Pocket E-book การพยาบาลผใู้ หญ่ 2 NURNS09 นางสาวกาญจนา สนั เพ็ชร์ รหสั 6117701001058 เลขท่ี 29 sec.2 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาวยั ราชภฏั สรุ าษฎรธ์ านี
สารบญั เร่ือง หนา้ หนว่ ยที่1 แนวคิด ทฤษฎี หลกั การพยาบาลในวยั ผใู้ หญท่ ม่ี ภี าวการณก์ ารดแู ลผปู้ ่ วยเฉียบพลนั วิกฤ 1 หนว่ ยท3ี่ การพยาบาลผปู้ ่ วยระยะทา้ ยของชวี ิ ในภาวะวิกฤ 5 หนว่ ยท4ี่ การพยาบาลผปู้ ่ วยทม่ี ี ภาวะวิกฤ ระบบหายใจ 12 หนว่ ยท5ี่ การพยาบาลผปู้ ่ วยทม่ี ภี าวะวิกฤ จากปัญหาปอดทาหนา้ ท่ีผดิ ปก แิ ละการฟ้ื นฟูสภาพปอด 16 หนว่ ยท6ี่ การพยาบาลผปู้ ่ วยทม่ี ภี าวะวกิ ฤ ทางเดินหายใจสว่ นบน 18 หนว่ ยท่7ึ การพยาบาลผปู้ ่ วยที่มภี าวะวิกฤ และฉกุ เฉินของหลอดเลอื ดหวั ใจ กลา้ มเนอื้ หวั ใจ 26 หนว่ ยที8่ การพยาบาลผปู้ ่ วยทีม่ ภี าวะวิกฤ หลอดเลอื ดเอออร์ า้ ลิ้นหวั ใจ และการฟื้ นฟูสภาพหวั ใจ 35 หนว่ ยท9ี่ การพยาบาลผปู้ ่ วยทีม่ ภี าวะวิกฤ หวั ใจลม้ เหลวและหวั ใจเ น้ ผดิ จงั หวะ 39 หนว่ ยท1ี่ 0 การพยาบาลผปู้ ่ วยในภาวะวิกฤ ระบบประสาทและไขสนั หลงั 48 หนว่ ยที1่ 1 การพยาบาลผใู้ หญ่ที่มปี ัญหาในภาวะวิกฤ ระบบทางเดินปัสสาวะ 51 หนว่ ยที1่ 2 การพยาบาลผปู้ ่ วยทมี่ ภี าวะชอ็ ก(shock )และการพยาบาลผปู้ ่ วยทม่ี อี วยั วะลม้ เหลวหลายระบบ 57 ( Multiple organ dysfunction syndrome (MODS) 62 หนว่ ยท1ี่ 3 การฟื้ นคืนชพี
หนว่ ยท่ี1 แนวคดิ ทฤษฎี หลกั การพยาบาลในวยั ผใู้ หญ่ท่มี ภี าวการณก์ ารดแู ลผปู้ ่ วย เฉียบพลนั วิกฤ 1 1
ความหมาย การพยาบาลผปู้ ่ วยที่มอี าการเจ็บป่ วยเกดิ ขนึ้ อยา่ ง หลกั การสาคญั ของการพยาบาลผปู้ ่ วย รวดเร็วหรือเกิดขนึ้ อย่างกะทนั หนั อาจจะถึงขนั้ อนั ราย อ่ ชวี ิ เพื่อใหผ้ ปู้ ่ วยมีอาการทดี ีขนึ้ ปลอดภยั และไมม่ ภี าวะแทรกซอ้ น คานงึ ความเจ็บ ความปลอดภยั อย่าครบองคร์ วมใน ผปู้ ่ วยและครอบครวั อีกทง้ั ยอมรบั เกยี ร ศิ กั ด์ิศรี คณุ คา่ ของผปู้ ่ วย ขอบเขตของการพยาบาลผปู้ ่ วยวิกฤต ผปู้ ่ วยท่ีอยใู่ นภาวะวิกฤ จะรกั ษาในผปู้ ่ วยอายรุ กรรม และศัลยกรรมและการพยาบาลผปู้ ่ วยวิกฤ มกี าร พฒั นาเฉพาะทางเพ่ือใหพ้ ยาบาลศึกษาหาความรแู้ ละ ฝึ กทกั ษะการดแู ลผปู้ ่ วยไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ 2
ประเด็นปัญหาที่เกยี่ วขอ้ งกบั การดแู ลผปู้ ่ วย สมรรถนะของพยาบาลท่ีดแู ลผปู้ ่ วย 1.ปัญหาซบั ซอ้ นและมผี ปู้ ่ วยจานวนมาก อ้ งที่ อ้ งไดก้ ารดแู ล เป็ นคณุ ลกั ษณะเชงิ พฤ กิ รรมทอ่ี งคก์ ร อ้ งการ อย่างใกลช้ ดิ 2.มีโรค ดิ เชอ้ื อบุ ั ซิ า้ และ ดิ เชอ้ื อบุ ั ใิ หญ่ ไดแ้ กก่ าร ดิ เชอ้ื ใน จากผปู้ ฏิบั งิ าน ใหบ้ รรลเุ ป้ าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โรงพยาบาล เชน่ โรคเอดส์ วณั โรคปอด ไขห้ วดั ใหญ่ หรือการ 1.สมรรถนะของพยาบาลวิชาชพี องคป์ ระกอบของ ระบาดโรค ดิ เชอ้ื อบุ ั ใิ หม่ เชน่ โรคไขห้ วดั ใหญ่ โรคซารส์ SARS สมรรถนะในพยาบาลวิชาชพี ประกอบดว้ ย ความรู้ ทกั ษะ ,โรคเมอรส์ และไวรสั โควิด19 เป็ น น้ ทศั นค ิ บคุ ลิกลกั ษณะประจา วั ของบคุ คล และแรงขบั 3.ผสู้ งู อายเุ พ่ิมขน้ึ เม่อื เจ็บป่ วย จะทาใหเ้ สี่ยงอนั รายและ ภายใน ภาวะแทรกซอ้ นมากขน้ึ 2.สมรรถนะของพยาบาลวิชาชพี ของสมาคมพยาบาลแหง่ 4.มีการบาดเจ็บมากจากการเกดิ อบุ ั เิ ห แุ ละอบุ ั ภิ ยั ทาให้ ประเทศสหรฐั อเมริกา ผปู้ ่ วยฉกุ เฉินและวิกฤ เพ่ิมมากขน้ึ 3.สมรรถนะของพยาบาลวิชาชพี ในประเทศไทย 5.มกี ารใชเ้ ทคโนโลยีขน้ั สงู มากขน้ึ สง่ ผลใหม้ กี ารใชจ้ ่ายสงู 4.สมรรถนะหลกั ของพยาบาลวิชาชพี และผดงุ ครรภช์ นั้ หนงึ่ ม1ี 4สมรรถนะ การดแู ลผปู้ ่ วยที่มีการเจ็บป่ วยเฉียบพลนั วิกฤตใน ความทา้ ทา้ ยของพยาบาล ปัจจบุ นั 1.เนน้ การใชเ้ ทคโนโลยีขนั้ สงู เพ่ือลดภาวะแทรกซอ้ น ทาให้ พยาบาล อ้ งมกี ารปรบั วั ในการทางาน ผปู้ ่ วยฟื้ น วั เร็ว 2.ลดความเขม้ งวดในการเยี่ยมผปู้ ่ วย เพ่ือใหญ้ า สิ ามารถ เพ่ือใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพ เชน่ พฒั นาดา้ นภาษาอังกฤษ ใกลช้ ดิ ผปู้ ่ วยมากย่ิงขน้ึ 3.มกี ารทางานรว่ มกบั สหสาขาวิชาชพี อื่นๆ พฒั นาความรทู้ างวิชาการปละคณุ ภาพ อ้ งสามารถ 4.มงุ่ เนน้ การป้ องกนั การ ดิ เชอ้ื ในโรงพยาบาล ดแู ลผปู้ ่ วยทม่ี ีการใชเ้ ทคโนโลยีขน้ั สงู และ อ้ งมหี นา้ ที่ ในการสง่ เสริมการบริการคณุ ภาพ เป็ น น้ 3
แนวคิดการพยาบาลผปู้ ่ วยภาวการณเ์ จ็บป่ วยเฉียบพลนั วิกฤต การใชก้ รอบแนวคิด FASTHUG and BANDAIDS เป็ นการดแู ลผปู้ ่ วยวิกฤ อย่างมี ประสิทธิภาพซึ่งมี15องคป์ ระกอบ อ่ มาไดม้ กี ารปรบั ปรงุ เครื่องมอื เป็ น วั ช่วยความจา FAST HUGS BID ซึ่งสามารถแกไ้ ขปัญหาในผปู้ ่ วยในผปู้ ่ วยหลงั ผา่ ดั ในหอ้ ง ICU ไดอ้ ยา่ งมี ประสิทธิภาพ แนวปฏิบั ทิ างการพาบาล ใชแ้ นวคิด Bundle : ABCDE care bundle คือการจดั การปัญหาสขุ ภาพ เพื่อใหไ้ ดผ้ ลลพั ธท์ ี่ดที ่ีสดุ มี3ประการ คือ สะดวกในการสื่อสารระหวา่ งบคุ ลากรทีมสขุ ภาพ ICU , เป็ นมา รฐานการพยาบาล และลดการใชย้ านอนหลบั ลดการใช้ เครื่องมอื ชว่ ยหายใจ การดแู ล ามแนวทาง ABCDE Bundle A:Awakening trials การประเมินและดแู ลสง่ เสรมิ ใหผ้ ปู้ ่ วยรตู้ วั จากยานอนหลบั B:Breathing trials สง่ เสรมิ ใหผ้ ปู้ ่ วยหยา่ เครอื่ งช่วยหายใจและหายใจเอง C:Co ordination ทางานรว่ มกบั สหสาขาวิชาชีพ เพื่อกระตนุ้ ใหผ้ ปู้ ่ วยใชเ้ ครอ่ื งช่วยหายใจในระยะสนั้ ท่ีสดุ D:Delirium ประเมินภาวะสบั สน บรหิ ารยากลม่ ุ Opioidและยานอนหลบั อยา่ ระมดั ระวงั E:Early mobilization and ambulation ใหม้ ีการเคลือ่ นไหวรา่ งกาย ทากายภาพบาบดั และลกุ ข้นึ จากเตียงเร็วข้นึ 4
หน่วยท่ี3 การพยาบาลผปู้ ่ วยระยะทา้ ยของ ชีวิตในภาวะวิกฤต 5
การพยาบาลผปู้ ่ วยระยะทา้ ยของชีวิตในภาวะวิกฤต 1.การพยาบาลผปู้ ่ วยระยะทา้ ยของชีวติ ในภาวะวกิ ฤต 2.การพยาบาลผปู้ ่ วยระยะทา้ ยของชีวติ (end of life care in ICU ) ในผปู้ ่ วยเร้ือรัง ผปู้ ่ วยมีความเจบ็ ป่ วยรุนแรง คุกคามต่อชีวติ และ ผปู้ ่ วยระยะเร้ือรังไม่สามารถรักษาใหห้ ายขาดได้ มีเคร่ืองมือใหม่ๆในการทาหตั ถการ เพ่ือลดความ เนื่องจากมีอาการที่ซบั ซอ้ นและการทางานของอวยั วะ แทรกซอ้ นของโรค ซ่ึงเกิดจากอวยั วะไม่สามารถ ลดลงและเกิดจากการวติ กกงั วล เครียด หมดหวงั เป็น ทางานได้ และมีโอกาสรอดนอ้ ย อาการแยล่ ง จน ตน้ ดงั น้นั พยาบาลจึงตอ้ งดูแลและใหค้ าแนะนา ไม่สามารถช่วยชีวติ ได้ พยาบาลจึงควรดูแลผปู้ ่ วย ผปู้ ่ วยและญาติในการตอบสนองของร่างกาย, จดั โดยเฉพาะดา้ นจิตวญิ ญาณ เพอื่ ช่วยใหผ้ ปู้ ่ วยพน้ สิ่งแวดลอ้ มใหเ้ หมาะสมและสร้างความสมั พนั ธภาพ จากปัญหาอุปสรรคต่างๆ ท่ีดี และเป็นผฟู้ ังท่ีดี ,ช่วยใหผ้ ปู้ ่ วยและญาติเตรียมตวั ใจ ยอมรับความตาย เพือ่ ใหผ้ ปู้ ่ วยจากไปอยา่ งสงบ 6
การพยาบาลผู้ป่ วยด้วย หัวใจความเป็ นมนุษย์ ผดู้ ูแลตอ้ งมีจิตวญิ ญาณในการดูแลแบบ ประคบั ประคอง เช่น มีความสามารถในการ ตระหนกั รู้ และจิตศรัทธา, ยอมรับ เห็นอก เห็นใจต่อเพื่อนมนุษย,์ พฤติกรรมการ พยาบาลที่มีจิตวญิ ญาณ ดูแลครบองคร์ วม 7
ความสาคญั ของการดูแลผู้ป่ วยด้วยหัวใจความเป็ นมนุษย์ 1.ปฏิบตั ดิ ้วยคามรัก ความเมตตาควบคู่ไปกบั การรักษาพยาบาลด้วยความรัก 2.เน้นการให้คุณค่ากบั บุคคล ยอมรับความต้องการพืน้ ฐานของบุคคล และให้การดูแล แบบครบองค์รวม 3.การดูแลทคี่ านึงถึงสิทธิและความแตกต่างทางวฒั นธรรม ลกั ษณะของการดูแลผ้ปู ่ วยด้วยหัวใจความเป็ นมนุษย์ 1.มีความเมตตา สงสารเข้าใจและเหน็ ใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา 2.ตระหนักความสาคญั ของการตอบสนองด้านจิตวิญญาณ 3.มีความรคู้ วามเข้าใจในธรรมชาติของบคุ คลอย่างครบองคร์ วม 8
1.ด้านการจัดสิ่งแวดล้อม ใหม้ ีผคู้ น เสียงรบกวน แสงไฟ หรือเครื่องมือทางการแพทยใ์ หน้ อ้ ยท่ีสุด 9.ด้านการจัดการค่าใช้จ่าย สนบั สนุนดา้ นการใช้ 2.ด้านการจัดทมี สหสาขาวชิ าชีพ ใหส้ หสาขา จ่ายและระยะเวลาท่ีมีความเหมาะสมของการนอน วชิ าชีพอื่นๆมีส่วนร่วมในการดูแลผปู้ ่ วย โรงพยาบาลใหแ้ ก่ผปู้ ่ วยระยะสุดทา้ ย 8.ด้านการเพม่ิ สมรรถนะให้แก่บุคลากร 3.ด้านการดูแลแบบองค์รวม โดยยดึ ผปู้ ่ วย และผู้บริบาล สนบั สนุนใหม้ ีการ เป็นศนู ยก์ ลาง และจดั กิจกรรมบาบดั ที่ช่วย ศึกษาวจิ ยั โดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ ใหจ้ ิตใจผอ่ นคลาย 7.ด้านกฎหมายและจริยธรรม เคารพการติด 4.ด้านการจกั การความปวดด้วยการไม่ใช่ยา สินใจของผปู้ ่ วยในแผนการรักษาวาระสุดทา้ ย และใช้ยา การใหย้ าตามแผนการรักษาและ ของชีวติ เทคนิคการผอ่ ยคลาย หรือการบาบดั 6.ด้านการติดต่อส่ือสารและการประสาร 5.ด้านการวางแผนจาหน่ายและส่งต่อผู้ป่ วย ประเมิน ความพร้อมในการส่งต่อผปู้ ่ วยไปโรงพยาบาลใกลบ้ า้ น งาน จดั ระบบการสื่อสารซ่ึงเป็นหนา้ ท่ี หรือกลบั บา้ น และประเมินความพร้อมของญาติ หลกั ใหค้ วามรู้แก่ผปู้ ่ วยและครอบครัว 9
หน่วยท่ี4 การพยาบาลผปู้ ่ วยทม่ี ี ภาวะวิกฤ ระบบหายใจ 10
โรคหวดั (Common cold or Acute coryza) โรคปอดอกั เสบ (Pneumonia) เกดิ จากเชอื้ ไรโนไวรสั (Rhinovirus) เกิดจากเชอื้ แบคทเี รีย เชอ้ื Pneumococcus ,Staphylococcus และ อาการหลายอยา่ ง เริ่มดว้ ยคดั จมกู จาม คอแหง้ มี Klebsiella ,เชอื้ ไวรสั , เชอ้ื ไมโคพลาสมา นา้ มกู ใสๆ ไหลออกมา มีนา้ าคลอ กลวั แสง รสู้ กึ พยาธิสภาพแบง่ ไดเ้ ป็ น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ระยะเลือดคงั่ พบใน ไมส่ บาย 12-24 ชวั่ โมงแรก หลงั จากเชอ้ื แบคทีเรียเขา้ ไปในถงุ ลมและมี การอกั เสบของหลอดลมแบบเฉียบพลนั การเพ่ิมจานวนขน้ึ อยา่ งรวดเร็วระยะนอี้ าจมเี ชอ้ื แบคทเี รียเขา้ สู่ (Acute Bronchitis or Tracheobronchitis) กระแสเลือด (Bacteremia) ระยะที่ 2 ระยะปอดแข็ง วั การอกั เสบของหลอดลมใหญ่ หรือ หลอดลมคอ (Hepatization) ระยะปอดแข็ง วั นเ้ี กิดขนึ้ ในวนั ที่ 2-3 ของโรค เนอ่ื งจากมี การระคายเคืองหรือการ ดิ เชอ้ื มกี าร ระยะที่ 3 ระยะฟ้ื น วั (Resolution) ในวนั ที่ 7-10 ของโรค บวมของเย่ือบหุ ลอดลม เยื่อบหุ ลอดลมอกั เสบ โรคนอ้ี าจเป็ นสาเห ทุ าใหเ้ กดิ โรคอ่ืนๆ ามมา เชน่ ปอดแฟบ, ฝี ขดั ขวางทาใหเ้ กดิ เสมหะ การรกั ษา ยาบรรเทา ในปอด, เย่ือหมุ้ สมองอกั เสบ, เย่ือหมุ้ หวั ใจอกั เสบ อาการไอ ยาขยายหลอดลม ยาปฏิชวี นะ ยาแก้ การรกั ษา ยาบรรเทาอาการไอ ยาขยายหลอดลม ยาปฏิชวี นะ ปวดลดไข้ ยาแกป้ วดลดไข้ ฝี ในปอด (lung abscess) เป็ นการอกั เสบท่มี เี นอื้ ปอด าย และมหี นองท่บี ริเวณท่ี เป็ นฝี มขี อบเข ชดั เจน เกิดจากเชอื้ แบคทีเรีย สาเห ุ เกดิ จากจากการอดุ นั ของหลอดลมจากการ ดิ เชอ้ื แบคทเี รีย , เกดิ อ่ มาจากหลอดโลหิ ในปอดอดุ นั สาลกั นา้ มกู นา้ ลาย เขา้ ไปใน ปอด พยาธิสภาพ เชอ้ื โรคลงไปยงั ปอดหรือมกี ารกระจาย วั ของเชอื้ แบคทเี รียทางกระแสโลหิ เกิดการอกั เสบ บริเวณที่เป็ นฝี จะแข็ง มกี ารอดุ กน้ั ของหลอดโลหิ หนองจะระบายออกทางโพรงหลอดลม ผปู้ ่ วยจะเร่ิมไอ มเี สมหะ ถา้ หนองไหลไดส้ ะดวกระบายออก หมดบริเวณทเี่ ป็ นฝี จะยบุ ดิ กนั การรกั ษา ยาปฏิชวี นะ ยาขบั เสมหะ ยาขยายหลอดลม 11
โรคหอบหืด มีจากการหด วั หรือ บี นั ของกลา้ มเนอื้ รอบหลอดลม ชอ่ ง ทางเดนิ หายใจสว่ นหลอดลม ทาใหห้ ายใจขดั และ อากาศเขา้ สปู่ อดนอ้ ยลง สง่ิ กระ นุ้ ใหจ้ บั หืดไดแ้ ก่ เกสร น้ ไมแ้ ละหญา้ ไขห้ วดั ขนสั ว์ ควนั บหุ ร่ี ฝ่ ุน สมรรถภาพในการทางานของปอดลดลง ปริมาณอากาศ ที่คา้ งอยใู่ นปอดหลงั หายใจออก เ ็มท่ีสงู ขนึ้ ออกซิเจนใน โลหิ า่ ลง คารบ์ อนไดออกไซดส์ งู ขน้ึ การแลกเปล่ียนกา๊ ซ ผิดปก ทิ าใหม้ ีภาวะ า่ งๆ ามมาคือการทางานของปอด ลดลงอากาศท่คี า้ งอยใู่ นปอดหลงั หายใจออกเ ็มที่สงู ขน้ึ ออกซิเจนในเลอื ด า่ คารบ์ อนไดออกไซดส์ งู ทาใหเ้ ลือดเป็ น กรดและทาใหห้ ายใจวายไดเ้ รียกว่าอาการหอบหืดชนดิ รนุ แรง (status asthmaticus) การประเมินภาวะสขุ ภาพ 1 ประวั อิ าการและอาการแสดง 2 การ รวจร่างกายหายใจเร็วมากไดย้ ินเสยี ง wheezing ,Cyanosis 3 การ รวจพิเศษการ รวจเลือดดคู า่ ออกซิเจนและ คารบ์ อนไดออกไซด์ การทดสอบการแพ้ การรกั ษา หลกี เลีย่ งสารที่แพแ้ ละใชย้ าสดู 12
โรคปอดอดุ กนั้ เร้ือรงั chronic obstructive pulmonary decease (COPD) สาเห คุ ือการสบู บหุ ร่ี จะมอี าการไอและมเี สมหะเร้ือรงั เป็ นๆหายๆและทาใหก้ ารแลกเปลย่ี นกา๊ ซผดิ ปก ไิ ป พยาธิสภาพ การระคายเคือง อ่ หลอดลมจากการสบู บหุ รี่ทาใหก้ ารเคล่ือนไหวนอ้ ยลงทาใหก้ ารขบั เสมหะเสยี ไป มกี ารอกั เสบ จากการ ดิ เชอ้ื แบคทีเรีย ทาใหผ้ นงั หลอดลมและถงุ ลมถกู ทาลาย ถงุ ลมปอดโป่ งพอง ทาใหก้ ารอดุ นั ของทางเดินหายใจ การประเมินภาวะสขุ ภาพ 1 ประวั อิ าการและอาการแสดงการสบู บหุ รี่ การหายใจลม้ เหลว เป็ น น้ 2 การ รวจรา่ งกายพบผิวกายเขยี วคลา้ หายใจ อกถงั เบียร์ ยินเสยี งwheezing 3 การ รวจพิเศษ รวจดคู ่าออกซิเจนและคารบ์ อนไดออกไซดท์ ดสอบสมรรถภาพปอดและการถ่ายภาพรงั สีปอด การรกั ษา ยาการรกั ษาดว้ ยออกซิเจนในการใหอ้ อกซิเจนขนาด า่ ๆ อ่อนเพลยี เนอ่ื งจากเสยี นา้ เกลือแรแ่ ละพลงั งานจากการหายใจ โรควณั โรคปอด Tuberculosis 13 เกิดจากเชอื้ แบคทเี รีย สาเห ุ เป็ นเชอื้ แบคทีเรียชอื่ ไมโครแบคทีเรียทเู บอรค์ โู ลซิส มี อาการของโรค ไอเรื้อรงั สปั ดาหข์ น้ึ ไปมีเลือดออก มีไข้ อนบ่ายๆ เหงอื่ ออกมาก อน กลางคืน นา้ หนกั ลดอ่อนเพลีย เบ่ืออาหารเจ็บหนา้ อกและเหนอ่ื ยหอบ การ ดิ เชอื้ มคี นในครอบครวั ป่ วยเป็ นวณั โรค ,การฟังปอดจะพบ capitation เสียงจะ ลดลง ,ยอ้ มเสมหะพบ Acid Fast Bacilli , รวจเลือดพบเม็ดเลอื ดขาวสงู กวา่ ปก ิ ,การ ทดสอบ toberculin การรกั ษาวณั โรคปอด 1 ชว่ งแรก,Ethambutol,Rifampin,streptomycin 2 ชว่ งหลงั ไดแ้ ก่ Viomycin, Capreomycin, ผทู้ ี่เคยรกั ษาทไี่ มน่ อ้ ยกว่า 6 เดอื นแลว้ ว่ารกั ษาไมไ่ ดผ้ ลใหเ้ ปลี่ยนมาใชย้ าขนาน ใหม่ ถา้ เคยไดร้ บั การรกั ษามาครบแลว้ โรคเงยี บ เกดิ ขน้ึ ใหมจ่ ะใหก้ ารรกั ษาแบบเดมิ กอ่ น แลว้ ทดสอบวา่ เชอื้ า้ นยาชนดิ ใดและเปล่ยี นยา วั ใหมแ่ ทน
ภาวะลิ่มเลอื ดอุดตันในหลอดเลอื ดแดงปอด (Pulmonary embolism) เกดิ จากล่ิมเลือดหลดุ ไปอดุ กนั้ หลอดเลอื ดปอด ทาให้ ผปู้ ่ วยมกั อาการ หายใจหอบ เหนอื่ ย ไอ และเจ็บหนา้ อก หายใจลา้ บากหรือหายใจไมไ่ อแลว้ มีเลอื ดปนมากบั เสมหะ หรือไอเป็ นเลอื ด มไี ข้ วิงเวียนศีรษะ สาเห ุ มาจากลิม่ เลือดทอ่ี ดุ นั บริเวณหลอดเลอื ด ขาหลดุ ไปอดุ กน้ั หลอดเลอื ดปอด และบางครง้ั อาจเกิดจาก การอดุ นั ของไขมนั คอลลาเจน เนอ้ื เยื่อ เนอื้ งอก หรือ ฟองอากาศในหลอดเลอื ดปอด การวินจิ ฉยั 1.การ รวจเลอื ด เพื่อหาค่าดไี ดเมอร์ (D-Dimer) 2.การเอกซเรยท์ รวงอก (CXR) 3.การเอกซเรยค์ อมพิวเ อร์ (CT-Scan) 4.การ รวจดว้ ยคลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟ้ า 5.การอลั ราซาวด์ 6.การ รวจคล่ืนไฟฟ้ าหวั ใจ การรกั ษา การใชย้ า า้ นการแข็ง วั ของเลือด Heparin Warfarin , การสอดทอ่ เขา้ ทางหลอดเลอื ดเพื่อกาจดั ล่ิม เลอื ดทอ่ี ดุ นั และการผา่ ดั 14
15
บทท่ี5 การพยาบาลผปู้ ่ วยทมี่ ภี าวะวิกฤ จาก ปัญหาปอดทาหนา้ ท่ผี ดิ ปก แิ ละการ ฟ้ื นฟูสภาพปอด 16
โรค พยาธิสภาพ สาเหต ุ อาการ การรกั ษา โรคปอด ระยะท่ี 1ระยะเลือดคงั่ พบใน12-24 ชวั่ โมง เชอ้ื แบคทีเรียPneumococcus การหายใจสะดดุ เกดิ เป็ นการ อกั เสบ แรก หลงั จากเชอ้ื แบคทเี รียเขา้ ไปในถงุ ลม ,เชอื้ ไวรสั ,เชอื้ ไมโคพลาสมา อาการหายใจหอบ ประคบั ประคองและ (Pneumonia) อาจมเี ชอื้ แบคทเี รียเขา้ สกู่ ระแสเลือด , เหนอ่ื ย อาจมี ป้ องกนั การ ดิ เชอื้ ระยะท่ี 2 ระยะปอดแข็ง วั ในวนั ท่ี 2-3 ของ อนั รายถึงชวี ิ ได้ ซา้ เ มิ การใชย้ าแกไ้ อ ระยะท่ี 3 ฟ้ื น วั ในวนั ท่ี 7-10 ของโรค ยาขยายหลอดลม ยา รา่ งกายมภี มู ิ า้ นโรคเกิด เม็ดเลือดขาว แกป้ วดลดไข้ สามารถทาลายแบคทีเรีย ที่ถงุ ลมใหห้ มด ยาปฏิชวี นะ ภาวะปอด การระบายอากาศในแขนงหลอดลมถกู ปิ ด การสบู บหุ ร่ี ผวิ กายเขยี วคลา้ การจดั ทา่ นอนและ แฟบ กน้ั หรืออดุ นั ทนั ทที นั ใดหรือค่อยๆเกดิ ขนึ้ การหายใจเกิน หายใจ เปลย่ี นทา่ บอ่ ยๆ ( Atelectasis ) ความรนุ แรงขน้ึ อยกู่ บั าแหนง่ ทอ่ี ดุ นั แรง หายใจแผว่ การกระ นุ้ ใหล้ กุ นงั่ นอนราบไมไ่ ด้ มีไข้ ลกุ เดนิ พลิก ะแคง ชพี จรเร็ว วั การไออยา่ งมี ประสิทธิภาพ ภาวะ มีของเหลวปริมาณมากเกิน ปก ใิ นพื้นที่ ของเหลวเพ่ิมปริมาณขนึ้ หอบหายใจถี่ หายใจ การระบายของเหลว ของเหลวคง่ั ระหว่างเยื่อหมุ้ ปอดและเย่ือหมุ้ ชอ่ งอก โดย ของเหลวแบบใส ลาบากเม่อื นอนราบ ออกจากชอ่ งเย่ือหมุ้ , ในช่องเยอ่ื หมุ้ ปริมาณนา้ ที่มากขนึ้ จะไปกดทบั ปอด สง่ ผล (Transudate)และของเหลว ไอแหง้ และมไี ข้ Pleurodesis , การ ปอด (plural ใหป้ อดขยาย วั ได้ ไมเ่ ็มที่ แบบขนุ่ (Exudate) เนอ่ื งจากปอด ดิ เชอื้ ผา่ ดั effusion) โรคอบุ ตั ิใหม่ เป็ นการสมั ผสั จากฝ่ ุนละอองจาก ไอ จาม เป็ นโรค ดิ อ่ ท่เี กดิ จากเชอ้ื มีไข่ 35.7องศาขน้ึ ไป ลา้ งมือ ใสห่ นา้ กาก (Co-vid 19) หรือสงิ่ คดั คลงั่ แลว้ นาเขา้ สรู่ ่างกาย มีระยะ ไวรสั โคโรนา่ ในคา้ งคาวแลว้ ไอ มนี า้ มกู เจ็บคอ อนามยั ยืนหา่ งกนั 3 ฝัก วั 14 วนั แพร่สงู่ แู ลว้ แพร่สคู่ นอีกที เม ร 17
หน่วยท่ี6 การพยาบาลผปู้ ่ วยที่มีภาวะวิกฤตทางเดินหายใจสว่ นบน 18
สาเหตขุ องทางเดินหายใจสว่ นบนอดุ กนั้ อาการ และอาการแสดง 1. บาดเจ็บจากสาเห ุ า่ ง เชน่ ถกู ยิง ถกู ทารา้ ยรา่ งกาย ไดร้ บั อบุ ั เิ ห ุ ไฟไหม้ กลืน สาลกั สารเคมขีองภาวะทางเดินหายใจ 2. การอกั เสบ ดิ เชอื้ ทางเดนิ หายใจสว่ นบน เชน่ กลอ่ งเสยี งอกั เสบ อวยั วะในชอ่ งปากอกั เสบ ส่วนบนอดุ กนั้ หายใจมีเสียงดงั 3. มกี อ้ นเนอ้ื งอก มะเร็ง เชน่ มะเร็งทีค่ อหอย ฟังดว้ ยหฟู ังมีเสียงลม หายใจเบา เสียงเปล่ียน หายใจลาบาก กลืน 4. สาลกั สิง่ แปลกปลอม เชน่ เศษอาหาร เมล็ดผลไม้ เหรียญ ลาบาก นอนราบไมไ่ ด้ รมิ ฝีปากเขียวคลา้ 5. ช็อคจากปฏิกริ ิยาการแพ้ โรคหอบหืด (asthma) โรคหลอดลมอดุ กน้ั เรื้อรงั และมี ออกซเิ จนต่า ภาวะกลอ่ งเสียงบวม เนอื่ งจากการคาทอ่ ชว่ ยหายใจนาน และเม่ือถอดทอ่ ชว่ ยหายใจ เกดิ หลอดลม บี แคบ 19
การสาลกั สิ่งแปลกปลอมและมีการอดุ กน้ั ทางเดินหายใจสว่ นบน 1.การอดุ กนั้ แบบไมส่ มบรู ณ์ (incomplete obstruction) อาการ และอาการแสดง : เอามือกมุ คอ ไม่ พดู ไดย้ ินเสียงลมหายใจเขา้ เพียงเล็กนอ้ ย ริมฝี ปากเขยี ว หนา้ เขยี ว 2.การอดุ กนั้ แบบสมบรู ณ์ (complete obstruction) การพยาบาล Abdominal thrust :โดยโนม้ วั พาดพนกั เกา้ อี้ แลว้ ดนั ทอ้ ง วั เองเขา้ หาพนกั เกา้ อ้ี กรณีท่ชี ว่ ยเหลอื ทา แลว้ ส่งิ อดุ กนั้ ไมห่ ลดุ ออก หรือหลดุ ออก และผปู้ ่ วยมภี าวะหวั ใจหยดุ เ น้ ให้ รีบทาการกดหนา้ อกนวดหวั ใจ (CPR) หลงั จากกดหนา้ อก กอ่ นชว่ ยหายใจใหเ้ ปิ ดปากดถู า้ พบสง่ิ แปลกปลอม อ้ งคีบออก และรีบชว่ ยหายใจ 1. การเปิ ดทางเดนิ หายใจใหโ้ ลง่ โดยใชอ้ ปุ กรณ์ oropharyngeal airway 2.การเ รียมอปุ กรณช์ ว่ ยหายใจดว้ ยหนา้ กาก (mask ventilation) 3.การชว่ ยหายใจโดยการใส่ Laryngeal mask airway (LMA) กรณีผปู้ ่ วยมีปัญหารา่ งกาย ขาดออกซิเจน และหยดุ หายใจ และไมม่ แี พทยใ์ สท่ อ่ ชว่ ยหายใจ 4.การเ รียมอปุ กรณใ์ สท่ อ่ ชว่ ยหายใจ (endotracheal tube) 20
การพยาบาลผปู้ ่ วยท่ีใช้ เครอื่ งชว่ ยหายใจ หลกั การทางานและชนิดของเครอ่ื งช่วยหายใจ ชนิดการทางานของเครอ่ื งช่วยหายใจ ขบวนการดนั อากาศเขา้ สปู่ อด โดยอาศยั ความ 1. เครื่องกาหนดอั ราการไหล ามทกี่ าหนด (flow control variable) 2. เคร่ืองกาหนดปริมา ร ามท่ีกาหนด (Volume control variable) ดนั บวก มีหลกั การเชน่ เดยี วกบั การเป่ าปาก หรือเป่ า 3. เครื่องกาหนดความดนั ถึงจดุ ทีก่ าหนด (Pressure control variable) อากาศเขา้ ไปในปอดของผปู้ ่ วยเม่อื ปอดขยาย วั ได้ 4. เคร่ืองกาหนดเวลาในการหายใจเขา้ (Time control variable) ระดบั หนงึ่ แลว้ จึงปลอ่ ยใหอ้ ากาศระบายออก ขอ้ บ่งช้ีการใชเ้ ครอ่ื งช่วยหายใจ 1.ผปู้ ่ วยมปี ัญหาระบบหายใจ เชน่ ผปู้ ่ วยมภี าวะหายใจชา้ , ภาวะหยดุ หายใจ (apnea) ,มีโรค asthma /COPD ทมี่ ีอาการรนุ แรง,มีการอดุ กนั้ ของทางเดนิ หายใจสว่ นบน ,มีภาวะหายใจลม้ เหลว 2.ผปู้ ่ วยมีปัญหาระบบไหลเวียน เชน่ มภี าวะช็อครนุ แรง ,มีภาวะหวั ใจหยดุ เ น้ 3.ผปู้ ่ วยบาดเจ็บศีรษะ มีเลือดออกในสมอง 4.ผปู้ ่ วยหลงั ผา่ ดั ใหญ่และไดร้ บั ยาระงบั ความรสู้ ึกนาน 5.ผปู้ ่ วยท่ีมภี าวะกรด ดา่ งของร่างกายผดิ ปก ิ 21
สว่ นประกอบของเครอ่ื งชว่ ยหายใจ หลกั ๆ ประมาณ 4 สว่ น สว่ นที่ 1 เป็ นระบบการควบคมุ ของเครื่องชว่ ยหายใจ (Ventilation control system) ใชป้ รบั ง้ั คา่ (setting) ใหเ้ หมาะสม กบั สภาพผปู้ ่ วย สว่ นท่ี 3 เป็ นระบบสญั ญาณเ อื นทงั้ การทางานของ สว่ นที่ 2 เป็ นระบบการทางานของผปู้ ่ วย (Patient monitor เครื่อง (Alarm system) ประกอบดว้ ย system ) อยทู่ แี่ ถบดา้ นบนของหนา้ จอ เป็ นสว่ นที่แสดงค่า - high pressure alarm เ อื นเมือ่ ความดนั ในทางเดนิ หายใจ า่ งๆ ประกอบดว้ ยค่า P peak (ค่าความดนั สงู สดุ ) , PEEP , ผปู้ ่ วยสงู กวา่ คา่ ท่กี าหนด Vte (tidal volume ชว่ งหายใจออก) คา่ VE (minute volume) - low pressure alarm เ อื นเม่ือความดนั ในทางเดนิ หายใจ และ rate (อั ราการหายใจ) ผปู้ ่ วย า่ กว่าค่าที่กาหนด - Tidal volume เ อื นดงั ขน้ึ ถา้ ปริมา รกา๊ ซท่จี า่ ยใหผ้ ปู้ ่ วย สว่ นที่ 4 เป็ นสว่ นทใี่ หค้ วามชมุ่ ชน้ื แกท่ างเดินหายใจ า่ หรือสงู เกนิ คา่ ท่ี ง้ั ไว้ (Nebulizer or humidifier) มีระบบพน่ ละอองฝอย อ้ งเ มิ นา้ - apnea เ อื นเมือ่ ผปู้ ่ วยหยดุ หายใจนานเกิน 15-20 วินาที กลนั่ ในกระบอกใสน่ า้ รวจสอบระดบั นา้ ในกระบอกใหอ้ ยใู่ น - Inoperative alarm เ อื นเมื่อเกิดความผิดปก ภิ ายในเคร่ือง ระดบั ทเ่ี หมาะสม และคอย รวจดนู า้ จากการระเหยเขา้ ไปอยู่ ในกะเปาะขอ้ อ่ water trap และในทอ่ วงจรชว่ ยหายใจ 22
การพยาบาลผปู้ ่ วยที่ใชเ้ ครอ่ื งชว่ ยหายใจ การพยาบาลขณะคาท่อชว่ ยหายใจ การพยาบาลขณะใชเ้ ครอ่ื งชว่ ยหายใจ 1.การ รวจวดั สญั ญาณชพี ิด ามเครื่องไฟฟ้ า 1.ดแู ลสายทอ่ วงจรไมห่ กั พบั หลดุ หมน้ั เ มิ หวั ใจ รวจวดั v/s และบันทกึ ทกุ ๆ 2 ชวั่ โมง 2. นา้ ในหมอ้ ใหม้ คี วามชนื้ เสมอ จดั ทา่ นอนศีรษะสงู 45-60 องศา เพอื่ ใหป้ อด 2.ดแู ลใหอ้ าหารทางสายยาง ขยาย วั ดี 3. ิด ามค่าอลั บมู นิ ค่าปก ิ 3.5-5 3.ดขู นาดทอ่ ชว่ ยหายใจ และขดี ความลึก ลง gm/dL. บันทึกทกุ วนั ดกู ารผกู ยึดทอ่ ดว้ ยพลาสเ อร์ เพ่ือ 4.ดแู ลใหไ้ ดร้ บั สารนา้ ทางหลอดเลือดดา ไมใ่ หเ้ ลอ่ื น 5. ิด าม urine out put ค่าปก ิ 0.5-1 4.ฟังเสียงปอดเพื่อประเมิน cc./kg/hr. และบันทกึ Intake/output 5. ดิ ามผลเอ็กซเรย์ เพื่อดคู วามผดิ ปก ิ และดู 6. ิด ามผล aterial blood gass ในหลอด าแหนง่ ความลึกทเ่ี หมาะสม เลือดแดง เพ่ือดคู ่าความผดิ ปก ขิ องกรด 6. รวจสอบความดนั ของกระเปาะ หรือวดั cuff ดา่ งในรา่ งกาย pressure เพ่ือป้ องกนั การ บี แคบของกลอ่ งเสียง 7.ดแู ลดา้ นจิ ใจของผปู้ ่ วย ควรพดู คยุ ให้ 7.เคาะปอดและดดู เสมหะ เพื่อใหท้ างเดนิ หายใจ กาลงั ใจผปู้ ่ วย โลง่ และฟังเสียงปอด 8.ทาความสะอาดชอ่ งปาด ดว้ ย 0.12 chlorhexidine ทกุ 12 ชวั่ โมง เพ่ือลดจานวนเช่ือ โรคในปาก 23
การพยาบาลผปู้ ่ วยท่ีหยา่ เคร่ืองชว่ ยหายใจ (Weaning) วิธีการหยา่ เครื่องชว่ ยหายใจ วิธีท่ี 1 การใช้ PSV ใชร้ ่วมกบั CPAP (PSV+ CPAP) เรียกว่า CPAP Spontaneous ซึ่งเป็ น mode wean ท่ีผปู้ ่ วยหายใจเอง หลกั ของ PSV คือจะชว่ ยใหม้ ีแรงดนั บวกเทา่ ทกี่ าหนด ลอดชว่ งเวลาหายใจเขา้ ** การ ง้ั คา่ แรงดนั บวก (pressure support) อาจจะเร่ิมจาก 14-16 ซม.นา้ แลว้ คอ่ ยๆ ปรบั ลด ถา้ ใช้ 6-8 ซม.นา้ แสดงวา่ ผปู้ ่ วยหายใจไดด้ ี วิธีท่ี 2 การใช้ SIMV ใชร้ ่วมกบั pressure support (SIMV+ PSV) หลกั การคือ ผปู้ ่ วยหายใจเอง บางสว่ น ซึ่งเคร่ืองจะชว่ ยหายใจเทา่ กบั อั ราที่กาหนดไว้ ง้ั ค่า RR 10-12 ครงั้ / นาที แลว้ คอ่ ยๆ ปรบั ลดจนเหลอื 5 ครง้ั / นาที และกาหนดค่าแรงดนั บวก (pressure support) ไมค่ วรเกิน 10 ซม. นา้ วิธีที่ 3 โดยใช้ O2 T-piece การเ รียมอปุ กรณใ์ ห้ O2 T-piece ชดุ อปุ กรณใ์ หอ้ อกซิเจน นา้ กลนั่ (sterile water) และกระบอกใสน่ า้ กลนั่ ชนดิ ใหค้ วามชนื้ สงู (nebulizer) และ T- piece มีทอ่ ยาว 1 อนั และ ทอ่ สนั้ 1 อนั ประกอบเขา้ กบั ขอ้ อ่ รปู วั T 24
ระยะกอ่ นหยา่ เครอ่ื งช่วยหายใจ ระยะหยา่ เครอื่ งช่วย ระยะกอ่ นถอดท่อช่วย ระยะถอดท่อช่วยหายใจ และ หายใจ หายใจ หลงั ถอดท่อช่วยหายใจ 1. ประเมินสภาพทว่ั ไป ผปู้ ่ วยควรจะรสู้ กึ ตวั 1.พดู คยุ ใหก้ าลงั ใจ ให้ 1. ประเมนิ วา่ ผปู้ ่ วย 1. บอกใหผ้ ปู้ ่ วยทราบ 2. ผปู้ ่ วยมีสญั ญาณชีพคงท่ี ความมนั่ ใจ ความรสู้ กึ วั ดี มกี าร 2. Suction clear airway และบีบ อตั ราการเตน้ ของหวั ใจ 50-120 ครง้ั /นาที 2. จดั ทา่ นอนศีรษะสงู กลนื การไอดี ambu bag with oxygen 100% BP systolic 90-120 diastolic 60-90 30- 60 องศา 2. ประเมนิ ปริมาณ อยา่ งนอ้ ย 3-5 ครงั้ แลว้ บอก mmHg 3. ดดู เสมหะใหท้ างเดนิ เสมหะผปู้ ่ วย เสมหะไม่ ใหผ้ ปู้ ่ วยสดู หายใจเขา้ ลกึ พรอ้ ม 3. PEEP ไม่เกนิ 5-8 cmH2O , FiO2 ≥ 40- หายใจโลง่ หรืออาจพ่นยา เหนยี วขน้ และการดดู บีบ ambu bag คา้ งไว้ และใช้ 50%, O2 Sat ≥ 90% ขยายหลอดลม าม เสมหะแ ล่ ะครงั้ หา่ งกนั syringe 10 CC. ดดู ลมใน 4. ผปู้ ่ วยหายใจไดเ้ อง (spontaneous tidal แผนการรกั ษา > 2 ชวั่ โมง กระเปาะทอ่ ชว่ ยหายใจออกจน volume > 5 CC./kg.) Minute volume > 5- 4. สงั เก อาการเหงอ่ื แ ก 3.วดั cuff leak test มี หมด แลว้ จึงถอดทอ่ ชว่ ยหายใจ 6 lit/ min ซึม กระสบั กระสา่ ย เสียงลมรวั่ (cuff leak test ออก 5. คา่ RSBI <105 breaths/min/L 5.วดั สญั ญาณชพี ทกุ 15 positive) 3. หลงั ถอดทอ่ ชว่ ยหายใจ ให้ 6. ค่าอิเลคโตรไลท์ Potassium > 3 mmol/L นาที – 1 ช.ม 4.ใหผ้ ปู้ ่ วยงดนา้ และ ออกซิเจน mask with bag / mask 7.ผปู้ ่ วยมีmetabolic status ปกติ PaO2 > 60 ความดนั โลหิ อย่ใู นชว่ ง อาหาร 4 ชม. เพื่อ with nebulizer และบอกใหผ้ ปู้ ่ วย mmHg O2 sat > 90% PH 7.35- 90/60 - 180/110 ป้ องกนั การสาลกั เขา้ สดู หายใจเขา้ ออกลึกๆ 7.45,PaCO2ปกติ mmHg หลอดลม และปอด 4. จดั ทา่ ผปู้ ่ วยนอนศีรษะสงู 8. albumin > 2.5 gm/dL HR 50-120 ครงั้ /นาที 5.เ รียมอปุ กรณใ์ ห้ 45-60 องศา 9.ไมม่ ีภาวะซีดHematocrit> 30% RR < 35 ครงั้ /นาที ออกซิเจน 10.ไมใ่ ชย้ านอนหลบั หรอื ยาคลายกลา้ มเน้ือ หายใจไมเ่ หนอื่ ย O2 sat 6.Check อปุ กรณใ์ สท่ อ่ ประเมิน cuff leak test ผา่ น (SPO2) ≥ 90% ชว่ ย หายใจใหม้ ีพรอ้ มใช้ 25
บทที่7 การพยาบาลผปู้ ่ วยท่ีมีภาวะวิกฤตและ ฉกุ เฉินของหลอดเลอื ดหวั ใจ กลา้ มเน้ือหวั ใจ 26
การพยาบาลผปู้ ่ วย การซกั ประวตั ิ ระบบหวั ใจ และ •อาการทีท่ าใหผ้ ปู้ ่ วย อ้ งมาโรงพยาบาล หลอดเลือด โดยใหผ้ ปู้ ่ วยอธิบาย • ประวั กิ ารเจ็บป่ วยปัจจบุ นั • ประวั กิ ารเจ็บป่ วยในอดี การตรวจรา่ งกาย 1.การดทู วั่ ๆ ไป (generalinspection ดลู กั ษณะทรวงอก,PMI or Apex beat ( าแหนง่ ที่มองเห็นการเ น้ ของหวั ใจแรงทีส่ ดุ ปก ิอย่ทู ่ี 5th ICS MCL,ดู cyanosis,สงั เก ผวิ หนงั ,สงั เก ลกั ษณะนวิ้ ,เสน้ เลอื ดดาทคี่ อ (neck vein) วา่ โป่ งหรือไม,่ edema 2.การคลา (Palpation) คลาชพี จร,คลาบริเวณหนา้ อก (PMI) 3 การเคาะ Percussion) เคาะไดย้ ินเสียงทบึ mid clavicular line แสดงว่ามีหวั ใจโ 4 การฟัง (Auscultation) การฟังเลือดทีไ่ หลผา่ นภายในหอ้ งหวั ใจการฟังบริเวณลนิ้ หวั ใจ 4 แห่ง การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการและการตรวจพิเศษต่างๆ Laboratory test การทดสอบที่ทางหอ้ งปฏิบั กิ ารใชป้ ระเมนิ ภาวะโรคหวั ใจ เรียกว่า Cardiac Marker Cardiac Marker ทสี่ าคญั ประกอบดว้ ย CKMB,Troponin T /TNT เป็ นสว่ นประกอบของโปร นี ชนดิ หนง่ึ เรียกว่า contractile proteins พบในกลา้ มเนอ้ื หวั ใจ,การ รวจเลือดทางเคมีทวั่ ไป : Hyperkalemia( หวั ใจบีบ วั แรงขนึ้ , EKG พบ shortned QT interval), Hypokalemia(มผี ลในทาง รงขา้ ม Prolong QT interval), Hypomagnesaemia(เกดิ ภาวะหวั ใจหอ้ งเ น้ ผดิ จงั หวะ ชนดิ PVC, VT) 27
Chest X ray สขี าวเป็ นสว่ นของกระดกู หรือโลหะ,สีเทาคือ สว่ นที่เป็ นนา้ เชน่ เลอื ด หัวใจ ,หลอด เลอื ดสว่ นสีดาคือสว่ นทเ่ี ป็ นลม เชน่ ปอด Echocardiogram รวจหวั ใจดว้ ยคล่ืนเสยี งสะทอ้ นโดยใส่ transducer ผา่ นทางหลอดอาหาร (Transesophageal Echocardiography: TEE) Doppler ultrasonography ใชป้ ระเมินการไหลเวียนเลือด โดยเฉพาะในผปู้ ่ วยโรคล้ินหวั ใจทงั้ บี และรวั่ (stenosis and regurgitation),ประเมนิ ความผิดปก แิ ก่ าเนดิ เชน่ รรู วั่ ่างๆ (shunt) EKG, Electrophysiologic studies Electrocardiogram: ECG เป็ นการบนั ทกึ การ เปลี่ยนแปลงของ electrical activity ท่ีผิวของรา่ งกายจากการทางานของกลา้ มเนอื้ หวั ใจ, EPS รวจ คลื่นไฟฟ้ าหวั ใจจากภายในหอ้ งหวั ใจ, Holter monitor: รวจคลน่ื ไฟฟ้ าหวั ใจชนดิ อ่ เนอื่ ง 24 ชม. Cardiac catheterization และ Coronary angiography , Cardiac 28 catheterization Coronary angiography คือการ รวจหวั ใจโดยการใสส่ ายสวน หวั ใจเขา้ ทางหลอดเลอื ดแดง หรือหลอดเลือดดา เพ่ือทาหั ถการเชน่ การทา Balloon,ถา้ เขา้ ทางหลอดเลือดแดงสายสวนจะผา่ นไปท่ีหลอดเลือด Aortar เขา้ สหู่ ลอดเลอื ด coronary artery ทง้ั ซา้ ยและขวาเพื่อดวู ่า บี หรือ นั หรือไม่
โรคหลอดเลอื ดหัวใจ (Coronary Artery Disease: CAD) Acute Coronary Syndrome กลมุ่ อาการโรคหวั ใจขาดเลือดที่เกิดขนึ้ เฉียบพลนั ปัจจยั เสีย่ งที่ทาใหเ้ กิดโรคหลอดเลอื ดหวั ใจ อาการเจ็บหนา้ อกชนดิ คงที่จะดขี น้ึ ถา้ ไดน้ อนพกั ในระยะเวลาทเี่ จ็บประมาณ 0.5-20 นาที ซ่ึงเกิด ไดแ้ ก่ ยีนส์ อายุ ความอว้ น โรคเบาหวาน สบู บหุ ร่ี ไขมนั ในเลือด จากรหู ลอดเลือดแดงโคโรนารีแคบเกนิ กวา่ 75% ความดนั โลหิ สงู ความเครียด เพศ อาการเจ็บหนา้ อกชนดิ ไมค่ งที่ มรี ะดบั ความ พยาธิสรรี ภาพ ของโรคหลอดเลอื ดหวั ใจ ความไมส่ มดลุ เจ็บปวดรนุ แรงกวา่ อาการเจ็บหนา้ อกชนดิ คงที่ จะ เจ็บนานมากกวา่ 20 นาที และไมส่ ามารถทาให้ ของการไหลเวียนของหลอดเลอื ดแดงหวั ใจกบั ความ อ้ งการเลือด อาการดขี นึ้ ดว้ ยการอมยาขยายหลอดเลอื ดชนดิ อม มาเลย้ี งท่กี ลา้ มเนอ้ื หวั ใจ ใ ล้ ิ้น (Nitroglycerine) จานวน 3 เม็ด จึงควรไดร้ บั การรกั ษาทโี่ รงพยาบาลอยา่ งรีบดว่ น อาการเจ็บหนา้ อก angina pectoris พยาธิ 29
การเปล่ียนแปลงของกลา้ มเนอื้ หัวใจบริเวณท่ีขาดเลือด มาเล้ยี งแบง่ ความรนุ แรงเป็ น 3 ลกั ษณะ 1.กลา้ มเนอ้ื หวั ใจขาดเลอื ดไปเลย้ี ง (Ischemia) เป็ นภาวะที่เลอื ด ไปเลี้ยงกลา้ มเนอื้ หวั ใจนอ้ ยลงทาใหเ้ ซลลข์ าดออกซิเจนมี การรกั ษาโรคหลอดเลอื ดหวั ใจ คล่ืนไฟฟ้ า T หวั กลบั 2. กลา้ มเนอ้ื หวั ใจไดร้ บั บาดเจ็บ (Injury) เซลลข์ องกลา้ มเนอ้ื ลดการทางานของหวั ใจ>>Absolute bed หวั ใจขาดออกซิเจน ทางานไดไ้ มส่ มบรู ณ์ มีคลน่ื ไฟฟ้ าหวั ใจมี ST rest, ลดการทางานของหวั ใจ ยกขน้ึ หรือ า่ ลง 3. กลา้ มเนอ้ื หวั ใจ าย (Infarction) เป็ นภาวะทก่ี ลา้ มเนอื้ หวั ใจ หลกี เลี่ยงสาเห หุ รือปัจจยั เสย่ี งที่ทาใหเ้ กิด ขาดออกซิเจนมาก กลา้ มเนอ้ื หวั ใจ าย (Infarction) จะมคี ล่ืน Q อาการเจ็บหนา้ อก ทกี่ วา้ ง >0.04 วินาที 1.การรกั ษาทางยาชนดิ า่ งๆ เพื่อเพ่ิมออกซิเจน ท่ีมาเล้ียงหวั ใจทข่ี าดเลอื ดโดยการใหย้ าขยาย บทบาทพยาบาลในการดแู ลผปู้ ่ วยกลม่ ุ ACS หลอดเลอื ด เชน่ ยา า้ นการแข็ง วั ของเลือด (Antithrombolytic, Thrombolytic, Anticoagculant 1.ประเมนิ สภาพผปู้ ่ วยอยา่ งรวดเร็ว OPQRST drugs) 2. ประสานงาน ามทีมผดู้ แู ลผปู้ ่ วยกลมุ่ หวั ใจขาดเลอื ดเฉียบพลนั 2.การสวนหวั ใจขยายเสน้ เลือดหวั ใจโคโรนารี 3. ใหอ้ อกซิเจนเมอ่ื มภี าวะ hypoxemia 4.พยาบาล อ้ ง ดั สินใจ รวจคลนื่ ไฟฟ้ าหวั ใจทนั ที โดยทาพรอ้ มกบั การ ซักประวั แิ ละแปลผลภายใน 10 นาที 5. เฝ้ าระวงั อาการและอาการแสดงของการเกิด cardiac arrest 6. การพยาบาลกรณี EKG show ST elevation หรือพบ LBBB ทเ่ี กดิ ขน้ึ ใหม่ 7. พยาบาล อ้ งประสานงานจดั หาเคร่ืองมือประเมินสภาพและดแู ลรกั ษาผปู้ ่ วยใหเ้ พียงพอ 8. เ รียมความพรอ้ มของระบบสนบั สนนุ การดแู ลรกั ษา 9. ปรบั ปรงุ ระบบสง่ อ่ ผปู้ ่ วยใหร้ วดเร็วและปลอดภยั 30
การพยาบาลผปู้ ่ วยหลงั ผา่ ดั ทาทางเบ่ียงหลอดเลือดหวั ใจ การรกั ษาโรคหลอดเลอื ดแดงโคโรนารี ชนิดของการผา่ ตดั 1. การรกั ษาดว้ ยยา (Pharmacologic therapy ) การผา่ ดั หวั ใจแบบเปิ ด : เป็ นการผา่ ดั 2. การรกั ษาโดยใชบ้ อลลนู ถา่ งขยายหลอดเลอื ดหวั ใจ โดยอาศยั Cardiopulmonary bypass (Percutaneous Coronary Intervention (PCI)) ร่วมกบั การทาใหห้ วั ใจหยดุ เ น้ ขณะ 3. การผา่ ดั ทางเบี่ยงหลอดเลือดหวั ใจ (Coronary artery ผา่ ดั หรือหวั ใจยงั เ น้ ขณะผา่ ดั bypass graft (CABG)) การผา่ ดั หวั ใจแบบปิ ด : เป็ นการผา่ ดั โดยไมใ่ ช้ Cardiopulmonary bypass ขณะท่ี ผา่ ดั หวั ใจยงั คงเ น้ ามปก ิ การรกั ษาดว้ ยยาหลงั ผา่ ตดั 1. Antiplatelets - Aspirin เพ่ือลดภาวะแทรกซอ้ นทางหวั ใจ และหลอดเลือด และลด อบุ ั กิ ารณ์ บี นั ของ saphenous vein graft 2. Statin therapy ใหใ้ นผปู้ ่ วยทกุ ราย ยกเวน้ ถา้ มขี อ้ หา้ ม 3. Beta blocker พิจารณาใหใ้ นผปู้ ่ วยทกุ ราย เพื่อลดการเกิด perioperative myocardial ischemia 4. Angiotensin - Converting Enzyme Inhibiters (ACEI) และ Angiotensin – Receptor Blockers (ARB) ใหใ้ นผปู้ ่ วยทกุ ราย ถา้ ไมม่ ขี อ้ หา้ ม 31
การเตรยี มความพรอ้ มดา้ นเอกสารและ การพยาบาลผปู้ ่ วยเมื่อสง่ ต่อขอ้ มลู การพยาบาลประเมินผปู้ ่ วยแรก รา่ งกายกอ่ นการผา่ ตดั ผปู้ ่ วยเมื่อยา้ ยมายงั หอผปู้ ่ วยไอซียู รบั ในหอผปู้ ่ วยไอซียศู ลั ยกรรม ศลั ยกรรมหวั ใจและทรวงอก หวั ใจและทรวงอก 1. การซกั ประวตั ิ 1. ประวั ผิ ปู้ ่ วย 1. ประเมินระบบประสาท ประเมิน 2. การซกั ประวตั ิเกย่ี วกบั การใชย้ า และซกั 2. ชนดิ ของการผา่ ดั กาลงั กลา้ มเนอ้ื และการรบั ความรสู้ กึ ประวตั ิการหยดุ ยา 3. ความสาเร็จของการผา่ ดั หรือ 2. ประเมินสญั ญาณชพี แรกรบั 3. การสง่ ตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ ไดแ้ ก่ การ ภาวะแทรกซอ้ นทีเ่ กิดขนึ้ ระหว่างการผา่ ดั 3. รวจสอบขนาด และ าแหนง่ ทอ่ ตรวจ CBC, Electrolyte, prothrombintime, 4. ระยะเวลาในการผา่ ดั วสั ดอุ ปุ กรณท์ ่ใี ช้ ชว่ ยหายใจ และเทยี บกบั าแหนง่ ที่ใส่ partial Thromboplastin Time, BUN, Creatinine, หลอดเลอื ดเทียม จากหอ้ งผา่ ดั เพ่ือประเมนิ การเลอื่ น Liver function test, Fasting blood sugar รวมไป 5. าแหนง่ และชนดิ ของการผา่ ดั การปิ ด ของทอ่ ชว่ ยหายใจ ขณะเคลื่อนยา้ ย ถึงการตรวจคล่นื ไฟฟ้ าหวั ใจ (EKG) และ แผล สายสว่ น า่ งๆ 4. ประเมินลกั ษณะและอั ราการ เอกซเรยป์ อด (chest X-ray) 6. ชนดิ ของสารนา้ การใหเ้ ลือดหรือ หายใจ ดคู ่า oxygen saturation ใหอ้ ยู่ 4. ตรวจสอบผลการตรวจพิเศษต่างๆ เช่น ผลิ ภณั ฑข์ องเลอื ดท่ีผปู้ ่ วยไดร้ บั เกณฑท์ แ่ี พทยย์ อมรบั ได้ และ การสวนหวั ใจและฉีดสดี หู ลอดเลือดหวั ใจ 7. ปริมาณเลือดท่อี อกขณะผา่ ดั รวจสอบการ งั้ คา่ เครื่องชว่ ย (Coronary Angiography : CAG), ผลการตรวจ 8. สญั ญาณชพี การใชเ้ ครื่องชว่ ยหายใจ หายใจ คลนื่ สะทอ้ นหวั ใจ (Echocardiography) และการใชอ้ ปุ กรณเ์ ทียม า่ งๆ 5. รวจสอบยาและสารนา้ ทผ่ี ปู้ ่ วย 5. ผปู้ ่ วยและญาติเซ็นใบยนิ ยอมการเขา้ รกั ษา ไดร้ บั และการผา่ ตดั 6. รวจสอบความอนุ่ ชนื่ ของผวิ หนงั 7. บนั ทึกและสง่ คาขอการผา่ ตดั ผปู้ ่ วยไปหอ้ ง และ รวจชพี จรสว่ นปลาย ผา่ ตดั 7. รวจสอบลกั ษณะของแผลผา่ ดั 8. จดั เตรยี มยา เวชภณั ฑก์ อ่ นไปหอ้ งผา่ ตดั 32
ภาวะแทรกซอ้ นหลงั ผา่ ตดั Hypovolemia Bleeding Arrhythmias การจดั การทางการพยาบาล การจดั การทางการพยาบาล ทพ่ี บบอ่ ยมกั เป็ นความผดิ ปก มิ ากอ่ นการ 1. ดิ ามและประเมนิ สญั ญาณชพี ทกุ 1 1. ประเมนิ และเฝ้ าระวงั สญั ญาณชพี ผา่ ดั ความผดิ ปก ทิ เี่ กิดขน้ึ ภายใน 24 ชวั่ โมงโดยเป้ าหมายการดแู ลใหไ้ ด้ MAP สญั ญาณบ่งบอกคือ ความดนั ซิสโ ลิก ชวั่ โมงแรก มีทงั้ ลกั ษณะเ น้ ชา้ นอ้ ยกวา่ 60 60-90 มลิ ลเิ ม รปรอท นอ้ ยกวา่ 80 มลิ ลเิ ม รปรอท MAP ครงั้ อ่ นาที หรือเ น้ เร็วมากกว่า 100 ครงั้ 2. ประเมนิ การทางานของหวั ใจ Preload นอ้ ยกว่า 70 มิลลเิ ม รปรอท อั รา อ่ นาที การเปล่ียนแปลงของ ST-segment จากค่าความดนั หลอดเลอื ดสว่ นกลาง การเ น้ หวั ใจ เร็วมากกวา่ 100 ครงั้ อ่ บอกถึงกลา้ มเนอ้ื หวั ใจขาดเลือด (CVP) เพ่ือเป็ นเกณฑใ์ นการใหส้ ารนา้ ใช้ นาที การจดั การทางการพยาบาล เครื่องมอื ในการประเมิน cardiac output โดย 2. รวจสอบการระบาย เลือดจากชอ่ ง 1. ประเมินและ เฝ้ าระวงั สงั เก ลกั ษณะและ ให้ cardiac index มากกว่า 2.2-2.5 ทรวงอกอย่าง อ่ เนอ่ื ง รปู แบบของคลน่ื ไฟฟ้ าหวั ใจทผ่ี ดิ ปก ิ L/min/m2 3. ดแู ลใหค้ วามอบอนุ่ ของรา่ งกาย เพ่ือ 2. ดิ ามประเมนิ ผล รวจทางหอ้ งทดลอง 3. ประเมนิ ระดบั ความรสู้ กึ วั ทกุ 1-4 ป้ องกนั ภาวะอณุ หภมู ิร่างกาย า่ Arterial blood gas ประเมนิ ความสมดลุ การให้ ชวั่ โมง ามความเหมาะสม สงั เก อาการ 4. ดิ ามประเมินผลความเขม้ ขน้ เลือด ไดส้ มดลุ ของสารนา้ และการทดแทนสาร กระสบั กระสา่ ย สบั สน เพื่อประเมินการ การแข็ง วั ของเลือด พรอ้ มประสานงาน อิเล็กโทรไล ท์ ่ผี ดิ ปก ิ กาซาบออกซิเจนของเนอ้ื เยื่อสมอง และ แพทยเ์ มื่อพบความผดิ ปก ิ 3. กรณีหวั ใจเ น้ ชา้ เ รียมความพรอ้ ม ประเมนิ ลกั ษณะผวิ หนงั สว่ นปลาย 5. ดแู ลใหไ้ ดร้ บั การทดแทนดว้ ย อปุ กรณ์ pace maker และ รวจสอบการมี 4. การประสานงานกบั แพทยเ์ พื่อพิจารณา ผลิ ภณั ฑข์ องเลือด หรือใหย้ า Pacing wire เ รียมเคร่ืองกระ กุ หวั ใจไฟฟ้ า ใหส้ ารนา้ ทดแทน เชน่ คอลลอยด์ การให้ Protamine vit K หรือ Transamine าม (Defribillator) สว่ นประกอบเม็ดเลือดแดงหรือสารคริส ลั แผนการรกั ษา 4. กรณีหวั ใจเ น้ เร็ว เ รียมความพรอ้ มและ ลอยด์ หรือประสานงานกบั แพทยใ์ นกรณีใหย้ า า้ น การเ น้ ผิดจงั หวะของหวั ใจ 33
ระบบทางเดินหายใจ ภาวะสบั สนเฉียบพลนั การจดั การทางการพยาบาล 1. การประเมินภาวะสบั สนเฉียบพลนั โดยการใชเ้ ครื่องมือท่ี ความไมส่ มดลุ ของสารน้า The Confusion Assessment Method (CAM) หรือ CAM-ICU 2. ใหเ้ นอื้ เย่ือ า่ งๆ ไดร้ บั ออกซิเจนอยา่ งเพียงพอ และอิเลก็ โทรไลต์ 3. พยาบาลควรมกี ารจดั การสิ่งแวดลอ้ มทก่ี ระ นุ้ ใหเ้ กิด ภาวะสบั สนเฉียบพลนั การจดั การทางการพยาบาล 4. พยาบาลซึ่งเป็ นผทู้ ่ีใกลช้ ดิ ผปู้ ่ วยมากทสี่ ดุ ควรมกี ารถาม 1. ประเมินการทาหนา้ ทขี่ องไ และบอกวนั เวลา สถานทีท่ ่ีเป็ นปัจจบุ นั ใหแ้ กผ่ ปู้ ่ วย 2. ดิ ามผลการ รวจทาง การจดั การอาการปวดแผล หอ้ งปฏิบั กิ าร ประกอบดว้ ย BUN, creatinine, electrolyte การฟ้ื นฟรู า่ งกาย 3. ประเมินภาวะกรดในร่างกาย (metabolic acidosis) ซ่ึงมผี ลเก่ยี วขอ้ ง การจดั การทางการพยาบาล การการขาดเลอื ด การเกิดการหายใจ 1. ใชแ้ บบประเมนิ ความเจ็บปวด (Pain score) ในระดบั เซลแบบไมใ่ ชอ้ อกซิเจน 2. จดั ทา่ และสอนการเปลย่ี นทา่ ทาง วิธีประคองบาดแผล ขณะไอและเทคนคิ การผอ่ น (anaerobic metabolism) คลาย 4. การประเมนิ และบนั ทกึ คลื่นไฟฟ้ า 3. ดแู ลใหไ้ ดร้ บั ยาแกป้ วด ามแผนการรกั ษา โดยอาจใหย้ าลดปวดหยดทางหลอดเลอื ด หวั ใจอยา่ ง อ่ เนอ่ื ง เนอ่ื งจากภาวะกรด ดาอย่าง อ่ เนอ่ื ง ในรา่ งกาย และภาวะที่เสยี สมดลุ อิเล็ก -การดแู ลแผลผา่ ดั โทรไลทส์ ง่ ผลใหห้ วั ใจเ น้ ผิดจงั หวะได้ หลีกเลย่ี งกจิ กรรมเกีย่ วกบั การยกของหนกั แผลหายดสี ามารถอาบนา้ ทกุ วนั เพื่อให้ 5. ดแู ลใหไ้ ดร้ บั สารนา้ ทางหลอดเลือด ร่างกายสะอาด อาการปวดแผลยงั มอี ยอู่ าจลดปวดดว้ ยการผอ่ ยคลาย เชน่ คอ่ ยๆ ลา ามแผนการรกั ษา เปลยี่ นทา่ เวลา ะแคง ลกุ นงั่ หรือรบั ประทานยาแกป้ วด 34
หนว่ ยที่ 8 การพยาบาลผปู้ ่ วยทมี่ ภี าวะวิกฤ หลอดเลือด เอออร์ า้ ล้ินหวั ใจ และการฟื้ นฟูสภาพหัวใจ 35
การพยาบาลผปู้ ่ วยโรคล้นิ หวั ใจ สาเหตขุ องโรคล้นิ หวั ใจ โรคล้นิ หวั ใจชนิดต่างๆ Rheumatic Heart Disease, Infective Endocarditis, Mitral Valve 1.โรคของล้ินหวั ใจดา้ นซา้ ย(Lt.side valvular syndrome) Prolapse, Congenital malformation, Other acquire disease. 2.โรคของลน้ิ หวั ใจดา้ นขวา (Rt.side valvular syndrome) โรคล้นิ หวั ใจไมตรลั ตีบ (Mitral stenosis) อาการและอาการแสดง 1.ความดนั ในหวั ใจหอ้ งบนซา้ ยเพ่ิม เนอ่ื งจากเลือดผ่านล้ิน 1.Pulmonary venous pressure เพ่ิมทาให้ DOE,Orthopnea , หวั ใจท่ี บี ไดน้ อ้ ยลง ผลท่ี ามมาคือผนงั หวั ใจหอ้ งบนซา้ ย PND ,หายใจลาบากเป็ นพกั ๆ ใน อนกลางคืน หนา วั ขนึ้ (left atrium hypertrophy : LAH) 2. CO ลดลง ทาใหเ้ หนอื่ ยงา่ ย อ่อนเพลยี 2.มนี า้ ในชอ่ งระหวา่ งเซลล์ (Interstial fluid) ในเนอ้ื ปอด 3. อาจมภี าวะหวั ใจเ น้ ผิดจงั หวะแบบ AF ผปู้ ่ วยจะมี เพิ่มขน้ึ เนอ่ื งจาก ความดนั ในหลอดเลือดดาปอด และใน อาการใจสนั่ หลอดเลือดฝอยเพ่ิมขน้ึ 4. อาจเกิดการอดุ นั ของหลอดเลือดในร่างกาย 3.ความดนั หลอดเลือดในหลอดเลอื ดแดงปอด (PA) เพิ่ม (Systemic embolism) มากหรือนอ้ ย 4.หลอดเลอื ดทป่ี อดหด วั ทาใหเ้ ลือดผา่ นไปทปี่ อดลดลง 36
โรคล้ินหวั ใจไมตรลั รว่ั เป็ นโรคที่มีการรวั่ ของปริมาณเลือด (Stroke volume) ในหวั ใจหอ้ งลา่ งซา้ ยเขา้ สหู่ วั ใจหอ้ งบนซา้ ย ในขณะท่ีหวั ใจบีบ วั อาการและอาการแสดง 1.Pulmonary venous congestion ทาใหม้ ีอาการ,Dyspnea on exertion (DOE),Orthopnea,PND 2. อาการท่เี กิดจาก CO ลดลง คือเหนอ่ื ยและเพลียงา่ ย 3. บวมเจ็บบริเวณ บั หรือ เบ่ืออาหาร โรคล้นิ หวั ใจหวั ใจเอออรต์ ิคตีบAortic stenosis เป็ นโรคที่มกี าร บี แคบของลนิ้ หวั ใจเอออร์ คิ ขดั ขวางการไหลของเลือดจาก หวั ใจหอ้ งลา่ งซา้ ยไปสเู่ อออร์ ารใ์ นชว่ งการบีบ วั อาการและอาการแสดง : การเสอื่ มของแคลเซียมท่ไี มท่ ราบสาเห แุ ก่ าเนิด,เยื่อ บหุ วั ใจอกั เสบ โรคล้ินหวั ใจเอออรต์ ิครว่ั Aortic regurgitation เป็ นโรคทม่ี กี ารรวั่ ของปริมาณเลือดที่สบู ฉีดออกทางหลอดเลอื ดแดงเอออร์ ารไ์ หลยอ้ นกลบั เขา้ สู่ หวั ใจหอ้ งลา่ งซา้ ยในชว่ งหวั ใจคลาย วั อาการและอาการแสดง Angina,ผปู้ ่ วยจะรสู้ กึ เหมอื นมีอะไร บุ๊ ๆ อยทู่ ี่คอหรือในหวั ลอดเวลา 37
การตรวจรา่ งกายในผปู้ ่ วยโรคล้ินหวั ใจ การรกั ษาโรคล้นิ หวั ใจ -พบภาวะหวั ใจโ หรือมีนา้ คงั่ ทป่ี อด 1.การรกั ษาทางยา เชน่ Digitalis -การ รวจหวั ใจดว้ ยเสยี งสะทอ้ น (Echocardiogram) ,Nitroglycerine,Diuretic,Anticoagculant การ รวจสวนหวั ใจ การประเมินว่าลิน้ หวั ใจรวั่ หรือ ีบมาก drug,Antibiotic แค่ไหน 2. การใชบ้ อลลนู ขยายลิน้ หวั ใจที่ บี โดยการใช้ บอลลนู ขยายลน้ิ หวั ใจ 3. การรกั ษาโดยการผา่ ดั (Surgical therapy) Warfarin การพยาบาล 38 า้ นการแข็ง วั ของเลอื ด ทาใหเ้ ลอื ดแข็ง วั ชา้ กวา่ ปก ิ 1.การมา รวจ ามนดั เพื่อ รวจการแขง็ วั ของเลือด เพ่ือป้ องกนั การเกดิ ลิ่มเลอื ด ใชห้ ลงั ผา่ ดั ใสล่ ้ินหวั ใจ 2.การป้ องกนั อบุ ั เิ ห ุ า่ งๆ เทียม 3.การทาฟันหรือการผา่ ดั โรคลน้ิ หวั ใจรวั่ ลิน้ หวั ใจ บี โรคลน้ิ หวั ใจรมู า คิ และ 4.ไมค่ วรซ้ือยามารบั ประทานเอง ภาวะหวั ใจเ น้ ผดิ จงั หวะเป็ น น้
หนว่ ยที่ 9 การพยาบาลผปู้ ่ วยทม่ี ภี าวะวิกฤ หวั ใจ ลม้ เหลวและหวั ใจเ น้ ผดิ จงั หวะ 39
การพยาบาลผปู้ ่ วยภาวะหวั ใจเตน้ ผิดจงั หวะ (Cardiac arrhythmia, Cardiac dysrhythmia) คลน่ื ไฟฟ้ าหวั ใจปกติ • SA node ปลอ่ ยกระแสไฟฟ้ าดว้ ยอั รา 60-100 ครง้ั /นาที • Av node ปลอ่ ยกระแสไฟฟ้ าดว้ ยอั รา 40-60 ครง้ั /นาที • Ventricle ปลอ่ ยกระแสไฟฟ้ าดว้ ยอั รา า่ กว่า 40 ครงั้ /นาที 40
คลื่น การเกดิ คลน่ื ค่าปกติ P Wave เป็ นคลืน่ ท่ีเกิดเมอ่ื มกี ารบีบ วั (depolarization) ของ Atrium ดา้ นขวาและซา้ ยซ่ึงเกดิ ในเวลา กวา้ งไมเ่ กนิ 2.5 มม. หรือ ใกลเ้ คียงกนั 0.10 วินาที PR Interval ชว่ งระหวา่ งคล่ืน P และคลื่น R คือระยะจากจดุ เร่ิม น้ ของคลนื่ P ไปสจู่ ดุ เร่ิม น้ ของคลนื่ คา่ ปก ิ เทา่ กบั 0.12- QRS เป็ นการวดั ระยะเวลาคลน่ื ไฟฟ้ าจากการเริ่ม น้ บีบ วั ของ Atrium ไปสู่ AV node และ 0.20 วินาที Bundle of his QRS เป็ นคล่นื ทเี่ กิดเม่อื มกี ารบีบ วั (depolarization) ของ Ventricle ดา้ นขวาและซา้ ยซ่ึงปก แิ ลว้ จะ 0.06-0.10 หรือ ไมเ่ กนิ Complex เกิดพรอ้ มหรือใกลเ้ คียงกนั มที ิศทางขน้ึ หรือลงได้ 0.12 วินาที (3 มม.) T wave คลื่นที่ ามหลงั QRS เกดิ จากการคลาย วั (repolarization) ของ ventricle สงู ไมเ่ กนิ 5 มม. กวา้ งไม่ -ภาวะ Hyperkalemia จะพบคล่นื T สงู ขน้ึ เกิน 0.16 วินาที -กลา้ มเนอ้ื หวั ใจขาดเลือด พบ คลน่ื T หวั กลบั U wave คลนื่ บวกที่เกิด ามหลงั T wave ปก ไิ มค่ อ่ ยพบ า่ ลงไมเ่ กนิ 1 มม. และ ST - T เป็ นจดุ เชอ่ื ม อ่ ระหวา่ งจดุ ส้ินสดุ QRS complex จนถึงจดุ เริ่ม น้ ของคลนื่ T ความกวา้ งไมเ่ กิน 0.12 Wave วินาที U Wave อาจพบในภาวะปก ิ หรือในภาวะ Hypokalemia QT interval หากวา่ ยาวมากเกนิ ไปจะบง่ บอกถึงสภาวะ slowed ventricular repolarization มกั จะเกิดจาก ปก ิ 0.32 - 0.48 sec hypokalemia หรือ electrolyte imbalances (12 ชอ่ งเล็ก) RR Interval ระยะเวลาระหวา่ งรอบของ ventricular cardiac cycle ใชเ้ ป็ น วั วดั อั ราการเ น้ ของหวั ใจหอ้ ง ค่าปก ิ 60 - 100 ครง้ั / ลา่ ง (ventricular นาที 41
ภาวะหวั ใจเ น้ ผดิ จงั หวะ (Cardiac arrhythmia, Cardiac dysrhythmia) สาเหต ุ 1.โรคระบบหวั ใจและหลอดเลอื ด ภาวะกลา้ มเนอื้ หวั ใจ าย ,โรคกลา้ มเนอื้ หวั ใจผิดปก ิ และอกั เสบ,โรคล้นิ ไม รลั พิการ ,โรคเยื่อหมุ้ หวั ใจ ,ภาวะความดนั โลหิ สงู ,โรคหวั ใจอนั เนอื่ งมาจากปอด,WPW, SSS 2. ภาวะที่ไมเ่ กย่ี วขอ้ งกบั โรคหวั ใจ มภี าวะเลอื ดเป็ นกรดหรือดา่ ง, Hyper-hypokalemia, 3. สารหรือยาทมี่ ผี ล อ่ หวั ใจ ภาวะเครียด โกรธจดั บหุ รี่ เหลา้ คาเฟอีน ชนิดของภาวะหวั ใจเตน้ ผิดจงั หวะ 1. แบง่ ามอั ราการเ น้ ของหวั ใจได้ 2 กลมุ่ คือ Tachyarrhythmia, Bradyarrythmia 2. แบ่ง ามพ้ืนท่ี (Anatomical areas) 42
หวั ใจเตน้ ผิดจงั หวะที่มีจดุ กาเนิดจาก SA node : Supraventricular Sinus bradycardia เกิดจาก SA node ปลอ่ ยสญั ญาณไฟฟ้ าชา้ กว่า 60 ครงั้ พบในคนปก ิ เชน่ นกั กีฬา ผสู้ งู อายุ ขณะนอนหลบั รวจคลน่ื ไฟฟ้ าหวั ใจพบ :อั ราการเ น้ หวั ใจทงั้ atrium และ ventricle ประมาณ 40-60 ครง้ั อ่ นาที Sinus tachycardia รวจคลื่นไฟฟ้ าหวั ใจพบ :อั ราการเ น้ หวั ใจทง้ั atrium และ ventricle ประมาณ 100-150 ครงั้ อ่ นาที Sinus arrhythmia 43 การ รวจคล่นื ไฟฟ้ าหวั ใจจะพบ อั ราการเ น้ ของหวั ใจทงั้ atrium และ ventricle จะ เปล่ยี นแปลง ามกนั ในอั รา 60-100 ครงั้ อ่ นาที จงั หวะการเ น้ ของหวั ใจไมส่ มา่ เสมอ
หวั ใจเ น้ ผดิ จงั หวะที่มจี ดุ กาเนดิ จาก Atrium Premature Atrial Contraction:PAC จดุ กาเนดิ ไฟฟ้ าในเอเ รียมทาหนา้ ที่แทน SA node ในบางจงั หวะ รวจคลื่นไฟฟ้ าหวั ใจพบ: P wave ในชว่ ง PAC จะมีรปู ร่างแ ก า่ ง จาก P wave ที่มาจาก SA node ,PR interval ปก หิ รือไมเ่ หมอื นกบั PR interval ทเ่ี กิดจาก SA node Atrial flutter เอเ รียมบีบ วั 250-300 ครง้ั อ่ นาที การ รวจคลืน่ ไฟฟ้ าหวั ใจจะพบ: P wave มีลกั ษณะเป็ นฟันเล่อื ย Atrial fibrillation: AF การ รวจคล่ืนไฟฟ้ าหวั ใจจะพบว่า : อั ราการเ น้ ของหวั ใจ เอเ รียม 250-600 ครงั้ อ่ นาที,มองไมเ่ ห็น P wave Supraventricular Tachycardia (AVNRT) การ รวจคลนื่ ไฟฟ้ าหวั ใจจะพบ: Rate เร็ว (150-250 ครง้ั /นาที) สมา่ เสมอ ,P wave หวั งั้ หรือหวั กลบั , QRS วั แคบปก ิ 44
หวั ใจเ น้ ผดิ จงั หวะท่ีมจี ดุ กาเนดิ จาก Ventricle Premature Ventricular Contraction: PVC การ รวจคลนื่ ไฟฟ้ าจะพบ : อั ราการเ น้ ของหวั ใจปก ิ สมา่ เสมอ ไมม่ ี P wave กอ่ นจงั หวะที่ผิดปก ิ,ไมม่ ี R-R interval ,QRS complex มกั จะกวา้ งมากกว่าปก ิ (มากกวา่ 0.12 วินาที Ventricular tachycardia: VT การ รวจคลนื่ ไฟฟ้ าหวั ใจจะพบ: เวน ริเคิลมากกว่า 100 ครงั้ อ่ นาที, QRS complex กวา้ งมากกวา่ 0.10 วินาที Ventricular fibrillation: VF ผปู้ ่ วยหมดส ิ จบั ชพี จรไมไ่ ด้ วดั ความดนั ไมไ่ ด้ หยดุ หายใจ เขยี ว มา่ น าขยาย วั เย็น การ รวจคล่นื ไฟฟ้ าหวั ใจจะพบ: อั ราการ เ น้ ของหวั ใจเร็วมาก ไมส่ มา่ เสมอ,คลืน่ P,Q,R,S ไมม่ ี มีแ ค่ ลนื่ ขยกุ ขยิกไมส่ มา่ เสมอ 45
การรกั ษาภาวะหัวใจเ น้ ผดิ จงั หวะ 1.ลดส่ิงกระ นุ้ ระบบประสาทซิมพาเท คิ การใชเ้ ทคนคิ การผอ่ นคลาย การกระ นุ้ ประสาทเวกสั การนวดบริเวณคาโร ิดไซนสั (carotid sinus massage)การกลน้ั กายใจแลว้ เบ่งเ ็มท่ี (Valsalva maneuver) 2.ใหย้ า า้ นการเ น้ ของหวั ใจผิดจงั หวะ Class ยา ขอ้ บ่งช้ี ผลขา้ งคียง Class I ; Na Channel Lidocaine, Xylocaine Blockers ใชร้ กั ษา PVC,VT เนอ่ื งจาก ซึม ปวดศีรษะ งว่ งนอน ว่นุ วาย กลา้ มเนอ้ื Class II ; Beta atenolol, bisoprolol AMI กระ กุ ชกั ความดนั โลหิ า่ หวั ใจเ น้ ชา้ adrenergic Blocker Class III ; Potassium Amiodarone ลงและหยดุ เ น้ Channel Blockers รกั ษาเกยี่ วกบั ระบบหวั ใจ Hypotension,bradycardia Class IV; Calcium Verapamil, Diltiazem Channel Blockers และหลอดเลอื ด ยารกั ษาภาวะหวั ใจเ น้ ผดิ หายใจหอบ เจ็บหนา้ อก หรือหายใจลาบาก จงั หวะ มากขน้ึ หวั ใจเ น้ ผดิ จงั หวะ วิงเวียนศีรษะ หรือ รสู้ ึกจะเป็ นลม อาการเจ็บหนา้ อก และภาวะ วียนศีรษะ ปวดศีรษะ คดั จมกู ไอ คลื่นไส้ หวั ใจเ น้ ผดิ จงั หวะ อาเจียน ทอ้ งผกู ทอ้ งเสีย 46
การรกั ษาภาวะหวั ใจเ น้ ผดิ จงั หวะ Digitalis เพิ่มแรงบีบ วั ของหวั ใจ ทาใหเ้ ลอื ดไปเล้ยี งรา่ งกายไดด้ ีขน้ึ ใชบ้ รรเทาอาการของโรคหวั ใจวาย ผลขา้ งเคียง ทาใหห้ วั ใจเ น้ ผดิ จงั หวะไดเ้ ชน่ PVC, PA with AVB, VF การพยาบาล 1.นบั อั ราการเ น้ ของหวั ใจกอ่ นใหย้ าเ ็ม 1 นาที ถา้ อั ราการเ น้ ของหวั ใจชา้ กว่า 60 ครง้ั อ่ นาที รายงานแพทย์ 2.สงั เก อาการ hypokalemia เพราะ โปแ สเซียมในเลือด า่ จะทาใหเ้ กดิ พิษจากยาดจิ ิทาลสิ ไดง้ า่ ย Adenosine ใช้ supraventricular tachycardia Atropine ลดการหลงั่ นา้ ลายหรือสารคดั หลงั่ ในระบบทางเดนิ หายใจบรรเทาอาการปวดเกร็ง ในระบบทางเดนิ อาหารรกั ษาภาวะหวั ใจเ น้ ชา้ 3.การช็อคดว้ ยไฟฟ้ า (Cardioversion or Defibrillation) เป็ นการปลอ่ ยกระแสไฟฟ้ าผา่ นเขา้ กลา้ มเนอ้ื หวั ใจ มผี ลให้ SA node กลบั มาทาหนา้ ทใี่ หมไ่ ดอ้ ย่างปก ิ 4.การใสเ่ ครื่องกระ นุ้ จงั หวะหวั ใจดว้ ยไฟฟ้ า (pace maker) 47
หนว่ ยที่ 10 การพยาบาลผปู้ ่ วยในภาวะวิกฤ ระบบ ประสาทและไขสนั หลงั 48
Search