Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตำบลบ่อไทย

ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตำบลบ่อไทย

Description: ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตำบลบ่อไทย
จัดทำโดย กองการศึกษา สังกัดเทศบาลตำบลบ่อไทย

Search

Read the Text Version

[ทะเบียนภูมปิ ญ ญาทอ งถิ่น] คํานํา ทะเบยี นภมู ิปญญาทอ งถิน่ กองการศึกษา เทศบาลตําบลบอไทย เลม นี้ จัดทําข้นึ เพอ่ื รวบรวมขอมลู ดา น ภมู ิปญ ญาทองถน่ิ เปนแหลงขอมลู ในการศกึ ษาหาความรแู ละสบื ทอดตอ ไป อนุรักษและสงเสริมความภาคภูมิใจใน ความเปนไทยและวถิ ชี วี ติ ท่ดี งี าม จาํ นวน 1๔ หมูบ า น ในเขตพืน้ ที่เทศบาลตาํ บลบอไทย กองการศึกษา เทศบาลตําบลบอไทย ในฐานะหนวยงานท่ีมีหนาท่ีสงเสริมสนับสนุนใหมีการศึกษา และวิจัย วัฒนธรรมในทองถิ่นอยางลึกซึ้ง และกวางขวาง สงเสริมสนับสนุนใหมีการพัฒนาการทางวัฒนธรรม ทอ งถนิ่ รวมถึงใหม กี ารใชภูมิปญญาทองถ่ินเพอื่ แกป ญหาและพฒั นาคุณภาพชีวิตของคนในทองถิ่นอยา งกวา งขวาง ไดตระหนักและเล็งเห็นความสําคัญของการรวบรวมขอมูลดังกลาว จึงไดจัดเก็บรวบรวมขอมูลและจัดพิมพ ทะเบยี นภูมิปญญาทองถ่ิน กองการศึกษา เทศบาลตําบลบอไทย เพื่อใหหนวยงานหรือผูที่สนใจท่ัวไปไดใชเปน แนวทางในการปฏิบัติ และพัฒนาตอไป กองการศึกษา เทศบาลตําบลบอไทย หวังเปนอยางยิ่งวาทะเบียนภูมิปญญาทองถิ่น เลมนี้ จะเปนประโยชนสําหรับหนวยงานหรือผูที่สนใจไดดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของใหประสบผลสําเร็จตาม วตั ถปุ ระสงคตอ ไป กองการศกึ ษา เทศบาลตําบลบอ ไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวัดเพชรบรู ณ ภมู ปิ ัญญาท้องถิน [กองการศกึ ษา เทศบาลตาํ บลบอไทย อาํ เภอหนองไผ จังหวดั เพชรบรู ณ] | 2

สารบญั [ทะเบยี นภูมปิ ญ ญาทองถิน่ ] เรอื่ ง หนา ประเพณสี งกรานต (ประเพณีกอ เจดยี ท ราย) ๓ ประเพณีแหเทยี นพรรษา ๔ ประเพณบี ุญมหากฐนิ ๕ ประเพณบี ุญกวนขา วทิพย ๖ ประเพณีบญุ บงั้ ไฟ ๗ ประเพณบี ญุ ผะเหวดเทศนม หาชาติ ๘ บายศรสี ขู วัญ ๙ สานโมบายปลาตะเพยี น ๑๐ การทอเสื่อ ๑๑ จักสานไซดกั ปลา ๑๒ ถักเปลผา ๑๓ ทาํ ไมกวาดดอกหญา ๑๔ กระเปา จากซองกาแฟ ๑๕ ทาํ ไมก วาดทางมะพรา ว ๑๖ ดอกสายมาลัยจากรบิ บ้ิน ๑๗ การปนเตาเศรษฐกจิ ๑๘ การทาํ ขนมไทย ๑๙ การปลกู พชื เกษตรอนิ ทรีย ๒๐ [กองการศกึ ษา เทศบาลตําบลบอไทย อาํ เภอหนองไผ จังหวดั เพชรบรู ณ] | 3

[ทะเบียนภมู ปิ ญญาทอ งถิน่ ] ภูมิปญ ญาทองถิ่น ผูสืบทอดภูมิปญญา : ชาวบาน หมูที่ 3 ประเพณีสงกรานต (ประเพณกี อ เจดียทราย) ตาํ บลบอ ไทย ภูมิปญ ญาทองถ่ิน ประเภท ประเพณี วัสด/ุ อุปกรณ ชาวบา นตําบลบอ ไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวัดเพชรบรู ณ 1. ทราย (นาํ มาจากบา น) ระยะเวลา ต้งั แต 13 - 15 เมษายน 2. ธูป / เทยี น / ดอกไม 3. กระบะใสทรายหรือถังปากกลม ความเปนมา สงกรานต หมายถึง การสง ทา ยปเ กาตอ นรับปใหมค อื ตง้ั แต 13 - 15 เมษายน แตเดิม วันข้ึนปใหมไทย คือ วันเร่ิมป ปฏิทินของไทย จนถึง พ.ศ. 2431 และไดมีการเปล่ียนแปลง มาเปนวนั ท่ี 1 เมษายน เปน วนั ข้ึนปใหมจ นถงึ พ.ศ. 2483 ประเพณกี อเจดียท ราย เปนประเพณีทสี่ ําคัญประเพณีหนึ่ง ท่ีจดั ขึ้นในชวงเทศกาลสงกรานตของชาวไทย ซ่ึงเกี่ยวของ กับพระพุทธศาสนาโดยตรง โดยคนไทยผูกโยงกับคติความ เชื่อเร่ืองเวรกรรมในพระพุทธศาสนา มีการกอเจดียทราย ถวายวัดเพ่ือนําเศษดินทรายที่ติดเทาออกจากวัดไปมาคืน วดั ในรูปของเจดียทราย ข้นั ตอนการกอ เจดยี ท ราย *ประเพณกี ารกอเจดียท รายจะทาํ ในวนั สงกรานต* 1. นําทรายที่นําจากบา นมาใสถงั ปากกลม 2. คว่าํ ถงั ลงทราย ใหเ ปนรปู เจดยี  3. จุดไฟแชค็ ใสหวั ธูปและเทียน 4. อธษิ ฐาน 5. ปก ธูปเทียนแลววางดอกไมล งบนเจดีย [กองการศกึ ษา เทศบาลตาํ บลบอไทย อําเภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ] | 4

[ทะเบยี นภูมปิ ญญาทอ งถ่ิน] ภมู ิปญ ญาทองถนิ่ ผูสืบทอดภมู ิปญญา : เทศบาลตาํ บลบอ ไทย ประเพณแี หเทยี นพรรษา และชาวบา นตาํ บลบอ ไทย ภูมปิ ญญาทอ งถิ่น ประเภท ประเพณี เบอรโทรศัพท : 056-020452 ชาวบานโคกเจริญ หมู ๑ ตําบลบอไทย อําเภอหนองไผ วสั ด/ุ อปุ กรณ จังหวดั เพชรบูรณ ๑. ขี้ผึ้ง ชวงเวลา วันขึ้น ๑๕ คํ่า เดอื น ๘ (วนั เขาพรรษา) 2. เตาอังโล พรอ มถานไม 3. อางและปบ ความเปนมา ๔. ผากรอง ชาวบานตําบลบอไทยจะแหเทียนพรรษาในวันเขาพรรษา ๕. กระบวยโลหะ ตามประเพณีทางศาสนา ประชาชนนําเทียนท่ีหลอและ ๖. โองมังกร ๗. ผาข้ีริ้วสะอาด แกะสลักสวยงามถวายพระสงฆ เพื่อจุดบูชาระหวาง ๘. สังกะสีแผน เขาพรรษา ตอมาจัดใหมีการประกวดตนเทียนพรรษาโดย ๙. ทอนไม แบงเปน ๓ ประเภทไดแ ก ประเภทมัดรวมตดิ ลาย ประเภท 1๐. ไมข นาดใหญส าํ หรับทาํ เสา ติดพมิ พ และประเภทแกะสลัก ป พ.ศ. ๒๕๒๐ ประเพณแี หเทียนพรรษาของผูคนชาวบอไทย จะจัดขบวน แหประเพณีแหเ ทยี นพรรษา โดยแหจ ากคุม วัดตางๆ พรอม นางฟา ประจําตน เทยี นจะเคล่ือนขบวนจากหนาหมูบานไป ตามถนน มาส้นิ สุดขบวนท่ีหนาวัด และมีการแสดงสมโภช ตนเทียน การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง และการ ประกวดธิดาเทยี น ขน้ั ตอน ๑. ชาวบานแตละคุมจัดวัสดุอุปกรณในการหลอเทียน จัดทํา ตน เทยี นทั้งแกะสลักและตดิ พมิ พ ๒. รวมเทียนท่ตี กแตงแลว กอ นพธิ ีเปด งานแหเทียน ๑ วนั ๓. จัดประกวดโดยแบงเปน ประเภท ๔. ถวายตนเทยี นพรรษาแกว ัด และเก็บรักษาไวจัดในปต อ ไป [กองการศกึ ษา เทศบาลตําบลบอไทย อาํ เภอหนองไผ จังหวดั เพชรบรู ณ] | 5

[ทะเบยี นภูมปิ ญญาทอ งถน่ิ ] ภูมปิ ญญาทองถ่นิ ผูส ืบทอดภมู ิปญญา : กํานัน/ผูใหญบาน ประเพณีบุญมหากฐนิ เบอรโทรศพั ท : - ภูมปิ ญญาทองถิ่น ประเภท ประเพณี วัดในตําบลบอไทยอําเภอหนองไผ จังหวดั เพชรบูรณ ชวงเวลา ต้ังแตวันแรม 1 คํ่า เดือน 11 ไปจนถึงวัน ขึ้น 15 คํ่า เดอื น12(วันเพ็ญเดอื น12) จะทาํ กอนหรอื หลังจากนไ้ี มได ความเปนมา ประเพณีบญุ มหากฐิน เปน ประเพณีที่ชาวบา นตําบลบอไทย จะไดถวายเคร่ืองนุงหม และไทยธรรมเปนเครื่องบูชาแดพระสงฆ กฐินมกี าํ หนดระยะเวลาถวาย จะถวายตลอดไปเหมือนผา ชนิดอ่นื มไิ ดร ะยะเวลาน้ันมีเพียง 1 เดือน คือต้ังแตวันแรม 1 คํ่า เดือน 11 ไปจนถึงวัน ขึ้น 15 คํ่า เดือน 12 (วันเพ็ญเดือน 12) ระยะเวลานเ้ี รยี กวา กฐินกาล คือ ระยะเวลา ทอดกฐิน หรือ เทศกาลทอดกฐิน ในแตละปชาวตําบลบอไทย กําหนดใหมีการจัดทอดกฐินขึ้นภายใน 1 เดือน หลัง ประเพณีออกพรรษา โดยวัดที่จะสามารถรับกฐินได ตองมี พระภกิ ษจุ ําพรรษาโดยไมขาดพรรษาเลยไมต า่ํ กวา 5 รปู การเตรยี มของทจี่ ะทอดกฐนิ และบริวารกฐนิ ๑. ผาทอดกฐนิ คือ ผา ไตรครอง ๒. ของใชวัดตางๆ เชน ผาหมพระประธาน ยารกั ษาโรคธงกฐินธงมัจฉาจระเข ธงธรรมจกั ร ๓. ของใชพระตางๆ เชน ครอบไตรพรอมพาน แวนฟา บาตรพระ ยาม ตาลปตร สปั ทนต ขั้นตอนการทอดกฐนิ ๑. เจา ภาพ อุมผากฐินนัง่ หันหนา ตรงตอพระประธานตัง้ นะโม3จบ ๒. หันหนามาทางพระสงฆ กลาวคาํ ถวายผากฐนิ 3 จบ ๓. เอาดา ยสายสิญจนโยงผากฐิน จับไดทั่วถึงกัน แลวหัวหนานํา คําถวายผา กฐินพรอมกนั จนจบ ๔. พระสงฆรบั คาํ ถวาย เจา ภาพประเคนผา ไตรกฐินแกภ ิกษุผูเถระ ๕. พระสงฆทาํ พธิ มี อบผา ใหแกภกิ ษุรูปใดรูปหน่ึง ๖. เจาภาพกรวดน้ํารับพร กเ็ ปนอนั เสรจ็ พธิ ีการทอดกฐนิ [กองการศกึ ษา เทศบาลตาํ บลบอไทย อําเภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ] | 6

[ทะเบยี นภมู ปิ ญญาทองถิ่น] ภมู ิปญญาทอ งถิน่ ประเพณบี ญุ กวนขาวทพิ ย ภมู ปิ ญญาทอ งถิ่น ประเภท ประเพณี วัดตีบใต หมู ๒ตาํ บลบอ ไทยอําเภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ ชว งเวลา วนั ขนึ้ 13 และ 14 คํา่ เดอื น 3 ความเปนมา พิธีกวนขาวทิพยไดยึดถือปฏิบัติเปนประเพณีสืบตอกันมา ต้งั แตอ ดตี จนถึงปจ จบุ นั ในอดตี นิยมกระทํากันในเดือน ๑๐ สาํ หรับในปจจุบันการกวนขาวทิพย นิยมทาํ กันในวันขึ้น 13 และ 14 คํ่า เดือน 3 ซ่ึงเปนระยะเวลาที่ขาวในนากําลัง ออกรวงเปน นา้ํ นมขาว ความเชื่อ ขาวทิพยเปนอาหารที่รวมโอชารสตาง ๆ ไวพรอม ผูสบื ทอดภูมปิ ญญา : นายเดน พงษ ทองไทย บรโิ ภคแลวจะไดร ับประโยชน มีคุณคาทางอาหารครบถวน ตามหลั กโภชนาการสมกับเปนข าวทิพย รวมเอนกรส ตําแหนง : ประธานสภาวัฒนธรรม ตําบล ยากท่ีจะทําขึ้นบริโภคได เมื่อผูใดไดบริโภคแลวจะทําใหมี บอ ไทย เบอรโ ทรศัพท : ๐๘๖ ๒๐๒ ๘๔๘๗ กาํ ลังแข็งแรง มีคุณคาอาหาร คงอยูในตัวไดนานพิจารณา แลว จะเปนทางสนับสนุนขาวทิพยของนางสุชาดา ท่ีนําไป วสั ด/ุ อปุ กรณ ถวายพระพทุ ธเจา ในวนั ตรสั รู นํ้านมขาว ขาวเมา มะพราว น้ําออย นํ้าตาล แปงขาวเจา แปงขาวเหนียว แปงสาลี ถ่ัวลิสง ถ่ัวเหลือง ถ่ัวเขียว เผือก งา มันเทศ มันสาคู น้ําผึ้ง ฟกทอง ขาวตอก นมสด นมขน เนย กลว ย ขา วโพด ใบเตย น้าํ ลอยดอกมะลิ ขั้นตอน การเตรียมการ 1. สถานที่ บรเิ วณทีจ่ ะกวนขา วทิพยอาจจะทาํ เปนปะราํ พิธี 2. อุปกรณก ารกวนขา วทพิ ย ไดแ ก เตาฟนกระทะใบบัวไมพาย 3. เดก็ หญิงพรหมจารีนงุ ขาว หมขาว กระทะละ 2 คน แลวแต จะกวนกกี่ ระทะ วิธีทํา เตรียมของทุกอยางใหพรอมท่ีจะกวน น่ึงใหสุกบดเตรียมไว ใบเตยโขลกใหละเอียด กรองเอาน้ํานําของทุกอยางผสมกัน สวนน้าํ ตาล นา้ํ ออยจะใสทีหลงั [กองการศกึ ษา เทศบาลตําบลบอไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ] | 7

[ทะเบยี นภูมปิ ญญาทอ งถน่ิ ] ภมู ิปญญาทอ งถน่ิ ผสู ืบทอดภูมปิ ญญา : ชาวบานหมู 11 ประเพณบี ญุ บง้ั ไฟ ตาํ บลบอ ไทย อําเภอหนองไผ จ.เพชรบรู ณ ภมู ปิ ญญาทอ งถ่ิน ประเภท ประเพณี เบอรโทรศพั ท : ๐๘๖ ๒๐๒ ๘๔๘๗ บา นเนนิ สวาง หมู 11 ต.บอ ไทย อ.หนองไผ จ.เพชรบูรณ วัสด/ุ อปุ กรณ ชว งเวลา เดือนหกหรือพฤษภาคมของทุกป ๑. กํามะถัน ๒. ดนิ ประสิว ความเปน มา ๓. ถา น (ไมฉ ําฉา) ๔. ทอ pvc ๕. ครกและสาก ๖. เลอื่ ยขนาดเลก็ ประเพณีบุญบงั้ ไฟเปน ประเพณีหนึง่ ของภาคอีสานของไทย ๗. เทปกาวสดี ํา ๘. เหล็กท่ีใชเจาะ รวมไปถึงลาว โดยมีตาํ นานมาจาก นิทาน พ้ืนบานของภาค อีสานเรื่องพระยาคันคาก เร่ืองผาแดงนางไอ ซ่ึงในนิทาน พื้นบานดังกลาวไดกลาวถึง การท่ีชาวบานไดจัดงานบุญบั้งไฟ ขนึ้ เพื่อเปน การบชู า พระยาแถน หรอื เทพวัสสกาลเทพบุตร ซงึ่ ชาวบานมีความเช่ือวา พระยาแถนมีหนาท่ีคอยดูแลให ฝนตกถูกตองตามฤดูกาล และมีความช่ืนชอบไฟเปน อยา งมาก หากหมบู า นใดไมจัดทาํ การจัดงานบุญบั้งไฟบูชา ฝนก็จะไมตกถูกตองตามฤดูกาล จึงเปนที่มาทําใหชาวบาน หมู ๒ตาํ บลบอ ไทยไดรวมกลุมจัดงานบุญบ้ังไฟ เช่ือวา หาก จัดงานบุญบั้งไฟแลว ฝนจะตกถูกตองตามฤดูกาล และได ยึดถอื เปน ประเพณีของหมูบ านตลอดมา ข้ันตอน 1. การทาํ ดนิ ปน โดยนาํ ถา นและดินประสิวมาผสมใหเขากันเติมนํ้าลง ไปเล็กนอ ย 2. นาํ ดินปน ทไี่ ดอ ดั ลงในทอ ทีเ่ ปน ตวั บั้งไฟใหแ นพอสมควร 3. จากน้ันนําหางบ้ังไฟไปตมนํ้าจนเดือดเพ่ือทําใหหางเบาไมถวงตัว บั้งไฟเวลาจดุ 4. นําตัวบงั้ ไฟและสวนหางมาผูกติดกนั จากนั้นตกแตง ใหส วยงาม [กองการศึกษา เทศบาลตําบลบอไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ] | 8

[ทะเบียนภมู ปิ ญญาทอ งถิ่น] ภมู ิปญ ญาทองถิ่น ผสู บื ทอดภูมปิ ญ ญา : ชาวบานหมู ๑ และหมู ประเพณบี ุญผะเหวดเทศนม หาชาติ ๑๑ ตําบลบอไทย อําเภอหนองไผ จังหวัด ภูมปิ ญ ญาทอ งถ่ิน ประเภท ประเพณี เพชรบูรณ หมู ๑และหมู ๑๑ตาํ บลบอไทยอาํ เภอหนองไผ จังหวดั เพชรบูรณ วสั ด/ุ อปุ กรณ ชวงเวลา ระหวางเดือน๓เดือน๔ไปจนถงึ กลางเดอื น๕ของทุกป ๑. ดอกไม ๒. ธปู เทียน ความเปนมา ๓. ขา วตอก ๔. ธงใหญ งานประเพณีบญุ ผะเหวดเทศนมหาชาติ เปนประเพณีท่ีสืบ ๕. ผา ผะเหวด ทอดกนั มาจากรุนสรู ุนชาวบา นหมู ๑ และหมู ๑๑ เทศบาลตําบล บอไทย มีการสืบทอดประเพณีบุญผะเหวดเทศนมหาชาติ เปน ประจาํ ทุกป โดยมวี ันโฮมบญุ กอนพุทธศาสนิกชนมาชวยกัน จัดตกแตงศาลา หรือสถานที่ท่ีจะทําบุญ จัดเตรียมเครื่อง สักการะ ดอกไม ธูปเทียน ขาวตอก มีการตั้งธงใหญ ไวแปดทิศ และมีศาลเลก็ ๆ เปนทเี่ กบ็ ขา วพนั กอนและเครื่องคาวหวาน สําหรบั ผี เปรต และมารรอบๆ ศาลาการเปรียญ จะแขวน ผาผะเหวด วันตอ มาจะมีการแหพระเวสสันดรชาดก โดยทํา เปนขบวนแห มีการประดับตกแตงขบวนแหแตละขบวน ใหม ีความสวยงามและเปนเรือ่ งราวของพระเวสสันดร ข้นั ตอน ๑. จัดตกแตง ศาลาหรือสถานท่ที จ่ี ะทําบญุ ๒. จดั เตรียมเครื่องสักการะ ดอกไม ธูปเทียน ขาวตอก อยางละพันกอน ๓. ต้ังธงใหญไ วแปดทิศ ๔. จัดศาลเล็กๆ เปนที่เก็บขาวพันกอน และเครื่องคาวหวาน สําหรับผี เปรต และมารรอบๆ ศาลาการเปรยี ญ ๕. แขวนผาผะเหวด เปน เรื่องราวของพระเวสสันดร ตั้งแตกัณฑที่ ๑ ถึงกัณฑสดุ ทา ย [กองการศึกษา เทศบาลตาํ บลบอไทย อาํ เภอหนองไผ จังหวดั เพชรบรู ณ] | 9

[ทะเบยี นภมู ปิ ญ ญาทองถ่ิน] ภมู ิปญญาทอ งถ่ิน ผูสบื ทอดภมู ิปญญา : นางนอ ย รัตนารถ บายศรสี ขู วญั ภูมิปญญาทอ งถ่ิน ประเภท หัตถกรรม และพิธีกรรม ภูมิลาํ เนา 43 หมู 8 ตาํ บลบอไทย หมู ๘ ตําบลบอไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวัดเพชรบรู ณ อําเภอหนองไผ จงั หวัดเพชรบรู ณ ชวงเวลา ไมม ชี ว งเวลา สามารถทําไดต ลอดป ความเปน มา วสั ด/ุ อปุ กรณ การทาํ บายศรี ยงั เปนท่นี ิยมในปจจุบัน โดยเฉพาะผูที่นิยม 1. ใบตอง (ควรใหใ บตองกลวยตาน)ี ไหวพ ระ และมีพระพทุ ธรูป เทพเจา และสิ่งศักดิ์สิทธิอ์ ื่นๆท่ี 2. พานแวน ฟา ขนาดเลก็ กลาง ใหญ ผูก ตนเคารพนบั ถอื บูชา ติดกันไวดวยลวด และรองพนื้ พานดว ยโฟม นางนอย รัตนารถ อายุ 76 ป ชาวบานตําบลบอไทย 3. ภาชนะปากกวางสําหรบั ใสน ํ้าแชใบตอง อําเภอหนองไผ จงั หวัดเพชรบูรณ มีความสนใจงานหัตถกรรม 4. สารสม บายศรีจึงไดศึกษาจากผูรู จากการสังเกตและลองทําเอง 5. น้ํามันมะกอก ชนดิ สเี หลอื ง หรือขาว ดวยความวิริยะอุตสาหะ และความพยายามจนทําให 6. ไมปลาย ปจจุบนั เปนผทู ่ีมีความชํานาญดานงานประดิษฐทําบายศรี 7. ดอกไม สามารถประกอบเปนอาชีพสรางรายไดใหแกตนเองและ 8. กรรไกร สาํ หรบั ตัดใบตอง ครอบครวั และเปนผทู ี่เสยี สละเวลาสว นตัวสอนผูท่ีสนใจจะ 9. ลวดเย็บกระดาษ เรียนรูดานงานบายศรี ปจจุบันมีชาวบานจํานวนมากท่ี สนใจในการทาํ บายศรี และไดจัดเปนกลุมข้ึน เพ่ือสืบทอด การทําบายศรซี ่ึงภูมปิ ญ ญาทอ งถิ่นสรู นุ ลูก หลาน ตอ ไป ขนั้ ตอน ๑. การเลอื ก และการทาํ ความสะอาดใบตอง ๒. การพับหรอื ฉีกใบตอง แบง เปน ๓ ประเภทคอื 1. ใบตองสําหรบั ทาํ กรวยแม 2. ใบตองสาํ หรบั ทาํ กรวยลกู 3. ใบตองสําหรบั หอ ๓. การพบั กรวย และหอ กรวย ๔. การประกอบพานบายศรี [กองการศึกษา เทศบาลตําบลบอ ไทย อําเภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ] | 10

[ทะเบยี นภมู ปิ ญญาทอ งถน่ิ ] ภมู ิปญญาทอ งถิ่น สานโมบายปลาตะเพียน ภูมิปญญาทองถ่ิน ประเภท หตั ถกรรม ความเปนมา นางแสง ระวิพันธ อายุ 5๘ ป ยึดหลักความพอเพียง ใชชีวิตอยางเรียบงายเปนที่รักของลูกหลาน และคน ในชุมชน ใชเวลาวางในการปลูกผักสวนครัวกินเอง และ ชอบชว ยเหลือเพื่อนบา น มีความรูเร่ือง และชํานาญในการ สานโมบายปลาตะเพยี น จากทางมะพรา วและวัสดุเหลือใช เชน ดอกไมจากใบเตย เพ่ือนําไปทําบุญในงานบุญตางๆ เชน งานวัด งานบวช งานศพ เปนตน ผสู ืบทอดภูมิปญญา : นางแสง ระวิพันธ วสั ด/ุ อุปกรณ ภมู ลิ ําเนา บานเลขที่ 198 หมู 14 ตาํ บล 1. ทางมะพราว บอไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวัดเพชรบรู ณ 2. กรรไกร 3. เชอื ก 4. ไมส ําหรับแขน ขนั้ ตอนการสานปลาตะเพยี น 1. นาํ ใบลานมาตดั เปนเสนยาว จํานวน 2 เสน 2. นาํ ใบลานเสนที่ 1 มาพันมือ 2 รอบ 3. นาํ ใบลานห่ันไดแลวดึงมอื ทพี่ นั ออก ใชมืออีกขางหนึ่งจับไว 4. นาํ ใบลานใบที 2 มาพับคร่ึงแลวสอดเขาไปในใบมะพราวท่ี พันไวใ นรอบแรก 5. เสรจ็ แลวใหใชใบลานเสน ท่ี 2 เสนลางสอดชองใบลานเสนท่ี 1 หวงแรก 6. กลับดานหลังข้ึนมานําใบลานเสนท่ี 2 ปลายดานลางสอด ชอ ง แลวดงึ จัดใหสวยงาม 7. ใชกรรไกรตกแตง ครบี และหาง 8. สานใบลานสวนที่เปนองคประกอบอื่นๆ เชน กระโจม กระทงเกลือ ใบไพ เมด็ ปก เปา และลกู ปลานําตัวปลาและเคร่ือง ประกอบอน่ื ๆระบายสใี หสวยงาม 9. นําลกู ปลาเละเครอ่ื งประกอบอนื่ ๆทตี่ กแตงแลว มาประกอบ กบั ปลาตวั ใหญ จะไดป ลาตะเพียนเปน พวงสวยงาม [กองการศึกษา เทศบาลตําบลบอ ไทย อําเภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ] | 11

[ทะเบยี นภูมปิ ญ ญาทองถน่ิ ] ภมู ปิ ญญาทองถน่ิ การทอเส่ือ ภมู ิปญญาทอ งถิ่น ประเภท หตั ถกรรม ความเปน มา นางวิลาวรรณ โตทองหลาง อายุ 5๔ ป ยึดหลักความ พอเพียง ใชชีวิตอยางเรียบงายเปนท่ีรักของคนในชุมชน ใช เวลาวางทําหนอไมดอก ทําหนอไมอัดถุง และใชเวลาวางใน การปลกู ตน กกสําหรบั ทอเส่อื เนือ่ งจากนางวลิ าวรรณ โตทองหลาง มคี วามรคู วามสามารถ เรอ่ื งการทอเสอื จากตน กก วัสด/ุ อปุ กรณ 1. ตนกก ผูส บื ทอดภูมิปญญา : 2. สียอ มผา นางวลิ ารรณ โตทองหลาง 3. เชือก ภมู ลิ าํ เนาบา นเลขที่ 63หมู 14ตาํ บล 4. ไมทอเสอื่ บอไทยอําเภอหนองไผ จงั หวัดเพชรบรู ณ 5. ไมส อด 6. มดี ข้นั ตอนการเตรียม 7. กรรไกร นําตน กกท่ีตัดมาฝาเปนช้ินเล็กๆ เทากัน เสร็จแลวนําไปตากแดดให แหง แลว นาํ ยอมสตี ามใจชอบ นําไปตากแดดอีกทั้งจนแหง มัดเชือก ส้ันยาวตามตองการใสในไมทอเส่อื วธิ ีการทอเสื่อ นาํ ตน กกทต่ี ากแดดแหงแลว มาสอดใสไม เพื่อเตรียมสอดใสเชือกท่ี เตรียม สอดขดั ไปขดั มาตามลายท่ีตองการ สอดไปเร่ือยจนกวาจะได ความยาวท่ีตองการ เทคนิควิธีการสอดจะมีรูปแบบตางกันไปตาม จนิ ตนาการและความถนดั ของผสู าน [กองการศกึ ษา เทศบาลตาํ บลบอไทย อาํ เภอหนองไผ จังหวดั เพชรบรู ณ] | 12

[ทะเบียนภมู ปิ ญญาทองถ่ิน] ภมู ปิ ญ ญาทอ งถิ่น ผสู บื ทอดภมู ปิ ญญา : จกั สานไซดักปลา นายคาํ พอง แกว กองแสง ภูมปิ ญญาทอ งถิ่น ประเภท หตั ถกรรม ภมู ิลาํ เนา บานเลขท่ี 37 หมู 14 ตาํ บล ความเปนมา บอไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวัดเพชรบรู ณ ในอดตี วถิ ีชีวติ ของชาวบาน เม่ือเสร็จจากฤดูเก็บเก่ียวขาว นาปแลว ชาวบานมักมีเวลาวางจากการทํานา จึงใชเวลา วัสด/ุ อุปกรณ วางใหเ ปนประโยชนโ ดยการประกอบอาชีพตางๆ เพื่อเสริม 1. ไมไผ รายไดข องพวกเขา เชน ทําไรทําสวนและการหาปลา โดย 2. มดี ออกหาปลาตาม หวย หนอง คลอง บึง มีการใชเครื่องมือ 3. เชือก ดกั ปลาทเี่ รยี กวา ไซ นายคําพอง แกว กองแสง อายุ 6๙ ป ชาวบา นตาํ บลบอไทย ท่ีใชชีวิตยึดหลักความพอเพียง ใชเวลาวางในการปลูกผัก หาปลา ทําสวน ทํานา เปนคนขยันแข็งแรง มีความรู ความสามารถในการจักสารไซดักปลา วางจากการทําสวน ทํานา ชอบตดั ไมไผมาจักเปนตอก ใชทําไซดักปลา และทํา ตะกรา ขั้นตอน 1. ตัดไมไ ผยาวตามขนาดท่ีตองการ ทําการแบงเปนสวนๆ เพอ่ื จะทาํ การเหลาไมไผเ ปนกลมๆ ไมเล็กมาก เสนผาศูนยกลาง 5 มม. จํานวน 30-40 อัน ตัดไมไผยาว 45 เซนติเมตร ทาํ การเหลาใหแ บน พอจะใหด ดั เปน วงกลมไดโ ดยไมห กั 2. หลังจากนน้ั ใหเ อาไมไ ผท่เี หลาไวทีเ่ ปนวงกลม เลือกดาน ใดดา นหน่ึงเพือ่ ทําการมดั รวม จากนั้นจับไมไผท่ีมันรวมกัน จับถา งออกตอ มาจะเปนการเอาเชือกไนลอนมาถักโดยการ ถกั จะใชเ ชือก 2 เสน เสน หน่งึ อยขู า งลา งไมไผ อีกเสนจะอยู ขางบนไมไ ผ สลับกันไปเร่ือย ๆ จนกวา จะสุดถงึ อกี ฝง 3. ใหนําไมไ ผทเ่ี หลาแบน ๆ ไวมาดัดใหเปนวงกลมแลวทํา การมดั กบั ไมไผท ีท่ าํ การถกั ไว จะมนั เชอื กตายมัดโดยจุดตอ จุดเพอื่ ดดั ไมไ วไมใหไมห ัก 4. สานฝาครอบมาครอบฝงตรงขามที่มัดรวมไว เพื่อเวลา ปลาชนจะไดไ มหกั งาย ๆ [กองการศกึ ษา เทศบาลตาํ บลบอไทย อาํ เภอหนองไผ จังหวดั เพชรบรู ณ] | 13

[ทะเบียนภูมปิ ญ ญาทอ งถิ่น] ภมู ิปญ ญาทองถิ่น ผูสืบทอดภูมิปญญา : ถกั เปลผา นางนุชนาถ จันทรเทียน ภูมิปญ ญาทองถิ่น ประเภท หตั ถกรรม ภมู ลิ ําเนา บา นเลขที่ 262 หมู 13 ตาํ บล ความเปน มา นางนชุ นาถ จนั ทรเ ทียน อายุ 4๗ ป มคี วามรคู วามสามารถ บอ ไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ ในการถักเปลผา เรมิ่ ไปศกึ ษามาจากเทศบาลตําบลบอไทย โดยที่ทางเทศบาลไดจัดทําโครงการมาสอนใหความรู ยดึ เปนอาชีพเสริมสรา งรายไดใหกับครอบครัวใชชีวิตอยาง เรียบงาย ยึดความพอเพียงและยินดีที่จะใหความรูแกผูที่ สนใจจะศึกษา วสั ด/ุ อปุ กรณ 1. เศษผา ๒. เชือกสานเปล ๓. หูเปล ๔. ไมถดั เปล ขัน้ ตอนการถักเปล 1. นําเศษวัสดุผา ที่เหลือใชทําใหเปนเปน เสน ๆ มาแยกเปน สๆี 2. เตรียมเศษไมที่ใชยาวประมาณ 1 เมตร มาตตี ะปู โดยมคี วามกวางของตะปู 2 ดอก หา งกนั 30 ฟุต ๓. นําวัสดผุ า ท่ีเตรียมไวสาํ หรบั ทาํ หเู ปลมาพันกบั ตะปูทงั้ หมด 7 รอบ ๔. นําเศษวัสดุมาสานเปนบวงไขวก นั ลกั ษณะคลายเปย ใหม ีความยาว 10 น้ิว จึงนําปลายท้ัง 2 ขาง ผูกเขา กันใหเ ปนหว งวงรี จะไดหเู ปลจํานวน 14 หู โดยทําตอนที่ 5 อีก 1 รอบ จะไดห ูเปล 2 ขาง ๕. นาํ หูเปลท่ีเตรยี มไวทําตามข้นั ตอนที่ 5 มาสานขึน้ ตน ดว ยเศษวสั ดุผา ท่เี ตรยี มไวในข้ันตอนท่ี 2 โดยเก็บหู ไว 2 อันจะเหลือหู 12 อัน เรม่ิ ถักหูแรกโดยข้ึนตนสอดผาลักษณะเง่ือนพิรอด ถักตอไปเลื่อยๆครบ 12 หู (ครบ 1 แถว) ๖. นําเศษวสั ดผุ าอกี 1 สที เี่ ตรีนมไวผ กู กบั หูแถวที่ 1 แลว ถักเปน เงอ่ื นพริ อดกับแถวที่ 1 ถักไปเรื่อยๆจนครบ 12 ชอ งจะไดแ ถวที่ 2 ๗. ทาํ ตามวิธีตามข้นั ตอนท่ี 6 และขนั้ ตอนท่ี 7 สลบั สกี ันไปมาทั้งสอองสเี รอื่ ยๆจนครบ 14 แถว ๘. นําหูทเ่ี หลืออกี ขางมาผูกกับตน เสาเพือ่ ทาํ การตอเปลทถ่ี ักเสร็จแลว 14 แถว นาํ ปลายวัสดุเศษผา จากแถว ท่ี 14 แถว นาํ ปลายวสั ดุเศษผา จากแถวท่ี 14 มาถกั ตอหูทีเ่ ตรียมไวโ ดยถักสลับฟนปลากันไปมาเหมือนถัก เปลตามข้ันตอนท่ี 5 และข้ันตอนท่ี 7 จนไปสุดแถว (แถวที่ 15) ๙. นําปลายผา ทถี่ ักเสร็จแถวที่ 15 แตละขางใหสอดบวงดานขา งไปจนสุดหเู ปลอกี ดา น เพอ่ื ใชปรับความลึก ชนื้ ของเปลนอนดงั กลาว (จึงไดเ ปลอีก 1 อัน) [กองการศึกษา เทศบาลตาํ บลบอ ไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ] | 14

[ทะเบยี นภูมปิ ญญาทองถนิ่ ] ภูมปิ ญ ญาทองถน่ิ ผูสบื ทอดภมู ิปญญา : นางพล พดั เย็น ทาํ ไมกวาดดอกหญา ภมู ิลําเนา บานเลขท่ี - หมู 1๓ตาํ บลบอไทย ภูมิปญ ญาทอ งถ่ิน ประเภท หตั ถกรรม อาํ เภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ ความเปน มา นางพล พัดเย็น อายุ 5๒ ป มีความสนใจริเร่ิมฝกทําไม กวาดดอกหญามาประมาณ 2๑ ปแ ลวจาก อาจารยศิลปะชัย บุญกาวิน เปนอาจารยฝายปกครองโรงเรียนเพชรละคร เปนผถู ายทอดความรูใ ห นางพล พัดเย็นชอบใฝหาความรู จึงมคี วามรูความสามารถในงานหัตถกรรม มคี วามสามารถ อุตสาหะวิรยิ ะใฝเ รยี นรู สอบถาม และลงมอื ปฏิบัติ จนทํา ใหม คี วามชํานาญสามารถทําไมกวาดดอกหญาเอง จนยึด เปนอาชพี เสรมิ สรา งรายไดใ หก บั ตัวเองและครอบครวั อุปกรณการทาํ ไมก วาดดอกหญา 1. เข็มเย็บกระสอบ 2. เชอื กฟาง 3. ไมไ ผ ความยาวประมาณ 80 ซม. 4. ดอกหญา 5. ตะปูขนาด 1 น้ิว จาํ นวน 2 ตวั ขน้ั ตอนการทาํ ไมกวาด วธิ ีทําไมกวาดดอกหญา 1. นําดอกหญามาทําความสะอาดและตากแดดใหแหงคัดเลือก เฉพาะดอกหญาท่มี ีคุณภาพ ดี 2. นําดอกหญา ปรมิ าณ 1 กํามอื มดั ใหเ ปน วงกลม 3. นําเขม็ เยบ็ กระสอบ ซึง่ รอ ยเชอื กฟางไวแลว แทงเขาตรงกลางมัด ดอกหญา แลวถักขึ้นลงแบบหางปลา ใหไ ด 3 ชั้น พรอมจดั ดอกหญา ใหมลี ักษณะแบน 4. ตดั โคนดอกหญาใหเสมอกัน 5. นาํ ดา มไมไผเจาะรูที่หัวไวสําหรับหอยเชือกและเจาะรูตรงปลาย นาํ มาขัดดว ยกอ นจากนนั้ เสยี บเขาตรงกลางมดั ดอกหญา 6. นาํ เชอื กฟางมดั ดอกหญาไวด ว ยกัน โดยนําเชือกฟางมาสอดตรงรู ที่เจาะ เพือ่ ปองกันไมใ หดอกหญาออกจากกัน 7. ตอกตะปทู ่เี ตรยี มไว เพือ่ ใหดอกหญาตดิ กับดา มไมไผ และมีความ แข็งแรงข้ึน * เคล็ดลับทําใหไมกวาดแข็งแรง ควรนําดอกหญาตาก แดดใหแหงสนทิ กอ นมดั จะไดไมกวาดท่ีมีความแข็งแรง ไมหลุดงาย เม่อื ถึงเวลาใชง าน [กองการศกึ ษา เทศบาลตาํ บลบอไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ] | 15

[ทะเบยี นภมู ปิ ญ ญาทองถนิ่ ] ภูมปิ ญ ญาทองถิน่ กระเปาจากซองกาแฟ ภูมิปญ ญาทอ งถิ่น ประเภท หัตถกรรม ความเปน มา นางจันทรเพ็ญ เมืองออน อายุ 4๔ ป มีความสนใจงาน หัตถกรรม การทํากระเปาจากซองกาแฟ ไดศึกษาจากผูรู จากการสังเกตและลองทําดวยตนเอง ดวยความตั้งใจ และความพยายามที่จะทําจริง จึงทําใหปจจุบันเปนผูมี ความชํานาญดานการทํากระเปาจากซองกาแฟ สามารถ ประกอบเปนอาชีพเสริมสรางรายไดใหกับตนเองและ ครอบครัว และยินดีสอนผูที่สนใจอยากเรียนรูการทํา กระเปา จากซองกาแฟ ผูสบื ทอดภมู ิปญญา : นางจันทรเ พญ็ เมอื งออน วสั ด/ุ อปุ กรณ ภูมิลาํ เนา บา นเลขท่ี 40 หมู 6 ตําบล บอไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวัดเพชรบรู ณ ๑. กรรไกร ๓. ลูกแมกซ ๒. แมกซ ๔. เครอื่ งจักร บอ ไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ ขน้ั ตอน ๑. เตรียมอุปกรณตางๆ แลว นาํ ซองกาแฟมาตดั ทัง้ สองแลวนาํ มาลางใหสะอาดเพอื่ ที่จะนํามาพับ ๒. นําซองกาแฟมาพับครึ่ง เมอ่ื พับเสรจ็ แลว ก็นาํ แมก็ มาเย็บจนไดจ ํานวนทีต่ อ งการแลว นํามาสานตอๆกนั ไป เรอื่ ยๆ จนไดออกมาเปนรูปแบบตามตองการ ๓. เมื่อสานเสร็จก็นาํ สายกระเปาไปเย็บใหเสรจ็ จนเรียบรอ ยสวยงาม [กองการศึกษา เทศบาลตําบลบอไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ] | 16

[ทะเบยี นภูมปิ ญ ญาทองถนิ่ ] ภมู ิปญญาทอ งถ่นิ ไมกวาดทางมะพราว ภมู ปิ ญ ญาทองถิ่น ประเภท หตั ถกรรม ความเปน มา นางสายนั ต เกยดอน อายุ 6๑ ป ใชชีวิตเรียบงายยึดความ พอเพียง มีความรูความสามารถในงานหัตถกรรม ใฝหา ความรูอยูเสมอ มีความวิริยะอุตสาหะ ใฝเรียนรูสอบถาม และลงมือปฏิบัติ จนทําใหมีความชํานาญสามารถทําไม กวาดทางมะพราว จนปจจุบันยึดเปนอาชีพที่สรางรายได เสริมนอกจากการทาํ อาชีพเกษตรกรรม ผูสืบทอดภมู ปิ ญญา : นางสายนั ต เกยดอน ข้ันตอน ตาํ บลบอไทยอาํ เภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ 1. นํากานใบมะพราวมัดรวมกัน กอนตัดโคนกานใหเสมอกัน 2. นาํ ไมสลกั สอดเขารูท่ีปลายดาม พรอมจัดใหอยูก่ึงกลาง วัสด/ุ อุปกรณ 1.กานใบมะพรา วประมาณ250-300กา น จากนัน้ ตอกตะปู และมัดดวยลวดยึดใหแนน 2. ดามไมไ ผ ยาว 1 - 1.5 เมตร 3. ตอกตะปูเหนือไมสลัก 2 จุด คือ เหนือไมสลัก 2 จุด 3. มีดหรอื กรรไกรเหล็ก ตอกใหห วั ตะปูเหลอื โผล ประมาณ 1 เซนติเมตร จากน้ันนํา 4. ลวด และครีมตดั ลวด 5. เชือกไนลอน และเชือกท่ีกรีดไดจากแผน เชือกหรือลวดมัดตดิ กับหัวตะปใู หแนน สายรัดพลาสติก (มสี ีตางๆ) 4. นาํ กานใบมะพรา ว 250-300 กาน วางลอมปลายดาม 6. ตะปู ขนาด 1 - 2 น้วิ ไมไผ โดยใหโคนกานสูงกวาตะปู ประมาณ 2 เซนติเมตร 7. สีนํา้ มนั กนั สนมิ จากนั้น ใชเชือดหรือลวดท่ีมัดติดหัวตะปูมัดรอบโคน กานมะพรา วใหแนน 5. แบงกานมะพราวบริเวณไมสลักออกเปนมัด ประมาณ 4-6 มัด จากน้ันใชเชือดหรือลวดมัดเรียงติดกับไมสลักทั้ง สองขา งใหแ นบชิดกัน 6. ใชลวดหรอื เชือกทีม่ หี วั ตะปจู ดุ ท่ี 2 มัด กานมะพราวติด กบั ปลายดามใหแ นน แลว มัดใหเ รยี งชิดติดกัน 7. แบง กานมะพรา วบรเิ วณถดั จากไมส ลกั ออกเปนมัดเล็กๆ จากนั้น ใชเชือกจากแผน รัดพลาสตกิ รดั และถักใหเรียงชิด ติดกัน 8. ใชมดี หรือกรรไกรเหล็กตัดปลายกานใบมะพราวที่ออน ออก และตัดใหปลายเสมอกัน 9. สุดทายทาสีนํ้ามันกันสนิม (สีดํา) บริเวณมัดกานใบ มะพราวใหท ว่ั กอ นนําไปตากแดด 3-5 วัน กพ็ รอ มใชง าน [กองการศกึ ษา เทศบาลตําบลบอไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ] | 17

[ทะเบียนภูมปิ ญญาทอ งถ่นิ ] ภมู ิปญ ญาทอ งถิ่น ผสู ืบทอดภูมปิ ญญา : ดอกสายมาลยั จากริบบิ้น นางเนตนภา เจนจบ ภูมิปญญาทอ งถิ่น ประเภท หัตถกรรม ภูมลิ ําเนา บา นเลขที่ ๑๔ หมู ๘ ตาํ บล ความเปนมา บอไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ นางเนตนภา เจนจบ อายุ 44 ป มีความสนใจงาน หตั ถกรรมการทาํ ดอกสายมาลัย ไดศึกษาจากผูรูจากการ สังเกตและลองทําดวยตนเองดวยความต้ังใจ และความ พยายามที่จะทํา ทําใหปจจุบันเปนผูมีความชํานาญดาน การทําดอกสายมาลัย สามารถประกอบเปนอาชีพสราง รายไดใ หก ับตนเองและครอบครัว ยินดเี สียสละเวลาสอนผู ท่ีมีความสนสนใจที่จาํ ทําดอกสายมาลยั ข้ันตอน ๑. สอดปลายรบิ บิน้ เขา ไปในรูตรงกลาง ยาวเหนอื ปลายดาว ออกไป ๑ เซนตเิ มตร พบั รบิ บนิ้ ไปตามโคง ดาว แลวหนั หาง ริบบน้ิ ไปทางแฉกท่ี ๔ ดังภาพ วัสด/ุ อปุ กรณ ๒. แฉกตอ ไปทําเหมือนขอ ท่ี ๑ โดยหันหางริบบนิ้ ไปทางแฉก ตรงขาม ดงั ภาพ ๑. กรรไกร ๒. ริบบ้ิน ๓. พับรบิ บนิ้ ตามขัน้ ตอนไปเรอื่ ยๆ จนครบ ๗ แฉก จากนนั้ ๓. แมก็ ใชแม็กเยบ็ ตรงกลางใหต ดิ กนั ดงั ภาพ 4. ดาวทีใ่ ชข ้ึนรปู ๔. เอาดาวท่ีขึ้นรปู ออก เตรยี มเยบ็ ตดิ กบั สาย ดงั ภาพ [กองการศึกษา เทศบาลตําบลบอไทย อาํ เภอหนองไผ จังหวดั เพชรบรู ณ] | 18

[ทะเบยี นภูมปิ ญญาทอ งถ่ิน] ภมู ปิ ญญาทองถิ่น ผูสืบทอดภูมิปญญา : การปน เตาเศรษฐกจิ นายเสวยี น ผยุ ยะมา ภูมปิ ญ ญาทองถิ่น ประเภท อุตสาหกรรมครัวเรอื น ภูมิลาํ เนา บา นเลขที่ ๑๑๑/๒ หมู ๑๑ ความเปน มา ตําบลบอไทยอาํ เภอหนองไผ จงั หวัดเพชรบรู ณ นายเสวียน ผุยยะมา อายุ ๕๙ ป ใชชีวิตแบบเรียบงายยึด ความพอเพียง เปน ผูมีความรูความสามารถในการปนเตา เศรษฐกิจไวใชในครอบครัว และยังสามารถทําเปนอาชีพ สรา งรายไดใ หกับครอบครัว และยินดที จ่ี ะถายทอดความรู ใหแกผ ูส นใจจะศกึ ษา ขนั้ ตอน ๑. การเตรียมดนิ การหมกั ดินเหนยี ว ดินเหนยี วทจ่ี ะนํามาใชต อ งสะอาดไมมี เศษไม เศษหิน นําดินที่หมักแลวมานวดผสมกับแกลบดํา นวดจนเขากัน ดงั ภาพ วสั ด/ุ อปุ กรณ ๒. การปน ขึน้ รูป และ ปรบั แตงเตา นาํ ดนิ ทีห่ มักผสมปูนซีเมนตและน้ํา เทลงในแมพิมพ แลว ๑. ดนิ เหนยี ว ๒. แมพิมพ ๓. ขี้เถา แกลบดาํ ๔. ปูนซเี มนต ๕. แผน อลมู เิ นียม ใชอ ปุ กรณตบปน ข้นึ รปู เปนทรงของเตาโดยใหมีความหนา และขนาด ภายในเปนไปตามกําหนด แลวตกแตงผิวดาน ในเตาหอ งเผาไหม ใหเรียบรอยอัดทับดวยแมพิมพภายใน เพือ่ ข้ึนรูปปากเตา และเสา เตา ดังภาพ [กองการศกึ ษา เทศบาลตาํ บลบอ ไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ] | 19

ผูสืบทอดภมู ปิ ญญา : นางอุดม ภูบุญคง [ทะเบียนภมู ปิ ญญาทองถ่นิ ] ภูมิลาํ เนาบานเลขที่ ๔๖หมู ๓ตาํ บลบอ ไทย อําเภอหนองไผ จงั หวัดเพชรบรู ณ ภูมิปญ ญาทอ งถน่ิ วสั ด/ุ อปุ กรณ การทําขนมไทย ๑. แปง ขา วเหนียว แปงขาวจา ว ๒. น้ํากะทิ ภูมิปญญาทอ งถ่ิน ประเภท โภชนาการอาหาร ๓. น้าํ ตาลปบ ความเปนมา ๔. ถัว่ เขยี ว นางอุดม ภูบุญคง อายุ ๖๘ ป ยึดความพอเพียงใชชีวิต ๕. นาํ้ มนั พืช แบบเรียบงาย เปนผูมีความรูความสามารถในการทําขนมไทย ๖. เกลอื ขนมหอ หมกดวยใบตอง เพ่ือสืบสานประเพณี วัฒนธรรม ๗. นาํ้ ตาลทราย อันดีงามใหคงอยูคูคนไทย ขนมหอมกที่นิยมทํามากที่สุด ๘. ใบตอง คือ ขนมเทยี น ซงึ่ นยิ มทาํ ในชวงเทศการประเพณีสงกานต โดยชาวบานจะชวยกันทําเพ่ือแบงกันไปแจกลูกหลาน และนําไปทําบุญที่วัด วัสดุที่ทําก็หาไดในทองถิ่นเชน ถ่ัว งา มะพราว ใบตอง โดยทุกคนก็จะนํามารวมกัน นอกจากน้ี การทําขนมเทยี นยงั สามารถทาํ เปน อาชพี เสริมสรา งรายได ใหกับครอบครัวไดอีกดวย ยายอุดมยินดีท่ีจะถายทอด ความรูเก่ยี วกบั การทาํ ขนมเทียนใหแกผสู นใจ ขนั้ ตอนการทํา ๑. เทแปงใสชาม ละลายน้ําตาลบีบกับนํ้าอุนเล็กนอย แลว คอ ยนวดผสมไปกบั แปง ๒. คอยๆเทกะทใิ สแ ลวนวดใหเขา กัน ทิ้งไว 3-4 ช.ม. ๓. นาํ ถวั่ เขยี วซกี ไปแชน้าํ ไว 3 ชม. ๔. นําถ่วั ไปน่งึ ใหสุก ๕. นาํ ถวั่ ทีน่ งึ่ สุกแลวเขา เคร่อื งบดใหละเอียด พักไว ๖. ใสถ ั่วทีเ่ ตรยี มไว (ขอ .5) ในกระทะใสนํา้ ตาล เกลือ ชิม รสตามชอบผดั ไปจนแหง ๗. นาํ มาปนเปน กอนกลม ขนาดไมเล็กไมใหญ ประมาณ 10 กรมั ๘. นําแปงที่หมักไว (ขอ.2) จนไดที่แลว มาปนเปนกอน (ประมาณ 30 กรมั ) หอไสที่เตรียมไว ๙. หอใบตองใหสวยงาม นําไปน่ึงดว ยไฟแรง 30 นาที [กองการศึกษา เทศบาลตําบลบอไทย อําเภอหนองไผ จังหวดั เพชรบรู ณ] | 20

[ทะเบียนภูมปิ ญญาทองถิ่น] ภมู ิปญ ญาทองถน่ิ การปลกู พืชแบบเกษตรอินทรยี  ภมู ิปญ ญาทองถ่ิน ประเภท เกษตรกรรม ความเปน มา นายบุญรวม พีรี อายุ ๖๗ ป ยึดการทําการเกษตรดวย หลักธรรมชาติ บนพ้ืนท่ีการเกษตรท่ีไมมีสารพิษตกคาง และหลีกเลยี่ งจากการปนเปอ นของสารเคมที างดนิ ทางนา้ํ และทางอากาศ เน่ืองจากเกษตรอินทรียเปนการเกษตรที่ ใหค วามสําคัญกับการทาํ เกษตรเชงิ สรา งสรรค เพอ่ื อนรุ กั ษ และฟนฟูระบบนิเวศการเกษตรในไรนา จึงหันมาทํา เกษตรอนิ ทรียเพ่อื พฒั นาการเรียนรเู กี่ยวกับธรรมชาติและ การบริหารจดั การเกษตรของตนเพิ่มขึ้น ผลที่ตามมาก็คือ เกษตรอินทรยี เ ปน แนวทางการเกษตรท่ีตงั้ อยูบนกระบวนการ ผสู ืบทอดภมู ิปญญา : นางอุดม ภูบญุ คง แหง การเรยี นรแู ละภูมิปญญา เพราะเกษตรกรตองสังเกต, ภูมิลําเนาบานเลขที่ ๔๖หมู ๓ตําบลบอ ไทย ศึกษา, วิเคราะห, สังเคราะห และสรุปบทเรียนเกี่ยวกับ อาํ เภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ การทําการเกษตรของตนเอง เพ่ือคัดสรรและพัฒนา แนวทางเกษตรอินทรยี ท เี่ ฉพาะและเหมาะสมกบั พืน้ ที่ของ หลักพ้ืนฐานของการทําเกษตรอินทรีย ตวั เองอยา งแทจริง 1. หา มใชส ารเคมีสังเคราะหท างการเกษตรทกุ ชนิด ปจจบุ ันนายบญุ รวม พรี ี เปนผมู คี วามรเู กย่ี วกับการปลูกพืช 2. เนนการปรับปรุงบํารุงดินดวยอินทรียวัตถุ แบบเกษตรอินทรีย อาสาใหความรูเรื่องการปลูกพืชแบบ เกษตรอินทรียใหเพื่อนบานตําบลบอไทย และเปนท่ี เชน ปยุ คอก ปุยหมัก ปุยพืชสด 3. รักษาความสมดุลของธาตุอาหาร โดยใช ยอมรับของหนวยงานตางๆ ในตําบลบอไทย เชิญเปน วทิ ยากรใหความรูเกีย่ วกับการปลูกพชื แบบเกษตรอนิ ทรยี  ทรพั ยากรในทองถิ่นมาหมุนเวยี น 4. ปอ งกันมใิ หมีการปนเปอนของสารเคมี 5. ใชพันธุพืชที่มีความตานทาน และมีหลากหลาย หา มใชพนั ธุพ ชื หรอื สัตว ทไ่ี ดจ ากการตัดตอสาร พันธุกรรม 6. กาํ จดั วชั พืชใชเตรยี มดินที่ดี และแรงงานคน หรอื เคร่ืองมือกลแทนการใชสารเคมีกาํ จดั วชั พชื 7. การปองกันกําจัดวัชพืชใชสมุนไพรกําจัด ศตั รูพชื แทนการใชย าเคมกี าํ จัดศัตรูพืช 8. รกั ษาความหลากหลายทางชีวภาพ โดยการ รักษาไวซ่ึงพนั ธุพ ืช หรือสตั ว ส่ิงที่มีชีวิตทุกชนิด ทีม่ ีอยูในทอ งถ่นิ 9. ใหค วามเคารพสทิ ธิมนษุ ยและสัตว [กองการศกึ ษา เทศบาลตําบลบอไทย อาํ เภอหนองไผ จงั หวดั เพชรบรู ณ] | 21


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook