Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore พันธุ์ไม้ในตุมปัง

พันธุ์ไม้ในตุมปัง

Published by aidso hala, 2023-04-20 02:19:02

Description: พันธุ์ไม้ในตุมปัง

Search

Read the Text Version

พรรณไม้ โบราณสถานตุมปงั ฝา่ ยธรรมนุบ�ำ รุงศิลปละและวัฒนธรรม

กระดููกไก่่ สารบัญั กระโตงกระเตง คล้้าน้้ำ กระถินิ ป่า่ คล้้าลาย กระทกรก ค้้อนตีีหมา กระท้อ้ น คอแลน กระท้้อนรอก คอแห้้ง กระออก คัันแหลน กริิม ค่า่ งเต้้น กะพ้้อหนาม เค้ด้ เค้้า กาฝาก แคหางค่า่ ง กำซำ โคคลาน กำแพงเจ็ด็ ชั้น้� จิิกน้้ำ กำลังั ควายถึึก จิกิ สวน แก้ว้ มุุกดา จิงิ จ้้อเหลือื ง ขนุุน ชะเนีียง ข่่อย ชะมวง ข่อ่ ยหนาม ชะอม ข่า่ น้้ำ ชำมะเลีียง ข่า่ ลิงิ ชิ้ง� ขาว ข่่าเล็ก็ ชุุมเห็็ดเทศ ขี้ก้� า ชุมุ เห็็ดไทย ขี้เ�้ หล็็กไทย เชีียด ขี้�้เหล็็กย่า่ น แซะ เข็็มขาว ดัังหวาย เข็็มทอง ดำ เข็็มพญาอินิ ทร์์ เดืือยบิดิ เขยตาย ตะขบน้้ำ เขี้ย�้ วกระจง ตะแบก ตัังหน

ตาเป็็ดตาไก่่ สารบััญ (ต่่อ) ตาเสืือใบเล็็ก ไผ่่สีีสุกุ ตีีนนก พระเจ้า้ ห้า้ พระองค์์ เตยพรุุ พลอง เต่า่ ร้้างแดง พลองขี้ค�้ วาย แตงหนูู พลัับพลา แต้ว้ พะวา ถอบแถบ พัังเเหร ถอบแถบน้้ำ พิกิ ุุล เถาว์ข์ มััน พุดุ น้้ำบุศุ ย์์ เถาว์์ย่่านาง แฟบ ทัังใบใหญ่่ มะกอก ไทรย้้อยใบทู่่� มะเกลืือป่่า นนทรีี มะขามป้อ้ ม นมควาย มะเดื่ �อปล้้อง นมตำเลีีย มะปราง นมแมว มะปริิง นางแย้้มป่า่ มะพร้า้ วนกคุ่�ม น้้ำใจใคร่่ มะไฟ นุ่ �น มะม่ว่ ง บุุหรง มะม่ว่ งหิมิ พานต์์ ปลาไหลเผืือก มะเม่า่ ควาย ปุุดคางคก มะเมื่่�อย ปุุดใหญ่่ มะลิปิ ่า่ เปล้า้ เงินิ มะแว้ง้ ผกากรอง มะหาด ผัักปลาบ มัังเร ผัักแมะ เม่่าไข่่ปลา ยมหินิ

ยางนา สารบััญ (ต่อ่ ) ยางพารา เสม็็ดแดง ย่่านตองแห้ง้ หญ้า้ คมบางกลม ย่า่ นปด หญ้า้ ลิกิ ย่า่ นลิิเภา หญ้้าหนููต้น้ ยาร่ว่ งพรุุ หลาวชะโอน รสสุุคนธ์์ หว้า้ ระกำ หว้้าน้้ำ ระงดกล้ว้ ย หวายขี้�้ไก่่ รัักป่่า หวายตะมอย รางจืืด หวายน้้ำ ราม หวายลิงิ ลำเท็ง็ หว้้าหินิ ลููกไอ เหมืือดดง เล็็บเหยี่ �ยว เหมือื ดตััวผู้� เลืือดแรด องุ่�นเถาว์์ ศิิลา อรคนธ์์ สมอดีีงูู อโศกน้้ำ ส้ม้ ออบแอบ อุตุ พิติ สมุยุ เอื้อ� งหมายนา สะเดา ไอ สัักขีี สัังวาลพระอิินทร์์ สััตบรรณ สัับปะรด ส้้านใหญ่่ สาบเสือื สำเภา

กระดูกู ไก่่ ชื่อ�่ วิิทยาศาสตร์์ : Prismatomeris tetrandra (Roxb.) K.Schum ชื่่�อวงศ์์ : RUTACEAE ชื่�่ออื่�่น : ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : ไม้้พุ่�ม หรืือไม้ต้ ้น้ ขนาดเล็ก็ สูงู ได้ถ้ ึึง 8 เมตร กิ่�งเป็็นสี่เ� หลี่ย� มหรืือเกือื บกลม เกลี้ย�้ ง ใบ : ใบเดี่�ยว เรีียงตรงข้้าม รููปใบหอก ถึงึ รููปรีีแกมขอบขนาน กว้้าง 2-6 เซนติเิ มตร ยาว 4-18 เซนติเิ มตร ปลายเรีียวแหลม แหลม ถึึงมน โคนรููปลิ่่ม� หรือื แหลม ก้้านใบยาว 0.5-1.5 เวนติิเมตร หูู ใบรููปสามเหลี่ �ยม ดอก : ดอกออกเป็น็ ช่อ่ ซี่�ร่่ม มีีกลิ่น� หอม กลีีบเลี้�ย้ งปลายตััด หรือื จัักซี่ฟ� ันั เล็ก็ ๆ กลีีบดอกสีีขาว รูปู ดอกเข็ม็ หลอดกลีีบดอกเกลี้ย้� งปลายแยกเป็น็ 5 กลีีบ เมื่่อ� ดอกบานกางออกและโค้ง้ พัับลง เกสร เพศผู้้�ติดิ ที่่�ส่่วนบนหลอดดอก รัังไข่่มีี 2 ช่่อง แต่่ละช่่องมีี 1 ออวุลุ ผล : ผลเมล็ด็ เดีียวแข็ง็ รูปู รีี หรือื รูปู ไข่่ สีีน้้ำเงินิ ปนดำ กลีีบเลี้้�ยงติิดทน ที่่ป� ลายผล เมล็ด็ รูปู ครึ่�ง วงกลม หรืือเกืือบกลม การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ รากและใบใช้ช้ งเป็็นชาดื่�มแก้ก้ ามโรค (รากและใบ) รากกระดูกู ไก่่นำมาผสมกัับรากหนาดคำ รากหนาด ฝนกิินเป็น็ ยารัักษาอาการประจำเดืือนมาไม่เ่ ป็็นปกติิ แก้ผ้ ิดิ เดือื น ผิิดสาบ (ราก) ลำต้้น ใช้้เป็น็ ยากระตุ้�น ยาระงัับอาการเกร็็งของกล้า้ มเนื้้อ� ด้้วยการนำลำต้้นมาต้้มกัับเปลืือกอบเชย (Cinnamomum) รัับประทาน (ลำต้น้ ) 1

กระโตงกระเตง ชื่่�อวิิทยาศาสตร์์ : Bhesa robusta (Roxb.) Ding Hou ชื่อ่� วงศ์์ : CELASTRACEAE ชื่่�ออื่�น่ : กระโดงแดง ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : เป็็นไม้้ต้้นขนาดกลางถึงึ ขนาดใหญ่่ สูงู 15-25 ม. มีีพอนที่่�โคนต้น้ เรืือนยอดเป็น็ พุ่�มกลมยาว พุ่�มใบแน่น่ เปลือื กสีีน้้ำตาล ขรุุขระ แตกเป็็นร่่องตื่น� ๆ ตามยาว เปลืือกชั้�น้ ในเป็็นเสี้�้ยนสีีน้้ำตาลอม เหลือื งถึึงสีีน้้ำตาลอมชมพูู กิ่�งอ่อ่ นแบนเป็็นเหลี่�ยม มีีหูใู บรูปู กรวยแหลมที่่�ปลายกิ่ง� ใบ : เป็็นใบเดี่ย� ว เรีียงสลัับ รูปู ขอบขนานหรือื รููปรีีแกมรูปู ขอบขนาน กว้า้ ง 3-7 ซม. ยาว 8-17 ซม. ปลายแหลม โคนมนหรือื แหลม ขอบเรีียบแต่ย่ ่่นเป็น็ คลื่�นห่่างๆ แผ่่นใบด้้านบนสีีเขีียวเลื่�อมเป็น็ มััน ด้้านล่่างสีีจางกว่า่ เส้้นแขนงใบขนานกัันเว้น้ ระยะห่่างค่อ่ นข้า้ งสม่่ำเสมอ ระหว่า่ งเส้น้ แขนงใบมีี เส้น้ ขั้้�นบัันได ก้า้ นใบยาว 2.5-4 ซม. ปลายก้้านใบที่่�ต่่อกัับแผ่่นใบป่อ่ งและโค้้งเล็ก็ น้้อย ดอก : ออกเป็น็ ช่อ่ แบบหางกระรอก ยาว 5-14 ซม. มีีดอกที่่�ก้้านสั้�้นๆ จำนวนมาก ดอกเล็ก็ มาก สีี เหลืืองอมเขีียว กลิ่�นหอมอ่อ่ น กลีีบเลี้้ย� งและกลีีบดอกมีีอย่า่ งละ 5 กลีีบ เกสรเพศผู้� 5 อััน ติิดอยู่� รอบนอกจานฐานดอกที่่�ล้อ้ มรอบฐานรัังไข่่ ผล : รููปกรวยแหลม ส่่วนปลายเป็็นจะงอยโค้้งเล็ก็ น้อ้ ย กว้า้ ง 0.8-1.2 ซม. ยาว 2.7-3.4 ซม. ผลแก่่ สีีเหลือื ง และแตกออกตามรอยประสานด้า้ นข้า้ ง มีี 1 เมล็็ด เมล็ด็ : เมล็็ดแข็ง็ รููปรีี กว้า้ ง 9 มม. ยาว 2-2.5 ซม. มีีเนื้้�อสีีเหลือื งหุ้�มตลอดหรืือเพีียงบางส่่วน การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ ใบ : รสขมเมา สรรพคุณุ ระงัับประสาท แก้้ปวดเมื่อ� ยตามร่่างกาย ทำให้้นอนหลัับสบาย แก่่น : ต้ม้ ดื่ม� เป็น็ น้้ำชา สรรพคุณุ บำรุุงกำลััง บำรุงุ เลือื ด 2

กระถิินป่า่ ชื่�่อวิิทยาศาสตร์์ : Acacia tomentosa Wild. ชื่อ�่ วงศ์์ : FABACEAE ชื่อ�่ อื่่�น : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : ไม้ต้ ้น้ ขนาดเล็ก็ ถึงึ ขนาดกลาง ผลััดใบ สูงู 5-15 ม. พุ่�มเรืือนยอดโปร่่งกว้้างคล้้ายรููปร่ม่ กิ่ง� อ่่อนมีีขนหนาแน่น่ ตามกิ่ง� มีีหูใู บแปลงรูปู เป็น็ หนามแหลมแข็็ง ยาวได้ถ้ ึงึ 4.5 ซม. ใบ : เป็็นใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้้น� เรีียงสลัับ แกนกลางใบประกอบยาว 3-9 ซม. ก้า้ นใบ ประกอบยาว 0.6-1 ซม. มีีต่่อมขนาดใหญ่่ที่่�ปลายก้้านใบประกอบตรงรอยต่่อระหว่า่ งแขนงคู่่�ล่่าง สุุด ใบประกอบแยกแขนง 7-23 คู่� ยาว 0.9-2.5 ซม. แต่ล่ ะแขนงมีีใบย่่อย 20-50 คู่� เรีียงตรงข้้าม ชิดิ กััน ใบย่อ่ ยรููปขอบขนาน กว้า้ งประมาณ 1 มม. ยาว 2-3 มม. ปลายมน โคนเบี้�้ยว แผ่น่ ใบมีีขน ทั้้�ง 2 ด้้าน ไม่ม่ ีีก้า้ นใบย่่อย ดอก : เป็็นช่อ่ แบบช่่อกระจุุกแน่น่ ออกเดี่ย� วๆ ตามง่่ามใบ 1-4 ช่่อ กลิ่น� หอมอ่่อน ก้้านช่่อดอกยาว 1-2.5 ซม. มีีขน ดอกเล็็ก สีีขาว มีีจำนวนมาก ออกชิดิ กัันแน่น่ บนแกนช่่อกลมคล้้ายช่อ่ ดอกกระถิิน เมื่่อ� บานเต็ม็ ที่่�เส้้นผ่า่ นศููนย์ก์ ลางช่อ่ ดอก 0.9-1.3 ซม. กลีีบเลี้ย�้ งและกลีีบดอก 4-5 กลีีบ เล็็กมาก ติดิ กัันเป็น็ หลอดสั้้�นๆ เกสรเพศผู้้�มีีจำนวนมาก ผล : เป็็นฝัักแบนแคบ รูปู ขอบขนาน กว้้าง 0.8-1.1 ซม. ยาว 9-12 ซม. ฝัักแก่่สีีน้้ำตาล โค้ง้ งอ มีีหลายเมล็ด็ เมล็็ดรููปไข่่ กว้า้ ง 5-6 มม. ยาว 7-9 มม. การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ ต้้น : แก้ป้ วดหูู แก้ฝ้ ีีในหูู ตัับพิิษ ไข้้กาฬ แก้้ไข้้พิิษ แก้โ้ รคผิิวหนััง ราก : รสฝาดเฝือื น แก้้พิษิ งูู แก้้พิิษแมลงสััตว์ก์ ััดต่อ่ ย เช่น่ ตะขาบ แมลงป่อ่ ง แก้้ปวดฝีีในหูู ทาบาดแผลเนื่่อ� งจากน้้ำเหลือื งหรือื ไฟลามทุ่�ง 3

กระทกรก ชื่อ�่ วิิทยาศาสตร์์ : Passiflora foetida L. ชื่่�อวงศ์์ : PASSIFLORACEAE ชื่่อ� อื่น่� : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : จััดเป็น็ ไม้ต้ ััวผู้้�ประมาณ 5-8 ก้้าน ส่่วนก้า้ นเกสรตััวเมีียมีีประมาณ 3-4 ก้้าน รัังไข่่เกลี้�้ยงข้เ้ ถา เลื้อ� ย มีีอายุุประมาณ 2-5 ปีี มีีมืือสำหรัับใช้้ยึึดเกาะ และมีีขนขึ้�นปกคลุมุ อยู่่�ทุกุ ส่่วน และทุกุ ส่่วน ของลำต้้นเมื่่อ� นำมาขยี้จ�้ ะทำให้เ้ กิิดกลิ่น� เหม็น็ เขีียว ขยายพัันธุ์์�ด้ว้ ยวิิธีีการใช้้เมล็็ด และเจริญิ เติิบโต ได้ด้ ีีในที่่ร� าบ ใบ : มีีใบเป็น็ ใบเดี่�ยวออกเรีียงสลัับ ลัักษณะของใบเป็็นรููปหััว ปลายใบแหลม โคนใบเว้้า ส่ว่ นขอบ ใบเว้้าเป็็น 3 แฉก แผ่น่ ใบมีีขนสีีน้้ำตาลขนาดเล็ก็ ขึ้น� ทั้้�งสองด้้าน และที่่�ขนมีีน้้ำยางเหนีียว ดอก : ดอกเป็็นดอกเดี่ย� ว ออกตามซอกใบ ดอกมีีกลีีบดอก 10 กลีีบ กลีีบดอกด้้านนอกเป็น็ สีีเขีียว อ่อ่ น ส่่วนกลีีบด้า้ นในเป็น็ สีีขาว มีีกระบัังรอบเป็น็ เส้้นฝอยมีีสีีขาวโคนม่่วง ส่ว่ นกลีีบเลี้้ย� งของดอก เป็น็ เส้น้ ฝอย ดอกมีีก้า้ นชูู ผล : ผลมีีลักั ษณะเป็น็ รููปทรงกลม ผลเมื่่�ออ่่อนเป็็นสีีเขีียว เมื่่อ� สุุกแล้ว้ จะเปลี่่ย� นเป็็นสีีเหลืืองอมสีี ส้้ม และมีีใบประดัับเส้้นฝอยคลุมุ อยู่� ภายในผลมีีเนื้้�อหุ้�มเมล็ด็ ใสและฉ่่ำน้้ำ (คล้้ายกัับเมล็็ดแมงลักั แช่น่ ้้ำ) มีีรสหวานแบบปะแล่ม่ ๆและจะออกดอกออกผลในช่ว่ งเดืือนสิิงหาคมถึงึ เดืือนกัันยายน การนำไปใช้้ประโยชน์์ ยอดอ่อ่ น ผลอ่อ่ น ผลสุุก ผลแก่่ รวมทั้้�งรกหุ้�ม้ สามารถใช้ร้ ัับประทานเป็็นผัักสด หรืือนำมาต้้ม หรือื ลวกเป็น็ ผัักจิ้ม� น้้ำพริิก และแกงเลีียง  4

กระท้้อน ชื่่�อวิิทยาศาสตร์์ : Sandoricum koetjape (Burm.f.) Merr. ชื่�่อวงศ์์ : MELIACEAE ชื่อ�่ อื่่�น : ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : เป็็นไม้ต้ ้้นขนาดกลางถึึงขนาดใหญ่่ ไม่ผ่ ลััดใบ สูงู 15-40 เมตร ต้้นเปลา ตรง แตกกิ่ง� ต่่ำ เปลือื กสีีเทาอมน้้ำตาล ค่อ่ นข้้างเรีียบ ใบ : ใบแก่จ่ ััดสีีแดงอิฐิ หรืือสีีแสด ใบช่อ่ ยาว 20-40 ซม. ช่่อติดิ เรีียงสลัับเวีียนกัันไป ใบปลายช่่อ เป็น็ ใบเดี่ย� ว ดอก : ดอกช่อ่ ออกรวมเป็็นช่่อ ไม่่แยกแขนงตามปลายกิ่�ง ช่่อยาว 5-15 ซม. มีีขนนุ่�มทั่่�วไป ดอก เล็็ก สีีเหลืืองอ่่อน หรืือเขีียวอ่อ่ นอมเหลือื ง ดอกสมบรูณู ์เ์ พศ กลิ่น� หอมอ่อ่ นๆ ผล : ผลกลมหรือื แป้้น อุ้�มน้้ำ ผลอ่่อนสีีเขีียว แก่่จััดสีีเหลือื ง เมล็็ดรูปู ไต เรีียงตามแนวตั้้�ง 5 เมล็ด็ ออกดอกเดืือน มกราคม -มีีนาคม และเป็น็ ผลเดือื น มีีนาคม – พฤษภาคม การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ ใบ : รสเปรี้ย�้ วเย็็นฝาด ใช้ข้ ัับเหงื่อ� ต้ม้ อาบแก้ไ้ ข้้ เปลืือกต้น้ : รสเปรี้�ย้ วเย็็นฝาด รัักษาโรคผิิวหนััง กลากเกลื้อ� น แก้ท้ ้้องเสีีย เปลืือกผล : รสเปรี้ย�้ วเย็น็ ฝาด เป็น็ ยาสมาน ราก : รสเปรี้ย้� วเย็็นฝาด แก้ท้ ้อ้ งร่่วง แก้้บิิด มูกู เลืือด ดัับพิิษร้้อน ถอนพิษิ ไข้้ แก้ไ้ ข้ร้ ากสาด 5

กระทอ้ นรอก ชื่�อ่ วิทิ ยาศาสตร์์ : Elaeocarpus robustus Roxb. ชื่อ�่ วงศ์์ : ELAEOCARPACEAE ชื่อ�่ อื่น่� : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ไม้ต้ ้้นขนาดกลางถึึงขนาดใหญ่่ สูงู 10-15 ม. ขนาดทรงพุ่�ม 8-10 ม. ผลััดใบ ทรงพุ่�มรููปกรวย คว่่ำถึึงค่่อนข้า้ งกลม โคนต้้นเป็็นพูพู อนเล็็กๆ เปลืือกต้น้ สีีน้้ำตาลอมเทา แตกเป็น็ สะเก็ด็ เล็ก็ ๆ สีี น้้ำตาลอ่อ่ นทั่่ว� ไป ใบ : ใบเดี่�ยว เรีียงสลัับ รูปู รีีรูปู ไข่แ่ กมรููปขอบขนาน กว้า้ ง 4-13 ซม. ยาว 8-25 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบหรือื มนกลม ขอบใบหยัักมน แผ่น่ ใบบางแต่่ค่่อนข้้างเหนีียว สีีเขีียวอ่่อน ใบอ่อ่ นมีีขนสีี เทาปกคลุุม ใบแก่จ่ ะเปลี่่ย� นเป็น็ แดงเข้ม้ ก้า้ นใบยาว 2-9 ซม. ดอก : สีีขาวนวลถึึงเหลืืองอ่่อน ออกเป็น็ ช่่อแบบช่่อกระจะที่่�ด้้านข้้างกิ่ง� ช่่อดอกห้้อยลง ยาว 6-21 ซม. กลีีบเลี้�ย้ ง 5 กลีีบ รููปสามเหลี่�ยม กลีีบดอก 5 กลีีบ ปลายกลีีบดอกจัักเป็น็ ริ้�วละเอีียด เกสรเพศ ผู้้�จำนวนมาก เส้น้ ผ่่านศูนู ย์์กลางดอกประมาณ 1 ซม. ออกดอกเดืือน เม.ย.-พ.ค. ผล : ผลสดแบบมีีเนื้้�อ ทรงกลมรีี กว้า้ ง 2-4 ซม. ยาว 3-4.5 ซม. สีีเขีียว เมื่่อ� สุุกสีีเขีียวอมน้้ำตาลมีี ขนสีีเทาปกคลุุมหนาแน่่น เมล็ด็ มีีเปลืือกแข็ง็ รูปู รีีแกมรููปขอบขนานสีีน้้ำตาล จำนวน 1-3 เมล็ด็ ต่่อผล ติดิ ผลเดืือน มิ.ิ ย.-ธ.ค. ขยายพัันธุ์�โดยการเพาะเมล็็ด การนำไปใช้้ประโยชน์์ ผล : เป็็นอาหารสััตว์์ เนื้้อ� ไม้้ ใช้้ก่อ่ สร้า้ งภายใน อาคารบ้า้ นเรือื น 6

กระออก ชื่�อ่ วิทิ ยาศาสตร์์ : Artocarpus elasticus Rienw. Ex Blume. ชื่อ่� วงศ์์ : MORACEAE ชื่่�ออื่่�น : กระเอาะ ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ไม้ต้ ้้น ลำต้น้ สูงู 10-40 เมตร ต้น้ ขนาดใหญ่่มีีพูพู อน ยางสีีขาว ใบ : ใบเดี่�ยว เรีียงเวีียนสลัับ รููปไข่ห่ รืือรูปู รีี ปลายใบแหลมโคนสอบกว้า้ ง แผ่่นใบหนา คล้า้ ยหนััง หููใบยาวขนาดใหญ่่ มีีขนหนาสีีน้้ำตาลคล้า้ ยกำมะหยี่ป� กคลุมุ ดอก : ออกเป็น็ ช่่อ ตามซอกใบ แยกเป็็นช่่อดอกเพศผู้�และเพศเมีีย ช่อ่ ดอกเพศผู้�ทรงกระบอก มีี ร่อ่ งลึึกตามยาว สีีเหลือื งขุ่�น ช่อ่ ดอกเพศเมีียรูปู กลมหรืือรูปู รีี รัังไข่่มีีก้้านเกสรเพศเมีีย 1 อััน ผล : ผล ผลแก่่สีีน้้ำตาล รูปู ทรงกระบอก มีีขนสากมือื ทั่่�วทั้�้งผล ก้า้ นยาวประมาณ 8 เซนติเิ มตร เมล็ด็ สีีขาวค่่อนข้า้ งแข็็งยาวประมาณ 1 เซนติเิ มตร การนำไปใช้้ประโยชน์์ ยาง : แก้้โรคบิดิ เปลืือก : เปลืือกชั้น�้ ใน พอกรัักษาแผล ถ้า้ นำมาทุบุ ใช้้พัันแก้ป้ วดเอว ใช้้พัันท้อ้ งหลังั คลอดบุตุ ร ใบ : ผสมกัับข้า้ ว กิินแก้ว้ ััณโรค 7

กริมิ ชื่อ�่ วิิทยาศาสตร์์ : Psydrax dicocca Gaertn. ชื่�่อวงศ์์ : RUBEACEAE ชื่อ�่ อื่น่� : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ม้ต้ ้้นขนาดกลาง สููงได้ถ้ ึึง 15 ม. แต่่เมื่�อขึ้�นบนโขดหินิ ริิมทะเลมีีขนาดเล็ก็ ใบ :ใบเดี่�ยว เรีียง ตรงข้้าม รูปู รีีหรืือรููปรีีแกมรูปู ใบหอก ปลายเรีียวแหลม โคนแหลม ขอบเรีียบ หููใบระหว่า่ งก้้านใบ 1 คู่� รููปสามเหลี่�ยม ดอก : ช่่อดอกแบบช่อ่ กระจุกุ แยกแขนง ออกตามง่่ามใบ ดอกเล็็ก มีีจำนวนมาก กลิ่น� หอมเอีียน กลีีบเลี้้ย� ง 5 กลีีบ ติดิ กัันเป็น็ รูปู ระฆังั ขนาดเล็ก็ มาก กลีีบดอกสีีขาวหรือื ขาวอมเขีียว ติดิ กัันเป็น็ หลอด ปลายแยกเป็น็ 5 แฉก เกสรเพศผู้� 5 อััน รัังไข่่อยู่�ใต้้วงกลีีบ มีี 2 ช่่อง ยอดเกสรเพศเมีียแยก เป็น็ 2 แฉก ผล : ผลออกบนช่อ่ สั้้น� ๆ มีีจำนวนหลายผล แต่่ละผลกลม มีีเนื้้�อ สีีเขีียวเข้้ม เมื่ �อสุุกสีีดำ มีีเมล็ด็ แข็ง็ 2 เมล็ด็ การนำไปใช้้ประโยชน์์ ราก : บำบััดอาการโรคท้อ้ งร่่วง 8

กะพ้้อหนาม ชื่�่อวิิทยาศาสตร์์ : Licuala paludosa Griff. ชื่�อ่ วงศ์์ : ARECACEAE ชื่�่ออื่น่� : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : เป็็นไม้ป้ าล์ม์ ต้้นแตกกอ ขนาดเล็ก็ สูงู 3-5 เมตร มีีลักั ษณะเรือื นยอดเป็น็ รูปู พััดหรือื คล้า้ ยร่่ม หรืือครึ่ง� วงกลม มีีชื่่อ� สามััญภาษอัังกฤษว่า่ mangrove fan palm ลำต้้นมีีรอยกาบจางๆมัักมีีกาบ ใบหรือื ใบแห้ง้ ที่่�ไม่่หลุดุ ร่่วงปกคลุุม บางครั้้ง� แตกหน่่อขึ้�นอยู่�ร่วมกัันเป็็นกลุ่�มหนาแน่น่ ใบ : เป็็นใบประกอบลัักษณะคล้า้ ยนิ้้�วมือื ดูคู ล้้ายใบเดี่ย� ว ตั้�ง้ ขึ้น� และแผ่่ออก 10-15 ทาง เรีียงเวีียน สลัับซ้้อนกัันเป็น็ กระจุุกที่่�ปลายยอด ช่่อใบรููปพััด ขนาดเส้น้ ผ่่านศููนย์ก์ ลาง 100-150 เซนติเิ มตร แผ่น่ แฉกใบพัักจีีบรููปขอบขนานหรืือรูปู ลิ่่ม� ปลายแฉกตััดหรือื หยิิกซิิกแซกไม่ส่ ม่่ำเสมอ ผิวิ เกลี้ย�้ ง ผิวิ เกลี้�ย้ งทั้ง้� สองด้้าน ด้า้ นบนสีีเขีียวเข้้ม ขอบกาบมีีรกหรือื เส้น้ ใยหยาบสีีน้้ำตาลสานกัันห่่อหุ้�ม ลำต้น้ ดอก : เป็น็ แบบดอกช่่อ แบบช่่อเชิิงลดไม่่มีีก้้านแยกแขนงออกช่่อตามง่า่ มใบ2-3 ช่่อ ช่อ่ ดอกตั้�ง้ ขึ้�น โค้ง้ แล้้วแผ่อ่ อก แต่่ละช่่อแตกแขนง 7-10 กิ่ง� แต่่ละกิ่ง� ประกอบด้ว้ ยช่่อย่่อย 3-4 ช่อ่ ผล : เป็น็ เมล็ด็ เดีียวแข็ง็ รูปู ทรงกลม ผิิวเกลี้้�ยงเป็็นมัันสีีส้้มหรือื แดง เนื้้�อผลชุ่่�มน้้ำผนัังผลชั้น้� ในบาง และแข็็งคล้า้ ยหินิ มีี1 เมล็็ด การนำไปใช้้ประโยชน์์ สรรพคุุณทางยา ช่่วยขัับเลืือดในผู้�หญิิง ทำให้เ้ ลือื ดลมดีี รัักษาพิิษโรคหนอง แก้อ้ าการปวดศีีรษะ ยอดอ่่อนหรืือหััว คั่ว� หรืือปรุงุ อาหารรัับประทาน 9

กาฝาก ชื่อ�่ วิิทยาศาสตร์์ : Dendrophthoe pentandra ชื่อ�่ วงศ์์ : LORANTHACEAE ชื่�อ่ อื่น่� : ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : เป็็นเถาเลื้�อย โดยมีีลำต้้นเล็ก็ ยาวประมาณ 50-100 เซนติเิ มตร ลำต้น้ แตกกิ่ง� มีีขนาดเล็็ก จำนวนมาก ใบ : ใบเลี้้�ยงคู่� โดยใบของกาฝากจะแทงออกใบเดี่�ยวบนกิ่�งสลัับข้า้ งกััน ลักั ษณะของใบจะมีีรููปไข่่ โคนใบเรีียว ปลายใบมน แผ่น่ เรีียบ ใบหนา มีีสีีเขีียวเข้ม้ กว้้างประมาณ 3-5 เซนติเิ มตร และยาว ประมาณ 5-7 เซนติิเมตร ดอก : มีีขนาดเล็็ก โดยดอกจะแทงออกเป็น็ ช่่อที่่บ� ริิเวณปลายยอด สีีของดอกคืือ สีีเหลืืองหรือื สีีส้ม้ ดููสวยงาม ดอกกาฝากนั้้�นจะเป็็นดอกสมบูรู ณ์์เพศ ภายในมีีเกสรตััวเมีียและเกสรตััวผู้� สามารถผสม เกสรกัันเองได้้ภายในดอก นอกจากนั้น้� ยัังสามารถผสมเกสรข้า้ มดอกได้้ ผล : จะมีีลัักษณะเป็็นรูปู ไข่่ ข้า้ งในผลประกอบไปด้้วยเนื้้�อและเมล็็ดขนาดเล็็กแทรกอยู่� เมล็ด็ เบา ไม่่มีีเปลืือกหุ้�ม โดยเมล็ด็ จะมีีสีีส้ม้ อมน้้ำตาล และเมล็ด็ เป็็นเมืือกเหนีียว การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ นำใบมาตากแห้้งต้ม้ ดื่ม� โดยมีีสรรพคุณุ รัักษาอาการไอ เจ็็บคอ หรืือ ไข้ห้ วััด ลดน้้ำตาลในเลือื ด รัักษาโรคเบาหวานใช้้เป็็นยาขัับปัสั สาวะ ช่่วยป้อ้ งกัันโรคมะเร็ง็ รัักษาแผลในกระเพาะอาหาร รัักษาโรคดีีซ่่านและในปัจั จุบุ ัันมีีการนำเอาใบของกาฝากมาสกััดทำเป็็นยา หรืือต้้มดื่�ม เพื่่�อกระตุ้�น การสร้้างภููมิติ ้้านทานให้แ้ ก่ร่ ่า่ งกาย นอกจากนั้�้นยัังช่่วยทำให้้มดลูกู กระชัับ สำหรัับหญิิงพึ่่�งคลอด ลูกู อีีกทั้�้งยัังรัักษาแผลหลัังผ่า่ ตััด ไปจนถึงึ ช่่วยบำรุุงเซลล์์ ทำให้ผ้ ิวิ พรรณสวยงามได้้อีีกด้ว้ ย 10

กำซำ ชื่�่อวิิทยาศาสตร์์ : Lepisanthes rubiginosa (Roxb.) Leenh. ชื่อ�่ วงศ์์ : SAPINDACEAE ชื่อ�่ อื่�่น : มะหวด ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ไม้พุ้่�มหรือื ไม้้ต้น้ ขนาดเล็็ก สูงู 10-15 เมตร ผลััดใบ เปลือื กต้น้ สีีน้้ำตาล มีีรอยแตกเป็น็ ร่่อง การแตกกิ่�งก้า้ นมาก ใบ : ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่� เรีียงเวีียนสลัับ ใบย่่อย 3-6 คู่� รููปไข่่หรือื ไข่่กลัับ กว้า้ ง 5-10 เซนติเิ มตร ยาว 10-20 เซนติเิ มตร ปลายแหลม โคนสอบ ขอบเป็น็ คลื่�น แผ่่นใบบาง มีีขนปกคลุมุ ด้า้ นบนสีีเขีียว ใต้ใ้ บสีีเขีียวอ่่อน เส้น้ กลางใบลักั ษณะร่่องตื้�น ดอก : ดอกเป็็นช่อ่ แบบแยกแขนง ออกตามซอกใบหรือื ปลายกิ่�ง ยาว 30-50 เซนติิเมตร ดอกสีีขาว หรืือดอกสีีเหลืืองอ่อ่ น กลีีบเลี้�ย้ ง 5 กลีีบ สีีเขีียว กลีีบดอก 4-5 กลีีบ รูปู ครึ่�งวงกลม สีีขาวหรือื เหลือื งอ่อ่ น ผล : ผลสดมีีเนื้้อ� ทรงรีีเว้า้ เป็็นพูู ยาว 1-2 เซนติเิ มตร ผลอ่อ่ นมีีสีีเขีียว เมื่ �อแก่เ่ ปลี่่ย� นเป็็นสีีแดง ม่ว่ ง การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ ใบอ่อ่ นและผล : รัับประทานได้้ ลำต้น้ : นิยิ มปลููกประดัับสวน 11

กำแพงเจ็ด็ ชั้้�น ชื่�อ่ วิทิ ยาศาสตร์์ : Salacia chinensis L. ชื่อ�่ วงศ์์ : CELASTRACEAE ชื่่�ออื่�น่ : หลุมุ นก ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ไม้้เถาหรือื ไม้พุ้่�มเนื้้อ� แข็็ง สููงประมาณ 2-6 ม. เปลืือกต้น้ เรีียบ สีีเทานวล ด้้านในเนื้้�อไม้ม้ ีีวงปีี เป็น็ สีีน้้ำตาลแดงเข้ม้ จำนวนหลายชั้้�นเห็็นได้้ชััด เรีียงซ้้อนกัันประมาณ 7-9 ชั้�น้ ใบ : เป็น็ ใบเดี่ย� ว ออกเรีียงตรงข้้ามกััน สลัับตั้�ง้ ฉาก ลักั ษณะของแผ่่นใบเป็็นรูปู วงรีีหรืือรููปวงรีี กว้้าง หรืือรูปู วงรีีแกมใบหอก หรืือรููปไข่่ หรืือรูปู ไข่่กลัับ ปลายใบแหลมหรือื มน ส่่วนโคนสอบ ขอบ ใบหยัักหยาบๆ แผ่น่ ใบค่่อนข้้างหนา หลัังใบเรีียบเป็น็ มััน มีีสีีเขีียวเข้ม้ ส่ว่ นท้อ้ งใบเรีียบ เนื้้อ� ใบ กรอบ ผิิวด้้านบนและด้้านล่า่ งของใบค่่อนข้า้ งหนาและเป็็นมััน มีีเส้้นแขนงใบ 4-10 คู่� และมีีก้้าน ใบยาว ดอก : ออกดอกเป็น็ ช่่อ แบบเป็น็ กระจุกุ หรือื ช่อ่ แยกเป็น็ แขนงสั้้�นๆ ตามซอกใบหรือื กิ่�งก้้าน ดอกมีี ขนาดเล็็ก สีีเหลืืองหรือื สีีเขีียวอมเหลือื ง แกนดอกนููนเป็น็ วงกลม มีี 3-6 ดอกในแต่่ละช่่อ ผล : ลักั ษณะค่อ่ นข้า้ งกลม เป็น็ รููปกระสวยกว้้างหรือื รูปู รีี ผิวิ เกลี้้�ยงมีีขนาดเส้้นผ่า่ นศููนย์ก์ ลาง 1-2 ซม. โดยผลอ่่อนมีีสีีเขีียว เมื่่อ� สุุกจะเปลี่่ย� นเป็็นสีีแดงหรือื สีีแดงอมส้ม้ ภายในผลมีี 1 เมล็ด็ เมล็็ด : มีีลัักษณะกลม ขนาดใกล้เ้ คีียงกัับผล สามารถรัับประทานได้้ การนำไปใช้้ประโยชน์์ ต้น้ : แก้ห้ ืืด แก้้เสมหะ ขัับปััสสาวะ แก้ร้ ิดิ สีีดวงทวาร แก้้ปวดเมื่ �อย แก้้น้้ำดีีพิิการ ราก : เป็็นยาระบาย ช่่วยฟอกและ ขัับระดููขาว ขัับน้้ำคาวปลาของสตรีีแก้เ้ ส้้นเอ็็นอัักเสบ ดอก : แก้้อาการบิิดมูกู เลือื ด 12

กำลัังควายถึึก ชื่่�อวิทิ ยาศาสตร์์ : Smilax perfoliata Lour. ชื่�่อวงศ์์ : SMILACACEAE ชื่อ่� อื่่�น : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ไม้เ้ ถา เถากลม หรือื เป็็นเหลี่ย� มมนเกลี้�้ยง หรือื มีีหนามโค้ง้ ประปราย หนา 0.3-1.2 ซม. ช่่วง ระหว่่างข้อ้ ยาว 8-25 ซม. ใบ : ใบเดี่ย� ว เรีียงสลัับ รูปู ไข่่ รููปรีี หรือื รููปไข่่แกมรีี กว้า้ ง 2.5-13 ซม. ยาว 7-18 ซม. ปลายแหลม โคนมน หรืือค่อ่ นข้า้ งแหลม มีีบ้า้ งที่่โ� คนใบเว้้าตื้�นๆ แผ่่นใบหนา มีีนวลเล็ก็ น้้อย เส้น้ แขนงใบออก จากโคนใบ 5-7 เส้้น นููนเห็น็ เด่่นชััดทางด้า้ นล่่าง เส้น้ แขนงใบ 3 เส้น้ ที่่�อยู่�ตรงกลาง โคนเชื่อ� มกััน ห่่างจากโคนใบ 0.5-1.3 ซม. เส้น้ ใบย่อ่ ยสานกัันเป็น็ ร่า่ งแห ก้้านใบรูปู สามเหลี่ย� ม ยาว 1.5-6 ซม. ก้า้ นใบตอนโคนแผ่อ่ อกเป็น็ กาบกว้า้ ง 0.7-1.2 ซม. ยาว 1.5-2.5 ซม. โคนกาบรููปหััวใจเว้้าลึกึ โอบ รอบลำต้้น ปลายแหลม มีีมืือพััน 1 คู่� ยาว 7-20 ซม. ดอก : ดอกแยกเพศ อยู่่�ต่า่ งต้น้ ออกตามโคนหรือื ตอนกลางกิ่ง� เป็็นช่อ่ กระจะรวมที่่ม� ีีช่่อย่อ่ ยๆ แบบช่่อซี่�ร่ม่ ช่่อยาว 1-3 ซม. ส่ว่ นมากมีีช่่อซี่ร� ่่ม 1-3 ช่่อ แต่่ในช่่อดอกเพศผู้�อาจยาวได้ถ้ ึงึ 15 ซม. และมีีช่อ่ ซี่ร� ่ม่ ได้ถ้ ึึง 15 ช่อ่ และข้้อที่่� 4-6 ของช่อ่ มีีช่อ่ ซี่ร� ่ม่ ได้้ข้้อละ 2-4 ช่อ่ ที่่โ� คนของแกนช่่อดอก มีีใบประดัับย่่อย รูปู ไข่่ปลายแหลม ช่อ่ ซี่ร� ่ม่ เส้น้ ผ่า่ นศูนู ย์ก์ ลาง 3-5 ซม. ผล : เนื้้�อนุ่�ม รูปู กลม เส้น้ ผ่่านศููนย์์กลาง 1-1.2 ซม. เมื่่�อสุกุ สีีแดง มีี 1-2 เมล็็ด เมล็็ดสีีแดงเข้้ม รูปู ไข่ก่ ลัับเกืือบกลม กว้้างยาวประมาณ 5 มม. การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ ใช้้เป็น็ ยาบำรุงุ และทานเป็น็ ผัักสด 13

แก้้วมุกุ ดา ชื่�่อวิิทยาศาสตร์์ : Fagraea racemosa ชื่�อ่ วงศ์์ : LOGANIACEAE ชื่่อ� อื่่น� : ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : จััดเป็น็ ไม้ย้ ืืนต้น้ หรืือไม้พุ้่�มไม่ผ่ ลััดใบ มีีความสูงู ของต้น้ ประมาณ 3-15 เมตร และมัักเกาะอยู่� บนต้น้ ไม้อ้ื่�นๆ มีีรากอากาศคล้้ายกัับต้้นไทร เปลือื กต้้นเป็น็ สีีเทา เรีียบและบาง ส่่วนเปลือื กชั้น้� ใน เป็น็ สีีขาว ใบ : เป็น็ ใบเลี้้ย� งเดี่ย� ว เรีียงตรงข้า้ มกััน ลัักษณะของใบจะเป็็นรููปวงรีีถึงึ รูปู ขอบขนาน ปลายใบมน จนถึงึ แหลม ส่่วนโคนใบเป็็นรููปลิ่่ม� ขอบใบเรีียบ ใบหนาและมีีความเหนีียว ใบแก่่จะหนาและอุ้�ม น้้ำ เรีียบเกลี้ย้� ง เส้น้ ใบตรงข้้างเลืือนรางมาก และมีีเส้้นใบ ประมาณ 4-7 คู่� ใบมีีขนาดกว้า้ ง ประมาณ 2-9 เซนติเิ มตร และยาวประมาณ 5-23 เซนติเิ มตร ส่ว่ นก้า้ นใบยาวประมาณ 1-3.5 เซนติิเมตร และตามซอกใบยัังมีีหูใู บหนาเชื่�อมเป็น็ วงแหวน หนาประมาณ 1-2 มิลิ ลิเิ มตร ดอก : ออกดอกเป็็นช่่อเชิิงลด คืือออกเป็น็ ช่อ่ สั้้�นๆ บริเิ วณปลายกิ่ง� หรืือซอกใบ มีีขนาดประมาณ 4-8 เซนติิเมตร กลีีบดอกมีีสีีขาวหรือื สีีเหลืืองอ่่อน เชื่อ� มติิดกัันเป็น็ รููปปากแตร ส่ว่ นปลายแยกออก เป็น็ 5 พูู ค้า้ งไปทางด้้านหลััง บางครั้�ง้ ปลายกลีีบอาจแตกเป็็นฝอย มีีกลิ่น� หอม ผล : เป็็นผลสด มีีลักั ษณะเป็็นรูปู ทรงกลมหรืือทรงรีี ผลมีีขนาดประมาณ 2.5-4.5 เซนติิเมต ผลเป็ส็ ีีขาวหม่น่ แกมสีีเขีียว ผลเป็็นมััน เหนีียว ปลายผลมีีก้้านเกสรตััวเมีียติดิ อยู่� มีีลักั ษณะเป็็น จะงอยแหลมยาว การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ เป็น็ ยาบำรุุงโลหิิต แก้้ผื่�นคััน แก้ล้ มพิิษ แก้ก้ ษััย แก้้ภูมู ิิแพ้้ ขัับปัสั สาวะ ช่่วยป้อ้ งกัันการเกิดิ แผลใน กระเพราะอาหาร แก้้โรคนิ่่ว� ในกระเพาะได้ด้ ้ว้ ย 14

ขนุนุ ชื่่อ� วิทิ ยาศาสตร์์ : Artocarpus heterophyllus Lam. ชื่่�อวงศ์์ : MORACEAE ชื่�่ออื่่�น : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ไม้้ต้น้ ขนาดใหญ่่ สููงได้ถ้ ึึง 30 ม. ทรงพุ่�มรููปทรงกระบอก มีีน้้ำยางสีีขาวข้้นคล้้ายน้้ำนมในทุกุ ส่ว่ นของต้้น ใบ : เป็น็ ใบเดี่ย� ว เรีียงสลัับ ใบรููปรีี กว้า้ ง 5-8 ซม. ยาว 10-15 ซม. โคนใบมน ปลายใบทู่่�-แหลม เนื้้�อใบหนาเป็น็ มัันเหมือื นแผ่่นหนััง ผิิวใบด้า้ นบนสีีเขีียวเข้ม้ เป็็นมััน ดอก : ออกเป็็นช่อ่ แบบช่่อเชิงิ ลด ดอกแยกเพศอยู่่�บนต้น้ เดีียวกััน ดอกเพศผู้�มักออกตามปลายกิ่ง� ดอกเพศเมีียออกตามกิ่�งใหญ่่ และตามลำต้น้ ยอดเกสรเพศเมีียเป็น็ หนามแหลม ผล : เป็็นผลรวม มีีขนาดใหญ่่ ส่่วนของเนื้้อ� ที่่�รัับประทานเจริญิ มาจากกลีีบดอก ส่ว่ นซัังคือื กลีีบ เลี้้�ยง การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ ผล : ผลอ่อ่ นใช้้ปรุงุ อาหาร ผลสุกุ เยื่อ� หุ้�มเมล็ด็ มีีรสหวาน เมล็็ด : ปรุุงอาหาร เนื้้�อไม้้ : ใช้ท้ ำพื้้�นเรือื น สิ่�งก่่อสร้า้ ง และเครื่�องดนตรีี แก่่น : ใช้้ย้้อมผ้้าและแพรไหม ซึ่ง� จะให้ส้ ีีเหลืือง ถึึงสีีเหลืืองอมน้้ำตาล ราก : ใช้ย้ ้อ้ มผ้้าและแพรไหม ซึ่�งจะให้ส้ ีีเหลือื ง ถึงึ สีีเหลือื งอมน้้ำตาลและปรุุงเป็็นยาแก้้ท้อ้ งร่่วง แก้ไ้ ข้้ 15

ข่่อย ชื่่�อวิิทยาศาสตร์์ : Streblus asper Lour ชื่�่อวงศ์์ : MORACEAE ชื่่�ออื่น่� : ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ไม้้ต้้น ขนาดกลาง สูงู ประมาณ 10 - 20 เมตร ลำต้น้ ค่อ่ นข้า้ งคดงอ เป็็นปุ่�มปมหรืือผิิวขรุุขระ เล็็กน้้อย เรืือนยอดเป็็นรููปทรงกลมหรือื รููปทรงกระบอกทึบึ ลำต้้นสีีเทาอมเขีียว มีียางสีีขาวข้น้ ใบ : เป็็นใบเดี่ย� ว ออกเวีียนสลัับ ลัักษณะใบรููปรีีหรือื รูปู ขอบขนาน แผ่น่ ใบสีีเขีียวเล็็กและหนา กรอบ ปลายใบแหลม ขอบใบหยััก แผ่น่ ใบจะสากระคายคล้า้ ยกัับกระดาษทราย ดอก : ดอกเป็น็ ช่อ่ ดอก ออกเป็น็ ช่อ่ กระจุุกตามซอกใบใกล้้ปลายกิ่ง� และปลายกิ่�งดอกสีีขาวครีีมมีี กลิ่น� หอม กลีีบดอกบางมีี 5 กลีีบ หออกดอกเป็็นช่่อสั้น้� ตามซอกใบ ดอกย่อ่ ยเล็ก็ มาก ดอกเพศผู้้�จะ รวมกัันเป็น็ ช่่อดอกแบบหััวกลม และมีีก้้านดอกที่่�สั้�น้ มีีสีีเหลืืองอมเขีียวหรืือเกืือบขาว ส่่วนดอก เพศเมีียนั้น้� ก้า้ นดอกจะยาวและมัักออกเป็็นคู่�สีเขีียว ผล : ลักั ษณะรููปทรงกลมคล้้ายกัับเมล็ด็ พริิกไทย สีีขาวเรีียบหรือื ค่อ่ นข้้างเรีียบ เปลือื กในเป็น็ เส้น้ ใยสีีขาวและมีียางสีีขาวซึมึ ออกมาเมื่�อถููกตััด เมื่่อ� ผลสุุกจะมีีสีีเหลืืองอ่่อนใส การนำไปใช้้ประโยชน์์ เปลืือกต้้น : แก้ร้ ิิดสีีดวงจมูกู กิ่ง� สด : ทำให้ฟ้ ัันทน ไม่ป่ วดฟััน ฟัันแข็ง็ แรง ไม่่ผุุ รากเปลืือก : เป็็นยาบำรุุงหััวใจ เปลืือก : แก้้บิิด แก้ท้ ้้องเสีีย แก้ไ้ ข้้ ฆ่่าเชื้�อจุุลิินทรีีย์์ - ใช้้เป็็นไม้ป้ ระดัับ ตกแต่่งสวน เมล็็ด : ฆ่่าเชื้�อในช่อ่ งปาก และทางเดิินอาหาร 16

ข่อ่ ยหนาม ชื่�่อวิทิ ยาศาสตร์์ : Streblus ilicifolius (Vidal) Corner ชื่อ�่ วงศ์์ : MORACEAE ชื่่�ออื่่�น : ข่่อยขี้�แ้ รด ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้้น : ไม้ต้ ้้น สูงู 15- 20 เมตร ไม่ผ่ ลััดใบ เรืือนยอดเป็็นพุ่�มกลม แตกกิ่ง� จำนวนมาก มีีหนาม กิ่ง� มีีขน ประปรายหรือื หนาแน่น่ หูใู บมัักร่ว่ งง่่าย ใบ : ใบเดี่�ยว เรีียงสลัับในระนาบเดีียวกััน รูปู รีี รูปู ไข่ก่ ลัับ รููปไข่ก่ ลัับ หรือื เกือื บกลม ยาว 4-25 เซนติเิ มตร ปลายใบแหลมหรืือแหลมยาว ปลายเป็น็ ติ่ง� แหลมคล้า้ ยหนาม โคนใบรูปู ลิ่่ม� หรือื มน กลม แผ่่นใบหนา แผ่่นใบเกลี้้ย� งทั้ง�้ สองด้า้ น ขอบใบจัักฟัันเลื่อ� ยเป็็นหนามแหลม ดอก : ดอกแยกเพศต่า่ งต้้น ออกเป็็นช่่อตามซอกใบ ช่่อดอกเพศผู้�แบบช่่อเชิิงลด ออกเดี่�ยวๆ หรือื เป็น็ คู่�ตามซอกใบ ดอกจำนวนมาก ก้้านดอกสั้�น้ มาก ใบประดัับรูปู รีี เรีียงซ้้อนเหลื่�อม ติิดที่่�โคนก้า้ น กลีีบรวม 4 กลีีบ เกสรเพศผู้�ยาว 2-2.5 มิิลลิิเมตร ช่่อดอกเพศเมีียแบบช่อ่ กระจะ ออกเดี่ย� วๆ ใบ ประดัับติดิ ที่่โ� คน มีี 1-3 ดอกในแต่่ละช่่อ ก้า้ นดอกยาว 2-8 มิิลลิเิ มตร กลีีบรวม 4 มีีขนครุุย ก้า้ น เกสรเพศเมีียยาวประมาณ 1 มิลิ ลิิเมตร ยอดเกสรแยก 2 แฉก ผล : ผลทรงกลมหรืือรีี การน�ำ ไปใช้ประโยชน์ เน้อื ไม้และรากใชเ้ ป็นยารักษาโรคกษัย ไตพกิ าร ใช้ปรงุ เปน็ ยาขับเมือกในลำ�ไส้ ใช้ปรงุ เป็นยาขับ ปสั สาวะ ใบต�ำ กับขา้ วสารคัน้ เอาแตน่ ำ้�ด่มื เป็นยาถอนพิษยาเบ่ือยาเมา หรอื อาหารแสลง 17

ข่า่ น้้ำ ชื่อ่� วิิทยาศาสตร์์ : Alpinia mutica Roxb. ชื่อ่� วงศ์์ : ZINGIBERACEAE ชื่่�ออื่น�่ : ปุุด ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : ไม้้ล้ม้ ลุุก มีีเหง้้าอยู่�ใต้ด้ ินิ มีีกลิ่�นน้้ำมัันหอมระเหย บริิเวณต้้นมีีกาบใบเรีียงตััวกัันแน่่นเป็็นลำ ด้น้ เทีียมเดี่�ยวๆ แทงขึ้�นจากหััวใต้้ดิิน สูงู 1.5-3 ม. ใบ : ใบเดี่ย� ว รููปขอบขนาน เรีียงแบบสลัับ แผ่น่ ใบหนาเหนีียว รููปดาบผิิวใบเรีียบเป็น็ มัันทั้ง้� สอง ด้้าน ขอบใบเป็็นคลื่�นมีีขนปกคลุุม ปลายใบแหลมติ่ง� โคนใบสอบเรีียว เส้น้ ใบแตกแบบขนาน ใบ อ่อ่ นม้ว้ นเข้้าหากัันสีีเขีียวอ่อ่ น ด้า้ นโคนใบสีีเขีียวอมแดง ใบแก่่สีีเขีียว ดอก : ดอกเดี่ย� ว ช่่อดอกออกกลางกลุ่�มใบ กลีีบเลี้้�ยงเชื่�อมติดิ กัันเป็น็ หลอดสีีขาว ด้้านนอกมีีขน ปกคลุมุ กลีีบดอกสีีขาว กลีีบปากสีีเหลือื ง มีีแถบสีีแดงกระจายกลางกลีีบ ผล : ผลแห้้งแตก รููปทรงกลม ผลสุกุ สีีส้้มหรืือสีีแดง การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ เหง้า้ : ต้ม้ ดื่ม� ช่ว่ ยขัับลม แก้้ท้อ้ งอืดื ท้อ้ งเฟ้้อ ผลอ่อ่ น : รัับประทานเป็็นผััก 18

ข่่าลิงิ ชื่อ่� วิิทยาศาสตร์์ : Alpinia conchigera Griff. ชื่่�อวงศ์์ : ZINGIBERACEAE ชื่�่ออื่�่น : ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ไม้ล้ ้ม้ ลุกุ มีีเหง้า้ ใต้ด้ ิิน ลำต้้นเทีียมสูงู ได้้ถึงึ 120 ซม. ใบ : ใบเดี่�ยว เรีียงสลัับ รููปใบหอก ถึงึ รูปู หอกแกมไข่่ กว้้าง 5 ซม. ยาว 25 ซม. ปลายใบเรีียวแหลม โคนใบรูปู ลิ่่�ม ดอก : เป็็นช่่อแบบช่อ่ แยกแขนง ออกที่่�ปลายลำต้น้ เทีียม ยาวประมาณ 20 ซม. กลีีบเลี้�้ยงเชื่อ� มติิด กัันเป็็นรูปู ถ้้วย ปลายแยกเป็น็ 3 แฉก สีีเขีียวอ่่อน กลีีบดอกสีีขาวแกมเขีียว หลอดกลีีบดอกยาว ใกล้เ้ คีียงกัับหลอดกลีีบเลี้้�ยง เกสรเพศผู้�ที่เ� ป็็นหมัันคู่่�ด้า้ นข้้างลดรููป เป็น็ เส้น้ สีีแดง ยาวประมาณ 1.5 มม. กลีีบปากรูปู ไข่ก่ ลัับ สีีขาวแกมชมพูมู ีีลายสีีน้้ำตาลแดง ผล : ผลแห้ง้ แตก รูปู ทรงกลมหรือื เกือื บกลม ขนาดประมาณ 8 มม. ผลสุุกสีีแดง เมล็ด็ มีี 3-5 เมล็็ด มีีกลิ่ �นหอม การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ เหง้้า : รสเผ็ด็ ร้อ้ นซ่า่ เป็็นยาแก้้กามโรค แก้้ปวดท้อ้ ง แก้จ้ ุุกเสีียดแน่น่ เฟ้้อ ขัับลมในลำไส้้ และอุดุ แก้ป้ วดฟันั ใบ : รสเผ็ด็ ร้้านซ่า่ แก้้เกลื้อ� นน้้อย เกลื้อ� นใหญ่่ ฆ่่าพยาธิิต่่างๆ ดอก : รสเผ็็ดร้้อนซ่่า ใช้ข้ ัับพยาธิิในลำไส้้ ต้น้ : รสเผ็ด็ ร้อ้ นซ่า่ เป็น็ ยาแก้ฝ้ ีดี าษ ฝีที ราย ฝีเี ส้น้ ฝีีฝักั บััว 19

ข่า่ เล็ก็ ชื่อ�่ วิิทยาศาสตร์์ : Alpinia officinarum Hance. ชื่่�อวงศ์์ : ZINGIBERACEAE ชื่่�ออื่น�่ : ข่า่ ตาแดง ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : เป็็นพรรณไม้้ลงหััว แตกขึ้�นเป็็นกอเหมืือนกัับข่่าใหญ่่ แต่่จะมีีขนาดของต้น้ เล็ก็ และสั้น�้ กว่่า ขยายพัันธุ์์�ด้้วยวิิธีีการแยกหน่่อเอามาปลููก ใบ : ใบเป็็นรููปไข่่ยาวคล้า้ ยใบพาย ออกสลัับกัันรอบๆ ลำต้น้ ดอก : ออกดอกเป็็นช่อ่ ตรงปลายยอด ช่อ่ ดอกเป็น็ สีีขาว แต้้มด้้วยสีีแดงเล็ก็ น้อ้ ย หน่่อ : หน่อ่ จะมีีสีีแดงจััด มีีกลิ่�นและรสหอมฉุุน การนำไปใช้้ประโยชน์์ ต้น้ : ใช้เ้ ป็น็ ยารัักษาบิดิ ชนิดิ ที่่ต� กเป็น็ เลืือด ดอก : ใช้้เป็็นยาทารัักษาเกลื้�อน ใบ : .ใช้้เป็็นยาทารัักษากลาก หััว : ใช้้เป็น็ ยาขัับลม เป็น็ ยาระบาย เป็็นยารัักษาบาดทะยัักปากมดลูกู ของสตรีี เป็น็ ยาช่่วยบรรเทา อาการฟกช้้ำบวมและช่ว่ ยรัักษาอาการพิษิ โลหิติ ทำ 20

ขี้�้กา ชื่่�อวิทิ ยาศาสตร์์ : Gymnopetalum cochinchinense ชื่่�อวงศ์์ : CUCURBITACEAE ชื่่�ออื่�่น : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : เป็น็ ไม้้เถาเลื้�อยลำต้น้ และมีีมือื เกาะมีีขนและลำต้น้ มัักเป็น็ ห้า้ เหลี่ย� มมัักขึ้�นทั่่ว� ไปตามที่่�รกร้้าง ขยายพัันธุ์์�ด้ว้ ยวิิธีีการใช้้เมล็็ด ใบ : เป็็นใบเดี่�ยว เรีียงเวีียนรููปร่่างต่า่ งๆ กัันตั้�้งแต่่รูปู ไต จนถึึงรููปสามเหลี่�ยม ห้า้ เหลี่�ยม หรือื เป็็น แฉกกว้า้ ง 3-10 เซนติิเมตร ยาว 4-10 เซนติิเมตร โคนเว้า้ ลึึกเป็น็ รููปหััวใจ ผิิวใบสากทั้ง�้ สองด้า้ น ดอก : เป็น็ แบบแยกเพศรวมต้้น ใบประดัับยาว 1.5-2 เซนติิเมตร ดอยจัักเป็น็ แฉกลึึกแหลม ดอก เพศผู้�ออกเป็น็ ช่อ่ ก้า้ นช่อ่ ยาว 7-15 เซนติิเมตรกลีีบเลี้้�ยงติดิ กัันเป็น็ หลอดยาว ปลายแยกเป็น็ แฉก รููปใบหอก 5 แฉก มีีขนเป็็นมัันเลื่อ� ม กลีีบดอกมีี 5 กลีีบ สีีขาวโคนติดิ กัันเล็ก็ น้้อย เกสรเพศผู้�มี 3 อัันดอกเพศเมีียออกเดี่ย� ว กลีีบเลี้้�ยงและกลีีบดอกเหมืือนดอกเพศผู้� รัังไข่่อยู่�ใต้ว้ งกลีีบมีี 1 ช่อ่ ง ยอดเกสรเพศเมีียแยกเป็็น 3 แฉกผล ผล : แบบผลมีีเนื้้อ� คล้้ายกัับตำลึงึ  รููปไข่แ่ กมรูปู ขอบขนาน ยาว 4-5 เซนติิเมตร ผิวิ สาก มีีสัันโดน สัันมีีสีีเขีียว ผลดิบิ สีีเขีียวและเมือื สุกุ จะเป็น็ สีีส้ม้ แดง ใบผลมีีเมล็ด็ หลายเมล็็ด รููปรีี กว้า้ งประมาณ 3 มิิลลิเิ มตร ยาวประมาณ 6 มิิลลิิเมตร การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ บำรุุงน้้ำดีี แก้้ดีีแห้ง้ ดีีฝ่่อ ดีีเดืือด ทำให้้เจริิญอาหาร ทำให้้โลหิิตเย็็น ดัับพิิษโลหิติ บำรุุงมดลูกู รัักษามดลููกหลัังแท้้งหรือื คลอดบุตุ ร แก้ม้ ดลูกู อัักเสบ แก้้ไข้้ รัักษาภาวะคลั่�งเพ้อ้ คุ้�มดีคุ้�มร้า้ ย แก้้ สะอึกึ แก้้ถอนพิษิ ผิิดสำแดง บำรุุงโลหิิต ขัับน้้ำลาย ช่ว่ ยย่่อยอาหาร ขัับน้้ำดีี บำรุุงน้้ำนม ดัับพิษิ ร้อ้ น ใช้เ้ ป็น็ ยานวดแก้้ปวดเมื่่�อยกล้า้ มเนื้้�อ (กระดอมแห้้ง บดผสมกัับน้้ำร้้อน) 21

ขี้เ้� หล็็กไทย ชื่่�อวิิทยาศาสตร์์ : Senna siamea (Lam.) Irwin & Barneby ชื่อ�่ วงศ์์ : FABACEAE ชื่อ่� อื่่�น : ขี้้�เหล็ก็ บ้า้ น ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ไม้้ต้้นขนาดกลาง ผลััดใบ สูงู ประมาณ 10-15 ม. เรืือนยอดเป็น็ พุ่�มแคบๆ ทึบึ สีีเขีียวเข้ม้ ลำต้น้ คดงอเป็น็ ปุ่�ม เปลือื กต้้นสีีน้้ำตาล หรือื สีีเทาปนน้้ำตาล มีีรอยแตกตามยาวของลำด้น้ เป็็นร่่อง ตื่�นๆ ยอดอ่อ่ นสีีแดงเรื่�อๆ ใบ : ใบประกอบแบบขนนก ออกเรีียงตรงข้้าม ลัักษณะใบรููปขอบขนาน ด้า้ นบนเกลี้ย้� ง ขอบใบ เรีียบ ปลายใบมน แผ่น่ ใบเรีียบสีีเขีียวเข้้ม ใบอ่อ่ นสีีน้้ำตาลอมเขีียว มีีใบย่อ่ ยประมาณ 7-16 คู่� ปลายสุดุ มีีใบเดีียว ก้า้ นใบสีีน้้ำตาลแดง ดอก : ออกดอกเป็น็ ช่อ่ แบบช่่อแยกแขนง ออกช่อ่ ที่่ป� ลายกิ่ง� ดอกจะบานจากโคนช่่อไปยัังปลาย ช่อ่ มีีดอกย่่อยประมาณ 10-20 ดอก กลีีบเลี้้�ยงกลม 3-4 กลีีบ ปลายมน มีีกลีีบดอก 5 กลีีบ ปลาย มน โคนเรีียว เกสรเพศผู้� 10 อััน หลุดุ ร่ว่ งง่า่ ย ดอกมีีสีีเหลืือง มีีเกสรยาวยื่�นออกมาภายนอก ผล : เป็น็ ฝัักแบนอวบ ยาวและหนาสีีน้้ำตาล ฝักั แห้ง้ จะแตกออกเป็น็ 2 ซีีก คล้้ายกัับฝัักแค เมล็ด็ : รูปู ไข่่ ยาวแบน เรีียงตามขวาง มีีเมล็ด็ ประมาณ 10-30 เมล็ด็ ต่อ่ ฝััก สีีน้้ำตาลแก่่ การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ ดอก : เป็น็ ยาระบาย เป็็นยาทำให้้นอนหลัับ ลดความดัันโลหิติ ล้้างศีีรษะรัักษารัังแค และขัับพยาธิิ ราก : แก้ไ้ ข้ก้ ลัับ ไข้ซ้ ้้ำ รัักษาแผลกามโรค โรคเหน็บ็ ชา แก้ฟ้ กช้้ำ บำรุุงธาตุุ เปลือื กต้น้ : รัักษาโรคริดิ สีีดวงทวาร โรคหิดิ แก้ก้ ระษััย ใช้เ้ ป็น็ ยาระบาย ใบ : ขัับระดููขาว แก้้นิ่่ว� ขัับปััสสาวะ รัักษาอาการท้้องผูกู รัักษาโรคบิดิ โรคเบาหวาน แก้ร้ ้้อนใน ลดความดัันโลหิติ สูงู 22

ขี้�้เหล็ก็ ย่า่ น ชื่อ่� วิิทยาศาสตร์์ : Micromelum falcatum ชื่่�อวงศ์์ : RUTACEAE ชื่�่ออื่่�น : ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ไม้้ล้ม้ ลุุกเลื้อ� ย มัักขึ้�นเป็็นพุ่�มพัันกัันยุ่�งขึ้น� คลุุมพืืชอื่่น� ค่อ่ นข้า้ งแน่น่ ลำต้้นมีีความสูงู ได้้ ประมาณ 7 เมตร มีีขนเกลี้้ย� งหรือื มีีขนนุ่�มเล็ก็ น้้อย ใบ : เป็น็ ใบเดี่ย� ว ออกเรีียงตรงข้า้ มกััน ลัักษณะของใบเป็็นรููปไข่แ่ กมรูปู สามเหลี่�ยม ปลายใบแหลม หรืือเรีียวแหลม โคนใบเป็น็ รูปู หััวใจ ส่่วนขอบใบค่่อนข้า้ งจัักเป็็นซี่ฟ� ัันหยาบ ๆ ใบมีีขนาดกว้า้ ง ประมาณ 1.5-6 เซนติิเมตร และยาวประมาณ 3-10 เซนติิเมตร ผิิวใบค่่อนข้า้ งเกลี้้ย� งหรือื มีีขนนุ่�ม กระจายทั้�ง้ สองด้า้ น ดอก : ออกดอกเป็็นช่่อกระจุกุ ตามซอกใบ ริ้�วประดัับบาง ค่่อนข้า้ งจะโปร่ง่ ใส กลีีบดอกเป็็นสีีขาว แกมเขีียว ยาวประมาณ 4-5 มิลิ ลิิเมตร โคนเชื่อ� มติดิ กััน ปลายแยกออกเป็น็ แฉก 5 แฉก ผล : ผลเป็น็ รููปขอบขนานแคบ ยาวประมาณ 3-3.5 มิิลลิิเมตร ผลมีีต่่อมรยางค์์แข็ง็ จำนวนมาก ผล อ่อ่ นเป็็นสีีขาว ถ้้าแห้้งจะเปลี่่ย� นเป็น็ สีีแดงหรืือสีีน้้ำตาลเข้้ม การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ ใบ : ใช้้ตำพอกตามบาดแผลหรืือแผล พอกรัักษาโรคหิิด 23

เข็ม็ ขาว ชื่�อ่ วิิทยาศาสตร์์ : Ixora ebarbata ชื่่�อวงศ์์ : RUBIACEAE ชื่่�ออื่�่น : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : เป็น็ ไม้้พุ่�มขนาดเล็็กถึึงขนาดกลางเป็น็ พุ่�มแน่่น แตกกิ่ง� ใกล้้ผิวิ ดินิ จำนวนมาลำต้้นสูงู ประมาณ 1-3 เมตร เปลือื กสีีดำ มีีหูใู บ 2 ข้า้ ง น้้ำยางใส ใบ : ใบเดี่�ยว ออกตรงข้้ามเป็น็ คู่� รูปู รีีขอบขนาน ขอบใบเรีียบ ปลายเรีียวแหลม ผิวิ ค่อ่ นข้้างหนา ดอก : ช่่อดอกซี่ร� ่่มขนาดใหญ่่แน่่นทึบึ ก้้านดอกยาวกว่่าดอกเข็ม็ อื่น� ๆ ดอกย่อ่ ยรููปหลอดปลาย แยกเป็น็ 4-5 กลีีบ ดอกสีีขาว มีีกลิ่�นหอม ผล : ผลเป็น็ รูปู รีี เส้น้ ผ่่าศูนู ย์์กลาง 0.8 เซนติิเมตร มีีเนื้้�อนุ่�ม ผลอ่่อนมีีสีีเขีียว ผลแก่่สีีดำ การนำไปใช้้ประโยชน์์ ราก : ต้ม้ น้้ำดื่�มเป็็นยาช่ว่ ยเจริิญอาหาร และแก้โ้ รคตาต่่างๆ 24

เข็็มทอง ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ : Ixora javanica ชื่อ�่ วงศ์์ : RUBIACEAE ชื่�่ออื่�น่ : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : มีีลัักษณะเป็็น ไม้้พุ่�ม หรือื ไม้ต้ ้น้ ขนาดเล็ก็ สููง 1–3 ม. ตามกิ่ง� ใบ และช่่อดอกเกลี้�ย้ ง หูใู บร่่วม หููใบยาว 4–6 มม. ปลายเป็น็ ติ่ง� แหลมยาว 2–3 มม. ใบ : ใบเดี่ย� ว เรีียงตรงข้า้ มสลัับตั้�้งฉาก ใบรููปรีีถึึงรูปู ขอบขนาน หรือื แกมรูปู ไข่่กลัับ ยาว 7–18 ซม. ปลายแหลมหรือื แหลมยาว โคนแหลมหรืือมน แผ่น่ ใบค่อ่ นข้้างหนา เส้น้ แขนงใบข้า้ งละ 7–10 เส้้น ก้า้ นใบยาว 5–10 มม. ก้า้ นช่่อดอกสีีแดง และบวมพองเมื่่�อติิดผล ดอก : ดอกออกเป็็นช่อ่ ดอกแบบช่่อกระจุุกคล้า้ ยช่อ่ เชิิงหลั่�น ออกสั้น�้ ๆ ที่่ป� ลายกิ่�ง รูปู ดอกเข็็ม ก้้านช่่อยาว 1–4.5 ซม. ก้้านดอกสั้น�้ กลีีบเลี้�้ยงรูปู ถ้ว้ ย ยาว 0.7–1 มม. หลอดกลีีบเลี้�ย้ งยาว ประมาณ 1 มม. กลีีบรูปู สามเหลี่ย� มตื้น� ๆ ดอกสีีส้้มอมแดง (สีีแสด) หรือื สีีส้ม้ อมเหลืือง หลอด กลีีบดอกยาว 2–3.5 ซม. ลีีบรููปไข่่ ยาว 6–9 มม. ปลายกลีีบแยก 4 กลีีบรูปู สามเหลี่�ยมตื้�น ๆ ติดิ ทน อัับเรณููยาว 2–2.5 มม. เกสรเพศผู้� 4 อััน ติิดที่่�ปากหลอดกลีีบดอก อัับเรณูยู าวเท่า่ ๆ ก้้าน ชูอู ัับเรณูู ยาว 2–2.5 มม. ผล : ผลสด รูปู รีีเกือื บกลม หรืือ ผลกลม กว้า้ ง 8 มม. ผลอ่่อนสีีเขีียวไม่ม่ ีีลาย สุกุ สีีดำ ผลสด รููปรีี เกือื บกลม ยาว 5–8 มม. หยััก 2 พูู มีี 1–2 ไพรีีน การนำไปใช้้ประโยชน์์ แก้ไ้ อ เจ็บ็ คอ ช่ว่ ยขัับเสมหะในอกและลำคอ โรคหอบหืืด แก้้หวััด ราก : แก้้ไข้้ตััวร้้อน รัักษาไข้ป้ ่่า ไข้้มาลาเรีีย 25

เข็็มพญาอินิ ทร์์ ชื่อ�่ วิิทยาศาสตร์์ : Pseuderanthemum andersonii ชื่่�อวงศ์์ : ACANTHACEAE ชื่่�ออื่่�น : เข็็มม่ว่ ง ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : จััดเป็็นไม้้พุ่�มขนาดเล็ก็ มีีลำต้้นตั้ง้� ตรง มีีความสููงของต้น้ ประมาณ 1-1.5 เมตรและอาจสููงได้้ ถึงึ 2 เมตร ลำต้้นแตกกิ่ง� ก้า้ นจำนวนมาก เป็็นทรงพุ่�มแน่น่ ทึึบ เจริญิ เติบิ โตได้้ดีีในดิินร่่วนระบาย น้้ำดีี ชอบความชื้น� ปานกลาง และแสงแดดปานกลางถึงึ รำไร นิิยมปลูกู ในที่่ม� ีีแสงแดดแบบรำไร มากกว่า่ ปลููกกลางแจ้้ง ในประเทศไทยพบได้้ทุกุ ภาค แต่่ส่่วนมากมัักพบขึ้้น� ตามป่า่ ทางภาคใต้้ ใน พื้้�นที่่�ร่่มรำไรตามป่่าผสมผลััดใบและป่่าดิิบแล้้งตั้�้งแต่่ระดัับน้้ำทะเลไปจนถึึงระดัับความสููง ประมาณ 400 เมตร ใบ : ใบเป็น็ ใบเดี่�ยว ออกเรีียงตรงข้้ามเรีียงเวีียนสลัับ ลักั ษณะของใบเป็น็ รููปรีี หรืือรููปใบหอกถึงึ รููป ไข่่แกมใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบแหลมหรือื มน ส่ว่ นขอบใบเรีียบ ใบมีีขนาดกว้้างประมาณ 3-6 เซนติเิ มตรและยาวประมาณ 12-15 เซนติเิ มตร แผ่่นใบเป็็นมัันสีีเขีียวสด เส้้นใบเป็น็ สีีเขีียวเข้ม้ ดอก : ออกดอกเป็น็ ช่อ่ แบบช่่อฉััตร โดยจะออกตามซอกใบหรืือที่่�ปลายกิ่�ง ดอกเป็น็ สีีม่่วงหรือื สีีฟ้า้ อมม่่วง ใบประดัับเป็น็ สีีเขีียวเข้ม้ โคนกลีีบดอกเชื่อ� มติิดกัันเป็น็ หลอดเล็ก็ ยาว ผล : ผลเป็น็ ผลแห้้งและแตกได้้ ลักั ษณะของผลเป็็นรูปู ไข่ย่ าว การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ ราก : นำมาต้้มรัับประทานเป็น็ ยา สามารถช่ว่ ยต้้านอนุมุ ููลอิิสระได้้ ต้้น : นำมาต้ม้ กัับน้้ำดื่ม� เป็น็ ยาบำรุงุ ร่า่ งกาย แก้อ้ าการอ่อ่ นเพลีีบ ช่่วยรัักษาโรคริิดสีีดวงทวาร ใบ : นำมาตำพอกหรืือต้้มกัับน้้ำอาบ ช่ว่ ยแก้้โรคผิวิ หนััง ผื่น� คััน และหูดู ทั้้�งต้น้ : นำมาผสมกัับหััวยาข้า้ วเย็็น ต้้มกัับน้้ำดื่�มแก้้อาการปวดเมื่ อ� ย 26

เขยตาย ชื่�่อวิิทยาศาสตร์์ : Glycosmis pentaphylla ชื่�อ่ วงศ์์ : RUTACEAE ชื่่�ออื่�่น : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : เป็็นพรรณไม้พุ้่�มกึ่ง� ไม้้ยืืนต้น้ ขนาดเล็็ก มีีความสูงู ได้้ประมาณ 2-4 เมตร แตกกิ่ง� ก้า้ นต่่ำตั้ง้� แต่่ โคนต้้นเป็น็ พุ่�มเตี้ย้� ลำต้น้ เป็็นเหลี่�ยม เปลืือกลำต้้นเรีียบเป็น็ สีีน้้ำตาลอมเทา ใบ : เป็็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรีียงสลัับตรงข้้ามหรือื กึ่�งตรงข้า้ ม มีีใบย่่อยประมาณ 3-5 ใบ ลัักษณะของใบย่่อยเป็็นรูปู รีีหรือื รููปไข่่กลัับ ปลายใบแหลมถึึงกลม แผ่น่ ใบเรีียบ ผิวิ ใบทั้�้งสองด้้านมีี จุดุ ต่่อม หลัังใบเรีียบลื่่น� สีีเขีียวเข้ม้ เป็็นมััน ส่ว่ นท้อ้ งใบเรีียบเป็น็ สีีอ่่อนกว่่า ใบด้า้ นบน ๆ จะมีีสีีแดง ที่่�ฐาน ดอก : ออกดอกเป็น็ ช่่อเชิิงลดแยกแขนงหรือื ออกเป็็นกระจุกุ ประมาณ 12-15 ดอก ยาวประมาณ 10-30 เซนติเิ มตร ดอกมีีขนาดเล็็กเป็น็ สีีขาว มีีกลิ่�นหอม โดยจะออกตามซอกใบและที่่ป� ลายกิ่ง� กลีีบดอกเป็น็ สีีขาว มีี 5 กลีีบ ขนาด 4-5 x 2-2.5 มิิลลิเิ มตร ผล : เป็น็ รููปทรงกลมขนาดเล็ก็ มีีขนาดกว้้างประมาณ 1-1.2 เซนติิเมตร และยาวประมาณ 1.18 เซนติิเมตร ปลายผลแหลม ผิวิ ผลเรีียบ การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ แก้้เบาหวาน แก้้ไข้้ เป็็นยาแก้้โรคตัับ ใช้้ทาแก้้โรคผิิวหนัังพุพุ อง ทาแผลที่่�อัักเสบ ดอกและผลใช้้ เป็็นยาแก้้หิิด 27

เขี้้�ยวกระจง ชื่�่อวิิทยาศาสตร์์ : Randia parvula ชื่่�อวงศ์์ : RUBIACEAE ชื่่�ออื่�น่ : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : เป็็นพุ่�มรอเลื้อ� ย เนื้้�อไม้แ้ ข็็งเหนีียว มีีหนามแหลมแข็็งและตรงเป็็นคู่�ที่โ� คนใบและตจามกิ่ง� ก้้าน ใบ : เป็็นใบเดี่ย� วรููปไข่แ่ กมขอบขนาน กว้า้ ง 3-5 เซนติิเมตร ปลายใบเรีียวแหลม โคนใบสอบ เนื้้�อ ใบบาง ผิิวใบเกลี้ย�้ งทั้�ง้ สองด้า้ น ดอก : ดอกมีีสีีขาว ออกเป็น็ ช่่อกระจุุกที่่ป� ลายกิ่ง� หรือื ซอกใบใกล้้ปลายกิ่ง� มีีดอกย่อ่ ย 2-6 ดอก กลีีบเลี้ย�้ งสีีเขีียวรูปู ถ้ว้ ย โคนกลีีบดอกเชื่�อมติดิ กัันเป็็นหลอดยาว 1.5-2 เซนติิเมตร ปลายแยกเป็็น 5 กลีีบ แต่ล่ ะกลีีบรููปหอก ขอบกลีีบบิิดเล็็กน้อ้ ย เมื่่อ� ดอกบานมีีเส้้นผ่่าศูนู ย์์กลาง 2.5-3 เซนติเิ มตร ดอกบานไม่่พร้อ้ มกััน เริ่ม� บานในช่่วงเย็็นและส่ง่ กลิ่�นหอมแรงในช่ว่ งกลางคืืน การนำไปใช้้ประโยชน์์ เหมาะกัับปลูกู เป็็นไม้้ประดัับในร่ม่ 28

เขี้�้ยวงูู ชื่่อ� วิทิ ยาศาสตร์์ : Jasminum nervosum ชื่อ�่ วงศ์์ : OLEACEAE ชื่่อ� อื่�่น : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : ไม้เ้ ถา สูงู 1-5 เมตร ใบ : ใบเดี่ย� ว เรีียงตรงข้้าม ก้้านใบยาว 2-10 มิลิ ลิิเมตร ใบรููปไข่่หรืือรูปู หอก ปลายใบยาวคล้้าย หาง โคนใบมน ขอบใบเรีียบ ผิวิ ใบมัันเงา เนื้้อ� ใบคล้้ายกระดาษ เส้น้ กลางใบ 3-5 เส้น้ ออกจากโคน ใบ ดอก : ดอกออกตามซอกใบ 3-5 ดอกกลีีบดอกสีีขาว รููปหอก โคนดอกเป็็นหลอด ปลายกลีีบบาน ออก 8-10 กลีีบ ผล : ผลสด กลม สีีแดง เมื่่อ� แก่เ่ ป็น็ สีีดำ ออกดอกเดือื นมีีนาคมถึึงกรกฎาคม และออกผลเดือื น เมษายนถึึงตุลุ าคม การนำไปใช้้ประโยชน์์ ราก : ใช้เ้ ป็น็ ยาถอนพิษิ ดอกใช้เ้ ป็น็ ส่่วนผสมในยาหอม แก้ไ้ ข้้ 29

คล้้าน้้ำ ชื่�อ่ วิิทยาศาสตร์์ : Schumannianthus dichotomus (Roxb.) Gagnep. ชื่่�อวงศ์์ : MARANTACEAE ชื่�อ่ อื่น�่ : ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : เป็็นไม้้ล้้มลุุกหรือื เป็็นไม้ย้ ืนื ต้้นที่่�มีีเนื้้�ออ่อ่ น เจริิญเติิบโตขึ้�นเป็็นพุ่�มหรืือเป็น็ กอและมีีอายุุ หลายปีี ลำต้้นมีีทั้้ง� แบบตั้�ง้ ตรงและเป็น็ แบบเลื้อ� ย มีีเหง้้าหรือื หััวอยู่�ใต้ด้ ินิ สามารถแตกหน่อ่ ได้้ ลำต้น้ กลมเป็น็ สีีเขีียวเข้้มออกเป็น็ ข้้อ ๆ และมีีข้อ้ ปล้อ้ งยาว ใบ : เป็น็ ใบเดี่�ยว ออกตามข้้อ ลักั ษณะของใบเป็็นรูปู ไข่ย่ าวหรืือเป็น็ รููปรีียาว ปลายใบแหลม โคน ใบมน ขอบใบเรีียบ ใบมีีขนาดกว้า้ งประมาณ 10-20 เซนติิเมตรและยาวประมาณ 20-35 เซนติิเมตร แผ่่นใบเป็็นสีีเขีียว หลัังใบและท้อ้ งใบเรีียบ ดอก : ดอกจะออกเป็็นช่อ่ บริเิ วณยอดอ่อ่ นจากซอกกาบใบ ออกเป็็นคู่่�จากกาบรองดอกที่่เ� รีียงซ้อ้ น กัันเป็น็ แถวในระนาบเดีียวกััน สลัับซ้้ายขวาจากแกนของช่อ่ ดอก หรืืออาจจะเรีียงสลัับกัันเป็็นวง ดอกคล้้าจะเป็น็ ดอกแบบสมบูรู ณ์เ์ พศ มีีกลีีบเลี้ย้� งและกลีีบดอกอย่า่ งละ 3 กลีีบ ดอกมีีเกสรเพศผู้� จำนวนมาก แต่จ่ ะมีีดอกสมบูรู ณ์์เพศเพีียง 1 อััน ผล : ผลมีีลักั ษณะกลมเป็็นพูู 3 พูู มีีขนาดประมาณ 1.5-2 เซนติิเมตร ผลเมื่่อ� อ่่อนเป็็นสีีเขีียว พอ แก่่จะเปลี่่ย� นเป็็นสีีเหลือื ง ภายในผลมีีเมล็็ดประมาณ 1-3 เมล็็ด[2] บ้า้ งว่า่ ผลมีีอยู่่�ด้ว้ ยกััน 2 ลัักษณะ แต่ไ่ ม่ค่ ่อ่ ยได้้พบนััก ได้แ้ ก่่ ผลแห้ง้ ที่่เ� มื่่�อแก่่แล้ว้ จะแตกหรืือไม่่แตกออก และผลที่่�มีีเนื้้�อ นุ่�มและมีีเมล็็ดประมาณ 1-3 เมล็ด็ การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ 30

คล้า้ ลาย ชื่�่อวิิทยาศาสตร์์ : Maranta leuconeura ชื่อ�่ วงศ์์ : MARANTACEAE ชื่อ่� อื่่น� : ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : เป็น็ พรรณไม้้ที่่�มีีหััวหรือื เหง้้าอยู่�ใต้้ดินิ การเจริญิ เติบิ โตของลำต้้นแตกเป็็นกอ ลำต้น้ มีีความ สูงู ประมาณ 1-2 เมตร ลำต้น้ เป็น็ ไม้อ้ วบน้้ำ ใบ : เป็็นพืชื ใบเลี้�ย้ งเดี่ย� ว ออกใบเป็น็ กาบหุ้้�มลำต้น้ สลัับกััน และมีีก้า้ นใบต่่อกัับแผ่น่ ใบใบมีี ลักั ษณะคล้้ายรูปู ไข่่ ปลายใบเว้้าหรืือแหลม ขนาด ใบ สีีสััน และลัักษณะใบจะแตกต่า่ งกัันตามชนิิด พัันธุ์� ดอก : ออกดอกปลายยอด หรือื ตามซอก กาบใบ ออกดอกเป็น็ คู่� ลักั ษณะดอกเล็ก็ รวมกัันเป็็นช่อ่ ลัักษณะดอกและสีีสรรแตกต่่างกัันตามชนิิดพัันธุ์� การนำไปใช้้ประโยชน์์ ปลูกู เป็น็ ไม้ป้ ระดัับ 31

ค้อ้ นตีีหมา ชื่อ�่ วิทิ ยาศาสตร์์ : Ancistrocladus tectorius (Lour.) Merr. ชื่อ�่ วงศ์์ : ANCISTROCLADACEA ชื่�่ออื่่�น : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : ไม้้เถาเลื้อ� ยเนื้้�อแข็็งขนาดใหญ่่ สามารถเลื้อ� ยได้ไ้ กลถึงึ 15-20 ม. กิ่ง� ก้้านเล็็กๆ มีีตะขอเป็น็ มืือ เถาแก่่เป็็นสีีน้้ำตาล เถาแตกเป็น็ รอยตื้�นตามยาว ใบ : เป็็นใบเดี่ย� ว ออกเป็น็ กระจุกุ ที่่ป� ลายกิ่ง� เรีียงเวีียนสลัับ ลัักษณะของใบเป็็นรูปู หอกกลัับ รูปู รีี หรือื รูปู ขอบขนานแกมรูปู หอก ปลายใบแหลม โคนใบเรีียวแหลมและค่่อยๆ สอบเข้า้ หาก้้านใบ ส่ว่ นขอบใบเรีียบหรืือเป็็นคลื่�น ใบกว้า้ ง 3.5-7 ซม. ยาว 12-19 ซม. แผ่่นใบแข็็งกระด้้าง มีีเส้้นใบ เชื่�อมกัันก่่อนถึงึ ขอบใบ ยอดอ่อ่ นเป็น็ สีีแดงหรือื สีีเขีียวอมขาวอ่่อนๆ ดอก : ออกเป็น็ ช่อ่ กระจะที่่�ปลายยอด แต่่ละดอกจะมีีขนาดเล็็ก ฐานดอกเป็น็ สีีเขีียว ส่ว่ นกลีีบดอก เป็็นสีีขาวอมแดงถึึงแดงคล้้ำ ส่่วนโคนเป็น็ ท่อ่ สั้น�้ ๆ แยกออกเป็น็ 5 กลีีบ ผล : มีีขนาดประมาณ 0.5 ซม. และมีีปีีกอยู่� 5 ปีีก แต่ม่ ีีขนาดไม่่เท่า่ กััน แบ่่งเป็น็ ปีีกเล็ก็ 2 ปีีก และ ปีีกใหญ่่ 3 ปีีก เมื่่อ� แก่จ่ ะแห้้งเป็็นสีีน้้ำตาล การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ เถาและใบ : ต้้มเคี่ย� วให้้น้้ำเข้้มข้้น ใช้้กิินก่อ่ นอาหาร เป็น็ ยาขัับพยาธิิ ใบอ่อ่ น : ต้ม้ เอาน้้ำอาบเป็น็ ยารัักษาอาการบวมตามตััวและเม็ด็ ผื่่�นคัันตามผิวิ หนััง ราก : ต้ม้ ใช้้เป็็นยารัักษาโรคไข้้จัับสั่่น� โรคบิิด ทั้้ง� ต้น้ : ต้ม้ ดื่ม� เป็น็ ยาแก้้โรคกระษััย ไตพิิการ และไข้ป้ ่า่ 32

คอแลน ชื่อ�่ วิทิ ยาศาสตร์์ : Nephelium hypoleucum Kurz. ชื่่�อวงศ์์ : SAPINDACEAE ชื่อ�่ อื่�่น : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : ไม้้ยืนื ต้น้ ขนาดกลาง ไม่ผ่ ลััดใบ สููงประมาณ 10-20 เมตร เปลืือกเรีียบ มีีสีีน้้ำตาลคล้้ำ เรืือน ยอดเป็น็ พุ่�มค่่อนข้้างทึบึ ใบ : ใบสีีเขีียว ออกเป็น็ ช่่อติดิ เรีียงสลัับยาวประมาณ 20-30 เซนติิเมตร โดยใบย่อ่ ยเป็น็ รูปู ขอบ ขนานแกมรูปู ไข่่กลัับถึงึ รูปู รีี ติิดตรงข้้าม 1-3 คู่� โคนใบมนและเบี้้�ยว ขอบใบเรีียบ หลังั ใบเกลี้้ย� ง เป็็นมััน ส่ว่ นท้อ้ งใบสีีจาง ดอก : มีีขนาดเล็ก็ มีีสีีขาวอมเขีียว ออกรวมกัันเป็็นช่่อตามปลายกิ่�ง ทุุกส่่วนของช่อ่ ดอกจะมีีขนสีี เทาทั่่�วไป โคนกลีีบรองดอกจะติิดกัันเป็น็ รูปู ถ้้วยปากกว้า้ ง ปลายแยกเป็็น 5 แฉก ส่ว่ นกลีีบดอก ไม่ม่ ีี มีีเกสรตััวผู้� 5 อััน มีีรัังไข่่กลมและมีีขนปกคลุุม ผล : ลักั ษณะเป็็นรููปรีีถึงึ กลม เส้น้ ผ่า่ นศูนู ย์ก์ ลางกว้า้ งประมาณ 1.5-2 เซนติิเมตร และยาว ประมาณ 2.5-3 เซนติเิ มตร ลัักษณะของผิิวจะขรุขุ ระ เป็็นปมเล็ก็ ๆ กระจายไปทั่่�ว ผลอ่่อนจะเป็น็ สีีเขีียว ส่่วนผลแก่่จััดจะออกเป็น็ สีีแดงเข้้ม โดยในผลจะมีีเมล็ด็ 1 เมล็ด็ และมีีเนื้้อ� เยื่อ� ใส ๆ และน้้ำ หุ้ �มเมล็็ดอยู่ � การนำไปใช้้ประโยชน์์ ผลแก่่ : ใช้้รัับประทานเป็็นผลไม้้ได้้ มีีรสหวานอมเปรี้้�ยว ไม้้คอแลน : เนื้้�อเหนีียว แข็็ง และละเอีียด สามารถนำไปใช้้ทำเป็น็ เครื่�องมืือทางการเกษตรได้้ เช่น่ คัันไถ ด้า้ มเครื่�องได้้ ฯลฯ 33

คอแห้ง้ ชื่�อ่ วิิทยาศาสตร์์ : Corallia brachiate (Lour.) Merr. ชื่�่อวงศ์์ : RHIZOPHORACEAE ชื่�อ่ อื่น่� : เฉีียบพล้า้ นางแอ ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : ไม้้ยืนื ต้น้ ไม่ผ่ ลััดใบ มีีความสูงู ประมาณ 25-30 เมตร ลำต้น้ เปลา ตั้ง้� ตรง เป็็นทรงเรืือนยอด ทรงพุ่�มรููปกรวยกว้า้ งทึบึ เปลืือกต้้นสีีน้้ำตาลอมแดงถึงึ สีีน้้ำตาลอมเทาผิิวเรีียบ เปลืือกต้น้ อาจหนา แตกเป็็นร่อ่ งลึึกตามยาว ใบ :ใบเป็็นใบเดี่�ยว ออกเรีียงตรงข้า้ มสลัับกัับตั้�้งฉาก รููปรีี ปลายใบมนมีีติ่่ง� เล็็กแหลม ส่่วนฐานใบ สอบแหลม ขอบใบแผ่น่ ใบเกลี้ย�้ งหนาและเหนีียว หลัังใบสีีเขีียวเข้ม้ เป็็นมัันหนา ดอก : ดอกเป็็นช่่อแยกแขนงแบบกระจุกุ สั้�้น ๆ มีีดอกย่่อยจำนวนมากเรีียงตััวกัันแน่น่ เป็็นช่่อกลม โดยจะออกตามซอกใบหรืือปลายกิ่ง� แตกแขนงเป็น็ 4 กิ่ง� กลีีบดอกแยกอิิสระจากกััน กลีีบดอกมีีสีี ครีีม ลักั ษณะเป็น็ รููปกลม ขอบกลีีบหยัักเว้้าพัับจีีบ ผล : เป็น็ ผลสดแบบมีีเนื้้�อ ลักั ษณะของผลเป็น็ รูปู ทรงกลม ขนาดเล็็ก และออกเป็็นกระจุุก มีี ผิวิ ผลเป็น็ มััน มีีเนื้้�อบางสีีเขีียวห่อ่ หุ้�มอยู่� ผลอ่อ่ นเป็น็ สีีเขีียว เมื่�อสุกุ เป็น็ สีีแดง และจะเปลี่่ย� นเป็น็ สีี ม่ว่ งแดงเมื่่�อสุุกจััด การนำไปใช้้ประโยชน์์ ลำต้้น : ต้ม้ ดื่ม� บำรุงุ ร่า่ งกาย แก้้ไอ อาการร้้อนในกระหายน้้ำ เปลืือกต้้น : ช่ว่ ยสมานแผล ผลสุกุ : ใช้้รัับประทานได้้ มีีรสเปรี้ย�้ วหวาน 34

คันั แหลน ชื่�่อวิทิ ยาศาสตร์์ : Hypobathrum racemosum ชื่อ�่ วงศ์์ : RUBIACEAE ชื่อ�่ อื่น�่ : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : ไม้้พุ่�มถึงึ ต้้นขนาดเล็ก็ ลำต้น้ มัักตรงมีีกิ่่ง� ออกตรงข้้าม และแต่ล่ ะคู่�ตั้�งฉากกััน โดยกิ่ง� อาจตั้�ง้ ตรงหรืือกางออกไปด้้านข้้าง ใบ : ใบออกตรงข้า้ ม บนกิ่ง� ข้า้ งในระนาบเดีียว ดอก : ดอกแบบช่่อกระจุุก ขนาดเล็็ก ออกตามซอกใบ สีีขาว ผล : ผลกลมรีี การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ 35

ค่า่ งเต้น้ ชื่�่อวิิทยาศาสตร์์ : Phyllanthus collinsiae Craib ชื่อ�่ วงศ์์ : PHYLLANTHACEAE ชื่อ�่ อื่�น่ : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ไม้พุ้่�มหรืือไม้้ต้้นขนาดเล็็ก สููงได้ป้ ระมาณ 6 เมตร กิ่ง� อ่่อนมีีขนละเอีียด หูใู บรูปู สามเหลี่ย� ม โคนเป็็นติ่ �ง ใบ : ใบเดี่�ยว เรีียงสลัับในระนาบเดีียวกััน รูปู ขอบขนานหรือื รูปู ใบหอก ดอก : ดอกออกเป็น็ กระจุุกตามซอกใบ มีีทั้�้งดอกเพศผู้�และเพศเมีีย ไม่่มีีกลีีบดอก ผล : ผลแบบแคปซููล มีี 3 พูู ทรงกลมแบนๆ มีี 2 แมล็ด็ ในแต่ล่ ะซีีก การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ สมุนุ ไพร,ใบอ่่อนต้้มเป็น็ ยาขัับเสมหะ แก้้เหน็็บชา รากแก้้ไข้้ ใบเป็น็ ยาระบาย 36

เค้ด้ เค้้า ชื่อ�่ วิิทยาศาสตร์์ : Oxyceros horridus Lour. ชื่�่อวงศ์์ : RUBIACEAE ชื่อ�่ อื่�่น : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : เป็็นพรรณไม้้เถาเนื้้อ� เหนีียวแข็็งหรืือไม้้พุ่�มรอเลื้�อย มีีความสููงประมาณ 3-6 เมตร เปลือื ก ลำต้น้ เรีียบและเป็น็ สีีน้้ำตาล ลัักษณะของลำต้้นคดและยาว มัักขึ้�นพาดพัันเลื้�อยไปตามต้น้ ไม้้และ กิ่�งไม้้ตามลำต้น้ มีีข้อ้ ซึ่�งจะมีีใบงอกออกเป็น็ คู่� ๆ และจะมีีหนามแหลมโค้ง้ งองุ้�มออกจากโคนใบมีี ลัักษณะคล้า้ ยกัับเขาควายข้้อละหนึ่่�งคู่� ซึ่ง� เป็น็ เอกลักั ษณ์์ของไม้้ชนิดิ นี้�้ ใบ : ใบเป็น็ ใบเดี่�ยวออกตรงข้า้ มกััน ลัักษณะของใบเป็น็ รููปรีี ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ส่ว่ นขอบ ใบเรีียบ ใบมีีขนาดกว้้างประมาณ 4-5 เซนติเิ มตรและยาวประมาณ 6-12 เซนติเิ มตร หลัังใบเรีียบ เป็็นสีีเขีียวเข้ม้ และเป็็นมััน ท้้องใบเรีียบลื่่น� และมีีสีีอ่่อนกว่า่ เนื้้อ� ใบเหนีียวหนาแข็ง็ และมีีหููใบ ขนาดเล็ก็ ลัักษณะเป็็นรููปสามเหลี่�ยมอยู่�ระหว่า่ งก้้านใบ ดอก : ออกดอกเป็น็ ช่่อกระจุุกตามซอกใบใกล้ป้ ลายกิ่�ง ดอกเป็็นช่่อใหญ่่ มีีดอกย่อ่ ยประมาณ 10- 25 ดอก ดอกย่่อยมีีขนาดเล็็กสีีขาวและมีีกลิ่น� หอม ดอกมีีขนาดเส้้นผ่า่ นศููนย์ก์ ลางประมาณ 1.5-2 เซนติิเมตร ผล : ผลเป็น็ พวงหรือื ออกเป็็นกลุ่�ม ลักั ษณะของผลเป็็นรูปู ทรงกลมหรือื กลมรีี ผิิวผลเรีียบและเป็็น มััน ผลมีีขนาดเท่า่ เมล็ด็ พุุทรากลม ๆ โดยจะมีีขนาดเส้น้ ผ่า่ นศูนู ย์์กลางของผลประมาณ 1-1.5 เซนติิเมตร ปลายผลแหลม สีีเขีียวเข้ม้ เมื่่�อสุกุ แล้ว้ จะเปลี่่ย� นเป็น็ สีีดำ การนำไปใช้้ประโยชน์์ ผล ราก ใบ : มีีรสเฝื่�อนปร่่า ช่ว่ ยบำรุงุ โลหิติ ต้้น : คััดเค้า้ สามารถใช้ป้ ลููกเป็น็ ไม้้ ยอดอ่อ่ น : สามารถนำมาใช้้ปรุุงเป็น็ อาหารรัับประทานได้้ 37

แคหางค่่าง ชื่�อ่ วิิทยาศาสตร์์ : Markhamia stipulata (Wall.) Seem. ชื่อ�่ วงศ์์ : BIGNONIACEAE ชื่่�ออื่่น� : ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ไม้ย้ ืืนต้้นขนาดกลางที่่�มีีความสูงู ได้ป้ ระมาณ 5-15 เมตร และอาจสููงได้ถ้ ึึง 20 เมตร มีีลักั ษณะ ทั่่�วไปคล้า้ ยแคหััวหมูู แต่่ใบประกอบจะสั้้�นกว่่าเล็็กน้อ้ ย ใบ : ใบเป็็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรีียงตรงข้้าม ใบย่อ่ ยมีีหลายคู่�หรืือประมาณ 4-8 คู่� ลักั ษณะของใบย่อ่ ยเป็็นรูปู ขอบขนาน รูปู วงรีีแกมขอบขนาน หรืือรููปวงรีีแกมใบหอกถึึงรูปู ใบหอก ปลายใบแหลม เรีียวแหลม หรือื ยาวคล้้ายหาง ส่่วนโคนใบแหลมกว้้างถึึงกลม ใบอ่อ่ นมีีขนสีีน้้ำตาล แดงหนาแน่น่ ดอก : ดอกเป็็นช่่อกระจะที่่ป� ลายกิ่ง� ยาวประมาณ 10-25 เซนติเิ มตร ดอกย่่อยมีีหลายดอก ขนาด ใหญ่่ กลีีบดอกเป็็นสีีเหลือื งหม่่น เมื่�อดอกบานเต็ม็ ที่่จ� ะมีีขนาดกว้า้ งประมาณ 10 เซนติิเมตร ผล : มีีลักั ษณะเป็น็ ฝักั ลัักษณะของฝัักเป็็นรููปทรงกระบอก แตกออกได้้ตามพูู ฝักั และมีีขนยาว คล้า้ ยขนสััตว์ข์ึ้�นปกคลุมุ แน่่น เมล็็ดเป็น็ รููปสามมุมุ และปักั เป็็นเยื่อ� การนำไปใช้้ประโยชน์์ ดอกสด : มีีรสขมใช้ร้ ัับประทานร่่วมกัับน้้ำพริิกหรือื กัับลาบ ขนที่่ฝ� ักั แก่่ : เอามาใช้้ยััดหมอนแทนนุ่�น เนื้้�อไม้้ : นำมาใช้้ทำโครงสร้า้ งต่า่ ง ๆ ของบ้า้ น เช่น่ ฝาบ้้าน ไม้ก้ ระดานดำ หรือื ใช้ท้ ำด้า้ มปืนื เมล็็ด ใช้้เป็็นยาบำรุงุ โลหิติ 38

โคคลาน ชื่่อ� วิทิ ยาศาสตร์์ : Mallotus repandus (Willd.) Mull. Arg. ชื่่อ� วงศ์์ : EUPHORBIACEAE ชื่่�ออื่น�่ : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : เป็็นไม้้พุ่�มรอเลื้อ� ยหรือื เป็็นไม้เ้ ถาเลื้�อย สูงู หรือื ยาวประมาณ 3-6 ม. ลำต้น้ เป็น็ ไม้้เนื้้อ� แข็ง็ เปลืือกนอกเป็็นสีีน้้ำตาลเข้ม้ ส่่วนเนื้้อ� ในเป็น็ สีีน้้ำตาลอ่่อน บริเิ วณกิ่�งก้้านและช่อ่ ดอกมีีขนนุ่�มเป็็น รููปดาว ลำต้น้ แก่ม่ ีีหนาม ใบ : เป็น็ ใบเดี่ย� วออกเรีียงสลัับ แผ่น่ ใบเป็น็ รููปไข่่แกมรูปู สามเหลี่�ยม หรืือรููปไข่่แกมรููปขอบขนาน หรือื เป็น็ รูปู ไข่่กว้้าง ฐานใบเปิดิ กว้า้ งกลมปิดิ ปลายใบแหลมหรือื เรีียวแหลม ขอบใบเรีียบหรือื เป็น็ คลื่�นเล็ก็ น้้อย แผ่่นใบบางคล้้ายกระดาษ หลังั ใบเรีียบเกลี้ย�้ ง ท้้องใบมีีขนสั้้น� นุ่�นสีีเหลือื งเป็็นรููปดาว ขึ้น� อยู่�หนาแน่่น หูใู บเป็็นรููปสามเหลี่�ยม เส้้นใบเห็็นได้้ชััดเจน ดอก : ออกดอกเป็น็ ช่่อกระจุกุ บริิเวณซอกใบและปลายกิ่�ง มีีดอกย่่อยหลายดอกสีีขาวแกมเหลืือง ดอกเป็น็ แบบแยกเพศดอกละต้น้ โดยช่่อดอกตััวผู้�ออกที่่�ปลายยอด ประมาณ 2-5 ดอก มีีใบ ประดัับเป็น็ รููปลิ่่ม� แคบ วงกลีีบเลี้ย�้ งแยกเป็็นพูู รููปขอบขนาน มีีขนนุ่�ม ส่่วนดอกตััวเมีีย มีีใบประดัับ เป็น็ รูปู หอกกลีีบเลี้ย้� งเป็็นรููปหอก มีีขนนุ่�ม มีีรัังไข่่ 2 ห้อ้ ง เป็น็ สีีเหลืืองเข้ม้ และมีีขน ผล : ลัักษณะผลแห้ง้ แตกเป็น็ แบบแคปซูนู มีี 2 ห้อ้ ง ผลรูปู ทรงกลม สีีน้้ำตาลเหลือื งและมีีขนนุ่�ม เมื่่อ� ผลแก่่จะแตกกลางพูู ในผลมีีเมล็็ดลัักษณะเป็น็ รูปู กึ่่ง� ทรงกลมสีีดำ การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ เถา : แก้ป้ วดเมื่อ� ยตามร่่างกาย ครั่น� ตััว เส้้นตึึง แก้ป้ วดหลังั ปวดเอว แก้ก้ ระษััย ขัับปััสสาวะ แก้ไ้ ต พิกิ าร บำรุงุ โลหิิต 39

จิิกน้้ำ ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ : Barringtonia acutangula Gaertn. ชื่่�อวงศ์์ : LECYTHIDACEAE ชื่อ�่ อื่�่น : ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ไม้้ต้น้ สูงู ได้ถ้ ึงึ 20 ม. ชอบขึ้้น� ใกล้้น้้ำ ใบ : เป็็นใบเดี่ย� ว เรีียงสลัับ ใบรูปู ใบหอกกลัับหรือื รููปไข่่กลัับ กว้้าง 2.5-7.5 ซม. ยาว 6.5-20 ซม. ปลายใบกลมถึึงแหลม โคนใบแหลม ขอบใบจัักฟัันเลื่อ� ยหรืือหยัักมนถี่� ดอก : ออกเป็็นช่่อแบบช่อ่ กระจะหรือื ช่อ่ เชิิงลด ห้อ้ ยลง ออกที่่ป� ลายยอดหรืือซอกใบ ยาวได้้ถึงึ 60 ซม. ดอกสีีชมพูหู รือื แดง บานกลางคืืน กลีีบเลี้้ย� ง 4 กลีีบ กลีีบดอก 4 กลีีบ เกสรเพศผู้้�จำนวนมาก สีีแดงสด ผล : เป็็นผลสดรููปไข่ก่ ลัับ มีีสัันตามยาว 4-8 สััน ส่ว่ นใหญ่ม่ ีีเมล็็ดเดีียว การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ เปลืือกต้น้ : ต้ม้ น้้ำใช้ส้ ำหรัับล้้างแผล ผสมเปลืือกต้น้ ตะเคีียนทอง เปลือื กต้น้ พะยอม และเปลืือก ต้น้ แคหางค่่าง แช่่น้้ำอาบ แก้้ผื่�นคััน ใบ : แก้ท้ ้อ้ งร่ว่ ง เมล็็ด : เป็น็ ยาแก้้ลม แก้แ้ น่่น ยาแก้้ร้้อนใน ทำให้อ้ าเจีียน ราก : เป็็นยาระบาย 40

จิิกสวน ชื่�อ่ วิทิ ยาศาสตร์์ : Barringtonia racemosa (L.) Spreng  ชื่อ่� วงศ์์ : LECYTHIDACEAE ชื่�อ่ อื่น่� : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : เป็็นไม้พุ้่�มหรืือไม้้ยืนื ต้้นขนาดเล็ก็ ถึงึ ขนาดกลาง แตกกิ่�งก้้านสาขามากมาย มีีความสููง ประมาณ 2-20 ม. เปลือื กลำต้น้ มีีลักั ษณะขรุขุ ระเป็็นสีีน้้ำตาลปนเทา ส่ว่ นเปลือื กชั้้น� ในเป็็นสีี น้้ำตาลเรื่อ� ถึึงสีีชมพููมีีเส้้นใยเหนีียว ใบ : เป็น็ ใบเดี่ย� ว ออกเรีียงสลัับเรีียงเวีียนรอบกิ่่ง� เป็น็ กระจุุกหนาแน่น่ ที่่�ปลายกิ่�ง ใบเป็น็ รูปู ไข่่กลัับ รูปู ไข่่กลัับแกมรููปขอบขนาน หรืือรูปู หอก ปลายใบเป็น็ ติ่ง� แหลม โคนใบสอบแคบ ขอบใบหยัักตื่�น มนและละเอีียด หรืือจัักเล็ก็ น้อ้ ยคล้า้ ยกัับฟันั เลื่�อย กว้้าง 4-14 ซม. ยาว 14-36 ซม. ดอก : ออกเป็น็ ช่อ่ แบบช่อ่ ห้้อยลง ออกที่่ป� ลายยอด ช่อ่ ดอกยาวได้้ถึงึ 20-70 ซม. ก้า้ นช่่อดอกเป็น็ สีีชมพููและเขีียว ลัักษณะของช่อ่ ดอกคล้้ายแปรงล้้างขวด ส่่วนก้า้ นดอกยาวประมาณ 3-16 ซม. ดอกย่อ่ ยเป็น็ สีีชมพูู ในดอกตููมมีีกลีีบดอก 4 กลีีบ ผล : เป็็นรูปู ไข่่กลัับปลายตััดตรง ผลจะมีีกลีีบเลี้�ย้ งติิดอยู่� โคนแคบเกืือบเป็็นรููปสามเหลี่ย� ม และผล มีีขนาดกว้า้ ง 2-4 ซม. ยาว 5-7 ซม. ภายในผลมีีเมล็ด็ เดี่ย� ว มีีลักั ษณะเป็็นรูปู ไข่่ ผิวิ เมล็ด็ เป็น็ ร่อ่ ง การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ ต้้น : แก้อ้ าการปวดศีีรษะ แก้เ้ สมหะพิกิ าร ช่่วยรัักษาโรคเลืือดออกตามไรฟันั ใบ : แก้้ชััก แก้ไ้ ข้ท้ รพิิษ แก้อ้ าการท้อ้ งร่ว่ ง ผล : แก้อ้ าการไอ ช่ว่ ยแก้ห้ ืดื แก้้อาการเจ็บ็ คอ แก้้อาการท้้องเสีีย แก้ผ้ ิิวหนัังพุพุ อง เมล็็ด : แก้เ้ จ็บ็ ตา เยื่อ� ตาอัักเสบ แก้โ้ รคดีีซ่่านและโรคเกี่ย� วกัับน้้ำดีี แก้้ไข้ต้ ััวร้้อน แก้้อาการจุกุ เสีียด แน่น่ ปวดท้้อง เป็็นยาขัับพยาธิิ 41

จิิงจ้้อเหลืือง ชื่่อ� วิิทยาศาสตร์์ : Merremia  vitifolia  (Burm.f) Hall.f. ชื่่�อวงศ์์ : CONVOLVULACEAE ชื่�่ออื่น�่ : ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : ไม้้เถา ขนาดเล็็ก ลำต้น้ กลม เกลี้ย้� ง หรือื ตามกิ่�งก้า้ นมีีขนแข็ง็ สีีขาว หรืือสีีน้้ำตาลปนเหลืือง กระจายทั่่ว� ใบ : รูปู กลม กว้า้ ง ยาว โคนใบรูปู หััวใจ ขอบใบจัักเป็น็ แฉกรูปู พััด 5-7 แฉก เป็น็ รูปู สามเหลี่ย� ม กว้้าง หรืือรููปหอกปลายแหลมหรือื มน มีีติ่่ง� สั้้�น ขอบแฉกจัักเป็น็ ซี่�ฟันั หยาบ ๆ หรือื เว้า้ ตื้�น ๆ หรือื ค่่อนข้้างเรีียบ มีีขนกระจายหนาแน่่นทั้�ง้ 2 ด้้าน ก้้านใบยาว 2-15 ซม. มีีขนกระจายหรืือเกลี้ย�้ ง ดอก : ออกเป็น็ ช่อ่ ตามง่่ามใบมีี 1-3 หรือื หลายดอก ก้้านช่อ่ ดอกยาว 1-15 ซม. หรือื ยาวกว่า่ นี้้� ก้า้ นดอกยาว 8-20 มม. เมื่�อเป็็นผลจะใหญ่ข่ึ้น� เป็น็ รููปกระบองใบประดัับแหลมเรีียว ยาว 1.5-2 มม. กลีีบรองดอกรูปู ขอบขนาน หรืือแหลม มีีติ่่�งสั้น้� กลีีบที่่�อยู่่�ด้้านนอกมีีขนแข็็งหรือื เกลี้ย้� งกลีีบอยู่� ด้้านใน ผล : แห้้ง กึ่�งกลม เนื้้อ� คล้า้ ยกระดาษ สีีคล้า้ ยฟาง สีีดำขุ่�น หรืือน้้ำตาลดำ เกลี้ย้� ง การนำไปใช้้ประโยชน์์ ทั้้ง� ต้้น : แก้้อาการปวดเมื่่อ� ปััสสาวะ และทางเดิินปัสั สาวะอัักเสบ น้้ำคั้น้� เป็็นยาเย็น็ ขัับปัสั สาวะ ใช้้ หยอดแก้ต้ าอัักเสบ ราก : รัับประทานดิิบ ๆ เป็็นยาเจริิญอาหาร ช่่วยย่อ่ ยอาหารแก้้เสมหะและลม ธาตุุไฟกล้้า ฟกช้้ำ เลือื ดกำเดาออก 42

ชะเนยี ง ชื่่�อวิทิ ยาศาสตร์์ : Archidendron jiringa (Jack) I.C. Niel- sen. ชื่�อ่ วงศ์์ : FABACEAE ชื่�อ่ อื่�่น : เนีียง ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : ไม้้ยืืนต้้นไม่ผ่ ลััดใบ ขนาดเล็็กถึึงขนาดกลาง สูงู 5-15 เมตร เรือื นยอดเป็็นพุ่�มกลมใหญ่่ ใบ แน่น่ ทึบึ คลุมุ ลำต้้นไว้้เป็น็ ส่่วนใหญ่่ เปลือื กเรีียบสีีเทาหรืือน้้ำตาลอ่่อนปนเทา ใบ : เป็็นช่อ่ แบบขนนกสองชั้น�้ ก้า้ นช่่อยาว 1.5-8 ซม. ที่่ป� ลายก้้านช่่อ มีีใบแขนงด้้านข้้าง 1 คู่่�ติดิ ตรงกัันข้้าม ช่่อใบแขนงยาว 8-29 ซม. แต่่ละช่่อ มีีใบย่อ่ ย 2-4 คู่� ขึ้�นตรงกัันข้้าม ใบย่อ่ ยรููปมนหรือื รููปมนแกมรููปขอบขนาน ขนาดแตกต่่างกััน กว้า้ ง 3-9 ซม. ยาว 3-20 ซม. ปลายใบยาวเรีียวแหลม ฐานใบมนและเบี้�้ยวเล็็กน้อ้ ย แผ่่นใบเกลี้ย้� งไม่่มีีขน ดอก : สีีขาว ขนาดเล็ก็ จำนวน 3-6 ดอก ออกบนช่่อกลมเล็ก็ ๆ ซึ่�งแตกแขนงมาจากช่อ่ ใหญ่่ๆ ยาว 7-18 ซม. ช่่อดอกโปร่่ง ออกตามง่่ามใบของใบแก่ท่ ี่่ห� ลุดุ ร่ว่ งไปแล้้ว กลีีบรองกลีีบดอกเล็็กมาก มีี 5 กลีีบ โคนกลีีบติดิ กัันเป็น็ หลอดยาว ประมาณ 2 มม. เกสรเพศผู้้�จำนวนมาก ยื่�นออกมาเป็็นพู่�เหนืือ ส่ว่ นอื่น� ๆของดอก ฝััก : แบน ยาว รููปบรรทััด มีีส่ว่ นคอดเว้า้ ระหว่่างเมล็ด็ กว้า้ งประมาณ 3-5 ซม. ตััวฝักั บิดิ เวีียนเป็น็ เกลีียวไปทางเดีียวกััน ผิิวสีีน้้ำตาลคล้้ำหรืือสีีน้้ำตาลอมม่ว่ ง ฝัักแก่ผ่ นัังจะแตกอ้า้ ออก เมล็ด็ : กลมแบน ขนาดใหญ่ม่ าก สีีน้้ำตาลปนแดง มีีกลิ่น� คล้า้ ยกระเทีียม การนำไปใช้้ประโยชน์์ ใบ : นำมาพอกแก้โ้ รคผิิวหนััง เมล็็ด : ขัับปัสั สาวะ เปลืือกหุ้�ม้ เมล็็ด : ผสมยาอื่น� ต้ม้ กิินช่่วยแก้โ้ รคเบาหวาน 43

ชะมวง ชื่่�อวิทิ ยาศาสตร์์ : Garcinia cowa Roxb. ex Choisy ชื่่�อวงศ์์ : CLUSIACEAE ชื่�่ออื่น�่ : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ไม้้ต้้น ขนาดกลาง กิ่ง� เรีียงตรงข้้ามสลัับตั้�้งฉาก กิ่ง� อ่่อนมัักเป็น็ สี่เ� หลี่ย� ม เปลือื กค่่อนข้า้ งเรีียบ หรืือแตกเป็็นเกล็ด็ สีีน้้ำตาลอมเทาหรือื สีีน้้ำตาลเข้ม้ เกือื บดำ เปลืือกชั้น�้ ในสีีแดง ยางสีีเหลืือง ใบ : ใบเดี่�ยว เรีียงตรงข้า้ มสลัับตั้�้งฉาก รูปู รีีแกมรูปู ขอบขนานหรือื รูปู รีี ดอก :ดอกแยกเพศต่่างต้น้ ออกเป็็นกระจุุกตามซอกใบหรือื ปลายกิ่ง� ดอกสีีเหลืืองหรือื สีีนวล กลีีบ เลี้ย�้ ง 4 กลีีบ เรีียงตรงข้า้ มสลัับตั้ง�้ ฉาก รูปู ไข่ก่ ว้้าง กลีีบดอก 4 กลีีบ รูปู ไข่ก่ ว้า้ ง ดอกเพศผู้้�มีีก้า้ น ดอกยาว 4-8 มิิลลิิเมตร เกสรเพศผู้้�จำนวนมาก เชื่อ� มติิดกัันเป็น็ กลุ่�มรูปู สี่่เ� หลี่�ยม ดอกเพศเมีียมีี ก้า้ นดอกยาว 2-3 มิิลลิเิ มตร มีีเกสรเพศผู้�เป็็นหมััน เชื่�อมติิดกัันเป็็น 4 มััด ผล :ผลแบบผลมีีเนื้้อ� หนึ่่�งถึึงหลายเมล็็ด รููปทรงกลมหรือื รูปู ทรงกลมแกมรููปไข่่ บางครั้้ง� อาจเบี้้�ยว ผลอ่่อนสีีเขีียว ผลสุกุ สีีเหลือื งหรือื สีีเหลืืองอมส้ม้ มีี 3-8 เมล็็ด การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ ผลรัับประทานได้แ้ ละเป็น็ พืชื สมุุนไพร มีีสรรพคุณุ ทางยา 44

ชะอม ชื่�่อวิทิ ยาศาสตร์์ : Acacia pennata (L.) Wild. subsp. Insuavis (Lace) I.C. Nielsen ชื่�อ่ วงศ์์ : FABACEAE หรืือ MIMOSACEAE ชื่่อ� อื่่น� : ลัักษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้น้ : ไม้้พุ่�มเตี้ย้� ขนาดย่่อม ลำต้น้ สีีขาวมีีหนามกระจายอยู่�ทั่�วไป กิ่�งชะอมจะเลื้�อยตามลำต้้น ใบ : เป็น็ ใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้้�น เรีียงสลัับ หูใู บรูปู หอก กว้้าง 1.0-1.5 ซม. ยาว 3-5 ซม. ปลายมีีติ่่ง� หนาม ก้้านใบยาว 1-5 ซม. ช่่อใบย่่อยมีี 8-20 คู่� เรีียงตรงข้า้ ม ใบย่อ่ ยรูปู ไข่่ ขอบขนาน ยาวรีี กว้้าง 0.5-1.0 มม. ยาว 2.5-5.0 มม. ปลายใบแหลม โคนใบโค้้ง ดอก : สีีขาวหรืือสีีขาวนวลขนาดเล็ก็ ดอกย่อ่ ยรวมกัันเป็็นช่อ่ กระจุุก ทรงกลม แต่่ละดอกมีีกลีีบ เลี้�้ยงและกลีีบดอกอย่า่ งละ 4-5 กลีีบ เชื่อ� มติิดกัันที่่โ� คนเป็็นหลอด ปลายแหลมแยกเป็็นแฉก รูปู ใบ หอก จะเห็น็ ชััดเจนเฉพาะเกสรเพศผู้�เป็น็ เส้น้ ฝอยๆ ผล : เป็็นฝัักแบน ยาว รูปู ขอบขนาน กว้้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 5-13 ซม. มีีขนาดเล็็กกว่่าฝัักกระถิิน การนำไปใช้้ประโยชน์์ เปลืือก : เป็็นยาขัับพยาธิิ ยาขัับลม ใช้้เปลือื กแทนสบู่� ใช้เ้ ป็็นสีีย้อ้ มแหจัับปลา หรืือย้อ้ มหนัังจะให้้ สีีน้้ำตาลอมแดง ราก : ต้้มน้้ำดื่ม� ช่ว่ ยอาการปวดท้อ้ ง ท้อ้ งขึ้น� ท้้องอืดื ท้อ้ งเฟ้้อ และขัับลมในลำไส้ใ้ นท้้อง ใบ : ช่่วยต่อ่ ต้้านอนุมุ ูลู อิิสระ เป็น็ ยาอายุวุ ััฒนะ ช่่วยในการขัับถ่่าย ป้้องกัันโรคท้อ้ งผููก ช่ว่ ยบำรุุง เส้น้ เอ็น็ แก้้อาการลิ้�นอัักเสบเป็็นผื่�นแดง ช่่วยฟื้้�นฟููผมแห้ง้ เสีีย แตกปลาย  45

ชำมะเลีียง ชื่�อ่ วิทิ ยาศาสตร์์ : Lepisanthes fruticosa (Roxb.) Leenh. ชื่อ�่ วงศ์์ : SAPINDACEAE ชื่อ�่ อื่�น่ : ลักั ษณะทางพฤกษศาสตร์์ ต้้น : ไม้้พุ่�มหรืือไม้ต้ ้้น สููงได้ถ้ ึึง 15 เมตร แตกกิ่�งต่่ำ เปลืือกเรีียบ สีีน้้ำตาลหรืือ สีีเทาเงินิ หรือื มีีช่่อง อากาศ ใบ : ประกอบแบบขนนกปลายคี่� เรีียงเวีียน มีีหูใู บเทีียม ใบย่อ่ ย 3-17 ใบ เรีียงตรงข้้ามหรือื เรีียง สลัับ รูปู ไข่่ รููปไข่ก่ ลัับ รูปู ขอบขนานแกมรูปู ไข่่กลัับ หรือื รูปู ใบหอก กว้้าง 2-12 เซนติิเมตร ยาว 9-40 เซนติเิ มตร ใบที่่ป� ลายบางครั้ง้� ลดรูปู และมีีขนาดเล็ก็ ลงมาก ปลายมนหรือื เรีียวแหลม โคน อาจเบี้�้ยว ขอบเรีียบ แผ่่นใบบางคล้้ายกระดาษถึึงกึ่ง� หนาคล้้ายแผ่่นหนััง ดอก : ดอกเป็น็ ช่่อคล้้ายช่่อกระจุุกแยกแขนง ออกตามกิ่�ง ลำต้้น ซอกใบและปลายกิ่ง� ดอกสีีม่ว่ ง แดง พบน้้อยที่่�มีีสีีขาว กลีีบเลี้�ย้ ง จำนวน 4 กลีีบ สีีม่่วงแดง กลีีบดอก 4 กลีีบ เกสรเพศผู้� 5-8 เกสร รัังไข่อ่ ยู่�เหนือื วงกลีีบ ผล : ผลแบบผลมีีเนื้้�อ ฉ่่ำน้้ำ คล้า้ ยผลผนัังชั้้น� ในแข็็ง ทรงรูปู ไข่ห่ รืือรูปู ทรงรีี สุกุ สีีแดงเข้ม้ ถุงุ สีีน้้ำเงิินดำ เมล็็ดรูปู ทรงค่่อนข้า้ งกลมหรือื กึ่�งทรงรูปู ไข่ส่ ีีดำอมน้้ำตาล มีี 2 เมล็็ด การนำไปใช้ป้ ระโยชน์์ เนื้้�อไม้้ : เนื้้�อไม้้แข็็ง ทนทาน และหนััก ใช้ใ้ นการก่่อสร้้าง เป็็นพืืชสมุนุ ไพร ราก : มีีรสเบื่่อ� จืืดและขมเล็็กน้้อย ใช้้เป็็นยาแก้้ไข้้ แก้ร้ ้้อนใน แก้้ไข้้เหนือื แก้ไ้ ข้ส้ ัันนิบิ าต แก้เ้ ลืือด กำเดาไหล แก้้ไข้้พิิษ แก้ท้ ้อ้ งเสีีย แก้้ไข้ก้ าฬ ไข้้สั่น� ไข้้กำเดา ช่ว่ ยทำให้ร้ ะบบทางเดิินอาหารเป็น็ ปกติิ แก้ท้ ้อ้ งผูกู ผล : ใช้แ้ ก้โ้ รคท้้องเสีียในเด็็ก ทำน้้ำผลไม้้ ใบ : ใบอ่่อนใช้เ้ ป็น็ ผัักจิ้ม� น้้ำพริิก 46


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook