พืน้ ฐานเกี่ยวกบั องค์ประกอบศลิ ป์ iiii 1 1 ความหมายและความสำคญั ขององค์ประกอบศิลป์ 2 องค์ประกอบด้านนามธรรมของงานศลิ ปะ 3 สว่ นประกอบขององค์ประกอบศิลป์ 4 การจัดวางภาพตามหลกั การขององคป์ ระกอบศิลป์
หนว่ ยที่ 1 พ้ืนฐานเก่ยี วกับองคป์ ระกอบศลิ ป์ ห น้ า | 2 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 หน่วยท่ี 1 รหัสวิชา 2204-2101 วิชา องคป์ ระกอบศิลป์สำหรบั งานคอมพิวเตอร์ สอนครัง้ ที่ 1 ชื่อหนว่ ย พ้ืนฐานเกย่ี วกับองค์ประกอบศิลป์ จำนวน 3 ช่ัวโมง สาระสำคญั องค์ประกอบศิลป์ เป็นเรื่องที่ผู้เรียนทุกคนต้องเรียนรู้เป็นพื้นฐาน เพื่อที่จะนำไปใช้ได้ให้เกิด ประสิทธิภาพในการออกแบบโครงสรา้ งหรือรปู ร่างของภาพ แลว้ นำไปประยกุ ต์ใช้ในงานออกแบบต่าง ๆ ได้ เช่น การจัดวางส่ิงของเพื่อตกแตง่ บ้าน, การจัดสำนักงาน, การจัดโต๊ะอาหาร, จัดสวน, การออกแบบ ปกรายงาน, ตัวอักษรและการจัดบอร์ดกิจกรรมต่าง ๆ สามารถนำไปใช้กับการออกแบบอื่น ๆ ได้เป็น อย่างดี ซ่งึ ตอ้ งอาศยั หลักองค์ประกอบศลิ ป์ทง้ั ส้นิ สาระการเรยี นรู้ 1. ความหมายและความสำคัญขององคป์ ระกอบศลิ ป์ 2. องคป์ ระกอบด้านนามธรรมของงานศลิ ปะ 3. ส่วนประกอบขององค์ประกอบศิลป์ 4. การจดั วางภาพตามหลักการจดั องคป์ ระกอบศิลป์ สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความร้เู กย่ี วกับหลกั การจดั องคป์ ระกอบศลิ ป์สำหรบั งานคอมพิวเตอร์ 2. จัดวางตำแหน่งภาพและจัดวางภาพชนิดต่าง ๆ ตามหลกั การขององค์ประกอบศลิ ป์ จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม 1. บอกความหมายและความสำคัญขององค์ประกอบศิลปไ์ ด้ 2. อธิบายองคป์ ระกอบด้านนามธรรมของงานศิลปะได้ 3. สร้างสรรค์งานจากสว่ นประกอบขององคป์ ระกอบศิลปไ์ ด้ 4. จัดวางภาพตามหลักการจัดองค์ประกอบศลิ ปไ์ ด้ 5. มีคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์และเจตคตทิ ีด่ ใี นการเรียนวชิ าชพี คอมพิวเตอร์ธรุ กิจ ผู้เรียบเรยี ง นางนติ ยา เสาหงษ์ ครูชำนาญการ วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาเทคโนโลยฐี านวิทยาศาสตร์ (ชลบรุ )ี
หน่วยที่ 1 พนื้ ฐานเกย่ี วกับองค์ประกอบศิลป์ ห น้ า | 3 คณุ ธรรม จริยธรรมและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 1.ความรบั ผิดชอบ 2.ความมีวนิ ยั 3.ความสนใจใฝ่รู้ 4.การมจี ติ อาสา 5.จรรยาบรรณตอ่ การใช้เทคโนโลยี (เกณฑก์ ารประเมนิ ตามขอ้ กำหนดสถานศกึ ษาคณุ ธรรมของวิทยาลัย) กจิ กรรมการเรียนการสอน ขั้นตอนการ สอนครง้ั ที่ 1 สปั ดาห์ท่ี 1 ชว่ั โมงท่ี 1 - 3 เวลาท่ใี ช้ เรียนการสอน กิจกรรมการเรยี นการสอน 5 นาที ชั้นนำ 10 นาที 1. ครูชีแ้ จงวิธกี ารเรยี นรู้ ระยะเวลาที่ทำการเรียนการสอน หลกั การ 5 นาที ข้ันสอน แนวทางการเรียน และการวดั ประเมินผลการเรียน 30 นาที 1. ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนหนว่ ยท่ี 1 จำนวน 10 ขอ้ 20 นาที 2.ครเู ปิดประเดน็ ให้นักเรียนรว่ มสนทนาแลกเปล่ยี นเรียนร้ใู นประเด็น เรอ่ื ง “ศลิ ปะมีความหมายว่าอยา่ งไร ตามความรูส้ ึกของนกั เรยี น” 20 นาที 3.ครูอธิบายเน้ือหารายวชิ าโดยสือ่ มัลติมีเดยี ประจำหน่วยการเรียนรู้ เรอื่ งพน้ื ฐานเก่ียวกบั องค์ประกอบศลิ ป์ 4. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 2 คน ค้นคว้าหาข้อมูลในหัวข้อที่ กำหนด โดยนักเรียนต้องสรุปสาระสำคัญของประเด็นคำถามพร้อม ทั้งนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยครูแนะนำวิธีการสืบค้นข้อมูล จากอินเตอร์เน็ต ดังน้ี กลมุ่ ท่ี 1 เรอ่ื งส่วนประกอบขององคป์ ระกอบศิลป์ กลมุ่ ที่ 2 เร่ืองหลักการจดั องคป์ ระกอบศลิ ป์ กล่มุ ที่ 3 เรื่องหลักการจดั วางภาพ กลุ่มท่ี 4 เร่ืองหลักการจดั วางวตั ถุ กลุม่ ท่ี 5 เรื่องการสร้างสรรคง์ านศิลปะ 2 มิติและ 3 มติ ิ 4. ครูให้นักเรียนทำแบบฝกึ หดั ประจำหน่วยการเรยี นรู้ที่ 1.1 ผ้เู รยี บเรยี ง นางนิตยา เสาหงษ์ ครชู ำนาญการ วิทยาลัยอาชวี ศึกษาเทคโนโลยฐี านวทิ ยาศาสตร์ (ชลบรุ )ี
หนว่ ยท่ี 1 พ้ืนฐานเกี่ยวกับองค์ประกอบศิลป์ ห น้ า | 4 ข้ันตอนการ กิจกรรมการเรียนการสอน เวลาที่ใช้ เรยี นการสอน 40 นาที ขัน้ สอน (ตอ่ ) 6. ครูให้นกั เรยี นฝกึ ปฏิบัติตามใบงานท่ีกำหนด ใบงานที่ 1.1 เสน้ สีสร้างสรรค์ 20 นาที ข้นั สรปุ ใบงานที่ 1.2 การจัดวางภาพตามหลกั การจดั องคป์ ระกอบศลิ ป์ 10 นาที ขัน้ ประเมินผล 1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นำเสนอผลงานตามหัวขอ้ ที่ได้รับมอบหมาย 10 นาที และสรุปเนื้อหาที่เรียนด้วยการตัง้ คำถาม และให้เหตุผลในการตอบ 10 นาที คำถามในแตล่ ะเนื้อหาเพ่อื ทบทวนอกี ครงั้ 1. ครูตรวจแบบฝกึ หดั ประจำหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1.1 2. ครูตรวจใบงานประจำหน่วยการเรยี นรู้ 1.1 และ 1.2 3. ครใู ห้นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 1 จำนวน 10 ข้อ สอื่ การเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนวชิ าองคป์ ระกอบศลิ ปส์ ำหรบั งานคอมพิวเตอร์ หนว่ ยที่ 1 2 . แบบฝกึ หัดและใบงานประจำหน่วยการเรียนรหู้ นว่ ยที่ 1 3 . ส่อื มลั ติมเี ดยี ประจำหนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 4. เครอื่ งคอมพิวเตอร์และระบบอนิ เตอรเ์ นต็ Dki การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัดผล 1. ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน 2. ทำแบบฝกึ หัดและใบงานประจำหน่วยการเรยี นรู้ 3. สงั เกต คุณธรรม จรยิ ธรรมและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องนกั เรยี น เครอื่ งมอื วดั ผล 1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและแบบทดสอบหลังเรียน 2. แบบประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ าน 3. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรมและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 4. แบบประเมนิ ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ผเู้ รียบเรยี ง นางนิตยา เสาหงษ์ ครูชำนาญการ วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาเทคโนโลยฐี านวทิ ยาศาสตร์ (ชลบุร)ี
หนว่ ยท่ี 1 พน้ื ฐานเก่ียวกับองคป์ ระกอบศลิ ป์ ห น้ า | 5 1. ความหมายและความสำคญั ขององคป์ ระกอบศิลป์ ความหมายขององค์ประกอบศลิ ป์ องคป์ ระกอบศลิ ปห์ รอื (composition) น้นั มาจากภาษาละติน โดยคำว่า post น้นั หมายถงึ การ จัดวาง และคำว่า comp หมายถึงเข้าด้วยกัน ซึ่งเมื่อนำมารวมกันแล้วในทางศิลปะ Composition จึง หมายความถึง องค์ประกอบของศิลปะ การจะเกิดองค์ประกอบศิลป์ได้นั้น ต้องเกิดจากการนำ ส่วนประกอบของศิลปะ (Element of art) มาสร้างสรรคง์ านศลิ ปะเข้าดว้ ยหลกั การจัดองคป์ ระกอบศิลป์ (Principle of art) จึงจะเป็นผลงานองค์ประกอบศิลป์ สำหรับความหมายขององค์ประกอบศิลป์นั้น มี นักวชิ าการหลายทา่ นไดใ้ หค้ วามหมายเอาไว้ซง่ึ พอสรุปไดด้ งั น้ี องค์ประกอบศิลป์ หมายถึง สิ่งที่ศิลปินและนักออกแบบใช้เป็นสื่อในการแสดงออกและสร้าง ความหมายโดยนำมาจดั เขา้ ดว้ ยกันและเกดิ รปู รา่ งอนั เดน่ ชดั (สวนศรี ศรีแพงพงษ์, 2561) องค์ประกอบศิลป์ หมายถึง เครื่องหมายหรือรูปแบบท่ีนำมาจดั รวมกนั แล้วเกิดรูปร่างต่าง ๆ ที่ แสดงออกในการสือ่ ความหมายและความคดิ สรา้ งสรรค์ (สทิ ธศิ กั ด์ิ ธญั ศรสี วัสดิ์กุล, 2539, น.56) องค์ประกอบศิลป์ คอื ความงาม ความพอดีลงตวั อันเปน็ เป็นรากฐานเนอ้ื หาของศิลปะ อกี ทัง้ ยัง เป็นเครอ่ื งมือท่ีสำคญั ทางศิลปะให้ผูส้ รา้ งสรรคไ์ ด้ส่อื สารความคิดของตนเองไปสบู่ ุคคลอื่น (สุชาติ เถาทอง , 2536) จากความหมายข้างต้น พอสรุปได้ว่า องค์ประกอบศิลป์ หมายถึง สิ่งที่มนุษย์ใช้เป็นสื่อในการ แสดงออกอยา่ งสรา้ งสรรคโ์ ดยนำส่วนประกอบของศลิ ปะมาจัดวางรวมกันอยา่ งสอดคลอ้ ง กลมกลืนและมี ความหมาย เกดิ รูปรา่ งหรอื รปู แบบตา่ ง ๆ อันเดน่ ชัดและสวยงาม ความสำคญั ขององค์ประกอบศิลป์ องค์ประกอบศิลป์เป็นหัวใจสำคัญของงานศิลปะทุกสาขาเพราะงานศิลปะใดหากขาดการนำ หลกั การขององคป์ ระกอบศิลปไ์ ปใช้ ก็จะทำใหง้ านนน้ั ดูด้อยคุณค่าลง ทั้งด้านกายภาพและมโนภาพ การ ทีจ่ ะเขา้ ถงึ ศิลปะ (Appreciation) นัน้ จะตอ้ งผ่านการฝกึ ฝน การทำซ้ำ ๆ อยา่ งสนใจ จนเกดิ ความเข้าใจ ทำด้วยความคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านั้นจึงจะเขา้ ใจ รู้เห็นคุณค่าของศิลปะนั้น ๆ ได้ดี ซึ่งมีนักการศึกษาด้าน ศิลปะหลายท่านไดใ้ หท้ รรศนะด้านความสำคัญขององคป์ ระกอบศิลป์พอจะสรปุ ไดด้ ังนี้ คือ องค์ประกอบศิลป์ เป็นเสมือนหัวใจดวงหนึ่งของการทำงานศิลปะ เพราะในงานองค์ประกอบ ศิลป์หนงึ่ ชน้ิ จะประกอบไปดว้ ย การรา่ งภาพ (วาดเสน้ ) การจัดวางใหเ้ กดิ ความงาม (จัดภาพ) และการใช้สี (ทฤษฎีส)ี ซง่ึ แตล่ ะอยา่ งจะตอ้ งเรียนรสู้ ูร่ ายละเอียดลึกลงไปอีก องคป์ ระกอบศลิ ป์จงึ เปน็ พื้นฐานสำคัญท่ี ผู้เรยี บเรยี ง นางนิตยา เสาหงษ์ ครชู ำนาญการ วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาเทคโนโลยีฐานวทิ ยาศาสตร์ (ชลบรุ )ี
หน่วยท่ี 1 พ้ืนฐานเกีย่ วกบั องคป์ ระกอบศลิ ป์ ห น้ า | 6 รวบรวมความรู้หลาย ๆ อย่างไว้ด้วยกัน จึงต้องเรียนรู้ก่อนที่จะศึกษาในเรื่องอื่น ๆ (อนันต์ ประภาโส, 2553) องค์ประกอบศลิ ป์ เปน็ การจดั องค์ประกอบและการใช้สี เป็นหลกั การที่สำคัญในการสร้างสรรค์ ให้งานศิลปะเกดิ ความงาม ไม่วา่ จะเปน็ จิตรกรรม วาดเขียน ประติมากรรม สถาปัตยกรรมและการพมิ พ์ ภาพหากปราศจากความรคู้ วามเข้าใจเสยี แลว้ ผลงานนนั้ ๆ ก็จะไม่มคี ่าหรือความหมายใด ๆ เลย (สวนศรี ศรีแพงพงษ์, 2561) องค์ประกอบศิลป์ จดั เปน็ วชิ าทม่ี ีความสำคัญสำหรับผู้ศึกษางานศิลปะ หากว่าขาดความรู้ความ เขา้ ใจในวิชานี้แลว้ ผลงานทีส่ ร้างขึน้ มาก็ยากท่ปี ระสบความสำเร็จโดยเฉพาะอย่างยิง่ งานศิลปะสมัยใหม่ที่ มกี ารแสดงเฉพาะเส้น สี แสง เงานำ้ หนกั พนื้ ผิว จงั หวะ และบรเิ วณที่ว่าง มีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องนำ หลักการองค์ประกอบศิลปะมาใช้ หลักการจัดองค์กรประกอบศิลป์มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับงาน ทศั นศลิ ป์โดยตรงท้ังวิจติ รศิลป์และประยุกต์ศิลป์การจัดภาพหรอื ออกแบบสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ให้ เกิดคณุ คา่ ความงามนนั้ การจัดองค์ประกอบศิลป์จะมีบทบาทสำคัญมากท่สี ดุ (จีรพันธ์ สมประสงค์, 2553) จากทรรศนะดังกล่าวข้างต้น พอสรุปได้วา่ องค์ประกอบศิลป์เปน็ หวั ใจสำคัญของงานศิลปะทุก สาขาเพราะงานศิลปะใดหากขาดการนำหลักการขององค์ประกอบศิลป์ไปใช้ ก็จะทำให้งานนั้นดูด้อย คณุ คา่ ทัง้ ทางด้านกายภาพและมโนภาพ ซ่งึ มีผลต่อความรูส้ ึกของผพู้ บเหน็ 2. องค์ประกอบด้านนามธรรมของงานศลิ ปะ องค์ประกอบศิลปะ (Composition of Art) หมายถึง ส่วนต่าง ๆ ที่ประกอบกันทางความงาม เกดิ จากการสร้างสรรค์ของมนุษย์ มีจดุ มุง่ หมายเพ่ือแสดงออกทางอารมณ์ ความรสู้ กึ นึกคดิ ทางความงาม ความพึงพอใจทีจ่ ะสือ่ สารซึ่งกันและกันของมนุษย์ ส่วนประกอบของการจัดองค์ประกอบ ประกอบด้วย ส่วนสำคัญ 2 ส่วน (ชะลูด นิ่มเสมอ, 2531) 1. รปู ทรง (Form) คือวัตถุ หรอื ส่ิงทีม่ องเหน็ ได้ เกดิ ขนึ้ จากการนำเอาเส้น สี น้ำหนกั แสง เงา และลกั ษณะพน้ื ผิว มาประกอบผสมผสานเปน็ รปู ลกั ษณะตามตอ้ งการ สามารถรบั รู้สัมผัสไดท้ างสายตา 2. เน้อื หา (Content) คอื ผลทไี่ ด้รับจากงานศลิ ปะ ท่ีแสดงผา่ นทางรูปทรง เปน็ เร่อื งราว สอ่ื ความหมายได้ทางการรบั รู้ และความรู้สกึ เนือ้ หาแบง่ ได้เป็น 2 ประเภท 2.1 เนื้อหาทเ่ี ปน็ นามธรรม ท่เี กิดจากจนิ ตนาการ อารมณ์ ความร้สู ึกนกึ คิด แสดงออกทาง ความงาน เกดิ อารมณ์สะเทอื นใจ เชน่ ความรกั ความเศร้า ความเหน็ ใจ 2.2 เน้อื หาท่ีเป็นรปู ธรรม เปน็ เรือ่ งราวของศิลปะ เชน่ ภาพเขียน ภาพปั้น ภาพพิมพ์ คน สตั ว์ ส่ิงของ หรือเหตกุ ารณ์ เป็นเนอื้ หาทเ่ี ปน็ ผลสืบเนือ่ งจากเนือ้ หาท่เี ป็นนามธรรม ผเู้ รียบเรียง นางนิตยา เสาหงษ์ ครูชำนาญการ วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบรุ )ี
หนว่ ยท่ี 1 พนื้ ฐานเก่ยี วกับองค์ประกอบศิลป์ ห น้ า | 7 3. สว่ นประกอบขององค์ประกอบศลิ ป์ ส่วนประกอบขององคป์ ระกอบศลิ ป์ คือ การนำเอาส่วนตา่ ง ๆ มาประกอบกันทำใหเ้ กิดรูปแบบ ต่าง ๆ ที่มีคุณค่าความงามในงานศิลปะแขนงต่าง ๆ เช่น งานจิตรกรรม งานประติมากรรมและงาน สถาปัตยกรรม ซึ่งมีองค์ประกอบทีส่ ำคัญคือ 3.1 เสน้ (Line or Strips) หมายถึง พื้นฐานที่สำคัญของงานศิลปะทุกสาขา เกิดจากจุดที่เรียงต่อกันหรือเกิดจากการ ลากเส้นไปยังทิศทางต่าง ๆ เส้นใช้ในการสร้างรูปร่าง ลวดลาย พื้นผิว การใช้เส้นในการออกแบบยัง สามารถเลอื กขนาดและลักษณะของเส้นท่แี ตกตา่ งกันเพอ่ื ใชแ้ สดงออกตามวตั ถุประสงค์ 3.1.1 ความสำคัญของเสน้ 3.1.1.1 ใชใ้ นการแบ่งที่ว่างออกเป็นส่วน ๆ 3.1.1.2 กำหนดขอบเขตของทวี่ ่าง ทำใหเ้ กิดเป็นรปู ร่างตา่ ง ๆ ขึ้นมา 3.1.1.3 กำหนดเสน้ รอบนอกของรปู ทรง ทำใหม้ องเหน็ รปู ทรงชดั เจนขนึ้ 3.1.1.4 ทำหนา้ ทเ่ี ปน็ นำ้ หนกั ออ่ นแกข่ องแสงและเงา 3.1.1.5 ใหค้ วามรู้สึกด้วยการเป็นแกนหรอื โครงสร้างของรปู และโครงสรา้ งของภาพ 3.1.2 ลักษณะของเส้น มหี ลากหลายรูปแบบ ไดแ้ ก่ 3.1.2.1 เส้นตรงแนวตั้งหรือเส้นดิ่ง (Upright-Straight Line) ให้ความรู้สึกสง่า งาม ตงั้ ม่นั สงู และบีบแคบลง ดงั ตัวอย่างภาพท่ี 1.1 ภาพท่ี 1.1 ลักษณะของเส้นตรงแนวต้งั หรือเสน้ ดงิ่ ทมี่ า : นิตยา เสาหงษ์, 2561. 3.1.2.2 เส้นตรงแนวนอน (Straight Line) ให้ความรู้สึกสงบนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว เรยี บงา่ ย สุภาพ ดงั ตวั อยา่ งภาพท่ี 1.2 ภาพที่ 1.2 ลกั ษณะของเสน้ ตรงแนวนอน ทม่ี า : นิตยา เสาหงษ์, 2561. ผเู้ รียบเรียง นางนติ ยา เสาหงษ์ ครชู ำนาญการ วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุร)ี
หน่วยที่ 1 พนื้ ฐานเก่ยี วกับองค์ประกอบศลิ ป์ ห น้ า | 8 3.1.2.3 เส้นตรงแนวเฉียง (Oblique Line) ให้ความร้สู กึ เคลอื่ นไหว โฉบเฉ่ียว มกั ใช้ ในโอกาสทตี่ ้องการความแปลกใหม่ จะช่วยกระตุ้นใหเ้ กิดการรบั รูแ้ ละต่นื ตาต่ืนใจ ดงั ตวั อย่างภาพที่ 1.3 ภาพท่ี 1.3 ลกั ษณะของเสน้ ตรงแนวเฉยี ง ทม่ี า : นติ ยา เสาหงษ์, 2561. 3.1.2.4 เส้นโค้งปกติ (Curve Line) ให้ความรู้สึกอ่อนโยน สวยงาม เช่น ลายกนก และชว่ ยเสรมิ ใหเ้ ส้นตรงมคี วามออ่ นช้อยมากขนึ้ ดังตัวอยา่ งภาพที่ 1.4 ภาพท่ี 1.4 ลักษณะของเสน้ โค้งปกติ ทมี่ า : นิตยา เสาหงษ์, 2561. 3.1.2.5 เส้นโค้งงดงาม (S-Curve Line) ให้ความรู้สึกนุ่มนวลอ่อนโยน เคลื่อนไหว ดงั ตวั อย่างภาพท่ี 1.5 ภาพที่ 1.5 ลักษณะของเสน้ โค้งงดงาม ท่มี า : นิตยา เสาหงษ์, 2561. ผเู้ รียบเรยี ง นางนิตยา เสาหงษ์ ครูชำนาญการ วิทยาลยั อาชวี ศึกษาเทคโนโลยฐี านวทิ ยาศาสตร์ (ชลบรุ )ี
หน่วยที่ 1 พื้นฐานเกีย่ วกบั องคป์ ระกอบศิลป์ ห น้ า | 9 3.1.2.6 เส้นโคง้ ก้นหอย (Spiral Line) ใหค้ วามรู้สกึ เคลือ่ นไหว หมุนวน ไมส่ น้ิ สดุ ใหค้ วามรู้สึกใกลช้ ิดธรรมชาติ ดังตัวอย่างภาพท่ี 1.6 ภาพที่ 1.6 ลักษณะของเส้นโค้งก้นหอย ท่มี า : นิตยา เสาหงษ์, 2561. 3.1.2.7 เส้นหยัก (Zigzag) ให้ความรู้สึกตื่นเต้น ขัดแย้ง เร้าใจ น่ากลัวและแผ่ กระจาย ดังตัวอยา่ งภาพท่ี 1.7 ภาพที่ 1.7 ลักษณะของเสน้ หยกั ทมี่ า : นติ ยา เสาหงษ์, 2561. 3.2 รูปรา่ งและรปู ทรง (Shape and Form) 3.2.1 รปู ร่าง (Shape) เป็นเส้นรอบนอกทางกายภาพของวตั ถุ สิ่งของเครือ่ งใช้ คน สัตว์ และพืช มีลักษณะเปน็ 2 มติ ิ ลกั ษณะ คอื มคี วามกวา้ งและความยาว แบง่ ออกเป็น 3 ประเภท คอื 3.2.1.1 รปู ร่างธรรมชาติ (Natural Shape) คือ รปู ร่างทีเ่ กิดขน้ึ เองตามธรรมชาติ เช่น คน สตั วแ์ ละพืช ดงั ตัวอยา่ งภาพท่ี 1.8 ภาพท่ี 1.8 ลกั ษณะของรปู ร่างธรรมชาติ ที่มา : นติ ยา เสาหงษ์, 2561. ผ้เู รียบเรยี ง นางนติ ยา เสาหงษ์ ครูชำนาญการ วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบรุ )ี
หนว่ ยที่ 1 พ้ืนฐานเกี่ยวกับองค์ประกอบศิลป์ ห น้ า | 10 3.2.1.2 รปู รา่ งเรขาคณิต (Geometrical Shape) คือ รปู ร่างท่มี นษุ ย์สร้างข้นึ มี โครงสร้างแนน่ อน เชน่ รปู สเี่ หลี่ยม รูปสามเหล่ยี ม รปู หกเหลี่ยม รปู หา้ เหล่ยี มและรูปวงกลม ดังตัวอย่าง ภาพท่ี 1.9 ภาพที่ 1.9 ลักษณะของรูปร่างเรขาคณติ ท่มี า : นิตยา เสาหงษ์, 2561. 3.2.1.3 รูปร่างอิสระ (Free Shape) คือ รูปรางที่เกิดขึ้นตามความต้องการของผู้ สรา้ งสรรค์หรอื เกิดขึน้ เองตามธรรมชาติ ใหค้ วามรสู้ ึกทเี่ ปน็ เสรี ไมม่ ีโครงสรา้ งท่แี นน่ อนของตวั เอง เป็นไป ตามอทิ ธพิ ลของส่ิงแวดลอ้ ม เช่น ภเู ขา เมฆ ควนั ไฟและรปู ร่างหยดนำ้ ดงั ตัวอยา่ งภาพท่ี 1.10 ภาพที่ 1.10 ลกั ษณะของรูปร่างอิสระ ท่มี า : วิวัฒน์ไชย จันทนส์ คุ นธ์, ออนไลน์, 2563 3.2.2 รูปทรง (Form) เป็นโครงสร้างทั้งหมดของวัตถทุ ีป่ รากฏแก่สายตาในลักษณะ 3 มิติ คือ มีทั้งสว่ นกว้าง สว่ นยาวและส่วนหนาหรือลึก จะให้ความรู้สกึ เปน็ แทง่ มเี นอ้ื ทภ่ี ายใน มีปริมาตรและ นำ้ หนัก นักออกแบบสามารถนำรปู ร่างและรูปทรงตามธรรมชาติมารวมกบั รูปทรงเลขาคณติ เพ่อื ใช้ในการ ออกแบบผลติ ภัณฑ์ได้ ดังตวั อย่างภาพท่ี 1.11 ภาพที่ 1.11 ลกั ษณะของรูปทรง ท่ีมา : นติ ยา เสาหงษ์, 2561. ผเู้ รยี บเรียง นางนติ ยา เสาหงษ์ ครูชำนาญการ วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาเทคโนโลยีฐานวทิ ยาศาสตร์ (ชลบรุ ี)
หน่วยที่ 1 พนื้ ฐานเกี่ยวกบั องค์ประกอบศิลป์ ห น้ า | 11 3.3 ค่านำ้ หนัก 3.3.1 ค่าน้ำหนัก คือ ค่าความอ่อนแก่ของบริเวณที่ถูกแสงสว่าง และบริเวณที่เป็นเงาของ วัตถุหรือความอ่อน-ความเข้มของสีหนึ่ง ๆ หรือหลายสี เช่น สีแดงมีความเข้มกว่าสีชมพู หรือสีแดงอ่อน กว่าสีน้ำเงิน เปน็ ต้น นอกจากนย้ี งั หมายถึงระดับความเข้มของแสงและระดับความมืดของเงา ซ่ึงไล่เรียง จากมืดที่สุด (สีดำ) ไปจนถึงสว่างทีส่ ุด (สีขาว) น้ำหนักที่อยู่ระหว่างกลางจะเป็นสีเทา ซึ่งมีตั้งแต่เทาแก่ ที่สุด จนถึงเทาอ่อนที่สุด การใช้ค่าน้ำหนักจะทำให้ภาพดูเหมือนจริงและมีความกลมกลืน แต่ถ้าใช้ค่า น้ำหนกั หลาย ๆ ระดบั จะทำให้มีความกลมกลนื มากย่ิงขึน้ และถา้ ใชค้ ่านำ้ หนกั จำนวนน้อยท่ีแตกต่างกัน มาก จะทำใหเ้ กดิ ความแตกตา่ งความขดั แยง้ ดังตัวอยา่ งภาพท่ี 1.12 Change in tone from dark to light Change in hue ภาพท่ี 1.12 แสดงคา่ นำ้ หนกั ความอ่อน-แก่ ทม่ี า : วิวัฒน์ไชย จนั ทนส์ คุ นธ์, ออนไลน์, 2563 3.3.2 แสงและเงา เปน็ องคป์ ระกอบของศิลป์ทอ่ี ย่คู ู่กนั แสงเมือ่ ส่องกระทบกบั วัตถุจะทำให้ เกิดเงา แสงและเงาเป็นตัวกำหนดระดับของค่าน้ำหนัก ความเข้มของเงาจะขึ้นอยู่กับความเข้มของ แสง ในทท่ี ่มี แี สงสว่างมาก เงาจะเขม้ ขึ้นและในทีแ่ สงสว่างน้อย เงาจะไม่ชดั เจน ในท่ีทไ่ี ม่มแี สงสว่างจะไม่ มีเงา และเงาจะอยู่ในทางตรงขา้ มกับแสงเสมอ ค่าน้ำหนักของแสงและเงาที่เกิดบนวัตถุ สามารถจำแนก เป็นลกั ษณะที่ต่าง ๆ ไดด้ งั น้ี 3.3.2.1 บริเวณแสงสว่างจัด (Hi-Light) เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดแสงมาก ท่ีสุด จะมคี วามสวา่ งมากทส่ี ุด ในวตั ถุทมี่ ผี วิ มันวาวจะสะทอ้ นแหล่งกำเนิดแสงออกมาให้เห็นชดั เจน 3.3.2.2 บรเิ วณแสงสว่าง (Light) เปน็ บริเวณท่ีไดร้ บั แสงสว่างรองลงมาจากบริเวณ แสงสว่างจดั เนื่องจากอย่หู ่างจากแหลง่ กำเนดิ แสงออกมาและเริ่มมีค่าน้ำหนกั อ่อนๆ 3.3.2.3 บริเวณเงา (Shade) เป็นบริเวณท่ีไมไ่ ด้รับแสงสวา่ งหรือบริเวณทีถ่ ูกบดบงั จากแสงสว่าง ซึ่งมคี ่านำ้ หนกั เขม้ มากขน้ึ กวา่ บรเิ วณแสงสว่าง ผู้เรยี บเรียง นางนติ ยา เสาหงษ์ ครูชำนาญการ วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาเทคโนโลยฐี านวทิ ยาศาสตร์ (ชลบรุ )ี
หน่วยท่ี 1 พ้นื ฐานเกีย่ วกับองคป์ ระกอบศลิ ป์ ห น้ า | 12 3.3.2.4 บริเวณเงาเข้มจัด (Hi-Shade) เป็นบริเวณที่อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสง มากที่สดุ หรือเปน็ บรเิ วณทถ่ี กู บดบงั มาก ๆ หลาย ๆ ชน้ั จะมีค่านำ้ หนักท่ีเขม้ มากไปจนถึงเข้มทสี่ ดุ 3.3.2.5 บริเวณเงาตกทอด เป็นบริเวณของพื้นหลังที่เงาของวัตถุทาบลงไป เป็น บรเิ วณเงาท่อี ยุ่ภายนอกวัตถแุ ละจะมีความเขม้ ของค่านำ้ หนักขนึ้ อยู่กับความเขม้ ของเงา น้ำหนักของพ้ืน หลังทิศทางและระยะของเงา การเกิดแสงและเงาในรูปแบบต่าง ๆ ข้างต้น สามารถแสดงได้ ดังตัวอย่าง ภาพที่ 1.13 ภาพท่ี 1.13 แสดงภาพบรเิ วณเงาที่ตกกระทบ ทมี่ า : ววิ ฒั น์ไชย จนั ทนส์ คุ นธ์, ออนไลน,์ 2563 3.3.3 ความสำคัญของค่านำ้ หนัก 4.3.3.1 ให้ความแตกต่างระหว่างรปู และพืน้ หรือรปู ทรงกบั ท่วี า่ ง 4.3.3.2 ใหค้ วามรูส้ ึกเคลอ่ื นไหว 4.3.3.3 ใหค้ วามรสู้ กึ เป็น 2 มติ ิ แกร่ ูปร่างและความเป็นมติ ิ 3 มิติ แก่รปู ทรง 4.3.3.4 ทำให้เกิดระยะความตืน้ -ลึก และระยะใกล้-ไกล ของภาพ 4.3.3.5 ทำใหเ้ กิดความกลมกลืนประสานกันของภาพ 3.4 สี (Color) เปน็ องคป์ ระกอบสำคญั ของภาพ สามารถสร้างแรงดึงดดู ใจและสายตาต่อผู้พบเหน็ ไดเ้ ป็นอย่างดี ช่วยทำให้เกิดการรับรู้และส่งความรู้สึกไปยังสมองเพื่อให้เกิดความรู้สึกต่าง ๆ ตามอิทธิพลของสี ซึ่งสี สามารถจำแนกได้ดงั น้ี 3.4.1 ประเภทของสี แบ่งออกไดเ้ ปน็ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ 3.4.1.1 สีท่ีเกดิ ในธรรมชาติ มอี ยู่ 2 ชนดิ คอื 1) สีที่เป็นแสง (Spectrum) คือ สีท่ีเกดิ จากการหักเหของแสง เช่น สรี ุ้ง สจี ากแท่งแกว้ ปรซิ มึ 2) สที ่อี ยู่ในวตั ถหุ รอื เนื้อสี (Pigment) คอื สที ่มี อี ย่ใู นวัตถุธรรมชาติท่ัวไป เชน่ สีของพืช สตั วห์ รือแรธ่ าตตุ ่าง ๆ ผู้เรียบเรยี ง นางนติ ยา เสาหงษ์ ครูชำนาญการ วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาเทคโนโลยีฐานวทิ ยาศาสตร์ (ชลบุรี)
หนว่ ยที่ 1 พ้ืนฐานเก่ียวกบั องคป์ ระกอบศิลป์ ห น้ า | 13 3.4.1.2 สที ม่ี นุษยส์ รา้ งขน้ึ คือ สที ีไ่ ดจ้ ากการสังเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์ในงาน เช่น งาน ศิลปะ อุตสาหกรรม การพาณชิ ยแ์ ละในชวี ิตประจำวัน โดยสงั เคราะห์จากวัสดธุ รรมชาติ และจากสารเคมี ที่เรียกว่า สีวิทยาศาสตร์ ซึ่งสีที่ได้จาก การสังเคราะห์สามารถนำมาผสมกัน ให้เกิดเป็นสีต่าง ๆ อีก มากมาย 3.4.2 แมส่ ี จำแนกออกไดเ้ ป็น 3 ประเภท ประกอบดว้ ย 3.4.2.1 แมส่ ีจิตวิทยา เปน็ สีทีม่ ีอิทธพิ ลตอ่ ความรู้สกึ และมผี ลต่อจิตใจมนษุ ย์ เมอ่ื พบเห็น สามารถโน้มน้าวชวนให้รู้สกึ ตน่ื เต้น ตืน่ ตวั อยู่ตลอดเวลา โดยส่วนมากมกั ใช้ในการรกั ษาคนไข้ในกลุ่มโรค ที่มีความบกพร่องทางจิตประสาท แม่สีในกลุ่มนี้ประกอบด้วย สีแดง สีเหลือง สีเขียวและสีน้ำเงิน ดัง ตวั อยา่ งภาพท่ี 1.14 ภาพที่ 1.14 แสดงแมส่ ีจิตวทิ ยา ทม่ี า : นติ ยา เสาหงษ์, 2561. 3.4.2.2 แมส่ ีวทิ ยาศาสตร์ เป็นสีทเี่ กิดจากการสร้างหรือประดิษฐข์ ้นึ จากกระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์ เชน่ สขี องหลอดไฟ สที ่ีผ่านแท่งแกว้ ปรซิ ึม ที่เกิดจากการสะทอ้ นและการหกั เหของแสง แม่ สีในกลุม่ นปี้ ระกอบด้วย สสี ม้ สีเขียวมรกต และสมี ่วง ดงั ตัวอย่างภาพที่ 1.15 ภาพที่ 1.15 แสดงแม่สีวิทยาศาสตร์ ทม่ี า : นติ ยา เสาหงษ์, 2561. 3.4.2.3 แม่สีศิลปะ เป็นสีที่ใช้ในการวาดภาพหรือสร้างสรรค์ผลงานศิลปะทั่ว ๆ ไป ซ่ึง เมื่อนำมาผสมกันในปริมาณต่าง ๆ ที่ต่างอัตราส่วนกันจะเกิดสีสันมากมายให้เลือกหรือนำมาใช้ในการ สร้างสรรค์ผลงานท่สี วยงามได้ แม่สีในกลุ่มนีป้ ระกอบดว้ ย สแี ดง สเี หลืองและสนี ้ำเงนิ ดังตัวอย่างภาพท่ี 1.16 ภาพที่ 1.16 แสดงแมส่ ศี ิลปะ ทม่ี า : นติ ยา เสาหงษ์, 2561. ผู้เรียบเรียง นางนติ ยา เสาหงษ์ ครชู ำนาญการ วิทยาลยั อาชวี ศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบรุ )ี
หน่วยท่ี 1 พน้ื ฐานเก่ียวกับองค์ประกอบศิลป์ ห น้ า | 14 3.4.3 วรรณะของสี วรรณะของสี คอื สีท่ีให้ความรู้สกึ รอ้ นหรอื เย็น ในวงจรสจี ะมีสีรอ้ น 7 สี และสเี ย็น 7 สี ซึ่งแบ่ง ที่ สมี ่วงกบั สีเหลือง ซง่ึ เปน็ ไดท้ ง้ั สองวรรณะ แบ่งออกเปน็ 2 วรรณะ ตามวงจรสี ดังตัวอยา่ งภาพท่ี 1.17 วรรณะร้อน วรรณะเย็น ภาพที่ 1.17 แสดงวงจรสีตามวรรณะของสี ทมี่ า : นติ ยา เสาหงษ์, 2561. 3.4.3.1 วรรณะสีรอ้ น (Warm Tone) ประกอบดว้ ยสเี หลอื ง สีสม้ เหลอื ง สีสม้ สีส้ม แดง สมี ว่ งแดงและสมี ่วง สีในวรรณะร้อนนจ้ี ะไมใ่ ชส่ สี ด ๆ ดังที่เห็นในวงจรสีเสมอไป เพราะสใี นธรรมชาติ ย่อมมีสีแตกต่างไปกว่าสีในวงจรสีธรรมชาติ ถ้าหากว่าสีใดค่อนข้างไปทางสีแดงหรือสีส้ม เช่น สีน้ำตาล หรือสีเทาอมทอง กถ็ ือวา่ เป็นสวี รรณะร้อน 3.4.3.2 วรรณะสเี ย็น (Cool Tone) ประกอบดว้ ย สเี หลือง สีเขยี วเหลอื ง สีเขยี ว สี เขียวนำ้ เงิน สีนำ้ เงนิ สมี ่วงน้ำเงิน และสีมว่ ง สว่ นสอี นื่ ๆ ถา้ หนักไปทางสนี ำ้ เงินและสเี ขยี วกเ็ ป็นสีวรรณะ เย็นดังเช่น สีเทา สีดำ สีเขียวแก่ เป็นต้น จะสังเกตไดว้ ่าสีเหลืองและสีม่วงอยู่ทั้งวรรณะร้อนและวรรณะ เย็น ถ้าอยู่ในกลุ่มสีวรรณะร้อน ก็ให้ความรู้สึกร้อนและถ้าอยู่ในกลุ่มสีวรรณะเย็น ก็ให้ความรู้สึกเย็นไป ด้วย สีเหลอื งและสมี ่วงจึงเปน็ สไี ด้ทง้ั วรรณะรอ้ นและวรรณะเย็น 3.4.4 สตี รงกนั ขา้ มหรือสีตดั กนั เป็นสีที่มีค่าความเข้มของสีตัดกนั ไม่นิยมมาใช้รว่ มกนั เพราะจะทำให้แต่ละสีไมม่ คี วามโดดเด่น การนำสตี รงกันข้ามมาใชร้ ว่ มกัน อาจทำได้ดังน้ี 4.4.4.1 มพี ื้นที่ของสีหนง่ึ มาก อีกสหี น่ึงนอ้ ย 4.4.4.2 ผสมสีอื่น ๆ ลงไปทสี่ ใี ดสหี นงึ่ หรือทงั้ สองสี 4.4.4.3 ผสมสตี รงกนั ขา้ มลงไปในสีทง้ั สองสี ผ้เู รียบเรียง นางนิตยา เสาหงษ์ ครูชำนาญการ วิทยาลัยอาชวี ศึกษาเทคโนโลยฐี านวทิ ยาศาสตร์ (ชลบุรี)
หน่วยที่ 1 พืน้ ฐานเก่ียวกับองคป์ ระกอบศลิ ป์ ห น้ า | 15 สีตรงกนั ข้ามหรอื สตี ดั กนั ดงั ตัวอย่างภาพที่ 1.18 สีเหลือง สมี ว่ ง สีส้มเหลือง สมี ว่ งน้ำเงิน สีส้ม สนี ำ้ เงนิ สสี ้มแดง สเี ขยี วนำ้ เงนิ สีแดง สีเขียว สมี ่วงแดง สเี ขยี วเหลือง ภาพที่ 1.18 แสดงสตี รงกนั ข้ามหรือสตี ัดกนั ท่ีมา : นิตยา เสาหงษ์, 2561. 3.4.5 จิตวิทยาสกี บั ความร้สู ึก ในด้านจิตวทิ ยา สีเป็นตัวกระตุ้นความรู้สึกและมีผลต่อจิตใจของมนุษย์ สตี า่ ง ๆ จะให้ความรู้สึก ที่แตกตา่ งกัน จงึ มกั ใชส้ ีเพอื่ สอื่ ความรู้สกึ และความหมายตา่ ง ๆ ได้แก่ ตารางที่ 1.1 แสดงจติ วทิ ยาสกี ับความรสู้ กึ สี ความรสู้ ึก สแี ดง ใหค้ วามรสู้ ึกเรา่ ร้อน รุนแรง อันตราย ต่นื เตน้ สีเหลอื ง ให้ความรู้สกึ สว่าง อบอนุ่ แจ่มแจง้ ร่าเริง ศรทั ธา มัง่ คง่ั สีเขียว ใหค้ วามรสู้ กึ สดใส สดช่นื เย็น ปลอดภัย สบายตา ม่งุ หวงั สฟี า้ ใหค้ วามรู้สกึ ปลอดโปล่ง แจ่มใส กวา้ ง ปราดเปร่อื ง สมี ่วง ใหค้ วามร้สู กึ เศร้า หมน่ หมอง ลกึ ลบั สดี ำ ใหค้ วามรสู้ ึก มดื มดิ เศรา้ น่ากลัว หนกั แนน่ สีขาว ใหค้ วามรูส้ กึ บรสิ ทุ ธิ์ ผดุ ผอ่ ง ว่างเปลา่ จดื ชดื สีแสด ใหค้ วามรสู้ ึก สดใส รอ้ นแรง เจิดจ้า มพี ลงั อำนาจ สเี ทา ใหค้ วามรู้สึก เศรา้ เงียบขรึม สงบ แก่ชรา สนี ำ้ เงนิ ใหค้ วามรู้สกึ เงยี บขรึม สงบสขุ จรงิ จงั มีสมาธิ สีน้ำตาล ใหค้ วามรสู้ ึก แห้งแลง้ ไม่สดชืน่ นา่ เบอ่ื สีชมพู ให้ความรูส้ กึ ออ่ นหวาน เปน็ ผู้หญิง ประณีต รา่ เริง สีทอง ใหค้ วามรู้สึก มั่งคง่ั อุดมสมบรู ณ์ ผู้เรียบเรยี ง นางนติ ยา เสาหงษ์ ครชู ำนาญการ วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาเทคโนโลยีฐานวทิ ยาศาสตร์ (ชลบุร)ี
หน่วยที่ 1 พื้นฐานเกยี่ วกบั องค์ประกอบศิลป์ ห น้ า | 16 3.5 ลกั ษณะผิว (Texture) เป็นลักษณะผิวด้านนอก พื้นที่ด้านนอกของวัตถุที่รับรู้ได้ด้วยสายตาหรือสัมผัสได้ แสดง ความรู้สึกหยาบ ละเอยี ด ขรุขระ มัน ด้าน เปน็ เสน้ เป็นจุด จบั ดูแลว้ สะดดุ มอื หรือสมั ผสั ได้จากความรู้สึก ของผิว เป็นทัศนธาตุที่นำมาประกอบในการสร้างงานศิลปะ เช่น ผิวเรียบมันวาวของกระจก ทำให้เกิด ความรสู้ กึ สะอาด บรสิ ทุ ธิ์ ลักษณะท่สี มั ผสั ไดข้ องพนื้ ผิวมี 2 ประเภท คือ 3.5.1 พ้นื ผิวท่ีสัมผสั ได้ดว้ ยมอื หรือกายสัมผสั เป็นลกั ษณะพื้นผวิ ที่เปน็ อยู่จริงของผิวหน้า ของวสั ดุน้ัน ๆ ซ่งึ สามารถสมั ผัสไดจ้ ากงานประติมากรรม งานสถาปตั ยกรรม สงิ่ ประดษิ ฐ์อ่นื ๆ 3.5.2 พืน้ ผวิ ทีส่ ามารถสมั ผสั ได้ดว้ ยสายตา จากการมองเหน็ แตไ่ ม่ใช่ลักษณะที่แท้จริงของ ผิววัสดุนั้น ๆ เช่นการวาดภาพก้อนหินบนกระดาษ จะให้ความรู้สึกเป็นก้อนหิน แต่มือสัมผัสเป็น กระดาษ หรอื ใช้กระดาษพมิ พ์ลายไม้ หรือลายหนิ ออ่ น เพอื่ ปะทับบนผิวหน้าของส่งิ ตา่ ง ๆ ลักษณะเช่นนี้ ถือเป็นการสรา้ งพ้ืนผวิ ลวงตาใหส้ ัมผัสได้ด้วยการมองเหน็ เทา่ นน้ั พนื้ ผิวลกั ษณะตา่ ง ๆ จะใหค้ วามรูส้ ึกต่อ งานศลิ ปะที่แตกต่างกัน พืน้ ผิวหยาบจะให้ความร้สู ึกกระตุ้นประสาทหนกั แนน่ มน่ั คง แขง็ แรงและถาวร ในขณะที่ผิวเรียบจะให้ความรู้สึกเบา สบาย การใช้ลักษณะของพื้นผิวทีแ่ ตกต่างกัน เห็นได้ชัดเจน จาก งานประติมากรรมและงานสถาปัตยกรรม ซึ่งรวมการเอาลักษณะต่าง ๆ กันของพื้นผิววัสดุหลาย อย่าง เชน่ อิฐ ไม้ โลหะ กระจก คอนกรตี หิน ซึง่ มีความขดั แย้งกนั แต่สถาปนกิ ไดน้ ำมาผสมกลมกลืนได้ อย่างลงตัวจนเกดิ ความสวยงาม ดงั ตวั อย่างภาพที่ 1.19 ภาพท่ี 1.19 แสดงลกั ษณะของผิว ทมี่ า : จารุวรรณ คำนวณจติ ร, ออนไลน,์ 2563 ผเู้ รียบเรียง นางนิตยา เสาหงษ์ ครชู ำนาญการ วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบรุ ี)
หนว่ ยที่ 1 พน้ื ฐานเกี่ยวกับองค์ประกอบศิลป์ ห น้ า | 17 4. การจดั วางภาพตามหลกั การจัดองค์ประกอบศิลป์ การจดั วางองค์ประกอบศิลป์ คือ การเรียนรู้เกยี่ วกบั ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบในการจัดวาง ตำแหน่ง การจัดวางองค์ประกอบมีผลต่อความรับรู้ทางความงามทางศิลปะ อีกทั้งการจัดองค์ประกอบ ศิลปย์ งั เปน็ แนวทางการออกแบบพืน้ ฐานทีม่ ีความสำคัญตอ่ ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างงานศิลปะ ซ่ึง เทคนิคการจัดวางองค์ประกอบศลิ ป์ มดี ังนี้ 4.1 การจัดวางตำแหน่งภาพ (Positioning) ตำแหน่ง หมายถึง ที่อย่หู รอื ทีต่ ง้ั ของสิ่งใดส่ิงหนงึ่ ทม่ี องเห็น ซึ่งเปน็ จดุ สนใจ หรอื จดุ เด่นของงาน ศลิ ปะ สามารถสงั เกตได้โดยใชก้ รอบภาพ ซ่งึ แบง่ ออกเป็น 9 สว่ นเท่า ๆ กนั แลว้ เขยี นหมายเลขกำกับไว้ ที่จุดตัดกันดงั ภาพตำแหน่งที่ 1 2 3 และ 4 เป็นตำแหน่งที่ควรวางจุดเด่นของภาพลงไปในตำแหน่งหน่ึง ใน 4 จดุ นี้ เพอ่ื ใหภ้ าพมีความรสู้ ึกถงึ การเคล่ือนไหวสว่ นตำแหนง่ ที่ 5 เปน็ ตำแหน่งท่วี างจุดสนใจของภาพ ท่ตี อ้ งการให้เกิดความรู้สกึ ท่สี งา่ งาม มัน่ คง แข็งแรง และแฝงไว้ซ่งึ ความเปน็ ระเบียบเรียบร้อย ดงั ตัวอย่าง ภาพที่ 1.20 และภาพท่ี 1.21 12 5 43 ตัวอยา่ งที่ 1 ต้นไม้ในภาพ เปน็ การจดั วางจดุ เด่นของภาพตามหมายเลข 2 และ 3 2 3 ภาพที่ 1.20 แสดงจดุ เด่นของภาพในตำแหน่งท่ี 2 และ 3 ที่มา : อติกานต์ ศักบุตร, ออนไลน์, 2563 ผ้เู รียบเรียง นางนิตยา เสาหงษ์ ครชู ำนาญการ วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาเทคโนโลยฐี านวทิ ยาศาสตร์ (ชลบรุ )ี
หนว่ ยท่ี 1 พ้ืนฐานเกี่ยวกบั องคป์ ระกอบศลิ ป์ ห น้ า | 18 ตัวอย่างท่ี 2 เจดียใ์ นภาพ เป็นการจัดวางจุดเดน่ ของภาพตามหมายเลข 5 5 ภาพท่ี 1.21 แสดงจดุ เด่นของภาพในตำแหน่งที่ 5 ท่ีมา : อติกานต์ ศักบุตร, ออนไลน,์ 2563 นอกจากน้ี การจัดตำแหน่งยังมแี นวคิดในการจัดวาง ประกอบดว้ ย 4.1.1 แนวคิดพื้นที่ 3 ส่วน เป็นการจัดวางวัตถุหรือภาพลงบนพื้นที่ว่างโดยการแบ่งพื้น ออกเป็น 3 สว่ นเท่า ๆ กนั ทั้งแนวตั้งและแนวนอน โดยมีเส้นแบ่งพ้ืนทที่ ั้งสามจะเกดิ จดุ ตัด 4 จดุ ซ่ึงเป็น จดุ นา่ สนใจในภาพ เม่ือนำวัตถุมาวางในตำแหนง่ ดังกล่าว จะเกดิ ความนา่ สนใจขน้ึ ในภาพ ดังตวั อย่างภาพ ที่ 1.22 ภาพท่ี 1.22 แสดงภาพตามแนวคดิ พน้ื ที่ 3 ส่วน ทม่ี า : อตกิ านต์ ศักบุตร, ออนไลน์, 2563 ผู้เรียบเรยี ง นางนิตยา เสาหงษ์ ครชู ำนาญการ วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาเทคโนโลยฐี านวิทยาศาสตร์ (ชลบรุ )ี
หน่วยท่ี 1 พืน้ ฐานเกีย่ วกับองคป์ ระกอบศิลป์ ห น้ า | 19 4.1.2 แนวคดิ พืน้ ท่ี 8 ใน 13 สว่ น เป็นการจัดวางวตั ถหุ รือภาพลงบนพนื้ ที่ว่างโดยการแบ่ง พื้นด้านกว้างด้านยาวออกเป็น 13 ส่วน จุดตัดของเส้นแบ่งที่ 8 ในแนวตั้งและแนวนอน จะเป็นจุดที่ นา่ สนใจในภาพ ดงั ตวั อย่างภาพท่ี 1.23 ภาพท่ี 1.23 แสดงภาพตามแนวคดิ พ้ืนที่ 8 ใน 13 ส่วน ที่มา : อติกานต์ ศักบุตร, ออนไลน์, 2563 4.2 ความน่าสนใจของรปู แบบ (Attraction and Design Style) การจัดวางองค์ประกอบศิลป์นอกจากจะจัดตามหลักการทั่วไปแล้วยังมีการจัดตามความคิด สรา้ งสรรค์ของนักออกแบบเพอื่ ให้เกิดรปู แบบเฉพาะของตนทีม่ คี วามนา่ สนใจ แปลกใหมเ่ กดิ ขึน้ การสรา้ ง จุดสนใจในภาพนอกจากจะใช้หลักสัดส่วนพื้นที่ 1 ใน 3 ยังสามารถใช้เส้นนำสายตา (Leading Line) นำไปสูเ่ รือ่ งราวในภาพแลว้ การสรา้ งเสน้ นำสายตาที่ดีควรนำสายตาใหว้ นเวียนอยภู่ ายในภาพไม่นำออก นอกภาพเพือ่ เชื่อมโยงองคป์ ระกอบในภาพท้ังหมด สรา้ งระยะลกึ ในภาพและทำให้สายตาค้นหาเรื่องราว ภายในภาพมากขึ้น ถ้าเส้นนำสายตานำผ่านออกนอกภาพจะทำให้การเชื่อมโยงขององค์ประกอบลดลง ดังตัวอยา่ งภาพที่ 1.24 ภาพท่ี 1.24 แสดงลกั ษณะของภาพทมี่ คี วามน่าสนใจของรปู แบบ ทีม่ า : กุลธดิ า ไชยสมบัติ, ออนไลน์, 2563 ผู้เรยี บเรยี ง นางนติ ยา เสาหงษ์ ครชู ำนาญการ วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุร)ี
หนว่ ยท่ี 1 พน้ื ฐานเกย่ี วกบั องค์ประกอบศิลป์ ห น้ า | 20 4.3 การจดั พ้นื ท่วี ่าง (Space) พนื้ ท่ีว่างในทางทศั นศิลป์ หมายถงึ ความว่างเปลา่ ซงึ่ กค็ อื บริเวณวา่ งระหว่างสง่ิ ตา่ ง ๆ ท่ีปรากฏ ในพื้นที่นั้น บางครั้งเรียกว่าช่องไฟ โดยมักจะเป็นส่วนหรือพื้นที่ของฉากหลังที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุใน ภาพเขียนหรือภาพถ่าย เรียกว่า ที่ว่างแบบ 2 มิติ หรือพื้นที่ว่างระหว่างชิ้นส่วนของงานในงาน ประติมากรรมหรือบรรยากาศรอบ ๆ ในงานสถาปัตยกรรม เรียกว่า ที่ว่างแบบ 3 มิติ พื้นที่ว่างนี้จะนับ รวมทั้งที่ว่างระหว่างรูปร่าง รูปทรง, พื้นผิว และสีของสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งปริมาตรของอากาศที่ล้อมรอบ รูปทรงหรือวัตถุ และการแทนที่ความลึกเพื่อต้องการลักษณะของความเป็น 3 มิติให้อยู่ในงาน 2 มิติ ตามปกติท่ีว่างจะเปน็ ทัศนธาตุท่มี องไมเ่ หน็ ทว่ี ่างจะปรากฏขึน้ เมื่อมที ศั นธาตอุ ื่นเกิดขึ้นและพ้ืนท่ีระหว่าง ทศั นธาตอุ ืน่ ๆ น้นั แหละคือ ทวี่ า่ ง (Space) ดังตวั อยา่ งภาพท่ี 1.25 ภาพที่ 1.25 แสดงลกั ษณะของภาพทม่ี ีการจัดพ้ืนท่ีวา่ ง ที่มา : กุลธิดา ไชยสมบตั ิ, ออนไลน,์ 2563 4.4 การจดั วางวัตถใุ นจอภาพ การจดั วางวัตถใุ นจอภาพ คือ การวางวตั ถุลงพน้ื ที่ทำงาน ตรงจุดศูนย์กลางของจอภาพ การวาง วตั ถุสามารถทำไดห้ ลายลักษณะ ไดแ้ ก่ Paste in Front ใชส้ ำหรับวางวัตถทุ ่ีเก็บอยู่ในคลปิ บอร์ดทับข้างหน้าวตั ถตุ ้นแบบ Paste Behind ใช้สำหรบั วางวตั ถุที่เกบ็ อยู่ในคลิปบอร์ดซอ้ นข้างหลังวตั ถุต้นแบบ Paste Inside ใชส้ ำหรบั วางวัตถุทเี่ กบ็ อยู่ในคลปิ บอร์ดลงในวตั ถุอ่นื Paste Special ใช้สำหรับวางวตั ถทุ ส่ี ร้างจากโปรแกรมอนื่ ๆ ซึง่ เกบ็ อยูใ่ นคลปิ บอร์ด ลงบนพืน้ ทท่ี ำงาน Paste Attributes ใชส้ ำหรบั วางลกั ษณะหรือคุณสมบัติของวตั ถทุ ่คี ัดลอกไว้ใสล่ งในวัตถุ ผู้เรยี บเรยี ง นางนติ ยา เสาหงษ์ ครชู ำนาญการ วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาเทคโนโลยีฐานวทิ ยาศาสตร์ (ชลบรุ ี)
หนว่ ยที่ 1 พ้นื ฐานเก่ียวกับองคป์ ระกอบศิลป์ ห น้ า | 21 4.5 การจัดวางองค์ประกอบภาพแบบตา่ ง ๆ หลกั การจัดวางตำแหน่งตามหลกั การของการจดั องคป์ ระกอบศิลป์ เพ่อื ให้ไดภ้ าพทตี่ รงตามความ ต้องการ มีคุณค่า มีความงามทางดา้ นศิลปะ การจัดองค์ประกอบภาพ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ภาพมี คุณค่าขนึ้ ประกอบดว้ ย 4.5.1 ค ว า ม ส ม ด ุ ล ท ี ่ เ ท ่ า ก ั น เ ป ็ น ก า ร จัด องค์ประกอบภาพเพื่อให้ภาพดูนิ่ง สง่างาม น่าศรัทธา คล้ายกับ แบบเน้นดว้ ยรูปทรง แต่จะแสดงออกถงึ ความสมดุล นิง่ ปลอดภยั ภาพลกั ษณะน้ีอาจจะดูธรรมดา ไมส่ ะดุดตาแต่กม็ เี สนห่ แ์ ละความ งามในภาพ ดงั ตวั อย่างภาพที่ 1.26 ภาพที่ 1.26 แสดงการจดั ความสมดุลท่เี ท่ากันในองค์ประกอบภาพ ทมี่ า : Kanlaya Roduphek, ออนไลน์, 2563 4.5.2 ความสมดุลที่ไม่เทา่ กนั การจัดภาพแบบนี้จะให้ความรู้สึกที่สมดุลเช่นเดียวกับการ จัดภาพแแบบความสมดุลที่เทา่ กนั แต่จะต่างกันอยู่ท่ีวัตถุทั้งสอง ข้าง มีขนาดและรูปร่างที่แตกต่างกัน แต่จะสมดุลได้ด้วยปัจจัย ต่าง ๆ กัน เช่น สี รูปทรง ท่าทาง ฉากหนา้ ฉากหลัง ฯลฯ ภาพดู น่าสนในกว่าแบบสมดุลที่เท่ากัน แต่ความรู้สึกที่มั่นคงจะน้อย กวา่ แต่ทำใหภ้ าพดูนา่ สนใจยิง่ ขึ้น ดงั ตวั อยา่ งภาพท่ี 1.27 ภาพที่ 1.27 แสดงการจดั ความสมดุลท่ีไมเ่ ท่ากันในองค์ประกอบภาพ ทม่ี า : Kanlaya Roduphek, ออนไลน์, 2563 4.5.3 ฉากหน้า เป็นตัวช่วยให้การจัดภาพเกิด ระยะใกล้ไกลหรือมีมิติขึ้น ทำให้ภาพน่าสนใจอาจใช้วัตถุ หรือส่ิง ต่าง ๆ ท่อี ยู่ใกล้กับกลอ้ ง เพอ่ื ชว่ ยเนน้ ใหจ้ ดุ สนใจที่ต้องการเน้น มี ความเด่นยิ่งขึ้นและไม่ให้ภาพมีช่องว่างเกินไป ดังตัวอย่างภาพที่ 1.28 ภาพที่ 1.28 แสดงการจดั ภาพแบบมฉี ากหน้าในองค์ประกอบภาพ ทีม่ า : สุพตั รา หีบแก้ว, ออนไลน,์ 2563 ผู้เรียบเรยี ง นางนติ ยา เสาหงษ์ ครูชำนาญการ วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาเทคโนโลยฐี านวทิ ยาศาสตร์ (ชลบรุ ี)
หน่วยที่ 1 พื้นฐานเกยี่ วกบั องค์ประกอบศิลป์ ห น้ า | 22 4.5.4 ฉากหลงั พืน้ หลังของภาพกม็ ีความสำคัญ หากเลือกที่น่าสนใจ กลมกลืนหรือช่วยให้สิ่งที่ต้องการเน้น เด่นขึ้นมา ควรเลือกฉากหลังที่กลมกลืน ไม่ทำให้จุดเด่นของ ภาพด้อยลงหรือมารบกวนทำใหภ้ าพนัน้ ขาดความงามไป ดัง ตวั อย่างภาพที่ 1.29 ภาพที่ 1.29 แสดงการจัดภาพแบบมีฉากหลงั ในองคป์ ระกอบภาพ ทม่ี า : สพุ ตั รา หบี แกว้ , ออนไลน,์ 2563 4.5.5 กฎสามส่วน เป็นการจัดภาพที่นิยมมาก ที่สุด ภาพดูมีชีวิตชีวา การจัดภาพโดยใช้เส้นตรง 4 เส้นตัด กันในแนวต้ังและแนวนอน จะเกิดจุดตัด 4 จุด หรือแบ่งเป็น 3 ส่วน ทั้งแนวตั้งและแนวนอน การวางจุดสนใจของภาพจะ เลอื กวางใกล้ ๆ หรอื ตรงจดุ 4 จดุ นี้ จุดใดจดุ หนึ่ง โดยหันหนา้ ของวัตถุไปในทิศทางที่มีพื้นที่ว่างมากกว่า ทำให้ภาพดูโดด เด่น ดังตวั อยา่ งภาพท่ี 1.30 ภาพท่ี 1.30 แสดงการจัดภาพแบบใช้กฎสามส่วน ทม่ี า : สุพตั รา หบี แก้ว, ออนไลน์, 2563 4.5.6 เส้นนำสายตา เป็นการจัดภาพที่ใช้เส้น ที่เกิดจากวัตถุหรือสิ่งอื่น ๆ ที่มีรูปร่างลักษณะใกล้เคียง กนั เรยี งตวั กนั เป็นทิศทางไปสู่จุดสนใจชว่ ยให้วัตถุที่ต้องการ เน้นมคี วามเด่นชัดและนา่ สนใจย่ิงข้นึ ดงั ตัวอย่างภาพที่ 1.31 ภาพที่ 1.31 แสดงการจัดภาพแบบใช้เส้นนำสายตา ทมี่ า : สพุ ัตรา หีบแกว้ , ออนไลน,์ 2563 ผเู้ รียบเรยี ง นางนิตยา เสาหงษ์ ครูชำนาญการ วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาเทคโนโลยฐี านวทิ ยาศาสตร์ (ชลบรุ )ี
หนว่ ยท่ี 1 พ้ืนฐานเก่ียวกบั องค์ประกอบศลิ ป์ ห น้ า | 23 4.5.7 เน้นด้วยกรอบภาพ แม้ว่าภาพถ่ายจะ สามารถนำมาประดับตกแต่งด้วยกรอบภาพอยูแ่ ล้ว แต่การจัด ใหฉ้ ากหนา้ หรอื สว่ นประกอบอื่นล้อมกรอบจุดเด่น เพือ่ ลดพ้ืนที่ ว่างหรือทำให้สายตาพุ่งสู่จุดสนใจนั้น ทำให้ภาพกระชับ น่าสนใจ ดงั ตัวอย่างภาพที่ 1.32 ภาพที่ 1.32 แสดงการจดั ภาพแบบเนน้ ด้วยกรอบภาพ ทม่ี า : สุพตั รา หีบแกว้ , ออนไลน,์ 2563 4.5.8 เน้นรูปแบบซ้ำซ้อน หรือแบบ Pattern เป็นการจัดภาพที่มีรูปร่าง ลักษณะที่คล้ายกันวางเป็นกลุ่มทำ ใหภ้ าพน่าสนใจและมเี สนห่ แ์ ปลกตา ดงั ตัวอย่างภาพที่ 1.33 ภาพท่ี 1.33 แสดงการจดั ภาพแบบเน้นรปู แบบซำ้ ซ้อน ทีม่ า : สุพตั รา หีบแก้ว, ออนไลน,์ 2563 เทคนิคการถา่ ยภาพดว้ ย Photoscan เมื่อทำงานท่ีได้รบั มอบหมายเรยี บร้อยแล้ว นกั เรยี นตอ้ งถ่ายภาพผลงานและส่งเข้าไปใน Google Classroom จงึ ขอแนะนำเทคนิคการถ่ายภาพผลงานด้วยโทรศพั ท์มอื ถอื ใหม้ ีความคมชัด สวยงาม ดว้ ย การใชแ้ อพพลเิ คชั่น Photoscan ซึง่ มวี ธิ กี ารตดิ ต้ังและใช้งานดังนี้ 1. นกั เรยี นดาวนโ์ หลดแอพพลเิ คชั่น Photoscan ซงึ่ รองรับ ทัง้ ระบบ Android และ IOS 2. ทำการตดิ ตงั้ แอพพลเิ คช่นั ผู้เรียบเรยี ง นางนติ ยา เสาหงษ์ ครูชำนาญการ วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาเทคโนโลยฐี านวิทยาศาสตร์ (ชลบรุ ี)
หนว่ ยที่ 1 พ้นื ฐานเกี่ยวกับองค์ประกอบศิลป์ ห น้ า | 24 3. เปิดแอพพลเิ คชั่นข้นึ มาใช้งาน ให้นกั เรียนปฏบิ ัติตามขน้ั ตอนดังภาพ ขั้นตอนที่ 1 ข้ันตอนที่ 2 ขน้ั ตอนที่ 3 วางรูปภายในเฟรมและ จะมจี ุดข้ึนมา 4 จุด ให้ยา้ ย จะปรากฏภาพทีไ่ ด้ กดปุ่มถ่ายภาพ วงกลมไปตามจดุ ให้ครบ หลังจากการถ่าย ข้นั ตอนท่ี 4 ขน้ั ตอนที่ 5 ปรับภาพตามความต้องการ ผลลพั ธท์ ไี่ ด้จากการใช้งาน แอพพลิเคช่ัน 4. นักเรียนสามารถนำภาพทถี่ า่ ยมาใชง้ านและสง่ เข้าไปใน Google Classroom ได้ ผเู้ รยี บเรยี ง นางนิตยา เสาหงษ์ ครูชำนาญการ วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาเทคโนโลยฐี านวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี)
หน่วยที่ 1 พ้ืนฐานเก่ียวกับองคป์ ระกอบศิลป์ ห น้ า | 25 สรุปสาระสำคัญประจำหน่วยที่ 1 องค์ประกอบศิลป์ หมายถึง สิ่งที่มนุษย์ใช้เป็นสื่อในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์โดยนำ ส่วนประกอบของศิลปะมาจัดวางรวมกันอย่างสอดคล้อง กลมกลืนและมีความหมาย เกิดรูปร่างหรือ รปู แบบตา่ ง ๆ อันเด่นชัด โดยอาศัยสว่ นประกอบขององคป์ ระกอบศิลปแ์ ละหลักการจัดการองค์ประกอบ ศิลปเ์ ขา้ มาผสมผสานกนั เพอื่ ใหเ้ กดิ งานศลิ ปะท่มี คี ณุ ค่า องค์ประกอบศิลป์ เป็นหัวใจสำคัญของงานศิลปะทุกสาขาเพราะงานศิลปะใดหากขาดการนำ องค์ประกอบศลิ ปไ์ ปใช้ กจ็ ะทำให้งานนน้ั ดไู มม่ ีคณุ คา่ ทง้ั ดา้ นทางกายและทางจิตใจของผู้พบเหน็ องค์ประกอบพนื้ ฐานดา้ นนามธรรมของศิลปะ เป็นแนวคดิ หรือจุดกำเนดิ แรกท่ศี ิลปินใช้เป็นสิ่ง กำหนดทศิ ทางในการสร้างสรรค์ กอ่ นที่จะมกี ารสร้างผลงานศิลปะ ประกอบดว้ ยเนอื้ หากบั เรอื่ งราว 1.เน้อื หาในทางศลิ ปะ 2.เร่ืองราวในทางศลิ ปะ ส่วนประกอบขององค์ประกอบศิลป์ คือ การนำเอาส่วนต่าง ๆ มาประกบกันทำให้เกิดรูปแบบ ตา่ ง ๆ ท่ีมคี ณุ ค่าความงามในงานศิลปะแขนงต่าง ๆ ซึ่งมอี งค์ประกอบที่สำคัญคอื 1. เสน้ (Line or Strips) 2. รูปรา่ งและรูปทรง (Shape and Form) 3. คา่ นำ้ หนัก 4. สี (Color) 5. ลกั ษณะผวิ (Texture) การจดั วางภาพตามหลักการจัดองคป์ ระกอบศลิ ป์ 1. การจัดวางตำแหนง่ ภาพ (Positioning) 2. ความนา่ สนใจของรปู แบบ (Attraction and Design Style) 3. การจดั พ้นื ทวี่ า่ ง (Space) 4. การจัดวางวตั ถใุ นจอภาพ 5. การจัดวางองค์ประกอบภาพแบบตา่ ง ๆ ผเู้ รียบเรยี ง นางนติ ยา เสาหงษ์ ครูชำนาญการ วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาเทคโนโลยฐี านวิทยาศาสตร์ (ชลบรุ ี)
Search
Read the Text Version
- 1 - 25
Pages: