Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การสร้างมนุษยสัมพันธ์ สัปดาห์ที่ 10-11

การสร้างมนุษยสัมพันธ์ สัปดาห์ที่ 10-11

Published by montreesa19, 2021-09-11 09:02:56

Description: การสร้างมนุษยสัมพันธ์ สัปดาห์ที่ 10-11

Search

Read the Text Version

การสร้างมนุษยสัมพนั ธ์

ก า ร ส ร้ า ง ค ว า ม สั ม พ ัน ธ์ ท่ี ดี ต่ อ กัน เป็ นส่ิงจาเป็ นสาหรับการดาเนินชีวิตร่วมกนั ของมนุษย์ แต่ความ สัมพนั ธ์จะมน่ั คงและยืน หยดั อยู่ได้ ก็ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจ กระบวนการสร้างความสัมพนั ธ์ท่ีถูกตอ้ ง จน สามารถนาไปปฏิบัติในชีวิตประจาวันได้ อย่างเหมาะสม จึงจะส่งผลให้สังคมน้ัน ๆ ดาเนินชีวิตอยรู่ ่วมกนั ไดอ้ ยา่ งมีความสุข 33

หลกั การสร้างมนุษยสัมพนั ธ์ระหว่างบุคคล ปัจจยั เบ้ืองตน้ ที่มีความสาคญั มากตอ่ ความสาเร็จของบุคคลในการสร้าง มนุษยสมั พนั ธ์ คือ การรู้จกั ตน รู้จกั คน และรู้จกั สภาพแวดลอ้ ม ตลอดจนรู้จกั จงั หวะเวลาที่เหมาะสม ยงิ่ ไปกวา่ น้นั ตอ้ งสามารถปรับตวั หรือปฏิบตั ิตวั ให้ เหมาะสมกบั สถานการณ์ และความตอ้ งการของผอู้ ่ืน ตอ้ งรู้วา่ เม่ือใดควรยดื หยนุ่ เม่ือใดควรยนื ยนั เป็นตน้ 34

การศึกษาวเิ คราะห์และปรับปรุงตนเอง ในการที่จะมีมนุษยสัมพนั ธ์ที่ดีนั้นควรเร่ิมจากการทาความ เข้าใจตนเองและปรบั ปรงุ ข้อบกพร่องของตนเอง ก่อนท่ีจะมีสมั พนั ธภาพ ที่ดีกบั ผอู้ ่ืน ซึ่งความเข้าใจตนเองคือ การมองตนเอง ดงั นี้ การรจู้ กั ตนเอง การยอมรบั ตนเอง การพฒั นาตนเอง 35

การศึกษาวเิ คราะห์และยอมรับธรรมชาตขิ องผู้อ่ืน ความน่าไว้วางใจ กบั ความไม่น่าไว้วางใจ การศึกษาวเิ คราะห์ ความเอือ้ เฟื้ อ กบั ความเห็นแก่ตวั และยอมรบั การเป็ นตวั ของตัวเองกบั การคล้อยตามผู้อ่ืน พลงั จิตและความมเี หตุผล ธรรมชาติของผอู้ ื่น ความคล้ายคลงึ กบั ความแตกต่าง ความซับซ้อน กบั ความง่ายแก่การเข้าใจ 36

การศึกษาและวิเคราะหส์ ภาพแวดลอ้ ม 1.ครอบครวั 2.สงั คม และเศรษฐกจิ 3.วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม และความเชอื่ ของกลมุ่ ชน 37

การปรับปรุงตนเอง 1. ศึกษาและประเมินตนเอง 2. ยอมรับและตระหนกั ในความสาคญั ของการปรับปรุงตนเอง 3. สร้างแรงจูงใจในการปรับปรุงตนเอง 4. วางแผนการปรับปรุงตนเอง การปรับปรุงบุคลกิ ภาพภายนอก 1. บุคลิกภาพภายนอกท่ีตอ้ งพฒั นาอยเู่ สมอ ไดแ้ ก่ 2. รูปร่างหนา้ ตา 3. การรักษาสุขภาพกาย และสุขภาพจิตใหส้ มบูรณ์แขง็ แรงอยเู่ สมอ 4. การแต่งกาย 5. กิริยา ท่าทาง 6. เป็นผพู้ ดู และผฟู้ ังท่ีดี 38

การปรับปรุงบุคลกิ ภาพภายใน บุคลิกภาพภายใน เป็นแรงผลกั ดนั ใหป้ รากฏพฤติกรรมท่ี แสดงออกทางร่างกาย หากเรา ไดท้ าการสารวจตนเองวา่ มี จุดเด่น จุดด้อย หรือจุดบอด อยา่ งไรแลว้ และสามารถเปิ ดใจยอมรับตวั ตนที่แทจ้ ริงของ เราในทุก ๆ ดา้ น ไดแ้ ลว้ การปรับปรุงบุคลิกภาพภายในจึงจะเกิดข้ึนได้ โดยเร่ิมจากการสร้างความรู้สึกรักและภาคภูมิใจในส่วนดีของตนเอง ฝึกความสามารถในการจดั การกบั อารมณ์ของตนเอง ไม่ใหต้ กอยใู่ นภาวะ “อยากได้อะไรต้องได้” “เม่ือรู้สึกโกรธ กจ็ ะต้องทาร้าย” “เม่ือรู้สึกเกลยี ด กจ็ ะต้องทาลาย” แตต่ อ้ งฝึกตนใหส้ ามารถอดทน อดกล้นั รอคอย และใหอ้ ภยั รู้จกั ต้งั เป้าหมายในการดาเนินชีวิต ใหเ้ หมาะสมกบั ความสามารถ ใชเ้ หตุผลในการแกป้ ัญหา มากกวา่ ใชอ้ ารมณ์ และปรับเปล่ียนตนเอง แทนการเปลี่ยนคนอ่ืน 39

พฤตกิ รรมการสอ่ื สาร จาแนกได้เป็น 2 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่ 1.พฤตกิ รรมภายใน 2.พฤตกิ รรมภายนอก วตั ถุประสงคข์ องพฤติกรรมการสอ่ื สาร พฤตกิ รรมการสอื่ สารเป็นปฏกิ ิริยาโต้ตอบระหว่างผสู้ ง่ สาร กบั ผรู้ ับสารในเรอ่ื งเดียวกัน แตว่ ัตถปุ ระสงคจ์ ะตรงกนั ข้าม 40

1.พฤตกิ รรมการทารหสั คือ ผ้สู ่งสารแปล 2.พฤติกรรมการถอดรหสั สารใหเ้ ปน็ ภาษา หรอื รหสั ทีเ่ หมาะสมกับ คือ ผู้รับสารแปรรหัสกลับไปเปน็ การถา่ ยทอด และเหมาะกบั ผู้รับสารแลว้ สาร และตคี วามหมายของสาร ส่งรหัสน้ันไปยังผรู้ บั สาร นัน้ เพอ่ื ทาความเขา้ ใจ 3.ผูร้ บั สารเปล่ยี นบทบาทเป็นผู้ส่งสาร โดยแปลสารตามความเขา้ ใจของตนให้ เป็นภาษา และสง่ กลบั ไปยังผสู้ ่งสารคน เดิม ซง่ึ ในขณะนี้จะมีบทบาทเป็นผู้รับสาร 41

โครงสร้างของพฤตกิ รรมการส่ือสาร • โครงสร้างของพฤติกรรมการสอ่ื สาร จาแนกได้เป็น 3 แบบ คอื 1. พฤติกรรมการส่อื สารแบบทางเดยี ว (One-Way Communication) 2. พฤติกรรมการสอ่ื สารแบบสองทาง (Two-Way Communication) 3. พฤตกิ รรมการสอ่ื สารแบบปฏสิ มั พนั ธต์ อบสนอง (Interaction Communication) 11

ประสิทธภิ าพของการสอื่ สาร ประสทิ ธภิ าพของพฤตกิ รรมการสอ่ื สาร จะมีมากนอ้ ยเพยี งใดกข็ ้นึ อย่กู ับ ลกั ษณะองคป์ ระกอบของแตล่ ะอย่าง ดังน้ี 1. ดา้ นบุคคล 2. สาร 3. สื่อหรือชอ่ งทางการสื่อสาร 4. สภาพแวดล้อม 12

1. สงั คหวตั ถุ 4 2. พรหมวิหาร 4 3. สัปปรุ สิ ธรรม 7 1.1 ทาน 2.1 เมตตา 3.1 ธมั มญั ญตุ า 1.2 ปยิ วาจา 2.2 กรณุ า 3.2 อัตถญั ญุตา 1.3 อตั ถจริยา 2.3 มทุ ิตา 3.3 อตั ตญั ญตุ า 1.4 สมานัตตตา 2.4 อเุ บกขา 3.4 มตั ตญั ญุตา 3.5 กาลัญญุตา 3.6 ปริสญั ญตุ า 3.7 ปุคคลปโรปรัญญตุ า 13

การศึกษาเกี่ยวกบั พฤติกรรม ความคิด และความรู้สึกของมนุษย์ ตามวธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ โดยการสังเกต จดบนั ทึก รวบรวมและ วเิ คราะห์ขอ้ มูลอยา่ งมีระบบระเบียบ เพือ่ อธิบายถึงสาเหตุของการเกิด พฤติกรรม การทานายพฤติกรรม หรือปรากฏการณ์ท่ีอาจจะเกิดข้ึนใน อนาคต ตลอดจนเพือ่ หาแนวทางในการพฒั นาบุคคลใหม้ ีคุณภาพชีวิตที่ดี ข้ึนต่อไป ในทางเดียวกนั การสร้างมนุษยสมั พนั ธ์ท่ีจะประสบผลไดน้ ้นั กจ็ ะตอ้ งบูรณาการความรู้เกี่ยวกบั หลกั การสร้างมนุษยสมั พนั ธ์ระหวา่ ง บุคคล การปรับปรุงตนเองเพือ่ สร้างมนุษยสมั พนั ธ์กบั บุคคลอื่น การส่ือสาร ที่มีประสิทธิภาพ และการใชห้ ลกั ธรรมพ้ืนฐานสร้างมนุษยสมั พนั ธ์ อยา่ งมี ความสมั พนั ธ์กนั นน่ั เอง 42


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook