Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ภูมิภาคของเรา

ภูมิภาคของเรา

Published by somruethai0707, 2021-03-23 15:03:22

Description: ภูมิภาคของเรา

Keywords: ภาคเหนือ,ภาคกลาง

Search

Read the Text Version

ภมู ภิ าคของเรา ตวั ชี้วัด • สบื คนและอธิบายขอมูลลักษณะทางกายภาพในภมู ภิ าคของตนดว ยแผนท่แี ละรูปถาย • อธิบายลกั ษณะทางกายภาพทส่ี ง ผลตอ แหลง ทรัพยากรและสถานทีส่ าํ คญั ในภมู ภิ าคของตน

ตามท่กี ระทรวงศึกษาธกิ ารไดประกาศใชม าตรฐานการเรยี นรูและตัวช้วี ดั สาระภมู ิศาสตร (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ตามหลกั สตู รแกนกลาง การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 การวางแผนการจดั การเรียนการสอนและจัดกิจกรรมการเรยี นรเู พ่อื พัฒนาผูเรียนใหม คี วามรคู วามสามารถ และคุณลักษณะอนั พึงประสงคตามเปาหมายของหลกั สตู ร ท่ไี ดมีการ ปรับปรงุ จึงจาํ เปน อยา งยิง่ ตอ การพัฒนาเนื้อหาหลักสูตรและสือ่ การเรียนการสอนสาระภมู ศิ าสตร ตลอดจนใหเ กิดผลสาํ เร็จตามเจตนารมณข องการปฏิรูปการศกึ ษา ดงั นนั้ ขั้นตอนการนําหลักสตู ร สถานศึกษาไปปฏบิ ัตจิ รงิ ในชัน้ เรยี นของครูผูสอน จงึ จดั เปน หัวใจสําคญั ในการพฒั นาผเู รียน

วัตถุประสงค - เพื่อใหค รผู สู อนใชเ ปน แนวทางวางแผนจดั การเรียนรูแกผูเรยี น โดยจัดทําเปน หนวยการเรียนรอู ิงมาตรฐาน และออกแบบกิจกรรมการเรียนรูตามแนวคิดการออกแบบยอ นกลบั (Backward Design) ตลอดจนเนน กจิ กรรมแบบ Active Learning สามารถม่ันใจในผลการเรียนรูและคณุ ภาพของผูเรยี น - ผูสอนสามารถนาํ สือ่ การเรยี นรูน้ี ไปเปน แนวทางวางแผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรปู ระกอบการใชหนงั สอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน ภูมิศาสตร ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 5 การออกแบบกจิ กรรมการเรียนการสอนในแตล ะหนว ยจะ ครอบคลมุ กิจกรรมการเรยี นรู และการประเมนิ ผลดานความรูค วามเขาใจ (K) ดานทักษะกระบวนการ (P) และดา น คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค (A) ตามมาตรฐานการเรยี นรูและตวั ชว้ี ัด สาระภมู ศิ าสตร (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุม สาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลกั สตู รแกนกลางฯ การศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 - ทัง้ นี้ การนาํ สื่อการเรียนรนู ีไ้ ปเปนแนวทางจัดการเรียนการสอนจะชว ยพฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนของ นักเรยี นใหสงู ขนึ้ ตามมาตรฐานการศึกษาและการประกนั คณุ ภาพภายในสถานศึกษาทกุ ประการ

ลกั ษณะกายภาพภายในภาคเหนอื ลกั ษณะภมู ิประเทศ เปน ภเู ขาทตี่ อ เน่อื งกันเปน ทิวเขา วางตวั เปนแนวยาวจากทางเหนอื ลงไปทางใต ระหวางทิวเขาจะเปนที่หบุ เขาและแอง ทีร่ าบอยูร ะหวา งภเู ขา ลักษณะภูมิอากาศ เปนแบบรอนช้นื สลบั แลง หรอื แบบทุงหญา เมอื งรอน อณุ หภูมิเฉลี่ย 24 - 27 องศาเซลเซียส มี 3 ฤดู คอื ฤดฝู น ฤดูหนาว ฤดูรอน ทรัพยากรธรรมชาติ ดนิ สว นใหญใ นภาคเหนอื มีความอดุ มสมบรู ณปานกลางถึงตา่ํ เปน แหลงตนน้ําหลายสาย มีพืน้ ที่ปาไมม ากท่ีสดุ เชน ปาดิบเขา ปา สนเขา ปา เบญจพรรณ แรสําคัญ เชน ดบี ุก เหล็ก ทงั สเตน แมงกานสี เปนตน

ลกั ษณะกายภาพภายในภาคกลาง ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ ลกั ษณะภมู ิประเทศจะเปน ทร่ี าบลมุ และทร่ี าบลกู ฟูก ลักษณะภมู อิ ากาศ เปนแบบรอนช้ืนสลับแลง หรอื แบบทุง หญาเมืองรอ น อณุ หภูมเิ ฉลี่ย 26 - 30 องศาเซลเซยี ส มี 3 ฤดู คอื ฤดรู อ น ฤดูฝน และฤดูหนาว ทรพั ยากรธรรมชาติ พน้ื ดนิ ของภาคกลางมคี วามอดุ มสมบูรณสงู มแี หลงน้าํ ตามธรรมชาติที่สมบูรณ ภาคกลางมีพน้ื ทีป่ าไมนอย พืชพรรณจะเปนปาเบญจพรรณและปาดิบ แรสําคัญไดแ ก หนิ ปูน ยิปซัม ปโตรเลยี ม เปน ตน

ลกั ษณะกายภาพภายในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ ลกั ษณะภูมิประเทศ พนื้ ทีเ่ ปนที่ราบสงู มีแอง ท่ีราบคลายถว ยอยตู รงกลาง ลักษณะพืน้ ที่บริเวณดานตะวนั ตกและดานใตจะเปน แนวเทอื กเขาสงู ลักษณะภมู ิอากาศ เปน แบบรอ นชื้นสลับแลง อณุ หภมู เิ ฉล่ยี 24 - 28 องศาเซลเซยี ส มี 3 ฤดู คอื ฤดูรอ น ฤดฝู น และฤดูหนาว ทรพั ยากรธรรมชาติ สวนใหญเปนดินทราย มีความอดุ มสมบูรณต่ํา แมน ํา้ จะมีตน กาํ เนดิ จากพ้นื ทป่ี า บนทวิ เขาทางตะวนั ตกและทางใตของภาค ปาไม จะเปน ปา เตง็ รังหรอื ปา แดง ปาเบญจพรรณ ปาดิบ และปา สนเขา แรส าํ คญั ไดแก เหล็ก ยิปซมั ทองแดง เปน ตน

ลกั ษณะกายภาพภายในภาคตะวนั ออก ลักษณะภมู ปิ ระเทศ มที วิ เขาและที่สงู อยทู างตอนกลาง มเี นนิ เขา ที่ดอนและท่รี าบอยโู ดยรอบ บางสว น เปน ท่ีราบสลบั กบั เนนิ เขาคลา ยลูกฟูกลาดลงสูอาวไทย ลกั ษณะภมู อิ ากาศ เปนแบบรอ นช้นื สลับแลง ตอนลา งของภาคไดรับอทิ ธิพลจากทะเลมาก อากาศมคี วามชมุ ช้นื สูง อุณหภมู เิ ฉลี่ย 26 - 29 องศาเซลเซียส มี 3 ฤดคู อื ฤดรู อน ฤดูฝน และฤดหู นาว ทรพั ยากรธรรมชาติ สว นใหญเปนดินรวนทเี่ กดิ จากการผกุ รอ น บริเวณทวิ เขาสูงของภาคจะเปน แหลง ตนน้ํา สายสําคญั แตเปน แมน ํ้าสายสนั้ มพี ืน้ ทป่ี าท่ียังอุดมสมบูรณก ระจายทั่วทง้ั ภาค แรสําคัญ ไดแ กเหลก็ ทรายแกว และพลอย เปนตน

ลกั ษณะกายภาพภายในภาคตะวนั ตก ลักษณะภูมิประเทศ มที วิ เขาสูงวางตัวในแนวเหนือ - ใต อยทู างดานตะวันตก ถดั จากทวิ เขาจะเปน พืน้ ทรี่ าบและพ้นื ท่รี าบลุมน้ํา ลักษณะภูมิอากาศ เปน แบบรอ นชืน้ สลับแลง เปน พนื้ ทีอ่ บั ฝน อุณหภมู ิเฉล่ีย 26 - 30 องศาเซลเซียส ทางตอนบนของภาคมอี ากาศเยน็ มี 3 ฤดู คือ ฤดูฝน ฤดหู นาว และฤดรู อ น ทรพั ยากรธรรมชาติ ดินมีความอุดมสมบรู ณตาํ่ ยกเวนบรเิ วณทร่ี าบลมุ นาํ้ จะมีความอดุ มสมบูรณม าก มีปริมาณนาํ้ นอย เน่ืองจากเปนพ้นื ท่อี บั ฝน เปน ภาคทีพ่ ้นื ทีป่ าไมย ังอุดมสมบรู ณ และมีสัตวปาอาศยั อยูม าก แรสาํ คัญ ไดแก ฟลอู อไรต รัตนชาติ และไพลิน เปนตน

ลกั ษณะกายภาพภายในภาคใต ลักษณะภมู ิประเทศ เปน แบบคาบสมุทร มีทิวเขาสงู อยูตรงกลาง และมที ี่ราบชายฝงทะเลขนาบอยทู ง้ั 2 ดาน ลักษณะภูมิอากาศ เปนแบบรอนชน้ื เพราะมีทะเลขนาบอยูทัง้ 2 ดาน จึงไดร บั อิทธิพลจากทะเล และลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใตอยา งเตม็ ที่ ทําใหม ฝี นตกชกุ ตลอดป อณุ หภมู เิ ฉลย่ี 26 - 28 องศาเซลเซียส มี 2 ฤดู คือ ฤดรู อนและฤดฝู น ทรพั ยากรธรรมชาติ เปนดินท่นี ํา้ ทว มถงึ มีความอุดมสมบรู ณต่ํา แหลง นา้ํ เกิดจากทิวเขาทางตะวนั ตก และทางตอนกลางของภาคใต ปาไมจะเปน ปาดบิ ปาเบญจพรรณ ปา ชายเลน และปาพรุ แรสําคญั ไดแ ก ดบี ุก พลวง ทงั สเตน ฟลูออไรต ถานหนิ และปโตรเลยี ม เปน ตน

ลักษณะกายภาพท่สี ง ผลตอ แหลงทรัพยากรและสถานที่สาํ คญั ในภูมิภาค เปนภูเขาที่ยาวตอเนอ่ื งติดตอกนั เปนทิวเขา มที รัพยากรปาไมท ่อี ดุ มสมบรู ณ เปนภาคท่มี ีพนื้ ท่ีปา ไมมากทส่ี ดุ ของประเทศ ดอยอินทนนท จังหวดั เชียงใหม มีทศั นียภาพ กวานพะเยา จงั หวดั พะเยา เปนบงึ น้าํ จดื ที่สวยงาม มอี ากาศหนาวเยน็ ตลอดป ใหญส ดุ ของภาคเหนอื ภูชีฟ้ า จังหวัดเชยี งราย มลี ักษณะ ภาคเหนือ แมนํา้ นาน จงั หวัดนาน ตนน้าํ เกิดจาก เปนหนา ผาสงู เปนแนวยาว ปลายสุด ทิวเขาหลวงพระบาง ไหลลงมาทางใต ของหนา ผาเรียวแหลมยืน่ ไปในอากาศ ผานพ้ืนท่ี 11 จังหวดั ดอยแมอ คู อ จงั หวดั แมฮ องสอน นาํ้ พุรอนแจซอน จังหวดั ลําปาง ชว งแรกเร่มิ ของฤดูหนาวมาเยือน เกิดจากนํ้ารอนทีอ่ ยใู ตด นิ ถกู แรงดัน ดอกบัวตองจะบานสะพรงั่ เตม็ ดอย

ลกั ษณะกายภาพท่ีสง ผลตอ แหลงทรัพยากรและสถานท่ีสาํ คญั ในภูมภิ าค เปนพน้ื ท่ที ม่ี ีภเู ขาหรือท่สี งู นอ ย เปนภูเขาเตีย้ และเปนเขาโดด พื้นที่มีลกั ษณะเดนที่ เปนพน้ื ที่ราบผนื ใหญส ดุ แผกวา งจากตอนบนลาดลงสอู า วไทย สุโขทยั อยูไ มไ กลจากแมน ํ้ายม ในอดีตมี หว ยขาแขง จงั หวัดอุทยั ธานี มคี วาม การขดุ ตระพังไวโดยรอบ เพือ่ กกั เกบ็ นํา้ อดุ มสมบรู ณทางธรรมชาติ ไดร บั การข้ึน ทะเบยี นเปน แหลงมรดกโลกจากยูเนสโก ไวใชในยามขาดแคลน ภูทับเบิก จังหวดั เพชรบรู ณ มอี ากาศ เข่อื นปาสักชลสิทธ์ิ จังหวัดลพบรุ ี เยน็ ตลอดป เปนแหลง ปลูกกะหล่าํ ปลพี ืน้ ท่ีใหญ สรา งขนึ้ เพื่อกกั เกบ็ นํา้ จากแมน้าํ ปาสัก บึงบอระเพด็ จงั หวดั นครสวรรค เปนบงึ ภาคกลาง นํ้าจดื ขนาดใหญสดุ ของไทย

ลักษณะกายภาพทส่ี งผลตอแหลงทรัพยากรและสถานทีส่ ําคญั ในภมู ิภาค เปนทร่ี าบสูง มปี าไมหลายชนิดขนึ้ ผสมผสานกนั สวนใหญจ ะเปน ปาเต็งรงั และ ปา เบญจพรรณ มที รพั ยากรสตั วปา นอย ภูกระดึง จงั หวัดเลย บริเวณผาหมากดกู ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เข่ือนลาํ ตะคอง จงั หวดั นครราชสมี า นกั ทอ งเทีย่ วนยิ มมาชมดวงอาทติ ยล ับขอบฟา มที ิวเขาโอบลอ ม ชว ยกกั เกบ็ นาํ้ ไวใชหนา แลง ทะเลบัวแดง บึงหนองหาน กุมภวาป ทุงกุลารองไห จงั หวัดรอ ยเอ็ด จงั หวัดอุดรธานี ดอกบวั จะเบงบานชว งฤดหู นาว จากพ้นื ท่แี หง แลง ปจ จบุ นั เปนแหลง ผาแตม จงั หวดั อุบลราชธานี อยูใกลก ับแมน ้าํ โขง มีภาพเขยี นประวัติศาสตร เปนจุดท่ีชมดวงอาทติ ยข้ึน ปลกู ขา วหอมมะลชิ นั้ เยยี่ ม

ลกั ษณะกายภาพทีส่ ง ผลตอ แหลงทรัพยากรและสถานที่สําคัญในภมู ิภาค มีลกั ษณะทางกายภาพท่ีหลากหลาย มที ้งั เนนิ เขา พืน้ ที่ราบ และชายฝง ทะเล มีพ้ืนทปี่ า ไมกระจายท่วั ภูมิภาค ละลุ จังหวดั สระแกว เกิดจากดินถูก เกาะชา ง จังหวัดตราด นํ้าฝนกัดเซาะจนยุบตวั คงความอดุ มสมบรู ณของปา ดิบเขา แกง หนิ เพิง จงั หวดั ปราจนี บุรี ทอ งทะเลและชายหาด เปนแกงหนิ ขนาดใหญกลางลาํ นาํ้ ใส ทาเรอื แหลมฉบงั จงั หวัดชลบรุ ี เนนิ นางพญา หาดคุง วิมาน จงั หวดั จนั ทบุรี ทา เรอื น้ําลึกหลกั ทางภาคตะวนั ออก จะมองเห็นทะเลสวยไดไ กลสุดตา ในการขนสงสินคา ระหวา งประเทศ ภาคตะวนั ออก

ลกั ษณะกายภาพที่สง ผลตอแหลง ทรัพยากรและสถานที่สําคัญในภมู ภิ าค เปน เทอื กเขาที่ยาวตอเน่ืองมาจากภาคเหนอื คือ ทิวเขาถนนธงชยั และทิวเขาตะนาวศรีเปน ขอบดา นตะวนั ตก นํ้าตกทลี อซู จังหวัดตาก เปน นา้ํ ตก เขื่อนศรนี ครนิ ทร จงั หวดั กาญจนบุรี ใหญส ดุ ของประเทศ ตนน้ํามาจาก การชลประทานและผลิตกระแสไฟฟา ผืนปาอมุ ผางอนั อดุ มสมบรู ณ แมน าํ้ แควใหญ จงั หวดั กาญจนบรุ ี นาเกลอื จังหวดั เพชรบรุ ี กระบวนการ มสี ะพานขามแมน ้าํ แคว ผลิตสว นใหญยงั พง่ึ พาธรรมชาติ ตลาดน้าํ จังหวัดราชบุรี เปนผลมาจาก ภาคตะวันตก อาวมะนาว จงั หวดั ประจวบคีรขี นั ธ การมแี มนํา้ ลําคลองแวดลอมและใชเ รอื เปนพาหนะ มลี กั ษณะโคงเกือบเปนวงกลม มชี ายหาดทรายขาวรอบอาว

ลักษณะกายภาพทส่ี ง ผลตอ แหลง ทรพั ยากรและสถานทส่ี ําคัญในภูมิภาค มลี ักษณะเปน คาบสมทุ ร มที วิ เขาอยดู า นตะวนั ตกและตอนกลางของภาค ขนาบดวยทะเล พื้นท่ีราบจะเปน ที่ราบแคบ ๆ ตามแนวชายฝง มีความชมุ ชืน้ สงู ทา เรอื ระนอง จงั หวัดระนอง ทา เรอื น้าํ ลกึ ทชี่ ว ย สะพานติณสูลานนท จงั หวดั สงขลา ขนสง สนิ คา ทางภาคใตตอนบนสตู างประเทศ ยาว 2,640 กิโลเมตร โดยสรา งขา ม ทะเลสาบผานทางเกาะยอ หมเู กาะอางทอง จังหวัดสรุ าษฎรธ านี อทุ ยานธรณสี ตลู จงั หวดั สตลู อยใู นเขตน้าํ ต้ืน ประกอบดวยตา งๆ 42 เกาะ เปน อทุ ยานธรณีโลกแหงแรกของไทย ทะเลนอ ย จงั หวัดพัทลุง เปนทะเลสาบนํา้ จดื ภาคใต เขาตาปู จงั หวดั พงั งา เปนเขาหินปนู มสี ว นเชื่อมตอกบั ทะเลสาบสงขลา ขนาดเล็ก เกดิ จากน้ําทะเลกัดเซาะฐานจนคอดก่วิ

ท่มี าของเนื้อหา/ภาพ : บริษทั อกั ษรเจริญทัศน อจท. จํากดั ผจู ดั ทาํ : นางสาวสมฤทัย เกษา รหสั นกั ศกึ ษา 63941900423 หลักสตู รประกาศนยี บตั รบณั ฑิตวชิ าชีพครู


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook