พุทธศาสน์ หรือ ไสยศาสตร์ ทางเลอื กทย่ี ่ังยืนของคนยคุ ใหม่ : 43 สมาธิ ฝึกจิตในระดับสูง ในชั้นสมถะมานานแล้วอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ความเเปลกประหลาด ความอัศจรรย์ต่าง ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา การปฏิเสธว่าส่ิงเหล่านี้ไม่มีจริงก็คง ไมม่ ผี ล ประเดน็ ท่ีสำคัญของเราไมใ่ ช่วา่ มจี ริงหรอื ไม่จรงิ เทวดามจี รงิ หรอื เปลา่ ผมี จี รงิ หรอื เปลา่ อทิ ธฤิ ทธป์ิ าฏหิ ารยิ ์ มีจริงหรือเปล่า เร่ืองน้ันไม่สำคัญเท่ากับการกำนดว่า ท่าทีต่อส่ิงท้ังหลายท่ีเรามองไม่เห็นควรจะเป็นอย่างไร ท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์บรรยายและสอนเร่ืองน้ี บ่อย ๆ เรื่องเทวดาตามหลักพุทธศาสนา เราไม่เคย ปฏิเสธเทวดา ผู้ท่ีปฏิบัติดี แม้กระทั่งในสมัยปัจจุบันนี้จำนวนไม่ น้อยทีท่ า่ นส ามารถเห็นและเราก ไ็ มไ่ ดป้ ฏิเสธเรื่องน ้ี แ ตม่ ัน สำคญั ท วี่ า่ เราม องเทวดาอ ยา่ งไรเราค วรจ ะม คี วามส มั พนั ธ์ กบั เทวดาอ ยา่ งไรม นั ถ งึ จ ะถ กู ต อ้ งต ามห ลกั พ ทุ ธศ าสนาก าร ยอมรบั ว า่ เทวดาม จี รงิ อ นั น ชี้ าวพ ทุ ธก เ็ ชอ่ื ผ ทู้ นี่ บั ถอื ศ าสนา พราหมณ์ศ าสนาผ ีเชือ่ กันห มดอนั นอ้ี ยู่ด้วยกันได้แ ต่ทาง ศาสนาพ ราหมณต์ อ้ งบ ูชายัญข อนั่นขอน่ี เสียส ่วนใหญ่ แ ตพ่ ทุ ธเราถ อื วา่ เทวดาเปน็ ผ ใู้ หญ่ เปน็ ผ อู้ าวโุ ส เราก็แสดงความเคารพ แม้แต่นักการเมืองท่ีทุจริต เราก็ยังไหว้ ทำไมเราจะไหว้เทวดาไม่ได้ เราไหว้ได้
44 : ศาสตรไ์ หนสันติ ๘ แน่นอนถ อื ว่าเปน็ ผ ู้ใหญ่ แต่วา่ เราไมไ่ ดข้ ออ ะไรจ าก ทา่ นห รอกม นั เสยี ศ กั ดศิ์ รเี ราท เี่ กดิ เปน็ ม นษุ ยเ์ ปน็ ช าว พทุ ธท ท่ี า่ นอ ธบิ ายเรอื่ งจ ตคุ ามรามเทพก เ็ ปน็ เทพท เี่ ชื่อว ่า ดูแลพระบรมธ าตุที่น ครศรีธรรมราช ถ า้ เราไปด งู านส วนส นามแ ลว้ เราไปแสดงความ เคารพอ งครกั ษ์แ ตไ่ ม่ไดเ้ คารพพระเจา้ อยูห่ ัวจ ะถูก ตอ้ งห รอื อ งครกั ษจ์ ะม อี ะไรศ กั ดส์ิ ทิ ธแิ์ คไ่ หนก เ็ ปน็ ผ ู้ ดแู ลเฉยๆในก รณนี เ้ี ราก ถ็ อื วา่ ผ ทู้ ค่ี วรแ กค่ วามเคารพ คือพระเจ้าอยู่หัว ทำนองเดียวกัน ผู้ท่ีเราควรทำความ เคารพคอื พระพุทธเจา้ พ ระบรมธ าตุ แตส่ ำหรับผทู้ ีม่ าชว่ ย ดแู ลเราก ข็ อบคณุ ข อบคุณท่มี าดแู ลเราก็ใหเ้ กยี รติอ ยู่แต่ ไม่ได้ถือว่าเป็นส่ิงสูงสุด เราถือว่าความศักด์ิสิทธ์ิที่แท้จริง อยู่ท ี่จิตใจท ี่บริสุทธิ์ท ี่ป ราศจากกิเลส เราทกุ คนไม่ว่าเป็นพระเปน็ โยมเราเป็นพุทธแ ล้วก ็ ตอ้ งพ ยายามท ำใหส้ ง่ิ ท ไี่ มด่ ใี นช วี ติ เราใหม้ นี อ้ ยล งส งิ่ ท ดี่ ใี ห้ มเี พมิ่ ม ากข นึ้ ช ำระจ ติ ใจข องต นใหบ้ รสิ ทุ ธิ์ ศ กึ ษาค ำส ง่ั ส อน ของพระพุทธเจ้าเพ่ือพัฒนาชีวิต เชื่อม่ันในศักยภาพของ มนษุ ยท์ จี่ ะพ น้ ท กุ ข์ ท จ่ี ะเขา้ ถ งึ ค วามส ขุ ท แ่ี ทจ้ รงิ ถ อื วา่ ค วาม เพยี รพ ยายามเชน่ น ี้ เปน็ ส ง่ิ ท ที่ ำใหช้ วี ติ ข องเราม คี วามห มาย มแี กน่ ส ารเมอื่ เราไดเ้ รยี นรจู้ ากธ รรมชาติ ด ตู วั เอง บอ่ ยๆ เรา
พุทธศาสน์ หรอื ไสยศาสตร์ ทางเลือกทยี่ ัง่ ยนื ของคนยุคใหม่ : 45 ก็จะเริม่ เหน็ ว า่ สง่ิ ทง้ั ห ลายมันเกดิ ข้นึ มนั ตั้งอยู่ ดับไปต าม เหตุ ต ามป ัจจัยแลว้ เราจ ะป ลอดภัยเราจะมีค วามสขุ เม่ือเราสามารถกำหนดเหตุปัจจัยต่าง ๆและปฏิบัติ ถูกต้องต่อเหตุปัจจัยต่าง ๆ สมมติว่าเรามีอะไรที่เกิดข้ึน ในชีวิตซึ่งเป็นสิ่งไม่ดี เราก็ดูว่ามันเกิดจากอะไร ส่วนใดท่ี เราแก้ได้ เราก็แก้ไป ส่วนใดที่เราแก้ไม่ได้เราก็อดทน สำหรับอนาคตก็เช่นเดียวกัน เรารับผิดชอบในส่วนที่ เราทำได้ และปล่อยวางในสิ่งท่ีเราทำไม่ได้ เม่ือเราทำ อย่างนี้ บางครั้งอาจจะไม่ทันใจ คิดว่าถ้าไปทำพิธีกรรม บูชายัญอะไร มันจะได้ผลเร็ว ในบางครั้งบางคราวอาจ จะเป็นได้ อาจจ ะว เิ คราะหว์ า่ เปน็ เพราะพ ิธกี รรมหรอื เพราะ โดยบ งั เอญิ อันน ้ีก ็พดู ย ากเพราะเราร ู้ได้วา่ สิง่ ท ี่มพี ลังมาก ในชีวิตค นเราคือกำลังใ จ ขอยกตัวอย่างเช่น ยารักษาโรค หรือว่าเวลาเขา ทดลองยา บางทีเขาต้องให้ยาที่ต้องการจะทดลองกับ คนไข้กลุ่มหนึ่ง อีกกลุ่มหนึ่งให้ยาท่ีไม่มีอะไร พวกท่ีทาน ยาท่ีไม่มีอะไรแล้วหาย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ทานอะไรเลย แต่เชื่อว่ายาท่ีกินเป็นยาที่ดี แสดง ว่าแค่ความเช่ือในตัวยาก็ทำงานแทนยาได้ในบางเร่ือง สำหรับคนบางคน เมื่อเราเช่ือในพิธีกรรม เชื่อในความ
46 : ศาสตร์ไหนสนั ติ ๘ ศ กั ดสิ์ ทิ ธขิ์ องส งิ่ น แี้ ลว้ ถ า้ จ ะม อี ะไรด ขี นึ้ ม นั ไมไ่ ดด้ ขี นึ้ เพราะ สิ่งศักด์ิสิทธิ์ หรือส่ิงท่ีเช่ือเสมอไป มันดีข้ึนเพราะตัวความ เชอื่ ต วั ค วามเชอ่ื เองม ผี ลไมใ่ ชส่ ง่ิ ท เี่ ชอ่ื ใชห่ รอื ไมก่ ต็ อ้ งล อง ดูในแงน่ ้ตี วั ค วามเชือ่ ก เ็ ปน็ ประโยชน์ ถ้าเราใช้พิธีกรรมบางอย่างเพ่ือระดมความเช่ือ ให้มี ความเช่อื ม นั่ มันก ม็ ผี ลดี แต่ในร ะยะย าวเราจะแ ก้ปัญหา ด้วยปัญญา คือการใช้พิธีกรรม ใช้หลักไสยศาสตร์ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ในบางเรื่องเท่าน้ัน ไม่ใช่ทุกเร่ือง แต่เหตุให้เกิดปัญหามันก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม เม่ือปัญหา ข อ้ น ดี้ บั ไปห ายไปแ ลว้ ก ม็ ปี ญั หาใหม่ ต อ้ งไปแกป้ ญั หาใหม่ เพราะว่าตราบใดที่เรายังมีตัวผลิตปัญหาภายในจิตใจ คือ ตวั อวชิ ชาตัวตัณหามนั กไ็ มจ่ บส ักที เรื่องการวิเคราะห์ว่า ส่ิงศักดิ์สิทธิ์ ส่ิงลี้ลับ มีผล จริงหรือไม่ ไม่ต้องตกลง หรือตัดสินว่าใช่หรือไม่ใช่ อาจ จะมีส่วนหนึ่ง ก็ไม่ใช่ว่าเร่ืองเหลวไหลท้ังหมด ไม่ใช่ว่า ต้องปฏิเสธว่าเหลวไหล มันจึงจะอยู่ห่างไกล เราอาจจะ ยอมรับว่า ส่ิงลี้ลับ อาจจะมีผลดีก็ได้ อาจจะมีพลังอะไร สักอย่าง ท่านปลุกเสกมันมีพลัง เราไม่ปฏิเสธ แต่ใน ระยะยาว ส่งิ ท่ีเราต้องรักษา คือ สัมมาทิฏฐิของเรา การท่ีเรามีอุดมการณ์ มีความสามารถ ความชำนิ
พุทธศาสน์ หรือ ไสยศาสตร์ ทางเลือกที่ยัง่ ยืนของคนยคุ ใหม่ : 47 ชำนาญในการสู้ปัญหาท่ีเกิดข้ึน คือเป็นการสร้าง ความร สู้ กึ ว า่ เราเปน็ ค นท ส่ี ปู้ ญั หาได้ เปน็ ค นไมพ่ า่ ยแ พ้ ม อี ะไรจ ะต อ้ งแ กใ้ หไ้ ด้ ช นะใหไ้ ด้ ค วามร สู้ กึ น จ้ี ะเกดิ ข น้ึ จากการพยายามจ ดั การกบั ป ญั หาตวั เองอ ยรู่ ำ่ ไป แต่เมื่อใดก็ตามเราเร่ิมเกิดความคิดว่า บางเรื่องเรา ก็สู้เอง บางเรื่องไปขอส่ิงศักด์ิสิทธิ์มาช่วย ขอส่ิงศักด์ิสิทธ์ิ มาห้อยคอ กำลังใจก็จะไม่ม่ันคงสักที เราต้องการจิตใจที่ มั่นคงท เ่ี ขม้ แขง็ ค วามม่ันคงความเขม้ แขง็ เกิดจ ากอะไร เกิดจากการกระท ำเกดิ จากก ารพยายามใช้หลกั ศ ีลสมาธิ ปัญญา มาช่วย ศีลคือการท่ีเรากำหนดกรอบของการ กระทำของตัวเอง ด้วยความสมัครใจ ด้วยปัญญา และ สำรวมกาย วาจา ภายในกรอบที่เรากำหนดไว้สำหรับ ตวั เองเกดิ ค วามเชื่อมนั่ ว่าเป็นผทู้ เี่ป็นตัวของต ัวเอง ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ชักชวนและยั่ว ยุให้ทำความไม่ดี เราก็รับผิดชอบตัวเองได้ เราสำรวม ได้ อันนี้ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีมาก อย่างนี้ก็คือ ความมั่นคงทางอารมณ์ความรู้สึก เราต้องมียุทธศาสตร์ ยุทธวิธีในการบริหารอารมณ์ตัวเอง โดยเฉพาะความ โกรธ ความอิจฉา พยาบาท ความคิดก้าวร้าว ความ ซึมเศร้า ความท้อแท้ใจ พวกนี้ที่ก่อกวนจิตใจอยู่ตลอด
48 : ศาสตร์ไหนสนั ติ ๘ เวลา ยิ่งดูยิ่งเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ เรายิ่งจะเห็นว่า ถึงแม้ว่าได้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้เช่าสมเด็จองค์นั้น องค์นี้ ก็ไม่มี ผลต่ออ ารมณ์ความรู้สึก ลองดูว่าได้สิ่งศักด์ิสิทธ์ิมาครอบครองเป็นของ ตัวเอง แล้วทำให้ความอิจฉา พยาบาท ความโกรธ ความ โมโหนสิ ัยไม่ดตี า่ ง ๆห ายไปหรือไม่เหมือนเดมิ ใช่ไหมอาจ จะม คี วามส บายใจว า่ ท ำความไมด่ ี แ ลว้ ค งไมเ่ ปน็ ท กุ ขม์ ากค ง ไม่มีใครลงโทษเรา แต่มันก็ไม่เสมอไป บางทีได้ผลร้ายด้วย ซำ้ ไปได้ข องศ ักดสิ์ ิทธ์ิเครือ่ งรางข องขลังม าถือวา่ ปลอดภยั แลว้ ก ป็ ระมาทท ำบาปก รรมไม่ได้กลวั ผ ลท จ่ี ะเกดิ ขน้ึ อันน ี้ก็ เป็นการทำร้ายต ัวเอง บางทีพวกโจรผู้ร้ายได้เครื่องรางของขลัง ทำให้เขา ประมาทมาก อาตมามีเพื่อนแต่ก่อนอยู่ปักษ์ใต้เล่าให้ฟัง มีคนหนึ่งเป็นโจรมีชื่อเสียงในท้องถิ่น ถูกตำรวจยิง ๓-๔ ครั้ง แต่ไม่เข้า เขาก็ยิ่งเอาใหญ่ เชื่อมั่นในตัวเองมาก จน กระทั่งต ำรวจจ ับเขาได้แ ล้วก ็ถ ูกจ ับก ดน ้ำก ดน ้ำตายเพราะ เครื่องรางข องขลังกันได้แต่ก ระสุนแ ต่ก ันน ้ำไม่ได้ ถ้าเราหวังพึ่งสิ่งนอกตัวเรา ก็แก้ได้ในส่วนหนึ่ง ใน บางเรื่อง แต่กฎแห่งก รรมก ็ม ีอ ยู่เหมือนเดิม ถ ึงเวลาก็ต้อง รับผลกรรม เราเชื่อในกฎแห่งกรรม จะทำให้ความคิดที่จะ
ถาม - ตอบ : 49 วิ่งไปหาส ิ่งน อกต ัวม าปลอบใจม าท ำให้ส บายใจก ็จ ะม ีน ้อย ลง คิดว่าถึงจะได้ประโยชน์ในทันทีแต่ก็เป็นการชั่วคราว ประโยชน์ที่แท้จ ริงที่ยั่งยืนส ำหรับตัวเองแ ละค นร อบข ้าง จะเกิดจากการร ับผ ิดชอบกายวาจาใจของตัวเองฝึกให้มี สติร ู้จักป ล่อยว างอ ารมณ์ท ี่ไม่ด ีแ ละก ็ม ีย ุทธศาสตร์ย ุทธวิธี ในการส่งเสริมสิ่งดีงามในจิตใจอ าจจะเป็นค วามละอายต ่อ บาปค วามเกรงก ลัวต ่อบาปความอ ดทนค วามข ยันค วาม เข้มแ ข็งค วามเมตตาความก รุณาเป็นต้นโดยเฉพาะอ ย่าง ยิ่งให้เราได้สัมผัสส ันติภาพภายใน ถ า้ เราไมเ่ คยไดส้ มั ผสั ไมเ่ คยเขา้ ถ งึ ค วามส งบภ ายในเรา จะอ า่ นคำว ่า“ การศึกษาเพ่ือสันติภาพ”ม ันก็ยงั ไมซ่ งึ้ เพราะ ไมร่ วู้ า่ ส นั ตภิ าพท แี่ ทจ้ รงิ เปน็ อ ยา่ งไรอ าจจ ะเขา้ ใจว า่ ส นั ตภิ าพ คือไม่มีส งครามไมม่ ีการฆ่ากนั ไม่มกี ารรบราฆ ่าฟันก นั ค ือ สนั ตภิ าพส นั ตภิ าพท แ่ี ทจ้ รงิ เราแ ตล่ ะค นส ามารถส มั ผสั ได้ ด ว้ ยการฝกึ จติ ใจให้ปลอ่ ยวางส่ิงเหลวไหลทง้ั หลาย มตี ัวร ู้ เรยี กว า่ ผ ้รู ู้ ผ ู้ต่ืน ผ ู้เบิกบานภ ายใน น คี่ ือค วาม สงบ นีค่ ือส ันติภาพ เมอ่ื เราเหน็ ค วามง ดงามค วามเลศิ ค วามป ระเสรฐิ ค วาม สงบภ ายในจ ติ ใจเหน็ ว า่ ส มก บั ท พ่ี ระพทุ ธอ งคท์ รงบ ญั ญตั ไิ วว้ า่ เปน็ ค วามส ขุ อ ยา่ งย ง่ิ แ ลว้ ก เ็ รม่ิ ม คี วามพ ยายามท จ่ี ะเสรมิ ส รา้ ง
50 : ศาสตรไ์ หนสันติ ๘ สนั ตภิ าพในครอบครวั ในช มุ ชนในสงั คมทเ่ี ราอยอู่ าศยั แต่ ถา้ เราย งั ไมร่ คู้ วามห มายย งั ไมเ่ ขา้ ถงึ ตวั สนั ตภิ าพนจ่ี ะยาก ขอกล่าวถึงสันติภาพอีกข้อหนึ่งคือว่า สันติภาพไม่ ได้อยู่โดดเด่ียว สันติภาพอยู่กับคุณธรรมอีก ๒ ข้อ คือ ปัญญา กับความเมตตากรุณา ต้องอยู่ด้วยกัน ต้องการสันติภาพคือต้องหวังดีต่อคนรอบข้างทุกๆ คน ไม่เลือกท ่ีรกั มักที่ชัง ท ุกคนส มควรท ่จี ะร ับความ รัก ความหวังดีจากเรา อันนี้จะเป็นการละลายการ แบ่งแยก ว่าเรา ว่าเขา เม่ือเรามีความหวังดีต่อคน ทุกคน หวังดีต่อครอบครัว ชุมชน สังคม ต่อโลก แล้ว ต้องมีปัญญาในการกระทำท่ีจะเสริมสร้าง อุดมการณ์ ถ้ามีอุดมการณ์อย่างเดียว แต่ไม่มี ปัญญาในเรื่องวิธีการ ในเร่ืองเทคนิค มันก็ไม่ได้ผล และผู้ที่จะใช้ปัญญาเพื่อสร้างส่ิงท่ีเป็นประโยชน์ต่อ คนอื่น ภายในจิตใจของเขาจะต้องรู้จักความสงบ ได้ เพราะถ้าคิดจะทำความดี แต่จิตใจฟุ้งซ่านจะ ขาดความรอบคอบ สุดท้ายก็จะหมดกำลัง ฉะนั้น ประโยชนต์ นป ระโยชนท์ ่านต ้องไปด ้วยกัน ขอสรุปว่า ทุกวันนี้พุทธศาสนา และรวมถึงสถาบัน สงฆ์ ขาดการศึกษาท่ีถูกต้อง พระเราเองก็ขาดการศึกษา
พทุ ธศาสน์ หรอื ไสยศาสตร์ ทางเลือกทยี่ ง่ั ยืนของคนยคุ ใหม่ : 51 ตัวเองก็ไม่ได้เข้าถึงแก่นแท้ของพุทธศาสนาเท่าท่ีควร เมื่อพระซึ่งเป็นผู้นำสังคมพุทธยังเข้าไม่ถึงหลัก เราก็ ไมส่ ามารถจ ะเผยแผ่ จ ะส อ่ื สารใหค้ นท วั่ ไปไดท้ ราบคฤหสั ถ์ ท่ัวไปกย็ งั ไมค่ อ่ ยจะชัดเจนวา่ การเป็นพทุ ธคอื อะไรม ีหนา้ ที่อย่างไร ควรจะมีการกระทำอย่างไร การเป็นพุทธควร จะปรากฏในวิถีชีวิตอย่างไร มันก็มัว ๆ ไปหมด ก็เอาแต่ กิจกรรมบางอ ย่างเช่นเร่ืองก ารใสบ่ าตรเรอื่ งการข อศ ลี ข อ ธรรมการทอดกฐนิ แ ละอ ะไรท ่ีเปน็ เปลอื กของศาสนา ศาสนาของเรา ต้องเริ่มต้นด้วยความเพียร พยายามที่จะละสิ่งที่ไม่ดีในชีวิต บำเพ็ญสิ่งที่ดี ชำระจ ิตใจข องต นให้บ ริสุทธิ์โดยใช้ห ลักค ำส ั่งส อน ของพระพุทธเจ้าเป็นแผนที่เป็นวิธีการ ต้องถือว่า พุทธศาสนาเป็นระบบการศึกษาที่สมบูรณ์ที่สุด ที่ เคยปรากฏอยู่ในโลกมนุษย์ เราเป็นผู้ที่มีบุญอย่าง ยิ่งท ี่เกิดในเมืองพ ุทธท ี่ส ามารถศ ึกษาปฏิบัติค ำสั่ง สอนของพระพุทธเจ้าได้อย่างง่าย ทุกวันนี้ หนังสือ ซีดีมีม ากมายเรื่องร ายการวิทยุรายการทีวีค นท ี่ส นใจ จะศึกษา จะปฏิบัติธรรม ได้เปรียบคนในสมัยโบราณ อย่างม ากโอกาสม อี ยู่เพียงแ ตว่ ่าเราต ้องเห็นค วามส ำคัญ ต้องม ีฉ ันทะค วามส นใจท ี่จ ะได้ร ับป ระโยชน์จ ากพ ระพุทธ
52 : ศาสตรไ์ หนสนั ติ ๘ ศาสนาและที่จะส ร้างป ระโยชน์ให้ก ับพระพุทธศาสนา ก ารท เี่ ราจ ะม ชี วี ติ ท เ่ี ราภ าคภ มู ใิ จได้ ต อ้ งถ ามต วั เองว า่ เราป ระกอบอ าชพี ป ระสบค วามส ำเรจ็ ท างโลก มเี งนิ ม ที องม ตี ำแหนง่ ม ลี าภม ยี ศม สี รรเสรญิ ม สี ขุ ม นั จะต อบส นองค วามต อ้ งการอ นั แ ทจ้ รงิ ในจ ติ ใจข องเรา ได้จริงหรือไม่ หรือเป็นแค่ส่วนประกอบ อาตมาเห็น ว่า เป็นแค่ส่วนประกอบเท่าน้ันเอง แต่สิ่งท่ีจะสามารถ ตอบความต้องการอันแท้จริงของจิตใจน่ี เราจะได้รับจาก พ ระพุทธศาสนา เมื่อเรามั่นคงต่อพระพุทธศาสนาเข้าใจหลักพระ พุทธศาสนาได้ดีขึ้น เข้าใจเรื่องกฎตายตัวของธรรมชาติ เข้าใจเรื่องกายเรื่องใจข องต ัวเองได้ม ากข ึ้นคือมีค วาม รู้ ความเข้าใจในธรรมชาติมากขึ้น ความเชื่อถือ ความ หลงง มงายในส ิ่งอ ื่น ๆจะค ่อยๆห ายของมันไปเองแ ต่ใน ระหว่างน ีเ้ราก ต็ ้องส ร้างอ ุดมการณใ์นก ารเป็นท ีพ่ ึ่งข องต น และก ารเข้าถ ึงห ลักพ ระพุทธศ าสนาใหด้ ีแ ละโดยส ังเกตต ัว เองว่า เมื่อเราหวังพึ่งสิ่งนอกตัวเรา เป็นการเบียดเบียน จิตใจของตัวเอง ทำให้เราอ่อนแอ ทำให้เราไม่ก้าวหน้า ในธรรมเท่าที่ควร วันน ี้ก็คงได้แสดงธรรมพอส มควร
ถาม - ตอบ : 53 ถาม-ต อบ พิธีกร : พิธีกรรมต่าง ๆ เช่นการไหว้บรรพบุรุษ การสะเดาะเคราะห์ถือว่าเป็นส่วนหน่งึ ของพุทธศาสน์ หรือ ไสยศาสตร์ โปรดช แ้ี นะเพอ่ื แกค้ วามสบั สนดว้ ยครบั พ ระชยสาโร : อนั นี้ก ็เข้าใจค วามสบั สนเพราะว่า ผู้ที่แนะนำ และผู้ท่ีนำในพิธีกรรมอย่างนี้ หลายครั้งก็เป็น พระส งฆเ์ องท ำใหญ้ าตโิ ยมก ค็ งต อ้ งส บั สน ในเมอ่ื พ ระส งฆ์ เป็นผู้นำหรือว่าผู้แนะนำในพิธีกรรมดังกล่าว อาตมาก็ไม่ อยากจ ะพ ดู ซ ำ้ ท พี่ ดู ก อ่ นห นา้ น ้ี แ ตว่ า่ ข อใหเ้ ราไดท้ ราบห ลกั การง า่ ย ๆท่พี ระพุทธองค์ทรงบัญญตั ิไว้ในสักก ปัญหสูตร ในทีฆนิกาย เป็นโอกาสที่พระอินทร์มาสนทนาธรรม ถาม พระพทุ ธอ งคห์ ลายๆค ำถามท ส่ี ำคญั ก ถ็ ามว า่ ในเหตกุ ารณ์ ตา่ งๆน ่ี เราค วรจ ะเกยี่ วขอ้ งห รอื ไมเ่ กยี่ วขอ้ งอ ยา่ งไรจ ะเปน็ เรอ่ื งพ ธิ กี รรมก ด็ ี เรอื่ งก ารจ ะค บบ คุ คลก ด็ ี ก ารท จี่ ะไปอ ยกู่ บั กลมุ่ น น้ั ก ลมุ่ น ก้ี ด็ ี อ ะไรท จ่ี ะต อ้ งต ดั สนิ ว า่ ค วรไมค่ วรอ ยา่ งไร เรามหี ลกั การอะไรไหมท ่จี ะช ว่ ย พ ระพทุ ธอ งคต์ รสั ไวว้ า่ เกย่ี วขอ้ งก บั ส ง่ิ ใดบ คุ คล ใดเหตุการณ์ใดอ ะไรกแ็ ลว้ แ ต่ต ้องดใู จต อ้ งดกู ุศล ธรรมอ กศุ ลธ รรมท อี่ ยใู่ นใจถ า้ ก ศุ ลธ รรมส ง่ิ ท ด่ี เี พมิ่
54 : ศาสตรไ์ หนสนั ติ ๘ ข้นึ อกุศลธ รรมน ้อยลงใช้ได้ถา้ อ กุศลธรรมเพิ่มข น้ึ กศุ ลธรรมน อ้ ยลงก ็อย่าไปย งุ่ ดีกวา่ ก ุศลธ รรมอ กุศล ธรรม เราก็ต้องฝึกให้ดูในใจตัวเอง เอาง่ายสุดว่า มันรู้สึก สะอาดรู้สึกส กปรกร ู้สึกผ่องใสหรือร ู้สึกข ุ่นมัวเพิ่มความ ละอายต ่อค วามเกรงก ลัวต ่อบ าปศ ีลค วามส งบภ ายในจ ิตใจ สัมมาทิฏฐิที่อยู่ในใจหรือว่าทำให้เราประมาท ทำให้เรา ตห่ลางงใๆหเลพทิ่มำมใาหกเ้ขราึ้นฟอุ้งซัน่านนี้เปว ุ่น็นวหาลยักททำี่เใรหาจเ้ระาใสชับ้กสับนททุกำๆใหเรก้ื่อิเงลส เมื่อเราประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ต้องถามตัวเองว่า ทำเพื่ออ ะไรท ำท ำไมจ ิตใจข องเราในข ณะท ี่ค ิดจ ะท ำม ันอ ยู่ ในสภาพเช่นไร พิธีกรรมนั้นจะขัดกับหลักคำสอนของ พระพุทธเจ้าหรือไม่เช่นความเชื่อในเรื่องของก รรมหรือการ กระท ำเปน็ ตน้ เราก ต็ อ้ งม หี ลกั ข องเราห ลกั พ จิ ารณาข องเราท ี่ ไปไหนต ิดตัวไปด ้วยไม่ใช่ว ่าม ันจ ะม ีส ูตรต ายตัวว ่าน ั่นไม่ใช่ นี่ไมใ่ ช่แ ตเ่ ราก ต็ ้องพ ยายามส รา้ งห ลักภายในจ ิตใจของตวั เอง พธิ กี ร: นมสั การถ ามต อ่ เนอื่ งข อรบั การใชห้ ลกั ของเหตุ ผลใช้ความสบายกาย สบายใจ เป็นที่ตั้ง อันนี้จะใช่หรือไม่ ขอรับ พระชยสาโร :ก็ไม่ใช่ ไม่เสมอไปนะว่าสบายใจ ถ้าคนมีมิจฉาทิฏฐิก็อาจจะทำส่ิงท่ีไม่ถูก แล้วสบายใจได้
ถาม - ตอบ : 55 เหมือนกัน เพราะความสบายใจเป็นผลที่มีความคิดเห็น ความเชื่อถือเป็นปัจจัย ก็อยู่ท่ีสัมมาทิฐิ อยู่ท่ีเราเรียนรู้คำ สอนข องพระพทุ ธเจา้ ไปด้วย เราจงึ จะไดว้ ดั จึงจะเปรยี บ เทียบได้แต่ไม่ใช่เรื่องจะไปเชื่ออย่างเดียว พระพุทธ ศาสนาต้องการให้เราเห็นความสำคัญของการฝึกให้ เกดิ ค วามร ู้ ค วามเขา้ ใจท เี่ ราจ ะไปใชเ้ ปน็ ห ลกั ต ดั สนิ สง่ิ ตา่ งๆทเี่กดิ ข ้ึนไมใ่ ชว่ า่ เชอื่ ในพระพทุ ธ พระธรรม พระส งฆ์ เปน็ อ ันจบคอื มันก ็ต้องมกี ารพฒั นาตัวเอง ด้วยต อนน ี้เราอ ยู่ในส ภาพท ี่ยังไม่ค ่อยร ู้ว ่าอะไรเป็นอะไร แล้วก ็เห็นว ่าน ั่นเป็นป ัญหาไหมท ำอย่างไรเราจ ึงจ ะมีห ลัก อันนี้ก็ควรจะนำไปสู่การศึกษา และปฏิบัติตามคำสอน พระพุทธเจ้า พธิ ีกร : การนิมนต์พระมาบ้านหรือสถานท่ีทำงาน เพื่อจุดประสงค์ปัดรังควาน หรือไล่ผี เป็นพุทธศาสน์ หรอื ไสยศาสตร์ พระชยสาโร : อันนี้เป็นคำถามท่ีน่าสนใจ เพราะ ว่าวิชาอาคมบางอย่าง อาจจะไปใช้ในทางท่ีเป็นประโยชน์ หรอื ไมข่ ัดก ับห ลักพ ุทธศ าสนาก ็ได้ถ ้าห ากว่าพ ระส งฆ์บ าง ท่านฝึกวิชาอย่างนี้ เรื่องการไล่ผี ถ้าเราถือว่าผีไม่มีจริง
56 : ศาสตร์ไหนสันติ ๘ หรอกมันเป็นเรื่องอ ุปาทานว ิธีก ารไล่ผีก ็เป็นเรื่องง มงาย ไปแต่ถ้าว่าผีมีจริงเราก็มีว ิชาบางอ ย่างม ันก ็ช ่วยได้ม ัน ก็แล้วแต่เจตนา อาตมาจะไม่ปฏิเสธเรื่องนี้เหมือนกับ เรื่องที่ส่งเสริมให้หลงงมงายบางเรื่อง นี่ถ้าสมมติว่ามีผี สมมติอย่างน ี้ก็ได้สมมติว ่าม ีผีแล้วชาติก ่อนเป็นมนุษย์ ที่น ับถือพุทธศาสนาแ ล้วก ็ไปร บกวนช าวบ ้านถ ้าเห็นพ ระ มาส วดก ็คงเกรงใจพระเพราะเคยเป็นพ ุทธม าก ่อนอย่าง นี้ส วดได้ พิธีกร : ท่านอาจารย์กล่าวว่าเมตตาที่ต้องการส่ิง ตอบแทนนน้ั ย งั ไมเ่ ปน็ เมตตาค อื ม นั ย งั เปน็ ค วามรกั ทเ่ี ปน็ สมุทัยน ั้นห มายความว ่าอ ย่างไรครับ พระชยสาโร : เมตตา คือความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ไม่ต้องการอะไรเป็นเคร่ืองตอบแทน มันก็ออกจากจิตใจ ท่ีบริสุทธิ์ ไม่ใช้ส่ิงปรุงแต่ง เหมือนกับต้นมะม่วงที่ไม่ต้อง ไปคิดอะไรมากที่จะผลิตมะม่วงให้ใคร มันเป็นธรรมชาติ ของต ้นมะมว่ งถงึ เวลามะม่วงก็เกดิ ข ้ึนใคร ๆก็กนิ ไดไ้ ม่ว า่ เมตตาก เ็ ปน็ เชน่ น นั้ ท นี ถ้ี า้ เรารกั เพราะห วงั ห วงั ว า่ เขาจ ะรกั เราห รือหวงั ว า่ เขาจะเอาใจเราหรือหวังว่าอ ะไรม ันก ็เป็น ข้อบกพร่องของมัน เป็นความรักก็จริง แต่มันเป็นความ
ถาม - ตอบ : 57 รักที่ม ีข ้อบกพร่องอยู่ พุทธศาสนาบอกว่า ตราบใดที่ความรู้สึกยังมีความ อยาก ยังมีความต้องการ ยังมีความรู้สึกว่าพร่อง ว่า ขาด อันน้ันจะเป็นความรู้สึกท่ีนำไปส่ทู ุกข์ในระดับใด ระดับหนึ่ง ต่อเมื่อมีความรักในระดับหนึ่ง ความรักที่ยัง มีเงาตามตัว หรือมีข้อบกพร่อง เราก็พยายามจะขัดเกลา ในความรักนั้น ให้มันมีลักษณะของเมตตาท่ีไม่ต้องการ เงอ่ื นไขเพิ่มม ากข น้ึ ก ็เป็นข ้อส งั เกตว า่ ความรักม เี งอื่ นไข มาก ก็นำไปสู่ทุกข์มาก ความรักที่มีเงื่อนไขน้อยก็ ทกุ ขน์ ้อยความร ักท่ีไม่มเี งือ่ นไขน ี่จะไมท่ ุกข์เลย พิธีกร :ท ำไมพ ระส งฆ์ถ งึ ไดส้ ักย นั ต์ให้กบั ประชาช น ทง้ั ๆท ่เี ป็นพ ธิ กี รรมทางไสยศาสตร์ แ ละการกระท ำอ ย่างน ้ี พระส งฆ์ผดิ ศ ีลห รือไม่ พระชยสาโร : ถ้าหากว่าพระสงฆ์นำญาติโยม ไปในการกระทำอันใด หรือพิธีกรรมอันใด ท่ีขัดกับหลัก พุทธศาสนาด้วยหวังเอกลาภ ท่านเรียกว่า มิจฉาชีพ ถือวา่ ในเรอ่ื งน ัน้ เปน็ มจิ ฉาชีพของพ ระมี๒ อ ย่างคือ ๑. ต้องมีการทำในส่ิงที่ผิดหลักพุทธศาสนา หรือส่งเสริม ใหช้ าวบ้านง มงายแ ละ
58 : ศาสตรไ์ หนสันติ ๘ ๒.มเี จตนาเจตนาท ่มี ีกิเลสอ ย่างเชน่ ตอ้ งการเอกล าภค อื ถา้ พ ระส งฆท์ า่ นเองท า่ นเชอื่ ในเรอ่ื งน ้ี ท า่ นก ห็ ลงบ าปกรรม ก็ไม่หนักเท่ากับที่ท่านทำเพ่ือต้องการผลประโยชน์ ต้อง วเิ คราะห์เปน็ เรอื่ งๆไป พิธีกร : ม นุษย์เอาพลังออกม าใชจ้ ริง ๆเพยี งแค่๑ เปอร์เซ็นต์จรงิ หรอื เปลา่ ค ะแล้วความเช่อื ของแตล่ ะบ คุ คล ที่ว่ามีอิทธิพลต่อร่างกาย คือ พลังท่ีมนุษย์ดึงออกมาใช้ หรอื เปลา่ พระชยสาโร : เร่ือง ๑ เปอร์เซ็นต์ ก่ีเปอร์เซ็นต์ อาตมาไมท่ ราบเรอ่ื งน น้ั แ ตค่ ดิ ว า่ ค นเราม พี ลงั ในต วั เองเกนิ กวา่ ท ่ีเราท ราบทเ่ี รายังเข้าไม่ถ งึ ต วั อยา่ งง า่ ยๆคนท คี่ ิดจะ แสวงหาผลประโยชน์ส่วนต ัวจ ะท ำประโยชนข์ องค นอ น่ื ไม่ คอ่ ยจ ะได้ แ ต่ถา้ คนท่ีไมห่ วังส่ิงต อบแทนอ ยา่ งที่พูดเมื่อก ้ีนี้ ก็ม ีพลงั ชว่ ยค นอ่นื มากเพราะไม่มีเง่อื นไขในเมอื่ ม ีเงือ่ นไข อยา่ งเชน่ ท ำแ ล้วเขาตอ้ งยกยอ่ งทำแลว้ เขาต อ้ งสรรเสริญ ทำแ ล้วเขาต ้องเคารพทำแล้วเขาตอ้ งยอมรบั ก ต็ ้องทำให้ สม่ำเสมอ พลังในการทำงานจะน้อย ถ้ากิเลสน้อยลงพลัง มันม ากข ึ้นอ ันน ี้ก ็เป็นแ ง่หนึ่งมุมห นึ่ง จ ติ ใจท พี่ น้ จ ากก เิ ลสต า่ งๆโดยเฉพาะก เิ ลสท เี่ ราเรยี ก
ถาม - ตอบ : 59 ว่าน ิวรณ์ค วามใครใ่นก ามค วามพ ยาบาทค วามง ่วงเหงา หาวนอนความฟุ้งซ่านความล ังเลส งสัยจ ะเป็นจิตใจท ี่ม ี พลังม ากส ว่างไสวมีกำลังเหมือนกับเราเคยรู้จักแต่แ สง เล็กๆน ้อยๆด วงเล็กๆน ้อยๆเมื่อได้เห็นพ ลังพ ระอาทิตย์ เปรียบเทียบแ ล้วม ันค นละเรื่องก ันจ ติ ใจข องเราท กุ ว นั น ี้ ไมม่ ีพลังเพราะพลงั ม ันร ั่วไหลออกไปท างตาห ูจ มูก ล้นิ กายไปสนใจวุ่นวายก บั ส่ิงท ี่เหลวไหลมากเกนิ ไป เราด ูได้ว ่าค นห นึ่งส มมติว ่าเกิดม ีค วามท ุกข์ม ากๆอ ย่าง เชน่ อกหกั หรอื ว า่ ค ดิ มากนัง่ ค ดิ ท ัง้ ว นั พอต อนเยน็ ก เ็ หนือ่ ย หมดแรงเลย ทั้ง ๆ ที่นั่งละเมออยู่ทั้งวัน อาจจะเหนื่อย มากกว่าค นท ี่ออกไปว ิ่งมาราธอนก ็ได้เพราะค วามค ิดม ัน เผาผลาญแคลอรีมากหากค ิดน้อยลงก็ไม่ใช่ว ่าไม่ให้ค ิด เลยแ ตเ่ราไมค่ ิดในเรื่องท ี่ว กว นในเรื่องท ี่ไม่เกิดป ระโยชน์ ก็จ ะมีการเผาผ ลาญแ คลอรีน ้อยลงม ีพ ลังม ากข ึ้น พิธกี ร:ค รบั นมสั การข อบคุณพ ระอาจารยค์ รบั การ แสดงปาฐกถาธ รรมในช ดุ ก ารศ กึ ษาเพอื่ ส นั ตภิ าพ พระธ รรม ปฎิ ก (ป .อ.ปย ตุ โฺ ต)ค รง้ั ท ี่๗ ในห วั ขอ้ เรอื่ ง“พ ทุ ธศ าสน์ ห รอื ไสยศาสตร์ ท างเลือกท ีย่ ั่งยืนข องค นไทยในสังคมย ุคใหม่” ก็ได้พ อส มควรแ ก่เวลาน ะค รับ เราได้ม ีค ำถาม ถ ามพ ระ
60 : ศาสตร์ไหนสนั ติ ๘ อาจารย์ แ ลว้ กไ็ ดร้ บั คำต อบค่อนข ้างจะช ัดเจนสำหรบั ท กุ คนน ะค รับ ทุกคนค งจะม ีค วามซ าบซึ้งในพ ระพุทธศาสนา มากขึ้นนะครับ ในโอกาสนี้จะขอกราบเรียนเชิญท่าน ประธานม ูลนิธิการศ ึกษาเพื่อส ันติภาพ ท่านอาจ ารย์ นิเชต สุนทรพ ิทักษ์ ได้กราบถวายเครื่องบ ูชา เป็นการ กราบขอบพระคุณในโอกาสที่ท่านพ ระอาจารย์ช ยส าโรได้ กรุณาสละเวลามาแสดงปาฐกถาธรรมในเวลานี้นะครับ พิธีกร : ในช่วงสุดท้ายน้ีจะขอกราบเรียนเชิญ ทา่ นอาจารย์ด ร.น เิ ชต ท า่ นกรณุ ากลา่ วปดิ การแสดงปาฐกถา ธรรมก ราบเรยี นเชญิ ท า่ นค รบั ด ร.น เิชตส นุ ทรพ ทิ ักษ์ :ผ มต อ้ งขอกราบนมสั การ ขอบพระคุณท ่านพ ระอ าจารย์ช ยส าโรภ ิกขุเป็นอ ย่างส ูงไว้ ในโอกาสน ี้แ ละต ้องข อบค ุณท ุกๆท ่านท ีร่ ่วมเข้าม าฟ ังก าร บรรยายธรรมวันนี้ ซ ึ่งผมค ิดว ่าเป็นอ าหารใจที่หาค่ามิได้ ผมไม่อาจจะสรุปอะไรได้ แต่อยากจะเรียนว่า เมื่อเราฟัง จบแ ล้วน ี่เราก ส็ ามารถก ำหนดท ่าทขี องเราต ่อป ัญหาต่างๆ รอบข้างเราได้ชัดเจนข้ึน และก็ประเด็นหน่ึงท่ีน่าสนใจ ทที่ า่ นพ ระเดชพ ระคณุ ไดพ้ ดู ไวก้ ค็ อื ศ าสนาพ ทุ ธน นั้ เปน็ ม ติ ร กับทุกศ าสนาก ับทุกส ถานการณ์แ ม้กระทั่งกับผีเราก็เป็น
ถาม - ตอบ : 61 มติ รได้ ก บั พ ราหมณเ์ ราก เ็ ปน็ ม ติ รได้ เพราะฉ ะนัน้ ท า่ ทตี วั น ี้ เป็นท ่าทีที่ม ีค ุณค่าอย่างยิ่งแ ล้วก ็หลายอย่างที่ท ่านได้พูด ไปน ั้นก เ็ป็นส ิ่งท ีป่ ระทับใจเหลือเกินแ ละอ ันส ุดท้ายท ีต่ อบ คำถามก็ค ือว ่ากิเลสน้อยม ีพ ลังมาก เพราะฉะนั้นถ ้าเราล ดกิเลสท ี่ท่านพูดถ ึงโลภะโทสะ โมหะ ไม่ได้อยู่ในชาติใด ศาสนาใดเท่านั้น แต่มันเป็นสิ่ง ที่เกดิ ขน้ึ กบั มนษุ ยท์ กุ คนเพราะถา้ เราลดตวั นไ้ี ด้ พลงั ตา่ ง ๆ ก็จะแข็งแรงขึ้น ถ้าลดนิวรณ์ต่าง ๆ ลงไป ความเข้มแข็ง ทางจิตก็จะเกิดขึ้น นำไปสู่การรักษาโรคภัยต่าง ๆ ให้กับ ตนเองให้กับป ัญหาต ่าง ๆท ี่เราต ้องพบต ้องเยียวยา ขอใหท้ กุ ท า่ นท ีม่ าร ว่ มฟ ังว นั น จี้ งเจรญิ ในธ รรมย ิง่ ข ึน้ มคี วามช ดั เจนในธ รรมะข องพ ระพทุ ธเจา้ ท จี่ ะส ามารถน ำไป สกู่ ารแ กป้ ญั หาส มก บั ท พี่ ระเดชพ ระคณุ ท า่ นบ อกไวว้ า่ โชค ดที เี่ ราเกดิ ในย คุ ท มี่ พี ทุ ธศ าสนาเปน็ เครือ่ งส อ่ งท างก ค็ วรจ ะ ใช้ธรรมะในพุทธศาสนานั้น ให้เป็นประโยชน์กับชีวิตของ ตนเองอ ย่างคุ้มค ่าที่สุดที่ได้ม ีบุญที่เกิดมา ขอถือโอกาสนี้ ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง และขอปิด การบ รรยายธ รรมในวันนี้นะค รับขอบพระคุณค รับ
ชยสาโร ภิกขุ นา ม เด มิ ฌอน ชเิ วอร์ตนั (Sh aun Chiv erton) พ.ศ.๒๕๐ ๑ เกิด ท ี่ประ เท ศอังกฤ ษ พ.ศ.๒๕๒๑ ได ้พบกบั พร ะอาจารยส์ เุ ม โธ (พระราชสุเมธาจารย์ วัดอมราวดี ประเทศองั กฤษ) ทวี่ ิหารแฮมสเตด ประเทศองั กฤษ ถอื เพศเปน็ อนาคารกิ (ปะขาว) อยกู่ บั พระอาจารย์สเุ มโธ ๑ พรรษา แลว้ เดนิ ทางมายงั ประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดหนองป่าพง จังหวดั อบุ ลราชธานี พ.ศ. ๒๕๒๓ อปุ สมบทเปน็ พระภกิ ษุ ทวี่ ดั หนองปา่ พง โดยมี พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) เปน็ พระอุปชั ฌาย์ พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๔ รกั ษาการเจา้ อาวาส วดั ปา่ นานาชาติ จงั หวดั อุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๔๕ - ปัจจุบนั พำนกั ณ สถานพำนักสงฆ์ จงั หวดั นครราชสีมา
มูลนิธิปัญญาประทปี คว า ม เปน็ มา มูลนิธิปัญญาประทีป จัดต้ังโดยคณะผู้บริหารโรงเรียนทอสี ด้วยความร่วมมือ จากคณะครู ผู้ปกครองและญาติโยมซ่ึงเป็นลูกศิษย์พระอาจารย์ชยสาโร กระทรวงมหาดไทย อนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอย่างเป็นทางการ เลขท่ีทะเบียน กท. ๑๔๐๕ ต้ังแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒ ๕๕๑ ว ตั ถุประส งค์ ๑) สนับสนุนก ารพัฒนาสถาบ ันก ารศึกษาวิถ ีพุทธที่มีระบบไตร สิกขาข องพระพ ุทธ ศาส นาเป็นห ลัก ๒) เผยแผห่ ลัก ธรรมคำสอ นผา่ นการจัดการฝึกอบรม และปฏบิ ตั ิธรรม และการเผยแผ่ ส่อื ธรรมะรูปแบบตา่ งๆ โดยแจกเป็นธรรมทาน ๓) เพม่ิ พนู ความเขา้ ใจในเรอ่ื งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งมนษุ ย์ และสง่ิ แวดลอ้ ม สนบั สนนุ การพัฒนาทย่ี ่งั ยืน และส่งเสรมิ การดำเนินชีวติ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๔) ร่วมมือกบั องค์กรการกศุ ลอน่ื ๆ เพอื่ ดำเนนิ กจิ การท่เี ปน็ สาธารณประโยชน์ คณะทปี่ รกึ ษา พระอาจารยช์ ยสาโรเปน็ องคป์ ระธานทป่ี รกึ ษา โดยมคี ณะทปี่ รกึ ษาเปน็ ผทู้ รงคณุ วฒุ ใิ น สาขาตา่ งๆ อาทิ ดา้ นนเิ วศวทิ ยา พลงั งานทดแทน สง่ิ แวดลอ้ ม เกษตรอนิ ทรยี ์ เทคโนโลยสี ารสนเทศ วทิ ยาศาสตร์สุขภาพ การเงิน กฎหมาย การสื่อสาร การละคร ดนตรี วฒั นธรรม ศลิ ปกรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ คณะกรรมการบรหิ าร มลู นธิ ฯิ ไดร้ บั เกยี รตจิ ากรองศาสตราจารยน์ ายแพทยป์ รดี า ทศั นประดษิ ฐ เปน็ ประธาน คณะกรรมการบริหาร และมีคุณบุบผาสวัสดิ์ รัชชตาตะนันท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนทอสีเป็น เลขาธกิ ารฯ ก ารด ำเนินก าร • มลู นธิ ฯิ เป็นผ้จู ัดตัง้ โรงเรียนมธั ยมปัญญาประทปี ในรูปแบบโรงเรยี นบม่ เพาะชวี ิต เพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ด้านการศึกษาวิถีพุทธ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ข้างต้น โรงเรียนนี้ตั้งอยูท่ ่ี บา้ นหนองนอ้ ย อำเภอปากช่อง จงั หวัดนครราชสีมา • มลู นธิ ฯิ รว่ มมอื กบั โรงเรยี นทอสี ในการผลติ และเผยแผส่ อ่ื ธรรมะ แจกเปน็ ธรรมทาน โดยในสว่ นของโรงเรยี นทอสีฯ ได้ดำเนนิ การต่อเนอ่ื งตงั้ แต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๕
Search