คำนำ รายงานเล่มน้ีจัดทาขน้ึ เพอื่ เป็นส่วนหนึง่ ของวิชา สถิติเพอื่ การวิจัย TLR302 มีวัตถปุ ระสงค์ เพ่อื ให้ได้ ศึกษาหาความรู้เก่ียวกับบันทึกการเรียนรู้หลังเรียนวิชา สถิติเพื่อการวิจัย ประกอบไปด้วยเน้ือหาดังนี้ 1.1) ความหมายของสถติ ิ 1.2) สถติ ิพรรณนา I: การวัดแนวโนม้ สสู่ ว่ นกลางและการวัดตาแหน่งของขอ้ มลู 1.3) สถิติ พรรณนาII: การวัดการกระจายและคะแนนมาตรฐาน 1.4) การหาคุณภาพเคร่ืองมือรวบรวมข้อมูล 1.5) สหสัมพันธเ์ ชงิ เสน้ ตรง 1.6) สถติ ิอนุมาน: การทดสอบค่าเฉลีย่ และการทดสอบสัดส่วน ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่าการจัดทารายงานฉบับนี้จะมีข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อผู้ท่ีสนใจศึกษาหา ความรู้เกย่ี วกับสถติ เิ พ่อื การวิจยั เปน็ อยา่ งดี จดั ทาโดย นางสาวปรารถนา ปนั ม้า
สำรบัญ หนำ้ เรื่อง 1 3 บทท่ี 1 บทนา : ความหมายของสถิติ 5 บทที่ 2 สถิติพรรณนา I: การวัดแนวโน้มสสู่ ว่ นกลางและการวัดตาแหน่งของข้อมลู 7 บทท่ี 3 สถิตพิ รรณนาII: การวดั การกระจายและคะแนนมาตรฐาน 11 บทท่ี 4 การหาคุณภาพเครอื่ งมอื รวบรวมขอ้ มูล 14 บทที่ 5 สหสัมพนั ธเ์ ชงิ เสน้ ตรง บทท่ี 6 สถิติอนมุ าน: การทดสอบคา่ เฉลีย่ และการทดสอบสดั สว่ น
~1~ บนั ทกึ การเรยี นรู้ (Learning Log) รายวชิ า TLR302 สถติ เิ พ่ือการวจิ ยั (Statistics for Research) ภาคเรยี นท่ี 1/2565 บทที่ 1 1. บทที่ 1 เร่อื ง บทนำ ได้ควำมคิดรวบยอดของเนอ้ื หำสำระ สรุปได้ (สรปุ เปน็ ขอ้ ควำมหรือเป็นแผนผังควำมคดิ ผงั กรำฟิก) สถิติ (Statistics) เป็นตัวเลขที่ได้กำรเก็บรวบรวมข้อมูล กำรวิเครำะห์ข้อมูล แล้วนำเสนอเป็นข้อมูลชุด ข้อมลู โดยสถิตสิ ำมำรถจำแนกออกเป็น 2 ประกำร คือ “Statistic” และ “Statistics” 1. Statistic มีควำมหมำย (1) ตัวสถติ เิ ปน็ ฟงั ก์ชนั ของตวั แปรส่มุ ในตัวอย่ำงสมุ่ (2) ค่ำสถติ ิ เปน็ ค่ำท่ีได้จำกกำรประมวลสถิติ 2. Statistics ศำสตร์ว่ำด้วยกำรรวบรวมข้อมลู กำรจัดกำรข้อมลู กำรวิเครำะห์ข้อมูล กำรแปลควำมหมำยผลลัพธ์ หรือกำรแปลผล และกำรนำเสนอขอ้ มลู ด้วยวิธเี ชงิ สถิติ ข้อมูล (Data) หมำยถึง ข้อควำมจริงหรือข้อเท็จจรงิ เก่ียวกับเรื่องใดเรอ่ื งหนึง่ อำจเป็นได้ท้ังข้อควำมและ ตัวเลขทีป่ ระมวลผลได้ ขอ้ มลู แบ่งไดห้ ลำยแบบ ในกระบวนกำรวิจยั จะใชส้ ถติ ิ ทเี่ กี่ยวข้อง ดังน้ี 1. ตรวจสอบคณุ ภำพของเครอื่ งมือวิจัย 2. กำรเลือกตัวอยำ่ ง 3. สถิติเชิงพรรณนำ 4.สถิติเชงิ อนุมำน ประเภทของมลู จำกกำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลมำได้ พอสรปุ ได้วำ่ ข้อมลู ท่ีไดว้ ่ำขอ้ มูลทไี่ ด้มำมีประเภทต่ำงๆ ดงั นี้ แบง่ ตามแหล่งทมี่ า 1. ข้อมลู ปฐมภูมิ เปน็ กำรรวบรวมข้อมลู จำกประชนชน 2. ข้อมูลทุตยิ ภูมิ เป็นกำรรวบรวมทห่ี นว่ ยงำนเป็นคนเกบ็ แบ่งตามลักษณะข้อมูล 1. ข้อมูลเชงิ ปรมิ ำณ แสดงเป็นตวั เลขสือ่ ควำมหมำยได้ เชน่ ควำมสงู 2. ข้อมลู เชิงคุณภำพ ข้อมูลที่เปน็ เชงิ ข้อควำม หรอื ข้อมูลทีเ่ ป็นโค้ดสญั ลกั ษณว์ ดั คำ่ ไม่ได้ แบ่งตามลกั ษณะการศึกษา 1. ขอ้ มูลดบิ กำรเก็บรวบรวมมำและยงั ไม่ไดม้ ีกำรจดั ทำเปน็ หมวดหมู่ 2. ข้อมลู จัดกล่มุ กำรเก็บรวบรวมแลว้ ทำเป็นหมวดหมู่ หรือแยกประเภท
~2~ แบ่งตามมาตราการวดั 1. มำตรำนำมบญั ญตั ิ เปน็ กำรแบง่ แยกโดยไมม่ ลี ำดับคำ่ มำกน้อยระหวำ่ งกลมุ่ 2. มำตรำเรียงอนั ดบั เป็นเกณฑก์ ำรเรียงลำดับ “นอ้ ย” “มำก” 3. มำตรำอันตรภำค เปน็ กำรวัดท่มี ีคุณสมบัตเิ พ่ิมเติมจำกกำรวดั ระดบั เรยี งอันดบั 4. มำตรำอัตรำส่วน เป็นกำรวัดที่สงู ที่สุด ข้ันการวิจยั ท่ใี ช้สถิติ 1. กำรรวบรวมขอ้ มูลและวเิ ครำะห์ปัญหำเบ้อื งต้น 2. วเิ ครำะห์ตวั แปร 3. สมมุติฐำนทำงสถิติ 4. ประชำกร และกลุ่มตวั อยำ่ ง 5. กำรเก็บรวบรวมขอ้ มูล 6. กำรวิเครำะหข์ ้อมูล 7. กำรแปลควำมหมำย 8. กำรสรุปผล 2. ในบทเรียนท่ีเรียนเร่ืองนี้จะนำไปใช้ในกำรดำเนินงำนของตนเองเก่ียวกับ กำรรวบรวมข้อมูลและวิเครำะห์ ปญั หำเกดิ ข้ึนในกำรดำเนนิ งำน ได้สงิ่ ที่เรียนรู้ในบทเรยี นน้ีมเี น้ือสำระใด ทเี่ ป็นประโยชนแ์ ลว้ สำมำรถนำไปประยกุ ต์ใชไ้ ด้อยำ่ งไร กำรรวบรวมขอ้ มูล ต่ำงๆ แล้วจัดเกบ็ ให้เรียบร้อยตำมละดบั ขัน้ ตอน 3. เนื้อหำสำระทค่ี ิดวำ่ ตนเองควรมกี ำรศกึ ษำเพ่ิมเตมิ กำรศึกษำเพ่ิมเตมิ ในกำรใชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel ในกำรวเิ ครำะห์ข้อมูล เพรำะว่ำในกำรกำร วเิ ครำะหข์ อ้ มลู ตำ่ งๆ จำเป็นต้องมีควำมรู้พน้ื ฐำนในหน้ำตำ่ งกำรใชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel ก่อน 3.1 ให้อำจำรยช์ ่วยเร่อื งอะไรบ้ำง ใหอ้ ำจำรย์สอนใช้โปรแกรม Microsoft Excel เบื้องต้นในกำรวิเครำะหข์ อ้ มลู เพ่ือง่ำยตอ่ กำร เรยี นสถิตใิ นช้นั เรียน 3.2 ให้เพื่อนชว่ ยเรื่องอะไรบำ้ ง กำรลงโปรแกรมทใี่ ช้ทำสถิติ
~3~ บันทกึ การเรียนรู้ (Learning Log) รายวชิ า TLR302 สถติ เิ พื่อการวจิ ยั (Statistics for Research) ภาคเรียนท่ี 1/2565 บทท่ี 2 1. บทที่ 2 เร่อื ง สถติ พิ รรณนำ I: กำรวดั แนวโนม้ สู่ส่วนกลำงและกำรวัดตำแหนง่ ของข้อมลู ได้ควำมคดิ รวบยอดของเนือ้ หำสำระ สรุปได้ (สรปุ เปน็ ขอ้ ควำมหรอื เป็นแผนผังควำมคิดผงั กรำฟิก) สถติ พิ รรณนำ วธิ กี ำรจดั ระเบยี บข้อมูล และกำรนำเสนอขอ้ มลู โดยกำรนำเสนอขอ้ มูลอำจแสดงอยใู่ นรปู ข้อควำม ตำรำง แผนภำพ รอ้ ยละ หรอื กำรสรุปข้อมูลเฉพำะทส่ี ำคญั ๆ เท่ำน้ัน เช่น กำรวดั แนวโน้มเข้ำสู่สว่ นกลำง และกำรวัดกำรกระจำย วิธกี ำรคำนวณหำค่ำสถิติพรรณนำ ซงึ่ เปน็ กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู เบ้อื งต้น เพอื่ เปน็ พ้ืนฐำนที่ สำคัญไปสวู่ เิ ครำะห์ขอ้ มูลข้นั สงู ตอ่ ไป ตารางการแจกแจงความถี่ เป็นกำรจักข้อมูลนำเสนอในรูปตำรำงท่ีเข้ำใจง่ำย ประกอบด้วย ส่วนของข้อมูลที่เป็นส่วนของ ข้อเท็จจรงิ ตำ่ งๆ ของขอ้ มลู และสว่ นของควำมถี่ เป็นจำนวนคำ่ สงั เกตหรอื ข้อเทจ็ จริง แหลง่ ท่มี ำของข้อมลู ในกรณี ที่ขอ้ มลู ไดม้ ำจำกแหลง่ ข้อมลู ทุติยภูมิ ตารางแจกแจงความถท่ี ่เี ปน็ ตัวแปรเชงิ คุณภาพ เป็นกำรนำเสนอขอ้ มลู ท่ีตวั แปรเชิงคุณภำพหรือข้อมูลเชงิ กล่มุ ซึ่งข้อมูลในลักษณะน้ี จัดทำตำรำงได้งำ่ ย ตารางแจกแจงความถ่ีที่เป็นตวั แปรเชิงปริมาณ ขอ้ มูลท่ไี ด้จำกตัวแปรเชงิ ปริมำณ เปน็ ค่ำตวั เลขที่สำมำรถวัดได้ในเชงิ เปรยี บเทียบซึ่งใน กำรเก็บขอ้ มลู รวบรวมจะมคี ่ำแต่ละคำ่ มำกมำย หลำยค่ำ หลำยลักษณะ เชน่ รำยได้ การวัดแนวโนม้ สสู่ ่วนกลาง แนวโนม้ ทีข่ ้อมูลเชงิ ปริมำณรวมตัวรอบคำ่ ของค่ำของตัวแปรสุ่มค่ำหนึ่ง ซ่งึ วดั โดยคำ่ กลำงทแี่ สดง ตำแหน่งทต่ี ้ัง แจกแจงของข้อมูลหรือใช้เปน็ ค่ำทำงสถติ เิ บือ้ งตน้ ที่นำไปคำนวณคำ่ ทำงสถติ ติ วั อ่ืนๆ ในเอกสำรน้ีจะ กล่ำวถึง 1. ค่ำเฉล่ยี 1.1. ค่ำเฉลยี่ เลขคณิต ใชส้ ูตร ผลรวมทัง้ หมด/จำนวนกลุ่มตัวอย่ำง 1.2. คำ่ เฉล่ยี แบบตดั ปลำย ใชส้ ูตร ผลรวมทง้ั หมด,จำนวนเปอร์เซน็ ตท์ ี่จะตดั ปลำยออก 1.3. คำ่ เฉลี่ยเรขำคณติ 1.4. ค่ำเฉล่ียฮำร์โมนคิ
~4~ 2. คำ่ มัธยฐำน - กรณี ขอ้ มูลไม่มีกำรแจกแจงควำมถี่ ให้ใช้สูตร n + 1 หำร 2 - กรณี ข้อมูลอยใู่ นรปู แจกแจงควำมถี่ของอันตรภำคชนั้ 3. ค่ำฐำนนิยม ใหใ้ ช้สตู ร 4. ค่ำกึง่ กลำงพสิ ัย ใหใ้ ช้สูตร 2. ในบทเรียนทเี่ รียนเร่ืองน้จี ะนำไปใช้ในกำรดำเนนิ งำนของตนเองเกี่ยวกบั กำรรวบรวมข้อมลู และวิเครำะห์ ปัญหำเกดิ ขึน้ ในกำรดำเนนิ งำน ไดส้ ่ิงที่เรยี นรใู้ นบทเรยี นนี้มีเน้ือสำระใด ท่เี ป็นประโยชน์แล้วสำมำรถนำไปประยกุ ตใ์ ช้ไดอ้ ย่ำงไร นำเอำเน้อื หำสำระบทเรยี นนี้ประยกุ ตใ์ ช้ในกำรทำงำนในเรอื่ งของกำรคิดวเิ ครำะหข์ อ้ มลู กำรหำผลรวม และกำรหำค่ำเฉลยี่ ของตวั เลข โดยใช้โปรแกรม Microsoft Excel 3. เนื้อหำสำระทค่ี ิดว่ำตนเองควรมีกำรศกึ ษำเพ่มิ เติม ควรมีกำรศึกษำเพิม่ เติมในเรือ่ งของกำรใช้สูตรที่แมน่ ยำ 3.1 ให้อำจำรย์ชว่ ยเร่ืองอะไรบำ้ ง กำรใช้สูตรทถ่ี ูกตอ้ งตำมลำดับกำรแจกแจงควำมถี่ 3.2 ให้เพือ่ นช่วยเรอื่ งอะไรบ้ำง สอนกำรกำรแจกแจงควำมถ่ี ในโปรแกรม Microsoft Excel ในเรอื่ งของงกำรหำคำ่ วัดตำแหน่งข้อมลู ค่ำ ควอรไ์ ทล์ เดไซล์ และเปอรเ์ ซ็นไทล์
~5~ บันทึกการเรยี นรู้ (Learning Log) รายวิชา TLR302 สถิติเพ่ือการวิจัย (Statistics for Research) ภาคเรียนท่ี 1/2565 บทที่ 3 1. บทที่ 3 เร่ือง สถติ พิ รรณนำII: กำรวัดกำรกระจำยและคะแนนมำตรฐำน ได้ควำมคดิ รวบยอดของเน้ือหำสำระ สรปุ ได้ (สรุปเป็นขอ้ ควำมหรอื เป็นแผนผังควำมคดิ ผงั กรำฟิก) การวัดการกระจายและคะแนนมาตรฐาน กำรวัดกำรกระจำยของขอ้ มูลมี 2 วิธี คือ กำรวัดกำรกระจำยสมั บรู ณ์ เป็นกำรวดั กำรกระจำย ของข้อมูลเพยี งชุดเดยี ว เพ่ือตรวจดูว่ำ ค่ำสงั เกตของขอ้ มูลมคี วำมแตกต่ำงกนั มำกนอ้ ยเพียงใด ซงึ่ มวี ิธกี ำรวดั 4 ชนดิ คอื 1) พสิ ัย (Range) 2) ส่วนเบ่ียงเบนควอรไ์ ทล์ (Quartile Deviation) ใช้สญั ลักษณ์ Q.D. 3) ส่วนเบ่ยี งเบนเฉลย่ี (Mean Deviation) ใชส้ ญั ลกั ษณ์ M.D. 4) ส่วนเบย่ี งเบนมำตรฐำน (Standard Deviation) ใช้สญั ลักษณ์ S.D. หรือ S กำรวัดกำรกระจำยสัมพัทธ์ เป็นกำรวัดกำรกระจำยของข้อมูลโดยใช้อัตรำส่วนของค่ำท่ีได้จำก กำรวดั กำรกระจำยสมั บรู ณ์กบั ค่ำกลำงของข้อมลู นั้น ๆ กำรวดั กำรกระจำยแบบนเี้ พอ่ื นำไปใช้เปรยี บเทียบเกี่ยวกับ กำรกระจำยของขอ้ มลู แต่ละกลุ่มวำ่ กล่มุ ใดมกี ำรกระจำยมำกกวำ่ กลุม่ ใด กำรวัดกำรกระจำยสมั พัทธ์ มวี ธิ กี ำรอยู่4 วธิ ี คอื 1) สมั ประสิทธขิ์ องพิสัย (Coefficient of Range) 2) สมั ประสิทธิ์สว่ นเบ่ียงเบนควอร์ไทล์ (Coefficient of Quartile Deviation) 3) สมั ประสิทธ์ิสว่ นเบ่ียงเบนเฉล่ยี (Coefficient of Mean Deviation) 4) สัมประสทิ ธ์ขิ องควำมแปรผนั (Coefficient of Variation) คะแนนการเปลีย่ นแปลงสมั พทั ธ์ (Relative Change Score) ศิริชัย กำญจนวำสี (2538) ได้เสนอวธิ ีกำรคำนวณคะแนนกำรเปลย่ี นแปลงสัมพัทธ์ตำม คะแนนมาตรฐาน (Standard score) หรอื เรียกวา่ Z-Score คำ่ มำตรฐำนหรือคะแนนมำตรฐำน เป็นท่ไี ดจ้ ำกค่ำสงั เกตของข้อมลู ชุดหนง่ึ เป็นคำ่ ผลต่ำง ระหวำ่ งค่ำสังเกตกบั คำ่ เฉล่ยี ของตัวอยำ่ งหำรด้วยสว่ นเบย่ี งเบนมำตรฐำนของตัวอยำ่ ง คะแนนมาตรฐานที (T-Score) คะแนนมำตรฐำนที หมำยถงึ กำรแปลงคะแนนของชุดขอ้ มูล( ทม่ี ีคะแนนเฉลย่ี เทำ่ กับ 50 และ มี ค่ำส่วนเบีย่ งเบนมำตรฐำนเท่ำกบั 10 คะแนนสอบทง้ั กลุม่ (ชดุ ขอ้ มูลนั้น) จงึ มีคำ่ อยู่ระหว่ำง 0 ถงึ 100
~6~ และมกี ำรแจกแจงคะแนนเป็นรูปโค้งปรกติ ซง่ึ เปน็ คะแนนมำตรฐำนทแี่ ปลงมำจำกคะแนน Z เพื่อแก้ จดุ ออ่ นบำงประกำรของคะแนน Z การแจกแจงความนา่ จะเป็นแบบปรกติ (Normal Probability Distribution) เส้นโค้งปรกตใิ นการกระจายของขอ้ มลู เป็นควำมจริงตำมธรรมชำติอย่ำงหน่ึงว่ำ ถ้ำเรำเขียนโค้งควำมถ่ี (Frequency Curve) ของกำร แจกแจงข้อมูลเก่ียวกบั สังคม กำรศึกษำ กำรเศรษฐกิจ หรือกำรเกษตรแล้ว ส่วนโค้งที่ได้จะมีรปู ร่ำงโนม้ เอยี งท่จี ะเปน็ รูปภเู ขำ หรอื ที่นิยมเรียกวำ่ รูประฆงั (Bell-Shape) ซง่ึ มีลักษณะสำคัญคอื ส่วนโค้ง ด้ำนซำ้ ย และขวำของรูประฆงั จะสมมำตรกัน ส่วนโค้งเช่นน้ีเรยี กว่ำ โค้งปรกติ (Normal Curve) และมี ข้อสังเกต ว่ำ ถ้ำข้อมูลมีกำรกระจำยน้อย โค้งปรกติจะโด่งมำก ถ้ำข้อมูลมีกำรกระจำยมำก โค้งปรกติจะ โด่งน้อย (แบนลง) 2. ในบทเรยี นที่เรยี นเรือ่ งนจี้ ะนำไปใช้ในกำรดำเนนิ งำนของตนเองเก่ยี วกบั เกีย่ วกบั กำรรวบรวมขอ้ มลู และ วเิ ครำะหป์ ญั หำเกิดข้นึ ในกำรดำเนนิ งำน ได้ส่ิงท่ีเรียนรู้ในบทเรยี นนม้ี เี นอื้ สำระใด ท่ีเป็นประโยชนแ์ ลว้ สำมำรถนำไปประยุกต์ใชไ้ ด้อยำ่ งไรนำเอำ เน้ือหำสำระบทเรยี นน้ปี ระยุกต์ใช้ในกำรทำงำนในเรื่องของกำรคดิ วิเครำะห์ข้อมูล กำรหำผลรวม และกำรหำ คำ่ เฉลย่ี ของตัวเลข โดยใช้โปรแกรม Microsoft Excel 3. เนือ้ หำสำระทคี่ ิดวำ่ ตนเองควรมีกำรศกึ ษำเพม่ิ เติม กำรคำนวณเสน้ โคง้ ปกตใิ นกำรกระจำยของข้อมลู 3.1 ใหอ้ ำจำรย์ช่วยเรือ่ งอะไรบำ้ ง กำรคำนวณเสน้ โค้งปกตใิ นกำรกระจำยของขอ้ มลู 3.2 ให้เพอื่ นช่วยเรื่องอะไรบำ้ ง กำรคำนวณเสน้ โค้งปกตใิ นกำรกระจำยของข้อมลู
~7~ บนั ทึกการเรยี นรู้ (Learning Log) รายวิชา TLR302 สถิติเพ่ือการวิจยั (Statistics for Research) ภาคเรียนที่ 1/2565 บทท่ี 4 1. บทท่ี 4 เรอ่ื ง กำรหำคุณภำพเครื่องมอื รวบรวมขอ้ มลู ไดค้ วำมคิดรวบยอดของเนอ้ื หำสำระ สรุปได้ (สรปุ เป็นข้อควำมหรือเปน็ แผนผงั ควำมคิดผงั กรำฟิก) เคร่ืองมือเก็บรวบรวมข้อมูล มีหลำยลักษณะ ผู้วิจัยสร้ำงข้ึนให้สอดคล้องกับลักษณะของข้อมูลที่ต้องกำร เกบ็ รวบรวมทีต่ อบวัตถุประสงค์กำรวิจยั ท่ีตงั้ ไวว้ ำ่ ต้องกำรศึกษำหำคำ ตอบอะไร ตอ้ งกำรทรำบอะไร พฤติกรรมใด สงิ่ ทอ่ี ยำกรู้หลังกำรวิจัยก็คือ ตวั แปรตำมนนั้ เอง เพอ่ื งำนวิจยั มคี ุณภำพ โดยคุณภำพ ของกำรวจิ ยั จะ พิจำรณำ 2 ประเด็นใหญ่ๆ คือ 1) ควำมเที่ยงตรงภำยใน (Internal validity) งำนวิจัยท่ีมีควำมเท่ียงตรงภำยในสูง หมำยถึง งำนวิจัยท่ีไม่มีตัวแปรเกินแทรกซ้อน หรือผลของตัวแปรตำมเกิดขึ้นเน่ืองจำกตัวแปรต้นเท่ำน้ัน 2)ควำมเท่ียงตรง ภำยนอก (External validity) คือ งำนวิจัยท่ีสรุปผลกำรวิจัยอ้ำงอิงไปสู่ประชำกรเป้ำหมำยได้อย่ำงถูกต้องกำร เลือกใชแ้ ละกำรสรำ้ งเครื่องมือรวบรวมข้อมลู ท่ีเหมำะสม มีคุณภำพ หลำกหลำยรูปแบบสำมำรถใช้วัดศกั ยภำพของ ผู้เรียนได้จริง ทำให้สำมำรถนำมำสรุปผลกำรวิจัยในกำรพัฒนำกำรเรียนรู้ของผู้เรียน จำแนกและอธิบำย ควำมก้ำวหน้ำในกำรเรียนรขู้ องผู้เรียนได้อยำ่ งชัดเจน ดังนั้นเคร่ืองมอื รวบรวมข้อมลู จึงเปน็ สิ่งท่ีจำเป็นและสำคัญ ในกระบวนกำรวจิ ยั และพัฒนำนวัตกรรม ความเท่ียงตรง (Validity) ควำมสำมำรถของเครอ่ื งมือรวบรวมข้อมลู ในกำรวัด หรือรวบรวมสิ่งตำ่ งๆ ท่ีต้องกำรได้สอดคล้อง ตรงกบั ควำมต้องกำรหรอื วตั ถปุ ระสงค์วธิ ีกำรหำควำมเทยี่ งตรง
~8~ ความเชอ่ื มั่น (Reliability) ควำมเชื่อม่นั หรอื หนงั สือ ตำ รำบำงเล่ม เรยี กว่ำ “ควำมเท่ียง” ของเครื่องมอื รวบรวมขอ้ มูล หมำยถงึ ดำ้ นควำมสำมำรถของเคร่อื งมือรวบรวมขอ้ มลู ในกำรวดั สงิ่ ต่ำงๆ ทตี่ อ้ งกำรวัดได้อย่ำงคงที่ แน่นอน หรือคงเสน้ คงวำ
~9~ การหาความเชื่อมั่นแบบทดสอบอัตนยั อานาจจาแนก (Discrimination ) เคร่ืองมอื รวบรวมข้อมลู ที่ดจี ะสำมำรถจำแนกกลุ่มได้ คำ่ อำนำจจำแนกสว่ นมำกใช้ในกำรหำ คุณภำพของแบบทดสอบ ถ้ำแบบทดสอบท่ีมีคุณภำพจะจำแนกผู้ทดสอบได้โดย จำแนกเป็นกลุ่มคะแนน สูงกับ กลุ่มคะแนนต่ำดัชนีค่ำอำนำจจำแนก(Discriminate Index) จะมีควำมหมำยในรูปค่ำสัมประสิทธ์ สหสมั พันธซ์ ่ึงมคี ำ่ อยูร่ ะหวำ่ ง –1 ถงึ +1 การวิเคราะห์อานาจจาแนกข้อสอบของแบบทดสอบปรนัยแบบองิ กลุ่ม การวเิ คราะห์อานาจจาแนกข้อสอบของแบบทดสอบอตั นยั แบบอิงกลุ่ม การวิเคราะห์อานาจจาแนกแบบสอบถาม
~ 10 ~ ความยาก (Difficulty) ดัชนีควำมยำก เป็นดัชนีท่ีแสดงถึงระดับควำมยำกของแบบประเมิน เคร่ืองมือรวบรวมข้อมูลท่ี จะตอ้ งหำควำมยำกน้นั สว่ นใหญจ่ ะเป็นเครอื่ งวัดดำ้ นสตปิ ัญญำ เป็นประเภทแบบทดสอบต่ำงๆ เคร่ืองมือ การหาดัชนีความยากแบบทดสอบปรนยั การหาความยากแบบทดสอบอตั นัย 2. ในบทเรียนท่ีเรียนเร่ืองนี้จะนำไปใช้ในกำรดำเนินงำนของตนเองเก่ียวกับ ควำมเที่ยงตรงในงำนวิจัยที่สรุป ผลกำรวิจัยอ้ำงอิงไปสู่ประชำกรเป้ำหมำยได้อย่ำงถูกต้องกำรเลือกใช้และกำรสร้ำงเคร่ืองมือรวบรวมข้อมูลท่ี เหมำะสม ได้สง่ิ ทเี่ รยี นรใู้ นบทเรียนน้มี เี นอื้ สำระใด ท่เี ปน็ ประโยชนแ์ ล้วสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ไดอ้ ย่ำงไร เปน็ เครอ่ื งมือรวบรวมข้อมลู จงึ เป็นสง่ิ ท่ีจำเป็นและสำคญั ในกระบวนกำรวิจัย 3. เนื้อหำสำระท่คี ิดว่ำตนเองควรมกี ำรศกึ ษำเพม่ิ เตมิ ควำมแม่นยำในกำรใช้สตู รใน Excel 3.1 ให้อำจำรย์ชว่ ยเร่อื งอะไรบำ้ ง กำรใช้สูตรคำนวณ 3.2 ให้เพือ่ นช่วยเร่ืองอะไรบำ้ ง กำรใชส้ ูตรคำนวณ
~ 11 ~ บันทกึ การเรียนรู้ (Learning Log) รายวชิ า TLR302 สถิตเิ พ่ือการวจิ ยั (Statistics for Research) ภาคเรยี นที่ 1/2565 บทท่ี 5 1. บทท่ี 5 เร่อื ง สหสัมพันธเ์ ชิงเส้นตรง ได้ควำมคดิ รวบยอดของเนอื้ หำสำระ สรุปได้ (สรุปเป็นข้อควำมหรอื เปน็ แผนผงั ควำมคดิ ผังกรำฟิก) เครื่องมือเก็บข้อมูลจะมีตัวแปรมำกมำยและแต่ละตัวแปรมีหลำยมำตรำวัด ซ่ึงกำรศึกษำตัวแปร นอกจำกหำค่ำวัดแนวโน้มสู่ส่วนกลำง หำค่ำวัดกำรกระจำยแล้ว ในเชิงสถิติถ้ำข้อมูลมำจำกตัวอย่ำง ต้องกำรหำ ควำมเที่ยงตรงภำยนอกของกำรวิจัย แล้วต้องมีกำรใช้สถิติทดสอบสมมุติฐำนกำรวิจัย ซ่ึงจะได้เรียนในบทที่ 6 นอกจำกนีอ้ ำจตอ้ งศึกษำควำมสมั พนั ธ์ของตัวแปร เนอ่ื งจำกขอ้ มลู ทีเ่ ก็บมำมหี ลำยตัวอย่ำง ถำ้ นำตัวแปร 2 ตวั แปร มำศึกษำ เช่น ต้องกำรศึกษำ ทักษะกำรออกเสียงภำษำอังกฤษของนกั เรียนมีควำมสัมพันธ์กบั เวลำที่ใช้ฝึกฝนกำร พูดโต้ตอบของตนเองเมื่อดูส่ือต่ำงๆหรือไม่ หรือผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนของนักเรียนมีควำมสัมพันธ์กับ สมำธิใน กำรต้ังใจเรียนในเวลำเรยี นหรือไม่ซ่ึงถ้ำเรำศึกษำจะทำ ให้งำนวิจัยได้ค้น พบสิ่งต่ำง ๆ ท่ีนำไปสู่คำตอบหรือนำไป แก้ไขปัญหำ หรือพัฒนำส่ิงต่ำง ๆ ได้เช่น ถ้ำเป็นกำรวิจัยทำงกำรศึกษำนำ ไปสู่กำรแก้ไขปัญหำ หรือพัฒนำ นวัตกรรมทำงกำรจดั กำรเรียนรไู้ ด้นนั้ เอง ดังนั้น ในบทนจ้ี ะไดเรียนรูส้ ถิติที่ใช้วดั ควำมสัมพันธ์ของตวั แปร ความหมาย สหสัมพนั ธ(์ Correlation) หมำยถงึ ควำมสมั พันธร์ ะหว่ำงข้อมูลของตวั แปร 2 ตัวทไ่ี ม่กำหนดว่ำ ตัวแปรใดเป็นตัวแปรอิสระหรือตัวแปรตำม และไม่บ่งชี้ควำมสัมพันธ์เชิงสำเหตุโดยทั่ว ไปหมำยถึง ควำมสัมพันธเ์ ชงิ เสน้ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlationcoefficient) หมำยถึง บ่งบอกระดับควำมสัมพันธ์ของ 2 ตวั แปร โดยบง่ บอกขนำดและทิศทำงของควำมสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่ำงตัวแปร 2 ตวั โดยปรกติมีคำ่ ตงั้ แต่ -1 ถึง +1 สัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์เพียร์สัน กำรหำควำมสัมพันธ์ของ 2 ตัวแปรที่ข้อมูลอยู่ในมำตรำอัตร ภำค (Interval Scale) หรืออัตรำส่วน (Ratio Scale) สำมำรถหำแนวโน้มควำมสัมพันธ์ของ 2 ตัวแปรได้ โดยใชแ้ ผนภำพกำรกระจำย
~ 12 ~ สมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธล์ าดับที่ของสเปียรแ์ มน (Spearman rank correlation coefficient; Spearman’s rho) กำรศึกษำควำมสัมพันธ์ของตัวแปรสองตัวแปรบำงคร้ังข้อมูลทั้งสองตัวแปรไม่อยู่ในมำตรำอัตรภำค (Interval Scale) หรืออัตรำส่วน (Ratio Scale) แต่ข้อมูลมีลักษณะเชิงคุณภำพแล้วนำมำจัดลำดับหรือข้อมูลเชิง ปริมำณทีม่ กี ำรแปลงให้อยู่ในมำตรำเรียงอันดับ (Ordinal Scale) เมื่อต้องกำรศึกษำควำมระดับควำมสัมพันธ์ของ ตวั แปรทงั้ สองตวั แปรจงึ ตอ้ งใช้สมั ประสิทธ์ิสหสัมพนั ธ์ลำดับทขี่ องสเปยี ร์แมน เปน็ กำรวิเครำะห์สหสัมพนั ธส์ ำหรับ ขอ้ มลู vแบบเรยี งอัน ดบั หรือกรณที ีต่ วั อย่ำง(n<30)กำรแจกแจงไมเ่ ปน็ โค้งปรกติ
~ 13 ~ 2. ในบทเรียนท่ีเรียนเรื่องนีจ้ ะนำไปใชใ้ นกำรดำเนนิ งำนของตนเองเกี่ยวกับ ในกำรแกไ้ ขปญั หำ หรือ สอ่ื พัฒนำนวัตกรรมทำงกำรจดั กำรเรยี นรูไ้ ด้ ไดส้ งิ่ ท่เี รยี นรใู้ นบทเรียนน้มี เี นอ้ื สำระใด ทเี่ ปน็ ประโยชน์แล้วสำมำรถนำไปประยุกตใ์ ชไ้ ด้อย่ำงไร ใชเ้ ก็บขอ้ มลู จำกขอ้ มลู ดิบมำกมำย และใช้สถติ มิ ำวัดควำมสัมพนั ธข์ องข้อมูล 3. เนื้อหำสำระท่ีคิดวำ่ ตนเองควรมกี ำรศึกษำเพ่ิมเติม กำรจำสตู ร และคำนวณอย่ำงเปน็ ขั้นตอน 3.1 ให้อำจำรย์ช่วยเรอื่ งอะไรบำ้ ง กำรใชส้ ูตรคำนวณ 3.2 ใหเ้ พือ่ นชว่ ยเร่อื งอะไรบ้ำง กำรใชส้ ูตรคำนวณ
~ 14 ~ บนั ทกึ การเรยี นรู้ (Learning Log) รายวิชา TLR302 สถิตเิ พ่ือการวจิ ัย (Statistics for Research) ภาคเรยี นท่ี 1/2565 บทที่ 6 1. บทที่ 6 เรือ่ ง สถติ อิ นมุ ำน: กำรทดสอบคำ่ เฉลี่ย และกำรทดสอบสัดส่วน ได้ควำมคดิ รวบยอดของเน้ือหำสำระ สรุปได้ (สรปุ เปน็ ขอ้ ควำมหรอื เป็นแผนผงั ควำมคดิ ผังกรำฟกิ ) กำรวิจัยที่มีกำรใช้ข้อมูลเชิงปริมำณต้องมกี ำรวิเครำะห์ข้อมูลโดยใช้ สถิติอนุมำน(Inferential statistics) ซ่ึงเป็นสถิติที่ใช้ข้อ สรุปเก่ียวกับ ประชำกรบนพ้ืนฐำนของตัวอย่ำง ใช้หลักพ้ืนฐำนควำมน่ำจะ เป็นเป็นหลักกำร อนุมำนในกระบวนกำรท่ีเกี่ยวข้องกับควำมไม่แน่นอน ใช้สถิติอนุมำนเพ่ือกำร ประมำณค่ำหรือกำรทดสอบ สมมุติฐำน สถิติเชิงอนุมำน จะแบ่งเป็น สถิติท่ีใช้พำรำมิเตอร์(Parametric statistics)และไม่ใช้พำรำมิเตอร์ (Nonparametric statistics) กำรวิเครำะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติอนุมำน โดย เนื้อหำได้สรุปแนวคิดหลักสำคัญ ของ กำรใชส้ ถติ แิ ละกำรใช้โปรแกรม MS.Excel วเิ ครำะห์ข้อมลู ดังน้ี สมมุตฐิ าน บรเิ วณวกิ ฤตหรือบรเิ วณปฏเิ สธสมมุติฐาน ค่าความน่าจะเปน็ สมมุตฐิ ำน หำหลกั ฐำนขอ้ เทจ็ จริงมำทดสอบวำ่ ถูก หรือ เชื่อถือไดห้ รอื ไม่ สมมตุ ิฐำนได้แบง่ เป็น 2 ประเภท คอื สมมุติฐำนกำรวจิ ยั และสมมุติฐำนเชงิ สถิติ ความคลาดเคลอ่ื นในการทดสอบสมมตุ ฐิ าน กำรทดสอบสมมตุ ฐิ ำนเป็นกระบวนกำรทีน่ ำ ไปสกู่ ำรตดั สนิ ใจ ซ่ึงกำรตดั สินใจนั้นเปน็ กำร ตัดสินใจบนพนื้ ฐำนข้อมูลท่ีได้จำกตัวอย่ำง ดงั นั้นกำรตดั สินใจอำจมขี อ้ ผดิ พลำดได้ควำมคลำดเคล่อื น จำกตดั สนิ อำจเกิดข้ึนได้ บรเิ วณวกิ ฤตหรือบรเิ วณปฏเิ สธสมมุติฐาน ในกำรทดสอบสมมุติฐำน ต้องหำจุดวิกฤต (Critical Point) เพ่ือให้ได้ค้ำวิกฤต(Critical Value) ซึ่งเป็นค่ำแบ่งบริเวณระหว่ำง บริเวณยอมรับสมมุติฐำน (Acceptance Region) กับ บริเวณวิกฤต (Critical Region) หรือ บริเวณปฏเิ สธสมมตุ ิฐำน (Rejection Region) ซ่ึงเปน็ บรเิ วณทเ่ี ปน็ สดั สว่ นของพื้นที่ใน กำรกระจำย กำรสุม่ ตำมทฤษฎซี ึง่ จะมีค่ำเท่ำกับระดับนัยสำคัญ สมมุติฐำนที่ใช้ทดสอบ คอื สมมตุ ิฐำน วำ่ ง (H0 ) ดงั นั้นกำรหำ ค่ำวิกฤต ต้องมีกำรกำหนดระดับนัยสำคัญ (α) หมำยถึงควำมนำ่ จะเป็นท่ีจะ ปฏิเสธ H0 ทั้ง ๆ ที่H0 เป็นจริงเม่ือ กำหนดระดับนัยสำคญั (α) แลว้ หำค่ำวกิ ฤต จำกคำ่ ควำมน่ำจะเป็น หรอื คำ่ ของกำรแจกแจงของฟังก์ชัน ของสถิติ นั้น ๆ ซึ่งในทำงปฏิบัติค่ำวิกฤต ทั้งหมดหำได้จำกกำร เปิดตำรำงของค่ำสถิติน้ัน หรือถ้ำ ใช้โปรแกรม MS.Excel เปดิ หำคำ่ ได้ทกุ คำ่ ซ่งึ สะดวกและรวดเร็ว
~ 15 ~ ค่าความนา่ จะเป็น จำกกำรกำหนดสมมุติฐำนกำรวิจัย มีควำมสัมพันธ์กับ สมมุติฐำนเชิงสถิติ แสดงว่ำเรำสนใจ สมมุติฐำนว่ำง (Null Hypothesis :H0 ) จะถูกยอมรับหรือ ปฏิเสธ ท่ีมีกำรกำหนดบริเวณปฏิเสธ H0 โดย ใช้ค่ำ ระดับนัยสำคัญ หมำยถึงค่ำควำมน่ำจะเป็น หรือค่ำโอกำสท่ีเกิดจำกกำรปฏิเสธ สมมุติฐำน H0 ที่กำหนดขึ้น เช่น ท่ีระดับ นัยสำคัญ 0.05 หมำยควำมวำ่ มีควำมผิดพลำด 5 ครั้งในกำรทดสอบ สมมุติฐำน H0 ท่ีเป็นจริง 100 ครั้ง เม่ือมีกำรทดสอบสมมุติฐำนโดยกำรกำรเก็บรวมรวมข้อมูลจำกตัวอย่ำงแล้วใช้ สถิติทดสอบ เช่น ใช้t-test หรือ Z-test การทดสอบสมมตุ ฐิ านเกย่ี วกับ ค่าเฉล่ีย ของประชากร 1 กลุ่ม กำรทดสอบสมมุตฐิ ำนเชงิ สถติ ิ จำเป็นที่ตอ้ งมสี ถติ ทิ ี่ใช้ในกำรทดสอบ แต่ในกำรเลอื กใช้สถติ ิ ต้อง เลอื กใชใ้ ชเ้ หมำะสมกบั ค่ำพำรำมเิ ตอร์ของประชำกรทตี่ อ้ งกำรทดสอบ กำรทดสอบสมมุติฐำนผลต่ำงคำ่ เฉลี่ย ของประชำกร ( 1 − 2 ) 2 กลุ่ม การทดสอบค่าสดั ส่วน ข้อมูลจำกกำรเก็บรวบรวมถ้ำอยู่ในมำตรำอันตรภำค (Interval scale) หรือ มำตรำอัตรำส่วน (Ratio scale) ถำ้ มกี ำรทดสอบสมมุติฐำนจะใช้กำรทดสอบค่ำเฉลี่ย แตถ่ ้ำขอ้ มูลมลี กั ษณะเปน็ มำตรำ นำมบัญญัติ (Nominal scale) หรือ เรียบอันดับ (Ordinal scale) เช่น กำรประเมินผลที่ใช้เกณฑ์แบบ รูบริคส์ หรือใช้จำนวน นกั เรยี น เปน็ เกณฑ์ผำ่ น
~ 16 ~ การทดสอบสมมุติฐานเชงิ สถติ เิ กย่ี วกับ คา่ สดั ส่วน ข้อมลู จากประชากร 2 กล่มุ กำรหำค่ำสัดส่วนของข้อมูลท่ีแจงนบั หำได้ทำนองเดยี วกับขอ้ มลู ทไี่ ดจ้ำกกลุ่มตัวอยำ่ ง 1 กล่มุ โดยมี วิธกี ำรและกำหนดสญั ลักษณ์ทีใ่ ช้ดงั นี้ 2. ในบทเรยี นท่เี รียนเรอ่ื งนจี้ ะนำไปใช้ในกำรดำเนินงำนของตนเองเกย่ี วกับ กำรทดสอบค่ำเฉล่ีย และกำรทดสอบ สดั ส่วน ได้ส่ิงท่เี รียนรใู้ นบทเรยี นนีม้ เี นื้อสำระใด ที่เปน็ ประโยชน์แล้วสำมำรถนำไปประยุกต์ใชไ้ ด้อยำ่ งไร กำรใช้ขอ้ มลู กลุ่มตวั อยำ่ งมำประมำณค่ำและกำรทดสอบ สมมุติฐำน จำเป็นตอ้ งทรำบกำรแจกแจงของ ประชำกรท่ีสนใจศกึ ษำ ถ้ำประชำกรมีกำรแจกแจงปรกติ หรอื ใกลเ้ คยี งปรกติ 3. เน้อื หำสำระท่ีคดิ ว่ำตนเองควรมีกำรศึกษำเพิ่มเติม กำรจำสูตร และคำนวณอยำ่ งเป็นขัน้ ตอน 3.1 ให้อำจำรย์ช่วยเรอื่ งอะไรบำ้ ง กำรใช้สตู รคำนวณ 3.2 ให้เพอื่ นช่วยเร่ืองอะไรบ้ำง กำรใช้สตู รคำนวณ
~ 17 ~
Search
Read the Text Version
- 1 - 20
Pages: