่ าศัยเพศ เชน่ การแตกหนอ่ การงอกใหม่ และการเเบง่ ตัวออกเปน็ 2 ส่วน สตั ว์ทเ่ี กดิ มาใหม่น้นั จะได้รับการถ่ายทอดยนี ทง้ั หมดจากสัตว์ตัวเดมิ จงึ ทาให้มีลกั ษณะทางพันธุกรรมทุกประการเหมอื นกับสตั ว์ตวั เดมิ สตั วท์ ่เี กิดจากการสบื พันธ์ุแบบอาศัยเพศ จะมีลกั ษณะของ พนั ธุกรรมที่ คล้ายคลึงหรอื แตกต่างไปจากลักษณะของพอ่ แม่ เนอ่ื งจากสัตว์ตวั ใหม่เเตล่ ะตัวจะมยี นี ท่คี วบคมุ ลกั ษณะ พนั ธุกรรมตา่ ง ๆ มากมาย ซึง่ ถ่ายทอดมาจากทัง้ พอ่ เเละเเม่ ผา่ นทางเซลลส์ บื พนั ธุ์ เป็นผลใหล้ กู มีลักษณะบางอย่างท่ี คลา้ ยหรือ เเตกต่างจากพอ่ และเเม่ รูปท่ี 18 : ความหลากหลายของลักษณะทางพนั ธุกรรมของแมวท่ีเกดิ จากการสบื พันธแ์ุ บบ 19 อาศยั เพศ

การสบื พันธ์ุแบบอาศยั เพศการสืบพนั ธุ์แบบไม่อาศัยเพศ จงระบวุ า่ สงิ่ มีชีวติ ที่เกิดขนึ้ มาใหมเ่ กิดมาจากการสืบพนั ธเุ์ เบบอาศยั แบบฝึ ก เพศหรอื แบบไม่อาศยั เพศโดยทาเคร่อื งหมาย✓ลงในช่องใหถ้ กู ตอ้ ง หดั 1 . ไฮดรา การสบื พันธ์แุ บบอาศัยเพศ การสืบพนั ธ์ุแบบไม่อาศัยเพศ 2 . ตน้ เศรษฐพี นั ลา้ น การสืบพนั ธ์แุ บบอาศยั เพศ การสืบพันธแุ์ บบไมอ่ าศยั เพศ 3 . มะพรา้ ว การสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศ การสืบพันธแ์ุ บบไมอ่ าศัยเพศ 4 . เปด็ การสบื พันธุแ์ บบอาศยั เพศ การสบื พันธ์แุ บบไมอ่ าศัยเพศ 20

การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของมนษุ ย์ แฝดแท้จะมลี ักษณะหลาย ๆ อย่างที่ การถา่ ยทอดลักษณะทางพันธกุ รรมหรือลักษณะ เหมือนกัน เพราะเกดิ จากไข่ใบ เดยี วกัน ที่ไดร้ บั การ ปฏิสนธจิ ากอสจุ ิ เฉพาะของมนุษยน์ ้ันจะถ่ายทอดไปทางยนี (gene) ที่ 1 ตวั รวมกนั เปน็ 1 ไซโกต แลว้ แยก อยใู่ นเซลล์สืบพนั ธุ์ ซึ่งสามารถถ่ายทอดจากรุน่ หนง่ึ เป็น 2 ส่วน ทาใหไ้ ดฝ้ าแฝดทมี่ ี ไปส่อู กี รนุ่ หน่ึงได้ โดยพอ่ แมจ่ ะเปน็ ผูถ้ า่ ยทอดลักษณะ ลักษณะทางพนั ธุกรรมเหมือน กนั ทุก ทางพันธุกรรมต่าง ๆ สลู่ ูกผา่ นกระบวนการสบื พันธ์ุ ประการเรียกวา่ แฝด ร่วมไข่ ส่วน ลักษณะทางพนั ธกุ รรมในรนุ่ ลกู อาจมีลกั ษณะทคี่ ล้าย แฝดต่างไข่จะมลี กั ษณะ แตกตา่ งกนั คลงึ หรือตา่ งจากพ่อแม่เน่ืองจากรูปแบบของยนี และ เพราะเกดิ จาก ไข่ 2 ใบ กบั อสุจิ 2 ตวั การแสดงออกของยีนแตกตา่ งกัน ซงึ่ บางลกั ษณะของ ทปี่ ฏสิ นธิ แยกกัน ลกู ที่แตกต่างไปจากพอ่ แมน่ ัน้ อาจได้รบั การถา่ ยทอด มาจากปู่ ย่า ตา ยาย หรือบรรพบุรษุ ก็เป็นได้เนือ่ งจาก บางลกั ษณะอาจจะไมแ่ สดงออกให้เหน็ ในร่นุ ลกู แต่ อาจจะไปแสดงใหเ้ ห็นในร่นุ หลานหรอื รุ่นต่อไป นอกจากน้ีการเเสดงออกของลกั ษณะตา่ ง ๆ อาจมี อิทธพิ ลมาจากสง่ิ เเวดล้อม ปู่ ย่า ลุง ปา้ พ่อ แม่ ลกู ชาย ลูกสาว ลูกสาว ลูกสาว ลกู ชาย 21 รูปท่ี 11 : แผนผังเเสดงความสมั พนั ธข์ องคนในครอบครัว

ลองทำ ให้นกั เรยี นวาดใบหนา้ ของตนลงในกรอบรูปแลว้ อธบิ ายวา่ ตนเอง ดู มลี ักษณะตา่ งๆภายนอกเหมอื นกบั พอ่ แมห่ รอื บรรพบุรุษคนใด หนา้ ตาของนกั เรยี นเป็นอย่างไรแลว้ เหมือนกับใคร ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………… 22

การแปรผนั ทางพนั ธุกรรม คือ ลกั ษณะท่ีแตกตา่ งกันของสิ่งมีชีวติ ความแปรผนั ทางพนั ธุกรรม แบง่ ได้ 2 ประเภท คือ 1). การแปรผันแบบไมต่ ่อเนอ่ื ง เป็นลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมที่มคี วามแตกตา่ งอย่างชัดเจน และจาแนกชนิดของลกั ษณะทป่ี รากฏให้เปน็ หมไู่ ด้ง่าย เกดิ จากอิทธิพลของกรรมพันธ์ุเพียงอย่าง เดียว ถูกควบคุมดว้ ยยนี นอ้ ยคไู่ ม่แปรผนั โดยอทิ ธิพลของสิ่งแวดล้อมเป็นลักษณะทางคณุ ภาพ เช่น ความสามารถในการห่อลิ้นการถนดั มือซา้ ย มือขวา จานวนชน้ั ของหนังตา การมีลักยม้ิ ลกั ษณะผวิ ปกติ ผวิ เผอื ก พันธุกรรมของหมู่เลอื ด การมตี ง่ิ หู ไม่มีต่งิ หู ขวัญเวยี นขวา ขวญั เวยี น ซ้าย กระดูกโคนน้วิ หวั แมม่ ือกระดกไปมาได้ กระดกไปมาไม่ได ลักษณะทางพันธุกรรม ปฏิบตั ิได้ ปฏิบตั ิไม่ได้ ความสามารถในการ ห่อลน้ิ ได้ หอ่ ลนิ้ ไม่ได้ หอ่ ล้ิน จานวนชัน้ ของหนัง ตาชนั้ เดยี ว ตาสองชน้ั ตา การมลี ักยมิ้ มลี ักยิ้ม ไม่มีลกั ยิม้ การมีติ่งหู มตี ่ิงหู ไม่มีติ่งหู 23

ลกั ษณะทางพนั ธุกรรม ปฏิบตั ิได้ ปฏิบตั ไิ ม่ได้ เชงิ หน้าผาก เชงิ หนา้ ผาก เชิงหน้าผากเรียบ กระดูกโคน นิว้ หวั แม่มืองอน นิ้วหัวแมม่ ือไมง่ อน นวิ้ หวั แม่มอื 2). การแปรผนั ทางพนั ธุกรรมแบบต่อเนอ่ื ง เป็นลกั ษณะทางพันธุกรรมทไ่ี มส่ ามารถแยก ความแตกตา่ งได้อยา่ งชัดเจน มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยความแตกต่างของลกั ษณะจะ ปรากฏเปน็ ลาดบั ตอ่ เนื่องกัน ทาใหย้ ากต่อการจัดหมวดหม่แู ละอตั ราสว่ นจะแยกอย่างเด็ดขาดได้ ยาก ซงึ่ เกดิ จากอทิ ธพิ ลของกรรมพนั ธแุ์ ละส่งิ แวดล้อมร่วมกัน มักถกู ควบคุมโดยยีนหลายคู่แปรผนั ไดง้ ่ายเมือ่ ได้รบั อทิ ธพิ ลจากส่งิ แวดล้อม สามารถวัดขนาดและปรมิ าณได้เช่น สีผิวปกตขิ องคน ความสูง น้าหนกั โครงร่าง ระดบั สติปัญญา ฯลฯ ในสตั ว์และพชื เช่น ขนาดของร่างกาย ผลผลติ ปริมาณการให้เน้อื นม และไข่ ฯลฯ 24 รปู ที่ 13 : การแปรผันทางพันธกุ รรมแบบตอ่ เน่ืองของสีผิว

การแปรผนั ทางพนั ธกุ รรม แบบฝึ ก จงระบวุ า่ ลกั ษณะต่อไปนีเ้ ป็นความแปรผนั ทางพนั ธกุ รรมแบบใด หดั 1น้าหนกั ……………………………………………………………. 2. สว่ นสงู ……………………………………………………………. 3.การมีหรอื ไมม่ ีลักย้มิ ………………………………………………… 4.สผี วิ ……………………………………………………………. 5.ลกั ษณะของเชิงผมทีห่ นา้ ผาก ………………………………………… 6.การมหี รอื ไมม่ ีต่งิ หู …………………………………………………… 7. สขี องมา่ นตา …………………………………………………… 8.ตาสองชั้น …………………………………………………… 25

แบบทดสอบ ท้ายบทเรียน

คาชีแ้ จง แบบทดสอบท้ายบทเรยี น เรือ่ ง การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม 1แบบทดสอบมที ัง้ หมด10ขอ้ 2นักเรียนหนา้ ตวั เลือกที่ถูกต้องท่สี ุดเพยี งข้อเดียว 1) ข้อใดอธบิ ายความหมายของการถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมได้ถกู ตอ้ งท่สี ุด 27 ก. ลกั ษณะที่แสดงออกใหเ้ หน็ เดน่ ชัดในรนุ่ ลูก ข. ลักษณะทแ่ี ฝงอยแู่ ละไม่แสดงให้เห็นในรุ่นลูก ค. ลักษณะทถ่ี ่ายทอดจากคนรอบขา้ งมาสูต่ ัวเรา ง. ลักษณะของสงิ่ มีชีวติ ทถ่ี า่ ยทอดจากรุ่นหนง่ึ ไปยังอีกรนุ่ หนง่ึ 2) ข้อใดมกี ารสืบพนั ธ์ุต่างจากพวก ก. ดาวทะเล ข. ไฮดรา ค. จ้งิ จก ง. มกี ารสืบพันธ์ุเหมอื นกันทกุ ข้อ 3) ข้อใดเป็นการสืบพนั ธแ์ุ บบไมอ่ าศัยเพศโดยฝมี อื มนุษย์ ก. การไหลของสตอเบอรี่ ข. การแตกหน่อของต้นไผ่ ค. การเกดิ ต้นของหัวหอม ง. การปักชาดอกมะลิ 4) ส่ิงใดท่ีทาใหส้ ง่ิ มีชวี ิตชนดิ เดยี วกันมีความแตกตา่ งกัน ก. สภาพร่างกาย ข. การเจรญิ พัฒนาในครรภ์ ค. การปฏิสนธิของอสุจิกับไข่ ง. ความแปรผันทางพันธุกรรม

5) สาเหตุใดตัวเราจงึ มลี กั ษณะคลา้ ยพ่อและแม่ ก.ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมที่ถ่ายทอดมาจากพ่อและแม่ ข. การเล้ียงดขู องพอ่ และแม่หลังคลอด ทาให้ลูกมลี กั ษณะคล้ายพ่อและแม่ ค. ความเอาใจใสข่ องพ่อและแม่อย่างใกล้ชดิ ทาให้ลูกมลี กั ษณะคล้ายพ่อและแม่ ง. การดแู ลของพอ่ ขณะแมต่ ั้งครรภ์ และความผูกพนั ของแมก่ บั ลกู เมือ่ อย่ใู นครรภ์ 6) พ่อและแมถ่ า่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมไปส่ลู ูกได้โดยผ่านกระบวนการใด ก. การเล้ยี งดู ข. การสบื พนั ธุ์ ค. การแบ่งเซลล์ ง. การเจรญิ เติบโต 7) นกั วิทยาศาสตรค์ นใดท่ไี ด้รับการยกย่องวา่ เป็นบิดาแหง่ พนั ธุศาสตร์ ก. โจฮันน์ เมนเดล ข. กาลิเลโอ กาลิเลอี ค. เซอร์ไอแซค นวิ ตัน ง. ลันเตา เมนเดล 8) ลักษณะใดท่ีรุ่นพ่อ-แมส่ ามารถถ่ายทอดไปสู่รนุ่ ลกู ได้ ก. อารมณด์ ีตลอดเวลา ข. ชอบท่องเที่ยว ค. มลี ักยิม้ ง. มแี ผลเป็น 28

9) ข้อใดเปน็ ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมท่ีไม่สามารถสังเกตเห็นได้จากภายนอก ก. จิตใจดี ข. ลายมอื ค. เส้นผม ง. หมู่เลอื ด 10) ความแปรผนั ทางพันธุกรรมหมายถงึ อะไร ก. พฒั นาการของทารกขณะอยใู่ นครรภ์ ข. การเปลีย่ นแปลงของโรคทางพันธกุ รรม ค. การไดร้ ับสารเคมขี ณะต้ังครรภข์ องมารดา ง. การเปล่ยี นแปลงของยีนทาใหส้ ง่ิ มชี วี ติ มีลกั ษณะเปล่ียนไป 29

เฉลย แบบฝกึ หัดเรื่องการสืบพนั ธ์แุ บบอาศยั เพศการสืบพันธุ์แบบไมอ่ าศัยเพศ 1) ไฮดรา สืบพนั ธแุ์ บบไมอ่ าศัยเพศ การแตกหน่อ 2) ต้นเศรษฐีพนั ลา้ น สบื พนั ธ์ุแบบไม่อาศยั เพศ การเกดิ ตน้ ออ่ น 3) มะพร้าว สบื พันธ์ุแบบอาศยั เพศ 4) เปด็ สบื พนั ธแ์ุ บบอาศยั เพศ แบบฝกึ หัดการแปรผันทางพนั ธุกรรม 1) น้าหนกั แปรผันตอ่ เนอื่ ง 2) ส่วนสงู แปรผันตอ่ เนอ่ื ง 3) การมไี ม่มีลกั ย้มิ แปรผนั ไม่ตอ่ เนือ่ ง 4) สผี วิ แปรผนั ตอ่ เนือ่ ง 5) ลกั ษณะเชงิ ผมท่ีหน้าผาก แปรผนั ไม่ต่อเนื่อง 6) การมีไม่มีติง่ หู แปรผนั ไม่ตอ่ เนอ่ื ง 7) สตปิ ญั ญา แปรผนั ต่อเนือ่ ง 8X ตาสองชน้ั แปรผนั ไม่ตอ่ เนื่อง แบบทดสอบทา้ ยบทเรยี น 1)ง6)ข 2)ค7)ก 3)ง8)ค 4)ง9)ง 5)ก10)ง 30

บรรณานกุ รม ซามีเราะห์ หะยีมะสาอ. (2563). การถ่ายทอดลักษณะทางพันธกุ รรม, สืบคน้ เมื่อ 4 กนั ยายน 2563. จาก. file:///C:/Users/My%20PC/Downloads/p48370492141.pdf ธดิ ารัตน์ เมฆหมอก. (2563). ลักษณะทางพันธกุ รรมของมนุษย์, สืบค้นเมือ่ 4 กนั ยายน 2563. จาก. https://drive.google.com/ file/d/1oqLP1jCHl-UPvR8gLNxAkZ9zr7kPUgUZ/view ธดิ ารตั น์ เมฆหมอก. (2563). ลักษณะทางพนั ธกุ รรมของสตั ว์, สืบค้นเมอ่ื 4 กันยายน 2563. จาก. https://drive.google.com/ file/d/1fg0aJebj-VXbMzUk6bcIB0isrrzgn-US/view ธดิ ารัตน์ เมฆหมอก. (2563). ลักษณะทางพันธกุ รรมของพืช, สบื ค้นเมื่อ 4 กันยายน 2563. จาก. https://drive.google.com/ file/d/1cLnpnMrccnt4QRA7uKaDBKcGcViX4cfL/view นเรศ. (2563). การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม วิชาวทิ ยาศาสตร์ ชัน้ ป.5, สบื ค้นเมื่อ 4 กันยายน 2563. จาก. http://www.xn-- 12ca5eb0atfbad4eh5ai1ef5bg6a8png.com/index.php?name=ne ws&file=readnews&id=529&fbclid=IwAR2RzETFC15aggBqL9aho YjQL4cYyzTmWxtxfIU3CXJrlZI-9jtr7NmreDA ปรชั ญพงศ์ ยาศร. 2562. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 เล่ม 1. กรุงเทพฯ: บรษิ ทั เลริ ์น เอ็ดดเู คช่นั จากัด ลทั ธพล ด่านสกุล. (2563). ลักษณะทางพันธกุ รรม, สบื คน้ เม่ือ 4 กนั ยายน 2563. จาก. https://www.slideshare.net/TaLattapol/ss- 80362245?fbclid=IwAR2RzETFC15aggBqL9ahoYjQL4cYyzTmWx txfIU3CXJrlZI-9jtr7NmreDA