Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ดวงจันทร์

ดวงจันทร์

Published by 945sce00473, 2020-05-31 02:34:53

Description: ดวงจันทร์

Search

Read the Text Version

ดวงจนั ทร์ (Moon) ดวงจันทร์ เป็นบริวารดวงเดียวของโลกช่ือว่า Luna มีขนาดเล็กกว่าโลก หลังจากการก่อตัว ของระบบสุริยะ ดวงจันทร์เย็นตัวอย่างรวดเร็วจนโครงสร้างภายในกลายเป็นของแข็งทั้งหมด จึงไม่มี สนามแม่เหล็ก ดวงจันทร์มีมวลน้อยจึงมีแรงโน้มถ่วงน้อยจนไม่สามารถดึงดูดบรรยากาศไว้ได้ การท่ีไม่มี ชัน้ บรรยากาศห่อหุ้ม ทาใหอ้ ุกกาบาตพงุ่ ชนพ้นื ผวิ โดยอิสระไร้แรงเสียดทาน พื้นผิวของดวงจันทร์จึงปกคลุม ไปด้วยฝุ่นผงและกรวดอุกกาบาต ดวงจันทร์โคจรรอบโลกใช้เวลา 27 วัน 7 ช่ัวโมง 43 นาที มีระยะทาง ห่างจากโลก 384,403 กิโลเมตร ค่ามุมระหว่าง โลก ดวงจันทร์ และ ดวงอาทิตย์ จึงเปลี่ยนแปลงไป ซ่ึงเห็นได้จากการเปล่ียนแปลงลักษณะท่ีปรากฏบนท้องฟ้าของดวงจันทร์ในแต่ละคืน เม่ือมองดูจากโลก เรามองเห็นพื้นท่ีสีคล้าบนดวงจันทร์เป็นรูปกระต่าย คนสมัยก่อนเข้าใจว่า บริเวณนั้นเป็นทะเลบน ดวงจันทร์ แต่ปัจจุบันเป็นท่ีทราบดีกันแล้วว่าบนดวงจันทร์ไม่มีน้า พื้นที่แอ่งสีคล้าบนดวงจันทร์เกิดขึ้น จากการพ่งุ ชนของอุกกาบาตขนาดใหญ่ในยุคแรกของระบบสุริยะ ทาให้พ้ืนผิวของดวงจันทร์ทะลุจนแมกมา ซึ่งอยู่ข้างใต้ไหลข้ึนมาแข็งตัวเป็นหินบะซอลต์ ในยุคหลังๆ อุกกาบาตได้พุ่งชนและหลอมรวมกับ ดาวเคราะห์และดวงจันทร์ต่างๆ ของระบบสุริยะจนหมดแล้ว เหลือแต่อุกกาบาตขนาดจิ๋วซ่ึงยังคงกระหน่า ชนพน้ื ผวิ ดวงจันทรอ์ ยู่ตลอดเวลา ดวงจันทร์หันด้านเดียวเข้าหาโลก เนื่องจากปฏิสัมพันธ์ของแรงไทดัลของโลกและดวงจันทร์ ทาให้ดวงจันทร์หมุนรอบตัวเองใช้เวลาเท่ากับท่ีดวงจันทร์โคจรรอบโลก ด้านตรงข้ามท่ีหันออกจากโลก (Far side of the Moon) จึงเต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่เพราะดวงจันทร์ทาหน้าท่ีปกป้อง ในตัว และแม้ว่าดวงจันทร์จะมีขนาดเล็กกว่าโลกมากแต่ดวงจันทร์ก็มีอิทธิพลกับโลกมาก ทาให้โลก เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น ข้างข้ึนข้างแรม น้าข้ึนน้าลง สุริยุปราคา จันทรุปราคา นักวิทยาศาสตร์พบว่า ดวงจนั ทรก์ าลงั เคลือ่ นทชี่ ้าลงและหา่ งจากโลกมากขนึ้

ปี พ.ศ.2502 สหภาพโซเวียต (รัสเซีย) ได้ส่ง ลูนา 2 ยานอวกาศลาแรกลงไปสารวจพ้ืนผิวดวงจันทร์ สิบปีต่อมาในวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2512 สหรัฐอเมริกาได้ส่ง อะพอลโล 11 ยานอวกาศลาแรก ทีพ่ ามนุษยค์ อื นีล อาร์มสตรอง ไมเคิล คอลลนิ ส์ และ เอ็ดวนิ อัลดริน ไปเยือนดวงจันทร์ นีล อาร์มสตรอง และ เอ็ดวิน อัลดริน ไปเหยียบพ้ืนผิวดวงจันทร์และนาหินบนดวงจันทร์กลับมาตรวจสอบ พบว่ามีอายุ ถึง 3,000 – 4,600 ล้านปี ซึ่งเก่าแก่กว่าหินบนพ้ืนโลก นับเป็นหลักฐานท่ีสาคัญเกี่ยวกับการเกิดของ ระบบสุริยะในยุคเริ่มแรก ยานอวกาศรุ่นใหม่ที่ส่งไปสารวจดวงจันทร์ ได้แก่ คลีเมนไทน์ และ ลูนาร์ โพรสเปคเตอร์ ให้ข้อมูลที่บ่งบอกว่า อาจมีน้าแข็งอยู่ท่ีก้นหลุมอุกกาบาตท่ีบริเวณข้ัวของดวงจันทร์ เน่ืองจากเป็นพื้นที่ท่ีแสงอาทิตย์ส่องลงไปไม่ถึง อย่างไรก็ตาม จากการบังคับยานลูนาร์โพรสเปคเตอ ร์ ให้พุ่งชนดวงจนั ทรไ์ มต่ รวจพบว่ามีเศษน้าแข็งกระเด็นออกมา พืน้ ผวิ ดวงจันทร์ การสังเกตการณ์ดวงจันทร์ เราสามารถจาแนกพ้ืนผิวดวงจันทร์ออกเป็น 2 ส่วน คือ พ้ืนผิวสีอ่อน เรียกว่า “พื้นท่ีสูง” (Highland) เป็นพื้นผิวที่มีระดับความสูงมากกว่าบริเวณอ่ืน มีสภาพขรุขระ และมีหลุม อุกกาบาต อีกส่วนหน่ึงคือ พื้นท่ีสีเข้ม เรียกว่าทะเล “ทะเล” (Mare) เป็นที่ราบที่เกิดจากการพุ่งชนของ อุกกาบาตที่ถกู ลาวาเอ่อขึ้นมากลบ เมื่อระหว่าง 2.5 – 4 พนั ลา้ นปีทผ่ี า่ นมา ทาให้มีสภาพคอ่ นข้างเรียบ

ทำไมดวงจนั ทร์จึงดมู ีขนำดใหญเ่ มอ่ื อยูใ่ กลข้ อบฟ้ำ การท่ีเรามองเห็นดวงจันทร์ขณะอยู่ใกล้บริเวณขอบฟ้า แล้วรู้สึกว่ามีขนาดปรากฏใหญ่กว่า ตาแหน่งอื่นๆบนท้องฟ้า แท้จริงแล้วเป็นภาพลวงตาท่ีเรียกว่า “Moon Illusion” เนื่องจากบริเวณขอบฟ้า มีวัตถุในการเปรียบเทียบขนาด เช่น ภูเขา ต้นไม้ อาคาร เป็นต้น แต่บริเวณกลางท้องฟ้าไม่มีวัตถุใด มาเปรยี บเทียบขนาด ทาใหค้ วามรู้สกึ ในการมองเหน็ ดวงจันทรบ์ รเิ วณกลางทอ้ งฟ้าดูมขี นาดเลก็ กว่าปกติ กำรขนึ้ -ตกของดวงจันทร์ เน่อื งจากดวงจันทร์มีการโคจรไปรอบโลกจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกซึ่งเป็นทิศทางเดียวกัน กับหมุนรอบตัวเองของโลก แต่การหมุนรอบตัวเองของโลกกับการโคจรของดวงจันทร์รอบโลกใช้เวลา ไม่เท่ากันคือดวงจันทร์โคจรรอบโลกใช้เวลามากกว่าจึงทาให้ดวงจันทร์มาปรากฏให้เห็นตาแหน่งเดิมช้าลง ทุกวันจึงทาให้การข้นึ และตกของดวงจันทร์เปลย่ี นแปลงไปทกุ วัน ดวงจันทร์ขึ้น หมายถึง ดวงจันทร์มาปรากฏอยู่ ณ ขอบฟ้าทิศตะวันออกซึ่งจะเป็นเวลาใดก็ได้ ไม่จากัดว่าตอ้ งเปน็ เวลากลางวันหรอื กลางคนื ดวงจันทร์ตก หมายถึง ดวงจันทรม์ าปรากฏอยู่ ณ ขอบฟา้ ทศิ ตะวนั ตก เวลำขึน้ เวลำตกของดวงจนั ทร์มกี ำรเปลี่ยนแปลง สรุปได้ดังนี้ - ดวงจันทร์จะข้นึ และตกชา้ ลงอยา่ งสมา่ เสมอประมาณวนั ละ 50 นาที - ในวนั ข้างขนึ้ ดวงจันทรจ์ ะขึ้นในเวลากลางวนั ก่อนดวงอาทติ ย์ตกและตกในเวลากลางคนื - ในวันขา้ งแรม ดวงจนั ทรข์ น้ึ หลงั ดวงอาทิตย์ตก หรอื ขน้ึ ในเวลากลางคือและตกในเวลากลางวนั - ในวนั ขึน้ 8 คา่ ดวงจนั ทรจ์ ะขนึ้ เวลาประมาณเทยี่ งวนั และตกในเวลาประมาณเทีย่ งคืน - ในวนั แรม 7 ค่า ดวงจันทร์ขน้ึ ในเวลาประมาณเทยี่ งคืน และในเวลาประมาณเทย่ี งวนั - ดวงจันทร์ต้องใช้เวลาประมาณ 30 วนั จงึ จะมเี วลาขน้ึ และตกใกล้เคยี งกับเวลาเดมิ อีกครง้ั หน่ึง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook