Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ห่วงโซ่อุปทาน ซาลาเปาหมูสับไข่เค็ม

ห่วงโซ่อุปทาน ซาลาเปาหมูสับไข่เค็ม

Published by Soundneab Official, 2021-09-09 08:08:59

Description: ห่วงโซ่อุปทาน ซาลาเปาหมูสับไข่เค็ม

Search

Read the Text Version

รายงาน ห่วงโซ่อปุ ทานซาลาเปาหมสู ับไขเ่ คม็ เสนอ อาจารย์ ดร.ขนิษฐา พฒั นสิงห์ จดั ทาโดย นายพงศกร ศรีระบาย 6107103305 นายศภุ ชาติ ชุ่มกลนิ่ 6107103308 รายงานน้ีเป็นส่วนหน่ึงของวชิ า การจดั การปฎิบตั ิการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน (กก401) สาขาการจดั การสาหรับผปู้ ระกอบการ ปี การศึกษา 2564 มหาวิทยาลยั แมโ่ จ-้ ชุมพร

คานา รายงานน้ีเป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาวชิ า การจดั การปฎิบตั ิการโลจิสติกส์และโซ่อปุ ทาน (กก401) คณะผจู้ ดั ทาไดท้ าการศึกษาเร่ือง ห่วงโซ่อุปทาน โดยยกตวั อยา่ ง ห่วงโซ่อปุ ทานซาลาเปาหมสู บั ไขเ่ คม็ คณะผจู้ ดั ทาขอขอบพระคุณอาจารย์ ดร.ขนิษฐา พฒั นสิงห์ผใู้ หค้ วามรู้และแนวทางในการศึกษาโดย หวงั ว่ารายงานฉบบั น้ีจะให้ความรู้และเป็ นประโยชน์แก่ผูอ้ ่านทุกๆท่านหากมีข้อเสนอแนะประการใด คณะผจู้ ดั ทาขอรับไวด้ ว้ ยความขอบพระคณุ ยงิ่ คณะผจู้ ดั ทา

สารบญั หน้า เรื่อง 1 บทนา 2 แนวคิดเกี่ยวกบั โซ่อุปทาน และการจดั การโซ่อุปทาน 10 แนวคิดเก่ียวกบั โลจิสติกส์ 15 ความสาคญั ของโลจิสติกส์ และโซ่อุปทานต่อองคก์ ร 19 ห่วงโซ่อปุ ทานซาลาเปาหมูสับไขเ่ คม็ 20 21 - ส่วนท่ี 1 กิจกรรมในส่วนตน้ น้า 22 - ส่วนที่ 2 กิจกรรมในส่วนกลางน้า 23 - ส่วนท่ี 3 กิจกรรมในส่วนปลายน้า - แสดงรูปโครงข่ายโซ่อปุ ทานที่ศึกษา 24 เอกสารอา้ งอิง



บทนา ปัจจุบันสภาวการณ์แข่งขันทางธุรกิจต่างๆ มีการแข่งขันท่ีสูงมาก เน่ืองจากความก้าวหน้า เทคโนโลยีในยุคโลกาวิวฒั น์เช่นน้ี ทาให้ธุรกิจไม่สามารถดาเนินงานแต่เพียงผูเ้ ดียวได้ จึงเกิดการสร้าง พนั ธมิตรทางธุรกิจในรูปแบบต่างๆข้ึน ท้งั การควบร่วมกิจการ การสร้างเครือข่ายธุรกิจ ท้งั น้ี เพื่อพฒั นา ความสามารถและ ศกั ยภาพในการแข่งขนั ทางธุรกิจให้สูงข้ึน ทาให้ตอ้ งนาหลกั การบริหารโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) ซ่ึงเป็นหลกั การสร้างเครือข่ายในการดาเนินธุรกิจต้งั แต่ผูผ้ ลิตวตั ถุดิบ องคก์ ร ธุรกิจ จนถึงผบู้ ริโภคสุดทา้ ย มาใช้ การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจโดยการนาการบริหารโซ่อุปทานเขา้ มาใชน้ ้นั จาเป็นตอ้ งมี ตกลงและให้ ความร่วมมือกนั ในเครือขา่ ย เพอ่ื ขจดั หรือลดความขดั แยง้ ที่อาจเกิดข้ึนและเพ่ือประโยชน์ท่ีจะเกิดร่วมกนั ซ่ึง ทุกฝ่ายตอ้ งสร้างความเช่ือถือ ความไวว้ างใจซ่ึงกนั และกนั ในการเปิ ดเผยและแลกเปลี่ยนขอ้ มูลซ่ึงกนั และ กนั มีเป้าหมายร่วมกนั มีการแบ่งปันตน้ ทุนและประโยชน์แก่กนั อยา่ งเหมาะสม กาหนดขอบเขตการดาเนิน ธุรกิจร่วมกนั อยา่ งชดั เจน ลดจานวนผสู้ ่งมอบวตั ถุดิบท่ีติดต่อดว้ ยใหเ้ หลือเพียงจานวนท่ีสามารถร่วมงาน กนั ไดอ้ ยา่ งใกลช้ ิด ดงั น้นั คณะผจู้ ดั ทาจึงไดเ้ ลง็ เห็นถึง ประโยชน์ของสื่อออนไลน์ เวบ็ ไซต์ ซ่ึงสามารถเขา้ ถึง และคน้ หา ไดง้ า่ ย รวดเร็วและสามารถใชง้ านไดท้ ุกที่ทุกเวลาท่ีมีเคร่ืองมือเชื่อมต่อสัณญาณอินเตอร์เน็ต โดยมีการรวบ ร่วมขอ้ มูล เน้ือหาท่ีเกี่ยวกบั การจดั การโซ่อปุ ทาน เพ่ือใหผ้ ทู้ ี่สนใจศึกษาเร่ืองการจดั การโซ่อปุ ทาน ไดม้ ี ความเขา้ ใจมากข้ึน

แนวคดิ เกย่ี วกบั โซ่อปุ ทาน และการจดั การโซ่อุปทาน 1.แนวคดิ และทฤษฎีการจดั การโซ่อุปทาน การจดั การโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) เป็ นศาสตร์สาขาหน่ึงที่กาลงั เป็ นที่สนใจของ หลายฝ่ ายท้งั ภาครัฐและภาคเอกชนเนื่องจากความเขา้ ใจและประยุกตใ์ ชห้ ลกั การของการจดั การโซ่อุปทาน จะช่วยเพม่ิ ประสิทธิภาพขององคก์ รโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การเพิ่มขดี ความสามารถในการแข่งขนั ขององคก์ รใน ยุคโลกาภิวตั น์สาหรับองคก์ รที่หวงั ผลกาไรจะทาให้ความสามารถในการทากาไรสูงสุดเพราะการจดั การโซ่ อุปทานจะทาใหก้ ารเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Value Added: EVA) มีค่าสูงสุด (EVA = กาไร หลงั หักภาษี = ค่าใช้จ่ายการลงทุน (Investment Cost) กล่าวคือการเพ่ิม 1 EVA ทาไดโ้ ดย (1) ลดค่าใชจ้ ่าย ตน้ ทุนในทุกระบบขององคก์ ร (2) ลดสินทรัพยท์ ้งั สินทรัพยท์ ่ีจบั ตอ้ งไดแ้ ละจบั ตอ้ งไม่ไดแ้ ละ (3) การเพ่ิม รายไดเ้ พ่ิมระดบั ความพึงพอใจสูงสุดของลูกคา้ ในลกั ษณะคลา้ ยกนั สาหรับองค์กรที่ไม่แสวงกาไรก็จะได้ ประโยชน์อย่างยง่ิ ในแงข่ องการพฒั นาและปรับปรุงกระบวนการการดาเนินงานขององคก์ รเพื่อเพ่มิ คุณภาพ สู งสุ ดให้กับผลผลิ ตข อง อง ค์ก รกล่า ว โดยส รุ ปคื อก า รจัดก า รโซ่ อุ ปท าน จะ นาม าซ่ึ งป ระสิ ทธิ ผ ล แ ล ะ ประสิทธิภาพสูงสุดขององคก์ ร 1.1 ความหมายของการจดั การโซ่อปุ ทาน ก่อนที่จะเขา้ ใจความหมายของการจัดการซัพพลายเชน (Supply Chain Management) ควรจะทา ความเขา้ ใจนิยามของซพั พลายเชนหรือโซ่อุปทาน (Supply Chain) ซ่ึงวิทยาสุหฤทดารง (2546) ไดร้ วบรวม คานิยามของซพั พลายเชนโซ่อุปทานไว้ ดงั น้ี คานิยามของซพั พลายเชนโซ่อุปทาน (Supply Chain: SC) Scot and Westbrook (1991) คือโซ่ของการเช่ือมต่อกนั ขององคป์ ระกอบของกระบวนการผลิตและ กระบวนการไหลของอปุ ทาน (Supply) ต้งั แต่วตั ถุดิบจนไปถึงผบู้ ริโภคซ่ึงปกติแลว้ โซ่เหล่าน้ีจะเช่ือมต่อกนั โดยขา้ มผา่ นขอบขา่ ยธุรกิจในหลาย ๆ องคก์ ร Elram (1991) คือโครงข่าย (Network) ของปฏิสัมพนั ธ์ (Interacting) ขององคก์ รในการจดั ส่งสินคา้ และบริการไปยงั ผบู้ ริโภคซ่ึงจะเช่ือมโยงการไหลต้งั แตว่ ตั ถุดิบไปยงั การจดั ส่งถึงข้นั สุดทา้ ย Towill, Naim and Wikner (1992) คือระบบ (System) ซ่ึ งประกอบไปด้วยผู้จัดส่ งวัตถุดิบ องค์ประกอบของการผลิตการกระจายการบริการ (Distribution Service) และลูกค้าซ่ึงท้ังหมดน้ีจะถูก เช่ือมโยงเขา้ ดว้ ยกนั ดว้ ยการไหลของวตั ถุดิบไปขา้ งหนา้ (Forward Flow of Material) และการไหลยอ้ นกลบั ของขอ้ มลู (Feedback Flow of Information)

Christopher (1992) คือโครงข่าย (Network) ขององคก์ รซ่ึงเชื่อมโยงเก่ียวพนั กนั ตลอดต้งั แต่ตน้ ทาง (Upstream) และปลายทาง (Downstream) ดว้ ยความแตกต่างกนั ในข้นั ตอนและกิจกรรมซ่ึงก่อให้เกิดคุณค่า (Value) ในรูปของตวั ผลิตภณั ฑแ์ ละการบริการจนถึงมือของผบู้ ริโภค Davis (1993) คือโครงข่าย (Network) ของหน่วยประมวลผล (Processing Cells) ซ่ึงเกิดข้ึนตาม คณุ ลกั ษณะของอุปทาน (Supply) และอปุ สงค์ (Demand) ที่เปล่ียนแปลง Lec and Bilington (1995) คือโครงข่ายของสิ่งที่เอ้ืออานวยให้เกิดการผลิตต้งั แต่วตั ถุดิบจนแปลงรูป ไปเป็นผลิตภณั ฑใ์ นข้นั สุดทา้ ยและจดั ส่งผลิตภณั ฑน์ ้นั ๆ ไปยงั ลูกคา้ โดยผา่ นระบบการกระจายสินคา้ ซ่ึงก็ คอื ช่วงของการจดั หาการผลิตและการกระจายสินคา้ Thomas and Grillin (1996) คือการไหลของท้งั วตั ถุดิบและขอ้ มูลระหวา่ งผคู้ า้ (Venders) ผผู้ ลิตและ โรงงานประกอบ (Assembly Plants) และศูนยก์ ระจายสินคา้ ซ่ึงมนั เป็ นข้นั ตอนแบบด้งั เดิมเก่ียวขอ้ งกบั โซ่ อุปทานกลา่ วคอื การจดั หาการผลิตการกระจายสินคา้ Cooper, Lambert and Pagh (1997) คือการรวมกนั ของกระบวนการทางธุรกิจ (Business Processes) จากผบู้ ริโภคในข้นั สุดทา้ ย (End-User) กลบั มายงั ผจู้ ดั ส่งวตั ถุดิบเพอ่ื จดั เตรียมและเพม่ิ คุณคา่ ในตวั ผลิตภณั ฑ์ การบริหารและขอ้ มลู สาหรับลกู คา้ Christopher (1998) คือโครงข่าย (Network) ของการเช่ือมต่อกันขององค์กรที่ไม่ข้ึนต่อกันและ ร่วมมือทางานร่วมกนั ในการควบคุมจดั การและปรับปรุงการไหลวตั ถุดิบ (Flow of Material) และการไหล ของขอ้ มลู (Flow of Information) จากผจู้ ดั ส่งวตั ถดุ ิบไปยงั ผบู้ ริโภคข้นั สุดทา้ ย Beers, Beulens and van Dalen (1998) คอื โครงข่าย (Network) ของการเช่ือมต่อกนั ขององคก์ รโดยมี จุดมุ่งหมายในการเติมเต็ม (Fullment) ความตอ้ งการของลูกคา้ ในการที่จะเชื่อมต่อกนั กบั การเติมเต็มความ ตอ้ งการกบั ตวั กลางอ่ืน ๆ และกบั ส่ิงที่เขา้ มาในระบบ (Entities) Trienckens (1999) (Relationships) คือโครงข่ายของกระบวนการของลาดับความสาคญั ก่อนหน้า (Precedence) ซ่ึงจะเช่ือมโยงกนั ดว้ ยการไหลของผลิตภณั ฑข์ อ้ มลู และ / หรือเร่ืองเกี่ยวกบั การเงิน Handfield and Nichols (1999) คือการรวมกนั ของกิจกรรมท้งั หมดในการท่ีจะให้เกิดการไหลและ เปลี่ยนรูป (Transformation) ของผลิตภณั ฑจ์ ากวตั ถุดิบไปยงั ผบู้ ริโภคข้นั สุดทา้ ยโดยมีการไหลของวตั ถุดิบ และขอ้ มูลข้นึ (Flow Up) และลง (Flow Down) ตลอดโซ่อปุ ทาน จากคานิยามของซัพพลายเชน / โซ่อุปทานขา้ งตน้ สรุปไดว้ า่ ซัพพลายเชน / โซ่อุปทานคือเครือข่าย (Network) ขององคก์ รที่เกี่ยวขอ้ งกนั ต้งั แต่ตน้ สายการผลิตไปจนถึงปลายสายการผลิตหรือต้งั แต่การเป็ น วตั ถุดิบจนถึงกลายเป็นผลิตภณั ฑส์ ่งไปถึงลกู คา้ ซ่ึงมีกระบวนการและการเช่ือมต่อกนั ของกิจกรรมต่างๆเพ่ือ สร้างคุณค่าให้เกิดในรูปของผลิตภณั ฑ์ (Product) และบริการ (Service) แก่บริโภคข้นั สุดทา้ ยดงั น้ันการ

จดั การซพั พลายเชน (Supply Chain Management: SCM) คอื การนาความหมายของซพั พลายเชน / โซ่อปุ ทาน มาจดั การอยา่ งเหมาะสมคานิยามของการจดั การโซ่อุปทาน ((Supply Chain Management) สรุปไดด้ งั น้ี นกั วิชาการดา้ นโลจิสติกส์และการจดั การซพั พลายเซนไดใ้ หค้ วามหมายของการจดั การโซ่อุปทาน ไวห้ ลากหลายท้งั คลา้ ยและต่างกนั ตามมิติการมองจากองคค์ วามรู้ผสานกบั ประสบการณ์ในแต่ละภาคส่วน ท้งั มุมมองอุตสาหกรรมตน้ น้า (Upstream) อุตสาหกรรมกลางน้า (Middle stream) หรืออุตสาหกรรมปลาย น้า (Downstream) แต่โดยรวมการจดั การโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) มีนยั สาคญั แฝงลกั ษณะ คลา้ ยกนั คือการจดั การโซ่อุปทานเป็ นการจดั การปฏิบตั ิการเชิงกลยุทธ์เป็ นการบูรนาการองคร์ วม (Holistic Management) เป็ นการเช่ือมโยงลกั ษณะเครือข่าย (Networking Relationship) ใชเ้ ทคโนโลยีและนวตั กรรม การทางานร่วมกนั (Sharing Technology And Innovation of Working) เป็ นความไวว้ างใจกัน (Trust) เป็ น การทางานอย่างเป็ นกระบวนการ (Systematic Working Process) มุ่งบริการดว้ ยความเร็วและความถูกตอ้ ง (Focus on Service) ของการไหลของสินคา้ เงินและสารสนเทศเพ่อื สร้างความประทบั ใจแก่ลูกคา้ (Customer) และทาใหเ้ กิดความไดเ้ ปรียบเชิงการแขง่ ขนั แบบยงั่ ยนื การจดั การโซ่อปุ ทาน (Supply Chain Management) น้นั เป็นการนากลยทุ ธว์ ิธีการแนวปฏิบตั ิหรือ ทฤษฎีมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการจดั การการส่งต่อวตั ถดุ ิบสินคา้ หรือบริการจากหน่วยหน่ึงในโซ่อุปทาน (Supply Chain) ไปยงั อีกหน่วยหน่ึงอยา่ งมีประสิทธิภาพโดยมีตน้ ทุนรวมในโซ่อุปทาน (Supply Chain) ต่าที่สุดและ ไดร้ ับวตั ถดุ ิบสินคา้ หรือการบริการตามเวลาท่ีตอ้ งการพร้อมกนั น้ียงั มีการสร้างความร่วมมือกนั ในการ แบง่ ปันขอ้ มลู ขา่ วสารไม่วา่ จะดว้ ยวธิ ีการใดกต็ ามเพ่อื ใหท้ ราบถึงความตอ้ งการอนั เป็นปัจจยั สาคญั ท่ีทาให้ เกิดการส่งต่อของวตั ถุดิบสินคา้ หรือการบริการน้ีนาไปสู่การไดร้ ับผลประโยชน์ร่วมกนั ของทกุ ฝ่ายดว้ ย (ธ นิตยโ์ สรัตน์, 2550) การจดั การโซ่อุปทาน หมายถึง การปฏิสัมพนั ธ์ของการจัดการกระบวนการต่างๆที่เกี่ยวขอ้ งกบั อุปทานของสินคา้ และบริการโดยการปฏิสัมพนั ธ์จะมีลกั ษณะเชิงบูรณาการโดยมีเป้าหมายในการที่จะสร้าง มูลค่าเพิ่มและสนองตอบต่อความตอ้ งการของตลาดการผลิตการกระจายและการส่งมอบสินคา้ รวมถึงการ ส่ือสารสนเทศของขอ้ มูลและข่าวสารโดยมีวตั ถุประสงคท์ ่ีจะลดตน้ ทุนรวมของธุรกิจและเพ่ิมศกั ยภาพของ การแข่งขนั จะเห็นไดว้ ่าการจดั การซพั พลายเชนเก่ียวขอ้ งกบั กระบวนการต่างๆที่เกี่ยวขอ้ งกบั ความร่วมมือ ทางธุรกิจต้งั แต่แหล่งของวตั ถุดิบตน้ น้า (Upstream Source) จนถึงการส่งมอบสินคา้ และบริการปลายน้า (Downstrum Customers) ซ่ึงกระบวนการเหล่าน้ีจะครอบคลุมถึงกระบวนการท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การใหไ้ ดม้ าซ่ึง วตั ถุดิบกระบวนการส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาดและการผลิตรวมถึงกระบวนการเคลื่อนยา้ ยสินคา้ จนถึง มือผูต้ อ้ งการสินคา้ ท้งั น้ีกระบวนการต่างๆจะมีปฏิสัมพนั ธ์ในลกั ษณะของบูรณาการโดยมุ่งท่ีจะลดตน้ ทุน รวมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กบั สินคา้ และบริการอนั นามาซ่ึงความสามารถในการแข่งขนั ท่ีเหนือกว่าท้งั น้ี

ภารกิจสาคญั ของ Supply Chain จะมุ่งให้ลูกคา้ เกิดความพอใจสูงสุดโดยเนน้ ในเรื่องประสิทธิผลเชิงตน้ ทุน และผลตอบแทนทางธุรกิจก็คอื Profit Gain Satisfaction (V-servegroup, 2555) จากนิยามขา้ งตน้ สามารถสรุปความหมายของการจดั การซพั พลายเชนไดว้ า่ คือการบริหารจดั การท้งั สายธารการผลิตต้งั แตต้ น้ สาย (Upstream) จนถึงปลายสาย (Downstream) ซ่ึงแตกต่างจากการบริหารจดั การ แบบด้ังเดิมที่ให้ความสาคญั เฉพาะภายในองค์กรตนเองเท่าน้ันไม่ร่วมมือกันอย่างแทจ้ ริงแต่ละองค์กร พยายามลดตน้ ทุนของตนเองโดยผลกั ภาระให้กบั ผูจ้ ดั ส่ง (Supplier) หรือลูกคา้ (Customer) ซ่ึงถือว่าให้ได้ เป็ นการลดค่าใชจ้ ่ายของท้งั โซ่อุปทานทาให้ผลกระทบไปตกอยทู่ ี่ผบู้ ริโภคข้นั สุดทา้ ยจีสุดทา้ ยจึงไม่ทาให้ เกิดการไดเ้ ปรียบทางการแข่งขนั แมว้ า่ ค่าใชจ้ ่ายภายในองคก์ รของตนจะลดลงก็ตามการจดั การซพั พลายเชน มีมุมมองเหมือนกบั ว่าทุกองค์กรที่เกี่ยวขอ้ งท้งั โซ่อุปทานกลายเป็ นองค์เดียวกนั โดยองคก์ รเดิมกลายเป็ น หน่วยหรือแผนกหน่ึงในองค์กรใหญ่ท่ีเกิดจากการรวมกันเน้นความแข็งแกร่งหลกั (Core Strength) คือ องคก์ รแต่ละองคก์ รใหค้ วามสนใจเฉพาะแก่นหรือจุดเด่นของตวั เองหรือสิ่งท่ีตวั เองสามารถทาไดด้ ีที่สุดทา แลว้ มีความไดเ้ ปรียบทางการแขง่ ขนั สูงสุดเพราะไม่มีธุรกิจใดที่จะมีความเช่ียวชาญไดเ้ ป็นอยา่ งดีในทุกเร่ือง และหากทาไดก้ ็คงตอ้ งลงทุนสูงมากดงั น้นั จึงตอ้ งเกิดการเป็นพนั ธมิตรทางธุรกิจ (Alliance) หรือการจา้ งงาน ภายนอก (Outsource) เพื่อความร่วมมือกนั ในการเพิ่มคุณค่าท้งั ในส่วนของตวั ผลิตภณั ฑแ์ ละส่วนประกอบ รอบดา้ นสามารถสนองความพึงพอใจสูงสุดของลูกคา้ ซ่ึงกานการจดั การซพั พลายเชนที่มีประสิทธิภาพตอ้ ง ประกอบไปดว้ ยกิจกรรมสาคญั คอื การส่ือสาร (Communication) และการร่วมมือกนั (Coordination) 2.แนวคดิ และทฤษฎกี ารจดั การโซ่คุณค่า Value Chain Analysis โซ่คุณค่า (Value Chain) เป็ นแนวคิดหน่ึงของไมเคิลอีพอร์เตอร์ท่ีแสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบ อนุกรมของกิจกรรมต่างๆในโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่เพ่ิมคุณค่าให้กบั ตวั สินคา้ ผลิตภณั ฑ์ ((Products) บริการ (Service) ท่ีตอ้ งการขายโดยการเพิ่มคุณค่าจากกิจกรรมการแปรสภาพวตั ถุดิบเพ่ือป้อนเขา้ สู่ข้นั ตอน การผลิตและขายในราคาท่ีสูงกวา่ ตน้ ทุนของวตั ถุดิบ ความรู้เกยี่ วกบั โซ่คณุ ค่า (Value chain) โซ่คุณค่า (Value Chain) ตามแนวคิดของ Michael E. Porter ที่เขียนไว้ในหนังสือ Competitive Advantage (1985) เป็นแนวคิดท่ีช่วยในการทาความเขา้ ใจถึงบทบาทของแต่ละหน่วยงานปฏิบตั ิการว่าจะมี ส่วนช่วยเหลือให้องคก์ รธุรกิจก่อกาเนิดตุ ณ ค่าให้แก่ลูกคา้ อย่างไรโดยคุณค่าที่ บริษทั สร้างข้ึนสามารถวดั ไดโ้ ดยการพิจารณาวา่ ผูบ้ ริโภคยนิ ยอมที่จะจ่ายเงินเพื่อซ้ือสินคา้ หรือบริการ (Service) ของบริษทั มากนอ้ ย เพยี งใด

แนวคิดน้ีแบ่งกิจกรรมภายในองค์กรเป็ น 2 กิจกรรมคือกิจกรรมหลกั (Primary Activities และ กิจกรรมสนบั สนุน (Support Activities) โดยกิจกรรมทุกประเภทมีส่วนในการช่วยเพ่ิมคุณค่าให้กบั สินคา้ หรือบริการของบริษทั กิจกรรมหลกั 5 กิจกรรมเป็ นกิจกรรมท่ีเก่ียวขอ้ งกับการผลิตหรือสร้างสรรค์สินคา้ หรือบริการ (Service) การตลาดและการขนส่งสินคา้ หรือบริการ (Service) ไปยงั ผบู้ ริโภคประกอบดว้ ย 1) Inbound Logistics กิจกรรมท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การไดร้ ับการขนส่งการจดั เก็บและการแจกจ่ายวตั ถุดิบ การจดั การสินคา้ คงเหลือ 2) Operations กิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกับการเปล่ียนหรือแปรรูปวตั ถุดิบให้ออกมาเป็ นสินค้าเป็ น ข้นั ตอนการผลิตการบรรจุ 3) Outbound Logistics กิจกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับการจดั เก็บรวบรวมจดั จาหน่ายสินคา้ และบริการ (Service) ไปยงั ลกู คา้ 4) Marketing and Sales กิจกรรมท่ีเก่ียวกับการชกั จูงให้ลูกคา้ ซ้ือสินคา้ และบริการ (Service) เช่น การโฆษณาช่องทางการจดั จาหน่าย 5) Services กิจกรรมท่ีครอบคลุมถึงการให้บริการเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กบั สินคา้ รวมถึงการบริการหลงั การขายการแนะนาการใช้ ส่วนกิจกรรมสนับสนุนเป็ นกิจกรรมท่ีช่วยสนับสนุนให้กิจกรรมหลักสามารถดาเนินไปได้ ประกอบดว้ ย 1) Procurement กิจกรรมในการจดั ซ้ือจดั หา input เพอื่ มาใชใ้ นกิจกรรมหลกั 2) Technology Development กิจกรรมเก่ียวกับการพฒั นาเทคโนโลยีท่ีช่วยในการเพ่ิมคุณค่าให้ สินคา้ และบริการหรือกระบวนการผลิต 3) Human Resource Management กิจกรรมที่เก่ียวขอ้ งกบั การบริหารทรัพยากรบุคคลต้งั แต่วิเคราะห์ งานสรรหาและคดั เลือกประเมินผลพฒั นาฝึกอบรมระบบเงินเดือนค่าจา้ งและแรงงานสมั พนั ธ์ 4) Firm Infrastructure โครงสร้างพ้ืนฐานขององค์กร ไดแ้ ก่ ระบบบญั ชีระบบการเงินการบริหาร จดั การขององคก์ ร คาว่าคุณค่าอาจมีความหมายที่แตกต่างกนั โดยมุมมองของคนท่ีต่างกนั เช่นในมุมมองลูกคา้ คุณค่า อาจหมายถึงสินคา้ มีราคาถูกสินคา้ มีคุณภาพดีกว่าเดิมการใหบ้ ริการที่ดีกวา่ เดิมหรือความเป็นเอกลกั ษณ์และ เป็ นหน่ึงเดียวของสินคา้ เป็ นตน้ โดยคุณค่าไดม้ าจากความรู้ประสบการณ์ความถนัดเวลาและพลงั งานที่ องคก์ รลงทุนลงแรงไปในผลิตภณั ฑ์ (Products) หรือกิจกรรมน้นั ๆ

โซ่คุณค่ามีบทบาทและมีความสาคญั ต่อองคก์ รเป็นอยา่ งมากไม่เฉพาะกบั การผลิตสินคา้ เท่าน้นั แต่ ครอบคลุมถึงการให้บริการท่ีดีข้ึนโดยการเพิ่มใส่คุณค่าจานวนมาก ๆ ลงไปในผลิตภณั ฑ์ (Products) หรือ บริการ (Service) องคก์ รจะประสบความสาเร็จในการดาเนินธุรกิจทนั ทีการจดั การโซ่คุณค่ามีองคป์ ระกอบ สองอยา่ งท่ีมีบทบาทที่สาคญั ไดแ้ ก่ การจดั การห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain management หรือ SCM) และ การจดั การลูกคา้ สัมพนั ธ์ (Customer relationship management หรือ CRM) โดยห่วงโซ่อุปทานจะช่วยใน เรื่องต่างๆอาทิเช่นการตดั สินใจว่าทรัพยากรหรือวตั ถุดิบใดที่ควรจะสั่งเขา้ มาในโซ่คุณค่าส่ังเขา้ มาด้วย ปริมาณเท่าใดทรัพยากรหรือวตั ถุดิบเหล่าน้ันจะถูกจดั การหรือบริหารอย่างไรเพ่ือแปลงให้เป็ นสินคา้ หรือ บริการไดต้ ามที่ลูกคา้ ตอ้ งการและจะสั่งสินคา้ ไปให้ลูกคา้ ไดอ้ ย่างไรมีกาหนดการการส่งเป็ นอย่างไรการ ตรวจติดตามและควบคุมการส่งสินคา้ 3.การประยุกต์แนวคิดและหลักการจดั การโซ่อปุ ทานกบั การบริหารสถานศึกษา วิวฒั นาการของการบริหารการจดั การองคก์ รทุกประเภทในสังคมมนุษยไ์ ม่ว่าจะเป็ นองคก์ รแสวง กาไร (Proit Organization) หรือองคก์ รไม่แสวงกาไร (Non- Profit Organization) นบั แต่อดีตจนถึงปัจจุบนั เกิดจากความตอ้ งการที่จะหาแนวทางในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาพท่ีเป็นอยใู่ นปัจจุบนั ไปสู่สภาพของ การพฒั นาท่ีดีกว่าในอนาคตโดยอาศยั ความพยายามอย่างเป็นระบบในการศึกษาวิจยั วิเคราะห์ถึงพฤติกรรม และองค์ประกอบต่างๆที่เป็ นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดปัญหาต่อการบริหารจดั การยอมรับกนั ว่าเป้าหมาย สูงสุดของการบริหารจดั การองคก์ รทุกประเภทคือความสาเร็จอยา่ งครบท้งั ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ประสิทธิผล (Effectiveness) หมายถึงความสามารถในการเลือกเป้าหมายท่ีเหมาะสมและบรรลุใน เป้าหมายน้นั ๆ ฉะน้นั ประสิทธิผลจึงวดั กนั ที่ว่าองคก์ รสามารถตอบสนองผบู้ ริโภคดว้ ยสินคา้ หรือบริการท่ี ตอ้ งการหรือไม่และสามารถบรรลุในสิ่งพยายามจะมากหรือนอ้ ยเพียงใดตวั อย่างของประสิทธิผลที่เห็นภาพ ชดั เจนคือกรณีของสายการบินราคาประหยดั (Low Cost) ซ่ึงเป็นสายการบินขนาดเลก็ ที่เนน้ การให้บริการ เฉพาะระหว่างจงั หวดั ในประเทศเท่าน้ันสายการบินน้ีไม่มีการเสิร์ฟอาหารบนเคร่ืองบินไม่มีความหรูหรา แต่ให้บริการเป็นมิตรกบั ผโู้ ดยสารในราคาถกู ผลปรากฏว่ามีผลกาไรสม่าเสมอความสาเร็จดงั กล่าวแสดงให้ เห็นถึงความมีประสิทธิผลขององคก์ รในการเลือกเป้าหมายที่ถูกตอ้ งเหมาะสมและสามารถบรรลุเป้าหมาย ไดผ้ ลกาไรที่ไดว้ างไวซ้ ่ึงตวั อยา่ งน้ีสะทอ้ นความหมายของประสิทธิผลไดอ้ ย่างเป็นรูปธรรมสอดคลอ้ งกบั ความคดิ ของดรักเกอร์ (Drucker, 1979) กูรูดา้ นบริหารแห่งศตวรรษท่ี 21 ซ่ึงไดอ้ ธิบายประสิทธิผลวา่ เป็ นส่ิง ท่ีปฏิบตั ิไดถ้ กู ตอ้ ง (Do The Right Thing)

ประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึงความสามารถในการใชต้ น้ ทุนหรือทรัพยากรที่มีอยู่อยา่ งคุม้ ค่า เพ่ือการบรรลุเป้าหมายประสิทธิภาพจึงมกั จะถูกวดั ในรูปของตน้ ทุนหรือจานวนทรัพยากรท่ีใชไ้ ปเม่ือเทียบ กบั ผลงานหรือผลผลิตที่ไดเ้ ช่นตน้ ทุนแรงงานเวลาท่ีใชอ้ ตั ราผลตอบแทนจากการ ลงทุนความสาเร็จสายการบินราคาประหยดั หรือสายการบินตน้ ทุนต่านอกจากจะเป็ นผลมาจาก ประสิทธิผลขององค์กรแล้วยงั มาจากผลการดาเนินงานที่มีประสิทธิภาพด้วยสอดคล้องกับดรักเกอร์ (Drucker, 1979) สรุปประสิทธิภาพว่าเป็ นการทางานดว้ ยวิธีการท่ีถูกตอ้ ง (Do Things Right) ซ่ึงเกิดการ ประหยดั ตน้ ทุนได้มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งความสาเร็จขององค์กรอย่างมี ประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลสอดคล้องกับแนวคิดหรือปรัชญาการจัดการซัพพลายเชนคุณภาพ (Supply Chain Quality Management) ซ่ึงเป็นนวตั กรรมการบริหารจดั การรูปแบบหน่ึงเป็ นวิถีแห่งการบริหารท่ีเกิดจากการร่วมมือ กนั ทางานซ่ึงมิใช่เป็นเพยี งความร่วมมือในการจดั การภายในองคก์ ร แต่เป็นการบริหารทุกองคก์ รที่เกี่ยวขอ้ ง ท้งั หมดท่ีเป็ นพนั ธมิตรกนั ในซัพพลายเชนเดียวกนั จึงเป็ นการบริหารจดั การท้งั ระบบ (System Approach) ซ่ึงมีวตั ถุประสงค์หลกั ร่วมกันคือการสนองความตอ้ งการและความพึงพอใจของผูบ้ ริโภคคนสุดทา้ ยใน ลักษณะการรวมพลงั และการมีส่วนร่วมเพ่ือการพฒั นาปรับปรุงการทางานในทุกส่วนทุกคนทุกส่วนท่ี เกี่ยวขอ้ งกนั ตอ้ งร่วมมือกนั ในทุกลกั ษณะร่วมมือและช่วยกนั คิดแกไ้ ขปัญหาต่างๆร่วมแบ่งปันขอ้ มูลซ่ึงกนั และกนั ร่วมประสานงานกนั เพ่ือยกระดบั คุณภาพอย่างต่อเน่ืองกล่าวไดว้ ่าลกั ษณะเช่นน้ีเป็ นแนวความคิด พ้นื ฐานสาคญั คือกาแพงขวางก้นั และแบง่ งานออกจากกนั จะตอ้ งถูกทลายลงเพ่ือใหเ้ กิดการร่วมกนั ทางานใน ลกั ษณะทีมที่เหนียวแน่นภายใตค้ วามพยายามของการบริหารท้งั ระบบอยา่ งแทจ้ ริงซ่ึงจะเห็นไดว้ า่ รูปแบบ การจดั การซัพพลายเชนเป็ นนวตั กรรมการบริหารจดั การรูปแบบหน่ึงซ่ึงสามารถประยุกต์หลกั การและ แนวคิดไปใช้ในการบริหารจดั การไดก้ บั องค์กรทุกประเภทไม่เวน้ แมแ้ ต่องค์กรการศึกษาและสถานศึกษา เพราะความคิดรวบยอด (Concept) ของการจดั การซัพพลายเชนในการบริหารจดั การองคก์ รคือวิธีการหรือ เทคนิ คการบริ หารจัดการองค์กรการศึกษาท่ีมุ่งเน้นความสาเร็ จของการบริ หารจัดการองค์กรใ ห้เกิ ด ประสิทธิผลและประสิทธิภาพอยา่ งสมดุลและเหมาะสมท่ีสุดในความจริงท่ีเป็นปัจจุบนั การจดั การซพั พลาย เชนในการบริหารการศึกษาของสถานศึกษาเป็นรูปแบบการบริหารจดั การท่ีมีอยูแ่ ลว้ และทาอย่แู ลว้ เพยี ง แต่ ในวงการศึกษาไม่คุน้ เคยกบั คาน้ีเมื่อเทียบเคียงแนวคิดและหลกั การแลว้ รูปแบบการจดั การซพั พลายเชนใน สถานศึกษาจึงมีนยั ของการผสมผสานรูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่เป็ นอยู่คือรูปแบบการบริหารแบบ มงุ่ เนน้ ผลสมั ฤทธ์ิ (Results Based Management Model: ABM Model) รูปแบบการบริหารการศึกบาตามแนวพระราชบญั ญตั ิการศึกษา พ.ศ. 2542 แกไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545 รูปแบบการบริหารโดยโรงเรียนเป็ นฐาน (School Based Management Model: SBM Model) รูปแบบการประกันคุณภาพสถานศึกษา (School Quality Assurance Model: SQA Model) รูปแบบการ

บริหารคุณภาพท้งั องคก์ ร (Total Based Management Model: TQM Model) รูปแบบการบริหารโรงเรียนที่มี ประสิทธิผล (School Effectiveness Management Model: SFM Model) รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participation Management Model: PM Model) เป็นตน้

แนวคิดเกย่ี วกบั โลจิสตกิ ส์ แนวคิดเกย่ี วกบั โลจิสตกิ ส์และการจัดการโลจิสตกิ ส์ 1. แนวคิดเกี่ยวกับโลจิสติกส์เป็ นกระบวนการในการจัดการวางแผนจัดสายงานและควบคุม กิจกรรมท้งั ในส่วนท่ีมีการเคล่ือนยา้ ยและไม่มีการเคลื่อนยา้ ยในการอานวยความสะดวกของกระบวนการ ไหลของสินคา้ ต้งั แต่จุดเร่ิมจดั หาวตั ถุดิบไปจนถึงจุดที่มีการบริโภคการประกอบธุรกิจทว่ั ไปผปู้ ระกอบการ จะคานึงถึงตน้ ทนุ การผลิตเป็นหลกั และจะหาวิธีลดตน้ ทุนการผลิตใหต้ ่าเพ่ือต่อสู้กบั คู่แข่งรายอ่ืน ๆ ที่อยใู่ น ตลาดนอกจากตน้ ทุนวตั ถดุ ิบและแรงงานตา่ ง ๆ แลว้ คา่ ใชจ้ ่ายดา้ นโลจิสติกส์ถือวา่ เป็นอีกตวั หน่ึงท่ีมีสัดส่วน คอ่ นขา้ งสูงและมีผลต่อราคาสินคา้ และบริการโลจิสติกส์ประกอบดว้ ยกิจกรรมสนบั สนุน 1.1.กิจกรรมหลกั ในกระบวนการไหลของสินคา้ ตามแนวคิดของโลจิสติกส์คือกิจกรรมท่ีมี ความสาคญั และมีผลกระทบต่อตน้ ทนุ และการใหบ้ ริการของสินคา้ มากที่สุดประกอบดว้ ยกิจกรรมหลกั 3 กิจกรรมดว้ ยกนั คอื (1) การขนส่ง (2) การสินคา้ คงคลงั (3) กระบวนการสั่งซ้ือ 1.2 กิจกรรมสนบั สนุนในกระบวนการไหลของสินคา้ ตามแนวคิดของโลจิสติกส์คือกิจกรรมที่ มีส่วนในกระบวนการกระจายสินคา้ และเป็ นกิจกรรมท่ีสนับสนุนให้งานของกิจกรรมหลกั ดาเนินไปได้ สะดวก ไดแ้ ก่ (1) การจดั การดา้ นโกดงั (2) การยกขน (3) การหีบห่อ (4) การจดั ซ้ือ (5) การจดั ตารางผลิตภณั ฑ์ (6) การจดั การดา้ นขอ้ มูล การจดั การโลจิสติกส์จะเน้นไปท่ีการเช่ือมโยงระหว่างกิจกรรมต้งั แต่ข้นั ตอนในการจดั หาวตั ถุดิบ (Raw Material) สินคา้ (Goods) และบริการ (Services) การเคล่ือนยา้ ยจากตน้ ทาง (Source of Origin) ไปยงั ผูบ้ ริโภคปลายทาง (Final Destination) ไดท้ นั เวลา Just In Time) และประสิทธิภาพโดยมีการสร้างระบบ เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์การแลกเปลี่ยนขอ้ มูลทางอิเลก็ ทรอนิกส์และติดต้งั ซอฟทแ์ วร์ที่ทนั สมยั เพ่ือช่วยในการ

บริหารจดั การนอกจากน้ีการเคล่ือนยา้ ยสินคา้ ในความหมายของโลจิสติกส์ยงั ครอบคลุมถึงการขนส่งสินคา้ (Cargoes Carriage) การเก็บรักษาสินค้า (Warehouse) และการกระจายสินค้า (Cargoes Distribution) กระบวนการที่เกี่ยวขอ้ งกบั การคาดคะเนของตลาด (Market Predict) โดยมีเป้าหมายท่ีสาคญั คอื 1. ความรวดเร็วในการส่งมอบสินคา้ (Speed Delivery) 2. การไหลลื่นของสินคา้ (Physical Flow) 3. การไหลลื่นของขอ้ มูลขา่ วสาร (Information Flow) 4. การสร้างมลู ค่าเพิม่ (Value Added) 5. การลดต้นทุนการดาเนินการเก่ียวกับสินค้าการดูแลและขนส่งสินค้า (Cargo Handling & Carriage Cost) ดังน้ันจะเห็นได้ว่าการจดั การทางด้านโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพน้ันจะต้องมีการเช่ือมโยง ระหวา่ งกิจกรรมในแตล่ ะข้นั ตอนต้งั แต่ตน้ ทางไปยงั ปลายทางโดยท่ีกิจกรรมที่เกิดข้นึ น้นั จะตอ้ งมีผลกระต่อ ตน้ ทุนให้น้อยที่สุดและเกิดความพึงพอใจมากที่สุดโดยให้กิจกรรมสนับสนุนน้ันเป็ นตวั ช่วยให้กิจกรรม หลกั สาเนินสะดวกมากท่ีสุดการบริหารโลจิสติกส์สามารถส่งเสริมความสามารถทางการแข่งขนั ของท้งั โซ่ อุปทานโดยการ“ การตอบสนองต่อความตอ้ งการของลูกคา้ คนสุดทา้ ย (End Custome Demand) ด้วยการ เสนอส่ิงท่ีเป็ นท่ีตอ้ งการ (What is Needs) ในรูปแบบท่ีตอ้ งการ (In the Form tts Need) ในเวลาท่ีตอ้ งการ (When It is heads) ดว้ ยราคาท่ีเหมาะสม (With Competitive Cost)” (คานายอภิปรัชญากุล, 2546) 2. แนวคดิ เกี่ยวกบั การจดั การโลสติกส์ 2.1 ความสาคญั ของการจดั การโลจิสติกส์ เน่ืองจากการแข่งขนั ท่ีรุนแรงจากอัตราดอกเบ้ียและตน้ ทุนด้านพลังงานเพ่ิมสูงข้ึนในช่วง ทศวรรษ 1970 โลจิสติกส์จึงไดร้ ับความสนใจยงิ่ จากการท่ีโลจิสติกส์เป็นตน้ ทนุ ในการดาเนินงานที่สาคญั ตวั หน่ึงตน้ ทุนจากโลจิสติกส์ในหลายแนวทางดงั น้ี ประการแรก การแข่งขนั ระดับโลกจากต่างประเทศท่ีมากข้ึนเป็ นเหตุให้องค์กรต่าง ๆ ตอ้ ง ปรับตวั เพ่ือสร้างความแตกต่างท้งั ในตวั องคก์ รเองและตวั สินคา้ โลจิสติกส์จะเป็นตวั ตดั สินเน่ืองจากองคก์ ร ภายในประเทศจะตอ้ งเพิ่มความน่าเชื่อถือและมีการตอบสนองที่รวดเร็วต่อตลาดที่อยู่ใกลเ้ คียงมากกว่าคู่ แข่งขนั ที่อยใู่ กลออกไปในต่างประเทศ ประการที่สององคก์ รที่มีการซ้ือขายระหวา่ งประเทศจะพบวา่ โซ่อุปทาน (Supply Chain) ระหวา่ งองคก์ รกบั คูค่ า้ จะมีความยาวเพิม่ ข้ึนมีตน้ ทนุ สูงข้ึนและมีความซบั ซอ้ นมากยง่ิ ข้นึ การบริหารโลจิ สติกส์ท่ียอดเยย่ี มจึงมีความจาเป็นเพ่ือสร้างโอกาสในการแข่งขนั อยา่ งเตม็ ที่ทว่ั โลก

ประการที่สามท่ีทาให้โลจิสติกส์มีความสาคญั มากยิ่งข้ึนก็คือการใหค้ วามสาคญั กบั การควบคุม ตน้ ทนุ เพม่ิ มากข้ึน ไดแ้ ก่ (1) เทคโนโลยสี ารสนเทศสถานการณ์ในปัจจุบนั น้ีเป็นช่วงเวลาของเทคโนโลยีสารสนเทศซ่ึง ช่วยใหอ้ งคก์ รตา่ ง ๆ สามารถติดตามธุรกรรมท่ีเกิดข้ึนจากกิจกรรมตา่ ง ๆ เช่นการสั่งซ้ือการจดั เก็บสินคา้ และ วตั ถุดิบเมื่อนามารวมกับการทาแบบจาลองด้านคุณภาพ (Quantitative Model) ด้วยคอมพิวเตอร์ทาให้ สารสนเทศมีความสามารถในการจดั การกระบวนการไหลของขอ้ มูลและสินคา้ ที่ประหยดั สูงสุดรวมท้งั วธิ ีการเคล่ือนยา้ ยที่ดีที่สุดไดป้ ัจจยั อื่น ๆ ที่ทาใหโ้ ลจิสติกส์ไดร้ ับความสนใจมากยง่ิ ข้ึนการยอมกบั ในแนวคิด เชิงระบบ (System Approach) และแนวคิดตน้ ทุนรวมอิทธิพลของโลจิสติกส์ต่อผลกาไรและความเป็ นจริง ที่วา่ โลจิสติกส์สามารถนามาใชเ้ ป็นอาวธุ ในการกาหนดกลยทุ ธ์เพื่อแข่งขนั ในอนาคต (2) อานาจของซ่องทางการจดั จาหน่ายการเปลี่ยนข้นั อานาจจากผผู้ ลิตไปยงั ผคู้ า้ ปลีกผคู้ า้ ส่งและ ผูแ้ ทนจาหน่ายไดส้ ร้างผลกระทบอย่างมากต่อโลจิสติกส์เมื่อการแข่งขนั เพ่ิมมากข้ึนโดยเฉพาะอย่างย่งิ ใน อุตสาหกรรมสินคา้ อุปโภคบริโภคทาให้เกิดผลกระทบต่อผจู้ ดั ส่งสินคา้ วตั ถุดิบและผผู้ ลิตสินคา้ ซ่ึงในที่สุด จะส่งผลให้เหลืออยู่แค่ผูน้ าในตลาดเท่าน้ันทาให้การแข่งขนั มีความรุนแรงเพิ่มมากข้ึนและส่งผลให้มีการ เสนอสินคา้ ที่มีคุณภาพสูงข้ึนในหลาย ๆ กรณีทาใหผ้ ูบ้ ริโภคมองผนู้ าเหล่าน้ีวา่ เป็นสิ่งทดแทนในตราสินคา้ อ่ืนนอกจากน้ีความจงรักภกั ดีต่อตราสินคา้ ลดสงน้นั ทาใหอ้ านาจของผูผ้ ลิตลดลงและทาให้อานาจของผูค้ า้ ปลีกสูงข้ึนเน่ืองจากการขายจะถกู กาหนดโดยสินคา้ ท่ีมีวางขายและไมไ่ ดม้ าจากตราสินคา้ ท่ีผผู้ ลิตเสนอ 18 3. องคป์ ระกอบของจดั การโลจิสติกส์ การจดั การโลจิสติกสเ์ ป็นกระบวนการเคล่ือนยา้ ยสินคา้ ตงั้ แต่การจดั หาวัตถุดิบไปจนกระท่งั ผลิต สินคา้ เสร็จและส่งถึงมือผูบ้ ริโภคขั้นสุดทา้ ยหรือคือการไหลเวียนของวตั ถุดิบขอ้ มูลการจ่ายเงินและการ บริการจากแหล่งวตั ถุดิบจนถึงโรงงานคลงั สินคา้ และผูบ้ ริโภคข้นั สุดทา้ ยโดยรวมถึงองคก์ รที่เกี่ยวขอ้ งและ กระบวนการซ่ึงเริ่มจากการส่งมอบสินคา้ ขอ้ มลู และการบริการใหก้ บั ลกู คา้ รวมไปถึงกระบวนการต่าง ๆ เช่น การจดั ซ้ือ (Procurement) การผลิต (Manufacturing) การควบคุมการส่งกาลงั บารุง (Logistics) การควบคุม สินค้าคงคลัง (Inventory Control) การจัดจาหน่าย (Distribution) เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) การจดั เกบ็ (Storage) การขนส่ง (Transportation) เป็นตน้ กระบวนการท้งั หมดน้ีจะจดั ระบบให้ มีความสัมพนั ธ์และคล่องตวั นอกจากน้ีการจดั การโลจิสติกส์ไม่ไดค้ รอบคลุมเฉพาะหน่วยงานต่างๆภายใน องค์กรเท่าน้ัน แต่ที่สาคญั จะสร้างความสัมพนั ธ์กบั องค์กรอ่ืน ๆ อย่างมีประสิทธิภาพเช่นผูจ้ ดั หาวตั ถุดิบ / สินคา้ (Suppliers) บริษทั ผูผ้ ลิต (Manufacturers) บริษทั ผูจ้ ดั จาหน่าย (wholesalers) รวมท้งั ลูกคา้ บริษทั (Consumers) จึงเป็ นการเช่ือมโยงกระบวนการดาเนินธุรกิจทุกข้ันตอนที่เกี่ยวข้องกันเป็ นห่วงโซ่หรือ เครือขา่ ยใหเ้ กิดการประสานงานกนั อย่างต่อเนื่องท้งั น้ีเพ่ือเพม่ิ ประสิทธิภาพในการผลิตสินคา้ / บริการสร้าง

ความพึงพอใจให้กบั ลูกคา้ การจดั การโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานน้นั จะมีการแลกเปล่ียนขอ้ มูลให้กบั ทุก ๆ หน่วยงานในระบบทราบและใช้งานทาให้หน่วยงานในแต่ละหน่วยงานสามารถทางานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ประโยชนข์ องการจดั การโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานท่ีมีประสิทธิภาพกค็ ือการดาเนินการทุก องคก์ รที่อยใู่ นห่วงโซ่ตา่ งไดร้ ับผลประโยชน์อยา่ งเท่ากนั และไมค่ วรผลกั ภาระตน้ ทุนไปใหฝ้ ่ายใดฝ่ายหน่ึง ทาใหต้ น้ ทนุ รวมขององคก์ รลดลงเพ่มิ ผลผลิตในกระบวนการผลิตเพมิ่ ส่วนแบ่งการตลาดและช่วยลดเวลา รวมท้งั ค่าใชจ้ ่ายตา่ ง ๆ จากการดาเนินการการพฒั นาการจดั การโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานเป็นเรื่องของ การใชค้ วามรู้ประยกุ ตเ์ พราะธุรกิจที่ตา่ งกนั การจดั การโลจิสติกส์และห่วงโซ่อปุ ทานกต็ ่างกนั ดว้ ยตลอดจน การใหค้ วามรู้และการกระจายความรู้ต้งั แต่ต้งั แตผ่ บู้ ริหารจนถึงผปู้ ฏิบตั ิงาน 4. ตวั ช้ีวดั ดา้ นการจดั การโลจิสติกส์ประกอบดว้ ยตวั ช้ีวดั ท่ีสาคญั อยู่ 4 ดา้ น ไดแ้ ก่ 4.1 ดา้ นการจดั การการกระจายสินคา้ (Distribution Management) ในการจดั การโลจิสติกส์มี องคป์ ระกอบสาคญั ซ่ึงสนบั สนุนกิจกรรมการตลาดสวนผสมทางการตลาดคือสินคา้ (Product) ราคา (Price) และการส่งเสริมการขาย (Promotion) การออกแบบของทางการกระจายสินคา้ ในมุมมองดา้ นการตลาดคือ การออกแบบสถานที่ใหเ้ กิดความไดเ้ ปรียบในการแขง่ ขนั และช่องทางการกระจายสินคา้ ท่ีมีประสิทธิภาพสูง จะช่วยลดตน้ ทุนโลจิสติกส์ท้งั ระบบไดด้ ีการออกแบบเชิงกลยุทธ์ดา้ นช่องทางการกระจายสินคา้ (Channel of Distribution มีวตั ถุประสงคห์ ลกั 2 ประการคือการสร้างระดบั การบริการให้ลูกคา้ สูงท่ีสุดและลดตน้ ทุน การดาเนินงานร่วมของท้งั โซ่อุปทานให้ต่าท่ีสุดโดยการออกแบบเชิงกลยุทธ์หมายถึงการออกแบบท่ีมีอิทธิ สูงต่อการกาหนดนโยบายและน ๆ ไปสู่การวางแผนและดาเนินงานเพ่ือให้เกิดความไดเ้ ปรียบเชิงแข่งขนั ต้งั แต่รูปแบบการกระจายสินคา้ เมื่อออกแบบและกาหนดช่องทางการกระจายสินคา้ อยา่ งใหเ้ ปรียบคู่แขง่ ขนั แลว้ การวางแผนและควบคมุ การดาเนินงานใหเ้ กิดประสิทธิภาพสูงที่สุด 4.2 ด้านการจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management) สินค้าคงคลังคือวัสดุที่อยู่ใน กระบวนท้งั หมดไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดหรือเพื่อวตั ถุประสงค์ใดสินคา้ คงคลงั จะเป็ นส่วนหน่ึงของการ ไหลเวียนของวสั ดุในโซ่อุปทานการใชเ้ ทคนิคการจดั การท่ีไดร้ ับการปรับปรุงใหม่ ๆ ทาใหก้ ารจดั การสินคา้ คงคลงั ในปัจจุบนั มีแนวโนม้ ที่จะมีความซับซ้อนมากข้ึนมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพมากข้ึน แต่การจะ นาการจดั การสินคา้ คงคลงั แบบร่วมสมยั ไปปฏิบตั ิน้นั บริษทั จาเป็ นจะตอ้ งปรับเปลี่ยนทศั นคติที่เก่ียวกบั สินคา้ คงคลงั ใหเ้ ป็นสากลเสียกอนในอดีตการจดั การสินคา้ คงคลงั ท่ีดีเย่ียมหมายถึงการลดปริมาณสินคา้ คง คลงั และเพ่ือลดค่าใชจ้ ่ายของ บริษทั ซ่ึงดูเหมือนจะเป็ นสมการง่าย ๆ ที่มีประโยชน์เม่ือมองในระดบั ของ หน่วยงาน แต่ก็ทาให้ บริษทั สูญเสียโอกาสท่ีจะทาให้การจดั การสินคา้ คงคลงั มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อมอง โนภาพรวมของท้งั บริษทั หรือแมก้ ระทงั่ ภาพรวมของโซ่อุปทานการพยายามเพื่อให้สินคา้ คงคลงั มีปริมาณ

ลดลงช่วยให้ บริษทั สามารถเพ่ิมประสิทธิภาพของค่าใชจ้ ่ายและการใหบ้ ริการในธุรกิจของ บริษทั ลดลงใน บางสถานการณ์ บริษทั อาจมีความจาเป็ นท่ีจะตอ้ งเพิ่มปริมาณสินคา้ คงคลงั เพ่ือจะทาให้ตน้ ทุนรวมของ สินคา้ เม่ือส่งถึงมือลูกคา้ มีค่าต่าท่ีสุดดงั น้นั บริษทั จึงจาเป็นตอ้ งมีความเช่ียวชาญและมีทกั ษะเพียงพอท่ีจะทา ใหเ้ กิดการหกั ลา้ งกนั พอดีของผลเสียทางดา้ นโลสติกส์หรือโซ่อุปทาน 4.3 ดา้ นการจดั การการขนส่ง (Transportation Management) การขนส่งมีหนา้ ท่ีหลกั ในการ เคล่ือนยา้ ยสินคา้ ภายในโซ่อุปทานการขนส่งไดก้ ลายเป็นองคป์ ระกอบที่สาคญั ต่อความสาเร็จสูงสุดของโซ่ อุปทานโดยรวมการขนส่งไดส้ ร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจดว้ ยการอานวยความสะดวกทางดา้ นเวลาและสถานท่ี คอื การสร้างความมนั่ ใจใหก้ บั บริษทั ไดว้ า่ จะมีสินคา้ เพยี งพอที่จะจดั จาหน่าย ณ สถานท่ีและเวลาท่ีลกู คา้ ตอ้ งการการจดั การขนส่งมีจุดมุง่ หมายที่จะเคล่ือนยา้ ยสินคา้ จากแหลง่ กาหนดสินคา้ ไปยงั ลกู คา้ ผใู้ ชส้ ินคา้ อยา่ งรวดเร็วดว้ ยตน้ ทุนท่ีต่าท่ีสุดและมีความสม่าเสมอมากท่ีสุดความสามารถในการขนส่งจะสร้างความ มนั่ ใจในดา้ นเวลาและสถานที่ดว้ ยตน้ ทุนที่ไดเ้ ปรียบคู่แข่งและเป็นปัจจยั พ้นื ฐานของความสามารถในการ แขง่ ขนั ในตลาดของบริษทั 5. บทบาทของโลจิสติกส์ 5.1 บทบาทของโลจิสติกส์ต่อระบบเศรษฐกิจโลจิสติกส์เป็นกุญแจสาคญั ในระบบเศรษฐกิจใน สองแนวทาง (กมลชนกสุทธิวาทมฤพุฒิและคณะ, 2544) คือประการแรกโลจิสติกส์เป็ นรายจ่ายที่สาคญั สาหรับธุรกิจต่าง ๆ และจะส่งผลกระทบและไดร้ ับผลกระทบจากกิจกรรมอ่ืนในระบบเศรษฐกิจซ่ึงการ ปรับปรุงประสิทธิผลของกระบวนการดา้ นโลจิสติกส์จะส่งผลโดยตรงต่อการปรับปรุงสภาพเศรษฐกิจ โดยรวมให้ดีข้ึนประการที่สองโลจิสติกส์ได้รองรับการเปล่ียนแปลงและกระบวนการของธุรกรรมทาง เศรษฐกิจและไดก้ ลายเป็ นกิจกรรมสาคญั ในดา้ นการสนบั สนุนการขายเสมือนหน่ึงเป็ นสินคา้ และบริการ ดว้ ยเพื่อให้เขา้ ใจในบทบาทดงั กล่าวโดยใชม้ ุมมองจากท้งั ระบบซ่ึงหากสินคา้ ไม่มาตรงตามกาหนดลูกคา้ ก็ ไม่สามารถซ้ือสินคา้ ดังกล่าวไดก้ ล่าวคือหากกิจกรรมใตกิจกรรมหน่ึงที่อยู่ภายในโซ่อุปทานมีปัญหาจะ ส่งผลกระทบท้งั หมด 5.2 บทบาทของโลจิสติกส์ในองคก์ รต่าง ๆ ประสิทธิภาพของการจดั การดา้ นโลจิสติกส์ได้รับ การยอมรับในฐานะท่ีเป็ นโอกาสที่จะปรับปรุงความสามารถในการทากาไรและการแข่งขนั องคก์ รหลาย องคก์ รสามารถใหบ้ ริการลูกคา้ ไดอ้ ยา่ งโดดเด่นซ่ึงองคก์ รแรก ๆ ท่ีไดร้ ับเอาแนวคิดดา้ นการตลาดมาให้น้ีได้ นามาซ่ึงการใช้ลูกคา้ เป็ นตวั ขบั เคลื่อน (Customer Driven) แนวโน้มการมุ่งให้ความสาคญั กบั การบริการ ลูกคา้ สามารถใชไ้ ดจ้ นถึงปัจจุบนั ประกอบดว้ ยโลจิสติกส์สนบั สนุนการตลาดจากระบบปรัชญา (กมลชนก สุทธิวาทนฤพุฒิ, 2544

ความสาคญั ของโลจสิ ตกิ ส์ และโซ่อปุ ทานต่อองค์กร ความสาคญั ของการจดั การโลจสิ ตกิ ส์ ปัจจุบนั การจดั การโลจิสติกส์ เป็ นเป้าหมายสาคญั ท่ีผูป้ ระกอบการสามารถใชเ้ ป็ นแหล่งท่ีมาของ ความไดเ้ ปรียบในการแข่งขนั ท้งั ในระดบั ธุรกิจและระดบั ประเทศ เน่ืองจากดว้ ยกระแสโลกาภิวตั น์ที่ส่งผล ให้มีการแข่งขนั ทางธุรกิจท่ีรุนแรงเพ่ิมมากข้ึน และการเปิ ดเสรีทางการคา้ ที่มากข้ึน ส่งผลให้ภาคธุรกิจจึง ตอ้ งยกระดบั ความสามารถในการดาเนินธุรกิจในทุกวิถีทางที่เป็ นไปได้ ท้งั การลดตน้ ทุนธุรกิจและสร้าง มูลค่าเพ่ิมใหม่ๆ เสนอลูกคา้ การบริหารจดั การกระบวนการนาส่งสินคา้ จากผผู้ ลิตถึงผบู้ ริโภคตลอดห่วงโซ่ อุปทาน ซ่ึงในการประกอบธุรกิจทว่ั ไป ผูป้ ระกอบการจะคานึงถึงตน้ ทุนการผลิตเป็ นหลกั และพยายามหา วิธีลดตน้ ทุนการผลิตให้ต่าลงเพ่ือต่อสู้กบั คู่แข่งรายอื่นๆ ท่ีอยู่ในตลาด เนื่องจากการเพิ่มราคาสินคา้ เพ่ือ รักษาระดบั รายไดใ้ หเ้ ท่าเดิมน้นั คอ่ นขา้ งจะเป็นไปไดย้ ากสาหรับลกั ษณะโครงสร้างตลาดและภาวะทางการ แข่งขนั ในปัจจุบนั เม่ือตน้ ทุนเป็ นตวั แปรที่ผูป้ ระกอบการต่างหันมาให้ความสาคญั ซ่ึงนอกจากตน้ ทุนวตั ถุดิบและ แรงงานต่างๆแล้ว ต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์ถือได้ว่าเป็ นส่วนของต้นทุนที่มีความสาคัญเป็ นอย่าง มาก ตน้ ทุนโลจิสติกส์เกิดข้ึนจากกิจกรรมท่ีรองรับกระบวนการโลจิสติกส์ ประเภทตน้ ทุนหลกั ๆ ไดแ้ ก่ การให้บริการลูกคา้ การขนส่ง การจดั เก็บสินคา้ กระบวนการส่ังซ้ือและขอ้ มูลการส่ังซ้ือ ปริมาณการ สั่งซ้ือ และการจดั เก็บสินคา้ คงคลงั และแนวคิดต้นทุนรวมเป็ นเรื่องสาคัญในการบริหารกระบวนการ ทางดา้ นโลจิสติกส์อยา่ งมีประสิทธิภาพ จุดมุ่งหมายของทุกองคก์ รก็คือการลดตน้ ทุนรวมของกิจกรรมโลจิ สติกส์มากกวา่ การมองในแต่ละกิจกรรมเดี่ยวๆ ซ่ึงตน้ ทุนต่างๆเหล่าน้ี สะทอ้ นออกมาจากท้งั กิจกรรมหลกั และกิจกรรมเสริมในกระบวนการโลจิสติกส์ เพื่อให้เห็นถึงความสัมพนั ธ์ในกิจกรรมต่างๆทางดา้ นโลจิสติกส์ การศึกษาในคร้ังน้ีจึงขอแสดงให้ เห็นความสัมพนั ธ์ของการจดั การโลจิสติกส์ กบั อตั ราส่วนทางการเงิน เนื่องจากแสดงถึงความเช่ือมโยงของ การดาเนินธุรกิจไดค้ ่อนขา้ งชดั เจน พร้อมกนั น้ียงั สามารถแสดงใหเ้ ห็นไดช้ ดั เจนข้ึนวา่ การจดั การโลจิสติกส์ น้นั จะส่งผลกระทบไปยงั ตวั แปรทางดา้ นการเงินตวั ใดบา้ ง และผา่ นตวั แปรทางดา้ นโลจิสติกส์ตวั ใด อตั ราส่วนทางการเงิน หมายถึง การเปรียบเทียบระหวา่ งรายการในงบการเงินต้งั แต่สองรายการข้ึน ไป เพ่ือแสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างรายการ ซ่ึงอาจจะแสดงได้ในรูปของสัดส่วน หรือในรูปของร้อย ละ หรือในรูปของจานวนคร้ัง หรือจานวนรอบ หรือแมก้ ระทงั่ ในรูปของระยะเวลา สาหรับอตั ราส่วนทาง การเงินท่ีนิยมใช้วดั ประสิทธิภาพของการจดั การโลจิสติกส์ สามารถอธิบายไดด้ ว้ ย Strategic Profit Model คือ ROI (Return on Investment) เป็ นดชั นีท่ีใชว้ ดั ศกั ยภาพของกิจการในการทากาไรจากการลงทุนหรือใช้ ประเมินประสิทธิภาพของการลงทนุ ในโครงการตา่ งๆกนั โดยสามารถเขียนในรูปของสมการไดว้ า่

ROI = Profit / Capital employed จากอตั ราส่วนดงั กล่าว สามารถขยายไดใ้ นอีกรูปไดว้ า่ ROI = (Profit / Sale ) X ( Sale / Capital employed ) จากสมการ อตั ราส่วนของกาไรต่อยอดขายแสดงถึงกาไรที่บริษทั ไดร้ ับ และอตั ราส่วนยอดขายต่อ ทุนท่ีใช้ไปในการสร้างกาไรน้ันแสดงถึง อตั ราหมุนเวียนของทุนที่ใช้ไปในการสร้างกาไรน้ัน ( Capital turn) โดยทว่ั ไปแลว้ เพื่อเพ่ิมอตั ราผลตอบแทนต่อการลงทุน หลายบริษทั จะมุ่งความสนใจไปที่ส่วนของ กาไรต่อยอดขายท่ีบริษทั ไดร้ ับ แต่วิธีการดงั กล่าวมกั เป็นไปไดย้ ากในปัจจุบนั ซ่ึงหากพิจารณาอตั ราส่วนท่ี แสดงถึงอตั ราการหมุนเวียนของทุนที่ใชไ้ ปในการสร้างกาไรน้นั พบวา่ การเพ่ิมรอบของการใชท้ ุนดงั กล่าว สามารทาใหอ้ ตั ราส่วนการทากาไรจากการลงทุนเพมิ่ ข้ึนไดเ้ ช่นกนั นน่ั หมายความวา่ การไดก้ าไรที่ไม่สูง แต่ หากว่ามีส่วนทุนท่ีมีประสิทธิภาพสูงก็สามารถทาให้อตั ราส่วนการทากาไรจากการลงทุนเพ่ิมสูงข้ึนได้ เช่นกนั การจดั การโลจิสติกส์มีผลกระทบโดยตรงต่อผลกาไรและเงินลงทุน การบริการลูกคา้ และการมี สินคา้ เพียงพอต่อความตอ้ งการของลูกคา้ จะเป็นตวั ผลกั ดนั ในการเติบโตของรายไดข้ องบริษทั ขณะท่ีการ ปฏิบตั ิงานโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดค่าใชจ้ ่ายการดาเนินงานไดอ้ ยา่ งมหาศาล การปฏิบตั ิงานที่ กระชบั และระยะเวลาส่งมอบวตั ถดุ ิบที่ส้นั จะช่วยลดปริมาณสินคา้ คงคลงั และเงินทนุ ที่ผกู ติดอยกู่ บั สินคา้ คง คลงั ในขณะเดียวกนั การประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพระหวา่ งองคก์ รต่างๆ ภายในโซ่อุปทาน รวมท้งั การใชผ้ ใู้ หบ้ ริการจากภายนอก ( Outsourcing ) สามารถลดความจาเป็นที่จะตอ้ งมีสินทรัพยท์ างกายภาพ ซ่ึง ทาใหจ้ านวนเงินลงทุนลดลงตามไปดว้ ย นอกจากในระดบั จุลภาคแลว้ โลจิสติกส์ยงั เป็นกลไกสาคญั ในการพฒั นาเศรษฐกิจและขบั เคลื่อน ตน้ ทุนของภาคธุรกิจใหส้ ามารถแข่งขนั ไดบ้ นเวทีการคา้ ระหวา่ งประเทศในระดบั ภาคอีกดว้ ย โดยเฉพาะ ระบบการคมนาคมขนส่งซ่ึงมีผลโดยตรงต่อกระบวนการเคล่ือนยา้ ย จดั เก็บ รวบรวม และกระจายสินคา้ จาก จุดเร่ิมตน้ ไปสู่ผบู้ ริโภคข้นั สุดทา้ ย และถือเป็นโครงสร้างพ้ืนฐานดา้ นการขนส่ง ส่ิงอานวยความสะดวกทาง การคา้ และระบบโลจิสติกส์ เป็นตวั แปรสาคญั ท่ีมีผลตอ่ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในดา้ นของตน้ ทุนการ ผลิตสินคา้ และตน้ ทุนโลจิสติกส์ จากข้อมูลต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ของประเทศไทย ซ่ึงจดั ทาโดยสานักงานคณะกรรมการ พฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ไดม้ ีการปรับปรุงขอ้ มูลล่าสุดพบว่าตน้ ทุนโลจิสติกส์ของประเทศ ไทยในปี พ.ศ. 2548 อยทู่ ่ี ร้อยละ 19.4 และร้อยละ 23.9 ในปี 2549 ซ่ึงเมื่อเปรียบเทียบกบั ตน้ ทุนโลจิสติกส์ ต่อ GDP ของประเทศท่ีพฒั นาแลว้ อยา่ งเช่น สหรัฐอเมริกา ประเทศแถบยุโรป และญี่ป่ ุน ในปี 2548 พบว่า ประเทศเหล่าน้นั มีตน้ ทุนโลจิสติกส์อยทู่ ี่ ร้อยละ 15 , 11 และ 11 ตามลาดบั ทาใหเ้ ห็นไดว้ า่ ประเทศไทยยงั มี

สัดส่วนตน้ ทุนโลจิสติกส์อยใู่ นระดบั ท่ีค่อนขา้ งสูงโดยเปรียบเทียบ และเม่ือเปรียบเทียบตน้ ทุนโลจิสติกส์ กับประเทศอย่างฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลี หรือมาเลเซีย ซ่ึงถือได้ว่าเป็ นประเทศที่มีระดับการพฒั นา เศรษฐกิจและสังคมไม่แตกต่างไปจากประเทศไทยมากนกั ก็พบวา่ ตน้ ทุนตวั เลขตน้ ทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ของไทยสูงกวา่ ประเทศเหล่าน้ีเช่นกนั ดงั น้นั นอกจากปัจจยั ทางดา้ นเศรษฐกิจ การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และปัจจยั ทางดา้ น สังคมแลว้ จาเป็ นอย่างยิ่งที่ตอ้ งมีการพฒั นาระบบโครงสร้างพ้ืนฐานคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์เพ่ือ ยกระดบั ศกั ยภาพในเรื่องการขนส่งใหม้ ีประสิทธิภาพและขีดความสามารถสูงข้ึน ความสาคญั ของการบริหารจดั การโซ่อุปทาน หลงั จากท่ีการแข่งขนั ทางธุรกิจไดท้ วีความรุนแรงมากข้ึนในทศวรรษท่ีผา่ นมา ผบู้ ริหารก็ตา่ งตกอยู่ ภายใตแ้ รงกดดนั ที่จะตอ้ งทาให้องค์กรมีการบริหารตน้ ทุนท่ีมีประสิทธิภาพมากข้ึน การแข่งขนั ทางธุรกิจ มุ่งเน้นท่ีความพึงพอใจของลูกค้าเป็ นหลัก การตอบสนองต่อความต้องการที่รวดเร็วทันตามความ เปลี่ยนแปลงของลูกค้า และอยู่บนพ้ืนฐานของต้นทุนการผลิตต่า กาไรสูงสุด โดยผลิตในปริมาณที่ พอเหมาะ ดงั น้ันการนาเครื่องมือเขา้ มาช่วยในการบริหารภายในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพน้ันจึงเป็ น ส่ิงจาเป็นอยา่ งยงิ่ และเคร่ืองมือที่สามารถช่วยผูป้ ระกอบการในสภาวะการแข่งขนั ในปัจจุบนั ไดเ้ ป็นอยา่ งดีก็ คือ ระบบการบริหารจดั การโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) ซ่ึงเป็นระบบการบริหารที่มีแนวคิดท่ี มงุ่ เนน้ ความสอดคลอ้ งสัมพนั ธ์กนั อยา่ งต่อเน่ือง เป็นระบบการบริหารท่ีสนองความตอ้ งการของลูกคา้ อย่าง มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ดว้ ยการบริหารจดั การใหห้ น่วยงานท้งั ภายในและภายนอก สามารถส่งมอบ สินคา้ หรือชิ้นงานให้กบั หน่วยงานถดั ไปไดอ้ ย่างต่อเนื่อง จนกระทง่ั ผลิตเป็ นสินคา้ ท่ีมีคุณภาพ ส่งถึงมือ ลูกคา้ ไดต้ ามท่ีลูกคา้ ตอ้ งการ แนวคิดน้ีแสดงให้เห็นว่าองคก์ รไม่สามารถแข่งขนั ไดโ้ ดยลาพงั อีกต่อไปแลว้ แต่จะตอ้ งแข่งขนั กนั ในรูปของโซ่อุปทาน (Supply Chain) หรือการแข่งขนั ที่เป็นแบบเครือข่าย ซ่ึงองคก์ รท่ี จะประสบความสาเร็จจะต้องมีโครงสร้างที่เหมาะสม และสามารถสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานใน เครือข่ายเพื่อเสนอสิ่งที่ดีกว่าและรวดเร็วกว่าให้กบั ลูกคา้ ของตน ในอดีตท่ีผ่านมาส่วนใหญ่องคก์ รมกั ยึด หลักการบริหารแบบที่เน้นการปฏิบัติงานอยู่แต่ภายในองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ไม่ค่อยให้ ความสาคญั กบั ผสู้ ่งมอบและลูกคา้ เท่าใดนัก ซ่ึงรูปแบบทางธุรกิจขององค์กรดงั กล่าวเป็ นลกั ษณะ“ซ้ือขาย กันเท่าน้ัน” คือสินค้าและบริการจะถูกซ้ือมาและขายไปใกล้ๆ ตวั ในโซ่อุปทาน (Supply Chain) หรือท่ี เรียกวา่ หลกั การใกลช้ ่วงแขน (arm-length basis) โดยละเลยความสมั พนั ธ์ระยะยาวและผลประโยชน์ร่วมกนั ระหว่างหน่วยงานท่ีอยู่ไกลออกไปในโซ่อุปทาน (Supply Chain) ผลท่ีไดก้ ็คือลูกคา้ ซ่ึงอยู่ปลายสุดของโซ่ อปุ ทาน (Supply Chain) ไดร้ ับสินคา้ และบริการท่ีมีตน้ ทุนสูงและคณุ ภาพต่า ขณะท่ีเงินทนุ และทรัพยากรใน การบริหารเร่ิมหายากข้ึนเรื่อยๆ ผูบ้ ริหารองค์กรจึงตื่นตวั และเริ่มตระหนักว่าต่อไปน้ีไม่จาเป็ นท่ีองค์กร จะตอ้ งทางานทุกอย่างด้วยตนเอง บ่อยคร้ังที่พบว่ามีหน่วยงานอ่ืนนอกองค์กรที่มีทรัพยากรและเทคนิค เฉพาะท่ีสามารถทางานเฉพาะอย่างไดด้ ีกว่าตนเองหรือแมว้ ่าองค์กรน้ันเองจะมีทรัพยากรและเทคนิคท่ี

สามารถทาไดก้ ็ตาม แต่ก็อาจจะไม่อยู่ในตาแหน่งท่ีเหมาะสมในโซ่อุปทาน (Supply Chain) การคิดแบบน้ี หนทางที่จะนาไปสู่ความไดเ้ ปรียบทางการแข่งขนั ท่ียง่ั ยืนในยุคปัจจุบนั น้นั คือการบริหารความสัมพนั ธ์ที่ ซบั ซอ้ นของหลายหน่วยธุรกิจ ซ่ึงแตล่ ะหน่วยธุรกิจก็จะเสนอขายสินคา้ และบริการของตน แต่ในที่สุดก็ตอ้ ง ประกอบกนั เป็ นสินคา้ และบริการสุดทา้ ยให้มีตน้ ทุนต่ากว่าและมีมูลค่าเพิ่มมากว่าให้แก่ลูกคา้ ปัจจยั แห่ง ความสาเร็จของแนวคิดน้ีคือวิธีการทาใหค้ วามสัมพนั ธ์ของทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นพนั ธมิตร (alliances) หรือผสู้ ่งมอบหล่อหลอมเขา้ ดว้ ยกนั เพ่ือบรรลผุ ลประโยชน์ของทกุ ฝ่าย (สาธิต พะเนียงทอง, 2548) อตุ สาหกรรมท่ีสาคญั ต่างๆ ในประเทศ เช่น อุตสาหกรรมส่ิงทอเคร่ืองนุ่งห่ม เครื่องหนงั และรองเทา้ และอุตสาหกรรมอาหาร เป็นตน้ อุตสาหกรรมเหล่าน้ีลว้ นแลว้ แต่มีลกั ษณะเหมาะที่จะนาระบบการบริหาร จดั การโซ่อุปทาน (Supply Chain) เขา้ มาช่วยในการบริหารธุรกิจ เน่ืองจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขนั อย่างรุนแรง ความต้องการสินค้าของลูกค้ามีความหลากหลาย ผลิตภัณฑ์มีวงจรชีวิตส้ันและมีการ เปล่ียนแปลงอยา่ งรวดเร็ว จะเห็นไดว้ า่ การนาระบบ (Supply Chain Management: SCM) (Supply Chain) เขา้ มาใชใ้ นอุตสาหกรรมดงั กล่าว ถือไดว้ า่ เป็นเร่ืองที่ดีอยา่ งย่ิงท่ีจะช่วยให้ผูป้ ระกอบการสามารถแข่งขนั ไดใ้ น ตลาดโลก โดยเฉพาะการแข่งขนั เพื่อครองตลาดต่างประเทศให้ไดใ้ นอนาคต ซ่ึงปัจจยั หลกั ของความสาเร็จ ในการบริหารจดั การโซ่อุปทาน (Supply Chain) ไดแ้ ก่ สินคา้ คงคลงั ตน้ ทุน ขอ้ มูล การให้บริการลูกคา้ ความสัมพนั ธ์ที่ดีและการร่วมมือกนั ระหวา่ งคู่คา้ ปัจจยั เหล่าน้ีเป็นส่ิงที่สาคญั ในการนามาใชก้ าหนดกลยทุ ธ์ ในการบริ หารจัดการโซ่อุปทาน (Supply Chain) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Coyle, et al., 2003) โดย วตั ถุประสงค์หลักของ(Supply Chain Management: SCM) (Supply Chain) ก็เพื่อลดต้นทุนการถือครอง สินคา้ ให้มากท่ีสุด ซ่ึงทุกกิจกรรมตอ้ งการลดตน้ ทุนในการถือครองสินคา้ ภายใตก้ ารคงประสิทธิภาพการส่ง มอบโดยการขจดั กิจกรรมต่างๆ ที่ไม่มีมูลค่าเพม่ิ และกิจกรรมที่ส่งผลตอ่ การเพม่ิ ของสินคา้ คงคลงั

ห่วงโซ่อุปทานซาลาเปาหมูสับไข่เคม็

ส่วนที่ 1 กิจกรรมในส่วนตน้ น้า วตั ถุดิบหลกั ในการผลิตซาลาเปาหมสู บั ไขเ่ คม็

ส่วนที่ 2 กิจกรรมในส่วนกลางน้า ข้นั ตอนการผลิตซาลาเปาหมูสับไขเ่ คม็

ส่วนที่ กิจกรรมในส่วนปลายน้า ส่งออกและวางจาหน่ายซาลาเปาหมสู บั ไขเ่ คม็

โครงข่ายโซ่อุปทานที่ศึกษา

เอกสารอ้างองิ แนวคดิ เก่ียวกบั โซ่อปุ ทาน และการจดั การโซ่อุปทาน,คน้ วนั ท่ี 7 กนั ยายน 2564,จาก 6.บทท่ี 2.pdf (spu.ac.th) แนวคิดเกี่ยวกบั โลจิสติกส์,คน้ วนั ท่ี 7 กนั ยายน 2564,จาก ทฤษฎีพฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภค (spu.ac.th) ความสาคญั ของโลจิสติกส์ และโซ่อปุ ทานต่อองคก์ ร,คน้ วนั ที่ 7 กนั ยายน 2564,จาก ความสาคญั ของโลจสิ ตกิ ส์ และโซอ่ ปุ ทาน - nasiclogistics2016 (google.com)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook