Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กฎหมายแพ่ง3 หน่วยเน้น จากเน็ต

กฎหมายแพ่ง3 หน่วยเน้น จากเน็ต

Published by inuthai_monta, 2022-07-20 03:21:53

Description: กฎหมายแพ่ง3 หน่วยเน้น จากเน็ต

Search

Read the Text Version

หนา้ 1 จาก 33 กฎหมายแพ่ง 3 (หนว่ ยเนน้ 1,2,5,6,9,11-13) มาตรา 1435 หน่วย 1 การหมนั้ อายกุ ารหมนั้ การหมนั้ จะทาไดต้ ่อเม่อื ชายและหญงิ มีอาย1ุ 7 ปี บริบูรณแ์ ลว้ มาตรา 1436 การหมั้นทฝ่ี ่ าฝื นบทบญั ญตั วิ รรคหน่ึงเป็ นโมฆะ ความยินยอมของบดิ า มารดาผรู้ บั บตุ รบญุ ✓ สญั ญาหมนั้ ไมม่ ีแบบ การหมนั้ ทาดว้ ยวาจาก็ไดเ้ พราะกฎหมายไม่ไดก้ าหนดใหต้ อ้ งทาเป็นหนงั สอื ธรรมหรอื ผปู้ กครอง ผูเ้ ยาวจ์ ะทาการหมนั้ ได้ตอ้ งได้รับความยินยอมของบคุ คล ดังตอ่ ไปนี้ มาตรา 1437 (1) บิดาและมารดา ในกรณีทม่ี ีทัง้ บิดามารดา ว.1ของหมนั้ เป็น (2) บดิ าหรอื มารดา ในกรณที ม่ี ารดาหรือบดิ าตายหรือถูกถอนอานาจ ปกครอง หรอื ไม่อย่ใู น หลกั ฐาน สภาพหรอื ฐานะทอ่ี าจให้ความยินยอม หรือโดย พฤตกิ ารณผ์ ู้เยาวไ์ ม่อาจขอความยินยอมจาก ว.2 ของหมนั้ ตกเป็น มารดาหรอื บดิ าได้ สิทธิแก่หญิง (3) ผู้รับบตุ รบุญธรรม ในกรณที ผ่ี เู้ ยาวเ์ ป็ นบตุ รบุญธรรม ว.3 สนิ สอดเป็น (4) ผ้ปู กครอง ในกรณที ไี่ ม่มีบคุ คลซึ่งอาจใหค้ วามยนิ ยอมตาม (1)(2) และ (3) หรอื มแี ต่บคุ คล คา่ ตอบแทนใหใ้ นวนั ดงั กลา่ วถูกถอนอานาจปกครอง สมรส การหมน้ั ทผ่ี ูเ้ ยาวท์ าโดยปราศจากความยนิ ยอมดงั กล่าวเป็ นโมฆยี ะ มาตรา 1438 ✓ ผูเ้ ยาวค์ อื ผทู้ มี่ ีอายไุ มเ่ กนิ 20ปี การหมนั้ ไมเ่ ป็นเหตุ ฟ้องรอ้ งบงั คบั ใหส้ มรส การหมน้ั จะสมบูรณเ์ มื่อฝ่ ายชายไดส้ ง่ มอบหรือโอนทรัพยส์ นิ อนั เป็ นของหมั้นใหแ้ กห่ ญงิ ได้ เพอ่ื เป็ นหลักฐานว่าจะสมรสกบั หญิงนั้น เมื่อหมน้ั แลว้ ใหข้ องหม้ันตกเป็ นสทิ ธแิ กห่ ญงิ สนิ สอด เป็ นทรัพยส์ นิ ซึ่งฝ่ ายชายใหแ้ ก่บิดามารดา ผู้รับบตุ รบญุ ธรรม หรอื ผู้ปกครองฝ่ าย หญงิ แลว้ แตก่ รณี เพอื่ ตอบแทนการทห่ี ญิงยอมสมรส ถ้าไม่มีการสมรสโดยมเี หตุสาคัญอันเกิดแก่ หญิง หรอื โดยมีพฤติการณซ์ ึ่ง ฝ่ ายหญิงต้องรับผดิ ชอบ ทาใหช้ ายไม่สมควรหรือไมอ่ าจสมรสกบั หญงิ นน้ั ฝ่ ายชายเรยี กสนิ สอดคนื ได้ ถ้าจะต้องคืนของหมน้ั หรือสนิ สอดตามหมวดนี้ ใหน้ าบทบญั ญัติ มาตรา 412 ถึง มาตรา 418 แหง่ ประมวลกฎหมายนี้ วา่ ดว้ ยลาภมคิ วรได้มาใช้ บังคบั โยอนุโลม ✓ หญงิ หมายถงึ ตวั ผหู้ ญิง ✓ ฝ่ายหญิง หมายถงึ บดิ ามารดา ผรู้ บั บตุ ร หรอื ผปู้ กครองฝ่ายหญงิ ✓ หมายเหต;ุ ฝ่ายชายเทา่ นนั้ ทเี่ ป็นฝ่ายโอนมอบทรพั ยส์ นิ ใหแ้ กห่ ญงิ ถา้ ฝ่ายหญิงโอนของหมนั้ ให้ ชายไมเ่ ป็นการหมนั้ ✓ ในเรอื่ งของหมนั้ ถา้ ชายสง่ มอบทรพั ยส์ นิ ใหแ้ กฝ่ ่ายหญิงก็ไมเ่ ป็นสญั ญาหมนั้ แต่อย่างใด ✓ ของหมนั้ จะตอ้ งมอบใหใ้ นขณะหมนั้ เทา่ นนั้ ถา้ มอบใหใ้ นภายหลงั เป็นเพยี งการใหโ้ ดยเสนห่ า เทา่ นนั้ การหมน้ั ไม่เป็ นเหตทุ จ่ี ะร้องขอใหศ้ าลบงั คับใหส้ มรสได้ ถ้าได้มขี อ้ ตกลงกนั ไวว้ า่ จะใหเ้ บีย้ ปรับในเมอ่ื ผิดสัญญาหมน้ั ขอ้ ตกลงนั้น เป็ นโมฆะ

หนา้ 2 จาก 33 มาตรา 1439 ✓ สญั ญาหมนั้ ทงั้ สญั ญายงั คงสมบรู ณ์ เฉพาะเบยี้ ปรบั เทา่ นนั้ ทเี่ ป็นโมฆะ การผดิ สญั ญาหมนั้ และ ✓ EX. เช่นขอ้ ตกลงทถี่ า้ ไมส่ มรสตอ้ งจ่ายคา่ ผดิ ผหี รอื เบีย้ ปรบั ขอ้ ตกลงนเี้ ป็นโมฆะ แตต่ วั สญั ญา การเรยี กคา่ ทดแทน มาตรา 1440 หมนั้ นนั้ ยงั ไม่เป็นโมฆะ คา่ ทดแทน เมอ่ื มีการหมั้นแล้ว ถ้าฝ่ ายใดผดิ สญั ญาหมนั้ อกี ฝ่ ายหน่ึงมสี ิทธเิ รียกใหร้ ับผิดใชค้ า่ ทดแทน ในกรณที ฝี่ ่ ายหญิงเป็ นฝ่ ายผิดสญั ญาหมน้ั ใหค้ นื ของหมน้ั แกฝ่ ่ ายชายดว้ ย มาตรา 1441 คหู่ มน้ั ถึงแก่ความตาย ✓ เมอื่ มกี ารหมนั้ แลว้ หมายถงึ มีการสง่ มอบของหมนั้ แกก่ นั ไปแลว้ มาตรา 1442 ค่าทดแทนน้นั อาจเรียกได้ ดังตอ่ ไปนี้ ชายบอกเลกิ สญั ญา หมน้ั โดยมีเหตสุ าคญั (1) ทดแทนความเสียหายตอ่ กายหรือชอื่ เสยี งแหง่ ชายหรอื หญิงนั้น อนั เกดิ แต่หญิงหมน้ั (2) ทดแทนความเสียหายเน่ืองจากการทค่ี หู่ มัน้ บดิ ามารดาหรือบคุ คล ผู้กระทาการในฐานะเชน่ บดิ ามารดาไดใ้ ชจ้ ่ายหรือตอ้ งตกเป็ นลกู หนี้ เน่ืองในการเตรยี มการสมรสโดยสุจรติ และตาม มาตรา 1443 สมควร หญงิ บอกเลกิ สญั ญา (3) ทดแทนความเสียหายเน่ืองจากการทค่ี หู่ ม้นั ไดจ้ ดั การทรัพยส์ นิ หรือการอนื่ อนั เกยี่ วแกอ่ าชพี หมัน้ โดยมเี หตสุ าคญั หรือทางทามาหาไดข้ องตนไปโดยสมควร ด้วยการคาดหมายวา่ จะไดม้ กี ารสมรส อนั เกิดแก่ชายคหู่ มน้ั ในกรณีทห่ี ญงิ เป็ นผู้มสี ิทธไิ ด้คา่ ทดแทน ศาลอาจชขี้ าดวา่ ของหมนั้ ท่ี ตกเป็ นสทิ ธแิ ก่หญงิ นั้นเป็ นคา่ ทดแทนทัง้ หมด หรอื เป็ นส่วนหนึ่งของ คา่ ทดแทนทห่ี ญิงพงึ ไดร้ ับ หรอื ศาลอาจใหค้ ่า ทดแทนโดยไม่คานึงถึง ของหม้ันทตี่ กเป็ นสิทธแิ กห่ ญงิ นนั้ กไ็ ด้ ✓ หมายเหต;ุ คา่ ใชจ้ า่ ยในการเตรียมงานการจองโต๊ะจนี เรียกคนื ไมไ่ ด้ แตก่ ารทภี่ รรยาลาออกจาก งานนนั้ เรยี กคนื ได้ เหตแุ ห่งการสิน้ สุดของสญั ญาหมน้ั มาตรา 1441-1443 ถา้ ค่หู มนั้ ฝ่ายหนง่ึ ตายก่อนสมรส อกี ฝ่ายหนงึ่ จะเรยี กรอ้ ง ค่าทดแทนมไิ ด้ สว่ นของหมนั้ หรอื สินสอด นนั้ ไมว่ า่ ชายหรอื หญิงตาย หญิง หรอื ฝ่ายหญิงไมต่ อ้ งคนื ใหแ้ ก่ฝ่ายชาย ในกรณีมเี หตุสาคัญอนั เกดิ แกห่ ญงิ คหู่ มนั้ ทาใหช้ ายไมส่ มควรสมรสกบั หญงิ น้ัน ชายมี สิทธบิ อกเลิกสัญญาหมนั้ ได้ และใหห้ ญิงคืนของหมนั้ แกช่ าย ✓ เหตสุ าคญั หมายถึง การทหี่ ญงิ นอกใจชายคู่หมนั้ ยอมเสยี ตวั ใหก้ บั ชายอนื่ เกิดวกิ ลจริตไมม่ ที าง รกั ษาใหห้ ายได้ ไดร้ บั อนั ตรายสาหสั จนตอ้ งถกู ตดั แขนทงั้ สองขา้ ง หรอื เป็นโรคตดิ ต่ออยา่ งรา้ ยแรง ในกรณมี ีเหตสุ าคัญอนั เกดิ แกช่ ายคหู่ มั้นทาใหห้ ญงิ ไมส่ มควรสมรสกบั ชายน้นั หญงิ มี สทิ ธบิ อกเลกิ สญั ญาหมนั้ ไดโ้ ดยมิตอ้ งคนื ของหมน้ั แก่ชาย ✓ เหตสุ าคญั หมายถงึ เหตทุ ไี่ ม่สมควรในการสมรส เชน่ ฝ่ายชายคา้ ยาบา้ ชายไรส้ มรรถภาพทาง เพศ วกิ ลจรติ พกิ าร ฝ่ายหญงิ บอกเลิกสญั ญาหมนั้ ได้ โดยไมต่ อ้ งคนื ของหมนั้

หนา้ 3 จาก 33 มาตรา 1444 ถา้ เหตุอนั ทาใหค้ หู่ มน้ั บอกเลกิ สญั ญาหมนั้ เป็ นเพราะการกระทาช่วั อยา่ งร้ายแรงของ การเรียกคา่ ทดแทนใน คหู่ มนั้ อกี ฝ่ ายหนึ่งซงึ่ ไดก้ ระทาภายหลังการหม้นั คหู่ มนั้ ผู้กระทาช่วั อยา่ งร้ายแรงน้ันตอ้ งรับผิดใช้ กรณีเลิกสญั ญาหมนั้ ค่าทดแทนแก่คหู่ มนั้ ผู้ใช้สิทธิ บอกเลกิ สญั ญาหม้นั เสมอื นเป็ นผูผ้ ดิ สญั ญาหมั้น มาตรา 1445 ✓ การบอกเลกิ ตามมาตรานจี้ ะตอ้ งเป็นเหตทุ ฝี่ ่ายหน่งึ กระทาชว่ั อยา่ งรา้ ยแรงซ่งึ ไดก้ ระทาภายหลงั การท่บี คุ คลอ่นื รว่ ม การหมนั้ และผูก้ ระทาชว่ั อยา่ งรา้ ยแรงนนั้ ตอ้ งชดใชค้ ่าทดแทนใหแ้ ก่คหู่ มนั้ อกี ฝ่ายหน่งึ ดว้ ย ประเวณีกบั คหู่ มนั้ มาตรา 1446 ชายหรอื หญิงค่หู มน้ั อาจเรยี กคา่ ทดแทนจากผซู้ ง่ึ ไดร้ ว่ มประเวณีกบั คหู่ มน้ั ของตนโดยรูห้ รอื ควรจะรู้ การท่ผี อู้ ่นื ข่มขนื หรือ ถึงการหมนั้ นน้ั เม่ือไดบ้ อกเลกิ สญั ญาหมนั้ แลว้ ตาม มาตรา 1442 หรือ มาตรา 1443 แลว้ แตก่ รณี พยายามขม่ ขนื กระทา ชาเราค่หู มน้ั ชายหรือหญิงคหู่ มนั้ อาจเรยี กคา่ ทดแทนจากผซู้ ง่ึ ไดข้ ่มขนื กระทาชาเรา หรือพยายามขม่ ขนื กระทา มาตรา 1447/1 ชาเราค่หู มนั้ ของตนโดยรูห้ รอื ควรจะรูถ้ งึ การหมน้ั นน้ั ได้ โดยไมจ่ าตอ้ งบอกเลกิ สญั ญาหมน้ั มาตรา 1447/2 สิทธิเรยี กรอ้ งคา่ ทดแทนตาม มาตรา 1439 ใหม้ อี ายุ ความหกเดือนนบั แตว่ นั ท่ผี ิดสญั ญาหมน้ั สิทธิเรยี กรอ้ งคา่ ทดแทนตาม มาตรา 1444 ใหม้ อี ายคุ วามหกเดอื นนบั แต่ วนั รู้ หรอื ควรรูถ้ งึ การ มาตรา 1448 กระทาช่วั อยา่ งรา้ ยแรงอนั เป็นเหตใุ หบ้ อกเลิกสญั ญา หมน้ั แตต่ อ้ งไม่เกนิ หา้ ปีนบั แตว่ นั กระทาการดงั กลา่ ว เง่อื นไขแห่งการสมรส สิทธิเรียกรอ้ งคา่ ทดแทนตาม มาตรา 1445 และ มาตรา 1446 ใหม้ อี ายคุ วามหกเดือน นบั แตว่ นั ท่ี มาตรา 1449 ชายหรอื หญิงค่หู มนั้ รูห้ รือควรรูถ้ งึ การกระทาของผอู้ ืน่ อนั จะเป็นเหตใุ หเ้ รียกคา่ ทดแทนและรูต้ วั ผจู้ ะพึงใชค้ ่า ชายหรอื หญงิ ตอ้ งไม่ ทดแทนนน้ั แต่ตอ้ งไมเ่ กนิ หา้ ปีนบั แต่วนั ท่ผี ูอ้ ่นื นน้ั ไดก้ ระทาการดงั กลา่ ว เป็นคนวกิ ลจรติ หรือคน สทิ ธิเรยี กคนื ของหมน้ั ตาม มาตรา 1439 ใหม้ อี ายุ ความหกเดือนนบั แต่วนั ท่ผี ดิ สญั ญาหมน้ั ไรค้ วามสามารถ สิทธิเรียกคืนของหมนั้ ตาม มาตรา 1442 ใหม้ ีอายคุ วามหกเดอื นนบั แตว่ นั ท่ไี ดบ้ อกเลิกสญั ญาหมน้ั การสมรสจะทาไดต้ อ่ เมอ่ื ชายและหญิงมอี ายุ 17ปี บรบิ รู ณแ์ ลว้ แตใ่ นกรณที มี่ เี หตอุ นั มาตรา 1450 สมควร ศาลอาจอนุญาตใหท้ าการสมรสก่อนนัน้ ได้ ญาตสิ ืบสายโลหติ การสมรสจะกระทามิไดถ้ า้ ชายหรอื หญงิ เป็ นบคุ คลวกิ ลจริต หรอื เป็ นบคุ คลซ่งึ ศาลส่งั ให้ หรือพนี่ ้องร่วมบดิ า เป็ นคนไร้ความสามารถ มารดาจะสมรสกัน ไมไ่ ด้ ✓ คนเสมอื นไรค้ วามสามารถทาการสมรสได้ หน่วย 2 การสมรสและความสัมพันธร์ ะหว่างสามภี รยิ า ชายหญงิ ซึ่งเป็ นญาตสิ บื สายโลหติ โดยตรงขนึ้ ไปหรือลงมากด็ ี เป็ นพน่ี อ้ งร่วมบดิ ามารดา หรือร่วมแตบ่ ดิ าหรือมารดากด็ ี จะทาการสมรสกนั ไม่ได้ ความเป็ นญาตดิ ังกล่าวมานีใ้ หถ้ อื ตาม สายโลหติ โดยไมค่ านึงวา่ จะเป็ นญาติโดยชอบดว้ ยกฎหมายหรือไม่ ✓ หากฝ่าฝืนการสมรสเป็นโมฆะตามมาตรา 1495,1496

หนา้ 4 จาก 33 มาตรา 1451 ผรู้ บั บตุ รบญุ ธรรมและบตุ รบญุ ธรรมจะสมรสกนั ไม่ได้ มาตรา 1452 ชายหรือหญิงจะทาการสมรสในขณะทต่ี นมคี ู่สมรสอยู่ไมไ่ ด้ ชายหรือหญิงมีคสู่ มรส อย่แู ลว้ จะทาการสมรส ✓ ผูม้ ีส่วนไดเ้ สยี ยกขนึ้ กล่าวอา้ งโดยไม่ตอ้ งมีคาพพิ ากษาของศาล การสมรสนนั้ จะตกเป็นโมฆะ ซอ้ นอกี ไม่ได้ หญิงทส่ี ามตี ายหรือทกี่ ารสมรสสนิ้ สุดลงดว้ ยประการอ่ืน จะทาการสมรสใหม่ได้ตอ่ เมือ่ การ มาตรา 1453 สนิ้ สดุ แหง่ การสมรสไดผ้ า่ นพน้ ไปแล้วไมน่ ้อยกว่า 310 วนั เวน้ แต่ การสมรสของหญิง (1) คลอดบตุ รแลว้ ในระหว่างน้ัน หมา้ ย (2) สมรสกับคสู่ มรสเดมิ (3) มใี บรับรองแพทยป์ ระกาศนียบัตรหรอื ปรญิ ญาซึง่ เป็ นผู้ประกอบการ รักษาโรคในสาขาเวช มาตรา 1454 กรรมไดต้ ามกฎหมายว่ามิไดม้ ีครรภห์ รือ ผเู้ ยาวท์ าการสมรสได้ (4) มีคาส่งั ของศาลใหส้ มรสได้ ตอ่ เม่ือไดร้ บั ความ ยินยอมจากบดิ ามารดา ✓ หมายเหต;ุ ถา้ การสมรสทฝี่ ่าฝืนมาตรานี้ กฎหมายมิไดบ้ ญั ญตั วิ า่ ผลจะเป็นอยา่ งไร ฉะนนั้ หากมี ผปู้ กครอง การสมรสกนั ของหญงิ หมา้ ย (ยงั ไม่เกนิ 310วนั ) การสมรสนนั้ ก็สมบูรณต์ ามกฎหมาย มาตรา 1455 ผู้เยาวจ์ ะทาการสมรสให้นาความใน มาตรา 1436 มาใช้บังคับโดยอนุโลม การใหค้ วามยนิ ยอมทา ไดด้ งั นี้ การใหค้ วามยินยอมให้ทาการสมรสจะกระทาไดแ้ ตโ่ ดย (1) ลงลายมือชอ่ื ในทะเบยี นขณะจดทะเบียนสมรส มาตรา 1456 (2) ทาเป็ นหนังสอื แสดงความยินยอมโดยระบุชอื่ ผจู้ ะสมรสทงั้ สองฝ่ าย และลงลายมอื ชอื่ ของผใู้ ห้ รอ้ งขอต่อศาลเพ่อื ความยินยอม อนญุ าตใหท้ าการสมรส (3) ถา้ มเี หตจุ าเป็ น จะใหค้ วามยินยอมดว้ ยวาจาตอ่ หน้าพยานอยา่ งน้อย 2 คนก็ได้ มาตรา 1457 สมรสตอ้ งจดทะเบยี น ความยินยอมนั้น เมอ่ื ให้แลว้ ถอนไม่ได้ มาตรา 1458 ถา้ ไมม่ ผี ทู้ ่มี ีอานาจใหค้ วามยินยอมตาม มาตรา 1454 หรือมีแตไ่ มใ่ หค้ วามยินยอมหรอื ไมอ่ ยใู่ น การสมรสท่ปี ราศจาก สภาพท่อี าจใหค้ วาม ยินยอม หรอื โดยพฤตกิ ารณผ์ เู้ ยาวไ์ ม่อาจขอความยนิ ยอมได้ ผเู้ ยาว์ อาจรอ้ งขอตอ่ ความยินยอมของคู่ ศาลเพ่อื อนญุ าตใหท้ าการสมรส สมรส การสมรสตามประมวลกฎหมายนี้ จะมีไดเ้ ฉพาะเมอื่ ได้จดทะเบียนแล้วเท่านนั้ การสมรสจะทาได้ตอ่ เม่ือชายหญิงยนิ ยอมเป็ นสามภี รยิ ากนั และตอ้ งแสดงการยนิ ยอมนนั้ ให้ปรากฏโดยเปิ ดเผยตอ่ หน้า นายทะเบยี นและใหน้ ายทะเบียนบนั ทกึ ความยินยอมนนั้ ไวด้ ว้ ย

หนา้ 5 จาก 33 มาตรา 1459 การสมรสในตา่ งประเทศระหว่างคนท่มี สี ญั ชาติไทยดว้ ย กนั หรอื ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสญั ชาติไทย จะทา แบบของการสมรสใน ตามแบบทก่ี าหนดไวต้ าม กฎหมายไทยหรอื กฎหมายแห่งประเทศนน้ั ก็ได้ ตา่ งประเทศ ในกรณีท่คี สู่ มรสประสงคจ์ ะจดทะเบยี นตามกฎหมายไทย ใหพ้ นกั งานทตู หรอื กงสลุ ไทยเป็นผรู้ บั จด มาตรา 1461 ทะเบยี น การกินอยแู่ ละอปุ การะ เลยี้ งดกู นั สามภี ริยาต้องอยูก่ นิ ดว้ ยกนั ฉันสามีภรยิ า สามภี รยิ าต้องชว่ ยเหลอื อุปการะเลยี้ งดกู ันตาม มาตรา 1462 ความสามารถและฐานะของตน การแยกกนั อยชู่ ่วั คราว ในกรณีทสี่ ามภี รยิ าไม่สามารถทจี่ ะอยกู่ นิ ดว้ ยกนั ฉันสามีภรยิ าโดยปกติสุขได้ หรอื ถ้าการอยู่ มาตรา 1516 ร่วมกนั จะเป็ นอนั ตรายแกก่ ายหรอื จติ ใจหรอื ทาลายความผาสุกอย่างมาก สามหี รอื ภริยาฝ่ ายทไ่ี ม่ การหยา่ โดยคา สามารถทจ่ี ะอยูก่ นิ ดว้ ยกนั ฉันสามีภรยิ าโดยปกติสุขได้ หรือฝ่ ายทจ่ี ะต้องรับอนั ตรายหรอื ถกู พิพากษาของศาล ทาลายความผาสุก อาจร้องตอ่ ศาลเพอื่ ใหม้ คี าส่ังอนุญาตให้ตนอยตู่ า่ งหากในระหว่างทเี่ หตนุ นั้ ๆ ยังมีอยูก่ ็ไดใ้ นกรณเี ช่นนี้ ศาลจะกาหนดจานวนค่าอุปการะเลีย้ งดูให้ฝ่ ายหน่ึงจา่ ยให้แกอ่ กี ฝ่ าย มาตรา 1463 หน่ึงตามควรแกพ่ ฤติการณก์ ็ได้ ค่สู มรสเป็นคนไร้ ความสามารถหรอื เหตฟุ ้องหยา่ มดี งั ตอ่ ไปนี้ เสมอื นไรค้ วามสามารถ (4/2) สามีและภริยาสมคั รใจแยกกนั อยู่เพราะเหตทุ ไ่ี ม่อาจอยู่ร่วมกันฉนั สามภี ริยาไดโ้ ดยปกติสขุ มาตรา 1464 ตลอดมาเกนิ สามปี หรือแยกกนั อยู่ตามคาส่ังของ ศาลเป็ นเวลาเกินสามปี ฝ่ ายใดฝ่ ายหนง่ึ ฟ้อง ค่สู มรสวกิ ลจรติ หยา่ ได้ ในกรณีท่ศี าลส่งั ใหส้ ามหี รือภรยิ าเป็นคนไรค้ วามสามารถ หรอื เสมือนไรค้ วามสามารถ ภรยิ าหรอื สามี ยอ่ มเป็นผอู้ นบุ าลหรอื ผพู้ ทิ กั ษ์ แต่เม่ือผมู้ ีสว่ นไดเ้ สยี หรืออยั การรอ้ งขอ และถา้ มีเหตสุ าคญั ศาลจะตงั้ ผอู้ ืน่ เป็นผอู้ นบุ าลหรือผพู้ ิทกั ษก์ ไ็ ด้ ในกรณีท่คี สู่ มรสฝ่ายใดฝ่ายหนึง่ เป็นคนวกิ ลจรติ ไมว่ า่ ศาล จะไดส้ ่งั ใหเ้ ป็นคนไรค้ วามสามารถหรือไม่ ถา้ ค่สู มรสอีกฝ่ายหน่งึ ไม่อปุ การะ เลยี้ งดฝู ่ายท่วี กิ ลจรติ ตาม มาตรา 1461 วรรคสอง หรือกระทาการหรอื ไม่ กระทาการอย่างใด อนั เป็นเหตใุ หฝ้ ่ายท่ีวิกลจรติ ตกอย่ใู นภาวะอนั นา่ จะเกดิ อนั ตรายแกก่ ายหรอื จติ ใจ หรอื ตกอยใู่ นภาวะอนั นา่ จะเกดิ ความเสยี หายทาง ทรพั ยส์ ินถงึ ขนาด บคุ คลตามท่รี ะบไุ วใ้ น มาตรา 29 หรือผู้ อนบุ าลอาจฟ้องคู่ สมรสอีกฝ่ายหนง่ึ เรียกค่าอปุ การะเลยี้ งดใู หแ้ กฝ่ ่ายท่ีวกิ ลจรติ หรอื ขอใหศ้ าลมี คาส่งั ใด ๆ เพ่อื คมุ้ ครองฝ่ายท่วี กิ ลจรติ นนั้ ได้ ในกรณีฟ้องเรียกคา่ อปุ การะเลยี้ งดตู ามวรรคหนึง่ ถา้ ยงั มไิ ดม้ ีคาส่งั ของ ศาลวา่ คสู่ มรสซง่ึ วกิ ลจรติ เป็นคนไรค้ วามสามารถ กใ็ หข้ อตอ่ ศาลในคดีเดยี ว กนั ใหศ้ าลมีคาส่งั ว่าคสู่ มรสซ่งึ วกิ ลจรติ นนั้ เป็นคนไร้ ความสามารถ โดยขอให้ ตงั้ ตนเองหรือผอู้ ื่นท่ศี าลเหน็ สมควรเป็นผอู้ นบุ าล หรือถา้ ไดม้ คี าส่งั ของศาล แสดง วา่ คสู่ มรสซง่ึ วกิ ลจรติ เป็นคนไรค้ วามสามารถอยแู่ ลว้ จะขอใหถ้ อดถอน ผอู้ นบุ าลคนเดมิ และแตง่ ตงั้ ผู้ อนบุ าลคนใหมก่ ็ได้ ในการขอใหศ้ าลมคี าส่งั ใด ๆ เพ่อื คมุ้ ครองค่สู มรสฝ่ายท่ีวกิ ลจรติ โดยมิ ไดเ้ รียกคา่ อปุ การะเลยี้ งดดู ว้ ย นน้ั จะไม่ขอใหศ้ าลมีคาส่งั ใหค้ สู่ มรสฝ่ายท่ี วิกลจรติ นน้ั เป็นคนไรค้ วามสามารถ หรือจะไมข่ อเปลีย่ นผู้

หนา้ 6 จาก 33 มาตรา 1465 อนบุ าลกไ็ ด้ แต่ถา้ ศาลเหน็ วา่ วิธีการคมุ้ ครองท่ขี อนนั้ จาตอ้ งมผี อู้ นบุ าลหรอื เปล่ียนผอู้ นบุ าล ให้ ศาลมีคาส่งั สญั ญาก่อนสมรส ใหจ้ ดั การทานองเดียวกบั ท่บี ญั ญตั ไิ วใ้ นวรรคสอง แลว้ จงึ มคี าส่งั คมุ้ ครองตามท่ีเหน็ สมควร มาตรา 1466 แบบของสญั ญาก่อน ถา้ สามีภรยิ ามไิ ดท้ าสญั ญากนั ไวใ้ นเรอื่ งทรพั ยส์ นิ เป็น พเิ ศษกอ่ นสมรส ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสามี สมรส ภรยิ าในเรอ่ื งทรพั ยส์ นิ นน้ั ใหบ้ งั คบั ตามบทบญั ญตั ิในหมวดนี้ มาตรา 1468 มาตรา 1469 ถา้ ขอ้ ความใดในสญั ญากอ่ นสมรสขดั ตอ่ ความสงบเรียบรอ้ ยหรอื ศีลธรรมอนั ดขี องประชาชน หรอื สญั ญาระหว่างสมรส มาตรา 1470 ระบใุ หใ้ ชก้ ฎหมายประเทศอื่นบงั คบั เรอื่ งทรพั ยส์ ินนนั้ ขอ้ ความนนั้ ๆ เป็นโมฆะ มาตรา 1471 สนิ ส่วนตวั ✓ วรรค2 เฉพาะขอ้ ความนนั้ เทา่ นนั้ ทเี่ ป็นโมฆะตามมาตรา150 สญั ญาก่อนสมรสยงั สมบรู ณ์อยู่ มาตรา 1472 สญั ญากอ่ นสมรสเป็นโมฆะ ถา้ มิไดจ้ ดแจง้ ขอ้ ตกลงกนั เป็น สญั ญาก่อนสมรสนน้ั ไวใ้ นทะเบยี นสมรส พรอ้ มกบั การจดทะเบียนสมรส หรือ มไิ ดท้ าเป็นหนงั สือลงลายมือช่ือค่สู มรสและพยานอยา่ งนอ้ ยสองคน แนบไว้ ทา้ ยทะเบยี นสมรส และไดจ้ ดไวใ้ นทะเบยี นสมรสพรอ้ มกบั การจดทะเบยี น สมรสวา่ ไดม้ สี ญั ญานนั้ แนบไว้ ขอ้ ความในสญั ญาก่อนสมรสไมม่ ผี ลกระทบกระเทือนถงึ สิทธิของบคุ คลภายนอกผทู้ าการโดยสจุ รติ ไมว่ ่าจะไดเ้ ปล่ียนแปลงเพกิ ถอน โดยคาส่งั ของศาลหรือไม่กต็ าม สญั ญาท่เี ก่ียวกบั ทรพั ยส์ นิ ใดท่สี ามีภรยิ าไดท้ าไวต้ อ่ กนั ในระหว่างเป็นสามภี รยิ ากนั นน้ั ฝ่ายใดฝ่าย หนึง่ จะบอกลา้ งเสยี ในเวลาใด ท่เี ป็นสามีภรยิ ากนั อยู่ หรอื ภายในกาหนดหนง่ึ ปีนบั แต่วนั ท่ขี าดจากการ เป็น สามภี รยิ ากนั ก็ได้ แต่ไมก่ ระบทกระเทอื นถงึ สิทธิของบคุ คลภายนอก ผูท้ าการโดยสจุ รติ ทรัพยส์ นิ ระหว่างสามภี รยิ า นอกจากทไ่ี ด้แยกไว้เป็ นสินสว่ นตวั ยอ่ มเป็ นสนิ สมรส สินส่วนตวั ไดแ้ กท่ รัพยส์ นิ (1) ทฝ่ี ่ ายใดฝ่ ายหน่ึงมอี ยู่กอ่ นสมรส (2) ทเี่ ป็ นเครอื่ งใช้สอยส่วนตวั เครื่องแตง่ กาย หรอื เคร่ืองประดับ กายตามควรแกฐ่ านะ หรือ เครื่องมือเครือ่ งใชท้ จ่ี าเป็ นในการประกอบอาชีพ หรอื วิชาชพี ของค่สู มรสฝ่ ายใดฝ่ ายหนึ่ง (3) ทฝี่ ่ ายใดฝ่ ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดก หรอื โดยการให้โดยเสน่หา (4) ทเี่ ป็ นของหม้ัน สินสว่ นตวั นน้ั ถ้าได้แลกเปลยี่ นเป็ นทรัพยส์ นิ อนื่ กด็ ี ซอื้ ทรัพยส์ นิ อน่ื มากด็ ี หรอื ขายได้ เป็ นเงนิ มาก็ดี ทรัพยส์ นิ อน่ื หรอื เงนิ ทไ่ี ดม้ า น้ันเป็ นสนิ สว่ นตวั สนิ สว่ นตวั ทถี่ กู ทาลายไปทงั้ หมดหรอื แต่บางส่วน แต่ไดท้ รัพยส์ นิ อน่ื หรือ เงนิ มาทดแทน ทรัพยส์ ินอ่นื หรอื เงนิ ทไี่ ด้มาน้นั เป็ นสนิ สว่ นตวั มาตรา 1473 สนิ สว่ นตวั ของคู่สมรสฝ่ ายใดใหฝ้ ่ ายนน้ั เป็ นผ้จู ดั การ หนา้ ท่กี ารจดั การสิน ส่วนตวั สินสมรสไดแ้ ก่ทรัพยส์ นิ (1) ทคี่ สู่ มรสไดม้ าระหว่างสมรส มาตรา 1474 (2) ท่ฝี ่ายใดฝ่ายหนง่ึ ไดม้ าระหวา่ งสมรสโดยพินยั กรรมหรอื โดย การใหเ้ ป็นหนงั สือเม่อื พินยั กรรมหรอื สนิ สมรสและการ หนงั สือยกใหร้ ะบวุ า่ เป็นสนิ สมรส จดั การสนิ สมรส

หนา้ 7 จาก 33 มาตรา 1475 (3) ทเี่ ป็ นดอกผลของสินสว่ นตัว มาตรา 1476 ถา้ กรณีเป็นท่สี งสยั วา่ ทรพั ยส์ นิ อยา่ งหนง่ึ เป็นสินสมรสหรอื มใิ ช่ ใหส้ นั นิษฐานไวก้ ่อนวา่ เป็นสินสมรส การจดั การสนิ สมรส รว่ มกนั ✓ อนมุ าตรา(3) ดอกเบยี้ เงนิ ฝาก คา่ เชา่ อนั ไดม้ าจากสนิ สว่ นตวั คอื ดอกผลนติ นิ ยั จงึ ถือว่าเป็น มาตรา 1480 สนิ สมรส การเพกิ ถอนนติ ิกรรม เน่อื งจากฝ่าฝืนมาตรา ✓ สนุ ขั ทซี่ ือ้ ดว้ ยเงนิ สนิ สว่ นตวั แลว้ เกดิ มีลูกสนุ ขั ลูกสนุ ขั เป็นดอกผลธรรมดาทเี่ กิดขนึ้ โดยธรรมชาติ 1476 ลูกสนุ ขั จงึ เป็นสนิ สมรส ถา้ สนิ สมรสใดเป็นจาพวกท่รี ะบไุ วใ้ น มาตรา 456 แหง่ ประมวลกฎหมายนี้ หรอื ท่มี ีเอกสารเป็น สาคญั สามีหรือภรยิ า จะรอ้ งขอใหล้ งช่ือตนเป็นเจา้ ของรวมกนั ในเอกสารนน้ั กไ็ ด้ ✓ เอกสารเป็นสาคญั เช่น บญั ชีเงนิ ฝาก โฉนดทดี่ นิ ยกเวน้ สมดุ จดทะเบยี นรถยนตไ์ มถ่ อื วา่ เป็น เอกสารสาคญั สามีและภรยิ าตอ้ งจดั การสินสมรสร่วมกนั หรือได้รับความยนิ ยอมจากอีกฝ่ ายหน่ึง ใน กรณีดงั ตอ่ ไปนี้ (1) ขาย แลกเปลีย่ น ขายฝาก ให้เชา่ ซอื้ จานอง ปลดจานอง หรอื โอนสทิ ธิจานองซึง่ อสงั หาริมทรัพยห์ รอื สงั หารมิ ทรัพยท์ อ่ี าจจานองได้ (2) กอ่ ต้งั หรอื กระทาให้สุดสนิ้ ลงทัง้ หมดหรอื บางสว่ นซงึ่ ภาระจายอม สทิ ธิอาศัย สทิ ธิเหนือพืน้ ดนิ สิทธิเกบ็ กนิ หรือภาระติดพนั ในอสังหาริมทรัพย์ (3) ให้เชา่ อสังหารมิ ทรัพยเ์ กินสามปี (ถ้าเช่าสังหารมิ ทรัพยเ์ กนิ 3ปี ไม่ต้องได้รับความยนิ ยอมก่อน) (4) ใหก้ ู้ยมื เงนิ (5) ใหโ้ ดยเสนห่ า เวน้ แต่การให้ทพี่ อควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัว เพือ่ การกศุ ล เพอ่ื การสงั คม หรอื ตามหน้าทธ่ี รรมจรรยา (6) ประนีประนอมยอมความ (7) มอบขอ้ พิพาทให้อนุญาโตตุลาการวนิ ิจฉัย (8) นาทรัพยส์ นิ ไปเป็ นประกัน หรือหลกั ประกนั ตอ่ เจา้ พนักงานหรือศาล การจัดการสนิ สมรสนอกจากกรณที บี่ ัญญตั ไิ ว้ในวรรคหนึ่ง สามหี รือภรยิ า จดั การได้มิตอ้ ง ได้รับ ✓ เฉพาะ(1)-(8)เท่านนั้ ทตี่ อ้ งไดร้ บั ความยนิ ยอมจากอกี ฝ่ายหน่งึ ก่อน หากทาการฝ่าฝืนอกี ฝ่ายหนง่ึ เพกิ ถอนได้ ✓ EX. วรรค 2 ภรรยาเอาดอกผลของสนิ สว่ นตวั ไปซอื้ รถจกั รยานใหค้ นอนื่ เชา่ สญั ญานไี้ ม่ไดร้ บั ความยนิ ยอมจากสามี เนอื่ งจากไม่เขา้ (1)-(8) ดงั นนั้ สามจี ะเพกิ ถอนสญั ญานไี้ มไ่ ด้ การจดั การสนิ สมรสซง่ึ ต้องจดั การร่วมกนั หรือตอ้ งไดร้ ับความยนิ ยอมจากอกี ฝ่ ายหนึ่งตาม มาตรา 1476 ถ้าค่สู มรสฝ่ ายหนึ่งได้ ทานิตกิ รรมไปแต่เพยี งฝ่ ายเดียว หรือโดยปราศจากความ ยนิ ยอมของคู่สมรสอกี ฝ่ ายหนง่ึ ค่สู มรสอีกฝ่ ายหน่ึงอาจฟ้องใหศ้ าลเพกิ ถอนนิตกิ รรม นั้นได้ เวน้ แต่คสู่ มรสอกี ฝ่ ายหนึ่งไดใ้ ห้สตั ยาบนั แก่นิตกิ รรมน้นั แล้ว หรอื ในขณะทที่ านิตกิ รรมนัน้ บคุ คลภายนอกไดก้ ระทาโดยสุจริตและเสยี ค่าตอบแทน การฟ้องให้ศาลเพกิ ถอนนิตกิ รรมตามวรรคหน่ึง หา้ มมิให้ฟ้องเมือ่ พน้ หน่ึงปี นับแต่วนั ท่ี ได้รู้เหตุอนั เป็ นมูลใหเ้ พกิ ถอนหรอื เมื่อพ้นสบิ ปี นับแต่วนั ทไี่ ด้ทานิตกิ รรมน้ัน

หนา้ 8 จาก 33 มาตรา 1481 ✓ เมือ่ ศาลมคี าส่งั ใหเ้ พกิ ถอนนติ กิ รรมแลว้ ตอ้ งเพกิ ถอนนติ กิ รรมนนั้ ทงั้ หมดจะเพกิ ถอนบางส่วน การยกสินสมรสใหแ้ ก่ ไมไ่ ด้ บคุ คลภายนอก สามหี รอื ภรยิ าไมม่ ีอานาจทาพินัยกรรมยกสนิ สมรส ทเ่ี กนิ กว่าสว่ นของตนให้แกบ่ คุ คลใด มาตรา 1488 ได้ การชาระหนขี้ องสามี ภรรยา ✓ แมอ้ กี ฝ่ายหนง่ึ จะยินยอมกไ็ มม่ ีอานาจในการทาพนิ ยั กรรมยกสนิ สมรสเกินกวา่ สว่ นของตนได้ มาตรา 1489 ถา้ สามหี รอื ภรยิ าตอ้ งรบั ผดิ เป็นส่วนตวั เพ่อื ชาระหนกี้ ่อไวก้ ่อนหรือระหว่างสมรส ใหช้ าระหนนี้ นั้ ดว้ ย การชาระหนรี้ ว่ มกนั มาตรา 1490 สนิ สว่ นตวั ของฝ่ายนนั้ กอ่ น เม่ือไม่พอจึงใหช้ าระดว้ ยสนิ สมรสท่เี ป็นส่วนของฝ่ายนน้ั หนรี้ ว่ มระหวา่ งสามี ภรยิ า ถ้าสามีภริยาเป็ นลกู หนีร้ ่วมกนั ใหช้ าระหนีน้ นั้ จากสนิ สมรสและสนิ สว่ นตวั ของทัง้ สองฝ่ าย มาตรา 1495 หนีท้ สี่ ามภี ริยาเป็ นลกู หนีร้ ่วมกนั น้นั ให้รวมถงึ หนีท้ สี่ ามี หรอื ภริยาก่อใหเ้ กดิ ขนึ้ ในระหวา่ ง มาตรา 1496 สมรสดังตอ่ ไปนี้ (1) หนีเ้ กยี่ วแกก่ ารจัดการบ้านเรอื น และจัดหาสงิ่ จาเป็ นสาหรับครอบครัว การอปุ การะเลีย้ งดู มาตรา 1497 ตลอดถึงการรักษาพยาบาลบคุ คลในครอบครัวและ การศกึ ษาของบตุ รตามสมควรแกอ่ ตั ภาพ การกลา่ วอา้ งการสมรส (2) หนีท้ เ่ี กยี่ วข้องกับสนิ สมรส ท่เี ป็นโมฆะไดท้ นั ที (3) หนีท้ เ่ี กดิ ขนึ้ เนื่องจากการงานซึง่ สามภี รยิ าทาดว้ ยกนั มาตรา 1498 (4) หนีท้ สี่ ามหี รอื ภรยิ ากอ่ ขนึ้ เพือ่ ประโยชนต์ นฝ่ ายเดยี ว แตอ่ ีกฝ่ ายหน่ึง ไดใ้ หส้ ตั ยาบนั ผลของการสมรสท่เี ป็น โมฆะ การสมรสทฝ่ี ่ าฝื น มาตรา 1449 มาตรา 1450 มาตรา 1452 และ มาตรา 1458 เป็ นโมฆะ คาพิพากษาของศาลเท่านน้ั ท่จี ะแสดงวา่ การสมรสท่ี ฝ่าฝืน มาตรา 1449 มาตรา 1450 และ มาตรา 1458 เป็นโมฆะ ค่สู มรส บดิ ามารดา หรือผสู้ ืบสนั ดานของค่สู มรส อาจรอ้ งขอให้ ศาลพิพากษาวา่ การสมรสเป็นโมฆะ ได้ ถา้ ไมม่ บี คุ คลดงั กลา่ ว ผมู้ ีสว่ นไดเ้ สียจะรอ้ งขอใหอ้ ยั การเป็นผรู้ อ้ งขอต่อศาลก็ได้ ✓ เวน้ แตม่ าตรา 1452 ทไี่ มต่ อ้ งใชค้ าพพิ ากษาของศาล ✓ ผูม้ ีส่วนไดเ้ สยี หมายถึง ญาตขิ องทงั้ 2ฝ่าย ตวั คนทแี่ ต่งงาน พอ่ แม่ ป่ ยู า่ ตายาย การสมรสทเี่ ป็ นโมฆะเพราะฝ่ าฝื นมาตรา 1452 บคุ คลผมู้ สี ่วนไดเ้ สยี คนใดคนหนึง่ จะกลา่ ว อา้ งขนึ้ หรือจะร้องขอใหศ้ าลพิพากษาวา่ การสมรสเป็ นโมฆะก็ได้ การสมรสท่เี ป็นโมฆะ ไม่กอ่ ใหเ้ กิดความสมั พนั ธท์ างทรพั ยส์ นิ ระหวา่ งสามภี รยิ า ในกรณีท่กี ารสมรสเป็นโมฆะ ทรพั ยส์ ินท่ฝี ่ายใดมีหรือไดม้ าไม่วา่ กอ่ น หรือหลงั การสมรสรวมทง้ั ดอก ผลคงเป็นของฝ่ายนนั้ ส่วนบรรดาทรพั ยส์ นิ ท่ที ามาหาไดร้ ว่ มกนั ใหแ้ บง่ คนละครง่ึ เวน้ แตศ่ าลจะเหน็ สมควร ส่งั เป็น ประการอืน่ เม่ือไดพ้ เิ คราะหถ์ งึ ภาระในครอบครวั ภาระในการหาเลยี้ งชีพ และฐานะของคกู่ รณีทง้ั สองฝ่าย ตลอดจนพฤตกิ ารณอ์ นื่ ทงั้ ปวงแลว้

หนา้ 9 จาก 33 ✓ หมายเหต;ุ การสมรสทเี่ ป็นโมฆะ ไมก่ อ่ ใหเ้ กิดสนิ สมรส ใหแ้ บง่ กนั คนละคร่งึ ตามหลกั กรรมสทิ ธิ์ รวม แต่ตอ้ งเป็นการทามาหาไดร้ ว่ มกนั เช่น ผวั ขบั รถTAXI เมยี ทารา้ นเสรมิ สวยไมถ่ ือเป็นการทา มาหาไดร้ ว่ มกนั มาตรา 1499 การสมรสท่เี ป็นโมฆะเพราะฝ่าฝืน มาตรา 1449 มาตรา 1450 หรอื มาตรา 1458 ไมท่ าใหช้ ายหรือ ค่สู มรสท่สี จุ รติ ไมเ่ สือ่ ม หญิงผสู้ มรสโดยสจุ รติ เสอ่ื ม สิทธทิ ่ไี ดม้ าเพราะการสมรสกอ่ นมคี าพิพากษาถงึ ท่สี ดุ ใหเ้ ป็นโมฆะ สทิ ธิท่ไี ดม้ าเพราะการ การสมรสท่เี ป็นโมฆะเพราะฝ่าฝืน มาตรา 1452 ไมท่ าใหช้ ายหรอื หญิงผสู้ มรสโดยสจุ รติ เสื่อมสทิ ธิท่ี สมรสและยงั มสี ทิ ธิ ไดม้ าเพราะการสมรสก่อนท่ชี ายหรือ หญิงนน้ั รูถ้ ึงเหตทุ ่ที าใหก้ ารสมรสเป็นโมฆะ แตก่ ารสมรสท่เี ป็นโมฆะ เรยี กรอ้ งค่าทดแทน ดงั กลา่ วไมท่ าใหค้ สู่ มรสเกิดสิทธริ บั มรดกในฐานะทายาทโดยธรรมของค่สู มรสอีกฝ่ายหน่ึง และค่าเลยี้ งชพี ไดอ้ กี การสมรสท่เี ป็นโมฆะเพราะฝ่าฝืน มาตรา 1449 มาตรา 1450 หรือ มาตรา 1458 หรือฝ่าฝืน มาตรา ดว้ ย 1452 ถา้ คสู่ มรสฝ่ายใดได้ สมรสโดยสจุ รติ ฝ่ายนนั้ มสี ทิ ธิเรียกค่าทดแทนได้ และถา้ การสมรสท่ี เป็นโมฆะนนั้ ทาใหฝ้ ่ายท่ไี ดส้ มรสโดยสจุ รติ ตอ้ งยากจนลง เพราะ ไมม่ ีรายไดพ้ อจากทรพั ยส์ ิน หรือจากการงานท่เี คยทา อยกู่ อ่ นมี คาพพิ ากษาถึงท่สี ดุ หรอื ก่อนท่จี ะไดร้ ูว้ า่ การสมรสของเป็นโมฆะ แลว้ แตก่ รณี ฝ่ายนนั้ มสี ทิ ธิเรียก คา่ เลยี้ งชีพไดด้ ว้ ยสทิ ธิเรยี กคา่ เลยี้ งชพี ในกรณีนใี้ หน้ า มาตรา 1526 วรรคหน่งึ และ มาตรา 1528 มาใช้ บงั คบั โดยอนโุ ลม สทิ ธิเรยี กรอ้ งคา่ ทดแทน หรอื คา่ เลยี้ งชีพตามวรรคสาม มี กาหนดอายคุ วามสองปี นบั แตว่ นั ท่มี คี า พพิ ากษาถงึ ท่สี ดุ สาหรบั กรณีการสมรสเป็นโมฆะเพราะฝ่าฝืน มาตรา 1449 มาตรา 1450 หรอื มาตรา 1458 หรอื นบั แต่วนั ท่รี ูถ้ ึงเหตทุ ่ที าใหก้ ารสมรสเป็นโมฆะ สาหรบั กรณีการสมรสเป็นโมฆะเพราะฝ่า ฝืน มาตรา 1452 มาตรา 1501 การสมรสย่อมสิน้ สุดลงด้วยความตาย การหยา่ หรอื ศาลพิพากษาให้เพกิ ถอน การสนิ้ สดุ แห่งการ สมรส ✓ การตาย หมายถงึ เวลาทสี่ มองหยดุ ทางานลงเท่านนั้ ถอื เป็นเวลาของการตาย สว่ นการตายตาม กฎหมายตามมาตรา61,62 นนั้ ไมท่ าใหก้ ารสมรสสนิ้ สดุ ลง เป็นแต่เพยี งเหตฟุ อ้ งหยา่ ไดต้ าม มาตรา1516(5) เท่านนั้ มาตรา 1502 การสมรสท่เี ป็นโมฆียะสนิ้ สดุ ลงเม่ือศาลพิพากษาใหเ้ พกิ ถอน การสมรสท่เี ป็นโมฆียะ คาพพิ ากษานนั้ ไม่จาเป็นตอ้ งถงึ ทสี่ ดุ หมายบงั คบั เอากบั คาพพิ ากษาศาลชนั้ ตน้ กพ็ อแลว้ มาตรา 1503 เหตทุ จ่ี ะขอใหศ้ าลพพิ ากษาเพกิ ถอนการสมรสเพราะเหตวุ ่าเป็ นโมฆียะ มเี ฉพาะในกรณที ค่ี ู่ เหตทุ ่ที าใหก้ ารสมรส สมรสทาการฝ่ าฝื น มาตรา 1448 มาตรา 1505 มาตรา 1506 มาตรา 1507 และ มาตรา 1509 เป็นโมฆียะ มาตรา 1504 การสมรสท่เี ป็นโมฆียะเพราะฝ่าฝืน มาตรา 1448 ผมู้ สี ว่ นไดเ้ สียขอใหเ้ พกิ ถอนการสมรสได้ แต่บิดา ผมู้ ีสว่ นไดเ้ สยี ขอใหศ้ าล มารดาหรอื ผปู้ กครองทใ่ี หค้ วาม ยินยอมแลว้ จะขอใหเ้ พกิ ถอนการสมรสไม่ได้ เพิกถอนการสมรสได้ ถา้ ศาลมไิ ดส้ ่งั ใหเ้ พกิ ถอนการสมรสจนชายหญิงมอี ายคุ รบตาม มาตรา 1448 หรอื เม่ือหญิงมีครรภ์ กอ่ นอายคุ รบตาม มาตรา 1448 ใหถ้ ือวา่ การสมรส สมบรู ณม์ าตงั้ แต่เวลาสมรส

หนา้ 10 จาก 33 มาตรา 1505 การสมรสท่ไี ดก้ ระทาไปโดยค่สู มรสฝ่ายหนงึ่ สาคญั ผดิ ตวั คู่สมรส การสมรสนน้ั เป็นโมฆยี ะ สาคญั ผิดในตวั ค่สู มรส สิทธิขอเพกิ ถอนการสมรสเพราะสาคญั ผดิ ตวั คสู่ มรสเป็นอนั ระงบั เม่ือเวลาไดผ้ า่ นพน้ ไปแลว้ 90 วนั นบั แต่ เป็นโมฆียะ วนั สมรส มาตรา 1506 ✓ การสาคญั ผิด ตอ้ งขอเพกิ ถอนกอ่ น 90วนั นบั แตว่ นั ทสี่ มรส การสมรสโดยถกู กลฉอ้ ถา้ ค่สู มรสไดท้ าการสมรสโดยถกู กลฉอ้ ฉลอนั ถงึ ขนาดซง่ึ ถา้ มิไดม้ ีกลฉอ้ ฉลนน้ั จะไม่ทาการสมรส ฉล การสมรสนน้ั เป็นโมฆียะ มาตรา 1507 ความในวรรคหนึ่ง ไมใ่ ชบ้ งั คบั ในกรณีท่ีกลฉอ้ ฉลนนั้ เกิดขนึ้ โดยบคุ คลท่ีสามโดยค่สู มรสอีกฝ่ายหนง่ึ การสมรสโดยถกู ข่มขู่ มไิ ดร้ ูเ้ หน็ ดว้ ย มาตรา 1508 สิทธิขอเพิกถอนการสมรสเพราะถกู กลฉอ้ ฉลเป็นอนั ระงบั เม่ือเวลาได้ ผา่ นพน้ ไปแลว้ 90 วนั นบั แต่ คสู่ มรสท่สี าคญั ผดิ ถกู กลฉอ้ ฉล ข่มขู่ ขอเพิก วนั ท่รี ูห้ รือควรไดร้ ูถ้ งึ กลฉอ้ ฉลหรอื เม่อื เวลาได้ ผา่ นพน้ ไปแลว้ หน่ึงปีนบั แตว่ นั สมรส ถอนการสมรสได้ ถ้าคู่สมรสได้ทาการสมรสโดยถูกขม่ ขูอ่ นั ถึงขนาดซึ่งถา้ มไิ ด้มกี ารข่มขู่นน้ั จะไมท่ าการ มาตรา 1454 สมรส การสมรสน้ันเป็ นโมฆยี ะ ผเู้ ยาวท์ าการสมรสได้ สิทธิขอเพกิ ถอนการสมรสเพราะถกู ขม่ ขู่เป็ นอนั ระงับ เม่อื เวลาได้ผา่ น พ้นไปแลว้ หน่ึงปี ตอ่ เม่ือไดร้ บั ความ ยินยอมของบิดามารดา นับแตว่ นั ทพ่ี น้ จากการข่มขู่ ผปู้ กครอง การสมรสทเ่ี ป็ นโมฆยี ะเพราะค่สู มรสสาคญั ผิดตวั หรอื ถกู กลฉ้อฉล หรอื ถกู ข่มขู่ เฉพาะ มาตรา 1509 การสมรสท่ฝี ่าฝืน แต่คูส่ มรสทสี่ าคัญผดิ ตวั หรอื ถกู กลฉ้อฉลหรือ ถกู ข่มขู่เทา่ นั้นขอเพิกถอนการสมรสได้ ในกรณีท่ผี มู้ สี ิทธิขอเพิกถอนการสมรสเป็นบคุ คลท่ถี กู ศาลส่งั ใหเ้ ป็นคนไร้ ความสามารถ ใหบ้ คุ คลซ่งึ อาจรอ้ งขอต่อศาลใหส้ ่งั ใหบ้ คุ คลวิกลจรติ เป็นคนไร้ ความสามารถตาม มาตรา 29 ขอเพกิ ถอนการสมรสได้ ดว้ ย แตถ่ า้ ผมู้ ีสทิ ธิขอ เพิกถอนการสมรสเป็นคนวกิ ลจรติ ท่ศี าลยงั ไม่ไดส้ ่งั ให้เป็นคนไรค้ วามสามารถ บคุ คล ดงั กล่าวจะรอ้ งขอเพกิ ถอนการสมรสกไ็ ด้ แตต่ อ้ งขอใหศ้ าลส่งั ใหค้ นวกิ ล จรติ เป็นคนไรค้ วามสามารถพรอ้ ม กนั ดว้ ย ในกรณีท่ศี าลมคี าส่งั ใหย้ กคาขอให้ ศาลส่งั เป็นคนไรค้ วามสามารถกใ็ หศ้ าลมีคาส่งั ยกคาขอการเพกิ ถอนการสมรส ของบคุ คลดงั กลา่ วนน้ั เสยี ดว้ ย คาส่งั ศาลใหย้ กคาขอเพกิ ถอนการสมรสของบคุ คลตามวรรคสอง ไมก่ ระ ทบกระเทือนสิทธิการขอ เพิกถอนการสมรสของคสู่ มรส แต่ค่สู มรสจะตอ้ งใช้ สิทธินน้ั ภายในกาหนดระยะเวลาท่คี สู่ มรสมอี ยู่ ถา้ ระยะเวลาดงั กล่าวเหลืออยู่ ไมถ่ งึ หกเดอื นนบั แตว่ นั ท่ศี าลมีคาส่งั ใหย้ กคาขอเพิกถอนการสมรสของบคุ คลดงั กล่าว หรือไม่มเี หลอื อยเู่ ลยกใ็ หข้ ยายระยะเวลานนั้ ออกไปไดใ้ หค้ รบหกเดอื น หรอื อีกหกเดอื น นบั แตว่ นั ท่ี ศาลมีคาส่งั ใหย้ กคาขอเพกิ ถอนการสมรสของ บคุ คลดงั กลา่ วแลว้ แต่กรณี ผเู้ ยาวจ์ ะทาการสมรสใหน้ าความใน มาตรา 1436 มาใชบ้ งั คบั โดยอนโุ ลม การสมรสท่มี ไิ ดร้ บั ความยนิ ยอมของบคุ คลดงั กล่าวใน มาตรา 1454 การสมรสนน้ั เป็นโมฆียะ

มาตรา1510 หนา้ 11 จาก 33 มาตรา 1511 การสมรสท่เี ป็นโมฆยี ะเพราะมิไดร้ บั ความยนิ ยอมของ บคุ คลดงั กล่าวใน มาตรา 1454 เฉพาะบคุ คลท่ี อาจใหค้ วามยนิ ยอมตาม มาตรา 1454 เทา่ นนั้ ขอใหเ้ พกิ ถอนการสมรสได้ มาตรา 1513 สทิ ธิขอเพิกถอนการสมรสตาม มาตรานี้ เป็นอนั ระงบั เม่ือคสู่ มรสนน้ั มอี ายุ ครบย่ีสบิ ปีบรบิ รู ณห์ รือเม่อื มาตรา 1514 หญิงมีครรภ์ การหยา่ โดยความ ยินยอมของคสู่ มรส การฟ้องขอเพิกถอนการสมรสตาม มาตรานี้ ใหม้ ีอายคุ วามหนึง่ ปี นบั แต่วนั ทราบการสมรส มาตรา 1515 การสมรสท่ไี ดม้ ีคาพพิ ากษาใหเ้ พกิ ถอนนน้ั ใหถ้ ือวา่ สนิ้ สดุ ลงในวนั ท่คี าพิพากษาถงึ ท่สี ดุ แตจ่ ะอา้ ง การหยา่ ท่สี มบรู ณ์ เป็นเหตเุ ส่ือมสิทธิของบคุ คลภายนอก ผทู้ าการโดยสจุ รติ ไม่ได้ เวน้ แต่จะไดจ้ ดทะเบยี นการเพกิ ถอนการ มาตรา 1457 สมรสนนั้ แลว้ การสมรสตอ้ งจด ถา้ ปรากฏว่าค่สู มรสท่ถี กู ฟอ้ งเพิกถอนการสมรส ไดร้ ูเ้ หน็ เป็นใจในเหตแุ หง่ โมฆียะกรรม ค่สู มรสนน้ั ทะเบียนเทา่ นนั้ จะตอ้ งรบั ผดิ ใช้ คา่ ทดแทนความเสยี หายซ่ึงคสู่ มรสอีกฝ่ายหนงึ่ ไดร้ บั ต่อกาย ช่ือเสียง หรือทรพั ยส์ ิน มาตรา 1516 เน่อื งจากการสมรสนน้ั และใหน้ า มาตรา 1525 มาใช้ บงั คบั โดยอนโุ ลม การหยา่ โดยคา ถา้ หากการเพกิ ถอนการสมรสตามวรรคหน่ึงทาใหอ้ กี ฝ่ายหน่ึง ยากจนลงและไม่มรี ายไดพ้ อจาก พิพากษาของศาล ทรพั ยส์ ินหรือจากการงานตามท่ี เคยทาอยรู่ ะหวา่ งสมรสค่สู มรสท่ถี กู ฟ้องนน้ั จะตอ้ งรบั ผดิ ในคา่ เลยี้ ง ชพี ดงั ท่บี ญั ญตั ิไวใ้ น มาตรา 1526 ดว้ ย การหยา่ นน้ั จะทาไดแ้ ต่โดยความยนิ ยอมของทงั้ สองฝ่าย หรือโดยคาพิพากษาของศาล การหยา่ โดยความยินยอมตอ้ งทาเป็นหนงั สือและมีพยานลงลายมอื ช่ืออยา่ งนอ้ ยสองคน เม่ือไดจ้ ดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายนี้ การหย่าโดยความยนิ ยอมจะสมบรู ณต์ ่อเม่ือสามี และภรยิ าไดจ้ ดทะเบียนการหยา่ นนั้ แลว้ การสมรสตามประมวลกฎหมายนจี้ ะมีไดเ้ ฉพาะเม่ือได้ จดทะเบยี นแลว้ เท่านน้ั เหตุฟ้องหย่ามีดงั ตอ่ ไปนี้ (1) สามีหรือภรยิ าอุปการะเลยี้ งดูหรอื ยกย่องผอู้ นื่ ฉันภรยิ าหรือสามี เป็ นชหู้ รือมีชู้ หรอื ร่วม ประเวณีกับผูอ้ น่ื เป็ นอาจณิ อกี ฝ่ ายหนึ่งฟ้องหยา่ ได้ (2) สามีหรือภรยิ าประพฤตชิ ่วั ไมว่ ่าความประพฤติช่วั นน้ั จะเป็ นความผิดอาญาหรอื ไม่ ถา้ เป็ นเหตุ ให้อกี ฝ่ ายหน่งึ (ก) ได้รับความอบั อายขายหน้าอย่างร้ายแรง (ข) ได้รับความดูถกู เกลยี ดชังเพราะเหตทุ ค่ี งเป็ นสามหี รือภรยิ าของฝ่ าย ทป่ี ระพฤตชิ ่วั อยู่ ตอ่ ไป หรอื (ค) ไดร้ ับความเสยี หายหรือเดอื ดร้อนเกินควร ในเมือ่ เอาสภาพฐานะ และความเป็ นอยู่ ร่วมกนั ฉนั สามภี ริยามาคานึงประกอบ อีกฝ่ ายหนึ่งน้นั ฟ้องหยา่ ได้ (3) สามีหรือภรยิ าทาร้าย หรอื ทรมานร่างกายหรือจติ ใจ หรอื หมน่ิ ประมาทหรือเหยยี ดหยามอีก ฝ่ ายหน่ึงหรือบพุ การีของอกี ฝ่ ายหน่ึง ทงั้ นี้ ถา้ เป็ นการร้ายแรง อกี ฝ่ ายหน่ึงน้นั ฟ้องหย่าได้

หนา้ 12 จาก 33 มาตรา 1517 (4) สามีหรือภรยิ าจงใจละทงิ้ ร้างอีกฝ่ ายหน่ึงไปเกนิ หนึ่งปี อกี ฝ่ ายหน่ึง นั้นฟ้องหย่าได้ (4/1) สามหี รอื ภริยาตอ้ งคาพพิ ากษาถึงทส่ี ดุ ให้จาคกุ และไดถ้ ูกจาคกุ เกนิ หน่ึงปี ในความผิด ทอ่ี กี ฝ่ ายหน่ึงมไิ ด้มสี ว่ นกอ่ ใหเ้ กดิ การกระทาความผดิ หรอื ยินยอมหรอื รู้เหน็ เป็ นใจในการกระทา ความผดิ นั้นดว้ ย และการเป็ นสามี ภริยากนั ตอ่ ไปจะเป็ นเหตใุ หอ้ กี ฝ่ ายหน่ึงได้รับความเสยี หาย หรือเดอื ดร้อนเกนิ ควร อกี ฝ่ ายหนึ่งนน้ั ฟ้องหยา่ ได้ (ถา้ ไดถ้ กู จาคกุ มาแลว้ เกิน1ปีสามารถฟอ้ งหย่าได้ แต่ถา้ ถกู จาคกุ มายงั ไมถ่ งึ 1ปียงั ไมส่ ามารถฟอ้ งหยา่ ได)้ (4/2) สามีและภรยิ าสมคั รใจแยกกันอยูเ่ พราะเหตทุ ไ่ี มอ่ าจอยูร่ ่วมกนั ฉนั สามีภรยิ าได้โดย ปกตสิ ุขตลอดมาเกนิ สามปี หรือแยกกันอย่ตู ามคาส่งั ของ ศาลเป็ นเวลาเกินสามปี ฝ่ ายใดฝ่ ายหนึ่ง ฟ้องหยา่ ได้ (5) สามีหรือภริยาถูกศาลส่งั ใหเ้ ป็ นคนสาบสญู หรอื ไปจากภมู ลิ าเนา หรอื ถ่นิ ทอี่ ยู่เป็ นเวลาเกนิ สามปี โดยไมม่ ใี ครทราบแน่วา่ เป็ นตายร้ายดีอยา่ ง ไร อกี ฝ่ ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ (6) สามีหรอื ภริยาไมใ่ หค้ วามชว่ ยเหลืออปุ การะเลยี้ งดอู กี ฝ่ ายหน่ึงตาม สมควร หรือทาการเป็ น ปฏปิ ักษต์ ่อการทเ่ี ป็ นสามหี รือภริยากนั อย่างร้ายแรง ทงั้ นี้ ถ้าการกระทานั้นถึงขนาดทอ่ี ีกฝ่ ายหนึ่ง เดอื ดร้อนเกนิ ควรในเมอื่ เอา สภาพ ฐานะและความเป็ นอยรู่ ่วมกันฉนั สามภี รยิ ามาคานึงประกอบ อกี ฝ่ าย หน่ึงนั้นฟ้องหย่าได้ (7) สามหี รอื ภรยิ าวกิ ลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวกิ ลจรติ นั้นมี ลักษณะยากจะหายได้ กับ ทงั้ ความวกิ ลจริตถึงขนาดทจ่ี ะทนอยูร่ ่วมกนั ฉันสามีภรยิ าตอ่ ไปไม่ได้ อีกฝ่ ายหน่ึงฟ้องหยา่ ได้ (8) สามหี รอื ภรยิ าผดิ ทณั ฑบ์ นทที่ าใหไ้ วเ้ ป็ นหนังสอื ในเร่อื งความ ประพฤตอิ กี ฝ่ ายหนึ่งฟ้องหยา่ ได้ (9) สามหี รือภริยาเป็ นโรคติดตอ่ อยา่ งร้ายแรงอนั อาจเป็ นภยั แก่อีกฝ่ าย หน่ึงและโรคมีลกั ษณะ เรอื้ รัง ไมม่ ีทางทจ่ี ะหายได้ อกี ฝ่ ายหน่ึงน้นั ฟ้องหยา่ ได้ (10) สามหี รอื ภรยิ ามสี ภาพแหง่ กายทาให้สามหี รอื ภริยานัน้ ไม่อาจร่วม ประเวณไี ด้ตลอดกาล อกี ฝ่ ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ ✓ EX. หม่ินประมาทหรือเหยยี ดหยามอยา่ งรา้ ยแรง เช่น สามีด่าพอ่ ตาวา่ โคตรของพอ่ ตานเี้ ลวทงั้ โคตร คบไมไ่ ด้ หรือดา่ แม่ผวั วา่ เป็นหญิงสาสอ่ นใหช้ าวบา้ นร่วมประเวณี เป็นการหม่ินประมาท บพุ การีของอกี ฝ่ายหนง่ึ อยา่ งรา้ ยแรง เหตฟุ อ้ งหย่าตาม มาตรา 1516 (1) และ (2) ถา้ สามี หรอื ภรยิ า แลว้ แต่กรณี ไดย้ ินยอมหรอื รูเ้ ห็นเป็น ใจในการกระทาท่เี ป็นเหตุ หยา่ นน้ั ฝ่ายท่ยี ินยอมหรือรูเ้ หน็ เป็นใจนนั้ จะยกเป็นเหตฟุ อ้ งหยา่ นน้ั ไม่ได้ เหตฟุ อ้ งหย่าตาม มาตรา 1516 (10) ถา้ เกดิ เพราะการกระทาของอกี ฝ่ายหนึ่ง อกี ฝ่ายหน่ึงนนั้ จะยก เป็นเหตฟุ ้องหย่าไมไ่ ด้ ในกรณีฟอ้ งหยา่ โดยอาศยั เหตแุ หง่ การผดิ ทณั ฑบ์ นตาม มาตรา 1516 (8) นน้ั ถา้ ศาลเห็นวา่ ความ ประพฤติของสามหี รอื ภรยิ าอนั เป็นเหตใุ หท้ าทณั ฑบ์ น เป็นเหตเุ ลก็ นอ้ ยหรอื ไม่สาคญั เกี่ยวแก่การอย่รู ว่ มกนั ฉนั สามีภรยิ าโดยปกติสขุ ศาลจะไมพ่ พิ ากษาใหห้ ยา่ กไ็ ด้ มาตรา 1518 สิทธิฟอ้ งหย่ายอ่ มหมดไปในเม่อื ฝ่ายท่มี ีสทิ ธิฟ้องหยา่ ได้ กระทาการอนั แสดงใหเ้ ห็นวา่ ไดใ้ หอ้ ภยั ใน ความระงบั แหง่ สิทธิ การกระทาของอกี ฝ่ายหนงึ่ ซ่งึ เป็นเหตใุ หเ้ กิดสทิ ธิฟ้องหย่านนั้ แลว้ ฟอ้ งหยา่

หนา้ 13 จาก 33 มาตรา 1520 ในกรณีหยา่ โดยความยนิ ยอม ใหส้ ามภี รยิ าทาความตกลง เป็นหนงั สือวา่ ฝ่ายใดจะเป็นผใู้ ชอ้ านาจ ผลเกี่ยวกบั บตุ ร ปกครองบตุ รคนใด ถา้ มิไดต้ กลงกนั หรอื ตกลงกนั ไมไ่ ด้ ใหศ้ าลเป็นผชู้ ีข้ าด ในกรณีหยา่ โดยคาพิพากษาของศาล ใหศ้ าลซง่ึ พจิ ารณาคดฟี อ้ งหยา่ นน้ั ชี้ ขาดดว้ ยวา่ ฝ่ายใดจะเป็น ผใู้ ชอ้ านาจปกครองบตุ รคนใด ในการพจิ ารณาชีข้ าด ถา้ ศาลเหน็ วา่ มเี หตทุ จ่ี ะถอนอานาจปกครองของคู่ สมรสนนั้ ไดต้ าม มาตรา 1582 ศาลจะถอนอานาจปกครองของคสู่ มรสและส่งั ใหบ้ คุ คลภายนอกเป็นผู้ ปกครองกไ็ ด้ ทง้ั นี้ ใหศ้ าลคานงึ ถงึ ความผาสกุ และประโยชนข์ องบตุ รนนั้ เป็น สาคญั มาตรา 1522 ถา้ สามภี รยิ าหย่าโดยความยินยอม ใหท้ าความตกลงกนั ไวใ้ นสญั ญาหยา่ ว่าสามภี รยิ าทงั้ สองฝ่าย ผลเก่ียวกบั การอปุ การะ หรือสามีหรอื ภรยิ าฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงจะ ออกเงนิ คา่ อปุ การะเลยี้ งดบู ตุ รเป็นจานวนเงินเทา่ ใด เลยี้ งดบู ตุ ร ถา้ หยา่ โดยคาพพิ ากษาของศาลหรอื ในกรณีท่สี ญั ญาหยา่ มไิ ดก้ าหนดเรือ่ ง คา่ อปุ การะเลยี้ งดบู ตุ รไว้ ใหศ้ าลเป็นผกู้ าหนด มาตรา 1526 ในคดหี ยา่ ถา้ เหตแุ ห่งการหย่าเป็นความผิดของคสู่ มรส ฝ่ายใดฝ่ายหน่งึ แตฝ่ ่ายเดยี ว และการหยา่ นน้ั กรณีการหยา่ เป็นเพราะ จะทาใหอ้ ีกฝ่ายหนง่ึ ยากจนลง เพราะไม่มีรายไดพ้ อจากทรพั ยส์ นิ หรือจากการงานตามท่ีเคยทาอย่รู ะหว่าง ความผดิ ของค่สู มรสอกี สมรส อีกฝ่ายหนึ่งนน้ั จะขอใหฝ้ ่ายท่ตี อ้ งรบั ผดิ จา่ ยค่าเลยี้ งชพี ใหไ้ ด้ คา่ เลยี้ งชพี นศี้ าลอาจใหเ้ พียงใดหรือ ฝ่ ายหนึง่ ไมใ่ หก้ ็ได้ โดยคานึงถึงความสามารถของผู้ ใหแ้ ละฐานะของผรู้ บั และใหน้ าบทบญั ญัติ มาตรา 1598/39 มาตรา 1598/40 และ มาตรา 1598/41 มาใชบ้ งั คบั โดยอนโุ ลม สิทธิเรยี กรอ้ งค่าเลยี้ งชีพเป็นอนั สนิ้ สดุ ถา้ มไิ ดฟ้ ้องหรือฟอ้ งแยง้ ในคดี หยา่ นน้ั มาตรา 1529 สทิ ธิฟ้องรอ้ งโดยอาศยั เหตใุ น มาตรา 1516 (1) (2) (3) หรอื (6) หรือ มาตรา 1523 ย่อมระงบั ไปเม่อื อายคุ วามฟ้องหยา่ พน้ กาหนดหน่งึ ปีนบั แตว่ นั ผกู้ ล่าวอา้ งรูห้ รือควรรูค้ วามจรงิ ซ่งึ ตนอาจยกขึน้ กล่าวอา้ ง เหตอุ นั จะยกขนึ้ ฟอ้ งหย่าไม่ไดแ้ ลว้ นน้ั อาจนาสืบสนบั สนนุ คดีฟอ้ งหยา่ ซง่ึ อาศยั เหตุ อย่างอนื่ มาตรา 1531 การสมรสท่จี ดทะเบยี นตามกฎหมายนนั้ การหยา่ โดยความยนิ ยอมของค่สู มรสทง้ั สองฝ่ายมผี ลนบั แต่ เวลาทก่ี ารหยา่ โดยคา เวลาจดทะเบยี นการหยา่ เป็นตน้ ไป พพิ ากษามีผล การหย่าโดยคาพพิ ากษามผี ลแตเ่ วลาท่คี าพพิ ากษาถงึ ท่สี ดุ แต่จะอา้ งเป็นเหตเุ ส่อื มสิทธิของ บคุ คลภายนอกผทู้ าการโดยสจุ รติ ไม่ได้ เวน้ แตจ่ ะไดจ้ ดทะเบียนการหยา่ นน้ั แลว้ มาตรา 1533 เมอ่ื หยา่ กนั ให้แบง่ สนิ สมรสใหช้ ายและหญิงไดส้ ว่ นเท่ากนั วิธีแบ่งทรพั ยส์ นิ มาตรา 1534 สินสมรสทค่ี ู่สมรสฝ่ ายใดฝ่ ายหน่งึ จาหน่ายไปเพื่อประโยชนต์ นฝ่ ายเดียวกด็ ี จาหนา่ ยไปโดย เจตนาทาให้ค่สู มรสอีกฝ่ ายหนึ่งเสียหายกด็ ี จาหน่ายไปโดยมิไดร้ ับความยนิ ยอมของค่สู มรสอีก ฝ่ ายหน่ึงในกรณที ี่ กฎหมายบงั คบั ว่าการจาหน่ายนนั้ จะตอ้ งได้รับความยนิ ยอมของอกี ฝ่ ายหนึ่ง ด้วยกด็ ี จงใจทาลายใหส้ ูญหายไปก็ดี ใหถ้ อื เสมือนวา่ ทรัพยส์ นิ นน้ั ยังคงมีอยู่ เพอื่ จัดแบ่งสินสมรส ตาม มาตรา 1533 และถ้าค่สู มรสอีกฝ่ ายหนึ่งได้รับสว่ น แบง่ สินสมรสไมค่ รบตามจานวนทคี่ วรจะ ได้ ให้คสู่ มรสฝ่ ายทไี่ ด้จาหน่าย หรือจงใจทาลายสินสมรสนนั้ ชดใชจ้ ากสินสมรสสว่ นของตนหรือ สนิ สว่ นตัว มาตรา 1535 เม่ือการสมรสสนิ้ สดุ ลง ใหแ้ บ่งความรบั ผิดในหนที้ ่จี ะตอ้ งรบั ผิดดว้ ยกนั ตามสว่ นเทา่ กนั

หนา้ 14 จาก 33 การแบง่ ความรบั ผดิ ใน ว.1 เดก็ ทเี่ กดิ จากการสมรสโดยชอบดว้ ยกฎหมาย หนี้ เด็กเกดิ แตห่ ญงิ ขณะเป็ นภรยิ าชายหรือภายใน 310 วนั นับแตว่ นั ทกี่ ารสมรสสนิ้ สดุ ลง ให้ มาตรา 1536 สนั นษิ ฐานไว้กอ่ นวา่ เป็ นบตุ รชอบดว้ ยกฎหมายของชายผู้เป็ นสามี หรอื เคยเป็ นสามี แลว้ แตก่ รณี ว.2 เดก็ ทเี่ กดิ จากการสมรสซ่งึ มคี าพพิ ากษาถงึ ทสี่ ดุ ในภายหลงั วา่ การสมรสเป็นโมฆะ มาตรา 1537 ใหน้ าความในวรรคหนึ่งมาใช้บงั คบั แก่บตุ รทเี่ กดิ จากหญิงก่อนทไี่ ดม้ คี าพพิ ากษาถงึ ทสี่ ุด ของศาลแสดงวา่ การสมรสเป็ นโมฆะ หรอื ภายในระยะเวลา 310 วนั นับแตว่ นั น้ัน มาตรา 1538 ในกรณที ห่ี ญงิ ทาการสมรสใหมน่ ้ันเป็ นการฝ่ าฝื น มาตรา 1453 และคลอดบตุ รภายในสาม ร้อยสิบวนั นับแตว่ นั ทกี่ ารสมรสสิน้ สุดลง ใหส้ นั นิษฐานไวก้ อ่ นวา่ เดก็ ทเ่ี กดิ แตห่ ญิงน้ันเป็ นบุตร มาตรา 1539 ชอบดว้ ยกฎหมาย ของชายผู้เป็ นสามีคนใหม่ และหา้ มมใิ หน้ าขอ้ สันนิษฐานใน มาตรา 1536 ทวี่ า่ เหตฟุ อ้ งปฏิเสธความ เดก็ เป็ นบตุ รชอบดว้ ยกฎหมายของสามีเดิมมาใช้บงั คบั ทัง้ นีเ้ วน้ แต่ มคี าพิพากษาของศาลแสดง เป็นบตุ ร ว่าเดก็ มิใช่บตุ รชอบด้วยกฎหมายของชาย ผ้เู ป็ นสามคี นใหมน่ ้ัน ว.1 เดก็ ทเี่ กดิ ในระหวา่ งทมี่ กี ารสมรสทบี่ ิดาหรอื มารดามคี สู่ มรสอย่แู ลว้ ในขณะสมรสนนั้ ในกรณีชายหรอื หญงิ สมรสฝ่าฝืน มาตรา 1452 เดก็ ท่เี กดิ ในระหวา่ งการสมรสท่ฝี ่าฝืนนน้ั ให้ สนั นษิ ฐานไวก้ อ่ นวา่ เป็นบตุ รชอบดว้ ย กฎหมายของชายผเู้ ป็นสามซี ง่ึ ไดจ้ ดทะเบียนสมรสครงั้ หลงั ว.2 กฎหมายสนั นษิ ฐานวา่ ลกู ทเี่ กิดมา เป็นบตุ รของสามคี นใหมเ่ สมอ ในกรณีท่หี ญิงสมรสฝ่าฝืน มาตรา 1452 ถา้ มีคาพิพากษาถงึ ท่สี ดุ แสดงวา่ เดก็ มใิ ช่บตุ รชอบดว้ ย กฎหมายของชายผเู้ ป็นสามีซง่ึ ไดจ้ ดทะเบยี นสมรสครงั้ หลงั ใหน้ าขอ้ สนั นษิ ฐานใน มาตรา 1536 มาใชบ้ งั คบั ใหน้ าความในวรรคหน่ึงมาใชบ้ งั คบั แกเ่ ดก็ ท่เี กิดภายในสามรอ้ ยสบิ วนั นบั แตว่ นั ทศ่ี าลมคี าพิพากษา ถงึ ท่สี ดุ ใหก้ ารสมรสเป็นโมฆะ เพราะฝ่าฝืน มาตรา 1452 ดว้ ย ในกรณีทส่ี นั นิษฐานวา่ เดก็ เป็ นบุตรชอบดว้ ยกฎหมายของ ชายผูเ้ ป็ นหรอื เคยเป็ นสามตี าม มาตรา 1536 มาตรา 1537 หรอื มาตรา 1538 ชายผเู้ ป็ นหรอื เคยเป็ นสามีจะไมร่ ับเดก็ เป็ นบตุ รของ ตนก็ได้ โดยฟ้องเดก็ กบั มารดาเด็กร่วมกนั เป็ นจาเลยและพสิ จู นไ์ ด้ว่าตนไมไ่ ด้อยรู่ ่วมกับมารดา เด็กในระยะเวลาตง้ั ครรภ์ คอื ระหวา่ ง 180-310 วนั กอ่ นเดก็ เกิด หรือตนไมส่ ามารถเป็ นบดิ าของ เด็กไดเ้ พราะเหตอุ ยา่ งอน่ื แต่ถา้ ในขณะย่ืนฟ้องมารดาเดก็ ไม่มชี ีวติ อยู่ จะฟ้องเดก็ แต่ผเู้ ดียวเป็ น จาเลยกไ็ ด้ ถา้ เดก็ ไมม่ ชี ีวิตอยไู่ ม่วา่ มารดาของเดก็ จะมีชวี ิตอยหู่ รอื ไมจ่ ะยน่ื คาร้องขอใหศ้ าลแสดงว่าเดก็ นน้ั ไมเ่ ป็ น บุตรกไ็ ด้ ในกรณที ม่ี ารดาของเดก็ หรอื ทายาทของเดก็ ยงั มชี วี ิตอยู่ ใหศ้ าลสง่ สาเนาคาร้องนีไ้ ปให้ ดว้ ย และถา้ ศาล เหน็ สมควร จะสง่ สาเนาคาร้องไปใหอ้ ยั การพจิ ารณาเพ่ือดาเนนิ คดแี ทนเด็ก ด้วย ก็ได้ มาตรา 1541 ชายผู้เป็ นหรือเคยเป็ นสามีจะฟ้องคดไี ม่รับเดก็ เป็ นบตุ ร ตาม มาตรา 1539 ไม่ได้ ถา้ ปรากฏ วา่ ตนเป็ นผ้แู จง้ การเกดิ ของเดก็ ในทะเบียนคนเกดิ เองวา่ เป็ นบุตรของตน หรือจัดหรอื ยอมใหม้ ีการ แจง้ ดงั กลา่ ว

หนา้ 15 จาก 33 มาตรา 1542 การฟ้องคดไี มร่ ับเดก็ เป็ นบตุ ร ชายผเู้ ป็ นหรอื เคยเป็ น สามตี อ้ งฟ้องภายในหน่ึงปี นับแตว่ นั รู้ ผมู้ ีสิทธิดาเนินคดไี มร่ บั ถึงการเกดิ ของเดก็ แตห่ ้ามมิให้ฟ้อง เมอื่ พน้ สิบปี นับแตว่ ันเกิดของเดก็ เด็กเป็นบตุ ร ในกรณีทมี่ คี าพพิ ากษาของศาลแสดงว่าเด็กมใิ ชบ่ ุตรชอบดว้ ยกฎหมายของ ชายผเู้ ป็ นสามี มาตรา 1545 คนใหม่ตาม มาตรา 1537 หรอื ชายผู้เป็ นสามใี นการสมรสครั้ง หลังตาม มาตรา 1538 ถา้ ชายผูเ้ ป็ น การฟ้องคดีปฏิเสธ หรอื เคยเป็ นสามซี ง่ึ ตอ้ งดว้ ยบทสนั นิษฐาน ว่าเดก็ เป็ นบุตรชอบดว้ ยกฎหมายของตนตาม มาตรา ความเป็นบตุ ร 1536 ประสงคจ์ ะฟ้องคดี ไม่รับเด็กเป็ นบุตร ใหฟ้ ้องคดีภายในหน่ึงปี นับแตว่ นั ทรี่ ู้ว่ามคี าพพิ ากษา ถงึ ทสี่ ุด มาตรา 1546 การเป็นบตุ รชอบดว้ ย หน่วย 5 การเป็ นบิดามาดากบั บุตร กฎหมายของมารดา เม่ือปรากฏขอ้ เทจ็ จรงิ ตอ่ เด็กวา่ ตนมไิ ดเ้ ป็นบตุ รสบื สาย โลหติ ของชายผูเ้ ป็ นสามีของมารดาตน เดก็ จะรอ้ งขอตอ่ อยั การใหฟ้ ้องคดี ปฏเิ สธความเป็นบตุ รชอบดว้ ยกฎหมายของชายนน้ั ก็ได้ การฟอ้ งคดีตามวรรคหน่ึง ถา้ เด็กไดร้ ูข้ อ้ เทจ็ จรงิ ก่อนบรรลนุ ติ ิภาวะวา่ ตนมไิ ดเ้ ป็นบตุ รของชายผเู้ ป็น สามขี องมารดา หา้ มอยั การฟ้องคดีเมอ่ื พน้ หน่ึง ปีนบั แต่วนั ทเ่ี ดก็ บรรลนุ ิติภาวะ แต่ถา้ เดก็ รูข้ อ้ เทจ็ จรงิ ดงั กล่าวหลงั จากบรรลุ นติ ภิ าวะแลว้ หา้ มอยั การฟอ้ งคดเี ม่ือพน้ หนง่ึ ปีนบั แต่วนั ท่เี ดก็ รูเ้ หตนุ นั้ ไม่วา่ กรณใี ด ๆ หา้ มมิใหฟ้ อ้ งคดีปฏเิ สธความเป็นบตุ รเม่ือพน้ สิบปีนบั แต่ วนั ท่เี ดก็ บรรลนุ ติ ภิ าวะ ✓ ชายผู้เป็ นสามขี องมารดาตน หมายถึง สามีใหมข่ องแม่ ✓ ตราบใดยงั ไมม่ ีคาพพิ ากษา เดก็ นนั้ ยงั ถอื วา่ เป็นบตุ รของชายนนั้ อยู่ จงึ ตอ้ งหา้ มมิใหฟ้ ้องบิดาซ่งึ เป็นบพุ การีของเดก็ ตามมาตรา 1562 เด็กเกิดจากหญงิ ทม่ี ิได้มีการสมรสกับชาย ให้ถือวา่ เป็ นบตุ รชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น เวน้ แตจ่ ะมีกฎหมายบัญญัตไิ ว้เป็ นอยา่ งอน่ื มาตรา 1547 เดก็ เกดิ จากบดิ ามารดาทม่ี ิไดส้ มรสกัน จะเป็ นบตุ รชอบดว้ ยกฎหมายตอ่ เม่ือบดิ ามารดาได้ จดทะเบยี นสมรส สมรสกนั ในภายหลัง หรอื บดิ าได้จดทะเบียนว่าเป็ นบตุ ร หรือศาลพพิ ากษาว่าเป็ นบตุ ร ภายหลงั บิดาจะจดทะเบยี นเดก็ เป็ นบุตรชอบดว้ ยกฎหมายได้ ต่อเมื่อได้รับความยนิ ยอมของเดก็ มาตรา 1548 และมารดาเดก็ ในกรณีท่บี ิดามารดา ไม่ไดจ้ ดทะเบยี นสมรส ในกรณีท่เี ด็กและมารดาเดก็ ไม่ไดม้ าใหค้ วามยนิ ยอมต่อหนา้ นายทะเบียน ใหน้ ายทะเบยี นแจง้ การขอ กนั จดทะเบยี นของบดิ าไปยงั เดก็ และมารดาเดก็ ถา้ เดก็ หรอื มารดาเดก็ ไมค่ ดั คา้ นหรอื ไมใ่ หค้ วามยนิ ยอม ภายในหกสบิ วนั นบั แตก่ าร แจง้ นน้ั ถงึ เด็กหรอื มารดาเดก็ ใหส้ นั นิษฐานวา่ เดก็ หรือมารดาเดก็ ไมใ่ หค้ วาม ยินยอม ถา้ เดก็ หรอื มารดาเด็กอยนู่ อกประเทศไทยใหข้ ยายเวลานน้ั เป็นหน่ึงรอ้ ยแปดสบิ วนั ในกรณีท่เี ดก็ หรอื มารดาเดก็ คดั คา้ นวา่ ผขู้ อจดทะเบียนไมใ่ ชบ่ ิดา หรอื ไม่ใหค้ วามยินยอม หรือไม่ อาจใหค้ วามยนิ ยอมได้ การจดทะเบยี นเด็กเป็นบตุ ร ตอ้ งมคี าพพิ ากษาของศาล เม่ือศาลไดพ้ พิ ากษาใหบ้ ดิ าจดทะเบยี นเดก็ เป็นบตุ รได้ และบิดาไดน้ าคาพพิ ากษาไปขอจดทะเบียน ต่อนายทะเบยี น ใหน้ ายทะเบยี นดาเนินการจดทะเบยี นให้

หนา้ 16 จาก 33 มาตรา 1555 ในคดีฟ้องขอให้รับเดก็ เป็ นบตุ รชอบดว้ ยกฎหมาย ใหส้ นั นิษฐานไวก้ ่อนวา่ เด็กเป็ นบตุ ร กรณีท่จี ะฟอ้ งรอ้ งขอให้ ชอบดว้ ยกฎหมายของชายเมอ่ื ปรากฏขอ้ เทจ็ จริงอยา่ งหน่ึงอย่างใดดงั ตอ่ ไปนี้ รบั เด็กเป็นบตุ รได้ (1) เมื่อมีการขม่ ขนื กระทาชาเรา ฉุดคร่า หรือหนว่ งเหน่ียวกกั ขงั หญงิ มารดา โดยมิชอบด้วย กฎหมายในระยะเวลาซง่ึ หญงิ น้ันอาจตงั้ ครรภไ์ ด้ มาตรา 1556 (2) เมอ่ื มีการลกั พาหญิงมารดาไปในทางชู้สาวหรอื มกี ารลอ่ ลวงร่วมประเวณกี ับหญงิ มารดา ใน ผมู้ ีอานาจฟ้องขอใหร้ บั ระยะเวลาซงึ่ หญิงนน้ั อาจต้งั ครรภไ์ ด้ เด็กเป็นบตุ ร (3) เมอ่ื มีเอกสารของบดิ าแสดงว่าเดก็ น้นั เป็ นบตุ รของตน (4) เม่อื ปรากฏในทะเบยี นคนเกิดว่าเด็กเป็ นบตุ รโดยมหี ลักฐานวา่ บดิ าเป็ นผู้แจง้ การเกดิ หรือรู้ มาตรา 1557 เหน็ ยนิ ยอมในการแจง้ นั้น ผลของการเป็นบตุ ร (5) เม่อื บดิ ามารดาได้อยกู่ นิ ดว้ ยกนั อย่างเปิ ดเผยในระยะเวลาซง่ึ หญิงมารดาอาจตงั้ ครรภไ์ ด้ ชอบดว้ ยกฎหมายตาม (6) เมอ่ื ไดม้ กี ารร่วมประเวณกี บั หญงิ มารดาในระยะเวลาซ่งึ หญิงนั้นอาจตั้งครรภไ์ ด้ และมเี หตอุ นั คาพิพากษา ควรเชอื่ ไดว้ า่ เดก็ นั้นมไิ ด้เป็ นบุตรของชายอน่ื (7) เม่ือมพี ฤติการณท์ ร่ี ู้กนั ท่วั ไปตลอดมาวา่ เป็ นบตุ ร ✓ ถา้ ไมเ่ ขา้ อนมุ าตรา(1)-(7) นาสบื หกั ลา้ งได้ มาตรานเี้ ป็นกฎหมายปิดปากฝ่ายชายในการ สนั นษิ ฐานวา่ บตุ รคนนนั้ เป็นบตุ รโดยชอบดว้ ยกฎหมาย แตอ่ ยา่ งไรก็ดตี อ้ งใหศ้ าลมคี าสง่ั กอ่ น การฟ้องคดขี อใหร้ ับเดก็ เป็ นบตุ รในระหวา่ งทเี่ ดก็ เป็ น ผูเ้ ยาว์ ถ้าเดก็ มีอายยุ งั ไมค่ รบสิบ หา้ ปี บรบิ รู ณ์ ผูแ้ ทนโดยชอบธรรมของเดก็ เป็ นผฟู้ ้องแทน ในกรณที เี่ ดก็ ไม่มีผแู้ ทนโดยชอบธรรม หรอื มีแต่ผแู้ ทนโดยชอบธรรมไม่สามารถทาหน้าทไ่ี ด้ ญาตสิ นิทของเดก็ หรืออยั การ อาจร้องขอต่อ ศาลให้ต้ังผูแ้ ทนเฉพาะคดี เพอ่ื ทาหน้าทฟี่ ้องคดีแทนเดก็ กไ็ ด้ เม่ือเด็กมีอายสุ บิ หา้ ปีบรบิ รู ณ์ เดก็ ตอ้ งฟอ้ งเอง ทง้ั นี้ โดยไมจ่ าตอ้ งได้ รบั ความยนิ ยอมของผแู้ ทนโดย ชอบธรรม ในกรณีท่เี ดก็ บรรลนุ ติ ิภาวะแลว้ จะตอ้ งฟอ้ งคดีภายในหนง่ึ ปีนบั แต่ วนั บรรลนุ ติ ิภาวะ ในกรณีท่เี ดก็ ตายในระหวา่ งท่เี ดก็ นนั้ ยงั มีสิทธิฟ้องคดี ขอใหร้ บั เดก็ เป็นบตุ รอยู่ ผสู้ บื สนั ดานของเดก็ จะฟ้องคดีขอใหร้ บั เดก็ เป็นบตุ รกไ็ ดถ้ า้ ผสู้ ืบสนั ดานของเดก็ ไดร้ ูเ้ หตทุ ่อี าจขอใหร้ บั เด็กเป็นบตุ รมากอ่ นวนั ท่ี เดก็ นนั้ ตาย ผสู้ บื สนั ดานของเดก็ จะตอ้ งฟ้องภายในหนึ่งปีนบั แตว่ นั ท่ี เด็กนน้ั ตาย ถา้ ผสู้ บื สนั ดานของเดก็ ได้ รูเ้ หตทุ ่อี าจขอใหร้ บั เด็กเป็น บตุ รภายหลงั ท่เี ดก็ นนั้ ตาย ผสู้ ืบสนั ดานของเด็กจะตอ้ งฟ้องภายใน หนึง่ ปีนบั แต่ วนั ท่รี ูเ้ หตดุ งั กล่าว แต่ทงั้ นี้ ตอ้ งไมพ่ น้ สบิ ปีนบั แต่วนั ท่ี เดก็ นน้ั ตาย การฟ้องคดีขอใหร้ บั เดก็ เป็นบตุ รในระหวา่ งท่ผี สู้ ืบสนั ดานของเดก็ เป็นผเู้ ยาว์ ใหน้ าความในวรรค หนงึ่ และวรรคสองมาใชบ้ งั คบั โดยอนโุ ลม การเป็ นบตุ รชอบดว้ ยกฎหมายตาม มาตรา 1547 ให้มผี ลนับแตว่ นั ทเ่ี ดก็ เกดิ แตท่ งั้ นจี้ ะ อ้างเป็ นเหตเุ สอ่ื มสิทธิของบคุ คลภายนอกผทู้ าการโดยสุจริต ในระหว่างเวลาตัง้ แตเ่ ดก็ เกดิ จนถงึ เวลาทบ่ี ดิ ามารดาไดส้ มรสกนั หรือบิดาได้จดทะเบยี นว่าเป็ นบุตรหรือศาลพพิ ากษาถงึ ทส่ี ดุ ว่าเป็ น บตุ รไม่ได้ ✓ เดก็ นนั้ มีสทิ ธิรบั มรดกในฐานะทายาทโดยธรรม และใหม้ ผี ลยอ้ นไปตงั้ แตเ่ ดก็ เกดิ ไม่ใช่มผี ลตงั้ แต่ ศาลมคี าพพิ ากษา

หนา้ 17 จาก 33 มาตรา 1558 การฟอ้ งคดขี อใหร้ บั เดก็ เป็นบตุ รของผตู้ ายท่ไี ดฟ้ ้อง ภายในกาหนดอายคุ วามมรดก ถา้ ศาลได้ สทิ ธิในการรบั มรดกใน พพิ ากษาวา่ เด็กเป็นบตุ ร ชอบดว้ ยกฎหมายของผตู้ าย เดก็ นน้ั มสี ทิ ธิรบั มรดกในฐานะทายาท โดยธรรม คดฟี อ้ งขอใหร้ บั เดก็ เป็น ในกรณีท่ไี ดม้ กี ารแบง่ มรดกไปแลว้ ใหน้ าบทบญั ญตั แิ หง่ ประมวลกฎหมายนวี้ า่ ดว้ ยเรื่องลาภมิควร บตุ ร ไดม้ าใชบ้ งั คบั โดยอนโุ ลม มาตรา 1559 เม่ือได้จดทะเบียนเดก็ เป็ นบตุ รแล้วจะถอนมไิ ด้ การขอใหศ้ าลถอนการ จดทะเบยี นรบั เดก็ เป็น บตุ ร มาตรา 1560 บตุ รเกดิ ระหวา่ งสมรสซง่ึ ศาลพพิ ากษาใหเ้ พิกถอน ภายหลงั นน้ั ใหถ้ ือวา่ เป็นบตุ รชอบดว้ ยกฎหมาย เด็กทเ่ี กดิ ระหวา่ งการ สมรสซง่ึ สนิ้ สดุ ลงเพราะ ศาลพพิ ากษาใหเ้ พกิ ถอน ✓ ให้เพิกถอน หมายถึง การสมรสทเี่ ป็นโมฆะหรอื โมฆยี ะ ✓ เป็ นบตุ รโดยชอบด้วยกฎหมาย หมายความวา่ เป็นบตุ รทงั้ ของฝ่ายชายและหญิง แมจ้ ะเพกิ ถอนการสมรสนนั้ แลว้ กต็ าม มาตรา 1561 บุตรมีสทิ ธิไดช้ ื่อสกลุ ของบิดา สทิ ธิใชช้ ่ือสกลุ ของบิดา ในกรณีทบ่ี ดิ าไม่ปรากฏ บุตรมีสทิ ธใิ ชช้ ือ่ สกลุ ของมารดา มาตรา 443 ในกรณีทาใหเ้ ขาถงึ ตายนน้ั ค่าสนิ ไหมทดแทนไดแ้ ก่ คา่ ปลงศพ รวมทงั้ คา่ ใชจ้ า่ ยอนั จาเป็นอยา่ งอนื่ ๆ เรียกรอ้ งคา่ ขาดไร้ อีกดว้ ย อปุ การะ ถา้ มิไดต้ ายในทนั ที คา่ สนิ ไหมทดแทนไดแ้ กค่ า่ รกั ษาพยาบาล รวมทงั้ คา่ เสียหายทต่ี อ้ งขาดประโยชน์ ทามาหาไดเ้ พราะไม่สามารถ ประกอบการงานนนั้ ดว้ ย ถา้ วา่ เหตทุ ่ตี ายลงนน้ั ทาใหบ้ คุ คลหน่ึงคนใดตอ้ งขาดไรอ้ ปุ การะตามกฎหมายไปดว้ ยไซร้ ทา่ นวา่ บคุ คลคนนน้ั ชอบท่จี ะไดร้ บั ค่าสนิ ไหมทดแทนเพ่อื การนนั้ มาตรา 1461 ✓ ต้องตายเทา่ นนั้ การกินอยแู่ ละอปุ การะ ✓ บคุ คลหนงึ่ บุคคลใด หมายถึง ทงั้ บิดาหรอื บตุ ร สาหรบั บิดาตอ้ งเป็นบิดาโดยชอบดว้ ยกฎหมาย เลยี้ งดกู นั เทา่ นนั้ บตุ รจงึ จะสามารถฟ้องเรยี กคา่ ขาดไรอ้ ปุ การะได้ สามีภรยิ าตอ้ งอย่กู ินดว้ ยกนั ฉนั สามภี รยิ า สามีภรยิ าตอ้ งชว่ ยเหลืออปุ การะเลยี้ งดกู นั ตาม ความสามารถและ ฐานะของตน ✓ สามภี รยิ าตอ้ งชอบดว้ ยกฎหมายเท่านนั้ ตามมาตรา 443วรรคทา้ ย

หนา้ 18 จาก 33 มาตรา 1598/28 บตุ รบญุ ธรรมยอ่ มมฐี านะอยา่ งเดยี วกบั บตุ ร ชอบดว้ ยกฎหมายของผรู้ บั บตุ รบญุ ธรรมนน้ั แต่ไมส่ ญู ฐานะของบตุ รบญุ ธรรม สทิ ธิและหนา้ ท่ี ในครอบครวั ท่ไี ดก้ าเนดิ มา ในกรณีเช่นนี้ ใหบ้ ดิ ามารดาโดยกาเนดิ หมดอานาจปกครองนบั แต่วนั เวลาท่เี ด็กเป็นบตุ รบญุ ธรรมแลว้ มาตรา 1562 คดีอทุ ลมุ ใหน้ าบทบญั ญตั ใิ นลกั ษณะ 2 หมวด 2 แหง่ บรรพนมี้ าใชบ้ งั คบั โดยอนโุ ลม ✓ อธิบาย บตุ รทตี่ กเป็นบตุ รบญุ ธรรมของผอู้ นื่ แลว้ ยงั คงมฐี านะพรอ้ มทงั้ สทิ ธิและหนา้ ที่ (สทิ ธิใน มาตรา 1563 หนา้ ท่ขี องบตุ ร การรบั มรดกและอปุ การะเลีย้ งดู) ต่อบิดามารดาผใู้ หก้ าเนดิ อยอู่ ยา่ งเดมิ และมีสทิ ธใิ นนามสกลุ มาตรา 1564 ของบิดามารดาผูใ้ หก้ าเนดิ มหี นา้ ทอี่ ปุ การะเลีย้ งดูบดิ ามารดาผูใ้ หก้ าเนดิ และยงั คงถกู หา้ มฟ้อง สิทธิไดร้ บั การอปุ การะ บพุ การี เลยี้ งดแู ละการศกึ ษา หน่วย 6 สิทธิ หน้าทรี่ ะหว่างบดิ ามารดากบั บตุ รและความปกครอง ผู้ใดจะฟ้องบุพการีของตนเป็ นคดีแพง่ หรือคดอี าญามิได้ แต่เมือ่ ผนู้ ้ันหรอื ญาติสนทิ ของผู้ มาตรา 1565 นั้นร้องขอ อยั การจะยกคดีขนึ้ ว่ากลา่ วก็ได้ ผมู้ ีอานาจดาเนนิ การ ✓ บพุ การี ตอ้ งชอบดว้ ยกฎหมายเทา่ นนั้ รอ้ งขอคา่ อปุ การะเลยี้ ง บตุ รจาตอ้ งอปุ การะเลยี้ งดบู ดิ ามารดา ดู มาตรา 1566 บิดามารดาจาตอ้ งอปุ การะเลยี้ งดูและใหก้ ารศกึ ษาตามสมควร แก่บุตรในระหว่างทเี่ ป็ น ผใู้ ชอ้ านาจปกครอง ผู้เยาวบ์ ดิ ามารดาจาตอ้ งอุปการะเลีย้ งดูบุตร ซ่งึ บรรลุนติ ิภาวะแล้ว แตเ่ ฉพาะ ทุพพลภาพและหา เลีย้ งตนเองมไิ ด้ ✓ ถา้ บิดาทชี่ อบดว้ ยกฎหมายถูกทาละเมดิ ตายตามมาตรา443วรรคทา้ ย และบตุ รมอี ายุ15ปี บตุ ร สามารถฟอ้ งเรยี กคา่ ทดแทนไดจ้ นถึงอายุ 20ปีเทา่ นนั้ เพราะบดิ ามารดาจาตอ้ งอปุ การะบตุ รถงึ แค่ บรรลนุ ติ ภิ าวะ การร้องขอคา่ อปุ การะเลยี้ งบตุ รหรือขอใหบ้ ตุ รได้รับการอุปการะเลีย้ งดูโดยประการอ่ืน นอกจากอยั การจะยกคดีขนึ้ วา่ กลา่ วตาม มาตรา 1562 แลว้ บิดาหรือมารดาจะนาคดีขนึ้ วา่ กลา่ วก็ ได้ บตุ รซ่ึงยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องอยูใ่ ต้อานาจปกครองของบดิ ามารดา อานาจปกครองอยู่ กบั บิดาหรอื มารดาในกรณดี ังตอ่ ไปนี้ (1) มารดาหรือบดิ าตาย (2) ไม่แนน่ อนวา่ มารดาหรือบดิ ามีชีวติ อยหู่ รือตาย (3) มารดาหรือบดิ าถกู ศาลส่งั ใหเ้ ป็ นคนไร้ความสามารถหรอื เสมือนไร้ความสามารถ (4) มารดาหรือบดิ าตอ้ งเขา้ รักษาตวั ในโรงพยาบาลเพราะจิตฟ่ันเฟื อน (5) ศาลส่งั ใหอ้ านาจปกครองอยกู่ ับบดิ าหรือมารดา (6) บดิ าและมารดาตกลงกนั ตามทมี่ ีกฎหมายบญั ญตั ิไว้ให้ตกลงกนั ได้ มาตรา 1567 ผู้ใชอ้ านาจการปกครองมีสทิ ธิ (1) กาหนดทอ่ี ย่ขู องบตุ ร

หนา้ 19 จาก 33 ผใู้ ชอ้ านาจปกครองมี (2) ทาโทษบตุ รตามสมควรเพอื่ ว่ากลา่ วส่ังสอน สทิ ธิ (3) ให้บตุ รทาการงานตามสมควรแกค่ วามสามารถและฐานานุรูป (4) เรยี กบุตรคนื จากบุคคลอนื่ ซง่ึ กกั บตุ รไว้โดยมิชอบดว้ ยกฎหมาย มาตรา 1569 ผ้ใู ชอ้ านาจปกครองเป็ นผแู้ ทนโดยชอบธรรมของบตุ ร ในกรณที บี่ ุตรถกู ศาลส่งั ใหเ้ ป็ นคน สิทธิในฐานะเป็นผแู้ ทน ไร้ความสามารถหรือเสมอื นไร้ความสามารถ ผใู้ ชอ้ านาจปกครองยอ่ มเป็ นผู้อนุบาลหรือผพู้ ทิ ักษ์ โดยชอบธรรม แล้วแต่กรณี มาตรา 1571 อานาจปกครองนั้น รวมทัง้ การจดั การทรัพยส์ นิ ของบตุ รดว้ ย และใหจ้ ดั การทรัพยส์ ินนนั้ สิทธิจดั การทรพั ยส์ นิ ดว้ ยความระมดั ระวงั เชน่ วิญญชู นจะพึงกระทา ของผเู้ ยาวด์ ว้ ยความ ระมดั ระวงั มาตรา 1573 ถ้าบตุ รมเี งนิ ได้ ให้ใช้เงนิ นัน้ เป็ นคา่ อปุ การะเลีย้ งดูและ การศึกษาก่อน สว่ นทเ่ี หลือผูใ้ ช้ อานาจปกครองต้องเกบ็ รักษาไวเ้ พอื่ สง่ มอบแกบ่ ุตร แต่ถา้ ผใู้ ช้อานาจปกครองไมม่ เี งนิ ไดเ้ พียงพอ แก่การครอง ชพี ตามสมควรแก่ฐานะ ผใู้ ช้อานาจปกครองจะใชเ้ งนิ นั้นตามสมควรกไ็ ด้ เวน้ แต่จะ เป็ นเงนิ ได้ทเี่ กดิ จากทรัพยส์ นิ โดยการให้โดยเสนห่ าหรือ พนิ ัยกรรมซึ่งมเี งอื่ นไขว่ามใิ ห้ผใู้ ชอ้ านาจ ปกครองไดป้ ระโยชนจ์ าก ทรัพยส์ นิ น้ัน ๆ มาตรา 1574 นิตกิ รรมใดอันเกย่ี วกับทรัพยส์ นิ ของผู้เยาวด์ งั ต่อไปนี้ ผู้ใช้อานาจปกครองจะกระทามไิ ด้ นติ ิกรรมบางอยา่ งท่ผี ใู้ ช้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต อานาจปกครองจะ (1) ขาย แลกเปล่ียน ขายฝาก ใหเ้ ช่าซอื้ จานอง ปลดจานอง หรอื โอนสิทธิจานอง ซึง่ กระทามไิ ดเ้ วน้ แต่ศาล อสงั หารมิ ทรัพยห์ รอื สงั หาริมทรัพยท์ อ่ี าจจานองได้ จะอนญุ าต (2) กระทาใหส้ ุดสนิ้ ลงทงั้ หมดหรอื บางสว่ นซง่ึ ทรัพยสทิ ธขิ องผูเ้ ยาว์ อันเก่ยี วกบั อสังหารมิ ทรัพย์ (3) ก่อต้ังภาระจายอม สทิ ธอิ าศยั สิทธเิ หนือพนื้ ดนิ สทิ ธเิ กบ็ กิน ภาระตดิ พนั ในอสังหารมิ ทรัพย์ หรือทรัพยสทิ ธอิ น่ื ใดในอสังหารมิ ทรัพย์ (4) จาหน่ายไปทงั้ หมดหรือบางสว่ นซึง่ สทิ ธิเรียกร้องทจี่ ะใหไ้ ด้มา ซึง่ ทรัพยสทิ ธิในอสังหารมิ ทรัพย์ หรอื สงั หาริมทรัพยท์ อี่ าจจานองได้ หรอื สทิ ธิเรยี กร้องทจี่ ะให้ทรัพยส์ นิ เชน่ วา่ นัน้ ของผู้เยาวป์ ลอด จาก ทรัพยสทิ ธทิ ม่ี ีอยู่เหนอื ทรัพยส์ นิ นน้ั (5) ใหเ้ ช่าอสังหาริมทรัพยเ์ กนิ สามปี (ถา้ ใหเ้ ชา่ 3ปีผูใ้ ชอ้ านาจปกครองทาไดโ้ ดยไม่ตอ้ งใหศ้ าลส่งั ก่อน) (6) กอ่ ขอ้ ผกู พันใด ๆ ทมี่ ุง่ ใหเ้ กิดผลตาม (1) (2) หรอื (3) (7) ใหก้ ูย้ มื เงนิ (8) ให้โดยเสน่หา เว้นแตจ่ ะเอาเงนิ ไดข้ องผเู้ ยาวใ์ หแ้ ทนผู้เยาวเ์ พื่อการกุศลสาธารณะ เพอ่ื การ สงั คม หรือตามหน้าทธ่ี รรมจรรยา ทัง้ นีพ้ อสมควรแก่ฐานานุรูปของผู้เยาว์ (9) รับการใหโ้ ดยเสน่หาทมี่ เี งอื่ นไขหรือค่าภาระตดิ พัน หรอื ไม่ รับการใหโ้ ดยเสน่หา (10) ประกนั โดยประการใด ๆ อนั อาจมีผลให้ผู้เยาวต์ ้องถูกบงั คับ ชาระหนี้ หรือทานิตกิ รรมอื่นทม่ี ี ผลให้ผ้เู ยาวต์ อ้ งรับเป็ นผู้รับชาระหนี้ ของบคุ คลอนื่ หรอื แทนบคุ คลอน่ื (11) นาทรัพยส์ นิ ไปแสวงหาผลประโยชนน์ อกจากในกรณที ี่ บัญญัตไิ ว้ใน มาตรา 1598/4 (1) (2) หรือ (3) (12) ประนีประนอมยอมความ (13) มอบขอ้ พิพาทใหอ้ นุญาโตตลุ าการวนิ ิจฉัย

หนา้ 20 จาก 33 มาตรา 1575 ✓ ผ้ใู ช้อานาจปกครอง หมายถงึ บดิ ามารดา ✓ ทรัพยส์ นิ ของผ้เู ยาว์ ทผี่ ูเ้ ยาวม์ หี รอื ไดม้ าไมว่ า่ จะเป็นการรบั มรดกหรือโดยพนิ ยั กรรม มาตรา 1582 ✓ ผูม้ อี านาจปกครองสามารถขายรถเบนซ์ไดโ้ ดยไมต่ อ้ งไดร้ บั ความยนิ ยอมจากผเู้ ยาว์ และไมต่ อ้ งขอ กรณีบดิ ามารดาถกู ถอนอานาจปกครอง อนญุ าตศาลกอ่ น ถา้ ในกจิ การใด ประโยชนข์ องผใู้ ชอ้ านาจปกครอง หรอื ประโยชนข์ องคสู่ มรสหรอื บตุ รของผใู้ ชอ้ านาจ มาตรา 1584 ปกครองขดั กบั ประโยชนข์ องผเู้ ยาว์ ผใู้ ชอ้ านาจปกครองตอ้ งไดร้ บั อนญุ าตจากศาล ก่อนจงึ ทากิจการนน้ั ได้ ผใู้ ชอ้ านาจปกครองถกู มฉิ ะนน้ั เป็นโมฆะ ถอนอานาจปกครอง ถ้าผู้ใชอ้ านาจปกครองเป็ นคนไร้ความสามารถ หรอื เสมือนไร้ความสามารถโดยคาส่ังของ มาตรา 1585 ศาลก็ดี ใชอ้ านาจปกครองเกยี่ วแก่ ตวั ผู้เยาวโ์ ดยมชิ อบกด็ ี ประพฤติช่วั ร้ายกด็ ี ในกรณีเหลา่ นีศ้ าล ความปกครอง จะส่งั เอง หรอื จะส่ังเมอ่ื ญาติของผเู้ ยาวห์ รอื อยั การร้องขอ ให้ถอนอานาจปกครอง เสยี บางส่วน หรือทงั้ หมดกไ็ ด้ มาตรา 1586 ถา้ ผ้ใู ช้อานาจปกครองล้มละลายก็ดี หรอื จัดการทรัพยส์ ินของผเู้ ยาว์ ในทางทผี่ ิดจนอาจ การตงั้ ผปู้ กครองมไี ด2้ เป็ นภยั ก็ดี ศาลจะส่งั ตามวธิ ีในวรรคหน่ึงใหถ้ อน อานาจจดั การทรัพยส์ นิ เสยี ก็ได้ ทาง การท่ผี ใู้ ชอ้ านาจปกครองถกู ถอนอานาจปกครองบางสว่ น หรือทงั้ หมด ไมเ่ ป็นเหตใุ หผ้ นู้ น้ั พน้ จาก หนา้ ท่อี ปุ การะเลยี้ งดผู เู้ ยาวต์ ามกฎหมาย ✓ ตอ้ งเป็นบตุ รทชี่ อบดว้ ยกฎหมายเทา่ นนั้ บุคคลทย่ี งั ไมบ่ รรลุนติ ภิ าวะและไม่มบี ิดามารดาหรอื บดิ ามารดาถกู ถอนอานาจปกครอง เสียแลว้ น้ัน จะจัดให้มผี ปู้ กครองขนึ้ ในระหวา่ งทเี่ ป็ นผเู้ ยาวก์ ไ็ ด้ ในกรณีทผ่ี ใู้ ช้อานาจปกครองถกู ถอนอานาจปกครองบางส่านตาม มาตรา 1582 วรรค หนึ่ง ศาลจะตัง้ ผปู้ กครองในสว่ นทผ่ี ู้ใช้อานาจ ปกครองถูกถอนอานาจปกครองนนั้ กไ็ ด้ หรือใน กรณีทผ่ี ้ใู ช้อานาจ ปกครองถกู ถอนอานาจจดั การทรัพยส์ นิ ตาม มาตรา 1582 วรรคสอง ศาลจะตั้ง ผูป้ กครองเพอื่ จดั การทรัพยส์ นิ กไ็ ด้ ✓ คาว่าผู้ปกครองนนั้ ไมใ่ ช่บดิ า มารดาของบตุ ร แตเ่ ป็นผทู้ ศี่ าลแตง่ ตงั้ ขนึ้ อาจจะเป็นญาตหิ รือ บคุ คลอนื่ กไ็ ด้ ✓ ส่วนผ้ใู ช้อานาจปกครอง จะเป็นบิดามารดาของบตุ ร ผปู้ กครองตาม มาตรา 1585 นนั้ ใหต้ ั้งโดยคาส่ังศาล เม่อื มกี ารร้องขอของญาตขิ องผเู้ ยาว์ อัยการ หรือผ้ซู งึ่ บดิ าหรอื มารดา ทตี่ ายทหี ลังไดร้ ะบุชอื่ ไวใ้ นพนิ ัยกรรมใหเ้ ป็ นผู้ปกครอง ภายใตบ้ งั คบั มาตรา 1590 การตง้ั ผู้ปกครองนั้น ถ้ามีข้อกาหนด พนิ ัยกรรมก็ให้ศาลตงั้ ตามข้อกาหนดพนิ ัยกรรม เวน้ แต่พนิ ัยกรรมนน้ั ไม่มผี ลบงั คบั หรอื บคุ คลทร่ี ะบุชอื่ ไวใ้ นพนิ ัยกรรม นั้นเป็ นบคุ คลทตี่ ้อง หา้ มมใิ หเ้ ป็ นผู้ปกครองตาม มาตรา 1587 มาตรา 1584/1 บิดาหรอื มารดาย่อมมีสทิ ธิท่จี ะตดิ ต่อกบั บตุ รของตน ไดต้ ามควรแกพ่ ฤตกิ ารณ์ ไม่วา่ บคุ คลใดจะเป็น ผใู้ ชอ้ านาจปกครองหรอื ผปู้ กครองกต็ าม

หนา้ 21 จาก 33 สทิ ธิในการตดิ ต่อกบั บคุ คลท่บี รรลนุ ติ ิภาวะแลว้ อาจถกู ตงั้ เป็นผปู้ กครองได้ เวน้ แต่ บตุ รผเู้ ยาวต์ ามควรแก่ (1) ผซู้ ง่ึ ศาลส่งั วา่ เป็นคนไรค้ วามสามารถหรือเสมือนไรค้ วามสามารถ พฤติการณ์ (2) ผซู้ ่งึ เป็นบคุ คลลม้ ละลาย มาตรา 1587 (3) ผซู้ ่งึ ไมเ่ หมาะสมท่ีปกครองผเู้ ยาวห์ รอื ทรพั ยส์ นิ ของผเู้ ยาว์ คณุ สมบตั ิของ (4) ผซู้ ง่ึ มีหรือเคยมีคดใี นศาลกบั ผเู้ ยาว์ ผบู้ พุ การีหรือพ่นี อ้ งรว่ มบดิ า มารดาหรอื รว่ มแต่บดิ าหรือมารดากบั ผปู้ กครอง ผเู้ ยาว์ (5) ผซู้ ่งึ บิดาหรือมารดาทต่ี ายไดท้ าหนงั สอื ระบชุ ่ือหา้ มไวม้ ใิ หเ้ ป็นผปู้ กครอง มาตรา 1590 ผปู้ กครองมีไดค้ ราวหนงึ่ เพยี งคนเดียว แตใ่ นกรณี มขี อ้ กาหนดพินยั กรรมใหต้ งั้ ผปู้ กครองหลายคน จานวนผปู้ กครอง หรือเม่อื มผี รู้ อ้ งขอ โดยมเี หตผุ ลอนั สมควร ใหศ้ าลมีอานาจตงั้ ผปู้ กครองไดต้ ามจานวน ท่ศี าลเห็นวา่ จาเป็น ในกรณีท่ตี งั้ ผปู้ กครองหลายคน ศาลจะกาหนด ใหผ้ ปู้ กครองเหลา่ นน้ั กระทาการรว่ มกนั หรือกาหนดอานาจ มาตรา 1592 เฉพาะ สาหรบั คนหนึ่ง ๆ กไ็ ด้ การทาบญั ชีทรพั ยส์ ิน ของผอู้ ยใู่ นปกครอง ใหผ้ ปู้ กครองรีบทาบญั ชที รพั ยส์ ินของผอู้ ยใู่ นปกครองให้ เสรจ็ ภายในสามเดือนนบั แตว่ นั ทท่ี ราบ คาส่งั ตงั้ ของศาล แต่ผปู้ กครองจะรอ้ ง ต่อศาลก่อนสนิ้ กาหนดขอใหย้ ดื เวลากไ็ ด้ มาตรา 1596 บญั ชีนนั้ ตอ้ งมีพยานรบั รองความถกู ตอ้ งอยา่ งนอ้ ยสองคน พยานสองคน นนั้ ตอ้ งเป็นผบู้ รรลนุ ิตภิ าวะและ ผปู้ กครองจะตอ้ งแจง้ เป็นญาตขิ องผอู้ ยใู่ นปกครอง แตถ่ า้ หาญาติ ไม่ไดจ้ ะใหผ้ อู้ ่ืนเป็นพยานก็ได้ ขอ้ ความตอ่ ศาลกรณีมี หนเี้ ป็นคณุ แก่ ถา้ มีหนเี้ ป็นคณุ แก่ผปู้ กครองแต่เป็นโทษตอ่ ผอู้ ย่ใู นปกครองหรือเป็นคณุ แกผ่ อู้ ย่ใู นปกครองแต่เป็น ผปู้ กครองแตเ่ ป็นโทษ โทษตอ่ ผปู้ กครอง ใหผ้ ปู้ กครองแจง้ ขอ้ ความเหล่านน้ั ตอ่ ศาลกอ่ นลงมอื ทาบญั ชีทรพั ยส์ ิน แก่ผอู้ ย่ใู นปกครอง ถา้ ผปู้ กครองรูว้ า่ มีหนเี้ ป็นคณุ แกต่ นแต่เป็นโทษตอ่ ผูอ้ ย่ใู นปกครอง และมิไดแ้ จง้ ขอ้ ความนน้ั ตอ่ ศาล มาตรา 1598/6 หนขี้ องผปู้ กครองนนั้ ยอ่ มสญู ไป มาตรา 1598/7 ความเป็นผปู้ กครอง ถา้ ผปู้ กครองรูว้ า่ มหี นเี้ ป็นโทษตอ่ ตนแตเ่ ป็นคณุ แกผ่ ูอ้ ย่ใู นปกครอง และมไิ ดแ้ จง้ ขอ้ ความนน้ั ต่อศาล สนิ้ สดุ ลง ศาลจะส่งั ถอนผปู้ กครองกไ็ ด้ หน่วย 7 บุตรบญุ ธรรม (ไม่เน้น) ความปกครองสนิ้ สดุ ลงเม่ือผอู้ ยใู่ นปกครองตาย หรอื บรรลนุ ิตภิ าวะ ความเป็นผปู้ กครองสนิ้ สดุ ลงเม่ือผปู้ กครอง (1) ตาย (2) ลาออกโดยไดร้ บั อนญุ าตจากศาล (3) เป็นคนไรค้ วามสามารถหรือเสมอื นไรค้ วามสามารถ (4) เป็นบคุ คลลม้ ละลาย (5) ถกู ถอนโดยคาส่งั ศาล

หนา้ 22 จาก 33 มาตรา 1598/19 บคุ คลท่มี ีอายไุ ม่ต่ากวา่ ยส่ี ิบหา้ ปีจะรบั บคุ คลอน่ื เป็นบตุ รบญุ ธรรมกไ็ ด้ แตผ่ นู้ น้ั ตอ้ งมีอายแุ ก่กวา่ ผทู้ ่ี คณุ สมบตั ิของผรู้ บั บตุ ร จะเป็นบตุ รบญุ ธรรม อยา่ งนอ้ ยสบิ หา้ ปี บญุ ธรรม มาตรา 1598/20 การรบั บตุ รบญุ ธรรม ถา้ ผทู้ ่จี ะเป็นบตุ รบญุ ธรรม มีอายไุ มต่ า่ กวา่ 15ปี ผนู้ นั้ ตอ้ งใหค้ วามยินยอมดว้ ย ความยินยอมของผจู้ ะ เป็นบตุ รบญุ ธรรม ✓ บคุ คลทมี่ อี ายตุ งั้ แต่ 15 ปีขึน้ ไป เป็นผูท้ มี่ คี วามรูส้ กึ รบั ผดิ ชอบพอสมควรแลว้ จงึ ไมค่ วรตอ้ งถกู บงั คบั ใหม้ าเป็นบตุ รของบคุ คลซ่งึ ไมใ่ ชบ่ ดิ าหรือมารดาทแี่ ทจ้ รงิ ของตน เวน้ แตเ่ ขาจะยนิ ยอม มาตรา 1598/26 พรอ้ มใจดว้ ย คณุ สมบตั ิของบตุ รบญุ ธรรม ผเู้ ยาวท์ ่ีเป็นบตุ รบญุ ธรรมของบคุ คลใดอยู่ จะเป็นบตุ รบญุ ธรรมของบคุ คลอน่ื อกี ในขณะเดยี วกนั ไมไ่ ด้ เวน้ แตเ่ ป็น บตุ รบญุ ธรรมของค่สู มรสของผรู้ บั บตุ รบญุ ธรรม มาตรา 1598/27 แบบแห่งการรบั บตุ ร ถา้ ค่สู มรสฝ่ายหนง่ึ จะจดทะเบียนรบั ผเู้ ยาวซ์ ง่ึ เป็นบตุ รบญุ ธรรมของ คสู่ มรสอกี ฝ่ายหนึง่ เป็นบตุ รบญุ บญุ ธรรม ธรรมของตนดว้ ยจะตอ้ งไดร้ บั ความ ยนิ ยอมของค่สู มรสซง่ึ เป็นผรู้ บั บตุ รบญุ ธรรมอยแู่ ลว้ และมใิ หน้ า มาตรา 1598/21 มาใชบ้ งั คบั มาตรา 1598/28 ฐานะของบตุ รบญุ ธรรม ✓ EX. เมยี จดทะเบยี นรบั เดก็ ชาย ก.เป็นบตุ รบญุ ธรรมโดยไดร้ บั ความยินยอมจากสามแี ลว้ เดก็ ชาย (ดมู าตรา 1451ดว้ ย) ก.กไ็ ม่ไดเ้ ป็นบตุ รบญุ ธรรมของสามี นอกจากสามจี ะจดทะเบยี นรบั เดก็ ชาย ก.เป็นบตุ รบญุ ธรรม อกี ที มาตรา 1598/29 การรบั บตุ รบญุ ธรรมจะสมบรู ณต์ ่อเม่ือได้ จดทะเบียนตามกฎหมาย แตถ่ า้ ผจู้ ะเป็นบตุ รบญุ ธรรมนน้ั เป็นผเู้ ยาว์ ตอ้ งปฏิบตั ติ ามกฎหมายวา่ ดว้ ยการรบั เดก็ เป็นบตุ รบญุ ธรรมกอ่ น ✓ หมายเหต;ุ ตอ้ งจดทะเบยี นตาม พรบ.จดทะเบยี นครอบครวั 2478 มาตรา 22 การรบั บตุ รบญุ ธรรมโดยไม่จดทะเบยี นตามกฎหมายยอ่ มไมส่ มบรู ณ์ ซ่ึงเท่ากบั ว่าการรบั บตุ รบญุ ธรรมไมไ่ ด้ เกิดขึน้ ไม่มคี วามสมั พนั ธ์ทางกฎหมายในฐานะผูร้ บั บตุ รบญุ ธรรมและบตุ รบญุ ธรรม บตุ รบุญธรรมยอ่ มมฐี านะอย่างเดยี วกบั บุตร ชอบดว้ ยกฎหมายของผรู้ ับบตุ รบุญธรรมน้ัน แตไ่ มส่ ูญสิทธิและหน้าท่ี ในครอบครัวทไ่ี ดก้ าเนดิ มา ในกรณีเชน่ นี้ ใหบ้ ดิ ามารดาโดยกาเนิด หมด อานาจปกครองนับแต่วนั เวลาทเี่ ดก็ เป็ นบตุ รบุญธรรมแลว้ ให้นาบทบัญญตั ใิ นลกั ษณะ 2 หมวด 2 แหง่ บรรพนีม้ าใช้บงั คบั โดยอนุโลม ✓ บตุ รทตี่ กเป็นบตุ รบญุ ธรรมของผอู้ นื่ แลว้ ยงั คงมฐี านะพรอ้ มทงั้ สทิ ธิและหนา้ ทตี่ ่อบิดามารดาผใู้ ห้ กาเนดิ อยอู่ ยา่ งเดมิ (รบั มรดกและอปุ การะเลยี้ งด)ู และมสี ทิ ธใิ ชน้ ามสกุลของบดิ ามารดาผูใ้ ห้ กาเนดิ มีหนา้ ทอี่ ปุ การะเลีย้ งดบู ดิ ามารดาผใู้ หก้ าเนดิ และยงั คงถกู หา้ มฟ้องบพุ การี การรบั บตุ รบญุ ธรรมไม่กอ่ ใหเ้ กดิ สิทธิรบั มรดกของบตุ รบญุ ธรรมในฐานะทายาทโดยธรรม เพราะ เหตกุ ารณร์ บั บตุ รบญุ ธรรมนนั้

หนา้ 23 จาก 33 ผรู้ บั บตุ รบญุ ธรรมไม่มี ✓ หมายเหต;ุ แตผ่ ูร้ บั บตุ รบญุ ธรรมมสี ทิ ธริ บั มรดกของบตุ รบญุ ธรรมในฐานะพนิ ยั กรรมได้ เพราะ สิทธิรบั มรดกของบตุ ร กฎหมายไม่ไดบ้ ญั ญตั หิ า้ มหรอื ตดั สทิ ธิผรู้ บั บตุ รบญุ ธรรมไว้ บญุ ธรรม ✓ บตุ รบญุ ธรรมมีฐานะเป็นผสู้ บื สนั ดาน ซ่งึ ทาใหม้ สี ทิ ธิรบั มรดกของผูร้ บั บตุ รบญุ ธรรม เช่นเดยี วกบั มาตรา 1598/32 บตุ รโดยชอบดว้ ยกฎหมาย แตไ่ ม่ทาใหผ้ รู้ บั บตุ รบญุ ธรรมมสี ทิ ธิรบั มรดกของบตุ รบญุ ธรรมใน การเลิกรบั บตุ รบญุ ฐานะทายาทโดยธรรม เหมอื นอยา่ บพุ การีโดยแทจ้ รงิ ของบตุ รบญุ ธรรม ธรรมโดยบทบญั ญัติ การรับบุตรบญุ ธรรมยอ่ มเป็ นอนั ยกเลกิ เมื่อมกี ารสมรสฝ่ าฝื น มาตรา 1451 ของกฎหมาย มาตรา 1451 ผรู้ บั บตุ รบญุ ธรรมและบุตรบญุ ธรรมจะสมรสกนั ไมไ่ ด้ ✓ สมรส หมายถึง ตอ้ งจดทะเบียนเท่านนั้ มาตรา 1598/33 การฟอ้ งคดเี ลกิ การรบั คดฟี ้องเลกิ การรับบุตรบญุ ธรรมนั้น เมอื่ บตุ รบญุ ธรรม (1) ฝ่ายหนงึ่ ทาการช่วั รา้ ยไมว่ า่ จะเป็นความผิดอาญาหรอื ไม่ เป็นเหตใุ หอ้ กี ฝ่ายหนง่ึ อบั อายขายหนา้ อยา่ ง รา้ ยแรง หรอื ถกู เกลยี ดชงั หรอื ไดร้ บั ความเสียหายหรือเดือดรอ้ นเกนิ ควร อีกฝ่ายหนงึ่ ฟอ้ งเลิกได้ (2) ฝ่ายหนง่ึ หมิ่นประมาทหรอื เหยยี ดหยามอกี ฝ่ายหนึ่ง หรือบพุ การี ของอีกฝ่ายหน่งึ อนั เป็นการรา้ ยแรง อีกฝ่ายหน่ึงฟอ้ งเลกิ ได้ ถา้ บตุ ร บญุ ธรรมกระทาการดงั กล่าวตอ่ คสู่ มรสของผรู้ บั บตุ รบญุ ธรรมใหผ้ รู้ บั บตุ ร บญุ ธรรมฟ้องเลิกได้ (3) ฝ่ายหนงึ่ กระทาการประทษุ รา้ ยอีกฝ่ายหนง่ึ หรือบพุ การีหรอื ค่สู มรส ของอีกฝ่ายหนง่ึ เป็นเหตใุ หเ้ กดิ อนั ตรายแก่กายหรอื จติ ใจอย่างรา้ ยแรงและ การกระทานน้ั เป็นความผดิ ท่มี ีโทษอาญา อกี ฝ่ายหนงึ่ ฟ้องเลกิ ได้ (4) ฝ่ายหนงึ่ ไมอ่ ปุ การะเลยี้ งดอู กี ฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งนน้ั ฟอ้ งเลิกได้ (5) ฝ่ายหนง่ึ จงใจละทงิ้ อีกฝ่ายหน่ึงไปเกนิ หนง่ึ ปี อกี ฝ่ายหนง่ึ นนั้ ฟอ้ ง เลกิ ได้ (6) ฝ่ายหนง่ึ ตอ้ งคาพพิ ากษาถงึ ท่สี ดุ ใหจ้ าคกุ เกนิ สามปี เวน้ แตค่ วามผดิ ท่กี ระทาโดยประมาท อีกฝ่าย หนึ่งฟ้องเลิกได้ (7) ผรู้ บั บตุ รบญุ ธรรมทาผดิ หนา้ ท่บี ิดามารดา และการกระทานน้ั เป็น การละเมดิ หรือไมป่ ฏิบตั ิตาม มาตรา 1564 มาตรา 1571 มาตรา 1573 มาตรา 1574 หรอื มาตรา 1575 เป็นเหตใุ หเ้ กดิ หรอื อาจเกิดความ เสียหาย อยา่ งรา้ ยแรงต่อบตุ รบญุ ธรรม บตุ รบญุ ธรรมฟ้องเลกิ ได้ (8) ผรู้ บั บตุ รบญุ ธรรมผใู้ ดถกู ถอนอานาจปกครองบางสว่ น หรือทง้ั หมด และเหตทุ ่ถี กู ถอนอานาจปกครอง นน้ั มีพฤตกิ ารณ์ แสดงใหเ้ หน็ วา่ ผนู้ นั้ ไมส่ มควร เป็นผรู้ บั บตุ รบญุ ธรรมตอ่ ไป บตุ รบญุ ธรรมฟอ้ งเลกิ ได้

หนา้ 24 จาก 33 มาตรา 1598/35 การฟ้องเลิกการรบั บตุ รบญุ ธรรม ถา้ บตุ รบญุ ธรรมมี อายไุ ม่ครบสบิ หา้ ปีบรบิ รู ณ์ ใหบ้ ิดามารดาโดย กรณีบตุ รบญุ ธรรมเป็น กาเนดิ เป็นผมู้ ีอานาจฟอ้ งแทน แตถ่ า้ บตุ รบญุ ธรรมมีอายสุ ิบหา้ ปีบรบิ รู ณแ์ ลว้ บตุ รบญุ ธรรมฟอ้ งไดโ้ ดยไม่ ฝ่ายฟอ้ งขอเลกิ การรบั ตอ้ ง ไดร้ บั ความยนิ ยอมจากผใู้ ด บตุ รบญุ ธรรม มาตรา 1598/36 ในกรณีตามวรรคหนงึ่ อยั การจะฟ้องคดแี ทนบตุ รบญุ ธรรมก็ได้ ผลของการเลิกรบั บตุ ร การเลิกรบั บตุ รบญุ ธรรมโดยคาพพิ ากษาของศาล ย่อมมผี ลแตเ่ วลาท่คี าพิพากษาถงึ ท่สี ดุ แตจ่ ะอา้ ง บญุ ธรรม เป็นเหตเุ สือ่ มสิทธิของ บคุ คลภายนอกผทู้ าการโดยสจุ รติ ไมไ่ ด้ เวน้ แตไ่ ดจ้ ดทะเบียนแลว้ มาตรา 1598/37 ความตายของผรู้ บั บตุ ร เม่อื ผ้รู ับบตุ รบญุ ธรรมตายหรือมกี ารเลกิ รับบตุ รบญุ ธรรม ถ้าบุตรบุญธรรมยังไมบ่ รรลุนิติ บญุ ธรรม ภาวะ ใหบ้ ิดามารดาโดยกาเนดิ กลับมอี านาจปกครองนับแตเ่ วลาทผ่ี ้รู ับบตุ รบญุ ธรรมตาย หรือนบั แต่เวลาทจี่ ดทะเบยี นเลกิ การรับบตุ รบญุ ธรรมตาม มาตรา 1598/31 หรอื นับแต่เวลาทศี่ าลมคี า มาตรา 1599 พพิ ากษาถึงทส่ี ดุ ให้เลิกการรับบตุ รบุญธรรม เว้นแต่ศาลเหน็ สมควรส่งั เป็ นประการอื่น การตกทอดแหง่ ทรพั ย์ มรดก ในกรณที มี่ ีการตัง้ ผ้ปู กครองของผเู้ ป็ นบตุ รบญุ ธรรมไว้กอ่ นผรู้ ับบตุ รบุญธรรมตาย หรือ มาตรา 1600 ก่อนการเลกิ รับบตุ รบุญธรรม ให้ผ้ปู กครองยังคงมีอานาจหน้าทเี่ ชน่ เดิมต่อไป เวน้ แต่บดิ ามารดา กรณีท่ถี ือวา่ เป็นกอง โดยกาเนดิ จะร้องขอ และศาลมคี าส่ังให้ผู้ร้องขอเป็ นผมู้ ีอานาจปกครอง มรดกของผตู้ าย มาตรา 1601 การเปล่ียนผ้ใู ช้อานาจปกครองตามวรรคหน่ึง หรอื ผู้ปกครองตามวรรคสองไมเ่ ป็ นเหตุ ความรบั ผิดของทายาท เสื่อมสทิ ธิทบี่ ุคคลภายนอกไดม้ า โดยสุจรติ กอ่ นผู้รับบตุ รบญุ ธรรมตายหรือกอ่ นจดทะเบยี นเลกิ ต่อหนกี้ องมรดก การรับ บุตรบุญธรรม มาตรา 1602 คนสาบสญู ถือวา่ ตาย ใหพ้ นักงานอัยการเป็ นผมู้ อี านาจร้องขอเพอ่ื ให้ศาลมีคาส่งั เป็ นประการอนื่ ตามวรรคหน่ึง (โดยผลของกฎหมาย) หน่วย 9 การแบ่งมรดกระหว่างทายาทโดยธรรม เม่ือบคุ คลใดตาย มรดกของบคุ คลนนั้ ตกทอดแก่ทายาท มาตรา 1603 ทายาทอาจเสียไปซง่ึ สทิ ธิในมรดกไดแ้ ต่โดยบทบญั ญตั แิ หง่ ประมวล กฎหมายนหี้ รือกฎหมายอืน่ ลาดบั ของทายาทโดย ธรรม ภายใตบ้ งั คบั ของบทบญั ญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ กองมรดกของผตู้ ายไดแ้ กท่ รพั ยส์ ินทกุ ชนิด ของผตู้ าย ตลอดทง้ั สิทธิ หนา้ ท่แี ละความรบั ผิดต่าง ๆ เวน้ แต่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแลว้ เป็นการ เฉพาะตวั ของผตู้ ายโดยแท้ ทายาทไมจ่ าตอ้ งรบั ผดิ เกนิ กว่าทรพั ยม์ รดกทต่ี กทอด ไดแ้ กต่ น เม่ือบคุ คลใดตอ้ งถือวา่ ถงึ แก่ความตายตามความใน มาตรา 62 แหง่ ประมวลกฎหมายนี้ มรดกของ บคุ คลนน้ั ตกทอดแก่ทายาท ถา้ พสิ จู นไ์ ดว้ ่าบคุ คลนนั้ ยงั คงมีชวี ิตอยู่ หรือตายในเวลาอนื่ ผดิ ไป จากเวลาด่งั ระบไุ วใ้ นคาส่งั ท่สี ่งั ให้ เป็นคนสาบสญู ใหใ้ ชบ้ ทบญั ญตั ิ มาตรา 63 แห่งประมวลกฎหมายนบี้ งั คบั แก่ทายาทของบคุ คลนนั้ กองมรดกยอ่ มตกทอดแก่ทายาทโดยสิทธิตามกฎหมายหรอื โดยพนิ ยั กรรม ทายาทท่มี ีสทิ ธิตามกฎหมาย เรยี กวา่ \"ทายาทโดยธรรม\" ทายาทท่มี ีสทิ ธิตามพนิ ยั กรรม เรียกวา่ \"ผรู้ บั พนิ ยั กรรม\"

หนา้ 25 จาก 33 มาตรา 1604 บคุ คลธรรมดาจะเป็นทายาทไดก้ ต็ ่อเม่ือมสี ภาพบคุ คล หรอื สามารถมีสทิ ธิไดต้ าม มาตรา 15 แห่ง บคุ คลท่จี ะเป็นทายาท ประมวลกฎหมายนใี้ นเวลาท่ี เจา้ มรดกถงึ แกค่ วามตาย ได้ เพ่อื ประโยชนแ์ หง่ มาตรานี้ ใหถ้ ือวา่ เด็กท่เี กดิ มารอดอยภู่ ายใน สามรอ้ ยสบิ วนั นบั แตเ่ วลาท่เี จา้ มรดกถงึ แกค่ วามตายนน้ั เป็นทารก ในครรภม์ ารดาอยใู่ นเวลาท่เี จา้ มรดกถึงแกค่ วามตาย มาตรา 1605 ทายาทคนใดยกั ยา้ ย หรือปิ ดบงั ทรัพยม์ รดกเทา่ สว่ นทต่ี นจะไดห้ รอื มากกวา่ นั้นโดยฉ้อ การถกู กาจดั ฐาน ฉลหรือรู้อยูว่ า่ ตนทาใหเ้ สอ่ื ม ประโยชนข์ องทายาทคนอน่ื ทายาทคนน้นั ตอ้ งถูกกาจดั มิใหไ้ ดม้ รดก ยกั ยอกหรอื ปิดบงั ทรพั ย์ เลยแต่ถา้ ไดย้ ักย้ายหรือปิ ดบงั ทรัพยม์ รดกน้อยกว่าสว่ นทตี่ น จะได้ ทายาทคนน้ันต้องถูกกาจดั มิ มรดก ใหไ้ ด้มรดกเฉพาะสว่ นทไ่ี ด้ยกั ยา้ ย หรอื ปิ ดบังไวน้ ้ัน มาตรานี้ มิให้ใชบ้ ังคบั แก่ผรู้ ับพินัยกรรม ซึ่งผู้ตายไดท้ าพินัยกรรม ยกทรัพยส์ นิ ใหเ้ ฉพาะ ส่ิงเฉพาะอยา่ ง ในอนั ทจี่ ะไดร้ ับทรัพยส์ นิ น้ัน ✓ EX. ผตู้ ายมบี ตุ ร 3 คนคือ ดา แดง และขาว มีมรดก 3000บาท ดา แดง และขาวตา่ งมีสทิ ธิไดร้ บั ส่วนแบง่ มรดกนเี้ ทา่ ๆกนั คนละ 1000 บาทตามมาตรา 1629(1),1633 ถา้ ดายกั ยา้ ยมรดกเสยี 1200 บาท แดงยกั ยา้ ย 1000 บาทดงั นที้ งั้ ดาและแดงถกู าจดั มใิ หไ้ ดร้ บั มรดกเลย มรดกของผตู้ าย ทงั้ 3000บาทจงึ ตกแกข่ าวผเู้ ดียว มาตรา 1606 บุคคลด่ังตอ่ ไปนีต้ อ้ งถูกกาจดั มใิ หร้ ับมรดกฐานเป็ นผูไ้ มส่ มควร คอื บคุ คลซ่งึ จะถกู รบั มรดก (1) ผทู้ ตี่ อ้ งคาพพิ ากษาถงึ ทส่ี ดุ ว่าได้เจตนากระทา หรอื พยายาม กระทาให้เจ้ามรดกหรอื ผมู้ สี ทิ ธิ แทนท่ี ถกู กาจดั มใิ หร้ บั ไดร้ ับมรดกกอ่ นตนถึงแกค่ วามตายโดย มิชอบดว้ ยกฎหมาย มรดก (2) ผู้ทไี่ ด้ฟ้องเจา้ มรดกหาวา่ ทาความผดิ โทษประหารชวี ิตและตนเอง กลบั ตอ้ งคาพพิ ากษาถึงทส่ี ุด วา่ มคี วามผดิ ฐานฟ้องเทจ็ หรอื ทาพยานเทจ็ (3) ผทู้ รี่ ู้แลว้ วา่ เจ้ามรดกถกู ฆา่ โดยเจตนา แตม่ ไิ ดน้ าข้อความนั้น ขึน้ ร้องเรียนเพอื่ เป็ นทางทจี่ ะ เอาตวั ผ้กู ระทาผดิ มาลงโทษ แต่ขอ้ นีม้ ิให้ ใช้บงั คบั ถ้าบคุ คลนั้นมอี ายยุ ังไม่ครบสบิ หกปี บรบิ รู ณ์ หรอื เป็ นคนวกิ ลจริ ไมส่ ามารถรู้ผิดชอบหรือถา้ ผู้ทฆ่ี า่ นน้ั เป็ นสามภี ริยาหรือผบู้ ุพการหี รือผู้ สบื สันดานของตนโดยตรง (4) ผทู้ ฉ่ี ้อฉลหรอื ขม่ ขู่ใหเ้ จ้ามรดกทา หรือเพกิ ถอน หรือเปลย่ี นแปลง พนิ ัยกรรมแต่บางส่วนหรอื ทัง้ หมดซ่ึงเกี่ยวกบั ทรัพยม์ รดกหรอื ไมใ่ หก้ ระทา การด่งั กล่าวนั้น (5) ผ้ทู ป่ี ลอม ทาลาย หรอื ปิ ดบงั พนิ ัยกรรมแต่บางส่วนหรือทงั้ หมด เจา้ มรดกอาจถอนขอ้ กาจัดฐานเป็ นผ้ไู ม่สมควรเสยี ก็ได้ โดยใหอ้ ภยั ไวเ้ ป็ นลายลกั ษณ์ อักษร มาตรา 1608 เจา้ มรดกจะตัดทายาทโดยธรรมของตนคนใด มใิ หร้ ับมรดกกไ็ ดแ้ ตด่ ้วยแสดงเจตนาชดั การตดั มใิ หร้ บั มรดก แจง้ (1) โดยพนิ ัยกรรม (2) โดยทาเป็ นหนังสอื มอบไวแ้ กพ่ นักงานเจ้าหน้าท่ี ตัวทายาทผู้ถกู ตดั มใิ ห้รับมรดกน้ันต้องระบุไว้ใหช้ ดั เจน แต่เมอื่ บุคคลใดไดท้ าพินัยกรรมจาหน่ายทรัพยม์ รดกเสยี ทงั้ หมดแล้ว ใหถ้ ือว่าบรรดา ทายาทโดยธรรมผ้ทู ม่ี ไิ ดร้ ับประโยชนจ์ ากพินัยกรรมเป็ น ผู้ถกู ตดั มิให้รับมรดก

หนา้ 26 จาก 33 ✓ หมายเหต;ุ กรณีทายาทท่ตี นจะเขา้ รบั มรดกแทนท่นี นั้ ถกู ตดั มใิ หร้ บั มรดกของเจา้ มรดก ก็ถือวา่ ตดั ผสู้ ืบสนั ดานดว้ ย ผสู้ ืบสนั ดานจงึ เป็นผเู้ สยี สิทธิในการรบั มรดกดว้ ยเช่นกนั (ตดั ทง้ั สาย) มาตรา 1609 การแสดงเจตนาตดั มิใหร้ ับมรดกนั้น จะถอนเสียกไ็ ด้ การถอนการตดั มิใหร้ บั ถา้ การตัดมใิ ห้รับมรดกน้ันไดท้ าโดยพนิ ัยกรรม จะถอนเสียไดก้ แ็ ต่โดยพนิ ัยกรรมเท่านน้ั มรดก แตถ่ ้าการตดั มิใหร้ ับมรดกไดท้ าเป็ นหนังสอื มอบไวแ้ ก่พนักงานเจา้ หนา้ ที่ การถอนจะทาตามแบบ ใดแบบหนึ่งด่งั บญั ญตั ิ ไวใ้ น มาตรา 1608 (1) หรือ (2) กไ็ ด้ มาตรา 1612 การสละมรดกน้ัน ตอ้ งแสดงเจตนาชดั แจ้งเป็ นหนังสือ มอบไวแ้ กพ่ นกั งานเจา้ หน้าท่ี การสละมรดกนนั้ ตอ้ ง หรอื ทาเป็ นสัญญาประนีประนอมยอมความ แสดงเจตนาโดยชดั แจง้ มาตรา 1613 การสละมรดกนั้น จะทาแต่เพยี งบางสว่ น หรือทาโดยมีเงอ่ื นไข หรอื เงอื่ นเวลาไมไ่ ด้ การเพกิ ถอนการสละ การสละมรดกน้นั จะถอนเสยี มิได้ มรดกโดยทายาทผสู้ ละ เอง หมายเหตุ ; ถา้ การสละมรดกนนั้ กระทาโดยมีเงอื่ นไข ย่อมทาใหก้ ารสละมรดกนนั้ ตกไปไมม่ ผี ล มาตรา 1617 ผรู้ บั พินยั กรรมคนใดสละมรดก ผนู้ นั้ รวมตลอดทง้ั ผสู้ ืบสนั ดานไม่มีสิทธิจะรบั มรดกท่ไี ดส้ ละแลว้ นนั้ ถา้ ผสู้ ละมรดกเป็นผรู้ บั พนิ ยั กรรม มาตรา 1618 ถา้ ทายาทโดยธรรมผทู้ ่ไี ดส้ ละมรดกไม่มีผสู้ บื สนั ดาน ท่จี ะรบั มรดกได้ หรือผรู้ บั พินยั กรรมไดส้ ละ มรดก ใหป้ ันสว่ นแบง่ ของผทู้ ่ี ไดส้ ละมรดกนนั้ ๆ แก่ทายาทอ่นื ของเจา้ มรดกตอ่ ไป มาตรา 1619 ผูใ้ ดจะสละหรอื จาหน่ายจ่ายโอนโดยประการใดซง่ึ สทิ ธิ อนั หากจะมีในภายหน้าในการ การสละมรดกจะทาได้ สบื มรดกผ้ทู ย่ี งั มชี วี ติ อยนู่ ้ันไมไ่ ด้ เม่ือเจา้ มรดกตายแลว้ ✓ EX. เชน่ ทายาทหวงั วา่ จะไดร้ บั มรดกของบดิ ามารดา ไดไ้ ปทาสญั ญาโอนสทิ ธิในการรบั มรดกให้ ผูอ้ นื่ ตงั้ แตใ่ นขณะทบี่ ิดามาดายงั มชี วี ติ อยูไ่ มไ่ ด้ เป็นสทิ ธิเฉพาะตวั จะโอนกนั ไมไ่ ด้ เพราะเป็นการ ขดั กบั ศลี ธรรมทไี่ ปทาการตกลงคา้ กนั ในความตายของบคุ คลซ่ึงยงั มชี ีวติ อยู่ และอาจเป็นชอ่ งทาง ใหเ้ กดิ ฆาตกรรม มาตรา 1620 ถา้ ผใู้ ดตายโดยไมไ่ ดท้ าพนิ ัยกรรมไว้ หรอื ทาพนิ ัยกรรม ไว้แต่ไม่มีผลบังคบั ได้ ให้ปัน กรณีเจา้ มรดกไมท่ า ทรัพยม์ รดกทัง้ หมดแกท่ ายาทโดยธรรมของ ผูต้ ายน้ันตามกฎหมาย พนิ ยั กรรมและกรณีเจา้ ถ้าผู้ใดตายโดยได้ทาพนิ ัยกรรมไว้ แตพ่ นิ ัยกรรมนัน้ จาหนา่ ยทรัพยห์ รอื มีผลบังคบั ไดแ้ ต่ มรดกทาพินยั กรรมไวซ้ ่งึ เพยี งบางส่วนแห่งทรัพยม์ รดก ใหป้ ันสว่ นทมี่ ไิ ดจ้ าหน่ายโดยพนิ ัยกรรม หรอื สว่ นทพ่ี นิ ัยกรรมไม่มี มีผลต่อทายาทโดย ผลบังคับ ใหแ้ กท่ ายาทโดยธรรมตามกฎหมาย ธรรม

หนา้ 27 จาก 33 มาตรา 1621 เว้นแต่ผทู้ าพินัยกรรมจะได้แสดงเจตนากาหนดไวใ้ นพนิ ัยกรรมเป็ นอย่างอน่ื แมท้ ายาท ทายาทโดยธรรมท่รี บั โดยธรรมคนใดจะไดร้ ับทรัพยส์ นิ อยา่ งหน่ึง อย่างใดตามพนิ ัยกรรม ทายาทคนนนั้ ก็ยงั มสี ทิ ธทิ จ่ี ะ พินยั กรรมแลว้ ไมเ่ สยี เรียกเอาส่วนโดยธรรมของตนจากทรัพยม์ รดกสว่ นทย่ี ังไมไ่ ดจ้ าหน่ายโดยพินัยกรรมจนเตม็ อกี ก็ สทิ ธิท่จี ะไดร้ บั มรดกอีก ได้ มาตรา 1533 วธิ ีแบง่ ทรพั ยส์ ิน เม่อื หยา่ กันใหแ้ บ่งสนิ สมรสให้ชายและหญงิ ไดส้ ่วนเทา่ กนั มาตรา 1625 การแบ่งทรพั ยส์ ิน ถา้ ผูต้ ายเป็ นผูส้ มรสแลว้ การคดิ ส่วนแบง่ และการปันทรัพยส์ นิ ระหวา่ งผู้ตายกบั คสู่ มรสท่ี ระหวา่ งผตู้ ายกบั คู่ ยงั มีชีวิตอยูน่ น้ั ให้เป็ นไปด่ังนี้ สมรส (1) ในเรอ่ื งสว่ นแบ่งในทรัพยส์ นิ ระหวา่ งสามภี ริยา ใหอ้ ยู่ในบงั คบั ของบทบญั ญัตแิ หง่ ประมวล กฎหมายนวี้ า่ ดว้ ยการหยา่ โดยยินยอม ทัง้ สองฝ่ ายอนั มบี ทบญั ญตั เิ พิม่ เติมให้บรบิ รู ณใ์ น มาตรา มาตรา 1627 1637 และ มาตรา 1638 และโดยเฉพาะตอ้ งอยใู่ นบังคบั แหง่ มาตรา 1513 ถงึ มาตรา 1517 แห่ง บตุ รนอกกฎหมายท่ี ประมวลกฎหมายนีแ้ ต่การคดิ ส่วนแบ่งนั้นมผี ลตง้ั แตว่ นั ทก่ี ารสมรสไดส้ นิ้ ไปดว้ ยเหตุความตายนนั้ บิดาไดร้ บั รองแลว้ (2) ในเรอ่ื งสว่ นแบง่ ในทรัพยม์ รดกของผตู้ าย ใหอ้ ย่ใู นบังคบั ของ บทบัญญตั แิ หง่ บรรพนี้ นอกจาก มาตรา 1637 และ มาตรา 1638 มาตรา 1628 แยกกนั อยไู่ ม่สนิ้ สิทธใิ น บุตรนอกกฎหมายทบ่ี ิดาได้รับรองแลว้ และบตุ รบญุ ธรรม น้ันใหถ้ ือวา่ เป็ นผสู้ บื สนั ดาน การรบั มรดก เหมอื นกบั บุตรทชี่ อบดว้ ยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้ มาตรา 1629 ลาดบั ของทายาทโดย ✓ หมายเหต;ุ โดยพฤตกิ ารณ์รบั รองคอื การส่งเสยี ใหเ้ รยี นหนงั สอื ธรรมท่เี ป็นญาติ ✓ แจง้ ทะเบียนการเกดิ วา่ เป็นบตุ ร ใหใ้ ชน้ ามสกลุ และอปุ การะเลยี้ งดูตลอดมา +ม.1603 สามีภริยาทร่ี ้างกันหรือแยกกนั อยูโ่ ดยยงั มไิ ด้หย่าขาดจากกนั ตามกฎหมาย มิได้สิน้ ไปซึ่ง สทิ ธิโดยธรรมในการสืบมรดกซง่ึ กันและกนั ทายาทโดยธรรมมหี กลาดบั เท่าน้นั และภายใต้บงั คบั แห่ง มาตรา 1630 วรรค 2 แต่ละ ลาดับมสี ทิ ธิไดร้ ับมรดกก่อนหลังด่งั ตอ่ ไปนี้ คอื (1) ผ้สู บื สนั ดาน (2) บิดามารดา (3) พ่นี อ้ งร่วมบดิ ามารดาเดยี วกนั (4) พี่น้องร่วมบดิ าหรือร่วมมารดาเดยี วกนั (5) ป่ ู ยา่ ตา ยาย (6) ลุง ป้า น้า อา คู่สมรสทย่ี ังมชี วี ติ อยนู่ น้ั ก็เป็ นทายาทโดยธรรม ภายใตบ้ ังคบั ของบทบญั ญตั พิ ิเศษแห่ง มาตรา 1635 ✓ หมายเหต;ุ ภรรยาทมี่ ไิ ดจ้ ดทะเบยี นสมรสไมม่ ีสว่ นแบ่งในทายาทโดยธรรมจงึ ไมไ่ ดร้ บั สว่ นแบ่งจาก กองมรดก เวน้ แตจ่ ะไดม้ พี นิ ยั กรรมระบไุ ว้

หนา้ 28 จาก 33 มาตรา 1630 ตราบใดทม่ี ีทายาทซ่งึ ยงั มีชีวิตอย่หู รือมผี รู้ ับมรดกแทน ทยี่ งั ไม่ขาดสายแล้วแต่กรณใี น สิทธิในการรบั มรดกของ ลาดับหน่ึง ๆ ทร่ี ะบุไวใ้ น มาตรา 1629 ทายาทผทู้ อี่ ยู่ในลาดบั ถดั ลงไปไม่มสี ทิ ธิในทรัพยม์ รดกของ ทายาทโดยธรรม ผตู้ ายเลย แตค่ วามในวรรคกอ่ นนีม้ ิให้ใชบ้ งั คบั ในกรณีเฉพาะทม่ี ีผู้สืบสันดานคนใด ยังมชี วี ติ อยหู่ รอื มีผ้รู ับมรดกแทนทก่ี นั แลว้ แตก่ รณแี ละมีบิดามารดายังมีชวี ติ อยูใ่ นกรณเี ชน่ นน้ั ให้บดิ ามารดาได้ ส่วนแบ่งเสมอื นหน่ึงว่าเป็ นทายาทชน้ั บุตร ✓ บดิ ามารดาทายาทอนั ดบั 2 มสี ทิ ธริ บั มรดกดว้ ย มาตรา 1631 ในระหว่างผู้สบื สนั ดานตา่ งชนั้ กนั นัน้ บตุ รของเจ้ามรดกอนั อย่ใู นชนั้ สนิททส่ี ุดเทา่ น้ัน มี สทิ ธิในการรบั มรดกของ สิทธริ ับมรดก ผู้สบื สนั ดานทอี่ ยใู่ นช้ันถดั ลงไปจะรับมรดกไดก้ ็แต่โดยอาศยั สิทธใิ นการรับมรดก ผสู้ บื สนั ดานต่างชน้ั กนั แทนที่ ✓ รบั มรดกแทนที่ หมายถงึ แทนทชี่ นั้ ทตี่ ายลง มาตรา 1633 ทายาทโดยธรรมในลาดบั เดียวกนั ในลาดับหน่ึง ๆ ทรี่ ะบุไว้ใน มาตรา 1629 นน้ั ชอบทจ่ี ะ การแบ่งสว่ นมรดกของ ไดร้ ับสว่ นแบง่ เทา่ กนั ถา้ ในลาดบั หน่ึงมที ายาทโดยธรรมคนเดยี ว ทายาทโดยธรรมคนน้นั มีสิทธิ ทายาทโดยธรรมใน ไดร้ ับสว่ นแบง่ ทัง้ หมด ลาดบั เดยี วกนั มาตรา 1635 ลาดบั และส่วนแบ่งของค่สู มรสทย่ี ังมชี วี ิตอยู่ในการ รับมรดกของผตู้ ายนนั้ ใหเ้ ป็ นไปด่ัง ลาดบั และสว่ นแบง่ ของ ต่อไปนี้ คสู่ มรสท่ยี งั มชี วี ติ อยู่ (1) ถ้ามที ายาทตาม มาตรา 1629 (1) ซ่งึ ยงั มีชวี ิตอยหู่ รือมีผรู้ ับมรดกแทนทแี่ ลว้ แตก่ รณี คสู่ มรสท่ี ยงั มชี ีวติ อยูน่ ้นั มีสทิ ธไิ ด้สว่ นแบง่ เสมอื นหนึ่งว่าตนเป็ นทายาทชนั้ บุตร (2) ถ้ามีทายาทตาม มาตรา 1629 (3) และทายาทน้นั ยงั มีชวี ติ อยู่ หรือมผี รู้ ับมรดกแทนที่ หรอื ถ้า ไมม่ ีทายาทตาม มาตรา 1629 (1) แตม่ ที ายาทตาม มาตรา 1629 (2) แลว้ แตก่ รณี คสู่ มรสทย่ี ังมี ชีวติ อยู่นัน้ มสี ทิ ธไิ ดร้ ับมรดกกง่ึ หนึ่ง (3) ถ้ามีทายาทตาม มาตรา 1629 (4) หรือ (6) และทายาทนั้น ยังมีชีวติ อยู่ หรือมีผรู้ ับมรดกแทนท่ี หรอื มีทายาทตาม มาตรา 1629 (5) แล้วแต่กรณี คูส่ มรสทย่ี งั มชี วี ติ อยู่ มสี ิทธไิ ด้มรดกสองสว่ นใน สาม (คสู่ มรสได2้ /3 ส่วนพนี่ อ้ งร่วมบิดาหรอื มารดาเดยี วกนั ได้ 1/3 ของกองมรดก) (4) ถา้ ไม่มีทายาทด่งั ทร่ี ะบุไว้ใน มาตรา 1629 คู่สมรสทยี่ งั มชี วี ิตอยนู่ น้ั มีสทิ ธไิ ดร้ ับมรดกทงั้ หมด มาตรา 1639 ถ้าบุคคลใดซึง่ จะเป็ นทายาทตาม มาตรา 1629 (1) (3) (4) หรอื (6) ถึงแกค่ วามตายหรอื การรบั มรดกแทนท่กี นั ถูกกาจดั มิใหร้ ับมรดกกอ่ นเจา้ มรดกตาย ถา้ บคุ คลนั้นมผี สู้ บื สันดานกใ็ ห้ผ้สู บื สนั ดานรับมรดก แทนที่ ถา้ ผสู้ ืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแกค่ วามตายหรือถูกกาจดั มิใหร้ ับมรดกเชน่ เดียวกนั กใ็ ห้ผู้สืบสนั ดานของผสู้ ืบสนั ดานน้นั รับ มรดกแทนที่ และให้มกี ารรับมรดกแทนทกี่ ันเฉพาะส่วน แบ่งของบคุ คล เป็ นราย ๆ สบื ตอ่ กนั เชน่ นีไ้ ปจนหมดสาย มาตรา 1640 เม่ือบคุ คลใดตอ้ งถือว่าถงึ แกค่ วามตายตามความใน มาตรา 62 แหง่ ประมวลกฎหมายนี้ ใหม้ ีการ รบั มรดกแทนท่กี นั ได้ ✓ ตอ้ งใหศ้ าลมคี าส่งั ก่อนใหเ้ ป็นคนสาบสญู ถา้ ยงั ไมส่ ง่ั ยงั ไม่ถอื วา่ ตาย

หนา้ 29 จาก 33 มาตรา 1641 ถา้ บคุ คลใดซง่ึ จะเป็นทายาทตาม มาตรา 1629 (2) หรอื (5) ถงึ แกค่ วามตาย หรือถกู กาจดั มิใหร้ บั ถกู กาจดั มใิ หร้ บั มรดก มรดกกอ่ นเจา้ มรดกตาย ถา้ มที ายาทในลาดบั เดียวกนั ยงั มีชวี ิตอยู่ ก็ใหส้ ่วนแบง่ ทงั้ หมดตกไดแ้ ก่ทายาทนนั้ เทา่ นนั้ หา้ มมใิ หม้ ีการรบั มรดกแทนท่กี นั ต่อไป มาตรา 1642 การรับมรดกแทนทก่ี ันนัน้ ใหใ้ ชบ้ ังคับแตใ่ นระหวา่ งทายาทโดยธรรม มาตรา 1643 สิทธิทจ่ี ะรับมรดกแทนทกี่ นั น้ันได้เฉพาะแก่ผู้สบื สนั ดานโดยตรง ผบู้ ุพการหี ามสี ทิ ธดิ ่งั มาตรา 1644 นั้นไม่ ผสู้ ืบสนั ดานจะรบั มรดกแทนท่ไี ดต้ อ่ เม่ือมีสิทธิบรบิ รู ณใ์ นการรบั มรดก มาตรา 1645 มาตรา 1646 ✓ ผทู้ ่จี ะรบั มรดกไดน้ น้ั ผนู้ นั้ จะตอ้ งมตี วั ตนอยหู่ รือมชี วี ิตอยขู่ ณะท่เี จา้ มรดกตาย หากไมม่ ีชวี ิตอยใู่ น พนิ ยั กรรม เวลานน้ั กไ็ มม่ ีสทิ ธิท่จี ะรบั มรดกแทนท่ไี ด้ แตห่ ากผสู้ บื สนั ดานนน้ั เป็นผถู้ กู กาจดั มใิ หร้ บั มรดกของ เจา้ มรดก ผสู้ บื สนั ดานนนั้ กจ็ ะเป็นผไู้ มม่ สี ิทธิบรบิ รู ณซ์ ง่ึ มีผลทาใหไ้ ม่มสี ิทธิรบั มรดกแทนท่ใี นการ รบั มรดกครงั้ นนั้ การท่บี คุ คลใดสละมรดกของบคุ คลอีกคนหนึง่ นนั้ ไม่ตดั สิทธิของผสู้ ละท่จี ะรบั มรดกแทนท่บี คุ คล อกี คนหนึ่งนน้ั ในการสบื มรดกบคุ คลอื่น บคุ คลใดจะแสดงเจตนาโดยพนิ ยั กรรมกาหนดการ เผ่อื ตายในเรอื่ งทรพั ยส์ นิ ของตนเอง หรอื ในการ ตา่ งๆ อนั จะใหเ้ กิดเป็น ผลบงั คบั ไดต้ ามกฎหมายเม่ือตนตายกไ็ ด้ มาตรา 1647 การแสดงเจตนากาหนดการเผ่อื ตายนนั้ ย่อมทา ไดด้ ว้ ยคาส่งั ครงั้ สดุ ทา้ ยกาหนดไวใ้ นพนิ ยั กรรม เป็นการแสดงเจตนาอนั เป็นคาส่งั ครงั้ สดุ ทา้ ย ผู้เขยี นหรอื พยานในพนิ ัยกรรม จะเป็ นผู้รับทรัพยต์ ามพนิ ัยกรรมน้ันไมไ่ ด้ มาตรา 1653 ให้ใช้บทบัญญตั ิในวรรคก่อนบงั คับแกค่ ่สู มรสของผเู้ ขียนหรือพยานในพนิ ัยกรรมด้วย พนักงานเจา้ หน้าทซ่ี งึ่ ได้จดขอ้ ความแห่งพนิ ัยกรรมทพี่ ยานนามา แจ้ง ตาม มาตรา 1663 มาตรา 1656 ใหถ้ ือว่าเป็ นผเู้ ขียนพนิ ัยกรรมตามความหมายแห่งมาตรานี้ พนิ ยั กรรมแบบธรรมดา ✓ ถา้ ผูร้ บั พนิ ยั กรรมเป็นผเู้ ขียนพนิ ยั กรรมแลว้ ยอ่ มทาใหผ้ เู้ ขียนนนั้ ไม่มีสทิ ธใิ นขอ้ กาหนดใน (แบบพิมพแ์ ลว้ มพี ยาน พนิ ยั กรรม แต่ไมไ่ ดท้ าใหพ้ นิ ยั กรรมนนั้ เสยี ไป ผรู้ บั พนิ ยั กรรมคนอนื่ ยงั สามารถทจี่ ะรบั ทรพั ยส์ นิ 2คน) ตามพนิ ยั กรรมนนั้ ไดต้ ามปกติ และถา้ ผเู้ ขียนนนั้ เป็นทายาทโดยธรรมกจ็ ะไดร้ บั สว่ นแบง่ จากกอง มรดกอยา่ งเดยี ว พนิ ัยกรรมน้ัน จะทาตามแบบด่งั นกี้ ไ็ ดก้ ล่าวคือ ตอ้ งทาเป็ นหนังสอื ลงวนั เดอื น ปี ในขณะ ทที่ าขึน้ และผู้ทาพินัยกรรมตอ้ งลงลายมือชื่อไว้ตอ่ หน้าพยานอยา่ งน้อยสองคนพร้อมกนั ซ่งึ พยาน สองคนนน้ั ตอ้ งลงลายมอื ชอื่ รับรองลายมือชื่อของผทู้ าพนิ ัยกรรม ไว้ในขณะนั้น การขดู ลบ ตก เติม หรอื การแกไ้ ขเปลีย่ นแปลงอยา่ งอ่ืนซึ่งพนิ ัยกรรมนั้นยอ่ มไม่สมบูรณ์ เว้นแตจ่ ะไดป้ ฏบิ ตั ติ ามแบบอยา่ งเดียวกับ การทาพนิ ัยกรรมตามมาตรานี้ ✓ พยานตอ้ งบรรลนุ ติ ภิ าวะแลว้ คอื 20 ปีบรบิ ูรณ์ ✓ ถา้ พยานมีเพยี งคนเดยี ว พนิ ยั กรรมนจี้ ะตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1705

หนา้ 30 จาก 33 มาตรา 1657 พนิ ัยกรรมนั้นจะทาเป็ นเอกสารเขียนเองทัง้ ฉบับ ก็ได้กล่าวคอื ผ้ทู าพนิ ัยกรรมต้องเขยี น พนิ ยั กรรมแบบเขยี นเอง ด้วยมอื ตนเองซง่ึ ขอ้ ความทัง้ หมด วนั เดอื นปี และลายมอื ชอ่ื ของตน ทงั้ ฉบบั การขูดลบ ตก เตมิ หรือการแก้ไขเปลยี่ นแปลงอย่างอืน่ ซ่งึ พินัยกรรม น้ันยอ่ มไมส่ มบูรณ์ เว้นแต่ผทู้ าพนิ ัยกรรมจะไดท้ าด้วยมือตนเอง และลงลายมือช่ือกากบั ไว้ บทบญั ญตั ิ มาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายนี้ มใิ หใ้ ช้บังคับแก่ พนิ ัยกรรมทที่ าขนึ้ ตาม มาตรานี้ ✓ วรรค 2 ถา้ ผทู้ าพนิ ยั กรรมไดส้ ง่ั ใหผ้ ูอ้ นื่ แกไ้ ขขอ้ กาหนดในพนิ ยั กรรมและตนเองไดล้ งลายมอื ชอื่ รบั รองการแกไ้ ขไว้ การแกไ้ ขนนั้ ไมเ่ ป็นผล เทา่ กบั วา่ ไมม่ ีการแกไ้ ขใดๆเกิดขนึ้ เลย การแกไ้ ขที่ ถกู ตอ้ งคอื เจา้ มรดกจะตอ้ งเป็นผแู้ กไ้ ขเองและลงลายมือชอื่ กากบั ไว้ ✓ เงนิ ฌาปนกิจสงเคราะห์ซ่งึ ผตู้ ายไดท้ าเอาไวโ้ ดยระบตุ วั ผูร้ บั ประโยชน์ ไมใ่ ชท่ รพั ยม์ รดกจงึ ไม่ สามารถทาพนิ ยั กรรมยกใหแ้ กบ่ คุ คลใดได้ มาตรา 1665 เมอื่ ผ้ทู าพินัยกรรมจะต้องลงลายมือชอื่ ตาม มาตรา 1656 มาตรา 1658 มาตรา 1660 จะให้ เสมอกบั ลงลายมอื ชอ่ื ได้ ก็แตด่ ้วยลงลายพิมพน์ ิว้ มือโดยมีพยานลงลายมอื ชือ่ รับรองไวด้ ว้ ยสอง คนในขณะนั้น มาตรา 1670 บุคคลตอ่ ไปนีจ้ ะเป็ นพยานในการทาพนิ ัยกรรมไมไ่ ด้ บคุ คลท่เี ป็นพยานใน (1) ผู้ซึง่ ยงั ไมบ่ รรลุนิติภาวะ การทาพนิ ยั กรรมไม่ได้ (2) บุคคลวกิ ลจริตหรอื บุคคลซง่ึ ศาลส่ังให้เป็ นผู้เสมอื นไร้ความสามารถ (3) บคุ คลทห่ี ูหนวก เป็ นใบ้ หรือจกั ษุบอดทงั้ สองขา้ ง ✓ หมายเหต;ุ พยานตอ้ งลงลายมอื ชอื่ เทา่ นนั้ หา้ มพมิ พล์ ายนวิ้ มอื มาตรา 1671 เมอื่ บคุ คลใดนอกจากผู้ทาพินัยกรรมเป็ นผู้เขยี นขอ้ ความแหง่ พินัยกรรม บคุ คลนน้ั ตอ้ งลง ลายมือชอ่ื ของตนทัง้ ระบวุ า่ เป็ นผู้เขียน ถา้ บคุ คลน้ันเป็ นพยานดว้ ย ให้เขยี นข้อความระบุวา่ ตนเป็ นพยานไวต้ อ่ ทา้ ยลายมอื ชอ่ื ของ ตนเชน่ เดยี วกบั พยานอน่ื ๆ มาตรา 1681 ถา้ ทรัพยส์ ินซ่ึงเป็ นวตั ถแุ หง่ พินัยกรรมน้ันได้สูญหาย ทาลาย หรือบบุ สลายไป และ ผลของพินยั กรรมท่ี พฤตกิ ารณท์ ัง้ นีเ้ ป็ นผลให้ได้ทรัพยส์ นิ อนื่ มาแทนหรอื ไดส้ ทิ ธิเรียกร้องเอาคา่ สินไหมทดแทน ทรพั ยส์ ินสญู หาย ทรัพยส์ ินน้นั ผู้รับ พินัยกรรมจะเรียกใหส้ ง่ มอบของแทน ซง่ึ ไดร้ ับมาน้นั หรือจะเรยี กร้อง เอาค่า ทาลาย หรือบบุ สลาย สนิ ไหมทดแทนเสียเองก็ไดแ้ ลว้ แต่กรณี หน่วย 13 การเสยี ไปซ่งึ พนิ ัยกรรม มาตรา 1693 ผู้ทาพนิ ัยกรรมจะเพิกถอนพนิ ัยกรรมของตนเสยี ทงั้ หมด หรือแต่บางส่วนในเวลาใดก็ได้ การเพกิ ถอนพนิ ยั กรรม ✓ ผู้ทาพนิ ัยกรรมอาจแสดงเจตนาเพิกถอนพนิ ัยกรรมหรอื ข้อกาหนดพนิ ัยกรรมได้ 4 วธิ ีคอื 1. เพกิ ถอนโดยพนิ ยั กรรม 2. เพกิ ถอนโดยการทาลายหรือขดี ฆา่ พนิ ยั กรรม 3. เพกิ ถอนโดยการโอนหรือทาลายทรพั ย์สนิ อนั เป็นวตั ถแุ หง่ ขอ้ กาหนดพนิ ยั กรรม 4. เพกิ ถอนโดยพนิ ยั กรรมขดั กนั

หนา้ 31 จาก 33 มาตรา 1694 ถ้าจะเพิกถอนพนิ ัยกรรมฉบับกอ่ นเสียทงั้ หมดหรือ แตบ่ างส่วนดว้ ยพนิ ัยกรรมฉบับหลงั เพิกถอนโดยพินยั กรรม การเพิกถอนจะสมบูรณต์ ่อเมอ่ื พนิ ัยกรรมฉบบั หลงั น้นั ไดท้ าตามแบบใดแบบหน่ึงทกี่ ฎหมาย บญั ญัตไิ ว้ มาตรา 1695 ถา้ พินัยกรรมได้ทาเป็ นตน้ ฉบับแตฉ่ บบั เดียวผ้ทู า พนิ ัยกรรมอาจเพกิ ถอนพนิ ัยกรรมนั้น เพิกถอนโดยการทาลาย ทัง้ หมดหรอื บางสว่ นได้ โดย ทาลายหรอื ขีดฆ่าเสียดว้ ยความตง้ั ใจ หรอื ขดี ฆ่าพนิ ยั กรรม ถา้ พินัยกรรมได้ทาเป็ นตน้ ฉบบั หลายฉบบั การเพิกถอนน้ันไม่ บรบิ ูรณเ์ วน้ แตจ่ ะไดก้ ระทา มาตรา 1696 แก่ตน้ ฉบบั เหล่านั้นทกุ ฉบับ เพกิ ถอนโดยการโอน หรอื ทาลายทรพั ยส์ ิน ถ้าผทู้ าพินัยกรรมได้โอนไปโดยสมบรู ณซ์ ่ึงทรัพยส์ ิน อนั เป็ นวตั ถุแหง่ ข้อกาหนดพนิ ัยกรรม ใดด้วยความตง้ั ใจ ขอ้ กาหนดพินัยกรรมนัน้ เป็ นอนั เพกิ ถอนไป วธิ ีเดยี วกนั นีใ้ ห้ใช้บงั คบั เม่ือผู้ทาพนิ ัยกรรมไดท้ าลายทรัพยส์ ินน้ันดว้ ยความตง้ั ใจ มาตรา 1697 ถา้ ผ้รู ับพินัยกรรมมิไดแ้ สดงเจตนาไว้ในพนิ ัยกรรมเป็ นอย่างอ่นื และปรากฏว่าพนิ ัยกรรม เพกิ ถอนโดยพนิ ยั กรรม ฉบับกอ่ นกบั ฉบบั หลังขดั กนั ให้ถือวา่ พนิ ัยกรรมฉบบั ก่อนเป็ นอนั เพกิ ถอนโดยพนิ ัยกรรมฉบบั หลัง ขดั กนั เฉพาะในสว่ นทขี่ อ้ ความขดั กนั นนั้ เท่าน้ัน ✓ EX. นายจนั ทรม์ บี ตุ ร 5คนและไดท้ าพนิ ยั กรรมยกทรพั ยส์ นิ ทงั้ หมดใหน้ ายองั คารบตุ รชายคนโต ต่อมาอกี 1ปีนายจนั ทรท์ าพนิ ยั กรรมยกทรพั ยส์ นิ ทงั้ หมดใหแ้ กบ่ ตุ รทงั้ 5 คนคนละเทา่ ๆกนั เมือ่ นายจนั ทรถ์ งึ แกค่ วามตาย พนิ ยั กรรมฉบบั กอ่ นและฉบบั หลงั ขดั กนั เมอื่ นายจนั ทร์มไิ ดแ้ สดง เจตนาเป็นอยา่ งอนื่ ยอ่ มถอื วา่ พนิ ยั กรรมฉบบั ก่อนเป็นอนั เพกิ ถอน โดยพนิ ยั กรรมฉบบั หลงั นาย องั คารไมไ่ ดร้ บั ทรพั ยส์ นิ ตามพนิ ยั กรรมฉบบั แรกแตน่ ายนายองั คารมีสทิ ธติ ามพนิ ยั กรรมฉบบั หลงั มาตรา 1698 ขอ้ กาหนดพนิ ัยกรรมน้ัน ยอ่ มตกไป การตกไปแหง่ (1) เมอ่ื ผรู้ ับพนิ ัยกรรมตายกอ่ นผู้ทาพนิ ัยกรรม ขอ้ กาหนดพนิ ยั กรรม (2 )เมื่อขอ้ กาหนดพินัยกรรมเป็ นผลใชไ้ ด้กต็ ่อเมอ่ื เงอ่ื นไขอย่างใด อยา่ งหน่ึงเสร็จสนิ้ ลง และผรู้ ับ พนิ ัยกรรมตายเสียกอ่ นเงอื่ นไขสาเรจ็ หรือ ปรากฏเป็ นทแ่ี น่นอนอยู่แล้วว่าเงอื่ นไขน้ันไมอ่ าจสาเรจ็ มาตรา 1699 ได้ มาตรา 1701 (3) เมื่อผรู้ ับพินัยกรรมบอกสละพินัยกรรม ระยะเวลาของการหา้ ม (4) เมื่อทรัพยส์ ินทัง้ หมดทยี่ กให้สูญหาย หรอื ถกู ทาลายโดยผู้ทาพนิ ัย กรรมมิไดต้ ้ังใจในระหวา่ งท่ี โอน ผทู้ าพินัยกรรมยังมชี วี ิตอยู่ และผทู้ าพินัยกรรม มไิ ดไ้ ดม้ าซงึ่ ของแทน หรือซ่ึงสทิ ธทิ จี่ ะเรียกคา่ ทดแทนในการทที่ รัพยส์ นิ นั้น สญู หายไป ✓ วงเล็บ 1 ทรพั ย์สนิ ตามพนิ ยั กรรมตกแก่ทายาทโดยธรรมของผทู้ าพนิ ยั กรรม ✓ วงเล็บ 3 การบอกสละพนิ ยั กรรมของผรู้ บั พนิ ยั กรรมจะตอ้ งกระทาหลงั จากผูท้ าพนิ ยั กรรมถึงแก่ ความตายแลว้ หากทากอ่ นถึงแกค่ วามตาย การสละพนิ ยั กรรมนนั้ ไมม่ ีผลแตอ่ ย่างใด ถา้ พินัยกรรม หรือขอ้ กาหนดในพินัยกรรมเก่ยี วกบั ทรัพยส์ ินรายใด เป็ นอันไร้ผลด้วย ประการใด ๆ ทรัพยส์ นิ รายนั้นตกทอดแกท่ ายาทโดยธรรม หรอื ไดแ้ ก่แผ่นดนิ แล้วแตก่ รณี ขอ้ กาหนดหา้ มโอนตาม มาตรา ก่อนนน้ั จะใหม้ กี าหนด เวลาหรอื ตลอดชีวติ ของผรู้ บั ประโยชนก์ ็ได้

หนา้ 32 จาก 33 ถา้ ไม่ไดก้ าหนดเวลาหา้ มโอนไว้ ในกรณีท่ผี รู้ บั ประโยชนเ์ ป็นบคุ คล ธรรมดา ใหถ้ ือวา่ ขอ้ กาหนดหา้ ม โอนมีระยะเวลาอยตู่ ลอดชวี ติ ของผรู้ บั ประ โยชน์ แตใ่ นกรณีท่ผี รู้ บั ประโยชนเ์ ป็นนิตบิ คุ คล ใหม้ ีระยะเวลา เพยี งสามสบิ ปี ถา้ ไดก้ าหนดเวลาหา้ มโอนไว้ กาหนดนน้ั มใิ หเ้ กินสามสบิ ปีถา้ กาหนดไว้ นานกวา่ นนั้ กใ็ หล้ ดลงมา เป็นสามสบิ ปี มาตรา 1702 ขอ้ กาหนดหา้ มโอนอนั เก่ียวกบั สงั หารมิ ทรพั ยซ์ ง่ึ ไม่อาจจด ทะเบียนกรรมสิทธิ์ไดน้ น้ั ใหถ้ ือวา่ เป็นอนั ทรพั ยส์ ินท่จี ะเอา ไมม่ ีเลย ขอ้ กาหนดหา้ มโอนมา ขอ้ กาหนดหา้ มโอนอนั เกย่ี วกบั อสงั หารมิ ทรพั ยห์ รอื ทรพั ยสทิ ธิอนั เกี่ยวกบั อสงั หารมิ ทรพั ยน์ น้ั ไม่ ใช้ บรบิ รู ณ์ เวน้ แต่จะไดท้ าเป็นหนงั สอื และจดทะเบยี นการ หา้ มโอนต่อพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี บทบญั ญตั ิในวรรคก่อนนใี้ หใ้ ชบ้ งั คบั แกเ่ รอื มีระวางตงั้ แตห่ า้ ตนั ขนึ้ ไป ทง้ั แพและสตั วพ์ าหนะดว้ ย ✓ วรรค 3 เฉพาะโค กระบอื สตั วพ์ าหนะทจี่ ดทะเบียนกรรมสทิ ธไิ์ ว้ สามารถมขี อ้ กาหนดหา้ มโอนได้ มาตรา 1703 พนิ ัยกรรมซง่ึ บคุ คลทมี่ อี ายุยงั ไม่ครบ15ปี บรบิ ูรณ์ ทาขนึ้ น้ันเป็ นโมฆะ ความสามารถในการทา และรบั พินยั กรรม มาตรา 1704 พินยั กรรมซ่งึ บคุ คลผถู้ ูกศาลส่งั ใหเ้ ป็นคนไรค้ วามสามารถทาขนึ้ นนั้ เป็นโมฆะ คนไรค้ วามสามารถทา พนิ ยั กรรมซง่ึ บคุ คลผถู้ กู อา้ งวา่ เป็นคนวกิ ลจรติ แตศ่ าลยงั ไมไ่ ดส้ ่งั ใหเ้ ป็น คนไรค้ วามสามารถทาขนึ้ พนิ ยั กรรม นน้ั จะเป็นอนั เสียเปลา่ ก็แตเ่ ม่ือพิสจู นไ์ ดว้ ่าในเวลา ท่ที าพินยั กรรมนนั้ ผทู้ าจรติ วิกลอยู่ มาตรา 1705 พินัยกรรมหรอื ขอ้ กาหนดพินัยกรรมนั้น ถา้ ไดท้ าขึน้ ขัดตอ่ บทบัญญัตแิ หง่ มาตรา 1652 มาตรา 1653 มาตรา 1656 มาตรา 1657 มาตรา 1658 มาตรา 1660 มาตรา 1661 หรอื มาตรา 1663 ยอ่ มเป็ นโมฆะ มาตรา 1708 เม่ือผทู้ าพนิ ยั กรรมตายแลว้ บคุ คลผมู้ ีส่วนไดเ้ สยี คนใดคน หนง่ึ จะรอ้ งขอใหศ้ าลส่งั เพกิ ถอน การเพกิ ถอนพนิ ยั กรรม พินยั กรรมซง่ึ ไดท้ าขนึ้ เพราะเหตขุ ่มข่กู ็ได้ แตห่ ากผทู้ าพินยั กรรมยงั มีชวี ติ อยตู่ อ่ มาเกนิ หนึง่ ปี นบั แตผ่ ทู้ า ท่ที าขนึ้ เพราะถกู ขม่ ขู่ พนิ ยั กรรม พน้ จากการขม่ ข่แู ลว้ จะมกี ารรอ้ งขอเชน่ ว่านนั้ ไมไ่ ด้ มาตรา 1709 ✓ พนิ ัยกรรมทที่ าขนึ้ เพราะถกู ขม่ ขู่ ถา้ ผูท้ าพนิ ยั กรรมจะเพกิ ถอนเองก็ได้ แตต่ อ้ งภายในเวลา 1 ปี การเพกิ ถอนพินยั กรรม นบั แต่วนั ทาพนิ ยั กรรมโดยถกู ขม่ ขู่ แต่หากเกนิ กวา่ 1 ปีไม่อาจจะถอนไดถ้ ือวา่ ใหส้ ตั ยาบนั แก่ ท่ที าขนึ้ โดยสาคญั ผดิ พนิ ยั กรรมนนั้ แลว้ หรอื กลฉอ้ ฉล ✓ ส่วนผ้มู ีส่วนได้เสีย จะรอ้ งขอใหเ้ พกิ ถอนพนิ ยั กรรมนี้ ตอ้ งกระทาหลงั จากผูท้ าพนิ ยั กรรมถงึ แก่ ความตาย ซ่งึ เป็นเวลาทพี่ นิ ยั กรรมมีผลแลว้ ดงั นนั้ ผมู้ สี ว่ นไดเ้ สยี จะรอ้ งขอใหเ้ พกิ ถอนพนิ ยั กรรม ในระหวา่ งผทู้ าพนิ ยั กรรมยงั มชี วี ติ อย่ไู ม่ได้ เม่ือผทู้ าพินยั กรรมตายแลว้ บคุ คลผมู้ ีสว่ นไดเ้ สยี คนใดคนหนงึ่ จะรอ้ งขอใหศ้ าลส่งั เพกิ ถอนพนิ ยั กรรม ซ่งึ ไดท้ าขนึ้ เพราะสาคญั ผิด หรือกลฉอ้ ฉลไดก้ ็ต่อเม่อื ความสาคญั ผดิ หรอื กลฉอ้ ฉลนนั้ ถึงขนาดซง่ึ ถา้ มิไดม้ ี ความสาคญั ผดิ หรือกลฉอ้ ฉลเช่นนนั้ พินยั กรรมนนั้ ก็จะมไิ ดท้ าขนึ้

หนา้ 33 จาก 33 มาตรา 1753 ความในวรรคกอ่ นนี้ ใหใ้ ชบ้ งั คบั แมถ้ งึ ว่ากลฉอ้ ฉลนน้ั บคุ คลซ่งึ มใิ ชเ่ ป็นผรู้ บั ประโยชนต์ าม มรดกท่ไี ม่มีผรู้ บั ตกทอด แกแ่ ผน่ ดนิ พนิ ยั กรรมไดก้ อ่ ขึน้ แตพ่ ินยั กรรมซ่งึ ไดท้ าขนึ้ โดยสาคญั ผิดหรอื กลฉอ้ ฉลย่อมมผี ลบงั คบั ได้ เม่ือผทู้ าพินยั กรรมมไิ ดเ้ พิก ถอนพนิ ยั กรรมนน้ั ภายในหน่ึงปี นบั แตท่ ่ไี ดร้ ูถ้ ึงการสาคญั ผดิ หรอื กลฉอ้ ฉลนน้ั ภายใตบ้ งั คบั แหง่ สิทธขิ องเจา้ หนีก้ องมรดกเมอ่ื บคุ คลใดถงึ แกค่ วามตายโดยไมม่ ที ายาท โดยธรรมหรอื ผ้รู ับพนิ ัยกรรม หรือการตงั้ มลู นิธติ ามพนิ ัยกรรม มรดกของบคุ คลนั้นตกทอดแก่ แผ่นดิน ☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺☺


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook