Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา1

คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา1

Published by อารียา แซ่หมี, 2021-03-17 07:04:35

Description: คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา1

Search

Read the Text Version

47 1.การเลอื กอปุ กรณค์ อมพิวเตอร์ 1.1เคส (Case) คือตัวถงั หรอื กล่องคอมพวิ เตอร์ หลายคนเรียกวา่ ซพี ยี ู ด้วยความเขา้ ใจผิด เคสใชส้ ำหรบั บรรจุ อุปกรณอ์ ิเล็กทรอนิกสห์ ลกั ของคอมพิวเตอร์ ไดแ้ ก่ เมนบอรด์ ซีพยี ู การด์ จอ ฮาร์ดดสิ ก์ พดั ลมระบายความร้อน และท่ขี าดไม่ได้ คอื Power Supply สว่ นประกอบของเคส Power Button ปุม่ เปิด-ปิดเคร่ือง Bay Cover พน้ื ทบี่ รเิ วณท่กี ำหนดไว้ใหเ้ ป็นท่ีกำบัง 3.5” Drive Bay พนื้ ที่บริเวณท่ีกำหนดไวใ้ ห้ใสไ่ ดรฟ์ ขนาด 3.5” 5.25” Drive Bay พืน้ ที่บรเิ วณทกี่ ำหนดไว้ให้ใสไ่ ดร์ฟ ขนาด 5.25” ปจั จุบนั เลกิ ใชแ้ ล้ว Power LED เป็นอุปกรณส์ ารกง่ึ ตวั นำชนิดหนึง่ ทย่ี อมรบั ให้ระแสไฟไหลผ่าน และจะปลอ่ ยแสงสวา่ งออกมาทันที มี นำ้ หนกั เบา แสงสว่างทีเ่ กิดขนึ้ มาจากการเคลอ่ื นท่ขี องอเิ ลก็ ตรอนภายในสารก่ึงตวั นำ รปู แบบของ LED 1.Lamp Type เป็น LED ที่พบอยู่ทั่วไป มีขายื่นออกมาจากตัว Epoxy 2 ขา หรือมากกว่า มีขนาด เสน้ ผ่าศูนย์กลาง ตง้ั แต่ 3 มม. ขึน้ ไป บริษทั ผู้ผลติ จะออกแบบให้ขับกระแสไฟไดไ้ ม่ เกิน 150 mA 2. Surface Mount Type มลี กี ษณะเปน็ Packet บางๆ เวลาประกอบต้องใช้เครื่องมือชนิดพิเศษ มขี นาดการขับ กระแสไฟฟา้ ตง้ั แต่ 20 mA-

48 มากกว่า 1A สำหรบั LED แบบ Surface Mount Type ถ้าขับกระแสไฟฟ้าได้ต้งั แต่ 300 mA ข้นึ ไปจะเรียกว่า Power LEDการใชง้ านสว่ น ใหญจ่ ะใช้ภายใน เนอ่ื งจากสารเคลือบหนา้ หลอด LED สว่ นใหญ่จะเป็นซลิ โิ คน ซงึ่ ละอองน้ำหรอื ความช้ืนสามารถ ซึมผา่ นได้ ปจั จบุ นั ได้นำหลอด LED มาใชป้ ระโยชน์กันอย่างแพร่หลาย เช่น ในเครือ่ งคดิ เลข เครอื่ งพิมพ์ ไฟสัญญาณจราจร ไฟทา้ ยรถยนต์ ปา้ ยสญั ญาณ ปา้ ยโฆษณา ไฟฉาย จอวดี ิทศั นข์ นาดใหญ่ โคม Down Light และหลอดไฟประดับ และตกแต่งภายใน ปัจจบุ นั ได้นำหลอด LED มาใชป้ ระโยชนก์ ันอย่างแพร่หลาย เชน่ ในเครอ่ื งคดิ เลข เครือ่ งพิมพ์ ไฟสัญญาณจราจร ไฟทา้ ยรถยนต์ ปา้ ยสัญญาณ ป้ายโฆษณา ไฟฉาย จอวีดทิ ศั น์ ขนาดใหญ่ โคม Down Light และหลอดไฟประดับ และตกแตง่ ภายใน I/O Back Panel ชอ่ งเสยี บอปุ กรณ์Input/Output Rear Cooling Vent ช่องระบายความร้อนดา้ นหลงั Expansion Bays พ้นื ทหี่ รือบรเิ วณท่ีกำหนดใหเ้ ป็นส่วนขยายเพ่ิมเตมิ Ventilation ช่องระบายอากาศ

49 การเลือกเคส 1. มคี วามแข็งแรง ทนทาน ตัวเคสไมบ่ ดิ งองา่ ย ทดลองนำเคสวางลงบนพนื้ ราบเรยี บ ถ้าโยกเยกแสดงวา่ ตัวเคส อาจมีการบิดงอ จะมีผลกับการติดตั้งเมนบอร์ดอาจทำให้เมนบอรืดบิดงอ และเกิดความเสยี หายกับอปุ กรณ์ เมนบอร์ดได้ 2. เปดิ ดา้ นขา้ งได้ เพือ่ ความสะดวกในการติดต้งั อุปกรณ์ 3. ทำจากวัสดทุ ไี่ มเ่ ป็นสื่อนำไฟฟ้า 4. ขอบเคสไม่แหลมคม เพราะถา้ ขอบเคสแหลมคมอาจจะบาดมอื เวลาถอดหรอื ใสอ่ ปุ กรณต์ า่ งๆ 5. มีขนาดใหญ่เพียงพอกับการติดตั้งอปุ กรณ์และมีพื้นที่ว่างพอที่จะระบายความร้อนภายในได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการทำงานในห้องที่ไม่ ได้ตดิ ตง้ั เครื่องปรบั อากาศ ฮารด์ ดิสก์ 1 ลกู อาจมอี ุณหภมู ิสะสมถึง 70 องศา และถา้ ต้องการติดตั้งอุปกรณ์ภายในเคสมากควรมองหาเคสขนาด ใหญห่ รอื ที่เรียกว่า เคสแบบตงั้ ขนาดใหญ่(Full Siza Tower) 6. ต้องระบายความรอ้ นไดด้ ี ถา้ ความรอ้ นภายในเคสสูงจะทำให้อุปกรณ์ ต่างๆ ในเคสมอี ุณหภูมิสูงตามไปด้วย เพราะไมส่ ามารถถ่ายเทความรอ้ น ออกไปภายนอกเคสได้ เคสทีด่ ีควรจะ มกี ารไหลเวียนของอากาศไดอ้ ย่างสะดวก พิจารณาดูวา่ สามารถตดิ ต้ังพดั ลมเพม่ิ เติมไดห้ รอื ไม่ 7. เคสทีท่ ำดว้ ยเหล็กจะมคี วามคงทนมากกวา่ เคสทท่ี ำด้วยอะลูมเิ นียม 8. เคสแบบตงั้ (Tower Case)เปน้ เคสทน่ี ิยมใชใ้ นปัจจบุ ัน เพราะสะดวกมีรูปลกั ษณส์ วยงาม มี 3 ชนิด คือ Full Tower คอื เคสคอมอพวิ เตอร์ขนาดใหญ่ เหมาะกบั ผู้ใชท้ ่เี ปน็ ผ้เู ชยี วชาญ หรือนักเลน่ เกม ข้อดขี องเคสFull Tower คือ 1. ใส่อปุ กรณ์ได้มากมาย ระบายความรอ้ นได้ดี 2. สามารถนำไปใชเ้ ป็นเคร่ืองให้บรกิ าร (Server) ขอ้ เสียของเคสFull Tower 1. ตวั เคสมขี นาดใหญ่ ไมเ่ หมาะท่ีจะนำมาตง้ั โต๊ะ ราคาแพง

50 Medium Tower คอื เคสขนาดกลาง มคี วามเหมาะสมที่จะวางบนโต๊ะทำงาน รนุ่ น้ีมกั เปน็ ท่นี ิยมของผูป้ ระกอบ เคร่อื งดว้ ยตนเอง และในสำนักงานทัว่ ๆไปก็นยิ มใช้เคสรนุ่ น้ี Mini Tower คือเคสทมี่ ขี นาดกะทัดรัด จะวางบนโตะ๊ หรือวางใตโ้ ต๊ะกไ็ ด้ ปัจจุบันเมื่อซื้อเคส ผู้ขายจะให้เพาเวอร์ซับพลายมากับเคสด้วย แต่เป็นเพาเวอร์ซับพลายที่มีคุณ คณุ ภาพต่ำ ผ้ซู อ้ื สามารถจัดหาเพาเวอรซ์ ับพลายทีม่ ีคณุ ภาพตำ่ ผู้ซ้อื สามารถจดั หาเพาเวอรซ์ ยั พลายท่ีมีคุณภาพสูง มาใช้ เพอื่ ใหก้ ารใช้งานคอมพวิ เตอร์มีประสิทธภิ าพยง่ิ ขึน้ เพาเวอร์ซบั พลาย (Power Supply) คือ แหล่งจ่ายไฟสำหรับคอมพวิ เตอร์ เป็นอปุ กรณท์ ส่ี ำคัญ ทำหนา้ ท่แี ปลง กระแสไฟฟา้ 220 โวลต์ เป็น 3.3 โวลต์ 5โวลต์ 12 โวลต์ ขึ้นอยกู่ บั ความตอ้ งการของกระแสไฟของอปุ กรณ์นัน้ ๆ หลักการเลือกเพาเวอรซ์ ับพลาย 1. เพาเวอร์ซบั พลายทีซ่ อ้ื ควรเปน็ มาตรฐาน ATX 2.x 2. เปน็ เพาเวอร์ซับพลายทม่ี คี อนเนคเตอร์ สำหรับเมนบอร์ดแบบ 24 pin หรือ20+4 pin 3. เป็นเพาเวอร์ซับพลายที่มีคอนเนคเตอร์AUX 12 โวลต์ 4 pin อย่างน้อย 1เส้น หรอื ถา้ คอมพิวเตอรแบบมี ประสิทธิภาพสูง เชน่ ต้องการใชก้ ับซีพยี ูแบบ Quad-Core ให้เลอื กเพาเวอร์ ซบั พลายท่มี ี Aux 12 โวลต์ แบบ 8 pin 4. ควรเลือกซื้อเพาเวอร์ซัพพลายที่มีคอนเนคเตอร์สำหรับต่อกบั ฮาร์ดดิสก์หรือ Optical Driveแบบ SATA อยา่ งน้อย 4 ชุด 5. ถ้าตอ้ งการใชก้ ราฟฟิกการ์ดพลังสูงกใ็ ชเ้ พาเวอร์ซบั พรายทมี่ ีคอนเนคเตอรท์ ่ีเรียกวา่ PCI-E ซึ่งเป็นคอนเนค เตอร์แบบ 6 pin อยา่ งนอ้ ย 1เสน้ หรือดูรุ่นทมี่ ี PCI-E 6 pin อยา่ งนอ้ ย 2 เส้น 6. ต้องการใช้กราฟฟิกการ์ดแบบ SLI หรือแบบ Cross fire ก็ให้หาเพาเวอร์ซับพลายท่ีมีโล้โก้ประเภท SLI Ready หรือ Cross Fire Ready เพราะกราฟฟกิ การ์ดประเภทน้ีจะต้องใช้พลังงานมาก SLI ย่อมาจาก Scalable Link Interface เป็นเทคโนโลยที ีน่ ำกราฟฟกิ การ์ด 2 ตัวที่ใชง้ านบนพอรต์ แบบ PCI-Expess 16x มาทำการประมวลผลภาพ จะมีประสทิ ธภิ าพเพ่มิ ข้ึน หรอื Double Total Performance 7. เลือกซื้อเพาเวอร์ซับพลายเป็นขั้นสุดท้าย เพราะต้องดูคู่มือของอุปกรณ์ทุกอยา่ งวา่ ต้องการใช้แรงดันไฟ เท่าใด และดวู า่ อุปกรณ์ตัวใดตอ้ งการใชเ้ พาเวอร์ซบั พลายก่ีวตั ต์ 1.2 เมนบอร์ด (Mainboard) หรือ Mother board หรือ System board ทุกชื่อที่กล่าวมา คือ แผงวงจรหลัก แผงวงจรหลกั เปน็ อปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ท่ีทำหน้าท่ีในการเชอ่ื มตอ่ ระหว่างฮาร์ดแวร์ต่างๆและถือเป็นตัวกลางที่ทำ หน้าท่เี ชอ่ื มต่อฮาร์ดแวร์ทอี่ ยู่ในตวั เคร่ือง คอมพิวเตอร์ทงั้ หมด เช่น ซีพยี ู หนว่ ยความจำ ฮาร์ดไดรฟ์ ซีดีรอมไดร์ฟ ผ่านทางสายเคเบลิ หรือการ์ดแสดงผล การด์ เสียง ทต่ี ้องทำงานร่วมกันไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพและมีเสถียรภาพ การซอื้ อปุ กรณต์ ่างๆ เพ่อื นำมาประกอบเคร่ืองคอมพิวเตอรจ์ ะตอ้ งสมั พนั ธ์กับเมนบอรด์

51 หลักการเลือกเมนบอรด์ 1. ยี่ห้อ ปัจจุบันมีผู้ผลิตเมนบอร์ดมากมายหลายยี่ห้อ บางยี่ห้ออาจมีราคาถูก แต่ไม่มีคุณภาพ ผู้ ซื้อหรือผู้ ประกอบเครื่องควรคำนึงถึงประสิทธิภาพของเมนบอร์ดเป็นสำคัญ รวมถึงความเสถียรของเมนบอร์ดด้วย (พจนานุกรม มานิต มานิตเจริญ ให้ความหมายของเสถียร :แข็งแรง มั่นคง) ปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตเมนบอร์ดจะ รบั ประกนั การทำงานไมน่ ้อยกวา่ 3 ปี 2. ซ็อกเก็ต หรือสลอตซีพียู คือฐานรองเพือ่ บรรจุซีพยี เู ขา้ กบั แผงวงจรหลัก (Mainboard) ซ็อกเก็ตแตล่ ะรุ่นจะ มีลักษณะเฉพาะออกแบบมาใหใ้ ช้ซพี ยี ูรว่ มกัน ไมส่ ามารถนำซอ็ กเก็ตแบบหนึ่งไปใช้ร่วมกบั ซีพียูท่ีออกแบบมาอีก แบบหนึง่ ได้ 3.ซปิ เซตท่อี ยู่บนเมนบอร์ดสนับสนุนการทำงานในเร่ืองอะไรบา้ ง เพราะซิปเซตจะเป็นตัวที่ระบุประสิทธิภาพ การทำงานของเมนบอร์ด ซิปเซต(Chipset) คือ กลุ่มของชิปทีไ่ ดร้ ับการออกแบบมาให้ทำงานเป็นหน่วย เช่นIntel 430HX PCI setใช้กับ ไมโครโปรเซสเซอร์รุ่น Pentium II ในตัวชิปเซตจะมีตัวควบคุมบัส PCI และออกแบบมาใช้กับคอมพิวเตอร์ทาง ธุรกจิ เพอื่ การหาค่าท่ีเหมาะสมของการส่งผ่านทรานแซคชัน(Transaction)ระหว่างไมโครโปรเซสเซอร์ PCI และ ISA ใหเ้ รว็ ขนึ้ ทำใหร้ ะบบมลั ติมีเดียทำงานราบเรียบนอกจากน้ีชิปเซตยงั สนบั สนุนพร์ตยเู อสบี (USB : Universal Serial Bus) ชุดชิปเซต ประกอบด้วย North Bridge หรอื AGP set หรอื System Controller เป็นชิปท่ีทำหนา้ ที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์หลักๆ บนเมนบอร์ดทีป่ ระกอบดว้ ย ซีพียู หน่วยความจำแคสSRAM(Static Random Access Memory) หนว่ ยความจำ หลกั DRAM (Dynamic RandomAccess Memory) ระบบกราฟฟกิ บัสแบบAGP และระบบบสั แบบ PCI

52 South Bridge หรือ ชิป PCI to ISA Bridge ทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อตอ่ ระหว่างระบบบัส PCI กับอุปกรณ์ อ่นื ๆทมี่ คี วามเรว็ ในการทำงานตำ่ กว่า เชน่ ระบบบสั แบบ ISAระบบอนกุ รมแบบ USBชปิ คอนโทรลเลอร์ IDEชิป หนว่ ยความจำรอมไบออส ฟลอปป้ีดิสก์ คียบ์ อรด์ พอร์ตอนุกรมและพอร์ตขนาน 4.สลอตตา่ งๆ สลอต(Slot) คือ ช่องเสียบอปุ กรณ์ในคอมพวิ เตอร์ส่วนบคุ คลท่ีเตรียมไวเ้ พื่อใหเ้ สยี บแผงวงจร (Card) เพ่ิมลงไปใน เมนบอรด์ หรือเรยี กอกี ช่อื หนงึ่ ว่า Expansion Slot ซ่ึงจะช่วยเพมิ่ ประสิทธิภาพการทำงานของคอมพวิ เตอร์ เช่น เพมิ่ หน่วยความจำ ปกตเิ ครอ่ื งพซี ี ทั่วๆไปจะจดั เตรียมช่องเสียบไว้ 8ชอ่ งด้วยกัน นนั้ คือ สามารถเสียบแผงวงจร เพมิ่ ได้ 8 แผ่น 5. หนว่ ยความจำรอมไบออส (BIOS : Basic Input Output System) หรอื อาจเรียกว่าCMOS(Complementary Metal Oxide Semi-conductor) เป็นชปิ หน่วยความจำหนง่ึ ทีใ่ ชเ้ ก็บขอ้ มลู และโปรแกรมทีม่ ีขนาดเล็กซึ่งจำเป็น ต่อการบูตของระบบคอมพิวเตอร์ เมอ่ื เปดิ เคร่ืองคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอรจ์ ะตรวจเช็คตัวเอง หรอื ที่ เรียกวา่ ขนั้ ตอนการPOST(Power On Self Test) หมายถึง การตรวจสอบอปุ กรณ์ตา่ งๆ ทมี ใี นเคร่อื งคอมพิวเตอร์นั้นๆ เหตุผลทีต่ ้องตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนกเ็ พราะเครื่องคอมพวิ เตอรแ์ ตล่ ะเครื่องจะมีอปุ กรณ์ท่ีแตกตา่ งกนั ไปผู้ใช้สามารถเปลีย่ นแปลงอปุ กรณ์เหล่าน้ัน ได้ ดังนนั้ จงึ ตอ้ งตรวจสอบอุปกรณ์ตา่ งๆ ก่อนเริ่มตน้ ทำงานหากพบข้อผิดพลาดใดๆ กย็ ังสามารถรายงานให้ผู้ใช้ ทราบและแกไ้ ขได้ เพื่อใหก้ ารทำงานของเคร่อื งคอมพิวเตอร์สำเร็จลลุ ว่ ง กระบวน POST มี 4 ขั้นตอน 1) แสดงข้อความเริ่มต้นของการ์ดอสดงผลปกติจะขึ้นอยู่กับชนิดของการ์ดแสดงผลที่ติดตั้งกับเครื่อง คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องอาจแสดงโลโก้ ชื่อบริษัทผู้ผลิต ชื่อรุ่นขนาดของหน่วยความจำ บางรุ่นอาจไม่แสดง ข้อความใดๆเลยกไ็ ด้ 2) แสดงรายละเอยี ดเก่ียวกบั BIOS(Basic Input Output System) หมายเลขอ้างอิงสำหรับผู้ผลิตเมนบอร์ด และอื่นๆ 3) ตรวจสอบและนบั จำนวนหนว่ ยความจำ รวมทง้ั การทำงานของอปุ กรณต์ า่ งๆ

53 4) เมื่อเสรจ็ ส้ินกระบวนการ POSTแล้วหน้าจอจะแสดงรายละเอียดของฮาร์ดแวร์พื้นฐานท้ังหมด และโหลด ระบบปฏบิ ตั ิการจากไดร์ฟท่กี ำหนดมาทำงานตอ่ CMOS (Complimentary Metal-Oxide Semiconductor) หมายถึง ชิปหน่วยความจำ ซึ่งใช้พลังงานจาก แบตเตอรี่ในคอมพิวเตอร์ CMOS จะทำหน้าท่ีจัดเก็บขอ้ มลู การเรม่ิ ระบบ โปรแกรมทท่ี ำงานข้ันพื้นฐานของระบบ ข้อความแสดงข้อผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับ CMOSอาจมีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่เสียหรือหมดพลังงาน หาก คอมพิวเตอรไ์ ม่ไดใ้ ชง้ านเปน็ เวลานานจะทำใหแ้ บตเตอรี่หมดพลงั งานได้ การแกไ้ ขขอ้ ผดิ พลาดเกย่ี วกับ CMOS ใหต้ รวจสอบขอ้ มูลท่ีมาพร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ หรอื ตดิ ตอ่ ผูผ้ ลิต เนอื่ งจากการตั้งค่าCMOS เป็นเรื่องที่เก่ียวกับ ฮาร์ดแวร์ หน้าทก่ี ารทำงานของชปิ เซต - ควบคมุ การอินเทอร์รพั ท์ ซพี ียูจะตอ้ งตรวจสอบอุปกรณร์ อบข้างๆทกุ อย่าง ทำใหซ้ ีพียูสญู เสยี เวลาการทำงาน ดังนั้น ถ้าอุปกรณ์รอบข้างตัวใดต้องการติดต่อกับซีพียู ก็จะส่งสัญญาณอินเทอร์รัพท์เข้ามาที่ Chipset จากนั้น Chipset จะทำหน้าท่ีตรวจสอบความสำคัญของอุปกรณ์รอบข้าง ในกรณที ี่มีอปุ กรณ์รอบข้างหลายตัวต้องการขอ ใช้ซีพียูเพื่อการประมวลผล จะทำให้เกิดอินเทอร์รัพท์ซ้อนกัน Chipsetจะทำหน้าที่ตรวจสอบความสำคัญ ถ้า อุปกรณร์ อบข้างตัวใดมีความสำคัญมากจะสง่ สัญญาณไปให้ซีพียูทำการประมวลผลกอ่ น ถา้ อุปกรณท์ ี่มีความสำคัญ น้อยกวา่ ทำให้ซพี ยี ลู ดการทำงาน ไมต่ ้องตรวจสอบอปุ กรณ์ทกุ ตวั ดว้ ยตนเอง -อนิ เทอร์รัพท์ (Interrupt) การขดั จงั หวะการทำงานซพี ียู หรอื โปรแกรมทก่ี ำลงั ทำงานอยู่เพื่อมาทำงานในส่วน ของโปรแกรมบริการอินเทอร์รัพท์ที่กำหนดไวล้ ่วงหนา้ แล้ว การใชอ้ นิ เทอร์รพั ท์จะช่วยประหยัดเวลาการทำงาน ของโปรแกรมที่ไม่ตอ้ งคอยไปตรวจสอบเงื่อนไขใดๆตลอดเวลา แต่จะส่งหน้าที่นี้ให้กับการบรกิ ารอนิ เทอรร์ ัพท์ แทนล - ควบคมุ ฐานเวลา คอมพิวเตอรม์ คี วามจำเปน็ ต้องใชส้ ัญญาณนาฬกิ าเป็นฐานเวลาในการประมวลผลข้อมูลให้มี ความสมั พันธก์ นั และมคี วามถูกตอ้ งเที่ยงตรงสงู Chipset จะต้องควบคมุ สัญญาณนาฬิกาทีถ่ ูกส่งไปให้อุปกรณ์รอบ ข้าง รวมทั้งซีพียูด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง โดยอาศัย X-tal ในการสร้างสัญญาณนาฬิกาขึ้นมา จากน้ัน Chipset จะทำการปรับแตง่ เพือ่ ให้มีความเหมาะสมกอ่ นส่งไปจ่ายใหอ้ ปุ กรณ์รอบข้างซีพียู

54 -ควบคมุ หนอ่ ยความจำ เม่ือมีการประมวณผลข้อมูล ซีพยี ูจำทำการเรียกใช้หนว่ ยความจำดังนนั้ Chipset จะทำ หน้าที่ควบคุมการเรียกใช้หน่วยความจำ โยจัดสรรหน่อยความจำให้กับอุปกรณ์รอบข้างต่างๆ และควบคุมการ อา้ งองิ ตำแหน่งของหน่อยความจำ -ควบคุมการสื่อสารกับ Port ต่างๆ การที่ซีพียูจะประมวณผลข้อมูล หรืรับ-ส่งข้อมูลจากอุปกรณ์รอบข้าง จำเป็นต้องใช้ Port Communication เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งมีหมายเลขของ Port (Address Port) ในการติดต่อสื่อสารเป็นค่าคงที่ โดยซีพียูจะดึงข้อมูลจากอุปกรณ์ รอบข้างจากตำแหน่ง Port (Address Port)ในหน่วยความจำ เพื่อทำการประมวณผลซึ่ง Chipset จะคอยควบคุมการอ้างองิ ถึงตำแหน่งของ Port ใน หน่วยความจำและทางฮาร์ดแวร์เพอื่ ให้มคี วามสมั พนั ธก์ นั CommunicationPort คือช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างระบบอุปกรณ์ขอบข้าง เช่น จอคอมพิวเตอร์ โมเด็ม เครือ่ งพิมพ์ อุปกรณด์ ังกลา่ วจะเช่ือตอ่ โดยผา่ นสายเคเบิลเข้าสู่ Port ของอุปกรณ์ตา่ งๆ ซ่ึงถกู กำหนดข้ึนให้ เป็นมาตรฐานสำหรบั การตดิ ต่อส่ือสารของเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ Port หรืออาจจะเรียกว่า Connectors มีอยู่ 2 แบบ คือปลั๊กตัวผู้(Male Type) และปลั๊กตัวเมีย (Female Type) Port Communication แบง่ ได้3 ชนดิ คือ 1.พอร์ตอนกุ รม (Serial Port) การสอื่ สารข้อมูลพอร์ตอนุกรมจะส่งข้อมลู ไดช้ ้ากวา่ พอร์ตขนาน เพราะเป็นการ ส่งข้อมลู คร้ังละ1 บิต ขอ้ ดี คือสามารถสง่ ข้อมูลได้ในระยะทางที่ไกลกว่าแบบขนาน และใช้สายสัญญาณทนี่ ้อยกว่า 2. พอร์ตขนาน (Parallel Port) การสอื่ สารข้อมูลพอร์ตขนานจะส่งข้อมูลไปหลายๆบติ พร้อมๆกัน เช่น 8บิต โดยทวั่ ไปจะใชต้ อ่ กบั เครื่องพิมพ์ (printer) 3. พอร์ตยูเอสบี (USB: Universal Serial Bus) เป็นระบบเชื่อต่ออปุ กรณ์แบบอนุกรมความเรว็ สูงของเครื่อง คอมพิวเตอร์ เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอรก์ บั อปุ กรณ์ 1/0 (Input output Device) ท่ี นำมาเชอื่ ตอ่ กับคอมพวิ เตอร์ เช่น เครอ่ื งพมิ พ์ โมเดม็ เมา้ ส์ แป้นพิมพ์ กลอ้ ง ถา่ บรูป เป็นต้น

55 -ควบคุม DMA(Direct Memory Access) เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับเคร่ืองคอมพิวเตอร์ โดย chipsetจะทำหนา้ ทใ่ี นการขอสทิ ธ์ิเพอื่ การส่งผ่านข้อมลู ระหว่างหน่วยความจำและอปุ กรณ์รอบข้างโดยไมต่ ้องผ่าน การควบคุมดแู ลของซีพียู ซึ่งchipsetจะทำหน้าทีก่ าร Refresh หน่วยความจำแรมในระบบและควบคมุ การถ่าย โอนข้อมูลระหว่างหน่วยความจำหลักและ Secondary Storage โดย Chipset จะตรวจสอบความสำคัญของ อปุ กรณร์ อบข้างท่ีรอ้ งขอ DMA และจะส่งสญั ญาณไปทซี่ พี ียเู พอื่ ของใช้บัส จากนน้ั ซีพยี จู ะส่งสญั ญาณตอบกลบั ถ้า สามารถเข้าถงึ หน่วยความจำDMA(Direct Memory Access) ได้ อุปกรณร์ อบขา้ งก็จะทำการใช้บัส โดยปราศจากการทำงานของซพี ยี ู เม่ือการถา่ ยโอนข้อมูลเสรจ็ เรยี บร้อยแล้ว อปุ กรณร์ อบข้างจะสง่ สญั ญาณไปทซ่ี ีพียเู พ่อื คืน Busใหก้ ับระบบต่อไป 6. เมนบอร์ด สามารถรองรับแรมได้สงู สุดเทา่ ไหร่ 7. ปจั จบุ ันการ์ดต่างๆ จะใช้กับสลอต (slot)แบบ PCI ดังน้นั ควรเลอื กเมนบอรด์ ท่มี สี ลอตแบบPCI มากๆ 8. พอร์ตทใ่ี ชใ้ นการเช่ือมตอ่ พอรต์ คอื ชอ่ งสำหรับเสียบสายเคเบลิ ท่อี ย่ดู ้านหลงั เครอื่ งคอมพิวเตอร์เพื่อตอ่ กับอุปกรณ์อ่ืนๆถ้าไม่เป็นพอร์ต อนุกรม(Serial Port)กเ็ ป็นพอรต์ ขนาน(Parallel Port) -PS/2 เป็นพอร์ตที่ใชส้ ำหรับการเชือ่ มตอ่ เม้าส์และคีย์บอรด์ โดยทั่วไปพอร์ตของเมา้ ส์จะเป็นสีเขียวและพอร์ต คียบ์ อรด์ จะเปน็ สมี ่วง ในปจั จบุ นั จะมีการเปลีย่ นมาใช้ USBแต่ก็ยังมี PS/2 ใช้ อยูบ่ ้าง

56 -ไฟร์ไวร์ (FireWire) คือ พอร์ตท่ีใช้เชอ่ื ตอ่ มีลักษณะคล้ายกบั USB แตม่ ีอัตราความเรว็ มากกว่า ดว้ ยมาตรฐาน IEEE1394 มอี ัตราการเช่ือมตอ่ รับ/ส่งข้อมลู 400 MB/s IEEE ย่อมาจาก The Institute of Electrical and Electronics Engineersคือสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้าและ วิศวกรรมอเิ ล็กทรอนิกส์นานาชาติ เป็นสถาบนั ที่กำกบั ดแู ลมาตรฐานการวจิ ยั และพัฒนาความรู้และงานวิจัยใหม่ ตลอดจนเผยแพร่ความรู้ โดยเน้นดา้ นไฟฟ้ากำลงั คอมพวิ เตอร์โทรคมนาคม ระบบอิเล็กทรอนกิ ส์ IEEE 1394 หรอื High Performance Serial Busเปน็ มาตรฐานอเิ ล็กทรอนกิ ส์สำหรบั การเช่ือตอ่ อุปกรณเ์ คร่ือง คอมพิวเตอร์สว่ นบคุ คล IEEE 1394 ให้ Single Plug-and-Socket Connection ซึง่ เชื่อมตอ่ อุปกรณไ์ ด้ถึง 63 ชิ้น ที่สามารถส่งผ่านข้อมูลได้ถึง 400 Mdps(เมกะบิตต่อวินาที) มาตรฐานนี้อธิบายบัสอนุกรม (Serial Bus) หรือ เส้นทางระหว่างอุปกรณต์ ่อพ่วง 1 ชิน้ หรือมากกวา่ กบั ไมโครโปรเซนเซอรข์ องเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง จำนวนมากท่ีตดิ ตัง้ มาเป็นไปตามIEEE 1394 การประยกุ ต์ IEEE 1394 ทีน่ ิยมทส่ี ดุ คอื FireWire ของ Apple และ I link ของ Sony -LAN ชอ่ งการเช่อื มต่อแลน ใชส้ ำหรบั การเชอื่ มตอ่ เครือขา่ ยทอี่ ยู่ในระบบ ชอ่ งต่อเสียง มีไว้สำหรับการเชื่อมต่อเสียง ทง้ั เสียง Input และ Output ทง้ั ลำโพง และไมโครโฟน

57 9. สลอตAGP ใช้สำหรบั การเชอ่ื มตอ่ ของการ์ดแสดงผลมที ้งั AGP และ PCL Expressเพอ่ื เช่อื มตอ่ ให้กับจอท่ีใช้ใน การแสดง 10.Slot PCI ใช้สำหรับการเชื่อมต่อการ์ดต่างๆ ที่ไมต่ อ้ งการความเร็วสูงมากนกั เชน่ การด์ เสยี ง การ์ดแลน และ โมเดม็ ท่ใี ช้สำหรับการเชอ่ื มตอ่ 1.3 ซีพียู(CPU: Central Processing Unit) คือ เป็นสมองของคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูล และ ควบคุมการทำงานของระบบความเรว็ ในการทำงานของซพี ยี ู จะมีหน่วยเปน็ เมกะเฮิรตซ์(MHz: Megahertz)เช่น 133MHz 500MHz และ 600MHzความเร็วดังกลา่ วขา้ งต้นคือ ความเร็วของสัญญาณนาฬิกาทม่ี ีแหล่งกำเนิดมา จาก คลอ็ ก (Clock) สัญญาณนาฬิกาจะทำหน้าท่ีควบคุมซีพียแู ละระบบใหท้ ำงานได้ ความถ่ขี องสัญญาณนาฬิกา จะเป็นตัวบ่งบอกถึงความเร็วในการทำงานของระบบถา้ ความเร็วของสัญญาณนาฬิกาสูง ซีพียูจะทำงานเรว็ ขึ้น บรษิ ทั ท่ผี ลติ ซพี ยี ูของคอมพวิ เตอร์ มี 3 บรษิ ทั คือ อินเทล(Intel) เป็นบริษัทเก่าแกแ่ ละเป็นผู้นำเทคโนโลยีการผลิตซีพยี และได้พัฒนาซีพียมู าอย่างต่อเนื่อง เริ่ม จาก 8088 80286 80386 80486 แพนเนียม (Pentium ) แพนเนียม เอ็มเอ็มเอ็กซ์ (Pentinum mmx) แพน เนียมโปร (Pentium pro) แพนเทยี มรี (Pentium III) Pentium IV

58 เอเอม็ ดี (AMD:Advanced Micro Device Inc.) เป็นบริษทั ค่แู ขง่ ท่สี ำคญั ของอนิ เทลปจั จบุ ันเอเอ็มดไี ด้พัฒนาซีพียู ให้มีประสิทธภิ าพการทำงานทส่ี งู มาก และกำลงั ไดร้ ับความนยิ มเพม่ิ ขึ้นเร่ือยๆรุ่นของซีพยี จู ากคา่ ยเอเอ็มดี คือk5 k6 k7 หรอื ฤสนื และร่นุ ปัจจุบัน คือk8 ไซรกิ ซ์ (Cyrix) เป็นซพี ยี ทู มี่ รี าคาถูก ยังได้รับความนิยมนอ้ ย การเลือกซอ้ื ซพี ยี ู 1. ราคาและประสิทธิภาพการใช้งานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะยี่ห้อของซีพียูที่ต่างกัน ความเร็วในเมกะเฮิรตซไ์ ม่ เทา่ กัน แต่อาจมีประสทิ ธภิ าพการใชง้ านที่เท่ากันหรอื ใกลเ้ คยี งกัน เพราะซีพยี แู ตล่ ะยห่ี ้อมีโครงสร้างการทำงานใน ซพี ยี ูแตกต่างกัน ทำให้ความเร็วในการทำงานแตกต่างกนั 2. ควรเลือกซื้อซีพียูที่มหี น่วยความจำแคชมากๆ เพราะสามารถลดปัญหาคอขวดอันเกิดจากความเร็วของ หนว่ ยความจำหลักตำ่ กว่าความเรว็ ของแคสมาก 3. อินเทอร์เฟช (interface) ของซีพียู สลอต (Slot) ท่ีใชใ้ นการตดิ ตัง้ หรือถอดซพี ยี ูออกจากเมนบอร์ดสลอตน้ี จะตดิ ตงั้ มากบั เมนบอรด์ และมีหลายแบบ แต่ลพแบบจะตอ้ งใชซ้ พี ียถู ูกต้องและตรงกนั 4. ควรพิจารณาว่าจะนำคอมพิวเตอรไ์ ปใชท้ ำงานอะไร แล้วจงึ กำหนดว่าจะใชซ้ ีพยี ูชนดิ ใด ความเร็วเท่าไรจึงจะ เหมาพสมกบั การประมวลมากท่ีสุด ถา้ ซอ้ื ซพี ยี ูประสทิ ธภิ าพสูงมาใช้ แตก่ ลบั นำมาใชง้ านพื้นฐานธรรมดาก็จะเป็น การส้นิ เปลอ้ื งโดยเปลา่ ประโยชน์ 5. พดั ลมระบายความร้อนของ CPU นิพนธ์ บาดกลาง มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ในการผลิตซพี ียูรุ่นแรกๆ ยังมีความถีข่ องสัญญาณนาฬิกาไม่สูง มาก จงึ ใช้การระบายความรอ้ นดว้ ยอากาศปกติ ต่อมามแี ผน่ ระบายความร้อนที่ออกแบบมาเป็นรปู ครีบในลักษณะ ต่างๆ เรยี กว่า Heat Sinkซีพยี ูบางรนุ่ จะมกี ารรวมเอาพดั ลมระบายความรอ้ นไว้ในตัวเปน็ แบบ Package เมื่อความเรว็ ของซีพยี สู งู ขนึ้ (ปัจจบุ ันไม่เกิน 2GHz) การระบายความรอ้ นด้วยพัดลมธรรมดาไม่สามารถใช้ได้อีก ต่อไป จึงมีการออกแบบแผ่นระบายความร้อน ประกอบด้วยพดั ลม วัสดุระบายความร้อนอย่างดี เช่น ทองแดง และรปู ทรงก็แตกตา่ งกันออกไปเพื่อประสิทธิภาพการระบายความร้อนท่ีดีที่สุดและได้พัฒนาสารท่ีนำความร้อน จากซีพียูไปยังแผ่นระบายความร้อนขึ้นมา เรียกว่า Thermal Greasae หรือSilicone Grease สำหรับทาบน ดา้ นหลงั ซพี ยี เู พือ่ ใหค้ วามรอ้ นระบายออกจากตวั ซพี ียไู ด้ดีและเร็วขน้ึ ซพี ียูของ AMD และอินเทล มีหลายรนุ่ แต่ละรุน่ มีเทคโนโลยที ่ตี า่ งกัน เช่น 1. CELERON-D เปน็ ซีพยี ูที่ออกแบบมาให้ใช้กับการทำงานพนื้ ฐานต่างๆ มีราคถกู

59 2. CELERON-Duo Core เป็นรุน่ ทพี่ ัฒนามาจาก CELERON-D แต่เปล่ียนจากซิงเกอร์คอร์มาเป็น Duo Core เพ่อื เพ่มิ ประสทิ ธภิ าพใหก้ ารทำงานดขี ึ้น 3. IntelDuo Core จะมีความเร็วมากกว่า CELERONตอบสนองได้มากกว่าพัฒนามาจากซีพียูรุ่นPentiumมี โครงสรา้ งเป็นแบบDuo Coreมีลักษณะเป็น2หวั 4. IntelCore 2 Duo พัฒนามาจาก Intel Duo Core และมเี ลข 2 กำกบั อยู่หมายความวา่ พฒั นาเปน็ ร่นุ ท่ี2 5. Intel Core 2QUADพัฒนามาจาก .Intel Core 2 Duoการนำ Intel 2 Duo มารวมกนั เป็น1ตวั ได้ท้ังหมด4 หวั ชว่ ยลดการใชพ้ ลงั งาน 6. Core 2 QUADExtreme เปน็ ซพี ยี ทู ีม่ รี าคาสูงสุด 7. Intel Corei7 เป็นซีพียูท่ีมีความเร็วสูง ด้วยการเพิ่มแคชระดับ L3 นำมาใช้ถึง 4.8MB และมีการรองรบั Dual Channel DDR3 เปน็ ครัง้ แรก ทำงานกบั แรม3แผงขน้ึ ไป

60 1.4 แรม (RAM:Random Access Memory) คือ ส่วนประกอบที่มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบ คอมพวิ เตอร์ทำหนา้ ที่เกบ็ ข้อมูลช่วั คราวเพื่อรอสง่ ใหซ้ พี ียปู ระมวลผลตอ่ ไป แรมจะเกบ็ ขอ้ มูลเหมอื นกับฮาร์ดดิสก์ แต่การทำงานของแรมจะเร็วกวา่ และไม่สามารถเก็บข้อมูลได้อย่างถาวร แรมจะเกบ็ ขอ้ มูลไว้ในขณะท่ีเปิดเคร่ือง เท่าน้ัน เมื่อปิดเคร่อื งขอ้ มลู จะหายไป ผูใ้ ช้จึงตอ้ งบนั ทกึ ไว้ในอุปกรณ์สำรอง เชน่ Flash Drive การเลอื กซือ้ แร 1. ควรเลอื กซอ้ื แรมท่ใี ช้ระยะเวลาในการเข้าหนว่ ยความจำนอ้ ย 2. ความเร็วในการทำงานของแรม 1.5 CD-ROM Drive หรือ DVD Drive CD-ROM Drive หรือ DVD Driveเป็นอุปกรณ์ที่ใช้อา่ นข้อมูลจากแผ่นซีดี และมีความจำเป็นตอ้ งใช้ในเครือ่ ง คอมพวิ เตอร์ในปัจจบุ ัน เพราะแผน่ ซีดสี ามารถบันทึกข้อมูลได้มาก และมีราคาถูกอกี ประการหน่ึงโปรแกรมต่างๆ มักจะบันทึกไว้ในแผน่ ซีดี การเลอื กซื้อซดี รี อม 1. ความเรว็ 48-50X หนว่ ยความจำ 128-256 KB 2. เลือกไดรฟ์ ชนิดดวี ีดรี อม (DVD-ROM) ทส่ี ามารถอ่านแผ่นซีดอี าร์ได้ 3. ซีดีรอมไดร์ฟที่นยิ มใช้ ไดแ้ ก่ Aopen Asus CTX LG Phillip Pioneer Sony 1.6ฮารด์ ดสิ ก์ (Hard Disk) ฮาร์ดดสิ ก์ (Hard Disk)เปน็ อปุ กรณใ์ ช้เก็บข้อมลู อย่างถาวร เมื่อไม่มีไฟมาหลอ่ เล้ียงขอ้ มูลกไ็ มส่ ูญหาย ฮาร์ดดิสก์มี รูปแบบการเช่ือมตอ่ หรืออินเตอร์เฟซ(Interface) 2แบบ คือ E-IDE(Enhanced Intergrated Drive Electronics) เป็นระบบของฮาร์ดดสิ ก์อินเตอร์เฟซท่ีนิยมใช้กันในปัจจุบัน การตอ่ ไดร์ฟ

61 ฮาร์ดดิสกแ์ บบ IDE จะต่อผ่านสายแพรและคอนเน็คเตอร์จำนวน 40 ขา ทีม่ อี ยู่บนเมนบอร์ด ชื่อเรียกอย่างเป็น ทางการของการต่อแบบนี้คอื AT Attachment หรือ ATA และมกี ารพัฒนาเป็นย่อยอ่ืนๆอีก เชน่ ATA-2 ATAPI EIDE Fast ATA ตลอดจน ATA-33 และ ATA-66 ในปัจจบุ นั และถ้าเปน็ ATA-66 สารแพรสำหรบั รับ-ส่งสัญญาณ จะตอ้ งเป็นสายแพรที่รองรับการทำงานนน้ั ดว้ ย SCSI(Small Computer System Interface) เป็นการอินเตอร์เฟซในกลุ่มมาตรฐานของ ANSI (American National Standards Institute) ท่ยี ินยอมให้คอมพิวเตอร์สว่ นบุคคลสอ่ื สารกับฮาร์ดแวร์ตอ่ พ่วง เช่น ดิสก์ไดร์ฟ CD-ROM Driveเครื่องพิมพ์ (Printer)และสแกนได้เร็วและยืดหยุ่นมากกว่าการอินเตอร์เฟซแบบเดมิ พัฒนาโดย Apple Computer และยงั ใช้ใน Macintosh ปัจจุบนั กลุ่มของการอินเตอร์เฟซSCSI เป็นแบบขนาน พอรต์ SCSI ได้รับการติดต้งั ในคอมพิวเตอร์สว่ นบคุ คล 3. ประเภทของคอมพวิ เตอร์ 1. แบง่ ตามลกั ษณะของการประมวลผลได้ 3 ประเภท

62 1.1 อนาล็อกคอมพิวเตอร์ (Analog computer) คอื เครื่องคำนวณอเิ ลก็ ทรอนิกสท์ ่ีไม่ได้ใช้ค่าตัวเลข เป็นหลกั ของการคำนวณ แต่จะใชร้ ะดับแรงดันไฟฟ้าแทน เชน่ ไมบ้ รรทดั คำนวณมีขีดตัวเลขกำกับอยู่ เมื่อไม้ บรรทัดคำนวณหลายอนั มาประกอบรวมกัน การประมวลผล เช่น การคูณจะเป็นการเลือ่ นไม้บรรทัดคำนวณ อันหน่งึ ไปตรงกับตัวตั้งและตัวคูณของขีดตวั เลขชุดหนึ่ง แลว้ ไปอา่ นผลลัพธ์ของขดี ตวั เลขอีกชุดหนง่ึ ซ่ึงอนาล็อก คอมพิวเตอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์จะใชห้ ลกั การเดยี วกันกบั ไม้บรรทัดคำนวณ โดยใช้แรงดันไฟฟ้าแทนขีดตัวเลข ตามแนวยาวของไม้บรรทัดอนาล็อกคอมพิวเตอร์จะมีอนาล็อกคอมพิวเตอร์จึงเหมาะสำหรับ งานคำนวณทาง วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่อยู่ในรูปของสมการทางคณิตศาสตร์ เช่น การศึกษาเรื่องการส่ันสะเทือนของตึก เนื่องจากแผ่นดินไหว การจำลองการบิน ข้อมูลนำเข้าอาจเป็นอุณหภูมิความดันของอากาศหรืความเร็ว ซ่ึง จะต้องแปลงใหเ้ ป็นค่าแรงดนั ไฟฟ้า เพ่ือนำเข้าอนาลอ็ กคอมพิวเตอร์ ผลลัพธท์ ่ีได้ออกมาเป็นแรงดันไฟฟ้าแปรกับ เวลาซ่งึ ต้องแปลงกลบั ไปเปน็ ค่าของตัวแปรท่กี ำลังศึกษา รปู ที่ 1.12 สญั ญาณอนาลอ็ ก รปู ท่ี 1.13 ไมบ้ รรทัดคำนวณ (Slide Rule) สไลดร์ ูล (slide rule) หรือ สลิปสตกิ (slip stick) นับเป็นคอมพวิ เตอร์แบบอนาล็อกอยา่ งหน่ึง ประกอบด้วย แถบปรับ 3 แถบ และชอ่ งสำหรบั เล่ือน 1 ช่อง เรยี กว่า \"เคอรเ์ ซอร์\" (cursor) นยิ มใช้กันท่วั ไปในหมู่วิศวกร และสถาปนกิ หรอื นักศึกษาดา้ นวิทยาศาสตร์ เมอ่ื มกี ารผลิตเครอื่ งคดิ เลข ในปี พ.ศ. 2513 จึงทำให้สไลดร์ ูลก ลายเป็นเทคโนโลยที ลี่ า้ สมัย 1.2 ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ (Digital Computer) หรือไมโครคอมพิวเตอร์ (Micro Computer) หรือ คอมพวิ เตอร์ส่วนบุคคล (PC : Personal Computer) คือ เครอื่ งคอมพิวเตอร์แบบหนึ่งทีแ่ กป้ ัญหาด้วยวิธีการ ทางคณติ ศาสตร์โดยป้อนข้อมลู นำเขา้ เป็นตวั เลข และให้ผลลัพธเ์ ปน็ ตัวเลข คอมพวิ เตอรช์ นิดน้ีจะประมวลผลใน ระบบตัวเลขด้วยสัญญาณดิจิตอล คือ การบวก ลบ คูณ หาร และเปรียบเทียบ ให้ค่าที่ไม่ต่อเนื่อง คอมพิวเตอรท์ ่ีนิยมใชก้ นั ในปัจจุบัน คือ ดิจิตอลคอมพวิ เตอร์ 1.3 ไฮบริดคอมพิวเตอร์ (Hybrid Computer) คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่นำลักษณะการทำงานของ อนาล็อกคอมพวิ เตอร์และดิจิตอลคอมพิวเตอร์มาผสมกัน ลกั ษณะการทำงานจะมีการรับข้อมูลเข้าเครื่องหรือมี การแสดงผลข้อมูลออกมารอยา่ งต่อเนื่อง คอมพิวเตอร์ประเภทนี้มีความสามารถในการคำนวณที่ถกู ต้องและ

63 แมน่ ยำ สามารถทำงานตามโปรแกรมทีส่ ลบั ซบั ซ้อนได้ งานท่ีจำเปน็ ต้องใชค้ อมพวิ เตอร์แบบไฮบริด คอื งานดา้ น วทิ ยาศาสตร์ การฝึกการบิน และใช้ในงานอตุ สาหกรรม หรืองานดา้ นการแพทย์ 2. แบง่ ตามขนาดของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ 2.1 ซูเปอรค์ อมพิวเตอร์ (Super Computer) คอื คอมพิวเตอร์ทม่ี ีความสามารถในการประมวลผลสูงสุด โดยทั่วไป ซูเปอร์คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นมาเป็นการเฉพาะสำหรับงานทางด้านวิทยาศาสตร์ที่มีการประมวลผล สลับซับซ้อนและต้องการความเร็วสูง เช่น งานโครงการอวกาศของสหรัฐอเมริกา (NASA : National Aeronautics and Space Administration) งานส่ือสารผา่ นดาวเทยี ม หรอื งานพยากรณอ์ ากาศ เปน็ ต้น ลกั ษณะของซูเปอรค์ อมพิวเตอร์ 1) มขี าดใหญ่ 2) ราคาสงู 3) ใชค้ ำนวณทางคณิตศาสตรไ์ ดห้ ลายแสนลา้ นครง้ั /วินาที 4) ใชแ้ กป้ ัญหาทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละวศิ วกรรมศาสตรไ์ ดอ้ ย่างรวดเรว็ รปู ที่ 1.15 Super Computer 2.2 เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) คือ คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ มีราคาแพง ประกอบดว้ ย ตู้ขนาดใหญ่ ภายในตจู้ ะมชี ิ้นสว่ นและอุปกรณ์ต่างๆ อย่เู ปน็ จำนวนมาก เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ มกั จะอยูท่ ่ศี นู ย์คอมพิวเตอรห์ ลักขององคก์ ร และอย่ใู นหอ้ งท่มี ีการควบคมุ อุณภูมสิ ูงมีการดูแลรักษาเปน็ อย่างดี ลักษณะของเมนเฟรมคอมพวิ เตอร์ 1) ใหบ้ รกิ ารผใู้ ช้ไดห้ ลายๆ คนพร้อมๆกนั 2) มีความเรว็ และสมรรถนะการทำงานสูง 3) นยิ มใชใ้ นองค์กรขนาดใหญ่

64 รปู ท่ี 1.16 Mainframe Computer 2.3 มินิคอมพวิ เตอร์ (Mini Computer) คอื เครื่องคอมพวิ เตอร์ขนาดกลาง ใช้กับธุรกจิ ขนาดกลาง เช่น โรงพยาบาล สถาบันการศึกษาทม่ี กี ารออนไลน์ภายในตวั อาคาร ลักษณะมินคิ อมพิวเตอร์ 1) ใชง้ านในองคก์ รขนาดกลาง 2) ใชเ้ ป็นเคร่อื งแม่ขา่ ย (Server) ทำหนา้ ที่ใหบ้ รกิ ารแกเ่ ครอ่ื งลกู ข่าย (Client) รปู ที่ 1.17 Mini Computer 2.4 ไมโครคอมพิวเตอร์ (Micro Computer) คือ คอมพวิ เตอร์ทมี่ ขี นาดเล็ก หรอื คอมพิวเตอรท์ ่ีใช้งานส่วน บุคคล (PC : Personal Computer) หรือดิจิตอลคอมพิวเตอร์ (Digital Computer) ใช้ไมโครโปรเซสเซอร์ เป็นหน่วยประมวลผลกลาง สามารถใช้เป็นเครื่องต่อ เชื่อมในระบบเครือข่าย หรือใช้เป็ นเครื่องปลายทาง (Terminal) ลักษณะของไมโครคอมพวิ เตอร์ 1) ราคาถกู มีประสิทธิภาพสงู 2) ได้รบั ความนยิ มในปจั จบุ ัน 3) นิยมใช้ส่วนตัว สถาบันการศึกษาตา่ งๆ ไมโครคอมพวิ เตอร์แบ่งตามขนาดได้ ดงั น้ี 2.4.1 คอมพิวเตอรท์ ี่ตดิ ตัง้ อย่บู นโต๊ะทำงาน (Desktop Computer)

65 รปู ที่ 1.18 Desktop Computer 2.4.2 คอมพิวเตอรแ์ บบเคลอ่ื นยา้ ยได้ (Portable Computer) สามารถพกพาติดตวั ไดอ้ าศัยพลังงานไฟ้ฟ้า จากแบตเตอรี่ภายนอก ส่วนมากมักเรียกตามลักษณะการใช้งานว่า Laptop Computer หรือ Notebook computer - แล็ปท็อปคอมพวิ เตอร์ (Laptop Computer) คือ ไมโครคอมพวิ เตอรท์ ี่มขี นาดเลก็ วางบนโต๊ะได้ จอภาพ เป็นชนดิ ผนึกเหลว (LED : Liquld Crystal Display) รปู ที่ 1.19 แล็ปทอ็ ป (Laptop Computer) - โนต้ บคุ คอมพิวเตอร์ (Notebook computer) คอื คอมพวิ เตอร์ทม่ี ีขนาดและความหนามากกว่าแล็ปท็ อปจอแสดงผลแบบราบ รปู ที่ 1.20 Notebook 2.4.3 ปาล์มท็อปคอมพิวเตอร์ (Palmtop Computer) คือ คอมพิวเตอรท์ ี่ใชง้ านเฉพาะอย่าง เช่น เป็น สมุดจดบันทึกประจำวนั บันทึกการนดั หมายการเก็บขอ้ มูลเฉพาะอย่างที่สามารถพกพาได้สะดวก

66 รูปที่ 1.21 Palmtop Computer 2.4.4 แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ (Tablet Computer) คือ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแบบพกพาไร้สายที่มี อนิ เตอรเ์ ฟซ (Interface) แบบจอสัมผสั (Touch Screen) ปกติแฟกเตอรร์ ูปแบบ (Form Factor) ของแท็บ เลต็ จะเลก็ กว่าเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ คอมพวิ เตอรโ์ น๊ตบคุ๊ สง่ั งานด้วยการสมั ผัสหน้าจอและคีย์บอร์ดเสมือนปรับ หมนุ หนา้ จอได้อัตโนมัติแบตเตอรใ่ี ช้งานได้นานกว่าคอมพวิ เตอรแ์ บบพกพาทัว่ ๆ ไประบบปฏิบัติการมีทั้งท่ีเป็น Android, ios และ Windows ระบบการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมีทั้งที่เป็น Wi-Fi และ Wi-Fi+3G รปู ท่ี 1.22 แท็บเลต็ (Tablet) 3G (Third Generation) คือ เทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3 ซึ่งอุปกรณืการสื่อสารในยุคที่ 3 นี้จะเป็น อปุ กรณท์ ่ีผสมผสานการนำเสนอขอ้ มูลและเทคโนโลยีในปัจจุบันเข้าด้วยกัน เช่น คอมพวิ เตอร์พกพาขนาดเล็ก (PDA : Personal Digital Assistants) โทรศพั ท์มอื ถอื กลอ้ งถา่ ยรปู และอินเตอรเ์ นต็ ความหมายทแี่ ทจ้ ริงของแท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์กระดานชนวนก็คือ แผน่ จารึกทเี่ อาไว้บันทึกข้อความ ต่างๆ โดยการเขียนซึ่งมีมานานแล้วในอดีต แต่ในปจั จุบนั มีการพฒั นาคอมพวิ เตอร์ที่มีการปรับใชแ้ นวคิดนี้มา แทนท่ี ซ่งึ จะมหี ลายบรษิ ัทไดใ้ หค้ ำนยิ ามหรือการเรียกช่ือท่ีแตกต่างกันออกไป แท็บเลต็ พซี ี (Tablet PC : Tablet Personal Computer) คอื เคร่อื งคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่สามารถ พกพาได้ ในการทำงานจะใช้การสัมผัสหน้าจอ ออกแบบใหส้ ามารถใช้งานได้ด้วยตวั มันเอง เป็นแนวคิดที่ได้รับ ความสนใจ ภายหลังจากท่ี Microsoft ไดท้ ำการเปิดตัว Microsoft Tablet PC ในปี 2001 แตไ่ มเ่ ป็นทน่ี ิยม ในขณะนัน้

67 แทบ็ เล็ตพซี ีไม่เหมอื นกบั คอมพิวเตอรต์ ั้งโต๊ะ หรอื Laptop ตรงท่ีไมม่ แี ปน้ พมิ พ์ แต่จะใช้แป้นพิมพ์ เสมือนจริงในการทำงาน แท็บเล็ตพีซีจะมีอุปกรณ์ไร้สายสำหรับการเชื่อมต่ออนิ เตอร์เน็ตและระบบเครือข่าย ภายใน มีระบบปฏิบตั ิการทง้ั ท่ีเป็น Windows และ Android รูปท่ี 1.23 แป้นพิมพเ์ สมือนจริง แท็บเลต็ เพอื่ การศกึ ษา นโยบายภาครัฐโดยเฉพาะด้านการจัดการศึกษาของรัฐบาลปัจจุบัน (2556) โดยเฉพาะนโยบายด้านการ พฒั นาการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การศึกษาให้ทัดเทียมกับนานาชาติน้ัน เป็นนโยบายทีม่ คี วามสำคัญยิง่ โดย รัฐบาลไดก้ ำหนดแนวนโยบายทีช่ ัดเจนเพ่ือเรง่ พัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการศกึ ษาให้เป็นเคร่ืองมือ ยกระดับคุณภาพและกระจายโอกาสทางการศกึ ษา ให้มรี ะบบการเรยี นแบบอิเล็กทรอนิกสแ์ หง่ ชาติ เป็นกลไกล ในการปรับเปล่ยี นกระบวนทัศน์ของการเรยี นรู้ โดยเนน้ ผเู้ รยี นเป็นศูนย์กลางและเอ้ือให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีพ พัฒนาเครือข่ายและพัฒนาระบบ “ไซเบอรโ์ ฮม (Cyber Home)” ที่สามารถส่งความรู้มายังผู้เรียนโดยระบบ อินเทอร์เน็ตความเรว็ สูง สง่ เสรมิ ใหน้ ักเรยี นทุกระดับชั้นใช้อุปกรณ์คอมพวิ เตอร์แท็บเล็ตเพ่ือการศึกษา ขยาย ระบบโทรทศั น์เพอื่ การศึกษาให้กว้างขวาง ปรบั ปรงุ หอ้ งเรียนเพื่อใหไ้ ดม้ าตรฐานหอ้ งเรียนอเิ ล็กทรอนกิ ส์ รวมทั้ง เรง่ ดำเนินการให้กองทุนพฒั นาเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษาสามารถดำเนินการได้ จะเห็นได้วา่ แนวนโยบายของการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการศกึ ษา เป็นปจั จัยและมิติสำคัญในการการ ขบั เคล่อื นยทุ ธศาสตรก์ ารจัดการศึกษาใหก้ ้าวสู่ประสทิ ธภิ าพการเรียนรู้ของสังคมโดยรวมและจะเป็นมิติของการ สร้างกระบวนทัศน์ เพื่อนำไปสู่การเปล่ียนแปลงของระบบการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ภายใต้ การศึกษาในยุคปฏริ ูปปัจจบุ ัน ขณะเดียวกัน นโยบาย ” แท็บเล็ตเพือ่ การศึกษา (Tablet for Education)” กลายเปน็ เคร่ืองมอื ด้านสอ่ื เทคโนโลยเี พ่ือการศึกษาท่ีสำคญั และมอี ิทธิพลค่อนขา้ งมากต่อการปรับใช้ในการสร้าง มติ ิแหง่ การเปลย่ี นแปลงและพฒั นาการจัดการศึกษาไทยในปัจจุบันในยุคสารสนเทศและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงน โยบาลของรัฐบาลมงุ่ ใช้สือ่ แทบ็ เล็ตใหผ้ เู้ รียนทุกคนไดเ้ รียนรู้ตามศักยภาพและความพร้อมท่ีมีอยู่โดยที่นโยบายของ การปฏิบัติกับนักเรียนช่วงแรกตามโครงการ One Tablet PC Per Child จะมุ่งเน้นไปที่นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีท่ี 1 จำนวน 539,466 คน โดยประมาณ

68 ในสงั คมยุคปัจจุบันซงึ่ เป็นสงั คมแห่งการเรยี นรู้ (Learning Society) ในปัจจบุ นั นั้นส่ือและเทคโนโลยีเพ่ือ การศึกษาจะมีบทบาทสำคัญค่อนข้างมากต่อการนำมาใช้ในการพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพทางการเรียน ของ สงั คมยุคใหมใ่ นปัจจุบันทสี่ ื่อการศึกษาประเภท “คอมพวิ เตอร์” จะมอี ทิ ธพิ ลค่อนข้างสูงในศักยภาพการปรับใช้ ดังกล่าวโดยเฉพาะอยา่ งยิ่งการศึกษาไทยตามนโยบายการแจกแท็บแลต็ เพ่อื เดก็ นักเรยี นปัจจุบันโดยมุง่ เน้นให้เด็ก นักเรียระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ตามโครงการ One Tablet PC Per Child เป็นการสร้างมิติใหม่ของ การศึกษาไทยในการเขา้ ถงึ การปรบั ใชส้ อ่ื เทคโนโลยเี พอื่ การศึกษาในยคุ ปฏิรปู การศกึ ษา Cisco มีความเชื่อวา่ ในปี 2017 ผ้คู นจะมีอปุ กรณ์ทส่ี ามารถเขา้ ถึงอนิ เตอร์เนต็ ไมน่ ้อยกวา่ คนละ 5 เครือ่ ง เนื่องจากแนวทางของแท็บแล็ตยังคงแข็งแกร่งและตอบโจทย์ของผู้บริโภค เชื่อว่าในหน้าประวัติศาสตร์ของ อปุ กรณไ์ อทีแท็บแลต็ จะเป็นหนึ่งในอุปกรณท์ ี่ถูกกล่าวถึงมากท่ีสุดไมแ่ พค้ อมพวิ เตอร์เลยทเี ดียว ซิลโก้ ซีสเต็มส์ อิงค์และบริษัทในเครอื ก่อต้ังขึน้ เพือ่ ดำเนินธรุ กิจด้านระบบเครือข่ายสำหรั บอนิ เทอร์เน็ต อุปกรณฮ์ าร์ดแวร์ซอฟตแ์ วรแ์ ละบรกิ ารต่างๆของซลิ โก้ถูกนำไปใช้ในการก่อสรา้ งโซลูช่ันดา้ นอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ ผู้ใชง้ านทัว่ ๆไป บรษิ ัทประเภทต่างๆสามารถเข้าถึงข้อมลู ไดอ้ ย่างราบรืน่ โดยไรข้ อ้ จำกดั ดา้ นเวลาและสถานท่ี 2.4.5 คอมพิวเตอร์มอื ถอื หรือเคร่ืองชว่ ยงานส่วนบุคคลแบบดจิ ติ อล หรือ PDA (Personal Digital Assistant) คือ คอมพิวเตอรท์ ี่ใช้พกพามปี ระโยชน์ในด้านการบันทึกหรือเตือนเรือ่ งการนดั หมายการเกบ็ ทอี่ ยู่และ หมายเลขโทรศพั ทร์ วมถงึ การเล่นเกมต่างทำงานด้วยแบตเตอรม่ี หี น้าจอสมั ผัสท่สี ามารถใชง้ านได้โดยการใช้น้ิวมือ หรอื ปากกาสไตลสั ปัจจุบันน้ี คอมพวิ เตอรม์ อื ถอื แบบ PDA ถกู รวมเขา้ ไวก้ บั โทรศพั ทเ์ คลื่อนทีใ่ นลกั ษณะของ Smarty Phone ทำให้โทรศัพท์เคลื่อนทีส่ ามารถทำงานต่างๆได้มากข้ึน ซึ่งต้องอาศัยเครือข่ายอนิ เทอร์เน็ต เช่น โทรศัพท์ทีใ่ ช้ ระบบปฏิบัตกิ าร IOS หรอื Android เป็นต้น รปู ท่ี 1.24 ปากกาแสง (light pen) 3. ข้อควรพิจารณาในการประกอบเครอ่ื งคอมพวิ เตอรด์ ว้ ยตนเอง 1.งบประมาณ 2.ความตอ้ งการของตนเอง วา่ ตอ้ งการนำคอมพิวเตอร์ไปใช้งานอะไร เช่น ใช้งานเกีย่ วกบั มลั ตมิ เี ดยี เชน่ ตดั ต่อ ภาพ แชตกับเพอ่ื น เล่นเกม

69 3.เลือกใช้ซีพียูที่เหมาะสมกับงาน ซีพียู หรือไมโตรโปรเซสเซอร์เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญการเลือกซื้อซีพียูท่ี เหมาะสมจะทำใหเ้ ครอื่ งคอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ 4.เลือกกราฟฟิกการ์ดท่ีเหมาะสมกับการใชง้ าน เช่น เลน่ เกม ดภู าพยนตร์ ชมวิดโี อ ก็เลือกกราฟฟิกชิปแบบท่ี รวมอยใู่ นซพี ียู หรือแบบแยก การเลือกจับคูก่ ราฟฟิกการด์ ทีม่ ีประสิทธภิ าพสูงกับซพี ยี ูธรรมดา เกดิ ปญั หากราฟฟิก ทำงานช้า การเลอื กซีพียขู องอินเทลคอร์ โปรเซสเซอร์ท่ีมีกราฟฟกิ ในตวั จะช่วยให้เครอ่ื งสามารถประมวลผลด้าน กราฟฟกิ และการทำงานดา้ นอืน่ ๆ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากขึ้น 4. ขอ้ ดีและขอ้ เสียของการประกอบเครือ่ งดว้ ยตนเอง ขอ้ ดขี องการประกอบเครื่องด้วยตนเอง 1. มคี วามภาคภูมิใจ 2. สะสมประสบการณ์ด้านฮาร์ดแวร์ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปประกอบธุรกจิ ร้านซ่อมเครื่อง คอมพวิ เตอร์ ซงึ่ เปน็ อาชพี อิสระ 3. ม่ันใจได้วา่ อปุ กรณ์ที่ซ้อื มาไดส้ เปกตามต้องการ 4. ในอนาคตตอ้ งการจะอัพเกรดเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ สามารถทำไดง้ า่ ยเพราะมีประสบการณ์แลว้ ขอ้ เสยี ของการประกอบเคร่ืองดว้ ยตนเอง 1. เทคนกิ ประกอบเคร่ืองยังไม่ดีพอ เพราะขาดประสบการณ์ อปุ กรณบ์ างตัวใส่ไม่แน่นเก็บสายไฟไม่เรียบร้อย รกรงุ รงั 2. บอร์ดหลน่ ฮารด์ ดิสก์หล่น เปล่ียนไมไ่ ด้ 3. เสียบสายไฟ หรือใส่อุปกรณผ์ ิด เกดิ ความเสียหาย เสียค่าใช้จา่ ย 4. เสียเวลา 5. ขนั้ ตอนการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ 1. เปิดฝาเคสออกด้วยความระมัดระวัง

70 2. แกะยางรัดสายไฟตา่ งๆออก เพื่อให้มีพื้นทวี่ ่างพอท่จี ะวางเมนบอร์ดลงไปในเคสได้ 3. ติดต้ังซพี ียู โดยง้างขาล็อกของซ็อกเก็ตเกิดข้ึนจากนั้นนำซพี ยี ูมาใส่ซ็อกเก็ต โดยวางตำแหน่งขาที่ 1 ของ ซพี ียูและซอ็ กเก็ตใหต้ รงกนั 4. เม่อื วางซีพียูตรงขาลอ็ กกับซอ็ กเก็ตแลว้ ใหก้ ดขาลอ็ กลงไปใหเ้ หมอื นเดมิ 5. ตดิ ต้งั ฮีทซิงคแ์ ละพัดลมลงไปบนคอร์ของซีพียูติดลอ็ กให้เรียบรอ้ ย 6. เสยี บสายไฟของพัดลมเขา้ กบั CPU FAN (ศึกษาตากคู่มือเมนบอร์ด) 7. นำแรมมาเสียบเขา้ กับซ็อกเก็ตแรม เสียบใหต้ รงกับร่องของซ็อกเก็ต จากนน้ั กดลงไปจนด้านล็อกท้งั 2ด้าน ดดี ขึ้นมา

71 8. ขันแทน่ รองนอตเขา้ กบั เคส 9. นำเมนบอรด์ ทต่ี ดิ ตั้งซพี ียแู ละแรม วางบนเคส 10. เสียบสายลำโพง และสายUSB เข้ากบั เมนบอรด์

72 11. การ์ดจอ (VGA: Video Graphics Array Card) และการ์ดเสียง(Sound Card) เป็นชนิดติดตั้งบน เมนบอรด์ (On Board) 12. เสียบสายเพาเวอรซ์ พั พลายเขา้ กบั ขั้วต่อบนเมนบอร์ด 13. สอดฮารด์ ดิสก์ลงในชอ่ งใส่ฮาร์ดดิสก์ ขนั นอตให้แน่น พร้อมกับเสยี บสายฮารด์ ดสิ กใ์ หเ้ รียบร้อย 14. เสียงสายสญั าณต่างๆจากเคส เช่น สวิตซเ์ ปิด- ปิดเคร่ือง ไฟบอกสถานะเปิดเครอ่ื งไฟบอกสถานะฮาร์ดดิสก์ ปุม่ RESET ลงบนเมนบอรด์ 15. รดั สายไฟต่างๆด้วยเข็มขดั รัดสายให้เรยี บร้อย 16. สำรวจในกลอ่ งวา่ มีนอ็ ตเหลอื อยหู่ รือไม่

73 17. ตรวจดคู วามเรียบรอ้ ยแลว้ ปิดฝาด้านขา้ งของเคสดว้ ยความระมัดระวัง

74 บทที่ 4 การตดิ ตั้งและการถอดถอนโปรแกรม จดุ ประสงค์รายวิชา 1. มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเก่ียวกบั หลกั การทำงานและการใชง้ านอปุ กรณค์ อมพิวเตอร์ 2. ประกอบ และบำรุงรกั ษาคอมพิวเตอร์ 3. ตรวจสอบและแก้ไขปญั หาคอมพิวเตอร์ดว้ ยโปรแกรมอรรถประโยชน์ 4. มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมทดี่ ีในการใช้คอมพวิ เตอร์ สมรรถนะรายวชิ า 1. แสดงความรเู้ กี่ยวกบั หลกั การทำงานของคอมพวิ เตอร์และอุปกรณต์ ่อพว่ ง 2. ประกอบเครื่องคอมพิวเตอรแ์ ละตดิ ตง้ั โปรแกรมตามลักษณะงาน 3. บำรุงรกั ษาอุปกรณ์ และแกป้ ญั หาคอมพิวเตอร์โดยใชโ้ ปรแกรมอรรถประโยชน์ คำอธบิ ายรายวชิ า ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ประกอบเครื่อง คอมพิวเตอร์และติดตั้งโปรแกรมตามลักษณะงานการบำรุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ตรวจและกำจัดไวรัส แกป้ ญั หาคอมพวิ เตอร์ดว้ ยโปรแกรมอรรถประโยชน์สำรองและปอ้ งกันความเสยี หายของข้อมูล การกูค้ ืนขอ้ มูล

75 1.การตรวจคุณสมบตั ขิ องเครื่องคอมพวิ เตอร์ 1. อยู่ที่ Desktop 2. คลกิ ขวาทไ่ี อคอน Computer 3. เลอื ก Properties จะปรากฏหน้าต่าง System ดงั รูป 4. จากรปู แสดงใหเ้ ห็นวา่ เคร่ืองคอมพิวเตอร์ท่ีใชอ้ ยูน่ ้ี 4.1 ใชร้ ะบบปฏบิ ตั กิ าร Windows 7 Professional 4.2 หน่วยประมวลผลกลาง Processor : Intel Pentlum CPU P6300 @2.27 GHz 4.3 แรม (RAM : Random Access Memory) 4.00 GB 4.4 ระบบปฏิบตั ิการ (System Type) 32-bit Operating Syatem 4.5 ชื่อคอมพวิ เตอร์ Computer Name POJ-PC 2. คณุ สมบตั ขิ องเครื่องคอมพวิ เตอรท์ ่ีจะตดิ ตัง้ Windows 7 1. CPU ความเรว็ ข้นั ต่ำ 1 GHz ( Gigahertz) (32 bit หรือ 64 bit ) 2. RAM ไม่นอ้ ยกว่า 1 GB (Gigabyte) 3. มีพนื้ ทวี่ ่างใน Hard Disk ไม่น้อยกวา่ 16 GB 4. Graphic Card มหี นว่ ยความจำข้ันตำ่ 128 MB และควรสนับสนนุ Direct X9

76 5. Drive DVD-R/W (Read/Write) สำหรบั การลง Windows 7 ด้วยแผ่น DVD 3. วิธีทำแผน่ Windows 7 \"System Recovery Disc\" System Recovery Disc คอื การกูร้ ะบบปฏิบัตกิ ารให้กลับมาใชง้ านไดเ้ หมอื นเดมิ 1.เปดิ ใช้งาน Windows 7 ตามปกติ 2. ใสแ่ ผน่ DVD ในช่อง DVD Writer 3. คลกิ เมนู Stast พมิ พ์คำวา่ “Backup”ในช่อง จะปรากฏหนา้ ตา่ ง 4.คลิกหัวข้อ Backup and Restore จะปรากฏหน้าตา่ ง Backup and Restore คือการทำสำเนาตัว ระบบปฏบิ ัติการเก็บไว(้ Backup) และเกิดปัญหากบั ระบบปฏิบัตสิ ามารถเรียกคืน (Restore)จากไฟลท์ ีไ่ ดส้ ำรองไว้ ซ่ึงสะดวกและรวดเร็วกว่าการลงWindows ใหม่ให้เกดิ การย่งุ ยากและเสยี เวลา

77 System Repair Disc เป็นเครื่องมือของ Windows 7 ที่มีมาพร้อมกับแผ่นติดตั้ง สำหรับใช้แก้ปัญหาระบบ Windows 7 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ไม่สามารถบูตเข้า Windows 7 ได้ปกติ System Repair Disc ประกอบดว้ ย 1) System Repair 2) System Restore 3) System Image Recovery 4) Windows Memory Diagnostic 5) Command Prompt 5. คลิกหัวข้อ “Create a system repair disc” จะปรากฏหน้าต่าง 6. เลอื ก DVD (Digital Versatile Disk) Drive 7. คลิกป่มุ “Create Disc” 8. รอจนกระทั่งเสรจ็ สิน้ 9. ทดสอบโดยการ Restart Windows (ควรกำหนด BIOS ใหส้ ามารถบตู จากแผ่น CD (Compact Disc)/DVD (Digital Versatile Disk) ได้ก่อน) 4. การตดิ ตั้งระบบปฏิบตั กิ าร Windows 7 Windows 7 เปน็ ระบบปฏบิ ตั ิการที่มีหน้าที่ดูแลระบบคอมพวิ เตอรใ์ ห้ทำงานประสานกันเท่านั้นหากต้องการ ทำงานใดๆ เชน่ พิมพเ์ อกสาร ฟงั เพลง หรือเลน่ เกมส์ ผใู้ ช้จะต้องเรียกใชโ้ ปรแกรมท่ีต้องการผ่านทาง Windows 7 1.เมอ่ื บูตแผ่นวินโดส์เสรจ็ เรยี บร้อยแล้ว จะปรากฏหน้าตา่ งสำหรับเร่ิมต้นการติดตั้ง Windows 7 จะปรากฏ ภาพด้านลา่ ง ในส่วนนี้สามารถกด Next ไดเ้ ลย

78 2. จะเข้าสู่หนา้ ตา่ งที่ปรากฏตราสัญลักษณห์ รือโลโก้ Windows 7 ใตโ้ ลโก้จะมีข้อความว่า Install Now ให้คลิก ปุ่มInstall Now โลโก้ (Logo) คือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงภาพสัญลักษณ์และเครื่องหมายต่างๆ ได้แก่ สินค้าและ บรษิ ทั ผผู้ ลิต 3. อ่าน License (สิทธิการดำเนินการ) ของโปรแกรม แล้วกดคลิก l accept the license terms แล้วคลิกปมุ่ Next

79 4. คลกิ เลือกทีห่ ัวขอ้ Custom (advanced) 5. จะปรากฏไดรฟ์ต่างๆ ของฮารด์ ดสิ ก์ จะเข้าสู่การฟอรแ์ มตเพ่ือลบข้อมลู ของวินโดวส์ท้งิ ไป โดยเลือกท่ี Drive option (advanced) 6. จะปรากฏเมนูDelete,Format,new และ Extend เพิ่มข้ึนมา ใหค้ ลกิ เลือกไดรฟ์ C จากน้ันคลิกท่ีไอคอน 7. ไดรฟ์ทเี่ ลือกแล้วจะปรากฏ Free Space ขนึ้ มาพอๆกับ Total Space แสดงวา่ ข้อมลู ถูกลบไปเรียบร้อยแลว้ ให้ คลกิ ทฮี่ ารด์ ดิสก์ Partition แลว้ คลิก Next

80 8. ระบบจำทำการตดิ ตัง้ Windows 7 ให้ทันที 9. เม่ือระบบทำการตดิ ต้ังเสร็จเรยี บร้อย จะทำการรสี ตาร์ต (Restart) เครอ่ื งเอง 1 ครั้ง 10. จะเขา้ สูโ่ หมดการเซตค่าต่างๆของเครื่อง

81 12. จะเข้าสู่หน้าต่างการกำหนดรหัสผ่าน หรือ Password ก่อนเข้าสู่ Windows ถ้าไมต่ ้องการกำหนดรหสั ผ่าน สามารถกดNext ผ่านไปได้ 13. ระบบจะถาม Product Key (รหสั ของผลิตภณั ฑ์) ของตวั วนิ โดวส์ ผู้ใช้สามารถหา Product Keyได้จากกล่อง ของแผ่นWindows 7 ที่ซื้อมา หากยังไม่ต้องการกรอกในขณะนี้ ให้คลิกที่ Automaticay Activate Windows when I’m onlineออก จากนัน้ คลิก Next

82 14. คลกิ เลอื ก Ask me later 15. จะเขา้ สู่หน้าต่างการตั้งเวลา Time zone ให้คลิกเลือกเขตเวลาของกรุงเทพฯ คือ (UTC +07.00) Bangkok ฮานอย(Hanoi) จาการ์ตา (Jakarta) แลว้ คลกิ Next 16. เสรจ็ สิ้นการลง Windows 7 ระบบจะทำการโหลดเข้าสู่หน้าจอวินโดวส์ 5.โปรแกรมทีต่ ดิ ตง้ั มาพรอ้ มกับ Windows 7 หลกั จาก All Programs แล้วจะมโี ปรแกรมท่ีติดต้ังมาพรอ้ มกับ กบั Windows ดังน้ี 5.1 Internet Explorer คือ โปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ Microsoft Internet Explorer ผลิตโดยบริษัท Microsoft ผู้ผลิตโอเอส Dod, Windows, โปรแกรม Internet Explorer เกิดจากการซอ้ื ลิขสิทธิ์โปรแกรม NCSA Mosaic มาพัฒนาต่อเป็นIE (Internet Explorer) และได้มีการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้แสดง ภาพเคลอื่ นไหว ภาพสามมิติโดยใชค้ ำสงั่ HTML ใหม่ๆ ท่ใี ชง้ านได้กบั เบราว์เซอรน์ ้นั ๆ

83 1. แถบช่ือเรอ่ื ง (Title Bar) คอื สว่ นทแ่ี สดงชือ่ เว็บไซต์ท่ีโปรแกรมเปิดอยู่ 2. เมนูบาร์ (Menu Bar) คือ สว่ นท่รี วบรวมคำส่ังการใช้งานใน Internet Explorer ท้งั หมด 3. แถบเครอ่ื งมือ (Toolbar) คอื สว่ นทแ่ี สดงเคร่อื งมือพนื้ ฐานท่วั ไป 4. แถบเคร่ืองมือแอดเดรส (Address Bar) คือสว่ นทใี่ ชส้ ำหรับพมิ พแ์ อดเดรสของเว็บไซด์ที่ตอ้ งการเปิดใช้งาน 5. สญั ลกั ษณเ์ คลื่อนไหว คอื สว่ นท่แี สดงวา่ ขณะนี้กำลังโหลดเว็บเพจอย่(ู ภาพเคลือ่ นไหว)หรอื ว่าโหลดเสร็จสิ้น แลว้ (ภาพน่ิง)และทีม่ มุ ล่างซา้ ยจะปรากฏคำว่า “Done” 6. แถบสถานะ (Status Bar) คือ สว่ นทแ่ี สดงข้อมูลต่างๆ เช่น ความคบื หน้าในการโหลดเวบ็ เพจแอดเดรสของ ลิงกท็ ี่ผ้ใู ชเ่ ลอื่ นเมา้ ส์ไปช้ี และความปลอดภัยของเวบ็ ไซต์นี้ เป็นตน้ ในปัจจุบันการติดต่อสื่อสารต่างๆ มักนิยมใช้ส่งทาง E-mail หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์แทนการส่งจดหมาย นกั เรียนควรจะได้ฝึกการสง่ เมลให้คลอ่ งแคล่ว อเี มล (E-mail : Electronic Mail) คอื การตดิ ตอ่ สื่อสารดว้ ยตวั หนงั สอื รปู ภาพ แทนการสง่ จดหมาย ข้อมูลที่ สง่ จะอยูใ่ นรูปของสญั ญานอเิ ลก็ ทรอนิกสผ์ ่านระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ จากเครอ่ื งคอมพิวเตอรเ์ ครอ่ื งหน่ึงไปยัง เครื่องคอมพิวเตอรอ์ ีกเครื่องหน่ึงท่อี ยปู่ ลายทาง อีเมล แอดเดรส ( E-mail Address) คอื ที่อยูใ่ นอินเทอร์เน็ต หรอื ที่อยขู่ องตู้จดหมายของผูใ้ ช้อินเทอรเ์ น็ต ใช้ สำหรับบอกตำแหนง่ ของผรู้ บั ว่าอยู่ทไี่ หน อเี มลแอดเดรส ประกอบด้วย 1. ชื่อบญั ชสี มาชกิ ของผู้ใช้ (Username) อาจจะใชช้ ่อื จรงิ ชอ่ื เล่น หรอื ชอื่ องคก์ รกไ็ ด้ 2. ตามด้วยเคร่ืองหมาย @ ( at sing) 3. ส่วนที่สาม คือโดเมนเนม (Domain Name) เป็นที่อยู่ของอินเทอรเ์ น็ตเซิร์ฟเวอร์ที่ผู้ใช้เปน็ สมาชิกอยู่เพื่อ อา้ งองิ เมลเซิร์ฟเวอร์ 4. ส่วนสดุ ทา้ ยเป็นรหสั ที่บอกถึงประเภทขององคก์ ร และประเทศ รหสั ทบี่ อกประเภทขององคก์ ร มีดงั นี้ com = commercial คบริการดา้ นการคา้

84 edu = education สถาบนั การศึกษา org = organization องค์ท่ไี ม่แสวงหาผลกำไร gov = government หน่วยงานของรัฐบาล net = network หน่วยงานบริการเครอื ข่าย ผใู้ ชบ้ ริการสามารถลงทะเบยี น ของ E-mail Address ได้จากเวบ็ ไซตท์ ่ใี หบ้ รกิ าร มที งั้ เสียค่าใช้จา่ ยและไม่เสีย ค่าใชจ้ า่ ย เวบ็ ท่ใี ห้บริการมดี ังนี้ www.yahoo.com www.thaimail.com www.hotmail.com การรับ-ส่งอีเมล มีองค์ประกอบ ดงั น้ี -เวบ็ ไซต์ที่ใหบ้ ริการรับ-ส่ง E-mail เปรียบได้กบั ทีท่ ำการไปรษณีย์ - E-mail Address ของผสู้ ง่ - E-mail Address ของผู้รับ ขั้นตอนการของ E-mail Address จาก www.hotmail.com 1. เปดิ โปรแกรม Internet Explorer 2. ที Address Bar พิมพ์ Hotmail.com 3. ท่ีหน้าต่างของ Hotmail เลอื ก ลงทะเบยี นเดย๋ี วน้ี 4. จะเขา้ สขู่ ้นั ตอนการสรา้ งบญั ชีของผใู้ ชใ้ หผ้ ู้ใชก้ รอกข้อมลู ตามแบบดา้ นลา่ งน้ี 5. เมอื่ ศกึ ษาข้อมลู เรยี บรอ้ ยแลว้ ให้คลกิ ที่ สร้างบญั ชี

85 6. นกั ศึกษาจะมี E-mail Address เป็นของตนเอง 5.2 Windows DVD Maker : โปรแกรมสำหรับสรา้ ง DVD สว่ นตัว 5.3 Windows Fax and Scan : โปรแกรมสำหรบั ใช่ส่งแฟกซ์ และสแกนภาพ 5.4 Windows Media Center : โปรแกรมสำหรบั ใช้เปน็ ศูนย์รวมความบันเทิง 5.5 Windows Media Player : โปรแกรมดูหนงั ฟังเพลง 5.6 Windows Update : โปรแกรมสำหรบั อพั เดต Windows Accessories คอื เมนทู ร่ี วบรวมโปรแกรมเพิม่ เตมิ สำหรบั กำหนดการทำงานของระบบ และ โปรแกรมเสรมิ สำหรับ งานบางอย่างท่ตี อ้ งใชโ้ ปรแกรมบ่อย ๆ คอื -Calculator : โปรแกรมเครือ่ งคดิ เลข -Notepad : โปรแกรมเอกสารอยา่ งงา่ ย -Paint : โปรแกรมวาดรูป ระบายสี และตกแตง่ ภาพ -Sound Recorder : โปรแกรมบนั ทึกเสียง 6. การถอดถอนโปรแกรมออกจาก Windows 7

86 1. Start > Control Panel จะปรากฏหน้าต่าง Control Panel > Control Panel คือ จดุ ศูนยร์ ยวมคำส่ังและโปรแกรมตา่ งๆ ภายใน Windows หน้าท่ขี อง Control Panel พอสรุปไดด้ ังน้ี -ตดิ ต้งั แลพถอดถอนโปรแกรม -กำหนอคา่ ตา่ งๆ ภายในระบบปฏิบตั กิ าร Windows -กำหนอค่าตา่ งๆ ของฮารด์ แวร์ -กำหนดระดบั รกั ษาความปลอดภัย 2. เลอื ก Programs and Feature จะปรากฏหนา้ ต่าง 3. เลือกโปรแกรมทต่ี อ้ งการ จะปรากฏหน้ต่าง หรือคลกิ ขวาท่ีช่ือโปรแกรมทต่ี ้องการลบ แลว้ เลือก Uninstall 4. หากต้องการลบโปรแกรมให้ยืนยนั การลบ โดยกด Yes 7.การติดตัง้ ไดร์ฟเวอร์

87 เป็นซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมชนิดหนึ่งที่ใช้เป็นตัวกลางระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ( Hardware)กับ ระบบปฏิบัตกิ าร (OS: Operating System) เพื่อให้ระบบปฏบิ ตั ิการสามารถใชง้ านอุปกรณเ์ หล่านั้นได้ ทุกครัง้ ทีซ่ ื้ออุปกรณ์มาใหม่ เช่น หากตอ้ งการจะติดตั้งการ์ดแสดงผลย่ีหอ้ หนึ่ง คอมพวิ เตอร์ไม่สามารถรู้ได้ว่า การด์ แสดงผลน้ันชื่ออะไร ยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร จึงจำเป็นต้องลงโปรแกรมเพ่ือแจง้ ให้คอมพิวเตอรท์ รายรายละเอียด ท่ีซ้อื มาใหม่ โปรแกรมนนั้ คอื ไดร์เวอร์(Driver) ไดร์เวอร์ (Driver) คอื ซอฟต์แวร์ หรือโปรแกรมประแภทหน่ึงใชเ้ ป็นต่อกลางประสานเช่อื ตอ่ ระหว่างฮาร์ดแวร์ กบั ระบบปฏิบตั ิการสามารถใชง้ านอุปกรณ์เหล่านน้ั ได้ ระบบปฏิบัตกิ ารรุ่นก่อนๆ เช่น Windows 98 , Windows 2000 อุปกรณ์ทีซ่ ือ้ มาใหม่ทุกตัวต้องลงไดร์เวอร์ ทั้งสิ้น >ใน Windows XP เริ่มพัฒนาระบบ Plug& Play อุปกรณ์บางตัวไม่ต้องลงไดร์เวอร์สามารถใช้ได้ทันที เพราะระบบปฏิบัติการ Windows XP จะมีไดร์เวอร์รองรับไว้อย่แู ล้ว โยเฉพาะในรุ่น Windows 7 จะมีไดร์เวอร์ พื้นฐานของ Hardware ต่าง ๆ เกบ็ ไว้เปน็ จำนวนมาก อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนมากไม่ต้องลงไดร์เวอรก์ ็สามารถใช้ งานได้ Plug& Play คือ มาตรฐานสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่กำหนดโดย Microsoft และIntel เพื่อช่วยให้ คอมพิวเตอร์สามารถตรวจสอบและใช้งานอุปกรณ์ใหม่ ๆ ที่ถูกติดตั้งเข้ามาโดยอัตโนมัติ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ ตดิ ตอ่ สือ่ สารกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างอัตโนมัติ ผใู้ ช้เพยี งเชอื่ ต่ออุปกรณ์เหล่านั้นเขา้ กบั คอมพิวเตอร์ก็สามารถใช้ งานได้ทันที ข้นั ตอนการตดิ ตั้งเครื่องพมิ พ์ (Printer) 1. คลกิ ป่มุ Start 2. เลอื ก Control Penel

88 3. จะปรากฏหน้าต่าง All Control Penel Items 4. เลือก Devices and Printers จะปรากฏหน้าต่างๆ 5. ใหเ้ ลือกเคร่อื งพิมพ์ท่ีต้องการ 6. เครื่องพมิ พ์ท่ลี งไดร์เวอร์แล้วจะมีเคร่อื งหมาย P ปรากฏอยู่ GHOST มีหลาย โปรแกรม เช่น Norton Ghost, Symantec Back Exec System Recovery เป็น ต้ น ประโยชน์ของการโคลนฮารด์ ดสิ ก๋เพื่อป้องกันโปรแกรมได้รับความเสียหายจากไวรสั หรือสาเหตุใดๆ เราสามารถ นำโปรแกรมกลบั มาใช้ได้โดยใชโ้ ปรแกรม GHOSTนี้ ไวรสั คอื โปรแกรมชนดิ หนง่ึ ท่ีมความสามารถสำเนาตวั เองเขา้ ไปติดอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ได้ ประโยชนข์ องโปรแกรม GHOST 1. ใช้ Backup OS ได้ 2. ใช้ Copy OS ไปใชก้ ับเคร่ืองคอมพวิ เตอรห์ ลายๆเครอ่ื ง (ไมต่ อ้ งเสยี เวลาลงWindows หลายๆเคร่อื ง) 3. ใช้คัดลอกเฉพาะพาร์ติชั่นตามท่ีตอ้ งการ 4. ใชส้ ำรอง OS ผ่านระบบ LAN

89 Partition คือ การแบ่งพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์ออกเป็นส่วนๆหรือแบ่งเป็นหลายๆไดรฟ์เพื่อความสะดวกในการ เข้าถึงข้อมลู และโปรแกรม ทำให้การจัดเก็บข้อมลู เป็นระเบียบเรียบรอ้ ย นอกจากนั้นยังเป็นการแย กข้อมูลที่มี ความสำคญั ออกจากระบบปฏิบตั กิ ารเพอื่ ป้องกันไวรสั ในระดบั หนึ่ง อกี ท้งั ยงั อำนวยความสะดวกในการกูคืนข้อมูล และกรู้ ะบบปฏบิ ตั กิ ารด้วย โดยปกติฮาร์ดดสิ ก์จะแบ่งพารต์ ชิ ั่นเป็น 2 ไดร์ฟ คอื Drive C : สำหรบั ตดิ ตง้ั โปรแกรม ต่างๆ สว่ นDrive D : สำหรับเก็บข้อมูลหรือสำรองขอ้ มูล ประโยชนข์ องการแบ่งพาร์ตชิ ่ัน เมื่อมีการใช้ Windows ไปสกั ระยะหนง่ึ ระบบวนิ โดวส์อาจมีปญั หาที่ไม่สามารถ แกไ้ ขได้ วธิ ีแก้ไขทีด่ ที ีส่ ุดคือ การ Format ฮารท์ ดสิ ก์ แลว้ ลงWindows ใหม่ และลงโปรแกรมใหม่ ถ้ามีไดร์ฟ์เดียว จะเกิดปัญหาการสำรองข้อมูล แต่ถ้าทำการแบ่งฮาร์ทดิสก์ไว้สามารถเลือก Format เฉพาะไดรฟ์ C ที่ลง Windows และโปรแกรมต่างๆไวไ้ ดโ้ ดยไมก่ ระทบตอ่ ข้อมูลทบี่ ันทกึ ไวใ้ นไดรฟ์ D: พารต์ ชิ นั่ แบ่งได้ 3 ประเภท คือ 1. Primary Partition เป็นพาร์ติชั่นหลักของระบบคอมพิวเตอร์ ใช้สำหรับบูตเครื่องเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ พารต์ ิชัน่ หลกั นี้ คอื Drive C: 2. Extended Partition ใช้หรับหรับเก็ยข้อมูลโปรแกรม เมื่อสร้าง Extended Partitionจะเกิด Logical Partition อัตโนมัติ และสามารถแบ่งเป็นพาร์ตอชั่นย่อยๆ ได้ สามารถกำหนดไดรฟ์ได้ต้ังแตไ่ ดรฟ์ D: ถึง Z: การ สร้าง Extended Partition ตอ้ งสรา้ งหลัง Primary Partition แลว้ 3. Logical Partition เปน็ พารต์ ชิ ่ันทอ่ี ยู่ภายใต้ Extended Partition จะเกดิ Logical Partition ได้ ภายหลังมี การสร้าง Extended Partition ก่อน ที่มา : https://sites .google.com https://www.kaweeclup.com https://somuicom.blbgpot.com ข้นั ตอนการแบ่งพารต์ ิชั่น 1. เปิดหนา้ ตา่ ง Control Panel 2. เลือก Administrative Tools

90 3. เลือก Computer Management เพ่อื การแบ่งพารต์ ิช่นั แบง่ ไดรฟ์ท่ตี ้องการ 4. ทหี่ น้าตา่ ง Computer Management เลือก Disk Management 5. เลือกไดรฟ์ที่ต้องการแบ่งพาร์ติชั่น ตามตัวอย่างข้างต้น ได้แบ่งพาร์ติชั่นไว้แล้วNTFS File System ( New Technology File System ) คือ ระบบไฟล์ที่ได้รับการพัฒนาจาก Microsoft ระบบไฟล์ NTFS นำมาใช้ ระบบปฏิบัติการ Windows NT และใช้มาจนถึงปัจจุบัน และได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ระบบ NTFS สามารถใช้กับพารต์ ิชั่นท่มี ีขนาดใหญ่ทสี่ ดุ คอื หรอื 16 Exabytes การทำงานของ NTFS มีลักษณะทแ่ี ตกต่างจาก FAT เพราะ NTFS จะสร้างไฟล์ข้ึนมาชุดหนึ่งทีท่ ำหน้าท่ีเก็บขา่ วสารของแต่ลพพาร์ติชั่น ไฟล์เหล่านี้จะถูกสรา้ ง ขึน้ มาโดยอัตโนมัติ ในขณะทท่ี ำการ Formatแต่ละ Partition ไฟล์เหล่านีเ้ รียกว่า MetaData Files NTFS (New Technology File System) มี 2รนุ่ คอื 1. NTFS 1.1 หรอื NTFS 4.0 เปน็ ระบบไฟล์ทีใ่ ชใ้ น Windows NT 4.0 2. NTFS 5 เปน็ ระบบไฟล์ทใี่ ชใ้ น Windows2000, Windows XP , Windows 2003 จดุ เด่นของ NTFS (New Technology File System) 1. เป็นระบบไฟล์ที่ออกแบบมาเพื่อใหม้ ีศักยภาพในการประมวณผลข้อมูลท่ีขนาดใหญ่และนำมาใช้กับระบบ รักษาความปลอดภัย 2. สนบั สนนุ การตั้งช่อื ไฟลห์ รอื ไดเรกทอรไ่ี ด้ 255 ตัวอกั ษร

91 3. มีความสามารถในการบีบอัดข้อมูลเพื่อให้ได้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลมากขึ้น โดยเฉพาะไฟล์ ที่เก็ยข้อมูลเป็น ตัวอักษรจะบบี อัดไดป้ ระมาณ 50 % ถ้าเปน็ แบบ .exe จะประหยดั เนอ้ื ท่ไี ด้ประมาณ 40 % 4. มีความสามารถในการกำหนดสิทธกิ์ ารเข้าถงึ ข้อมลู ใหก้ บั ผใู้ ช้งานแต่ละคน 5. มคี วามสามารถในการเข้ารหสั ข้อมูล 6. NTFS สามารถรบั รองขนาดของไฟล์แลพพาร์ติชั่นได้ใหญ่กว่า FAT (File Allocation Table)ในทางทฤษฏี สามารถรองรบั ขนาดของไฟล์และพาร์ติชั่นรวมกันไม่เกิน 16Exabyte(EB) ในทางปฏิบัตสิ ามารถรองรบั ขนาดของ ไฟลไ์ ด้ 4-64 GB ส่วนขนาดของพารต์ ชิ น่ั รองรับได้ 2 TB (Terabyte) 7. มีความสามารถจดั การกับคลสั เตอรท์ ่ีมีปญั หา โดยจะใช้วิธีการที่เรียกว่า Bad-Cluster Mapping คือ เม่ือ ระบบพบว่ามี Bad Sector บน Disk ก็จะจัดหา Cluster ใหม่แล้วย้ายข้อมูล จาก Cluster เก่ามาใส่ให้โดย อัตโนมตั ิ จากนนั้ จงึ กำหนอค่าคลสั เตอรเ์ ก่าใหเ้ ป็น Bad Sector ข้อเสียของระบบไฟล์ NTFS (New Technology File System) NTFS ในยุดของ Windows NT คือไม่สามารถบอกเห็นฮาร์ดดิสก์ที่เป็น Fille Systemแบบ FAT ได้ และ ในทางตรงกันข้าม ระบบ FAT ไม่สามารถมองเห็นฮาร์ดดิสก์ที่เป็น NTFSได้เช่นเดียวกัน ปัจจุบันเมื่อมี ระบบปฏิบัติการ Windows2000 และ Windows XP(Experience) ทำให้ฮาร์ดดิสก์มีระบบไฟล์แบบ NTFS สามารถมองเห็นที่มีระบบไฟล์แบบFAT ได้ เพราะระบบปฏิบัติการ Windows2000 และ Windows XP หรือ Windows รุ่นใหม่ๆมีความสามารถในการสนับสนุน File System ทั้งแบบ NTFS และระบบ FAT จึงทำให้ ระบบปฏิบัติการ Windows2000 และ Windows XP หรือ Windows รุ่นใหม่ๆสามารถบอกเหน็ ฮาร์ดดิสก์ทั้ง แบบ NTFS และระบบ FAT ได้

92 บทท่ี 5 การบำรุงรักษาอปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์ จุดประสงค์รายวิชา 1.มคี วามรู้ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั หลักการทำงานและการใช้งานอุปกรณค์ อมพิวเตอร์ 2.ประกอบ และบำรงุ รกั ษาคอมพวิ เตอร์ 3.ตรวจสอบและแก้ไขปญั หาคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรมอรรถประโยชน์ 4.มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ มทด่ี ีในการใชค้ อมพิวเตอร์ สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรเู้ กี่ยวกบั หลกั การทำงานของคอมพวิ เตอรแ์ ละอปุ กรณต์ ่อพ่วง 2.ประกอบเคร่ืองคอมพิวเตอร์และตดิ ต้ังโปรแกรมตามลักษณะงาน 3.บำรงุ รกั ษาอุปกรณ์ และแกป้ ัญหาคอมพวิ เตอร์โดยใช้โปรแกรมอรรถประโยชน์ คำอธิบายรายวชิ า ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ประกอบเครื่อง คอมพิวเตอร์และติดตั้งโปรแกรมตามลักษณะงานการบำรุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ตรวจและกำจัดไวรัส แก้ปัญหาคอมพิวเตอรด์ ้วยโปรแกรมอรรถประโยชน์สำรองและปอ้ งกนั ความเสียหายของข้อมูล การกู้คืนขอ้ มลู

93 1.การตรวจสอบเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ 1. ตรวจสอบอุปกรณค์ อมพวิ เตอร์วา่ อยู่ครบหรือไม่ 2. ตรวจการทำงานของเครอื่ งวา่ ใช้ได้หรือไม่ 3. หากพบวา่ เคร่ืองทำงานไม่ปกติ ไห้ถอดปลั๊กและแจ้งครผู สู้ อนทราบทนั ที 4. ทำความสะอาดภายนอกเคส คียบ์ อรด์ จอ เมาส์ สัปดาหล์ ะ 1 ครั้ง 5. ตรวจสอบสายไฟและสายสัญญาณต่างๆ เช่น ไฟตดิ ๆ ดบั ๆ สายไฟ สายสัญญาณหลวมหรือหกั ควรเปลี่ยน ใหม่ 6. ตรวจสอบสภาพอขงฮาร์ดดิสก์ว่ามี Bad Sector หรือไม่ โดยใช้โปรแกรมประเภทDisk Defragment Bad Sector คือ สญั ญาณเตือนภัยอย่างหนึง่ ที่แสดงใหเ้ หน็ ว่าฮาร์ดดิสก์นน้ั มขี ้อบกพรอ่ ง เชน่ เกิดการชนกันของหัวอ่าน หวั อา่ นการไดร้ บั การเสยี หาย อาจทำใหเ้ กิดรอยขีดข่วนบนแผ่นดสิ กเ์ พิ่มขึ้น 7. เป่าฝุ่นหรือกำจัดฝุ่นท่ีอยู่บนเคร่ือง โดยใชแ้ ปรงทาสที ่ีมชี นออ่ น หรอื เครื่องเป่าฝุ่นเครื่องเป่าลมไล่ฝุ่นออก จากเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ 8. ควรตดิ ตั้งเคร่ืองสำรองไฟและปรบั แรงดันไฟฟ้าอัตโนมตั ิ (UPC : Uninterruptable Power Supply) 9. ตรวจเช็คความเรียบรอ้ ยภายในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ตรวจพดั ลมระบบความร้อนและสายไฟทีอ่ ยภู่ ายในว่า อยู่ในสภาพดใี ชง้ านได้ 10. วางคอมพวิ เตอรใ์ ห้ห่างจากกำแพง หรอื มชี ่องว่างด้านหลังประมาณ 1 ฟตุ 11. ตรวจไวรสั และแสกนไวรสั สม่ำเสมอ 12. ลบโปรแกรมที่ไมไ่ ดใ้ ชง้ าน ตลอดจนโฟลเดอร์และไฟลท์ ีไ่ มไ่ ดใ้ ช้งานแลว้ 13. ศึกษาวธิ กี ารใชง้ านทีถ่ ูกต้อง 14. การจดั เรียงขอ้ มูลบนฮารด์ ดิสก์ ขอ้ มลู จะถูกจัดเก็บไว้ในแทรค็ (Track) บนแพลต็ เตอร์ (Platter) โดยท่วั ไปดสิ กไ์ ดร์ฟจะมแี ทร็คประมาณ 2000 ตอ่ นิ้ว (TPI :Track Per Inch) Cylinder คอื กลุม่ ของแทรค็ ทอ่ี ยบู่ รเิ วณหัวอา่ นเขียนบนทุกๆ แพล็ตเตอร์ การเข้า อา่ นชอ้ มลู แตล่ ะแทร็คจะถูกแบ่งออกเป็นสว่ นย่อยๆ เรยี กว่า Sector วิธีการในการจดั การดสิ ก์ให้มีแทร็คและแซก เตอร์ เรียกวา่ การฟอร์แมต ฮารด์ ดิสกป์ ัจจุบันจะได้รับการฟอร์แมต (Format) มาจากโรงงานเรียบร้อยแล้ว ปกติ เซกเตอร์ (Sector) จะมีขนาด 512 ไบต์ (Byte) คอมพิวเตอร์จะใช้ข้อมลู การฟอร์แมตนี้เหมอื นกัน คือ ใช้ระบุ ขอ้ มูลใดอยู่ท่ีตำแหนง่ ใดของฮารด์ ดสิ หากฮารด์ ดสิ กไ์ ม่ไดร้ ับการฟอรแ์ มต ไว้ท่ีใด และจำนำข้อมลู มาจากทไ่ี หน ใน การออกแบบฮาร์ดดสิ กใ์ นปัจจบุ ัน มกี ารใช้เทคโนโลยกี ารฟอรแ์ มตรปู แบบใหม่ เรียกว่า MultipleZoneRccording เพอ่ื บบี ขอ้ มลู ไดม้ ากข้ึน ในการนำมาจดั เก็บบนฮาร์ดดิสกไ์ ด้ Multiple Zone Recording จะอนญุ าตให้พ้ืนท่ีแทร็ คด้านนอกสามารถปรับจำนวนคลสั เตอร์ (Cluster) ไดท้ ำพืน้ ที่แทร็คด้านใน ขอ้ มลู สามารถจดั เก็บไดเ้ ตม็ ฮาร์ดดิสก์

94 ช่วยในการใช้เนื้อทีบ่ นแทร็คเตอร์ได้อยา่ งคุ้มค่า และเป็นการเพิ่มความจโุ ดยใช้จำนวนแพล็ตเตอร์น้อยลงกวา่ จำนวนเซกเตอรต์ ่อแทร็ค แทรค็ (Track) คือ รอ่ งบนจานบนั ทึกท่ีใช้จดั เกบ็ ขอ้ มลู มลั กั ษณะเปน็ รอบวงจกุ ศนู ยก์ ลางบนพน้ื ท่ีผิวของจาน คลัสเตอร์ (Cluster) คือเทคโนโลยีการเก็บขอ้ มลู คอมพิวเตอร์สว่ นบคุ คล (PC : Personal Computer) คลัส เตอร์เปน็ หน่วยทางตรรกะของการเกบ็ ไฟล์บนฮาร์ดดสิ ก์ คลสั เตอร์เป็นการจัดการโดยระบบปฎิบัตกิ าร ไฟล์ต่างๆ ทเ่ี กบ็ บนฮาร์ดดสิ กส์ ามารถใชพ้ ื้นท่ีมากกว่า 1 คลสั เตอร์ คลัสเตอร์ของไฟลส์ ามารถแยกเก็บในตำแหน่งต่างกันบน ฮาร์ดดิสก์กไ็ ด้ คลัสเตอร์จะทำงานร่วมกบั Fat เพ่อื ค้นหาไฟล์เมอื่ มกี ารอา่ นไฟล์ Entire File จะเรียกไฟลม์ าให้และ ป้องกันคลสั เตอรข์ องไฟล์นน้ั คลัชเตอร์มีลักษณะทางตรรกะไม่ใช้กายภาพ ทำให้ขนาดคลัสเตอร์มีความแปรผันทามจำนวนคลัสเตอร์บน ฮาร์ดดิสก์ ขน้ึ อยกู่ ับขนาดของ FAT ใน DOS 4.0 ขนาดของ FAT มีความยาว 16 บิต และมจี ำนวนคลสั เตอร์สงู สุก 65,536 คลัสเตอร์ FAT (File Allocation Table) คือ ระบบไฟล์ที่ใช้ในระบบปฎิบัติการตระกูล Microsoftเป็นระบบไฟล์ที่มี พัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ระบบไฟล์ Mocrosoft กำหนดหมายเลขให้กับทุกๆ คลัสเตอร์ ในแต่ละ Partition แล้วทำการเสร้างตารางทม่ี ีจำนวนช่องตามจำนวนคลสั เตอร์น้ัน เพอื่ ระบุสถานที่หรือคลสั เตอร์ที่ทำการเก็บข้อมูล ขอไฟล์แต่ละไฟล์ และมีตารางอกี ตารางหนึ่งเรยี กว่า Directory สำหรับเก็บรายละเอียดของไฟล์ เช่น Attribte ต่างๆ และหมายเลขคลสั เตอร์เร่ิมตน้ ท่ตี วั เกบ็ ขอ้ มูลจรงิ ๆ ระบบไฟล์ FAT มีหลายรนุ่ คือ 1) FAT 12 เปน็ ระบบไฟลท์ ่ใี ช้ Floppy Disk และ Hard Disk ท่มี ขี นาดใหญไ่ มเ่ กิน 16 MBs หมายเลขของคลสั เตอรม์ ี 12 บิต สามารถอา้ งถงึ คลัสเตอร์ได้ 4,096 คลัสเตอร์ 2) FAT 16 ใชต้ วั เลข 16 บิต ในการกำหนดหมายเลขของคลัสเตอร์ จึงกำหนดหมายเลขได้ 65,536 หมายเลข ระบบไฟลน์ ใ้ี ช้ในระบบปฎิบัตกิ ารของ Microsoft ทกุ รนุ่ Partition ทจ่ี ะให้ระบบไฟลนิ ี้ได้ตอ้ งมขี นาดไม่เกิน 2GBs FAT 16 ไดร้ ับการปรบั ปรงุ ไหม้ คี วามสามารถมากขึ้น

95 3) FAT 32 ระบบไฟล์ระบบน้ีจะให้หมายเลข 28 บติ ซงึ่ ตามทฤษฏีสามารถกำนดคลัสเตอร์ได้ 268,435,456 คลัสเตอร์ และสามาระใช้กับ Partition ที่มีขนากใหญ่ได้ถึง 2 Terabytes ระบบไฟล์แบบ FAT 32 นี้มีใช้ใน Wndows 95 OSR 2 ข้ึนไป แต่ใชไ้ มไ่ ด้ใน Windows NT เทระไบต์ (Tarabyte) หรือเทราไบต์ ใชต้ ัวยอ่ วา่ TB เปน็ หนว่ ยวัดขนาดของข้อมูลในคอมพิวเตอร์ เช่น ใช้เป็น หน่วยวัดความจขุ องหน่วยความจำ หรอื ฮาร์ดดสิ ก์ ระบบปฏบิ ัตกิ ารของคอมพวิ เตอรแ์ ต่ละแพล็ตฟอรม์ จะมีการจดั การระบบไฟลใ์ น Hard Disk ท่แี ตกตา่ งหัน บาง ระบบสามารถใชร้ ะบบไฟล์ได้หลายรูปแบบ โดยระบบไฟลน์ ้นั เปน็ ตารางทใ่ี ช้บอกตำแหนง่ ของข้อมูลต่างๆ ท่อี ยบู่ น ฮาร์ดดิสก์ ปกติเมื่อซื้อฮาร์ดดิสก์มาใหม่ ต้องทำ Format ฮาร์ดดิสก์ก่อนที่จะนำไปเก็บข้อมูล การ Format ฮาร์ดดิสก์ คอื การแบ่งฮาร์ดดิสก์ออกเปน็ สว่ นๆ เพ่อื ให้คอมพิวเตอร์รู้ตำแหน่งของขอ้ มูลอยู่ตรงไหน 2.การบำรงุ รกั ษาเคร่ืองคอมพิวเตอร์ การเอาใจใส่อุปกรณ์ภายนอกของเครอ่ื งคอมพิวเตอร์เป็นส่ิงจำเป็น และควรจะกระทำอยา่ งต่อเนื่อง ปฏิบัติให้ เปน็ กิจวัตร ท้ังกอ่ นใช้และหลงั ใชเ้ ครือ่ งคอมพิวเตอร์ เพื่อรักษาเครอ่ื งคอมพิวเตอรใ์ ห้ใชง้ านอย่างมรประสิทธิภาพ ตังน้ี 1. หา้ มนกั ศกึ ษานำอาหารและเคร่อื งด่มื ทกุ ชนิดเขา้ มารบั แระทานในหอ้ งปฏิบัตกิ าร 2. รักษาความสะอาดของหอ้ งปฏบิ ตั ิการอย่างสม่ำเสมอ 2.1 การบำรงุ รักษาแป้นคยี ์บอร์ด 1.คว่ำคียบ์ อรด์ ลง แล้วเคาะด้านหลงั เพอ่ื เอาฝุ่นออก 2. ใช้เครอ่ื งเปา่ ลมเป่าฝ่นุ ออก หรอื ใชส้ เปรย์ลมท่เี ป็นกระป๋อง และฉกี ตามซอกของแปน้ คยี ์บอรด์ 3. แกะแป้นอักษรต่างๆ ออกแล้วใช้สำลีชปุ แอลกอฮอล์เชด็ แปน้ ตา่ งๆ 2.2 การรักษาจอคอมพิวเตอร์ 1.ระวังวตั ถหุ รือนำ้ ไปกระทบกบั หนา้ จอคอมพวิ เตอร์ 2.เปดิ สวิตชท์ จี่ อก่อน จึงเปิดสวติ ชท์ เี่ คสเพอ่ื บตู เคร่ือง 3.ไม่ควรเปดิ -ปิดเครือ่ งในเวลาท่ีใกลเ้ คียงกนั 4. ควรปรับแสงสว่างของจอภาพให้เหมาะสมกับสภาพของห้องทำงาน เพราะถ้าจอคอมพิวเตอร์สว่างมาก เกนิ ไป จะทำให้จอภาพทีอายุการใชง้ านได้น้อยลง 5. ควรใช้โปรแกรม Screen Saver เพือ่ ยืดอายุการใชง้ านจอคอมพวิ เตอร์ 6. ห้ามหนั /หมนุ หนา้ จอไปมา 2.3 การบำรุงรกั ษาเครื่องพมิ พ์ Inkjet 1. รกั ษาความสะอาดหวั พมิ พข์ องเครือ่ งพิมพ์ให้สะอาดอยู่เสมอ เพือ่ มิให้หวั พิมพ์อดุ ตัน 2. ควรเปิดเครอ่ื งพิมพ์ สปั ดาห์ 1 ครั้ง เพอ่ื ปอ้ งกนั หวั พมิ พ์อุดตัน 3. ควรทดสอบประสิทธภิ าพการพิมพ์ เดอื นละ 1-2 คร้งั

96 4. หลกี เลี่ยงการใชเ้ คร่อื งดดู ฝุ่น ดดู ฝุน่ ใกล้เคร่ืองพิมพ์ 5. ควรเปดิ -ปดิ เครื่องพิมพ์ด้วนสวิตชด์ กี วา่ การถอดปลก๊ั 6. ใสต่ ลบั หมกึ ไว้ท่ีเครอ่ื งพิมพต์ ลอดเวลา ถ้าเครื่องพมิ พ์ไมม่ ีตลบั หมึก ทำให้อากาศเขา้ ไปทำให้หวั พมิ พเ์ กิดการ อดุ ตุนได้ 7. หมั้นอพั เดตไดร์และซอฟแวรข์ องเคร่ืองพิมพ์ เพราะซอฟแวร์ใหมจ่ ะถกู ปรบปรงุ ไห้ดขี ้ึน และมีฟีเจอร์ใหม่ๆ เพอ่ื เพิม่ ประสิทธภิ าพของการใช้งานเคร่ืองพมิ พ์ 2.4 การบำรุงรักษาดอตเมทรกิ ซ์ 1. อา่ นคมู่ อื รักษาเคร่ืองพิมพใ์ ห้ละเอียด 2. ดูดเศษผง เศษกระดาษทค่ี ้างอยู่ในเคร่อื งพิมพ์ออก 3. ตรวจความตงึ ของสายพาน 4. ใหผ้ า้ แหง้ นมุ่ ทำความสะอาดท้ังในส่วนเสน้ ทางเดินกระดาษและริบบอนทุกๆ เดือน 5. หยอดนำ้ มนั หลอ่ ลน่ื บรเิ วณแกนเล่อื นหัวพิมพ์ ซึ่งมีลกั ษณะเปน็ แทง่ โลหะทรงกระบอกยาว 6. นำ้ มนั ที่ใชห้ ล่อลน่ื ควรเป็นน้ำมนั หล่อลื่นแบบเทฟลอน (Teflon) เทฟลอน (Teflon) คอื นำ้ มันท่ใี ชเ้ คลือบภาชนะ เครอ่ื งใช้ในครัวเรือน บรรจุภณั ฑ์ของอาหาร เส้ือผ้า แว่นตา สายไฟ เตารัด และหลงั คา ฯลฯ 7. การรกั ษาไวพิมพใ์ หเ้ ย็นอยเู่ สมอ 8. ไมว้ างส่งิ ของใด ๆ ซอ้ นทบั เครอื่ งพมิ พ์ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงบรเิ วณหัวพมิ พ์ 9. อย่าหมุนลูกบิด ลูกกลิ้ง (Roller) ในขณะที่เครือ่ งพิมพ์กำลงั ทำงานอยู่ เพราะลูกกลิ้งเลือ่ นกระดาษจะถกู ควบคุมการหมุนด้วยสเตปเปอร์มอเตอร์ เครื่องพิมพจ์ ะใช้การหมุนของสเตปเปอร์เป็นตัวช่วยระบตุ ำแหน่งหรอื ระยะของกระดาษ การหมุนลูกบดิ ควบคมุ ลกู กล้ิงจะทำใหต้ ำแหน่งท่ีระบุนั้นผิดเพี้ยนไป และอาจเกิดความเสียกาย แกเ่ ครอ่ื งพิมพ์ 2.5 การบำรุงเครอ่ื งพิมพ์เลเซอร์ 1. เม่อื พิมพ์ครบ 3,500 หนา้ ควรเปลย่ี นคารท์ รดิ จ์ 2. บำรงุ รกั ษาโทเนอร์ (Toner) คอื สารทม่ี ลี ักษณะเหมอื นหมึกพิมพส์ ีดำท่ีใช้กับเครอ่ื งพมิ พ์ 3. พริ้นต์ดรมั (Print Drum) คอื อกุ ปรณอ์ ยา่ งหนึ่งของตลับหมึกท่ีมสี ว่ นสำคญั ในการถ่ายแบบสร้างภาพ และ พิมพง์ านเอกสารต่างๆ 4. ต้งั เครอ่ื งพิมพใ์ ห้มอี ากาศถ่ายเทไดเ้ พียงพอ เพราะเคร่อื งพมิ พ์เลเซอรจ์ ะมีความรอ้ นออกมาค่อนข้างสูง 5. ไม่ควรใชค้ ารท์ รดิ จ์แบบเตมิ ซ้ำ 2.6 การบำรงุ รักษาสแกนเนอร์ 1. ถอดสาย USB ออกจากเครือ่ งสแกนเนอร์ และเคร่อื งพิมพค์ อมพวิ เตอร์


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook