Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 16อ่านจับใจความชุดที่5

16อ่านจับใจความชุดที่5

Published by awwsuay33, 2020-03-27 05:07:42

Description: 16อ่านจับใจความชุดที่5

Search

Read the Text Version

๕แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ ชดุ ท่ี “อานจบั ใจความ ตอบคําถามได” ของ ช้นั เลขที่ ครูผสู อน โรงเรยี น

๑แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรือ่ งที่ “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คาํ ชแี้ จง : อานเร่ืองตอ ไปนีแ้ ละตอบคาํ ถามใหถกู ตอง ชิม ชอป ใช นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปดเผยวา ขณะน้ีมาตรการสงเสริมการทองเท่ียวในประเทศ “ชิมชอปใช” เฟส 2 เปดวันแรก (24 ต.ค.) ต้ังแตเวลา 06.01 น.เปนตนไป มีผูมาลงทะเบียนครบ 500,000 ราย เมือ่ เวลา 07.18 น. และในชวงเยน็ ของวันจะมีการลงทะเบียนอกี ครงั้ เวลา 18.01 น. อีก 500,000 ราย โดยกําหนดจํานวนผูลงทะเบียนไว 3 ลานรายขณะที่เพื่อจูงใจคนใชจายในกระเปาเงิน ชอ งที่ 2 ซ่งึ จะมกี ารคืนเงินสูงสดุ 20% หรือไมเกิน 8,500 บาท ทางคลงั ไดใ หธนาคารกรุงไทย ออมสิน ธนาคารเพือ่ การเกษตรและสหกรณการเกษตร และธนาคารพาณิชยไปจูงใจธุรกิจโรงแรม รานอาหารดัง ในจงั หวัดตา งๆ เขา รว มมากขึ้น โดยการขยายเวลาถงึ ส้นิ ปซ ่ึงตรงกับฤดูกาลทองเทย่ี ว ดา นนายลวรณ แสงสนทิ สํานักงานเศรษฐกจิ การคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลังกลาว วา เง่ือนไขชิมชอปใชเฟสที่ 2 ไดปรับหลักเกณฑใหม โดยใหผูประกอบการโรงแรม เชารถ บริษัททัวร สามารถลงทะเบียนบริษัทในเครือเดียวกัน เขารวมไดทุกจังหวัดจากเดิมเลือกไดเพียงจังหวัดเดียว ขณะที่ นายชาญกฤช เดชวิทักษ ผูชวยรัฐมนตรีประจํานายกรัฐมนตรี กลาววา รานคาและผูประกอบการราย ยอยพอใจโครงการชมิ ชอปใชเ ฟสแรกมาก เพราะมียอดขายปรับเพิ่มขึ้น 30% โดยชิมชอปใชเฟส 2 จะ ขยายการลงทะเบียนรานคาไปจนถึง 31 ธ.ค.น้ี โดยจนถึงส้ินปโครงการนี้จะชวยใหมีเม็ดเงินลงสู เศรษฐกจิ ฐานราก รา นคารายยอ ย และวิสาหกิจชมุ ชนมากข้ึน ๑. โครงการชมิ ชอปใชเฟส 2 เปด ใหล งทะเบียนวนั ไหน ๒. โครงการชิมชอปใชเฟส 2 เปดใหลงทะเบียนเวลาใดบาง ๓. ธนาคารใดบา งทีร่ วมมือกบั รฐั บาลในการขบั เคล่ือนนโยบาย ๔. เหตใุ ดทผ่ี ปู ระกอบการสนพงึ พอใจในโครงการชิมชอ ปใชเฟส1 ๕. ถา เราอยูจงั หวดั กรุงเทพจะไมสามารถลงทะเบยี นใชเ งินทีไ่ หนได ๖. ถาเราอยากไดเ งนิ คืนจากโครงการตอ งใชเงนิ ชองทางไหน ชอ่ื ………….………….…………………ชนั้ ……….เลขท่ี……

๒แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรือ่ งที่ “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําชี้แจง : อานเร่ืองตอ ไปนแี้ ละตอบคาํ ถามใหถ ูกตอ ง ภาษาไทย “…เราโชคดีท่ีมีภาษาของตนเองแตโบราณกาล จึงสมควรอยางยิ่งที่จะรักษา ไว ปญ หาเฉพาะในดานการรักษาภาษาน้ีก็มีหลายประการ อยางหนึ่งตองรักษาให บริสุทธิ์ในทางการออกเสียง คือ ใหออกเสียงใหถูกตองชัดเจน อีกอยางหน่ึงตอง รักษาใหบ ริสุทธ์ใิ นวธิ กี ารใช หมายความวา วธิ ีใชค าํ มาประกอบเปนประโยคนับเปน ปญหาทีส่ ําคญั ปญ หาทสี่ าม คอื ความราํ่ รวยในคําของภาษาไทย ซ่ึงพวกเรานึกวา ไมร า่ํ รวยพอ จงึ ตองมีการบญั ญัติศัพทใหมมาใช...” “...ในปจจุบันนี้ปรากฏวา ไดมีการใชถอยคําออกจะฟุมเฟอยและไมตรงกับ ความอันแทจริงอยูเนือง ๆ ทั้งการออกเสียงก็ไมถูกตองตามอักขรวิธี ถาปลอยให เปนดังน้ีภาษาของเราก็มีแตจะทรุดโทรม ชาติไทยเรามีภาษาของเราใชเองเปนส่ิง ประเสรฐิ อยแู ลว เปนมรดกอนั มคี า ตกทอดมาถึงเรา ทุกคนมีหนา ท่ีจะตอ งรักษาไว...” พระราชดํารัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ๑. ภาษาไทยเกดิ ขึ้นจากประเทศใด ๒. ปญ หาในการรกั ษาภาษาไทยมอี ะไรบาง ๓. ในพระราชดาํ รสั นีต้ อ งการใหค นไทยทาํ อะไร ๔. การออกเสยี งคาํ วาเรยี นรู เปนเลยี นลเู ปนปญหาในการใชภ าษาดา นใด ๕. การเขยี นภาษาไทยจากคาํ “ไดจ า ” เปน “ดายจรา” เปน ปญ หาการใชภาษาดา นใด ๖. “ไปไหนมาอะ ” เปนปญหาในการใชภาษาดา นใด ชื่อ………….………….…………………ชัน้ ……….เลขท่ี……

๓แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เร่อื งท่ี “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คาํ ช้แี จง : อานเร่อื งตอไปนแี้ ละตอบคําถามใหถกู ตอง คนดี “ในบานเมืองนี้มีท้ังคนดี และคนไมดี ไมมีใครที่จะทําใหทุกคน เปนคนดีไดท้ังหมด การทําใหบานเมืองมีความปกติสุขเรียบรอย จึงมิใชการ ทําใหทุกคนเปนคนดี หากแตอยูท่ีการสงเสริมคนดี ใหคนดีไดปกครอง บานเมือง และควบคุมคนไมดีไมใหมีอํานาจ ไมใหกอความเดือดรอน วนุ วายได. ..” พระราชดํารสั พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในพิธีเปด งานชมุ ชนลกู เสอื แหง ชาตคิ า ย ลูกเสอื วชริ าวุธจังหวดั ชลบุรี ๑. ในพระราชดํารสั นตี้ อ งการใหค นไทยปฏิบตั ิตนอยางไร ๒. ตามพระราชดาํ รัสตอ งการใหท กุ คนเปน คนดใี ชห รือไม ๓. หากตอ งการใหบ า นเมอื งปกตสิ ขุ ตอ งทาํ อยางไร ๔. ในการเลือกหวั หนา หอ งควรเลือกหวั หนา หอ งแบบใด ๕. ถา เราเลือกหัวหนาหอ งที่เปน คนไมด คี ดิ วา หอ งเรยี นจะเปน อยา งไร ๖. เราสามารถทําใหท ุกคนเปนคนดีไดห รือไม เพราะอะไร ช่ือ………….………….…………………ชนั้ ……….เลขท่ี……

๔แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรือ่ งที่ “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําชี้แจง : อา นเร่ืองตอไปนีแ้ ละตอบคาํ ถามใหถ ูกตอ ง ศิลปวฒั นธรรมและวทิ ยาศาสตร “การศึกษาดานศิลปวัฒนธรรมเปนการศึกษาที่สําคัญ และควรจะ ดาํ เนนิ ควบคูกันไปกับการศึกษาดานวิทยาศาสตร เพราะความเจริญของบุคคล ตลอด จนถงึ ความเจริญของประเทศและของโลกโดยสวนรวมดวยนั้น มีท้ังทางวัตถุและจิตใจ ความเจริญท้ังสองทางนี้ จะตองมีประกอบกัน เกื้อกูลและสงเสริมกันพรอมมูล จึงจะ เกิดความเจริญท่ีแทจริงได ประเทศท้ังหลายจึงตางพยายามสงเสริมการศึกษาดาน ศลิ ปวฒั นธรรมนี้ พรอมกนั ไปกบั การศกึ ษาดานวทิ ยาศาสตร” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร ในพธิ ีพระราชทานปริญญาบตั รของ จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลัย 10 กรกฎาคม 2535 ๑. พระบรมราโชวาทนไ้ี ดก ลาวในงานใด ๒. ในพระบรมราโชวาทไดก ลา วถึงการศกึ ษาดานใดบาง ๓. ในพระบรมราโชวาทความเจริญแบงเปน กีด่ าน อะไรบา ง ๔. หากความเจรญิ ทั้ง 2 ดา นมีความสมดลุ ย ๕. ในพระบรมราโชวาทตอ งการใหคนไทยทาํ ส่งิ ใด ๖. มเี พียงประเทศไทยใชหรือไมท่ีสง เสริมการศึกษา 2 ดา นน้ี ชอื่ ………….………….…………………ชน้ั ……….เลขที่……

๕แบบฝก เสรมิ ทกั ษะเรอื่ งที่ “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คาํ ช้แี จง : อา นเรอ่ื งตอไปนแ้ี ละตอบคาํ ถามใหถ กู ตอ ง สวนยางพารา ในพ้นื ที่ ม.2 บานยะบะ ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส มีการระบาดของ โรคเช้อื ราในตนยางพารา ทาํ ใหใบรวงเกือบหมดเหลอื แคต น กนิ พ้ืนท่ีหลาย รอยไร ใบมีรอยดําๆ เปนวงขาวๆ บางตนเหี่ยวแหงตายก็มี คาดวานาเปน การระบาดของโรคเช้อื รา Pestalotiopsis sp.หรอื โรคใบรว งชนดิ ใหม โดย ระบาดมากวา 2 เดือนแลว ทําใหผลผลิตลดลง กระทบตอรายได ยังไมมี หนวยงานใดเขาไปแกป ญหา จนเกษตรกรกังวลวา ตนยางจะเหี่ยวแหงตายใน ที่สุด นายมือลี มะแซ 230/8 ม.2 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ระบุวาใบยางรวง เกิดข้ึนมากวา 2 เดือนแลว ขณะน้ีขยายพื้นท่ีกวางมากขึ้นเปนเกือบทุกแปลง รวงจนเหลือแคตนยางทั้งที่มีฝนตก ใบยางท่ีรวงมีลักษณะเปนวงกลมขาวดํา เปน จุดๆ คลายเชื้อรา บางตน ยนื ตน ตายกม็ ี ยังไมมีหนวยงานใดเขามาแกไข วอนเจาหนาท่ีเขามาเรง แกปญ หาโดยดวน ๑. ขาวดงั กลาวเกิดขนึ้ ในภาคใด ๒. ขา วนําเสนอเรอื่ งใด ๓. เชอ้ื ราท่รี ะบาดมชี ื่อวาอยา งไร ๔. เชื้อราสงผลอยา งไรตอตน ไมบ าง ๕. เชอื้ รามกี ารระบาดมานานเพยี งใด ๖. ชาวบา นตองการอะไร ชื่อ………….………….…………………ชน้ั ……….เลขท่ี……

๖แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรื่องที่ “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําช้แี จง : อา นเร่อื งตอ ไปนแ้ี ละตอบคําถามใหถ ูกตอง แหลมสมหิ ลา ผูสื่อขาวรายงานวา สภาพคลื่นลมในทะเลบริเวณชายหาดแหลมสมิหลาที่ซัด เขาสูชายฝงยังคงมีกําลังแรงขึ้น ทําใหทางเทศบาลนครสงขลาตองขึ้นธงแดงตลอด แนวชายหาดแหลมสมิหลา หามนักทองเท่ียวลงเลนน้ําทะเลอยางเด็ดขาดในระยะ นี้ จนกวา สถานการณส ภาพคลนื่ ลมจะกลับเขาสูภาวะปกติ เพ่ือปองกันอันตรายถูก คล่ืนซัดและคล่ืนดูดเสียชีวิตได ซึ่งเคยเกิดขึ้นทุกป โดยเฉพาะในชวงนี้ที่กําลังยาง เขาสูฤดูมรสุม ซึ่งสภาพอากาศแปรปรวน คลื่นลมมีกําลังแรงข้ึน นอกจากน้ี เรอื ประมงและเรือของบริษัทขุดเจาะนํ้ามันตองเขามาจอดหลบคืนอยูดานหลังเกาะ หนูเพ่ือปองกนั คล่นื ซัด รวมทงั้ บรเิ วณชายหาดคลื่นไดซ ัดขยะทะเลข้ึนมาเปนจํานวน มากดวย ขณะที่ศูนยอุตุนิยมวิทยาภาคใตฝงตะวันออกยังคงออกประกาศเตือน บริเวณภาคใตฝง ตะวนั ออกยงั คงมีฝนตกตอเนอ่ื ง และมฝี นหนกั ถงึ หนักมากบางแหง สําหรับอาวไทยตอนลางทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณท่ีมีฝนฟาคะนอง คลืน่ สงู มากกวา 2 เมตร ขอใหช าวเรอื เดินเรือดวยความระมัดระวัง ๑. แหลมสมิหลาอยูใ นจงั หวดั ใด ๒. เหตใุ ดตอ งปกธงแดง ๓. เมือ่ มคี ล่นื แรงเรือประมงตองทําอยางไรเพ่อื ปองกนั คลื่น ซัด ๔. การที่คลนื่ ลมแรงหากเลน นํา้ ทะเลอาจเกดิ เหตกุ ารใดได ๕. นอกจากคลืน่ แรงแลว คลนื่ ยังซดั สิง่ ใดข้นึ มาบนชายหาดดวย ๖. หากเราไปเท่ียวทะเลแลวเหน็ ธงแดงตองปฏบิ ตั ิตัวอยางไร ชอ่ื ………….………….…………………ช้ัน……….เลขท่ี……

๗แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรอื่ งท่ี “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําช้ีแจง : อา นเรือ่ งตอไปนแ้ี ละตอบคําถามใหถูกตอง ฝนตก กบรอ ง จําเพลงเด็กในตํานานกันไดไหม “ฝนเอยทําไมจึงตก ฝนเอยทําไมจึงตก จําเปนตองตกเพราะวากบมันรอง” ตอนเด็กๆ คงคุนหูกับคํานี้บางใชม้ัยคะ แลวเคย สงสยั ไหมคะวา มันเก่ียวของกนั หรือเปลา สําหรับเหตุผลท่ีอดสงสัยไมไดวา ทําไมเวลาท่ีกบสงเสียงรองเซ็งแซ แลวอีก ไมนานฝนก็จะตกลงมานน้ั ในความเปน จรงิ แลว เปนเพราะวา กบสัมผสั ไดถ ึงความชื้น ในอากาศทม่ี ีสงู กวา ปกติ ซงึ่ เปนชว งเวลาดี ท่ีเหมาะสําหรบั การออกหาอาหาร ดังน้ันในวันท่ฝี นตก กบสง เสียงรอ ง จงึ เปนเหมือนสัญญาณบอกวา ฝนกําลงั จะ ตกแลว หรอื เปน วนั ทีอ่ ากาศมคี วามช้ืนสูง กอนฝนตกกบจึงสงเสียงรองเพราะอารมณ ดี นอกจากน้ีกบยงั สงเสียงรองเพือ่ บง บอกความเปนพวกพอง และเพ่ือเรียกรองความ สนใจจากตัวเมยี เมื่อตอ งการผสมพนั ธนุ ัน่ เอง ๑. ตามเพลงทําไมฝนจงึ ตก ๒. ตามความเปน จรงิ เหตุใดกบจงึ รอ งกอนฝนตก ๓. กบนอกจากรอ งเพราะฝนใกลตกแลว ยังรอ งเพราะสาเหตใุ ดอกี ๔. ชว งเวลาใดเหมาะกับการออกหาอาหารของกบ ๕. เม่อื กบรอ งทกุ ครัง้ ฝนจะตองตกจริงหรอื ไม ๖. เวลาฝนจะตกจะมีความชื้นในอากาศสงู หรอื ตาํ่ ชื่อ………….………….…………………ช้นั ……….เลขท่ี……

๘แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรือ่ งที่ “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําช้แี จง : อานเร่ืองตอไปนแ้ี ละตอบคาํ ถามใหถ ูกตอง วาซาบิ โตชิโอะ ลิยามา หัวหนาทีมวิจัยวาซาบิ ซ่ึงตั้งอยูทางตอนใตของ กรุงโตเกียว ระบุวา วาซาบิ มีผลในการฆาเชื้อโรค มันสามารถตอตานการ ติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด และยังสามารถกําจัดพยาธิ Anisakis พยาธิ ที่ อาศัยอยูในปลาได เมื่อมันผานเขามาในระบบการยอยอาหารของมนุษย และเมอื่ ไมนานมาน้ี ยงั มีการศึกษาพบอกี วา วาซาบิ ยงั มีฤทธติ์ อ ตานสารกอ มะเรง็ ซงึ่ เปน ผลดตี อผวิ หนัง และยงั ชวยปองกันเสนเลือดอุดตนั ดวย วาซาบิ เปนเครื่องปรงุ ทที่ ํามาจากตน Canola โดยจะนําสวนโคนลํา ตนที่มีความหนาออกมาใช และหลาย ๆ คนมักจะเขาใจผิดวาเปนสวนราก ของมัน เมื่อนํามาเสิรฟบนโตะอาหาร จะมาในรูปของเคร่ืองปรุงรสท่ีมีกลิ่น ฉุน รับประทานเขาไปทําใหแสบจมูกในระยะสั้น ๆ กอนท่ีรสชาดจะ เปลย่ี นไปเปน ความกลมกลอม ท้งั ขมท้ังหวานผสมผสานกันไป ๑. วาซาบิมีประโยชนตอ รา งกายอยา งไร ๒. ใครเปน ผวู จิ ัยและไดคน พบประโยชนข องวาซาบิ ๓. วาซาบทิ าํ มาจากตน ไมชนดิ ใด ๔. วาซาบทิ าํ มาจากสวนใดของตน ไม ๕. วาซาบิมรี สชาติ และกล่นิ เปน อยา งไร ๖. วาซาบมิ กั ทานกับอาหารประเภทใด ชื่อ………….………….…………………ชนั้ ……….เลขที่……

๙แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรอื่ งที่ “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําชี้แจง : อานเรือ่ งตอไปนแี้ ละตอบคําถามใหถ กู ตอ ง เกาลดั ควั่ เกาลัดคั่วที่เห็นมากแถวเยาวราช มักจะมีเม็ดสีดําเล็กๆ คั่วรวมอยูดวย หลาย คนคิดวาเปนเมล็ดกาแฟ จริงๆแลวไมใช เจาเม็ดสีดําเล็กนั้นคือเม็ดทรายขนาด ประมาณ 3-5 มิลลิเมตร เปนทรายที่ใชในการกอสราง หรือที่เห็นตามตูปลาสีออก นาํ้ ตาล พอ คา จะนาํ เอาทรายแหงใสล งไปในกระบะใบใหญ พอทรายรอ นระอไุ ดท่จี น เปนสีดํา ก็จะนําเอาลูกเกาลัดใสลงไป บางรานเติมนํ้าตาลทรายค่ัวรวมกันใหได รสหวาน บางเจา เพม่ิ กล่ินหอมดวยการใสเมล็ดกาแฟค่วั รวมไป เหตุผลที่ตองใชเม็ดทราย ก็เพราะเม็ดทรายชวยเก็บความรอนไวได ซึ่งดีนัก สําหรับการทําใหเกาลัดสุกถึงเน้ือผลดานใน เพราะหากสังเกตกันดีๆ เนื้อผลของ เกาลัดน้ันจะไมติดกับเปลือก ดังนั้นการใชทรายท่ีรอนระอุตลอดเวลาจะชวยใหเน้ือ เกาลัดคอยๆ สุก แตตองหม่ันคนเพื่อไมใหเกาลัดไหม ซึ่งจะค่ัวกันนานราว 30-40 นาที เมด็ ทรายนนั้ ใชไ ดน านกวา 1 เดอื น เรยี กวา คว่ั เกาลดั ไดห ลายกระทะจนทรายที่ เปน เม็ดเริม่ ปน เปนผงน่นั แหละจงึ จะเปลี่ยนไปใชเมด็ ทรายชุดใหม ๑. ในการคัว่ เกาลัดใหว ัตถดุ บิ ใดเปนหลัก ๒. หากตอ งการเพ่ิมความหอมใหเ กาลัดตอ งใหส ง่ิ ใด ๓. หากตองการเพมิ่ ความหวานใหเ กาลัดตอ งใชสิง่ ใด ๔. เหตใุ ดตองใชทรายในการควั่ เกาลดั ๕. ในการค่ัวเกาลัดใชเ วลานานเพยี งใด ๖. จะรไู ดอ ยางไรวา ทรายไมสามารถใชค ั่วเกาลัดไดแ ลว ช่อื ………….………….…………………ชนั้ ……….เลขท่ี……

๑๐แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรื่องท่ี “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คาํ ชีแ้ จง : อานเร่อื งตอไปนี้และตอบคาํ ถามใหถกู ตอง นํ้าดม่ื ในรา งกายของเรามีนํ้าเปนองคประกอบท่ีสําคัญของรางกาย แตทําไมดื่ม นํ้าเปนลิตรจึงไมอวน แถมการด่ืมน้ํามากๆ ยังชวยลดไขมันในรางกายไดอีกดวย การดื่มน้ําใหไดอยางนอยวันละ 8 แกว ทุกวันเพ่ือสุขภาพท่ีดีเปนสิ่งท่ีเราทราบกันดี แตด ื่มนา้ํ ยงั ชวยในการละลายไขมนั อกี ดว ย เพราะตามปกตแิ ลว การดื่มนํา้ ในปรมิ าณที่ รางกายตอ งการ จะชว ยใหต ับทาํ งานไดเตม็ ท่ี ซ่ึงหนา ทีห่ ลักของตับน้ันก็จะชวยเรงการ เผาผลาญไขมนั ท่สี ะสมอยตู ามซอกหลืบของรางกายใหเปลีย่ นเปน พลังงานได และนํ้า ก็ยังเปนตัวการสาํ คัญท่ชี ว ยใหการเผาผลาญไขมนั ดขี ้ึน แตถ า รางกายขาดน้ําก็จะทําให ตับทํางานไมเต็มที่ การเผาผลาญไขมนั กล็ ดลงดวย การดมื่ นา้ํ นอ ยจึงสง ผลใหการเผาผลาญไขมนั ทําไดน อย อาหารทีก่ ินเพม่ิ เขา ไปจะไปเพม่ิ การสะสมไขมนั ในรา งกายมากขนึ้ เรือ่ ยๆ ดังนนั้ การพยายามดมื่ นํา้ ให มากขึน้ อกี นดิ เพ่อื ชว ยลดการสะสมของไขมนั กเ็ ปนเรื่องทน่ี าสนใจใชไหมคะ ๑. เปนส่งิ ทจ่ี ําเปนสาํ หรบั รางกายใชห รอื ไม ๒. การด่มื นาํ้ มากๆทําใหอ ว นหรือไม ๓. น้าํ ชว ยสลายไขมนั ไดเพราะอะไร ๔. หากขาดนํ้าจะสง ผลตอ ไขมนั อยา งไร ๕. ในหน่งึ วนั ควรด่มื นาํ้ ปรมิ าณเทาใด ๖. หากตบั ทาํ งานไมเ ตม็ ทต่ี องแกอยางไร ช่อื ………….………….…………………ชน้ั ……….เลขที่……

๑๑แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เร่อื งท่ี “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คาํ ช้ีแจง : อา นเร่ืองตอไปนแ้ี ละตอบคําถามใหถกู ตอง ชารอนไหมคะ ดร. เอด็ โอเคลโล แหง ศนู ยวจิ ยั สมนุ ไพร มหาวิทยาลัยนวิ คาสเซิล ทาง ตะวันออกเฉียงเหนอื ของประเทศอังกฤษ ไดร ายงานผลการวจิ ัยวา การที่คุณด่ืมชา เขียว หรือชาดําวันละ 1 ถวยทุกวัน สามารถยับย้ังการเกิดโรคอัลไซเมอรได เพราะ ในชาเขียว และชาดํา มีสารที่ชวยยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาของเอ็นไซมที่ กอใหเกิดโรคอัลไซเมอร นอกจากน้ีการดื่มชาเขียวยังสามารถปองกันการ เกดิ ปฏิกิริยาเบตา ซเี ครเทส (Beta-secretase) ท่เี ปน ขัน้ ตอนในการผลิตตะกอน โปรตีนในสมอง อันเปนสาเหตุของการปวยดวยโรคอัลไซเมอร แตคุณจะตองด่ืม ชาเขยี วอยา งนอย 1 อาทิตยถ งึ จะเห็นผลดี แตห ากคุณดมื่ ชาดําเพยี งแค 1 วันคุณก็ สามารถเหน็ ผลไดเร็วกวา การด่ืมชาเขยี วหลายเทา ถึงแมวาแพทยจะไมสามารถ รักษาโรคอัลไซเมอรใหหายได แตจากการวิจัยเรื่องการดื่มชา ก็สามารถยับย้ัง และลดภาวะเส่ียงท่ีกอใหเกิดโรคอัลไซเมอรได ราคาถูกผลขางเคียงก็ไมเกิด “ด่ืม ชายอ มดกี วา การรบั ประทานยานะคะ” ๑. การวิจยั นีเ้ กดิ ขึ้นท่ีใด ๒. งานวิจยั คน พบวา อะไร ๓. ชาชนิดใดทีช่ ว ยยับการเกดิ โรคอัลไซเมอรไ ด ๔. ชาชนดิ ใดสามารถปอ งกนั การเกิดปฏกิ ริ ิยาเบตา ซเี ครเทส (Beta-secretase) ๕. อะไรเปน สาเหตขุ องการปวยดว ยโรคอัลไซเมอร ๖. ชาชนดิ ใดปองกนั โรคอัลไซเมอรไดด ีทสี่ ดุ ชื่อ………….………….…………………ช้นั ……….เลขท่ี……

๑๒แบบฝก เสรมิ ทกั ษะเรอื่ งท่ี “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําชี้แจง : อา นเร่ืองตอ ไปน้แี ละตอบคาํ ถามใหถ ูกตอ ง การไดย นิ ของปลา เคยไหมที่เวลาเราใหอาหารหรือเปล่ียนน้ําใหกับปลา ก็อดที่จะพูดคุยกับ ปลาไมได เพราะการคุยกับสัตวเลี้ยงนั้นเปนการส่ือสารถึงความรักท่ีคุณมีใหแกเขา แตกับปลาละ เวลาที่เราพูดดวยนน้ั เขาจะไดย นิ และเขา ใจท่ีเราพูดดวยหรือเปลา ถา บอกวาปลาสามารถไดยินเสยี ง กค็ งมีคนถามตอ อีกวา แลว ไหนละ หูของปลา เนื่องจากปลาไมมีหูสวนนอกหรือใบหูใหเห็น แตจริงๆ แลวปลาน้ันไดยิน เสียงจากภายนอก โดยใชเสนขางลําตัวมาทําหนาท่ีในการรับเสียง จากน้ันก็สง สัญญาณตอ ไปสูห ชู ัน้ ในซ่ึงมีหนา ทร่ี บั เสยี ง และสง สญั ญาณตอไปยังสมองในการรบั รู และยังเปน การรกั ษาสมดุลในการทรงตัว เชน เดียวกบั มนุษย ทวาความเขา ใจนัน้ ก็เปน อีกเรอ่ื งทีต่ อ งบอกวาปลาไมมีวันเขาใจภาษาใดๆ ในโลก หรอื แมแตภาษาของปลาดวยกันเอง เพราะปลานั้นมีสมองเล็กมากประมาณ เมลด็ ถว่ั เขียว และมคี วามจําท่ีส้ันมากๆ เหมือนท่ีเราเรียกคนมีความจําสั้นวา สมอง ปลาทอง ดังนั้น ปลาจงึ ดํารงชพี อยูด ว ยความรูส ึก ๑. ปลาไดยนิ เสียงหรือไม ๒. ปลาใชอวัยวะใดบางในการรบั เสยี ง ๓. ปลาเขา ใจภาษาของมนษุ ยหรอื ไม ๔. ความจําของตาเปนเชน ไร ๕. สมองของปลามขี นาดเทียบเทา กับสง่ิ ใด ๖. ปลาใชอวยั วะใดบางในการทรงตวั ชอื่ ………….………….…………………ชนั้ ……….เลขที่……

๑๓แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เร่ืองที่ “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําชแี้ จง : อา นเรอื่ งตอไปน้ีและตอบคาํ ถามใหถกู ตอง โพสตอ ทิ โนต กระดาษโนตแผน เล็กพรอมแถบกาวอยางออน มีคุณสมบัติแปะท่ีไหนติดที่น่ัน เม่ือดึงกระดาษออกไมเหลือรองรอยของกาวติดอยูนายสเปนเซอร ซิลเวอร (Spencer Silver) เปนหน่งึ ในทมี นักวจิ ัยของบริษัท 3M ในป ค.ศ. 1968 เขาไดรับ มอบหมายใหพัฒนากาวใหมีประสิทธิภาพสูง ติดไดแนน ทนทาน ถาวร แตผลของ การพัฒนา เขากลับไดกาวออกมาที่ตรงกันขามกับเปาหมาย โดยสิ้นเชิง คือเปนกาว อยางออน ตดิ งา ย ลอกไดไ มท ิง้ รอ งรอย ตอ มาในป ค.ศ. 1974 นายอารเ ธอร ฟราย (Arthur Fry) นักวิจัยอีกคนนํา กาวนี้มาใชตดิ กระดาษไวค ั่นคัมภรี ไ บเบลิ ในหนาสวดมนตท ี่เขาตอ งการเวลาไปโบสถ ก็เพราะคุณสมบัติติดงาย ลอกไดไมท้ิงรองรอยน้ีเอง 3M จึงนําไปพัฒนาออกมาเปน กระดาษโนตสีเหลือง ที่มีแถบกาวชนิดนี้ออกจําหนาย โดยใหช่ือวา “โพสตอิทโนต” (Post-it Notes) ปรากฎวาเปนท่ีนิยมอยางมาก โดยเฉพาะในหมูคนทํางานใน สํานกั งาน กระดาษโนต สีเหลืองจึงพฒั นาเปน หลายสี หลายขนาด ๑. โพสตอิทโนต เกดิ มาจากใคร ๒. จริงๆแลวเขาตอ งการใหก าวมคี ุณสมบัตอิ ยา งไร ๓. ใครเปน คนนําโพสตอ ิสมาใช ๔. คุณสมบัตขิ องโพสตอ สิ คืออะไร ๕. แตเดมิ โพสตอสิ เปนสีอะไร ๖. การใชโพสตอ สิ โนต เปนท่ีนิยมกบั คนกลมุ ไหน ชื่อ………….………….…………………ชนั้ ……….เลขท่ี……

๑๔แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรอ่ื งท่ี “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คาํ ชแี้ จง : อา นเรือ่ งตอไปนแ้ี ละตอบคาํ ถามใหถ กู ตอ ง กอด การคนพบใหมจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแหงรัฐเวอรจิเนีย และ มหาวทิ ยาลยั แหงรัฐวิสคอนซนิ ระบวุ า การกอดชวยทําใหสมองสว นท่ีเก่ยี วขอ งกบั การ ต่ืนตัวมีความเยือกเย็นลง นักประสาทวิทยาไดใหสตรีท่ีสมรสแลว 16 คน มาอยูใน สถานการณทม่ี คี วามเครียด (พวกเธอทราบดวี าไดรับการชอ คดว ยไฟฟา ออ นๆ) พอให อาสาสมัครชายทมี่ คี วามเปนเพ่อื นเขา มาจับมือสตรเี หลา นน้ั แลว ผลสแกนพบวาสวน ของสมองท่ีตอบสนองตอ อันตรายนั้นมีกิจกรรมลดนอยลง และผลยิ่งมากข้ึนไปอีกเม่ือ ผทู ีย่ ืน่ มอื ใหจ บั เปนคสู มรสของสตรีเหลา น้ีเอง ดอ กเตอร เจมส โคแอน, Ph.D.หวั หนา นักวจิ ัย และศาสตราจารยภาควิชา จิตวทิ ยา และวิทยาศาสตรดา นประสาทจากมหาวิทยาลัยแหงรัฐเวอรจิเนียระบุวา “ที่ จิตใจผอนคลายลงอาจเปนเพราะมีใครบางคนอยูที่นั่นคอยชวยเหลืออยู” สวนการ สัมผัสในรูปแบบอ่ืน เชน การกอด, โอบไหล ก็ยังอาจชวยลดความกระวนกระวาย และลดปรมิ าณฮอรโมนความเครียดท่ีสมองผลิตลงได ๑. การคนพบนีม้ าจากทีใ่ ด ๒. บทความนี้กลา วถึงการวิจยั เรือ่ งใด ๓. การวิจยั นี้ทดลองกบั คนก่ีคน ๔. นกั วิจัยทําใหผูเ ขา รับการทดลองไดรับความเครียดดว ยวธิ ีใด ๕. หวั หนานักวิจยั มีชอ่ื วาอะไร ๖. เหตใุ ดท่ีการกอดทาํ ใหค นผอ นคลาย ช่อื ………….………….…………………ชน้ั ……….เลขที่……

๑๕แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรอื่ งท่ี “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําช้แี จง : อานเร่อื งตอไปน้แี ละตอบคําถามใหถูกตอ ง ฟาสตฟ ดู กบั ผลการเรยี น จากงานวิจัยของคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยแวนเดอบิลท ท่ีรัฐ เทนเนสซี ท่ีทําการศึกษากับนักเรียนช้ันประถมศึกษาจํานวน 5,500 คน โดยการ ติดตามพฤติกรรมการกินของเด็กนักเรียน อายุ 10-11 ขวบ แลวเปรียบเทียบกับผล การทดสอบวิชาการอาน และวิชาคณิตศาสตร ในภาพรวมเดก็ นกั เรยี นจะทําคะแนนในการทดสอบไดระหวาง 58- 181 คะแนน ซึ่งมีคาเฉลีย่ อยูท่ี 141.5 คะแนน เมอ่ื นํามาเปรียบเทยี บกับจาํ นวนครงั้ ที่ ทานฟาสตฟูด พบวา นักเรียนเกินกวาครึ่งที่ทานฟาสตฟูดมากกวา 3 ครั้งใน 1 สปั ดาหก อนสอบไดค ะแนนสอบตาํ่ กวาคาเฉลีย่ ดงั น้ี คนที่ทาน 4-6 คร้ังตอสัปดาห ทําคะแนนสอบไดตํ่ากวาคาเฉล่ีย ประมาณ 7 คะแนน, คนที่ทาน 1 คร้ังตอวัน ทําคะแนนสอบไดต่ํากวาคาเฉลี่ย 16 คะแนน และคนท่ที าน 3 ครง้ั ตอ วัน ทําคะแนนสอบตา่ํ ลงถงึ 19 คะแนน จากงานวิจัยคร้ังนี้จึงสรุปไดวา การทานฟาสตฟูดท่ีบอยมากขึ้นน้ัน มคี วามสมั พันธก ับการที่คะแนนสอบตาํ่ ลง ๑. งานวจิ ยั น้ีเกย่ี วขอ งกับเด็กระดับชน้ั ใด ๒. งานวิจัยนสี้ ํารวจเกี่ยวกบั อะไร ๓. นกั เรยี นท่ีทานฟาสตฟดู มากกวา 3 ครั้งใน 1 สัปดาหมีผลการสอบอยา งไร ๔. นกั เรียนทท่ี านฟาสตฟ ูด 4-6 คร้งั ตอ สัปดาห มผี ลการสอบอยา งไร ๕. นักเรยี นควรทานฟาสตฟ ดู บอยเพยี งใด ๖. ผลงานวจิ ัยนค้ี น พบอะไร ชือ่ ………….………….…………………ช้นั ……….เลขท่ี……

๑๖แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรอื่ งที่ “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําช้ีแจง : อา นเรอื่ งตอไปนี้และตอบคําถามใหถูกตอง ไมเ อาถา น เด็กท่ีวันๆ เอาแตเลนเกมสออนไลน ไมอานหนังสือเรียน การบานไมทํา งาน บา นก็ไมเ คยคิดจะหยบิ จับชวยเหลอื พอ แม เหลา น้ีลวนเปนตัวอยางพฤติกรรมของ “เด็กไม เอาถาน” ทาํ ไมจึงเรียก “เดก็ ไมเอาถาน” คาดกันวาคาํ นี้มที ่มี าจากคาํ เดิม คอื “เหลก็ ไมเอา ถาน” เพราะในสมัยกอนน้ัน การหลอมเหล็กหรือตีอาวุธจากเหล็กใหแข็งแกรงนั้น จําเปนตองใชถานในการกอเปลวไฟจนลุกโชน เพ่ือใหความรอนแกเหล็ก แลวถานหรือ คารบอนจะแทรกตัวเขาไปอยูในเน้ือเหล็กหลังจากการถลุง ถาเหล็กไมมีถานผสมอยูเลย เหลก็ นนั้ จะมีคุณภาพต่าํ ไมแ ข็งและเหนยี วพอท่จี ะเรยี กวา เหล็กกลา แตหากมีมากเกินไป จะทําใหเ หลก็ เปราะ เหล็กทีด่ ีควรมคี ารบอนเขาไปผสมอยปู ระมาณ 0.1 – 1.8% ชางตีอาวุธจากเหล็กในสมัยโบราณ จําเปนตองคิดคนหากลวิธี เพ่ือขจัดปญหา ดาบหัก เพราะแสดงถึงกรรมวิธีการผลิตที่ไมดีทําใหเหล็กไมเอาถาน จนกลายเปนคําพูด ติดปาก เปรยี บเทยี บนสิ ยั คนกบั อาวุธวา “เหลก็ ไมเ อาถา น” ๑. เด็กไมเอาถา นมีพฤติกรรมอยางไร ๒. เดก็ ไมเ อาถานมาจากคาํ ใด ๓. ถาเหลก็ ไมม ถี า นผสมอยูจ ะเปนอยางไร ๔. เหล็กที่ดีควรมถี านผสมอยูในปรมิ าณเทาไหร ๕. เหล็กกลามีลกั ษณะอยา งไร ๖. ถามถี านผสมในดาบมากเกินไปจะเปน อยา งไร ช่อื ………….………….…………………ชนั้ ……….เลขท่ี……

๑๗แบบฝก เสรมิ ทกั ษะเรอ่ื งท่ี “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําชี้แจง : อา นเร่ืองตอไปนีแ้ ละตอบคําถามใหถกู ตอ ง รถยนตค นั แรกในสยาม ในปพ.ศ. 2444 พระเจาลกู ยาเธอพระองคเจารพพี ัฒนศกั ด์ิ (กรมหลวงราชบุรี ดิเรกฤทธ์ิ) ทรงประชวรตองเสด็จฯ ไปรักษาพระองคท่ีกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศส และ ไดทรงสั่งซื้อรถยนตคันหน่ึงเปนรถเดมเลอรเบนซ ซึ่งถือเปนรถช้ันเยี่ยมที่สุดขณะนั้น ตอ มาภายหลังรถยนตรเดมเลอรเ บนซก็เปลยี่ นชือ่ เปน รถยนตรเมรเ ซเดส – เบนซ เม่ือพระองคกลับประเทศไทย ในปลายป พ.ศ. 2444 ไดนอมเกลาฯ ถวาย รถยนต แดพ ระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลาเจา อยหู วั ซ่ึงนับไดวาเปนรถยนตรพระท่ีนั่ง คันแรกในประวัติศาสตรแหงประเทศไทย โดยพระองคทรงรับหนาท่ีเปนสารถี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงโปรดปรานรถยนตพระท่ีคันนี้มาก เพราะทรงเห็นวาสะดวกสบาย และเดินทางไดรวดเร็วกวารถมาพระท่ีนั่ง ได พระราชทานนามรถยนตพระที่นั่งคันแรกน้ีวา แกวจักรพรรดิ์ แลวทรงพระกรุณาโปรด เกลาฯ ใหสั่งรถยนตเขามาอีก 10 คัน เพ่ือพระราชทานแก พระบรมวงศานุวงศและ เสนาบดี หลังจากนน้ั ก็มกี ารสั่งรถยนตเขา มาในประเทศไทยอกี หลายคัน ๑. รถคันแรกมาจากประเทศอะไร ๒. ใครเปนผูนําเขามา ๓. รถยนตคนั แรกไดน ํามาถวายใหพระมหากษตั รยิ พ ระองคใ ด ๔. ใครทรงรบั หนา ทเี่ ปนสารถี ๕. รถยนตค ันแรกมีช่อื วา อะไร ๖. รถยนตคันแรกมยี ่ีหอ อะไร ชอ่ื ………….………….…………………ชั้น……….เลขที่……

๑๘แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรือ่ งที่ “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คาํ ช้แี จง : อานเรอ่ื งตอไปนี้และตอบคําถามใหถูกตอง ปล๊ักสามตา เตารับ หรอื ปลก๊ั ตัวเมยี คือ ขั้วรับสําหรับหัวเสยี บจากเคร่ืองใชไฟฟา ปกติเตารับ จะตดิ ตั้งอยกู ับที่ เตา เสยี บ หรอื ปลั๊กตัวผู คือ ขวั้ หรือหัวเสยี บท่ีมสี ายไฟติดอยูกับเครื่องใชไฟฟา มี ขาโลหะยืน่ ออกมา 2 ขา หรือ 3 ขา เพ่ือเสียบเขากับเตา รบั สวน ปล๊กั สามตา มคี ําเรียกอยางเปนทางการวา “รางเตารับ” หรือ “เตารับที่ทํา เปนชดุ ” ในอดีตทต่ี ดิ ตลาดไดร บั ความนยิ ม คอื แบบตลับกลมๆ หมุนเก็บสายไฟไวดานในได และมีชอ งเสียบปล๊กั แบบ 2 ขา อยทู ้งั หมด 3 ชอ ง จงึ ทําใหนิยมเรยี กกันวา “ปลกั๊ สามตา” ปจจบุ ันปลั๊กสามตาพัฒนารูปลักษณทันสมัยข้ึน พรอมเพ่ิมชองเสียบเปน 4 ชอง หรือ 6 ชอง แตยังนิยมเรียกช่ือเดิม ซ่ึงในการเลือกซื้อควรเลือกท่ีไดมาตรฐาน มอก. 166/2549 มีสปริงของเตา รบั (หรอื ตัวลอ็ กขาเตาเสยี บ) ทําจากทองเหลือง ตวั กลองฉนวนทํา จากพลาสติก ABS และมีระบบตัดไฟอัติโนมัติ หรือมีฟวสในตัว เพ่ือลดความเสี่ยงตอการ เกดิ เพลิงไหมใ นกรณีไฟฟา ลดั วงจร ๑. เตารับหนา ทอี่ ะไร ๒. เตาเสียบมหี นา ท่ีอะไร ๓. ปลก๊ั สามตาเปน เตา รับหรอื เตา เสียบ ๔. เหตุใดจึงเรยี กวาปลกั๊ สามตา ๕. เราควรเลือกปลก๊ั สามตาอยา งไร ๖. ปลก๊ั สามตาสมัยนีก้ ับเม่ือกอ นเหมือนกนั หรอื ไม ชือ่ ………….………….…………………ชนั้ ……….เลขท่ี……

๑๙แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เร่ืองที่ “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําช้ีแจง : อา นเร่ืองตอ ไปน้แี ละตอบคําถามใหถูกตอง สีไวท กุ ข การไวทุกขในสมัยรัชกาลที่5น้ันมีอยูหลายอยางตางชนิด คือ 1. สีดาํ สําหรับผูใ หญหรอื ผูท ม่ี อี ายแุ กกวาผตู าย 2. สขี าว สาํ หรบั ผเู ยาวหรือผูท มี่ อี ายอุ อ นกวาผตู าย 3. สีมวงแกหรอื น้ําเงนิ แก สาํ หรับผทู ม่ี ิไดเ ปน ญาตเิ กยี่ วดองกับผตู ายแตประการใด ฉะน้ันในงานศพคนหน่ึงๆ หรือในงานเผาศพก็ตาม เราจะไดความรู วา ใครเปนอะไรกับใครเปนอันมาก เพราะผูท่ีแตงตัวตัวไปในงานนั้นๆ จะตองรู เร่ืองราวเก่ียวของกับตัวเองโดยถูกตองจึงจะแตงสีใหถูกได ถาผูใดแตงสีและอธิบาย ไมได ก็มักจะถูกดูหม่ินวา เปนผูไมมคี วามรู แมเร่อื งเลือดเน้ือของตัวเอง แตของทุกอยางมีดีก็ตองมีเสีย แตกอนก็ดีท่ีไดรูจักกันวาใครเปนใคร แตก็ลําบากในการแตงกายเปนอันมาก ถาจะตองไปพรอมกัน 2 ศพในวันเดียวกัน ก็ จะตอ งกลบั บานเพ่อื ไปผลัดสใี หถ ูกตอ งอีก ๑. การแตงกายไวทกุ ขเม่ือกอ นมีก่ีสี ๒. การแตงกายไวท ุกขเมื่อกอนผูทใี่ สสดี ําเกย่ี วของอยา งไรกับผูตาย ๓. การแตงกายไวท กุ ขเ มอ่ื กอ นผทู ่ีใสส ขี าวเกีย่ วของอยา งไรกับผตู าย ๔. การแตงกายไวท ุกขเมอ่ื กอนผูที่ใสม ว งแกเ กยี่ วของอยา งไรกบั ผูตาย ๕. ขอ ดีของการแตงกายไวท กุ ขเ มอื่ กอ นคอื อะไร ๖. ขอ เสียของการแตง กายไวท กุ ขเมอื่ กอนคอื อะไร ชอื่ ………….………….…………………ชน้ั ……….เลขท่ี……

๒๐แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรื่องที่ “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คาํ ชี้แจง : อานเรื่องตอไปนแี้ ละตอบคาํ ถามใหถ กู ตอง การเดนิ มเี คลด็ ลับมาบอกวาจะกาวออกไปแบบไหนใหร างกายแข็งแรง 1. เรม่ิ จากหารองเทาทใ่ี สส บาย เดนิ นานๆ แลวไมเจ็บ 2. เดินไดเลย ทุกๆ 30 วินาทีใหเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระดับความเร็วท่ีคุณ คดิ วา พอสาํ หรบั การเดนิ เรว็ 3. เม่ือคุณเดินเร็วจนถึงจุดสูงสุด คอยรักษาระดับน้ีไปเร่ือยประมาณ 30 นาที แต ตองมั่นใจวาเดินไมใชการว่ิงจนเหน่ือยหอบ แตในคร้ังแรกๆ คุณอาจใชเวลา ประมาณ 10 นาทกี ็ได แลวคอ ยๆ เพิ่มเวลาใหนานขน้ึ ทุกๆ สัปดาห และจะสงั เกตุได วา รางกายคุณจะแข็งแรงมากขึน้ 4. นกึ ไวอยูเสมอวาคณุ เดินอยา งไร ตอ งรวู าตวั เองเดนิ อยางถูกตองหรือยัง เพราะถา ไมคุณจะเจ็บขอเทาไดและปวดเม่ือยได วิธีเดินใหถูกตองคือ ใหสนเทาแตะพื้นกอน แลว คอยๆ วางฝา เทา และนว้ิ เทาหลังสุด เดินตอ ไปดว ยฝาเทา ทง้ั หมด ๑. เราควรเลอื กรองเทาอยา งไรในการเดิน ๒. ในชว งแรกเราควรใชระยะเวลาเทาในการเพ่ิมความเร็วของการเดนิ ๓. ในการเดินชว งแรกๆควรใชเวลากนี่ าที ๔. เวลาเดนิ ควรวางเทา อยา งไร ๕. ในการเพม่ิ เวลาของการเดินควรเพมิ่ ในระยะเวลาใด ๖. หากเราเดินทกุ ๆวนั จะมผี ลอยางไร ชอ่ื ………….………….…………………ชน้ั ……….เลขท่ี……

๒๑แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรื่องท่ี “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําช้แี จง : อานเรอ่ื งตอ ไปนี้และตอบคาํ ถามใหถ กู ตอง รถเมล ป พ.ศ. 2428 ประเทศไทยมรี ถเทียมมา ซง่ึ เรียกกนั วา “รถเมล” และวิ่งตามเสนทางเรอื เมลที่มอี ยูกอ นแลว แตใหบรกิ ารอยปู ระมาณ 2 ป จึงเลกิ กจิ การเนอื่ งจากมกี ารนาํ รถรางเขา มาใชแลว ป พ.ศ. 2450 พระยาภักดนี รเศรษฐ หรอื นายเลศิ เศรษญบตุ ร เรม่ิ กจิ การรถเมลข น้ึ อกี ครง้ั ใหบ รกิ ารระหวาง สะพานยศเส (สะพานกษตั ริยศ ึก) กบั ตลาดประตนู ้ํา ซง่ึ เปนตนทาง เรือเมลของนายเลศิ ในคลองแสนแสบดวย เสนทางนี้ยังไมม รี ถราง กิจการรถเมลจ ึงไปไดด ี ป พ.ศ. 2456 นายเลิศนํารถยีห่ อฟอรดเขา มาใหบ ริการ และขยายเสน ทางไปถงึ บางลาํ พู ยานการคาที่สาํ คญั ของยคุ นัน้ ขนาดของรถใกลเ คยี งกบั รถมา มี 3 ลอ มที ีน่ ง่ั เปนมายาว 2 แถว และน่ังไดป ระมาณ 10 คน ขณะวงิ่ จะมเี สยี งโกรง กราง ผูคนจึงเรยี กกนั วา “อายโกรง” แตบ างคนเรียกวา “รถเมลขาวนายเลิศ” เนื่องจากตวั รถมสี ขี าว และมีเคร่อื งหมายกากบาทสี แดงในวงกลม กิจการกเ็ ติบโตข้ึนดวย จึงมกี ารพัฒนาเปน รถ 4 ลอ ที่ออกแบบขน้ึ เอง มที ี่น่งั 2 แถวดานขาง ขยายเสน ทางออกไปอกี หลายสาย และมผี ปู ระกอบการรายอ่นื เพมิ่ ขึ้นมา รวมแลวประมาณ 30 ราย ใหบ รกิ ารไปทั่วกรุงเทพฯ ตวั รถเมลม ที งั้ สแี ดง เหลือง และเขยี ว ๑. แรกเร่ิมรถเมลขับเคลื่อนดว ยวิธใี ด ๒. ในป2430รถเมลตอ งยกเลกิ ไปเพราะเหตุใด ๓. หากตอ งการเพิ่มความหวานใหเ กาลดั ตอ งใชสง่ิ ใด ๔. ในป2540ใครเปน ผูเร่มิ กจิ การรถเมลอ ีกคร้ัง ๕. รถยนตยีห่ อ แรกท่ีเขามาใหบ ริการคอื ย่หี อ อะไร ๖. อายโกรง คืออะไร ชื่อ………….………….…………………ช้นั ……….เลขที่……

๒๒แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรือ่ งท่ี “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําชีแ้ จง : อานเรอื่ งตอไปนแ้ี ละตอบคําถามใหถกู ตอ ง รางวลั โนเบล อลั เฟรด็ โนเบล (Alfred Nobel) นักเคมีชาวสวีเดน ผูประดิษฐชุดดินระเบิด ท่ีเรียกวา ไนโตรกลีเซอรีน (Nitroglycerine) หรือระเบิดไดนาไมต รูสึกเสียใจที่ ระเบิดของเขาถูกนําไปใชในการคราชีวิตมนุษย เมื่อเขาเสียชีวิตลงในป ค.ศ. 1896 เขาระบุในพินัยกรรมยกทรัพยสมบัติใหนําไปตั้งมูลนิธิโนเบล เพ่ือเปนการสนับสนุน และมอบรางวัลใหแกบุคคลที่มีผลงานวิจัยหรือสิ่งประดิษฐท่ีโดดเดน หรือสราง คุณประโยชนใหกับมนุษยชาติ โนเบลแสดงเจตนารมณไวในพินัยกรรมของเขาอยาง ชัดแจงวา ผูที่มีสิทธิ์ไดรับรางวัลน้ีตองเปน “บุคคลผูอํานวยคุณประโยชนแกมวล มนุษยชาติ” โดยไมจาํ กดั วา บคุ คลผนู นั้ จะมีเช้อื ชาติไหน พูดภาษาใด พิธีมอบรางวลั โนเบลจะจดั ขึน้ เปนประจําทุกป ในวนั ท่ี 10 ธันวาคม โดยจัดขนึ้ คร้งั แรก หลังจากโนเบลเสยี ชวี ติ ไปได 5 ป (ค.ศ. 1901) มี 5 สาขา คือ คือ ฟส ิกส เคมี การแพทยแ ละสรรี วทิ ยา วรรณกรรม สนั ติภาพ และในป ค.ศ. 1969 จึงเพ่ิมรางวัล อกี 1 สาขา คอื สาขาเศรษฐศาสตร ๑. รางวัลโนเบลตอตง้ั โดยใคร ๒. เหตุใดจึงมีการกอ ตง้ั รางวัลนี้ ๓. อัลเฟร็ด โนเบล เปนผผู ลติ สงิ่ ใด ๔. ใครที่มสี ทิ ธไิ ดรับรางวลั โนเบล ๕. รางวัลโนเบลคร้งั แรกจัดขนึ้ ในวันใด ๖. รางวลั โนเบลมีก่สี าขาอะไรบาง ชื่อ………….………….…………………ชน้ั ……….เลขท่ี……

๒๓แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เร่อื งที่ “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําชแ้ี จง : อานเรื่องตอไปน้ีและตอบคําถามใหถ ูกตอ ง เวลาใน 1 วัน ตามท่เี ราเขา ใจกนั 1 วันคือเวลาทีโ่ ลกหมนุ รอบตวั เอง 1 รอบ (ตาม ความเขา ใจที่วา 1 วัน 24 ช่วั โมง) และการเกดิ นาํ้ ข้นึ นา้ํ ลงในมหาสมทุ ร ตา งๆ ก็กอ ใหเ กิดแรงเสยี ดทาน กบั ขั้วโลกท่รี องรบั เปน ผลใหโ ลกหมนุ ชา ลง วันละ 1/23 ลา นวนิ าที และจากการศกึ ษาปะการังโบราณ ก็พบความ แตกตางของเวลาวา เมื่อ 400 ลานปก อ น 1 วนั มเี พยี ง 22 ช่ัวโมงเทาน้นั แมกระท่งั ปจ จบุ ัน โลกกใ็ ชเ วลาหมนุ รอบตัวเองจรงิ ๆ เพยี ง 23 ชว่ั โมง 56 นาที 4 วินาที ดังนั้นจึงตอ งใชเ วลาอกี ประมาณ 15 ลานป ใน 1 วนั จึงจะมี 24 ชว่ั โมงอยา งแทจ ริง แตก ็พออนโุ ลมไดวา 1 วัน มี 24 ช่ัวโมง ก็คงจะไมแ ปลก อะไร ๑. ในความจริง 1 วัน มเี วลาเทาใด ๒. เมอื่ 400 ลานปก อ น เวลาใน 1 วนั มีก่ีชว่ั โมง ๓. อะไรที่ทําใหเรารวู าเอกอ นโลกไมไดม ี 24 ชัว่ โมง ๔. เวลาจริงใน 1 วัน ขาดเทาไหรจ ะครบ 24 ชัว่ โมง ๕. ตองใชร ะยะเวลาอกี นานเพียงใดโลกจะมีเวลา 24 ชั่วโมง ๖. สาเหตุใดบา งทีท่ าํ ใหโลกหมนุ ชา ลง ชื่อ………….………….…………………ชนั้ ……….เลขที่……

๒๔แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรื่องที่ “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คาํ ช้ีแจง : อา นเรือ่ งตอไปนแ้ี ละตอบคาํ ถามใหถูกตอ ง ไมข ดี ไฟ ไมขดี ไฟทเี่ ราใชกนั อาจแบง ไดเปน 2 ชนิด คือ 1. ไมข ีดไฟชนิดพิเศษ ติดไฟไดง ายเมอ่ื ขดี บนผวิ หยาบใดๆกไ็ ด ทําไดโดย นํากานไม ขีดท้ังอันจุมสารละลายอัมโมเนียมฟอสเฟต เพ่ือปองกันการลุกลามเม่ือเกิดการลุกไหม อัน เปนผลเน่ืองมาจาก การหยิบถือโดยขาดความระมัดระวัง ขั้นตอไปนําปลายขางหนึ่งจุม พาระฟนเหลว เพ่ือทําเปนหัวไมขีด แลวจึงนําไปจุมลงในสารผสมของกาว ตะก่ัวออกไซด และสารประกอบฟอสฟอรัสตามลาํ ดบั การขดั สีทําใหส ารประกอบของฟอสฟอรัส และตะกั่ว เกดิ การลกุ ไหม ทําใหพาระฟนตดิ ไฟ และลุกลามไปถงึ กานไมข ีดดว ย 2. ไมขดี ไฟชนิดธรรมดา ตดิ ไฟไดเม่ือเอามาขีดท่ีขางกลักไมขีด หัวไมขีดประกอบดวย สารเคม(ี แอนตโิ มนีซัลไฟด และโปตัสเซยี มคลอเรต)ซง่ึ ใหก า ซออกซิเจนเพือ่ ชว ยใหต ิดไฟงาย ขนึ้ ขางกลกั ไมข ีดประกอบดวยฟอสฟอรัสแดง (ชนิดที่ไมเปนพิษตอมนุษย) เมื่อเราขีดหัวไม ขีดที่ขา งกลักจะทําใหฟ อสฟอรสั แดงระเหิดออกมา รวมกับออกซิเจนท่ีเกิดจากหัวไมขีด จึงทํา ใหหัวไมข ีดติดไฟได ๑. ไมขีดไฟมีก่ชี นดิ ๒. ไมขดี ไฟชนิดพเิ ศษติดไฟไดอยางไร ๓. หากตองการไมข ดี ไฟชนดิ ธรรมดาติดไฟไดอ ยา งไร ๔. ไมขีดไฟชนิดพิเศษใชสารเคมใี ดบา ง ๕. ไมขีดไฟชนิดธรรมดาสารเคมใี ดบา ง ๖. กลักไมข ดี คอื อะไร ชือ่ ………….………….…………………ชน้ั ……….เลขท่ี……

๒๕แบบฝก เสรมิ ทกั ษะ เรื่องท่ี “อา นจบั ใจความ ตอบคาํ ถามได” คําชี้แจง : อา นเรอ่ื งตอไปน้ีและตอบคาํ ถามใหถ ูกตอ ง ไขม กุ ไขมุกไดช่ือวาเปนราชินีในโลกแหงอัญมณี เปนเครื่องประดับท่ีนิยมกันอยาง แพรหลายทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะคุณสุภาพสตรีผูมีรสนิยมหรูเริดท้ังหลาย นําไปใชเปนเครอื่ งประดับกนั น้นั คงทราบกนั แลว วา มาจากหอยมุก ซ่ึงการเกิดไขมุกน้ัน เกิดจากมีช้ินวัตถุหลุดเขาไปในตัวหอยมุกโดยบังเอิญ แลวฝงติดในเน้ือของหอยมุก ทําใหเกิดความระคายเคือง จนตองขับมุกในตัวออกมา หุมวัตถุช้ินน้ันเอาไว หอยท่ีขับมุกออกมาจะมีหลายชนิด และไขมุกที่ไดก็ใชวาจะมีคา เสมอไป ไขมุกท่ัวไปมีหลายสี เชน ขาว ดํา ฟา น้ําเงิน ชมพู งาชาง การที่ไขมุกมีสี ตา ง ๆ กัน ก็เนอ่ื งมาจากความแตกตางของหอยมุกที่ขับมุกออกมาตางชนิดกัน รวมทั้ง ชนดิ ของนํ้าทะเลที่หอยอาศัยอยูกเ็ ปน อกี สาเหตุหนึ่งทท่ี าํ ใหไ ขมุกมีสี ๑. ไขมุกมีประโยชนอยางไร ๒. ไขม ุกเกดิ จากหอยประเภทไหนอะไร ๓. ไขม ุกเกิดจากอะไร ๔. ไขมุกทุกเมด็ มคี า ขอความนีเ้ ปน จริงหรอื ไม ๕. สขี องไขม กุ เกิดจากอะไรบา ง ๖. สง่ิ ใดไดช ื่อวาเปนราชนิ แี หง อัญมณี ชื่อ………….………….…………………ชนั้ ……….เลขท่ี……


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook