Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สำเนาของ บทพากย์เอราวัณ 2

สำเนาของ บทพากย์เอราวัณ 2

Published by primprao55, 2022-09-12 04:34:12

Description: สำเนาของ บทพากย์เอราวัณ 2

Search

Read the Text Version

๓ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี

ประวัติผแู้ ต่ง พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลัยทรงพระราชสมภพเมอ่ื วันท่ี ๒๔ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๓๑๐เม่อื สมเด็จพระบรมชนกนาถปราบดาภเิ ษกเปน็ ปฐมกษัตรยิ ์แหง่ กรุงรัตนโกสนิ ทร์ใน พ.ศ. ๒๓๒๕ พระองคท์ รงไดร้ บั การ สถาปนาเป็นเจา้ ฟา้ กรมหลวงอศิ รสุนทร พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลัยเสดจ็ ข้นึ ครองราชย์ใน พ.ศ. ๒๓๒๕ เสด็จสวรรคตเมือ่ พ.ศ. ๒๓๖๗ ครองสริ ริ าชสมบัติเปน็ เวลา ๑๕ ปี พระองคท์ รงเปน็ ยอดกวีดา้ นการแตง่ บทละครท้ังละครในและละครนอก มีหลายเรื่องที่มีอยู่เดิมและทรงนำมาแตง่ ใหมเ่ พือ่ ให้ใช้ในการแสดงได้ เชน่ รามเกียรติ์ อณุ รุท และอิเหนา ไดท้ รงเลือกเอาของเกา่ มาทรงพระราชนิพนธ์ ข้ึนใหม่บางตอน และยังทรงพระราชนพิ นธ์บทพากย์โขนอีกหลายชุด ซึง่ ลว้ นมคี วามไพเราะซาบซ้ึงเป็นอมตะใชแ้ สดงมาจนทกุ วนั นี้

ลักษณะคำประพันธ์ บทพากยเ์ อราวณั แต่งด้วยคำประพนั ธป์ ระเภทกาพยฉ์ บัง ๑๖ หนึง่ บทจะมี ๑๖ คำ/พยางค์ โดย ๑ บท มี ๓ วรรค มีสมั ผัสบงั คบั อยทู่ ี่คำสดุ ท้ายของวรรคแรกและวรรค ที่สอง สว่ นคำสดุ ทา้ ยของวรรคทสี่ ามใชส้ ่งเขา้ บทถดั ไป กาพย์ฉบัง ๑๖

เรอ่ื งยอ่ ของบทพากยเ์ อราวัณ บทพากย์เอราวณั มที ่มี าจากรามเกยี รติ์ ตอน ศกึ อินทรชติ อินทรชิต เปน็ บุตรของทศกณั ฐก์ บั นางมณโฑ เดิมทีชอ่ื “รณพักตร์” แต่เปล่ยี นชือ่ เปน็ “อนิ ทรชติ ” เนอ่ื งจากเปน็ ผู้รบชนะพระอนิ ทร์ อนิ ทรชติ บำเพญ็ ตบะมายาวนาน จงึ เป็นยกั ษ์ท่มี ีฤทธแ์ิ กก่ ลา้ มาก มอี าวธุ วิเศษ ๓ อย่างทไ่ี ด้มาจากการทำพธิ ีขอ อาวุธจากมหาเทพท้ังสาม หนงึ่ ในน้นั คือศรพรหมาสตร์ และพรทท่ี ำใหแ้ ปลง รา่ งเป็นพระอินทร์ได้ (อาวุธและพรนี้อินทรชติ ได้มาจากพระอิศวร) ในตอนทอี่ ินทรชิตจดั ทัพออกไปรบกบั ฝ่ายพระราม อนิ ทรชติ จงึ ใช้ อบุ ายแปลงกายเป็นพระอินทร์ และให้การณุ ราชแปลงเป็นช้างเอราวัณ เพอื่ ให้ พระรามและกองทพั หลงใหลในความงดงามอลงั การ มีการพรรณนาความ ยิ่งใหญ่สวยงามของชา้ งเอราวณั และมสี ว่ นทีก่ ลา่ วถึงการเคล่อื นทัพของ พระรามไปยังสนามรบ ซง่ึ ระหว่างท่เี คลื่อนพลก็เกดิ ปรากฎการณ์เหนือ ธรรมชาตติ า่ งๆ มากมาย เม่ือพระลกั ษมณเ์ ห็นความงดงามของทพั พระอนิ ทรท์ อี่ ินทรชิตแปลง กายมากเ็ กิดความหลงใหล เคลบิ เคลมิ้ อินทรชิตจึงใช้ศรพรหมาสตรย์ งิ ใส่ พระลักษมณ์ และทำให้กองทัพของพระรามพ่ายแพไ้ ปในศึกครัง้ นี้



ประวัตขิ องตัวละคร พระราม คอื พระนารายณ์อวตาร (แบ่งภาค) ลงมา ถือกำเนิดเปน็ พระราชโอรสของทา้ วทศรถ กบั นางเกาสุริยา เพ่อื จะปราบทศกณั ฐ์ พระรามมพี ระอนชุ าตา่ งพระมารดา ๓ พระองค์ คือ พระพรต พระลกั ษมณ์ และพระสตั รตุ ซ่งึ ต่างก็มี ความรักใครก่ นั อย่างมาก พระมเหสขี องพระราม คือ นางสีดา พระรามมีกายสีเขยี ว สามารถปรากฏร่างเป็นพระ นารายณม์ สี ่ีกรได้ อาวุธประจำพระองค์ คอื ศร ซงึ่ เป็นอาวธุ วิเศษ ที่ไดป้ ระทานมาจากพระอศิ วร

ประวัตขิ องตัวละคร พระลกั ษมณ์ คอื พญาอนันตนาคราชที่ประทับของ พระนารายณม์ าเกิด มีกายสที องเปน็ พระโอรสของท้าวทศรถ กับนางสมทุ รเทวีมีพระอนุชารว่ มพระมารดา คือพระสัตรตุ พระ ลกั ษมณ์มคี วามจงรกั ภกั ดีต่อพระรามมากเมือ่ พระรามต้องออก เดินปา่ ถึง ๑๔ ปีพระลักษมณก์ ไ็ ดต้ ิดตามได้วย และยงั ช่วย ออกรบกับกองทพั ของ กรงุ ลงกาอย่างกล้าหาญ

ประวัตขิ องตัวละคร อนิ ทรชติ เป็นโอรสองคโ์ ตของนาง มณโฑกับทศกณั ฐเ์ ดมิ ชอ่ื รณพกั ตร์ เป็นพี่ นางสดี าและไพนาสุรยิ วงศ์มีชายาช่ือนาง สวุ รรณกนั ยมุ า มีโอรส ๒ องค์ คือ ยามลิวัน และ กันยุเวก เมื่ออายุ ๑๔ ปี ไปเรียนวชิ ากบั ฤๅษโี คบุตร รพู้ ระเวทช่อื “มหากาล อคั คี” คือ ถ้าบูชาพระเป็นเจา้ ทง้ั สามไดแ้ ก่ พระอศิ วร พระนารายณ์ และพระ พรหมครบ ๗ ปี จะมีฤทธิ์ย่งิ เม่ือครบ ๗ ปี พระอศิ วรประทาน ศรพรหมาสตร์ และพระเวทใหแ้ ปลงเปน็ พระ อนิ ทรไ์ ด้ พระพรหมประทาน ศรนาคบาศ และให้ พรวา่ ตายกใ็ หต้ าย กลางอากาศ หากศีรษะตกพน้ื โลกจะลกุ ไหม้ดว้ ยไฟกัลป์ ตอ้ งน าพาน แก้วของพระพรหมมารบั พระนารายณ์ประทานศรวษิ ณุปาณัม ตอ่ มาทศกณั ฐใ์ ช้ให้ไปปราบ พระอินทร์ พระอินทร์แพ้ทง้ิ จักรแก้วไวจ้ ึงนำมาถวายทศกัณฐ์ ทศกณั ฐจ์ งึ ต้งั ชอ่ื ใหใ้ หมว่ ่า “อินทรชิต” แปลวา่ “ผ้พู ิชติ พระอนิ ทร์”

ประวัตขิ องตวั ละคร พระอนิ ทร์ เทวดาผ้เู ป็นใหญ่ใน สวรรค์ชน้ั ดาวดึงส์ มกี ายสีเขียว มีพระเนตรถงึ พันดวง ใช้วชั ระ(สายฟ้า) เป็นอาวธุ มีชา้ ง เอราวณั เปน็ พาหนะ พระองค์มมี เหสี ๔ องค์ คือ สุจติ รา สธุ รรมา สนุ นั ทา และสุชาดา พระอินทร์ เปน็ ผู้ดแู ลทุกขส์ ขุ ของมนษุ ย์โลก ยามใดทมี่ ี เร่ืองเดือดรอ้ นข้ึนบนโลกมนุษย์ อาสนะของ พระองค์ทีเ่ คยออ่ นนุม่ กจ็ ะแข็งกระดา้ ง

ประวตั ขิ องตวั ละคร สุครีพ เป็นพญาวานรในเรอ่ื ง รามเกยี รติ์ มกี ายสีแดง เป็นลกู ชายของพระ อาทติ ยก์ บั นางกาลอจั นา เป็นทหารเอกของ พระราม ได้รับความไว้วางพระทัยจากพระราม ใหเ้ ป็นผ้จู ัดการกองทพั ออกรบสู้กับกองทัพ ของกรุงลงกาอยู่เสมอ

เน้อื หาวรรณคดี

บทพากยเ์ อราวัณ อินทรชิตบิดเบอื นกายนิ เหมอื นองค์อมรนิ ทร์ ทรงคชเอราวณั เผือกผอ่ งผวิ พรรณ เศียรหนง่ึ เจ็ดงา ช้างนิรมิตฤทธแิ รงแขง็ ขนั สีสงั ขส์ ะอาดโอฬาร์ สามสิบสามเศยี รโสภา ดงั เพชรรตั น์รจู ี บทแรกน้นั เลา่ วา่ อนิ ทรชิตไดแ้ ปลงกายเปน็ พระอินทร์ (ดว้ ยการใช้ พรทไ่ี ด้มาจากพระอิศวร) พร้อมกับทรงชา้ งเอราวณั ทีเ่ ป็นชา้ งทรงของพระ อนิ ทร์ สว่ นชา้ งเอราวัณทถี่ ูกเนรมติ ข้ึนมาน้นั กแ็ ขง็ แกรง่ สวยงามสดุ ๆ ผวิ ของช้างเอราวณั น้นั สีขาวสะอาดเหมอื นหอยสังข์ มีเศียรงดงาม ๓๓ เศียร แต่ละเศียรมงี า ๗ กิ่ง สวยงามราวกับเพชร งาแตล่ ะกงิ่ มีสระบัว ๗ สระ แตล่ ะ สระมกี อบัว ๗ กอ แตล่ ะกอมีดอกบัว ๗ ดอก แตล่ ะดอกมีกลบี บัวบาน ๗ กลีบ แตล่ ะกลบี มีนางฟา้ รูปงาม ๗ องค์

นางหนึ่งย่อมมีบรวิ าร อีกเจด็ เยาวมาลย์ ลว้ นรปู นิรมติ มารยา ชำเลอื งหางตา ทกุ เกศกุญชร จบั ระบำรำรา่ ยส่ายหา ซองหางกระวิน ทำทีดงั เทพอัปสร ผา้ ทิพย์ปกตระพอง มวี มิ านแกว้ งามบวร ดงั เวไชยนั ตอ์ มรนิ ทร์ เครื่องประดบั เก้าแก้วโกมิน สร้อยสายชนักถักทอง ตาข่ายเพชรรตั น์รอ้ ยกรอง ห้อยพู่ทกุ หูคชสาร นางฟ้าแต่ละองค์ยังมีบรวิ ารท่ีเปน็ หญงิ งาม ๗ นาง แถมแตล่ ะนางกก็ ำลงั ร่าย รำอย่างนางฟา้ เศยี รแต่ละเศยี รของชา้ งยังมีวิมานแก้วทสี่ วยงามราวกับวิมานเวไชยันต์ ของพระอินทร์ ประดบั ตกแตง่ อย่างสวยงามด้วยแกว้ เกา้ ประการ ได้แก่ เพชร ทบั ทิม มรกต บษุ ราคมั โกเมน นิล มกุ ดา เพทาย และไพฑูรย์ ซองหาง และกระวินของชา้ ง เอราวณั ถกู ถกั ร้อยดว้ ยสร้อยทอง และมีผา้ ทิพยป์ กตระพองซง่ึ ร้อยประดับด้วยเพชร มสี ายสรอ้ ยห้อยเป็นพลู่ งทั่วทกุ หูชา้ ง

โลทันสารถีขุนมาร เป็นเทพบตุ รควาญ ขนุ มารโลทัน (สารถขี องอนิ ทรชิต) ขับท้ายทน่ี ัง่ ชา้ งทรง เปลย่ี นแปลงกายคง แปลงกายเปน็ เทพบุตรนัง่ บังคับชา้ งอยู่ท้ายชา้ ง รีบเร่งรพี้ ล ทัพทั้ง ๔ เหลา่ ตา่ งแปลงกายเป็นเทพและ บรรดาโยธาจตั ุรงค์ ทพั หลงั สุบรรณ อมนษุ ย์ผมู้ ฤี ทธ์ิ เปน็ เทพไทเทวญั คนธรรพป์ กี ขวา โตมรศรชยั ทพั หนา้ คือเทพารักษ์ ทัพหลงั คือครฑุ ลอยฟา้ มาในเวหน รีบเรง่ ร้ีพล กนิ นร และนาค ปีกซา้ ยคือฤๅษีและวทิ ยาธร ปีก มาถงึ สมรภมู ชิ ัย ผ้าทพิ ย์ปกตระพอง ขวาคอื คนธรรพ์ การจดั กระบวนทพั เป็นไปตาม ตำราสงคราม ทหารทงั้ ๔ เหล่าทัพตา่ งถอื อาวธุ ทัพหนา้ อารักขไพรสัณฑ์ ครบครนั ได้แก่ หอก ธนู ดาบ กระบอง เหาะ กนิ นรนาคนาคา เหนิ บนฟา้ เคล่อื นทัพมาถึงสนามรบ ปีกซา้ ยฤาษิตวิทยา ตงั้ ตามตำรับทัพชยั ล้วนถืออาวธุ เกรียงไกร พระขรรคค์ ทาถว้ นตน ลอยฟ้ามาในเวหน มาถึงสมรภูมิชยั ตาข่ายเพชรรตั นร์ อ้ ยกรอง ห้อยพ่ทู กุ หูคชสาร

เมือ่ นน้ั จงึ พระจักรี พอพระสรุ ยิ ์ศรี ครน้ั รงุ่ เชา้ มีลมพัดโชยกลิ่นหอม อรณุ เรอื งเมฆา เฟื่องฟ้งุ วนา ของดอกไมฟ้ งุ้ ไปท่วั ปา่ ผงึ้ แมลงภู่ และหมู่ รอ่ นราถาลง หงสท์ องกบ็ ินรอ่ นถลาแทรกตัวลงในดอกไม้ ลมหวนอวลกลนิ่ มาลา ไก่ขนั ปีกตี เพ่อื หาอาหาร นกดุเหวา่ และไก่ขนั ร้องตีปกี นวิ าสแถวแนวดง หาคู่เคียงประสาน ไปทว่ั เปน็ สญั ญาณวา่ เช้าแล้ว สร่างแสงอโณทยั ผึ้งภหู่ มคู่ ณาเหมหงส์ ธบิ ดินทร์เธอบรรเทือง นกตนื่ นอนร้องขบั ขานหาคู่ แทรกไซใ้ นสร้อยสุมาลี ประสานเสียงไพเราะอยใู่ นปา่ ส่วนเดือนและ ดาวกอ็ บั แสงลง ท้องฟา้ สว่างไสวเปน็ สี ดเุ หวา่ เรา้ เรง่ พระสุรยิ ศ์ รี เหลอื ง พระรามตื่นข้นึ จากทบี่ รรทมแลว้ จึง ก่กู อ้ งในท้องดงดาน เตรียมกองทพั ปักษาต่นื ตาขันขาน สำเนียงเสนาะในไพร เดือนดาวดบั เศรา้ แสงใส ก็ผ่านพยบั รองเรือง จบั ฟา้ อากาศแลเหลือง บรรทมฟน้ื จากไสยา

เสดจ็ ทรงรถแกว้ โกสยี ์ ไพโรจน์รูจี จะแข่งซงึ่ แสงสรุ ยิ ใ์ ส เทียมสินธพอาชาไนย เรงิ รอ้ งถวายชยั ชันหูระเหิดหฤหรรษ์ มาตลีสารถีเทวัญ กรกมุ พระขรรค์ ขับรถมากลางจัตุรงค์ พระรามข้ึนรถทรงอันงดงามทพี่ ระ อนิ ทรป์ ระทานให้ รถม้าส่งเสยี งรอ้ ง ม้า เพลารอยพลอยประดบั ดุมวง กกึ กอ้ งกำกง ชนั หูสูงสง่ สัญญาณพร้อมทีจ่ ะออกรบ มาตลีเป็นสารถีขับรถทรงมากลางกองทพั กระทบกระท่งั ธรณี ท้ัง ๔ เหล่า มอื ถือพระขรรค์ รถทรง ประดบั พลอยตามเพลาและดุม เสียงรถว่งิ มยรุ ฉตั รชุมสายพรายศรี พดั โบกพัชนี ดงั กกึ ก้องทงั้ แผ่นดนิ กบีร่ ะบายโบกลม ลงิ คอยโบกมยรุ ฉัตร ชมุ สาย พดั โบก พัชนี เสยี งกลองทใ่ี ช้ตใี ห้สัญญาณออ องึ อนิ ทเภรตี ีระงม แตรสงั ข์เสยี งประสม กรบดงั ไปทวั่ เสียงแตรสงั ข์ประสานเสียง กันอยา่ งไพเราะในป่า ประสานเสนาะในไพร เสียงพลโหร่ อ้ งเอาชัย เล่ือนลนั่ สน่นั ใน พภิ พเพียงทำลาย สตั ภณั ฑ์บรรพตท้งั หลาย ออ่ นเอียงเพยี งปลาย ประนอมประนมชมชยั

พสุธาอากาศหวาดไหว เน้อื นกตกใจ แผ่นดนิ และอากาศสะเทือนเลือ่ น ซกุ ซอ่ นประหวัน่ ขวัญหนี หสั ดินอินทรี ลนั่ สัตว์ตา่ งๆ ตกใจหาทซ่ี อ่ นตวั แมแ้ ตล่ กู หกั ถอนพฤกษา ครุฑเม่ือไดย้ ินเสยี งของฝา่ ยกองทพั พระราม ลูกครุฑพลดั ตกฉมิ พลี แหลกลลู่ ้มลง กต็ กใจพลดั ตกจากต้นงิ้ว นกหสั ดที ่คี าบช้าง คาบช้างกว็ างไอยรา เทวญั จนั ทรี มากต็ กใจปลอ่ ยช้างหลดุ จากปาก ฝ่ายลิงตา่ ง โปรยทพิ มาลัย แสดงฤทธ์เิ ดชหกั ถอนต้นไม้มาถือแทนอาวุธ วานรสำแดงเดชา พ่มุ บุษปมาลา ปา่ ไม้ลม้ ลงอยา่ งราบเรียบด้วยฤทธิข์ อง ถอื ต่างอาวุธยทุ ธยง เรง่ รดั หสั ดิน กองทัพพระราม ไมไ้ หล้ยงู ยางกลางดง ทนั ใดน้นั อากาศบดบังพระ ละเอยี ดด้วยฤทธโิ ยธี อาทติ ย์ เหล่าเทวดาบนสวรรคท์ กุ ช้ันตา่ ง อำนวยอวยชัย บา้ งเปดิ ประตู หน้าต่างแลว้ ก็ อากาศบดบังสรุ ยิ ศ์ รี โปรยดอกไมท้ พิ ยเ์ พ่อื สกั การะบูชาและยก ทุกชั้นอำนวยอวยชยั ย่องสรรเสรญิ บนพืน้ เตม็ ไปด้วยดอกไมจ้ น ทำให้กงรถไม่สมั ผสั พ้ืน นอกจากนี้ยังเรง่ บา้ งเปดิ แกลแก้วแววไว กองทพั ลิง กองทัพช้างใหร้ บี มาถึงสนามรบ ซ้องสาธกุ ารบูชา ชักรถร่ีเร่อื ยเฉ่ือยมา กงรถไมจ่ ดธรณนิ ทร์ เร่งพลโยธาพานรนิ ทร์ วานรใหเ้ ร่งรีบมา

เหตุไฉนสหัสนัยน์เสดจ็ ดล สมรภูมิไพรสณฑ์ พระลักษมณ์ (นอ้ งของ เธอมาดว้ ยกลอนั ใด ทกุ ทสี หสั นยั น์ พระราม) ถามสคุ รีพวา่ เพราะเหตุใดพระ บัดนเ้ี ธอมา อินทร์เสด็จมาทสี่ นามรบน้ี สคุ รพี จึงทลู สุครีพทลู ทดั เฉลยไข ฤๅจะกลบั เป็นกล บอกพระลกั ษมณ์ว่า ปกติ เสดจ็ ด้วยหม่เู ทวา คอยดสู ำคัญ พระอนิ ทร์จะเสดจ็ มาพร้อมกบั เหล่า ตรัสสัง่ เสนี เทวดาเพอ่ื อวยชัยและถวายดอกไม้ แต่ อวยชัยถวายทิพมาลา เคลบิ เคลม้ิ วรกาย คราวนดี้ ผู ิดปกตแิ ละน่าสงสยั แปลกๆ เห็นวปิ ริตดฉู งน เพราะพระอนิ ทร์แต่งกายมาพร้อมกับอาวุธ ดูงดงาม หรือว่าพระอินทร์จะเขา้ ข้างฝ่าย ทรงเครือ่ งศัสตราแย่งยล ทศกัณฐ์ ไปเข้าดว้ ยราพณอ์ าธรรม์ สคุ รพี เตือนพระรามว่าอย่าได้ พระผเู้ รืองฤทธิแขง็ ขัน ไว้วางใจขา้ ศึกเดด็ ขาด ฝา่ ยอินทรชิตกส็ งั่ อย่าไวพ้ ระทยั ไพรี ให้ยักษฟ์ ้อนรำถวายพระลกั ษมณ์ เพือ่ ใหพ้ ระลักษมณเ์ คลบิ เคล้ิมและจะได้ เมอ่ื นน้ั อินทรชติ ยกั ษี แผลงศรฆา่ ใหต้ าย ใหจ้ ับระบำรำถวาย ให้องค์อนชุ านารายณ์ จะแผลงซงึ่ ศสั ตรศรพล

อินทรชติ สถติ เหนือเอรา วัณทอดทศั นา เห็นองค์พระลกั ษณฤ์ ทธิรงค์ จงึ จับศรทรง หมายองค์พระอนชุ า เคลิบเคล้ิมหฤทยั ใหลหลง โลกลน่ั องึ อล พรหมาสตร์อันเรืองเดชา ต้ององค์อินทรยี ์ ทนู เหนือเศียรเกล้ายักษา กแ็ ผลงสำแดงฤทธริ ณ อากาศกอ้ งโกลาหล อำนาจสะท้านธรณี ศรเต็มไปท่วั ราศี พระลักษณก์ ก็ ล้ิงกลางพล อนิ ทรชิตน่ังอยบู่ นชา้ งเอราวัณ เหน็ พระลกั ษมณ์ผเู้ กง่ กาจในการรบ กำลงั หลงใหลเคลิบเคลม้ิ ใน สง่ิ งดงามที่ไดเ้ ห็น เมื่อได้โอกาส อินทรชิตจึงจับศรพรหมาสตรข์ ึ้นเหนือหัว เล็งใส่พระลกั ษมณ์ แลว้ ก็แผลง ศรออกไปหมายจะให้ถูกพระลักษมณ์ ทนั ใดนั้นอากาศก็แปรปรวนเสยี งดงั กกึ กอ้ งสะท้านแผ่นดิน ศร พรหมาสตร์ทอี่ ินทรชิตแผลงไปน้ันกระจายไปท่วั ท้องฟา้ พระลักษมณถ์ ูกศรของอินทรชติ แล้วล้มลงกลางไพร่ พลในสนามรบ

คณุ คา่ ของวรรณคดี

คณุ ค่าด้านเนอ้ื หา ๑. การตั้งใจศกึ ษาเลา่ เรียน ๒. การให้อำนาจแกบ่ ุคคลใดควรไตร่ตรองให้ดี ๓. การมีอำนาจควรใช้ไปในทางทีถ่ ูกตอ้ ง ๔. การใช้ชวี ิตอยา่ งมสี ติ ๕. สงครามคือความสญู เสยี ๖. ความลุ่มหลงเปน็ บ่อเกิดของหายนะ ๗. การใช้อำนาจในทางที่ไม่ถกู ไมค่ วร ๘. การใชส้ ติปัญญาพจิ ารณาสถานการณ์ตา่ ง ๆ ๙. พระมหากษัตรยิ ์ไทยทรงใชว้ รรณคดีในการสรา้ ง เอกลักษณ์ความเปน็ ชาติ

คุณคา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์ ๑. การใช้โวหาร กวีใชถ้ ้อยคำเพอ่ื สร้างจนิ ตภาพหรือสรา้ งภาพใหเ้ กดิ ขึ้นแก่ ผ้อู า่ น โดยใชพ้ รรณนาโวหารใหเ้ ห็นภาพของช้างเอราวัณ ดังเชน่ บททีว่ ่า ชา้ งนิรมิตฤทธิแรงแขง็ ขนั เผือกผ่องผวิ พรรณ สีสังขส์ ะอาดโอฬาร์ ๒. การใช้ภาพพจน์ ๒.๑) อปุ มา คอื การกลา่ วเปรียบเทยี บสิ่งเปน็ สง่ิ หนงึ่ ดังเช่นบททว่ี ่า สามสบิ สามเศียรโสภา เศียรหนงึ่ เจด็ งา ดังเพชรรตั น์รจู ี ๒.๒) บคุ คลวตั คอื การสมมติหรอื กำหนดให้สง่ิ ไม่มีชีวิต สามารถแสดง อากัปกริ ิยาได้เช่นเดียวกับสงิ่ มีชวี ติ ดงั เช่นบทท่ีว่า เดือนดาวดับเศร้าแสงใส สรา่ งแสงอโณทัย กผ็ า่ นพยับรองเรอื ง

คุณคา่ ดา้ นสังคม ๑. ความเช่อื ในเรือ่ งเทพเจา้ เพราะเน้อื หาและเรือ่ งราวล้วนมคี วาม เกี่ยวข้องกับพระอิศวร พระพรหม พระนารายณ์ พระอนิ ทร์ ๒. ความเชอื่ ในเรอื่ งโชคลาง ไดส้ ะท้อนใหเ้ ห็นความเชื่อบางประการที่มี ความเก่ียวโยงกับศาสนา พราหมณ์-ฮินดู เชน่ เมื่อกองทพั ของพระลกั ษมณ์ พร้อมทีจ่ ะสูร้ บกบั กองทพั ของอนิ ทรชติ ได้มกี ารเปา่ และสงั ข์ พรอ้ มกบั ที่ทหาร หาญโห่รอ้ งเอาชัย

จบแลว้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook