Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่มที่ 7 ปัจจัยที่มีผลต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

เล่มที่ 7 ปัจจัยที่มีผลต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

Published by เอกรักษ์ ชัยวงค์, 2020-08-15 05:00:07

Description: วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องพืชน่ารู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

Search

Read the Text Version

ชุดกจิ กรรมอเิ ลก็ ทรอนิกสว์ ชิ าวิทยาศาสตร์ เร่ือง พชื น่ารู้ เลม่ ที่ 7 ปัจจัยทม่ี ผี ลตอ่ การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 นายเอกรักษ์ ชยั วงค์ ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการ โรงเรยี นเทศบาลสันป่ายางหลวง สงั กัดกองการศกึ ษา เทศบาลเมืองลาพูน จังหวัดลาพูน

ชุดกจิ กรรมอิเลก็ ทรอนกิ สว์ ชิ าวิทยาศาสตร์ เรอื่ งพชื นา่ รู้ ของนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 โรงเรยี นเทศบาลสันปา่ ยางหลวง เทศบาลเมอื งลาพูน จงั หวดั ลาพนู คาชีแ้ จงในการใชช้ ดุ กิจกรรมอเิ ล็กทรอนิกส์ เลม่ ที่ 7 ปจั จยั ที่มผี ลต่อการสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพืช ชุดกิจกรรมอิเล็กทรอนกิ ส์ เล่มท่ี 7 ปัจจยั ทม่ี ผี ลตอ่ การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช เป็นชุดกิจกรรม อิเลก็ ทรอนกิ สร์ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว 14101 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ มสี าระการเรยี นรู้ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ใชเ้ วลาในการศกึ ษา และปฏบิ ัตกิ ิจกรรม จานวน 2 ชว่ั โมง มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 1.1 เขา้ ใจหน่วยพนื้ ฐานของสง่ิ มีชีวิต ความสมั พนั ธข์ องโครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของ ระบบตา่ ง ๆ ของสิง่ มชี ีวติ ท่ีทางานสมั พนั ธก์ นั มีกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ ส่อื สารส่งิ ท่ีเรยี นรูแ้ ละนา ความรูไ้ ปใชใ้ นการดารงชีวิตของตนเองและดแู ลสิง่ มีชีวิต ตวั ชวี้ ัด มฐ.ว 1.1 ป.4/2 อธิบาย นา้ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ แสง และคลอโรฟิลล์ เป็นปัจจยั ท่ีจาเป็นบาง ประการตอ่ การเจรญิ เตบิ โตและการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. ระบปุ ัจจยั ท่ีจาเป็นสาหรบั กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงและผลผลติ ท่ีไดจ้ ากการสงั เคราะหด์ ว้ ย แสงได้ (K) 2. วาดภาพปัจจยั สาคญั ในกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช (P) 3. เขียนแผนภาพความคดิ ปัจจยั ท่ีจาเป็นในกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช (P) 4. เป็นผใู้ ฝ่เรยี นรู้ ชา่ งสงั เกต ชา่ งคดิ ชา่ งสงสยั และเป็นผทู้ ่ีมีความกระตอื รอื รน้ ในการเสาะแสวงหา ความรู้ (A)

ชดุ กจิ กรรมอิเลก็ ทรอนกิ ส์วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง พชื นา่ รู้ โดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (5Es) ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 มีรายละเอยี ดดงั น้ี 1. ชุดกิจกรรมอเิ ล็กทรอนิกสว์ ทิ ยาศาสตร์มที ั้งหมด 8 เล่ม ดังน้ี เล่มที่ 1 เรอ่ื ง โครงสรา้ งภายนอกของพชื เลม่ ที่ 2 เรอ่ื ง การดดู นา้ ของรากพชื เล่มที่ 3 เรือ่ ง การลาเลียงของพชื เล่มที่ 4 เรื่อง การคายนา้ ของพชื เล่มที่ 5 เรือ่ ง ปัจจยั ท่ีมผี ลตอ่ การเจรญิ เติบโตของพืช เลม่ ที่ 6 เรื่อง การสรา้ งอาหารของพืช เล่มที่ 7 เรอ่ื ง ปัจจัยทีม่ ีผลตอ่ การสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช เล่มที่ 8 เรอ่ื ง การตอบสนองต่อส่ิงเรา้ ของพชื 2. ชุดกจิ กรรมอิเล็กทรอนกิ สว์ ชิ าวิทยาศาสตรแ์ ตล่ ะชดุ มสี ่วนประกอบ ดังนี้ 2.1 คาแนะการใชช้ ุดกจิ กรรมสาหรับครู 2.2 บทบาทของครู 2.3 บทบาทของนักเรยี น 2.4 สาระสาคัญ ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง 2.5 แบบทดสอบก่อนเรียน 2.6 ใบความรู้ 2.7 ใบกจิ กรรม 2.8 แบบทดสอบหลงั เรยี น

ส่วนประกอบของชดุ กิจกรรมอเิ ล็กทรอนิกส์ มดี ังนี้ 1. คาช้แี จงในการใช้ชดุ กจิ กรรมอเิ ลก็ ทรอนิกส์ 2. บทบาทครู 3. บทบาทนกั เรยี น 4. ขนั้ ตอนการใช้ชุดกจิ กรรมอเิ ล็กทรอนกิ ส์ 5. แบบทดสอบก่อนเรยี น ชุดกจิ กรรมอิเลก็ ทรอนกิ ส์ เลม่ ที่ 7 6. ใบความรู้ท่ี 7.1 ปัจจัยทีจ่ าเปน็ สาหรบั กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง 7. ใบกิจกรรมท่ี 7.1 ปจั จยั ท่ีจาเปน็ สาหรบั กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง 8. ใบความรทู้ ่ี 7.2 กระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสง 9. ใบกจิ กรรมท่ี 7.2 กระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง 10. แบบทดสอบหลงั เรียน ชุดกจิ กรรมอิเลก็ ทรอนกิ ส์ เลม่ ท่ี 7 11. เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน ชดุ กิจกรรมอเิ ล็กทรอนิกส์ เล่มที่ 7 12. เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน ชุดกจิ กรรมอเิ ล็กทรอนกิ ส์ เลม่ ท่ี 7 13. แนวคาตอบใบกจิ กรรมท่ี 7.1 ปจั จยั ทีจ่ าเป็นสาหรับกระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง 14. แนวคาตอบใบกจิ กรรมที่ 7.2 กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง การประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. ประเมินผลด้านความรู้ 1.1 ทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรยี น 1.2 ตรวจใบกจิ กรรมที่ 7.1 ปจั จยั ท่จี าเปน็ สาหรับกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง 2. ประเมินดา้ นทกั ษะกระบวนการ 2.1 ตรวจใบกิจกรรมที่ 7.2 กระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง 2.2 ประเมินพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ 3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 3.1 ซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ 3.2 มวี ินยั 3.3 ใฝเ่ รยี นรู้ 3.4 มุ่งมนั่ ในการทางาน 3.5 มจี ิตสาธารณะ

บทบาทครู ชดุ กจิ กรรมอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เล่มที่ 7 ปัจจัยท่มี ผี ลตอ่ การสังเคราะห์ด้วยแสงของพชื ใชเ้ วลาในการศกึ ษา และปฏบิ ตั ิกจิ กรรม จานวน 2 ชัว่ โมง สงิ่ ทีค่ รคู วรปฏบิ ตั ิ ก่อน-หลงั และขณะใชช้ ดุ กจิ กรรมอเิ ล็กทรอนกิ ส์ มดี ังนี้ 1. ครคู วรศกึ ษา และทาความเข้าใจวธิ ีการใชช้ ุดกจิ กรรมอเิ ล็กทรอนิกสแ์ ลว้ ปฏิบตั ติ ามขัน้ ตอนในการใช้ชุด กจิ กรรมอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้อง ตามลาดับขัน้ ตอนการดาเนนิ กิจกรรม การใชส้ อ่ื และอุปกรณ์ รวมถึงวิธวี ดั และประเมนิ ผลของชุดกจิ กรรมอิเล็กทรอนกิ ส์ให้ชดั เจน 2. ครคู วรศกึ ษาแผนการจัดการเรยี นรู้ และปฏบิ ัติกิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรู้ ใหค้ รบทกุ ขัน้ ตอน 3. ครคู วรเตรียมการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ลว่ งหน้า และเตรียมสถานทตี่ ลอดจนสอื่ ต่างๆ ให้พรอ้ มกอ่ นใชช้ ดุ กิจกรรมอิเลก็ ทรอนิกส์ 4. ครคู วรเตรยี มสือ่ ต่างๆ ทใี่ ชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรตู้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ แตล่ ะแผนไว้ล่วงหน้า 5. ครคู วรตรวจสอบวสั ดุอุปกรณ์ต่างๆ ท่ีมีอยู่ในชดุ กจิ กรรมอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ใหเ้ รยี บรอ้ ยทงั้ กอ่ น และหลังใช้ชดุ กิจกรรมอเิ ล็กทรอนิกส์ทกุ คร้ัง 6. การจดั ช้นั เรียน จดั นักเรียนนง่ั เปน็ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4-5 คน โดยแต่ละกลมุ่ ให้มนี กั เรียนเกง่ ปานกลาง อ่อน ตามความเหมาะสมเพ่อื ฝกึ ทกั ษะการทางานกลุ่ม ทกั ษะกระบวนการร่วมกบั ผู้อ่นื 7. ครูควรช้ีแจงบทบาทของนักเรียน เวลาท่ใี ชใ้ นการปฏบิ ัติกจิ กรรม แต่ละกิจกรรมหรอื แตล่ ะแผนการจัดการ เรียนรู้ใหน้ กั เรยี นทราบ 8. ครคู วรแจ้งจุดประสงค์การเรยี นรู้ให้นักเรยี นทราบ 9. ครูให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรยี นเปน็ รายบคุ คล เพือ่ ประเมนิ ความรูเ้ ดมิ ของนักเรยี น กอ่ นเร่ิมเรยี นใน แตล่ ะชุด 10. ครูแจกชดุ กจิ กรรมอิเลก็ ทรอนกิ สใ์ ห้นักเรียนศึกษา และแนะนาขนั้ ตอนการใช้ชดุ กิจกรรม การเรียนรู้ เพ่อื นักเรยี นจะไดป้ ฏบิ ตั ไิ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 11. ครดู าเนินการสอนตามกิจกรรมการเรียนรู้ท่กี าหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ 12. ครูควรใหก้ ารดูแลขณะทนี่ กั เรยี นปฏิบัตกิ ิจกรรมอย่างทั่วถงึ และให้คาแนะนากรณี ท่ีนกั เรียนไม่เข้าใจใน กจิ กรรมต่างๆ และตอ้ งพยายามกระตุ้นให้นักเรยี นปฏบิ ัตกิ ิจกรรมด้วยตนเองมากท่ีสุด 13. หากมนี ักเรยี นคนใดเรียนไมท่ นั ครูอาจมอบหมายงานให้ศึกษาเพิม่ เติมในเวลาวา่ ง 14. ครูให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียนเป็นรายบุคคล หลังจากทีน่ ักเรยี นใช้ ชดุ กิจกรรมอเิ ล็กทรอนกิ ส์ เสร็จเรยี บรอ้ ย 15. นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น ทาใบกจิ กรรม ครคู วรตรวจคาตอบแลว้ แจ้งคะแนนให้นกั เรียนทราบ ทนั ที และเม่อื เรยี นจบเนอ้ื หาใหน้ ักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เม่ือครตู รวจคาตอบแล้วแจง้ คะแนนให้ นกั เรยี นทราบ เพอื่ ดคู วามก้าวหนา้ ของตนเอง หากมีนกั เรยี น ไมผ่ ่านเกณฑ์ ครคู วรใหน้ ักเรียนรับชดุ กิจกรรม อิเล็กทรอนกิ สช์ ดุ ทไ่ี มผ่ า่ นเกณฑไ์ ปศกึ ษาเพิ่มเตมิ นอกเวลาเรยี น 16. ครคู วรสรปุ ผลการใชช้ ุดกจิ กรรมอเิ ล็กทรอนกิ ส์ สภาพปัญหา และขอ้ เสนอแนะ หลังจากใชช้ ุดกิจกรรม อเิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ตล่ ะคร้งั เพ่อื นาไปปรบั ปรงุ ในการใช้ชุดกิจกรรมอเิ ลก็ ทรอนิกสใ์ นครงั้ ตอ่ ไป

บทบาทนักเรยี น ชดุ กจิ กรรมอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เลม่ ที่ 7 ปจั จยั ทีม่ ีผลตอ่ การสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ใชเ้ วลาในการศกึ ษา และ ปฏบิ ตั ิกิจกรรม จานวน 2 ชว่ั โมง โดยนกั เรยี นปฏบิ ตั ดิ งั ต่อไปนี้ 1. นกั เรยี นอา่ นคาชแ้ี จงการใช้ชุดกิจกรรมอิเล็กทรอนกิ ส์บทบาทของนกั เรยี นให้เข้าใจกอ่ น ศึกษาชุดกจิ กรรม อเิ ลก็ ทรอนิกส์ 2. นกั เรยี นอา่ นขน้ั ตอนการใชช้ ดุ กจิ กรรม 3. นกั เรยี นศึกษาชุดกิจกรรมอิเลก็ ทรอนิกสด์ ้วยตนเอง โดยปฏบิ ัติตามขั้นตอนท่รี ะบไุ ว้ในข้นั ตอนการใช้ชุด กจิ กรรม 4. นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น และแบบทดสอบหลังเรียนเป็นรายบคุ คลสว่ นการปฏิบตั ิกิจกรรมในชุด กจิ กรรมอิเลก็ ทรอนกิ ส์ใหน้ ักเรียนทาเป็นกลมุ่ 5. การทากจิ กรรมตามชดุ กจิ กรรมอิเล็กทรอนกิ ส์ทกุ ชดุ ขอให้นกั เรียนทาดว้ ยความต้ังใจ และให้ความรว่ มมือ มีความซ่ือสัตยต์ ่อตนเองและผู้อื่นไมเ่ ปดิ ดเู ฉลยก่อนเปน็ อันขาด เพราะจะทาใหน้ ักเรียนไมไ่ ด้ใชท้ กั ษะในการคิด วเิ คราะห์ 6. การทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน ทาแบบบนั ทึกกิจกรรมนักเรียนควรให้ครูตรวจคาตอบแลว้ รอผลคะแนนสอบ ทันที และเมอื่ เรยี นจบเนื้อหาใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรยี น เม่อื ครตู รวจคาตอบแลว้ ให้นักเรียนรอผล คะแนนสอบ เพือ่ ดูความก้าวหน้าของตนเอง หากนกั เรยี นไม่ผา่ นเกณฑ์ ใหน้ ักเรียนรบั ชุดกจิ กรรม อเิ ลก็ ทรอนกิ สช์ ดุ ทีไ่ ม่ผ่านเกณฑ์ไปศกึ ษาเองเพ่มิ เตมิ นอกเวลาเรียน เพอื่ ทบทวนความรแู้ ล้วจึงทาแบบทดสอบ ใหม่อกี ครงั้ 7. หลงั จากทากิจกรรมเสร็จเรยี บร้อยแล้ว ใหน้ ักเรียนเกบ็ วสั ดอุ ุปกรณใ์ ห้เรียบรอ้ ย 8. หากนักเรยี นคนใดเรยี นไมท่ ันหรอื เรียนไม่เขา้ ใจ ให้รบั ชุดกิจกรรมอิเลก็ ทรอนิกส์ไปศึกษาเพมิ่ เตมิ นอกเวลา เรียน เพอ่ื ใหเ้ ข้าใจมากย่ิงขนึ้

ในกรณที ่ีไมม่ ีการแบ่งกลมุ่ 1. นกั เรยี นทกุ คนปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดว้ ยความตง้ั ใจ และไม่ชวนเพื่อนคุยหรือเลน่ กนั ขณะทป่ี ฏบิ ัตกิ ิจกรรม 2. นกั เรยี นปฏิบตั ติ ามขน้ั ตอนในการทากจิ กรรมใหเ้ สรจ็ และทันเวลาทกี่ าหนด 3. นกั เรยี นควรตง้ั ใจตอบคาถามอยา่ งเตม็ ความสามารถ และยกมือซักถามเมอ่ื พบปัญหาหรือข้อสงสัย 4. นกั เรยี นควรทาแบบฝกึ หดั ดว้ ยตนเองอยา่ งเตม็ ความสามารถ ไม่ลอกเลียนแบบของผู้อนื่ 5. นกั เรยี นควรตง้ั ใจในการทาแบบทดสอบทง้ั กอ่ นเรยี นและหลังเรยี นดว้ ยตนเอง 6. เมอ่ื นกั เรียนปฏิบตั ิกจิ กรรมเสร็จ ให้ช่วยกันเก็บ และทาความสะอาดวัสดุ อุปกรณ์ สือ่ การเรยี นการสอน แล้วจัดโตะ๊ กบั เกา้ อใี้ ห้อยใู่ นสภาพทเี่ รยี บร้อย ในกรณีที่มกี ารแบง่ กลมุ่ 1. บทบาทของผนู้ ากลุม่ มหี น้าที่ดังน้ี 1.1 ควบคุมการดาเนินกจิ กรรมภายในกล่มุ ให้เปน็ ไปด้วยความเรียบรอ้ ย 1.2 เปน็ ผู้นาในการปฏิบัตกิ จิ กรรมของกลมุ่ 1.3 เป็นผู้ตดิ ต่อกับครูเมื่อพบปญั หาหรอื ข้อสงสัย 1.4 รายงานหรือแจ้งใหค้ รูทราบเมือ่ ปฏิบัติกิจกรรมเสรจ็ 1.5 หลงั จากสมาชิกภายในกลุ่มปฏิบัตกิ ิจกรรมตามแผนการจดั การเรยี นรเู้ สรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ให้เก็บ รวบรวมแบบบันทกึ กิจกรรม และกระดาษคาตอบสง่ ครตู ามเวลาที่กาหนด 2. บทบาทของสมาชกิ ภายในกล่มุ มหี นา้ ท่ดี ังนี้ 2.1 ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดว้ ยความต้ังใจให้ทันเวลาโดยไมช่ วนเพือ่ นคยุ หรอื เลน่ 2.2 ตั้งใจตอบคาถามอยา่ งเต็มความสามารถและปฏบิ ตั ิตามขนั้ ตอนในการทากิจกรรม 2.3 ไมค่ วรปรึกษากนั เสยี งดังเกินไปจนรบกวนกลุ่มอื่นๆ 2.4 ช่วยกนั เก็บ และทาความสะอาดวัสดุ อุปกรณ์ สอ่ื การเรยี นการสอน แล้วจัดโต๊ะกบั เก้าอ้ี ให้อย่ใู น สภาพทเี่ รยี บรอ้ ย

ขนั้ ตอนการใช้ชดุ กจิ กรรม 1. นกั เรยี นศึกษาคาชแ้ี จงการใช้ชุดกิจกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เลม่ ท่ี 7 ปจั จัยทม่ี ผี ลต่อการสงั เคราะห์ ด้วยแสงของพืช ใหเ้ ขา้ ใจ 2. นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี นเปน็ รายบคุ คล ชุดกิจกรรมอเิ ล็กทรอนิกส์ ชดุ ท่ี 7 จานวน 10 ข้อ โดยใช้เวลา 10 นาที เมอ่ื ทาแบบทดสอบเสร็จแลว้ เกบ็ รวบรวมใหค้ รูตรวจคาตอบ รอฟงั ผลการประเมิน ความรู้ เดมิ ของนักเรยี น 3. นกั เรยี นศึกษาใบความรู้ท่ี 7.1 ปจั จัยท่จี าเป็นสาหรบั กระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสง จากนน้ั ทาใบ กิจกรรมที่ 7.1 ปัจจยั ท่ีจาเปน็ สาหรบั กระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสง เมอื่ ทาเสร็จเรยี บร้อยแล้ว ครูกับ นกั เรยี นเฉลยคาตอบรว่ มกนั โดยตรวจคาตอบในเฉลยใบกจิ กรรมท่ี 7.1 กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง 4. นกั เรยี นศึกษาใบความรู้ท่ี 7.2 กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง จากนน้ั ทา ใบกิจกรรมท่ี 7.2 กระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสง เม่อื ทาเสร็จเรยี บร้อยแลว้ ครกู ับนกั เรียนเฉลยคาตอบร่วมกัน โดยตรวจ คาตอบในแนวคาตอบใบกิจกรรมท่ี 7.2 กระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสง 5. นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี นเปน็ รายบคุ คล ชุดกจิ กรรมอเิ ล็กทรอนิกส์ ชดุ ที่ 7 จานวน 10 ข้อ โดยใชเ้ วลา 10 นาที เมอ่ื นกั เรยี นทาแบบทดสอบเสรจ็ แลว้ เก็บรวบรวมให้ครูตรวจคาตอบเพ่อื ประเมนิ ความรู้ หลังจากใชช้ ดุ กจิ กรรมอิเล็กทรอนิกส์

แบบทดสอบก่อนเรยี น ชดุ กจิ กรรมอิเลก็ ทรอนิกส์ ชดุ ที่ 7 เร่อื ง ปจั จัยท่ีมีผลตอ่ การสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 เวลา 10 นาที คาชีแ้ จง ขอ้ สอบชุดน้เี ป็นขอ้ สอบปรนัย จานวน 10 ข้อ คะแนน 10 คะแนน คาสัง่ ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบทถี่ กู ต้องทส่ี ดุ เพียงคาตอบเดยี วแล้วนาอกั ษรหน้าคาตอบ เตมิ ลงใน แบบบันทึก ผลการทดสอบ 1. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ปัจจยั ท่ีจาเป็นสาหรบั กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช ก. แสงแดด ข. คลอโรฟิ ลล์ ค. แก๊สออกซเิ จน ง. แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ 2. ผลผลติ ท่ีไดจ้ ากกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช คือขอ้ ใด ก. แปง้ + นา้ + แก๊สออกซเิ จน ข. นา้ ตาลกลโู คส + นา้ + แก๊สออกซเิ จน ค. แปง้ + คลอโรฟิ ลล์ + แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ ง. นา้ ตาลกลโู คส + นา้ + แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ 3. ขอ้ ใดกลา่ วไดถ้ กู ตอ้ งทีสดุ เก่ียวกบั การเกิดกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื ก. เกิดขนึ้ ในเวลากลางคืน ข. เกิดขนึ้ ในเวลากลางวนั ค. เกิดขนึ้ ในเวลา 06.00 – 18.00 น. ง. เกิดขนึ้ ตลอดเวลาท่ีมีแสงสวา่ ง 4. การเกิดกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื สว่ นใหญ่เกิดขนึ้ บรเิ วณใด ก. ใบ ข. ลาตน้ ค. ราก ง. ดอก

5. วตั ถดุ ิบในกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื คอื ขอ้ ใด ก. นา้ + แก๊สออกซเิ จน ข. นา้ + แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ ค. คลอโรฟิ ลล์ + แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ ง. แก๊สออกซิเจน + แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ 6. สารสีเขียวในพืช มหี นา้ ท่ีใดในกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ก. ดดู นา้ จากดนิ ขนึ้ มาท่ีใบพืช ข. ดดู กลนื แสงแดดเขา้ มาเป็นแหลง่ พลงั งาน ค. ดดู กลนื แก๊สคารบ์ อนไดออกไซดจ์ ากอากาศ ง. คายแก๊สออกซเิ จนออกสบู่ รรยากาศทางปากใบ 7. ผลผลิต จากการะบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื ท่ีช่วยใหอ้ ากาศบรสิ ทุ ธิ์ คือขอ้ ใด ก. แปง้ ข. นา้ ตาล ค. แก๊สออกซเิ จน ง. แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ 8. หากนากระดาษสีดาปิดท่ีใบพืช แลว้ ตงั้ ไวก้ ลางแดดเม่ือนามาหยดดว้ ยสารละลายไอโอดนี ลงบนบรเิ วณใบพืชท่ีปิดดว้ ยกระดาษสีดาจะไดผ้ ลตามขอ้ ใด ก. สารละลายไอโอดนี จะไมเ่ ปล่ยี นสี ข. สารละลายไอโอดนี จะเปล่ยี นเป็นสีดา ค. สารละลายไอโอดนี จะเปลย่ี นเป็นสมี ว่ ง ง. สารละลายไอโอดนี จะเปล่ยี นเป็นสีนา้ เงินเขม้

9. ขอ้ ใดเป็นทงั้ วตั ถดุ บิ และผลผลติ จากการะบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช ก. นา้ ข. คลอโรฟิ ลล์ ค. แก๊สออกซเิ จน ง. แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ 10. อาหารของพืชท่ีเกิดจากการะบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงจะถกู เก็บสะสมและแปรรูปเป็นสง่ิ ใด ก. ไม้ ข. นา้ ตาล ค. แปง้ ง. คลอโรฟิ ลล์

แบบบนั ทึกผลแบบทดสอบก่อนเรยี น ชดุ กจิ กรรมอิเลก็ ทรอนิกส์ ชดุ ที่ 7 ช่อื -สกุล.....................................................ชน้ั ..................... เลขท.่ี ................ ข้อท่ี คาตอบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 คะแนนเต็ม 10 คะแนน คะแนนทไี่ ด.้ ............คะแนน

ใบความรทู้ ี่ 7.1 เรื่อง ปัจจยั ท่ีจาเป็นสาหรบั กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ปัจจยั ท่ีจาเป็นสาหรบั กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง คอื นา้ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ แสง คลอโรฟิ ลล์ และอณุ หภมู ทิ ่ีพอเหมาะ ไดผ้ ลผลติ คือ นา้ ตาล นา้ และแก๊สออกซเิ จน เรยี กกระบวนการ สรา้ งอาหารของพืชว่า กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช แสงอาทติ ย์ นำ้ คลอโรฟลิ ล์ นา้ ตาล แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สออกซิเจน นำ้

ใบกิจกรรมที่ 7.1 เร่ือง ปัจจยั ท่ีจาเป็นสาหรบั กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ชื่อ-สกลุ ...............................................................................................ช้นั ...........................เลขท่ี.................. คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนวาดภาพปัจจยั สาคญั ในกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื (10 คะแนน)

ใบความรู้ที่ 7.2 กระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง พืชได้รับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้ของเช้ือเพลิงและจากการหายใจออกของส่ิงมีชีวิต ได้รบั น้าจากรากซึ่งทาหน้าท่ีดูดน้าในดินเข้าไปในลาต้นและใบ ไดร้ ับแสงอาทิตย์จากดวงอาทิตย์ คลอโรฟิลล์ท่ี อยู่ในใบพืชเป็นตัวดูดกลืนแสง จากนั้นพืชจะสร้างอาหารโดยผ่านกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง อาหารที่ พืชสร้างขึ้น ได้แก่ นา้ ตาล (กลูโคส) เลี้ยงส่วนต่างๆของพืชส่วนที่เหลือจะถูกเก็บสะสมในรูปของแป้ง แก๊สออกซิเจน และน้า ซ่ึงพืชคายออกสู่บรรยากาศผ่านทางปากใบ ทาให้บรรยากาศมีอากาศบริสุทธิ์และ เกิดความชมุ่ ชน้ื แผนภาพการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ + นา้ แสง นา้ ตาล + นา้ + แก๊สออกซเิ จน คลอโรฟิ ลล์ แก๊ส กระบวนการ แสงอาทิตย์ คารบ์ อนไดออกไซด์ สังเคราะหด์ ้วยแสง นา้ คลอโรฟิลล์ เกิดกระบวนการ สังเคราะหด์ ว้ ยแสง แก๊สออกซิเจน นา้ นา้ ตาล

ใบกิจกรรมท่ี 7.2 เร่ือง กระบวนกำรสังเครำะห์ด้วยแสง คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนแผนภาพกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืชใหถ้ กู ตอ้ ง (10 คะแนน) กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง แก๊ส นา้ คลอโรฟิ ลล์ แสงอาทิตย์ คารบ์ อนไดออกไซด์ เกิดกระบวนการ สงั เคราะห์ดว้ ยแสง คายไอนา้ ออกสบู่ รรยากาศ ปลอ่ ยแก็สออกสบู่ รรยากาศ เลยี้ งสว่ นตา่ งๆของพืช และ ผา่ นทางปากใบทาให้ ผา่ นทางปากใบทาให้ ท่ีเหลือเก็บสะสมไวใ้ นรูปของ ........................................ ........................................... ........................................ .................................. ...........................................

แบบทดสอบหลังเรียน ชดุ กิจกรรมอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ชุดท่ี 7 เรื่อง ปัจจัยทม่ี ีผลตอ่ การสงั เคราะห์ด้วยแสงของพชื กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 เวลา 10 นาที คาชแี้ จง ขอ้ สอบชุดนเี้ ป็นข้อสอบปรนัย จานวน 10 ข้อ คะแนน 10 คะแนน คาส่งั ให้นักเรยี นเลือกคาตอบท่ถี กู ตอ้ งท่สี ุดเพียงคาตอบเดยี วแลว้ นาอักษรหน้าคาตอบ เติมลงใน แบบบนั ทกึ ผลการทดสอบ 1. ขอ้ ใดเป็นทงั้ วตั ถดุ ิบ และผลผลติ จากการะบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช ก. นา้ ข. คลอโรฟิ ลล์ ค. แก๊สออกซเิ จน ง. แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ 2. อาหารของพืชท่ีเกิดจากการะบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงจะถกู เก็บสะสมและแปรรูปเป็นสง่ิ ใด ก. ไม้ ข. นา้ ตาล ค. แปง้ ง. คลอโรฟิ ลล์ 3. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ ปัจจยั ท่ีจาเป็นสาหรบั กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช ก. แสงแดด ข. คลอโรฟิ ลล์ ค. แก๊สออกซเิ จน ง. แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ 4. สารสีเขียวในพืช มหี นา้ ท่ีใดในกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ก. ดดู นา้ จากดนิ ขนึ้ มาท่ีใบพืช ข. ดดู กลืนแสงแดดเขา้ มาเป็นแหลง่ พลงั งาน ค. ดดู กลืนแก๊สคารบ์ อนไดออกไซดจ์ ากอากาศ

ง. คายแก๊สออกซเิ จนออกสบู่ รรยากาศทางปากใบ 5. ผลผลติ จากการะบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื ท่ีช่วยใหอ้ ากาศบรสิ ทุ ธิ์ คือขอ้ ใด ก. แปง้ ข. นา้ ตาล ค. แก๊สออกซเิ จน ง. แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ 6. ผลผลิตท่ีไดจ้ ากกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช คอื ขอ้ ใด ก. แปง้ + นา้ + แก๊สออกซเิ จน ข. นา้ ตาลกลโู คส + นา้ + แก๊สออกซเิ จน ค. แปง้ + คลอโรฟิ ลล์ + แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ ง. นา้ ตาลกลโู คส + นา้ + แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ 7. วตั ถดุ บิ ในกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช คือขอ้ ใด ก. นา้ + แก๊สออกซเิ จน ข. นา้ + แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ ค. คลอโรฟิ ลล์ + แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ ง. แก๊สออกซิเจน + แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ 8. ขอ้ ใดกลา่ วไดถ้ กู ตอ้ งทีสดุ เก่ียวกบั การเกิดกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื ก. เกิดขนึ้ ในเวลากลางคนื ข. เกิดขนึ้ ในเวลากลางวนั ค. เกิดขนึ้ ในเวลา 06.00 – 18.00 น. ง. เกิดขนึ้ ตลอดเวลาท่ีมีแสงสวา่ ง

9. การเกิดกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื สว่ นใหญ่เกิดขนึ้ บรเิ วณใด ก. ใบ ข. ลาตน้ ค. ราก ง. ดอก 10. หากนากระดาษสดี าปิดท่ีใบพชื แลว้ ตงั้ ไวก้ ลางแดดเม่ือนามาหยดดว้ ยสารละลายไอโอดีน ลงบนบรเิ วณใบพืชท่ีปิดดว้ ยกระดาษสีดาจะไดผ้ ลตามขอ้ ใด ก. สารละลายไอโอดีนจะไมเ่ ปล่ยี นสี ข. สารละลายไอโอดีนจะเปล่ยี นเป็นสีดา ค. สารละลายไอโอดีนจะเปล่ยี นเป็นสีมว่ ง ง. สารละลายไอโอดนี จะเปล่ยี นเป็นสีนา้ เงนิ เขม้

แบบบนั ทกึ ผลแบบทดสอบหลงั เรยี น ชดุ กิจกรรมอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ชดุ ท่ี 7 ช่อื -สกุล.....................................................ชน้ั ..................... เลขท.ี่ ................ ขอ้ ที่ คาตอบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 คะแนนเตม็ 10 คะแนน คะแนนทไ่ี ด.้ ............คะแนน

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น ชดุ กิจกรรมอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ชุดท่ี 7 ขอ้ ที่ คาตอบ 1ค 2ข 3ง 4ก 5ข 6ข 7ค 8ก 9ก 10 ค

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น ชุดกิจกรรมอเิ ล็กทรอนิกส์ ชุดท่ี 7 ข้อที่ คาตอบ 1ก 2ค 3ค 4ข 5ค 6ข 7ข 8ง 9ก 10 ก

แนวคาตอบใบกิจกรรมท่ี 7.1 เร่ือง ปัจจยั ท่ีจาเป็นสาหรบั กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนวาดภาพปัจจยั สาคญั ในกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื (10 คะแนน) แสงอาทติ ย์ นำ้ คลอโรฟลิ ล์ นา้ ตาล แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สออกซิเจน นำ้ นำ้

แนวคาตอบใบกิจกรรมที่ 7.2 เร่ือง กระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสง คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนเติมแผนภาพกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช (10 คะแนน) กระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสง แก๊ส นา้ คลอโรฟิ ลล์ แสงอาทิตย์ คารบ์ อนไดออกไซด์ เกิดกระบวนการ สงั เคราะห์ดว้ ยแสง นา้ แก๊สออกซิเจน น้าตาล คายไอนา้ ออกสบู่ รรยากาศ ปลอ่ ยแก็สออกสบู่ รรยากาศ เลยี้ งสว่ นตา่ งๆของพืช และท่ี ผา่ นทางปากใบทาให้ ผา่ นทางปากใบทาให้ เหลอื เกบ็ สะสมไวใ้ นรูปของ บรรยากาศเกิดความชมุ่ ชื้น บรรยากาศมีอากาศบรสิ ทุ ธิ์ แปง้

บรรณานกุ รม สถาบันพัฒนาคณุ ภาพวิชาการ (พว.) แผนการจดั การเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ป.4 บรษิ ทั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.) จากดั .กรุงเทพมหานคร. สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ.(2554). หนงั สือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 .องคก์ ารค้าคุรสุ ภา กรุงเทพมหานคร เอกรนิ ทร์ สี่มหาศาล และคณะ.สอื่ การเรยี นรู้ รายวิชาพ้นื ฐาน ชุดแมบ่ ทมาตรฐาน Smart O-NET วิทยาศาสตร์ ป.4 .อกั ษรเจรญิ ทัศน์ กรุงเทพมหานคร.