การรวบรวมขอ้ มลู วชิ ำ วทิ ยำกำรคำนวณ ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษำปีที่ 3 โรงเรียนหนองนำ้ สม้ วทิ ยำคม จดั ทำโดย ครเู ปรมกมล โพธอิ์ ว่ ม
ขอ้ มลู คอื อะไร ?
❖ ขอ้ มูล ( data ) ▪ ขอ้ เทจ็ จรงิ หรอื เหตุการณท์ ่เี กิดข้นึ ในชวี ติ ประจาวนั โดยข้อมลู นอี้ าจ อยู่ในรปู แบบของค่าตวั เลข ข้อควำมต่ำงๆ รปู ภำพ เสียง โดย ข้อเทจ็ จรงิ นยี้ ังไมส่ ามารถให้ประโยชนใ์ นแง่ของการสรปุ เป็นเชิง ความรู้หรือขอ้ มูลทางสถติ ิได้ อาจเรียกว่า “ข้อมลู ดบิ ” ▪ เช่น • ชื่อนักเรยี น • น้องของปารชิ าติ เป็นผู้หญิง • วนั ชัยสงู 135 เซนติเมตร • โออชิ ิราคา 15 บาท • เด็กชายปด๊ื ไม่มาโรงเรยี น
ข้อมูลสาคญั อย่างไร ? ข้อมลู มคี วามสาคญั มาก ตอ่ ระบบคอมพวิ เตอร์ หากขอ้ มูลทป่ี อ้ นเขา้ สูเ่ ครอื่ งคอมพวิ เตอร์ผิด ผลลพั ธ์ที่ได้จากคอมพิวเตอร์จะ ผิดด้วย หรอื เรยี กว่า ป้อนขยะเขา้ ไปยอ่ มได้ขยะออกมา (Garbage in – Garbage out)
สารสนเทศ คอื อะไร ?
❖ สารสนเทศ ( information ) ▪ ผลลพั ธท์ ่ไี ดจ้ ากการนาขอ้ มลู ไปประมวลผล เพ่ือใหไ้ ดส้ ่ิงท่เี ป็นประโยชนใ์ นการ นาไปใชง้ านตามวตั ถปุ ระสงคต์ า่ งๆ ขอ้ มูล ผา่ นระบบการประมวลผล สารสนเทศ คานวณ วิเคราะห์ แปลความหมาย
ตัวอยำ่ งสำรสนเทศ ขอ้ มูลส่วนสงู ของนกั เรียนหญิงและนักเรียนชายแต่ละคนในชัน้ เรยี น สามารถสร้างสารสนเทศจากข้อมลู ได้หลายแบบ เพอ่ื นาไปใชใ้ น จดุ ประสงค์ท่แี ตกต่างกัน ตวั อยำ่ งเชน่ การเรียงขอ้ มลู จากคนทสี่ ูงนอ้ ยท่สี ดุ ไปยังคนท่ีสูงมากท่ีสดุ การหาคา่ เฉล่ียของส่วนสูงของนกั เรียน
ข้อแตกตำ่ งระหวำ่ งขอ้ มลู และสำรสนเทศ ขอ้ มลู แตกตา่ งจาก สารสนเทศ ดังนี้ ขอ้ มลู >>>>>>คือ ขอ้ เท็จจริง โดยไดจ้ ากการเกบ็ มาจากเหตกุ ารณ์ต่างๆ สารสนเทศ >>>>>>คือข้อมูลท่นี ามาผ่านกระบวนการประมวลผลเพ่ือใหไ้ ดส้ ิง่ ทีเ่ ป็นประโยชน์ สามารถนาไปใชง้ านตามวัตถปุ ระสงค์ตา่ งๆได้
กำรประมวลผลข้อมูล กำรประมวลผลข้อมูล มีหลำยวิธี 1.กำรรวบรวมเป็นแฟม้ ข้อมลู คอื กำรพมิ พ์ขอ้ มลู และบนั ทึกไวเ้ ปน็ แฟ้มข้อมูลในคอมพิวเตอร์ 2. กำรคำนวณ คอื กำรนำข้อมลู ทเ่ี ป็นตัวเลข มำคำนวณดว้ ยตัวดำเนินกำรทำงคณติ ศำสตร์ เชน่ กำรบวก กำรลบ กำรคูณ กำรหำร 3.กำรเปรียบเทยี บ คอื กำรเปรียบเทยี บทำงตรรกะ เชน่ มำกกวำ่ น้อยกว่ำ เทำ่ กบั หรอื ไม่เท่ำกับ 4.กำรเรยี งลำดับ คอื กำรเรยี งขอ้ มลู ตำมลำดับตวั เลข หรอื กำรเรยี งลำดับตำมตวั อกั ษร เพือ่ ให้ คน้ หำขอ้ มูลไดง้ ่ำยขนึ้ 5.กำรจัดกลุม่ ข้อมูล คอื กำรจัดกลุ่มตำมประเภท เช่น กำรจดั กลมุ่ ตำมเพศของนกั เรียน 6.กำรจัดทำรำยงำน คอื กำรสรปุ ผลและสรำ้ งรำยงำนเพอ่ื นำไปใช้ประโยชน์ในกำรตดั สนิ ใจ
ประเภทของขอ้ มูล ถ้าแบ่งขอ้ มูลโดยใช้ลกั ษณะการรวบรวมขอ้ มูลเป็นเกณฑ์ สามารถแบ่ง ไดเ้ ปน็ 2 ประเภท ปฐมภูมิ ทุตยิ ภมู ิ
1.ข้อมลู ปฐมภูมิ (Primary Data) คือ ขอ้ มูลหรือข้อเทจ็ จริงทไี่ ดจ้ ากการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ดว้ ยตนเอง ทาให้ไดข้ อ้ มูลตรงกับความ ตอ้ งการมากทสี่ ดุ แตอ่ าจจะส้นิ เปลอื งค่าใชจ้ ่าย เวลาและกาลังคนมากกว่า ซงึ่ สามารถเก็บรวบรวม ขอ้ มูลได้โดยวธิ ีการดังนี้ 1.กำรสัมภำษณส์ ว่ นบคุ คล เปน็ การสอ่ื สารต่อหน้า (face-to-face) และเปน็ การสือ่ สารสองทางระหว่าง ผ้สู มั ภาษณ์กับผ้ตู อบคาถาม วธิ ีการนี้ถือเป็นวิธที ด่ี ที สี่ ดุ สาหรบั การรวบรวมขอ้ มูลปฐมภมู ิ เพราะนอกจากคาตอบ ท่ีได้รบั แลว้ อาจจะสังเกตสิ่งอืน่ ๆจากผ้ตู อบไดอ้ กี ดว้ ย
2.กำรสัมภำษณ์ทำงโทรศัพท์ มีความสะดวกและรวดเร็ว เนื่องจากปจั จุบนั ผู้คนส่วนใหญ่มีเครื่องมอื ส่ือสารตดิ ตวั ตลอดเวลา แตก่ ม็ ีขอ้ เสยี เชน่ ระหวา่ งการสมั ภาษณ์ สญั ญาณอาจจะขัดข้องได้ หรือ ถา้ ใชเ้ วลาในการสัมภาษณ์ นานเกนิ ไป ผ้ใู ห้ข้อมลู อาจจะตดั สายทง้ิ หรือ อาจจะมี สายเรยี กเขา้ มาขดั จังหวะระหวา่ งการสมั ภาษณพ์ อดี เปน็ ต้น 3.กำรใชแ้ บบสอบถำม เปน็ การรวบรวมข้อมลู ทผ่ี ูต้ อบ กรอกขอ้ มูลดว้ ยตนเอง เปน็ วธิ ีทไ่ี ด้รับความนยิ มและ แพร่หลายในปจั จุบนั ส่วนใหญแ่ บบสอบถามจะ ประกอบไปดว้ ยคาถามจานวนไมม่ ากหรอื ไม่ยาว จนเกนิ ไป มี 2 รปู แบบ คือ 1. แบบสอบถามปลายเปิด ไม่ไดก้ าหนดคาตอบ ผตู้ อบสามารถเขยี นคาตอบหรือแสดงความเห็นไดอ้ ย่าง อสิ ระ 2.แบบสอบถามปลายปิด มีตวั เลอื กให้ผูต้ อบ เลือกตอบได้
4. กำรสังเกต เปน็ ทางเลือกสุดทา้ ยในกรณีที่ไมส่ ามารถเก็บรวบรวมขอ้ มลู ไดด้ ้วยวิธอี ื่นๆกอ่ นหนา้ นี้ เชน่ ข้อมลู พฤติกรรมของคนและสัตว์ หรือ การสงั เกตทีไ่ มใ่ ช่พฤติกรรมก็ได้ ซ่งึ จะเปน็ การศึกษาสถติ ิ หรอื ประวัตติ ่างๆทผ่ี า่ นมาในอดีต เช่น การวิเคราะห์สภาพคลอ่ งทางการเงิน ระบบต่างๆ ทีใ่ ชใ้ น กระบวนการทางาน แบง่ ได้ เปน็ 2 วิธี คือ 1.การสังเกตโดยตรง ผู้สงั เกตอย่ใู นเหตกุ ารณน์ นั้ ๆ ทาหน้าทีเ่ พยี งสงั เกตและจดบันทึกเทา่ นนั้ แตส่ ง่ิ ท่ีควรระวงั คอื ความลาเอยี งของผสู้ ังเกตเพราะอยใู่ นเหตกุ ารณน์ ัน้ ๆด้วย 2.การสงั เกตแบบอ้อม เป็นการสงั เกตทผี่ ถู้ ูกสังเกตไม่รู้ตวั แม้ว่าจะไดข้ อ้ มลู ที่ถูกต้องแต่ต้องคานงึ ถงึ เรอ่ื งจรยิ ธรรมดว้ ย
2. ขอ้ มลู ทตุ ิยภูมิ (Secondary Data) คอื ขอ้ มูลหรือข้อเท็จจริงที่มบี ุคคลอื่นรวบรวมไว้แล้ว แต่การนาข้อมูลทตุ ยิ ภมู มิ าใชจ้ ะตอ้ งตรวจสอบ คณุ ภาพของขอ้ มลู กอ่ น โดยดูว่าใครเปน็ ผู้รวบรวม มีวิธกี ารอยา่ งไร และข้อมูลมีข้อมลู ดี/ขอ้ เสยี อยา่ งไร เพ่ือจะได้นาขอ้ มูลไปใช้และอา้ งองิ ไดอ้ ย่างมั่นใจ ข้อดี ขอ้ เสีย สำมำรถนำข้อมลู ไปใชง้ ำนไดง้ ่ำย ไมต่ อ้ ง ขอ้ มูลที่รวบรวมไว้แล้ว อำจไม่ตรงตำม เสียเวลำเกบ็ ข้อมลู ดว้ ยตนเองและเป็นกำร เปำ้ หมำยทีต่ อ้ งกำร อำจจะทำใหเ้ สยี เวลำ ประหยัดงบประมำณอีกดว้ ย ในกำรหำขอ้ มลู จำกหลำยแหล่ง
ตวั อย่ำงข้อมลู ทุติยภูมิ สถิติจำนวนประชำกรที่กรมกำรปกครอง กระทรวงมหำดไทยรวบรวมและตพี มิ พไ์ ว้
ตวั อยำ่ งข้อมลู ทตุ ยิ ภมู ิ เอกสำรทำงรำชกำร
ตวั อยำ่ งขอ้ มลู ทตุ ิยภมู ิ หนงั สอื พมิ พ์
ตวั อยำ่ งขอ้ มลู ทตุ ิยภมู ิ หนงั สอื ตำ่ งๆ
Search
Read the Text Version
- 1 - 19
Pages: