วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต รหัส 20000-1301 หน่วยที่ 4 20000-1301 แรงและการเคลื่อนที่ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปวช พุทธศักราช 2562 นายธราเทพ มณีแดง วิทยาลัยเทคนิคชุมพร สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
18 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 หน่วยท่ี 4 ชอื่ วิชา วทิ ยาศาสตรเ์ พ่อื พฒั นาทกั ษะชีวิต (20000–1301) เวลาเรียนรวม 54 คาบ ช่ือหน่วย แรงและการเคลอ่ื นท่ี สอนครง้ั ท่ี 6-7/18 ชือ่ เร่อื ง แรงและการเคล่ือนท่ี จานวน 6 คาบ หวั ขอ้ เรือ่ ง ใบกิจกรรมท่ี 4.1 ผลของแรงทาใหว้ ตั ถุ 4.1 ความหมายของแรง เปลยี่ นรูปทรง 4.2 ชนิดของแรง 4.3 การหาแรงลพั ธ์ ใบกิจกรรมท่ี 4.2 การเขยี นรูปหาแรงลพั ธ์ 4.4 แรงในธรรมชาติ ใบกจิ กรรมท่ี 4.3 คานวณหาแรงลพั ธ์ 4.5 แรงเสียดทานและการใชป้ ระโยชน์ ใบกิจกรรมท่ี 4.4 คานวณหาแรงลพั ธข์ อง 2 แรง ท่ีทา 4.6 การเคลอ่ื นท่ขี องวตั ถุ มมุ 90 องศา ใบกิจกรรมท่ี 4.5 คานวณหาแรงลพั ธข์ อง 2 แรง ท่ีทา มมุ ใบกิจกรรมท่ี 4.6 การเคล่ือนท่ขี องวตั ถุ ใบกิจกรรมท่ี 4.7 คานวณการเคล่ือนท่ขี องวตั ถุ แนวคิดสาคัญ แรง เป็นสาเหตสุ าคญั ท่ีทาใหว้ ตั ถเุ ปล่ียนขนาดของความเรว็ เปลี่ยนทิศทางการเคล่ือนท่ี และทาให้ วตั ถุมกี ารเปล่ียนรูปรา่ ง หนว่ ยวดั ของแรงในระบบ SI คือ นิวตนั แรงท่เี กดิ ขึน้ ในธรรมชาติมีหลายชนิด ไดแ้ ก่ แรงโนม้ ถ่วง แรงแม่เหล็ก แรงไฟฟ้า แรงนิวเคลียร์ มนุษยไ์ ดน้ าความรูเ้ กี่ยวกับแรงมาใช้ ประโยชนใ์ นดา้ น ต่าง ๆ เช่น ดา้ นอุตสาหกรรม ดา้ นเกษตรกรรม แรงมีผลทาให้วัตถุเกิดการเคล่ือนท่ีแบบเล่ือนตาแหน่ง แบบหมนุ และแบบส่นั สมรรถนะหลกั แสดงความรูแ้ ละปฏิบตั เิ ก่ียวกบั แรงและการเคลื่อนท่ี สมรรถนะยอ่ ย ด้านทักษะ ด้านความรู้ 1. บอกการเปลี่ยนแปลงรูปทรงของวตั ถุ 1. อธิบายความหมายของแรงและผลของแรง เม่อื ถกู แรงต่าง ๆ กระทา 2. อธิบายลกั ษณะและชนิดของแรงพรอ้ มทงั้ ยกตวั อย่าง 2. บอกการเปลี่ยนแปลงรูปทรงของวตั ถุ 3. หาแรงลพั ธโ์ ดยการเขยี นรูปและวธิ ีการคานวณ 4. ยกตวั อย่างและทดลองแรงในธรรมชาติ เม่อื ถกู แรงต่าง ๆ กระทา
19 ด้านความรู้ ด้านทกั ษะ 5. อธิบายและคานวณตวั แปรพืน้ ฐานท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การ 3. เขียนรูปแบบหางต่อหวั เพ่อื หาคา่ แรงลพั ธ์ เคลอื่ นท่ี 4. หาแรงลพั ธข์ องแรงท่อี ยใู่ นแนวเดยี วกนั 6. ยกตวั อย่างการนาความรูเ้ รื่องแรงและการเคล่ือนท่ีไป 5. หาแรงลพั ธข์ อง 2 แรงท่ีทามมุ 90 องศา ใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจาวนั 6. หาแรงลพั ธข์ อง 2 แรงท่ีทามมุ 7. ระบปุ ระเภทการเคล่ือนท่ขี องวตั ถแุ บบ ตา่ ง ๆ 8. คานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การ เคล่ือนท่ีของวตั ถุ ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง แสดงออกดา้ นความสนใจใฝ่รู้ การตรงต่อเวลา ความซอ่ื สตั ย์ สจุ ริต ความมนี า้ ใจและแบ่งบนั มี เหตผุ ล รว่ มมือ/ยอมรบั ความคดิ เห็นสว่ นใหญ่ เนือ้ หาสาระ 4.1 ความหมายของแรง แรง (Force) คือ อานาจอย่างหน่ึงท่ีพยายามทาใหว้ ัตถุเปล่ียนสภาพการเคลื่อนท่ี เปลี่ยน ขนาด และรูปร่างของวตั ถุได้ ผลของแรงทาใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงต่อวตั ถุท่ถี กู กระทาดังต่อไปนี้ เช่น วตั ถทุ ่ี อยู่น่ิงเกิดการเคล่ือนท่ี วัตถุท่ีกาลังเคลื่อนท่ีมีความเร็วเพ่ิมขึน้ หรือลดลง เปล่ียนทิศทาง หรือทาใหว้ ัตถุ เปลี่ยนรูปรา่ งอาจเห็นชดั เจน หรอื ไมช่ ดั เจน 4.2 ชนิดของแรง การแบ่งชนิดของแรงโดยอาศยั ลกั ษณะของแรงท่ีมากระทาประกอบกบั การเปล่ียนรูปร่างของ วตั ถเุ ป็นเกณฑ์ แบง่ ไดค้ อื แรงดงึ แรงอดั หรือแรงกด แรงบิด แรงเฉือน 4.3 การหาแรงลพั ธ์ แรงจัดเป็นปริมาณเวกเตอรม์ ีทัง้ ขนาดและทิศทาง แรงหลายแรงสามารถรวมกันไดใ้ หเ้ หลือ เพยี งแรงเดยี ว เรยี กว่า แรงลพั ธ์ การหาแรงลพั ธท์ าได้ 2 วธิ ี ไดแ้ ก่ วธิ ีการสรา้ งรูป และวธิ ีคานวณ 4.4 แรงในธรรมชาติ ในธรรมชาติแรงท่ีกระทาต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัวนั้น แบ่งได้ 4 ชนิด คือ แรงโน้มถ่วงของโลก (Gravitation Force) แรงแม่เหล็ก (Magnetic Force) แรงไฟฟ้าสถิติ (Electrostatic Force) และแรง นิวเคลยี ร์ (Nuclear Force)
20 4.5 แรงเสยี ดทานและการใชป้ ระโยชน์ แรงเสียดทาน หมายถึง แรงท่ีเกิดระหว่างผิวสมั ผสั ของวตั ถุ เป็นแรงตา้ นการเคลื่อนท่ีของวตั ถุ มีทศิ ตรงขา้ มกบั ทิศการเคลอ่ื นท่ขี องวตั ถเุ สมอ 4.6 การเคลอ่ื นท่ขี องวตั ถุ ลักษณะการเคล่ือนท่ีของวัตถุ แบ่งได้ 3 ลักษณะ ได้แก่ การเคล่ือนท่ีแบบเลื่อนตาแหน่ง การเคล่อื นท่แี บบหมนุ และการเคล่ือนท่แี บบส่นั การเคลื่อนท่ีมีปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งคือ ระยะทาง การกระจดั อตั ราเร็ว ความเรว็ ความเรง่ เวลา กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. เตรียมความพรอ้ มในการเรียน โดยการเรียกช่ือ สารวจการแต่งกาย พรอ้ มทัง้ บนั ทึกลงในแบบ สงั เกตความมวี นิ ยั และความรบั ผิดชอบ 2. ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรียน 2.1 ครูฉายภาพรถยนตท์ ่ีอยู่ในสภาพปกติกับภาพรถยนตท์ ่ีถูกชนพังยบั ทงั้ คันใหน้ กั เรียนดู แลว้ ถามนกั เรยี นวา่ ภาพทงั้ สองต่างกนั อย่างไรและรว่ มกนั อภิปรายจนไดข้ อ้ สรุปวา่ รถยนตค์ นั ท่ีพงั ยบั ทงั้ คนั เน่อื งจากมีแรงมากระทาจากการชนกนั 2.2 ครูแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรูแ้ ละใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยท่ี 4 แรงและ การเคลอื่ นท่ี โดยเนน้ ใหท้ าดว้ ยความซ่อื สตั ย์ ไม่ลอกคาตอบของผอู้ ่นื 3. ขนั้ สอน 3.1 นกั เรียนจดั กลมุ่ กลมุ่ ละ 4-5 คน คละเพศ และความสามารถ 3.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษา เรื่อง ความหมายของแรงและทากิจกรรมท่ี 4.1 เร่ือง ผลของ แรงทาใหว้ ตั ถุเปล่ียนรูปทรง โดยเนน้ ใหน้ ักเรียนร่วมมือกนั ทางาน แสดงความคิดเห็นกนั ภายในกลุ่มและ ยอมรบั ฟังความคิดเห็นของกลมุ่ 3.3 ขณะนกั เรียนทากิจกรรม ครูสงั เกตการณท์ ากิจกรรมกล่มุ โดยใชแ้ บบสงั เกต การปฏิบัติ กิจกรรมกลมุ่ 3.4 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรมท่ีทาจากนั้นครูใหค้ วามรูเ้ ร่ือง ชนิดของแรง การหา แรงลพั ธ์ แรงในธรรมชาติ โดยใชส้ ่อื PowerPoint ประกอบการอภิปรายแลกเปลยี่ นความคิดเหน็ 3.5 ครูใหน้ กั เรยี นทาใบกจิ กรรมท่ี 4.2-4.5 3.6 ครูและนกั เรยี นรว่ มสรุปกจิ กรรมโดยใชค้ าถามในใบกจิ กรรม ประกอบในการสรุปผล 3.7 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับแรงเสียดทานและการนาไปใช้ประโยชน์ การเคลอื่ นท่ขี องวตั ถุ ตามรายละเอียดในเอกสารประกอบการสอน โดยใชส้ ่อื PowerPoint ประกอบ 3.8 นกั เรียนทาใบกิจกรรมท่ี 4.6-4.7
21 4. ขนั้ สรุป 4.1 นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ สรุปบทเรยี น โดยการเขยี นเป็นแผนท่คี วามคิด 4.2 นกั เรยี นทาแบบฝึกหดั ทา้ ยบทหนว่ ยท่ี 4 4.3 นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 4 สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้ 1. สื่อการเรียนรู้ หนังสือเรียน หน่วยท่ี 4 เรื่อง แรงและการเคลื่อนท่ี ใบกิจกรรมท่ี 4.1-4.7 แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 4 และแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น และ PowerPoint ประกอบการสอน 2. แหล่งการเรียนรู้ หนังสือ วารสาร เกี่ยวกับวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และอินเทอรเ์ น็ต www.google.com การวดั และการประเมินผล 1. การวดั ผลและการประเมนิ ผล 1.1 แบบประเมินพฤติกรรม ความมีวินัย และความรบั ผิดชอบ ตอ้ งไดค้ ะแนน ไม่นอ้ ยกว่า รอ้ ยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 1.2 ทดสอบโดยใชแ้ บบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น 1.3 สงั เกตการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมกลมุ่ โดยใชแ้ บบประเมนิ ผล การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมกลมุ่ 1.4 ตรวจใบกิจกรรม ตรวจแบบฝึกหดั 2. เกณฑก์ ารวดั และประเมินผล 2.1 แบบประเมินพฤติกรรม ความมีวินัยและความรบั ผิดชอบตอ้ งได้คะแนน ไม่น้อยกว่า รอ้ ยละ 70 ผ่านเกณฑ์ 2.2 แบบทดสอบหลงั เรียน ตอ้ งไดค้ ะแนนไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2.3 แบบประเมินพฤติกรรมปฏิบตั ิกิจกรรมกลุ่ม ตอ้ งไดค้ ะแนนไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 60 ผ่าน เกณฑ์ 2.4 ใบกิจกรรม ตอ้ งไดค้ ะแนนไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2.5 แบบฝึกหดั ตอ้ งไดค้ ะแนนไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ งานทม่ี อบหมาย งานท่ีมอบหมายนอกเหนือเวลาเรียน ใหท้ บทวนเนือ้ หารวมทั้งความสมบูรณ์ของแบบฝึกหัดและ ใบกิจกรรม
22 ผลงาน/ชนิ้ งาน/ความสาเร็จของผู้เรยี น 1. ผลการนาเสนองานจากใบกจิ กรรม 2. ผลการทาแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 4 3. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test) หน่วยท่ี 4 เอกสารอา้ งอิง 1. หนงั สือเรียนวิชา วิทยาศาสตรเ์ พ่อื พฒั นาทกั ษะชีวิต (20000–1301) 2. เว็บไซตแ์ ละสื่อสงิ่ พิมพท์ ่เี กี่ยวขอ้ งกบั เนือ้ หาบทเรยี น
Search
Read the Text Version
- 1 - 7
Pages: