บุคคลสำคัญที่มีบทบาทในการสร้างสรรค์ ภูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทย
จัดทำโดย 1.นายคณินนัทธ์ ผาสุข เลขที่ 13 2.นางสาวอักษราภัค ศรีโนนซี เลขที่ 19 3.นางสาวนิชากานต์ ทองเนตร เลขที่ 20 4.นางสาวภาวิตรา ฉลวยศรี เลขที่ 21 5.นางสาวรัชณาลักษณ์ พิมพ์หล่อ เลขที่ 24 6นางสาวชัญญานุช ชัฎขันธกิจ เลขที่ 30 7.นางสาวอาภัสรา สังขฤกษ์ เลขที่ 33 8.นางสาวณิชาภัทร ภาณุมาศภิญโญ เลขที่ 37 9.นางสาวดากานต์ดา สิงห์คูณ เลขที่ 38 10.นางสาวปัณฑิตา วงษ์คำ เลขที่ 40 11.นางสาวสิริยากร สีสุภา เลขที่ 41 ชั้นมัธยมศึกษาปี่ ที่4/14 เสนอ คุณครูกนกพร สุขสาย หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้เป็นส่วนประกอบของรายวิชา ประวัติศาสตร์ (ส31112) โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
ก คำนำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-BOOK) เรื่องบุคคลสำคัญที่มีบทบาทใน การสร้างสรรค์ภูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทยเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ประวัติศาสตร์ (ส31112) คณะผู้จัดท้าจึงได้ทำการรวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับ ประวัติของบุคคลสำคัญที่มาบทบาทในการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาไทยและ วัฒนธรรมไทย คณะผู้จัดทำหวังว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ อ่านหรือนักเรียน นักศึกษาที่สนใจเรื่องบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในการ สร้างสรรค์ภูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทยหากมีข้อแนะนำหรือข้อผิด พลาดประการใด คณะผู้จัดทําขอ น้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ คณะผู้จัดทำ 25 พฤศจิกายน 2565
สารบัญ ข เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชฯ 1 สมเด็จพระเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชินีพันปีหลวง 2 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 3 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา 4 เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ 5 ครูสวิง บุญเจิม 6 นายคำหมา แสงงาม 7 ศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว 8 นายบำเพ็ญ ณ อุบล 9 นายทองมาก จันทะลือ 10 บรรณานุกรม
1 ผลงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ในการส่งเสริมการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยซึ่งมีผลต่อสังคมไทยปัจจุบัน (๑)ทรงอาศัยวรรณกรรมสำหรับเตือนใจให้มีความเพียรไม่ย่อท้อในการดำเนินชีวิตดังจะเห็นจากเรื่อง”พระมหาชนก”เซึ่งเป็นชาดก เรื่องหนึ่งในพระพุทธประวัติเนื้อเรื่องกล่าวถึงพระมหาชนกที่ทรงบำเพ็ญความเพียรอย่างยิ่งยวดโดยมิได้ทรงปรารถนาสิ่งใดตอบแทน พระองค์ทรงพระราชานิพนธ์ขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจประชาชนให้มีจิตกุศลและให้เกิดกำลังใจต่อการสู้ชีวิตเมื่อเจออุปสรรค (๒)ทรงส่งเสริมให้เกิดความรักสถาบันการศึกษาโดยพระองค์ทรงแต่งเพลงประจำมหาวิทยาลัยต่างๆซึ่งนีบว่าเป็นกุศโลบายที่สำคัญ อย่างหนึ่งที่จะทำให้นิสิตนักศึกษามีความรักความผูกพันในสถาบันการศึกษาของตน (๓)ทรงส่งเสริมให้มีการสร้างกำลังใจแก่เกษตรกรด้วยการฟื้ นฟูราชพระเพณีทรงฟื้ นฟูพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (๔) ทรงมอบแนวทางช่วยเหลือการดำเนินชีวิตและการแก้ไขปัญหาให้กับราษฎรพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของการส่งเสริมให้เกิด การสร้างสรรค์ภูมิปัญญาของวัฒนธรรมไทยเพื่อนำมาใช้ในการเลดำเนินชีวิตประจำวัน อาทิ ทรงส่งเสริมให้ประชาชนใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาติให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ทรงริเริ่ม”โครงการแก้มลิง” โดยใช่วิธีการผันน้ำเก็บไว้ในพื้นที่ว่าง ก่อนระบายลงสู่ทะเลเพื่อแก้ ปัญหาน้ำท่วม (๕) ทรงนำวิธีดำเนินการให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง พระองค์ส่งเสริมให้มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและสันบสนุนให้ชาวบ้าน ในหมู่บ้านต่างๆนำไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในกลุ่มหรือชุมชนขแงตนเอง เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ วิธีการสำคัญอย่างหนึ่ง คือ ให้แต่ละหมู่บ้าน เลือกผู้นำซึ่งคนในชุมชนนับถือและให้ความไว้วางใจเป็นผู้เผยแพร่ความรู้ที่จะช่วยยกระดับ คุณภาพชีวิตของชาวบ้านให้ดีขึ้น
2 ผลงานของสมเด็จพระเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชินีพันปีหลวง ที่มีบทบาทในการส่งเสริมการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยซึ่งมีผลต่อสังคมไทยปัจจุบัน ทรงสนับสนุนการทรงงานพัฒนาของพระบาทสมเด็จ พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ ส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม โดยจัดให้มีการฝึกงานศิลปาชีพที่ประดิษฐ์ขึ้นจากวัสดุ ที่มีอยู่ในท้องถิ่นของตน และยังเป็นการฟื้ นฟู และรักษา ประดิษฐกรรมบางอย่างของชาวบ้านที่นับวันจะค่อยๆ สูญหายไปให้มีผู้สืบสานต่อไปได้พระองค์ทรงส่งเสริมให้เกิดการ สร้างสรรค์ทางด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยให้กัน ราษฎร โดยทรงริเริ่มงานศิลปาชีพ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ ชาวบ้านมีรายได้เสริม และเพื่อความอยู่ดีกินดีของครอบครัว งานปาชีพต่างๆ ที่ทรงส่งเสริม เช่น การทอผ้าไหมพื้นเมือง อาทิ ผ้าไหม มัดหมี่ การประดิษฐ์เครื่องจักสานทีละเอียดและประณีต โดยทำจากเถาไม้เลื้อยของ ท้องถิ่นภาคใต้ เรียกว่า ย่านลิเภา\" และการทำ เครื่องเงินเครื่องทองของช่างฝีมือทางภาคเหนือ เป็นต้น พระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษ ในพระบรม ราชินูปถัมภ์ขึ้น ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอีก หลายรูปแบบ เช่น พระราชทานพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์ให้เป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชนดี ครอบครัวมีฐานะยากจน ทรงส่งเสริมให้บิดามารดาของเยาวชนที่ยากไร้ได้รับการอบรม ฝึกฝน เพื่อประกอบอาชีพและเพื่อเป็นการช่วยเหลือตนเองและครอบครัวให้สามารถดำรงชีวิตอย่าง เป็นสุขตามอัตภาพ อีกทั้งยังทรง โปรดเกล้าฯ ให้สอดแทรกเรื่องความรักชาติ การอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม การให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสนใจในการสอนวิชา ประวัติศาสตร์แก่เยาวชน รวมถึงการรักษาศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ พระองค์ได้ทรงเป็นแบบอย่างของการใช้ฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บจาก ผ้าไหมพื้นเมือง ซึ่งเป็นผลิตผลของโครงการ ศิลปาชีพ ทำให้ผ้าไทยได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ
3 ผลงานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่มีบทบาทในการส่งเสริมการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยซึ่งมีผลต่อสังคมไทยปัจจุบัน (๑) สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนีทรงสนพระทัยในการศึกษาด้านวิชาการต่างๆและทรงมีอุปนิสัยชอบการ เรียนรู้และอ่านหนังสือมาตั้งแต่ครั้งยังทางประทับอยู่ต่างประเทศ ท่านจึงศึกษาเรียนรู้วิชาการและศาสตร์ที่แปลกใหม่ หลายแขนง ทั้งวิชาการภาษารวมถึงการปั้ นเขียนเครื่องั้นดินเผา ท่านทรงเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมไทย (๒) ทรงมีพระราชดำริว่า “เวลาเป็นของมีค่า” ท่าจึงทรงโปรดการทำงาน การพึ่งพาตนเอง และเป็นอย่างมากในการใช้เวลาว่างให้เกินประโยชน์ ดังนั้นท่านจึงทรงมีงานอดิเรกหลากหลายประเภท (๓) พระองค์ทรงส่งเสริมการศึกษาและการปฏิบัติธรรมทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นรากฐานทางสังคมไทย โดยเฉพาะทรงสนพระราชหฤทัยได้ทรงอ่านศึกษาหนังสือมิลินปัญหา ซึ่งจะรวบรวมปัญหาและหัวข้อเกี่ยวกับ ปุจฉาวิสัชนาทางธรรม เป็นต้น ท่านจึงทรงมีพระราชประสงค์ที่จะช่วยคนทั่วไปได้ศึกษาธรรมจากหนังสือนี้ (๔) พระองค์ได้ทรงอาราธนาสมเด็จพระญาณสังวรฯ วัดบวรนิเวศวิหาร ปรับปรุงตัดคำบาลีและคำศัพท์ออกตาม สมควรเพื่อให้ผู้อ่านได้มีความเข้าใจในพระธรรมวินัยที่ยกขึ้นปุจฉาวิสัชนาได้ง่ายขึ้น ในหนังสือมิลินปัญหาที่ได้ปรับปรุงมานี้ (๕) ท่านทรงส่งเสริมการศึกษาและปฎิบัติธรรมทางพุทธศาสนาขึ้นอีกในหลายรูปแบบ เช่น การจัดบรรยายธรรม ทางสถานีวิทยุ อ.ส.พระราชวังดุสิต นอกจากนี้ยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการจัดพิมหนังสือมิลินทปัญหา เป็นเล่มขึ้นสำหรับพระราชทานแจกในวันปีใหม่ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการศึกษาและการปฏิบัติของพุทธศาสนิกชน ทั่วไป
4 ผลงานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหา วชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารีที่มี บทบาทในการส่งเสริมการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยซึ่งมีผลต่อสังคมไทยปัจจุบัน พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านภาษาต่างๆโดยเฉพาะภาษาไทยและภาษาที่เกี่ยวข้อง เช่นภาษาบาลีและสันสกฤตล้วนเป็นประโยชน์ต่อการสร้างวัฒนธรรมและภูมิปัญญาจะเห็นได้จาก พระราชนิพนธ์ที่เป็นหนังสือประเภทต่างๆออกมามากกว่า 100 เล่มนอกจากนี้พระองค์ยังมีความ เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทยอีกด้วยเเละเป็นแบบอย่างของอนุชนไทยช่วยกันอนุรักษ์ดนตรีไทยเอาไว้ให้ คงอยู่และยังคงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์เห็นได้จากการที่พระองค์เป็นผู้แทน เพื่อเป็นองค์ประธานในพิธีทางศาสนาหลายครั้ง พระองค์ยังเริ่มให้มีการฟื้ นฟูประเพณีวันวิสาขบูชา พระองค์ยังทรงเป็นประธานในการดำเนินการซ่อมแซมวัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นแบบอย่างผู้ที่ให้ ความสนใจในการอนุรักษ์และสร้างวัฒนธรรมไทยโดยแท้เผยแพร่ความรู้ด้านศิลปะวัฒนธรรมอย่างต่อ เนื่องเช่นดนตรีไทยนาฏศิลป์ประวัติศาสตรและโบราณคดีงานวรรณกรรมต่างๆ ประชาชนชาวไทยจึง ทูลเกล้า ถวายพระสมญานามว่าทรงเป็น “เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย” และ “วิศิษฏ ศิลปิน” พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถในศิลปะหลายแขนงรวมทั้งมีคุณูปการต่อเหล่าศิลปินและ ศิลปะวัฒนะธรรมของชาติมาตลอดคณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติ ให้ วันที่2เมษายน เป็นวันอนุรักษ์มรดก ของไทยและเพื่อกระตุ้นให้คนไทยเล็งเห็นความสำคัญของมรดกวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของไทยช่วย กันสืบสานต่อไปเหมือนอย่างที่พระองค์ทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่าง
5 ผลงานของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่มีบทบาทในการส่งเสริมการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยซึ่งมีผลต่อสังคมไทยปัจจุบัน ด้านการสังคมสงเคราะห์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงอุทิศพระวรกายในการพัฒนาท้องถิ่นชนบทและ การศึกษา โดยเฉพาะในพื้นที่ยากจนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงตระหนักถึงปัญหาชุมชนแออัด จึง เสด็จเยี่ยมชุมชนแออัดหลายแห่งในกรุงเทพมหานครเป็นการส่วนพระองค์ ได้แก่ ชุมชนคลองเตย ชุมชนวัด พระยายัง ชุมชนย่านสวนลุมพินี ชุมชนกองขยะซอยอ่อนนุช ชุมชนเพชรเกษม 104 เป็นต้น ทรงห่วงใยเด็ก และครอบครัวในชุมชนแออัด โดยทรงรับมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมให้อยู่ในพระอุปถัมภ์ มีผลให้เกิดโครงการ พัฒนาเด็กเพิ่มขึ้นหลายโครงการ เช่น โครงการพัฒนาเด็กในชุมชนและโครงการสาธารณสุขมูลฐานสำหรับ แม่และเด็ก กองทุนนมและอาหารเสริม และกองทุนงบฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ยากไร้ในชุมชนแออัดให้ พ้นสภาวะขาดสารอาหาร นอกจากนั้นยังช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบอัคคีภัย อุบัติภัย และภัยจากเคมี ทั้ง ยังทรงเป็นองค์อุปถัมภ์องค์กรด้านสังคม ได้แก่ มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิภาพสตรีและเยาวชน มูลนิธิพัฒนา เยาวสตรีภาคเหนือ มูลนิธิชีวิตพัฒนา มูลนิธิโลกสีเขียว สโมสรโรตารีกรุงเทพ-บางลำพู เป็นต้น
6 ผลงานสำคัญของบุคคลในท้องถิ่นจังหวัดอุบลรชาธานี ครูสวิง บุญเจิม ชาวอุบลราชธานีเป็นผู้มีภูมิปัญญาพื้นบ้านที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับบทกลอนทั้งการลำ การขับร้องสรภัญญะ การสู่ขวัญ การแต่งผญา เป็นต้น ได้รับการยกย่องให้เป็น “ปรัชญาเมธี อีสาน” ผู้อนุรักษ์และสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น ถ่ายทอดความรู้โดยการเผยแพร่ ทางรายการวิทยุและโทรทัศน์ เป็นวิทยากรอบรมสัมมนา รวมทั้งเขียนหนังสือเผยแพร่มากกว่า 10 เรื่อง โดยเฉพาะหนังสือ “มรดกอีสาน” พิมพ์เผยแพร่แล้ว ประมาณ 200,000 เล่มการศึกษา ร่ำเรียนตำราโบราณทำให้ครูสวิงมีความเข้าใจหลักปรัชญาและศาสนาชัดเจน รวมทั้งที่มาของ ขนบธรรมเนียม ประเพณี คำสอน สุภาษิต ตำรายา และสมุนไพรเป็นอย่างดี ครูสวิงพิจารณาแล้ว เห็นว่าองค์ความรู้เหล่านี้ถ้าไม่มีการสืบสานไว้ก็จะหมดสิ้นไปวิธีที่ดีที่สุดก็คือการเขียนเป็นตำราเผย แพร่ให้มีผู้ศึกษาในวงกว้าง ตำราที่เขียนและเผยแพร่ได้แก่ มรดกอีสานหรือมูลมังอีสาน, เสีย เคราะห์ตนเองและผู้อื่น, ผญา, สรภัญญะอีสาน, กาละนับมือส่วย, ตำรายาสมุนไพรอีสาน, นิทาน พื้นบ้านอีสานเล่ม 1, ธรรมสร้อยสายคำ (ว่าด้วยกำเนิดประเพณี), ความผูกแขน ความสอนปู่ย่า – ตายาย สะใภ้เขย, ความสอย – ความทวย, ปู่สอนหลาน หลานสอนปู่, ปรัชญาเมธีอีสาน, ประวัติ และของดีสำเร็จลุน ฯลฯ เป็นต้น
ผลงานสำคัญของบุคคลในท้องถิ่นจังหวัดอุบลรชาธานี 7 นายคำหมา แสงงาม หรือ “ครูคำหมา” หรือ “จารย์ครูคำหมา” ได้รับการยกย่องให้เป็นปรมาจารย์ ทางช่าง ศิลป็ผู้มืฝีมือยอดเยี่ยมเป็นที่ยอมรับของซาวอีสาน จนกระทั่งมืผู้ให้สมญานามว่า “ช่างเทวดา” และ “ช่าง เนรมิต” โดยเป็นช่างคนเดียวของภาคอีสาน ที่มืความสามารถในการทำ \"นกหัสดีลิงคํ\" ได้อย่างสวยงาม และ ด้วยความโดดเด่นในฝีมือการก่อสร้างและการบูรณะถาวรวัตถุ ประเภทโบสถ์วิหาร ศาลาการเปรียญ หอระฆัง ฯลฯ อันเป็นสิ่งปลูกสร้างทางพุทธศาสนา ได้สร้างซื่อเสียงให้แก่ครูคำหมา จนเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง อาทิ การบูรณะองค์พระธาตุพนม การบูรณะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ออกแบบและก่อสร้างซุ้มประตูวัด กำแพง แก้ว โบสถ์ เมรุเผาศพชั่วคราว มากมายหลายสิบแห่ง ในด้านงานแกะสลัก ท่านถือเป็นผู้บุกเบิก \"การแกะเทียนพรรษา\" ที่ถือเป็นรูปแบบใหม่ในยุคนั้น เนื่องจาก สมัยก่อนไม่มีการหล่อเทียน แห่เทียน เช่นปัจจุบัน ซาวบ้านจะฟั่ นเทียนยาวรอบศีรษะไปถวายพระ เพื่อจุดบูชา จำพรรษา ครั้นในสมัยพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ เป็นผู้สำเร็จราชการเมืองอุบลฯ มีการ แห่บั้งไฟที่วัดกลาง มีคนไปดูมาก แต่ในการแห่บั้งไฟมีการตีกันจนถึงแก่ความตาย เสด็จในกรมเห็นว่าไม่ดี จึง ให้เลิกการแห่บั้งไฟและเปลี่ยนเป็นการแห่เทียนแทน ประเพณีการแห่เทียนพรรษาจึงเกิดขึ้นมาถึงจนบัดนี้ ซึ่งแต่เดิมต้นเทียนมีลักษณะเรียบง่าย คือ การนำเทียนมาติดกับสำไม้ไผ่ โดยมีกระดาษจังโก (กระดาษสีเงินสี ทอง) ตัดลายฟ้นปลาปิดรอยต่อเท่านั้น ต่อมามีการหล่อเทียนเป็นลวดลายต่างๆ อาทิ กระจังตาอ้อย บัวควํ่า ก้ามปู ฯลฯ แล้วน่าไปติดที่ สำต้นเทียนเพื่อความสวยงาม และมีการประกวดเกิดขึ้นในเวลาต่อมาจนกระทั่งปี พ.ศ. 2502 ครูคำหมา แสงงาม ได้คิดและแกะสลักต้นเทียนโดยไม่ต้องพิมพ์ดอกมาติด เหมือนเช่นที่ช่างรุ่น ก่อนทำมา ทำให้ต้นเทียนแกะสลักที่นายคำหมาทำให้กับ วัดบ้านกุดเป่ง อำเภอวารินชำราบ มีความแปลกใหม่ สวยงาม จึงมักได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดเทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี และใกล้เคียงเป็นประจำทุก ปี จนถือเป็นต้นแบบให้แก่ช่างฝีมือในยุคนั้นเป็นต้นมา จากนั้นในปี พ.ศ. 2520 จังหวัดอุบลราชธานีจึงได้จัด งานสัปดาห์ประเพณีแห่เทียนพรรษา ให้เป็นงานประเพณีประจำปีที่ยิ่งใหญ่และมโหฬาร โดยมีการประกวดต้น เทียนประเภทต่างๆ รวมถึงขบวนแห่ เพื่อดึงดูดผู้คนทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ไปเที่ยวชมงานเป็นจำนวนมาก
8 ผลงานสำคัญของบุคคลในท้องถิ่นจังหวัดอุบลรชาธานี ศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ผลงานและงานสร้างสรรค์ ที่เด่นชัดที่สุดชิ้นหนึ่งของศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ก็ คืองานบุกเบิกพัฒนาสุขภาพจิตและจิตเวชในประเทศไทย ซึ่งอาจ แบ่งได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ด้วยกันคืองานด้านบำบัดรักษาฟื้ นฟู ประการหนึ่ง กับงานด้านป้องกัน ส่งเสริมสุขภาพจิตอีกประการ หนึ่ง กับงานด้านป้องกันส่งเสริมสุขภาพจิตอีกประการหนึ่งงาน พัฒนาสุขภาพจิตและจิตเวชทั้ง 2 ส่วนนี้ ได้รับการพัฒนาด้วยความ อดทนแน่วแน่ของท่าน และกระทำโดยต่อเนื่องจนเป็นรากฐานที่ มั่นคงแก่การดำเนินงานสุขภาพจิตในปัจจุบันนี้ด้วย
9 ผลงานสำคัญของบุคคลในท้องถิ่นจังหวัดอุบลรชาธานี นายบำเพ็ญ ณ อุบล เป็นต้นแบบในการอนุรักษ์และสืบสานเกี่ยวกับประเพณีพิธีกรรม และขนบธรรมเนียม จารีตของอีสาน มีผลงานการดำเนินงานอย่างจริงจังทำให้สังคมเห็น ความสำคัญยกย่องให้เป็น “เจ้าโคตร” เมืองอุบล ได้ใช้ความรู้ความสามารถถ่ายทอด พร้อมทั้งปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการประกอบพิธีต่าง ๆ เพื่อเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์ เป็นผู้ศึกษาค้นคว้าเรื่องของประวัติศาสตร์ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม เอกลักษณ์ของชาวอีสาน เช่น งานบุญผเวช บุญกฐิน บุญบวช บุญคูณลาน บุญข้าวจี่ บุญสรงน้ำ บุญบั้งไฟ งานแต่งงาน งานสู่ขวัญ งานเกี่ยวกับการตายหรืองานศพ งาน แจกข้าวหรือทำบุญกระดูก ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ บุญเลี้ยงพระ บุญคุ้ม งานเฮือนดี งาน เฮือนกรรม เข้าพรรษา บุญออกพรรษา บุญส่วงเฮือ บุญไหลเหล่านี้ เป็นต้น นอกจากยัง ได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากตำราและจากการสอบถามจากผู้รู้ในท้องถิ่น อยู่เสมอทำให้ได้ ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของอีสานอย่างลึกซึ้ง เมื่อใดที่มีงานเกี่ยวข้องกับ ศาสนาและประเพณีแล้ว นายบำเพ็ญจะเป็นบุคคลแรกที่ชุมชนคิดถึง เพื่อสอบถามความ รู้และให้เป็นผู้ประกอบพิธีกรรมในด้านต่าง ๆ
10 ผลงานสำคัญของบุคคลในท้องถิ่นจังหวัดอุบลรชาธานี นายทองมาก จันทะลือ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ) ปี 2529 หากจะกล่าวถึงศิลปินหมอลำระดับปรมาจารย์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วภาคอีสาน ถึง ขั้นที่เรียกว่า “แตกลำ” อันเป็นคำที่ใช้ในวงการหมอลำ ซึ่งหมายถึงผู้มีความ สามารถในการลำกลอน สามารถลำได้สดๆ โดยไม่ติดขัด อีกทั้งได้รับการยกย่อง เชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติที่เป็นหมอลำคนแรก เมื่อปี พ.ศ.2529 ท่านผู้นั้นก็ คือ หมอลำทองมาก จันทะลือ แม้ว่านายทองมาก จันทะลือ จะไม่ได้เป็นคนอุบลโดย กำเนิด แต่ก็มาสร้างครอบครัวและทำงานที่จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากลำกลอน แล้วท่านยังมีความสามารถในการทำเครื่องดนตรีพื้นเมือง ได้แก่ โหวด อีกทั้งยังมี ความสามารถในการเป่าแคน เป่าใบไม้ และด้วยความแตกฉานในกลอนลำ ท่านจึง เป็นหมอลำที่เก่งหาตัวจับยาก โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือการสร้างความสนุกสนาน จากท่าทางลีลา ยักคิ้วหลิ่วตา ทำให้เป็นที่ถูกอกถูกใจคนดู จนได้รับการยกย่องเป็น หมอลำชั้นหนึ่งในภาคอีสาน และได้สร้างลูกศิษย์ไว้สืบสานหมอลำอีกด้วย
บรรณานุกรม ณรงค์ พวงพิศ และคณะ. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ประวัติศาสตร์ไทย ม.4-6. พิมพ์ครั้งที่ 18. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์ จำกัด , 2553 บุคคลสำคัญอุบลราชธานี.//(2565).//ศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว.//สืบค้นเมื่อ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2565./จาก http://www.psychiatry.or.th[2565] ประตูสู่อีสานบ้านเฮา.//(2565).//นายคำหมา แสงงาม.//สืบค้นเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565./จากhttps://www.isangate.com[2565] ประตูสู่อีสานบ้านเฮา.//(2565).//ครูสวิงบุญเจิง.//สืบค้นเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565./จาก https://www.isangate.com[2565] บุคคลสำคัญเมืองอุบล.//(2565).//นายทองมาก จันทะลือ.//สืบค้นเมื่อวันที่ 24พฤศจิกายน 2565./จาก https://www.m-culture.go.th/ubonratchathani[2565] ประตูสู่อีสานบ้านเฮา.//(2565).//นายบำเพ็ญ ณ อุบล.//สืบค้นเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565./ จาก https://www.isangate.com[2565]
Search
Read the Text Version
- 1 - 20
Pages: