ธนบตั รใบแรกในรัชกาลคือธนบตั รแบบเก้า ชนิดราคา ๕๐ สตางค์ มลี กั ษณะแตกต่างไปจากธนบัตรชนิดราคาอน่ื ในแบบเดียวกันอย่างสิน้ เชิง กล่าวคอื ชนิดราคาอื่น ๆ ได้แก่ ๑ บาท ๕ บาท ๑๐บาท ๒๐ บาท และ ๑๐๐ บาทมีรปู แบบเหมอื นธนบัตรแบบสี่ (โทมัส) แต่แตกต่างตรงทเี่ ปน็ พระบรมฉายาสาทิสลกั ษณ์รชั กาลที่ ๙ แตท่ ่แี ตกตา่ งมากท่ีสุดสาหรับชนดิ ราคา ๕๐ สตางค์คือไมป่ รากฏพระบรมฉายาสาทิสลกั ษณร์ ชั กาลท่ี ๙ อกี ทง้ั ไมม่ ีลายมือชือ่ ผู้วา่ การธนาคารแหง่ ประเทศไทย และไมม่ ลี ายน้า ธนบัตรน้ีขนุ สมาหารหิตคดี (โประ สมาหาร) รัฐมนตรสี ง่ั ราชการกระทรวงการคลงั ขณะน้ัน เสนอความเหน็ หลงั จากดงู านที่ประเทศญป่ี ุ่นและจนี ว่าควรออกใชธ้ นบตั รชนดิ ราคาน้ี เพ่อื ควบค่กู ับการใช้เหรียญชนิดครงึ่ สตางค์ซงึ่ ออกใช้ในปี ๒๔๘๐ ธนบัตรน้สี ่งั พิมพ์ไปยงั บริษทั โทมสั เดอ ลา รู จากัด ประเทศอังกฤษเม่ือเดอื นมถิ ุนายน ๒๔๘๐ ตัง้ แต่ก่อนเกิดสงครามโลกครง้ั ทส่ี อง (พ.ศ. ๒๔๘๔ –๒๔๘๘) และในระหว่างสงครามไดม้ ีการลาเลียงทางเรอื มายงั ประเทศไทยจานวนหนง่ึ แต่ไดถ้ ูกขา้ ศึกยิงเรือจมลงในมหาสมุทร จนกระทั่งหลังสงคราม บรษิ ทั โทมสั ได้ส่งธนบัตรมาถงึ ไทยในปี ๒๔๘๙ แต่เวลานน้ั ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นควรเก็บไวใ้ ชภ้ ายหลงั เพราะขณะนนั้ ยงั มธี นบตั รแบบพเิ ศษ ชนิดราคา ๕๐ สต.พมิ พ์จากชวาอยู่อกี มาก จนกระทัง่ มีการนาออกมาใชเ้ มื่อวนั ท่ี ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๑ อนั ถอื ว่าเปน็ธนบัตรฉบบั แรกในรชั กาลที่ ๙ และนับรวมเปน็ ธนบัตรแบบเกา้ ซงึ่ หากมาถึงไทยในสถานการณป์ กติแลว้อาจถือว่าธนบตั รแบบสี่ (โทมัส) กเ็ ปน็ ได้
ชว่ งสงครามโลกคร้ังที่ ๒ ธนบัตรทส่ี ั่งพมิ พ์จากบริษทั โทมัส เดอ ลา รู จากัด ประเทศอังกฤษไมส่ ามารถสง่ มาประเทศไทยได้ ประเทศญ่ีปุ่นซ่งึ ในขณะน้นั เปน็ พันธมิตรกบั ประเทศไทยได้ชว่ ยพมิ พธ์ นบัตรทเ่ี รียกกนั ว่าแบบห้าใหใ้ นราคาคา่ จา้ งพิมพท์ ี่ไมส่ ูงนกั โดยมีภาพประธานท่ีเปน็ พระบรมฉายาสาทิสลกั ษณ์รัชกาลท่ี ๘ อยู่เบอ้ื งขวาซงึ่ แตกต่างจากธนบตั รแบบสามและแบบสท่ี ี่พระบรมฉายาสาทิสลกั ษณ์อยเู่ บือ้ งซา้ ยท้งั นี้ เพราะความละเอียดคมชัดของลายเสน้ ภาพบคุ คลท่ีพิมพเ์ สน้ นูนเป็นสว่ นสาคญั ในการตอ่ ตา้ นการปลอมแปลง จงึ ควรพมิ พต์ รงบริเวณทส่ี ังเกตไดง้ า่ ย และสะดวกในการนับคดั ธนบตั ร แต่กเ็ รยี กได้วา่ เป็นเพยี งแบบเดยี ว ที่เปน็ เชน่ น้นั เพราะหลงั จากนน้ั เป็นตน้ มาเมอ่ื มกี ารพิมพธ์ นบัตรในแบบตอ่ ๆ มาพระบรมฉายาสาทิสลกั ษณก์ ก็ ลบั ไปปรากฏเบอ้ื งซา้ ยเร่ือยมา จนกระทง่ั ถึงธนบัตรแบบเกา้ ชนดิ ราคา ๑๐๐ บาท ซ่งึ ใช้การพมิ พเ์ สน้ นนู สแี ดงเพยี งสีเดยี วเกดิ มีการปลอมแปลงมากจึงไดเ้ ปลี่ยนแบบธนบตั รชนดิ ราคา ๑๐๐ บาทใหม่ โดยดา้ นหน้าเชญิ พระบรมฉายาสาทิสลกั ษณร์ ัชกาลท่ี ๙ เปน็ ภาพประธานและไว้ทางเบอ้ื งขวา ส่วนด้านหลังเป็นภาพเรอื สุพรรณหงส์ และกาหนดให้พิมพ์สอดสีหลายสแี ละพิมพเ์ ส้นนนู สีน้าเงินเพิม่ ขนึ้ อกี หนง่ึ สี ธนบัตรแบบสบิ มีชนดิ ราคาเดียวพิมพ์ที่บริษัทโทมัส เดอ ลา รู จากดั เรม่ิ ออกใชเ้ มอ่ื พ.ศ. ๒๕๑๑ และนบั จากนน้ั เปน็ ต้นมาพระบรมฉายาสาทศิ ลกั ษณบ์ นธนบัตรกป็ รากฏทางเบื้องขวามาโดยตลอด อันเปน็ ส่วนช่วยให้ประชาชนตรวจสอบและสงั เกตความละเอยี ดคมชดั ของลายเสน้ ต่าง ๆ ได้โดยสะดวก
ประเทศไทยมีธนบัตรชนิดราคา ๑๐ บาท มาตั้งแตธ่ นบัตรแบบแรกในสมยั รัชกาลท่ี ๕ ซ่งึ ใน พ.ศ.๒๔๔๕ อันเปน็ ปีแรกทธ่ี นบัตรออกใช้มขี ้อมลู บันทึกไว้วา่ เปน็ชนดิ ราคาท่มี คี นนยิ มใช้มากที่สุด การกาหนดสขี องธนบัตรแบบหนึง่ อนั เปน็ แบบแรกของประเทศนี้ กาหนดใหส้ ีของธนบัตรจะคอ่ ย ๆ เข้มขนึ้ ตั้งแตธ่ นบตั รชนดิ ราคาต่าไปยังธนบตั รราคาสูง โดยกาหนดให้ธนบตั ร ๑๐ บาทมลี ายกรอบเป็นสนี ้าตาล ลายพื้นเปน็ สเี หลือง ซึง่ นับแตน่ ้ันธนบัตร ๑๐ บาทจะมีโทนสนี า้ ตาลมาตลอดทกุ ฉบบั และเปน็ ชนดิ ราคาท่มี ใี นธนบตั รไทยเกือบทกุ แบบ มาสิ้นสุดทธ่ี นบัตรแบบสบิ สอง นาออกใช้เมอ่ื วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๒๓ ซึง่ เป็นวนั คลา้ ยวันพระราชสมภพของรัชกาลที่ ๕เน่อื งจากภาพประธานดา้ นหลังเป็นภาพพระบรมราชานสุ าวรีย์สมเด็จพระปยิ มหาราชณ ลานพระราชวังดสุ ติ ธนบัตรชนิดราคาน้ีมีปริมาณความตอ้ งการใช้สอยในท้องตลาดสูง ทาให้มีต้นทุนการผลติ และอ่นื ๆ สงู ตามไปดว้ ย เพ่อื เป็นการประหยัดงบประมาณ รฐั บาลจงึผลติ เหรยี ญกษาปณ์หมุนเวียนชนดิ ราคา ๑๐ บาทออกใชใ้ น พ.ศ. ๒๕๓๑ ส่วนธนบตั ร๑๐ บาทมกี ารผลิตจนถึงราว พ.ศ. ๒๕๔๐ ก็ยตุ กิ ารผลติ
ในสมยั รัชกาลท่ี ๙ มกี ารออกใช้ธนบตั รชนดิ ราคาใหม่คือชนิดราคา ๕๐ บาท อันเปน็ ครั้งแรกต้ังแตส่ ้นิ สงครามโลกครั้งทส่ี อง นบั เปน็ หนึ่งในสองชนดิ ราคาท่ีมีการออกใชข้ องธนบตั รแบบสิบสามอีกชนดิ ราคาหน่ึงคือ ๕๐๐ บาท ธนบตั รแบบสบิ สามน้ีมจี ดุ มงุ่ หมายเพ่อื รว่ มเฉลมิ ฉลองงานสมโภชกรุงรตั นโกสินทร์ครบ ๒๐๐ ปี จึงมีการออกแบบโดยการนาภาพเหตุการณ์หรือเร่ืองราวที่สาคัญ ๆ นับแต่แรกสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวง และการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธปิ ไตยมาเป็นภาพประธานด้านหลัง อีกทั้งมีลวดลายประกอบทเี่ กยี่ วเนื่องกับวาระสาคญั นี้ เช่น มตี ราจกั รี ท่ีเป็นพระราชสญั ลักษณป์ ระจาพระบรมราชจกั รีวงศ์ ซ่ึงพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราชโปรดเกล้า ฯ ให้สรา้ งขน้ึ จากคตคิ วามเชื่อทว่ี า่ พระมหากษตั รยิ ์เป็นเทพอวตารของพระนารายณ์ ซ่ึงเปน็เทพผคู้ มุ้ ครองพิทกั ษ์โลก มีพระแสงจกั รและแสงตรีศูลเปน็ หน่ึงในเทพศาสตราวุธ พระแสงศาสตราวธุ นี้เปน็ เคร่อื งประกอบพระราชพธิ ีปราบดาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และใชป้ ระกอบพิธบี รมราชาภเิ ษกของพระมหากษัตริยร์ ชั กาลต่อ ๆ มา เปน็ การส่ือความหมายถงึ พระราชอานาจของพระมหากษัตริย์ท่ที รงเป็นเจ้าแผ่นดนิ นอกจากนี้ ธนบัตรชนดิ ราคานม้ี ลี ักษณะพิเศษกล่าวคอื เมื่อพับทบกันจะเป็นรปู สี่เหลยี่ มจตั ุรสั อนั เป็นผลมาจากความยาวของธนบัตรเปน็ สองเทา่ ของด้านกว้างซ่ึงแตกต่างจากธนบตั รแบบที่ออกใช้มากอ่ นหนา้ นี้ อย่างไรก็ดีธนบตั รท่คี วามยาวเปน็ สองเท่าของด้านกว้างมีเฉพาะในแบบสบิ สามเท่าน้ันจนกระท่ังเข้าสแู่ บบสบิ ห้าเปน็ ต้นมาจึงกาหนดความกวา้ งธนบตั รตายตวั คือ ๗.๒ ซ.ม. แต่ธนบตั ร ๕๐บาทกย็ ังมีขนาด ๗.๒x๑๔.๔ ม.ม.ตลอดมา
ธนบัตรไทยแบบแรกในสมยั รัชกาลที่ ๕ น้ัน ไมม่ รี ปู ภาพ นอกจากตวั เลข ตัวอักษร ลายประดิษฐ์และสญั ลักษณ์ รวมทั้งมีด้านหนา้ เพียงด้านเดยี วดว้ ยว่ามีลกั ษณะของความเปน็ เอกสารตัว๋ สญั ญาใช้เงิน จึงไม่ตอ้ งมรี ูปภาพหรือองคป์ ระกอบอ่ืน ๆ ธนบัตรไทยเรม่ิ มีรปู ภาพตัง้ แตธ่ นบตั รแบบสองเปน็ ต้นมาแต่ก็เปน็ ภาพพระราชพิธี สถานท่สี าคัญ ทิวทศั นท์ อ้ งถิ่น เรอื พระราชพิธีพระบรมราชานสุ าวรยี ์ ตราบจนกระท่งั ธนาคารแห่งประเทศไทยออกใช้“บัตรธนาคารเนือ่ งในมหามงคลสมัยท่ีพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ทรงเจริญพระชนมพรรษาหกสิบบริบูรณ์ ๕ ธนั วาคม ๒๕๓๐” ซ่งึ ในทน่ี ้กี ค็ อื ธนบัตรท่ีระลกึ นัน่ เอง อนั เป็นคราวแรกท่ธี นบัตรมชี นดิ ราคา ๖๐ บาท ขนาดของธนบัตรมีความกวา้ งยาวด้านละ ๑๕๙ ม.ม. เลข ๑ หมายถึง การออกบตั รธนาคารเปน็คร้งั แรก เลข ๕ หมายถงึ เฉลมิ พระชนมพรรษา ๕ รอบ และเลข ๙ คือ รชั กาลที่ ๙ และเป็นครั้งแรกท่ีปรากฏภาพพระราชกรณยี กิจ โดยเปน็ ภาพขณะทรงเยี่ยมราษฎร ณ วัดไชโยวรวหิ าร อ.วเิ ศษชัยชาญ จ.อา่ งทอง เมื่อวนั ที่ ๒๔ตลุ าคม ๒๕๑๖
ในต่างประเทศ มีการพมิ พธ์ นบัตรบนวสั ดุพอลเิ มอร์ ซึง่ ผลติ ข้นึ จากพลาสติกชนิดพิเศษ มคี วามเหนียว ทนทาน ฉกี ขาดยาก ไม่ดดู ซบั กล่นิ และความช้นื สาหรับประเทศไทยชว่ งแรกธนบตั รพอลิเมอร์สัง่ พมิ พ์จากประเทศออสเตรเลยี เป็นการจัดพมิ พ์เน่ืองในมหามงคลวโรกาสทพ่ี ระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลย-เดชทรงครองสิริราชสมบัตคิ รบ ๕๐ ปี ใน พ.ศ. ๒๕๓๙ ณ โอกาสน้นั ได้จัดพมิ พ์ธนบตั รท่รี ะลึกชนดิ ราคา ๕๐๐บาท จานวน ๑ ลา้ นฉบับ และธนบัตรท่ีระลึก ชนดิ ราคา ๕๐ บาท จานวน ๑๐๐ ล้านฉบบั ต่อมาในพ.ศ. ๒๕๔๐ โรงพิมพ์ธนบตั รธนาคารแห่งประเทศไทยได้ใช้พอลเิ มอร์ในการพิมพ์ธนบตั รชนิดราคา ๕๐ บาท โดยในคร้งั นี้ได้พมิ พอ์ อกใชเ้ ปน็ ธนบตั รหมุนเวียนแบบสิบหา้ และชนดิ ราคา ๕๐ บาทนเ้ี ป็นหน่ึงในธนบัตรแบบสิบหา้ ท่ีเรมิ่ มีการปรับขนาดความกว้างของธนบัตรให้เท่ากันทกุ ชนดิ ราคาเพ่ือความสะดวกในการพกพาคอื ๗๒ มม. ซ่ึงเลข ๗ และ ๒ รวมกันได้เทา่ กบั เลข ๙ และชนิดราคา ๕๐ บาทน้ี มคี วามยาวคอื ๑๔๔มม. ซง่ึ เลข ๑ ๔ และ ๔ รวมกนั ไดเ้ ท่ากบั เลข ๙ เชน่ กนั ธนบัตร ๕๐ บาทนี้ นับเปน็ คร้งั แรกทีน่ าภาพเงาและช่องใสมาใช้ เพ่อื เพิม่ ลักษณะพิเศษป้องกนั การปลอมแปลง
“ธนบตั รที่ระลึกเนอ่ื งในอภลิ ักขิตสมัยมหามงคลวนั ราชาภเิ ษกสมรส และวนั บรมราชาภเิ ษกครบ ๕๐ ป”ี พิมพ์ขนึ้ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชและสมเดจ็ พระนางเจา้ สิริกติ ิ์ พระบรมราชนิ ีนาถ ราชาภิเษกสมรส ครบ ๕๐ ปี และวันบรมราชาภเิ ษก ครบ ๕๐ ปี มี ๒ ชนดิ ราคา คอื ๕๐ บาท และ ๕๐๐๐๐๐ บาท ซึ่งเปน็ ราคาหน้าธนบตั รทสี่ งู ทสี่ ุดของธนบตั รไทย นาออกใช้เม่ือวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๔๓ และถอื วา่ เปน็ ชนิดราคาที่มีจานวนพมิ พ์น้อยทสี่ ุดคอื เพียง ๑,๙๙๘ ฉบบั ทพ่ี ิเศษไม่เคยมมี ากอ่ นคอื ใชต้ ราอักษรพระปรมาภไิ ธย ภ.ป.ร. และตราอกั ษรพระนามาภไิ ธย ส.ก. นาหมวดเลขหมาย พิมพบ์ นกระดาษท่ีมีความหนาเปน็ พิเศษ กรอบโดยรอบพมิ พ์ด้วยเส้นนูนสีทอง เพ่ือส่ือความหมายถึงการเฉลมิ ฉลอง ๕๐ ปี ของพระราชพิธที ง้ั สอง และผนกึ ฟอยล์สเี หลอื บทอง สลกั พระบรมฉายาสาทิสลักษ์ ซอ้ นกับพระฉายาสาทิสลกั ษณ์ มองเห็นสลับกันเมอ่ื พลกิ ธนบัตรไปมา และภายในเนือ้ กระดาษ มลี ายนา้ ของทง้ั สองพระองคค์ ู่กันเปน็ คร้งั แรกอกี ด้วย
ธนบตั รแบบสบิ หก ชนิดราคา ๒๐ บาท ด้านหลงั ปรากฏพระบรมราชานสุ าวรียพ์ อ่ ขนุรามคาแหงมหาราช ประทับบนพระแทน่ มนังศลิ าบาตร ภาพการประดิษฐอ์ ักษรไทย ภาพศิลาจารึกหลกั ที่ ๑จารกึ พ่อขนุ รามคาแหง ภาพลายสอื ไทย ภาพทรงรบั เร่อื งราวรอ้ งทกุ ขข์ องราษฎร ภาพกระด่งิ และภาพเคร่อื งสังคโลก ส่ิงเหลา่ นีม้ คี วามเปน็ มา คือ พระบรมรปู พอ่ ขนุ รามคาแหงน้ี เคยมแี นวความคดิ ทจี่ ะนามาเป็นภาพประธานด้านหลังของธนบัตรแบบสิบสอง ชุดมหาราช ดังเคยจัดทาแบบร่างสเี ปน็ ชนิดราคา ๕๐๐บาทไว้แลว้ แต่เวลานั้นมไิ ด้พิมพอ์ อกใช้ ดังน้นั การทีภ่ าพประธานด้านหลงั ของธนบตั รชนดิ ราคา ๒๐ บาทเป็นภาพพ่อขนุ รามคาแหง จงึ เปน็ คร้งั แรกของธนบัตรไทย นอกจากนภ้ี าพประกอบดา้ นหลงั ยงั มนี ัยสาคญั ทเี่ ทดิ ทูนพระองค์ อาทิ ทรงสร้าง \"พระแท่นมนงั คศิลาบาตร“ ขึ้นไว้กลางดงตาล เพื่อใหพ้ ระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนาแก่ประชาชนในวนั พระสว่ นวนั ธรรมดาพระองคจ์ ะประทบั เปน็ ประธานวา่ ราชการ พระองคท์ รงคิดประดษิ ฐ์อักษรไทยข้ึนใช้แทนตวั อักษรขอมทเ่ี คยใชก้ ันมาแตเ่ ดิม เมอื่ พ.ศ. ๑๘๒๖ เรยี กว่า “ลายสอื ไทย” โปรดให้จารกึ เรอื่ งราวในสมยัของพระองค์ ดังปรากฏอยใู่ น “ศิลาจารึกสโุ ขทยั หลักท่ี ๑” นอกจากน้ี หากผใู้ ดไมไ่ ดร้ ับความเป็นธรรมก็มีสทิ ธิไปส่นั กระด่งิ ท่ีแขวนไวห้ น้าประตูวังเพอื่ ถวายฎกี าตอ่ พระองคไ์ ด้ และยังโปรดใหน้ าช่างชาวจีนมาต้งัโรงงานทา “เครื่องสงั คโลก” เพ่ือใชใ้ นประเทศ และสามารถส่งออกไปยังประเทศใกลเ้ คยี งไดด้ ้วย
“ธนบัตรท่ีระลึกเฉลมิ พระเกียรติสมเด็จพระนางเจา้ สิริกติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ เนอ่ื งในโอกาสพระราชพธิ ีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙”เปน็ ธนบตั รทอี่ อกทา้ ยทส่ี ดุ ในรัชกาลที่ ๙ คือออกใช้เมอื่ วนั ที่ ๑๑ สงิ หาคม ๒๕๕๙ ชนิดราคา ๕๐๐ บาท ภาพประธานดา้ นหนา้ มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั ในฉลองพระองคค์ รุยมหาจกั รีบรมราชวงศ์ ด้านหลังมพี ระฉายาสาทิสลกั ษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในฉลองพระองคไ์ ทยบรมพิมานเป็นภาพประธาน โดยมีพระบรมฉายาสาทสิ ลกั ษณพ์ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั พระฉายาสาทิสลกั ษณส์ มเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชินนี าถ พร้อมพระราชโอรสและพระราชธิดาเม่อื ครั้งยังทรงพระเยาว์พระฉายาสาทสิ ลักษณส์ มเด็จพระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ ขณะทอดพระเนตรผลงานศิลปาชพี ทเ่ี ปน็ ฝมี ือของราษฎรในโครงการพัฒนาตามพระราชดาริ ณ บ้านรวมไทย ตาบลหมอกจาแป่ อาเภอเมอื ง จังหวัดแมฮ่ ่องสอน เมอื่ วนั ที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๔๕ ภาพโขนพระราชทาน ชุด จองถนน ภาพกระเปา๋ ยา่ นลเิ ภาซึ่งเปน็ ผลติ ภณั ฑ์ศลิ ปาชีพ และภาพพรรณไมใ้ นพระนามาภิไธย คัทลยี าควนี สิริกติ แ์ิ ละกหุ ลาบควีนสริ กิ ติ ิ์ อน่งึ พระราชกรณยี กิจเสด็จพระราชดาเนินทอดพระเนตรศูนย์ศลิ ปาชพี ต่าง ๆ นี้ มกั จะมโี ต๊ะทรงงานเต้ยี ๆ ประทับนงั่ พนื้ ทรงให้ประชาชนนาผา้ มาเขา้ เฝา้ ถวาย และจะทรงพิจารณาด้วยพระองคเ์ องพร้อมท้งั รับสั่งกบั ชาวบ้านไมเ่ พยี งเรื่องของผา้ หรือช้ินงานแตท่ รงถามถึงชีวติ ความเป็นอยขู่ องประชาชน ว่ามีความเดือดร้อนเรื่องใดบ้าง และทรงเขยี นด้วยปากกาลงบนกระดาษธรรมดาเป็นข้อความสั้น ๆ บนั ทกึ เรอื่ งราวของราษฎรคนนัน้ คนนวี้ ่าเจ็บปว่ ยเปน็ อะไร ฝมี ือการทอผ้าเป็นอยา่ งไร เปน็ ตน้ โดยพระองค์จะทรงแทนพระองค์เองวา่\"แม่หลวง\" และเรยี ก ศูนย์ศลิ ปาชีพวา่ “บา้ นแม่หลวง”
Search
Read the Text Version
- 1 - 10
Pages: