วิวฒั นาการของมนุษย์ และเทคโนโลยกี ารเกษตร 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 1
วิวฒั นาการของส่ิงมีชีวิต i. วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต เป็ นกระบวนการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบของ พนั ธุกรรมของประชากรท่ีเกดิ ข้ ึนต่อเน่ืองกนั ii. การเปลี่ยนแปลงน้ ีอาจเกิดข้ ึนเพียงบางส่วนหรือท้งั หมด อนั เป็ นผลมาจาก ปฏกิ ิริยาที่สิ่งมีชีวติ มกี ารปรบั ตวั ใหเ้ หมาะสมกบั ส่ิงแวดลอ้ ม 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 2
วิวฒั นาการของสง่ิ มีชีวิต III. หลงั จากส่ิงมีชีวิตแรกเร่ิมเกิดข้ ึนบนโลก สิ่งแวดลอ้ มมีการเปลี่ยนแปลงจาก เดิมตลอดเวลา ส่ิงมีชีวิตท่ีเกิดข้ ึนใหม่เริ่มมีการเปล่ียนแปลง เกิดการ คดั เลือกตามธรรมชาติ (natural selection) จนไดส้ ิ่งมีชีวิตที่มีโครงสรา้ ง ต่างกัน จากสิ่งมีชีวิตง่ายๆ วิวัฒนาการไปเป็ นส่ิงมีชีวิตที่สลับซับซ้อน กลายเป็ นพืช สตั ว์ และมนุษย์ IV. สิ่งมีชีวิตท่ีไม่แข็งแรง และไม่สามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม ท่ี เปลี่ยนแปลงไป จะค่อยๆ ตายและสูญพนั ธุ์ เหลือเพียงแต่ส่ิงมีชีวิตท่ีสามารถ ทนต่อสภาพแวดลอ้ มได้ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 3
วิวฒั นาการเกิดข้ ึนไดอ้ ยา่ งไร? ความแตกตา่ งทางพันธุกรรม ส่ิงมีชีวิตเดียวกันมีลักษณะรว่ มเหมือนกัน แต่ในแต่ละหน่วยจะมีความแตกต่างกัน เล็กน้อย ไม่มีหน่วยใดเหมือนกันทุกประการ นกพันธุ์เดียวกันอาจมีลักษณะร่วมเหมือนกัน แต่ไมม่ ีตัวไหนเหมอื นกนั ทกุ ประการ การคดั เลอื กตามธรรมชาติ ในหมู่ส่ิงมีชีวิตชนิดเดียวกันที่มีความแตกต่างกันเล็กน้อยน้ัน ตัวที่สามารถปรับตัว ให้เข้ากับการดารงชีวิตในส่ิงแวดล้อมขณะน้ันได้มากกว่าจะอยู่รอด และแพร่พันธ์ุต่อไปได้ มากกว่า ส่วนตัวท่ีลักษณะไม่เหมาะสมจะตาย หรือมีโอกาสสืบพันธุ์ได้น้อยลง เมื่อเวลาผ่าน ไป สงิ่ มีชีวติ ชนดิ นัน้ กจ็ ะเหลือแตพ่ วกที่มลี ักษณะเหมาะสมและเกิดลกั ษณะร่วมที่เดน่ ชัดขึ้น 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 4
วิวฒั นาการเกิดข้ ึนไดอ้ ยา่ งไร? กนิ มากกวา่ แพรพ่ ันธ์ุมากกวา่ เดิมบรรพบุรุษของยีราฟคอไม่ยาว แต่เนื่องจากตัวที่คอยาวกว่าสามารถกัดกินพุ่มไม้ท่ีสูง กว่าได้ จึงกินอาหารได้มากกว่า ทาให้มีโอกาสอยู่รอดและแพร่พันธุ์ได้มากกว่า เมื่อเวลาผ่านไป ยีราฟรุ่นต่อมาจึงยิ่งคอยาวมากข้ึนจนกลายเป็นยีราฟคอยาว กระบวนการน้ีต้องอาศัยระยะ เวลานานหลายชวั่ อายเุ ลยทเี ดียว ถูกกนิ นอ้ ยกวา่ แพร่พนั ธ์มุ ากกวา่ ป่าแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ มีต้นไม้เปลือกสีขาวส่วนใหญ่ ผีเสื้อกลางคืนสีเข้มจึงมีอยู่น้อย เพราะ มองเห็นได้ชัดเมื่อเกาะอยู่บนต้นไม้ ทาให้ถูกนกจับกินได้ง่าย ขณะที่พวกสีอ่อนจะพรางตัวได้ดีจึงอยู่ รอด และออกลูกหลานมากมาย ต่อมาภายหลงั เกิดโรงงานซึ่งปล่อยเขม่าควันมาปกคลุมต้นไม้จนกลายเป็นสี ดา ทาให้ผีเสื้อปีกสีเข้มดูกลมกลืนกับต้นไม้ จึงอยู่รอดและออกลูกหลานเพิ่มจานวนได้มากมาย ส่วนพวกสี ออ่ นถูกนกจบั กนิ จนลดจานวนลง 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 5
วิวฒั นาการของส่งิ มีชีวิต ⭗ปรับตวั เพอ่ื อยรู่ อด Evolution of Life : Struggle to Survive วิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิต คือ การที่สิ่งมีชีวิตแต่ละรุ่นค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง รูปร่างไปจากบรรพบรุ ษุ และเม่ือกระบวนการน้ีดาเนินไปเป็นเวลานานนับล้านปี จะทาให้ เกิดสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ท่ีแตกต่างไปจากเดิม การเปล่ียนแปลงดังกล่าวเป็นการปรับตัวให้ ดารงอย่ไู ด้ในสงิ่ แวดลอ้ มใหมจ่ ะสูญพันธ์ไุ ป ววิ ัฒนาการของสิ่งมีชีวติ ในอดตี สังเกตได้จาก หลักฐานทางสัณฐานวิทยาจากการศึกษาซากดึกดาบรรพ์ และหลักฐานทางโมเลกุลที่ ศึกษาจากดเี อน็ เอ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 6
วิวฒั นาการของมนุษย์ i. เมื่อประมาณ 20 ลา้ นปี ที่ผ่านมา เกิดการเปล่ียนแปลงของสภาพแวดลอ้ ม โดยมี ทุ่งหญา้ ข้ ึนมาทดแทนป่ าท่ีอุดมสมบรู ณ์ ทาใหส้ ่ิงมีชีวติ หลายชนิด มีววิ ฒั นาการมา ดารงชวี ติ บนพ้ นื ดินมากข้ นึ ii. จากหลักการซากดึกดาบรรพ์และการเปรียบเทียบลาดับเบสบน DNA ระหว่าง มนุษยแ์ ละชิมแปนซี พบวา่ มนุษยแ์ ยกสายววิ ฒั นาการจากลิงไม่มีหางเม่ือประมาณ 7-5 ลา้ นปี ท่ีผ่านมา 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 7
วิวฒั นาการของมนุษย์ ขอ้ แตกตา่ งระหว่างมนุษยแ์ ละลิง 1. การเดิน - มนุษยเ์ ดิน 2 ขา ลาตวั ต้งั ตรง - ลิงเดิน 4 ขา 2. กระดกู เชิงกราน - มนุษยม์ ชี ้ ินถดั ไปเรยี งตวั ในแนวต้งั กระดูกเชิงกราน - ลิงมีลกั ษณะลาดเอียง ดึงโนม้ ใหก้ ระดูกคอและกะโหลกศีรษะเรียงตวั ในแนวนอน 3. สมอง มนุษยม์ ีปริมาตรของสมองที่มากข้ ึน 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 8
วิวฒั นาการของมนุษย์ ขอ้ แตกตา่ งระหว่างมนุษยแ์ ละลงิ 4. สว่ นของหนา้ และขากรรไกร - ของมนุษยม์ ขี นาดลดลง 5. ลกั ษณะมือ -มนุษยแ์ ละลิงมีลกั ษณะมือที่คลา้ ยกนั แต่มีการใชง้ านท่ีต่างกนั ทาใหข้ นาดของน้ ิวหวั แมม่ ือยาวไม่เท่ากนั -น้ ิวหวั แม่มือของลิงชิมแพนซี ส้นั กวา่ ฐานขอ้ ท่ี 1 ของน้ ิวช้ ี ส่วน น้ ิวหวั แมม่ ือของมนุษยย์ าวเกอื บกึง่ กลางของขอ้ ท่ี 2 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 9
ววิ ฒั นาการของมนษุ ย์ Human Evaluation i. ซากดึกดาบรรพอ์ ายุประมาณ 7 - 6 ลา้ นปี ของ ซาเฮลแอนโทรปัส จากประเทศชาด ในแอฟริกากลางเป็ นหลักฐานของโฮมินิด หรือตน้ ตระกูลมนุษยท์ ่ีเก่าท่ีสุดเท่าที่มีการ คน้ พบ ซ่ึงสามารถเดนิ 2 ขาและอาศยั อยตู่ ามตน้ ไม้ ii. ต่อมาเม่ือประมาณ 5 ลา้ นปี ก่อน ไดเ้ กิดโฮมินิดอีกนามสกุลคือ อาร์ดิพิเธคัส ซ่ึงพบ หลกั ฐานที่ประเทศเอธโิ อเปี ยในแอฟริกาตะวนั ออก iii. หลังจากน้ันจึงเกิดโฮมินิดสกุล ออสตราโลพิเธคัส ซึ่งมีหลายสายพันธุโ์ ดยพบหลักฐาน จานวนมากในแอฟริกาตะวนั ออก มีอายุในช่วง 42 – 1 ลา้ นปี มาแลว้ ลกั ษณะโครงกระดูก ช้ ีชดั ว่าเดนิ 2 ขาและมีฟันคลา้ ยฟันของมนุษยส์ มยั ใหม่ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 10
ววิ ัฒนาการของมนุษย์ Human Evaluation IV. เม่ือเขา้ สู่ช่วง 2 ลา้ นปี ที่แลว้ ปรากฏโฮมินิดกลุ่มใหม่ในสกุล โฮโม ที่คลา้ ยมนุษย์ ปัจจุบันมากย่ิงข้ ึนพวกโฮโมรุ่นแรก ๆ อาธิ โฮโม ฮาบิลิส และ โฮโม เออรแ์ กสเตอร์ ลว้ นมีใบหนา้ แบนและรูจ้ กั สรา้ งเครื่องมือหินงา่ ย ๆ V. สายพนั ธุห์ น่ึงที่สาคัญคือ โฮโม อิเร็คตสั ท่ีมีชีวิตอยู่ในช่วง 1.8 ลา้ น - 300, 000 ปี มาแลว้ พวกน้ ีมีร่างกายสูงใหญ่ข้ ึน และเป็ นมนุษยพ์ วกแรกที่อพยพออกจากทวีป แอฟรกิ าไปสูท่ วีปอื่น ๆ โดยพบหลกั ฐานท้งั ในแอฟริกาตะวนั ออกกลาง อินโดนีเซียและ จนี พวกน้ ีรูจ้ กั ลา่ สตั ว์ และเป็ นมนุษยก์ ลมุ่ แรกท่รี ูจ้ กั ใชไ้ ฟ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 11
วิวัฒนาการของมนุษย์ Human Evaluation VI. ประมาณ 300,000 ปี ที่แลว้ มนุษยโ์ ฮโมกลุ่มหน่ึงไดป้ รบั ตวั ใหเ้ ขา้ กับสภาพอากาศ อนั หนาวเหน็บในยุโรปและตรุ กีจนพฒั นาเป็ นมนุษยน์ ีแอนเดอรท์ ลั หรือ โฮโม นีแอน เดอรท์ ัลเอนซิส ซ่ึงมีร่างกายบึกบึน พรอ้ มสมองและโพรงจมูกขนาดใหญ่ รู้จกั การ สรา้ งเคร่ืองมือที่ประณีตยิ่งข้ ึน และมีวัฒนธรรมการฝังดอกไมแ้ ละส่ิงของลงไปพรอ้ ม กบั ศพ VII. แต่อาจยังไม่มีภาษาพูดและความคิดท่ีซับซอ้ นอย่างมนุษย์ โฮโม เซเปี ยนส์ หรือ มนุษยส์ มยั ใหม่ท่ีปรากฏข้ ึนในทุ่งหญา้ ของแอฟริกาเม่ือ 200,000 ปี ที่แลว้ โฮโม เซ เปี ยนส์ มีรูปร่างเพรียวกว่านีแอนเดอรท์ ลั รูจ้ กั ใชเ้ หตุผลและสามารถตรึกตรองต้งั คาถามเก่ียวกับสิ่งที่เป็ นนามธรรม พวกน้ ีแพร่กระจายไปยงั ส่วนตา่ ง ๆ ของโลกและ เป็ นบรรพบุรุษสายตรงของมนุษยใ์ นปัจจบุ นั 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 12
วิวฒั นาการของมนุษย์ การเดนิ สองขา Bipedalism ⯈ วิวฒั นาการสาคญั ที่ทาใหบ้ รรพบุรุษของมนุษยแ์ ยกออกจากเอป คือ การยืน ตวั ตรงต้งั ฉากกบั พ้ ืนโลกและเดิน 2 ขา หลกั ฐานโครงกระดูกมนุษยโ์ บราณสามารถแสดง ใหเ้ ห็นลกั ษณะดงั กล่าวไดจ้ ากกระดูกสว่ นเทา้ ขา สะโพก แขน มือ และตาแหน่งของโพรง ทีฐ่ านกะโหลก ⯈ การเปล่ียนแปลงสภาพแวดลอ้ มของถ่ินอาศยั จากป่ าไมส้ ู่ทุ่งหญา้ สะวันนา อาจเป็ นส่ิงที่ผลักดันใหบ้ รรพบุรุษของมนุษยท์ ี่เคยปี นป่ ายหาอาหารอยู่บนตน้ ไม้ ตอ้ ง ปรับตัวลงมาหากินบนพ้ ืนดินและวิวัฒนาการเป็ นสัตวท์ ี่เดิน 2 ขา เมื่อประมาณ 7 - 6 ลา้ นปี มาแลว้ การยดึ ลาตวั ต้งั ตรงและเดิน 2 ขา 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 13
วิวฒั นาการของมนุษย์ การเดนิ สองขา Bipedalism ⯈ นอกจากจะช่วยใหม้ องเห็นศตั รูในทงุ่ หญา้ ไดจ้ ากระยะไกลและช่วยใหเ้ คล่ือนท่ีได้ รวดเร็ว โดยใชพ้ ลงั งานไม่มากนักแลว้ ยงั ช่วยลดพ้ ืนที่ที่ร่างกายตอ้ งสัมผสั กันความรอ้ นจาก แสงแดดตอนกลางวันที่ส่องลงมาในแนวด่ิงดว้ ย แตผ่ ลตามมาที่สาคญั ท่ีสุดจากการเปล่ียนมา เดิน 2 ขา อยูท่ ่ีการทาใหม้ ือท้งั 2 ขา้ งของมนุษยเ์ ป็ นอิสระ สามารถใชห้ ยิบจับและสรา้ งสรรค์ สิ่งตา่ ง ๆ นับจากเครื่องมือหินจนถึงไมโครชิปไดด้ ว้ ย 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 14
วิวฒั นาการของมนุษย์ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 15
วิวฒั นาการของมนุษย์ Primate…..วิวัฒนาการของสัตวพ์ วกน้ ีในการอาศัยอยู่บนตน้ ไม้ ลักษณะมือขาและการใชป้ ระสาทรับ ความรูส้ ึกตา่ งๆใหเ้ ขา้ กบั การดารงชีวิตในส่ิงแวดลอ้ ม แตม่ ีวิวฒั นาการของบางลกั ษณะที่เป็ นผลจากวิวฒั นาการในช่วงหลงั ๆท่ีเป็ นไปเพื่อการดารงชีวิตอยู่บน พ้ ืนดิน ลกั ษณะของออรเ์ ดอรไ์ พรเมต คือมีน้ ิว 5 น้ ิว ปลายน้ ิวมีเล็บแบน น้ ิวยาว น้ ิวหวั แม่มือพบั ขวางกบั น้ ิวอ่ืน ไดด้ ี สมองใหญ่ จมูกส้นั ตาชิดกนั (ทาใหส้ ามารถมองภาพจากสองตามาซอ้ นกนั เกิดเป็ นภาพสามมิติซ่ึง ดีตอ่ การดารงชีวิตอยบู่ นตน้ ไม)้ ขากรรไกรหอ้ ยตา่ ออรเ์ ดอรไ์ พรเมตมีสมาชิกท้งั หมด 180 สปี ชีสท์ ีย่ งั มีชีวิตอยใู่ นโลก ไดเ้ เก่ มนุษย์ ลิงลม ลิงทาเซียร์ ลิงแสม ลิงมาโมเซต กอริลลา ชิมแพนซี และอรุ งั อตุ งั 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 16
วิวฒั นาการไพรเมต Evolution of Primates ⯐ ไพรเมต คือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจาพวกลิง ประกอบด้วย ลีเมอร์, ลิงลม, ทาร์เซยี , ลิง, เอป(ลงิ ใหญ่) และมนุษย์ ⯐ คาเรียกช่ือ ไพรเมต หมายถึง ผู้เป็นที่หน่ึง สัตว์กลุ่มนี้มีสมองท่ีพัฒนามาก และมีลักษณะเด่น คือ ตาท้ัง 2 ข้างอยู่ทางด้านหน้า ทาให้เห็นภาพเป็น 3 มิติ มีมือที่ใช้ หยิบจับได้ดี โดยน้ิวหัวแม่มือพับขวางฝ่ามือได้ ลักษณะดังกล่าววิวัฒนาการมาจากการ อาศัยอยู่บนต้นไม้ ซ่งึ ต้องใช้มือคว้าจับก่ิงไม้ และใช้สายตากะระยะในการกระโจนจากก่ิง หนึ่งไปอีกก่งิ หน่ึง 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 17
วิวฒั นาการของมนุษย์ โฮโม เซเปยี นส์ โฮโม นีแอนเดอรท์ ัลเอนซิส โฮโม อเิ ร็คตสั ออสตราโลพิเธคคสั ซาเฮลแอนโทรปัส Homo sapiens Homo neanderthalensis Homo erectus แอฟรกิ านสั ชาดเอนซสิ 200,000 ปีมาแลว้ - 600,000 – 30,000 ปีมาแลว้ 1.8 ล้าน - 200,000 Australopithecus Sahelanthropus ปัจจบุ นั ปมี าแล้ว africanus tchadensis 3 – 2.3 ลา้ นปมี าแลว้ 7 – 6 ลา้ นปมี าแลว้ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 18
วิวฒั นาการของมนุษย์ 1. Homo habilis - บรรพบุรุษของมนุษยใ์ นปัจจุบนั - นักวทิ ยาศาสตรค์ น้ พบซากดึกดาบรรพข์ องมนุษยช์ นิดน้ ีท่ี บรเิ วณภาคตะวนั ออกของแอฟรกิ า มอี ายุประมาณ 2-4 ลา้ นปี - มขี นาดสมองประมาณ 800 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร - มีฟันท่ีแสดงใหเ้ หน็ วา่ กนิ เน้ ือสตั ว์ เป็ นอาหารดว้ ย จึงจดั เป็ นผูบ้ ริโภคท้งั พืชและสตั ว์ - นักวทิ ยาศาสตร์ เช่ือวา่ มนุษย์ ชนิดน้ ีอาจจะยงั มขี นแบบลิง - มนุษยช์ นิดน้ ีเป็ นมนุษยพ์ วกแรกท่ีรจู้ กั การใชห้ ินมาประดิษฐเ์ ป็ นเครื่องมือหรือเครอ่ื งใช้ ในการดารงชีวติ ได้ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 19
วิวฒั นาการของมนุษย์ 2. Homo erectus - มนุษยท์ ี่มใี บหน้าต้งั ตรงเหมอื นมนุษยย์ ุคใหมแ่ ลว้ - มขี ากรรไกรและฟันที่แข็งแรง โดยขากรรไกรจะเร่ิมหดส้นั กวา่ Homo habilis - สว่ นของกะโหลกซ่ึงกวา้ งที่สุดอยทู่ ่ีระดบั รหู ู มีขนาดสมองประมาณ 1000 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร - ไมม่ ีขนแบบลิงแลว้ และมกี ารกระจายต้งั แต่แอฟริกาจนถึงเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ จนี และยโุ รป - มนุษยย์ ุคน้ ีเริ่มรูจ้ กั การใชไ้ ฟ และประดิษฐ์ เคร่ืองมือต่างๆ จากกอ้ นหินไดด้ ีข้ ึน นักวทิ ยาศาสตรจ์ ึงจดั ให้ เป็ นมนุษยแ์ รกเร่ิม(Early man) ที่รจู้ กั กนั ดีก็คือมนุษยช์ วา(Java ape man) และมนุษยป์ ักกิ่ง(Peking man) - สาหรบั มนุษยป์ ักก่ิงน้ันถูกคน้ พบซากอยทู่ ่ีถ้า จกู เู ทียน(Zhoukoudian) ทางตอนเหนือของประเทศจีน ทาใหท้ ราบวา่ มนุษยย์ ุคน้ ีรจู้ กั การใชไ้ ฟ - มกี ารลา่ สตั วโ์ ดยใชข้ วานหนิ และในบางคร้งั มนุษยป์ ักก่ิง เป็ นพวกที่กินเน้ ือมนุษยพ์ วกเดียวกนั อีกดว้ ย 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 20
วิวฒั นาการของมนุษย์ 3. Homo sapiens neanderthalensis หรือ มนนุษยด์ แี อนเดอรท์ ลั - เป็ นมนุษยท์ ี่พบวา่ มีชวี ติ อยใู่ นชว่ งทีน้าสว่ นใหญ่ของโลกกลายเป็ นน้าแข็งโดยซากดึกดาบรรพท์ ี่พบ มีอายปุ ระมาณ 1 แสน ถึง 1 ลา้ นปี - มีขนาดสมองประมาณ 1450 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร - สว่ นของกะโหลกซึ่งกวา้ งท่ีสุดอยทู่ ี่ระดบั เหนือรหู ู มีขากรรไกรล่างส้นั -ลกั ษณะหน้าผากเป็ นสนั นูนและลาดกวา่ มนุษยใ์ นปัจจุบนั สามารถยนื โดยลาตวั ต้งั ตรง - รจู้ กั การใชไ้ ฟ การล่าสตั ว์ รจู้ กั ประดิษฐเ์ ครื่องมือต่างๆโดยใชห้ นิ - คนท่ีตายแลว้ จะถกู นาไปฝังพรอ้ มกบั ชอ่ ดอกไม้ อาหาร และอาวุธ - มนุษยพ์ วกน้ ีรจู้ กั การหาท่ีอยอู่ าศยั ท้งั ในถ้า หบุ เขา หรือที่ราบ - พบกระจายในบริเวณต่างๆกวา้ งขวางมากต้งั แต่ยโุ รปตะวนั ออกกลาง แอฟรกิ า ไปจนถึงประเทศจีน 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 21
วิวฒั นาการของมนุษย์ 4. Homo sapiens sapiens หรือ มนุษยโ์ ครมายอง(Cro - Magnon man) - มรี ูปร่างลกั ษณะคลา้ ยกบั มนุษยป์ ัจจุบนั มกี ะโหลกศีรษะโคง้ มนมากข้ ึน - ขากรรไกรหดส้นั ลงกวา่ มนุษยน์ ีแอนดเ์ ดอรท์ ลั มาก และแกม้ นูนเด่นชดั ข้ ึน - มใี บหน้าเล็กแต่ก็มีสมอง ขนาดใหญ่ประมาณ 1300-1500 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตรซึ่งมีความเฉลียวฉลาดสามารถประดิษฐเ์ ครื่องมอื เครื่องใชต้ ่างๆ รจู้ กั การเขียนภาพต่างๆ - จากการศึกษาพบวา่ มนุษยโ์ ครมายองมชี ีวติ อยใู่ น ชว่ งประมาณ 50,000 ปี มาแลว้ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 22
วิวฒั นาการของมนุษย์ สาหรบั มนุษยใ์ นปัจจุบนั น้ัน นักมนุษยวทิ ยาพบวา่ มลี กั ษณะพิเศษท่ีแตกต่างจาก มนุษยใ์ นอดีตอยหู่ ลายประการ คือ 1.ยนื ตวั ตรง เคลื่อนท่ีดว้ ยขา 2 ขา ชว่ งขายาวกวา่ ชว่ งแขน 2.หวั แมม่ ือส้นั และงอ พบั เขา้ มาที่อุง้ มอื ได้ สามารถงอน้ ิวท้งั 4 ได้ จงึ ใชจ้ บั ดึง ขวา้ ง ทุบ ฉีก แกะ และทากจิ กรรมตา่ งๆได้ รวมท้งั การออกแบประดิษฐเ์ คร่อื งมือ เคร่อื งใชไ้ ด้ 3.กระดูกคอต่อจากใตฐ้ านหวั กะโหลก กระดูกสนั หลงั โคง้ เล็กนอ้ ย เป็ นรูปตวั เอสและสมองมขี นาดใหญ่เม่ือเทียบกบั รา่ งกาย หนา้ ส้นั แบน หน้าผากคอ่ นขา้ งต้งั ตรง ขากรรไกรส้นั 4.กระดูกสะโพกกวา้ ง ใหญแ่ ละแบนใหก้ ลา้ มเน้ ือเกาะเพื่อใหล้ าตวั ต้งั ตรง เทา้ แบน รา่ งกายไมค่ อ่ ยมีขน แนวฟันโคง้ เกอื บเป็ นรูปครงึ่ วงกลม 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 23
วิวฒั นาการของมนุษย์ i. 500,000 ปี เป็ นตน้ มา ประชากรมนุษยใ์ นทวีปแอฟรกิ าและยูเรเซียตะวนั เร่มิ เห็นรายละเอียดของโครงกระดกู แตกตา่ งกนั ii. พบโครงกระดกู ในเอเชียและยุโรป 130,000-50,000 ปี ก่อน นีแอน เดอธลั เรยี ก โฮโม นีแอนเดอธลั เลนซิล (Homo neanderthalensis) สมองมี ขนาดใหญก่ ว่ามนุษยป์ ัจจบุ นั เล็กนอ้ ย iii. หลกั ฐานพบจากการเผาศพผตู้ ายคร้งั แรก และมีการรกั ษาผปู้ ่ วยดว้ ย แต่ เครอ่ื งมือเป็ นหินหยาบ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 24
เคร่ืองมือลา่ สตั วม์ นุษยย์ ุคแรก i. เครื่องมือมนุษยย์ คุ แรกทีล่ ่าสตั วแ์ ละหากิน ทามาจากโครงกระดกู และหินหยาบ ไม่มีรูปทรงท่ีแน่นอน ii. ทกั ษะเป็ นแบบงา่ ยๆ ในการลา่ จากหลกั ฐาน และเป็ นสตั วไ์ ม่มี อนั ตราย เช่น หมู ควาย iii. การต้งั ถิ่นฐานรมิ ฝัง่ ทะเล ไม่พบว่ามีรอ่ งรอยการเคยจบั ปลา iv. ท้งั สายพนั ธ์ โอโมเซเป้ ี ยน และนีแอนเดอธลั จดั อนั ดบั ตา่ กว่าฐานะ มนุษยท์ ี่สมบูรณอ์ ยา่ งแทจ้ รงิ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 25
ประวตั ศิ าสตรม์ นุษย์ 50,000 ปี ก่อน i. พบงานศิลปะท่ีผนงั ถ้าของมนุษย์ โครมนั ยอง การเขียนภาพศิลปะ รูปป้ัน เครอ่ื งดนตรี เช่น พบภาพวาดววั ขนาดเทา่ ตวั จรงิ วาดดว้ ยมือ โดยไม่ตอ้ งรา่ ง 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 26
ความเป็ นอยแู่ ละการดารงชีวิตของมนุษยใ์ นแต่ละยคุ 1. การอยเู่ ย่ยี งเดรจั ฉาน ( savagery ) เป็ นยุคที่มนุษยเ์ พศชายยงั ทา หนา้ ที่ล่าสตั วแ์ ละแสวงหา พืช ผกั ผลไมเ้ ป็ นอาหารตามธรรมชาติ แบ่ง ออกเป็ น 3 ระยะ 1.1 ระยะกอ่ นรจู้ กั ใชไ้ ฟและภาษาตรงกบั ยุดหินเกา่ เชน่ Eolithic พบในมนุษยพ์ วก Homo habilis 1.2 ระยะรูจ้ กั ใชไ้ ฟและภาษา ตรงกบั ยุคหินเกา่ เชน่ กนั มนุษยพ์ วก น้ ีรจู้ กั ใชถ้ ้าเป็ นท่ีอยอู่ าศยั ไดแ้ ก่ พวกมนุษย์ Homo erectus ซึ่งก็คือ มนุษย์ ชวาและมนุษยป์ ักกิ่ง 1.3 ระยะรูจ้ กั ประดิษฐ์ธนูและลูกศร ตรงกับยุดหินกลาง มนุษย์ พวกน้ ีรจู้ กั การใชห้ นังสตั วเ์ ป็ นเครื่องนุ่งห่มไดแ้ ก่ มนุษย์ Homo sapiens 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 27
ความเป็ นอยแู่ ละการดารงชีวิตของมนุษยใ์ นแตล่ ะยคุ 2. การอยอู่ ยา่ งป่ าเถื่อน(Babarism) เป็ นยุคท่ีมนุษยร์ จู้ กั การใชโ้ ลหะทา เคร่ืองมือ ทาการเกษตรกรรม ทอผา้ สงั คมในยุคน้ ีมีระบบทาส เพศชายมี ภรรยาไดห้ ลายคน และทาหนา้ ท่ีปกครอง สว่ นเพศหญิงทาหนา้ ที่เป็ นแม่บา้ น แบ่งเป็ น 3 ระยะคอื 2.1 ระยะแรกประมาณ 12,000 ปี มาแลว้ ยุคน้ ีมนุษยร์ จู้ กั การปลกู บา้ นสรา้ งเรือนเพื่ออยอู่ าศยั รจู้ กั ใชข้ วานมีดา้ ม และใชเ้ ครื่องป้ันดินเผา 2.2 ระยะกลางประมาณ 10,000 ปี มาแลว้ มนุษยย์ ุคน้ ีรจู้ กั การเล้ ียง สตั ว์ การเกษตรกรรม รจู้ กั ใชส้ ตั วช์ ว่ ยในการไถนาหรือบรรทุกส่ิงของ 2.3 ระยะหลงั ประมาณ 7,000 ปี มาแลว้ มนุษยร์ จู้ กั ใชโ้ ลหะทาอาวธุ หรือเคร่ืองมือเครื่องใชต้ ่างๆ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 28
ความเป็ นอยแู่ ละการดารงชีวิตของมนุษยใ์ นแต่ละยุค 3. การอยอู่ ยา่ งมีอารยธรรม(Civilization) เป็ นยุคที่มนุษยร์ จู้ กั การประดิษฐเ์ ครื่องทุ่นแรง มีการใชต้ ัวอกั ษรในการสื่อ ความหมาย สงั คมเปล่ียนจากเกษตรกรรมเป็ นอุตสาหกรรม 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 29
มนุษย์ ผปู้ รบั เปลย่ี นสภาพแวดลอ้ ม Human : the Creature that Change the Environment แม้มนุษย์รุ่นแรก ๆ รู้จักสร้างเคร่ืองมือหินและนาไฟมาใช้ แต่ก็จาเป็นต้อง ปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม เพราะรวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ยังชีพด้วยการเร่ร่อน ล่าสัตว์ และเกบ็ พืชผักท่มี อี ยใู่ นธรรมชาติเป็นอาหาร จนกระท่ังเมื่อประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว มนุษย์เริ่มเรียนรู้ท่ีจะนาพืชมา ปลูกเพื่อผลิตอาหารข้ึนเอง แทนการพ่งึ พาอาหารในธรรมชาติ นับเป็นจุดกาเนิดของ การเกษตรกรรมทีไ่ ด้ทาให้มนุษยห์ ยุดเรร่ อ่ น และเรม่ิ ต้ังถน่ิ ฐานเปน็ ชุมชน 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 30
มนุษย์ ผปู้ รบั เปล่ยี นสภาพแวดลอ้ ม Human : the Creature that Change the Environment ผลผลิตอาหารท่ีแน่นอนและเพียงพอจาก การเกษตร ทาใหป้ ระชากรมนุษย์เพม่ิ ขึน้ เรอ่ื ย ๆ ชุมชนขยายจากหมู่บ้านสู่เมืองพร้อมกับ การขยายพ้ืนที่เพาะปลูก และการปรับเปล่ียน สภาพแวดล้อมใหเ้ อ้อื ตอ่ การดารงชวี ิตของมนุษย์ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 31
มนุษยก์ บั การเกษตร i. การเกษตรยุคแรก การลา่ สตั ว์ หาอาหารจากธรรมชาติ 7 ลา้ นปี ก่อน ii. ศตวรรษท่ี 19 11,000 ปี พบว่ามีการผลิตอาหาร ไดแ้ ก่ การนาสตั วม์ าเล้ ยี ง การนาพชื ป่ ามาปลกู เพ่ือการบริโภค iii. ชนเผ่าพ้ ืนเมืองใชว้ ิธีการเก็บหาอาหารจากป่ า และลา่ สตั ว์ iv. พวกอะบอรจิ ้ นิ ออสเตรเลยี ไม่เคยผลติ อาหารเองเลย แตเ่ รยี นรูก้ ารรบั อาหาร จากชุมชนขา้ งเคียง 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 32
ปจั จัยเบ้อื งหลงั การวางตวั ของโลก ในแนว เผา่ พนั ธส์ุ ัตวป์ า่ การแผข่ ยาย ท่เี หมาะสม เผา่ พันธุ์ ตะวันออก-ตะวันตก จานวนมาก อย่างรวดเร็ว เผ่าพนั ธ์สุ ตั ว์เล้ียง และพชื เกษตรจานวนมาก อาหารส่วนเกนิ และการเก็บสารองอาหาร สังคมขนาดใหญ่ซ่งึ มีประชากร หนาแน่นและเร่มิ ตั้งหลักแหล่งแน่นอน รวมทั้งมกี ารแบง่ ชนชนั้ ในสังคม เทคโนโลยี ปัจจยั เบือ้ งหลงั ม้า ปนื , เรือทีเ่ ดนิ ทาง หน่วยการปกครอง, โรคระบาด ดาบเหล็ก ข้ามมหาสมุทร การมตี ัวอักษรใช้ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 33
มนุษยก์ บั การเกษตร i. การหาอาหารจากการลา่ เริม่ วิวฒั นาการเป็ นการเรมิ่ การเพาะปลกู และ เล้ ียงสตั ว์ และการต้งั ถ่ินฐาน ii. สตั วท์ ่ีเล้ ียงเป็ นประเภททีใหโ้ ปรตนี ใหเ้ น้ ือและนม ววั สุกร แพะ ไก่ iii. การใชย้ านพาหนะจากสตั วใ์ หญ่ เช่น มา้ อฐู ลา กวาง เป็ นตน้ ในเดินทาง iv. ตอ่ มามีการพฒั นาอานเหล็กในมา้ ครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 13-14 ของคนจนี และมองโกล ช่วงสงครามโลกคร้งั ที่ 1 รวมไปถึงการใชอ้ ูฐ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 34
มนุษยก์ บั การเกษตร การเรยี นรูผ้ ลทางตรง : i. ประชากรเพิ่มข้ ึน อตั ราการเกิดสูง เน่ืองจากไม่อพยพยา้ ยถ่ิน ii. การขยายพ้ ืนท่ีปลกู เลือกพ้ ืนท่ีปลกู พชื เช่นปลกู พืชริมแม่น้า iii. การใชแ้ รงงานสตั ว์ iv. การสารองอาหาร v. เกิดทกั ษะและมีฝี มือ ชานาญ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 35
มนุษยก์ บั การเกษตร การเรยี นรูท้ างออ้ มการผลิตอาหารเอง: i. ปรบั เปลี่ยนการผลิตอาหาร ii. มนุษยม์ ีวิถีชีวิตอยกู่ บั ทมี่ ากข้ ึน เดมิ ตอ้ งยา้ ยถ่ินหาอาหารตลอดเวลา iii. การขยายอาณาเขต iv. วิวฒั นาการมนุษยส์ ง่ ผลตอ่ การเกิดเช้ ือโรค เช่น ไขท้ รพิษ หดั ไขห้ วดั ใหญ่ เกิดจากเช้ ือจลุ ินทรีย์ ซึ่งเดมิ ไม่เคยเกิดโรค ไม่มีภูมิ ตา้ นทาน 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 36
มนุษยก์ บั การเกษตร i. การผลิตเครอ่ื งนุ่งห่มจากเสน้ ใยธรรมชาติ อุปกรณใ์ หเ้ กิดอบอุ่น อาชีพ ของผหู้ ญิงทไี่ ม่ตอ้ งเพาะปลกู หรือไม่ตอ้ งล่าสตั ว์ เช่น ฝ้าย ปอ เฟล็กซ์ ii. วิวฒั นาการถึงการทอขนแกะ แพะ ลามะ และรงั ไหม iii. การนาหนงั มาฟอกเป็ นวสั ดนุ ุ่งห่ม iv. การทาผลิตเคร่ืองมือล่าสตั ว์ และเครอื่ งมือทางเกษตร การทาตาข่ายดกั สตั ว์ v. เดมิ การใชเ้ คร่อื งมือเป็ นกระดกู ตอ่ มาใชก้ ระดกู เป็ นวตั ถุดิบในการผลิต เคร่อื งมือในยคุ หินใหม่ vi. ตอ่ มาหลอมโลหะ 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 37
พ้ ืนที่ศนู ยก์ ลางเป็ นแหล่งผลิตอาหาร เกิดข้ ึนจากการผลิตอาหารไม่ใช่การขยายจากพ้ ืนที่อื่น 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 38
ตารางตวั อย่างพันธ์ุพืชและสตั ว์ที่นามาเพาะเล้ยี งในแต่ละพนื้ ท่ี พ้ืนท่ี พืชและสตั ว์ทน่ี ามาเพาะเลี้ยง ช่วงเวลาที่ทาการเพาะเลี้ยง พชื สตั ว์ ซึ่งพสิ ูจน์ทราบแล้ว พื้นที่ซึง่ มีการเพาะเลี้ยงพชื และสัตวเ์ องโดยเอกเทศ 1. เอเชียตะวนั ตกเฉยี งใต้ ขา้ วสาลี แพะ แกะ 8,500 ปีกอ่ น ค.ศ. ถว่ั เมลด็ กลม หมู ตวั ไหม ราว 7,500 ปกี อ่ น ค.ศ. มะกอก ไก่งวง ราว 3,500 ปกี อ่ น ค.ศ. ยามา หนตู ะเภา ราว 3,500 ปีก่อน ค.ศ. 2. จนี ข้าวเจา้ ข้าวเดือย ไมม่ ี 2,500 ปกี ่อน ค.ศ. ไก่ตอ๊ ก ราว 5,000 ปกี อ่ น ค.ศ. 3. อเมรกิ ากลาง ข้าวโพด น้าเต้า ถั่วเมล็ดรูปไต 4. แอนดีสและอเมโซเนยี มันฝรัง่ มนั สาปะหลงั 5. ภาคตะวนั ออกของสหรฐั ฯ ทานตะวัน ตน้ กสู้ ฟตู 6.ซาเฮล ข้าวฟา่ ง ขา้ วเจ้า 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 39
ตารางตัวอยา่ งพันธุ์พืชและสัตวท์ น่ี ามาเพาะเลยี้ งในแตล่ ะพื้นที่ พ้ืนที่ พชื และสตั วท์ ่ีนามาเพาะเลยี้ ง ชว่ งเวลาที่ทาการเพาะเลีย้ ง พืช สตั ว์ ซง่ึ พสิ จู น์ทราบแล้ว 7. แอฟรกิ าตะวันตกเขตรอ้ น มนั แอฟริกนั ไม่มี ราว 3,000 ปีก่อน ค.ศ. ปาล์มน้ามนั 8. เอธโิ อเปยี กาแฟ ไมม่ ี ? 9. นิวกินี ข้าวเทฟฟ์ ไม่มี 7,000 ปีกอ่ น ค.ศ. อ้อย กล้วย การเพาะเล้ยี งพชื และสตั วพ์ นื้ เมือง ภายหลงั จากมีการนาพชื พน้ื ฐานจากภายนอกเขา้ มาในพ้ืนท่ี 10. ยโุ รปตะวนั ตก ป๊อปป้ี ไมม่ ี 3,500 – 6,000 ปีก่อน ค.ศ. 11. ลุ่มแมน่ า้ สนิ ธุ ข้าวโอต๊ 12. อยี ิปต์ ววั มตี ะโหงก 7,000 ปีก่อน ค.ศ. งา 6,000 ปกี ่อน ค.ศ. มะเขอื ลา แมว มะเด่ือ ซูฟา 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 40
คาถาม (Quiz 1) เทคโนโลยกี บั พฒั นาการอารยธรรมมนุษย์ • ความแตกตา่ งของมนุษยด์ า้ นตา่ งๆ ยคุ อดีตและ ปัจจบุ นั 1. การตง้ั ถิ่นฐาน และท่ีอยอู่ าศยั 2. ดา้ นการหาอาหาร การผลติ อาหาร 3. ดา้ นสงั คมและวฒั นธรรม • ชนเผ่าในประเทศไทย มีอะไรบา้ ง 400110_NATHITAKARN PINTHUKAS 41
Search
Read the Text Version
- 1 - 41
Pages: