Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เครื่องมือและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

เครื่องมือและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

Published by kanyada.besty254, 2023-07-25 14:36:35

Description: computer

Search

Read the Text Version

KANYADA HONGSAWONG 132 CHONLASIT SUDSAILOM 3112 COMPUTER HARDWARE |INPUTUNIT |RAMROM อ อ ก แ บ บ ภ า ย ใ น | ชั้ น ปี ที่่ 3 | วิ ท ย า ลั ย เ พ ร า ะ ช่ า ง

FORM FORM HARDWARE MEANING ฮาร์ดแวร์ (Hardware) Hardware ทุกส่วนที่กล่าวมาข้างต้นจะทำงานแบบผสมผสาน ความหมายของฮาร์ดแวร์ และพึ่งพาซึ่งกันและกัน จึงทำให้กลายเป็นภาพ เสียง และข้อมูล ต่าง ๆ ที่สามารถพร้อมใช้งานได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ทันที แต่ ฮาร์ดแวร์ หมายถึง อุปกรณ์ต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นเครื่อง ทั้งนี้อาจมีข้อสงสัยว่าระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ เป็นชนิด คอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นโครงร่างสามารถมองเห็นด้วยตาและ เดียวกันหรือไม่ เพราะแม้ว่าตัวกลางของฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ สัมผัสได้ (รูปธรรม) เช่น จอภาพ คีย์บอร์ด เครื่องพิมพ์ เมาส์ จะเป็น Firmware ที่ถือว่าเป็นระบบภายใน แต่ ตัวซอฟต์แวร์ถูก เป็นต้น ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ตามลักษณะการทำงาน สร้างมาให้ฝังในฮาร์ดแวร์บางส่วนด้วยเช่นกัน โดยเป็นส่วนที่ ได้ 4 หน่วย คือ หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) หน่วยประมวลผลก วิศวกรคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมเมอร์จะเป็นผู้ดูแลทั้งหมด จึง ลาง (Central Processing Unit : CPU) หน่วยแสดงผล ยังไม่มีการตีความออกมาอย่างชัดเจนว่าซอฟต์แวร์นั้นจะเป็นหนึ่ง (Output Unit) หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storage) ใน Hardware หรือไม่ โดยอุปกรณ์แต่ละหน่วยมีหน้าที่การทำงานแตกต่างกัน ซึ่งฮาร์ดแวร์ ประกอบด้วย

หน่วยรับข้อมูล หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) เป็นหน่วยแรก แ ป้ น พิ ม พ์ ห รื อ คี ย์ บ อ ร์ ด ของคอมพิวเตอร์ที่ใช้รับข้อมูลจากผู้ใช้ ซึ่งผู้ใช้ ต้องสัมผัสโดยตรง เพื่อให้คอมพิวเตอร์ รับ ทำหน้าที่รับข้อมูลในลักษณะการป้อนข้อมูลเข้าสู่ ข้อมูลดังกล่าวไปทำงานตามคำสั่งของผู้ใช้ต่อไป คอมพิวเตอร์ มีลักษณะคล้ายแป้นพิมพ์ของ โดยหน่วยรับข้อมูลจะทำหน้ารับข้อมูลทุกรูปแบบ เครื่องพิมพ์ดีด จัดเป็นฮาร์ดแวร์หลักสำหรับรับ จากฮาร์ดแวร์ต่างๆ มาเปลี่ยน ให้เป็นรูปแบบ ข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องต้องมี โดยการสั่ง สัญญาณหรือข้อมูลดิจิตอล แล้วจึงส่งต่อไปยัง งานหรือส่งข้อมูลคำสั่งผ่านแป้นต่างๆ บนแป้น หน่วยประมวลผลกลาง พิมพ์ แป้นพิมพ์สำหรับใช้งานกับคอมพิวเตอร์ทั่วไป ปัจจุบันฮาร์ดแวร์สำหรับข้อมูลมีหลากหลาย จะมีแป้น 101 และ 105แป้น ส่วนแป้นพิมพ์ที่มี ประเภท ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้งานของผู้ใช้ เช่น ขนาดเล็ก เช่น คอมพิวเตอร์พกพา หรือพีดีเอ แป้นพิมพ์หรือคีย์บอร์ด เมาส์ กล้องดิจิตอล (Personal Digital Assistants: PDA) จะใช้แป้น สแกนเนอร์ เครื่องอ่านรหัสโอซีอาร์ ไมโครโฟน พิมพ์ที่มีจำนวนแป้นน้อยกว่า ปัจจุบันแป้นพิมพ์มี และวีดีโอแคม ในหน่วยการเรียนรู้นี้จะกล่าวถึง ทั้งแบบเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วยสายส่ง รายละเอียด ของอุปกรณ์รับข้อมูล 5 ชนิด คือ สัญญาณและแป้นพิมพ์แบบไร้สาย (Wireless Keyboard)

เ ม า ส์ MOUSE ทำหน้าที่รับคำสั่งจากผู้ใช้เพื่อสั่งงานคอมพิวเตอร์ ด้วยการชี้และเลือกคำสั่งต่างๆ บนจอภาพหรือ มอนิเตอร์ผ่านตัวชี้หรือเมาส์พอยต์เตอร์ (Mouse Pointer) ด้วยการคลิก (Click) คลิกขวา (Right Click) และดับเบิลคลิก (Double Click) คำสั่งที่ ต้องการ จึงจัดเป็นฮาร์ดแวร์สำคัญอีชิ้นหนึ่งในการ รับข้อมูล เมาส์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันแบ่งเป็น 3 ชนิด ได้แก่ - เมาส์แบบทางกล (Mechanical Mouse) เกิดจากการหมุนลูกกลิ้งที่อยู่ใต้เมาส์ไปในทิศทางที่ผู้ใช้ต้องการ โดยจะมีกลไกปรับแกนหมุนในแกน X และแกน Y ส่งไป ยังคอมพิวเตอร์ทำให้สามารถควบคุมความเร็วและความสัมพันธ์ต่อเนื่องของตัวชี้เมาส์ที่จอภาพได้ ปัจจุบันเมาส์แบบ ทางกล มีหลายรูปแบบ ทั้งแบบที่มีลูกกลิ้งอยู่ด้านล่างซึ่งนิยมใช้กันโดยทั่วไปและแบบมีลูกกลิ้งอยู่ด้านบน (Track Ball) ซึ่งต้องหมุนลูกกลิ้งนี้ ในขณะใช้งานแทนการขยับเมาส์ไปมาเหมือนเมาส์ที่มีลูกกลิ้งอยู่ด้านล่าง - เมาส์แบบใช้แสง (Optical Mouse) เกิดจากหลักการส่งแสงจากเมาส์ไปยังพื้นที่รองรับแล้วสะท้อนกลับไปยังตัวรับ สัญญาณที่เมาส์เพื่อวัดการเคลื่อนตำแหน่ง เมาส์ชนิดนี้จะมีราคาสูงกว่าเมาส์แบบทางกลแต่ช่วยลดปัญหาเรื่องฝุ่นติดที่ ลูกกลิ้งภายในเมาส์แบบทางกล - เมาส์แบบไร้สาย (Wireless Mouse) เกิดจากหลักการส่งแสงจากเมาส์ไปยังพื้นที่รองรับแล้วสะท้อนกลับไปยังตัว สัญญาณจากเมาส์ไปยังเครื่องรับสัญญาณที่คอมพิวเตอร์ จึงทำให้เมาส์แบบนี้ไม่มีสายต่อจากคอมพิวเตอร์เหมือนเมาส์ แบบทางกลและเมาส์แบบใช้แสง ก ล้ อ ง ดิ จิ ต อ ล DIGITAL CAMERA สามารถรับข้อมูลได้ทั้งรูปแบบภาพนิ่ง ภาพ เคลื่อนไหวและเสียง โดยปกติจะมีการบันทึกข้อมูล ภายในกล้องดิจิตอลไว้ที่หน่วยบันทึก ข้อมูลของ กล้อง (Memory Card) เมื่อผู้ใช้ต้องการรับข้อมูล จากกล้องก็เพียงเชื่อมต่อกล้องดิจิตอลโดยผ่าน สายสัญญาณ คอมพิวเตอร์ก็จะอ่านค่าในหน่วย บันทึกข้อมูลของกล้อง ซึ่งผู้ใช้สามารถนำข้อมูลที่ได้ จากกล้องไปทำงานบนโปรแกรม ที่อยู่ใน คอมพิวเตอร์ได้ทันที หรืออาจบันทึกข้อมูลลงใน คอมพิวเตอร์ก่อนก็ได้ CAMERA

ส​ แ ก น เ น อ ร์ SCANNER คืออุปกรณ์จับภาพและเปลี่ยนแปลงภาพจากรูปแบบ ของแอนาลอกเป็นดิจิตอล ซึ่งคอมพิวเตอร์ สามารถ แสดง, เรียบเรียง, เก็บรักษาและผลิตออกมาได้ ภาพนั้น อาจจะเป็นรูปถ่าย, ข้อความ, ภาพวาด หรือแม้แต่วัตถุ สามมิติ สแกนเนอร์แบ่งป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ 1. สแกนเนอร์ดึงกระดาษ (Sheet - Fed Scanner) 2. สแกนเนอร์แท่นเรียบ (Flatbed Scanner) 3. สแกนเนอร์มือถือ (Hand - Held Scanner) เ ค รื่ อ ง อ่ า น ร หั ส โ อ ซี อ า ร์ OPTICAL CHARACTER READER OCR หรือ Optical Character Recognition คือกระบวนการในการเปลี่ยนข้อความที่อยู่ในรูป ให้อยู่ในรูป แบบของข้อความ หรือกล่าวได้ว่าเป็นการสร้างข้อความ หรือไฟล์เอกสารจากไฟล์สแกนเอกสารทั้งในรูปแบบ การพิมพ์ หรือลายมือ เพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น ลองนึกถึงโค้ด หรือ Serial number ที่มีทั้งตัวเลข และตัวหนังสือที่เราอยากเก็บ ข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล เทคโนโลยี OCR จะช่วยให้เราสามารถเก็บข้อมูลเหล่านี้ให้อยู่ในรูปแบบของ ดิจิทัลได้ โดยใช้เทคโนโลยีในหลากหลายรูปแบบ ในการประมวลผลข้อมูลในรูปถ่ายนั้นๆ ดึงข้อมูลตัวอักษร ออกมา และทำการจำแนกตัวหนังสือเหล่านั้น สิ่งที่ OCR ไม่สามารถทำได้ คือการอ่านวัตถุ หรือสิ่งของที่เราต้องสแกน OCR ทำหน้าที่เพียงแค่อ่านตัว หนังสือที่เราตั้งใจจะเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบของดิจิทัลเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าเราทำการสแกนคำศัพท์ เทคโนโลยี OCR จะทำการอ่าน และเรียนรู้ตัวหนังสือเหล่านั้น แต่เทคโนโลยี OCR ไม่ได้รู้ความหมายของคำ คำนั้น

หน่วยประมวลผลกลาง Tหน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) หรือซีพียู (CPU) คือ สมองหรือหัวใจของ คอมพิวเตอร์ โดยประสิทธิภาพในการ ทำงานของคอมพิวเตอร์จะขึ้นอยู่กับหน่วยประมวลผลกลาง เป็นหลัก เนื่องจากซีพียูทำหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลต่างๆ ที่ส่งเข้ามา ยังคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ควบคุมและดูแลการทำงานทั้งหมดภายในระบบคอมพิวเตอร์อีกด้วย ฮาร์ดแวร์ที่สำคัญของ หน่วยประมวลผลกลาง คือ ไมโครโพรเซสเซอร์ (Microprocessor) การ ทำงานของหน่วยประมวลผลกลาง แบ่งเป็น 2 หน่วย ได้แก่ หน่วยควบคุมและหน่วยคำนวณและ ตรรกะ หน่วยควบคุม (Control Unit) ทำหน้าที่อ่านคำสั่งทีละคำสั่งแล้วตีความคำสั่งนั้นว่าเป็นคำสั่งใดและต้องใช้ข้อมูลที่ใด เพื่อควบคุม และประสานงานการทำงานของฮาร์ดแวร์และหน่วยต่างๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์ หน่วยคำนวณและตรรกะ (Arithmetic/Logical Unit) ทำหน้าที่ประมวลผลคำสั่งด้วยวิธีการทางคณิตศาสตร์ แล้วนำมาเปรียบเทียบค่าของข้อมูล แล้วจึง เก็บผลลัพธ์ที่ได้ไว้ในหน่วยความจำต่อไป หน่วยประมวลผลกลางจะทำงานเป็น 4 ขั้นตอน โดยขั้นตอนที่ 1-2 จะใช้หน่วยควบคุมในการดำเนิน งาน ส่วนขั้นตอนที่ 3-4 จะใช้หน่วยคำนวณและตรรกะในการดำเนินงานดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 หน่วยควบคุมเข้าถึงข้อมูลและคัดแยกคำสั่งจากหน่วยความจำ ขั้นตอนที่ 2 คำสั่งถูกตีความ เพื่อให้คอมพิวเตอร์รู้ว่าจะต้องทำงานอะไร แล้วเลือกข้อมูลที่ต้องใช้ใน การประมวลผล แล้วกำหนดตำแหน่งของคำสั่งถัดไป ขั้นตอนที่ 3 ปฏิบัติตามคำสั่งที่ตีความได้ ทั้งการคำนวณทางคณิตศาสตร์และการเปรียบเทียบ ขั้นตอนที่ 4 เก็บผลลัพธ์ที่ประมวลผลได้ไว้ในหน่วยความจำหลัก

หน่วยความจำ MEMORY UNIT ทำหน้าที่เก็บข้อมูลและโปรแกรมที่ใช้ใน คอมพิวเตอร์ สามารถแบ่งตามลักษณะของการ เก็บข้อมูลในหน่วยความจำได้ 2 ประเภท ได้แก่ หน่วยความจำหลัและหน่วยความจำสำรอง หน่วยความจำหลัก (Main Memory Unit) ทำงานเชื่อมต่อกับหน่วยประมวลผลกลาง ข้อมูล ที่เก็บในหน่วยความจำหลักจะต้องมีขนาดเล็ก หรือความจุไม่ใหญ่มากนัก โดยมีหน้าที่สำคัญคือ - เลือกใช้และเก็บชุดคำสั่งต่างๆ ที่ใช้ในการ ประมวลผลจากหน่วยความจำสำรอง - เก็บข้อมูลที่รับมาจากหน่วยรับข้อมูลเพื่อส่งไป ยังหน่วยประมวลผลกลาง - เก็บผลลัพธ์ที่ได้ในขณะประมวลผลแต่ยังไม่ใช่ ผลลัพธ์ที่ต้องการ - เก็บผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลที่เป็น ผลลัพธ์ที่ต้องการเพื่อเตรียมส่งไปยังหน่วย แสดงผล หน่วยความจำสำรองหรือหน่วยความจำรอง (Secondary Storage Unit) ทำหน้าที่เก็บข้อมูลตามคำสั่งของผู้ใช้ ซึ่งจะมีพื้น พี่หรือ ความจุมากกว่าหน่วยความจำหลัก ลักษณะในการเก็บข้อมูลจะเป็นแบบถาวร ปัจจุบันมีหลายประเภทและมีคุณสมบัติ และข้อมี ข้อดี ข้อเสียในการเก็บข้อมูลต่างกัน

THE DIFFERENCE BETWEEN ROM AND RAM หน่วยความจำประเภทรอม (ROM: Read หน่วยความจำประเภทแรม (RAM: Random Only Memory) Access Memory) หน่วยความจำประเภทนี้ข้อมูลภายในถูกติดตั้งมา บางครั้งเรียกว่าหน่วยความจำชั่วคราว เนื่องจาก จากโรงงานผู้ผลิต จึงมีเพียงผู้พัฒนาระบบที่ จะ สามารถลบและเขียนข้อมูลได้ในขณะที่มีไฟฟ้า เท่านั้น เมื่อปิดคอมพิวเตอร์หรือไม่มีกระแสไฟฟ้า สามารถลบแล้วเขียนข้อมูลใหม่ได้ด้วย แล้วข้อมูลก็จะหายไป ดังนั้นเมื่อต้องการเรียกใช้ ข้อมูลที่อยู่ในแรมใหม่ในอนาคตจึงต้องมีการ กระบวนการหรือเทคนิคพิเศษในการลบและเขียน บันทึกข้อมูลนั้นไว้ในหน่วยความจำสำรองก่อน การปิด ข้อมูล ผู้ใช้ทั่วไป จะสามารถอ่านข้อมูลได้เพียง คอมพิวเตอร์ทุกครั้ง หน่วยความจำประเภทแรม อย่างเดียว ไม่สามารถเขียนหรือแก้ไขข้อมูลที่ ที่นิยมใช้ในปัจจุบันแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้ -ดีแรมหรือไดนามิกแรม (DRAM: Dynamic บันทึกไว้ภายในได้ จึงใช้สำหรับเก็บข้อมูลที่ไม่ RAM) มีลักษณะการทำงานที่มีการรีเฟรช (Refresh) กระบวนการอย่างอัตโนมัติ เพื่อช่วย ต้องการ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น โปรแกรม ในการเก็บข้อมูลให้คงอยู่ ทำให้เสียเวลาหรือต้อง ใช้เวลาในการทำงานนายกว่าประเภทเอสแรม สำหรับควบคุมการทำงานและข้อมูลการจัดการ ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาดีแรมเพื่อให้ใช้เวลาในการ ทำงานน้อยลง เช่น เอฟพีเอ็ม ดีแรม (FPM พื้นฐานของระบบ โดยหน่วยความจำประเภทรอม DRAM: Fast Page Mode DRAM) ไฮเปอร์ เพจโมด ดีแรมหรือีดีโอแรม (Hyper Page จะติดตั้งไว้บนเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ ข้อมูล Mode DRAM or EDO RAM: Extended ที่บันทึกไว้ในหน่วยความจำประเภทรอมจะยังคง Data Output RAM) และเอสดีแรม (SDRAM: อยู่ถึงแม้จะปิดคอมพิวเตอร์หรือไม่มี กระแส Synchronous DRAM) ไฟฟ้าแล้วก็ตาม - เอสแรมหรือสเตติกแรม (SRAM: Static RAM) มีลักษณะการทำงานด้วยการเก็บข้อมูล และรีเฟรชข้อมูลเมื่อได้รับคำสั่งเท่านั้น ทำให้มี ความสามารถในการทำงานเร็วกว่าแบบดีแรมแต่ ปัจจุบันเอสแรมมีราคาแพงกว่าดีแรมมาก

หน่วยแสดงผล OUTPUT UNIT เป็นหน่วยที่ทำหน้าที่แสดงผลที่ได้จากการประมวลผล ข้อมูลที่เตรียมไว้ใน หน่วยความจำหลัก เพื่อส่งข้อมูล หรือสื่อสารกับผู้รับ โดยมีฮาร์ดแวร์ทำหน้าที่เป็นส่วน แสดงผลหรือส่งข้อมูลที่ได้จากการ ประมวลผลจาก ซีพียูมายังผู้รับ แต่ละประเภทจะมีลักษณะและการนำ เสนอข้อมูลที่แตกต่างกัน ดังนี้ จอภาพหรือมอนิเตอร์ (Monitor)) ทำหน้าที่แสดงข้อมูลในลักษะที่คอมพิวเตอร์กำลัง ทำงาน เพื่อติดต่อและสื่อสารกันระหว่างคอมพิวเตอร์ กับผู้ใช้นิยมวัดขนาด ของจอภาพเป็นนิ้ว โดยวัดจาก ความยาวของเส้นทแยงมุมจนจอภาพ จอภาพที่นิยม ใช้ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ จอภาพแบบนูนหรือซีอาร์ที (CRT: Cathode Ray Tube) จอภาพแบบแบนหรือจอแอลซีดี (LCD: Liquid มีรูปทรงและลักษณะการทำงานเหมือนจอ Crystal Display โทรทัศน์ คือ ใช้หลอดภาพแบบซีอาร์ทีจากด้าน หลังไปกระทบกับสารที่เคลือบพื้นผิวของจอภาพ รูปทรงสวยงามและทันสมัยกว่าแบบแรก ใช้พื้นที่ใน ทำให้เกิดเรืองแสง ปรากฏเป็นภาพที่แสดงออก การติดตั้งน้อย มีลักษณะบางและแบนกว่าจอภาพ มา แบบนูน เนื่องจากใช้เทคโนโลยีของผลึกเหลวที่เป็น สสารโปร่งใส มีคุณสมบัติเป็นสารกึ่งของแข็งและ ของเหลว มีหลักการแสดงภาพโดยสภาวะปกติจะเป็น ของเหลว แต่เมื่อมีแสงผ่านจะเกิดการ เรียงโมเลกุล ใหม่กลายเป็นของแข็งแทนเพื่อแสดงภาพแทน ซึ่ง นอกจากจะมีการใช้จอภาพแบบนี้กับคอมพิวเตอร์แล้ว ยังนิยมใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ โทรทัศน์จอแบน และพีดีเอ

ลำโพง (Speaker) ทำหน้าที่แสดงผลในรูปแบบเสียง มีการทำงานร่วม กับการ์ดเสียง (Sound Card) ที่ติดตั้งอยู่ภายในเคส โดยการ์ดเสียงจะรับสัญญาณ ดิจิทัลมาแปลงให้เป็น สัญญาณเสียงส่งต่อไปยังสายส่งสัญญาณที่เชื่อม ต่อไปยังลำโพงเพื่อส่งข้อมูลเสียงไปยังผู้ใช้งาน ลำโพงมี ทั้งแบบที่สามารถปรับขยายเสียงได้เองและ แบบที่ต้องปรับขยายเสียงผ่านคอมพิวเตอร์ ซึ่ง ลำโพงประเภทนี้จะมีคุณภาพเสียง ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ของการ์ดเสียงเป็นหลัก เครื่องพิมพ์ (Printer) หูฟัง (Ear Phone) ทำหน้าที่พิมพ์ข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ให้ออกมาใน ใช้รับข้อมูลประเภทเสียง มีลักษณะการทำงานเหมือน ลักษณะของสิ่งพิมพ์ลงบนกระดาษหรืออุปกรณ์ กับลำโพงแต่ลดขนาดลง ทำให้สะดวกในการพกพา ใช้ อื่นๆ แบ่งเป็น 4 ประเภท รับข้อมูลได้เฉพาะบุคคล หูฟังในปัจจุบันมีรูปแบบ - เครื่องดอตเมตริกซ์ (Dot Matrix) เป็น คุณภาพและราคาที่หลากหลาย บางชนิดมีไมโครโฟน เครื่องพิมพ์ที่นิยมใช้กันทั่วไป มีขนาดใหญ่ เวลา เพื่อเพิ่มความสะดวก ในการรับข้อมูลประเภทเสียง หู ใช้งานมีเสียงดัง เหมาะสำหรับชิ้นงานที่ต้นทุนต่ำ ฟังประเภทนี้จะมีสายสำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ และต้องการทำสำเนาหลายๆ แผ่น อย่างน้อย 2 เส้น โดยเส้นหนึ่งจะใช้สำหรับรับ - เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท (Inkjet) มีขนาดเล็ก รูป สัญญาณเสียงส่วนอีกเส้นจะใช้สำหรับส่งสัญญาณ ทรงทันสมัย ใช้เวลาในการทำงานน้อยและผล เสียง งานที่ได้มีคุณภาพมากกว่าเครื่องดอตเมตริกซ์ เนื่องจากอาศัยหลักการหยดหมึกเป็นจุดเล็กๆ ไปที่ชิ้นงานเพื่อประกอบกันเป็นข้อมูล - เครื่องเลเซอร์ (Laser) มีแบบและรูปร่างคล้าย เครื่องแบบอิงค์เจ็ท แต่สามารถทำงานได้เร็วและ ผลงานที่ได้มีความคมชัดสูงกว่า เนื่องจากใช้ เทคโนโลยีการยิงผงหมึกด้วยระบบเลเซอร์ไป สร้างข้อมูลที่ต้องการบนชิ้นงาน - เครื่องพิมพ์พล๊อตเตอร์ (Plotter) มีขนาด ใหญ่กว่าเครื่องพิมพ์ประเภทอื่น นิยมใช้กับงานที่ เกี่ยวข้องกับการเขียนแบบต่างๆ มีลักษณะการ ทำงานด้วยการใช้ปากกาเขียนข้อมูลลงบนพื้นผิว ที่ต้องการพิมพ์ด้วยวิธีการเลื่อนกระดาษ เครื่องแอลซีดีโปรเจคเตอร์ (LCD Projector) เป็นฮาร์ดแวร์ที่ใช้นำเสนอข้อมูลบนจอภาพคอมพิวเตอร์ไปฉายบนจอภาพขนาดใหญ่ ภายในเครื่องแอลซีดี โปรเจคเตอร์ จะถูกบรรจุ ด้วยกระจกสีแดง เขียว และสีน้ำเงิน เมื่อเครื่องทำงานจะส่งแสงผ่านแผ่นกระจกสี เหล่านี้ เพื่อให้เกิดข้อมูลไปแสดงยังจอภาพที่กำหนด ปัจจุบันมีการพัฒนาเครื่องแอลซีดีโปรเจคเตอร์เพื่อให้ ได้คุณภาพมากยิ่งขึ้น เรียกว่า เครื่องดีแอลพีโปรเจคเตอร์ (DLP: Digital Light Processing) ซึ่งใช้ชิป จำนวนมากทำงานแทนกระจก ทำให้ข้อมูลที่แสดงมีความชัดมีความละเอียดสูง และมีขนาดเล็กกว่าเครื่อง แอลซีดีโปรเจคเตอร์ แต่มีราคาสูงกว่าด้วย


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook