Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ศาสตร์ไหนสันติ

ศาสตร์ไหนสันติ

Description: ศาสตร์ไหนสันติ

Search

Read the Text Version

พุทธศาสน์ หรือ ไสยศาสตร์ ทางเลอื กทย่ี ่ังยืนของคนยคุ ใหม่ : 43 สมาธิ ฝึกจิตในระดับสูง ในชั้นสมถะมานานแล้วอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ความเเปลกประหลาด ความอัศจรรย์ต่าง ๆ​ เกิดขึ้นตลอดเวลา การปฏิเสธว่าส่ิงเหล่านี้ไม่มีจริงก็คง ไมม่ ผี ล ประเดน็ ท่ีสำคัญของเราไมใ่ ช่วา่ มจี ริงหรอื ไม่จรงิ เทวดามจี รงิ หรอื เปลา่ ผมี จี รงิ หรอื เปลา่ อทิ ธฤิ ทธป์ิ าฏหิ ารยิ ์ มีจริงหรือเปล่า เร่ืองน้ันไม่สำคัญเท่ากับการกำนดว่า ท่าทีต่อส่ิงท้ังหลายท่ีเรามองไม่เห็นควรจะเป็นอย่างไร ท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์บรรยายและสอนเร่ืองน้ี บ่อย ๆ​ เรื่องเทวดาตามหลักพุทธศาสนา เราไม่เคย ปฏิเสธเทวดา ​ผู้​ท่ี​ปฏิบัติ​ดี​ ​แม้​กระทั่ง​ใน​สมัย​ปัจจุบัน​นี้​จำนวน​ไม่​ น้อย​ทีท่​ า่ นส​ ามารถเ​ห็น​​และ​เราก​ ​ไ็ มไ​่ ดป้​ ฏิเสธ​เรื่องน​ ้​ี แ​ ตม​่ ัน​ สำคญั ท​ ว​ี่ า่ เ​ราม​ องเ​ทวดาอ​ ยา่ งไร​เ​ราค​ วรจ​ ะม​ ค​ี วามส​ มั พนั ธ​์ กบั เ​ทวดาอ​ ยา่ งไร​ม​ นั ถ​ งึ จ​ ะถ​ กู ต​ อ้ งต​ ามห​ ลกั พ​ ทุ ธศ​ าสนา​ก​ าร​ ยอมรบั ว​ า่ เ​ทวดาม​ จ​ี รงิ ​อ​ นั น​ ช​ี้ าวพ​ ทุ ธก​ เ​็ ชอ่ื ​ผ​ ท​ู้ น​ี่ บั ถอื ศ​ าสนา​ พราหมณ์​ศ​ าสนาผ​ ี​​เชือ่ ​กันห​ มด​​อนั ​นอ้​ี ย​ู่ด้วย​กัน​ได้​แ​ ต่​ทาง​ ศาสนาพ​ ราหมณ​ต์ อ้ งบ​ ูชายัญ​ข​ อ​นั่น​​ขอ​น​่ี ​เสียส​ ่วน​ใหญ​่ ​ แ​ ตพ​่ ทุ ธเ​ราถ​ อื วา่ เ​ทวดาเ​ปน็ ผ​ ใู้ หญ​่ เ​ปน็ ผ​ อ​ู้ าวโุ ส​ เรา​ก็​แสดง​ความ​เคารพ​ ​แม้แต่​นักการ​เมือง​ท่ี​ทุจริต​ เรา​ก็​ยัง​ไหว้​ ​ทำไม​เรา​จะ​ไหว้​เทวดา​ไม่​ได้​ ​เรา​ไหว้​ได้​

44 : ศาสตรไ์ หนสันติ ๘ แน่นอน​ถ​ อื ว่า​เปน็ ผ​ ู้ใหญ​่ ​แต่​วา่ ​เราไ​ม​ไ่ ดข​้ ออ​ ะไรจ​ าก​ ทา่ นห​ รอก​ม​ นั เ​สยี ศ​ กั ดศิ์ รเ​ี ราท​ เ​ี่ กดิ เ​ปน็ ม​ นษุ ยเ​์ ปน็ ช​ าว​ พทุ ธ​ท​ ท​่ี า่ นอ​ ธบิ ายเ​รอื่ งจ​ ตค​ุ ามร​ามเ​ทพ​ก​ เ​็ ปน็ เ​ทพท​ เ​ี่ ชื่อว​ ่า​ ดูแล​พระบรมธ​ าตุ​ที่น​ ครศรีธรรมราช​​​ ถ​ า้ เ​ราไ​ปด​ ง​ู านส​ วนส​ นาม​แ​ ลว้ เ​ราไ​ปแสดงความ​ เคารพอ​ งครกั ษ์​แ​ ตไ​่ ม่ไ​ด​เ้ คารพ​พระเจา้ อยูห่ ัว​จ​ ะ​ถูก​ ตอ้ งห​ รอื ​อ​ งครกั ษจ​์ ะม​ อ​ี ะไรศ​ กั ดส์ิ ทิ ธแ​ิ์ คไ​่ หน​ก​ เ​็ ปน็ ผ​ ​ู้ ดแู ลเ​ฉยๆ​ใ​นก​ รณน​ี เ​้ี ราก​ ถ​็ อื วา่ ผ​ ท​ู้ ค​่ี วรแ​ กค​่ วามเ​คารพ​ คือ​พระเจ้าอยู่หัว​ ​ทำนอง​เดียวกัน​ ​ผู้​ท่ี​เรา​ควร​ทำความ​ เคารพ​​คอื ​​พระพุทธเจา้ ​พ​ ระบรมธ​ าต​ุ ​แตส​่ ำหรับ​ผท​ู้ ีม่ า​ชว่ ย​ ดแู ล​​เราก​ ข​็ อบคณุ ​ข​ อบคุณ​ท่มี า​ดแู ล​​เรา​ก​็ใหเ​้ กยี รติอ​ ย่​ูแต่​ ไม่​ได้​ถือว่า​เป็น​ส่ิง​สูงสุด​ ​เรา​ถือว่า​ความ​ศักด์ิสิทธ์ิ​ที่แท้​จริง​ อยู่ท​ ี่​จิตใจท​ ี่​บริสุทธิ์​​ท​ ี่ป​ ราศจาก​กิเลส​​ ​​เรา​ทกุ ​คนไ​ม​่ว่าเ​ป็น​พระ​​เปน็ ​โยม​เ​รา​เป็น​พุทธแ​ ล้ว​ก​ ็​ ตอ้ งพ​ ยายามท​ ำใหส​้ ง่ิ ท​ ไ​ี่ มด​่ ใ​ี นช​ วี ติ เ​ราใ​หม​้ น​ี อ้ ยล​ ง​ส​ งิ่ ท​ ด​ี่ ใ​ี ห​้ มเ​ี พมิ่ ม​ ากข​ นึ้ ​ช​ ำระจ​ ติ ใจข​ องต​ นใ​หบ​้ รสิ ทุ ธ​ิ์ ศ​ กึ ษาค​ ำส​ ง่ั ส​ อน​ ของ​พระพุทธเจ้า​เพ่ือ​พัฒนา​ชีวิต​ ​เชื่อ​ม่ัน​ใน​ศักยภาพ​ของ​ มนษุ ยท​์ จ​ี่ ะพ​ น้ ท​ กุ ข​์ ท​ จ​่ี ะเ​ขา้ ถ​ งึ ค​ วามส​ ขุ ท​ แ่ี ทจ​้ รงิ ​ถ​ อื วา่ ค​ วาม​ เพยี รพ​ ยายามเ​ชน่ น​ ​ี้ เ​ปน็ ส​ ง่ิ ท​ ท​ี่ ำใหช​้ วี ติ ข​ องเ​ราม​ ค​ี วามห​ มาย​ มแ​ี กน่ ส​ ารเ​มอื่ เ​ราไ​ดเ​้ รยี นร​จ​ู้ ากธ​ รรมชาต​ิ ด​ ต​ู วั เ​อง​ บอ่ ยๆ ​ เ​รา​

พุทธศาสน์ หรอื ไสยศาสตร์ ทางเลือกทยี่ ัง่ ยนื ของคนยุคใหม่ : 45 ก​็จะ​เริม่ ​เหน็ ว​ า่ ​สง่ิ ​ทง้ั ห​ ลาย​​มัน​เกดิ ​ข้นึ ​​มนั ​ตั้ง​อยู​่ ​ดับ​ไป​ต​ าม​ เหต​ุ ต​ ามป​ ัจจัย​​​แลว้ เ​ราจ​ ะป​ ลอดภัย​​​เรา​จะ​มีค​ วาม​สขุ ​​ ​เม่ือ​เรา​สามารถ​กำหนด​เหตุ​ปัจจัย​ต่าง ๆ​​และ​ปฏิบัติ​ ​ถูก​ต้อง​ต่อ​เหตุ​ปัจจัย​ต่าง ๆ​ ​สมมติ​ว่า​เรา​มี​อะไร​ที่​เกิด​ข้ึน​ ใน​ชีวิต​ซึ่ง​เป็น​สิ่ง​ไม่​ดี​ ​เรา​ก็​ดู​ว่า​มัน​เกิด​จาก​อะไร​ ​ส่วน​ใด​ท่ี​ ​เรา​แก้​ได้​ ​เรา​ก็​แก้​ไป​ ​ส่วน​ใด​ที่​เรา​แก้​ไม่​ได้​เรา​ก็​อดทน​ สำหรับ​อนาคต​ก็​เช่น​เดียวกัน​ ​เรา​รับ​ผิด​ชอบ​ใน​ส่วน​ที่​ ​เรา​ทำได้ ​และ​ปล่อย​วาง​ใน​สิ่ง​ท่ี​เรา​ทำ​ไม่​ได้​ ​เม่ือ​เรา​ทำ​ อย่าง​นี้​ ​บาง​ครั้ง​อาจ​จะ​ไม่ทัน​ใจ​ ​คิด​ว่า​ถ้า​ไป​ทำ​พิธีกรรม​ บูชายัญ​อะไร​ ​มัน​จะ​ได้​ผล​เร็ว​ ​ใน​บาง​ครั้ง​​บาง​คราว​อาจ​ ​จะ​เป็น​ได​้ ​อาจจ​ ะว​ เิ คราะหว์​ า่ ​เปน็ ​เพราะพ​ ิธกี รรม​​หรอื เ​พราะ​ โดยบ​ งั เอญิ ​​อันน​ ้ีก​ ็​พดู ย​ าก​​เพราะเ​ราร​ ู้​ได้​วา่ ​สิง่ ท​ ี่​มพี​ ลัง​มาก​ ใน​ชีวิตค​ นเ​รา​คือ​​กำลังใ​ จ​ ​ขอ​ยก​ตัวอย่าง​เช่น​ ​ยา​รักษา​โรค​ ​หรือ​ว่า​เวลา​เขา​ ทดลอง​ยา​ ​บางที​เขา​ต้อง​ให้​ยา​ที่​ต้องการ​จะ​ทดลอง​กับ​ คนไข้​กลุ่ม​หนึ่ง​ ​อีก​กลุ่ม​หนึ่ง​ให้​ยา​ท่ี​ไม่มี​อะไร​ ​พวก​ท่ี​ทาน​ ยา​ท่ี​ไม่มี​อะไร​แล้ว​หาย​ ​๒๐​ ​เปอร์เซ็นต์​ ​๓๐​ ​เปอร์เซ็นต์​ ไม่​ได้​ทาน​อะไร​เลย​ ​แต่​เชื่อ​ว่า​ยา​ท่ี​กิน​เป็น​ยา​ที่​ดี​ ​แสดง​ ว่า​แค่​ความ​เช่ือ​ใน​ตัว​ยา​ก็​ทำงาน​แทน​ยา​ได้​ใน​บาง​เร่ือง​ สำหรับ​คน​บาง​คน​ ​เมื่อ​เรา​เช่ือ​ใน​พิธีกรรม​ ​เชื่อ​ใน​ความ​

46 : ศาสตร์ไหนสนั ติ ๘ ศ​ กั ดสิ์ ทิ ธข​ิ์ องส​ งิ่ น​ แ​ี้ ลว้ ​ถ​ า้ จ​ ะม​ อ​ี ะไรด​ ข​ี นึ้ ​ม​ นั ไ​มไ​่ ดด​้ ข​ี นึ้ เ​พราะ​ สิ่ง​ศักด์ิสิทธิ์​ ​หรือ​ส่ิง​ท่ี​เช่ือ​เสมอ​ไป​ ​มันดี​ข้ึน​เพราะ​ตัว​ความ​ เชอื่ ​ต​ วั ค​ วามเ​ชอ่ื เ​องม​ ผ​ี ล​ไ​มใ่ ชส​่ ง่ิ ท​ เ​ี่ ชอ่ื ​ใ​ชห​่ รอื ไ​มก​่ ต​็ อ้ งล​ อง​ ดู​ใ​น​แงน​่ ้ตี​ วั ค​ วามเ​ชือ่ ก​ เ​็ ปน็ ​ประโยชน​์ ​ ​ถ้า​เรา​ใช้​พิธีกรรม​บาง​อย่าง​เพ่ือ​ระดม​ความ​เช่ือ​ ​ให้​มี​ ความเ​ช่อื ม​ นั่ ​​มันก​ ม็​ ​ผี ล​ด​ี ​แต่ใ​นร​ ะยะย​ าว​เ​รา​จะแ​ ก้ปัญหา ​ด้วย​ปัญญา​ ​คือ​การ​ใช้​พิธีกรรม​ ​ใช้​หลัก​ไสย​ศาสตร์​ แก้​ปัญหา​เฉพาะ​หน้า​ได้​ใน​บาง​เรื่อง​เท่าน้ัน​ ​ไม่ใช่​ทุก​เร่ือง​ แต่​เหตุ​ให้​เกิด​ปัญหา​มัน​ก็​ยัง​มี​อยู่​เหมือน​เดิม​ ​เม่ือ​ปัญหา ข​ อ้ น​ ด​ี้ บั ไ​ป​ห​ ายไ​ปแ​ ลว้ ​ก​ ม​็ ป​ี ญั หาใ​หม​่ ต​ อ้ งไปแกป้ ญั หาใหม่ เพราะ​ว่า​ตราบ​ใด​ที่​เรา​ยัง​มี​ตัว​ผลิต​ปัญหา​ภายใน​จิตใจ​ ​คือ​ ตวั ​อวชิ ชา​​ตัว​ตัณหา​​มนั ​กไ​็ ม​จ่ บส​ ัก​ที​​​ ​เรื่อง​การ​วิเคราะห์​ว่า​ ​ส่ิง​ศักดิ์สิทธิ์​ ​ส่ิง​ลี้ลับ​ ​มี​ผล​ จริง​หรือ​ไม่​ ​ไม่​ต้อง​ตกลง​ ​หรือ​ตัดสิน​ว่า​ใช่​หรือ​ไม่ใช่​ ​อาจ​ จะ​มี​ส่วน​หนึ่ง​ ​ก็​ไม่ใช่​ว่า​เร่ือง​เหลว​ไหล​ท้ังหมด​ ​ไม่ใช่​ว่า​ ต้อง​ปฏิเสธ​ว่า​เหลว​ไหล​ ​มัน​จึง​จะ​อยู่​ห่าง​ไกล​ ​เรา​อาจ​จะ​ ยอมรับ​ว่า​ ​ส่ิง​ลี้ลับ​ ​อาจ​จะ​มี​ผล​ดี​ก็ได้​ ​อาจ​จะ​มี​พลัง​อะไร​ สัก​อย่าง​ ​ท่าน​ปลุก​เสก​มัน​มี​พลัง ​เรา​ไม่​ปฏิเสธ ​แต่​ใน​ ​ระยะ​ยาว​ ​ส่งิ ​ท่​ีเรา​ต้อง​รักษา​ ​คือ​ ​สัมมา​ทิฏฐิ​ของ​เรา​​ การ​ท่ี​เรา​มี​อุดมการณ์​ ​มี​ความ​สามารถ​ ​ความ​ชำนิ​

พุทธศาสน์ หรือ ไสยศาสตร์ ทางเลือกที่ยัง่ ยืนของคนยคุ ใหม่ : 47 ​ชำนาญ​ใน​การ​สู้​ปัญหา​ท่ี​เกิด​ข้ึน​ ​คือ​เป็นการ​สร้าง​ ความร​ สู้ กึ ว​ า่ เ​ราเ​ปน็ ค​ นท​ ส​่ี ป​ู้ ญั หาไ​ด​้ เ​ปน็ ค​ นไ​มพ​่ า่ ยแ​ พ​้ ม​ อ​ี ะไรจ​ ะต​ อ้ งแ​ กใ​้ หไ​้ ด​้ ช​ นะใ​หไ​้ ด​้ ค​ วามร​ สู้ กึ น​ จ​้ี ะเ​กดิ ข​ น้ึ ​ จาก​การ​พยายามจ​ ดั การ​กบั ป​ ญั หา​ตวั เ​องอ​ ย​รู่ ำ่ ไป​​ ​แต่​เมื่อ​ใด​ก็ตาม​เรา​เร่ิม​เกิด​ความ​คิด​ว่า​ ​บาง​เรื่อง​เรา​ ก็​สู้​เอง​ ​บาง​เรื่อง​ไป​ขอ​ส่ิง​ศักด์ิสิทธิ์​มา​ช่วย​ ​ขอ​ส่ิง​ศักด์ิสิทธ์ิ​ มา​ห้อย​คอ​ ​กำลัง​ใจ​ก็​จะ​ไม่​ม่ันคง​สัก​ที​ ​เรา​ต้องการ​จิตใจ​ที่​ มั่นคง​ท​ เ​่ี ขม้ ​แขง็ ​ค​ วาม​ม่ันคง​​ความ​เขม้ ​แขง็ ​​เกิดจ​ าก​อะไร​ เกิด​จาก​การก​ระท​ ำ​​เกดิ ​จากก​ าร​พยายาม​ใ​ช้​หลกั ศ​ ีล​​สมาธิ​ ปัญญา​ ​มา​ช่วย​ ​ศีล​คือ​การ​ท่ี​เรา​กำหนด​กรอบ​ของ​การ ก​ระ​ทำ​ของ​ตัว​เอง​ ​ด้วย​ความ​สมัคร​ใจ​ ​ด้วย​ปัญญา​ ​และ​ สำรวม​กาย​ ​วาจา​ ​ภายใน​กรอบ​ที่​เรา​กำหนด​ไว้​สำหรับ ​ตวั เ​อง​เ​กดิ ค​ วามเ​ชื่อ​มนั่ ​ว่าเ​ป็น​ผทู้​ เี่​ป็น​ตัว​ของต​ ัวเ​อง​​ ​ถึง​แม้ว่า​เรา​จะ​อยู่​ใน​สิ่ง​แวดล้อม​ที่​ชักชวน​และ​ยั่ว​ ยุ​ให้​ทำความ​ไม่​ดี​ ​เรา​ก็​รับ​ผิด​ชอบ​ตัว​เอง​ได้​ ​เรา​สำรวม​ ได้​ ​อัน​นี้​ก็​จะ​ทำให้​เกิด​ความ​รู้สึก​ที่​ดี​มาก​ ​อย่าง​นี้​ก็​คือ​ ความ​มั่นคง​ทาง​อารมณ์​ความ​รู้สึก​ ​เรา​ต้อง​มี​ยุทธศาสตร์​ ยุทธวิธี​ใน​การ​บริหาร​อารมณ์​ตัว​เอง​ ​โดย​เฉพาะ​ความ​ ​โกรธ​ ​ความ​อิจฉา​ ​พยาบาท​ ​ความ​คิด​ก้าวร้าว​ ​ความ​ ซึม​เศร้า​ ​ความ​ท้อแท้​ใจ​ ​พวก​นี้​ที่​ก่อกวน​จิตใจ​อยู่​ตลอด​

48 : ศาสตร์ไหนสนั ติ ๘ ​เวลา​ ​ยิ่ง​ดู​ยิ่ง​เห็น​ความ​สำคัญ​ของ​เรื่อง​นี้​ ​เรา​ยิ่ง​จะ​เห็น​ว่า​ ​ถึง​แม้ว่า​ได้​สิ่ง​ศักดิ์สิทธิ์​​ได้​เช่า​สมเด็จ​องค์​นั้น​ ​องค์​นี้​ ​ก็​ไม่มี​ ผล​ต่ออ​ ารมณ์​​ความ​รู้สึก​​ ​ลอง​ดู​ว่า​ได้​สิ่ง​ศักด์ิสิทธ์ิ​มา​ครอบ​ครอง​เป็น​ของ​ ​ตัว​เอง​ ​แล้ว​ทำให้​ความ​อิจฉา​ ​พยาบาท​ ​ความ​โกรธ​ ​ความ​ โมโห​​นสิ ัย​ไม​่ด​ตี า่ ง ๆ​ห​ ายไ​ป​หรือไ​ม่​​เหมือน​เดมิ ​ใช่​ไหม​​อาจ​ จะม​ ค​ี วามส​ บายใจว​ า่ ท​ ำความไ​มด​่ ​ี แ​ ลว้ ค​ งไ​มเ​่ ปน็ ท​ กุ ขม​์ าก​ค​ ง​ ไม่มี​ใคร​ลงโทษ​เรา​ ​แต่​มัน​ก็​ไม่​เสมอ​ไป​ ​บางที​ได้​ผล​ร้าย​ด้วย​ ซำ้ ไ​ป​ไ​ด้ข​ องศ​ ักดสิ์ ิทธ์ิ​เ​ครือ่ งรางข​ อง​ขลังม​ า​​ถือวา่ ​ปลอดภยั ​ แลว้ ​ก​ ​ป็ ระมาทท​ ำบาปก​ รรม​​ไม​่ได​้กลวั ผ​ ลท​ ​จ่ี ะ​เกดิ ​ขน้ึ ​​อันน​ ​ี้ก​็ เป็นการ​ทำร้ายต​ ัวเ​อง​​ ​บางที​พวก​โจร​ผู้ร้าย​ได้​เครื่องราง​ของ​ขลัง​ ​ทำให้​เขา​ ประมาท​มาก​ ​อาตมา​มี​เพื่อน​แต่​ก่อน​อยู่​ปักษ์​ใต้​เล่า​ให้​ฟัง​​ มี​คน​หนึ่ง​เป็น​โจร​มีชื่อ​เสียง​ใน​ท้อง​ถิ่น​ ​ถูก​ตำรวจ​ยิง​ ​๓​-​๔​ ครั้ง แต่ไม่เข้า เขาก็ยิ่งเอาใหญ่ ​เชื่อ​มั่น​ใน​ตัว​เอง​มาก​ ​จน​ กระทั่งต​ ำรวจจ​ ับเ​ขาไ​ด้แ​ ล้ว​ก​ ็ถ​ ูกจ​ ับก​ ดน​ ้ำ​ก​ ดน​ ้ำตาย​เ​พราะ​ เครื่องรางข​ อง​ขลัง​กัน​ได้​แต่ก​ ระสุน​แ​ ต่ก​ ันน​ ้ำไ​ม่ไ​ด​้ ​ ​ถ้า​เรา​หวัง​พึ่ง​สิ่ง​นอก​ตัว​เรา​ ​ก็​แก้​ได้​ใน​ส่วน​หนึ่ง​ ​ใน​ บาง​เรื่อง​ ​แต่​กฎ​แห่งก​ รรมก​ ็ม​ ีอ​ ยู่เ​หมือน​เดิม​ ถ​ ึง​เวลา​ก็​ต้อง​ รับ​ผล​กรรม​ ​เรา​เชื่อ​ใน​กฎ​แห่ง​กรรม​ ​จะ​ทำให้​ความ​คิด​ที่​จะ​

ถาม - ตอบ : 49 วิ่ง​ไป​หาส​ ิ่งน​ อกต​ ัวม​ า​ปลอบ​ใจ​ม​ าท​ ำให้ส​ บายใจก​ ็จ​ ะม​ ีน​ ้อย​ ลง​ ​คิด​ว่า​ถึง​จะ​ได้​ประโยชน์​ใน​ทันที​แต่​ก็​เป็นการ​ชั่วคราว​​ ประโยชน์​ที่แท้จ​ ริง​​ที่​ยั่งยืน​ส​ ำหรับ​ตัว​เอง​แ​ ละค​ นร​ อบข​ ้าง​ จะ​เกิด​จาก​การร​ ับผ​ ิด​ชอบ​กาย​​วาจา​ใ​จ​​ของ​ตัวเ​อง​​ฝึกใ​ห้​มี​ สติ​ร​ ู้จักป​ ล่อยว​ างอ​ ารมณ์ท​ ี่ไ​ม่ด​ ี​แ​ ละก​ ็ม​ ีย​ ุทธศาสตร์​ย​ ุทธวิธ​ี ใน​การ​ส่งเ​สริม​สิ่ง​ดี​งาม​ใน​จิตใจ​อ​ าจ​จะ​เป็นค​ วาม​ละอายต​ ่อ​ บาป​ค​ วาม​เกรงก​ ลัวต​ ่อ​บาป​​ความอ​ ดทน​ค​ วามข​ ยัน​ค​ วาม​ เข้มแ​ ข็ง​ค​ วามเ​มตตา​​ความก​ รุณา​เ​ป็นต้น​โ​ดยเ​ฉพาะอ​ ย่าง​ ยิ่งใ​ห้เ​ราไ​ด้​สัมผัสส​ ันติภาพ​ภายใน​​ ถ​ า้ เ​ราไ​มเ​่ คยไ​ดส​้ มั ผสั ​ไ​มเ​่ คยเ​ขา้ ถ​ งึ ค​ วามส​ งบภ​ ายใน​เ​รา​ จะอ​ า่ น​คำว​ ่า​“​ ​การ​ศึกษาเ​พ่ือ​สันติภาพ​”​ม​ ัน​ก็​ยงั ​ไมซ​่ งึ้ ​​เพราะ​ ไมร่ ว​ู้ า่ ส​ นั ตภิ าพท​ แี่ ทจ​้ รงิ เ​ปน็ อ​ ยา่ งไร​อ​ าจจ​ ะเ​ขา้ ใจว​ า่ ​ส​ นั ตภิ าพ​ คือ​ไ​ม่มีส​ งคราม​ไ​มม่ ​ีการ​ฆ่า​กนั ​​ไม่มก​ี าร​รบ​ราฆ​ ่า​ฟันก​ นั ​ค​ ือ​ สนั ตภิ าพ​ส​ นั ตภิ าพท​ แ่ี ทจ​้ รงิ ​เ​ราแ​ ตล่ ะค​ นส​ ามารถส​ มั ผสั ​ ได​้ ด​ ว้ ย​การ​ฝกึ ​จติ ใจ​ให​้ปลอ่ ย​วาง​ส่ิง​เหลว​ไหล​ทง้ั ​หลาย​ มต​ี ัวร​ ู​้ ​เรยี กว​ า่ ​ ผ​ ้ร​ู ​ู้ ผ​ ู้​ต่ืน ผ​ ​ู้เบิก​บานภ​ ายใน น​ คี่​ ือค​ วาม​ สงบ ​นีค​่ ือส​ ันติภาพ​​​ เ​มอ่ื เ​ราเ​หน็ ค​ วามง​ ดงาม​ค​ วามเ​ลศิ ​ค​ วามป​ ระเสรฐิ ​ค​ วาม​ สงบภ​ ายในจ​ ติ ใจ​เ​หน็ ว​ า่ ส​ มก​ บั ท​ พ​่ี ระพทุ ธอ​ งคท​์ รงบ​ ญั ญตั ไ​ิ วว​้ า่ ​ เปน็ ค​ วามส​ ขุ อ​ ยา่ งย​ ง่ิ แ​ ลว้ ​ก​ เ​็ รม่ิ ม​ ค​ี วามพ​ ยายามท​ จ​่ี ะเ​สรมิ ส​ รา้ ง​

50 : ศาสตรไ์ หนสันติ ๘ สนั ตภิ าพใ​น​ครอบครวั ​ใ​นช​ มุ ชน​ใ​น​สงั คม​ท​เ่ี รา​อย​อู่ าศยั ​​แต​่ ถา้ เ​ราย​ งั ไ​มร่ ​คู้ วามห​ มาย​ย​ งั ​ไมเ​่ ขา้ ​ถงึ ​ตวั ​สนั ตภิ าพ​​นจ​่ี ะ​ยาก​​ ​ขอ​กล่าว​ถึง​สันติภาพ​อีก​ข้อ​หนึ่ง​คือ​ว่า​ ​สันติภาพ​ไม่​ ได้​อยู่​โดด​เด่ียว​ ​สันติภาพ​อยู่​กับ​คุณธรรม​อีก​ ​๒​ ​ข้อ​​ คือ​ ​ปัญญา​ ​กับ​ความ​เมตตา​กรุณา​ ​ต้อง​อยู่​ด้วย​กัน​​ ต้องการ​สันติภาพ​คือ​ต้อง​หวัง​ดี​ต่อ​คน​รอบ​ข้าง​ทุกๆ​​ คน​ ​ไม่เ​ลือกท​ ่ีรกั ​มัก​ที​่ชัง​ ท​ ุก​คนส​ มควรท​ ่จ​ี ะร​ ับ​ความ​ รัก​ ​ความ​หวัง​ดี​จาก​เรา​ ​อัน​นี้​จะ​เป็นการ​ละลาย​การ​ แบ่ง​แยก​ ​ว่า​เรา​ ​ว่า​เขา​ ​เม่ือ​เรา​มี​ความ​หวัง​ดี​ต่อ​คน​ ทุก​คน​ ​หวัง​ดี​ต่อ​ครอบครัว​ ​ชุมชน​ ​สังคม​ ​ต่อ​โลก​ ​แล้ว​ ​ต้อง​มี​ปัญญา​ใน​การก​ระ​ทำ​ท่ี​จะ​เสริม​สร้าง​ อุดมการณ์​ ​ถ้า​มี​อุดมการณ์​อย่าง​เดียว​ ​แต่​ไม่มี​ ปัญญา​ใน​เรื่อง​วิธี​การ​ ​ใน​เร่ือง​เทคนิค​ ​มัน​ก็​ไม่​ได้​ผล​ ​และ​ผู้​ที่​จะ​ใช้​ปัญญา​เพื่อ​สร้าง​ส่ิง​ท่ี​เป็น​ประโยชน์​ต่อ​ คน​อื่น​ ​ภายใน​จิตใจ​ของ​เขา​จะ​ต้อง​รู้จัก​ความ​สงบ​ ได้​ ​เพราะ​ถ้า​คิด​จะ​ทำความ​ดี​ ​แต่​จิตใจ​ฟุ้งซ่าน​จะ​ ขาด​ความ​รอบคอบ​ ​สุดท้าย​ก็​จะ​หมด​กำลัง​ ​ฉะนั้น​ ประโยชนต์​ น​ป​ ระโยชนท์​ ่านต​ ้องไ​ปด​ ้วย​กัน​​ ​ขอ​สรุป​ว่า​ ​ทุก​วัน​นี้​พุทธ​ศาสนา​ ​และ​รวม​ถึง​สถาบัน​ สงฆ์​ ​ขาด​การ​ศึกษา​ท่ี​ถูก​ต้อง​ ​พระ​เรา​เอง​ก็​ขาด​การ​ศึกษา​

พทุ ธศาสน์ หรอื ไสยศาสตร์ ทางเลือกทยี่ ง่ั ยืนของคนยคุ ใหม่ : 51 ตัว​เอง​ก็​ไม่​ได้​เข้า​ถึง​แก่น​แท้​ของ​พุทธ​ศาสนา​เท่า​ท​่ีควร​ ​เมื่อ​พระ​ซึ่ง​เป็น​ผู้นำ​สังคม​พุทธ​ยัง​เข้า​ไม่​ถึง​หลัก​ ​เรา​ก็​ ไ​มส​่ ามารถจ​ ะเ​ผยแผ​่ จ​ ะส​ อ่ื สารใ​หค​้ นท​ วั่ ไปไ​ดท​้ ราบ​​คฤหสั ถ​์ ท่ัวไป​กย็​ งั ​ไม​ค่ อ่ ย​จะ​ชัดเจน​วา่ ​​การเ​ป็น​พทุ ธ​คอื ​อะไร​ม​ ีหนา้ ​ ที่​อย่างไร​ ​ควร​จะ​มี​การก​ระ​ทำ​อย่างไร​ ​การ​เป็น​พุทธ​ควร​ จะ​ปรากฏ​ใน​วิถี​ชีวิต​อย่างไร​ ​มัน​ก็​มัว ๆ​ ​ไป​หมด​ ​ก็​เอาแต่​ กิจกรรม​บางอ​ ย่าง​​เช่น​​เร่ืองก​ าร​ใสบ่​ าตร​​เรอื่ ง​การข​ อศ​ ลี ​ข​ อ​ ธรรม​​การ​ทอด​กฐนิ ​แ​ ละอ​ ะไรท​ ่ี​เปน็ เ​ปลอื ก​ของ​ศาสนา​​ ​ศาสนา​ของ​เรา​ ​ต้อง​เริ่ม​ต้น​ด้วย​ความ​เพียร​ พยายาม​ที่​จะ​ละ​สิ่ง​ที่​ไม่​ดี​ใน​ชีวิต​ ​บำเพ็ญ​สิ่ง​ที่​ดี​ ชำระจ​ ิตใจข​ องต​ นใ​ห้บ​ ริสุทธิ์​โ​ดยใ​ช้ห​ ลักค​ ำส​ ั่งส​ อน​ ของ​พระพุทธเจ้า​เป็น​แผนที่​เป็น​วิธี​การ​ ต้องถือว่า พุทธศาสนาเป็นระบบการศึกษาที่สมบูรณ์ที่สุด ที่​ เคย​ปรากฏ​อยู่​ใน​โลก​มนุษย์​ ​เรา​เป็น​ผู้​ที่​มี​บุญ​อย่าง​ ยิ่งท​ ี่​เกิด​ในเ​มืองพ​ ุทธ​ท​ ี่ส​ ามารถศ​ ึกษา​​ปฏิบัติค​ ำ​สั่ง​ สอน​ของ​พระ​พุทธ​เจ้า​ได้​อย่าง​ง่าย​ ​ทุก​วัน​นี้​ ​หนังสือ​ ซีดี​​มีม​ ากมาย​​เรื่องร​ ายการ​วิทยุ​​รายการ​ทีวี​ค​ นท​ ี่ส​ นใจ​ จะ​ศึกษา​ ​จะ​ปฏิบัติ​ธรรม​ ​ได้​เปรียบ​คนใน​สมัย​โบราณ​ อย่างม​ าก​โ​อกาสม​ อี​ ยู่​เ​พียงแ​ ตว่​ ่าเ​ราต​ ้องเ​ห็นค​ วามส​ ำคัญ​ ต้องม​ ีฉ​ ันทะ​ค​ วามส​ นใจท​ ี่จ​ ะไ​ด้ร​ ับป​ ระโยชน์จ​ ากพ​ ระพุทธ​

52 : ศาสตรไ์ หนสนั ติ ๘ ศาสนา​​และ​ที่​จะส​ ร้างป​ ระโยชน์​ให้ก​ ับ​พระพุทธ​ศาสนา​​ ก​ ารท​ เ​ี่ ราจ​ ะม​ ช​ี วี ติ ท​ เ​่ี ราภ​ าคภ​ มู ใิ จไ​ด​้ ต​ อ้ งถ​ ามต​ วั ​ เองว​ า่ ​เ​ราป​ ระกอบอ​ าชพี ​ป​ ระสบค​ วามส​ ำเรจ็ ท​ างโ​ลก​ มเ​ี งนิ ​ม​ ท​ี อง​ม​ ต​ี ำแหนง่ ​ม​ ล​ี าภ​ม​ ย​ี ศ​ม​ ส​ี รรเสรญิ ​ม​ ส​ี ขุ ​ม​ นั ​ จะต​ อบส​ นองค​ วามต​ อ้ งการอ​ นั แ​ ทจ้ รงิ ใ​นจ​ ติ ใจข​ องเ​รา​ ​ได้​จริง​หรือ​ไม่​ ​หรือ​เป็น​แค่​ส่วน​ประกอบ​ ​อาตมา​เห็น​ ว่า​ ​เป็น​แค่​ส่วน​ประกอบ​เท่าน้ัน​เอง​ ​แต่​สิ่ง​ท่ี​จะ​สามารถ​ ​ตอบ​ความ​ต้องการ​อัน​แท้จริง​ของ​จิตใจ​น่ี​ ​เรา​จะ​ได้​รับ​จาก​ พ​ ระพุทธ​ศาสนา​​ ​เมื่อ​เรา​มั่นคง​ต่อ​พระพุทธ​ศาสนา​เข้าใจ​หลัก​พระ​ ​พุทธ​ศาสนา​ได้​ดี​ขึ้น​ ​เข้าใจ​เรื่อง​กฎ​ตายตัว​ของ​ธรรมชาติ​ เ​ข้าใจเ​รื่อง​กาย​เ​รื่องใ​จข​ องต​ ัวเ​อง​ได้ม​ ากข​ ึ้น​​คือ​​มีค​ วาม​ รู้​ ​ความ​เข้าใจ​ใน​ธรรมชาติ​มาก​ขึ้น​ ​ความ​เชื่อ​ถือ​ ​ความ​ หลงง​ มงาย​ในส​ ิ่งอ​ ื่น ๆ​​จะค​ ่อยๆ​ห​ าย​ของ​มันไ​ปเ​อง​แ​ ต่​ใน​ ระหว่างน​ ีเ้​ราก​ ต็​ ้องส​ ร้างอ​ ุดมการณใ์​นก​ ารเ​ป็นท​ ีพ่​ ึ่งข​ องต​ น​ และก​ ารเ​ข้าถ​ ึงห​ ลักพ​ ระพุทธศ​ าสนาใ​หด้​ ี​แ​ ละโ​ดยส​ ังเกตต​ ัว​ เอง​ว่า​ ​เมื่อ​เรา​หวัง​พึ่ง​สิ่ง​นอก​ตัว​เรา​ ​เป็นการ​เบียดเบียน​ จิตใจ​ของ​ตัว​เอง​ ​ทำให้​เรา​อ่อนแอ​ ​ทำให้​เรา​ไม่​ก้าวหน้า​ ใน​ธรรม​เท่า​ที่​ควร​​ วันน​ ี้​ก็​คงไ​ด้​แสดง​ธรรม​พอส​ มควร​

ถาม - ตอบ : 53 ถาม​-ต​ อบ พิธีกร :​ ​พิธีกรรม​ต่าง ๆ​ ​เช่น​การ​ไหว้​บรรพบุรุษ​ การ​สะเดาะ​เคราะห์ถือว่า​เป็น​ส่วน​หน่งึ ​ของ​พุทธ​ศาสน์​ ​หรือ​ ไสยศาสตร​์ โ​ปรดช​ แ้ี นะ​เพอ่ื ​แก​ค้ วาม​สบั สน​ดว้ ย​ครบั ​ ​พ ระชยสาโร : ​ อนั ​นี้ก​ ็​เข้าใจค​ วามสบั สน​​เพราะ​ว่า​ ผู้​ที่​แนะนำ​ ​และ​ผู้​ท่ี​นำใน​พิธีกรรม​อย่าง​นี้​ ​หลาย​ครั้ง​ก็​เป็น​ พระส​ งฆเ​์ อง​ท​ ำใหญ​้ าตโิ ยมก​ ค​็ งต​ อ้ งส​ บั สน ​ ใ​นเ​มอ่ื พ​ ระส​ งฆ​์ เป็น​ผู้นำ​​หรือ​ว่า​ผู้​แนะนำ​ใน​พิธีกรรม​ดัง​กล่าว​ ​อาตมา​ก็​ไม่​ อยากจ​ ะพ​ ดู ซ​ ำ้ ท​ พ​ี่ ดู ก​ อ่ นห​ นา้ น​ ​้ี แ​ ตว​่ า่ ข​ อใ​หเ​้ ราไ​ดท​้ ราบห​ ลกั ​ การง​ า่ ย ๆ​​ท​่พี ระพุทธ​องค​์ทรง​บัญญตั ิไ​ว้​ใน​สักก​ ​ปัญห​สูตร​ ใน​ทีฆ​นิกาย​ ​เป็น​โอกาส​ที่​พระอินทร์​มาส​นท​นา​ธรรม​ ​ถาม​ พระพทุ ธอ​ งคห​์ ลายๆ​ค​ ำถาม​ท​ ส​่ี ำคญั ก​ ถ​็ ามว​ า่ ​ใ​นเ​หตกุ ารณ​์ ตา่ งๆ​น​ ​่ี เ​ราค​ วรจ​ ะเ​กยี่ วขอ้ งห​ รอื ไ​มเ​่ กยี่ วขอ้ งอ​ ยา่ งไร​จ​ ะเ​ปน็ ​ เรอ่ื งพ​ ธิ กี รรมก​ ด​็ ​ี เ​รอื่ งก​ ารจ​ ะค​ บบ​ คุ คลก​ ด​็ ​ี ก​ ารท​ จ​ี่ ะไ​ปอ​ ยก​ู่ บั ​ กลมุ่ น​ น้ั ​ก​ ลมุ่ น​ ก​้ี ด​็ ​ี อ​ ะไรท​ จ​่ี ะต​ อ้ งต​ ดั สนิ ว​ า่ ค​ วรไ​มค​่ วรอ​ ยา่ งไร​ เรา​ม​หี ลกั ​การ​อะไร​ไหมท​ ​่จี ะช​ ว่ ย​​ พ​ ระพทุ ธอ​ งคต​์ รสั ไ​วว​้ า่ เ​กย่ี วขอ้ งก​ บั ส​ ง่ิ ใ​ดบ​ คุ คล​ ใด​​เหตุการณ​์ใด​อ​ ะไร​กแ​็ ลว้ แ​ ต่​ต​ ้อง​ดใู จ​ต​ อ้ ง​ด​กู ุศล​ ธรรม​อ​ กศุ ลธ​ รรม​ท​ อ​ี่ ยใ​ู่ นใ​จ​ถ​ า้ ก​ ศุ ลธ​ รรมส​ ง่ิ ท​ ด​่ี เ​ี พมิ่ ​

54 : ศาสตรไ์ หนสนั ติ ๘ ข้นึ ​​อกุศลธ​ รรมน​ ้อย​ลง​ใ​ช้ได้​​ถา้ อ​ กุศล​ธรรม​เพิ่มข​ น้ึ ​ กศุ ล​ธรรมน​ อ้ ย​ลง​​ก​ ็​อย่า​ไปย​ งุ่ ​ดี​กวา่ ​ก​ ุศลธ​ รรม​อ​ กุศล​ ธรรม​ ​เรา​ก็​ต้อง​ฝึก​ให้​ดู​ใน​ใจ​ตัว​เอง​ ​เอา​ง่าย​สุด​ว่า​ ​มัน​รู้สึก​ สะอาด​​รู้สึกส​ กปรก​ร​ ู้สึก​ผ่องใส​​หรือร​ ู้สึกข​ ุ่น​มัว​เ​พิ่ม​ความ​ ละอายต​ ่อค​ วามเ​กรงก​ ลัวต​ ่อบ​ าป​ศ​ ีล​ค​ วามส​ งบภ​ ายในจ​ ิตใจ​ สัมมา​ทิฏฐิ​ที่​อยู่​ใน​ใจ​หรือ​ว่า​ทำให้​เรา​ประมาท​ ​ทำให้​เรา​ ตห่ลางงใๆห​​เลพ​ท​ิ่มำ​มใาหกเ้​​ขราึ้นฟ​​​อุ้งซัน่า​นนี้เ​ปว​ ุ่น็นวห​าลยัก​ท​ท​ำี่เ​ใรหาจ​เ้​ระาใ​ส​ชับ้​กสับนท​​ท​ุกำๆใ​ห​เรก้​ื่อิเงล​ส​ ​ ​เมื่อ​เรา​ประกอบ​พิธีกรรม​ต่าง ๆ​ ​ต้อง​ถาม​ตัว​เอง​ว่า​ ทำเพื่ออ​ ะไร​ท​ ำท​ ำไม​จ​ ิตใจข​ องเ​ราใ​นข​ ณะท​ ี่ค​ ิดจ​ ะท​ ำ​ม​ ันอ​ ยู​่ ​ใน​สภาพ​เช่น​ไร​ ​พิธีกรรม​นั้น​จะ​ขัด​กับ​หลัก​คำ​สอน​ของ​ พระพุทธเจ้า​หรือไ​ม่​เ​ช่น​ความ​เชื่อ​ใน​เรื่อง​ของก​ รรม​​หรือ​การ กร​ะท​ ำ​เ​ปน็ ตน้ ​เ​ราก​ ต​็ อ้ งม​ ห​ี ลกั ข​ องเ​รา​ห​ ลกั พ​ จิ ารณาข​ องเ​ราท​ ​ี่ ไปไ​หนต​ ิดตัวไ​ปด​ ้วย​ไ​ม่ใช่ว​ ่าม​ ันจ​ ะม​ ีส​ ูตรต​ ายตัวว​ ่า​น​ ั่นไ​ม่ใช​่ นี่​ไมใ่ ช่​แ​ ต​เ่ ราก​ ต​็ ้องพ​ ยายามส​ รา้ งห​ ลัก​ภายในจ​ ิตใจ​ของ​ตวั เ​อง​ พธิ กี ร: นมสั การถ​ ามต​ อ่ เ​นอื่ งข​ อรบั การใชห้ ลกั ของเหต​ุ ผลใช้​ความ​สบาย​กาย​ ​สบายใจ​ ​เป็น​ที่​ตั้ง​ ​อัน​นี้​จะ​ใช่​หรือ​ไม่​ ขอรับ​ ​ พระชยสาโร :​ก็​ไม่ใช่​ ​ไม่​เสมอ​ไป​นะ​ว่า​สบายใจ​ ถ้า​คนมี​มิจฉา​ทิฏฐิ​ก็​อาจ​จะ​ทำ​ส่ิง​ท่ี​ไม่​ถูก​ ​แล้ว​สบายใจ​ได้​

ถาม - ตอบ : 55 เหมือนกัน​ ​เพราะ​ความ​สบายใจ​เป็น​ผล​ที่​มี​ความ​คิด​เห็น​ ความ​เชื่อถือเป็น​ปัจจัย​ ​ก็​อยู่​ท่ี​สัมมา​ทิฐิ​ ​อยู่​ท่ี​เรา​เรียน​รู้​คำ​ สอนข​ อง​พระพทุ ธเจา้ ไ​ป​ด้วย ​เ​รา​จงึ ​จะ​ได​ว้ ดั ​​จึง​จะ​เปรยี บ​ เทียบได้​แต่​ไม่ใช่​เรื่อง​จะ​ไป​เชื่อ​อย่าง​เดียว​ พระพุทธ​ ศาสนา​ต้องการ​ให้​เรา​เห็น​ความ​สำคัญ​ของ​การ​ฝึก​ให้​ เกดิ ค​ วามร​ ​ู้ ค​ วามเ​ขา้ ใจท​ เ​ี่ ราจ​ ะไ​ปใ​ชเ​้ ปน็ ห​ ลกั ต​ ดั สนิ สง่ิ ​ ตา่ งๆ​​ทเี่​กดิ ข​ ้ึน​ไ​มใ่ ชว่​ า่ เ​ชอื่ ​ใน​พระพทุ ธ​ ​พระธรรม พระส​ งฆ​์ ​เปน็ อ​ ัน​จบ​​คอื ​​มันก​ ็​ต้อง​มกี ารพฒั นา​ตัวเ​อง​ ด้วย​ต​ อนน​ ี้เ​ราอ​ ยู่​ในส​ ภาพท​ ี่​ยัง​ไม่ค​ ่อยร​ ู้ว​ ่าอะไรเ​ป็น​อะไร​ แล้วก​ ็เ​ห็นว​ ่าน​ ั่นเ​ป็นป​ ัญหาไ​หม​ท​ ำอย่างไรเ​ราจ​ ึงจ​ ะมีห​ ลัก​ อัน​นี้​ก็​ควร​จะ​นำ​ไป​สู่​การ​ศึกษา​ ​และ​ปฏิบัติ​ตาม​คำ​สอน​ พระพุทธเจ้า​ พธิ ีกร : การ​นิมนต์​พระมาบ้านหรือสถานท่ีทำงาน เพื่อจุด​ประสงค์​ปัด​รังควาน​ ​หรือไล่​ผี เป็น​พุทธ​ศาสน์​ หรอื ไสยศาสตร​์ พระชยสาโร :​ ​อัน​นี้​เป็น​คำถาม​ท่ี​น่า​สนใจ​ ​เพราะ​ ว่า​วิชาอาคม​บาง​อย่าง​ ​อาจ​จะ​ไป​ใช้​ใน​ทาง​ท่ี​เป็น​ประโยชน์​ หรอื ไ​มข​่ ัดก​ ับห​ ลักพ​ ุทธศ​ าสนาก​ ็ได้​ถ​ ้าห​ ากว่าพ​ ระส​ งฆ์บ​ าง​ ท่าน​ฝึก​วิชาอย่าง​นี้​ ​เรื่อง​การ​ไล่​ผี​ ​ถ้า​เรา​ถือว่า​ผี​ไม่มี​จริง​

56 : ศาสตร์ไหนสันติ ๘ หรอก​มันเ​ป็น​เรื่องอ​ ุปาทาน​ว​ ิธีก​ าร​ไล่​ผีก​ ็เ​ป็น​เรื่องง​ มงาย​ ไป​​แต่​ถ้าว่าผีมีจริง​เ​รา​ก็​มีว​ ิชา​บางอ​ ย่าง​ม​ ันก​ ็ช​ ่วย​ได้​ม​ ัน​ ก็​แล้ว​แต่​เจตนา​ ​อาตมา​จะ​ไม่​ปฏิเสธ​เรื่อง​นี้​เหมือน​กับ​ เรื่อง​ที่​ส่ง​เสริมให้หลง​งมงาย​บาง​เรื่อง​ ​นี่​ถ้า​สมมติ​ว่า​มี​ผี​ สมมติ​อย่างน​ ี้ก็ได้​​สมมติว​ ่าม​ ี​ผี​แล้ว​​ชาติก​ ่อน​เป็น​มนุษย์​ ที่น​ ับถือพุทธศาสนา​แ​ ล้วก​ ็ไ​ปร​ บกวนช​ าวบ​ ้าน​ถ​ ้าเ​ห็นพ​ ระ​ มาส​ วดก​ ็​คงเ​กรงใจพระ​เ​พราะ​เคย​เป็นพ​ ุทธม​ าก​ ่อน​​อย่าง​ นี้ส​ วด​ได​้ พิธีกร :​ ท่าน​อาจารย์​กล่าว​ว่า​​เมตตา​ที่​ต้องการ​ส่ิง​ ตอบแทนนน้ั ​ย​ งั ไ​มเ​่ ปน็ เ​มตตา​ค​ อื ​ม​ นั ย​ งั เ​ปน็ ค​ วามร​กั ทเ​่ี ปน็ ​ สมุทัยน​ ั้นห​ มายความว​ ่าอ​ ย่างไร​ครับ​ พระชยสาโร : เมตตา​ ​คือ​ความ​รัก​ที่​ไม่มี​เงื่อนไข​ ไม่​ต้องการ​อะไรเป็น​เคร่ือง​ตอบแทน​ ​มัน​ก็​ออก​จาก​จิตใจ​ ท่ี​บริสุทธิ์​ ​ไม่​ใช้​ส่ิง​ปรุง​แต่ง​ ​เหมือน​กับ​ต้น​มะม่วง​ที่​ไม่​ต้อง​ ไป​คิด​อะไร​มาก​ที่​จะ​ผลิต​มะม่วง​ให้​ใคร​ ​มัน​เป็น​ธรรมชาติ​ ของต​ ้น​มะมว่ ง​​ถงึ เ​วลา​มะม่วง​ก็เ​กดิ ข​ ้ึน​​ใคร ๆ​​ก็​กนิ ​ไดไ​้ ม่ว​ า่ ​ เมตตาก​ เ​็ ปน็ เ​ชน่ น​ นั้ ​ท​ นี ถ​้ี า้ เ​ราร​กั เ​พราะห​ วงั ​ห​ วงั ว​ า่ เ​ขาจ​ ะร​กั ​ เรา​ห​ รือ​หวงั ว​ า่ เ​ขา​จะเ​อาใจ​เรา​​หรือ​หวัง​ว่าอ​ ะไร​ม​ ันก​ ็เ​ป็น​ ข้อ​บกพร่อง​ของ​มัน​ ​เป็น​ความ​รัก​ก็​จริง​ ​แต่​มัน​เป็น​ความ​

ถาม - ตอบ : 57 รัก​ที่ม​ ีข​ ้อ​บกพร่อง​อยู​่ ​​ ​พุทธ​ศาสนา​บอก​ว่า​ ​ตราบ​ใด​ที่​ความ​รู้สึก​ยัง​มี​ความ​ อยาก​ ​ยัง​มี​ความ​ต้องการ​ ​ยัง​มี​ความ​รู้สึก​ว่า​พร่อง​ ​ว่า​ ขาด​ ​อัน​น้ัน​จะ​เป็น​ความ​รู้สึก​ท่ี​นำ​ไป​ส่​ทู ุกข์​ใน​ระดับ​ใด​ ระดับ​หนึ่ง​ ​ต่อ​เมื่อ​มี​ความ​รัก​ใน​ระดับ​หนึ่ง​ ​ความ​รัก​ที่​ยัง​ มี​เงา​ตาม​ตัว​ ​หรือ​มี​ข้อ​บกพร่อง​ ​เรา​ก็​พยายาม​จะ​ขัดเกลา​ ใน​ความ​รัก​นั้น​ ​ให้​มัน​มี​ลักษณะ​ของ​เมตตา​ท่ี​ไม่​ต้องการ​ เงอ่ื นไข​เพิ่มม​ ากข​ น้ึ ​ก​ ็​เป็นข​ ้อส​ งั เกตว​ า่ ​​ความ​รักม​ เ​ี งอื่ นไข​ มาก​ ​ก็​นำ​ไป​สู่​ทุกข์​มาก​ ​ความ​รัก​ที่​มี​เงื่อนไข​น้อย​ก็​ ทกุ ขน​์ ้อย​​ความร​ ัก​ท่​ีไม่มเ​ี งือ่ นไขน​ ​ี่จะ​ไมท่​ ุกข์​เลย​ พิธีกร :​ท​ ำไมพ​ ระส​ งฆ์ถ​ งึ ไ​ด​ส้ ักย​ นั ต​์ให้กบั ​ประชาช​ น ทง้ั ๆ​ท​ ​่เี ป็นพ​ ธิ กี รรม​ทางไ​สยศาสตร​์ แ​ ละการก​ระท​ ำอ​ ย่างน​ ้​ี พระส​ งฆ​์ผดิ ศ​ ีลห​ รือ​ไม่​ พระชยสาโร : ​ถ้า​หากว่า​พระ​สงฆ์​นำ​ญาติโยม​ ไป​ใน​การก​ระ​ทำ​อัน​ใด​ ​หรือ​พิธีกรรม​อัน​ใด​ ​ท่ี​ขัด​กับ​หลัก​ พุทธ​ศาสนา​ด้วย​หวัง​เอก​ลาภ​ ​ท่าน​เรียก​ว่า​ ​มิจฉาชีพ​ ถือวา่ ใ​นเ​รอ่ื งน​ ัน้ เปน็ ​มจิ ฉาชีพ​ของพ​ ระ​​มี​๒​ ​อ​ ย่าง​​คือ ​ ​​ ​๑​.​ ​ต้อง​มี​การ​ทำ​ใน​ส่ิง​ที่​ผิด​หลัก​พุทธ​ศาสนา​ ​หรือ​ส่ง​เสริม​ ใหช้ าว​บ้านง​ มงาย​แ​ ละ​​

58 : ศาสตรไ์ หนสันติ ๘ ๒​.​​ม​เี จตนา​เ​จตนาท​ ่มี​ ​ีกิเลส​อ​ ย่างเ​ชน่ ​​ตอ้ งการเ​อกล​ าภ​ค​ อื ​ ถา้ พ​ ระส​ งฆท​์ า่ นเ​อง​ท​ า่ นเ​ชอื่ ใ​นเ​รอ่ื งน​ ​้ี ท​ า่ นก​ ห​็ ลง​บ​ าปกรรม​ ก็​ไม่​หนัก​เท่ากับ​ที่​ท่าน​ทำ​เพ่ือ​ต้องการ​ผล​ประโยชน์​ ​ต้อง​ วเิ คราะห​์เปน็ เ​รอื่ งๆ​​​ไป​ พิธีกร : ม​ นุษย์​เอา​พลัง​ออกม​ า​ใชจ​้ ริง ๆ​เ​พยี งแค่​๑​ เปอร์เซ็นต์จรงิ ​หรอื ​เปลา่ ค​ ะ​​แล้วความ​เช่อื ​ของแตล่ ะบ​ คุ คล​ ที่​ว่า​มี​อิทธิพล​ต่อ​ร่างกาย​ ​คือ พลัง​ท่ีมนุษย์ดึง​ออกมา​ใช้​ หรอื ​เปลา่ ​ พระชยสาโร : ​เร่ือง​ ​๑​ ​เปอร์เซ็นต์​ ​ก่ี​เปอร์เซ็นต์​ อาตมาไ​มท​่ ราบเ​รอ่ื งน​ น้ั ​แ​ ตค​่ ดิ ว​ า่ ค​ นเ​ราม​ พ​ี ลงั ใ​นต​ วั เ​องเ​กนิ ​ กวา่ ท​ ่ีเ​ราท​ ราบ​​ทเ่​ี รา​ยัง​เข้าไ​ม่ถ​ งึ ​ต​ วั อยา่ งง​ า่ ยๆ​​คนท​ ​คี่ ิด​จะ​ แสวงหา​ผล​ประโยชน​์ส่วนต​ ัว​จ​ ะท​ ำ​ประโยชน​ข์ องค​ นอ​ น่ื ​ไม่​ คอ่ ยจ​ ะ​ได​้ แ​ ต่​ถา้ ​คน​ท่ี​ไม​ห่ วัง​ส่ิงต​ อบแทนอ​ ยา่ ง​ที​่พูดเ​มื่อก​ ​้ีนี​้ ก็ม​ ​ีพลงั ​ชว่ ยค​ น​อ่นื ​มาก​​เพราะ​ไม่มีเ​ง่อื นไข​​ใน​เมอื่ ม​ ี​เงือ่ นไข​ อยา่ ง​เชน่ ​ท​ ำแ​ ล้วเ​ขา​ตอ้ ง​ยกยอ่ ง​​ทำ​แลว้ เ​ขาต​ อ้ ง​สรรเสริญ​ ทำแ​ ล้วเ​ขาต​ ้องเ​คารพ​​ทำ​แล้วเ​ขา​ตอ้ ง​ยอมรบั ​ก​ ต​็ ้อง​ทำให้​ สม่ำเสมอ​ ​พลัง​ใน​การ​ทำงาน​จะ​น้อย​ ​ถ้า​กิเลส​น้อย​ลง​พลัง​ มันม​ ากข​ ึ้น​อ​ ันน​ ี้ก​ ็​เป็นแ​ ง่​หนึ่ง​มุมห​ นึ่ง​ จ​ ติ ใจท​ พี​่ น้ จ​ ากก​ เิ ลสต​ า่ งๆ​โ​ดยเ​ฉพาะก​ เิ ลสท​ เี​่ ราเ​รยี ก​

ถาม - ตอบ : 59 ว่า​น​ ิวรณ์​ค​ วามใ​ครใ่​นก​ าม​ค​ วามพ​ ยาบาท​ค​ วามง​ ่วงเหงา​ หาวนอน​​ความ​ฟุ้งซ่าน​​ความล​ ังเลส​ งสัย​จ​ ะเ​ป็น​จิตใจท​ ี่ม​ ี​ พลังม​ าก​ส​ ว่างไสว​มี​กำลัง​​เหมือน​กับ​เราเ​คย​รู้จัก​แต่แ​ สง​ เล็กๆ​น​ ้อยๆ​ด​ วงเ​ล็กๆ​น​ ้อยๆ​เ​มื่อไ​ด้เ​ห็นพ​ ลังพ​ ระอาทิตย​์ เปรียบเ​ทียบแ​ ล้ว​ม​ ันค​ นละเ​รื่องก​ ัน​จ​ ติ ใจข​ องเ​ราท​ กุ ว​ นั น​ ​ี้ ไมม่ ี​พลัง​​เพราะ​พลงั ม​ ันร​ ั่วไ​หล​ออก​ไปท​ าง​ตา​ห​ ู​จ​ มูก​ ล้นิ ​​กาย​ไ​ป​สนใจ​วุ่นวายก​ บั ​ส่ิงท​ ี่​เหลว​ไหล​มาก​เกนิ ​ไป​ เราด​ ูไ​ด้ว​ ่า​ค​ นห​ นึ่ง​ส​ มมติว​ ่า​เ​กิดม​ ีค​ วามท​ ุกข์ม​ ากๆ​อ​ ย่าง​ เชน่ ​อกหกั ​หรอื ว​ า่ ค​ ดิ มาก​นัง่ ค​ ดิ ท​ ัง้ ว​ นั ​พอต​ อนเ​ยน็ ก​ เ​็ หนือ่ ย​ หมด​แรง​เลย​ ​ทั้ง ๆ​ ​ที่​นั่ง​ละเมอ​อยู่​ทั้ง​วัน​ ​อาจ​จะ​เหนื่อย​ มากกว่าค​ นท​ ี่​ออกไ​ปว​ ิ่ง​มาราธอนก​ ็ได้​เ​พราะค​ วามค​ ิดม​ ัน​ เผา​ผลาญ​แคลอรี​มาก​​หากค​ ิด​น้อย​ลง​​ก็ไ​ม่ใช่ว​ ่าไ​ม่ใ​ห้ค​ ิด​ เลย​แ​ ตเ่​ราไ​มค่​ ิดใ​นเ​รื่องท​ ี่ว​ กว​ น​ใ​นเ​รื่องท​ ี่ไ​ม่เ​กิดป​ ระโยชน​์ ก็จ​ ะ​มี​การเ​ผาผ​ ลาญแ​ คลอรีน​ ้อย​ลง​ม​ ีพ​ ลังม​ ากข​ ึ้น​ ​ พิธกี ร​:​​ค​ รบั ​​นมสั การข​ อบคุณพ​ ระ​อาจารยค์​ รบั ​การ​ แสดงปาฐกถาธ​ รรมใ​นช​ ดุ ​ ก​ ารศ​ กึ ษาเ​พอื่ ส​ นั ตภิ าพ ​ พระธ​ รรม​ ปฎิ ก ​(ป​ .​​อ.​​ปย​ ตุ โ​ฺ ต)​​ค​ รง้ั ท​ ​ี่๗​ ​ ใ​นห​ วั ขอ้ เ​รอื่ ง“​พ​ ทุ ธศ​ าสน์ ห​ รอื ​ ไสยศาสตร​์ ท​ างเ​ลือกท​ ีย่​ ั่งยืนข​ องค​ นไ​ทยใ​นสังคมย​ ุคใ​หม่”​ ​ ก็ได้พ​ อส​ มควรแ​ ก่เ​วลาน​ ะค​ รับ ​ เ​ราไ​ด้ม​ ีค​ ำถาม ​ ถ​ ามพ​ ระ​

60 : ศาสตร์ไหนสนั ติ ๘ อาจารย์​ แ​ ลว้ กไ็ ดร้ บั คำต​ อบ​ค่อนข​ ้าง​จะช​ ัดเจนสำหรบั ท​ กุ ​ คนน​ ะค​ รับ​ ​ ทุกคนค​ งจะม​ ีค​ วามซ​ าบซึ้งใ​นพ​ ระพุทธศาสนา​ มาก​ขึ้น​นะ​ครับ​ ​ใน​โอกาส​นี้​จะ​ขอก​ราบ​เรียน​เชิญท่าน​ ประธานม​ ูลนิธิ​การศ​ ึกษาเ​พื่อส​ ันติภาพ​ ท่าน​อาจ​ าร​ย์​ นิ​เชต ​สุนทรพ​ ิทักษ์ ได้​กราบ​ถวายเ​ครื่องบ​ ูชา เป็นการ ก​ราบขอบพระคุณ​ใน​โอกาสที่​ท่านพ​ ระ​อาจารย์ช​ ยส​ าโ​ร​ได​้ กรุณา​สละ​เวลา​มา​แสดง​ปาฐกถา​ธรรม​ใน​เวลา​นี้​นะ​ครับ​ พิธีกร : ​ใน​ช่วง​สุดท้าย​น้ี​จะ​ขอก​ราบเรียนเชิญ​ ทา่ นอาจารย์​ด​ ร.​น​ เ​ิ ชต ท​ า่ นกรณุ ากลา่ วปดิ การแสดงปาฐกถา​ ธรรม​ก​ ราบ​เรยี นเ​ชญิ ท​ า่ นค​ รบั ​ ​ ด​ ร​.น​ เิ​ชต​ส​ น​ุ ​ทรพ​ ทิ ักษ​์ :​​ผ​ มต​ อ้ ง​ขอก​ราบ​นมสั การ​ ขอบพระคุณท​ ่านพ​ ระอ​ าจารย์ช​ ยส​ าโ​รภ​ ิกขุเ​ป็นอ​ ย่างส​ ูงไ​ว​้ ในโ​อกาสน​ ี้​แ​ ละต​ ้องข​ อบค​ ุณท​ ุกๆ​ท​ ่านท​ ีร่​ ่วมเ​ข้าม​ าฟ​ ังก​ าร​ บรรยาย​ธรรม​วัน​นี้​ ซ​ ึ่ง​ผมค​ ิดว​ ่า​เป็นอ​ าหาร​ใจ​ที่​หา​ค่า​มิได้​​ ผม​ไม่​อาจ​จะ​สรุป​อะไร​ได้​ ​แต่​อยาก​จะ​เรียน​ว่า​ ​เมื่อ​เรา​ฟัง​ จบแ​ ล้วน​ ี่​เราก​ ส็​ ามารถก​ ำหนดท​ ่าทขี​ องเ​ราต​ ่อป​ ัญหาต่างๆ​ รอบ​ข้าง​เรา​ได้​ชัดเจน​ข้ึน​ ​และ​ก็​ประเด็น​หน่ึง​ท่ี​น่า​สนใจ​ ทที​่ า่ นพ​ ระเ​ดชพ​ ระคณุ ไ​ดพ​้ ดู ไ​วก​้ ค​็ อื ​ศ​ าสนาพ​ ทุ ธน​ นั้ เ​ปน็ ม​ ติ ร​ กับ​ทุกศ​ าสนา​ก​ ับ​ทุกส​ ถานการณ์​แ​ ม้​กระทั่ง​กับ​ผี​เราก็​เป็น​

ถาม - ตอบ : 61 มติ รไ​ด​้ ก​ บั พ​ ราหมณเ​์ ราก​ เ​็ ปน็ ม​ ติ รไ​ด​้ เ​พราะฉ​ ะนัน้ ท​ า่ ทต​ี วั น​ ​ี้ เป็นท​ ่าที​ที่ม​ ีค​ ุณค่า​อย่าง​ยิ่ง​แ​ ล้วก​ ็​หลาย​อย่าง​ที่ท​ ่านไ​ด้​พูด​ ไปน​ ั้น​ก​ เ็​ป็นส​ ิ่งท​ ีป่​ ระทับใ​จเ​หลือเ​กิน​แ​ ละอ​ ันส​ ุดท้ายท​ ีต่​ อบ​ คำถาม​ก็ค​ ือว​ ่า​​กิเลส​น้อยม​ ีพ​ ลัง​มาก​​ เพราะ​ฉะนั้นถ​ ้า​เราล​ ด​กิเลสท​ ี่​ท่าน​พูดถ​ ึง​​โลภ​ะ​โ​ทสะ​ โมหะ​ ​ไม่​ได้​อยู่​ใน​ชาติ​ใด​ ​ศาสนา​ใด​เท่านั้น​ ​แต่​มัน​เป็น​สิ่ง​ ที่​เกดิ ​ขน้ึ ​กบั ​มนษุ ย​ท์ กุ ​คน​​เพราะ​ถา้ ​เรา​ลด​ตวั ​น​ไ้ี ด​้ ​พลงั ​ตา่ ง ๆ​​ ก็​จะ​แข็ง​แรง​ขึ้น​ ​ถ้า​ลด​นิวรณ์​ต่าง ๆ​ ​ลง​ไป​ ​ความ​เข้ม​แข็ง​ ทาง​จิต​ก็​จะ​เกิด​ขึ้น​ ​นำ​ไป​สู่​การ​รักษา​โรค​ภัย​ต่าง ๆ​ ​ให้​กับ​ ตนเอง​​ให้​กับป​ ัญหาต​ ่าง ๆ​ท​ ี่เ​ราต​ ้อง​พบ​ต​ ้องเ​ยียวยา​​ ขอใ​หท​้ กุ ท​ า่ นท​ ีม่ าร​ ว่ มฟ​ ังว​ นั น​ จี​้ งเจรญิ ใ​นธ​ รรมย​ ิง่ ข​ ึน้ ​ มค​ี วามช​ ดั เจนใ​นธ​ รรมะข​ องพ​ ระพทุ ธเจา้ ท​ จี​่ ะส​ ามารถน​ ำไ​ป​ สกู​่ ารแ​ กป​้ ญั หา​ส​ มก​ บั ท​ พี​่ ระเ​ดชพ​ ระคณุ ท​ า่ นบ​ อกไ​วว​้ า่ ​โ​ชค​ ดท​ี เี​่ ราเ​กดิ ใ​นย​ คุ ท​ มี​่ พ​ี ทุ ธศ​ าสนาเ​ปน็ เ​ครือ่ งส​ อ่ งท​ าง​ก​ ค​็ วรจ​ ะ​ ใช้​ธรรมะ​ใน​พุทธ​ศาสนา​นั้น​ ​ให้​เป็น​ประโยชน์​กับ​ชีวิต​ของ​ ตนเองอ​ ย่าง​คุ้มค​ ่าที่​สุด​​ที่​ได้ม​ ี​บุญ​ที่​เกิด​มา​​ ขอ​ถือ​โอกาส​นี้​ ​ขอ​ขอบคุณ​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​ ​และ​ขอ​ปิด​ การบ​ รรยายธ​ รรม​ใน​วัน​นี้​นะค​ รับ​​ขอบพระคุณค​ รับ

ชยสาโร ภิกขุ นา​ ม​ ​เด​ ​มิ ​ ​​​ ฌอน​ ​ชเิ ​วอร​์ต​นั (​Sh​ a​un C​h​iv​ ert​on​) ​พ.ศ.​๒๕๐​ ๑​​ ​ ​​​ เกิด​ ท​ ​ี่ประ​ ​เท​ ศอังกฤ​ ษ พ.ศ​.​​๒๕๒๑​ ​ ​​​ ได​ ้พบ​กบั ​พร​ ะอาจา​รยส์ เุ ม​ โ​ธ ​​​ (พระราชสุเมธาจารย์ วัดอมราวดี ​​​ ประเทศองั กฤษ) ทวี่ ิหารแฮมสเตด ​​​ ประเทศองั กฤษ ​​​ ถอื เพศเปน็ อนาคารกิ (ปะขาว) ​​​ อยกู่ บั พระอาจารย์สเุ มโธ ๑ พรรษา ​​​ แลว้ เดนิ ทางมายงั ประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ ​​​ บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดหนองป่าพง ​​​ จังหวดั อบุ ลราชธานี พ.ศ. ๒๕๒๓ ​​​ อปุ สมบทเปน็ พระภกิ ษุ ทวี่ ดั หนองปา่ พง โดยมี ​​​ พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) ​​​ เปน็ พระอุปชั ฌาย์ พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๔ ​​​ รกั ษาการเจา้ อาวาส วดั ปา่ นานาชาติ ​​​ จงั หวดั อุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๔๕ - ปัจจุบนั ​​​ พำนกั ณ สถานพำนักสงฆ์ ​​​ จงั หวดั นครราชสีมา

มูลนิธิ​ปัญญา​ประทปี คว​ า​ ม​ เ​ปน็ ​ม​า​ ​ มูล​นิธิปั​ญญา​ประที​ป จั​ดต้ั​งโด​ยค​ณะผู้​บร​ิหารโ​รงเ​รียนทอส​ี ด้ว​ยควา​มร่ว​ม​มื​อ​ จ​ากคณะค​รู ผู​้ปกค​รอ​งแล​ะญาติ​โย​มซ่ึงเ​ป็น​ลูกศิ​ษย์​พระอาจา​รย์ช​ย​สาโ​ร ก​ระทรวง​มหาด​ไทย อนุ​ญา​ตให้​จดทะ​เบี​ยนเ​ป็นน​ิติบ​ุคค​ล​อ​ย​่า​งเป็นทาง​การ ​เลขท่ี​ทะ​เบียน ​กท. ​๑๔๐๕ ต้ั​งแต่วัน​ที่ ๑ เ​​มษา​ยน ๒​ ๕๕๑ ​​ว​ ตั ถุประส​ งค์​ ​​​​​​​​​ ​๑) ​สนับส​นุนก​ ารพัฒ​นาสถาบ​ ันก​ ารศึ​กษาวิถ​ ีพุทธที​่มี​ระบบ​ไ​ตร​ ​สิ​กขาข​ องพระพ​ ุทธ ศาส​ นาเป็นห​ ลัก ​ ​๒) เผ​ยแผห่ ลัก​ ธรรม​คำสอ​ นผา่​ นการจัดการฝึก​อบรม และปฏบิ ตั ิธรรม และการเผยแผ่ ส่อื ธรรมะรูปแบบตา่ งๆ โดยแจกเป็นธรรมทาน ๓) เพม่ิ พนู ความเขา้ ใจในเรอ่ื งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งมนษุ ย์ และสง่ิ แวดลอ้ ม สนบั สนนุ การพัฒนาทย่ี ่งั ยืน และส่งเสรมิ การดำเนินชีวติ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๔) ร่วมมือกบั องค์กรการกศุ ลอน่ื ๆ เพอื่ ดำเนนิ กจิ การท่เี ปน็ สาธารณประโยชน์ ​คณะ​ทปี่​ รกึ ษา​ ​ พระอาจารยช์ ยสาโรเปน็ องคป์ ระธานทป่ี รกึ ษา โดยมคี ณะทปี่ รกึ ษาเปน็ ผทู้ รงคณุ วฒุ ใิ น สาขาตา่ งๆ อาทิ ดา้ นนเิ วศวทิ ยา พลงั งานทดแทน สง่ิ แวดลอ้ ม เกษตรอนิ ทรยี ์ เทคโนโลยสี ารสนเทศ วทิ ยาศาสตร์สุขภาพ การเงิน กฎหมาย การสื่อสาร การละคร ดนตรี วฒั นธรรม ศลิ ปกรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ คณะกรรมการบรหิ าร มลู นธิ ฯิ ไดร้ บั เกยี รตจิ ากรองศาสตราจารยน์ ายแพทยป์ รดี า ทศั นประดษิ ฐ เปน็ ประธาน คณะกรรมการบริหาร และมีคุณบุบผาสวัสดิ์ รัชชตาตะนันท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนทอสีเป็น เลขาธกิ ารฯ ก​ ารด​ ำเนินก​ าร​ ​ ​•​ มลู นธิ ฯิ เป็นผ้จู ัดตัง้ โรงเรียนมธั ยมปัญญาประทปี ในรูปแบบโรงเรยี นบม่ เพาะชวี ิต เพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ด้านการศึกษาวิถีพุทธ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ข้างต้น โรงเรียนนี้ตั้งอยูท่ ่ี บา้ นหนองนอ้ ย อำเภอปากช่อง จงั หวัดนครราชสีมา ​ ​• ​ มลู นธิ ฯิ รว่ มมอื กบั โรงเรยี นทอสี ในการผลติ และเผยแผส่ อ่ื ธรรมะ แจกเปน็ ธรรมทาน โดยในสว่ นของโรงเรยี นทอสีฯ ได้ดำเนนิ การต่อเนอ่ื งตงั้ แต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๕






Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook