Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ทักษะการอ่านเทอมที่ 1

ทักษะการอ่านเทอมที่ 1

Published by kom_vit, 2019-08-15 08:47:03

Description: ทักษะการอ่านเทอมที่ 1

Search

Read the Text Version

วชิ า ทกั ษะการอา่ น และการเขยี นทางรฐั ศาสตร ์

ศึกษางานนพิ นธท์ างรฐั ศาสตรข์ องนกั วิชาการที่ไดร้ บั การยอมรบั ทง้ั ที่เป็ นภาษาไทยและ ภาษาองั กฤษ จากหนงั สอื บทความ งานวิจยั และ ฐานขอ้ มลู ออนไลน์ โดยมงุ่ พฒั นาทักษะ ดา้ นการอ่าน ไดแ้ ก่ การอ่านเชงิ วิเคราะห์ การอา่ นในเชิงการตคี วาม และทกั ษะดา้ นการเขยี น ไดแ้ ก่ การเขยี นบรรยายความ การเขยี นสรปุ ความ การเขยี นในเชงิ วิพากษ์ รวมไปถึงการ อา้ งอิงอย่างถกู ตอ้ งตามหลกั วิชาการ

การอา่ นงานเขยี น ทางวชิ าการ

• งานวิชาการเป็ นงานเขียนที่อธิบายเรอ่ื งที่ผเู้ ขียนไดค้ น้ ควา้ หรอื แสดงความ คิดเห็น ใหค้ าแนะนา ขอ้ คิด หรอื ขอ้ เตือนใจ โดยมีทฤษฎมี าสนบั สนนุ มีแหลง่ อา้ งอิงขอ้ มลู ที่คน้ ควา้ เป็ นระบบและใชภ้ าษาเขียนในระดบั ทางการ งานวิชาการมี หลายรปู แบบ เช่น ตารา เอกสารประกอบการสอน บทความวิจยั บทความทาง วิชาการ เป็ นตน้ • ผอู้ ่านงานวิชาการควรศึกษาลกั ษณะภาษาที่ใชใ้ นงานเขียนทางวิชาการ ใน การอ่านควรรลู้ กั ษณะสาคญั ของงานวิชาการแตล่ ะประเภท และรจู้ ดุ มง่ ุ หมายใน การนาเสนอเน้ือหา และฝึ กวิธีการอ่านงานวิชาการแต่ละประเภท เพื่อพฒั นาทกั ษะ และความสามารถในการอ่านงานวิชาการใหบ้ งั เกิดผลต่อไป

การอ่านคือทกั ษะการรบั สารซ่ึงเป็ นเครอ่ื งมือที่ทรงคณุ ค่าในการแสวงหา ความรแู้ ละศิลปวิทยาการแขนงต่างๆในชีวิตประจาวนั เพื่อใหบ้ คุ คลเกดิ ความคิดและ วิสยั ทศั นท์ ่ีกวา้ งไกล สามารถนาองคค์ วามรทู้ ี่ไดม้ าประยกุ ตใ์ ชใ้ นการพฒั นาตนเอง และสงั คม ความสามารถดา้ นการอ่านเป็ นปัจจยั สาคญั อยา่ งย่ิงต่อการดารงตนเป็ น พลเมืองที่มีคณุ ภาพในสงั คมปัจจบุ นั นอกจากน้ีการอ่านหนงั สอื ยงั มีความสาคญั เพราะช่วยใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจสงั คม และส่ิงแวดลอ้ มที่อยรู่ อบตวั สง่ เสรมิ ใหผ้ อู้ ่านมี พฒั นาการในความรแู้ ละความคิด มองโลกท่ีกวา้ งไกล เขา้ ใจปัญหาที่เกดิ ข้ึนในสงั คม ผา่ นสอ่ื การอ่าน

• ช่วยสรา้ งความคิดใหเ้ กิดข้ึนกบั ผอู้ ่าน • ช่วยสง่ เสรมิ และพฒั นาความรใู้ หก้ บั ผอู้ ่าน • ชว่ ยใหเ้ กิดทกั ษะการสรปุ ขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากการอ่าน • ช่วยทาใหเ้ ขา้ ใจสงั คม • ช่วยใหเ้ ห็นรปู แบบของสารประเภทต่างๆ

• งานวิชาการ หมายถึง เอกสารทกุ ประเภททางวิชาการ ไดแ้ ก่ หนงั สือ วิชาการ ตารา เอกสารประกอบการสอน งานแปล งานวิจยั และบทความ วิชาการ เป็ นงานเขยี นท่ีมีแบบแผน และใชภ้ าษาที่เป็ นทางการ

• มีความรเู้ กี่ยวกบั แหล่งคน้ ควา้ และรจู้ กั วิธีใชแ้ หล่งคน้ ควา้ นกั อ่านที่ดียอ่ มมี ความรเู้ กี่ยวกบั แหลง่ ที่จะเลือกหาอ่านหนงั สอื ไดเ้ ป็ นอยา่ งดี อาทิ หอ้ งสมดุ นกั อ่านจึงจาเป็ นตอ้ งรจู้ กั วิธีการใชห้ อ้ งสมดุ การคน้ ควา้ หนงั สือ การเลือกหนงั สือ อ่าน นอกจากน้ียงั มีแหล่งคน้ ควา้ อื่นๆท่ีอาจมีขอ้ มลู ท่ีเราตอ้ งการ เช่น หอสมดุ แห่งชาติ หอจดหมายเหตแุ ห่งชาติ ศนู ยเ์ อกสารหรือศนู ยส์ นเทศ เป็ นตน้ นกั อ่าน ที่มีความคนุ้ เคยกบั แหลง่ คน้ ควา้ และวิธีคน้ ควา้ ในแหล่งต่างๆในสาขาวิชาที่ตน สนใจนนั้ ยอ่ มไดเ้ ปรียบนกั อ่านท่ีไมม่ ีความรเู้ ก่ียวกบั แหลง่ ต่างๆเหลา่ น้ี เพราะ สามารถเลือกสรรสิ่งท่ีตอ้ งการไดภ้ ายในเวลาอนั รวดเรว็ ทาใหป้ ระหยดั เวลาใน การรวบรวมขอ้ มลู หรือขน้ั ตอนในการเลือกหาหนงั สืออ่านเป็ นอยา่ งมาก

• มีความรเู้ กี่ยวกบั หนงั สือและวสั ดอุ ่าน • หนงั สือ นกั อ่านที่ดีจาเป็ นตอ้ งรจู้ กั สว่ นต่างๆของหนงั สอื เพื่อชว่ ยใหก้ ารอ่านเพื่อการศึกษา คน้ ควา้ เป็ นไปดว้ ยความรวดเรว็ และไดป้ ระโยชนต์ ามตอ้ งการ ไดแ้ ก่ สว่ นปก ส่วนนา สว่ น เน้ือหา สว่ นอา้ งอิง • วสั ดอุ ่านอื่นๆ ก. วารสารและหนงั สือพิมพ์ ข. วสั ดพุ ิเศษ เชน่ ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ ไดแ้ ก่ วสั ดปุ ระเภทที่ใชอ้ ่าน ด ู หรอื ฟัง ไดแ้ ก่ ไมโครฟิ ลม์ รปู ภาพ แผนท่ี ภาพนิ่ง ภาพเลือ่ น ภาพโปรง่ ใส ภาพยนตร์ เป็ นตน้

• มีความรเู้ ชิงภาษา ลกั ษณะของภาษาไทย การใชภ้ าษา ขอ้ บกพรอ่ งใน การใชภ้ าษา หลกั ในการวิเคราะหค์ วามเขา้ ใจในถอ้ ยคาสานวน คา พงั เพย โวหาร และการเปรยี บเทียบ • มีความรเู้ ก่ียวกบั วิธีการอ่านท่ีเหมาะสม ลกั ษณะของการอ่านงาน วิชาการสว่ นใหญ่จะเป็ นการอ่านในใจ ช่วยใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจเน้ือความไดเ้ รว็ กว่าอ่านออกเสียง หลกั สาคญั ของการอ่านในใจคือ ความแมน่ ยาในการ ติดตามตวั หนงั สือ ดงั นนั้ ผอู้ ่านจึงจาเป็ นตอ้ งฝึ กการกวาดสายตาให้ รวดเรว็ จึงจะสามารถเก็บคาและเก็บความไดค้ รบ • การอ่านงานทางวิชาการ ผอู้ ่านตอ้ งใชเ้ วลามากในการจบั ใจความ สาคญั ของเรอื่ งท่ีอ่าน เพ่ือนามาวิเคราะห์ คือ การอ่านเพื่อพิจารณา ขอบเขตของปัญหา เน้ือหาสาระและเหตผุ ลในหนงั สอื แต่ละเลม่ อยา่ ง

• สารวจหนงั สอื ที่ตอ้ งการอ่านอยา่ งรวดเรว็ • อา่ นหนา้ ปกและปกใน อ่านหนา้ คานา เพ่ือทราบวตั ถปุ ระสงคใ์ นการเขียน อ่านสารบญั เพ่ือดเู คา้ โครง และการลาดบั เน้ือหาว่าเป็ นไปอยา่ งต่อเน่ือง เพียงใด เน้ือหาที่ปรากฏเพียงพอต่อการอ่านของเราหรอื ไม่

• อ่านเน้ือหาอยา่ งละเอียด • ควรเรม่ิ อ่านเรอื่ งตง้ั แต่บรรทดั แรกเป็ นตน้ ไป ครง้ั แรกใหอ้ ่านชา้ ๆเพื่อ จบั แนวทางของหนงั สอื ว่าเป็ นไปตามที่บอกไวใ้ นคานาและสารบญั หรอื ไม่ หากผอู้ ่านตอ้ งการคน้ ควา้ เรอ่ื งใดเรอื่ งหนึ่งในหนงั สอื โดยเฉพาะ สามารถเปิ ดขา้ มไปตรวจสอบดทู ่ีดรรชนีทา้ ยเลม่ หรอื เปิ ดกลบั ไปด ู สารบญั เพื่อช่วยพิจารณาว่าจะเลอื กอ่านตอนใดหรอื บทใดจึงจะได้ เน้ือหาตามที่ตอ้ งการ การอ่านเฉพาะเรอ่ื ง ผอู้ ่านควรอ่านจากหลายๆ เลม่ ดว้ ยวิธีการอ่านอยา่ งเดียวกนั

• จดบนั ทึกขอ้ มลู • การจดั บนั ทึกขอ้ มลู จะเป็ นประโยชนต์ ่อทง้ั การอ่านตาราเรยี นต่างๆ และการ รวบรวมขอ้ มลู เพื่อคน้ ควา้ ทารายงานหรอื การวิจยั

• อ่านสว่ นอา้ งอิง • การอ่านบรรณานกุ รม ทาใหท้ ราบว่า มีหนงั สือหรอื บทความอ่ืนใดอีก บา้ งท่ีจะอ่านเพ่ิมเติมเพ่ือใหม้ ีความรมู้ ากข้ึน อีกทง้ั ยงั เป็ นการ ประหยดั เวลาในการคน้ หาหนงั สอื อ่านเพ่ิมเติม • การอ่านดรรชนี ทาใหท้ ราบว่าเรอ่ื งท่ีตอ้ งการอยหู่ นา้ ใด ทาให้ ประหยดั เวลาในการคน้ ควา้ • การอ่านอธิบายศพั ท์ ช่วยใหเ้ ขา้ ใจความหมายของคายากและศพั ท์ เฉพาะต่างๆท่ีปรากฏในหนงั สอื ทาใหไ้ มต่ อ้ งไปคน้ หาอ่านท่ีอื่น • การอ่านภาคผนวก จะชว่ ยอธิบายความใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจเรอื่ งนน้ั ๆได้ กวา้ งขวางมากข้ึน

• อ่านทบทวน • เพ่ือดหู วั ขอ้ ใจความสาคญั เรอ่ื งยอ่ ศพั ท์ สานวน ขอ้ สงั เกต แนวคิดต่างๆ เพื่อให้ เขา้ ใจอยา่ งถ่องแท้ และสามารถจดจาเรอื่ งราวไดเ้ ป็ นอยา่ งดี

• การอ่านเพื่อจบั ประเด็นใหไ้ ดว้ ่าผเู้ ขียนกาลงั เสนอขอ้ คิดเห็นหรอื ขอ้ มลู อะไร เน่ืองจากขอ้ ความที่ อ่านมกั แบ่งออกเป็ นหลายยอ่ หนา้ ดงั นน้ั ในการจบั ประเด็นสาคญั ของแต่ละยอ่ หนา้ ผอู้ ่าน สามารถพิจารณาจากประโยคที่แสดงใจความสาคญั ที่สดุ ของยอ่ หนา้ นนั้ โดยมากมกั จะเป็ น ประโยคใดประโยคหนึ่งของขอ้ ความที่อ่านแต่ละยอ่ หนา้ ประโยคใจความสาคญั อาจปรากฏเป็ น ประโยคตน้ กลาง ทา้ ย หรอื ทงั้ ตน้ และทา้ ยของยอ่ หนา้ สว่ นประโยคอ่ืนๆในยอ่ หนา้ เดียวกนั จะ เป็ นขอ้ ความท่ีนามาสนบั สนนุ หรอื อธิบายขยายความใจความสาคญั นน้ั ใหช้ ดั เจนข้ึน โดยให้ รายละเอียด แสดงเหตผุ ล หรอื ยกตวั อยา่ งเปรยี บเทียบ

• ผอู้ ่านควรเรมิ่ อ่านชื่อเรอ่ื งเป็ นอนั ดบั แรก ลาดบั ต่อไปอ่านยอ่ หนา้ แรกและยอ่ หนา้ สดุ ทา้ ย การ อ่านเช่นน้ีจะทาใหท้ ราบความคิดสาคญั ของเรอ่ื งว่าเก่ียวกบั อะไร • พิจารณาขอ้ ความทีละยอ่ หนา้ เพ่ือหาใจความสาคญั ใจความสาคญั อาจปรากฏในตาแหน่งตน้ ยอ่ หนา้ กลางยอ่ หนา้ ทา้ ยยอ่ หนา้ หรอื อาจปรากฏอยทู่ ่ีหลายสว่ นรวมกนั กไ็ ด้ ถา้ เป็ นกรณีหลงั น้ี ผอู้ ่านจาเป็ นตอ้ งพิจารณาว่าขอ้ ความสว่ นใดเกยี่ วขอ้ งกบั ประเด็นท่ีผเู้ ขียนตอ้ งการนาเสนอมาก ท่ีสดุ

• ในการหาใจความสาคญั ผอู้ ่านตอ้ งตดั สว่ นที่เป็ นรายละเอียดปลีกยอ่ ย เช่น การใหค้ าอธิบาย การเปรยี บเทียบ การยกตวั อยา่ ง การใหเ้ หตผุ ล ฯลฯ อยา่ คิดว่าคาทกุ คา ประโยคทกุ ประโยค สาคญั ไปเสยี หมด เพราะจะทาใหไ้ ม่สามารถอ่านจบั ใจความได้ • ขณะอ่านหากพบคาศพั ทท์ ี่ไม่ทราบความหมายมากอ่ น ควรเดาความหมายของคาศพั ท์ เหลา่ นนั้ โดยอาศยั ขอ้ ความแวดลอ้ มเป็ นแนวทางในการหาคาตอบ หากยงั ไม่พบคาตอบกใ็ หอ้ ่าน ผา่ นไปกอ่ น ต่อเมื่ออ่านจบแลว้ ยงั ไมเ่ ขา้ ใจความหมายของคาศพั ทด์ งั กลา่ ว จึงเปิ ดพจนานกุ รม เพ่ือคน้ หาความหมาย หรอื ถามผรู้ ตู้ ่อไป

• เมื่ออ่านเรอื่ งจนจบแลว้ ควรทบทวนความเขา้ ใจโดยถามตนเองว่าเรอ่ื งที่อ่านนนั้ เป็ นเรอื่ งอะไร ใคร ทาอะไร ที่ไหน เม่ือไร อยา่ งไร และทาไม บางเรอื่ งอาจมีไมค่ รบตามประเด็นที่ใหไ้ ว้ แต่ตอ้ ง พยายามหาคาตอบของประเด็นดงั กลา่ วใหไ้ ดม้ ากท่ีสดุ เพราะนนั่ แสดงใหเ้ ห็นว่าผอู้ ่านเขา้ ใจส่ิง ท่ีอ่านอยา่ งดีแลว้ เม่ือจะบนั ทึกใจความสาคญั ผอู้ ่านอาจขยายความคาตอบของประเด็นขา้ งตน้ ออกไปไดอ้ ีก เพ่ือใหใ้ จความสาคญั สมบรู ณม์ ากข้ึน • สรปุ ใจความสาคญั และเรยี บเรยี งดว้ ยภาษาของตนเอง

• การสรปุ หาความหมายท่ีผเู้ ขยี นละไว้ โดยเช่ือว่าผอู้ า่ นสามารถทราบเอง ไดจ้ ากการอา่ น เนื่องจากการเขยี นอธิบายหรอื ใหข้ อ้ มลู ท่ีละเอียด ดงั นนั้ ในขณะท่ีอ่านผอู้ า่ นจะตอ้ งประมวลขอ้ มลู ที่ผเู้ ขยี นใหไ้ วแ้ ลว้ สรปุ ความจาก ความเขา้ ใจของตนอีกทีหนึ่ง

• อ่านเพ่ือพิจารณาสารทวั่ ไป เพ่ือคน้ หาจดุ ม่งุ หมายในงานเขียนเรอ่ื งนน้ั ว่าคืออะไร รวมทงั้ ตอ้ งพิจารณาว่าเรอื่ งท่ีอ่านนน้ั จดั อยใู่ นรปู แบบงานเขียนประเภทใด นอกจากน้ี ควรอ่านเรอื่ งนน้ั อยา่ งละเอียดและตอบคาถามใหไ้ ดว้ ่า ใคร ทาอะไร ที่ไหน เมอ่ื ไหร่ อยา่ งไร ทาไม • หาใจความสาคญั ของเรอื่ ง เรอ่ื งแต่ละเรอ่ื งจะประกอบดว้ ยขอ้ ความหลายยอ่ หนา้ เม่ือ ไดใ้ จความสาคญั ของแต่ละยอ่ หนา้ แลว้ นามาเรยี บเรยี งใหไ้ ดค้ วามครบถว้ นดว้ ยภาษา ของตนเอง • สรปุ นาประเด็นท่ีไดม้ าสรปุ ใหส้ นั้ กะทดั รดั และชดั เจน โดยคงสาระของเรอ่ื งที่สรปุ ไว้ ใหส้ มบรู ณ์

• ตารา หมายถึง หนงั สือวิชาการท่ีเขียนข้นึ เพ่ือเสนอเน้ือหาอยา่ งมี ระบบตามหลกั สตู รวิชาใดวิชาหนึ่งหรอื หลายวิชา เพื่อใช้ ประกอบการเรยี นการสอนและใหค้ วามรแู้ กผ่ อู้ า่ น

• สว่ นนำ เป็ นสว่ นแรกของหนงั สือตงั้ แต่ ปก หนา้ ชื่อเรอื่ ง หนา้ ภาพพิเศษ หนา้ ปกใน หนา้ ลิขสิทธิ์ หนา้ คาอทุ ิศ คานา และสารบญั • สว่ นเน้ือหำ ตาราจะแบ่งเน้ือหาออกเป็ นบทและเรอ่ื ง โดยเรยี งลาดบั แต่ละบท ต่อเน่ืองสอดคลอ้ งตง้ั แต่บทแรกจนถึงบทสดุ ทา้ ย • ส่วนอำ้ งอิง เป็ นสว่ นทา้ ยของตารา ใหข้ อ้ มลู ผนวกต่างๆเพื่อการคน้ ควา้ อา้ งอิงและความสมบรู ณข์ องเน้ือหาในเลม่ ประกอบดว้ ยบรรณานกุ รม ภาคผนวก ศพั ทานกุ รม และดรรชนี

• ตาราทางดา้ นสงั คมศาสตร์ เชน่ รฐั ศาสตร์ นิติศาสตร์ ภมู ิศาสตร์ ประวตั ิศาสตร์ สงั คมวิทยา เป็ นตน้ • ตาราทางดา้ นมนษุ ยศาสตร์ เชน่ ภาษา ปรชั ญา วรรณคดี ดนตรี ศิลปะ ศาสนา เป็ นตน้ • ตาราทางดา้ นวิทยาศาสตร์ เชน่ คณิตศาสตร์ ฟิ สกิ ส์ เคมี ชีววิทยา เป็ นตน้

• เอกสารประกอบการสอน หมายถึง เอกสารหรอื สื่ออื่นๆท่ีใช้ ประกอบการสอนวิชาใดวิชาหนึ่งตามหลกั สตู รของมหาวิทยาลยั ท่ี สะทอ้ นใหเ้ ห็นเน้ือหาวิชาและวิธีการสอนอยา่ งเป็ นระบบ เพื่อให้ นกั ศึกษาใชป้ ระกอบการเรยี น และอาจารยใ์ ชป้ ระกอบการสอน

• เอกสารประกอบการสอน มีสว่ นประกอบ 3 สว่ น คือ สว่ นนา สว่ นเน้ือหา และ สว่ นอา้ งอิง • ส่วนนำ ประกอบดว้ ย ปกนอก ปกใน คานา สารบญั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ และคาแนะนาการใชเ้ อกสารประกอบการสอน • ส่วนเน้ือหำ เอกสารประกอบการสอน จะแบ่งเน้ือหาเป็ นเรอื่ งยอ่ ย หรือเป็ น ตอนตามลกั ษณะของเน้ือหา ไดแ้ ก่ ชื่อบทหรอื ช่ือหน่วยหรอื ช่ือเรอื่ ง หวั ขอ้ เรอื่ งยอ่ ย แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เน้ือหา กิจกรรมทา้ ยบทเรยี น คาถามทา้ ย บทเรยี น และแบบทดสอบหลงั เรยี น • สว่ นอำ้ งอิง ประกอบดว้ ย เอกสารอา้ งอิงและภาคผนวก เอกสารอา้ งอิง อาจ

• 1. การสารวจ • 1) สารวจลกั ษณะทว่ั ไปของหนงั สือ เพื่อเป็ นการสารวจครา่ วๆ ว่าตารา หรอื หนงั สือท่ีอ่านนน้ั ตรงกบั ที่ตอ้ งการหรอื ไม่ โดยดจู ากปก ช่ือผแู้ ต่ง สารบญั • 2) อ่านคานา คานาจะช่วยแนะนาหรอื อธิบายเน้ือหา จดุ ม่งุ หมายของตารา หรอื หนงั สอื และประเด็นสาคญั ของหนงั สือตลอดจนจดุ ประสงคข์ องผแู้ ต่ง ได้ • 3) อ่านดรรชนีอยา่ งครา่ วๆ เพราะดรรชนีจะช่วยใหท้ ราบถึงรายละเอียด ของเน้ือหา ช่วยใหส้ ามารถคน้ ควา้ ไดร้ วดเรว็ ข้ึน • 4) อ่านคาอธิบายและภาคผนวก ตาราหรอื หนงั สอื บางเลม่ มีการอธิบาย

• 2. ตงั้ คาถามขณะที่อ่าน • อ่านเน้ือหาเพ่ือจบั ประเด็นสาคญั และรายละเอียดของเร่ือง ตงั้ คาถามขณะท่ีอ่านจะช่วยใหจ้ ดจาเน้ือหาไดด้ ีข้ึน ผอู้ ่านอาจตงั้ คาถามว่า กาลงั อ่านเรอื่ งอะไร เราตอ้ งการรเู้ รอ่ื งอะไร ส่ิงที่ผเู้ ขียนตอ้ งการใหร้ มู้ ี อะไรบา้ ง คาถามพ้ืนๆเหลา่ น้ีจะชว่ ยจดั ระบบการอ่านใหช้ ดั เจนข้ึน ผอู้ ่านจะ อ่านอยา่ งมีเป้ าหมายและมีแนวทาง

• 3. อ่านละเอียดและจบั ใจความสาคญั • อ่านจบั ใจความและอ่านสรปุ ประเด็นไปพรอ้ มกนั ในการอ่าน ควรสนใจเน้ือหาแต่ละหวั ขอ้ หรอื แต่ละตอน ลงไปจนถึงแต่ละยอ่ หนา้ ว่ามี สาระสาคญั อะไร มีศพั ทเ์ ฉพาะและนิยามศพั ทห์ รอื ไม่ ผอู้ ่านอาจขีดเสน้ ใตค้ า หรอื ขอ้ ความสาคญั หรอื จดบนั ทึกลงในสมดุ บนั ทึกได้

• 4. ปฏบิ ตั ิตามขอ้ แนะนาและคาสง่ั • ตาราแต่ละเลม่ จะมีขอ้ แนะนาใหป้ ฏบิ ตั ิ เชน่ ค่มู ือการเรยี น คอมพิวเตอร์ ซึ่งผเู้ รยี นสามารถฝึ กฝนไดด้ ว้ ยตนเอง ดงั นน้ั การปฏิบตั ิตาม คาสง่ั ในหนงั สอื หรอื ตารานน้ั ๆจะตอ้ งฝึ กใหเ้ ป็ นนิสยั เพราะจะช่วยเพ่ิมทกั ษะ และทาใหเ้ ขา้ ใจเน้ือหาไดม้ ากข้ึน

• บทความทางวิชาการ หมายถึง งานเขยี นท่ีใหค้ วามรทู้ างวิชาการ ในเรอ่ื งใดเรอื่ งหน่ึงอยา่ งมีสาระครบถว้ นเพียงพอ เป็ นความรู้ ความคิด เหตผุ ล ทฤษฎที างวิชาการ โดยมีวิธีการนาเสนออยา่ งเป็ น ระบบมีขอ้ มลู หลกั ฐานอา้ งอิง และอาจเสนอขอ้ คิดเห็น ขอ้ เสนอแนะ ของผเู้ ขยี นเพ่ิมเติมดว้ ย

• สว่ นนำ มกั กลา่ วถึงท่ีมาของปัญหาที่ตอ้ งการวิเคราะหใ์ นกรณีเฉพาะและจดุ มง่ ุ หมาย ของการเสนอบทความ ผเู้ ขียนควรเขียนใหช้ ดั เจนเพื่อชว่ ยใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจและไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการอ่านบทความนนั้ ไดด้ ียิ่งข้ึน • สว่ นเน้ือหำ เป็ นสว่ นท่ีผเู้ ขียนจะกาหนดสงิ่ ที่ตอ้ งการวิเคราะหไ์ วอ้ ยา่ งชดั เจน ใหเ้ ห็น ขอบข่ายของการวิเคราะหท์ ี่จะเสนอในลาดบั ต่อไป แลว้ อธิบายทฤษฎที ่ีจะนามา วิเคราะหป์ ัญหานนั้ ผเู้ ขียนบทความอาจจะเสนอทฤษฎใี หมๆ่ หรอื เสนอหลกั การ วิเคราะหป์ ัญหาดงั กลา่ ว • สว่ นสรปุ สว่ นท่ีผเู้ ขียนจะสรปุ เน้ือหาท่ีเรยี บเรยี งไว้ เสนอผลการวิเคราะห์ แสดงความ คิดเห็น หรอื ใหข้ อ้ เสนอแนะเพ่ิมเติม

• บทควำมวชิ ำกำรท่วั ไป เป็ นบทความท่ีเขียนแสดงความรแู้ ละประสบการณ์ ของผเู้ ขียน ซ่ึงไดจ้ ากการอ่าน การสงั เกต การสมั ภาษณ์ ฯลฯ โดยนาขอ้ มลู มาแสดงการวิเคราะหแ์ ละเลอื กสรรสาระสาคญั เพียงประเด็นเดียวมาเขยี น วิธีนาเสนอเน้ือหามีหลายแบบ เชน่ การรวบรวมขอ้ มลู การแสดงความคิด ใหม่ๆ การวิจารณ์ การเสนอแนะ เป็ นตน้

• บทควำมปริทศั น์ เป็ นบทความเชิงวิเคราะหเ์ รอ่ื งใดเรอ่ื งหนึ่ง โดย รวบรวมขอ้ มลู จากงานเขียนต่างๆท่ีมีประเด็นเน้ือหาอยา่ งเดียวกนั นามาเขยี นวิเคราะห์ เปรยี บเทียบ วิจารณ์ สรปุ ประเด็น เสนอแนะ ฯลฯ ทาใหผ้ อู้ ่านเห็นแนวโนม้ เกดิ ความกระจา่ งในเรอื่ งนนั้ ยงิ่ ข้นึ และเป็ นแนวทางในการศึกษาทางวิชาการต่อไป

• บทควำมวจิ ัย เป็ นบทความท่ีนาเสนอผลการคน้ ควา้ วิจยั ใหมๆ่ โดยนา งานวิจยั เรอื่ งใดเรอื่ งหน่ึงมาเขียนอยา่ งสงั เขป แสดงใหเ้ ห็นความเป็ นมาของ การวิจยั ระเบียบวิธีการศึกษาวิจยั ผลสรปุ และขอ้ เสนอแนะ เพ่ือใหผ้ อู้ ่าน เขา้ ใจทฤษฎี หรอื การปฏบิ ตั ิทางวิชาการในสาขาวิชานนั้ ๆ ทาใหเ้ ห็น ตวั อยา่ งของการศึกษาวิจยั ในเรอ่ื งหน่ึงๆซึ่งผอู้ ่านสามารถนาไปเป็ น แนวทางการศึกษาวิจยั ต่อไป

• อ่านสว่ นที่เป็ นสาระสงั เขปหรอื บทคดั ยอ่ ของบทความ เพ่ือสารวจว่าเรอ่ื งท่ี อ่านนนั้ เกี่ยวกบั อะไร และชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจบทความท่ีอ่านไดง้ ่ายข้ึน • อ่านอยา่ งมีวิจารณญาณ เพื่อใหส้ ามารถแยกสว่ นที่เป็ นความรู้ ขอ้ มลู ประเด็น ทฤษฎี ซ่ึงเป็ นจดุ สาคญั ของบทความ และสว่ นที่เป็ นขอ้ เสนอหรอื ความคิดเห็นของผเู้ ขียนออกจากกนั ได้ •

• พิจารณาสว่ นประกอบอื่นๆ เชน่ ชื่อผแู้ ต่ง เชิงอรรถ การอา้ งอิง บรรณานกุ รม เพื่อใหเ้ ห็นถึงวิธีการศึกษาคน้ ควา้ หรอื แหลง่ ขอ้ มลู ใน การศึกษาคน้ ควา้ • ตงั้ คาถามเพ่ือจบั สาระของบทความ เช่น บทความท่ีอ่านอาจกลา่ วถึงเรอื่ ง อะไร มีประเด็นสาคญั อะไรบา้ ง เสนอความคิดใหม่ๆหรอื ไม่ อะไรคือ ขอ้ เท็จจรงิ อะไรคือความเห็นของผเู้ ขียน ผเู้ ขียนใชห้ ลกั ฐานหรอื ขอ้ มลู ประกอบจากแหลง่ ใด มีกรอบแนวคิดหรอื ทฤษฎใี นการวิเคราะหห์ รอื ไม่ บทความน้ีมีจดุ เดน่ อยา่ งไร เป็ นตน้

• การอ่านงานวิชาการเป็ นการอ่านเพื่อความรู้ ช่วยใหผ้ อู้ า่ นได้ เพิ่มพนู ความรแู้ ละประสบการณใ์ หม้ ากยง่ิ ข้นึ รวมทงั้ ผอู้ า่ นยงั ไดม้ ี แนวคิดหรอื มีประเด็นใหมๆ่ เกดิ ข้นึ ไดอ้ ีกดว้ ย นอกจากน้ีในการอา่ น แต่ละครง้ั ผอู้ ่านควรพิจารณาไตรต่ รองหรอื ใชว้ ิจารณญาณ เพ่ือให้ ไดค้ วามรอู้ ยา่ งรอบดา้ นและครอบคลมุ ทกุ ประเด็นท่ีตอ้ งการศึกษา


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook