ตอบ เปน็ ไปไมไ่ ดท้ ที่ กุ คนในโลกนจี้ ะดหี มด เพราะคนเรา เกิดมามีกิเลส และโลกน้ีมีสิ่งท่ียั่วยุกิเลสมากกว่าสิ่งที่ จะส่งเสริมความดี ตามหลักพุทธศาสนา พุทธศาสนา ของสมณโคดมต้องหมดไปเสียก่อน พระพุทธเจ้าองค์ ต่อไปจึงจะมาเกิดในโลกน้ี ซึ่งไม่ใช่ตอนนี้ มีทฤษฎี เกย่ี วกบั พระศรอี รยิ เมตไตรยมากมาย อาตมาไปทแ่ี หง่ หนง่ึ ยังได้ไปเห็นพระบรมสารีริกธาตุพระศรีอริยเมตไตรย ทำาให้งงว่า ท่านยังไม่เกิด แล้วจะมีพระบรมสารีริกธาตุ ไดอ้ ยา่ งไร 51
๑๓. ทำ�อยา่ งไรจึงจะปฏบิ ัตธิ รรม น่ังสมาธิ เดินจงกรม สวดมนตไ์ ดด้ ว้ ยใจทอี่ ยากจะทำ� โดยไมม่ ใี ครบงั คบั หรือเป็นหน้าที่ และขณะที่ปฏิบัติธรรมน้ัน ทำ�อย่างไรให้จิตใจอยู่กับปัจจุบัน ไม่คิดฟุ้งซ่าน และมีสมาธิอยกู่ บั สงิ่ ที่ทำ�อยู่ได?้ 52
ตอบ ฉันทะ ความพอใจ ความสนใจ ความต้ังใจ ความ กระตือรือร้นในการปฏิบัติ เกิดจากปัญญาที่คิดเป็น หรือปัญญาระดับโยนิโสมนสิการ ซึ่งเราต้องฝึกคิด ฝึกหาประเด็นที่มีนํ้าหนักกับเรา ที่เราประทับใจ เช่น คิดในประเด็นว่า การเกิดเป็นมนุษย์น่ียากมาก เกิดเป็น ชาวไทย เกิดในตระกูลพุทธ มีโอกาสศึกษาปฏิบัติธรรม ต้องมีบุญจริงๆ จึงจะมีโอกาสอย่างนี้ เราจึงต้องรีบฉวย โอกาส ถ้าเราไม่ปฏิบัติธรรม กิเลสก็มีแต่จะเพ่ิมมากขึ้น ถ้าปล่อยไว้ การปฏิบัติธรรมก็จะยิ่งยากข้ึน ปีหน้าปีต่อๆ ไปก็จะยากกว่าน้ี มันจะยากขึ้นเรื่อยๆ ดังน้ัน ถึงตอนน้ี จะยากกจ็ รงิ แตก่ ง็ า่ ยกวา่ ทจ่ี ะทำ�ในอนาคต ท่ีสำ�คัญอยากให้สังเกตความทุกข์ในชีวิตเราว่า เกดิ จากกเิ ลสอยา่ งทท่ี า่ นสอนหรอื ไม่ ถา้ เราเคยทกุ ขม์ ากๆ แล้วเรากำ�หนดได้ว่า เพราะความโกรธของเราน่ีเอง เพราะความโลภของเรานี่เอง ทุกข์เพราะจิตฟุ้งซ่าน เหลือเกนิ ทกุ ขเ์ พราะซมึ เศร้า ทุกข์เพราะวุน่ วาย แล้วถาม ตัวเองว่า ทำ�อย่างไรเราจึงจะม่ันใจได้ว่า ในอนาคตจะ 53
ไม่ต้องเป็นทุกข์แบบนี้อีก ก็น่าจะได้คำ�ตอบว่า ต้องฝึก จิตใจ เพราะถึงจะประสบความสำ�เร็จทางโลก ก็ไม่ใช่ เคร่อื งรบั ประกันวา่ เราจะมีความสุขเสมอไป ถ้าเราไม่ฝกึ จิตใจ จิตใจก็ยังพร้อมท่ีจะซึมเศร้า พร้อมท่ีจะวิตกกังวล พร้อมท่ีจะหดหู่ พร้อมที่จะอะไรต่อมิอะไรได้เหมือนเดิม เศรษฐีมหาเศรษฐีก็ฆ่าตัวตายกันหลายคนแล้ว ฉะนั้น จงึ อยากใหพ้ จิ ารณาในจดุ นว้ี า่ ความทกุ ขเ์ กดิ เพราะกเิ ลส ใช่หรือไม่ และถ้าความทุกข์ในจิตใจของเรา ความทุกข์ จากคนรอบข้าง เกิดจากกิเลสจริงๆ เราจะแก้กิเลส ได้อย่างไร มีใครจะแก้กิเลสให้เราได้ไหม มียาฉีดไหม มีวธิ กี ารนอกจากการฝกึ จติ ไหม ค�ำ ตอบคือไมม่ ี ดงั นนั้ จงึ อยากใหเ้ ราเหน็ วา่ มนั เปน็ งานทสี่ �ำ คญั มาก เป็นงานท่ีไม่มีใครทำ�ให้เราได้ และเป็นงานท่ีมีผลจริง ถ้าเราทำ�สมาธิแล้วประเมินผล ไม่นานจะเร่ิมเห็นว่ามี บางสง่ิ บางอยา่ งดขี น้ึ ความอดทนกม็ ากขนึ้ การปลอ่ ยวาง ก็มากขึน้ การให้อภัยกม็ ากข้นึ ความจำ�ก็ดขี น้ึ ความขยัน หม่ันเพียรก็มากข้ึน เราจะเห็นผลที่ค่อยๆ เกิดข้ึน ซึ่งจะ ทำ�ให้เรามีกำ�ลงั ใจ สรุปก็คือการสร้างฉันทะ เมื่อพิจารณาในเร่ืองน้ี ให้พิจารณาในประเด็นว่า ทุกข์ท่ีเกิดขึ้นในอดีต ทุกข์ใน ปัจจุบัน และทุกข์ที่จะเกิดในอนาคต เป็นเพราะไม่นั่ง 54
สมาธิ แล้วพิจารณาความสุขที่เร่ิมจะเกิดในปัจจุบัน หรือที่อาจจะเกิดข้ึนได้ในอนาคต ก็เป็นเพราะการน่ัง สมาธิ ยอ่ มต้องเกดิ ความกระตอื รือร้นที่จะทาำ ตอ่ ไป 55
๑๔. ผมอยากทราบว่า เวลาที่น่ังสมาธิ เราต้องนั่ง ท่าขัดสมาธิท่าเดียวหรือไม่ครับ หรือถ้า สะดวกตรงไหนที่สงบก็นั่งได้เลยครบั ? 56
ตอบ ท่าขัดสมาธิมีข้อดีหลายข้อ เวลาเราน่ังขัดสมาธิ ร่างกายมีฐานสามเหล่ียมที่ค่อนข้างม่ันคง และเม่ือเรา ไม่นั่งพิงสิ่งใด จะทำาให้เกิดความรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง เปน็ ทพ่ี งึ่ ของตน ลมหายใจจะเขา้ ออกอยา่ งปกติ ลมปราณ ก็หมุนเวียนอย่างปกติ และสามารถน่ังได้หลายชั่วโมง โดยไมม่ ีผลกระทบตอ่ สุขภาพรา่ งกาย ฉะนัน้ ผ้ทู ีส่ นใจฝกึ สมาธิจึงมักเลือกอิริยาบถขัดสมาธิมาต้ังแต่ก่อนสมัย พทุ ธกาลเสยี ดว้ ยซา้ำ แตน่ น่ั ไมไ่ ดห้ มายความวา่ การนงั่ ใน อริ ยิ าบถอน่ื จะทาำ สมาธไิ มไ่ ด้ เพราะความเพยี รอยทู่ จี่ ติ ใจ ไมไ่ ดอ้ ยทู่ กี่ าย แตถ่ า้ ถอื วา่ กายเปน็ สง่ิ แวดลอ้ มทใ่ี กลท้ ส่ี ดุ ก็พูดได้ว่า การนั่งขัดสมาธิ คือการสร้างสิ่งแวดล้อม รอบกายให้ดีที่สุด เอื้อท่ีสุดต่อการภาวนา แต่จะน่ังใน อิริยาบถอน่ื กไ็ ด้ นงั่ คกุ เขา่ ก็ได้ นัง่ เกา้ อ้กี ็ได้ สาำ คญั ที่วา่ ๑. ต้องการใหร้ า่ งกายตรง แต่ไมเ่ กร็ง ๒. ตอ้ งการใหน้ ่งิ ไดพ้ อสมควร ถ้าเราเร่ิมด้วยการน่ังขัดสมาธิ แล้วรู้สึกเมื่อย จนอยากเปลี่ยนอิริยาบถ ก็ให้ทนสักพักหน่ึง จึงค่อย เปลยี่ นอริ ยิ าบถ จะเปน็ พบั เพยี บหรอื คกุ เขา่ กไ็ ด้ แตล่ ะคน มีโรคประจำาตัวไมเ่ หมอื นกัน เราก็หาอิริยาบถที่เหมาะกับ เรา ท่ีเราจะไมต่ ้องกังวลเรือ่ งกาย 57
๑๕. หนอู ยากทราบวา่ เวลานงั่ สมาธิ ชอบคดิ ฟงุ้ ซา่ น ไปเรอ่ื ยเป่อื ย คิดเร่อื งเสื้อผา้ เรือ่ งขนม จึงอยาก ขอคำ�แนะนำ�จากพระอาจารย์ว่าให้คิดถึงอะไร เป็นเป้าหมาย เพ่ือให้มีสมาธิ เพ่ือทำ�จิตให้ ว่างเปล่าเจา้ คะ? 58
ตอบ ท่ีสำ�คัญคือการอธิษฐานหรือการตั้งจิตใจ เวลาเรา เร่มิ น่งั ให้ถามตวั เองว่า น่งั เพอ่ื อะไร คอื ถ้าไมม่ เี ป้าหมาย ทช่ี ดั เจนวา่ นงั่ สมาธเิ พอ่ื ใหม้ สี ตริ ตู้ วั อยใู่ นปจั จบุ นั เพอื่ รจู้ กั ปล่อยวางส่ิงเศร้าหมองต่างๆ ในจิตใจ ถ้าเราไม่กำ�หนด เปา้ หมาย จติ จะตกร่อง แลว้ จะคดิ ในสิ่งทช่ี อบคดิ หรือจะ หาอะไรสักอย่างมาคิด เพ่ือให้เวลาผ่านไป ซ่ึงความคิด ท่ีเกิดขึ้นนี้ ก็เป็นข้อมูลเหมือนกันว่า เราเป็นคนยึดติด ในอะไรบ้าง ยึดตดิ เสือ้ ผ้า ยึดตดิ อาหาร ใหถ้ ามตวั เองว่า เราจะคิดไปทำ�ไม เรื่องเสื้อผ้าเร่ืองอาหารการกิน ท่ีคิด ก็เพราะเป็นความเคยชิน เบ่ือเม่ือไหร่ ไม่มีอะไรจะคิด กต็ อ้ งพยายามหาอะไรมาคดิ อยตู่ ลอดเวลา โดยพยายาม คิดในเร่ืองท่ีเราชอบ ซึ่งก็เป็นธรรมดาของคนท่ีไม่รู้จัก ความสขุ ที่เกดิ จากการไมจ่ ำ�เป็นต้องคิด ทีนี้ถ้าเราสังเกตตัวเองว่า จิตใจมันชอบไปคิดโน่น คดิ น่ี ก็ใหบ้ อกกับตัวเองวา่ เราจะท�ำ สมาธิ ๑๐-๑๕ นาที เราจะไมย่ นิ ดีกับความคดิ เร่อื งเสือ้ ผ้า เร่ืองขนม หรือเรื่อง อาหาร เป็นตน้ การบอกตัวเองตอนเริ่มนง่ั สมาธินนั้ ไม่ใช่ 59
ว่าความคิดจะไม่เกิดขึ้น มันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้ แต่เมื่อ เกิดขึน้ ปับ๊ เราจะจ�ำ ได้ทนั ทีวา่ ‘เอ๊ะ...ชว่ งน้ไี มใ่ ชเ่ วลาคิด’ เราก็ปล่อยวาง เหมือนกับเราเดินอยู่ในป่าและมีผู้หวังดี บอกวา่ ‘ตอ้ งระวงั นะ เสน้ ทางนม้ี กั มงี นู อนทบั ทาง’ เมอื่ เรา ออกเดิน เราก็ต้องระวังงูไปตลอดเส้นทางท่ีเดิน เดินไป คอยระวังไป ถ้าเจองูก็ไม่แปลกใจ ก็จะเดินอ้อมไปช้าๆ อย่างระมัดระวัง คือการรู้ล่วงหน้าว่าอาจจะมีปัญหา หรือมีอุปสรรคอะไร จะทำ�ให้มีสติ ถ้าปัญหาเกิดข้ึนจริง เราก็ไม่หลงอยู่กบั มนั นาน การเจริญสติด้วยการให้จิตมีงานทำ� เช่น กำ�หนด ลมหายใจพร้อมกับความรู้สึกที่ส่วนต่างๆ ในร่างกาย ก็เป็นวิธีระงับความคิดเรื่องต่างๆ ที่ดี หรือจะใช้การนับ ลมหายใจก็ได้ คือต้องมีงานให้จิตทำ� และต้องเป็นงาน ท่ีชัดเจน ต้องมีความสมัครใจท่ีจะทำ�งาน และต้องมี ความระมัดระวังเรื่องอุปสรรคท่ีมักจะเกิดข้ึนในระหว่าง การทำ�งาน การทำ�สมาธิ คือการเตรียมตัวทำ�งานทุกอย่าง ทางโลก เพราะสิ่งที่เป็นอุปสรรคท่ีเกิดขึ้น ขณะเราทำ� สมาธิ ก็เหมือนกับสิ่งท่ีเป็นอุปสรรคในการเรียนหนังสือ การทำ�หน้าที่ต่างๆ หรือแม้กระทั่งการทำ�งานทางโลก จิตใจท่ีชอบฟุ้งซ่านย่อมเป็นอุปสรรคต่อการทำ�งาน 60
ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเร่ืองอะไรกต็ าม หรือถ้าเรามนี สิ ยั ว่าถ้ารู้สึกเบื่อ ไม่ว่าจะทำาอะไรอยู่ เราจะเลิกทำาทันที ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อความสำาเร็จและประโยชน์ต่างๆ ของชีวิตในระยะยาว ถ้าเราฝึกเสียตั้งแต่ตอนน้ี เม่ือเห็น ความเบ่ือเกิดขึ้นก็ ‘โอ้...นี่คือความเบื่อ’ แล้วก็ทำางาน ของเราต่อไป ไม่ใช่เบ่ือแล้วต้องหยุดทำา ถ้าเป็นอย่างนั้น กเ็ หมอื นเราเป็นทาสของมนั ไมม่ ีความเปน็ อสิ ระ ไม่เปน็ ตวั ของตวั เอง เหมอื นกบั เขาสงั่ วา่ ‘เบอ่ื แลว้ หยดุ ’ เรากห็ ยดุ ทันที ราวกบั ว่าเราไม่มศี ักดิ์ศรอี ะไรเลย ใชห่ รือไม่ พอเกดิ ความเบ่ือ ‘โอย...เบื่อๆๆ’ เมื่อมีเสียงอย่างนี้ในสมอง เราก็หยุดทันที โอ้...ทำาไมถูกหลอกง่ายเหลือเกิน ดังน้ัน ถ้าเรารู้ว่าน่ีเป็นปฏิกิริยาอย่างหนึ่ง มันเป็นเรื่องธรรมดา เราไม่ต้องไปสนใจมัน แล้วมุ่งหน้าทำางานของเราต่อไป ในท่ีสุดเจ้าตัวเบื่อนี้ก็จะหายไปเอง เวลาเราเรียนหนังสือ ท่องหนังสือ หรือทำางาน เมื่อความรู้สึกเบื่อเกิดขึ้น อ้าว...มาอกี แล้ว ตวั เบ่อื น้เี ราร้จู กั มันดอี ยแู่ ลว้ รจู้ ักต้งั แต่ น่ังสมาธิ อย่าไปสนใจมันเลย ถ้าเรามีฉันทะมีความ พอใจในการฝกึ สมาธภิ าวนา เราจะไดว้ ชิ าความรมู้ ากมาย เก่ยี วกับการบริหารจติ ใจจากการทำาสมาธิ 61
๑๖. หนูอยากถามว่า ถ้าหนูเดินจงกรม แล้วหนู ไม่เก็บมือ หนูปล่อยมือแล้วเดิน จะเกิดอะไรข้ึน จะมีผลให้หนูมีสมาธิได้หรือไม่ แล้วหนูจะมีสติ หรือไม่เจา้ คะ? 62
ตอบ การสำารวมมอื เปน็ วธิ ีท่ชี ว่ ยใหม้ ีสตมิ ากขน้ึ ทาำ ใหไ้ ม่ เหมอื นกบั การเดนิ ทวั่ ไป เรยี กวา่ เปน็ การเดนิ แบบเจรญิ สติ ไม่ถือว่าเป็นข้อบังคับ แต่ถือเป็นนิสัยท่ีดีสำาหรับผู้เดิน จงกรม ถ้าปล่อยมือเดินแบบธรรมดา เดี๋ยวความคิด แบบธรรมดาๆ กจ็ ะเขา้ มาครอบงาำ จติ ไดง้ า่ ย เพราะฉะนนั้ ถ้าเดินจงกรมเกินหนึ่งช่ัวโมงสองช่ัวโมงก็ปล่อยมือได้ ไม่เป็นไร เพราะคงเม่ือย แต่ถ้าเดินไม่ถึงหนึ่งช่ัวโมง กไ็ ม่ควรปล่อย 63
๑๗. หนสู งสยั วา่ ถา้ เราสวดมนต์ แลว้ คดิ แตเ่ รอ่ื งอน่ื จะบาปไหมเจ้าคะ แล้วการสวดมนต์สำ�คัญ อยา่ งไร? 64
ตอบ อาตมาพยายามพูดอยู่เสมอว่า ผู้ใหญ่ต้องระวัง อย่าใช้ค�ำ ว่า ‘บาป’ เหมอื นเป็นค�ำ ประณาม หรือคล้ายๆ จะแทนคำ�ว่า ‘ไม่ดี’ บาป คือการทำ�ด้วยกิเลส เพ่ิมพลัง ของสงิ่ เศรา้ หมองทอ่ี ยใู่ นใจ ซง่ึ จะตอ้ งมผี ลตอ่ ไป ทสี่ �ำ คญั คือจะต้องมเี จตนา ดงั นน้ั ทหี่ นูสงสัยว่า ถา้ สวดมนต์แล้วคิดแตเ่ ร่อื งอนื่ ต้องย้อนถามว่า เราพยายามท่ีจะอยู่กับบทสวดมนต์ หรือไม่ ถ้าในขณะที่สวดมนต์ เราไม่สนใจเลย คิดอยาก จะเล่น อยากจะคิดอะไรๆ ฆ่าเวลาเฉยๆ อย่างน้ีบาป แตค่ �ำ วา่ ‘บาป’ ฟงั ดหู นกั มนั กไ็ มไ่ ดห้ นกั แบบตกนรกอะไร อย่างนั้น เป็นแค่การเพ่ิมนิสัยไม่ดี ถ้าเจออะไรที่มันยาก สักหน่อยหนึ่งหรือไม่สนุกสักหน่อยหน่ึง ก็ไม่เอาแล้ว อยากจะเลน่ ถา้ เลน่ ดว้ ยกายเลน่ ดว้ ยวาจาไมไ่ ด้ กห็ าอะไร ท่ีสนุกสนานมาคดิ เพอ่ื ใหเ้ วลามันผา่ นไป การทำ�อย่างนี้ เป็นนิสัยเสียใช่ไหม การสร้างนิสัยเสียหรือการเพ่ิมนิสัย เสีย เราถือว่าบาปเหมือนกัน เพราะมีเจตนาที่ประกอบ ด้วยกเิ ลส แตก่ ็ไม่ถึงกับบาปหนกั หนาอะไรนกั 65
แต่ถ้าหากว่าเราพยายามท่ีจะอยู่กับบทสวดมนต์ ตั้งใจอยู่ แต่จิตใจ ลอยไปโน่นไปนี่ เราไม่มีความยินดี หรือไม่ตั้งใจจะให้มันคิดเร่ืองอื่น แต่มันเป็นของมันเอง เพราะช่วงน้ีจติ กาำ ลังวนุ่ อยา่ งนกี้ ็ไมบ่ าป เพราะไม่เจตนา การสวดมนต์มีผลดีและมีอานิสงส์หลายอย่าง เม่ือเราทอ่ งบทสวดมนตไ์ ด้แล้ว กก็ ลายเป็นวธิ ีระงับกิเลส ระงับความคิดได้ แทนท่ีจะอยู่กับลมหายใจหรือ คำาบริกรรม จิตใจก็อยู่กับบทสวดมนต์ พยายามอยู่ใน ปัจจุบันกับคำาสวด การสวดออกเสียงก็ช่วยให้จิตใจอยู่ กบั ปจั จบุ นั และอยกู่ บั สงิ่ ทสี่ วดเปน็ การฝกึ จติ ในระดบั หนง่ึ ซ่ึงมีผลต่อจิตใจในการระงับนิวรณ์หรือกิเลส แล้วเรายัง ได้คำาสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไว้ในใจ ถ้าเราสวดแปล เราก็ได้คำาแปลเป็นภาษาไทย เหมือนกับมีกัลยาณมิตร ติดตัวเราไป บางทีเกิดมีปัญหาอะไรในชีวิตประจำาวัน คำาสวดก็ผดุ ข้นึ มาเหมอื นเปน็ อาจารย์คอยเตือนสติเรา การสวดมนต์หมู่ก็เป็นกิจกรรมท่ีสร้างความรู้สึก เป็นชุมชนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อย่างดีและรวดเร็ว เพราะความพยายามท่ีจะสวดมนต์บทเดียวกันให้พร้อม กนั และประสานเสยี งกนั เปน็ การสรา้ งความรสู้ กึ วา่ เราเปน็ หมเู่ ดยี วกนั ดงั นนั้ การสวดมนตจ์ งึ เปน็ กจิ กรรมของสถาบนั ตั้งแตส่ ถาบนั สงฆ์ หรือในโรงเรยี นวิถีพุทธ เปน็ ต้น 66
๑๘. หนูอยากทราบว่าทำ�อย่างไรจึงจะสวดมนต์ ไดค้ ลอ่ ง และจำ�บทสวดมนตท์ ย่ี าวๆ ไดเ้ จา้ คะ? 68
ตอบ สวดบอ่ ยๆ สวดนานๆ ทำาบ่อยๆ ก็ไดแ้ ลว้ แมแ้ ตบ่ ท สวดยาวๆ พระสงฆ์บวชใหม่ๆ ก็ต้องท่องพระปาติโมกข์ ส่วนมากเราจะใช้วิธีน้ี เช้าตอนเดินบิณฑบาตท่องหน่ึง ชว่ั โมง เยน็ เดนิ จงกรมทวนอกี หนง่ึ ชว่ั โมง ใชเ้ วลาประมาณ ๒-๓ เดอื น การสวดปาตโิ มกขใ์ นวนั อโุ บสถจะมพี ระรปู ใด รปู หน่งึ เปน็ ผู้สวด และมีพระผูใ้ หญต่ รวจ ถ้าออกเสยี งผิด ตอ้ งหยดุ แกแ้ ลว้ จงึ สวดตอ่ เรากค็ งสงั เกตวา่ สวดคนเดยี ว ยากกวา่ สวดเปน็ หมู่ ใช่ไหม เพราะถ้าสวดคนเดยี วจะลมื บ่อยๆ ถ้าสวดเป็นหมู่ก็ช่วยๆ กัน แต่สวดปาติโมกข์ ต้องสวดคนเดียวและใช้เวลาสวดรวดเดียว ๔๕ นาที อยากฟงั ไหมปาตโิ มกข์ เดยี๋ วจะสวดใหฟ้ งั สวดเรว็ ดว้ ยนะ (สาธติ การสวดปาติโมกข์อยา่ งเร็ว) อยา่ งนี้ ๔๕ นาทแี ล้ว ตอ้ งไมใ่ หผ้ ดิ แมแ้ ตพ่ ยางคเ์ ดยี ว เพราะฉะนนั้ บทสวดยาวๆ ของโยมนน้ั ถือวา่ เปน็ เรอื่ งเล็กนอ้ ย ไม่ยากเท่าไหร่หรอก 69
๑๙. ผมอยากทราบว่าทำ�ไมเวลาตักบาตรจะต้อง ถอดรองเท้าดว้ ยครบั ? 70
ตอบ ในพระวินัยท่านไม่ได้กำ�หนดเรื่องนี้ แต่จะเน้นท่ี คำ�ว่า ‘ต้องถวายด้วยความเคารพ’ ต่อมาภายหลัง อาจารย์รุ่นหลังต้องวิเคราะห์ว่า การให้หรือถวายด้วย ความเคารพน้ันเป็นอย่างไร จะต้องกำ�หนดให้ชัดเจนว่า ถวายอย่างไรแสดงว่าเคารพ ถวายอย่างไรแสดงว่า ไม่เคารพ ซ่ึงถ้าเอาวัฒนธรรมอินเดียในสมัยนั้นเป็นหลัก การให้หรือถวายของน่ีต้องทำ�ด้วยกิริยาท่าทางอ่อนน้อม ถอ่ มตน เชน่ ถา้ ถวายขา้ ว กห็ า้ มโยนอยา่ งน้ี ตอ้ งใสอ่ ยา่ งน้ี แล้วในสมัยนั้นการใส่รองเท้าถือว่าไม่สุภาพ ย่ิงถ้า พระท่านไม่ใส่รองเท้าอยู่แล้ว ถ้าโยมใส่รองเท้าก็สูงกว่า จึงกลายเป็นธรรมเนียม คือไม่ใช่กฎตายตัวในพระวินัย แต่เป็นธรรมเนียม เป็นสัญลักษณ์ว่าผู้ถวายถวายด้วย ความเคารพ แตเ่ มอื่ พระเราไปเมอื งนอก ซง่ึ คนไมร่ จู้ กั ธรรมเนยี ม ไม่รู้จักประเพณี เราจะไป ‘ต้อง...อย่างน้ัน อย่างน้ีนะ...’ มันไม่ได้ เด๋ียวเขาก็ถอยเลย ใช่ไหม บอกแต่ว่าให้ด้วย ความเคารพ เขาก็แปลตามความหมายของเขา ให้ด้วย 71
ความเคารพในความหมายของเขาอาจจะดไู มง่ ามเหมอื น ธรรมเนียมของเรา ก็เป็นเรื่องของเขา ถ้าเป็นลูกศิษย์วัด นานๆ แล้ว เราก็ค่อยๆ สอนให้เขาทำาเหมือนคนไทย อย่างเดือนที่แล้ว อาตมาเดินบิณฑบาตท่ีอเมริกาก็มี ชาวบ้านธรรมดา ไม่ใช่ลูกศิษย์วัด กำาลังเอาของข้ึนรถ สงสยั เปน็ คนทาำ งานกอ่ สรา้ ง เขาเหน็ พระเดนิ มา เขาก็ว่า ‘Hey, you guys. You want some tomatoes?’ อย่างน้ี อาตมานต้ี อบไมถ่ กู เลย ทนี เ้ี จา้ อาวาสทา่ นเดนิ ตามหลงั มา ท่านบอกว่า ‘Sure!’ เราจึงหยุด เขาต่ืนเต้น เข้าไปเก็บ มะเขือเทศในสวนหน้าบ้านมาใส่ในบาตร ถ้าดูที่กิริยา มารยาท ในสายตาคนไทยก็คงดูไมง่ าม แตจ่ ติ ใจเขางาม มาก เขาเหน็ พระมา เขามอี ะไรดๆี เขาก็อยากแบ่งปนั ให้ ดังน้ันเราจะไป ‘โอ้...ใส่รองเท้าไม่ได้’ หรือ ‘ทำาอย่างน้ัน ไม่ได้’ เราไม่พูดหรอกเพราะว่าเขาเป็นคนใหม่ ถ้าต่อมา เราสนิทสนมกนั ก็ค่อยๆ สอน มันไมใ่ ชก่ าลเทศะท่ีจะสอน ในเรื่องธรรมเนียมประเพณี แม้แต่ในประเทศไทย ถ้าบิณฑบาตในกรุงเทพฯ มีทหารจะใส่บาตร จะให้ทหารถอดรองเท้ากลางถนน ก็คงไม่เหมาะสม ใช่ไหม จึงต้องใช้สามัญสำานึกด้วย ถ้าเขามีกิริยานอบน้อมที่จะถวาย เราก็ไม่ต้องไปจู้จ้ี ในเรอ่ื งรายละเอยี ดกบั เขามาก 72
๒๐. หนูสงสัยว่าเพราะเหตุใดผู้ท่ีถือศีล ๘ จึงต้อง งดรับประทานอาหารเย็น แล้วถ้ากินแล้วจะถือว่า บาปมากหรือไม่ ถ้ารับประทานไปแล้วจะกลับมา ถอื ศีลทงั้ ๘ ขอ้ ไดอ้ ีกหรือไม?่ 74
ตอบ ถ้าหมายถึงว่าถือศีล ๘ แต่พอถึงเวลากินข้าวเย็น ก็ของดถือศีลสัก ๑๕ นาที แล้วก็รับศีลใหม่ อย่างน้ัน ทำาไมไ่ ดห้ รอก เหตุผลในการไม่ทานอาหารในเวลาวิกาลก็คือ การทาำ ใหท้ อ้ งวา่ งทอ้ งเบาเออื้ ตอ่ การภาวนาประหยดั เวลา ทำาให้ความต้องการในการนอนหลับน้อยลง เป็นต้น แต่จะบาปมากหรือไม่ ก็ต้องดูว่ากิเลสมากไหม สมมติ ว่าแอบเข้าไปในครัวแบบขโมย มองซ้ายมองขวา ถ้าทำา อย่างน้ี จิตใจมันก็มีกิเลสเยอะนะ เพราะว่าทำาลับหลัง คือถ้าเราจะดูบาป ต้องดูท่ีจิตใจ เช่น ฆ่าคน การฆ่าคน กบ็ าปทง้ั นน้ั ถา้ เปน็ ทหารยงิ ศตั รใู นสนามรบ กบ็ าปเหมอื น กนั เพราะตง้ั ใจฆา่ เขา แตร่ ะดบั ความหนกั ของบาปจะตา่ ง กันมากกับผู้ที่วางแผนล่วงหน้าว่าจะฆ่าผู้มีบุญคุณให้ ทรมานท่ีสุด เพราะมีกิเลสหลายตัว ทั้งความโหดร้าย ความพยาบาท และความอกตญั ู อยา่ งนบ้ี าปมาก ทาำ ให้ จิตใจเศร้าหมองมาก ทหารทำาหน้าที่รับใช้ประเทศชาติ ไม่ใช่ว่าจะไม่บาป ก็บาปเหมือนกัน แต่บาปอ่อนกว่า ผูท้ ฆ่ี ่าคนดว้ ยความโหดร้ายและความพยาบาท เปน็ ต้น 75
๒๑. หนูมีข้อสงสัยว่า เราสามารถถือศีล ๘ โดยไม่ต้องขอจากท่านอาจารย์ หรือพระ ได้หรือไม่ แล้วแตกต่างกันอย่างไรเจา้ คะ? 76
ตอบ เหมอื นกนั คอื การสมาทานศลี ตอ้ งเกดิ จากตวั เราเอง เท่าน้ัน เพียงแต่ว่าการขออย่างเป็นทางการ รู้สึกว่า จะเพิ่มความขลัง เพ่ิมนำ้าหนัก ถ้าเราประกาศอะไรในที่ สาธารณะ จะรู้สึกว่ามีผลต่อจิตใจของเรามากกว่าท่ีเรา จะสมาทานคนเดียว แต่ถ้าเราอยู่ห่างพระสงฆ์หรือว่า ไมม่ โี อกาส เราจะสมาทานตอ่ หนา้ พระพทุ ธรปู กไ็ ด้ มนั อยู่ ท่ีความตั้งใจของเรามากกว่าอย่างอ่ืน ซ่ึงจะเหมือน หรอื ต่างกันกอ็ ย่ทู ่ีเจตนาความตัง้ ใจของเรา 77
๒๒. ผมอยากถามว่า ภูต ผี วิญญาณ ส่ิงท่ีเหนือ ธรรมชาติ ดวง โชค ส่งิ ทีน่ อกเหนอื จากความจริง เหนือวิทยาศาสตร์ มีหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามี ทำ�อย่างไรจะทำ�ให้เราไม่เจอ ไม่ไปยุ่งเกี่ยว กับส่ิงเหลา่ น้นั ครับ? ขอบพระคณุ ครบั 78
ตอบ การตั้งคำ�ถามข้อนี้มันมีปัญหานิดหน่อยนะ คือถ้า บอกว่า สิ่งนอกเหนือจากความจริง เป็นจริงหรือไม่ มันก็มีการปฏิเสธอยู่ในตัวคำ�ถาม ใช่ไหม ท่ีบอกว่า นอกเหนือจากความจริง ก็คอื ไมจ่ รงิ เท่านน้ั ใช่ไหม ใจความใหญ่ก็คือ สิ่งท่ีตาเนื้อมองไม่เห็นมีจริง หรือไม่ แล้วท่ีว่าเหนือวิทยาศาสตร์ มันก็แล้วแต่ว่า เราเข้าใจความหมายของวิทยาศาสตร์อย่างไร คือ นักวิทยาศาสตร์ท่ีพยายามค้นคว้าในเรื่องพวกนี้ก็มี แต่นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นพวกวัตถุนิยมก็ปฏิเสธและ วิพากษ์วิจารณ์ อาตมาขอตอบว่าอย่างนี้ สมมติเราเกิดในประเทศ ท่ีไม่มีภูเขาเลย เป็นท่ีราบท่ีระดับความสูงเหนือระดับ นํ้าทะเลไม่เกิน ๕๐ เมตร เหมือนประเทศฮอลแลนด์ หรอื ภาคกลางของเรา เราเกิดและอยู่ท่นี ัน่ ไม่เคยไปไหน เลย แล้วก็ไม่เคยเห็นภาพของที่อ่ืนๆ ด้วย ไม่เคยรู้จัก ค�ำ ว่าภูเขา สมมตวิ ่าวนั หน่ึงเกดิ พายุใหญ่ เราหมดสตไิ ป ฟน้ื ขนึ้ มากไ็ มร่ วู้ า่ อยทู่ ไ่ี หน เพราะถกู พดั ไปอกี ประเทศหนงึ่ 79
ต่อมามีผู้หวังดีเอาแผนท่ีมาให้เรา แล้วเราก็ใช้แผนท่ีน้ัน ออกเดินทางกลับบ้าน เราก็ไม่รู้ว่าแผนที่นี้ดีหรือเปล่า แล้วผู้ที่ให้เขาหวังดีจริงหรือเปล่า หรือว่าเขาเป็นคน หลอกลวง อย่างไรก็ตาม เราก็เร่ิมออกเดินทาง คอยดู ซ้ายดูขวาว่า ส่ิงท่ีเห็นในแผนท่ีตรงกับสิ่งที่ตาเห็นหรือไม่ ‘อันน้ีก็ใช่ อันน้ันก็ใช่ อันนี้ก็ใช่’ เดินไปไม่กี่กิโลเมตร เรากร็ สู้ กึ วา่ แผนทน่ี ดี้ มี าก แมน่ มาก เดนิ ไปๆ จนรสู้ กึ อยาก พักผ่อน ก็นั่งพักผ่อนแล้วกางแผนท่ีออกมาดู โน่น...เจอ อะไรท่ีเรียกว่าภูเขา สูงต้ัง ๕,๐๐๐ เมตร สามัญสำ�นึก ความจำ� และประสบการณ์ทุกอย่าง บอกว่ามันเป็นไป ไม่ไดห้ รอก เพราะทบ่ี า้ นเราอะไรๆ ท่มี ันสงู ถึง ๕๐เมตร ก็ยังไม่ค่อยจะมี แล้วมันจะเป็นไปได้หรือท่ีจะมีอะไร ท่ีสูงถงึ ๕,๐๐๐เมตร จินตนาการไม่ได้ นึกไมอ่ อกจริงๆ น่ีมันไม่ใช่วิทยาศาสตร์ เพราะนักวิทยาศาสตร์บ้านเรา ไม่เคยมีใครกล่าวถึง เราเองก็ไม่เคยเห็น ฉะนั้น มันจึง เป็นไปไม่ได้ แต่ก็จะมีเสียงเถียงขึ้นมาในจิตใจว่า ‘แลว้ มนั จะเปน็ ไปไดห้ รอื วา่ แผนทข่ี องเราผดิ ’ เพราะเทา่ ที่ เราเดินผ่านมาตามแผนท่ีนี้ มันถูกต้องแม่นยำ�ท้ังหมด แต่ส่วนท่ีเรายังเดินไปไม่ถึง มันจะผิดมากขนาดน้ัน มนั จะเปน็ ไปได้หรอื เพราะมนั เป็นแผนทีเ่ ดยี วกัน เปรียบเทียบเรื่องน้ีกับคำ�สอนในพุทธศาสนา 80
บางส่ิงบางอย่างเราพิสูจน์ได้ตั้งแต่วันแรกที่เราศึกษา ธรรม เหมือนเราออกเดินทางแล้วดูชีวิตของตัวเอง ประสบการณช์ ีวิต ทกุ สงิ่ ทเี่ กดิ ขนึ้ เปรยี บเทียบกบั คาำ สอน ของพระพุทธเจา้ ‘ใช.่ .. ใช.่ .. ใช่... ใช่...’ ไปเร่อื ยๆ แตพ่ อ เราเจอคำาสอนของพระพุทธเจ้าในส่ิงที่เรามองไม่เห็น บางทีเราก็นึกไม่ออก จินตนาการไม่ได้ แต่เราได้พิสูจน์ และสรุปมาแล้วว่า ผู้เขียนแผนท่ีนี้เก่งมาก แม่นมาก อย่างนั้นเราก็ควรจะเชื่อใจไว้ก่อน เหมือนการค้นคว้า ของนกั วิทยาศาสตร์ กต็ อ้ งตัง้ สมมติฐานไวก้ อ่ น ดังนั้น เร่ืองภูตผีอะไรต่างๆ น้ัน พระพุทธองค์ ทรงเรียกว่าอมนุษย์ และพระพุทธองค์ทรงยืนยันว่า ทรงได้รู้เห็นเอง แล้วนำามาเปิดเผยให้เราทราบว่ามีอะไร บ้าง แต่พระพุทธองค์ก็ตรัสไว้ด้วยว่า ผู้มีเมตตาเป็นท่ีรัก ของมนุษย์และเป็นท่ีรักของอมนุษย์ ประมาณว่าผู้มี เมตตาธรรมจะปลอดภัย คือเราไม่สามารถพิสูจน์ใน เร่ืองเหล่าน้ีได้ แล้วเราก็ไม่จำาเป็นต้องพิสูจน์ เพราะเรา รวู้ า่ ถา้ เราฝกึ เมตตาอยา่ งเดยี ว ถงึ จะมสี งิ่ เหลา่ นห้ี รอื ไมม่ ี เราก็ปลอดภัย น่ีก็เป็นวิธีท่ีไม่ต้องเถียงกันมากว่ามี หรอื ไม่มี 81
๒๓. ผมอยากทราบว่า มีสัตว์ในจินตนาการอะไร บา้ งในนทิ านชาดก และการพมิ พพ์ ระไตรปฎิ ก เริ่มต้นข้ึนเม่ือไหร่ และพระพุทธเจ้าเคยเกิด เปน็ ผู้หญิงไหมครบั ? 82
ตอบ อาตมายอมแพ้เรื่องสัตว์ในจินตนาการ ขอผ่าน เรอ่ื งน้ี การพมิ พพ์ ระไตรปฎิ กเรม่ิ ตน้ ขนึ้ เมอ่ื ไหร่ สง่ิ ทฟ่ี งั แลว้ อาจจะแปลกใจกค็ อื พระไตรปฎิ กพมิ พเ์ ปน็ ตวั อกั ษรโรมนั แปลเป็นภาษาอังกฤษก่อนที่จะเป็นภาษาไทยด้วยซ้ําไป เพราะเมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีที่แล้ว อังกฤษเป็นมหาอำ�นาจ แล้วมายึดประเทศในเอเชียเป็นเมืองข้ึนหลายประเทศ เช่น อินเดีย พมา่ ปากีสถาน บังกลาเทศ ศรลี ังกา เป็นตน้ นกั วิชาการเกดิ ความสนใจภาษาสนั สกฤตกนั มาก เพราะ ในสมยั นน้ั นกั วชิ าการเชอื่ วา่ ภาษาสนั สกฤตเปน็ ภาษาแม่ ทุกภาษาในโลกมาจากภาษาสันสกฤต ซ่ึงต่อมาก็พิสูจน์ วา่ ไมใ่ ช่ แตเ่ มือ่ เขาหันมาสนใจภาษาสันสกฤต เขากเ็ ลย สนใจภาษาบาลีไปด้วย แล้วข้าราชการอังกฤษที่มารับ ราชการที่ศรีลังกา พม่า อินเดีย ต้องสนใจศึกษาเร่ือง วัฒนธรรม ศาสนาของคนเอเชียด้วย เพื่อจะได้ปกครอง ได้ดี ปกครองได้ง่าย หลายคนจึงเกิดศรัทธาสนใจศึกษา 83
ภาษาบาลี เมอ่ื ประมาณ ๑๕๐-๑๖๐ ปที แี่ ลว้ มกี ารตงั้ The Pali Text Society หรือ PTS แล้วก็เริ่มมีการแปลคัมภีร์ ภาษาบาลี ซึ่งจำ�ไม่ได้ว่าสำ�เร็จต้ังแต่เม่ือไหร่ แต่ที่แปล เปน็ ภาษาไทยสำ�เร็จในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ หลังภาษาองั กฤษ หลายปี ท่ีจริงคำ�ถามน้ีต้องแยกระหว่าง การพิมพ์เป็น ภาษาบาลกี บั พมิ พค์ �ำ แปล ทพ่ี มิ พเ์ ปน็ ภาษาบาลกี แ็ ลว้ แต่ ว่าเป็นตัวอักษรอะไร เพราะว่าภาษาบาลีไม่มีอักษร หรือ Alphabet ของมันเอง จะเขียนเป็นตัวโรมันก็ได้ จะเขียนเป็นตัวอักษรอังกฤษก็ได้ ตัวอักษรไทยก็ได้ ตัวอักษรพม่าก็ได้ โดยเอาเสียงของบาลีเป็นหลัก แล้วเขียนเป็นอักษรของแต่ละภาษา ซ่ึงน่าจะสำ�เร็จ เป็นภาษาสันสกฤตก่อน เพราะหลังจากพระพุทธองค์ ปรินิพพานไปแล้ว นิกายที่เผยแผ่ในอินเดียส่วนใหญ่ กใ็ ช้สันสกฤต เรื่องนี้อธิบายยากเพราะมีพระไตรปิฎกที่เป็นแบบ มหายาน และหนังสือเล่มแรกในโลกก็พิมพ์ที่เมืองจีน เ ป็ น ก า ร พิ ม พ์ พ ร ะ สู ต ร จ า ก พ ร ะ ไ ต ร ปิ ฎ ก ม ห า ย า น นอกจากนี้ การพิมพ์ท่ีเป็นบล็อกพรินต้ิง (Block Printing) ก็เป็นของพุทธเหมือนกัน เป็นพุทธเกาหลี เพราะฉะนน้ั ววิ ฒั นาการเรอื่ งการพมิ พห์ นงั สอื จะสมั พนั ธ์ 84
กับศาสนาพุทธตลอดมา ในยุโรปการพิมพ์หนังสอื เกดิ ข้ึน เมื่อประมาณ ๖๐๐ ปีที่แล้ว เล่มแรกท่ีพิมพ์คือคัมภีร์ ไบเบิล แต่ท่ีแปลกมากคือ ในคัมภีร์ไบเบิลรุ่นแรกน้ัน ซึ่งเรียกว่า กูเตนเบิร์ก ไบเบิล (Gutenberg Bible) มีรูปวาดของพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเกิด ข้ึนได้อยา่ งไรและมาจากไหน พระพุทธเจ้าเกิดเป็นผู้หญิงได้หรือไม่ ตอบได้เลย ว่าไม่ พระพุทธเจ้าต้องเกิดเป็นผู้ชาย แต่พระอรหันต์ เคยเกิดเป็นผู้หญิงไหม เยอะแยะเลย คือสาวกสงฆ์ก็มี ท้งั ผู้ชายผู้หญิง แตจ่ ะเป็นพระพทุ ธเจ้าต้องเกดิ เป็นผู้ชาย ถามวา่ ทาำ ไม กเ็ ปน็ กฎตายตวั ของธรรมชาติ เช่นวา่ ทำาไม กลางวันเหน็ แต่พระอาทิตย์ ไมเ่ หน็ พระจันทร์ ไม่ยุติธรรม กบั พระจนั ทร์ ทาำ ไมพระจนั ทรไ์ มม่ โี อกาสเกดิ ตอนกลางวนั กธ็ รรมชาติของมันเปน็ อยา่ งน้ัน 85
๒๔. ผมอยากถามว่า สัตว์สามารถทำ�บุญแล้วไป เกิดใหม่ในภพท่ีดกี วา่ นไ้ี ด้หรือไม่ครบั ? 86
ตอบ พูดยากเหมือนกนั แต่ดูเหมือนลิงบางชนิดก็มีความ คิดและมีน้ำาใจมากเหมือนกัน ซึ่งจะทำาให้จิตใจสูงขึ้นได้ แต่ถ้าเป็นการทำาทาน นี่ก็คงยากมาก อาตมาเข้าใจว่า ถ้าสัตว์คลุกคลีกับมนุษย์ หรือมีเจ้าของเป็นมนุษย์ เช่น แมวเปน็ ตน้ เราอาจคดิ วา่ มนษุ ยเ์ ปน็ เจา้ ของแมวทจ่ี รงิ แลว้ แมวเป็นเจ้าของมนุษย์มากกว่า การอยู่ใกล้ชิดมนุษย์ ก็อาจทำาให้จิตใจของมันสูงข้ึน มีลิงพันธุ์หน่ึงช่ือโบโนโบ ลงิ พันธ์นุ ี้นา่ สนใจมากเพราะเปน็ ลิงท่มี ีนำ้าใจต่อกัน มกี าร เอาใจเขามาใสใ่ จเรา บางทมี ากกวา่ มนษุ ยด์ ว้ ยซา้ำ อาตมา เคยอ่านเร่ืองเก่ียวกับลิงชิมแปนซีตัวหนึ่งได้รับอุบัติเหตุ แขนขาด ช่วยตัวเองไม่ได้ เวลาเจ้าหน้าท่ีมาให้อาหาร ลิงโบโนโบท่ีอยู่ท่ีนั่นด้วยจะไม่ยอมกินอาหาร ต้องให้ลิง ไม่มแี ขนกินกอ่ น มนั จงึ จะกนิ นอกจากนนี้ กั วิทยาศาสตร์ ชาวเยอรมนั คนหนึ่งยังเล่าว่า เขาเล้ยี งลิงโบโนโบท่มี ีนิสยั ทั้งดื้อท้ังซน มันชอบขึ้นบนหลังคา ส่ังให้ลงมาก็ไม่ยอม ไม่ว่าจะดุจะให้รางวัลหรือจะลงโทษอย่างไร มันก็ยังด้ือ เหมือนเดิม สุดท้ายก็ได้อุบายท่ีง่ายมาก คือเขาจะแกล้ง ทาำ เป็นรอ้ งไห้ ลงิ จะวง่ิ ลงมาจากหลงั คาเลย มากอดมาให้ กำาลังใจเขา ต้องทำาให้ลิงสงสาร มันถึงว่ิงลงมา ฉะน้ัน ดูเหมือนลิงก็มีคุณธรรมได้เหมือนกันนะ ก็น่าจะเป็นส่ิง ทลี่ ิงไดท้ าำ บญุ และไดบ้ ุญนะ 87
๒๕. หนูอยากถามว่าต้องทำ�อย่างไรเจ้าคะ จึงจะ ได้เกดิ มาเป็นคนอีก? 88
ตอบ ข้นั ตำ่าสดุ นั้นต้องถือศีล ๕ เปน็ ประจาำ จึงจะม่นั ใจได้ ศลี ๕ จงึ เป็นเหตเุ ป็นปัจจยั สาำ คัญ การศึกษาปฏิบัติธรรม และการทำาบุญในพระพุทธศาสนาทำาให้มีความผูกพัน กบั พทุ ธศาสนา และมโี อกาสทจ่ี ะเกดิ เปน็ มนษุ ยใ์ นตระกลู ที่นับถือพุทธศาสนาต่อไป ฉะนั้นคุณงามความดีท่ัวไป โดยเฉพาะในระดับศีลธรรม จะเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดเป็น มนุษย์ ความผูกพันกับพุทธศาสนาในชาตินี้จะเป็นตัว นาำ ไปสคู่ วามผูกพนั ในชาตติ อ่ ไป 89
๒๖. หนอู ยากถามว่า ทำ�ไมผีบางตนยังไมไ่ ปสสู่ คุ ติ เจา้ คะและทำ� ไมบางตนตอ้ งคอยตามคนบางคน ไปทุกท่ีด้วย แล้วผีมีเฉพาะกลางคืนหรือเปล่า เจ้าคะ หรือว่าผีออกเฉพาะตอนตีสามอย่างท่ี เขาว่า? 90
ตอบ ถ้าพูดโดยทวั่ ไป ถ้ามจี ริง ถา้ เปน็ อย่างนั้นจริง มนั ก็ เป็นผลของความยดึ มัน่ ถือมั่นวา่ เสยี ดาย ยงั ไม่อยากไป ยังยึดติดอยู่ในวัตถุสิ่งของหรือตัวบุคคล เป็นต้น จนอาจจะเป็นอุปสรรคทำาให้ไม่เดินทางต่อไป ดังน้ัน ในวาระสุดท้ายของชีวิต ผู้เป็นลูกเป็นหลานต้องคอย ให้สตวิ า่ ไม่ตอ้ งเป็นห่วงลกู หลาน ตอ้ งปล่อยวาง เร่อื งนัน้ อย่าไปคิดอย่าเป็นห่วง คือต้องการให้ผู้ที่จะล่วงลับไป ไดป้ ลอ่ ยวางความวติ กกงั วลและความเปน็ หว่ ง เพอื่ จะได้ เดนิ ทางตอ่ ไปสชู่ าตหิ นา้ ไดด้ ี ฉะนน้ั ถา้ มผี อี ยา่ งทว่ี า่ กเ็ ปน็ ผลของความยึดม่ันถือม่ัน ความยึดติด แต่เร่ืองผีมีตอน กลางคืนกลางวัน มีตอนตีสามตีสี่ อาตมาตอบไม่ได้ เพราะไมม่ ขี อ้ มลู แตข่ อแนะนาำ วา่ อยา่ ไปดลู ะคร ฟงั นทิ าน มากเกินไป แต่ถึงจะมี เราก็เป็นเพ่ือนกัน เป็นเพ่ือน เกิด แก่ เจ็บ ตาย เราก็แผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ไปไหนกป็ ลอดภัย 91
๒๗. หนูอยากรู้ว่า ถ้าเผลอบ่นหรือด่าว่าทำ�ให้ คนอ่ืนเสียใจบ่อยๆ จะต้องทำ�อย่างไรเจ้าคะ จึงจะชำ�ระบาปได้ และควรทำ�อย่างไรท่ีจะไม่ เผลอพดู ออกมาอกี และคนทช่ี อบดา่ วา่ คนอน่ื บอ่ ยๆ เขาจะเปน็ อย่างไร? 92
ตอบ เร่ืองการชำาระบาป ขั้นตอนแรก คือยอมรับว่า ทำาบาป ไม่อา้ งนั่นอา้ งน่ี ยอมรบั เลยว่าเป็นบาป ไม่ปิดบงั อาำ พราง สารภาพ และทีส่ ำาคญั ทส่ี ุดคือ ตัง้ ใจว่าจะไม่ทำา อย่างนั้นอีกต่อไป นี่คือการชำาระบาปในทางพุทธศาสนา แตก่ ารจะปอ้ งกนั ไมใ่ หพ้ ดู อยา่ งนนั้ อกี ตอ่ ไป เราตอ้ งเจรญิ สติให้ดี ถ้าสติไม่มีกำาลัง พอมีอารมณ์มันก็พูดไปตาม อารมณ์ พูดไปแล้วจึงรู้ตัว การฝึกสติก็เพื่อให้เรารู้ตัว ทันเหตุการณ์ทันปัญหาในขณะที่กำาลังมีกิเลส ส่วนคนท่ี ชอบด่าว่าคนอ่ืนบ่อยๆ ผลกรรมท่ีเห็นได้ชัด คือไม่มีใคร อยากเขา้ ใกล้ เขาจะมเี พื่อนนอ้ ย ถ้าเปน็ ผู้ใหญ่ ลูกหลาน ก็ไม่ค่อยอยากจะไปเย่ียมเท่าไหร่ ไปก็เพราะว่าเป็น หนา้ ที่ แต่ไม่มีความสขุ เพราะไม่มใี ครชอบ 93
๒๘. ผมอยากรวู้ ่า ทำอยา่ งไรถงึ จะเลิกทะเลาะกบั น้อง ได้? เพราะผมพยายามหาวิธีแต่ก็ยังหาวิธีไม่ได้ สกั ทีครับ 94
ตอบ กลบั มาพดู เรอื่ งสตอิ กี ที คอื เราตอ้ งตงั้ สตใิ หด้ ี เราจะ ต้ังสตไิ ด้ ถา้ เราฝึกสติบอ่ ยๆ สติจงึ จะมีกำาลัง ถา้ เราไม่ทำา สมาธิ ไม่ฝึกสติเป็นทางการบ่อยๆ ก็ไม่แปลกใจว่าเรา จะอดไม่ได้ สมมติว่าน่ีเป็นของหนัก เราจะยกข้ึนแต่ยก ไม่ไหวเพราะมันหนัก เราจะทำาอย่างไร ก็ต้องออกกำาลัง กายให้แข็งแรงพอท่ีจะยกของน้ันขึ้นมาได้ ไม่ใช่ว่า นกึ อยากจะยก มนั กจ็ ะยกขน้ึ มาได้ มนั อยทู่ กี่ าำ ลงั ถา้ กาำ ลงั ไม่พอกย็ กไมข่ ้นึ ถา้ กำาลงั สติไมพ่ อ มันก็งดหรืออดไมไ่ ด้ แล้วต้องถามน้องด้วยว่า น้องพอใจท่ีจะทะเลาะ กับพ่ีหรือไม่ น้องชอบการทะเลาะกันหรือไม่ หรือว่าน้อง ก็อยากจะเลิกเหมือนกัน เพราะถ้าเราอยากเลิกคนเดียว มนั จะยาก แตถ่ า้ ทงั้ สองคนตา่ งคนตา่ งอยากเลกิ กช็ ว่ ยกนั มันก็ง่ายขึน้ อยากใหเ้ ราสงั เกตว่า มีเวลาไหน หรอื โอกาส ไหนที่จะทะเลาะกันมากที่สุด สมมติว่าเป็นเวลาหลัง ทานข้าวหรือก่อนนอนที่จะชอบทะเลาะกัน ก็ให้ต้ังเป็น เป้าเลยว่า วันนี้ตอนอยู่ด้วยกันก่อนนอนจะต้องไม่ ทะเลาะกัน ให้ตั้งอกต้ังใจเป็นพิเศษ เหมือนกับเป็นเกม ทตี่ อ้ งทา้ ทายตวั เอง แตอ่ ยากจะใหป้ รกึ ษากบั นอ้ งดว้ ยวา่ พี่อยากจะเลิกทะเลาะกับน้อง เราจะช่วยกันดีหรือไม่ จะทำาอย่างไร เวลามอี ารมณเ์ ราจะได้ไมต่ ้องทะเลาะกนั 95
๒๙. หนสู งสยั วา่ เดก็ ธรรมดาๆ คือด้อื บ้าง เชื่อฟงั บ้าง แต่ก็พยายามทำ�ตัวดี ถ้าตายตอนนี้ จะข้ึนสวรรคห์ รือตกนรกเจา้ คะ? 96
ตอบ อันนี้ตอบไม่ได้ เพราะว่ามันข้ึนอยู่กับชาติก่อนด้วย แต่ว่าชาติน้ีถ้าไม่ได้ทำาความชั่วร้ายอะไรมากก็คงไม่ ตกนรกหรอก แลว้ กไ็ มใ่ ชว่ า่ จะตอ้ งเลอื กระหวา่ งขนึ้ สวรรค์ กับตกนรก จะเกิดเป็นมนุษย์ก็ได้ เทวดาก็ได้ แต่ถ้ามี เจตนาหรือว่าพยายามทำาตัวดี ตัวความพยายามตัวน้ัน แหละ จะเป็นปัจจัยนำาไปสู่ภพชาติที่ดี ผู้ที่จะตกต่ำา คือผู้ท่ีไม่ยอมรับเร่ืองบุญเร่ืองบาป ยินดีหรือมีความสุข ในการเบียดเบียน มีความสุขในการทำาบาปกรรม แต่ถ้า เราพยายามทำาความดี พยายามทำาตัวดี แต่มีผิดพลาด บ้าง มีดื้อบ้าง น่ันก็ไม่เป็นไร เพราะแนวทางของเราดี เพยี งแตว่ ่าเราเดินไม่สมำา่ เสมอเท่านนั้ เอง 97
๓๐. หนูอยากรู้ว่าถ้าคิดไม่ดีกับคุณพ่อคุณแม่ เราควรทำ�อยา่ งไรดีเจา้ คะ? 98
ตอบ ขอให้ทราบว่าทุกคนเคยคิดไม่ดีกับคุณพ่อคุณแม่ ไม่มีใครหรอกท่ีไม่เคยคิดไม่ดี แต่สำาคัญท่ีว่า เราจะคิด ต่อหรือไม่ ความคิดมีสองอย่าง คือความคิดท่ีผุดข้ึนมา และเมื่อรู้ตัวแล้วก็ปล่อยมันไป ความคิดอย่างนี้ไม่เป็น บาปเป็นกรรม เราห้ามไม่อยู่หรอก แต่ท่ีเราควรจะระวัง คือ เม่ือความคิดผุดขึ้นมาแล้ว เราก็คิดต่อๆๆๆ ไปอีก ทำาเรื่องเล็กให้เป็นเร่ืองใหญ่ อย่างน้ีเป็นบาป ฉะนั้น ต้องพยายามไม่ให้เป็นเช่นนั้น บางทีเราน้อยใจ เสียใจ หรือไม่พอใจบ้าง ความคิดความรู้สึกมันเกิดข้ึนของ มันเอง พอรู้ตัวว่าความคิดอย่างน้ีไม่ดี ไม่คิดต่อดีกว่า ก็ให้ปล่อยวาง น่ีคือวิธีการท่ีเราควรทำา แต่เราอย่าไป คิดวา่ เราเป็นเดก็ ไม่ดี เปน็ ลูกไมด่ ี เพราะคดิ ไมด่ ีกบั คุณ พอ่ คณุ แม่ ความคดิ มนั เกดิ ข้นึ ได้เหมือนกับเราเปิดประตู เราไม่รู้ว่าใครจะเดินเข้ามา คนดีก็เดินเข้ามาได้ คนชั่ว ก็เดินเข้ามาได้ จิตใจของเราก็เหมือนกัน อารมณ์ใดๆ ก็เข้ามาได้ท้ังน้ัน สำาคัญแต่ว่าเรายินดีต้อนรับหรือไม่ ถา้ เราไม่ยินดตี ้อนรับ มันก็อยไู่ มน่ านหรอก มันก็จะไปเอง 99
๓๑. กราบนมสั การพระอาจารย์ ผมอยากทราบวา่ เมื่อพระอาจารย์รู้สึกท้อแท้ใจ หรือทำ�อะไร ไม่สำ�เร็จ พระอาจารย์มีวิธีการแก้ปัญหา อยา่ งไรครบั ? 100
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115